• How to Safely Buy Verified Chime Accounts Online In 2026
    https://usaprostore.com/product/buy-verified-chime-accounts/

    ➤24 Hours Reply/Contact
    ➤Email: usaprostore1@gmail.com
    ➤WhatsApp: +1 (717) 303-4210
    ➤Telegram: Usaprostore

    #seo #business #usa #startup @highlight #usaprostore.com #product #buy #chime @follower #accounts #secure #socialmedia usaaccounts #shorts #viral #explore #facts #aircraft #aircargo
    How to Safely Buy Verified Chime Accounts Online In 2026 ➤https://usaprostore.com/product/buy-verified-chime-accounts/ ➤24 Hours Reply/Contact ➤Email: usaprostore1@gmail.com ➤WhatsApp: +1 (717) 303-4210 ➤Telegram: Usaprostore #seo #business #usa #startup @highlight #usaprostore.com #product #buy #chime @follower #accounts #secure #socialmedia usaaccounts #shorts #viral #explore #facts #aircraft #aircargo
    USAPROSTORE.COM
    Buy Verified Chime Accounts
    Buy verified Chime accounts for instant access to online banking, direct deposit, & secure transactions. Fully verified, ready to use, & fast delivery.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 12 มุมมอง 0 รีวิว
  • ศูนย์ข้อมูลประกอบตัวเองในอวกาศ: เมื่อ AI, หุ่นยนต์ และอวกาศมาบรรจบกัน

    Rendezvous Robotics และ Starcloud กำลังปฏิวัติวงการศูนย์ข้อมูล ด้วยแนวคิดสร้าง Data Center ขนาดยักษ์ในอวกาศที่สามารถประกอบตัวเองได้โดยไม่ต้องใช้มนุษย์!

    ลองจินตนาการถึงศูนย์ข้อมูลขนาด 5 กิกะวัตต์ ลอยอยู่ในอวกาศ ประกอบตัวเองได้โดยไม่ต้องใช้มือมนุษย์ — ฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ใช่ไหม? แต่ตอนนี้มันกำลังจะกลายเป็นจริงแล้ว

    บริษัท Starcloud ซึ่งมีแผนจะส่งดาวเทียมที่ติดตั้ง GPU Nvidia H100 ขึ้นสู่วงโคจรในเดือนหน้า ได้จับมือกับ Rendezvous Robotics บริษัทสตาร์ทอัพจาก MIT ที่พัฒนาเทคโนโลยี “TESSERAE” — โมดูลแบบแผ่นกระเบื้องที่สามารถประกอบตัวเองในอวกาศได้ด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า

    เป้าหมายคือสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดมหึมาในอวกาศ โดยใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ที่ไม่มีวันหมด และหลีกเลี่ยงปัญหาสิ่งแวดล้อมจากศูนย์ข้อมูลบนโลกที่กินพลังงานมหาศาล

    Elon Musk ยังออกมาแสดงความเห็นว่า Starlink รุ่น V3 ของ SpaceX ก็จะสามารถทำแบบนี้ได้เช่นกัน โดยจะมีความเร็วสูงถึง 1 Tbps ซึ่งมากกว่ารุ่นปัจจุบันถึง 10 เท่า

    ความร่วมมือระหว่าง Starcloud และ Rendezvous Robotics
    สร้างศูนย์ข้อมูลในอวกาศที่สามารถประกอบตัวเองได้
    ใช้เทคโนโลยี TESSERAE จาก MIT Media Lab
    โมดูลแต่ละชิ้นมีแบตเตอรี่ โปรเซสเซอร์ และระบบแม่เหล็กไฟฟ้า
    ลดความจำเป็นในการใช้มนุษย์หรือแขนกลในการประกอบ
    ศูนย์ข้อมูลจะใช้พลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์ขนาด 4x4 กิโลเมตร
    ใหญ่กว่าระบบโซลาร์ของสถานีอวกาศนานาชาติถึง 20,000 เท่า

    จุดเด่นของศูนย์ข้อมูลในอวกาศ
    ไม่ต้องใช้พื้นที่บนโลก
    ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
    ลดปัญหาความร้อนและการระบายอากาศ
    รองรับการประมวลผล AI ขนาดใหญ่ในอนาคต

    ความท้าทายและข้อควรระวัง
    การระบายความร้อนในอวกาศยังเป็นปัญหาใหญ่
    ค่าใช้จ่ายในการส่งอุปกรณ์ขึ้นสู่วงโคจรยังสูงมาก
    ต้องมีระบบควบคุมอัตโนมัติที่แม่นยำและปลอดภัย
    ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนจาก SpaceX ว่าจะร่วมมือจริงหรือไม่

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/artificial-intelligence/self-assembling-data-centers-in-space-are-becoming-reality-as-rendezvous-robotics-partners-with-starcloud-elon-musk-chimes-in-that-spacex-will-be-doing-this
    🛰️ ศูนย์ข้อมูลประกอบตัวเองในอวกาศ: เมื่อ AI, หุ่นยนต์ และอวกาศมาบรรจบกัน Rendezvous Robotics และ Starcloud กำลังปฏิวัติวงการศูนย์ข้อมูล ด้วยแนวคิดสร้าง Data Center ขนาดยักษ์ในอวกาศที่สามารถประกอบตัวเองได้โดยไม่ต้องใช้มนุษย์! ลองจินตนาการถึงศูนย์ข้อมูลขนาด 5 กิกะวัตต์ ลอยอยู่ในอวกาศ ประกอบตัวเองได้โดยไม่ต้องใช้มือมนุษย์ — ฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ใช่ไหม? แต่ตอนนี้มันกำลังจะกลายเป็นจริงแล้ว บริษัท Starcloud ซึ่งมีแผนจะส่งดาวเทียมที่ติดตั้ง GPU Nvidia H100 ขึ้นสู่วงโคจรในเดือนหน้า ได้จับมือกับ Rendezvous Robotics บริษัทสตาร์ทอัพจาก MIT ที่พัฒนาเทคโนโลยี “TESSERAE” — โมดูลแบบแผ่นกระเบื้องที่สามารถประกอบตัวเองในอวกาศได้ด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า เป้าหมายคือสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดมหึมาในอวกาศ โดยใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ที่ไม่มีวันหมด และหลีกเลี่ยงปัญหาสิ่งแวดล้อมจากศูนย์ข้อมูลบนโลกที่กินพลังงานมหาศาล Elon Musk ยังออกมาแสดงความเห็นว่า Starlink รุ่น V3 ของ SpaceX ก็จะสามารถทำแบบนี้ได้เช่นกัน โดยจะมีความเร็วสูงถึง 1 Tbps ซึ่งมากกว่ารุ่นปัจจุบันถึง 10 เท่า ✅ ความร่วมมือระหว่าง Starcloud และ Rendezvous Robotics ➡️ สร้างศูนย์ข้อมูลในอวกาศที่สามารถประกอบตัวเองได้ ➡️ ใช้เทคโนโลยี TESSERAE จาก MIT Media Lab ➡️ โมดูลแต่ละชิ้นมีแบตเตอรี่ โปรเซสเซอร์ และระบบแม่เหล็กไฟฟ้า ➡️ ลดความจำเป็นในการใช้มนุษย์หรือแขนกลในการประกอบ ➡️ ศูนย์ข้อมูลจะใช้พลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์ขนาด 4x4 กิโลเมตร ➡️ ใหญ่กว่าระบบโซลาร์ของสถานีอวกาศนานาชาติถึง 20,000 เท่า ✅ จุดเด่นของศูนย์ข้อมูลในอวกาศ ➡️ ไม่ต้องใช้พื้นที่บนโลก ➡️ ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ➡️ ลดปัญหาความร้อนและการระบายอากาศ ➡️ รองรับการประมวลผล AI ขนาดใหญ่ในอนาคต ‼️ ความท้าทายและข้อควรระวัง ⛔ การระบายความร้อนในอวกาศยังเป็นปัญหาใหญ่ ⛔ ค่าใช้จ่ายในการส่งอุปกรณ์ขึ้นสู่วงโคจรยังสูงมาก ⛔ ต้องมีระบบควบคุมอัตโนมัติที่แม่นยำและปลอดภัย ⛔ ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนจาก SpaceX ว่าจะร่วมมือจริงหรือไม่ https://www.tomshardware.com/tech-industry/artificial-intelligence/self-assembling-data-centers-in-space-are-becoming-reality-as-rendezvous-robotics-partners-with-starcloud-elon-musk-chimes-in-that-spacex-will-be-doing-this
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 324 มุมมอง 0 รีวิว
  • “AWS ล่มครั้งใหญ่ — บริการออนไลน์ทั่วสหรัฐฯ ปั่นป่วนตั้งแต่เกมยันธนาคาร” — เมื่อโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตล่ม ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ทั่ววงการดิจิทัล

    Amazon Web Services (AWS) ประสบปัญหาการล่มครั้งใหญ่ในภูมิภาค US-EAST-1 ส่งผลให้บริการออนไลน์จำนวนมากไม่สามารถใช้งานได้ โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงตี 3 ตามเวลา ET และกินเวลานานหลายชั่วโมง

    AWS ระบุว่าปัญหาเกิดจากการแก้ไข DNS สำหรับ DynamoDB API endpoint ซึ่งส่งผลกระทบต่อบริการอื่น ๆ ที่พึ่งพา endpoint นี้ เช่น IAM, Global Tables และระบบ Support Case โดยผู้ใช้ไม่สามารถสร้างหรืออัปเดตเคสได้ในช่วงเวลานั้น

    บริการที่ได้รับผลกระทบมีทั้งแพลตฟอร์มเกม (Roblox, Fortnite, Epic Games), แอปสื่อสาร (Zoom, Signal), ธนาคาร (Chime, Venmo, Robinhood), สตรีมมิ่ง (Max, Hulu, Disney+, Roku), โซเชียลมีเดีย (Snapchat, Reddit), และแม้แต่ระบบผู้ให้บริการโทรศัพท์ (AT&T, Verizon, T-Mobile)

    แม้ AWS จะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวตั้งแต่ตี 5 และยืนยันว่าบริการส่วนใหญ่กลับมาใช้งานได้แล้ว แต่ยังมี backlog ของคำขอที่ค้างอยู่ ซึ่งอาจทำให้การฟื้นตัวเต็มรูปแบบใช้เวลานานกว่าที่คาด

    AWS ล่มในภูมิภาค US-EAST-1 ตั้งแต่ตี 3 ET
    ส่งผลให้หลายบริการไม่สามารถใช้งานได้

    ปัญหาเกิดจาก DNS ของ DynamoDB API endpoint
    ส่งผลกระทบต่อ IAM และ Global Tables ด้วย

    ผู้ใช้ไม่สามารถสร้างหรืออัปเดต Support Case ได้
    แนะนำให้ retry คำขอที่ล้มเหลว

    บริการที่ได้รับผลกระทบมีหลากหลายประเภท
    เกม, สื่อสาร, ธนาคาร, สตรีมมิ่ง, โซเชียล, โทรคมนาคม

    AWS เริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ตี 5 และยืนยันว่าบริการส่วนใหญ่กลับมาแล้ว
    แต่ยังมี backlog ที่ต้องจัดการ

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/colossal-aws-outage-breaks-the-internet-roblox-fortnite-zoom-and-beyond-all-crippled
    🌐 “AWS ล่มครั้งใหญ่ — บริการออนไลน์ทั่วสหรัฐฯ ปั่นป่วนตั้งแต่เกมยันธนาคาร” — เมื่อโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตล่ม ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ทั่ววงการดิจิทัล Amazon Web Services (AWS) ประสบปัญหาการล่มครั้งใหญ่ในภูมิภาค US-EAST-1 ส่งผลให้บริการออนไลน์จำนวนมากไม่สามารถใช้งานได้ โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงตี 3 ตามเวลา ET และกินเวลานานหลายชั่วโมง AWS ระบุว่าปัญหาเกิดจากการแก้ไข DNS สำหรับ DynamoDB API endpoint ซึ่งส่งผลกระทบต่อบริการอื่น ๆ ที่พึ่งพา endpoint นี้ เช่น IAM, Global Tables และระบบ Support Case โดยผู้ใช้ไม่สามารถสร้างหรืออัปเดตเคสได้ในช่วงเวลานั้น บริการที่ได้รับผลกระทบมีทั้งแพลตฟอร์มเกม (Roblox, Fortnite, Epic Games), แอปสื่อสาร (Zoom, Signal), ธนาคาร (Chime, Venmo, Robinhood), สตรีมมิ่ง (Max, Hulu, Disney+, Roku), โซเชียลมีเดีย (Snapchat, Reddit), และแม้แต่ระบบผู้ให้บริการโทรศัพท์ (AT&T, Verizon, T-Mobile) แม้ AWS จะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวตั้งแต่ตี 5 และยืนยันว่าบริการส่วนใหญ่กลับมาใช้งานได้แล้ว แต่ยังมี backlog ของคำขอที่ค้างอยู่ ซึ่งอาจทำให้การฟื้นตัวเต็มรูปแบบใช้เวลานานกว่าที่คาด ✅ AWS ล่มในภูมิภาค US-EAST-1 ตั้งแต่ตี 3 ET ➡️ ส่งผลให้หลายบริการไม่สามารถใช้งานได้ ✅ ปัญหาเกิดจาก DNS ของ DynamoDB API endpoint ➡️ ส่งผลกระทบต่อ IAM และ Global Tables ด้วย ✅ ผู้ใช้ไม่สามารถสร้างหรืออัปเดต Support Case ได้ ➡️ แนะนำให้ retry คำขอที่ล้มเหลว ✅ บริการที่ได้รับผลกระทบมีหลากหลายประเภท ➡️ เกม, สื่อสาร, ธนาคาร, สตรีมมิ่ง, โซเชียล, โทรคมนาคม ✅ AWS เริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ตี 5 และยืนยันว่าบริการส่วนใหญ่กลับมาแล้ว ➡️ แต่ยังมี backlog ที่ต้องจัดการ https://www.tomshardware.com/tech-industry/colossal-aws-outage-breaks-the-internet-roblox-fortnite-zoom-and-beyond-all-crippled
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 241 มุมมอง 0 รีวิว
  • “XTU J9 Plus กล้องกริ่งไร้สายสุดคุ้ม — ปลอดค่ารายเดือน พร้อมฟีเจอร์จัดเต็ม”

    XTU เปิดตัวกล้องกริ่งไร้สายรุ่น J9 Plus พร้อมระบบ Chime ที่มาพร้อมสโลแกน “Smarter Security, Zero Fees” โดยเน้นจุดขายคือการใช้งานแบบไม่มีค่าบริการรายเดือน ซึ่งแตกต่างจากแบรนด์ใหญ่ที่มักล็อกฟีเจอร์สำคัญไว้หลัง paywall

    กล้องรุ่นนี้รองรับการบันทึกวิดีโอแบบ local storage สูงสุด 128GB และมี cloud storage แบบจำกัด 6 วินาที โดยไม่ต้องสมัครสมาชิกใด ๆ ทั้งสิ้น

    ด้านฟีเจอร์ กล้องมาพร้อม:

    มุมมองกว้าง 180 องศาแบบ head-to-toe
    ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวแบบตั้งค่าโซนได้ ลด false alert จากสัตว์เลี้ยง
    วิดีโอความละเอียด 2K พร้อม night vision
    ระบบเสียงสองทางและ quick response ด้วยข้อความ preset
    กันน้ำระดับ IP66 ใช้งานกลางแจ้งได้สบาย
    ใช้แบตเตอรี่แบบชาร์จได้ ไม่ต้องเดินสายไฟ
    รองรับ Google Assistant และ Alexa

    XTU J9 Plus วางจำหน่ายผ่าน Amazon ในราคาพิเศษ $49.99 (ลดจาก $69.99) ตั้งแต่วันที่ 16–29 ตุลาคม 2025 พร้อมจัดส่งฟรี

    XTU J9 Plus เป็นกล้องกริ่งไร้สายพร้อมระบบ Chime
    ใช้งานได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าบริการรายเดือน

    รองรับ local storage สูงสุด 128GB และ cloud storage 6 วินาที
    ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

    มุมมองกว้าง 180 องศาแบบเต็มตัว
    เห็นทั้งคนและพัสดุที่วางหน้าประตู

    ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวแบบตั้งค่าโซน
    ลดการแจ้งเตือนผิดพลาดจากสัตว์หรือสิ่งรบกวน

    วิดีโอความละเอียด 2K พร้อม night vision
    มองเห็นชัดแม้ในเวลากลางคืน

    ระบบเสียงสองทางและ quick response
    สื่อสารกับผู้มาเยือนได้ทันที

    กันน้ำระดับ IP66 และใช้แบตเตอรี่แบบชาร์จได้
    ติดตั้งง่าย ไม่ต้องเดินสายไฟ

    รองรับ Google Assistant และ Alexa
    เชื่อมต่อกับระบบบ้านอัจฉริยะได้ทันที

    วางจำหน่ายในราคา $49.99 บน Amazon
    โปรโมชั่นถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2025

    Cloud storage มีความจุจำกัดเพียง 6 วินาที
    อาจไม่เพียงพอสำหรับการเก็บหลักฐานในเหตุการณ์สำคัญ

    ต้องใช้แบตเตอรี่แบบชาร์จใหม่
    หากลืมชาร์จอาจทำให้กล้องหยุดทำงานชั่วคราว

    การตั้งค่าโซนตรวจจับต้องปรับให้เหมาะกับบ้านแต่ละหลัง
    หากตั้งไม่ดีอาจยังมี false alert อยู่

    ไม่รองรับการบันทึกต่อเนื่องแบบ cloud เหมือนบางแบรนด์
    ผู้ใช้ที่ต้องการระบบ cloud เต็มรูปแบบอาจไม่เหมาะ

    https://www.slashgear.com/sponsored/1999695/xtu-doorbell-camera-zero-fees-smarter-security/
    🔔 “XTU J9 Plus กล้องกริ่งไร้สายสุดคุ้ม — ปลอดค่ารายเดือน พร้อมฟีเจอร์จัดเต็ม” XTU เปิดตัวกล้องกริ่งไร้สายรุ่น J9 Plus พร้อมระบบ Chime ที่มาพร้อมสโลแกน “Smarter Security, Zero Fees” โดยเน้นจุดขายคือการใช้งานแบบไม่มีค่าบริการรายเดือน ซึ่งแตกต่างจากแบรนด์ใหญ่ที่มักล็อกฟีเจอร์สำคัญไว้หลัง paywall กล้องรุ่นนี้รองรับการบันทึกวิดีโอแบบ local storage สูงสุด 128GB และมี cloud storage แบบจำกัด 6 วินาที โดยไม่ต้องสมัครสมาชิกใด ๆ ทั้งสิ้น ด้านฟีเจอร์ กล้องมาพร้อม: 🔔 มุมมองกว้าง 180 องศาแบบ head-to-toe 🔔 ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวแบบตั้งค่าโซนได้ ลด false alert จากสัตว์เลี้ยง 🔔 วิดีโอความละเอียด 2K พร้อม night vision 🔔 ระบบเสียงสองทางและ quick response ด้วยข้อความ preset 🔔 กันน้ำระดับ IP66 ใช้งานกลางแจ้งได้สบาย 🔔 ใช้แบตเตอรี่แบบชาร์จได้ ไม่ต้องเดินสายไฟ 🔔 รองรับ Google Assistant และ Alexa XTU J9 Plus วางจำหน่ายผ่าน Amazon ในราคาพิเศษ $49.99 (ลดจาก $69.99) ตั้งแต่วันที่ 16–29 ตุลาคม 2025 พร้อมจัดส่งฟรี ✅ XTU J9 Plus เป็นกล้องกริ่งไร้สายพร้อมระบบ Chime ➡️ ใช้งานได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าบริการรายเดือน ✅ รองรับ local storage สูงสุด 128GB และ cloud storage 6 วินาที ➡️ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ✅ มุมมองกว้าง 180 องศาแบบเต็มตัว ➡️ เห็นทั้งคนและพัสดุที่วางหน้าประตู ✅ ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวแบบตั้งค่าโซน ➡️ ลดการแจ้งเตือนผิดพลาดจากสัตว์หรือสิ่งรบกวน ✅ วิดีโอความละเอียด 2K พร้อม night vision ➡️ มองเห็นชัดแม้ในเวลากลางคืน ✅ ระบบเสียงสองทางและ quick response ➡️ สื่อสารกับผู้มาเยือนได้ทันที ✅ กันน้ำระดับ IP66 และใช้แบตเตอรี่แบบชาร์จได้ ➡️ ติดตั้งง่าย ไม่ต้องเดินสายไฟ ✅ รองรับ Google Assistant และ Alexa ➡️ เชื่อมต่อกับระบบบ้านอัจฉริยะได้ทันที ✅ วางจำหน่ายในราคา $49.99 บน Amazon ➡️ โปรโมชั่นถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2025 ‼️ Cloud storage มีความจุจำกัดเพียง 6 วินาที ⛔ อาจไม่เพียงพอสำหรับการเก็บหลักฐานในเหตุการณ์สำคัญ ‼️ ต้องใช้แบตเตอรี่แบบชาร์จใหม่ ⛔ หากลืมชาร์จอาจทำให้กล้องหยุดทำงานชั่วคราว ‼️ การตั้งค่าโซนตรวจจับต้องปรับให้เหมาะกับบ้านแต่ละหลัง ⛔ หากตั้งไม่ดีอาจยังมี false alert อยู่ ‼️ ไม่รองรับการบันทึกต่อเนื่องแบบ cloud เหมือนบางแบรนด์ ⛔ ผู้ใช้ที่ต้องการระบบ cloud เต็มรูปแบบอาจไม่เหมาะ https://www.slashgear.com/sponsored/1999695/xtu-doorbell-camera-zero-fees-smarter-security/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    Discover Smarter Security And Zero Fees With This Video Doorbell Camera - SlashGear
    If you've been shopping around for a wireless video doorbell with no strings or fees attached, look no further than the XTU J9 Plus with a full view and chime.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 320 มุมมอง 0 รีวิว
  • เรื่องเล่าจาก Kazeta: เมื่อ Linux กลายเป็นคอนโซลยุค 90 ที่ไม่ต้องต่อเน็ต ไม่ต้องล็อกอิน แค่เสียบแล้วเล่น

    ในยุคที่เกมพีซีเต็มไปด้วย launcher, DRM, cloud save, subscription และ UI ที่ซับซ้อน Kazeta OS กลับเลือกเดินทางย้อนยุค—พัฒนา Linux OS ที่ให้ประสบการณ์แบบ “เสียบตลับ กดเปิด แล้วเล่น” เหมือนเครื่องเกมในยุค 1990s โดยไม่ต้องต่ออินเทอร์เน็ต ไม่ต้องล็อกอิน และไม่ต้องอัปเดตอะไรทั้งสิ้น

    Kazeta พัฒนาโดย Alesh Slovak ผู้สร้าง ChimeraOS มาก่อน โดยมีเป้าหมายเพื่อผู้เล่นที่เบื่อความซับซ้อนของ SteamOS หรือ digital storefronts และอยากเก็บเกมแบบ physical media ที่จับต้องได้ Kazeta จึงอนุญาตให้ผู้ใช้แปลงเกม DRM-free เช่นจาก GOG หรือ itch.io ให้กลายเป็น “ตลับเกม” บน SD card ที่เสียบแล้วเล่นได้ทันที

    เมื่อไม่มีตลับเสียบ เครื่องจะบูตเข้าสู่ BIOS สไตล์เรโทรที่ให้ผู้เล่นจัดการเซฟเกมได้อย่างง่ายดาย โดยเซฟจะเก็บไว้ในเครื่อง ส่วนตลับเกมจะเป็น read-only เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของไฟล์เกม

    แม้จะฟังดูเรียบง่าย แต่ Kazeta รองรับทั้งเกมใหม่และเกมเก่าผ่าน emulator และสามารถใช้กับพีซีทั่วไปที่มี GPU ระดับกลางขึ้นไป โดยมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ไม่รองรับ dual boot, VM, hybrid graphics หรือ Bluetooth controller (แต่จะรองรับในอนาคต)

    แนวคิดหลักของ Kazeta OS
    สร้างประสบการณ์ “เสียบตลับแล้วเล่น” แบบคอนโซลยุค 90
    ไม่ต้องล็อกอิน, ไม่ต้องต่อเน็ต, ไม่มี launcher หรือ subscription
    รองรับเกม DRM-free จาก GOG, itch.io และ emulator

    วิธีใช้งาน
    ติดตั้ง Kazeta OS บนพีซีที่มีสเปกพอประมาณ
    เตรียม SD card เป็น “ตลับเกม” โดยใส่เกม DRM-free ทีละเกม
    เสียบ SD card แล้วเปิดเครื่องเพื่อเข้าเกมทันที
    หากไม่มีตลับ จะเข้าสู่ BIOS สไตล์เรโทรเพื่อจัดการเซฟเกม

    จุดเด่นด้านการเก็บเกม
    ตลับเกมเป็น read-only เพื่อรักษาไฟล์เกม
    เซฟเกมเก็บไว้ในเครื่อง และสามารถแบ็กอัปออกไปได้
    เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเก็บเกมแบบ physical media

    ความเข้ากันได้ของระบบ
    รองรับ GPU: AMD RX 400+, NVIDIA GTX 1600+, Intel Gen 9+ (แต่ไม่แนะนำ)
    รองรับ controller: 8Bitdo Ultimate 2C (ผ่าน dongle หรือสาย)
    ไม่รองรับ VM, dual boot, hybrid graphics, Bluetooth controller (ยังไม่พร้อม)

    https://www.tomshardware.com/software/linux/linux-gaming-os-kazeta-promises-console-gaming-experience-of-the-1990s-for-pc-users-supports-almost-any-drm-free-game-past-or-present
    🎙️ เรื่องเล่าจาก Kazeta: เมื่อ Linux กลายเป็นคอนโซลยุค 90 ที่ไม่ต้องต่อเน็ต ไม่ต้องล็อกอิน แค่เสียบแล้วเล่น ในยุคที่เกมพีซีเต็มไปด้วย launcher, DRM, cloud save, subscription และ UI ที่ซับซ้อน Kazeta OS กลับเลือกเดินทางย้อนยุค—พัฒนา Linux OS ที่ให้ประสบการณ์แบบ “เสียบตลับ กดเปิด แล้วเล่น” เหมือนเครื่องเกมในยุค 1990s โดยไม่ต้องต่ออินเทอร์เน็ต ไม่ต้องล็อกอิน และไม่ต้องอัปเดตอะไรทั้งสิ้น Kazeta พัฒนาโดย Alesh Slovak ผู้สร้าง ChimeraOS มาก่อน โดยมีเป้าหมายเพื่อผู้เล่นที่เบื่อความซับซ้อนของ SteamOS หรือ digital storefronts และอยากเก็บเกมแบบ physical media ที่จับต้องได้ Kazeta จึงอนุญาตให้ผู้ใช้แปลงเกม DRM-free เช่นจาก GOG หรือ itch.io ให้กลายเป็น “ตลับเกม” บน SD card ที่เสียบแล้วเล่นได้ทันที เมื่อไม่มีตลับเสียบ เครื่องจะบูตเข้าสู่ BIOS สไตล์เรโทรที่ให้ผู้เล่นจัดการเซฟเกมได้อย่างง่ายดาย โดยเซฟจะเก็บไว้ในเครื่อง ส่วนตลับเกมจะเป็น read-only เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของไฟล์เกม แม้จะฟังดูเรียบง่าย แต่ Kazeta รองรับทั้งเกมใหม่และเกมเก่าผ่าน emulator และสามารถใช้กับพีซีทั่วไปที่มี GPU ระดับกลางขึ้นไป โดยมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ไม่รองรับ dual boot, VM, hybrid graphics หรือ Bluetooth controller (แต่จะรองรับในอนาคต) ✅ แนวคิดหลักของ Kazeta OS ➡️ สร้างประสบการณ์ “เสียบตลับแล้วเล่น” แบบคอนโซลยุค 90 ➡️ ไม่ต้องล็อกอิน, ไม่ต้องต่อเน็ต, ไม่มี launcher หรือ subscription ➡️ รองรับเกม DRM-free จาก GOG, itch.io และ emulator ✅ วิธีใช้งาน ➡️ ติดตั้ง Kazeta OS บนพีซีที่มีสเปกพอประมาณ ➡️ เตรียม SD card เป็น “ตลับเกม” โดยใส่เกม DRM-free ทีละเกม ➡️ เสียบ SD card แล้วเปิดเครื่องเพื่อเข้าเกมทันที ➡️ หากไม่มีตลับ จะเข้าสู่ BIOS สไตล์เรโทรเพื่อจัดการเซฟเกม ✅ จุดเด่นด้านการเก็บเกม ➡️ ตลับเกมเป็น read-only เพื่อรักษาไฟล์เกม ➡️ เซฟเกมเก็บไว้ในเครื่อง และสามารถแบ็กอัปออกไปได้ ➡️ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเก็บเกมแบบ physical media ✅ ความเข้ากันได้ของระบบ ➡️ รองรับ GPU: AMD RX 400+, NVIDIA GTX 1600+, Intel Gen 9+ (แต่ไม่แนะนำ) ➡️ รองรับ controller: 8Bitdo Ultimate 2C (ผ่าน dongle หรือสาย) ➡️ ไม่รองรับ VM, dual boot, hybrid graphics, Bluetooth controller (ยังไม่พร้อม) https://www.tomshardware.com/software/linux/linux-gaming-os-kazeta-promises-console-gaming-experience-of-the-1990s-for-pc-users-supports-almost-any-drm-free-game-past-or-present
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 244 มุมมอง 0 รีวิว
  • Mythic Words From Mythologies Around The World

    It’s in human nature to tell stories and in many ways, our stories—our mythologies—work their way into every aspect of our daily lives, from meme culture to the language we speak. You may be familiar with some of the words derived from the names of Greek and Roman gods and characters (herculean, echo, narcissist, to name a few). But some of the words with similar origins are more obscure and may surprise you, and still others are drawn from completely different cultural lineages! Many of our modern words are inspired not only by Greco-Roman mythos but also by West African, Indigenous, Far East Asian, and Nordic folktales, gods, heroes, and legends.

    Here’s a closer look at some of our everyday words and the many diverse mythologies that have contributed to their use and interpretation today.

    California

    While many of us might view the Golden State as the land of sunshine, mild winters, and plenty, this idyllic image of California is first glimpsed in Garci Rodríguez de Montalvo’s novel Las Sergas de Esplandián (“The Adventures of Esplandián”) from the 1500s. At a time when Spanish invasion and exploration of the Americas was at its peak, Las Sergas de Esplandián describes a fictional island ruled by Queen Calafia of the Indies, hence the name “California.” It’s possible Rodríguez de Montalvo derived California from the Arabic khalif or khalifa (a spiritual leader of Islam), or the term Califerne from the 11th-century epic French poem The Song of Roland. When the Spanish first encountered the Baja California peninsula, it was initially believed to be an island and so was dubbed for the fictional island in Rodríguez de Montalvo’s novel. Eventually, this name would apply to the region that we now know as California in the US and Baja California in Mexico today.

    chimeric

    Chimeric is an adjective used to describe something “imaginary, fanciful” or in the context of biology, chimeric describes an organism “having parts of different origins.” The word chimeric is derived from the name of an ancient Greek monster, the chimera. Typically depicted as a having both a goat and lion head sprouting from its back and a serpent as a tail, the chimera was a terrifying and formidable opponent.

    hell

    While this word may call to mind Christianity and the realm of demons and condemned souls, hell is also associated with another concept of the underworld. According to Norse mythology, the prominent god Odin appointed the goddess and daughter of Loki, Hel, to preside over the realm of the dead. Hel’s name subsequently became associated as the word for the underworld itself. The word hell entered Old English sometime before the year 900 CE.

    hurricane

    When a windstorm whips up torrential rains, it can definitely seem like a god’s fury has been called down. This might explain why hurricane is derived from a Taíno storm god, Hurakán. The Taíno were an Indigenous tribe of the Caribbean, so it certainly makes sense that their deities would hold the name now associated with major tropical storms. Working its way from Spanish into English, hurricane was likely first recorded in English around the mid-1500s.

    Nike

    Typically depicted with wings, Nike was the Greek goddess of victory. Her influence was not limited to athletics, and she could oversee any field from art to music to war. Nike is said to have earned this title as one of the first deities to offer her allegiance to Zeus during the Titanomachy, the great battle between the Titans and gods for Mount Olympus. Of course, with a winning streak like that, it’s no wonder a popular sports apparel company would name itself after her.

    plutocracy

    Plutocracy means “the rule or power of wealth” or “of the wealthy, particularly a government or state in which the wealthy class rules.” The pluto in plutocracy comes from the Roman god of wealth, Pluto. Often known best by his Greek name, Hades, Pluto also presided over the underworld. Where does the wealth factor in? Precious metals and gems are typically found underground. The word plutocracy was recorded in the English language around 1645–1655.

    protean

    The adjective protean [ proh-tee-uhn ] describes how something readily assumes different forms, shapes, or characteristics. Something that is protean is “extremely variable.” This word originates from the name of Proteus, a minor Greek sea god who served under Poseidon. Proteus was prophetic and said to be able to gaze into the past, present, and future. However, he was pretty stingy with his knowledge, so most challengers would have to surprise him and wrestle him—while Proteus continually transformed into different (usually dangerous) shapes, such as a lion or a snake! If the challenger held on throughout the transformations, Proteus would answer their question truthfully before jumping back into the sea.

    quetzalcoatlus

    Quetzalcoatlus is a genus of pterosaur from the Late Cretaceous period. Its remains were discovered in 1971 in Texas. As a flying dinosaur from the Americas, its name derives from the god Quetzalcóatl, or “the feathered serpent,” in Nahuatl. Often depicted as exactly that (in addition to having incarnations that ranged from axolotls to dogs to corn), Quetzalcóatl was a prominent god of creation and order in the pantheon of the Mexica people. His domain included powerful and sustaining forces such as the sun, the wind, agriculture, wisdom, and writing.

    ragnarok

    Popping up everywhere from video games to blockbuster movies, the word ragnarok [ rahg-nuh-rok ] just sounds cool. It’s typically used as a synonym for the end of the world—and that’s what it originally referred to. In Norse mythology, this apocalyptic moment will occur when three roosters crow and the monster hound, Garmr, breaks free of his cave. A frightening battle among gods ensues along with natural disasters. The Old Norse word Ragnarǫk that it derives from is a compound of “gods” (ragna) and “fate” (rok).

    Subaru

    Known in most of the English-speaking world as a popular car manufacturer, Subaru is a Japanese word for the Seven Sisters, or Pleiades, constellation. The Subaru logo even features the six stars visible to the naked eye in the constellation. In 2021, astronomers Ray and Barnaby Norris proposed that the constellation referred to as “Seven Sisters” by various ancient peoples (which today looks like six visible stars) once had a seventh visible star whose light has been swallowed up by the light of another.

    Tuesday/Wednesday/Thursday/Friday/Saturday

    If we want an example of mythology rooted in our day-to-day, we needn’t look any further than the days of the week. Initially, Romans named their days of the week after the planets, which included the sun and the moon (Sunday and Monday). As the Roman Empire expanded to include Germanic-speaking peoples, the names of the weekdays were adapted to reflect the names of gods familiar to the local populations.

    Today, five out of seven days of the week are linked to the names of mythological gods, four of which are Old Germanic/Norse in origin. Tuesday is rooted in the name of the Norse god of war and justice, Tyr. Wednesday descends from Woden (alternatively, Odin), a widely revered Germanic-Norse god who presided over healing, wisdom, death, war, poetry, and sorcery. Thursday is derived from the thunder god Thor. Finally, Friday owes its name to Frigg, the goddess of marriage, prophecy, clairvoyance, and motherhood. The outlier of the weekday group is Saturday, which traces its name back to Saturn, the Roman god of time, wealth, and renewal.

    While scholars are uncertain as to when the Germanic-Norse adaptations of the days of the week were introduced, it is estimated to have occurred between 200-500 CE to predate the spread of Christianity and the final collapse of the Roman Empire.

    weird

    While weird today generally means “bizarre” or “unusual,” its older use has been to refer to something that is “uncanny” or relating to the supernatural. This links into the original definition of weird, or then wyrd, as being able to control fate or destiny. The Old English derivation of the Germanic word was first recorded before 900 CE as wyrd; then in Middle English as the phrase werde sisters, which referred to the Fates. According to Greek mythology, the three goddesses known as the Fates control the destinies of the lives of man. In the early 1600s, Shakespeare’s Macbeth, used werde sisters to refer to these witches in the play.

    © 2025, Aakkhra, All rights reserved.
    Mythic Words From Mythologies Around The World It’s in human nature to tell stories and in many ways, our stories—our mythologies—work their way into every aspect of our daily lives, from meme culture to the language we speak. You may be familiar with some of the words derived from the names of Greek and Roman gods and characters (herculean, echo, narcissist, to name a few). But some of the words with similar origins are more obscure and may surprise you, and still others are drawn from completely different cultural lineages! Many of our modern words are inspired not only by Greco-Roman mythos but also by West African, Indigenous, Far East Asian, and Nordic folktales, gods, heroes, and legends. Here’s a closer look at some of our everyday words and the many diverse mythologies that have contributed to their use and interpretation today. California While many of us might view the Golden State as the land of sunshine, mild winters, and plenty, this idyllic image of California is first glimpsed in Garci Rodríguez de Montalvo’s novel Las Sergas de Esplandián (“The Adventures of Esplandián”) from the 1500s. At a time when Spanish invasion and exploration of the Americas was at its peak, Las Sergas de Esplandián describes a fictional island ruled by Queen Calafia of the Indies, hence the name “California.” It’s possible Rodríguez de Montalvo derived California from the Arabic khalif or khalifa (a spiritual leader of Islam), or the term Califerne from the 11th-century epic French poem The Song of Roland. When the Spanish first encountered the Baja California peninsula, it was initially believed to be an island and so was dubbed for the fictional island in Rodríguez de Montalvo’s novel. Eventually, this name would apply to the region that we now know as California in the US and Baja California in Mexico today. chimeric Chimeric is an adjective used to describe something “imaginary, fanciful” or in the context of biology, chimeric describes an organism “having parts of different origins.” The word chimeric is derived from the name of an ancient Greek monster, the chimera. Typically depicted as a having both a goat and lion head sprouting from its back and a serpent as a tail, the chimera was a terrifying and formidable opponent. hell While this word may call to mind Christianity and the realm of demons and condemned souls, hell is also associated with another concept of the underworld. According to Norse mythology, the prominent god Odin appointed the goddess and daughter of Loki, Hel, to preside over the realm of the dead. Hel’s name subsequently became associated as the word for the underworld itself. The word hell entered Old English sometime before the year 900 CE. hurricane When a windstorm whips up torrential rains, it can definitely seem like a god’s fury has been called down. This might explain why hurricane is derived from a Taíno storm god, Hurakán. The Taíno were an Indigenous tribe of the Caribbean, so it certainly makes sense that their deities would hold the name now associated with major tropical storms. Working its way from Spanish into English, hurricane was likely first recorded in English around the mid-1500s. Nike Typically depicted with wings, Nike was the Greek goddess of victory. Her influence was not limited to athletics, and she could oversee any field from art to music to war. Nike is said to have earned this title as one of the first deities to offer her allegiance to Zeus during the Titanomachy, the great battle between the Titans and gods for Mount Olympus. Of course, with a winning streak like that, it’s no wonder a popular sports apparel company would name itself after her. plutocracy Plutocracy means “the rule or power of wealth” or “of the wealthy, particularly a government or state in which the wealthy class rules.” The pluto in plutocracy comes from the Roman god of wealth, Pluto. Often known best by his Greek name, Hades, Pluto also presided over the underworld. Where does the wealth factor in? Precious metals and gems are typically found underground. The word plutocracy was recorded in the English language around 1645–1655. protean The adjective protean [ proh-tee-uhn ] describes how something readily assumes different forms, shapes, or characteristics. Something that is protean is “extremely variable.” This word originates from the name of Proteus, a minor Greek sea god who served under Poseidon. Proteus was prophetic and said to be able to gaze into the past, present, and future. However, he was pretty stingy with his knowledge, so most challengers would have to surprise him and wrestle him—while Proteus continually transformed into different (usually dangerous) shapes, such as a lion or a snake! If the challenger held on throughout the transformations, Proteus would answer their question truthfully before jumping back into the sea. quetzalcoatlus Quetzalcoatlus is a genus of pterosaur from the Late Cretaceous period. Its remains were discovered in 1971 in Texas. As a flying dinosaur from the Americas, its name derives from the god Quetzalcóatl, or “the feathered serpent,” in Nahuatl. Often depicted as exactly that (in addition to having incarnations that ranged from axolotls to dogs to corn), Quetzalcóatl was a prominent god of creation and order in the pantheon of the Mexica people. His domain included powerful and sustaining forces such as the sun, the wind, agriculture, wisdom, and writing. ragnarok Popping up everywhere from video games to blockbuster movies, the word ragnarok [ rahg-nuh-rok ] just sounds cool. It’s typically used as a synonym for the end of the world—and that’s what it originally referred to. In Norse mythology, this apocalyptic moment will occur when three roosters crow and the monster hound, Garmr, breaks free of his cave. A frightening battle among gods ensues along with natural disasters. The Old Norse word Ragnarǫk that it derives from is a compound of “gods” (ragna) and “fate” (rok). Subaru Known in most of the English-speaking world as a popular car manufacturer, Subaru is a Japanese word for the Seven Sisters, or Pleiades, constellation. The Subaru logo even features the six stars visible to the naked eye in the constellation. In 2021, astronomers Ray and Barnaby Norris proposed that the constellation referred to as “Seven Sisters” by various ancient peoples (which today looks like six visible stars) once had a seventh visible star whose light has been swallowed up by the light of another. Tuesday/Wednesday/Thursday/Friday/Saturday If we want an example of mythology rooted in our day-to-day, we needn’t look any further than the days of the week. Initially, Romans named their days of the week after the planets, which included the sun and the moon (Sunday and Monday). As the Roman Empire expanded to include Germanic-speaking peoples, the names of the weekdays were adapted to reflect the names of gods familiar to the local populations. Today, five out of seven days of the week are linked to the names of mythological gods, four of which are Old Germanic/Norse in origin. Tuesday is rooted in the name of the Norse god of war and justice, Tyr. Wednesday descends from Woden (alternatively, Odin), a widely revered Germanic-Norse god who presided over healing, wisdom, death, war, poetry, and sorcery. Thursday is derived from the thunder god Thor. Finally, Friday owes its name to Frigg, the goddess of marriage, prophecy, clairvoyance, and motherhood. The outlier of the weekday group is Saturday, which traces its name back to Saturn, the Roman god of time, wealth, and renewal. While scholars are uncertain as to when the Germanic-Norse adaptations of the days of the week were introduced, it is estimated to have occurred between 200-500 CE to predate the spread of Christianity and the final collapse of the Roman Empire. weird While weird today generally means “bizarre” or “unusual,” its older use has been to refer to something that is “uncanny” or relating to the supernatural. This links into the original definition of weird, or then wyrd, as being able to control fate or destiny. The Old English derivation of the Germanic word was first recorded before 900 CE as wyrd; then in Middle English as the phrase werde sisters, which referred to the Fates. According to Greek mythology, the three goddesses known as the Fates control the destinies of the lives of man. In the early 1600s, Shakespeare’s Macbeth, used werde sisters to refer to these witches in the play. © 2025, Aakkhra, All rights reserved.
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1075 มุมมอง 0 รีวิว
  • Family Trip Macau-Zhuhai-Chimelong 4 วัน 3 คืน
    บินสบาย Full Service กับ Air Macau (NX)
    เดินทางได้ตั้งแต่ วันนี้ - 31 ก.ค. 68
    เริ่มต้นเพียง 32,888.-

    พักสุดฟิน 2 คืนใน Chimelong Space Ship + 1 คืนในมาเก๊า
    กระเป๋ารวม 25 กก. สบายใจหายห่วง

    ไฮไลต์ทริปนี้ ห้ามพลาด!
    Chimelong Ocean Kingdom (เต็มวัน)
    Chimelong Space Ship (เต็มวัน)
    สวนสนุกในร่มใหญ่ที่สุดในโลก
    พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ & ตู้ปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก
    คลื่นเทียมในร่มใหญ่ที่สุดในโลกกกก!

    เที่ยวครบ สนุกทั้งครอบครัว แบบไม่ต้องห่วงเรื่องเวลา!

    #มาเก๊า #จูไห่ #chimelong #เที่ยวกับครอบครัว #SpaceShipHotel #OceanKingdom #เที่ยวจีนง่ายๆ #แพ็กเกจทัวร์ #ทัวร์ครอบครัว #MacauTrip #ZhuhaiTrip


    ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
    https://78s.me/e9e11f

    LINE ID: @etravelway 78s.me/d0c307
    Facebook: etravelway 78s.me/8a4061
    Twitter: @eTravelWay 78s.me/e603f5
    Tiktok : https://78s.me/543eb9
    : etravelway 78s.me/05e8da
    : 0 2116 6395

    #แพ็คเกจทัวร์ #จัดกรุ๊ปส่วนตัว #eTravelway
    🌟 Family Trip Macau-Zhuhai-Chimelong 4 วัน 3 คืน 🌟 ✈️ บินสบาย Full Service กับ Air Macau (NX) 📅 เดินทางได้ตั้งแต่ วันนี้ - 31 ก.ค. 68 💥 เริ่มต้นเพียง 32,888.- 🏨 พักสุดฟิน 2 คืนใน Chimelong Space Ship + 1 คืนในมาเก๊า 🧳 กระเป๋ารวม 25 กก. สบายใจหายห่วง 🎡 ไฮไลต์ทริปนี้ ห้ามพลาด! 🐬 Chimelong Ocean Kingdom (เต็มวัน) 🪐 Chimelong Space Ship (เต็มวัน) 🌈 สวนสนุกในร่มใหญ่ที่สุดในโลก 🐠 พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ & ตู้ปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก 🌊 คลื่นเทียมในร่มใหญ่ที่สุดในโลกกกก! 📸 เที่ยวครบ สนุกทั้งครอบครัว แบบไม่ต้องห่วงเรื่องเวลา! #มาเก๊า #จูไห่ #chimelong #เที่ยวกับครอบครัว #SpaceShipHotel #OceanKingdom #เที่ยวจีนง่ายๆ #แพ็กเกจทัวร์ #ทัวร์ครอบครัว #MacauTrip #ZhuhaiTrip ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://78s.me/e9e11f LINE ID: @etravelway 78s.me/d0c307 Facebook: etravelway 78s.me/8a4061 Twitter: @eTravelWay 78s.me/e603f5 Tiktok : https://78s.me/543eb9 📷: etravelway 78s.me/05e8da ☎️: 0 2116 6395 #แพ็คเกจทัวร์ #จัดกรุ๊ปส่วนตัว #eTravelway
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 911 มุมมอง 0 รีวิว
  • บทความนี้กล่าวถึงความสำเร็จของ Arm ในการพัฒนาและส่งมอบชิปประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูงและประหยัดพลังงาน โดย Arm ได้เริ่มต้นการพัฒนาชิปตั้งแต่ปี 1985 ด้วยชิป ARM1 ที่มีเพียง 6,000 gates และใช้เทคโนโลยี 3μm ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานในคอมพิวเตอร์ Acorn Archimedes ในสหราชอาณาจักร

    ปัจจุบัน Arm ได้ส่งมอบชิปไปแล้วกว่า 250 พันล้านชิ้น ซึ่งถูกใช้งานในอุปกรณ์หลากหลายประเภท เช่น เซ็นเซอร์ สมาร์ทโฟน และศูนย์ข้อมูล โดยชิปที่ทันสมัยที่สุดของ Arm มีมากกว่า 100 ล้าน gates และใช้เทคโนโลยีการผลิต 3nm

    Arm ยังมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก โดยมีเป้าหมายที่จะครองตลาด CPU ในศูนย์ข้อมูลถึง 50% ภายในปี 2025 อย่างไรก็ตาม Arm ต้องเผชิญกับความท้าทายจากคู่แข่ง เช่น RISC-V และบริษัทเทคโนโลยีในจีนที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว

    การเริ่มต้นและการพัฒนา
    - ชิป ARM1 มีเพียง 6,000 gates และใช้เทคโนโลยี 3μm
    - ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานในคอมพิวเตอร์ Acorn Archimedes

    ความสำเร็จในปัจจุบัน
    - ส่งมอบชิปไปแล้วกว่า 250 พันล้านชิ้น
    - ชิปที่ทันสมัยที่สุดมีมากกว่า 100 ล้าน gates และใช้เทคโนโลยี 3nm

    บทบาทในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
    - เป้าหมายที่จะครองตลาด CPU ในศูนย์ข้อมูลถึง 50% ภายในปี 2025
    - มีบทบาทสำคัญในอุปกรณ์หลากหลายประเภท เช่น เซ็นเซอร์และสมาร์ทโฟน

    ความสำคัญของการประหยัดพลังงาน
    - ชิปของ Arm มีคุณสมบัติที่ประหยัดพลังงานและมีประสิทธิภาพสูง

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/over-250-billion-arm-chips-have-shipped-since-the-first-arm1-processor-launched-40-years-ago
    บทความนี้กล่าวถึงความสำเร็จของ Arm ในการพัฒนาและส่งมอบชิปประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูงและประหยัดพลังงาน โดย Arm ได้เริ่มต้นการพัฒนาชิปตั้งแต่ปี 1985 ด้วยชิป ARM1 ที่มีเพียง 6,000 gates และใช้เทคโนโลยี 3μm ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานในคอมพิวเตอร์ Acorn Archimedes ในสหราชอาณาจักร ปัจจุบัน Arm ได้ส่งมอบชิปไปแล้วกว่า 250 พันล้านชิ้น ซึ่งถูกใช้งานในอุปกรณ์หลากหลายประเภท เช่น เซ็นเซอร์ สมาร์ทโฟน และศูนย์ข้อมูล โดยชิปที่ทันสมัยที่สุดของ Arm มีมากกว่า 100 ล้าน gates และใช้เทคโนโลยีการผลิต 3nm Arm ยังมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก โดยมีเป้าหมายที่จะครองตลาด CPU ในศูนย์ข้อมูลถึง 50% ภายในปี 2025 อย่างไรก็ตาม Arm ต้องเผชิญกับความท้าทายจากคู่แข่ง เช่น RISC-V และบริษัทเทคโนโลยีในจีนที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว ✅ การเริ่มต้นและการพัฒนา - ชิป ARM1 มีเพียง 6,000 gates และใช้เทคโนโลยี 3μm - ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานในคอมพิวเตอร์ Acorn Archimedes ✅ ความสำเร็จในปัจจุบัน - ส่งมอบชิปไปแล้วกว่า 250 พันล้านชิ้น - ชิปที่ทันสมัยที่สุดมีมากกว่า 100 ล้าน gates และใช้เทคโนโลยี 3nm ✅ บทบาทในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี - เป้าหมายที่จะครองตลาด CPU ในศูนย์ข้อมูลถึง 50% ภายในปี 2025 - มีบทบาทสำคัญในอุปกรณ์หลากหลายประเภท เช่น เซ็นเซอร์และสมาร์ทโฟน ✅ ความสำคัญของการประหยัดพลังงาน - ชิปของ Arm มีคุณสมบัติที่ประหยัดพลังงานและมีประสิทธิภาพสูง https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/over-250-billion-arm-chips-have-shipped-since-the-first-arm1-processor-launched-40-years-ago
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 267 มุมมอง 0 รีวิว
  • Arm บริษัทออกแบบชิปที่มีชื่อเสียงระดับโลก ฉลองครบรอบ 40 ปีของการพัฒนาเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงโลก โดยเริ่มต้นจากชิป ARM1 ที่มีทรานซิสเตอร์เพียง 25,000 ตัว ในปี 1985 และปัจจุบันชิป Arm ถูกใช้งานในอุปกรณ์กว่า 300 พันล้านเครื่อง ทั่วโลก รวมถึง 99% ของสมาร์ทโฟน และยังมีการใช้งานที่เพิ่มขึ้นใน IoT, คลาวด์ และ AI

    ชิป ARM1 ถูกพัฒนาขึ้นโดย Sophie Wilson และ Steve Furber ที่ Acorn Computers ในเมือง Cambridge ประเทศอังกฤษ โดยเน้นการออกแบบที่ใช้ชุดคำสั่งที่ลดลง (Reduced Instruction Set Computing หรือ RISC) เพื่อเพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพในการประมวลผล ชิปนี้ถูกใช้ในคอมพิวเตอร์ BBC Micro และต่อมา ARM2 ถูกนำไปใช้ใน Acorn Archimedes ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้ RISC รุ่นแรก

    ในปี 1990 Arm Ltd. ถูกก่อตั้งขึ้นเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง Acorn, Apple และ VLSI โดยชิป ARM7TDMI ได้รับความนิยมในโทรศัพท์มือถือ เช่น Nokia 6110 และในปี 2021 Armv9 ได้เปิดตัวพร้อมฟีเจอร์ที่เน้นการประมวลผล AI เช่น Scalable Vector Extension 2 (SVE2) และ Scalable Matrix Extension (SME)

    การพัฒนาเทคโนโลยีชิป
    - ชิป ARM1 มีทรานซิสเตอร์เพียง 25,000 ตัวในปี 1985
    - Armv9 เปิดตัวในปี 2021 พร้อมฟีเจอร์ที่เน้นการประมวลผล AI

    การใช้งานในอุปกรณ์ต่างๆ
    - ชิป Arm ถูกใช้งานในอุปกรณ์กว่า 300 พันล้านเครื่องทั่วโลก
    - 99% ของสมาร์ทโฟนใช้ชิป Arm

    การออกแบบที่เน้นประสิทธิภาพ
    - ใช้ชุดคำสั่งที่ลดลง (RISC) เพื่อเพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพ
    - ฟีเจอร์ใหม่ เช่น SVE2 และ SME ช่วยเพิ่มความสามารถในการประมวลผล AI

    การเติบโตในตลาดใหม่
    - Arm มีการใช้งานที่เพิ่มขึ้นใน IoT, คลาวด์ และ AI workloads

    https://www.techradar.com/pro/300-billion-and-counting-most-popular-chip-designer-in-the-world-turns-40-and-it-all-started-in-a-wooden-barn
    Arm บริษัทออกแบบชิปที่มีชื่อเสียงระดับโลก ฉลองครบรอบ 40 ปีของการพัฒนาเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงโลก โดยเริ่มต้นจากชิป ARM1 ที่มีทรานซิสเตอร์เพียง 25,000 ตัว ในปี 1985 และปัจจุบันชิป Arm ถูกใช้งานในอุปกรณ์กว่า 300 พันล้านเครื่อง ทั่วโลก รวมถึง 99% ของสมาร์ทโฟน และยังมีการใช้งานที่เพิ่มขึ้นใน IoT, คลาวด์ และ AI ชิป ARM1 ถูกพัฒนาขึ้นโดย Sophie Wilson และ Steve Furber ที่ Acorn Computers ในเมือง Cambridge ประเทศอังกฤษ โดยเน้นการออกแบบที่ใช้ชุดคำสั่งที่ลดลง (Reduced Instruction Set Computing หรือ RISC) เพื่อเพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพในการประมวลผล ชิปนี้ถูกใช้ในคอมพิวเตอร์ BBC Micro และต่อมา ARM2 ถูกนำไปใช้ใน Acorn Archimedes ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้ RISC รุ่นแรก ในปี 1990 Arm Ltd. ถูกก่อตั้งขึ้นเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง Acorn, Apple และ VLSI โดยชิป ARM7TDMI ได้รับความนิยมในโทรศัพท์มือถือ เช่น Nokia 6110 และในปี 2021 Armv9 ได้เปิดตัวพร้อมฟีเจอร์ที่เน้นการประมวลผล AI เช่น Scalable Vector Extension 2 (SVE2) และ Scalable Matrix Extension (SME) ✅ การพัฒนาเทคโนโลยีชิป - ชิป ARM1 มีทรานซิสเตอร์เพียง 25,000 ตัวในปี 1985 - Armv9 เปิดตัวในปี 2021 พร้อมฟีเจอร์ที่เน้นการประมวลผล AI ✅ การใช้งานในอุปกรณ์ต่างๆ - ชิป Arm ถูกใช้งานในอุปกรณ์กว่า 300 พันล้านเครื่องทั่วโลก - 99% ของสมาร์ทโฟนใช้ชิป Arm ✅ การออกแบบที่เน้นประสิทธิภาพ - ใช้ชุดคำสั่งที่ลดลง (RISC) เพื่อเพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพ - ฟีเจอร์ใหม่ เช่น SVE2 และ SME ช่วยเพิ่มความสามารถในการประมวลผล AI ✅ การเติบโตในตลาดใหม่ - Arm มีการใช้งานที่เพิ่มขึ้นใน IoT, คลาวด์ และ AI workloads https://www.techradar.com/pro/300-billion-and-counting-most-popular-chip-designer-in-the-world-turns-40-and-it-all-started-in-a-wooden-barn
    WWW.TECHRADAR.COM
    It started in a wooden shed, now 40 years on Arm powers your entire digital life
    Arm’s minimalist chip design became the blueprint for modern computing
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 371 มุมมอง 0 รีวิว
  • เปิดโลกใต้ทะเลที่ Chimelong Ocean Kingdom

    Chimelong Ocean Kingdom
    เป็นหนึ่งใน Marine Theme Park ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด
    ตั้งอยู่ที่เมืองจูไห่ ประเทศจีน

    มีโซนหลากหลายที่น่าสนใจ

    Ocean Avenue
    เป็นโซนแรกทางเข้าสวนสนุก มี Deep Sea Fantasy
    เป็นจอ LED ในท้องปลากระเบนขนาดใหญ่

    Dolphin Cove
    พบกับโลมาหลากหลายสายพันธุ์ มีทั้งการแสดงโลมา
    การให้อาหารโลมา และการว่ายน้ำกับโลมา

    Amazing Amazon
    โซนจำลองป่าฝนเขตร้อน มีเครื่องเล่นที่น่าตื่นเต้น
    เช่น รถไฟเหาะนกแก้ว มีสัตว์ป่าหายากให้ชม

    Ocean Beauty
    สัมผัสประสบการณ์ท่องโลกใต้มหาสมุทร ราวกับได้นั่งอยู่ในเรือดำน้ำ
    ชมฉลามล่าเหยื่อในป่าสาหร่าย
    ตื่นตาตื่นใจกับอะควาเรียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก สูงเท่าตึก2ชั้น
    ชมปะการังหลากสีและพันธุ์ปลามากมาย

    Polar Horizon
    ผจญภัยขั้วโลกเหนือ นั่งเรือลอดธารน้ำแข็ง
    ชมเพนกวิ้น หมีขาว ชมโชว์พิเศษของวาฬเบลูกา

    Fun Zone
    โซนสวนสนุก โซนเครื่องเล่นต่างๆ

    Mountain Walrus
    ผจญภัย และใกล้ชิดกับสิงโตทะเล อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
    ด้วยเครื่องเล่นสุดเร้าใจ และการแสดงแสนน่ารัก

    Hengqin Ocean
    ปิดท้ายวันอย่างอลังการกับโชว์สุดว้าว
    ชมขบวนพาเหรดสัตว์ทะเล ตื่นตาตื่นใจไปกับความน่ารัก

    รวมทัวร์ไฟไหม้ ทัวร์หลุดจอง โปรพักเดี่ยว ลดเยอะสุด by 21 ปี ">https://eTravelWay.com
    ⭕️ เข้ากลุ่มลับ Facebook โปรเพียบบบบ : https://78s.me/e86e1a
    ⭕️ เข้ากลุ่มลับ LINE openchat ทัวร์ที่หลุด คลิก https://78s.me/501ad8

    LINE ID: @etravelway.fire https://78s.me/e58a3f
    Facebook: etravelway.fire https://78s.me/317663
    Instagram: etravelway.fire https://78s.me/d43626
    Tiktok : https://78s.me/903597
    : 021166395

    #ทัวร์จูไห่ #chimelongoceankingdom #จัดกรุ๊ปส่วนตัว #eTravelway #ทัวร์ไฟไหม้
    #ทัวร์ลดราคา #ทัวร์ราคาถูก #etravelwayfire #thaitimes #News1
    #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    เปิดโลกใต้ทะเลที่ Chimelong Ocean Kingdom 💦 Chimelong Ocean Kingdom เป็นหนึ่งใน Marine Theme Park ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่ที่เมืองจูไห่ ประเทศจีน มีโซนหลากหลายที่น่าสนใจ 📍 Ocean Avenue เป็นโซนแรกทางเข้าสวนสนุก มี Deep Sea Fantasy เป็นจอ LED ในท้องปลากระเบนขนาดใหญ่ 📍 Dolphin Cove พบกับโลมาหลากหลายสายพันธุ์ มีทั้งการแสดงโลมา การให้อาหารโลมา และการว่ายน้ำกับโลมา 📍 Amazing Amazon โซนจำลองป่าฝนเขตร้อน มีเครื่องเล่นที่น่าตื่นเต้น เช่น รถไฟเหาะนกแก้ว มีสัตว์ป่าหายากให้ชม 📍 Ocean Beauty สัมผัสประสบการณ์ท่องโลกใต้มหาสมุทร ราวกับได้นั่งอยู่ในเรือดำน้ำ ชมฉลามล่าเหยื่อในป่าสาหร่าย ตื่นตาตื่นใจกับอะควาเรียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก สูงเท่าตึก2ชั้น ชมปะการังหลากสีและพันธุ์ปลามากมาย 📍 Polar Horizon ผจญภัยขั้วโลกเหนือ นั่งเรือลอดธารน้ำแข็ง ชมเพนกวิ้น หมีขาว ชมโชว์พิเศษของวาฬเบลูกา 📍 Fun Zone โซนสวนสนุก โซนเครื่องเล่นต่างๆ 📍 Mountain Walrus ผจญภัย และใกล้ชิดกับสิงโตทะเล อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยเครื่องเล่นสุดเร้าใจ และการแสดงแสนน่ารัก 📍 Hengqin Ocean ปิดท้ายวันอย่างอลังการกับโชว์สุดว้าว ชมขบวนพาเหรดสัตว์ทะเล ตื่นตาตื่นใจไปกับความน่ารัก รวมทัวร์ไฟไหม้ ทัวร์หลุดจอง โปรพักเดี่ยว ลดเยอะสุด by 21 ปี https://eTravelWay.com🔥 ⭕️ เข้ากลุ่มลับ Facebook โปรเพียบบบบ : https://78s.me/e86e1a ⭕️ เข้ากลุ่มลับ LINE openchat ทัวร์ที่หลุด คลิก https://78s.me/501ad8 LINE ID: @etravelway.fire https://78s.me/e58a3f Facebook: etravelway.fire https://78s.me/317663 Instagram: etravelway.fire https://78s.me/d43626 Tiktok : https://78s.me/903597 ☎️: 021166395 #ทัวร์จูไห่ #chimelongoceankingdom #จัดกรุ๊ปส่วนตัว #eTravelway #ทัวร์ไฟไหม้ #ทัวร์ลดราคา #ทัวร์ราคาถูก #etravelwayfire #thaitimes #News1 #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1216 มุมมอง 10 0 รีวิว
  • หน่วยงานความปลอดภัยทางไซเบอร์ของสหรัฐฯ CISA (Cybersecurity and Infrastructure Security Agency) ได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับมัลแวร์ตัวใหม่ RESURGE ซึ่งกำลังโจมตีผลิตภัณฑ์ของ Ivanti หลายตัว โดยมัลแวร์นี้เป็น เวอร์ชันใหม่ของ SPAWNCHIMERA ที่เคยถูกใช้โจมตี Ivanti Connect Secure Appliances

    RESURGE ทำอะไรได้บ้าง?
    - สามารถ อยู่รอดหลังการรีบูตระบบ
    - สร้าง Web Shell เพื่อควบคุมอุปกรณ์ระยะไกล
    - เปลี่ยนแปลงระบบตรวจสอบความสมบูรณ์ไฟล์
    - ขโมยข้อมูลล็อกอิน สร้างบัญชีใหม่ รีเซ็ตรหัสผ่าน และเพิ่มสิทธิ์ผู้ใช้

    ช่องโหว่ที่ถูกใช้โจมตี—CVE-2025-0282
    - RESURGE อาศัยช่องโหว่ Stack-Based Buffer Overflow ใน Ivanti Connect Secure, Policy Secure และ Neurons for ZTA Gateways
    - ช่องโหว่นี้ช่วยให้แฮกเกอร์สามารถ รันโค้ดระยะไกลโดยไม่ต้องล็อกอิน

    เวอร์ชันของ Ivanti ที่มีความเสี่ยงสูง
    - Connect Secure (ก่อนเวอร์ชัน 22.7R2.5)
    - Policy Secure (ก่อนเวอร์ชัน 22.7R1.2)
    - Neurons for ZTA Gateways (ก่อนเวอร์ชัน 22.7R2.3)

    CISA แนะนำแนวทางป้องกัน
    - Factory Reset อุปกรณ์ เพื่อกำจัดโค้ดที่แฝงตัว
    - เปลี่ยนรหัสผ่าน ของบัญชีที่มีสิทธิ์เข้าถึงทั้งหมด
    - ตรวจสอบสิทธิ์และการเข้าถึงระบบ เพื่อป้องกันการบุกรุกเพิ่มเติม
    - เฝ้าระวังบัญชีที่มีสิทธิ์ระดับสูง เช่น Admin Accounts

    https://www.techradar.com/pro/security/ivanti-products-targeted-by-dangerous-malware-yet-again
    หน่วยงานความปลอดภัยทางไซเบอร์ของสหรัฐฯ CISA (Cybersecurity and Infrastructure Security Agency) ได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับมัลแวร์ตัวใหม่ RESURGE ซึ่งกำลังโจมตีผลิตภัณฑ์ของ Ivanti หลายตัว โดยมัลแวร์นี้เป็น เวอร์ชันใหม่ของ SPAWNCHIMERA ที่เคยถูกใช้โจมตี Ivanti Connect Secure Appliances ✅ RESURGE ทำอะไรได้บ้าง? - สามารถ อยู่รอดหลังการรีบูตระบบ - สร้าง Web Shell เพื่อควบคุมอุปกรณ์ระยะไกล - เปลี่ยนแปลงระบบตรวจสอบความสมบูรณ์ไฟล์ - ขโมยข้อมูลล็อกอิน สร้างบัญชีใหม่ รีเซ็ตรหัสผ่าน และเพิ่มสิทธิ์ผู้ใช้ ✅ ช่องโหว่ที่ถูกใช้โจมตี—CVE-2025-0282 - RESURGE อาศัยช่องโหว่ Stack-Based Buffer Overflow ใน Ivanti Connect Secure, Policy Secure และ Neurons for ZTA Gateways - ช่องโหว่นี้ช่วยให้แฮกเกอร์สามารถ รันโค้ดระยะไกลโดยไม่ต้องล็อกอิน ✅ เวอร์ชันของ Ivanti ที่มีความเสี่ยงสูง - Connect Secure (ก่อนเวอร์ชัน 22.7R2.5) - Policy Secure (ก่อนเวอร์ชัน 22.7R1.2) - Neurons for ZTA Gateways (ก่อนเวอร์ชัน 22.7R2.3) ✅ CISA แนะนำแนวทางป้องกัน - Factory Reset อุปกรณ์ เพื่อกำจัดโค้ดที่แฝงตัว - เปลี่ยนรหัสผ่าน ของบัญชีที่มีสิทธิ์เข้าถึงทั้งหมด - ตรวจสอบสิทธิ์และการเข้าถึงระบบ เพื่อป้องกันการบุกรุกเพิ่มเติม - เฝ้าระวังบัญชีที่มีสิทธิ์ระดับสูง เช่น Admin Accounts https://www.techradar.com/pro/security/ivanti-products-targeted-by-dangerous-malware-yet-again
    WWW.TECHRADAR.COM
    Ivanti products targeted by dangerous malware yet again
    RESURGE is targeting Ivanti products, so make sure to stay safe
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 325 มุมมอง 0 รีวิว
  • Get Swept Away By The Korean Words Streaming Into English

    The "Korean Wave"

    In the last decade or so, a wave has swept out of the Korean peninsula and spread anywhere and everywhere. But don’t worry. This wave isn’t made of water. No, it is made of … pop culture!

    The word Hallyu, which literally means “Korean Current” or “Korean Wave,” has been used to refer to the wave of Korean pop culture that has swept across the globe and led to a rapid explosion in popularity of Korean music, movies, food, television shows, and video games. Hallyu has exposed us to K-pop, K-dramas, and K-beauty. If you are hooked on the TV series Squid Game or have been enlisted into the BTS ARMY, you’ve already been caught up in Hallyu.

    Hallyu isn’t just about learning names of popular K-pop stars, though. It has led to a wider awareness of Korean culture and words from the Korean language. We’ve gathered up some of these words to help explain some of the things that have fueled the momentum of Hallyu.

    Note: We often use the words Korea and Korean to refer specifically to the Republic of Korea, commonly known as South Korea.


    Hangul (한글)

    First, you should know that the Korean language uses an entirely different writing system from English. Korean uses a 24-letter alphabet consisting of 14 consonants and 10 vowels. The name of the Korean alphabet is Hangul, which would be written in the Korean alphabet as 한글 and translates to “great script.”

    Because of the different alphabets, the English spellings of all of the words we will look at are merely renderings of how these Korean words would roughly be transliterated in written English. This means that you may come across alternate spellings of many of these words.


    Some important words
    Moving on, let’s look at some words that are useful for getting a bit of understanding into Korean history and culture.



    Korea: The English word Korea comes from the Goryeo/Koryo dynasty that ruled the Korean peninsula for several hundred years. South Koreans often refer to South Korea or the Korean peninsula as Hanguk (한국). The word Korea is often used to refer both to the Korean peninsula and specifically to the nation of the Republic of Korea (South Korea) located on the southern half of the peninsula.

    Won: Won (원) refers to Korean currency. Won comes in both coins and dollar bills. Roughly speaking, a US dollar is worth around 1100 Won, but the value frequently changes based on global economics.

    hanbok: Hanbok (한복) is the traditional Korean attire. The top piece, called a jeogori, resembles a sleeved jacket and is worn by both men and women. To complete hanbok, men wear a vest and pants while women wear a skirt and pantaloons. Typically, hanbok is not worn on a daily basis and is reserved for special occasions.

    sijo: Sijo (시조) is a Korean poetic form. Similar to the Japanese haiku, sijo typically follows certain guidelines based on numbers of syllables and lines. In general, sijo is intended to be used to compose songs rather than written poems.


    Siblings and friends

    In Korean, different terms of address are used to show respect to people older than you. Some of these terms can also be used among friends or siblings to affectionately refer to one another. Depending on your gender and the gender of the person you’re speaking to, you’ll need to pick out the right word for the job:

    Oppa (오빠) = Older brother (used by girls/women)
    Noona (누나) = Older sister (used by boys/men)
    Unnie (언니) = Older sister (used by girls/women)
    Hyung (형) = Older brother (used by boys/men)

    In 2012, many people may have encountered the word oppa thanks to its repeated use in the massive viral hit song “Gangnam Style” by Korean artist PSY.


    kimchi (김치)

    Kimchi was a popular dish even before everyone was swept up in Hallyu. Kimchi is a traditional Korean dish that involves a combination of some kind of fermented vegetable with a variety of seasonings. Some popular picks for the vegetable include cabbage, radish, or cucumber. You have a huge number of seasonings to pick from, but some common choices include garlic, ginger, salt, chili pepper, and fish sauce. There are hundreds of kimchi recipes out there, and all that variety might explain its popularity!


    Other food
    If you’re looking for something to go with your kimchi, there are plenty of other Korean dishes available. Some other Korean foods that make good additions to the menu include:

    banchan (반찬): Literally “side dishes,” banchan refers to small plates of food served alongside a main meal. Banchan can include any number of small morsels of food, such as seaweed, potato salad, or pickled radishes.

    bulgogi (불고기): This dish, which translates to “fire meat,” is Korean-style barbeque beef.

    dongchimi (동치미): Dongchimi is a specific kind of kimchi that uses radishes and hot water.

    galbi (갈비): Galbi means “ribs,” and this dish refers to Korean-style BBQ short ribs.

    japchae (잡채): Japchae is a popular festive dish made of stir-fried noodles, meat, and vegetables.

    kimbap (김밥): Kimbap or gimbap is a Korean snack that is made of a seaweed roll (gim), rice (bap), and whatever else you want to stuff inside!

    samgyeopsal (삼겹살): This dish refers to Korean grilled pork belly.

    chimaek (치맥): Chimaek is a fun word that is used in Korean slang to refer to a meal reserved only for the most posh of gourmets: fried chicken and beer! Chimeak is a mashup of the Korean words chikin (chicken) and maekju (beer).

    If food speaks to your soul, you’ll want to read about the different dishes that comprise soul food.


    mukbang (먹방)

    Mukbang is a livestream of a person socializing with an audience while eating a large amount of food. Mukbang broadcasts were popularized by Korean variety shows in the early 2000s. They’ve become even more popular with the rise of live streaming services, such as YouTube or Twitch, that allow mukbang streams to reach international audiences. If your mouth is watering for more information about mukbang streams, you can check out our in-depth profile on this tantalizing trend.


    aegyo (애교)

    The term aegyo, often translated into English as meaning “cuteness,” refers to the act of acting cute and charming everyone around you with cuteness. If you are at all familiar with the Japanese kawaii, you should already have a good idea about what aegyo entails. The word aegyo is often used to refer to K-pop idols or other Korean celebrities and entertainers that are expected to use their charms to entrance an audience. Mastering aegyo is key to succeeding in these fields, and you’ll often see both male and female K-pop idols making hearts with their hands, puffing their cheeks, and using cutesy dance moves to enhance their aegyo in order to remain popular with fans.


    daebak! (대박)

    Daebak literally translates to “jackpot” or “big hit.” In practice, it is used as an exclamation to express excitement, joy, or surprise. Basically, it is used in much the same way as the English “Wow!” or “Amazing!”

    We think you’ll be equally excited to learn some of the English words that originate from Mandarin and Cantonese.


    manhwa (만화)

    Manhwa refers to comic books, cartoons, and animation from Korea. The word manhwa could be easily confused with the word manga, which refers to comic books and graphic novels made in Japan. Both of these words are said to have the same Chinese origin, so there is some etymological reason for the mixup.

    Manwha and manga often look similar and may be sold in the same sections of bookstores. Unlike Japanese manga, though, Korean manwha is read from left to right rather than right to left.


    Blend words

    In addition to Korean loanwords, Hallyu has also increased awareness of some words that blend English and Korean together. These words are sometimes used as examples of Konglish, a language phenomenon that mixes English and Korean together and sometimes changing the original English loanword and its meaning.

    Fighting!: Written in Hangul as either 화이팅 (hwaiting) or 파이팅 (paiting), fighting is used as an encouraging word to spur someone on to success. Spectators might shout fighting at sporting events while cheering on their favorite team, for example.

    PC bang: A PC bang (PC방) is a Korean internet cafe that rents out computers with internet access to customers. Bang is Korean for room and, as you probably know, PC is a commonly used acronym for “personal computer.” PC bangs are most often used by customers looking for somewhere to play online gaming.

    skinship: Written in Hangul as 스킨십 (seukinsip), skinship seems to be a blend of the words skin and friendship. Skinship refers to the types of intimate contact used by close friends or family members, such as hand-holding, hugging, and kissing cheeks. Skinship is not intended to be romantic, however it may be used in fiction and by K-pop stars to tease the audience into believing two people might be in a romantic relationship.

    Copyright 2024, XAKKHRA, All Rights Reserved.
    Get Swept Away By The Korean Words Streaming Into English The "Korean Wave" In the last decade or so, a wave has swept out of the Korean peninsula and spread anywhere and everywhere. But don’t worry. This wave isn’t made of water. No, it is made of … pop culture! The word Hallyu, which literally means “Korean Current” or “Korean Wave,” has been used to refer to the wave of Korean pop culture that has swept across the globe and led to a rapid explosion in popularity of Korean music, movies, food, television shows, and video games. Hallyu has exposed us to K-pop, K-dramas, and K-beauty. If you are hooked on the TV series Squid Game or have been enlisted into the BTS ARMY, you’ve already been caught up in Hallyu. Hallyu isn’t just about learning names of popular K-pop stars, though. It has led to a wider awareness of Korean culture and words from the Korean language. We’ve gathered up some of these words to help explain some of the things that have fueled the momentum of Hallyu. Note: We often use the words Korea and Korean to refer specifically to the Republic of Korea, commonly known as South Korea. Hangul (한글) First, you should know that the Korean language uses an entirely different writing system from English. Korean uses a 24-letter alphabet consisting of 14 consonants and 10 vowels. The name of the Korean alphabet is Hangul, which would be written in the Korean alphabet as 한글 and translates to “great script.” Because of the different alphabets, the English spellings of all of the words we will look at are merely renderings of how these Korean words would roughly be transliterated in written English. This means that you may come across alternate spellings of many of these words. Some important words Moving on, let’s look at some words that are useful for getting a bit of understanding into Korean history and culture. Korea: The English word Korea comes from the Goryeo/Koryo dynasty that ruled the Korean peninsula for several hundred years. South Koreans often refer to South Korea or the Korean peninsula as Hanguk (한국). The word Korea is often used to refer both to the Korean peninsula and specifically to the nation of the Republic of Korea (South Korea) located on the southern half of the peninsula. Won: Won (원) refers to Korean currency. Won comes in both coins and dollar bills. Roughly speaking, a US dollar is worth around 1100 Won, but the value frequently changes based on global economics. hanbok: Hanbok (한복) is the traditional Korean attire. The top piece, called a jeogori, resembles a sleeved jacket and is worn by both men and women. To complete hanbok, men wear a vest and pants while women wear a skirt and pantaloons. Typically, hanbok is not worn on a daily basis and is reserved for special occasions. sijo: Sijo (시조) is a Korean poetic form. Similar to the Japanese haiku, sijo typically follows certain guidelines based on numbers of syllables and lines. In general, sijo is intended to be used to compose songs rather than written poems. Siblings and friends In Korean, different terms of address are used to show respect to people older than you. Some of these terms can also be used among friends or siblings to affectionately refer to one another. Depending on your gender and the gender of the person you’re speaking to, you’ll need to pick out the right word for the job: Oppa (오빠) = Older brother (used by girls/women) Noona (누나) = Older sister (used by boys/men) Unnie (언니) = Older sister (used by girls/women) Hyung (형) = Older brother (used by boys/men) In 2012, many people may have encountered the word oppa thanks to its repeated use in the massive viral hit song “Gangnam Style” by Korean artist PSY. kimchi (김치) Kimchi was a popular dish even before everyone was swept up in Hallyu. Kimchi is a traditional Korean dish that involves a combination of some kind of fermented vegetable with a variety of seasonings. Some popular picks for the vegetable include cabbage, radish, or cucumber. You have a huge number of seasonings to pick from, but some common choices include garlic, ginger, salt, chili pepper, and fish sauce. There are hundreds of kimchi recipes out there, and all that variety might explain its popularity! Other food If you’re looking for something to go with your kimchi, there are plenty of other Korean dishes available. Some other Korean foods that make good additions to the menu include: banchan (반찬): Literally “side dishes,” banchan refers to small plates of food served alongside a main meal. Banchan can include any number of small morsels of food, such as seaweed, potato salad, or pickled radishes. bulgogi (불고기): This dish, which translates to “fire meat,” is Korean-style barbeque beef. dongchimi (동치미): Dongchimi is a specific kind of kimchi that uses radishes and hot water. galbi (갈비): Galbi means “ribs,” and this dish refers to Korean-style BBQ short ribs. japchae (잡채): Japchae is a popular festive dish made of stir-fried noodles, meat, and vegetables. kimbap (김밥): Kimbap or gimbap is a Korean snack that is made of a seaweed roll (gim), rice (bap), and whatever else you want to stuff inside! samgyeopsal (삼겹살): This dish refers to Korean grilled pork belly. chimaek (치맥): Chimaek is a fun word that is used in Korean slang to refer to a meal reserved only for the most posh of gourmets: fried chicken and beer! Chimeak is a mashup of the Korean words chikin (chicken) and maekju (beer). If food speaks to your soul, you’ll want to read about the different dishes that comprise soul food. mukbang (먹방) Mukbang is a livestream of a person socializing with an audience while eating a large amount of food. Mukbang broadcasts were popularized by Korean variety shows in the early 2000s. They’ve become even more popular with the rise of live streaming services, such as YouTube or Twitch, that allow mukbang streams to reach international audiences. If your mouth is watering for more information about mukbang streams, you can check out our in-depth profile on this tantalizing trend. aegyo (애교) The term aegyo, often translated into English as meaning “cuteness,” refers to the act of acting cute and charming everyone around you with cuteness. If you are at all familiar with the Japanese kawaii, you should already have a good idea about what aegyo entails. The word aegyo is often used to refer to K-pop idols or other Korean celebrities and entertainers that are expected to use their charms to entrance an audience. Mastering aegyo is key to succeeding in these fields, and you’ll often see both male and female K-pop idols making hearts with their hands, puffing their cheeks, and using cutesy dance moves to enhance their aegyo in order to remain popular with fans. daebak! (대박) Daebak literally translates to “jackpot” or “big hit.” In practice, it is used as an exclamation to express excitement, joy, or surprise. Basically, it is used in much the same way as the English “Wow!” or “Amazing!” We think you’ll be equally excited to learn some of the English words that originate from Mandarin and Cantonese. manhwa (만화) Manhwa refers to comic books, cartoons, and animation from Korea. The word manhwa could be easily confused with the word manga, which refers to comic books and graphic novels made in Japan. Both of these words are said to have the same Chinese origin, so there is some etymological reason for the mixup. Manwha and manga often look similar and may be sold in the same sections of bookstores. Unlike Japanese manga, though, Korean manwha is read from left to right rather than right to left. Blend words In addition to Korean loanwords, Hallyu has also increased awareness of some words that blend English and Korean together. These words are sometimes used as examples of Konglish, a language phenomenon that mixes English and Korean together and sometimes changing the original English loanword and its meaning. Fighting!: Written in Hangul as either 화이팅 (hwaiting) or 파이팅 (paiting), fighting is used as an encouraging word to spur someone on to success. Spectators might shout fighting at sporting events while cheering on their favorite team, for example. PC bang: A PC bang (PC방) is a Korean internet cafe that rents out computers with internet access to customers. Bang is Korean for room and, as you probably know, PC is a commonly used acronym for “personal computer.” PC bangs are most often used by customers looking for somewhere to play online gaming. skinship: Written in Hangul as 스킨십 (seukinsip), skinship seems to be a blend of the words skin and friendship. Skinship refers to the types of intimate contact used by close friends or family members, such as hand-holding, hugging, and kissing cheeks. Skinship is not intended to be romantic, however it may be used in fiction and by K-pop stars to tease the audience into believing two people might be in a romantic relationship. Copyright 2024, XAKKHRA, All Rights Reserved.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1628 มุมมอง 0 รีวิว