• Zero‑Day “Chronomaly” เขย่าโลก Linux — ช่องโหว่ใหม่เปิดทางสู่ Root Access

    ช่องโหว่ความปลอดภัยล่าสุดที่ถูกตั้งชื่อว่า Chronomaly กำลังสร้างความกังวลในวงการความปลอดภัยไซเบอร์ เนื่องจากเป็น Zero‑Day ที่ถูกใช้โจมตีจริงแล้วบน Linux Kernel สาย 5.10.x โดยเฉพาะในอุปกรณ์ Android หลายรุ่น ช่องโหว่นี้ถูกติดตามภายใต้รหัส CVE‑2025‑38352 ซึ่งเป็นช่องโหว่ระดับ High Severity (CVSS 7.4) และถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Elevation of Privilege (EoP) ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีสามารถยกระดับสิทธิ์ขึ้นเป็น Root ได้

    ต้นตอของปัญหาเกิดจาก race condition ใน POSIX CPU timers ซึ่งทำให้กระบวนการ cleanup ของ task ทำงานผิดพลาดจนเกิด memory corruption เมื่อถูกโจมตีสำเร็จ อาจนำไปสู่การล่มของระบบ (crash), การโจมตีแบบ DoS หรือการยึดสิทธิ์ Root แบบสมบูรณ์ นักวิจัย farazsth98 ได้เผยแพร่ exploit สาธารณะชื่อ “Chronomaly” ซึ่งสามารถทำงานได้บน Linux kernel v5.10.157 และคาดว่าจะใช้ได้กับทุกเวอร์ชันในสาย 5.10.x เพราะไม่ต้องพึ่งพา memory offset เฉพาะรุ่น

    Google ยืนยันว่าช่องโหว่นี้ถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ limited, targeted exploitation ซึ่งหมายความว่าเป็นการโจมตีแบบเจาะจงเป้าหมาย โดยกลุ่มผู้โจมตีระดับสูง (APT) อาจเป็นผู้ใช้ช่องโหว่นี้ก่อนที่แพตช์จะถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ การอัปเดตความปลอดภัยประจำเดือนกันยายน 2025 ได้ออกแพตช์แก้ไขแล้ว และผู้ใช้อุปกรณ์ Android ที่ใช้ kernel สายนี้ควรอัปเดตทันทีเพื่อปิดช่องโหว่

    ผลกระทบของ Chronomaly ไม่ได้จำกัดแค่ Android เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความเสี่ยงของระบบที่ใช้ Linux kernel รุ่นเก่าในองค์กรต่าง ๆ โดยเฉพาะอุปกรณ์ IoT, ระบบฝังตัว และเซิร์ฟเวอร์ที่ยังไม่ได้อัปเดต การโจมตีแบบ local privilege escalation แม้จะต้องเข้าถึงเครื่องก่อน แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการยึดระบบทั้งหมดได้อย่างง่ายดายหากผู้โจมตีมี foothold อยู่แล้ว

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ช่องโหว่และรายละเอียดทางเทคนิค
    CVE‑2025‑38352 เป็นช่องโหว่ EoP ระดับ High Severity
    เกิดจาก race condition ใน POSIX CPU timers ทำให้เกิด memory corruption

    ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น
    ผู้โจมตีสามารถยกระดับสิทธิ์เป็น Root ได้
    อาจทำให้ระบบ crash หรือถูก DoS

    การโจมตีและ exploit ที่ถูกเผยแพร่
    exploit “Chronomaly” ใช้งานได้บน Linux kernel v5.10.157
    คาดว่าจะใช้ได้กับทุก kernel ในสาย 5.10.x

    ความเสี่ยงจากการมี exploit สาธารณะ
    เพิ่มโอกาสให้ผู้โจมตีทั่วไปนำไปใช้
    ระบบที่ยังไม่อัปเดตมีความเสี่ยงสูงขึ้นทันที

    การยืนยันจาก Google
    ตรวจพบการโจมตีจริงแบบ targeted exploitation
    แพตช์แก้ไขถูกปล่อยในอัปเดตความปลอดภัยเดือนกันยายน 2025

    ผลกระทบต่อผู้ใช้
    อุปกรณ์ Android ที่ยังไม่อัปเดตเสี่ยงถูกโจมตี
    องค์กรที่ใช้ Linux kernel รุ่นเก่าอาจถูกเจาะระบบได้ง่ายขึ้น

    ข้อแนะนำด้านความปลอดภัย
    อัปเดตแพตช์ล่าสุดทันที
    ตรวจสอบระบบที่ใช้ kernel 5.10.x เป็นพิเศษ

    ความเสี่ยงหากไม่อัปเดต
    ผู้โจมตีสามารถยึดระบบได้จากการเข้าถึงเพียงเล็กน้อย
    อาจถูกใช้เป็นฐานโจมตีระบบอื่นในเครือข่าย

    https://securityonline.info/zero-day-chronomaly-exploit-grants-root-access-to-vulnerable-linux-kernels/
    🛡️ Zero‑Day “Chronomaly” เขย่าโลก Linux — ช่องโหว่ใหม่เปิดทางสู่ Root Access ช่องโหว่ความปลอดภัยล่าสุดที่ถูกตั้งชื่อว่า Chronomaly กำลังสร้างความกังวลในวงการความปลอดภัยไซเบอร์ เนื่องจากเป็น Zero‑Day ที่ถูกใช้โจมตีจริงแล้วบน Linux Kernel สาย 5.10.x โดยเฉพาะในอุปกรณ์ Android หลายรุ่น ช่องโหว่นี้ถูกติดตามภายใต้รหัส CVE‑2025‑38352 ซึ่งเป็นช่องโหว่ระดับ High Severity (CVSS 7.4) และถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Elevation of Privilege (EoP) ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีสามารถยกระดับสิทธิ์ขึ้นเป็น Root ได้ ต้นตอของปัญหาเกิดจาก race condition ใน POSIX CPU timers ซึ่งทำให้กระบวนการ cleanup ของ task ทำงานผิดพลาดจนเกิด memory corruption เมื่อถูกโจมตีสำเร็จ อาจนำไปสู่การล่มของระบบ (crash), การโจมตีแบบ DoS หรือการยึดสิทธิ์ Root แบบสมบูรณ์ นักวิจัย farazsth98 ได้เผยแพร่ exploit สาธารณะชื่อ “Chronomaly” ซึ่งสามารถทำงานได้บน Linux kernel v5.10.157 และคาดว่าจะใช้ได้กับทุกเวอร์ชันในสาย 5.10.x เพราะไม่ต้องพึ่งพา memory offset เฉพาะรุ่น Google ยืนยันว่าช่องโหว่นี้ถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ limited, targeted exploitation ซึ่งหมายความว่าเป็นการโจมตีแบบเจาะจงเป้าหมาย โดยกลุ่มผู้โจมตีระดับสูง (APT) อาจเป็นผู้ใช้ช่องโหว่นี้ก่อนที่แพตช์จะถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ การอัปเดตความปลอดภัยประจำเดือนกันยายน 2025 ได้ออกแพตช์แก้ไขแล้ว และผู้ใช้อุปกรณ์ Android ที่ใช้ kernel สายนี้ควรอัปเดตทันทีเพื่อปิดช่องโหว่ ผลกระทบของ Chronomaly ไม่ได้จำกัดแค่ Android เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความเสี่ยงของระบบที่ใช้ Linux kernel รุ่นเก่าในองค์กรต่าง ๆ โดยเฉพาะอุปกรณ์ IoT, ระบบฝังตัว และเซิร์ฟเวอร์ที่ยังไม่ได้อัปเดต การโจมตีแบบ local privilege escalation แม้จะต้องเข้าถึงเครื่องก่อน แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการยึดระบบทั้งหมดได้อย่างง่ายดายหากผู้โจมตีมี foothold อยู่แล้ว 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ช่องโหว่และรายละเอียดทางเทคนิค ➡️ CVE‑2025‑38352 เป็นช่องโหว่ EoP ระดับ High Severity ➡️ เกิดจาก race condition ใน POSIX CPU timers ทำให้เกิด memory corruption ‼️ ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ⛔ ผู้โจมตีสามารถยกระดับสิทธิ์เป็น Root ได้ ⛔ อาจทำให้ระบบ crash หรือถูก DoS ✅ การโจมตีและ exploit ที่ถูกเผยแพร่ ➡️ exploit “Chronomaly” ใช้งานได้บน Linux kernel v5.10.157 ➡️ คาดว่าจะใช้ได้กับทุก kernel ในสาย 5.10.x ‼️ ความเสี่ยงจากการมี exploit สาธารณะ ⛔ เพิ่มโอกาสให้ผู้โจมตีทั่วไปนำไปใช้ ⛔ ระบบที่ยังไม่อัปเดตมีความเสี่ยงสูงขึ้นทันที ✅ การยืนยันจาก Google ➡️ ตรวจพบการโจมตีจริงแบบ targeted exploitation ➡️ แพตช์แก้ไขถูกปล่อยในอัปเดตความปลอดภัยเดือนกันยายน 2025 ‼️ ผลกระทบต่อผู้ใช้ ⛔ อุปกรณ์ Android ที่ยังไม่อัปเดตเสี่ยงถูกโจมตี ⛔ องค์กรที่ใช้ Linux kernel รุ่นเก่าอาจถูกเจาะระบบได้ง่ายขึ้น ✅ ข้อแนะนำด้านความปลอดภัย ➡️ อัปเดตแพตช์ล่าสุดทันที ➡️ ตรวจสอบระบบที่ใช้ kernel 5.10.x เป็นพิเศษ ‼️ ความเสี่ยงหากไม่อัปเดต ⛔ ผู้โจมตีสามารถยึดระบบได้จากการเข้าถึงเพียงเล็กน้อย ⛔ อาจถูกใช้เป็นฐานโจมตีระบบอื่นในเครือข่าย https://securityonline.info/zero-day-chronomaly-exploit-grants-root-access-to-vulnerable-linux-kernels/
    SECURITYONLINE.INFO
    Zero-Day Chronomaly Exploit Grants Root Access to Vulnerable Linux Kernels
    The Chronomaly exploit weaponizes CVE-2025-38352, a Linux kernel race condition. It allows any local user to gain root access across Android and Linux.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 58 มุมมอง 0 รีวิว
  • 🩷 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🩷

    #รวมข่าวIT #20260106 #securityonline


    Riot Games ล่มยาวเพราะใบรับรอง SSL หมดอายุ
    Riot Games เผชิญเหตุระบบล่มครั้งใหญ่เมื่อใบรับรอง SSL หมดอายุ ทำให้ผู้เล่น League of Legends ไม่สามารถเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ได้หลายชั่วโมง โดยปัญหานี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อ 10 ปีก่อนและยังไม่ถูกแก้ไขอย่างยั่งยืน แม้ทีมงานจะเร่งออกใบรับรองใหม่และกู้ระบบกลับมาได้ แต่ผู้เล่นบางส่วนยังพบข้อความผิดพลาดและต้องอัปเดตไคลเอนต์หรือรีสตาร์ตเครื่องเพื่อใช้งานได้ตามปกติ
    https://securityonline.info/riot-games-login-outage-traced-to-expired-ssl-certificate

    Microsoft เตรียมยุติ Windows 11 SE ทำให้โรงเรียนต้องหาทางเลือกใหม่
    Microsoft ยืนยันว่าจะหยุดสนับสนุน Windows 11 SE ในปี 2026 ส่งผลให้โรงเรียนที่ใช้งานระบบนี้ต้องเผชิญความเสี่ยงด้านความปลอดภัยหากไม่อัปเกรดหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ เนื่องจากฮาร์ดแวร์ที่มาพร้อม Windows 11 SE ส่วนใหญ่มีสเปกต่ำ ไม่รองรับ Windows 11 รุ่นเต็ม ทำให้หลายสถาบันอาจต้องย้ายไปใช้ Chromebook หรือ iPad แทน
    https://securityonline.info/the-chromebook-killer-fails-microsoft-to-kill-windows-11-se-in-2026

    พบช่องโหว่ใหม่ใน macOS (CVE-2025-43530) ทำให้ระบบอัตโนมัติรันคำสั่งได้โดยไม่ต้องขอสิทธิ์
    นักวิจัยพบช่องโหว่ร้ายแรงในระบบ TCC ของ macOS ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้ช่องโหว่ใน ScreenReader.framework เพื่อรัน AppleScript และควบคุมเครื่องได้โดยไม่ต้องผ่านหน้าต่างขออนุญาต โดยอาศัยการหลอกระบบให้เชื่อว่าเป็นโปรเซสที่เชื่อถือได้ Apple ได้ออกแพตช์แก้ไขแล้วใน macOS Tahoe, Sonoma, Sequoia และ iOS/iPadOS เวอร์ชันล่าสุด ผู้ใช้ควรอัปเดตทันที
    https://securityonline.info/new-tcc-bypass-cve-2025-43530-exposes-macos-to-unchecked-automation

    รายงานช่องโหว่ Stack Buffer Overflow ใน Net-SNMP snmptrapd (ต้องเป็นผู้สนับสนุนจึงอ่านเต็มได้)
    มีการเปิดเผยช่องโหว่ Stack Buffer Overflow ใน snmptrapd ของ Net-SNMP ซึ่งอาจนำไปสู่การรันโค้ดจากระยะไกล (RCE) ได้ แต่เนื้อหารายละเอียดเชิงลึกถูกจำกัดให้เฉพาะผู้สนับสนุนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ช่องโหว่นี้ถูกจัดเป็นความเสี่ยงสูงและควรจับตาการอัปเดตแพตช์จากผู้พัฒนา
    https://securityonline.info/researcher-details-stack-buffer-overflow-flaw-in-net-snmp-snmptrapd-with-poc

    Attacking from Within: ช่องโหว่ ColdFusion เปิดทางแอดมินโจมตีผ่าน Remote Share
    Adobe ออกแพตช์อุดช่องโหว่ร้ายแรงใน ColdFusion หลังนักวิจัยพบว่าผู้ที่มีสิทธิ์เข้า CFAdmin สามารถใช้ฟีเจอร์ “Package & Deploy” ร่วมกับ UNC path เพื่อดึงไฟล์ CAR อันตรายจาก SMB ภายนอกและติดตั้ง web shell ลงเซิร์ฟเวอร์ได้ ทำให้การเข้าถึงแอดมินเพียงอย่างเดียวสามารถนำไปสู่การยึดระบบเต็มรูปแบบได้ จึงแนะนำให้อัปเดตแพตช์ล่าสุดและป้องกันการเข้าถึง CFAdmin อย่างเข้มงวด
    https://securityonline.info/attacking-from-within-how-adobe-coldfusion-admins-can-weaponize-remote-shares

    CVE-2025-66518: ช่องโหว่ Apache Kyuubi เปิดทางอ่านไฟล์บนเซิร์ฟเวอร์
    Apache Kyuubi แก้ไขช่องโหว่ระดับสูงที่ทำให้ผู้ใช้สามารถหลบการตรวจสอบ allow-list ของไดเรกทอรีได้ เนื่องจากระบบไม่ทำ path normalization อย่างถูกต้อง ส่งผลให้ผู้โจมตีเข้าถึงไฟล์ภายในเซิร์ฟเวอร์ที่ไม่ควรถูกอ่านได้ โดยเวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบคือ 1.6.0 ถึง 1.10.2 และควรอัปเดตเป็น 1.10.3 ทันทีเพื่อปิดช่องโหว่นี้
    https://securityonline.info/cve-2025-66518-high-severity-flaw-in-apache-kyuubi-exposes-local-server-files

    Apache SIS อุดช่องโหว่ XXE ที่ทำให้ไฟล์ภายในรั่วไหลผ่าน XML
    Apache SIS พบช่องโหว่ XXE ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีสร้างไฟล์ XML พิเศษเพื่อหลอกให้ระบบอ่านและส่งคืนข้อมูลไฟล์ภายในเซิร์ฟเวอร์ เช่น config หรือ password file โดยกระทบหลายฟอร์แมต เช่น GeoTIFF, ISO 19115, GML และ GPX ซึ่งมีผลกับเวอร์ชัน 0.4 ถึง 1.5 และได้รับการแก้ไขแล้วในเวอร์ชัน 1.6
    https://securityonline.info/apache-sis-patch-blocks-xml-attack-that-leaks-server-files

    macOS Developers Under Attack: GlassWorm Wave 4 โจมตีผ่าน VS Code Extensions
    แคมเปญ GlassWorm ระลอกที่ 4 เปลี่ยนเป้าหมายจาก Windows มาสู่ macOS โดยซ่อน payload ที่เข้ารหัส AES-256-CBC ไว้ในส่วนขยาย VS Code และตั้งเวลาให้ทำงานหลังติดตั้ง 15 นาทีเพื่อหลบ sandbox พร้อมความสามารถใหม่ที่อันตรายกว่าเดิมคือการแทนที่แอปกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์อย่าง Ledger และ Trezor ด้วยเวอร์ชันปลอม ทำให้ผู้พัฒนาบน macOS โดยเฉพาะสาย crypto เสี่ยงถูกยึดระบบและทรัพย์สินดิจิทัล
    https://securityonline.info/macos-developers-in-the-crosshairs-glassworms-wave-4-exploits-vs-code-to-trojanize-hardware-wallets

    Aiohttp ออกแพตช์อุดช่องโหว่ 7 รายการ รวมถึง DoS รุนแรงสูง
    Aiohttp ออกอัปเดตเวอร์ชัน 3.13.3 เพื่อแก้ไขช่องโหว่ 7 รายการที่เสี่ยงทำให้เซิร์ฟเวอร์ล่ม ตั้งแต่ DoS ระดับรุนแรงสูงที่ผู้โจมตีสามารถส่ง POST พิเศษเพื่อกินหน่วยความจำจนระบบค้าง (CVE-2025-69228) ไปจนถึงบั๊กที่ทำให้เกิดลูปไม่สิ้นสุดเมื่อ Python ถูกเปิดโหมด optimize (CVE-2025-69227) รวมถึงช่องโหว่อื่นอย่างการโจมตีด้วย chunked message ที่ทำให้ CPU ถูกใช้งานหนัก การส่ง cookie ผิดรูปแบบเพื่อถล่ม log การลักลอบส่ง request แบบ smuggling ผ่านอักขระ non‑ASCII และการเดาเส้นทางไฟล์ภายในเซิร์ฟเวอร์ผ่าน web.static() โดยช่องโหว่ทั้งหมดกระทบเวอร์ชัน 3.13.2 ลงไป และผู้พัฒนาถูกแนะนำให้อัปเดตเป็น 3.13.3 ทันทีเพื่อปิดความเสี่ยงเหล่านี้
    ​​​​​​​ https://securityonline.info/aiohttp-patches-seven-vulnerabilities-including-high-severity-dos-risks/
    📌🔐🩷 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🩷🔐📌 #รวมข่าวIT #20260106 #securityonline 🔐 Riot Games ล่มยาวเพราะใบรับรอง SSL หมดอายุ Riot Games เผชิญเหตุระบบล่มครั้งใหญ่เมื่อใบรับรอง SSL หมดอายุ ทำให้ผู้เล่น League of Legends ไม่สามารถเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ได้หลายชั่วโมง โดยปัญหานี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อ 10 ปีก่อนและยังไม่ถูกแก้ไขอย่างยั่งยืน แม้ทีมงานจะเร่งออกใบรับรองใหม่และกู้ระบบกลับมาได้ แต่ผู้เล่นบางส่วนยังพบข้อความผิดพลาดและต้องอัปเดตไคลเอนต์หรือรีสตาร์ตเครื่องเพื่อใช้งานได้ตามปกติ 🔗 https://securityonline.info/riot-games-login-outage-traced-to-expired-ssl-certificate 💻 Microsoft เตรียมยุติ Windows 11 SE ทำให้โรงเรียนต้องหาทางเลือกใหม่ Microsoft ยืนยันว่าจะหยุดสนับสนุน Windows 11 SE ในปี 2026 ส่งผลให้โรงเรียนที่ใช้งานระบบนี้ต้องเผชิญความเสี่ยงด้านความปลอดภัยหากไม่อัปเกรดหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ เนื่องจากฮาร์ดแวร์ที่มาพร้อม Windows 11 SE ส่วนใหญ่มีสเปกต่ำ ไม่รองรับ Windows 11 รุ่นเต็ม ทำให้หลายสถาบันอาจต้องย้ายไปใช้ Chromebook หรือ iPad แทน 🔗 https://securityonline.info/the-chromebook-killer-fails-microsoft-to-kill-windows-11-se-in-2026 🛡️ พบช่องโหว่ใหม่ใน macOS (CVE-2025-43530) ทำให้ระบบอัตโนมัติรันคำสั่งได้โดยไม่ต้องขอสิทธิ์ นักวิจัยพบช่องโหว่ร้ายแรงในระบบ TCC ของ macOS ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้ช่องโหว่ใน ScreenReader.framework เพื่อรัน AppleScript และควบคุมเครื่องได้โดยไม่ต้องผ่านหน้าต่างขออนุญาต โดยอาศัยการหลอกระบบให้เชื่อว่าเป็นโปรเซสที่เชื่อถือได้ Apple ได้ออกแพตช์แก้ไขแล้วใน macOS Tahoe, Sonoma, Sequoia และ iOS/iPadOS เวอร์ชันล่าสุด ผู้ใช้ควรอัปเดตทันที 🔗 https://securityonline.info/new-tcc-bypass-cve-2025-43530-exposes-macos-to-unchecked-automation ⚠️ รายงานช่องโหว่ Stack Buffer Overflow ใน Net-SNMP snmptrapd (ต้องเป็นผู้สนับสนุนจึงอ่านเต็มได้) มีการเปิดเผยช่องโหว่ Stack Buffer Overflow ใน snmptrapd ของ Net-SNMP ซึ่งอาจนำไปสู่การรันโค้ดจากระยะไกล (RCE) ได้ แต่เนื้อหารายละเอียดเชิงลึกถูกจำกัดให้เฉพาะผู้สนับสนุนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ช่องโหว่นี้ถูกจัดเป็นความเสี่ยงสูงและควรจับตาการอัปเดตแพตช์จากผู้พัฒนา 🔗 https://securityonline.info/researcher-details-stack-buffer-overflow-flaw-in-net-snmp-snmptrapd-with-poc 🛡️ Attacking from Within: ช่องโหว่ ColdFusion เปิดทางแอดมินโจมตีผ่าน Remote Share Adobe ออกแพตช์อุดช่องโหว่ร้ายแรงใน ColdFusion หลังนักวิจัยพบว่าผู้ที่มีสิทธิ์เข้า CFAdmin สามารถใช้ฟีเจอร์ “Package & Deploy” ร่วมกับ UNC path เพื่อดึงไฟล์ CAR อันตรายจาก SMB ภายนอกและติดตั้ง web shell ลงเซิร์ฟเวอร์ได้ ทำให้การเข้าถึงแอดมินเพียงอย่างเดียวสามารถนำไปสู่การยึดระบบเต็มรูปแบบได้ จึงแนะนำให้อัปเดตแพตช์ล่าสุดและป้องกันการเข้าถึง CFAdmin อย่างเข้มงวด 🔗 https://securityonline.info/attacking-from-within-how-adobe-coldfusion-admins-can-weaponize-remote-shares 📂 CVE-2025-66518: ช่องโหว่ Apache Kyuubi เปิดทางอ่านไฟล์บนเซิร์ฟเวอร์ Apache Kyuubi แก้ไขช่องโหว่ระดับสูงที่ทำให้ผู้ใช้สามารถหลบการตรวจสอบ allow-list ของไดเรกทอรีได้ เนื่องจากระบบไม่ทำ path normalization อย่างถูกต้อง ส่งผลให้ผู้โจมตีเข้าถึงไฟล์ภายในเซิร์ฟเวอร์ที่ไม่ควรถูกอ่านได้ โดยเวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบคือ 1.6.0 ถึง 1.10.2 และควรอัปเดตเป็น 1.10.3 ทันทีเพื่อปิดช่องโหว่นี้ 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-66518-high-severity-flaw-in-apache-kyuubi-exposes-local-server-files 🗺️ Apache SIS อุดช่องโหว่ XXE ที่ทำให้ไฟล์ภายในรั่วไหลผ่าน XML Apache SIS พบช่องโหว่ XXE ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีสร้างไฟล์ XML พิเศษเพื่อหลอกให้ระบบอ่านและส่งคืนข้อมูลไฟล์ภายในเซิร์ฟเวอร์ เช่น config หรือ password file โดยกระทบหลายฟอร์แมต เช่น GeoTIFF, ISO 19115, GML และ GPX ซึ่งมีผลกับเวอร์ชัน 0.4 ถึง 1.5 และได้รับการแก้ไขแล้วในเวอร์ชัน 1.6 🔗 https://securityonline.info/apache-sis-patch-blocks-xml-attack-that-leaks-server-files 🧪 macOS Developers Under Attack: GlassWorm Wave 4 โจมตีผ่าน VS Code Extensions แคมเปญ GlassWorm ระลอกที่ 4 เปลี่ยนเป้าหมายจาก Windows มาสู่ macOS โดยซ่อน payload ที่เข้ารหัส AES-256-CBC ไว้ในส่วนขยาย VS Code และตั้งเวลาให้ทำงานหลังติดตั้ง 15 นาทีเพื่อหลบ sandbox พร้อมความสามารถใหม่ที่อันตรายกว่าเดิมคือการแทนที่แอปกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์อย่าง Ledger และ Trezor ด้วยเวอร์ชันปลอม ทำให้ผู้พัฒนาบน macOS โดยเฉพาะสาย crypto เสี่ยงถูกยึดระบบและทรัพย์สินดิจิทัล 🔗 https://securityonline.info/macos-developers-in-the-crosshairs-glassworms-wave-4-exploits-vs-code-to-trojanize-hardware-wallets ⚠️ Aiohttp ออกแพตช์อุดช่องโหว่ 7 รายการ รวมถึง DoS รุนแรงสูง Aiohttp ออกอัปเดตเวอร์ชัน 3.13.3 เพื่อแก้ไขช่องโหว่ 7 รายการที่เสี่ยงทำให้เซิร์ฟเวอร์ล่ม ตั้งแต่ DoS ระดับรุนแรงสูงที่ผู้โจมตีสามารถส่ง POST พิเศษเพื่อกินหน่วยความจำจนระบบค้าง (CVE-2025-69228) ไปจนถึงบั๊กที่ทำให้เกิดลูปไม่สิ้นสุดเมื่อ Python ถูกเปิดโหมด optimize (CVE-2025-69227) รวมถึงช่องโหว่อื่นอย่างการโจมตีด้วย chunked message ที่ทำให้ CPU ถูกใช้งานหนัก การส่ง cookie ผิดรูปแบบเพื่อถล่ม log การลักลอบส่ง request แบบ smuggling ผ่านอักขระ non‑ASCII และการเดาเส้นทางไฟล์ภายในเซิร์ฟเวอร์ผ่าน web.static() โดยช่องโหว่ทั้งหมดกระทบเวอร์ชัน 3.13.2 ลงไป และผู้พัฒนาถูกแนะนำให้อัปเดตเป็น 3.13.3 ทันทีเพื่อปิดความเสี่ยงเหล่านี้ ​​​​​​​🔗 https://securityonline.info/aiohttp-patches-seven-vulnerabilities-including-high-severity-dos-risks/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 146 มุมมอง 0 รีวิว
  • NVIDIA เปิดตัว “Rubin Platform” — แพลตฟอร์ม AI ที่ทรงพลังที่สุดในโลก พร้อมชิป 6 ตัว และประสิทธิภาพสูงกว่า Blackwell ถึง 5 เท่า

    NVIDIA เปิดตัวแพลตฟอร์ม Rubin อย่างเป็นทางการ ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นหัวใจของศูนย์ข้อมูล AI รุ่นถัดไป โดย Rubin ให้ประสิทธิภาพสูงกว่า Blackwell ถึง 5× ในงาน inference และ 3.5× ในงาน training พร้อมสเปกที่เรียกได้ว่า “สุดขีด” ของวงการ AI ในปัจจุบัน

    แพลตฟอร์ม Rubin ประกอบด้วย 6 ชิปหลัก ได้แก่
    Rubin GPU (336 พันล้านทรานซิสเตอร์)
    Vera CPU (227 พันล้านทรานซิสเตอร์)
    NVLink 6 Switch
    ConnectX‑9 (CX9)
    BlueField‑4 (BF4)
    Spectrum‑X 102.4T CPO (silicon photonics)
    ทั้งหมดถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกันในระบบ DGX / HGX / MGX รุ่นใหม่ โดยมีหัวใจคือ Vera Rubin Superchip ที่รวม 2× Rubin GPU + 1× Vera CPU + HBM4 + LPDDR5X ไว้ในแพ็กเกจเดียว

    Rubin GPU ใช้ดีไซน์แบบ dual‑reticle พร้อม Tensor/Compute cores จำนวนมาก ให้ประสิทธิภาพสูงสุด 50 PFLOPs (NVFP4 inference) และ 35 PFLOPs (training) พร้อม HBM4 ที่ให้แบนด์วิดท์สูงสุด 22 TB/s ต่อชิป ซึ่งมากกว่า Blackwell ถึง 2.8×

    ด้าน Vera CPU ใช้สถาปัตยกรรม Arm แบบ custom “Olympus” จำนวน 88 คอร์ / 176 เธรด พร้อม NVLink‑C2C 1.8 TB/s และรองรับหน่วยความจำสูงสุด 1.5 TB LPDDR5X ซึ่งมากกว่า Grace ถึง 3 เท่า และให้ประสิทธิภาพด้าน data processing / compression สูงกว่าเดิม 2×

    ไฮไลต์สำคัญจาก Rubin Platform
    ความสามารถหลักของ Rubin
    50 PFLOPs inference / 35 PFLOPs training ต่อ GPU
    HBM4 แบนด์วิดท์ 22 TB/s ต่อชิป (มากกว่า Blackwell 2.8×)
    NVLink 6 แบนด์วิดท์ 3.6 TB/s ต่อ CPU (เพิ่มขึ้น 2×)
    Vera CPU 88 คอร์ Olympus + 1.5 TB LPDDR5X
    Confidential Computing รุ่นที่ 3 (Rack‑scale TEE)

    จุดเด่นด้านระบบเครือข่าย
    ConnectX‑9 SuperNIC แบนด์วิดท์ 1.6 TB/s
    BlueField‑4 DPU 800G พร้อม Grace 64 คอร์ในตัว
    Spectrum‑X 102.4T CPO ให้ประสิทธิภาพเครือข่าย 95% ที่สเกลสูง

    ระบบระดับศูนย์ข้อมูล: NVL72 และ SuperPOD
    NVIDIA เปิดตัว Vera Rubin NVL72 rack ซึ่งรวม 72 GPUs + 36 CPUs พร้อมสเปกที่เหนือกว่า Blackwell อย่างมาก:
    5× inference throughput (3.6 EFLOPS)
    3.5× training throughput (2.5 EFLOPS)
    2.8× HBM4 bandwidth (1.6 PB/s)
    2× scale‑up bandwidth (260 TB/s)

    SuperPOD รุ่นใหม่ใช้ 8× NVL72 racks และยังมีรุ่นเล็กกว่าอย่าง DGX Rubin NVL8 สำหรับศูนย์ข้อมูลทั่วไป

    ผลลัพธ์ที่ NVIDIA เคลม
    ลดต้นทุน inference ต่อ token ลง 10×
    ลดจำนวน GPU ที่ต้องใช้ในการเทรน MoE ลง 4×
    Rubin ecosystem พร้อมผลิตและส่งมอบภายในปีนี้

    https://wccftech.com/nvidia-rubin-most-advanced-ai-platform-50-pflops-vera-cpu-5x-uplift-vs-blackwell/
    🤖⚡ NVIDIA เปิดตัว “Rubin Platform” — แพลตฟอร์ม AI ที่ทรงพลังที่สุดในโลก พร้อมชิป 6 ตัว และประสิทธิภาพสูงกว่า Blackwell ถึง 5 เท่า NVIDIA เปิดตัวแพลตฟอร์ม Rubin อย่างเป็นทางการ ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นหัวใจของศูนย์ข้อมูล AI รุ่นถัดไป โดย Rubin ให้ประสิทธิภาพสูงกว่า Blackwell ถึง 5× ในงาน inference และ 3.5× ในงาน training พร้อมสเปกที่เรียกได้ว่า “สุดขีด” ของวงการ AI ในปัจจุบัน แพลตฟอร์ม Rubin ประกอบด้วย 6 ชิปหลัก ได้แก่ 💠 Rubin GPU (336 พันล้านทรานซิสเตอร์) 💠 Vera CPU (227 พันล้านทรานซิสเตอร์) 💠 NVLink 6 Switch 💠 ConnectX‑9 (CX9) 💠 BlueField‑4 (BF4) 💠 Spectrum‑X 102.4T CPO (silicon photonics) ทั้งหมดถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกันในระบบ DGX / HGX / MGX รุ่นใหม่ โดยมีหัวใจคือ Vera Rubin Superchip ที่รวม 2× Rubin GPU + 1× Vera CPU + HBM4 + LPDDR5X ไว้ในแพ็กเกจเดียว Rubin GPU ใช้ดีไซน์แบบ dual‑reticle พร้อม Tensor/Compute cores จำนวนมาก ให้ประสิทธิภาพสูงสุด 50 PFLOPs (NVFP4 inference) และ 35 PFLOPs (training) พร้อม HBM4 ที่ให้แบนด์วิดท์สูงสุด 22 TB/s ต่อชิป ซึ่งมากกว่า Blackwell ถึง 2.8× ด้าน Vera CPU ใช้สถาปัตยกรรม Arm แบบ custom “Olympus” จำนวน 88 คอร์ / 176 เธรด พร้อม NVLink‑C2C 1.8 TB/s และรองรับหน่วยความจำสูงสุด 1.5 TB LPDDR5X ซึ่งมากกว่า Grace ถึง 3 เท่า และให้ประสิทธิภาพด้าน data processing / compression สูงกว่าเดิม 2× 📌 ไฮไลต์สำคัญจาก Rubin Platform ✅ ความสามารถหลักของ Rubin ➡️ 50 PFLOPs inference / 35 PFLOPs training ต่อ GPU ➡️ HBM4 แบนด์วิดท์ 22 TB/s ต่อชิป (มากกว่า Blackwell 2.8×) ➡️ NVLink 6 แบนด์วิดท์ 3.6 TB/s ต่อ CPU (เพิ่มขึ้น 2×) ➡️ Vera CPU 88 คอร์ Olympus + 1.5 TB LPDDR5X ➡️ Confidential Computing รุ่นที่ 3 (Rack‑scale TEE) ‼️ จุดเด่นด้านระบบเครือข่าย ⛔ ConnectX‑9 SuperNIC แบนด์วิดท์ 1.6 TB/s ⛔ BlueField‑4 DPU 800G พร้อม Grace 64 คอร์ในตัว ⛔ Spectrum‑X 102.4T CPO ให้ประสิทธิภาพเครือข่าย 95% ที่สเกลสูง 🧩 ระบบระดับศูนย์ข้อมูล: NVL72 และ SuperPOD NVIDIA เปิดตัว Vera Rubin NVL72 rack ซึ่งรวม 72 GPUs + 36 CPUs พร้อมสเปกที่เหนือกว่า Blackwell อย่างมาก: 💠 5× inference throughput (3.6 EFLOPS) 💠 3.5× training throughput (2.5 EFLOPS) 💠 2.8× HBM4 bandwidth (1.6 PB/s) 💠 2× scale‑up bandwidth (260 TB/s) SuperPOD รุ่นใหม่ใช้ 8× NVL72 racks และยังมีรุ่นเล็กกว่าอย่าง DGX Rubin NVL8 สำหรับศูนย์ข้อมูลทั่วไป 📌 ผลลัพธ์ที่ NVIDIA เคลม ➡️ ลดต้นทุน inference ต่อ token ลง 10× ➡️ ลดจำนวน GPU ที่ต้องใช้ในการเทรน MoE ลง 4× ➡️ Rubin ecosystem พร้อมผลิตและส่งมอบภายในปีนี้ https://wccftech.com/nvidia-rubin-most-advanced-ai-platform-50-pflops-vera-cpu-5x-uplift-vs-blackwell/
    WCCFTECH.COM
    NVIDIA Rubin Is The Most Advanced AI Platform On The Planet: Up To 50 PFLOPs With HBM4, Vera CPU With 88 Olympus Cores, And Delivers 5x Uplift Vs Blackwell
    NVIDIA is formally announcing its Rubin AI platform today which will be the heart of next-gen Data Centers, with a 5x upgrade over Blackwell.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 100 มุมมอง 0 รีวิว
  • C3: ภาษาที่เกิดมาเพื่อเป็น “วิวัฒนาการของ C” ไม่ใช่การปฏิวัติ

    C3 ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาที่ C สะสมมานานหลายทศวรรษ—ทั้งเรื่องความปลอดภัย ความซับซ้อนของการจัดการหน่วยความจำ และความยุ่งยากของ preprocessor—แต่ยังคงรักษาความคุ้นเคยของ C ไว้อย่างครบถ้วน จุดเด่นสำคัญคือ ABI compatibility แบบ 100% ทำให้สามารถผสม C และ C3 ในโปรเจกต์เดียวกันได้ทันทีโดยไม่ต้องแก้ build system หรือเขียน wrapper เพิ่ม

    สิ่งที่ทำให้ C3 น่าสนใจคือการเพิ่มความสามารถที่ C ไม่เคยมี เช่น compile-time & semantic macros, contracts, zero-overhead error handling, generic modules, และ runtime/compile-time reflection ฟีเจอร์เหล่านี้ทำให้ C3 กลายเป็นภาษาที่ “คิดแทนโปรแกรมเมอร์” ในหลายจุด แต่ยังคงให้ความเร็วระดับ native แบบ C โดยไม่ต้องพึ่ง GC หรือ runtime หนักๆ

    นอกจากนี้ C3 ยังออกแบบมาเพื่อให้ debugging ง่ายขึ้น เช่น stacktrace ที่ละเอียด, runtime bounds check, และ inline assembly ที่อ่านง่ายกว่า C/C++ ทั้งหมดนี้ทำให้ C3 เป็นภาษาที่เหมาะกับงานระบบ, embedded, game engine, และโปรเจกต์ที่ต้องการความเร็วสูงแต่ไม่อยากแบกรับความซับซ้อนของ C++

    ในภาพรวม C3 ไม่ได้ตั้งใจมาแทนที่ C++ หรือ Rust แต่ต้องการเป็น “C ที่ดีขึ้น” สำหรับคนที่ยังรัก ecosystem ของ C และต้องการภาษาที่ปลอดภัยกว่า ใช้ง่ายกว่า และมีเครื่องมือสมัยใหม่รองรับมากขึ้น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    จุดเด่นของ C3
    Full C ABI compatibility ใช้ร่วมกับ C ได้ทันที
    Module system ที่เรียบง่ายกว่า C/C++
    Operator overloading แบบปลอดภัยและเฉพาะเจาะจง
    Compile-time macros ที่ทรงพลังกว่า preprocessor ของ C

    ฟีเจอร์สมัยใหม่ที่ C ไม่มี
    Gradual contracts สำหรับตรวจสอบเงื่อนไข runtime/compile-time
    Zero-overhead error handling ผสมข้อดีของ Result + exceptions
    Generic modules ที่ใช้ง่ายกว่า template ของ C++
    Reflection ทั้ง runtime และ compile-time

    ข้อควรระวัง / ความท้าทาย
    Ecosystem ยังใหม่เมื่อเทียบกับ C/C++
    Compiler และ tooling ยังไม่สมบูรณ์เท่า LLVM-based languages
    ต้องเรียนรู้ syntax ใหม่ แม้จะคล้าย C แต่ก็มีความต่างหลายจุด

    ผลกระทบต่อผู้ใช้ C/C++
    อาจต้องปรับ workflow เช่น build system หรือ testing framework
    โค้ด C เก่าที่ใช้ macro หนักๆ อาจต้องปรับให้เข้ากับ C3
    ทีมต้องเรียนรู้แนวคิดใหม่ เช่น contracts และ semantic macros

    https://c3-lang.org/
    🧩 C3: ภาษาที่เกิดมาเพื่อเป็น “วิวัฒนาการของ C” ไม่ใช่การปฏิวัติ C3 ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาที่ C สะสมมานานหลายทศวรรษ—ทั้งเรื่องความปลอดภัย ความซับซ้อนของการจัดการหน่วยความจำ และความยุ่งยากของ preprocessor—แต่ยังคงรักษาความคุ้นเคยของ C ไว้อย่างครบถ้วน จุดเด่นสำคัญคือ ABI compatibility แบบ 100% ทำให้สามารถผสม C และ C3 ในโปรเจกต์เดียวกันได้ทันทีโดยไม่ต้องแก้ build system หรือเขียน wrapper เพิ่ม สิ่งที่ทำให้ C3 น่าสนใจคือการเพิ่มความสามารถที่ C ไม่เคยมี เช่น compile-time & semantic macros, contracts, zero-overhead error handling, generic modules, และ runtime/compile-time reflection ฟีเจอร์เหล่านี้ทำให้ C3 กลายเป็นภาษาที่ “คิดแทนโปรแกรมเมอร์” ในหลายจุด แต่ยังคงให้ความเร็วระดับ native แบบ C โดยไม่ต้องพึ่ง GC หรือ runtime หนักๆ นอกจากนี้ C3 ยังออกแบบมาเพื่อให้ debugging ง่ายขึ้น เช่น stacktrace ที่ละเอียด, runtime bounds check, และ inline assembly ที่อ่านง่ายกว่า C/C++ ทั้งหมดนี้ทำให้ C3 เป็นภาษาที่เหมาะกับงานระบบ, embedded, game engine, และโปรเจกต์ที่ต้องการความเร็วสูงแต่ไม่อยากแบกรับความซับซ้อนของ C++ ในภาพรวม C3 ไม่ได้ตั้งใจมาแทนที่ C++ หรือ Rust แต่ต้องการเป็น “C ที่ดีขึ้น” สำหรับคนที่ยังรัก ecosystem ของ C และต้องการภาษาที่ปลอดภัยกว่า ใช้ง่ายกว่า และมีเครื่องมือสมัยใหม่รองรับมากขึ้น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ จุดเด่นของ C3 ➡️ Full C ABI compatibility ใช้ร่วมกับ C ได้ทันที ➡️ Module system ที่เรียบง่ายกว่า C/C++ ➡️ Operator overloading แบบปลอดภัยและเฉพาะเจาะจง ➡️ Compile-time macros ที่ทรงพลังกว่า preprocessor ของ C ✅ ฟีเจอร์สมัยใหม่ที่ C ไม่มี ➡️ Gradual contracts สำหรับตรวจสอบเงื่อนไข runtime/compile-time ➡️ Zero-overhead error handling ผสมข้อดีของ Result + exceptions ➡️ Generic modules ที่ใช้ง่ายกว่า template ของ C++ ➡️ Reflection ทั้ง runtime และ compile-time ‼️ ข้อควรระวัง / ความท้าทาย ⛔ Ecosystem ยังใหม่เมื่อเทียบกับ C/C++ ⛔ Compiler และ tooling ยังไม่สมบูรณ์เท่า LLVM-based languages ⛔ ต้องเรียนรู้ syntax ใหม่ แม้จะคล้าย C แต่ก็มีความต่างหลายจุด ‼️ ผลกระทบต่อผู้ใช้ C/C++ ⛔ อาจต้องปรับ workflow เช่น build system หรือ testing framework ⛔ โค้ด C เก่าที่ใช้ macro หนักๆ อาจต้องปรับให้เข้ากับ C3 ⛔ ทีมต้องเรียนรู้แนวคิดใหม่ เช่น contracts และ semantic macros https://c3-lang.org/
    C3-LANG.ORG
    C3
    C3 is a programming language that builds on the syntax and semantics of the C language, with the goal of evolving it while still retaining familiarity for C programmers.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 84 มุมมอง 0 รีวิว
  • เขายกเลิกสัญญาหนังสือของตัวเอง — เรื่องจริงของนักเขียนที่เกือบมีหนังสือ แต่เลือกเดินออกมา

    Austin Henley เล่าเรื่องราวการเดินทางที่เริ่มจากความฝันอยากเขียนหนังสือ ไปจนถึงการเซ็นสัญญากับสำนักพิมพ์ใหญ่ แต่สุดท้ายกลับตัดสินใจ “ยกเลิกสัญญา” ทั้งหมด แม้จะเขียนต้นฉบับไปแล้วหนึ่งส่วนสามก็ตาม จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อบล็อกของเขาได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงปี 2020–2022 ทำให้สำนักพิมพ์หลายแห่งติดต่อเข้ามา แต่เขาปฏิเสธทั้งหมดเพราะอยาก self‑publish จนกระทั่งมีบรรณาธิการคนหนึ่งที่มีพื้นฐานคล้ายกัน ทำให้เขารู้สึกว่า “นี่แหละใช่” และตัดสินใจเซ็นสัญญาในที่สุด

    เขาเสนอไอเดียหนังสือที่รวมโปรเจกต์โปรแกรมมิงคลาสสิก เช่น ray tracer, compiler, game, emulator ซึ่งเป็นสไตล์ที่แฟนบล็อกของเขาชื่นชอบมาก สำนักพิมพ์ก็เห็นด้วยและเริ่มต้นกระบวนการอย่างเป็นทางการ ทั้งการกำหนดหัวข้อย่อยทุกบท, จำนวนหน้า, จำนวนภาพประกอบ, และกำหนดส่งต้นฉบับ พร้อมเงินล่วงหน้า $5,000 ซึ่งเขายอมรับว่า “แทบไม่มีค่าอะไรเลย” เมื่อเทียบกับเวลาที่ต้องใช้

    แต่เมื่อเริ่มเขียนจริง ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เขาถูกเร่งส่งต้นฉบับตลอดเวลา ถูกขอให้ “ทำเนื้อหาให้โง่ลง” เพื่อตลาดกว้างขึ้น และถูกกดดันให้เพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับ AI ทั้งที่ขัดกับคอนเซปต์หนังสือโดยสิ้นเชิง ความสนุกในการเขียนหายไป เหลือเพียงความเครียดและความรู้สึกว่าหนังสือกำลังจะกลายเป็นงานที่ไร้ตัวตนของเขาเอง

    เมื่อชีวิตจริงเริ่มยุ่ง—งานด้าน AI, ความเป็นไปได้ที่จะย้ายงาน, และงานแต่งงานที่ใกล้เข้ามา—เขาตัดสินใจหยุดทั้งหมด และขอ “แช่แข็งโปรเจกต์” จนสุดท้ายสำนักพิมพ์ยกเลิกสัญญาอย่างเป็นทางการ และคืนสิทธิ์ทั้งหมดให้เขา เขายังรักไอเดียหนังสือเล่มนี้ และประกาศว่าจะ self‑publish แทน พร้อมเปิดให้พรีออเดอร์ e‑book แล้วในตอนท้ายของบทความ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ทำไมเขาถึงเซ็นสัญญาหนังสือ
    บล็อกดังมากจนสำนักพิมพ์ติดต่อหลายเจ้า
    บรรณาธิการคนหนึ่งมีพื้นฐานคล้ายกัน ทำให้รู้สึก “ใช่”
    อยากทำหนังสือรวมโปรเจกต์โปรแกรมมิงคลาสสิก

    ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างทำงานกับสำนักพิมพ์
    ถูกเร่งส่งต้นฉบับตลอดเวลา
    ถูกขอให้ลดความซับซ้อนของเนื้อหา
    ถูกกดดันให้เพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับ AI
    กระบวนการทำงานทำให้หมดความสนุกในการเขียน

    เหตุผลที่ทำให้เขาตัดสินใจยกเลิกสัญญา
    ชีวิตยุ่งมาก ทั้งงานใหม่และงานแต่ง
    ไม่อยากให้หนังสือกลายเป็นงานที่ไร้ตัวตน
    ไม่ชอบกระบวนการของสำนักพิมพ์ที่เน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพ
    รู้สึกว่าหนังสือแบบนี้อาจถูก AI กลืนตลาด

    https://austinhenley.com/blog/canceledbookdeal.html
    📚 เขายกเลิกสัญญาหนังสือของตัวเอง — เรื่องจริงของนักเขียนที่เกือบมีหนังสือ แต่เลือกเดินออกมา Austin Henley เล่าเรื่องราวการเดินทางที่เริ่มจากความฝันอยากเขียนหนังสือ ไปจนถึงการเซ็นสัญญากับสำนักพิมพ์ใหญ่ แต่สุดท้ายกลับตัดสินใจ “ยกเลิกสัญญา” ทั้งหมด แม้จะเขียนต้นฉบับไปแล้วหนึ่งส่วนสามก็ตาม จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อบล็อกของเขาได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงปี 2020–2022 ทำให้สำนักพิมพ์หลายแห่งติดต่อเข้ามา แต่เขาปฏิเสธทั้งหมดเพราะอยาก self‑publish จนกระทั่งมีบรรณาธิการคนหนึ่งที่มีพื้นฐานคล้ายกัน ทำให้เขารู้สึกว่า “นี่แหละใช่” และตัดสินใจเซ็นสัญญาในที่สุด เขาเสนอไอเดียหนังสือที่รวมโปรเจกต์โปรแกรมมิงคลาสสิก เช่น ray tracer, compiler, game, emulator ซึ่งเป็นสไตล์ที่แฟนบล็อกของเขาชื่นชอบมาก สำนักพิมพ์ก็เห็นด้วยและเริ่มต้นกระบวนการอย่างเป็นทางการ ทั้งการกำหนดหัวข้อย่อยทุกบท, จำนวนหน้า, จำนวนภาพประกอบ, และกำหนดส่งต้นฉบับ พร้อมเงินล่วงหน้า $5,000 ซึ่งเขายอมรับว่า “แทบไม่มีค่าอะไรเลย” เมื่อเทียบกับเวลาที่ต้องใช้ แต่เมื่อเริ่มเขียนจริง ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เขาถูกเร่งส่งต้นฉบับตลอดเวลา ถูกขอให้ “ทำเนื้อหาให้โง่ลง” เพื่อตลาดกว้างขึ้น และถูกกดดันให้เพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับ AI ทั้งที่ขัดกับคอนเซปต์หนังสือโดยสิ้นเชิง ความสนุกในการเขียนหายไป เหลือเพียงความเครียดและความรู้สึกว่าหนังสือกำลังจะกลายเป็นงานที่ไร้ตัวตนของเขาเอง เมื่อชีวิตจริงเริ่มยุ่ง—งานด้าน AI, ความเป็นไปได้ที่จะย้ายงาน, และงานแต่งงานที่ใกล้เข้ามา—เขาตัดสินใจหยุดทั้งหมด และขอ “แช่แข็งโปรเจกต์” จนสุดท้ายสำนักพิมพ์ยกเลิกสัญญาอย่างเป็นทางการ และคืนสิทธิ์ทั้งหมดให้เขา เขายังรักไอเดียหนังสือเล่มนี้ และประกาศว่าจะ self‑publish แทน พร้อมเปิดให้พรีออเดอร์ e‑book แล้วในตอนท้ายของบทความ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ทำไมเขาถึงเซ็นสัญญาหนังสือ ➡️ บล็อกดังมากจนสำนักพิมพ์ติดต่อหลายเจ้า ➡️ บรรณาธิการคนหนึ่งมีพื้นฐานคล้ายกัน ทำให้รู้สึก “ใช่” ➡️ อยากทำหนังสือรวมโปรเจกต์โปรแกรมมิงคลาสสิก ✅ ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างทำงานกับสำนักพิมพ์ ➡️ ถูกเร่งส่งต้นฉบับตลอดเวลา ➡️ ถูกขอให้ลดความซับซ้อนของเนื้อหา ➡️ ถูกกดดันให้เพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับ AI ➡️ กระบวนการทำงานทำให้หมดความสนุกในการเขียน ‼️ เหตุผลที่ทำให้เขาตัดสินใจยกเลิกสัญญา ⛔ ชีวิตยุ่งมาก ทั้งงานใหม่และงานแต่ง ⛔ ไม่อยากให้หนังสือกลายเป็นงานที่ไร้ตัวตน ⛔ ไม่ชอบกระบวนการของสำนักพิมพ์ที่เน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพ ⛔ รู้สึกว่าหนังสือแบบนี้อาจถูก AI กลืนตลาด https://austinhenley.com/blog/canceledbookdeal.html
    AUSTINHENLEY.COM
    I canceled my book deal
    I've always wanted to write a book, and I was close, but not this time.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 91 มุมมอง 0 รีวิว
  • Debian เปิดรับสถาปัตยกรรม LoongArch อย่างเป็นทางการ! ก้าวสำคัญสู่ Debian 14 “Forky”

    Debian ประกาศเพิ่ม loong64 ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรม 64‑bit ของ LoongArch เข้าสู่รายชื่อสถาปัตยกรรมที่ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการ เตรียมรวมอยู่ใน Debian 14 “Forky” การเปลี่ยนสถานะครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญหลังจากใช้เวลาพัฒนามากกว่า 2 ปี ตั้งแต่เริ่มต้นใน Debian Ports จนสามารถย้ายเข้าสู่ mainline ได้สำเร็จ

    LoongArch เป็นสถาปัตยกรรมที่พัฒนาโดยบริษัทจีน Loongson เพื่อเป็นทางเลือกใหม่แทน x86 และ ARM โดยเน้นความเป็นอิสระทางเทคโนโลยี การที่ Debian รองรับอย่างเป็นทางการจึงถือเป็นสัญญาณสำคัญต่อวงการโอเพ่นซอร์สและฮาร์ดแวร์จากจีน ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

    ในช่วงเริ่มต้น ทีมพัฒนา Debian ต้อง bootstrap แพ็กเกจด้วยมือกว่า 200 แพ็กเกจ และใช้ build daemon ผ่าน qemu-user ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปใช้ฮาร์ดแวร์ Loongson จริงเมื่อระบบเริ่ม self-hosting ได้แล้ว ปัจจุบันมีการนำแพ็กเกจจาก Debian Ports เข้ามาแล้วกว่า 112 แพ็กเกจ และ build daemon ตัวแรกสามารถสร้างแพ็กเกจได้ถึง 300 แพ็กเกจภายในคืนเดียว แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของ ecosystem

    เมื่อการ bootstrap เสร็จสมบูรณ์ loong64 จะได้รับการดูแลเหมือนสถาปัตยกรรมหลักอื่น ๆ ของ Debian ทั้งกระบวนการทดสอบ ความปลอดภัย การออกอัปเดต และการรองรับใน installer ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้จะสามารถติดตั้ง Debian บนฮาร์ดแวร์ LoongArch ได้อย่างเป็นทางการใน Debian 14

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Debian เพิ่มการรองรับ LoongArch อย่างเป็นทางการ
    loong64 จะรวมอยู่ใน Debian 14 “Forky”
    ได้รับการดูแลเหมือนสถาปัตยกรรมหลักอื่น ๆ
    รองรับ installer, security updates และ release milestones

    ความสำคัญของ LoongArch
    เป็นสถาปัตยกรรมที่พัฒนาโดย Loongson จากจีน
    เป็นทางเลือกใหม่แทน x86 และ ARM
    ช่วยเพิ่มความหลากหลายและความเป็นอิสระด้านฮาร์ดแวร์

    สิ่งที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ
    การ bootstrap แพ็กเกจยังคงดำเนินต่อจนกว่าจะครบ
    ecosystem ของ LoongArch ยังต้องการเวลาเติบโต
    ผู้ใช้ทั่วไปอาจต้องรอ Debian 14 ก่อนใช้งานได้เต็มรูปแบบ

    https://itsfoss.com/news/debian-embraces-loongarch-processors/
    🐧 Debian เปิดรับสถาปัตยกรรม LoongArch อย่างเป็นทางการ! ก้าวสำคัญสู่ Debian 14 “Forky” Debian ประกาศเพิ่ม loong64 ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรม 64‑bit ของ LoongArch เข้าสู่รายชื่อสถาปัตยกรรมที่ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการ เตรียมรวมอยู่ใน Debian 14 “Forky” การเปลี่ยนสถานะครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญหลังจากใช้เวลาพัฒนามากกว่า 2 ปี ตั้งแต่เริ่มต้นใน Debian Ports จนสามารถย้ายเข้าสู่ mainline ได้สำเร็จ LoongArch เป็นสถาปัตยกรรมที่พัฒนาโดยบริษัทจีน Loongson เพื่อเป็นทางเลือกใหม่แทน x86 และ ARM โดยเน้นความเป็นอิสระทางเทคโนโลยี การที่ Debian รองรับอย่างเป็นทางการจึงถือเป็นสัญญาณสำคัญต่อวงการโอเพ่นซอร์สและฮาร์ดแวร์จากจีน ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในช่วงเริ่มต้น ทีมพัฒนา Debian ต้อง bootstrap แพ็กเกจด้วยมือกว่า 200 แพ็กเกจ และใช้ build daemon ผ่าน qemu-user ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปใช้ฮาร์ดแวร์ Loongson จริงเมื่อระบบเริ่ม self-hosting ได้แล้ว ปัจจุบันมีการนำแพ็กเกจจาก Debian Ports เข้ามาแล้วกว่า 112 แพ็กเกจ และ build daemon ตัวแรกสามารถสร้างแพ็กเกจได้ถึง 300 แพ็กเกจภายในคืนเดียว แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของ ecosystem เมื่อการ bootstrap เสร็จสมบูรณ์ loong64 จะได้รับการดูแลเหมือนสถาปัตยกรรมหลักอื่น ๆ ของ Debian ทั้งกระบวนการทดสอบ ความปลอดภัย การออกอัปเดต และการรองรับใน installer ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้จะสามารถติดตั้ง Debian บนฮาร์ดแวร์ LoongArch ได้อย่างเป็นทางการใน Debian 14 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Debian เพิ่มการรองรับ LoongArch อย่างเป็นทางการ ➡️ loong64 จะรวมอยู่ใน Debian 14 “Forky” ➡️ ได้รับการดูแลเหมือนสถาปัตยกรรมหลักอื่น ๆ ➡️ รองรับ installer, security updates และ release milestones ✅ ความสำคัญของ LoongArch ➡️ เป็นสถาปัตยกรรมที่พัฒนาโดย Loongson จากจีน ➡️ เป็นทางเลือกใหม่แทน x86 และ ARM ➡️ ช่วยเพิ่มความหลากหลายและความเป็นอิสระด้านฮาร์ดแวร์ ‼️ สิ่งที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ⛔ การ bootstrap แพ็กเกจยังคงดำเนินต่อจนกว่าจะครบ ⛔ ecosystem ของ LoongArch ยังต้องการเวลาเติบโต ⛔ ผู้ใช้ทั่วไปอาจต้องรอ Debian 14 ก่อนใช้งานได้เต็มรูปแบบ https://itsfoss.com/news/debian-embraces-loongarch-processors/
    ITSFOSS.COM
    Debian Embraces Chinese LoongArch Processors with Official Loong64 Support
    Two-year journey from Debian Ports brings LoongArch to the officially supported architecture lineup.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 81 มุมมอง 0 รีวิว
  • Highlight Words In Action 4

    adverse
    adjective: unfavorable or antagonistic in purpose or effect

    From the headlines: A new law in Minnesota will mandate that social media platforms display warnings about potential adverse effects on mental health. Similar to labels on tobacco and alcohol products, the pop-up notices will alert users that extended social media use may be linked to anxiety, depression, and other harmful mental health outcomes. Users will have to confirm they’ve read the warnings before accessing the platforms.

    capitulate
    verb: to surrender unconditionally or on stipulated terms

    From the headlines: Cambodia and Thailand capitulated to political pressure from China and the US and agreed to a ceasefire. Cambodia and Thailand have long disputed ownership of an ancient Hindu temple near their shared border. China, as the largest trading partner for both nations, leveraged its economic influence to push for peace, while President Donald Trump threatened additional tariffs. Facing this economic pressure, both countries reluctantly accepted the ceasefire.

    dengue
    noun: Pathology. an infectious, eruptive fever characterized by severe pain in the joints and muscles

    From the headlines: Scientists in Brazil are breeding mosquitoes specially engineered to shut down the transmission of dengue. Supervised by the nonprofit World Mosquito Program and funded by the Brazilian government, lab workers breed millions of mosquitos containing the bacteria Wolbachia. Dengue is unable to coexist with this bacteria, so these insects are physically unable to spread the devastating, painful disease.

    embassy
    noun: the official headquarters of an ambassador

    From the headlines: Indian police arrested a man accused of running a bogus embassy and claiming to be the ambassador to various nonexistent countries. Harshvardhan Jain is accused of running the fake office from a residential building near Delhi, where he said he was a diplomat representing nations including “Seborga” and “Westarctica.” Jain allegedly took money from people after promising them overseas jobs.

    maggot
    noun: a soft-bodied, legless larva of certain flies

    From the headlines: Recent research has led to a hypothesis that maggots were a large part of the diet eaten by Neanderthals. Scientists previously thought that humans’ closest relatives ate enormous quantities of meat, but analysis of chemical signatures in Neanderthal bones shows that they also feasted on the pale worm-like larvae that form on rotting carcasses. This new theory suggests that Neanderthals stored meat, which attracted maggots — and that eventually, they ate those too.

    mascot
    noun: an animal, person, or thing adopted by a group or organization as its representative symbol

    From the headlines: A Chuck E. Cheese mascot in Tallahassee, Florida, was arrested for credit card fraud. Jermell Jones, who performed at the restaurant and entertainment center in a large mouse costume, now faces three felony charges. Police found a customer’s credit card on him during a search, and he was taken into custody while still dressed as the mascot.

    primate
    noun: Zoology. an animal belonging to an order of various worldwide omnivorous mammals distinguished by the use of hands, varied locomotion, and complex behavior

    From the headlines: A new bill in Congress aims to ban the private ownership of captive primates nationwide. Experts say that keeping chimpanzees, spider monkeys, and other primates as pets often causes them illness, stress, and malnutrition. These emotionally complex animals thrive best in social groups with their own kind, experts add. While some states already prohibit primate ownership, it remains legal in many parts of the country to keep and breed them.

    rickshaw
    noun: a small cartlike passenger vehicle

    From the headlines: The all-women Pink City Rickshaw Company in Jaipur, India, provides a rare experience for women in the country. The small electric autos, which are hired like taxis in India’s busy cities, are traditionally driven by men. With the help of a nonprofit business incubator, 200 women were trained to drive the vehicles, gaining independence and an income in the process.

    sequoia
    noun: an endangered coniferous tree characterized by its massive girth and tremendous height

    From the headlines: A Michigan tree grower is trying to save old-growth forests from extinction using sequoia DNA. David Milarch selects ancient, giant trees that have grown to be especially large and resilient and clones them to produce genetically hardy saplings. Milarch has sent these young sequoias all over the world, but he’s especially dedicated to planting them in Detroit. The city now has 225 of the towering redwoods, which help reduce temperatures and improve air quality in urban areas.

    sinuous
    adjective: characterized by a series of graceful curving motions

    From the headlines: Scientists have rediscovered the world’s smallest snake, once believed to be extinct. The Barbados threadsnake, which measures under four inches and is as thin as spaghetti, hadn’t been seen in two decades. Conservationists remain concerned about the future of this tiny, sinuous reptile, as its natural habitat has been severely damaged by deforestation and urban growth.

    สงวนลิขสิทธิ์ © 2026 AAKKHRA & Co.
    Highlight Words In Action 4 adverse adjective: unfavorable or antagonistic in purpose or effect From the headlines: A new law in Minnesota will mandate that social media platforms display warnings about potential adverse effects on mental health. Similar to labels on tobacco and alcohol products, the pop-up notices will alert users that extended social media use may be linked to anxiety, depression, and other harmful mental health outcomes. Users will have to confirm they’ve read the warnings before accessing the platforms. capitulate verb: to surrender unconditionally or on stipulated terms From the headlines: Cambodia and Thailand capitulated to political pressure from China and the US and agreed to a ceasefire. Cambodia and Thailand have long disputed ownership of an ancient Hindu temple near their shared border. China, as the largest trading partner for both nations, leveraged its economic influence to push for peace, while President Donald Trump threatened additional tariffs. Facing this economic pressure, both countries reluctantly accepted the ceasefire. dengue noun: Pathology. an infectious, eruptive fever characterized by severe pain in the joints and muscles From the headlines: Scientists in Brazil are breeding mosquitoes specially engineered to shut down the transmission of dengue. Supervised by the nonprofit World Mosquito Program and funded by the Brazilian government, lab workers breed millions of mosquitos containing the bacteria Wolbachia. Dengue is unable to coexist with this bacteria, so these insects are physically unable to spread the devastating, painful disease. embassy noun: the official headquarters of an ambassador From the headlines: Indian police arrested a man accused of running a bogus embassy and claiming to be the ambassador to various nonexistent countries. Harshvardhan Jain is accused of running the fake office from a residential building near Delhi, where he said he was a diplomat representing nations including “Seborga” and “Westarctica.” Jain allegedly took money from people after promising them overseas jobs. maggot noun: a soft-bodied, legless larva of certain flies From the headlines: Recent research has led to a hypothesis that maggots were a large part of the diet eaten by Neanderthals. Scientists previously thought that humans’ closest relatives ate enormous quantities of meat, but analysis of chemical signatures in Neanderthal bones shows that they also feasted on the pale worm-like larvae that form on rotting carcasses. This new theory suggests that Neanderthals stored meat, which attracted maggots — and that eventually, they ate those too. mascot noun: an animal, person, or thing adopted by a group or organization as its representative symbol From the headlines: A Chuck E. Cheese mascot in Tallahassee, Florida, was arrested for credit card fraud. Jermell Jones, who performed at the restaurant and entertainment center in a large mouse costume, now faces three felony charges. Police found a customer’s credit card on him during a search, and he was taken into custody while still dressed as the mascot. primate noun: Zoology. an animal belonging to an order of various worldwide omnivorous mammals distinguished by the use of hands, varied locomotion, and complex behavior From the headlines: A new bill in Congress aims to ban the private ownership of captive primates nationwide. Experts say that keeping chimpanzees, spider monkeys, and other primates as pets often causes them illness, stress, and malnutrition. These emotionally complex animals thrive best in social groups with their own kind, experts add. While some states already prohibit primate ownership, it remains legal in many parts of the country to keep and breed them. rickshaw noun: a small cartlike passenger vehicle From the headlines: The all-women Pink City Rickshaw Company in Jaipur, India, provides a rare experience for women in the country. The small electric autos, which are hired like taxis in India’s busy cities, are traditionally driven by men. With the help of a nonprofit business incubator, 200 women were trained to drive the vehicles, gaining independence and an income in the process. sequoia noun: an endangered coniferous tree characterized by its massive girth and tremendous height From the headlines: A Michigan tree grower is trying to save old-growth forests from extinction using sequoia DNA. David Milarch selects ancient, giant trees that have grown to be especially large and resilient and clones them to produce genetically hardy saplings. Milarch has sent these young sequoias all over the world, but he’s especially dedicated to planting them in Detroit. The city now has 225 of the towering redwoods, which help reduce temperatures and improve air quality in urban areas. sinuous adjective: characterized by a series of graceful curving motions From the headlines: Scientists have rediscovered the world’s smallest snake, once believed to be extinct. The Barbados threadsnake, which measures under four inches and is as thin as spaghetti, hadn’t been seen in two decades. Conservationists remain concerned about the future of this tiny, sinuous reptile, as its natural habitat has been severely damaged by deforestation and urban growth. สงวนลิขสิทธิ์ © 2026 AAKKHRA & Co.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 270 มุมมอง 0 รีวิว
  • ไม่ต้องจ่าย $100/เดือนก็โค้ดด้วย AI ได้: คู่มือ Local Coding Models สำหรับสาย Dev ยุคใหม่

    บทความนี้เริ่มจากสมมติฐานที่น่าสนใจของผู้เขียน: “แทนที่จะจ่าย $100+/เดือนให้ Claude Code หรือ AI coding tools แบบคลาวด์ เอาเงินไปซื้อเครื่องแรง ๆ แล้วรันโมเดลโค้ดแบบ local จะคุ้มกว่าไหม?” เขาทดสอบด้วยการซื้อ MacBook Pro RAM 128GB แล้วลองรันโมเดลโค้ดระดับ 30B–80B ด้วยตัวเอง ผลลัพธ์แรกเริ่มเหมือนจะใช่ แต่หลังจากทดลองจริงหลายสัปดาห์ เขาพบว่าคำตอบที่ถูกต้องคือ “ใช่…แต่ก็ไม่ใช่” เพราะแม้ local models จะทำงานได้ดีมาก แต่ยังไม่สามารถแทนที่ frontier models ในงานระดับ production ได้ทั้งหมด

    ผู้เขียนยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าการทดลองครั้งแรก “ผิดพลาด” เพราะเขามองจากมุมของผู้ใช้สาย hobby มากกว่ามืออาชีพในองค์กรจริง ๆ แม้ local models จะทำงานได้ประมาณ 90% ของงานโค้ดทั่วไป แต่ “10% ที่เหลือ” คือส่วนที่สำคัญที่สุดในงานจริง และเป็นเหตุผลที่ subscription แบบ Claude Code หรือ Gemini Pro ยังจำเป็นสำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง ความเสถียร และการจัดการ context ที่ซับซ้อน

    อย่างไรก็ตาม บทความชี้ให้เห็นข้อดีของ local models ที่หลายคนมองข้าม เช่น ความเสถียรที่ไม่ขึ้นกับผู้ให้บริการ ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (เหมาะกับงานที่มี IP สำคัญ) และความพร้อมใช้งานแม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ยังอธิบายอย่างละเอียดเรื่อง RAM, context window, quantization, serving tools (MLX vs Ollama) และการเลือกโมเดลที่เหมาะกับเครื่องของคุณ ซึ่งเป็นความรู้เชิงเทคนิคที่มีประโยชน์มากสำหรับ dev ที่อยากเริ่มรันโมเดลเอง

    สุดท้าย ผู้เขียนสรุปว่า local models “คุ้มค่า” ในฐานะ ตัวเสริม ไม่ใช่ ตัวแทน ของ frontier models โดยเฉพาะเมื่อใช้คู่กับ free tier ของ Gemini หรือโมเดลโอเพ่นซอร์สที่กำลังพัฒนาเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เขาย้ำว่าการซื้อเครื่องแรง ๆ อาจคุ้มในระยะยาว แต่ไม่ควรรีบยกเลิก subscription ถ้างานของคุณต้องการคุณภาพระดับสูงสุดของ AI coding tools

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Local models เก่งขึ้นมาก และทำงานได้ ~90% ของงานโค้ดทั่วไป
    แม้โมเดล 7B–30B ก็ทำงานได้ดีเกินคาด
    แต่ยังไม่ถึงระดับ frontier models ในงานที่ต้องการความแม่นยำสูง

    ข้อดีของการรันโมเดลแบบ local
    ไม่ต้องพึ่งคลาวด์ ไม่เจอปัญหา rate limit หรือ downtime
    เหมาะกับงานที่ต้องการความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
    ใช้งานได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต เช่น บนเครื่องบินหรือใน secure network

    ความรู้เชิงเทคนิคที่ dev ควรรู้
    RAM คือปัจจัยสำคัญที่สุด (30B = ~60GB RAM ถ้าไม่ quantize)
    context window ใช้ RAM มากกว่าตัวโมเดลเสียอีก
    MLX เร็วกว่า Ollama บน Mac แต่ Ollama ใช้ง่ายกว่า

    ข้อควรระวัง / จุดที่ผู้เขียนแก้ไขความเข้าใจของตัวเอง
    local models ไม่เหมาะแทนที่ AI coding tools ในงาน production
    การ quantize KV cache อาจทำให้โมเดล “ลืม” reasoning trace
    การซื้อเครื่องแพง ๆ อาจไม่คุ้ม หากมี free tier ที่แรงขึ้นเรื่อย ๆ เช่น Gemini 3 Flash

    https://www.aiforswes.com/p/you-dont-need-to-spend-100mo-on-claude
    🧠💻 ไม่ต้องจ่าย $100/เดือนก็โค้ดด้วย AI ได้: คู่มือ Local Coding Models สำหรับสาย Dev ยุคใหม่ บทความนี้เริ่มจากสมมติฐานที่น่าสนใจของผู้เขียน: “แทนที่จะจ่าย $100+/เดือนให้ Claude Code หรือ AI coding tools แบบคลาวด์ เอาเงินไปซื้อเครื่องแรง ๆ แล้วรันโมเดลโค้ดแบบ local จะคุ้มกว่าไหม?” เขาทดสอบด้วยการซื้อ MacBook Pro RAM 128GB แล้วลองรันโมเดลโค้ดระดับ 30B–80B ด้วยตัวเอง ผลลัพธ์แรกเริ่มเหมือนจะใช่ แต่หลังจากทดลองจริงหลายสัปดาห์ เขาพบว่าคำตอบที่ถูกต้องคือ “ใช่…แต่ก็ไม่ใช่” เพราะแม้ local models จะทำงานได้ดีมาก แต่ยังไม่สามารถแทนที่ frontier models ในงานระดับ production ได้ทั้งหมด ผู้เขียนยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าการทดลองครั้งแรก “ผิดพลาด” เพราะเขามองจากมุมของผู้ใช้สาย hobby มากกว่ามืออาชีพในองค์กรจริง ๆ แม้ local models จะทำงานได้ประมาณ 90% ของงานโค้ดทั่วไป แต่ “10% ที่เหลือ” คือส่วนที่สำคัญที่สุดในงานจริง และเป็นเหตุผลที่ subscription แบบ Claude Code หรือ Gemini Pro ยังจำเป็นสำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง ความเสถียร และการจัดการ context ที่ซับซ้อน อย่างไรก็ตาม บทความชี้ให้เห็นข้อดีของ local models ที่หลายคนมองข้าม เช่น ความเสถียรที่ไม่ขึ้นกับผู้ให้บริการ ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (เหมาะกับงานที่มี IP สำคัญ) และความพร้อมใช้งานแม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ยังอธิบายอย่างละเอียดเรื่อง RAM, context window, quantization, serving tools (MLX vs Ollama) และการเลือกโมเดลที่เหมาะกับเครื่องของคุณ ซึ่งเป็นความรู้เชิงเทคนิคที่มีประโยชน์มากสำหรับ dev ที่อยากเริ่มรันโมเดลเอง สุดท้าย ผู้เขียนสรุปว่า local models “คุ้มค่า” ในฐานะ ตัวเสริม ไม่ใช่ ตัวแทน ของ frontier models โดยเฉพาะเมื่อใช้คู่กับ free tier ของ Gemini หรือโมเดลโอเพ่นซอร์สที่กำลังพัฒนาเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เขาย้ำว่าการซื้อเครื่องแรง ๆ อาจคุ้มในระยะยาว แต่ไม่ควรรีบยกเลิก subscription ถ้างานของคุณต้องการคุณภาพระดับสูงสุดของ AI coding tools 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Local models เก่งขึ้นมาก และทำงานได้ ~90% ของงานโค้ดทั่วไป ➡️ แม้โมเดล 7B–30B ก็ทำงานได้ดีเกินคาด ➡️ แต่ยังไม่ถึงระดับ frontier models ในงานที่ต้องการความแม่นยำสูง ✅ ข้อดีของการรันโมเดลแบบ local ➡️ ไม่ต้องพึ่งคลาวด์ ไม่เจอปัญหา rate limit หรือ downtime ➡️ เหมาะกับงานที่ต้องการความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ➡️ ใช้งานได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต เช่น บนเครื่องบินหรือใน secure network ✅ ความรู้เชิงเทคนิคที่ dev ควรรู้ ➡️ RAM คือปัจจัยสำคัญที่สุด (30B = ~60GB RAM ถ้าไม่ quantize) ➡️ context window ใช้ RAM มากกว่าตัวโมเดลเสียอีก ➡️ MLX เร็วกว่า Ollama บน Mac แต่ Ollama ใช้ง่ายกว่า ‼️ ข้อควรระวัง / จุดที่ผู้เขียนแก้ไขความเข้าใจของตัวเอง ⛔ local models ไม่เหมาะแทนที่ AI coding tools ในงาน production ⛔ การ quantize KV cache อาจทำให้โมเดล “ลืม” reasoning trace ⛔ การซื้อเครื่องแพง ๆ อาจไม่คุ้ม หากมี free tier ที่แรงขึ้นเรื่อย ๆ เช่น Gemini 3 Flash https://www.aiforswes.com/p/you-dont-need-to-spend-100mo-on-claude
    WWW.AIFORSWES.COM
    [Revised] You Don’t Need to Spend $100/mo on Claude Code: Your Guide to Local Coding Models
    What you need to know about local model tooling and the steps for setting one up yourself
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 339 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทัวร์ญี่ปุ่น ฮอกไกโด Winter
    เดินทาง ม.ค. 69 39,999

    🗓 จำนวนวัน 5 วัน 3 คืน
    ✈ XJ-แอร์เอเชียเอ็กซ์
    พักโรงแรม

    บุฟเฟ่ต์ขาปู
    Ningle Terrace
    คลองโอตารุ
    ซูซูกิโนะ
    เนินเขาพระพุทธเจ้า
    สวนสัตว์อาซาฮิยามะ

    รวมทัวร์ไฟไหม้ ทัวร์หลุดจอง โปรพักเดี่ยว ลดเยอะสุด by 21 ปี ">https://eTravelWay.com
    ⭕️ เข้ากลุ่มลับ Facebook โปรเพียบบบบ : https://78s.me/e86e1a
    ⭕️ เข้ากลุ่มลับ LINE openchat ทัวร์ที่หลุด คลิก https://78s.me/501ad8

    LINE ID: @etravelway.fire https://78s.me/e58a3f
    Facebook: etravelway.fire https://78s.me/317663
    Instagram: etravelway.fire https://78s.me/d43626
    Tiktok : https://78s.me/903597
    : 021166395

    #ทัวร์ญี่ปุ่น #ฮอกไกโด #japan #hokkaido #จัดกรุ๊ปส่วนตัว #eTravelway #ทัวร์ไฟไหม้
    #ทัวร์ลดราคา #ทัวร์ราคาถูก #etravelwayfire #thaitimes #News1
    #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    ทัวร์ญี่ปุ่น ฮอกไกโด Winter 🇯🇵 🗓️ เดินทาง ม.ค. 69 😍 39,999 🔥🔥 🗓 จำนวนวัน 5 วัน 3 คืน ✈ XJ-แอร์เอเชียเอ็กซ์ 🏨 พักโรงแรม ⭐⭐⭐ 📍 บุฟเฟ่ต์ขาปู 📍 Ningle Terrace 📍 คลองโอตารุ 📍 ซูซูกิโนะ 📍 เนินเขาพระพุทธเจ้า 📍 สวนสัตว์อาซาฮิยามะ รวมทัวร์ไฟไหม้ ทัวร์หลุดจอง โปรพักเดี่ยว ลดเยอะสุด by 21 ปี https://eTravelWay.com🔥 ⭕️ เข้ากลุ่มลับ Facebook โปรเพียบบบบ : https://78s.me/e86e1a ⭕️ เข้ากลุ่มลับ LINE openchat ทัวร์ที่หลุด คลิก https://78s.me/501ad8 LINE ID: @etravelway.fire https://78s.me/e58a3f Facebook: etravelway.fire https://78s.me/317663 Instagram: etravelway.fire https://78s.me/d43626 Tiktok : https://78s.me/903597 ☎️: 021166395 #ทัวร์ญี่ปุ่น #ฮอกไกโด #japan #hokkaido #จัดกรุ๊ปส่วนตัว #eTravelway #ทัวร์ไฟไหม้ #ทัวร์ลดราคา #ทัวร์ราคาถูก #etravelwayfire #thaitimes #News1 #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 469 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • AltaVista: ตำนานเสิร์ชเอนจินผู้บุกเบิก UI สะอาด–เร็วแรง แต่พ่ายแพ้ต่อยุคเว็บพอร์ทัลและการเปลี่ยนมือหลายครั้ง

    สามทศวรรษก่อน AltaVista ถือเป็นหนึ่งในเสิร์ชเอนจินที่ล้ำสมัยที่สุดในยุคแรกของอินเทอร์เน็ต ด้วยอินเทอร์เฟซที่สะอาด รวดเร็ว และระบบจัดทำดัชนีเว็บที่เหนือกว่าคู่แข่งในเวลานั้น เปิดตัวในปี 1995 พร้อมฐานข้อมูลเว็บกว่า 16 ล้านหน้า ซึ่งถือว่าใหญ่โตมากในยุคนั้น AltaVista กลายเป็นประตูสู่โลกออนไลน์ของผู้ใช้จำนวนมหาศาล และเป็นแรงผลักดันสำคัญให้การค้นหาข้อมูลบนเว็บกลายเป็นกิจกรรมหลักของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก

    ความสำเร็จของ AltaVista ส่วนหนึ่งมาจากพลังประมวลผลของ DEC Alpha 8400 Turbolaser ซึ่งเป็นเซิร์ฟเวอร์ระดับสูงสุดในยุคนั้น ทำให้สามารถรองรับคำค้นจากหลักแสนสู่หลักสิบล้านครั้งต่อวันได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้สถาปัตยกรรมที่ผสานระหว่างเว็บครอว์เลอร์ “Scooter” และระบบจัดทำดัชนี “TurboVista” ทำให้ผลลัพธ์การค้นหามีความแม่นยำและรวดเร็วกว่าเสิร์ชเอนจินแบบไดเรกทอรีที่ครองตลาดในเวลานั้น เช่น Yahoo Directory หรือ Lycos

    อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ Google เปิดตัว PageRank ในปี 1998 ซึ่งเป็นอัลกอริทึมที่ให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือของลิงก์ ทำให้ผลลัพธ์การค้นหามีคุณภาพสูงกว่า AltaVista อย่างชัดเจน ประกอบกับการที่ AltaVista ถูกขายต่อหลายครั้ง ตั้งแต่ DEC → Compaq → CMGI → Overture → Yahoo! ทำให้ทิศทางผลิตภัณฑ์ขาดความเสถียร และถูกบังคับให้เปลี่ยนจากเสิร์ชเอนจินเรียบง่ายไปเป็น “เว็บพอร์ทัล” ที่เต็มไปด้วยโฆษณาและฟีเจอร์เกินจำเป็น จนสูญเสียเอกลักษณ์ดั้งเดิมไปในที่สุด

    แม้ AltaVista จะถูกปิดตัวในปี 2013 แต่ร่องรอยของมันยังคงอยู่ในประวัติศาสตร์อินเทอร์เน็ต ทั้งในฐานะผู้บุกเบิก UI แบบมินิมอลที่ Google นำไปต่อยอด และในฐานะบทเรียนสำคัญของการบริหารผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีที่ต้องรักษาแก่นหลักของตัวเองให้มั่นคงท่ามกลางการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

    สรุปประเด็นสำคัญ
    AltaVista คือเสิร์ชเอนจินผู้บุกเบิกยุคแรกของอินเทอร์เน็ต
    เปิดตัวปี 1995 พร้อมฐานข้อมูล 16 ล้านหน้า
    UI สะอาด รวดเร็ว และเหนือกว่าเสิร์ชแบบไดเรกทอรีในยุคนั้น

    พลังของ DEC Alpha ทำให้ AltaVista เร็วกว่าใคร
    ใช้เซิร์ฟเวอร์ DEC Alpha 8400 Turbolaser
    รองรับคำค้นจากหลักแสนสู่หลักสิบล้านครั้งต่อวัน

    Google เปลี่ยนเกมด้วย PageRank
    อัลกอริทึมให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือของลิงก์
    ผลลัพธ์แม่นยำกว่า ทำให้ผู้ใช้ย้ายไป Google อย่างรวดเร็ว

    การเปลี่ยนมือหลายครั้งทำให้ทิศทางผลิตภัณฑ์สั่นคลอน
    ถูกบังคับให้กลายเป็นเว็บพอร์ทัลที่สูญเสียเอกลักษณ์
    ปิดตัวในปี 2013 หลังถูก Yahoo! ซื้อกิจการ

    ประเด็นที่ควรระวัง / ข้อจำกัด
    การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์บ่อยครั้งคือความเสี่ยงใหญ่
    ทำให้แบรนด์สูญเสียเอกลักษณ์และฐานผู้ใช้

    การไล่ตามคู่แข่งโดยไม่ยึดจุดแข็งของตัวเอง
    AltaVista พยายามเป็นเว็บพอร์ทัลเหมือน Yahoo จนลืมจุดเด่นด้านการค้นหา

    เทคโนโลยีใหม่สามารถล้มยักษ์ได้เสมอ
    PageRank ของ Google คือบทเรียนว่าความแม่นยำสำคัญกว่า “ความเร็วเพียงอย่างเดียว”

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/big-tech/search-pioneer-altavistas-star-shone-bright-with-a-clean-and-minimal-ui-30-years-ago-engine-lost-momentum-after-multiple-ownership-changes-and-the-embrace-of-the-web-portal-trend
    🔍 AltaVista: ตำนานเสิร์ชเอนจินผู้บุกเบิก UI สะอาด–เร็วแรง แต่พ่ายแพ้ต่อยุคเว็บพอร์ทัลและการเปลี่ยนมือหลายครั้ง สามทศวรรษก่อน AltaVista ถือเป็นหนึ่งในเสิร์ชเอนจินที่ล้ำสมัยที่สุดในยุคแรกของอินเทอร์เน็ต ด้วยอินเทอร์เฟซที่สะอาด รวดเร็ว และระบบจัดทำดัชนีเว็บที่เหนือกว่าคู่แข่งในเวลานั้น เปิดตัวในปี 1995 พร้อมฐานข้อมูลเว็บกว่า 16 ล้านหน้า ซึ่งถือว่าใหญ่โตมากในยุคนั้น AltaVista กลายเป็นประตูสู่โลกออนไลน์ของผู้ใช้จำนวนมหาศาล และเป็นแรงผลักดันสำคัญให้การค้นหาข้อมูลบนเว็บกลายเป็นกิจกรรมหลักของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก ความสำเร็จของ AltaVista ส่วนหนึ่งมาจากพลังประมวลผลของ DEC Alpha 8400 Turbolaser ซึ่งเป็นเซิร์ฟเวอร์ระดับสูงสุดในยุคนั้น ทำให้สามารถรองรับคำค้นจากหลักแสนสู่หลักสิบล้านครั้งต่อวันได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้สถาปัตยกรรมที่ผสานระหว่างเว็บครอว์เลอร์ “Scooter” และระบบจัดทำดัชนี “TurboVista” ทำให้ผลลัพธ์การค้นหามีความแม่นยำและรวดเร็วกว่าเสิร์ชเอนจินแบบไดเรกทอรีที่ครองตลาดในเวลานั้น เช่น Yahoo Directory หรือ Lycos อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ Google เปิดตัว PageRank ในปี 1998 ซึ่งเป็นอัลกอริทึมที่ให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือของลิงก์ ทำให้ผลลัพธ์การค้นหามีคุณภาพสูงกว่า AltaVista อย่างชัดเจน ประกอบกับการที่ AltaVista ถูกขายต่อหลายครั้ง ตั้งแต่ DEC → Compaq → CMGI → Overture → Yahoo! ทำให้ทิศทางผลิตภัณฑ์ขาดความเสถียร และถูกบังคับให้เปลี่ยนจากเสิร์ชเอนจินเรียบง่ายไปเป็น “เว็บพอร์ทัล” ที่เต็มไปด้วยโฆษณาและฟีเจอร์เกินจำเป็น จนสูญเสียเอกลักษณ์ดั้งเดิมไปในที่สุด แม้ AltaVista จะถูกปิดตัวในปี 2013 แต่ร่องรอยของมันยังคงอยู่ในประวัติศาสตร์อินเทอร์เน็ต ทั้งในฐานะผู้บุกเบิก UI แบบมินิมอลที่ Google นำไปต่อยอด และในฐานะบทเรียนสำคัญของการบริหารผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีที่ต้องรักษาแก่นหลักของตัวเองให้มั่นคงท่ามกลางการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ AltaVista คือเสิร์ชเอนจินผู้บุกเบิกยุคแรกของอินเทอร์เน็ต ➡️ เปิดตัวปี 1995 พร้อมฐานข้อมูล 16 ล้านหน้า ➡️ UI สะอาด รวดเร็ว และเหนือกว่าเสิร์ชแบบไดเรกทอรีในยุคนั้น ✅ พลังของ DEC Alpha ทำให้ AltaVista เร็วกว่าใคร ➡️ ใช้เซิร์ฟเวอร์ DEC Alpha 8400 Turbolaser ➡️ รองรับคำค้นจากหลักแสนสู่หลักสิบล้านครั้งต่อวัน ✅ Google เปลี่ยนเกมด้วย PageRank ➡️ อัลกอริทึมให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือของลิงก์ ➡️ ผลลัพธ์แม่นยำกว่า ทำให้ผู้ใช้ย้ายไป Google อย่างรวดเร็ว ✅ การเปลี่ยนมือหลายครั้งทำให้ทิศทางผลิตภัณฑ์สั่นคลอน ➡️ ถูกบังคับให้กลายเป็นเว็บพอร์ทัลที่สูญเสียเอกลักษณ์ ➡️ ปิดตัวในปี 2013 หลังถูก Yahoo! ซื้อกิจการ ⚠️ ประเด็นที่ควรระวัง / ข้อจำกัด ‼️ การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์บ่อยครั้งคือความเสี่ยงใหญ่ ⛔ ทำให้แบรนด์สูญเสียเอกลักษณ์และฐานผู้ใช้ ‼️ การไล่ตามคู่แข่งโดยไม่ยึดจุดแข็งของตัวเอง ⛔ AltaVista พยายามเป็นเว็บพอร์ทัลเหมือน Yahoo จนลืมจุดเด่นด้านการค้นหา ‼️ เทคโนโลยีใหม่สามารถล้มยักษ์ได้เสมอ ⛔ PageRank ของ Google คือบทเรียนว่าความแม่นยำสำคัญกว่า “ความเร็วเพียงอย่างเดียว” https://www.tomshardware.com/tech-industry/big-tech/search-pioneer-altavistas-star-shone-bright-with-a-clean-and-minimal-ui-30-years-ago-engine-lost-momentum-after-multiple-ownership-changes-and-the-embrace-of-the-web-portal-trend
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 385 มุมมอง 0 รีวิว
  • 2025: ปีที่ LLM เปลี่ยนรูปร่าง—จาก “โมเดลที่ถูกสอน” สู่ “สิ่งมีชีวิตเชิงตรรกะที่ถูกเรียกใช้”

    ปี 2025 เป็นปีที่วงการ LLM เปลี่ยนโฉมอย่างชัดเจนที่สุดตั้งแต่ยุค GPT‑3 เพราะเป็นปีที่ Reinforcement Learning from Verifiable Rewards (RLVR) กลายเป็นแกนกลางของการพัฒนาโมเดลแทนการพึ่ง SFT + RLHF แบบเดิม การฝึกด้วยรางวัลที่ตรวจสอบได้อัตโนมัติในโดเมนอย่างคณิตศาสตร์และโค้ด ทำให้โมเดล “ค้นพบ” กลยุทธ์การคิดด้วยตัวเอง เช่น การแตกโจทย์เป็นขั้นตอน การย้อนกลับไปตรวจคำตอบ และการสร้าง reasoning trace ที่ยาวขึ้นเพื่อเพิ่มความแม่นยำ สิ่งนี้ทำให้ LLM ดูเหมือน “คิดเป็น” มากขึ้นในสายตาของมนุษย์

    นอกจากความก้าวหน้าทางเทคนิคแล้ว ปีนี้ยังเป็นปีที่อุตสาหกรรมเริ่มเข้าใจ “รูปร่างของสติปัญญาแบบ LLM” ว่ามันไม่ใช่สัตว์วิวัฒนาการ แต่เป็น “ผี” ที่ถูกเรียกขึ้นมาจากการ optimize ตามแรงกดดันของข้อมูลและรางวัล ทำให้ความสามารถของโมเดลมีลักษณะ “เป็นหยัก” (jagged) เก่งมากในบางเรื่องและงงงวยในบางเรื่องอย่างสุดขั้ว สิ่งนี้ทำให้ความเชื่อใน benchmark ลดลง เพราะโมเดลสามารถ “โตตาม benchmark” ได้ง่ายผ่าน RLVR และ synthetic data

    ปีนี้ยังเป็นปีที่ LLM apps เช่น Cursor และ Claude Code แสดงให้เห็นว่า “แอป LLM” คือเลเยอร์ใหม่ของซอฟต์แวร์—เป็นตัว orchestrate โมเดลหลายตัว, จัดการ context, เชื่อมต่อเครื่องมือ และสร้าง GUI เฉพาะงาน Cursor ทำให้เกิดคำว่า “Cursor for X” ส่วน Claude Code แสดงให้เห็นว่า agent ที่รันบนเครื่องผู้ใช้โดยตรงสามารถเปลี่ยน workflow ของนักพัฒนาได้อย่างสิ้นเชิง

    ท้ายที่สุด ปี 2025 คือปีที่ “vibe coding” กลายเป็นเรื่องปกติ—การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาอังกฤษแทนโค้ด ทำให้คนทั่วไปสร้างซอฟต์แวร์ได้ และทำให้โปรแกรมเมอร์สร้างซอฟต์แวร์มากกว่าที่เคยเป็นไปได้ นอกจากนี้โมเดลอย่าง Gemini Nano Banana ยังเผยให้เห็นอนาคตของ “LLM GUI” ที่ผสานข้อความ ภาพ และความรู้เข้าด้วยกันในโมเดลเดียว

    สรุปประเด็นสำคัญ
    การเปลี่ยนแปลงใหญ่ของสถาปัตยกรรม LLM ในปี 2025
    RLVR กลายเป็นแกนหลักแทน SFT + RLHF
    โมเดลเรียนรู้กลยุทธ์ reasoning ด้วยตัวเองผ่านรางวัลที่ตรวจสอบได้
    ความสามารถเพิ่มขึ้นจาก “การคิดนานขึ้น” ไม่ใช่แค่โมเดลใหญ่ขึ้น

    ความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับ “สติปัญญาแบบ LLM”
    LLM ไม่ได้วิวัฒน์แบบสัตว์ แต่ถูก optimize แบบ “ผี” ตามแรงกดดันข้อมูล
    ความสามารถเป็นหยัก—เก่งมากในบางเรื่อง งงมากในบางเรื่อง
    benchmark เริ่มไม่น่าเชื่อถือเพราะถูก optimize ทับซ้อนด้วย RLVR

    การเกิดขึ้นของเลเยอร์ใหม่: LLM Apps
    Cursor แสดงให้เห็นว่าแอป LLM คือ orchestration layer ใหม่ของซอฟต์แวร์
    Claude Code คือ agent ที่รันบนเครื่องผู้ใช้ เปลี่ยน workflow นักพัฒนาโดยตรง
    LLM apps จะเป็นตัว “ประกอบทีม AI” สำหรับงานเฉพาะทาง

    Vibe Coding และการ democratize การเขียนโปรแกรม
    เขียนโปรแกรมด้วยภาษาอังกฤษแทนโค้ด
    คนทั่วไปสร้างซอฟต์แวร์ได้ง่ายขึ้น
    นักพัฒนาสามารถสร้างซอฟต์แวร์แบบ “ใช้ครั้งเดียวทิ้ง” เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

    สัญญาณของอนาคต: LLM GUI
    Gemini Nano Banana แสดงให้เห็นการรวม text + image + knowledge ในโมเดลเดียว
    อนาคตของ LLM จะไม่ใช่ “แชต” แต่เป็น “อินเทอร์เฟซภาพ” ที่มนุษย์ถนัดกว่า

    ประเด็นที่ต้องระวัง
    RLVR อาจทำให้โมเดลเก่งเฉพาะโดเมนที่ตรวจสอบได้ แต่ยังอ่อนในโดเมนเปิด
    benchmark อาจหลอกตา ทำให้ประเมินความสามารถโมเดลผิด
    agent ที่รันบนเครื่องผู้ใช้ต้องระวังเรื่องสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลและความปลอดภัย

    https://karpathy.bearblog.dev/year-in-review-2025/
    🤖 2025: ปีที่ LLM เปลี่ยนรูปร่าง—จาก “โมเดลที่ถูกสอน” สู่ “สิ่งมีชีวิตเชิงตรรกะที่ถูกเรียกใช้” ปี 2025 เป็นปีที่วงการ LLM เปลี่ยนโฉมอย่างชัดเจนที่สุดตั้งแต่ยุค GPT‑3 เพราะเป็นปีที่ Reinforcement Learning from Verifiable Rewards (RLVR) กลายเป็นแกนกลางของการพัฒนาโมเดลแทนการพึ่ง SFT + RLHF แบบเดิม การฝึกด้วยรางวัลที่ตรวจสอบได้อัตโนมัติในโดเมนอย่างคณิตศาสตร์และโค้ด ทำให้โมเดล “ค้นพบ” กลยุทธ์การคิดด้วยตัวเอง เช่น การแตกโจทย์เป็นขั้นตอน การย้อนกลับไปตรวจคำตอบ และการสร้าง reasoning trace ที่ยาวขึ้นเพื่อเพิ่มความแม่นยำ สิ่งนี้ทำให้ LLM ดูเหมือน “คิดเป็น” มากขึ้นในสายตาของมนุษย์ นอกจากความก้าวหน้าทางเทคนิคแล้ว ปีนี้ยังเป็นปีที่อุตสาหกรรมเริ่มเข้าใจ “รูปร่างของสติปัญญาแบบ LLM” ว่ามันไม่ใช่สัตว์วิวัฒนาการ แต่เป็น “ผี” ที่ถูกเรียกขึ้นมาจากการ optimize ตามแรงกดดันของข้อมูลและรางวัล ทำให้ความสามารถของโมเดลมีลักษณะ “เป็นหยัก” (jagged) เก่งมากในบางเรื่องและงงงวยในบางเรื่องอย่างสุดขั้ว สิ่งนี้ทำให้ความเชื่อใน benchmark ลดลง เพราะโมเดลสามารถ “โตตาม benchmark” ได้ง่ายผ่าน RLVR และ synthetic data ปีนี้ยังเป็นปีที่ LLM apps เช่น Cursor และ Claude Code แสดงให้เห็นว่า “แอป LLM” คือเลเยอร์ใหม่ของซอฟต์แวร์—เป็นตัว orchestrate โมเดลหลายตัว, จัดการ context, เชื่อมต่อเครื่องมือ และสร้าง GUI เฉพาะงาน Cursor ทำให้เกิดคำว่า “Cursor for X” ส่วน Claude Code แสดงให้เห็นว่า agent ที่รันบนเครื่องผู้ใช้โดยตรงสามารถเปลี่ยน workflow ของนักพัฒนาได้อย่างสิ้นเชิง ท้ายที่สุด ปี 2025 คือปีที่ “vibe coding” กลายเป็นเรื่องปกติ—การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาอังกฤษแทนโค้ด ทำให้คนทั่วไปสร้างซอฟต์แวร์ได้ และทำให้โปรแกรมเมอร์สร้างซอฟต์แวร์มากกว่าที่เคยเป็นไปได้ นอกจากนี้โมเดลอย่าง Gemini Nano Banana ยังเผยให้เห็นอนาคตของ “LLM GUI” ที่ผสานข้อความ ภาพ และความรู้เข้าด้วยกันในโมเดลเดียว 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ การเปลี่ยนแปลงใหญ่ของสถาปัตยกรรม LLM ในปี 2025 ➡️ RLVR กลายเป็นแกนหลักแทน SFT + RLHF ➡️ โมเดลเรียนรู้กลยุทธ์ reasoning ด้วยตัวเองผ่านรางวัลที่ตรวจสอบได้ ➡️ ความสามารถเพิ่มขึ้นจาก “การคิดนานขึ้น” ไม่ใช่แค่โมเดลใหญ่ขึ้น ✅ ความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับ “สติปัญญาแบบ LLM” ➡️ LLM ไม่ได้วิวัฒน์แบบสัตว์ แต่ถูก optimize แบบ “ผี” ตามแรงกดดันข้อมูล ➡️ ความสามารถเป็นหยัก—เก่งมากในบางเรื่อง งงมากในบางเรื่อง ➡️ benchmark เริ่มไม่น่าเชื่อถือเพราะถูก optimize ทับซ้อนด้วย RLVR ✅ การเกิดขึ้นของเลเยอร์ใหม่: LLM Apps ➡️ Cursor แสดงให้เห็นว่าแอป LLM คือ orchestration layer ใหม่ของซอฟต์แวร์ ➡️ Claude Code คือ agent ที่รันบนเครื่องผู้ใช้ เปลี่ยน workflow นักพัฒนาโดยตรง ➡️ LLM apps จะเป็นตัว “ประกอบทีม AI” สำหรับงานเฉพาะทาง ✅ Vibe Coding และการ democratize การเขียนโปรแกรม ➡️ เขียนโปรแกรมด้วยภาษาอังกฤษแทนโค้ด ➡️ คนทั่วไปสร้างซอฟต์แวร์ได้ง่ายขึ้น ➡️ นักพัฒนาสามารถสร้างซอฟต์แวร์แบบ “ใช้ครั้งเดียวทิ้ง” เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ✅ สัญญาณของอนาคต: LLM GUI ➡️ Gemini Nano Banana แสดงให้เห็นการรวม text + image + knowledge ในโมเดลเดียว ➡️ อนาคตของ LLM จะไม่ใช่ “แชต” แต่เป็น “อินเทอร์เฟซภาพ” ที่มนุษย์ถนัดกว่า ‼️ ประเด็นที่ต้องระวัง ⛔ RLVR อาจทำให้โมเดลเก่งเฉพาะโดเมนที่ตรวจสอบได้ แต่ยังอ่อนในโดเมนเปิด ⛔ benchmark อาจหลอกตา ทำให้ประเมินความสามารถโมเดลผิด ⛔ agent ที่รันบนเครื่องผู้ใช้ต้องระวังเรื่องสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลและความปลอดภัย https://karpathy.bearblog.dev/year-in-review-2025/
    KARPATHY.BEARBLOG.DEV
    2025 LLM Year in Review
    2025 Year in Review of LLM paradigm changes
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 332 มุมมอง 0 รีวิว
  • เจอของดีใน Goodwill! GTX 1660 Super ราคาแค่ $8.40 — การ์ดที่ยังเล่นเกม 1080p ได้สบาย

    เรื่องราวสุดเซอร์ไพรส์จากชุมชน PC Master Race บน Reddit กลายเป็นไวรัล เมื่อผู้ใช้รายหนึ่งพบ GeForce GTX 1660 Super ในร้าน Goodwill ในราคาเพียง $8.40 ซึ่งถือว่าถูกอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อเทียบกับราคามือสองปัจจุบันที่ยังอยู่ราว $50–$100 ตามข้อมูลในข่าว การ์ดที่พบเป็นรุ่นของ MSI และจากภาพที่แชร์ดูเหมือนจะอยู่ในสภาพดีและใช้งานได้จริง.

    GTX 1660 Super เปิดตัวในปี 2019 ใช้สถาปัตยกรรม Turing และเป็นหนึ่งใน GPU ยอดนิยมสำหรับเกมเมอร์ระดับกลาง ด้วย GDDR6 6GB ที่ให้แบนด์วิดท์สูงกว่า GTX 1660 รุ่นปกติ แม้จะไม่มี RT Cores หรือ DLSS แต่ก็ยังเป็นการ์ดที่เล่นเกม eSports และเกม AAA รุ่นเก่าได้ดีในระดับ 1080p โดยอาจต้องปรับกราฟิกเล็กน้อยในเกมใหม่ๆ ตามข้อมูลในหน้าเว็บนี้ระบุว่าแม้จะเก่า แต่ก็ยัง “คุ้มค่า” อย่างมากเมื่อเทียบกับราคา.

    ข่าวนี้ยังสะท้อนเทรนด์ที่เกิดขึ้นบ่อยขึ้นในชุมชน PC — การพบฮาร์ดแวร์ดีๆ ในร้านมือสองหรือร้านบริจาค เช่นกรณีที่มีคนเคยเจอ RTX 3060 ราคา $4.99 หรือ GTX 1060 ราคา $5 แต่กลับพบว่าเป็น GTX 560 Ti อยู่ในกล่องแทน ซึ่งเป็นตัวอย่างว่าการล่าของถูกก็มีทั้งโชคดีและโชคร้ายปะปนกันไป.

    ในภาพรวม เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่าตลาดมือสองยังเต็มไปด้วย “สมบัติที่ซ่อนอยู่” โดยเฉพาะในยุคที่ราคาการ์ดจอผันผวนอย่างหนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และยังสะท้อนความทนทานของ GPU ยุคก่อนที่ยังสามารถใช้งานได้ดีแม้ผ่านมาหลายปี.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    พบ GTX 1660 Super ในราคาเพียง $8.40 ที่ร้าน Goodwill
    ราคามือสองปกติยังอยู่ที่ $50–$100
    รุ่นที่เจอเป็น MSI และอยู่ในสภาพใช้งานได้

    GTX 1660 Super ยังเป็นการ์ดที่ดีสำหรับ 1080p
    ใช้ GDDR6 6GB แรงกว่า GTX 1660 รุ่นปกติ
    เล่น eSports และเกม AAA รุ่นเก่าได้ดี

    มีเคสคล้ายกันในอดีตที่เจอของดีราคาถูกมาก
    เช่น RTX 3060 ราคา $4.99
    แต่ก็มีเคสที่เจอการ์ดผิดรุ่นในกล่อง

    สะท้อนเทรนด์การล่าฮาร์ดแวร์มือสองที่ยังคึกคัก
    GPU รุ่นเก่ายังมีคุณค่าและใช้งานได้ดี

    ประเด็นที่ควรระวัง / คำเตือน
    การซื้อของมือสองมีความเสี่ยงด้านสภาพการใช้งาน
    อาจเจอการ์ดเสีย ซ่อมไม่ได้ หรือมีปัญหาความร้อน

    บางร้านอาจมีการสลับของในกล่อง
    เคยมีเคสซื้อ GTX 1060 แต่เจอ GTX 560 Ti แทน

    การ์ดรุ่นเก่าอาจไม่รองรับฟีเจอร์ใหม่ๆ
    เช่น DLSS, Ray Tracing หรือเกมที่ต้องการ VRAM สูง

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/savvy-pc-builder-finds-geforce-gtx-1660-super-for-just-usd8-40-at-thrift-store-goodwill-purchase-comes-with-6gb-of-vram-for-1080p-gaming-still-sells-for-up-to-usd100
    🛒💥 เจอของดีใน Goodwill! GTX 1660 Super ราคาแค่ $8.40 — การ์ดที่ยังเล่นเกม 1080p ได้สบาย เรื่องราวสุดเซอร์ไพรส์จากชุมชน PC Master Race บน Reddit กลายเป็นไวรัล เมื่อผู้ใช้รายหนึ่งพบ GeForce GTX 1660 Super ในร้าน Goodwill ในราคาเพียง $8.40 ซึ่งถือว่าถูกอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อเทียบกับราคามือสองปัจจุบันที่ยังอยู่ราว $50–$100 ตามข้อมูลในข่าว การ์ดที่พบเป็นรุ่นของ MSI และจากภาพที่แชร์ดูเหมือนจะอยู่ในสภาพดีและใช้งานได้จริง. GTX 1660 Super เปิดตัวในปี 2019 ใช้สถาปัตยกรรม Turing และเป็นหนึ่งใน GPU ยอดนิยมสำหรับเกมเมอร์ระดับกลาง ด้วย GDDR6 6GB ที่ให้แบนด์วิดท์สูงกว่า GTX 1660 รุ่นปกติ แม้จะไม่มี RT Cores หรือ DLSS แต่ก็ยังเป็นการ์ดที่เล่นเกม eSports และเกม AAA รุ่นเก่าได้ดีในระดับ 1080p โดยอาจต้องปรับกราฟิกเล็กน้อยในเกมใหม่ๆ ตามข้อมูลในหน้าเว็บนี้ระบุว่าแม้จะเก่า แต่ก็ยัง “คุ้มค่า” อย่างมากเมื่อเทียบกับราคา. ข่าวนี้ยังสะท้อนเทรนด์ที่เกิดขึ้นบ่อยขึ้นในชุมชน PC — การพบฮาร์ดแวร์ดีๆ ในร้านมือสองหรือร้านบริจาค เช่นกรณีที่มีคนเคยเจอ RTX 3060 ราคา $4.99 หรือ GTX 1060 ราคา $5 แต่กลับพบว่าเป็น GTX 560 Ti อยู่ในกล่องแทน ซึ่งเป็นตัวอย่างว่าการล่าของถูกก็มีทั้งโชคดีและโชคร้ายปะปนกันไป. ในภาพรวม เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่าตลาดมือสองยังเต็มไปด้วย “สมบัติที่ซ่อนอยู่” โดยเฉพาะในยุคที่ราคาการ์ดจอผันผวนอย่างหนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และยังสะท้อนความทนทานของ GPU ยุคก่อนที่ยังสามารถใช้งานได้ดีแม้ผ่านมาหลายปี. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ พบ GTX 1660 Super ในราคาเพียง $8.40 ที่ร้าน Goodwill ➡️ ราคามือสองปกติยังอยู่ที่ $50–$100 ➡️ รุ่นที่เจอเป็น MSI และอยู่ในสภาพใช้งานได้ ✅ GTX 1660 Super ยังเป็นการ์ดที่ดีสำหรับ 1080p ➡️ ใช้ GDDR6 6GB แรงกว่า GTX 1660 รุ่นปกติ ➡️ เล่น eSports และเกม AAA รุ่นเก่าได้ดี ✅ มีเคสคล้ายกันในอดีตที่เจอของดีราคาถูกมาก ➡️ เช่น RTX 3060 ราคา $4.99 ➡️ แต่ก็มีเคสที่เจอการ์ดผิดรุ่นในกล่อง ✅ สะท้อนเทรนด์การล่าฮาร์ดแวร์มือสองที่ยังคึกคัก ➡️ GPU รุ่นเก่ายังมีคุณค่าและใช้งานได้ดี ⚠️ ประเด็นที่ควรระวัง / คำเตือน ‼️ การซื้อของมือสองมีความเสี่ยงด้านสภาพการใช้งาน ⛔ อาจเจอการ์ดเสีย ซ่อมไม่ได้ หรือมีปัญหาความร้อน ‼️ บางร้านอาจมีการสลับของในกล่อง ⛔ เคยมีเคสซื้อ GTX 1060 แต่เจอ GTX 560 Ti แทน ‼️ การ์ดรุ่นเก่าอาจไม่รองรับฟีเจอร์ใหม่ๆ ⛔ เช่น DLSS, Ray Tracing หรือเกมที่ต้องการ VRAM สูง https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/savvy-pc-builder-finds-geforce-gtx-1660-super-for-just-usd8-40-at-thrift-store-goodwill-purchase-comes-with-6gb-of-vram-for-1080p-gaming-still-sells-for-up-to-usd100
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 250 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline

    #รวมข่าวIT #20251219 #securityonline

    FreeBSD เจอช่องโหว่ร้ายแรงจาก IPv6
    เรื่องนี้เป็นการค้นพบช่องโหว่ใหม่ในระบบเครือข่ายของ FreeBSD ที่อันตรายมาก เพราะแค่มีคนส่งแพ็กเก็ต IPv6 ที่ถูกปรับแต่งมาอย่างเจาะจง ก็สามารถทำให้เครื่องเป้าหมายรันคำสั่งของผู้โจมตีได้ทันที ช่องโหว่นี้เกิดจากการที่โปรแกรม rtsol และ rtsold ซึ่งใช้จัดการการตั้งค่า IPv6 แบบอัตโนมัติ ไปส่งข้อมูลต่อให้กับ resolvconf โดยไม่ตรวจสอบความถูกต้อง ผลคือคำสั่งที่แฝงมาในข้อมูลสามารถถูกประมวลผลเหมือนเป็นคำสั่ง shell จริง ๆ แม้การโจมตีจะจำกัดอยู่ในเครือข่ายท้องถิ่น เช่น Wi-Fi สาธารณะหรือ LAN ที่ไม่ปลอดภัย แต่ก็ถือว่าเสี่ยงมาก ผู้ใช้ที่เปิด IPv6 และยังไม่ได้อัปเดตต้องรีบแพตช์ทันทีเพื่อป้องกันการถูกยึดเครื่อง
    https://securityonline.info/freebsd-network-alert-malicious-ipv6-packets-can-trigger-remote-code-execution-via-resolvconf-cve-2025-14558

    ช่องโหว่ใหม่ใน Roundcube Webmail
    ระบบอีเมลโอเพนซอร์สชื่อดัง Roundcube ได้ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ร้ายแรงสองจุดที่อาจทำให้ผู้โจมตีแอบรันสคริปต์หรือดึงข้อมูลจากกล่องอีเมลได้ ช่องโหว่แรกคือ XSS ที่ซ่อนอยู่ในไฟล์ SVG โดยใช้แท็ก animate ทำให้เมื่อผู้ใช้เปิดอีเมลที่มีภาพ SVG ที่ถูกปรับแต่ง JavaScript ก็จะทำงานทันที อีกช่องโหว่คือการจัดการ CSS ที่ผิดพลาด ทำให้ผู้โจมตีสามารถเลี่ยงตัวกรองและดึงข้อมูลจากอินเทอร์เฟซเว็บเมลได้ ทั้งสองช่องโหว่ถูกจัดระดับความรุนแรงสูง ผู้ดูแลระบบควรรีบอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดของ Roundcube 1.6 และ 1.5 LTS เพื่อความปลอดภัย
    https://securityonline.info/roundcube-alert-high-severity-svg-xss-and-css-sanitizer-flaws-threaten-webmail-privacy

    YouTube Ghost Network และมัลแวร์ GachiLoader
    นักวิจัยจาก Check Point Research พบการโจมตีใหม่ที่ใช้ YouTube เป็นช่องทางแพร่กระจายมัลแวร์ โดยกลุ่มผู้โจมตีจะยึดบัญชี YouTube ที่มีชื่อเสียง แล้วอัปโหลดวิดีโอที่โฆษณาซอฟต์แวร์เถื่อนหรือสูตรโกงเกม พร้อมใส่ลิงก์ดาวน์โหลดที่แท้จริงคือมัลแวร์ GachiLoader เขียนด้วย Node.js ที่ถูกทำให้ซับซ้อนเพื่อหลบการตรวจจับ เมื่อรันแล้วจะโหลดตัวขโมยข้อมูล Rhadamanthys เข้ามาเพื่อดึงรหัสผ่านและข้อมูลสำคัญ จุดเด่นคือเทคนิคการฉีดโค้ดผ่าน DLL โดยใช้ Vectored Exception Handling ทำให้ยากต่อการตรวจจับ ผู้ใช้ควรระวังการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ฟรีจากลิงก์ใน YouTube เพราะอาจเป็นกับดักที่ซ่อนมัลแวร์ไว้
    https://securityonline.info/youtube-ghost-network-the-new-gachiloader-malware-hiding-in-your-favorite-video-links

    Supply Chain Attack บน NuGet: Nethereum.All ปลอม
    มีการค้นพบแคมเปญโจมตีที่ซับซ้อนซึ่งมุ่งเป้าไปที่นักพัฒนา .NET ที่ทำงานกับคริปโต โดยผู้โจมตีสร้างแพ็กเกจปลอมชื่อ Nethereum.All เลียนแบบไลบรารีจริงที่ใช้เชื่อมต่อ Ethereum และเผยแพร่บน NuGet พร้อมตัวเลขดาวน์โหลดปลอมกว่า 10 ล้านครั้งเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ภายในโค้ดมีฟังก์ชันแอบซ่อนเพื่อขโมยเงินจากธุรกรรมหรือดึงข้อมูลลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้โจมตี นอกจากนี้ยังมีแพ็กเกจปลอมอื่น ๆ เช่น NBitcoin.Unified และ SolnetAll ที่เลียนแบบไลบรารีของ Bitcoin และ Solana การโจมตีนี้ใช้เทคนิคการปลอมแปลงอย่างแนบเนียน ทำให้นักพัฒนาที่ไม่ตรวจสอบผู้เขียนแพ็กเกจอาจตกเป็นเหยื่อได้ง่าย
    https://securityonline.info/poisoned-dependencies-how-nethereum-all-and-10m-fake-downloads-looted-net-crypto-developers

    ช่องโหว่ UEFI บนเมนบอร์ด
    ASRock, ASUS, MSI CERT/CCเปิดเผยช่องโหว่ใหม่ที่เกิดขึ้นในเฟิร์มแวร์ UEFI ของหลายผู้ผลิต เช่น ASRock, ASUS, GIGABYTE และ MSI โดยปัญหาคือระบบรายงานว่ามีการเปิดการป้องกัน DMA แล้ว แต่จริง ๆ IOMMU ไม่ได้ถูกตั้งค่าอย่างถูกต้อง ทำให้ในช่วง early-boot ผู้โจมตีที่มีอุปกรณ์ PCIe สามารถเข้าถึงและแก้ไขหน่วยความจำได้ก่อนที่ระบบปฏิบัติการจะเริ่มทำงาน ผลคือสามารถฉีดโค้ดหรือดึงข้อมูลลับออกมาได้โดยที่ซอฟต์แวร์ป้องกันไม่สามารถตรวจจับได้ ช่องโหว่นี้มีความรุนแรงสูงและต้องรีบอัปเดตเฟิร์มแวร์ทันที โดยเฉพาะในองค์กรที่ไม่สามารถควบคุมการเข้าถึงทางกายภาพได้อย่างเข้มงวด
    https://securityonline.info/early-boot-attack-uefi-flaw-in-asrock-asus-msi-boards-lets-hackers-bypass-os-security-via-pcie

    VPN Betrayal: ส่วนขยาย VPN ฟรีที่หักหลังผู้ใช้
    เรื่องนี้เป็นการเปิดโปงครั้งใหญ่จากบริษัทด้านความปลอดภัย KOI ที่พบว่า Urban VPN Proxy และส่วนขยาย VPN ฟรีอื่น ๆ กำลังแอบเก็บข้อมูลการสนทนาของผู้ใช้กับแพลตฟอร์ม AI โดยตรง ทั้งข้อความที่ผู้ใช้พิมพ์และคำตอบที่ AI ตอบกลับมา ถูกส่งต่อไปยังบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลและการตลาดเพื่อใช้ยิงโฆษณาเจาะจงพฤติกรรมผู้ใช้ แม้ผู้ใช้จะปิดฟังก์ชัน VPN หรือการบล็อกโฆษณา แต่สคริปต์ที่ฝังไว้ก็ยังทำงานอยู่ วิธีเดียวที่จะหยุดได้คือการถอนการติดตั้งออกไปเลย เหตุการณ์นี้กระทบแพลตฟอร์ม AI แทบทั้งหมด ตั้งแต่ ChatGPT, Claude, Gemini, Copilot ไปจนถึง Meta AI และ Perplexity ทำให้ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง
    https://securityonline.info/vpn-betrayal-popular-free-extensions-caught-siphoning-8-million-users-private-ai-chats

    The Final Cut: ออสการ์ย้ายบ้านไป YouTube ในปี 2029
    วงการภาพยนตร์กำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อ Academy Awards หรือออสการ์ประกาศว่าจะยุติการถ่ายทอดสดทาง ABC หลังครบรอบ 100 ปีในปี 2028 และตั้งแต่ปี 2029 เป็นต้นไปจะถ่ายทอดสดผ่าน YouTube เพียงช่องทางเดียว การย้ายครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแพลตฟอร์ม แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ชมทั่วโลกเข้าถึงได้ฟรีและมีปฏิสัมพันธ์มากขึ้นผ่านฟีเจอร์ของ YouTube นอกจากนี้ Google Arts & Culture จะเข้ามาช่วยดิจิไทซ์คลังภาพยนตร์และประวัติศาสตร์ของ Academy เพื่อเผยแพร่สู่สาธารณะ ถือเป็นการปรับตัวครั้งสำคัญเพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่หันไปเสพสื่อออนไลน์มากกว่าทีวี
    https://securityonline.info/the-final-cut-why-the-oscars-are-leaving-abc-for-a-youtube-only-future-in-2029

    Phantom v3.5: มัลแวร์ปลอมตัวเป็น Adobe Update
    ภัยใหม่มาในรูปแบบที่ดูเหมือนธรรมดา Phantom v3.5 แฝงตัวเป็นไฟล์ติดตั้ง Adobe เวอร์ชันปลอม เมื่อผู้ใช้เปิดไฟล์ มันจะรันสคริปต์ที่ดึง Payload จากโดเมนอันตราย แล้วเริ่มดูดข้อมูลทุกอย่าง ตั้งแต่รหัสผ่าน คุกกี้ เบราว์เซอร์ ไปจนถึงกระเป๋าเงินคริปโต ความพิเศษคือมันไม่ใช้เซิร์ฟเวอร์ควบคุมแบบทั่วไป แต่ส่งข้อมูลออกไปผ่านอีเมล SMTP โดยตรง ทำให้การตรวจจับยากขึ้น เหตุการณ์นี้เตือนให้ผู้ใช้ระวังการดาวน์โหลดไฟล์จากแหล่งที่ไม่เป็นทางการ และตรวจสอบเวอร์ชันหรือไฟล์ที่อ้างว่าเป็น Installer ให้ดี
    https://securityonline.info/phantom-v3-5-alert-new-info-stealer-disguised-as-adobe-update-uses-smtp-to-loot-digital-lives

    Kubernetes Alert: ช่องโหว่ Headlamp เสี่ยงถูกยึด Cluster
    มีการค้นพบช่องโหว่ร้ายแรงใน Headlamp ซึ่งเป็น UI สำหรับ Kubernetes ที่ทำให้ผู้โจมตีที่ไม่ได้รับสิทธิ์สามารถใช้ Credential ที่ถูกแคชไว้เพื่อเข้าถึงฟังก์ชัน Helm ได้โดยตรง หากผู้ดูแลระบบเคยใช้งาน Helm ผ่าน Headlamp แล้ว Credential ถูกเก็บไว้ ผู้โจมตีที่เข้าถึง Dashboard สามารถสั่ง Deploy หรือแก้ไข Release ได้ทันทีโดยไม่ต้องล็อกอิน ช่องโหว่นี้มีคะแนน CVSS สูงถึง 8.8 และกระทบเวอร์ชัน v0.38.0 ลงไป ทีมพัฒนาได้ออกแพตช์ v0.39.0 เพื่อแก้ไขแล้ว ผู้ดูแลระบบควรอัปเดตทันทีหรือปิดการเข้าถึงสาธารณะเพื่อป้องกันการโจมตี
    https://securityonline.info/kubernetes-alert-headlamp-flaw-cve-2025-14269-lets-unauthenticated-users-hijack-helm-clusters

    WatchGuard Under Siege: ช่องโหว่ Zero-Day รุนแรง CVSS 9.3 ถูกโจมตีจริงเพื่อยึดครอง Firewall
    เรื่องนี้เป็นการเปิดเผยช่องโหว่ใหม่ใน WatchGuard Firebox ที่ถูกระบุว่า CVE-2025-14733 มีคะแนนความรุนแรงสูงถึง 9.3 ทำให้แฮกเกอร์สามารถส่งคำสั่งจากระยะไกลโดยไม่ต้องยืนยันตัวตน และเข้าควบคุมระบบไฟร์วอลล์ได้ทันที ช่องโหว่นี้เกิดจากการจัดการผิดพลาดในกระบวนการ IKEv2 ของ VPN ที่ทำให้เกิดการเขียนข้อมูลเกินขอบเขต (Out-of-bounds Write) ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถฝังคำสั่งอันตรายลงไปในระบบได้ แม้ผู้ดูแลระบบจะปิดการใช้งาน VPN แบบ Mobile User หรือ Branch Office ไปแล้ว แต่หากมีการตั้งค่าเก่าอยู่ก็ยังเสี่ยงต่อการถูกโจมตีอยู่ดี WatchGuard ได้ออกแพตช์แก้ไขแล้ว แต่ก็เตือนว่าผู้ที่ถูกโจมตีไปแล้วควรเปลี่ยนรหัสผ่านและคีย์ทั้งหมด เพราะข้อมูลอาจถูกขโมยไปก่อนหน้านี้แล้ว
    https://securityonline.info/watchguard-under-siege-critical-cvss-9-3-zero-day-exploited-in-the-wild-to-hijack-corporate-firewalls

    Log4j’s Security Blind Spot: ช่องโหว่ TLS ใหม่เปิดทางให้ดักข้อมูล Log
    Apache ได้ออกอัปเดตแก้ไขช่องโหว่ใน Log4j ที่ถูกระบุว่า CVE-2025-68161 ซึ่งเกิดจากการตรวจสอบ TLS hostname verification ที่ผิดพลาด แม้ผู้ดูแลระบบจะตั้งค่าให้ตรวจสอบชื่อโฮสต์แล้ว แต่ระบบกลับไม่ทำตาม ทำให้ผู้โจมตีสามารถแทรกตัวกลาง (Man-in-the-Middle) และดักข้อมูล log ที่ส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ได้ ข้อมูลเหล่านี้อาจมีรายละเอียดการทำงานของระบบหรือกิจกรรมผู้ใช้ที่สำคัญ ช่องโหว่นี้ถูกแก้ไขแล้วในเวอร์ชัน 2.25.3 และผู้ใช้ควรรีบอัปเดตทันที หากยังไม่สามารถอัปเดตได้ ก็มีวิธีแก้ชั่วคราวคือการจำกัด trust root ให้เฉพาะใบรับรองของเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้จริง
    https://securityonline.info/log4js-security-blind-spot-new-tls-flaw-lets-attackers-intercept-sensitive-logs-despite-encryption

    Visualizations Weaponized: ช่องโหว่ใหม่ใน Kibana เปิดทางโจมตี XSS ผ่าน Vega Charts
    Elastic ได้ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ CVE-2025-68385 ที่มีคะแนนความรุนแรง 7.2 ซึ่งเกิดขึ้นใน Kibana โดยเฉพาะฟีเจอร์ Vega Visualization ที่อนุญาตให้ผู้ใช้สร้างกราฟและแผนภาพแบบกำหนดเอง ช่องโหว่นี้ทำให้ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์สามารถฝังโค้ดอันตรายลงไปในกราฟได้ และเมื่อผู้ใช้คนอื่นเปิดดูกราฟนั้น โค้ดก็จะทำงานในเบราว์เซอร์ทันที ส่งผลให้เกิดการขโมย session หรือสั่งการที่ไม่ได้รับอนุญาต ช่องโหว่นี้กระทบหลายเวอร์ชันตั้งแต่ 7.x จนถึง 9.x Elastic ได้ออกเวอร์ชันแก้ไขแล้ว และแนะนำให้ผู้ดูแลรีบอัปเดตโดยด่วน https://securityonline.info/visualizations-weaponized-new-kibana-flaw-allows-xss-attacks-via-vega-charts

    Rust’s First Breach: ช่องโหว่แรกของ Rust ใน Linux Kernel
    นี่คือครั้งแรกที่โค้ด Rust ใน Linux Kernel ถูกระบุช่องโหว่อย่างเป็นทางการ โดย CVE-2025-68260 เกิดขึ้นใน Android Binder driver ที่ถูกเขียนใหม่ด้วย Rust ปัญหาคือการจัดการ linked list ที่ไม่ปลอดภัย ทำให้เกิด race condition เมื่อหลาย thread เข้ามาจัดการพร้อมกัน ส่งผลให้ pointer เสียหายและทำให้ระบบ crash ได้ การแก้ไขคือการปรับปรุงโค้ด Node::release ให้จัดการกับ list โดยตรงแทนการใช้ list ชั่วคราว ช่องโหว่นี้ถูกแก้ไขแล้วใน Linux 6.18.1 และ 6.19-rc1 ผู้ใช้ควรอัปเดต kernel เวอร์ชันล่าสุดเพื่อความปลอดภัย
    https://securityonline.info/rusts-first-breach-cve-2025-68260-marks-the-first-rust-vulnerability-in-the-linux-kernel

    The Grand Divorce: TikTok เซ็นสัญญา Landmark Deal ส่งมอบการควบคุมในสหรัฐให้กลุ่ม Oracle
    TikTok ได้เข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายของการแยกกิจการในสหรัฐ โดยจะตั้งบริษัทใหม่ชื่อ TikTok US Data Security Joint Venture LLC ซึ่งจะดูแลข้อมูลผู้ใช้ในสหรัฐ การรักษาความปลอดภัยของอัลกอริทึม และการตรวจสอบเนื้อหา โครงสร้างใหม่จะทำให้กลุ่มนักลงทุนในสหรัฐถือหุ้น 45% นักลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ ByteDance ถือ 30% และ ByteDance เองถือ 20% ทำให้การควบคุมหลักอยู่ในมือของสหรัฐ ข้อตกลงนี้คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 22 มกราคม 2026 ถือเป็นการปิดฉากความขัดแย้งยืดเยื้อเรื่องการควบคุม TikTok ในสหรัฐ
    https://securityonline.info/the-grand-divorce-tiktok-signs-landmark-deal-to-hand-u-s-control-to-oracle-led-group

    Fusion of Power: Trump Media จับมือ TAE Technologies สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟิวชัน
    เรื่องนี้เล่ากันเหมือนเป็นการพลิกบทบาทครั้งใหญ่ของ Trump Media ที่เดิมทีเป็นบริษัทแม่ของ Truth Social และมือถือ Trump T1 แต่กลับหันมาจับมือกับ TAE Technologies ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพด้านพลังงานฟิวชันที่มี Google และ Chevron หนุนหลัง การควบรวมครั้งนี้มีมูลค่าถึง 6 พันล้านดอลลาร์ เป้าหมายคือการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟิวชันเชิงพาณิชย์แห่งแรกของโลกภายใน 5 ปี แม้แวดวงวิทยาศาสตร์ยังคงสงสัยว่าฟิวชันจะพร้อมใช้งานจริงได้เร็วขนาดนั้นหรือไม่ แต่ดีลนี้ก็ทำให้หุ้น Trump Media พุ่งขึ้นทันที หลายคนมองว่าพลังที่แท้จริงอาจไม่ใช่ฟิวชัน แต่คืออิทธิพลทางการเมืองที่ช่วยเปิดทางให้ทุนและการอนุมัติจากรัฐบาล
    https://securityonline.info/fusion-of-power-trump-media-inks-6-billion-merger-to-build-worlds-first-fusion-power-plant

    The AI Super App: OpenAI เปิดตัว ChatGPT App Directory
    OpenAI กำลังผลักดัน ChatGPT ให้กลายเป็น “ซูเปอร์แอป” โดยเปิดตัว App Directory ที่เชื่อมต่อกับบริการภายนอกอย่าง Spotify, Dropbox, Apple Music และ DoorDash ผู้ใช้สามารถสั่งงานผ่านการสนทนา เช่น ให้สรุปรายงานจาก Google Drive หรือสร้างเพลย์ลิสต์เพลงใน Apple Music ได้ทันที นี่คือการเปลี่ยน ChatGPT จากเครื่องมือสร้างข้อความให้กลายเป็นผู้ช่วยที่ทำงานแทนเราได้จริง นอกจากนี้ OpenAI ยังเปิดโอกาสให้นักพัฒนาภายนอกสร้างแอปเข้ามาในระบบ พร้อมแนวทางหารายได้ที่อาจคล้ายกับ App Store ของ Apple จุดสำคัญคือการยกระดับ AI จากการ “ตอบคำถาม” ไปสู่การ “ทำงานแทน”
    https://securityonline.info/the-ai-super-app-arrives-openai-launches-chatgpt-app-directory-to-rule-your-digital-life

    Pay to Post: Meta ทดลองจำกัดการแชร์ลิงก์บน Facebook
    Meta กำลังทดสอบนโยบายใหม่ที่อาจทำให้ผู้สร้างคอนเทนต์บน Facebook ต้องจ่ายเงินเพื่อแชร์ลิงก์ โดยผู้ใช้ที่ไม่ได้สมัครบริการยืนยันตัวตน (blue-check) จะถูกจำกัดให้โพสต์ลิงก์ได้เพียง 2 ครั้งต่อเดือน หากต้องการมากกว่านั้นต้องจ่ายค่าสมัครรายเดือน 14.99 ดอลลาร์ การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนว่าบริษัทต้องการควบคุมการ “ไหลออกของทราฟฟิก” และหันไปหารายได้จากการบังคับให้ผู้ใช้จ่ายเพื่อสิทธิ์ที่เคยฟรีมาก่อน หลายคนมองว่านี่คือการผลัก Facebook เข้าสู่ระบบ “pay-to-play” อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งอาจทำให้ผู้สร้างรายเล็กๆ ต้องคิดหนักว่าจะอยู่ต่อหรือย้ายออก
    https://securityonline.info/pay-to-post-meta-tests-2-link-monthly-limit-for-unverified-facebook-creators

    Criminal IP จับมือ Palo Alto Networks Cortex XSOAR เสริมการตอบสนองภัยไซเบอร์ด้วย AI
    Criminal IP ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม threat intelligence ที่ใช้ AI ได้เข้ารวมกับ Cortex XSOAR ของ Palo Alto Networks เพื่อยกระดับการตอบสนองเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย จุดเด่นคือการเพิ่มข้อมูลเชิงลึกจากภายนอก เช่น พฤติกรรมของ IP, ประวัติการโจมตี, การเชื่อมโยงกับมัลแวร์ และการสแกนหลายขั้นตอนแบบอัตโนมัติ ทำให้ทีม SOC สามารถจัดการเหตุการณ์ได้เร็วและแม่นยำขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งการตรวจสอบแบบ manual การผสานนี้สะท้อนแนวโน้มใหม่ของโลกไซเบอร์ที่กำลังเดินหน้าไปสู่ “การป้องกันอัตโนมัติ” ที่ใช้ AI เป็นแกนหลัก
    https://securityonline.info/criminal-ip-and-palo-alto-networks-cortex-xsoar-integrate-to-bring-ai-driven-exposure-intelligence-to-automated-incident-response

    FIFA ร่วมมือ Netflix เปิดเกมฟุตบอลใหม่รับบอลโลก 2026
    หลังจากแยกทางกับ EA ที่สร้าง FIFA มานานเกือบ 30 ปี องค์กร FIFA ก็ยังไม่สามารถหาคู่หูที่สร้างเกมฟุตบอลระดับเรือธงได้ จนล่าสุด Netflix ประกาศว่าจะเปิดตัวเกมฟุตบอลใหม่ภายใต้แบรนด์ FIFA ในปี 2026 โดยให้ Delphi Interactive เป็นผู้พัฒนา จุดต่างสำคัญคือเกมนี้จะใช้สมาร์ทโฟนเป็นคอนโทรลเลอร์ ทำให้เล่นง่ายและเข้าถึงผู้เล่นทั่วไปมากขึ้น แทนที่จะเน้นความสมจริงแบบ EA Sports FC การจับมือกับ Netflix แสดงให้เห็นว่า FIFA เลือกเส้นทางใหม่ที่ไม่ชนตรงกับ EA แต่หันไปสร้างประสบการณ์แบบ “เกมปาร์ตี้” ที่เข้ากับแนวทางของ Netflix Games ซึ่งกำลังมุ่งไปที่เกมที่เล่นง่ายและเชื่อมโยงกับผู้ชมจำนวนมาก
    https://securityonline.info/fifas-post-ea-comeback-netflix-to-launch-a-reimagined-football-game-for-the-2026-world-cup

    Mario’s Deadly Upgrade: RansomHouse เปิดตัว Dual-Key Encryption
    กลุ่มอาชญากรไซเบอร์ที่ชื่อ Jolly Scorpius ซึ่งอยู่เบื้องหลังบริการ RansomHouse (ransomware-as-a-service) ได้ปรับปรุงเครื่องมือเข้ารหัสหลักของพวกเขาที่ชื่อ “Mario” จากเดิมที่ใช้วิธีเข้ารหัสแบบเส้นตรงธรรมดา กลายเป็นระบบที่ซับซ้อนและยืดหยุ่นมากขึ้น สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ Mario เวอร์ชันใหม่ไม่เพียงแค่เข้ารหัสไฟล์แบบตรงๆ แต่ใช้วิธี chunked processing คือแบ่งไฟล์ออกเป็นชิ้นๆ ที่มีขนาดเปลี่ยนแปลงได้ ทำให้การวิเคราะห์ย้อนกลับยากขึ้นมากสำหรับนักวิจัยด้านความปลอดภัย และที่น่ากังวลที่สุดคือการเพิ่ม dual-key encryption ซึ่งทำงานเหมือนระบบความปลอดภัยจริงๆ ที่ต้องใช้กุญแจสองชุดในการถอดรหัส หากผู้ป้องกันได้กุญแจเพียงชุดเดียว ข้อมูลก็ยังคงถูกล็อกแน่นหนา
    https://securityonline.info/marios-deadly-upgrade-ransomhouse-unveils-dual-key-encryption-to-defeat-backups-and-recovery/
    📌🔐🔵 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🔵🔐📌 #รวมข่าวIT #20251219 #securityonline 🛡️ FreeBSD เจอช่องโหว่ร้ายแรงจาก IPv6 เรื่องนี้เป็นการค้นพบช่องโหว่ใหม่ในระบบเครือข่ายของ FreeBSD ที่อันตรายมาก เพราะแค่มีคนส่งแพ็กเก็ต IPv6 ที่ถูกปรับแต่งมาอย่างเจาะจง ก็สามารถทำให้เครื่องเป้าหมายรันคำสั่งของผู้โจมตีได้ทันที ช่องโหว่นี้เกิดจากการที่โปรแกรม rtsol และ rtsold ซึ่งใช้จัดการการตั้งค่า IPv6 แบบอัตโนมัติ ไปส่งข้อมูลต่อให้กับ resolvconf โดยไม่ตรวจสอบความถูกต้อง ผลคือคำสั่งที่แฝงมาในข้อมูลสามารถถูกประมวลผลเหมือนเป็นคำสั่ง shell จริง ๆ แม้การโจมตีจะจำกัดอยู่ในเครือข่ายท้องถิ่น เช่น Wi-Fi สาธารณะหรือ LAN ที่ไม่ปลอดภัย แต่ก็ถือว่าเสี่ยงมาก ผู้ใช้ที่เปิด IPv6 และยังไม่ได้อัปเดตต้องรีบแพตช์ทันทีเพื่อป้องกันการถูกยึดเครื่อง 🔗 https://securityonline.info/freebsd-network-alert-malicious-ipv6-packets-can-trigger-remote-code-execution-via-resolvconf-cve-2025-14558 📧 ช่องโหว่ใหม่ใน Roundcube Webmail ระบบอีเมลโอเพนซอร์สชื่อดัง Roundcube ได้ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ร้ายแรงสองจุดที่อาจทำให้ผู้โจมตีแอบรันสคริปต์หรือดึงข้อมูลจากกล่องอีเมลได้ ช่องโหว่แรกคือ XSS ที่ซ่อนอยู่ในไฟล์ SVG โดยใช้แท็ก animate ทำให้เมื่อผู้ใช้เปิดอีเมลที่มีภาพ SVG ที่ถูกปรับแต่ง JavaScript ก็จะทำงานทันที อีกช่องโหว่คือการจัดการ CSS ที่ผิดพลาด ทำให้ผู้โจมตีสามารถเลี่ยงตัวกรองและดึงข้อมูลจากอินเทอร์เฟซเว็บเมลได้ ทั้งสองช่องโหว่ถูกจัดระดับความรุนแรงสูง ผู้ดูแลระบบควรรีบอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดของ Roundcube 1.6 และ 1.5 LTS เพื่อความปลอดภัย 🔗 https://securityonline.info/roundcube-alert-high-severity-svg-xss-and-css-sanitizer-flaws-threaten-webmail-privacy 🎥 YouTube Ghost Network และมัลแวร์ GachiLoader นักวิจัยจาก Check Point Research พบการโจมตีใหม่ที่ใช้ YouTube เป็นช่องทางแพร่กระจายมัลแวร์ โดยกลุ่มผู้โจมตีจะยึดบัญชี YouTube ที่มีชื่อเสียง แล้วอัปโหลดวิดีโอที่โฆษณาซอฟต์แวร์เถื่อนหรือสูตรโกงเกม พร้อมใส่ลิงก์ดาวน์โหลดที่แท้จริงคือมัลแวร์ GachiLoader เขียนด้วย Node.js ที่ถูกทำให้ซับซ้อนเพื่อหลบการตรวจจับ เมื่อรันแล้วจะโหลดตัวขโมยข้อมูล Rhadamanthys เข้ามาเพื่อดึงรหัสผ่านและข้อมูลสำคัญ จุดเด่นคือเทคนิคการฉีดโค้ดผ่าน DLL โดยใช้ Vectored Exception Handling ทำให้ยากต่อการตรวจจับ ผู้ใช้ควรระวังการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ฟรีจากลิงก์ใน YouTube เพราะอาจเป็นกับดักที่ซ่อนมัลแวร์ไว้ 🔗 https://securityonline.info/youtube-ghost-network-the-new-gachiloader-malware-hiding-in-your-favorite-video-links 💰 Supply Chain Attack บน NuGet: Nethereum.All ปลอม มีการค้นพบแคมเปญโจมตีที่ซับซ้อนซึ่งมุ่งเป้าไปที่นักพัฒนา .NET ที่ทำงานกับคริปโต โดยผู้โจมตีสร้างแพ็กเกจปลอมชื่อ Nethereum.All เลียนแบบไลบรารีจริงที่ใช้เชื่อมต่อ Ethereum และเผยแพร่บน NuGet พร้อมตัวเลขดาวน์โหลดปลอมกว่า 10 ล้านครั้งเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ภายในโค้ดมีฟังก์ชันแอบซ่อนเพื่อขโมยเงินจากธุรกรรมหรือดึงข้อมูลลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้โจมตี นอกจากนี้ยังมีแพ็กเกจปลอมอื่น ๆ เช่น NBitcoin.Unified และ SolnetAll ที่เลียนแบบไลบรารีของ Bitcoin และ Solana การโจมตีนี้ใช้เทคนิคการปลอมแปลงอย่างแนบเนียน ทำให้นักพัฒนาที่ไม่ตรวจสอบผู้เขียนแพ็กเกจอาจตกเป็นเหยื่อได้ง่าย 🔗 https://securityonline.info/poisoned-dependencies-how-nethereum-all-and-10m-fake-downloads-looted-net-crypto-developers 💻 ช่องโหว่ UEFI บนเมนบอร์ด ASRock, ASUS, MSI CERT/CCเปิดเผยช่องโหว่ใหม่ที่เกิดขึ้นในเฟิร์มแวร์ UEFI ของหลายผู้ผลิต เช่น ASRock, ASUS, GIGABYTE และ MSI โดยปัญหาคือระบบรายงานว่ามีการเปิดการป้องกัน DMA แล้ว แต่จริง ๆ IOMMU ไม่ได้ถูกตั้งค่าอย่างถูกต้อง ทำให้ในช่วง early-boot ผู้โจมตีที่มีอุปกรณ์ PCIe สามารถเข้าถึงและแก้ไขหน่วยความจำได้ก่อนที่ระบบปฏิบัติการจะเริ่มทำงาน ผลคือสามารถฉีดโค้ดหรือดึงข้อมูลลับออกมาได้โดยที่ซอฟต์แวร์ป้องกันไม่สามารถตรวจจับได้ ช่องโหว่นี้มีความรุนแรงสูงและต้องรีบอัปเดตเฟิร์มแวร์ทันที โดยเฉพาะในองค์กรที่ไม่สามารถควบคุมการเข้าถึงทางกายภาพได้อย่างเข้มงวด 🔗 https://securityonline.info/early-boot-attack-uefi-flaw-in-asrock-asus-msi-boards-lets-hackers-bypass-os-security-via-pcie 🛡️ VPN Betrayal: ส่วนขยาย VPN ฟรีที่หักหลังผู้ใช้ เรื่องนี้เป็นการเปิดโปงครั้งใหญ่จากบริษัทด้านความปลอดภัย KOI ที่พบว่า Urban VPN Proxy และส่วนขยาย VPN ฟรีอื่น ๆ กำลังแอบเก็บข้อมูลการสนทนาของผู้ใช้กับแพลตฟอร์ม AI โดยตรง ทั้งข้อความที่ผู้ใช้พิมพ์และคำตอบที่ AI ตอบกลับมา ถูกส่งต่อไปยังบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลและการตลาดเพื่อใช้ยิงโฆษณาเจาะจงพฤติกรรมผู้ใช้ แม้ผู้ใช้จะปิดฟังก์ชัน VPN หรือการบล็อกโฆษณา แต่สคริปต์ที่ฝังไว้ก็ยังทำงานอยู่ วิธีเดียวที่จะหยุดได้คือการถอนการติดตั้งออกไปเลย เหตุการณ์นี้กระทบแพลตฟอร์ม AI แทบทั้งหมด ตั้งแต่ ChatGPT, Claude, Gemini, Copilot ไปจนถึง Meta AI และ Perplexity ทำให้ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง 🔗 https://securityonline.info/vpn-betrayal-popular-free-extensions-caught-siphoning-8-million-users-private-ai-chats 🎬 The Final Cut: ออสการ์ย้ายบ้านไป YouTube ในปี 2029 วงการภาพยนตร์กำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อ Academy Awards หรือออสการ์ประกาศว่าจะยุติการถ่ายทอดสดทาง ABC หลังครบรอบ 100 ปีในปี 2028 และตั้งแต่ปี 2029 เป็นต้นไปจะถ่ายทอดสดผ่าน YouTube เพียงช่องทางเดียว การย้ายครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแพลตฟอร์ม แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ชมทั่วโลกเข้าถึงได้ฟรีและมีปฏิสัมพันธ์มากขึ้นผ่านฟีเจอร์ของ YouTube นอกจากนี้ Google Arts & Culture จะเข้ามาช่วยดิจิไทซ์คลังภาพยนตร์และประวัติศาสตร์ของ Academy เพื่อเผยแพร่สู่สาธารณะ ถือเป็นการปรับตัวครั้งสำคัญเพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่หันไปเสพสื่อออนไลน์มากกว่าทีวี 🔗 https://securityonline.info/the-final-cut-why-the-oscars-are-leaving-abc-for-a-youtube-only-future-in-2029 ⚠️ Phantom v3.5: มัลแวร์ปลอมตัวเป็น Adobe Update ภัยใหม่มาในรูปแบบที่ดูเหมือนธรรมดา Phantom v3.5 แฝงตัวเป็นไฟล์ติดตั้ง Adobe เวอร์ชันปลอม เมื่อผู้ใช้เปิดไฟล์ มันจะรันสคริปต์ที่ดึง Payload จากโดเมนอันตราย แล้วเริ่มดูดข้อมูลทุกอย่าง ตั้งแต่รหัสผ่าน คุกกี้ เบราว์เซอร์ ไปจนถึงกระเป๋าเงินคริปโต ความพิเศษคือมันไม่ใช้เซิร์ฟเวอร์ควบคุมแบบทั่วไป แต่ส่งข้อมูลออกไปผ่านอีเมล SMTP โดยตรง ทำให้การตรวจจับยากขึ้น เหตุการณ์นี้เตือนให้ผู้ใช้ระวังการดาวน์โหลดไฟล์จากแหล่งที่ไม่เป็นทางการ และตรวจสอบเวอร์ชันหรือไฟล์ที่อ้างว่าเป็น Installer ให้ดี 🔗 https://securityonline.info/phantom-v3-5-alert-new-info-stealer-disguised-as-adobe-update-uses-smtp-to-loot-digital-lives ☸️ Kubernetes Alert: ช่องโหว่ Headlamp เสี่ยงถูกยึด Cluster มีการค้นพบช่องโหว่ร้ายแรงใน Headlamp ซึ่งเป็น UI สำหรับ Kubernetes ที่ทำให้ผู้โจมตีที่ไม่ได้รับสิทธิ์สามารถใช้ Credential ที่ถูกแคชไว้เพื่อเข้าถึงฟังก์ชัน Helm ได้โดยตรง หากผู้ดูแลระบบเคยใช้งาน Helm ผ่าน Headlamp แล้ว Credential ถูกเก็บไว้ ผู้โจมตีที่เข้าถึง Dashboard สามารถสั่ง Deploy หรือแก้ไข Release ได้ทันทีโดยไม่ต้องล็อกอิน ช่องโหว่นี้มีคะแนน CVSS สูงถึง 8.8 และกระทบเวอร์ชัน v0.38.0 ลงไป ทีมพัฒนาได้ออกแพตช์ v0.39.0 เพื่อแก้ไขแล้ว ผู้ดูแลระบบควรอัปเดตทันทีหรือปิดการเข้าถึงสาธารณะเพื่อป้องกันการโจมตี 🔗 https://securityonline.info/kubernetes-alert-headlamp-flaw-cve-2025-14269-lets-unauthenticated-users-hijack-helm-clusters 🛡️ WatchGuard Under Siege: ช่องโหว่ Zero-Day รุนแรง CVSS 9.3 ถูกโจมตีจริงเพื่อยึดครอง Firewall เรื่องนี้เป็นการเปิดเผยช่องโหว่ใหม่ใน WatchGuard Firebox ที่ถูกระบุว่า CVE-2025-14733 มีคะแนนความรุนแรงสูงถึง 9.3 ทำให้แฮกเกอร์สามารถส่งคำสั่งจากระยะไกลโดยไม่ต้องยืนยันตัวตน และเข้าควบคุมระบบไฟร์วอลล์ได้ทันที ช่องโหว่นี้เกิดจากการจัดการผิดพลาดในกระบวนการ IKEv2 ของ VPN ที่ทำให้เกิดการเขียนข้อมูลเกินขอบเขต (Out-of-bounds Write) ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถฝังคำสั่งอันตรายลงไปในระบบได้ แม้ผู้ดูแลระบบจะปิดการใช้งาน VPN แบบ Mobile User หรือ Branch Office ไปแล้ว แต่หากมีการตั้งค่าเก่าอยู่ก็ยังเสี่ยงต่อการถูกโจมตีอยู่ดี WatchGuard ได้ออกแพตช์แก้ไขแล้ว แต่ก็เตือนว่าผู้ที่ถูกโจมตีไปแล้วควรเปลี่ยนรหัสผ่านและคีย์ทั้งหมด เพราะข้อมูลอาจถูกขโมยไปก่อนหน้านี้แล้ว 🔗 https://securityonline.info/watchguard-under-siege-critical-cvss-9-3-zero-day-exploited-in-the-wild-to-hijack-corporate-firewalls 🔒 Log4j’s Security Blind Spot: ช่องโหว่ TLS ใหม่เปิดทางให้ดักข้อมูล Log Apache ได้ออกอัปเดตแก้ไขช่องโหว่ใน Log4j ที่ถูกระบุว่า CVE-2025-68161 ซึ่งเกิดจากการตรวจสอบ TLS hostname verification ที่ผิดพลาด แม้ผู้ดูแลระบบจะตั้งค่าให้ตรวจสอบชื่อโฮสต์แล้ว แต่ระบบกลับไม่ทำตาม ทำให้ผู้โจมตีสามารถแทรกตัวกลาง (Man-in-the-Middle) และดักข้อมูล log ที่ส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ได้ ข้อมูลเหล่านี้อาจมีรายละเอียดการทำงานของระบบหรือกิจกรรมผู้ใช้ที่สำคัญ ช่องโหว่นี้ถูกแก้ไขแล้วในเวอร์ชัน 2.25.3 และผู้ใช้ควรรีบอัปเดตทันที หากยังไม่สามารถอัปเดตได้ ก็มีวิธีแก้ชั่วคราวคือการจำกัด trust root ให้เฉพาะใบรับรองของเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้จริง 🔗 https://securityonline.info/log4js-security-blind-spot-new-tls-flaw-lets-attackers-intercept-sensitive-logs-despite-encryption 📊 Visualizations Weaponized: ช่องโหว่ใหม่ใน Kibana เปิดทางโจมตี XSS ผ่าน Vega Charts Elastic ได้ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ CVE-2025-68385 ที่มีคะแนนความรุนแรง 7.2 ซึ่งเกิดขึ้นใน Kibana โดยเฉพาะฟีเจอร์ Vega Visualization ที่อนุญาตให้ผู้ใช้สร้างกราฟและแผนภาพแบบกำหนดเอง ช่องโหว่นี้ทำให้ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์สามารถฝังโค้ดอันตรายลงไปในกราฟได้ และเมื่อผู้ใช้คนอื่นเปิดดูกราฟนั้น โค้ดก็จะทำงานในเบราว์เซอร์ทันที ส่งผลให้เกิดการขโมย session หรือสั่งการที่ไม่ได้รับอนุญาต ช่องโหว่นี้กระทบหลายเวอร์ชันตั้งแต่ 7.x จนถึง 9.x Elastic ได้ออกเวอร์ชันแก้ไขแล้ว และแนะนำให้ผู้ดูแลรีบอัปเดตโดยด่วน 🔗 https://securityonline.info/visualizations-weaponized-new-kibana-flaw-allows-xss-attacks-via-vega-charts 🦀 Rust’s First Breach: ช่องโหว่แรกของ Rust ใน Linux Kernel นี่คือครั้งแรกที่โค้ด Rust ใน Linux Kernel ถูกระบุช่องโหว่อย่างเป็นทางการ โดย CVE-2025-68260 เกิดขึ้นใน Android Binder driver ที่ถูกเขียนใหม่ด้วย Rust ปัญหาคือการจัดการ linked list ที่ไม่ปลอดภัย ทำให้เกิด race condition เมื่อหลาย thread เข้ามาจัดการพร้อมกัน ส่งผลให้ pointer เสียหายและทำให้ระบบ crash ได้ การแก้ไขคือการปรับปรุงโค้ด Node::release ให้จัดการกับ list โดยตรงแทนการใช้ list ชั่วคราว ช่องโหว่นี้ถูกแก้ไขแล้วใน Linux 6.18.1 และ 6.19-rc1 ผู้ใช้ควรอัปเดต kernel เวอร์ชันล่าสุดเพื่อความปลอดภัย 🔗 https://securityonline.info/rusts-first-breach-cve-2025-68260-marks-the-first-rust-vulnerability-in-the-linux-kernel 🇺🇸 The Grand Divorce: TikTok เซ็นสัญญา Landmark Deal ส่งมอบการควบคุมในสหรัฐให้กลุ่ม Oracle TikTok ได้เข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายของการแยกกิจการในสหรัฐ โดยจะตั้งบริษัทใหม่ชื่อ TikTok US Data Security Joint Venture LLC ซึ่งจะดูแลข้อมูลผู้ใช้ในสหรัฐ การรักษาความปลอดภัยของอัลกอริทึม และการตรวจสอบเนื้อหา โครงสร้างใหม่จะทำให้กลุ่มนักลงทุนในสหรัฐถือหุ้น 45% นักลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ ByteDance ถือ 30% และ ByteDance เองถือ 20% ทำให้การควบคุมหลักอยู่ในมือของสหรัฐ ข้อตกลงนี้คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 22 มกราคม 2026 ถือเป็นการปิดฉากความขัดแย้งยืดเยื้อเรื่องการควบคุม TikTok ในสหรัฐ 🔗 https://securityonline.info/the-grand-divorce-tiktok-signs-landmark-deal-to-hand-u-s-control-to-oracle-led-group ⚡ Fusion of Power: Trump Media จับมือ TAE Technologies สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟิวชัน เรื่องนี้เล่ากันเหมือนเป็นการพลิกบทบาทครั้งใหญ่ของ Trump Media ที่เดิมทีเป็นบริษัทแม่ของ Truth Social และมือถือ Trump T1 แต่กลับหันมาจับมือกับ TAE Technologies ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพด้านพลังงานฟิวชันที่มี Google และ Chevron หนุนหลัง การควบรวมครั้งนี้มีมูลค่าถึง 6 พันล้านดอลลาร์ เป้าหมายคือการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟิวชันเชิงพาณิชย์แห่งแรกของโลกภายใน 5 ปี แม้แวดวงวิทยาศาสตร์ยังคงสงสัยว่าฟิวชันจะพร้อมใช้งานจริงได้เร็วขนาดนั้นหรือไม่ แต่ดีลนี้ก็ทำให้หุ้น Trump Media พุ่งขึ้นทันที หลายคนมองว่าพลังที่แท้จริงอาจไม่ใช่ฟิวชัน แต่คืออิทธิพลทางการเมืองที่ช่วยเปิดทางให้ทุนและการอนุมัติจากรัฐบาล 🔗 https://securityonline.info/fusion-of-power-trump-media-inks-6-billion-merger-to-build-worlds-first-fusion-power-plant 🤖 The AI Super App: OpenAI เปิดตัว ChatGPT App Directory OpenAI กำลังผลักดัน ChatGPT ให้กลายเป็น “ซูเปอร์แอป” โดยเปิดตัว App Directory ที่เชื่อมต่อกับบริการภายนอกอย่าง Spotify, Dropbox, Apple Music และ DoorDash ผู้ใช้สามารถสั่งงานผ่านการสนทนา เช่น ให้สรุปรายงานจาก Google Drive หรือสร้างเพลย์ลิสต์เพลงใน Apple Music ได้ทันที นี่คือการเปลี่ยน ChatGPT จากเครื่องมือสร้างข้อความให้กลายเป็นผู้ช่วยที่ทำงานแทนเราได้จริง นอกจากนี้ OpenAI ยังเปิดโอกาสให้นักพัฒนาภายนอกสร้างแอปเข้ามาในระบบ พร้อมแนวทางหารายได้ที่อาจคล้ายกับ App Store ของ Apple จุดสำคัญคือการยกระดับ AI จากการ “ตอบคำถาม” ไปสู่การ “ทำงานแทน” 🔗 https://securityonline.info/the-ai-super-app-arrives-openai-launches-chatgpt-app-directory-to-rule-your-digital-life 💸 Pay to Post: Meta ทดลองจำกัดการแชร์ลิงก์บน Facebook Meta กำลังทดสอบนโยบายใหม่ที่อาจทำให้ผู้สร้างคอนเทนต์บน Facebook ต้องจ่ายเงินเพื่อแชร์ลิงก์ โดยผู้ใช้ที่ไม่ได้สมัครบริการยืนยันตัวตน (blue-check) จะถูกจำกัดให้โพสต์ลิงก์ได้เพียง 2 ครั้งต่อเดือน หากต้องการมากกว่านั้นต้องจ่ายค่าสมัครรายเดือน 14.99 ดอลลาร์ การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนว่าบริษัทต้องการควบคุมการ “ไหลออกของทราฟฟิก” และหันไปหารายได้จากการบังคับให้ผู้ใช้จ่ายเพื่อสิทธิ์ที่เคยฟรีมาก่อน หลายคนมองว่านี่คือการผลัก Facebook เข้าสู่ระบบ “pay-to-play” อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งอาจทำให้ผู้สร้างรายเล็กๆ ต้องคิดหนักว่าจะอยู่ต่อหรือย้ายออก 🔗 https://securityonline.info/pay-to-post-meta-tests-2-link-monthly-limit-for-unverified-facebook-creators 🛡️ Criminal IP จับมือ Palo Alto Networks Cortex XSOAR เสริมการตอบสนองภัยไซเบอร์ด้วย AI Criminal IP ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม threat intelligence ที่ใช้ AI ได้เข้ารวมกับ Cortex XSOAR ของ Palo Alto Networks เพื่อยกระดับการตอบสนองเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย จุดเด่นคือการเพิ่มข้อมูลเชิงลึกจากภายนอก เช่น พฤติกรรมของ IP, ประวัติการโจมตี, การเชื่อมโยงกับมัลแวร์ และการสแกนหลายขั้นตอนแบบอัตโนมัติ ทำให้ทีม SOC สามารถจัดการเหตุการณ์ได้เร็วและแม่นยำขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งการตรวจสอบแบบ manual การผสานนี้สะท้อนแนวโน้มใหม่ของโลกไซเบอร์ที่กำลังเดินหน้าไปสู่ “การป้องกันอัตโนมัติ” ที่ใช้ AI เป็นแกนหลัก 🔗 https://securityonline.info/criminal-ip-and-palo-alto-networks-cortex-xsoar-integrate-to-bring-ai-driven-exposure-intelligence-to-automated-incident-response 🎮 FIFA ร่วมมือ Netflix เปิดเกมฟุตบอลใหม่รับบอลโลก 2026 หลังจากแยกทางกับ EA ที่สร้าง FIFA มานานเกือบ 30 ปี องค์กร FIFA ก็ยังไม่สามารถหาคู่หูที่สร้างเกมฟุตบอลระดับเรือธงได้ จนล่าสุด Netflix ประกาศว่าจะเปิดตัวเกมฟุตบอลใหม่ภายใต้แบรนด์ FIFA ในปี 2026 โดยให้ Delphi Interactive เป็นผู้พัฒนา จุดต่างสำคัญคือเกมนี้จะใช้สมาร์ทโฟนเป็นคอนโทรลเลอร์ ทำให้เล่นง่ายและเข้าถึงผู้เล่นทั่วไปมากขึ้น แทนที่จะเน้นความสมจริงแบบ EA Sports FC การจับมือกับ Netflix แสดงให้เห็นว่า FIFA เลือกเส้นทางใหม่ที่ไม่ชนตรงกับ EA แต่หันไปสร้างประสบการณ์แบบ “เกมปาร์ตี้” ที่เข้ากับแนวทางของ Netflix Games ซึ่งกำลังมุ่งไปที่เกมที่เล่นง่ายและเชื่อมโยงกับผู้ชมจำนวนมาก 🔗 https://securityonline.info/fifas-post-ea-comeback-netflix-to-launch-a-reimagined-football-game-for-the-2026-world-cup 🔒 Mario’s Deadly Upgrade: RansomHouse เปิดตัว Dual-Key Encryption กลุ่มอาชญากรไซเบอร์ที่ชื่อ Jolly Scorpius ซึ่งอยู่เบื้องหลังบริการ RansomHouse (ransomware-as-a-service) ได้ปรับปรุงเครื่องมือเข้ารหัสหลักของพวกเขาที่ชื่อ “Mario” จากเดิมที่ใช้วิธีเข้ารหัสแบบเส้นตรงธรรมดา กลายเป็นระบบที่ซับซ้อนและยืดหยุ่นมากขึ้น สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ Mario เวอร์ชันใหม่ไม่เพียงแค่เข้ารหัสไฟล์แบบตรงๆ แต่ใช้วิธี chunked processing คือแบ่งไฟล์ออกเป็นชิ้นๆ ที่มีขนาดเปลี่ยนแปลงได้ ทำให้การวิเคราะห์ย้อนกลับยากขึ้นมากสำหรับนักวิจัยด้านความปลอดภัย และที่น่ากังวลที่สุดคือการเพิ่ม dual-key encryption ซึ่งทำงานเหมือนระบบความปลอดภัยจริงๆ ที่ต้องใช้กุญแจสองชุดในการถอดรหัส หากผู้ป้องกันได้กุญแจเพียงชุดเดียว ข้อมูลก็ยังคงถูกล็อกแน่นหนา 🔗 https://securityonline.info/marios-deadly-upgrade-ransomhouse-unveils-dual-key-encryption-to-defeat-backups-and-recovery/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 937 มุมมอง 0 รีวิว
  • ช่องโหว่ Rust แรกใน Linux Kernel – แค่ทำให้ระบบ Crash แต่ไม่ถูกยึดเครื่อง

    การประกาศช่องโหว่ CVE-2025-68260 ใน Linux Kernel ที่เขียนด้วยภาษา Rust ถือเป็นครั้งแรกที่ Rust ถูกบันทึกในฐานข้อมูล CVE ของ Kernel โดยช่องโหว่นี้เกิดขึ้นใน Android Binder driver ซึ่งทำหน้าที่สื่อสารระหว่างส่วนต่าง ๆ ของระบบ Android เมื่อเกิดการเข้าถึงข้อมูลพร้อมกัน (data race) ทำให้ระบบล่ม แต่ไม่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีเข้าควบคุมเครื่องหรือขโมยข้อมูลได้ ซึ่งถือว่าเบากว่าช่องโหว่ใน C ที่มักนำไปสู่การโจมตีร้ายแรง

    สิ่งที่น่าสนใจคือ ในวันเดียวกันมีการประกาศช่องโหว่กว่า 159 รายการในโค้ด C ของ Kernel ซึ่งตอกย้ำว่า Rust แม้ไม่ใช่ “กระสุนเงิน” ที่แก้ปัญหาทั้งหมด แต่ช่วยลดจำนวนช่องโหว่ที่ร้ายแรงได้มาก การที่ Rust ถูกนำมาใช้ใน Kernel จึงเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อความปลอดภัยในระยะยาว แม้จะยังมีบั๊กที่ทำให้ระบบ crash อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงขั้นเปิดช่องให้โจมตี

    จากมุมมองวงการโอเพนซอร์ส การที่ Rust เริ่มถูกใช้ในโครงการใหญ่ ๆ เช่น Linux Kernel และ Tor Project แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านจากภาษา C ที่ครองโลกมานาน Rust มีจุดแข็งด้าน memory safety และ concurrency ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการโจมตีแบบ buffer overflow หรือ use-after-free ซึ่งเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกในโค้ด C มาหลายสิบปี

    อย่างไรก็ตาม การนำ Rust มาใช้ก็ยังมีความท้าทาย เช่น การผสมผสานกับโค้ด C ที่มีอยู่เดิม การจัดการทีมพัฒนา และการทำให้ ecosystem ของ Rust เติบโตพอที่จะรองรับงานระดับ Kernel แต่ทิศทางนี้สะท้อนว่าโลกโอเพนซอร์สกำลังมุ่งไปสู่ความปลอดภัยที่ยั่งยืนมากขึ้น โดยไม่ทิ้งการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

    สรุปสาระสำคัญ
    ช่องโหว่ Rust CVE-2025-68260
    เกิดใน Android Binder driver ของ Linux 6.18
    ทำให้ระบบ crash แต่ไม่เปิดช่องให้โจมตี

    Rust ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด แต่ช่วยลดความเสี่ยง
    Greg Kroah-Hartman ย้ำว่า Rust ไม่ใช่ “silver bullet”
    แต่ช่วยลดจำนวนช่องโหว่ร้ายแรงเมื่อเทียบกับ C

    การเปลี่ยนผ่านสู่ Rust ในโครงการใหญ่
    Linux Kernel และ Tor Project เริ่มใช้ Rust
    จุดแข็งคือ memory safety และ concurrency

    คำเตือนด้านความปลอดภัย
    แม้ช่องโหว่ Rust ครั้งนี้ไม่ร้ายแรง แต่ระบบยัง crash ได้
    ผู้ใช้ควรอัปเดต Kernel เป็นเวอร์ชันล่าสุด (6.18.1 หรือ 6.19-RC1) เพื่อความปลอดภัย

    https://itsfoss.com/news/first-linux-kernel-rust-cve/
    🖥️ ช่องโหว่ Rust แรกใน Linux Kernel – แค่ทำให้ระบบ Crash แต่ไม่ถูกยึดเครื่อง การประกาศช่องโหว่ CVE-2025-68260 ใน Linux Kernel ที่เขียนด้วยภาษา Rust ถือเป็นครั้งแรกที่ Rust ถูกบันทึกในฐานข้อมูล CVE ของ Kernel โดยช่องโหว่นี้เกิดขึ้นใน Android Binder driver ซึ่งทำหน้าที่สื่อสารระหว่างส่วนต่าง ๆ ของระบบ Android เมื่อเกิดการเข้าถึงข้อมูลพร้อมกัน (data race) ทำให้ระบบล่ม แต่ไม่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีเข้าควบคุมเครื่องหรือขโมยข้อมูลได้ ซึ่งถือว่าเบากว่าช่องโหว่ใน C ที่มักนำไปสู่การโจมตีร้ายแรง สิ่งที่น่าสนใจคือ ในวันเดียวกันมีการประกาศช่องโหว่กว่า 159 รายการในโค้ด C ของ Kernel ซึ่งตอกย้ำว่า Rust แม้ไม่ใช่ “กระสุนเงิน” ที่แก้ปัญหาทั้งหมด แต่ช่วยลดจำนวนช่องโหว่ที่ร้ายแรงได้มาก การที่ Rust ถูกนำมาใช้ใน Kernel จึงเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อความปลอดภัยในระยะยาว แม้จะยังมีบั๊กที่ทำให้ระบบ crash อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงขั้นเปิดช่องให้โจมตี จากมุมมองวงการโอเพนซอร์ส การที่ Rust เริ่มถูกใช้ในโครงการใหญ่ ๆ เช่น Linux Kernel และ Tor Project แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านจากภาษา C ที่ครองโลกมานาน Rust มีจุดแข็งด้าน memory safety และ concurrency ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการโจมตีแบบ buffer overflow หรือ use-after-free ซึ่งเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกในโค้ด C มาหลายสิบปี อย่างไรก็ตาม การนำ Rust มาใช้ก็ยังมีความท้าทาย เช่น การผสมผสานกับโค้ด C ที่มีอยู่เดิม การจัดการทีมพัฒนา และการทำให้ ecosystem ของ Rust เติบโตพอที่จะรองรับงานระดับ Kernel แต่ทิศทางนี้สะท้อนว่าโลกโอเพนซอร์สกำลังมุ่งไปสู่ความปลอดภัยที่ยั่งยืนมากขึ้น โดยไม่ทิ้งการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ ช่องโหว่ Rust CVE-2025-68260 ➡️ เกิดใน Android Binder driver ของ Linux 6.18 ➡️ ทำให้ระบบ crash แต่ไม่เปิดช่องให้โจมตี ✅ Rust ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด แต่ช่วยลดความเสี่ยง ➡️ Greg Kroah-Hartman ย้ำว่า Rust ไม่ใช่ “silver bullet” ➡️ แต่ช่วยลดจำนวนช่องโหว่ร้ายแรงเมื่อเทียบกับ C ✅ การเปลี่ยนผ่านสู่ Rust ในโครงการใหญ่ ➡️ Linux Kernel และ Tor Project เริ่มใช้ Rust ➡️ จุดแข็งคือ memory safety และ concurrency ‼️ คำเตือนด้านความปลอดภัย ⛔ แม้ช่องโหว่ Rust ครั้งนี้ไม่ร้ายแรง แต่ระบบยัง crash ได้ ⛔ ผู้ใช้ควรอัปเดต Kernel เป็นเวอร์ชันล่าสุด (6.18.1 หรือ 6.19-RC1) เพื่อความปลอดภัย https://itsfoss.com/news/first-linux-kernel-rust-cve/
    ITSFOSS.COM
    The First Rust CVE in Linux Kernel Only Makes Your System Crash
    Greg Kroah-Hartman announced this alongside 150+ C code vulnerabilities that were addressed.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 195 มุมมอง 0 รีวิว
  • Ion Chromatography – A Powerful Tool for Ionic Analysis

    Ion chromatography (IC) is a highly specialized analytical technique used to separate, identify, and quantify ions in complex samples. Since its introduction, IC has become an essential method in laboratories that require precise measurement of anions and cations, including environmental, pharmaceutical, food, and industrial testing facilities.

    At its core, ion chromatography operates on the principle of ion exchange. A liquid sample is injected into a chromatographic column filled with an ion-exchange resin. As the sample flows through the column, ions interact differently with the stationary phase based on their charge and affinity. These differences cause ions to separate as they move through the system at varying speeds.

    Detection is a crucial part of the process. Conductivity detectors are commonly used because ions conduct electricity when dissolved in solution. Advanced systems use suppressors to reduce background conductivity, allowing trace-level detection with exceptional sensitivity. This capability makes IC ideal for analyzing low-concentration ions that may otherwise go unnoticed.

    Reference - https://www.marketresearchfuture.com/reports/ion-chromatography-market-10789
    Ion Chromatography – A Powerful Tool for Ionic Analysis Ion chromatography (IC) is a highly specialized analytical technique used to separate, identify, and quantify ions in complex samples. Since its introduction, IC has become an essential method in laboratories that require precise measurement of anions and cations, including environmental, pharmaceutical, food, and industrial testing facilities. At its core, ion chromatography operates on the principle of ion exchange. A liquid sample is injected into a chromatographic column filled with an ion-exchange resin. As the sample flows through the column, ions interact differently with the stationary phase based on their charge and affinity. These differences cause ions to separate as they move through the system at varying speeds. Detection is a crucial part of the process. Conductivity detectors are commonly used because ions conduct electricity when dissolved in solution. Advanced systems use suppressors to reduce background conductivity, allowing trace-level detection with exceptional sensitivity. This capability makes IC ideal for analyzing low-concentration ions that may otherwise go unnoticed. Reference - https://www.marketresearchfuture.com/reports/ion-chromatography-market-10789
    WWW.MARKETRESEARCHFUTURE.COM
    Ion Chromatography Market Size, Growth, Trends, Report 2035
    Ion Chromatography Market is projected to register a CAGR of 7.35% to reach USD 5.43 billion by the end of 2035, Ion Chromatography Market Type, Application | Ion Chromatography Industry
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 312 มุมมอง 0 รีวิว
  • eBPF ยกระดับเครื่องมือ Sysadmin สู่ยุคใหม่

    eBPF (Extended Berkeley Packet Filter) เป็นเทคโนโลยีที่ให้ผู้ดูแลระบบสามารถรันโปรแกรมเล็ก ๆ ใน Kernel ได้โดยตรง ทำให้สามารถตรวจสอบพฤติกรรมของระบบแบบ X-ray vision โดยไม่ต้องรีบูตหรือคอมไพล์ใหม่ บทความจาก It's FOSS แนะนำเครื่องมือ CLI 12 ตัวที่สร้างบน eBPF ซึ่งช่วยให้การแก้ปัญหาที่เคย “แทบเป็นไปไม่ได้” กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น

    เครื่องมือเด่นที่ช่วยชีวิตผู้ดูแลระบบ
    bpftrace: ภาษาสคริปต์เล็ก ๆ สำหรับดีบัก Kernel แบบเฉพาะกิจ เช่น ตรวจสอบ latency ของ scheduler
    execsnoop: จับกระบวนการที่เกิดขึ้นและหายไปเร็วเกินกว่าจะเห็นด้วย ps
    opensnoop: แสดงไฟล์ที่โปรเซสพยายามเปิด พร้อม error code ที่ชัดเจน
    tcplife: ติดตามอายุการเชื่อมต่อ TCP แต่ละ session เหมาะกับระบบ microservices
    gethostlatency: ตรวจสอบความล่าช้าในการ resolve DNS ซึ่งมักเป็นสาเหตุของ “network ช้า”

    การจัดการ I/O และ Network
    เครื่องมืออย่าง biotop และ biolatency ช่วยให้ผู้ดูแลระบบเข้าใจปัญหา Disk I/O ได้ทันที ขณะที่ tcpretrans, tcpconnect, และ tcpaccept ช่วยตรวจสอบการเชื่อมต่อเครือข่ายทั้งขาออกและขาเข้า รวมถึงการ retransmission ที่บ่งบอกถึงปัญหาความเสถียรของเครือข่าย นอกจากนี้ biosnoop ยังให้ข้อมูลเชิงลึกระดับ sector สำหรับการดีบัก storage

    การตรวจสอบโปรแกรม eBPF ที่รันอยู่
    สุดท้าย bpftool เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยตรวจสอบว่าโปรแกรม eBPF อะไรกำลังทำงานอยู่ในระบบ พร้อมรายละเอียดเช่น memory usage และจุดที่โปรแกรมถูก attach ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถควบคุมและแก้ไขได้อย่างมั่นใจ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    eBPF คือการอัปเกรดจากเครื่องมือ Linux แบบดั้งเดิม
    ให้การตรวจสอบระบบแบบเรียลไทม์โดยแทบไม่กระทบ performance

    เครื่องมือเด่น 12 ตัว
    bpftrace, execsnoop, opensnoop, tcplife, gethostlatency
    biotop, biolatency, tcpretrans, tcpconnect, tcpaccept, biosnoop, bpftool

    การใช้งานจริง
    Debug latency, ตรวจสอบ DNS, วิเคราะห์ Disk I/O, ตรวจสอบ TCP sessions

    คำเตือนสำหรับผู้ดูแลระบบ
    ต้องใช้ Kernel เวอร์ชัน ≥ 4.1 และเปิด config ที่จำเป็น เช่น CONFIG_BPF
    ต้องมีสิทธิ์ root หรือ CAP_SYS_ADMIN มิฉะนั้นเครื่องมืออาจไม่ทำงาน

    https://itsfoss.com/ebpf-sysadmin-tools/
    🐧 eBPF ยกระดับเครื่องมือ Sysadmin สู่ยุคใหม่ eBPF (Extended Berkeley Packet Filter) เป็นเทคโนโลยีที่ให้ผู้ดูแลระบบสามารถรันโปรแกรมเล็ก ๆ ใน Kernel ได้โดยตรง ทำให้สามารถตรวจสอบพฤติกรรมของระบบแบบ X-ray vision โดยไม่ต้องรีบูตหรือคอมไพล์ใหม่ บทความจาก It's FOSS แนะนำเครื่องมือ CLI 12 ตัวที่สร้างบน eBPF ซึ่งช่วยให้การแก้ปัญหาที่เคย “แทบเป็นไปไม่ได้” กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น ⚡ เครื่องมือเด่นที่ช่วยชีวิตผู้ดูแลระบบ 🎗️ bpftrace: ภาษาสคริปต์เล็ก ๆ สำหรับดีบัก Kernel แบบเฉพาะกิจ เช่น ตรวจสอบ latency ของ scheduler 🎗️ execsnoop: จับกระบวนการที่เกิดขึ้นและหายไปเร็วเกินกว่าจะเห็นด้วย ps 🎗️ opensnoop: แสดงไฟล์ที่โปรเซสพยายามเปิด พร้อม error code ที่ชัดเจน 🎗️ tcplife: ติดตามอายุการเชื่อมต่อ TCP แต่ละ session เหมาะกับระบบ microservices 🎗️ gethostlatency: ตรวจสอบความล่าช้าในการ resolve DNS ซึ่งมักเป็นสาเหตุของ “network ช้า” 📊 การจัดการ I/O และ Network เครื่องมืออย่าง biotop และ biolatency ช่วยให้ผู้ดูแลระบบเข้าใจปัญหา Disk I/O ได้ทันที ขณะที่ tcpretrans, tcpconnect, และ tcpaccept ช่วยตรวจสอบการเชื่อมต่อเครือข่ายทั้งขาออกและขาเข้า รวมถึงการ retransmission ที่บ่งบอกถึงปัญหาความเสถียรของเครือข่าย นอกจากนี้ biosnoop ยังให้ข้อมูลเชิงลึกระดับ sector สำหรับการดีบัก storage 🔒 การตรวจสอบโปรแกรม eBPF ที่รันอยู่ สุดท้าย bpftool เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยตรวจสอบว่าโปรแกรม eBPF อะไรกำลังทำงานอยู่ในระบบ พร้อมรายละเอียดเช่น memory usage และจุดที่โปรแกรมถูก attach ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถควบคุมและแก้ไขได้อย่างมั่นใจ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ eBPF คือการอัปเกรดจากเครื่องมือ Linux แบบดั้งเดิม ➡️ ให้การตรวจสอบระบบแบบเรียลไทม์โดยแทบไม่กระทบ performance ✅ เครื่องมือเด่น 12 ตัว ➡️ bpftrace, execsnoop, opensnoop, tcplife, gethostlatency ➡️ biotop, biolatency, tcpretrans, tcpconnect, tcpaccept, biosnoop, bpftool ✅ การใช้งานจริง ➡️ Debug latency, ตรวจสอบ DNS, วิเคราะห์ Disk I/O, ตรวจสอบ TCP sessions ‼️ คำเตือนสำหรับผู้ดูแลระบบ ⛔ ต้องใช้ Kernel เวอร์ชัน ≥ 4.1 และเปิด config ที่จำเป็น เช่น CONFIG_BPF ⛔ ต้องมีสิทธิ์ root หรือ CAP_SYS_ADMIN มิฉะนั้นเครื่องมืออาจไม่ทำงาน https://itsfoss.com/ebpf-sysadmin-tools/
    ITSFOSS.COM
    12 eBPF-Powered CLI Utilities That Every Modern Linux Sysadmin Should Master
    Classic Linux tools are always there, but eBPF is the natural upgrade as it looks directly in the kernel. Once you start using these tools, it’s hard to imagine managing Linux systems without them.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 214 มุมมอง 0 รีวิว
  • พืชโบราณกับการสื่อสารผ่านความร้อน

    งานวิจัยใหม่เผยว่า พืชโบราณอย่างไซแคด (Cycads) ใช้ความร้อนจากโคนเพื่อดึงดูดแมลงผสมเกสร ซึ่งเป็นกลไกการสื่อสารที่เก่าแก่ที่สุดรูปแบบหนึ่งในโลกพืช และยังเชื่อมโยงกับการอยู่รอดของสายพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์ในปัจจุบัน

    นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าไซแคด (เช่น Zamia furfuracea) สามารถสร้างความร้อนสูงกว่าสภาพแวดล้อมได้ถึง 25–35°C เพื่อดึงดูดแมลง โดยเฉพาะด้วง Rhopalotria furfuracea ที่เป็นผู้ช่วยผสมเกสรหลัก กลไกนี้เกิดขึ้นตามจังหวะเวลาในแต่ละวัน: โคนเพศผู้จะร้อนขึ้นก่อนเพื่อเรียกแมลง จากนั้นโคนเพศเมียจะร้อนตามเพื่อรับละอองเกสร ถือเป็นการสื่อสารที่ไม่ใช่สีหรือกลิ่น แต่เป็น “สัญญาณอินฟราเรด” ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกพืช

    กลไกชีววิทยาที่ซับซ้อน
    การสร้างความร้อนเกิดจากยีน AOX1 ที่ทำงานเกินปกติในไซแคด ทำให้เซลล์เปลี่ยนพลังงานเป็นความร้อนแทนการสร้าง ATP ขณะเดียวกัน แมลงมีเซ็นเซอร์พิเศษที่หนวด เรียกว่า coeloconic sensilla ซึ่งเชื่อมกับช่องไอออน TRPA1 ที่ตอบสนองต่อรังสีอินฟราเรด ทำให้แมลงสามารถตรวจจับความร้อนและเคลื่อนย้ายละอองเกสรได้อย่างแม่นยำ

    ความเชื่อมโยงกับวิวัฒนาการ
    ไซแคดถูกเรียกว่า “ฟอสซิลมีชีวิต” เพราะแทบไม่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่ยุคจูราสสิกกว่า 200 ล้านปีที่ผ่านมา กลไกการใช้ความร้อนอาจเป็นวิธีดึงดูดแมลงที่มีสายตาไม่ดีในยุคดึกดำบรรพ์ ก่อนที่พืชดอกจะวิวัฒนาการสีสันสดใสเพื่อดึงดูดผึ้งและผีเสื้อในภายหลัง การค้นพบนี้จึงช่วยเปิดมิติใหม่ในการเข้าใจการร่วมวิวัฒนาการระหว่างพืชและแมลง

    สถานะใกล้สูญพันธุ์
    ปัจจุบันไซแคดเหลือเพียงราว 300 สายพันธุ์ทั่วโลก และส่วนใหญ่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูญพันธุ์ตามบัญชี IUCN เนื่องจากการสูญเสียถิ่นที่อยู่และการแข่งขันกับพืชดอกที่มีสัญญาณหลากหลายกว่า นักอนุรักษ์จึงเร่งสร้างโครงการเพาะเลี้ยงและฟื้นฟูเพื่อรักษาสายพันธุ์โบราณนี้ไว้

    สรุปสาระสำคัญ

    การสื่อสารผ่านความร้อนของไซแคด
    โคนเพศผู้และเพศเมียร้อนขึ้นตามจังหวะเวลาเพื่อดึงดูดแมลง

    กลไกชีววิทยา
    ยีน AOX1 สร้างความร้อน, แมลงใช้ TRPA1 ตรวจจับอินฟราเรด

    ความสำคัญทางวิวัฒนาการ
    เป็นหนึ่งในวิธีดึงดูดแมลงที่เก่าแก่ที่สุด ก่อนพืชดอกจะใช้สีและกลิ่น

    สถานะใกล้สูญพันธุ์
    เหลือเพียง ~300 สายพันธุ์ และต้องการการอนุรักษ์เร่งด่วน

    ความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์
    การสูญเสียถิ่นที่อยู่และการแข่งขันกับพืชดอกทำให้ไซแคดอ่อนแอ

    ความเปราะบางของระบบนิเวศ
    หากแมลงผสมเกสรเฉพาะสูญหาย อาจทำให้ไซแคดไม่สามารถสืบพันธุ์ได้

    https://www.sciencealert.com/an-ancient-form-of-plant-communication-still-lures-pollinators-using-heat
    🌱 พืชโบราณกับการสื่อสารผ่านความร้อน งานวิจัยใหม่เผยว่า พืชโบราณอย่างไซแคด (Cycads) ใช้ความร้อนจากโคนเพื่อดึงดูดแมลงผสมเกสร ซึ่งเป็นกลไกการสื่อสารที่เก่าแก่ที่สุดรูปแบบหนึ่งในโลกพืช และยังเชื่อมโยงกับการอยู่รอดของสายพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์ในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าไซแคด (เช่น Zamia furfuracea) สามารถสร้างความร้อนสูงกว่าสภาพแวดล้อมได้ถึง 25–35°C เพื่อดึงดูดแมลง โดยเฉพาะด้วง Rhopalotria furfuracea ที่เป็นผู้ช่วยผสมเกสรหลัก กลไกนี้เกิดขึ้นตามจังหวะเวลาในแต่ละวัน: โคนเพศผู้จะร้อนขึ้นก่อนเพื่อเรียกแมลง จากนั้นโคนเพศเมียจะร้อนตามเพื่อรับละอองเกสร ถือเป็นการสื่อสารที่ไม่ใช่สีหรือกลิ่น แต่เป็น “สัญญาณอินฟราเรด” ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกพืช 🔬 กลไกชีววิทยาที่ซับซ้อน การสร้างความร้อนเกิดจากยีน AOX1 ที่ทำงานเกินปกติในไซแคด ทำให้เซลล์เปลี่ยนพลังงานเป็นความร้อนแทนการสร้าง ATP ขณะเดียวกัน แมลงมีเซ็นเซอร์พิเศษที่หนวด เรียกว่า coeloconic sensilla ซึ่งเชื่อมกับช่องไอออน TRPA1 ที่ตอบสนองต่อรังสีอินฟราเรด ทำให้แมลงสามารถตรวจจับความร้อนและเคลื่อนย้ายละอองเกสรได้อย่างแม่นยำ 🦖 ความเชื่อมโยงกับวิวัฒนาการ ไซแคดถูกเรียกว่า “ฟอสซิลมีชีวิต” เพราะแทบไม่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่ยุคจูราสสิกกว่า 200 ล้านปีที่ผ่านมา กลไกการใช้ความร้อนอาจเป็นวิธีดึงดูดแมลงที่มีสายตาไม่ดีในยุคดึกดำบรรพ์ ก่อนที่พืชดอกจะวิวัฒนาการสีสันสดใสเพื่อดึงดูดผึ้งและผีเสื้อในภายหลัง การค้นพบนี้จึงช่วยเปิดมิติใหม่ในการเข้าใจการร่วมวิวัฒนาการระหว่างพืชและแมลง ⚠️ สถานะใกล้สูญพันธุ์ ปัจจุบันไซแคดเหลือเพียงราว 300 สายพันธุ์ทั่วโลก และส่วนใหญ่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูญพันธุ์ตามบัญชี IUCN เนื่องจากการสูญเสียถิ่นที่อยู่และการแข่งขันกับพืชดอกที่มีสัญญาณหลากหลายกว่า นักอนุรักษ์จึงเร่งสร้างโครงการเพาะเลี้ยงและฟื้นฟูเพื่อรักษาสายพันธุ์โบราณนี้ไว้ 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ การสื่อสารผ่านความร้อนของไซแคด ➡️ โคนเพศผู้และเพศเมียร้อนขึ้นตามจังหวะเวลาเพื่อดึงดูดแมลง ✅ กลไกชีววิทยา ➡️ ยีน AOX1 สร้างความร้อน, แมลงใช้ TRPA1 ตรวจจับอินฟราเรด ✅ ความสำคัญทางวิวัฒนาการ ➡️ เป็นหนึ่งในวิธีดึงดูดแมลงที่เก่าแก่ที่สุด ก่อนพืชดอกจะใช้สีและกลิ่น ✅ สถานะใกล้สูญพันธุ์ ➡️ เหลือเพียง ~300 สายพันธุ์ และต้องการการอนุรักษ์เร่งด่วน ‼️ ความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ⛔ การสูญเสียถิ่นที่อยู่และการแข่งขันกับพืชดอกทำให้ไซแคดอ่อนแอ ‼️ ความเปราะบางของระบบนิเวศ ⛔ หากแมลงผสมเกสรเฉพาะสูญหาย อาจทำให้ไซแคดไม่สามารถสืบพันธุ์ได้ https://www.sciencealert.com/an-ancient-form-of-plant-communication-still-lures-pollinators-using-heat
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    An Ancient Form of Plant Communication Still Lures Pollinators Using Heat
    Blazing colors and enticing scents may be showy, but they're just one part of the toolkit plants use to lure in pollinators.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 269 มุมมอง 0 รีวิว
  • 🩷 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🩷

    #รวมข่าวIT #20251216 #securityonline

    วิกฤติช่องโหว่ FortiGate SSO ถูกโจมตีจริง
    ช่วงนี้ผู้ดูแลระบบ Fortinet ต้องเผชิญกับสถานการณ์ร้อนแรง เมื่อมีการเปิดเผยช่องโหว่ร้ายแรงสองรายการในระบบ FortiGate และเพียงไม่กี่วันหลังจากนั้นก็ถูกโจมตีจริงทันที แฮกเกอร์ใช้วิธีเจาะผ่านระบบ Single Sign-On (SSO) โดยส่งข้อความ SAML ที่ถูกปรับแต่ง ทำให้สามารถล็อกอินเป็นผู้ดูแลได้โดยไม่ต้องมีรหัสผ่าน เมื่อเข้ามาแล้วพวกเขาจะรีบขโมยการตั้งค่าระบบไฟร์วอลล์ออกไป ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มักมีรหัสผ่านที่ถูกเข้ารหัสของผู้ใช้ VPN และบัญชีอื่น ๆ จุดอันตรายคือการตั้งค่า FortiCloud SSO ที่แม้จะถูกปิดไว้ในค่าเริ่มต้น แต่เมื่อผู้ดูแลลงทะเบียนอุปกรณ์ผ่าน GUI มันจะถูกเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติหากไม่ได้ปิดเอง ทำให้หลายระบบเสี่ยงทันที นักวิจัยแนะนำให้รีบอัปเดตเวอร์ชันล่าสุดหรือปิดฟีเจอร์นี้ผ่าน CLI เพื่อป้องกันการโจมตี
    https://securityonline.info/critical-fortigate-sso-flaw-under-active-exploitation-attackers-bypass-auth-and-exfiltrate-configs

    Apple ยอม EU: iOS 26.3 ส่งต่อการแจ้งเตือนให้สมาร์ทวอชแบรนด์อื่น
    ใน iOS 26.3 เบต้า Apple เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ชื่อ Notification Forwarding ที่ให้ iPhone ส่งต่อการแจ้งเตือนไปยังอุปกรณ์สวมใส่จากแบรนด์อื่นได้โดยตรง ไม่จำกัดแค่ Apple Watch อีกต่อไป ฟีเจอร์นี้เปิดใช้เฉพาะในสหภาพยุโรป เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย Digital Markets Act ที่บังคับให้ Apple เปิดโอกาสให้สมาร์ทวอชจากค่ายอื่นเข้าถึงฟังก์ชันที่เคยสงวนไว้ การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะให้แอปใดส่งการแจ้งเตือนออกไป และลดความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวที่เกิดจากการที่อุปกรณ์อื่นต้องเข้าถึงการแจ้งเตือนทั้งหมดแบบครอบคลุม ถือเป็นการปรับตัวครั้งสำคัญของ Apple เพื่อหลีกเลี่ยงบทลงโทษจาก EU
    https://securityonline.info/eu-compliance-ios-26-3-adds-notification-forwarding-to-third-party-wearables-bypassing-apple-watch

    Windows 10 อัปเดต KB5071546 ทำ MSMQ ใช้งานไม่ได้
    Microsoft ยืนยันแล้วว่าการติดตั้งอัปเดต KB5071546 บน Windows 10 ทำให้บริการ Microsoft Message Queuing (MSMQ) ล้มเหลว MSMQ เป็นระบบที่ใช้ในองค์กรเพื่อจัดการข้อความระหว่างแอปพลิเคชัน หากมันหยุดทำงาน งานเบื้องหลังที่ต้องพึ่งพาคิวข้อความก็จะหยุดตามทันที ส่งผลให้เว็บไซต์หรือแอปที่รันบน IIS ไม่สามารถทำงานได้ สาเหตุคือการเปลี่ยนแปลงสิทธิ์การเขียนไฟล์ในโฟลเดอร์จัดเก็บข้อความ ทำให้บัญชีที่ใช้ MSMQ ไม่มีสิทธิ์เพียงพอ แม้จะรีสตาร์ทหรือรีบูตเซิร์ฟเวอร์ก็ไม่ช่วยแก้ปัญหา ทางออกเดียวตอนนี้คือถอนการติดตั้งอัปเดตแล้วรอ Microsoft ปล่อยแพตช์แก้ไขในเดือนถัดไป
    https://securityonline.info/enterprise-alert-windows-10-update-kb5071546-breaks-msmq-service-with-insufficient-permissions

    ช่องโหว่ ScreenConnect เสี่ยงติดตั้งส่วนขยายไม่ปลอดภัย
    ConnectWise ออกแพตช์ใหม่สำหรับ ScreenConnect หลังพบช่องโหว่ CVE-2025-14265 ที่มีความรุนแรงสูงถึง 9.1 ช่องโหว่นี้อาจทำให้ผู้ที่มีสิทธิ์ระดับผู้ดูแลเข้าถึงข้อมูลการตั้งค่าหรือบังคับติดตั้งส่วนขยายที่ไม่น่าเชื่อถือได้ แม้จะไม่ใช่การเปิดช่องให้โจมตีจากภายนอกโดยตรง แต่หากบัญชีผู้ดูแลถูกเจาะก็อันตรายทันที แพตช์เวอร์ชัน 25.8 ได้เพิ่มการตรวจสอบความถูกต้องของส่วนขยายและเสริมความปลอดภัยของเซิร์ฟเวอร์ สำหรับผู้ใช้ระบบคลาวด์ไม่ต้องทำอะไรเพราะถูกแก้ไขแล้ว แต่ผู้ที่ติดตั้งเองในองค์กรต้องรีบอัปเดตด้วยตนเอง
    https://securityonline.info/critical-screenconnect-flaw-cvss-9-1-risks-config-exposure-untrusted-extension-installation

    OpenShift GitOps ช่องโหว่ยกระดับสิทธิ์จนยึดคลัสเตอร์ได้
    Red Hat OpenShift GitOps ถูกพบช่องโหว่ CVE-2025-13888 ที่ร้ายแรงมาก ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์เพียงระดับ namespace admin สามารถใช้ ArgoCD Custom Resources เพื่อยกระดับสิทธิ์จนเข้าถึงทั้งคลัสเตอร์ได้ วิธีการคือการแก้ไขค่า sourceNamespaces ใน CR ให้ชี้ไปยัง namespace ที่มีสิทธิ์สูง เช่น default จากนั้นระบบจะสร้าง RoleBinding และ Role ที่เปิดทางให้ผู้โจมตีรันงานที่มีสิทธิ์สูงสุดบน master node ได้ทันที เท่ากับว่าสามารถยึดครองคลัสเตอร์ Kubernetes ได้โดยสมบูรณ์ ผู้ดูแลระบบควรรีบอัปเดตแพตช์ล่าสุดและจำกัดสิทธิ์การสร้าง ArgoCD CR ให้เฉพาะผู้ดูแลที่เชื่อถือได้
    https://securityonline.info/critical-openshift-gitops-flaw-risks-cluster-takeover-cve-2025-13888-via-privilege-escalation-to-root

    Phantom Stealer โจมตีการเงินรัสเซียผ่านไฟล์ ISO
    เรื่องนี้เป็นการโจมตีที่ซับซ้อนมาก แฮกเกอร์ใช้วิธีส่งอีเมลปลอมที่ดูเหมือนเป็นการยืนยันการโอนเงินจากบริษัทการเงินจริงๆ เพื่อหลอกให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินเปิดไฟล์แนบที่เป็นไฟล์ ISO เมื่อเปิดแล้วจะมีโปรแกรมแฝงที่ชื่อ Phantom Stealer ทำงานทันที มันสามารถขโมยข้อมูลได้หลายอย่าง ทั้งรหัสผ่านในเบราว์เซอร์ ข้อมูลบัตรเครดิต ข้อมูลกระเป๋าเงินดิจิทัล รวมถึงดักจับการพิมพ์คีย์บอร์ดทุกครั้งที่เหยื่อกด Phantom Stealer ยังมีระบบป้องกันตัวเองจากการตรวจสอบ ถ้ารู้ว่ากำลังถูกนักวิจัยจับตามันจะลบตัวเองทันที การโจมตีนี้ถือเป็นการเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ที่ใช้ไฟล์ ISO เพื่อหลบเลี่ยงระบบป้องกัน ทำให้เสี่ยงต่อการสูญเสียข้อมูลทางการเงินอย่างมาก
    https://securityonline.info/phantom-stealer-targets-russian-finance-with-iso-phishing-deploying-keyloggers-and-crypto-wallet-theft

    Frogblight มัลแวร์ Android ปลอมเป็นแอปภาครัฐในตุรกี
    มัลแวร์ตัวใหม่ชื่อ Frogblight ถูกค้นพบว่ากำลังแพร่ระบาดในตุรกี โดยมันปลอมตัวเป็นแอปพลิเคชันของรัฐบาลที่ใช้ดูข้อมูลคดีความ ผู้ใช้จะได้รับ SMS หลอกว่ามีคดีความและต้องดาวน์โหลดแอปเพื่อดูรายละเอียด เมื่อดาวน์โหลดมาแล้ว แอปจะขอสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลหลายอย่าง เช่น SMS รายชื่อผู้ติดต่อ และไฟล์ในเครื่อง จากนั้นมันจะเปิดหน้าเว็บจริงของรัฐบาลเพื่อให้ผู้ใช้ตายใจ แต่เบื้องหลังมันจะดักข้อมูลการเข้าสู่ระบบธนาคารและส่งไปยังผู้โจมตี Frogblight ยังมีฟังก์ชันสอดแนมอื่นๆ เช่นเก็บข้อมูลแอปที่ติดตั้งและไฟล์ในเครื่อง นักวิจัยพบว่ามันถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องและอาจถูกนำไปใช้ในรูปแบบบริการให้เช่าแก่แฮกเกอร์รายอื่น ทำให้ภัยนี้มีโอกาสแพร่กระจายไปนอกตุรกีได้ในอนาคต
    https://securityonline.info/frogblight-android-banking-trojan-targets-turkey-via-fake-e-gov-smishing-and-webview

    ช่องโหว่ macOS LPE กลับมาอีกครั้ง
    นักวิจัยด้านความปลอดภัยพบว่าช่องโหว่เก่าใน macOS ที่เคยรายงานตั้งแต่ปี 2018 ยังไม่ถูกแก้ไขอย่างสมบูรณ์ แม้ Apple จะพยายามอุดหลายครั้ง ช่องโหว่นี้เกี่ยวข้องกับการติดตั้งแอปที่ต้องใช้สิทธิ์ root โดยหากมีแอปปลอมถูกวางไว้ในโฟลเดอร์ Applications ก่อน แอปจริงจะถูกติดตั้งเข้าไปในโฟลเดอร์พิเศษชื่อ .localized ทำให้ระบบเข้าใจผิดและไปเรียกใช้แอปปลอมแทน ผลคือผู้โจมตีสามารถรันโค้ดในสิทธิ์ root ได้ทันที ถือเป็นการเจาะระบบที่อันตรายมาก นักวิจัยย้ำว่าปัญหานี้ยังคงอยู่และต้องการการแก้ไขที่จริงจังจาก Apple เพื่อป้องกันการโจมตีในอนาคต
    https://securityonline.info/macos-lpe-flaw-resurfaces-localized-directory-exploited-to-hijack-installers-and-gain-root-access

    มัลแวร์ NuGet แฝงตัว 5 ปี ขโมยกระเป๋าเงินคริปโต
    มีการค้นพบแพ็กเกจ NuGet ปลอมชื่อ Tracer.Fody.NLog ที่ถูกปล่อยให้ดาวน์โหลดตั้งแต่ปี 2020 และอยู่รอดมาได้กว่า 5 ปีโดยไม่ถูกตรวจจับ มันปลอมตัวเป็นเครื่องมือ .NET ที่ใช้บันทึก log แต่จริงๆ แล้วมีโค้ดแฝงที่ใช้เทคนิคพิเศษ เช่นการใช้ตัวอักษร Cyrillic ที่หน้าตาเหมือนตัวอักษร Latin เพื่อหลบการตรวจสอบ เมื่อถูกติดตั้ง มันจะค้นหาไฟล์กระเป๋าเงินดิจิทัล Stratis และขโมยรหัสผ่านไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้โจมตีโดยไม่ให้ผู้ใช้รู้ตัว การโจมตีนี้ถือเป็นการโจมตี supply chain ที่อันตรายมาก เพราะนักพัฒนาที่เชื่อใจแพ็กเกจโอเพนซอร์สอาจถูกดักข้อมูลโดยไม่รู้ตัว
    https://securityonline.info/5-year-threat-malicious-nuget-package-used-homoglyphs-and-typosquatting-to-steal-crypto-wallets

    Intel เตรียมเข้าซื้อกิจการ SambaNova ในราคาลดฮวบ
    เรื่องนี้น่าสนใจมาก เพราะเดิมทีมีข่าวว่า Intel จะทุ่มเงินกว่า 5 พันล้านดอลลาร์เพื่อซื้อสตาร์ทอัพด้าน AI อย่าง SambaNova แต่ล่าสุดกลับมีรายงานว่ามูลค่าดีลจริงอาจเหลือเพียง 1.6 พันล้านดอลลาร์เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับการประเมินมูลค่าเดิมของบริษัทในปี 2021 ที่สูงกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ สาเหตุหลักมาจากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดชิป AI ที่ NVIDIA ครองความเป็นใหญ่ SambaNova มีจุดแข็งด้านสถาปัตยกรรมที่เน้นการประมวลผลสำหรับโมเดลภาษาและการทำงานแบบครบวงจร ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการ ซึ่งอาจช่วย Intel เติมเต็มช่องว่างที่ยังขาดอยู่ แต่ความท้าทายใหญ่คือการผสานเทคโนโลยีนี้เข้ากับระบบของ Intel โดยไม่กระทบต่อผลิตภัณฑ์ Gaudi ที่มีอยู่แล้ว
    https://securityonline.info/intel-nears-sambanova-acquisition-at-1-6b-fire-sale-price-down-from-5b-valuation

    Claude AI ทำพลาด ลบข้อมูลทั้งเครื่อง Mac ของนักพัฒนา
    นี่คือเหตุการณ์ที่ทำให้หลายคนต้องระวังการใช้เครื่องมือ AI มากขึ้น นักพัฒนารายหนึ่งใช้ Claude CLI เพื่อจัดการแพ็กเกจ แต่กลับเกิดความผิดพลาดจากคำสั่งที่มีเครื่องหมาย ~ ต่อท้าย ทำให้ระบบไปลบทั้งโฟลเดอร์ Home Directory ของเครื่อง Mac ผลคือข้อมูลสำคัญอย่าง Desktop, Documents, Downloads และ Keychains หายไปทั้งหมด เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความเสี่ยงของการให้ AI เข้าถึงระบบโดยตรง นักพัฒนาบางคนจึงเสนอให้ใช้ Docker เป็นตัวกลางเพื่อป้องกันไม่ให้ AI สามารถทำลายข้อมูลในเครื่องจริงได้
    https://securityonline.info/data-disaster-claude-ai-executes-rm-rf-and-wipes-developers-mac-home-directory

    SpaceX เตรียม IPO ปี 2026 หลังมูลค่าพุ่งถึง 800 พันล้านดอลลาร์
    SpaceX กำลังเดินหน้าสู่การเข้าตลาดหุ้น โดยมีการเริ่มคัดเลือกธนาคารเพื่อเป็นที่ปรึกษา IPO และมีการส่งบันทึกภายในยืนยันว่าบริษัทกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าจดทะเบียนในปี 2026 แม้ยังไม่มีการกำหนดวันแน่นอน แต่สิ่งที่น่าทึ่งคือมูลค่าของบริษัทที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยการขายหุ้นภายในล่าสุดตีมูลค่าถึง 800 พันล้านดอลลาร์ แรงหนุนสำคัญมาจากบริการอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด และยังส่งผลให้ Alphabet ซึ่งเคยลงทุนใน SpaceX ได้กำไรอย่างมหาศาลอีกด้วย
    https://securityonline.info/spacex-ipo-company-prepares-for-2026-listing-after-valuation-soars-to-800-billion

    Salt Typhoon กลุ่มแฮ็กเกอร์จากการแข่งขัน Cisco สู่การเจาะระบบโทรคมนาคมโลก
    เรื่องนี้เหมือนนิยาย แต่เกิดขึ้นจริง นักวิจัยพบว่ากลุ่มแฮ็กเกอร์ชื่อ Salt Typhoon มีจุดเริ่มต้นจากนักศึกษาที่เคยแข่งขัน Cisco Network Academy Cup ก่อนจะนำความรู้ไปใช้ในการเจาะระบบโทรคมนาคมกว่า 80 บริษัททั่วโลก พวกเขาสามารถดักฟังทั้งสายโทรศัพท์และข้อความ รวมถึงเข้าถึงระบบที่ใช้สำหรับการดักฟังโดยกฎหมายเองด้วย เบื้องหลังคือสองบุคคลที่เคยเป็นคู่แข่งกันในสมัยเรียน แต่กลับร่วมมือกันสร้างเครือข่ายไซเบอร์ที่ทรงพลัง เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่อาจถูกนำไปใช้ในทางร้ายได้
    https://securityonline.info/from-cisco-student-rivalry-to-global-hackers-salt-typhoon-breaches-80-telecos-for-intelligence

    BlackForce เครื่องมือ Phishing-as-a-Service รุ่นใหม่ที่อันตราย
    BlackForce คือชุดเครื่องมือฟิชชิ่งที่ถูกขายใน Telegram ในราคาหลักร้อยยูโร แต่มีความสามารถสูงมาก มันสามารถหลอกขโมยรหัสผ่านและยังเจาะผ่านระบบยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน (MFA) ได้ โดยใช้เทคนิค Man-in-the-Browser เพื่อดักจับรหัส OTP แบบเรียลไทม์ จุดที่ทำให้มันน่ากลัวคือการใช้โค้ด React และ React Router ที่ดูเหมือนของจริง ทำให้ยากต่อการตรวจจับ อีกทั้งยังพัฒนาอย่างรวดเร็วจากเวอร์ชัน stateless ไปสู่ stateful ที่สามารถเก็บข้อมูลผู้ใช้แม้รีเฟรชหน้าเว็บได้ ทำให้การโจมตีมีความต่อเนื่องและยากต่อการป้องกัน
    https://securityonline.info/blackforce-phaas-weaponizes-react-and-stateful-sessions-to-bypass-mfa-steal-credentials

    📌🔐🩷 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🔐🩷📌 #รวมข่าวIT #20251216 #securityonline 🛡️ วิกฤติช่องโหว่ FortiGate SSO ถูกโจมตีจริง ช่วงนี้ผู้ดูแลระบบ Fortinet ต้องเผชิญกับสถานการณ์ร้อนแรง เมื่อมีการเปิดเผยช่องโหว่ร้ายแรงสองรายการในระบบ FortiGate และเพียงไม่กี่วันหลังจากนั้นก็ถูกโจมตีจริงทันที แฮกเกอร์ใช้วิธีเจาะผ่านระบบ Single Sign-On (SSO) โดยส่งข้อความ SAML ที่ถูกปรับแต่ง ทำให้สามารถล็อกอินเป็นผู้ดูแลได้โดยไม่ต้องมีรหัสผ่าน เมื่อเข้ามาแล้วพวกเขาจะรีบขโมยการตั้งค่าระบบไฟร์วอลล์ออกไป ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มักมีรหัสผ่านที่ถูกเข้ารหัสของผู้ใช้ VPN และบัญชีอื่น ๆ จุดอันตรายคือการตั้งค่า FortiCloud SSO ที่แม้จะถูกปิดไว้ในค่าเริ่มต้น แต่เมื่อผู้ดูแลลงทะเบียนอุปกรณ์ผ่าน GUI มันจะถูกเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติหากไม่ได้ปิดเอง ทำให้หลายระบบเสี่ยงทันที นักวิจัยแนะนำให้รีบอัปเดตเวอร์ชันล่าสุดหรือปิดฟีเจอร์นี้ผ่าน CLI เพื่อป้องกันการโจมตี 🔗 https://securityonline.info/critical-fortigate-sso-flaw-under-active-exploitation-attackers-bypass-auth-and-exfiltrate-configs ⌚ Apple ยอม EU: iOS 26.3 ส่งต่อการแจ้งเตือนให้สมาร์ทวอชแบรนด์อื่น ใน iOS 26.3 เบต้า Apple เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ชื่อ Notification Forwarding ที่ให้ iPhone ส่งต่อการแจ้งเตือนไปยังอุปกรณ์สวมใส่จากแบรนด์อื่นได้โดยตรง ไม่จำกัดแค่ Apple Watch อีกต่อไป ฟีเจอร์นี้เปิดใช้เฉพาะในสหภาพยุโรป เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย Digital Markets Act ที่บังคับให้ Apple เปิดโอกาสให้สมาร์ทวอชจากค่ายอื่นเข้าถึงฟังก์ชันที่เคยสงวนไว้ การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะให้แอปใดส่งการแจ้งเตือนออกไป และลดความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวที่เกิดจากการที่อุปกรณ์อื่นต้องเข้าถึงการแจ้งเตือนทั้งหมดแบบครอบคลุม ถือเป็นการปรับตัวครั้งสำคัญของ Apple เพื่อหลีกเลี่ยงบทลงโทษจาก EU 🔗 https://securityonline.info/eu-compliance-ios-26-3-adds-notification-forwarding-to-third-party-wearables-bypassing-apple-watch 💻 Windows 10 อัปเดต KB5071546 ทำ MSMQ ใช้งานไม่ได้ Microsoft ยืนยันแล้วว่าการติดตั้งอัปเดต KB5071546 บน Windows 10 ทำให้บริการ Microsoft Message Queuing (MSMQ) ล้มเหลว MSMQ เป็นระบบที่ใช้ในองค์กรเพื่อจัดการข้อความระหว่างแอปพลิเคชัน หากมันหยุดทำงาน งานเบื้องหลังที่ต้องพึ่งพาคิวข้อความก็จะหยุดตามทันที ส่งผลให้เว็บไซต์หรือแอปที่รันบน IIS ไม่สามารถทำงานได้ สาเหตุคือการเปลี่ยนแปลงสิทธิ์การเขียนไฟล์ในโฟลเดอร์จัดเก็บข้อความ ทำให้บัญชีที่ใช้ MSMQ ไม่มีสิทธิ์เพียงพอ แม้จะรีสตาร์ทหรือรีบูตเซิร์ฟเวอร์ก็ไม่ช่วยแก้ปัญหา ทางออกเดียวตอนนี้คือถอนการติดตั้งอัปเดตแล้วรอ Microsoft ปล่อยแพตช์แก้ไขในเดือนถัดไป 🔗 https://securityonline.info/enterprise-alert-windows-10-update-kb5071546-breaks-msmq-service-with-insufficient-permissions 🖥️ ช่องโหว่ ScreenConnect เสี่ยงติดตั้งส่วนขยายไม่ปลอดภัย ConnectWise ออกแพตช์ใหม่สำหรับ ScreenConnect หลังพบช่องโหว่ CVE-2025-14265 ที่มีความรุนแรงสูงถึง 9.1 ช่องโหว่นี้อาจทำให้ผู้ที่มีสิทธิ์ระดับผู้ดูแลเข้าถึงข้อมูลการตั้งค่าหรือบังคับติดตั้งส่วนขยายที่ไม่น่าเชื่อถือได้ แม้จะไม่ใช่การเปิดช่องให้โจมตีจากภายนอกโดยตรง แต่หากบัญชีผู้ดูแลถูกเจาะก็อันตรายทันที แพตช์เวอร์ชัน 25.8 ได้เพิ่มการตรวจสอบความถูกต้องของส่วนขยายและเสริมความปลอดภัยของเซิร์ฟเวอร์ สำหรับผู้ใช้ระบบคลาวด์ไม่ต้องทำอะไรเพราะถูกแก้ไขแล้ว แต่ผู้ที่ติดตั้งเองในองค์กรต้องรีบอัปเดตด้วยตนเอง 🔗 https://securityonline.info/critical-screenconnect-flaw-cvss-9-1-risks-config-exposure-untrusted-extension-installation ☸️ OpenShift GitOps ช่องโหว่ยกระดับสิทธิ์จนยึดคลัสเตอร์ได้ Red Hat OpenShift GitOps ถูกพบช่องโหว่ CVE-2025-13888 ที่ร้ายแรงมาก ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์เพียงระดับ namespace admin สามารถใช้ ArgoCD Custom Resources เพื่อยกระดับสิทธิ์จนเข้าถึงทั้งคลัสเตอร์ได้ วิธีการคือการแก้ไขค่า sourceNamespaces ใน CR ให้ชี้ไปยัง namespace ที่มีสิทธิ์สูง เช่น default จากนั้นระบบจะสร้าง RoleBinding และ Role ที่เปิดทางให้ผู้โจมตีรันงานที่มีสิทธิ์สูงสุดบน master node ได้ทันที เท่ากับว่าสามารถยึดครองคลัสเตอร์ Kubernetes ได้โดยสมบูรณ์ ผู้ดูแลระบบควรรีบอัปเดตแพตช์ล่าสุดและจำกัดสิทธิ์การสร้าง ArgoCD CR ให้เฉพาะผู้ดูแลที่เชื่อถือได้ 🔗 https://securityonline.info/critical-openshift-gitops-flaw-risks-cluster-takeover-cve-2025-13888-via-privilege-escalation-to-root 🕵️‍♂️ Phantom Stealer โจมตีการเงินรัสเซียผ่านไฟล์ ISO เรื่องนี้เป็นการโจมตีที่ซับซ้อนมาก แฮกเกอร์ใช้วิธีส่งอีเมลปลอมที่ดูเหมือนเป็นการยืนยันการโอนเงินจากบริษัทการเงินจริงๆ เพื่อหลอกให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินเปิดไฟล์แนบที่เป็นไฟล์ ISO เมื่อเปิดแล้วจะมีโปรแกรมแฝงที่ชื่อ Phantom Stealer ทำงานทันที มันสามารถขโมยข้อมูลได้หลายอย่าง ทั้งรหัสผ่านในเบราว์เซอร์ ข้อมูลบัตรเครดิต ข้อมูลกระเป๋าเงินดิจิทัล รวมถึงดักจับการพิมพ์คีย์บอร์ดทุกครั้งที่เหยื่อกด Phantom Stealer ยังมีระบบป้องกันตัวเองจากการตรวจสอบ ถ้ารู้ว่ากำลังถูกนักวิจัยจับตามันจะลบตัวเองทันที การโจมตีนี้ถือเป็นการเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ที่ใช้ไฟล์ ISO เพื่อหลบเลี่ยงระบบป้องกัน ทำให้เสี่ยงต่อการสูญเสียข้อมูลทางการเงินอย่างมาก 🔗 https://securityonline.info/phantom-stealer-targets-russian-finance-with-iso-phishing-deploying-keyloggers-and-crypto-wallet-theft 📱 Frogblight มัลแวร์ Android ปลอมเป็นแอปภาครัฐในตุรกี มัลแวร์ตัวใหม่ชื่อ Frogblight ถูกค้นพบว่ากำลังแพร่ระบาดในตุรกี โดยมันปลอมตัวเป็นแอปพลิเคชันของรัฐบาลที่ใช้ดูข้อมูลคดีความ ผู้ใช้จะได้รับ SMS หลอกว่ามีคดีความและต้องดาวน์โหลดแอปเพื่อดูรายละเอียด เมื่อดาวน์โหลดมาแล้ว แอปจะขอสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลหลายอย่าง เช่น SMS รายชื่อผู้ติดต่อ และไฟล์ในเครื่อง จากนั้นมันจะเปิดหน้าเว็บจริงของรัฐบาลเพื่อให้ผู้ใช้ตายใจ แต่เบื้องหลังมันจะดักข้อมูลการเข้าสู่ระบบธนาคารและส่งไปยังผู้โจมตี Frogblight ยังมีฟังก์ชันสอดแนมอื่นๆ เช่นเก็บข้อมูลแอปที่ติดตั้งและไฟล์ในเครื่อง นักวิจัยพบว่ามันถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องและอาจถูกนำไปใช้ในรูปแบบบริการให้เช่าแก่แฮกเกอร์รายอื่น ทำให้ภัยนี้มีโอกาสแพร่กระจายไปนอกตุรกีได้ในอนาคต 🔗 https://securityonline.info/frogblight-android-banking-trojan-targets-turkey-via-fake-e-gov-smishing-and-webview 💻 ช่องโหว่ macOS LPE กลับมาอีกครั้ง นักวิจัยด้านความปลอดภัยพบว่าช่องโหว่เก่าใน macOS ที่เคยรายงานตั้งแต่ปี 2018 ยังไม่ถูกแก้ไขอย่างสมบูรณ์ แม้ Apple จะพยายามอุดหลายครั้ง ช่องโหว่นี้เกี่ยวข้องกับการติดตั้งแอปที่ต้องใช้สิทธิ์ root โดยหากมีแอปปลอมถูกวางไว้ในโฟลเดอร์ Applications ก่อน แอปจริงจะถูกติดตั้งเข้าไปในโฟลเดอร์พิเศษชื่อ .localized ทำให้ระบบเข้าใจผิดและไปเรียกใช้แอปปลอมแทน ผลคือผู้โจมตีสามารถรันโค้ดในสิทธิ์ root ได้ทันที ถือเป็นการเจาะระบบที่อันตรายมาก นักวิจัยย้ำว่าปัญหานี้ยังคงอยู่และต้องการการแก้ไขที่จริงจังจาก Apple เพื่อป้องกันการโจมตีในอนาคต 🔗 https://securityonline.info/macos-lpe-flaw-resurfaces-localized-directory-exploited-to-hijack-installers-and-gain-root-access 🪙 มัลแวร์ NuGet แฝงตัว 5 ปี ขโมยกระเป๋าเงินคริปโต มีการค้นพบแพ็กเกจ NuGet ปลอมชื่อ Tracer.Fody.NLog ที่ถูกปล่อยให้ดาวน์โหลดตั้งแต่ปี 2020 และอยู่รอดมาได้กว่า 5 ปีโดยไม่ถูกตรวจจับ มันปลอมตัวเป็นเครื่องมือ .NET ที่ใช้บันทึก log แต่จริงๆ แล้วมีโค้ดแฝงที่ใช้เทคนิคพิเศษ เช่นการใช้ตัวอักษร Cyrillic ที่หน้าตาเหมือนตัวอักษร Latin เพื่อหลบการตรวจสอบ เมื่อถูกติดตั้ง มันจะค้นหาไฟล์กระเป๋าเงินดิจิทัล Stratis และขโมยรหัสผ่านไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้โจมตีโดยไม่ให้ผู้ใช้รู้ตัว การโจมตีนี้ถือเป็นการโจมตี supply chain ที่อันตรายมาก เพราะนักพัฒนาที่เชื่อใจแพ็กเกจโอเพนซอร์สอาจถูกดักข้อมูลโดยไม่รู้ตัว 🔗 https://securityonline.info/5-year-threat-malicious-nuget-package-used-homoglyphs-and-typosquatting-to-steal-crypto-wallets 🖥️ Intel เตรียมเข้าซื้อกิจการ SambaNova ในราคาลดฮวบ เรื่องนี้น่าสนใจมาก เพราะเดิมทีมีข่าวว่า Intel จะทุ่มเงินกว่า 5 พันล้านดอลลาร์เพื่อซื้อสตาร์ทอัพด้าน AI อย่าง SambaNova แต่ล่าสุดกลับมีรายงานว่ามูลค่าดีลจริงอาจเหลือเพียง 1.6 พันล้านดอลลาร์เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับการประเมินมูลค่าเดิมของบริษัทในปี 2021 ที่สูงกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ สาเหตุหลักมาจากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดชิป AI ที่ NVIDIA ครองความเป็นใหญ่ SambaNova มีจุดแข็งด้านสถาปัตยกรรมที่เน้นการประมวลผลสำหรับโมเดลภาษาและการทำงานแบบครบวงจร ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการ ซึ่งอาจช่วย Intel เติมเต็มช่องว่างที่ยังขาดอยู่ แต่ความท้าทายใหญ่คือการผสานเทคโนโลยีนี้เข้ากับระบบของ Intel โดยไม่กระทบต่อผลิตภัณฑ์ Gaudi ที่มีอยู่แล้ว 🔗 https://securityonline.info/intel-nears-sambanova-acquisition-at-1-6b-fire-sale-price-down-from-5b-valuation 💾 Claude AI ทำพลาด ลบข้อมูลทั้งเครื่อง Mac ของนักพัฒนา นี่คือเหตุการณ์ที่ทำให้หลายคนต้องระวังการใช้เครื่องมือ AI มากขึ้น นักพัฒนารายหนึ่งใช้ Claude CLI เพื่อจัดการแพ็กเกจ แต่กลับเกิดความผิดพลาดจากคำสั่งที่มีเครื่องหมาย ~ ต่อท้าย ทำให้ระบบไปลบทั้งโฟลเดอร์ Home Directory ของเครื่อง Mac ผลคือข้อมูลสำคัญอย่าง Desktop, Documents, Downloads และ Keychains หายไปทั้งหมด เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความเสี่ยงของการให้ AI เข้าถึงระบบโดยตรง นักพัฒนาบางคนจึงเสนอให้ใช้ Docker เป็นตัวกลางเพื่อป้องกันไม่ให้ AI สามารถทำลายข้อมูลในเครื่องจริงได้ 🔗 https://securityonline.info/data-disaster-claude-ai-executes-rm-rf-and-wipes-developers-mac-home-directory 🚀 SpaceX เตรียม IPO ปี 2026 หลังมูลค่าพุ่งถึง 800 พันล้านดอลลาร์ SpaceX กำลังเดินหน้าสู่การเข้าตลาดหุ้น โดยมีการเริ่มคัดเลือกธนาคารเพื่อเป็นที่ปรึกษา IPO และมีการส่งบันทึกภายในยืนยันว่าบริษัทกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าจดทะเบียนในปี 2026 แม้ยังไม่มีการกำหนดวันแน่นอน แต่สิ่งที่น่าทึ่งคือมูลค่าของบริษัทที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยการขายหุ้นภายในล่าสุดตีมูลค่าถึง 800 พันล้านดอลลาร์ แรงหนุนสำคัญมาจากบริการอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด และยังส่งผลให้ Alphabet ซึ่งเคยลงทุนใน SpaceX ได้กำไรอย่างมหาศาลอีกด้วย 🔗 https://securityonline.info/spacex-ipo-company-prepares-for-2026-listing-after-valuation-soars-to-800-billion 🔐 Salt Typhoon กลุ่มแฮ็กเกอร์จากการแข่งขัน Cisco สู่การเจาะระบบโทรคมนาคมโลก เรื่องนี้เหมือนนิยาย แต่เกิดขึ้นจริง นักวิจัยพบว่ากลุ่มแฮ็กเกอร์ชื่อ Salt Typhoon มีจุดเริ่มต้นจากนักศึกษาที่เคยแข่งขัน Cisco Network Academy Cup ก่อนจะนำความรู้ไปใช้ในการเจาะระบบโทรคมนาคมกว่า 80 บริษัททั่วโลก พวกเขาสามารถดักฟังทั้งสายโทรศัพท์และข้อความ รวมถึงเข้าถึงระบบที่ใช้สำหรับการดักฟังโดยกฎหมายเองด้วย เบื้องหลังคือสองบุคคลที่เคยเป็นคู่แข่งกันในสมัยเรียน แต่กลับร่วมมือกันสร้างเครือข่ายไซเบอร์ที่ทรงพลัง เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่อาจถูกนำไปใช้ในทางร้ายได้ 🔗 https://securityonline.info/from-cisco-student-rivalry-to-global-hackers-salt-typhoon-breaches-80-telecos-for-intelligence 🎭 BlackForce เครื่องมือ Phishing-as-a-Service รุ่นใหม่ที่อันตราย BlackForce คือชุดเครื่องมือฟิชชิ่งที่ถูกขายใน Telegram ในราคาหลักร้อยยูโร แต่มีความสามารถสูงมาก มันสามารถหลอกขโมยรหัสผ่านและยังเจาะผ่านระบบยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน (MFA) ได้ โดยใช้เทคนิค Man-in-the-Browser เพื่อดักจับรหัส OTP แบบเรียลไทม์ จุดที่ทำให้มันน่ากลัวคือการใช้โค้ด React และ React Router ที่ดูเหมือนของจริง ทำให้ยากต่อการตรวจจับ อีกทั้งยังพัฒนาอย่างรวดเร็วจากเวอร์ชัน stateless ไปสู่ stateful ที่สามารถเก็บข้อมูลผู้ใช้แม้รีเฟรชหน้าเว็บได้ ทำให้การโจมตีมีความต่อเนื่องและยากต่อการป้องกัน 🔗 https://securityonline.info/blackforce-phaas-weaponizes-react-and-stateful-sessions-to-bypass-mfa-steal-credentials
    SECURITYONLINE.INFO
    Critical FortiGate SSO Flaw Under Active Exploitation: Attackers Bypass Auth and Exfiltrate Configs
    A critical FortiGate SSO flaw (CVSS 9.1) is under active exploitation, letting unauthenticated attackers bypass login via crafted SAML. The flaw is armed by default registration, risking config exfiltration. Patch immediately.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 951 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20251214 #TechRadar

    รีวิวคีย์บอร์ด HHKB Professional Classic Type-S
    เรื่องราวของคีย์บอร์ดรุ่นนี้เริ่มจากแนวคิดของศาสตราจารย์ชาวญี่ปุ่นที่ต้องการสร้างคีย์บอร์ดสำหรับมืออาชีพ โดยตัดปุ่มที่ไม่จำเป็นออกไป เหลือเพียง 60 ปุ่มในดีไซน์กะทัดรัด ใช้สวิตช์ Topre ที่ขึ้นชื่อเรื่องสัมผัสนุ่มและเงียบ จุดเด่นคือความเล็กและพกพาง่าย แต่ข้อเสียคือไม่มีปุ่มลูกศร ไม่มีแป้นตัวเลข และต้องใช้ปุ่ม Fn เพื่อเข้าถึงฟังก์ชันต่าง ๆ ทำให้ผู้ใช้ต้องปรับตัวใหม่ทั้งหมด ราคาก็สูงพอสมควรเกือบ 300 ดอลลาร์ จึงเป็นคีย์บอร์ดที่คนรักความมินิมอลอาจหลงใหล แต่สำหรับคนทั่วไปอาจรู้สึกว่ามันใช้งานยากและไม่คุ้มค่า
    https://www.techradar.com/computing/keyboards/hhkb-professional-classic-type-s-keyboard-review

    มินิพีซี FEVM FAEX1 ขนาด 1 ลิตร
    นี่คือคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่อัดพลังมหาศาลไว้ภายใน ใช้ชิป Ryzen AI Max+ 395 พร้อมการ์ดจอ Radeon 8060S เทียบเท่า RTX 4070 Laptop รองรับแรมสูงสุด 128GB และมีสล็อต SSD ถึงสามช่อง แม้ตัวเครื่องเล็กเพียง 220 x 133 x 35 มม. แต่ยังคงประสิทธิภาพระดับสูง มีพอร์ตเชื่อมต่อครบครัน ทั้ง HDMI, DisplayPort, USB4, และ OCuLink ราคาขายในจีนเริ่มต้นราว 1,550 ดอลลาร์ ถือว่าเป็นหนึ่งในมินิพีซีที่ทรงพลังที่สุดในตลาด แต่ยังไม่สามารถหาซื้อได้ทั่วโลก
    https://www.techradar.com/pro/this-is-perhaps-the-smallest-mini-pc-with-a-5060-class-gpu-you-can-buy-right-now-but-you-will-have-to-go-all-the-way-to-china-to-get-it

    ที่ชาร์จไร้สาย Qi2.0 จาก IKEA
    IKEA เปิดตัวที่ชาร์จไร้สายใหม่ 3 รุ่นในซีรีส์ VÄSTMÄRKE ทั้งหมดรองรับมาตรฐาน Qi2.0 กำลังชาร์จสูงสุด 15W รุ่นแรกเป็นที่ชาร์จทรงโดนัทสีแดง ราคาเพียง 9.99 ดอลลาร์ มีฟังก์ชันพิเศษเป็นที่จับโทรศัพท์คล้าย PopSocket รุ่นที่สองเป็นแท่นชาร์จทำจากไม้คอร์ก ราคา 24.99 ดอลลาร์ ใช้งานได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ส่วนรุ่นสุดท้ายเป็นที่ชาร์จพร้อมไฟส่องสว่างและถาดเล็ก ๆ สำหรับวางของเล็กน้อย เหมาะกับการใช้งานบนโต๊ะหรือหัวเตียง ทั้งสามรุ่นเน้นความเรียบง่ายและราคาย่อมเยาในสไตล์ IKEA
    https://www.techradar.com/phones/phone-accessories/ikea-launches-three-new-qi2-0-wireless-phone-chargers-including-one-with-a-hidden-double-function

    6 คำถามสำคัญในการวางแผน AI Enablement
    บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าในองค์กรยุคใหม่ พนักงานแทบทุกคนใช้เครื่องมือ AI ไม่ว่าจะได้รับอนุญาตหรือไม่ และหลายครั้งมีการนำข้อมูลภายในไปใส่ในระบบโดยไม่รู้ความเสี่ยง ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “Shadow AI” ผู้เขียนเสนอว่าองค์กรต้องมีแผน AI Enablement ที่ชัดเจน โดยตั้งคำถามสำคัญ เช่น จะใช้ AI ในงานใดบ้าง จะเลือกเครื่องมือที่ปลอดภัยอย่างไร จะจัดการบัญชีส่วนตัวของพนักงานอย่างไร และจะสอนนโยบายให้พนักงานเข้าใจได้อย่างไร หากไม่มีการกำกับดูแล อาจนำไปสู่การรั่วไหลของข้อมูลและความเสียหายทางธุรกิจ
    https://www.techradar.com/pro/six-questions-to-ask-when-crafting-an-ai-enablement-plan

    Tesla Model Y Performance รุ่นใหม่
    ครั้งหนึ่ง Tesla เคยสร้างความตื่นตะลึงด้วยสมรรถนะที่เหนือกว่ารถสปอร์ต แต่ในรุ่น Model Y Performance ล่าสุด แม้จะยังเร็ว 0-60 ไมล์ใน 3.3 วินาที และวิ่งได้ไกลถึง 360 ไมล์ต่อการชาร์จ แต่ความตื่นเต้นกลับไม่เหมือนเดิมแล้ว เพราะคู่แข่งจากยุโรปและจีนก้าวขึ้นมาเทียบชั้นได้หมด การปรับปรุงช่วงล่างและระบบขับเคลื่อนช่วยให้ขับนุ่มนวลขึ้น แต่ไม่ได้สร้างความเร้าใจเหมือนเดิม ผู้ทดสอบเล่าว่าลูกชายถึงกับเวียนหัวเมื่อถูกเร่งความเร็วแรง ๆ สุดท้ายจึงสรุปว่า รุ่น Standard และ Long Range อาจคุ้มค่ากว่าด้วยราคาที่ถูกลงและระยะทางวิ่งที่มากกว่า
    https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/ive-driven-the-new-tesla-model-y-performance-and-despite-it-being-a-great-car-it-isnt-anywhere-near-as-exciting-as-it-once-was

    Canva เปิดมุมมองใหม่ สร้างยุคแห่ง “Imagination Era”
    Canva กำลังพลิกโฉมตัวเองจากเครื่องมือออกแบบธรรมดาไปสู่สิ่งที่เรียกว่า “Creative Operating System” หรือระบบปฏิบัติการด้านการสร้างสรรค์ ที่รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่การออกแบบ การทำงานร่วมทีม ไปจนถึงการเผยแพร่และวัดผลในที่เดียว จุดเด่นคือการผสาน AI ที่เข้าใจโครงสร้างงานดีไซน์จริง ไม่ใช่แค่สร้างภาพสวย ๆ แต่สามารถแก้ไข ปรับแต่ง และทำงานต่อได้อย่างยืดหยุ่น อีกหนึ่งข่าวใหญ่คือ Affinity ซึ่งเคยเป็นซอฟต์แวร์ออกแบบระดับโปร ตอนนี้ถูกทำให้ใช้ฟรีตลอดไป เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงเครื่องมือคุณภาพโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย Canva ยังเสริมด้วยฟีเจอร์ใหม่ ๆ เช่น Ask @Canva ที่ช่วยให้ AI กลายเป็นเพื่อนร่วมคิด ไม่ใช่ตัวแทนแทนความคิด และการเชื่อมต่อกับ Sheets เพื่อสร้างแอปหรือแดชบอร์ดแบบโต้ตอบได้ทันที ทั้งหมดนี้สะท้อนแนวคิดว่าโลกกำลังเดินเข้าสู่ “Imagination Era” ที่ความคิดสร้างสรรค์คือหัวใจสำคัญของการทำงาน
    https://www.techradar.com/pro/software-services/interview-canva-reveals-what-creativity-in-the-age-of-ai-and-why-affinity-is-free-for-all

    EU ถอยแผนแบนรถเครื่องยนต์สันดาปปี 2035
    สหภาพยุโรปเคยประกาศว่าจะยุติการขายรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในปี 2035 แต่ล่าสุดมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเลื่อนเป้าหมายไปเป็นปี 2040 พร้อมปรับเงื่อนไขใหม่ให้ผู้ผลิตรถยนต์ลดการปล่อย CO2 ลง 90% แทนที่จะเป็น 100% เหตุผลหลักคือการรักษางานอุตสาหกรรมจำนวนมหาศาลและตอบรับเสียงจากผู้ผลิตรายใหญ่ที่มองว่ากำหนดเดิมเร็วเกินไป หลายค่ายอย่าง Porsche และ Ford ก็ปรับแผนกลับมาใช้ทั้งเครื่องยนต์น้ำมันและไฮบริดควบคู่ไปกับรถไฟฟ้า แม้จะเลื่อนเวลาออกไป แต่ทิศทางใหญ่ยังคงมุ่งสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ เพียงแต่ให้เวลามากขึ้นในการเปลี่ยนผ่าน
    https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/the-inevitable-has-happened-the-eu-has-u-turned-on-its-plan-to-ban-the-sale-of-ice-cars-by-2035

    ยุคใหม่ของ AI: จากโมเดลใหญ่สู่ “Agentic AI”
    ที่ผ่านมาโลก AI เน้นการสร้างโมเดลที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ แต่ตอนนี้นักวิจัยมองว่าทางออกไม่ใช่การเพิ่มขนาด แต่คือการออกแบบสถาปัตยกรรมใหม่ที่เรียกว่า “Agentic AI” แนวคิดนี้คือการใช้กลุ่มตัวแทนเล็ก ๆ หลายตัวที่ทำงานร่วมกันอย่างมีเหตุผลและต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ตอบคำถามแล้วจบ แต่สามารถเฝ้าสังเกต วิเคราะห์ และปรับตัวตามสถานการณ์จริง เช่น การเปลี่ยนพฤติกรรมลูกค้า หรือความผิดปกติเล็ก ๆ ที่มักหลุดจากสายตา ระบบนี้ต้องอาศัยข้อมูลที่เป็นเอกภาพเพื่อไม่ให้ตัวแทนแต่ละตัวตัดสินใจขัดแย้งกัน จุดสำคัญคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ยืดหยุ่นและเรียนรู้ได้ตลอดเวลา โดยมนุษย์ยังคงมีบทบาทในการกำหนดเป้าหมายและขอบเขต ส่วน AI จะทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนที่ไม่รู้จักเหนื่อย
    https://www.techradar.com/pro/the-next-phase-of-ai-is-agentic-and-it-starts-with-data-architecture

    สหรัฐฯ เตรียมตรวจโซเชียลมีเดียย้อนหลัง 5 ปีในการเข้าประเทศ
    นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ อาจต้องเจอกับมาตรการใหม่ที่เข้มงวดกว่าที่เคย โดยหน่วยงาน CBP เสนอให้ตรวจสอบโพสต์โซเชียลมีเดียย้อนหลังถึง 5 ปี รวมถึงข้อมูลส่วนตัวอย่างอีเมล เบอร์โทรศัพท์ ข้อมูลครอบครัว และข้อมูลชีวมิติ เช่น ลายนิ้วมือ สแกนม่านตา และ DNA แน่นอนว่ามาตรการนี้ถูกวิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มสิทธิเสรีภาพที่มองว่าเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวและไม่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยจริง ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนว่ามาตรการนี้สามารถหลีกเลี่ยงได้ง่าย เช่น การลบโพสต์เก่า หรือสร้างบัญชีใหม่ที่สะอาด ทำให้เกิดคำถามว่ามันจะได้ผลจริงหรือไม่
    https://www.techradar.com/computing/social-media/new-us-border-checks-could-involve-scanning-your-last-five-years-of-social-media-history-heres-what-you-need-to-know

    AI พาโลกธุรกิจวิ่งสู่ “Zero Downtime”
    ในยุคดิจิทัล ความน่าเชื่อถือของระบบออนไลน์สำคัญไม่แพ้รายได้ เพราะการหยุดทำงานเพียงไม่กี่นาทีอาจสร้างความเสียหายมหาศาล ปัจจุบัน AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนเกมด้วยการสร้างระบบที่สามารถคาดการณ์และแก้ไขปัญหาได้เองก่อนที่ผู้ใช้จะรู้ตัว แนวคิด “Self-healing Infrastructure” หรือโครงสร้างพื้นฐานที่ซ่อมตัวเองได้ กำลังถูกนำมาใช้จริงในองค์กรใหญ่ ๆ ทำให้การแก้ไขปัญหาที่เคยใช้เวลาหลายชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่นาที ผลลัพธ์คือธุรกิจสามารถทำงานต่อเนื่องโดยไม่สะดุด และวิศวกรเองก็มีเวลามากขึ้นในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่แทนที่จะต้องคอยดับไฟ ระบบเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุน แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในโลกที่ทุกวินาทีมีค่า
    https://www.techradar.com/pro/the-race-to-zero-downtime-is-on-and-ai-is-leading-it



    📌📡🔴 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🔴📡📌 #รวมข่าวIT #20251214 #TechRadar 🖥️ รีวิวคีย์บอร์ด HHKB Professional Classic Type-S เรื่องราวของคีย์บอร์ดรุ่นนี้เริ่มจากแนวคิดของศาสตราจารย์ชาวญี่ปุ่นที่ต้องการสร้างคีย์บอร์ดสำหรับมืออาชีพ โดยตัดปุ่มที่ไม่จำเป็นออกไป เหลือเพียง 60 ปุ่มในดีไซน์กะทัดรัด ใช้สวิตช์ Topre ที่ขึ้นชื่อเรื่องสัมผัสนุ่มและเงียบ จุดเด่นคือความเล็กและพกพาง่าย แต่ข้อเสียคือไม่มีปุ่มลูกศร ไม่มีแป้นตัวเลข และต้องใช้ปุ่ม Fn เพื่อเข้าถึงฟังก์ชันต่าง ๆ ทำให้ผู้ใช้ต้องปรับตัวใหม่ทั้งหมด ราคาก็สูงพอสมควรเกือบ 300 ดอลลาร์ จึงเป็นคีย์บอร์ดที่คนรักความมินิมอลอาจหลงใหล แต่สำหรับคนทั่วไปอาจรู้สึกว่ามันใช้งานยากและไม่คุ้มค่า 🔗 https://www.techradar.com/computing/keyboards/hhkb-professional-classic-type-s-keyboard-review 💻 มินิพีซี FEVM FAEX1 ขนาด 1 ลิตร นี่คือคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่อัดพลังมหาศาลไว้ภายใน ใช้ชิป Ryzen AI Max+ 395 พร้อมการ์ดจอ Radeon 8060S เทียบเท่า RTX 4070 Laptop รองรับแรมสูงสุด 128GB และมีสล็อต SSD ถึงสามช่อง แม้ตัวเครื่องเล็กเพียง 220 x 133 x 35 มม. แต่ยังคงประสิทธิภาพระดับสูง มีพอร์ตเชื่อมต่อครบครัน ทั้ง HDMI, DisplayPort, USB4, และ OCuLink ราคาขายในจีนเริ่มต้นราว 1,550 ดอลลาร์ ถือว่าเป็นหนึ่งในมินิพีซีที่ทรงพลังที่สุดในตลาด แต่ยังไม่สามารถหาซื้อได้ทั่วโลก 🔗 https://www.techradar.com/pro/this-is-perhaps-the-smallest-mini-pc-with-a-5060-class-gpu-you-can-buy-right-now-but-you-will-have-to-go-all-the-way-to-china-to-get-it 🔌 ที่ชาร์จไร้สาย Qi2.0 จาก IKEA IKEA เปิดตัวที่ชาร์จไร้สายใหม่ 3 รุ่นในซีรีส์ VÄSTMÄRKE ทั้งหมดรองรับมาตรฐาน Qi2.0 กำลังชาร์จสูงสุด 15W รุ่นแรกเป็นที่ชาร์จทรงโดนัทสีแดง ราคาเพียง 9.99 ดอลลาร์ มีฟังก์ชันพิเศษเป็นที่จับโทรศัพท์คล้าย PopSocket รุ่นที่สองเป็นแท่นชาร์จทำจากไม้คอร์ก ราคา 24.99 ดอลลาร์ ใช้งานได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ส่วนรุ่นสุดท้ายเป็นที่ชาร์จพร้อมไฟส่องสว่างและถาดเล็ก ๆ สำหรับวางของเล็กน้อย เหมาะกับการใช้งานบนโต๊ะหรือหัวเตียง ทั้งสามรุ่นเน้นความเรียบง่ายและราคาย่อมเยาในสไตล์ IKEA 🔗 https://www.techradar.com/phones/phone-accessories/ikea-launches-three-new-qi2-0-wireless-phone-chargers-including-one-with-a-hidden-double-function 🤖 6 คำถามสำคัญในการวางแผน AI Enablement บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าในองค์กรยุคใหม่ พนักงานแทบทุกคนใช้เครื่องมือ AI ไม่ว่าจะได้รับอนุญาตหรือไม่ และหลายครั้งมีการนำข้อมูลภายในไปใส่ในระบบโดยไม่รู้ความเสี่ยง ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “Shadow AI” ผู้เขียนเสนอว่าองค์กรต้องมีแผน AI Enablement ที่ชัดเจน โดยตั้งคำถามสำคัญ เช่น จะใช้ AI ในงานใดบ้าง จะเลือกเครื่องมือที่ปลอดภัยอย่างไร จะจัดการบัญชีส่วนตัวของพนักงานอย่างไร และจะสอนนโยบายให้พนักงานเข้าใจได้อย่างไร หากไม่มีการกำกับดูแล อาจนำไปสู่การรั่วไหลของข้อมูลและความเสียหายทางธุรกิจ 🔗 https://www.techradar.com/pro/six-questions-to-ask-when-crafting-an-ai-enablement-plan 🚗 Tesla Model Y Performance รุ่นใหม่ ครั้งหนึ่ง Tesla เคยสร้างความตื่นตะลึงด้วยสมรรถนะที่เหนือกว่ารถสปอร์ต แต่ในรุ่น Model Y Performance ล่าสุด แม้จะยังเร็ว 0-60 ไมล์ใน 3.3 วินาที และวิ่งได้ไกลถึง 360 ไมล์ต่อการชาร์จ แต่ความตื่นเต้นกลับไม่เหมือนเดิมแล้ว เพราะคู่แข่งจากยุโรปและจีนก้าวขึ้นมาเทียบชั้นได้หมด การปรับปรุงช่วงล่างและระบบขับเคลื่อนช่วยให้ขับนุ่มนวลขึ้น แต่ไม่ได้สร้างความเร้าใจเหมือนเดิม ผู้ทดสอบเล่าว่าลูกชายถึงกับเวียนหัวเมื่อถูกเร่งความเร็วแรง ๆ สุดท้ายจึงสรุปว่า รุ่น Standard และ Long Range อาจคุ้มค่ากว่าด้วยราคาที่ถูกลงและระยะทางวิ่งที่มากกว่า 🔗 https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/ive-driven-the-new-tesla-model-y-performance-and-despite-it-being-a-great-car-it-isnt-anywhere-near-as-exciting-as-it-once-was 🖌️ Canva เปิดมุมมองใหม่ สร้างยุคแห่ง “Imagination Era” Canva กำลังพลิกโฉมตัวเองจากเครื่องมือออกแบบธรรมดาไปสู่สิ่งที่เรียกว่า “Creative Operating System” หรือระบบปฏิบัติการด้านการสร้างสรรค์ ที่รวมทุกขั้นตอนตั้งแต่การออกแบบ การทำงานร่วมทีม ไปจนถึงการเผยแพร่และวัดผลในที่เดียว จุดเด่นคือการผสาน AI ที่เข้าใจโครงสร้างงานดีไซน์จริง ไม่ใช่แค่สร้างภาพสวย ๆ แต่สามารถแก้ไข ปรับแต่ง และทำงานต่อได้อย่างยืดหยุ่น อีกหนึ่งข่าวใหญ่คือ Affinity ซึ่งเคยเป็นซอฟต์แวร์ออกแบบระดับโปร ตอนนี้ถูกทำให้ใช้ฟรีตลอดไป เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงเครื่องมือคุณภาพโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย Canva ยังเสริมด้วยฟีเจอร์ใหม่ ๆ เช่น Ask @Canva ที่ช่วยให้ AI กลายเป็นเพื่อนร่วมคิด ไม่ใช่ตัวแทนแทนความคิด และการเชื่อมต่อกับ Sheets เพื่อสร้างแอปหรือแดชบอร์ดแบบโต้ตอบได้ทันที ทั้งหมดนี้สะท้อนแนวคิดว่าโลกกำลังเดินเข้าสู่ “Imagination Era” ที่ความคิดสร้างสรรค์คือหัวใจสำคัญของการทำงาน 🔗 https://www.techradar.com/pro/software-services/interview-canva-reveals-what-creativity-in-the-age-of-ai-and-why-affinity-is-free-for-all 🚗 EU ถอยแผนแบนรถเครื่องยนต์สันดาปปี 2035 สหภาพยุโรปเคยประกาศว่าจะยุติการขายรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในปี 2035 แต่ล่าสุดมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเลื่อนเป้าหมายไปเป็นปี 2040 พร้อมปรับเงื่อนไขใหม่ให้ผู้ผลิตรถยนต์ลดการปล่อย CO2 ลง 90% แทนที่จะเป็น 100% เหตุผลหลักคือการรักษางานอุตสาหกรรมจำนวนมหาศาลและตอบรับเสียงจากผู้ผลิตรายใหญ่ที่มองว่ากำหนดเดิมเร็วเกินไป หลายค่ายอย่าง Porsche และ Ford ก็ปรับแผนกลับมาใช้ทั้งเครื่องยนต์น้ำมันและไฮบริดควบคู่ไปกับรถไฟฟ้า แม้จะเลื่อนเวลาออกไป แต่ทิศทางใหญ่ยังคงมุ่งสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ เพียงแต่ให้เวลามากขึ้นในการเปลี่ยนผ่าน 🔗 https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/the-inevitable-has-happened-the-eu-has-u-turned-on-its-plan-to-ban-the-sale-of-ice-cars-by-2035 🤖 ยุคใหม่ของ AI: จากโมเดลใหญ่สู่ “Agentic AI” ที่ผ่านมาโลก AI เน้นการสร้างโมเดลที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ แต่ตอนนี้นักวิจัยมองว่าทางออกไม่ใช่การเพิ่มขนาด แต่คือการออกแบบสถาปัตยกรรมใหม่ที่เรียกว่า “Agentic AI” แนวคิดนี้คือการใช้กลุ่มตัวแทนเล็ก ๆ หลายตัวที่ทำงานร่วมกันอย่างมีเหตุผลและต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ตอบคำถามแล้วจบ แต่สามารถเฝ้าสังเกต วิเคราะห์ และปรับตัวตามสถานการณ์จริง เช่น การเปลี่ยนพฤติกรรมลูกค้า หรือความผิดปกติเล็ก ๆ ที่มักหลุดจากสายตา ระบบนี้ต้องอาศัยข้อมูลที่เป็นเอกภาพเพื่อไม่ให้ตัวแทนแต่ละตัวตัดสินใจขัดแย้งกัน จุดสำคัญคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ยืดหยุ่นและเรียนรู้ได้ตลอดเวลา โดยมนุษย์ยังคงมีบทบาทในการกำหนดเป้าหมายและขอบเขต ส่วน AI จะทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนที่ไม่รู้จักเหนื่อย 🔗 https://www.techradar.com/pro/the-next-phase-of-ai-is-agentic-and-it-starts-with-data-architecture 🛂 สหรัฐฯ เตรียมตรวจโซเชียลมีเดียย้อนหลัง 5 ปีในการเข้าประเทศ นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ อาจต้องเจอกับมาตรการใหม่ที่เข้มงวดกว่าที่เคย โดยหน่วยงาน CBP เสนอให้ตรวจสอบโพสต์โซเชียลมีเดียย้อนหลังถึง 5 ปี รวมถึงข้อมูลส่วนตัวอย่างอีเมล เบอร์โทรศัพท์ ข้อมูลครอบครัว และข้อมูลชีวมิติ เช่น ลายนิ้วมือ สแกนม่านตา และ DNA แน่นอนว่ามาตรการนี้ถูกวิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มสิทธิเสรีภาพที่มองว่าเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวและไม่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยจริง ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนว่ามาตรการนี้สามารถหลีกเลี่ยงได้ง่าย เช่น การลบโพสต์เก่า หรือสร้างบัญชีใหม่ที่สะอาด ทำให้เกิดคำถามว่ามันจะได้ผลจริงหรือไม่ 🔗 https://www.techradar.com/computing/social-media/new-us-border-checks-could-involve-scanning-your-last-five-years-of-social-media-history-heres-what-you-need-to-know ⚙️ AI พาโลกธุรกิจวิ่งสู่ “Zero Downtime” ในยุคดิจิทัล ความน่าเชื่อถือของระบบออนไลน์สำคัญไม่แพ้รายได้ เพราะการหยุดทำงานเพียงไม่กี่นาทีอาจสร้างความเสียหายมหาศาล ปัจจุบัน AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนเกมด้วยการสร้างระบบที่สามารถคาดการณ์และแก้ไขปัญหาได้เองก่อนที่ผู้ใช้จะรู้ตัว แนวคิด “Self-healing Infrastructure” หรือโครงสร้างพื้นฐานที่ซ่อมตัวเองได้ กำลังถูกนำมาใช้จริงในองค์กรใหญ่ ๆ ทำให้การแก้ไขปัญหาที่เคยใช้เวลาหลายชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่นาที ผลลัพธ์คือธุรกิจสามารถทำงานต่อเนื่องโดยไม่สะดุด และวิศวกรเองก็มีเวลามากขึ้นในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่แทนที่จะต้องคอยดับไฟ ระบบเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุน แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในโลกที่ทุกวินาทีมีค่า 🔗 https://www.techradar.com/pro/the-race-to-zero-downtime-is-on-and-ai-is-leading-it
    WWW.TECHRADAR.COM
    I tested the HHKB Professional Classic Type-S — a niche option for those prepared to learn a new keyboard layout to get Topre key mechanisms
    The HHKB Professional Classic Type-S is a radically deconstructed keyboard design that focuses on compact layout rather than easy adaptability.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 931 มุมมอง 0 รีวิว
  • AI Safety Report Card – บริษัท AI ยังขาดแผนปกป้องมนุษย์

    รายงานจาก The Star ระบุว่า Future of Life Institute ได้เผยแพร่ AI Safety Index ซึ่งประเมินบริษัท AI ชั้นนำ 35 ตัวชี้วัดใน 6 หมวด เช่น existential safety, risk assessment และการแบ่งปันข้อมูล พบว่าบริษัทส่วนใหญ่ยังไม่ให้ความสำคัญกับการป้องกันความเสี่ยงระยะยาว.

    บริษัทที่ได้คะแนนสูงสุดคือ OpenAI และ Anthropic ที่ได้เพียง C+ ขณะที่ Google DeepMind ได้ C ส่วน Meta และ xAI ของ Elon Musk ได้ D และบริษัทจีนอย่าง Z.ai และ DeepSeek ก็ได้ D เช่นกัน โดย Alibaba Cloud ได้คะแนนต่ำสุดที่ D-.

    รายงานชี้ว่าไม่มีบริษัทใดมี แผนที่น่าเชื่อถือในการป้องกันการใช้ AGI หรือ superintelligence ในทางที่ผิด เช่นการสร้างอาวุธชีวภาพหรือการโค่นล้มรัฐบาล ซึ่งถือเป็นความเสี่ยง existential ที่อาจกระทบต่อมนุษยชาติ. แม้บางบริษัท เช่น OpenAI และ Google DeepMind จะอ้างว่ามีการลงทุนด้าน safety framework แต่ก็ยังไม่เพียงพอ.

    นักวิจัยเตือนว่าหากไม่มีการกำกับดูแลที่เข้มงวด อุตสาหกรรม AI อาจกลายเป็น “การแข่งขันสู่จุดต่ำสุด” ที่เน้นความเร็วและความสามารถมากกว่าความปลอดภัย โดยเสนอให้รัฐบาลออก มาตรฐานความปลอดภัยที่มีผลบังคับใช้ เพื่อป้องกันการใช้ AI ในทางที่ผิด.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ผลการจัดอันดับ AI Safety Index
    OpenAI และ Anthropic ได้ C+
    Google DeepMind ได้ C
    Meta, xAI, Z.ai, DeepSeek ได้ D
    Alibaba Cloud ได้ D-

    ข้อค้นพบหลัก
    ไม่มีบริษัทใดมีแผนป้องกัน existential risk ที่น่าเชื่อถือ
    การลงทุนด้าน safety framework ยังไม่เพียงพอ

    ข้อเสนอจากนักวิจัย
    ต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยที่บังคับใช้
    ป้องกันการแข่งขันที่เน้นความเร็วมากกว่าความปลอดภัย

    ข้อกังวลและคำเตือน
    AI อาจถูกใช้สร้างอาวุธชีวภาพหรือโค่นล้มรัฐบาล
    หากไม่มีการกำกับดูแล อุตสาหกรรมจะเข้าสู่ “race to the bottom”

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/12/13/a-safety-report-card-ranks-ai-company-efforts-to-protect-humanity
    🧾 AI Safety Report Card – บริษัท AI ยังขาดแผนปกป้องมนุษย์ รายงานจาก The Star ระบุว่า Future of Life Institute ได้เผยแพร่ AI Safety Index ซึ่งประเมินบริษัท AI ชั้นนำ 35 ตัวชี้วัดใน 6 หมวด เช่น existential safety, risk assessment และการแบ่งปันข้อมูล พบว่าบริษัทส่วนใหญ่ยังไม่ให้ความสำคัญกับการป้องกันความเสี่ยงระยะยาว. บริษัทที่ได้คะแนนสูงสุดคือ OpenAI และ Anthropic ที่ได้เพียง C+ ขณะที่ Google DeepMind ได้ C ส่วน Meta และ xAI ของ Elon Musk ได้ D และบริษัทจีนอย่าง Z.ai และ DeepSeek ก็ได้ D เช่นกัน โดย Alibaba Cloud ได้คะแนนต่ำสุดที่ D-. รายงานชี้ว่าไม่มีบริษัทใดมี แผนที่น่าเชื่อถือในการป้องกันการใช้ AGI หรือ superintelligence ในทางที่ผิด เช่นการสร้างอาวุธชีวภาพหรือการโค่นล้มรัฐบาล ซึ่งถือเป็นความเสี่ยง existential ที่อาจกระทบต่อมนุษยชาติ. แม้บางบริษัท เช่น OpenAI และ Google DeepMind จะอ้างว่ามีการลงทุนด้าน safety framework แต่ก็ยังไม่เพียงพอ. นักวิจัยเตือนว่าหากไม่มีการกำกับดูแลที่เข้มงวด อุตสาหกรรม AI อาจกลายเป็น “การแข่งขันสู่จุดต่ำสุด” ที่เน้นความเร็วและความสามารถมากกว่าความปลอดภัย โดยเสนอให้รัฐบาลออก มาตรฐานความปลอดภัยที่มีผลบังคับใช้ เพื่อป้องกันการใช้ AI ในทางที่ผิด. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ผลการจัดอันดับ AI Safety Index ➡️ OpenAI และ Anthropic ได้ C+ ➡️ Google DeepMind ได้ C ➡️ Meta, xAI, Z.ai, DeepSeek ได้ D ➡️ Alibaba Cloud ได้ D- ✅ ข้อค้นพบหลัก ➡️ ไม่มีบริษัทใดมีแผนป้องกัน existential risk ที่น่าเชื่อถือ ➡️ การลงทุนด้าน safety framework ยังไม่เพียงพอ ✅ ข้อเสนอจากนักวิจัย ➡️ ต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยที่บังคับใช้ ➡️ ป้องกันการแข่งขันที่เน้นความเร็วมากกว่าความปลอดภัย ‼️ ข้อกังวลและคำเตือน ⛔ AI อาจถูกใช้สร้างอาวุธชีวภาพหรือโค่นล้มรัฐบาล ⛔ หากไม่มีการกำกับดูแล อุตสาหกรรมจะเข้าสู่ “race to the bottom” https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/12/13/a-safety-report-card-ranks-ai-company-efforts-to-protect-humanity
    WWW.THESTAR.COM.MY
    A safety report card ranks AI company efforts to protect humanity
    Are artificial intelligence companies keeping humanity safe from AI's potential harms? Don't bet on it, a new report card says.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 385 มุมมอง 0 รีวิว
  • Apache Airflow อุดช่องโหว่รั่วไหล Credential ผ่าน UI และ Template Rendering

    Apache Airflow ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมสำหรับการจัดการ workflow แบบโปรแกรม ถูกพบช่องโหว่ที่อาจทำให้ข้อมูลลับรั่วไหลสู่ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์เข้าถึง UI โดยตรง ช่องโหว่แรก CVE-2025-65995 (ระดับ Moderate) เกิดขึ้นจากการที่ระบบแสดง DAG traceback ที่ละเอียดเกินไปเมื่อ workflow ล้มเหลว ทำให้ผู้ใช้สามารถเห็นค่า kwargs ที่ส่งไปยัง operator ซึ่งบางครั้งอาจมีข้อมูลลับ เช่น API keys หรือรหัสผ่าน

    ช่องโหว่ที่สอง CVE-2025-66388 (ระดับ Low) เกิดจากการที่ระบบ template rendering ไม่ได้ทำการ redaction ข้อมูลลับอย่างถูกต้อง ส่งผลให้ผู้ใช้ที่ไม่ควรมีสิทธิ์สามารถเห็นค่า secret ได้ในผลลัพธ์ที่ถูก render ออกมา ถือเป็นการทำลาย boundary ของการอนุญาต (authorization boundary)

    ทั้งสองช่องโหว่นี้ส่งผลกระทบต่อเวอร์ชันก่อนหน้า 3.1.4 และทีมพัฒนาได้ออกแพตช์แก้ไขเรียบร้อยแล้ว โดยแนะนำให้ผู้ดูแลระบบรีบอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ โดยเฉพาะระบบที่มีการจัดการ workflow ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลทางการเงินหรือ API ที่เชื่อมต่อกับบริการภายนอก

    สรุปสาระสำคัญ
    ช่องโหว่ที่พบใน Apache Airflow
    CVE-2025-65995: DAG traceback แสดงข้อมูล kwargs ที่อาจมี secret
    CVE-2025-66388: Template rendering ไม่ redaction secret อย่างถูกต้อง

    ระดับความรุนแรง
    CVE-2025-65995: Moderate
    CVE-2025-66388: Low

    การแก้ไข
    ทีมพัฒนาออกแพตช์ในเวอร์ชัน 3.1.4

    คำเตือนสำหรับผู้ดูแลระบบ
    หากไม่อัปเดต อาจเสี่ยงต่อการรั่วไหล API keys และรหัสผ่าน
    การรั่วไหล credential อาจนำไปสู่การเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต

    https://securityonline.info/apache-airflow-flaws-leak-sensitive-credentials-in-ui-via-dag-tracebacks-template-rendering/
    ⏳ Apache Airflow อุดช่องโหว่รั่วไหล Credential ผ่าน UI และ Template Rendering Apache Airflow ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมสำหรับการจัดการ workflow แบบโปรแกรม ถูกพบช่องโหว่ที่อาจทำให้ข้อมูลลับรั่วไหลสู่ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์เข้าถึง UI โดยตรง ช่องโหว่แรก CVE-2025-65995 (ระดับ Moderate) เกิดขึ้นจากการที่ระบบแสดง DAG traceback ที่ละเอียดเกินไปเมื่อ workflow ล้มเหลว ทำให้ผู้ใช้สามารถเห็นค่า kwargs ที่ส่งไปยัง operator ซึ่งบางครั้งอาจมีข้อมูลลับ เช่น API keys หรือรหัสผ่าน ช่องโหว่ที่สอง CVE-2025-66388 (ระดับ Low) เกิดจากการที่ระบบ template rendering ไม่ได้ทำการ redaction ข้อมูลลับอย่างถูกต้อง ส่งผลให้ผู้ใช้ที่ไม่ควรมีสิทธิ์สามารถเห็นค่า secret ได้ในผลลัพธ์ที่ถูก render ออกมา ถือเป็นการทำลาย boundary ของการอนุญาต (authorization boundary) ทั้งสองช่องโหว่นี้ส่งผลกระทบต่อเวอร์ชันก่อนหน้า 3.1.4 และทีมพัฒนาได้ออกแพตช์แก้ไขเรียบร้อยแล้ว โดยแนะนำให้ผู้ดูแลระบบรีบอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ โดยเฉพาะระบบที่มีการจัดการ workflow ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลทางการเงินหรือ API ที่เชื่อมต่อกับบริการภายนอก 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ ช่องโหว่ที่พบใน Apache Airflow ➡️ CVE-2025-65995: DAG traceback แสดงข้อมูล kwargs ที่อาจมี secret ➡️ CVE-2025-66388: Template rendering ไม่ redaction secret อย่างถูกต้อง ✅ ระดับความรุนแรง ➡️ CVE-2025-65995: Moderate ➡️ CVE-2025-66388: Low ✅ การแก้ไข ➡️ ทีมพัฒนาออกแพตช์ในเวอร์ชัน 3.1.4 ‼️ คำเตือนสำหรับผู้ดูแลระบบ ⛔ หากไม่อัปเดต อาจเสี่ยงต่อการรั่วไหล API keys และรหัสผ่าน ⛔ การรั่วไหล credential อาจนำไปสู่การเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต https://securityonline.info/apache-airflow-flaws-leak-sensitive-credentials-in-ui-via-dag-tracebacks-template-rendering/
    SECURITYONLINE.INFO
    Apache Airflow Flaws Leak Sensitive Credentials in UI via DAG Tracebacks & Template Rendering
    Apache Airflow patched two flaws leaking sensitive credentials in the UI. The Moderate bug exposes secrets in DAG tracebacks (kwargs). Also fixed: secrets visible in rendered templates. Update to v3.1.4.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 250 มุมมอง 0 รีวิว
  • นักพัฒนาซื้อเครื่อง Grace Hopper “ปลอม” แต่ได้ของจริงมูลค่า 80,000 ดอลลาร์

    นักพัฒนาชื่อ David Noel Ng พบประกาศขายระบบ Nvidia Grace-Hopper บน Reddit ที่ดู “ปลอมชัดเจน” ในราคาเพียง 8,000 ดอลลาร์ เขาตัดสินใจเสี่ยงซื้อ และหลังจากแก้ไขปรับปรุงเครื่องแล้ว กลับได้ระบบที่มีมูลค่ากว่า 80,000 ดอลลาร์ โดยเฉพาะหน่วยความจำ 960GB LPDDR5X ที่มีมูลค่าสูงกว่าราคาที่เขาจ่ายไปทั้งเครื่อง

    ระบบ Frankensystem ที่ต้องซ่อมเอง
    เครื่องที่ได้มาเป็นระบบที่ถูกดัดแปลงจาก liquid-cooled เป็น air-cooled ทำให้สภาพภายนอกดูไม่สมบูรณ์และใช้งานยาก Ng ต้องใช้เวลาทำความสะอาด ซ่อมบอร์ด และสร้างระบบระบายความร้อนใหม่ด้วยอุปกรณ์ราคาถูก เช่น Arctic AiO coolers และชิ้นส่วนที่พิมพ์ 3D รวมถึงการบัดกรีซ่อมแซมด้วยกล้องจุลทรรศน์

    สเปกที่ทรงพลังเกินราคาซื้อ
    ระบบนี้ประกอบด้วย 2x Nvidia Grace CPU (72-core), 2x Hopper H100 GPU, หน่วยความจำรวมกว่า 1,152GB และแบนด์วิดท์ NVLink-C2C ที่สูงถึง 900 GB/s ทำให้ Ng สามารถรันโมเดล AI ขนาด 235B parameters ได้ที่บ้าน ในราคาต่ำกว่าชิป H100 เพียงตัวเดียว

    บริบทเพิ่มเติมจากวงการ AI และฮาร์ดแวร์
    กรณีนี้สะท้อนถึงความต้องการฮาร์ดแวร์ AI ที่สูงมากในตลาดโลก ซึ่งทำให้ราคาชิปและหน่วยความจำพุ่งสูงจนผู้ใช้ทั่วไปแทบไม่สามารถเข้าถึงได้ การที่ Ng ได้เครื่องราคาถูกเช่นนี้จึงถือเป็น “โชคช่วย” ที่หาได้ยาก และยังชี้ให้เห็นว่าตลาดมือสองหรือการรีไซเคิลฮาร์ดแวร์อาจกลายเป็นช่องทางสำคัญสำหรับนักพัฒนาอิสระในอนาคต

    สรุปสาระสำคัญ
    David Noel Ng ซื้อระบบ Grace-Hopper จาก Reddit
    จ่ายเพียง 8,000 ดอลลาร์ แต่ได้ของมูลค่า 80,000 ดอลลาร์

    ระบบถูกดัดแปลงเป็น Frankensystem
    ต้องซ่อมและสร้างระบบระบายความร้อนใหม่เอง

    สเปกทรงพลังเกินราคาซื้อ
    2x Grace CPU, 2x H100 GPU, รวมหน่วยความจำ 1,152GB

    สามารถรันโมเดล AI 235B parameters ที่บ้าน
    ราคาต่ำกว่าชิป H100 เพียงตัวเดียว

    ความเสี่ยงจากการซื้อฮาร์ดแวร์มือสอง
    อาจเจอเครื่องดัดแปลงหรือมีปัญหาซ่อนเร้น

    ตลาดฮาร์ดแวร์ AI มีราคาสูงเกินเอื้อม
    ผู้ใช้ทั่วไปเข้าถึงยาก ต้องพึ่งตลาดมือสองหรือรีไซเคิล

    https://www.tomshardware.com/desktops/servers/developer-gambles-on-obviously-fake-usd8k-grace-hopper-system-scores-usd80-000-worth-of-hardware-on-reddit-for-one-tenth-of-the-cost-buyers-haul-includes-960gb-of-ddr5-ram-worth-more-than-what-he-paid-for-the-entire-rig
    💻 นักพัฒนาซื้อเครื่อง Grace Hopper “ปลอม” แต่ได้ของจริงมูลค่า 80,000 ดอลลาร์ นักพัฒนาชื่อ David Noel Ng พบประกาศขายระบบ Nvidia Grace-Hopper บน Reddit ที่ดู “ปลอมชัดเจน” ในราคาเพียง 8,000 ดอลลาร์ เขาตัดสินใจเสี่ยงซื้อ และหลังจากแก้ไขปรับปรุงเครื่องแล้ว กลับได้ระบบที่มีมูลค่ากว่า 80,000 ดอลลาร์ โดยเฉพาะหน่วยความจำ 960GB LPDDR5X ที่มีมูลค่าสูงกว่าราคาที่เขาจ่ายไปทั้งเครื่อง 🛠️ ระบบ Frankensystem ที่ต้องซ่อมเอง เครื่องที่ได้มาเป็นระบบที่ถูกดัดแปลงจาก liquid-cooled เป็น air-cooled ทำให้สภาพภายนอกดูไม่สมบูรณ์และใช้งานยาก Ng ต้องใช้เวลาทำความสะอาด ซ่อมบอร์ด และสร้างระบบระบายความร้อนใหม่ด้วยอุปกรณ์ราคาถูก เช่น Arctic AiO coolers และชิ้นส่วนที่พิมพ์ 3D รวมถึงการบัดกรีซ่อมแซมด้วยกล้องจุลทรรศน์ ⚡ สเปกที่ทรงพลังเกินราคาซื้อ ระบบนี้ประกอบด้วย 2x Nvidia Grace CPU (72-core), 2x Hopper H100 GPU, หน่วยความจำรวมกว่า 1,152GB และแบนด์วิดท์ NVLink-C2C ที่สูงถึง 900 GB/s ทำให้ Ng สามารถรันโมเดล AI ขนาด 235B parameters ได้ที่บ้าน ในราคาต่ำกว่าชิป H100 เพียงตัวเดียว 🌐 บริบทเพิ่มเติมจากวงการ AI และฮาร์ดแวร์ กรณีนี้สะท้อนถึงความต้องการฮาร์ดแวร์ AI ที่สูงมากในตลาดโลก ซึ่งทำให้ราคาชิปและหน่วยความจำพุ่งสูงจนผู้ใช้ทั่วไปแทบไม่สามารถเข้าถึงได้ การที่ Ng ได้เครื่องราคาถูกเช่นนี้จึงถือเป็น “โชคช่วย” ที่หาได้ยาก และยังชี้ให้เห็นว่าตลาดมือสองหรือการรีไซเคิลฮาร์ดแวร์อาจกลายเป็นช่องทางสำคัญสำหรับนักพัฒนาอิสระในอนาคต 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ David Noel Ng ซื้อระบบ Grace-Hopper จาก Reddit ➡️ จ่ายเพียง 8,000 ดอลลาร์ แต่ได้ของมูลค่า 80,000 ดอลลาร์ ✅ ระบบถูกดัดแปลงเป็น Frankensystem ➡️ ต้องซ่อมและสร้างระบบระบายความร้อนใหม่เอง ✅ สเปกทรงพลังเกินราคาซื้อ ➡️ 2x Grace CPU, 2x H100 GPU, รวมหน่วยความจำ 1,152GB ✅ สามารถรันโมเดล AI 235B parameters ที่บ้าน ➡️ ราคาต่ำกว่าชิป H100 เพียงตัวเดียว ‼️ ความเสี่ยงจากการซื้อฮาร์ดแวร์มือสอง ⛔ อาจเจอเครื่องดัดแปลงหรือมีปัญหาซ่อนเร้น ‼️ ตลาดฮาร์ดแวร์ AI มีราคาสูงเกินเอื้อม ⛔ ผู้ใช้ทั่วไปเข้าถึงยาก ต้องพึ่งตลาดมือสองหรือรีไซเคิล https://www.tomshardware.com/desktops/servers/developer-gambles-on-obviously-fake-usd8k-grace-hopper-system-scores-usd80-000-worth-of-hardware-on-reddit-for-one-tenth-of-the-cost-buyers-haul-includes-960gb-of-ddr5-ram-worth-more-than-what-he-paid-for-the-entire-rig
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 393 มุมมอง 0 รีวิว
  • Jetson ONE: เครื่องบินส่วนบุคคลที่ไม่ต้องมีใบอนุญาตนักบิน

    บทความจาก SlashGear เปิดเผยว่า Jetson ONE ซึ่งเป็นเครื่องบินไฟฟ้าแบบ eVTOL (electric Vertical Take-Off and Landing) กำลังสร้างความฮือฮาในตลาด เพราะสามารถบินได้โดย ไม่ต้องมีใบอนุญาตนักบิน ตามกฎของ FAA Part 103 ที่จัดให้เป็น Ultralight Aircraft

    คุณสมบัติหลักของ Jetson ONE
    น้ำหนักเพียง 253 ปอนด์ (ต่ำกว่าเกณฑ์ 254 ปอนด์ที่ FAA กำหนดสำหรับ ultralight)
    ความเร็วสูงสุด 63 mph (จำกัดด้วยซอฟต์แวร์ให้ตรงกับข้อกำหนด 55 knots)
    บินได้สูงสุด 1,500 ฟุต และมีเวลาบินประมาณ 20 นาที
    ใช้โครงสร้าง คาร์บอนไฟเบอร์ และขับเคลื่อนด้วย 8 มอเตอร์ไฟฟ้า

    ระบบความปลอดภัย
    Jetson ONE มาพร้อมฟีเจอร์ที่ช่วยลดความเสี่ยง เช่น
    Ballistic parachute คล้ายกับที่ใช้ในเครื่องบิน Cirrus
    ระบบ hands-free hover mode
    สามารถบินต่อได้แม้มีมอเตอร์เสียหายหนึ่งตัว
    โครงสร้างแบบ racecar-style safety cell เพื่อปกป้องผู้โดยสาร

    กฎระเบียบและข้อจำกัด
    แม้จะไม่ต้องมีใบอนุญาตนักบิน แต่ FAA Part 103 กำหนดว่า:
    ห้ามบินเหนือพื้นที่แออัดหรือที่มีการรวมตัวกลางแจ้ง
    จำกัดการใช้งานเฉพาะพื้นที่เปิดโล่ง ไม่ใช่ในเมืองใหญ่
    ใช้ได้สำหรับผู้โดยสารเพียง 1 คนเท่านั้น

    ตลาดและราคา
    Jetson ONE มีราคาอยู่ที่ประมาณ 148,000 ดอลลาร์สหรัฐ
    มีคำสั่งซื้อแล้วกว่า 600 ลำ และการผลิตเต็มไปจนถึงปี 2026–2027
    ลูกค้ารายแรกคือ Palmer Luckey ผู้ก่อตั้ง Oculus

    สรุปประเด็นสำคัญ
    คุณสมบัติของ Jetson ONE
    น้ำหนัก 253 ปอนด์, ความเร็วสูงสุด 63 mph, บินได้ 20 นาที
    ใช้โครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์และมอเตอร์ไฟฟ้า 8 ตัว

    ระบบความปลอดภัย
    Ballistic parachute, hands-free hover, redundancy ของมอเตอร์
    โครงสร้าง safety cell แบบรถแข่ง

    กฎ FAA Part 103
    ไม่ต้องมีใบอนุญาตนักบิน
    ห้ามบินเหนือเมืองหรือพื้นที่แออัด
    จำกัดผู้โดยสาร 1 คน

    ตลาดและราคา
    ราคา 148,000 ดอลลาร์
    มีคำสั่งซื้อแล้วกว่า 600 ลำ
    ลูกค้ารายแรกคือ Palmer Luckey

    คำเตือนสำหรับผู้ใช้งาน
    แม้ควบคุมได้ง่าย แต่การฝึกเพียงไม่กี่นาทีไม่เพียงพอสำหรับการตัดสินใจด้านสภาพอากาศ
    การบินในพื้นที่ไม่เหมาะสมอาจผิดกฎหมายและเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ

    https://www.slashgear.com/2047526/jetson-aircraft-no-pilots-license-needed-to-fly/
    ✈️ Jetson ONE: เครื่องบินส่วนบุคคลที่ไม่ต้องมีใบอนุญาตนักบิน บทความจาก SlashGear เปิดเผยว่า Jetson ONE ซึ่งเป็นเครื่องบินไฟฟ้าแบบ eVTOL (electric Vertical Take-Off and Landing) กำลังสร้างความฮือฮาในตลาด เพราะสามารถบินได้โดย ไม่ต้องมีใบอนุญาตนักบิน ตามกฎของ FAA Part 103 ที่จัดให้เป็น Ultralight Aircraft ⚙️ คุณสมบัติหลักของ Jetson ONE 💠 น้ำหนักเพียง 253 ปอนด์ (ต่ำกว่าเกณฑ์ 254 ปอนด์ที่ FAA กำหนดสำหรับ ultralight) 💠 ความเร็วสูงสุด 63 mph (จำกัดด้วยซอฟต์แวร์ให้ตรงกับข้อกำหนด 55 knots) 💠 บินได้สูงสุด 1,500 ฟุต และมีเวลาบินประมาณ 20 นาที 💠 ใช้โครงสร้าง คาร์บอนไฟเบอร์ และขับเคลื่อนด้วย 8 มอเตอร์ไฟฟ้า 🛡️ ระบบความปลอดภัย Jetson ONE มาพร้อมฟีเจอร์ที่ช่วยลดความเสี่ยง เช่น 🎗️ Ballistic parachute คล้ายกับที่ใช้ในเครื่องบิน Cirrus 🎗️ ระบบ hands-free hover mode 🎗️ สามารถบินต่อได้แม้มีมอเตอร์เสียหายหนึ่งตัว 🎗️ โครงสร้างแบบ racecar-style safety cell เพื่อปกป้องผู้โดยสาร 📜 กฎระเบียบและข้อจำกัด แม้จะไม่ต้องมีใบอนุญาตนักบิน แต่ FAA Part 103 กำหนดว่า: 💠 ห้ามบินเหนือพื้นที่แออัดหรือที่มีการรวมตัวกลางแจ้ง 💠 จำกัดการใช้งานเฉพาะพื้นที่เปิดโล่ง ไม่ใช่ในเมืองใหญ่ 💠 ใช้ได้สำหรับผู้โดยสารเพียง 1 คนเท่านั้น 💰 ตลาดและราคา 🎗️ Jetson ONE มีราคาอยู่ที่ประมาณ 148,000 ดอลลาร์สหรัฐ 🎗️ มีคำสั่งซื้อแล้วกว่า 600 ลำ และการผลิตเต็มไปจนถึงปี 2026–2027 🎗️ ลูกค้ารายแรกคือ Palmer Luckey ผู้ก่อตั้ง Oculus 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ คุณสมบัติของ Jetson ONE ➡️ น้ำหนัก 253 ปอนด์, ความเร็วสูงสุด 63 mph, บินได้ 20 นาที ➡️ ใช้โครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์และมอเตอร์ไฟฟ้า 8 ตัว ✅ ระบบความปลอดภัย ➡️ Ballistic parachute, hands-free hover, redundancy ของมอเตอร์ ➡️ โครงสร้าง safety cell แบบรถแข่ง ✅ กฎ FAA Part 103 ➡️ ไม่ต้องมีใบอนุญาตนักบิน ➡️ ห้ามบินเหนือเมืองหรือพื้นที่แออัด ➡️ จำกัดผู้โดยสาร 1 คน ✅ ตลาดและราคา ➡️ ราคา 148,000 ดอลลาร์ ➡️ มีคำสั่งซื้อแล้วกว่า 600 ลำ ➡️ ลูกค้ารายแรกคือ Palmer Luckey ‼️ คำเตือนสำหรับผู้ใช้งาน ⛔ แม้ควบคุมได้ง่าย แต่การฝึกเพียงไม่กี่นาทีไม่เพียงพอสำหรับการตัดสินใจด้านสภาพอากาศ ⛔ การบินในพื้นที่ไม่เหมาะสมอาจผิดกฎหมายและเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ https://www.slashgear.com/2047526/jetson-aircraft-no-pilots-license-needed-to-fly/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    You Don't Need A Pilot License To Fly This Jetson Aircraft (And That's Terrifying) - SlashGear
    The Jetson ONE is a $148,000 eVTOL you can fly without a pilot license. It exploits an FAA ultralight loophole by weighing just 253 lbs.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 298 มุมมอง 0 รีวิว
  • Snapmaker ผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ 3D จากจีน ประกาศระดมทุน Series B ได้

    Snapmaker ยืนยันว่าได้รับเงินลงทุน Series B หลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมี Hillhouse Ventures และ Meituan เป็นผู้นำรอบ พร้อมด้วย Shunwei Capital, Longzhu Capital และนักลงทุนรายเดิมอย่าง Cowin Capital และ Orient Securities Capital การเข้ามาของ Shunwei Capital ซึ่งก่อตั้งโดย Lei Jun (CEO ของ Xiaomi) ยิ่งทำให้ดีลนี้น่าสนใจ เพราะสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายใหญ่ในอนาคตของ Snapmaker

    ผลงานและความสำเร็จที่ผ่านมา
    Snapmaker ก่อตั้งในปี 2016 และสร้างชื่อจากการเปิดตัวเครื่องพิมพ์ 3D แบบโมดูลาร์ที่สามารถทำงานได้ทั้งการพิมพ์ 3D, เลเซอร์คัต และ CNC โดยเฉพาะรุ่น Snapmaker 2.0 ที่เคยระดมทุนบน Kickstarter ได้กว่า 7.85 ล้านดอลลาร์ และรุ่น U1 Tool Changer ที่ทำสถิติสูงสุดในวงการ 3D Printing ด้วยยอดระดมทุนกว่า 20 ล้านดอลลาร์จากผู้สนับสนุนกว่า 20,000 คน

    แผนการขยายสู่ระดับโลก
    เงินทุนใหม่จะถูกนำไปใช้ในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีหลัก, การดึงดูดบุคลากรระดับโลก และการสร้าง ecosystem ที่ครบวงจร Snapmaker ตั้งเป้าที่จะลดอุปสรรคในการเข้าถึงเทคโนโลยี 3D Printing และทำให้มันกลายเป็นเครื่องมือที่ทุกคนสามารถใช้ได้ ไม่ใช่แค่กลุ่มนักสร้างสรรค์หรือผู้เชี่ยวชาญ

    ความหมายต่อวงการ 3D Printing
    การลงทุนครั้งนี้สะท้อนว่าตลาด 3D Printing กำลังเข้าสู่ “arms race” ของบริษัทยักษ์ใหญ่จีน เช่น Tencent ที่สนใจ Bambu Lab และ DJI ที่ลงทุนใน Elegoo การแข่งขันนี้จะเร่งให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ และทำให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงเครื่องพิมพ์ที่เร็วขึ้น, ถูกลง และใช้งานง่ายขึ้น

    สรุปเป็นหัวข้อ
    Snapmaker ระดมทุน Series B
    ได้เงินลงทุนหลายสิบล้านดอลลาร์
    Hillhouse Ventures และ Meituan นำรอบ

    นักลงทุนรายสำคัญ
    Shunwei Capital (ก่อตั้งโดย Lei Jun จาก Xiaomi)
    Cowin Capital และ Orient Securities Capital ร่วมลงทุนต่อเนื่อง

    ผลงานเด่นของ Snapmaker
    Snapmaker 2.0 ระดมทุน 7.85 ล้านดอลลาร์
    U1 Tool Changer ระดมทุนกว่า 20 ล้านดอลลาร์

    แผนการใช้เงินทุน
    วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่
    ดึงดูดบุคลากรระดับโลก
    สร้าง ecosystem ครบวงจร

    ข้อจำกัดและคำเตือน
    ตลาด 3D Printing จีนแข่งขันสูงจากผู้เล่นรายใหญ่
    ความเสี่ยงด้านการพึ่งพานักลงทุนรายใหญ่
    ต้องพิสูจน์ว่าสามารถขยายสู่ตลาดโลกได้จริง

    https://www.tomshardware.com/3d-printing/snapmaker-raises-millions-as-chinese-big-tech-investors-pile-into-3d-printing
    💰 Snapmaker ผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ 3D จากจีน ประกาศระดมทุน Series B ได้ Snapmaker ยืนยันว่าได้รับเงินลงทุน Series B หลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมี Hillhouse Ventures และ Meituan เป็นผู้นำรอบ พร้อมด้วย Shunwei Capital, Longzhu Capital และนักลงทุนรายเดิมอย่าง Cowin Capital และ Orient Securities Capital การเข้ามาของ Shunwei Capital ซึ่งก่อตั้งโดย Lei Jun (CEO ของ Xiaomi) ยิ่งทำให้ดีลนี้น่าสนใจ เพราะสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายใหญ่ในอนาคตของ Snapmaker 🛠️ ผลงานและความสำเร็จที่ผ่านมา Snapmaker ก่อตั้งในปี 2016 และสร้างชื่อจากการเปิดตัวเครื่องพิมพ์ 3D แบบโมดูลาร์ที่สามารถทำงานได้ทั้งการพิมพ์ 3D, เลเซอร์คัต และ CNC โดยเฉพาะรุ่น Snapmaker 2.0 ที่เคยระดมทุนบน Kickstarter ได้กว่า 7.85 ล้านดอลลาร์ และรุ่น U1 Tool Changer ที่ทำสถิติสูงสุดในวงการ 3D Printing ด้วยยอดระดมทุนกว่า 20 ล้านดอลลาร์จากผู้สนับสนุนกว่า 20,000 คน 🌍 แผนการขยายสู่ระดับโลก เงินทุนใหม่จะถูกนำไปใช้ในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีหลัก, การดึงดูดบุคลากรระดับโลก และการสร้าง ecosystem ที่ครบวงจร Snapmaker ตั้งเป้าที่จะลดอุปสรรคในการเข้าถึงเทคโนโลยี 3D Printing และทำให้มันกลายเป็นเครื่องมือที่ทุกคนสามารถใช้ได้ ไม่ใช่แค่กลุ่มนักสร้างสรรค์หรือผู้เชี่ยวชาญ 🔍 ความหมายต่อวงการ 3D Printing การลงทุนครั้งนี้สะท้อนว่าตลาด 3D Printing กำลังเข้าสู่ “arms race” ของบริษัทยักษ์ใหญ่จีน เช่น Tencent ที่สนใจ Bambu Lab และ DJI ที่ลงทุนใน Elegoo การแข่งขันนี้จะเร่งให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ และทำให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงเครื่องพิมพ์ที่เร็วขึ้น, ถูกลง และใช้งานง่ายขึ้น 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ Snapmaker ระดมทุน Series B ➡️ ได้เงินลงทุนหลายสิบล้านดอลลาร์ ➡️ Hillhouse Ventures และ Meituan นำรอบ ✅ นักลงทุนรายสำคัญ ➡️ Shunwei Capital (ก่อตั้งโดย Lei Jun จาก Xiaomi) ➡️ Cowin Capital และ Orient Securities Capital ร่วมลงทุนต่อเนื่อง ✅ ผลงานเด่นของ Snapmaker ➡️ Snapmaker 2.0 ระดมทุน 7.85 ล้านดอลลาร์ ➡️ U1 Tool Changer ระดมทุนกว่า 20 ล้านดอลลาร์ ✅ แผนการใช้เงินทุน ➡️ วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ➡️ ดึงดูดบุคลากรระดับโลก ➡️ สร้าง ecosystem ครบวงจร ‼️ ข้อจำกัดและคำเตือน ⛔ ตลาด 3D Printing จีนแข่งขันสูงจากผู้เล่นรายใหญ่ ⛔ ความเสี่ยงด้านการพึ่งพานักลงทุนรายใหญ่ ⛔ ต้องพิสูจน์ว่าสามารถขยายสู่ตลาดโลกได้จริง https://www.tomshardware.com/3d-printing/snapmaker-raises-millions-as-chinese-big-tech-investors-pile-into-3d-printing
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 299 มุมมอง 0 รีวิว
  • เที่ยวญี่ปุ่น นาโกย่า โตเกียว ❄
    เดินทาง ม.ค. - มี.ค. 69 29,999

    🗓 จำนวนวัน 5 วัน 3 คืน
    ✈ XJ-แอร์เอเชียเอ็กซ์
    พักโรงแรม

    หมู่บ้านชิราคาวาโกะ
    ลานสกี FUJI TEN
    ปราสาทมัตสึโมโต้
    เทศกาลประดับไฟหมู่บ้านเยอรมัน

    ปฏิมากรรมน้ำแข็ง LAKE SHIKOTSU ICE FESTIVAL 2026 ริมทะเลสาบ
    Ningle Terrace
    คลองโอตารุ
    สวนสัตว์อาซาฮิยามะ

    รวมทัวร์ไฟไหม้ ทัวร์หลุดจอง โปรพักเดี่ยว ลดเยอะสุด by 21 ปี ">https://eTravelWay.com
    ⭕️ เข้ากลุ่มลับ Facebook โปรเพียบบบบ : https://78s.me/e86e1a
    ⭕️ เข้ากลุ่มลับ LINE openchat ทัวร์ที่หลุด คลิก https://78s.me/501ad8

    LINE ID: @etravelway.fire https://78s.me/e58a3f
    Facebook: etravelway.fire https://78s.me/317663
    Instagram: etravelway.fire https://78s.me/d43626
    Tiktok : https://78s.me/903597
    : 021166395

    #ทัวร์ญี่ปุ่น #japan #จัดกรุ๊ปส่วนตัว #eTravelway #ทัวร์ไฟไหม้
    #ทัวร์ลดราคา #ทัวร์ราคาถูก #etravelwayfire #thaitimes #News1
    #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    เที่ยวญี่ปุ่น นาโกย่า โตเกียว ❄ 🗓️ เดินทาง ม.ค. - มี.ค. 69 😍 29,999 🔥🔥 🗓 จำนวนวัน 5 วัน 3 คืน ✈ XJ-แอร์เอเชียเอ็กซ์ 🏨 พักโรงแรม ⭐⭐⭐ 📍 หมู่บ้านชิราคาวาโกะ 📍 ลานสกี FUJI TEN 📍 ปราสาทมัตสึโมโต้ 📍 เทศกาลประดับไฟหมู่บ้านเยอรมัน 📍 ปฏิมากรรมน้ำแข็ง LAKE SHIKOTSU ICE FESTIVAL 2026 ริมทะเลสาบ 📍 Ningle Terrace 📍 คลองโอตารุ 📍 สวนสัตว์อาซาฮิยามะ รวมทัวร์ไฟไหม้ ทัวร์หลุดจอง โปรพักเดี่ยว ลดเยอะสุด by 21 ปี https://eTravelWay.com🔥 ⭕️ เข้ากลุ่มลับ Facebook โปรเพียบบบบ : https://78s.me/e86e1a ⭕️ เข้ากลุ่มลับ LINE openchat ทัวร์ที่หลุด คลิก https://78s.me/501ad8 LINE ID: @etravelway.fire https://78s.me/e58a3f Facebook: etravelway.fire https://78s.me/317663 Instagram: etravelway.fire https://78s.me/d43626 Tiktok : https://78s.me/903597 ☎️: 021166395 #ทัวร์ญี่ปุ่น #japan #จัดกรุ๊ปส่วนตัว #eTravelway #ทัวร์ไฟไหม้ #ทัวร์ลดราคา #ทัวร์ราคาถูก #etravelwayfire #thaitimes #News1 #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 635 มุมมอง 0 0 รีวิว
Pages Boosts