• สารคดีฟังเพลินๆ
    https://youtu.be/Qq3BA59R-hs?si=v7wf8YYUf2x6xJbo
    #abdulthaitube
    #สารคดี
    #ประวัติศาสตร์
    #สงคราม
    #การเมือง
    #ความเท่าเทียม
    #ชีวิตคือสมมุติ
    สารคดีฟังเพลินๆ https://youtu.be/Qq3BA59R-hs?si=v7wf8YYUf2x6xJbo #abdulthaitube #สารคดี #ประวัติศาสตร์ #สงคราม #การเมือง #ความเท่าเทียม #ชีวิตคือสมมุติ
    0 Comments 0 Shares 1 Views 0 Reviews
  • “HashJack – ช่องโหว่ใหม่ที่ซ่อนคำสั่งใน URL ทำให้ AI Browser ถูกควบคุม”

    ช่องโหว่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
    HashJack ถูกค้นพบโดยบริษัท Cato Networks เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2025 เป็นตัวอย่างแรกของเทคนิค Indirect Prompt Injection ที่ซ่อนคำสั่งไว้ในส่วน URL fragment หลังเครื่องหมาย # ซึ่งปกติแล้วเว็บเซิร์ฟเวอร์จะไม่อ่าน แต่ AI Assistants กลับอ่านและนำไปปฏิบัติ ทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้เว็บไซต์ที่ดูปลอดภัยเป็นเครื่องมือโจมตีได้โดยไม่ต้องแฮ็กเว็บจริง

    ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
    คำสั่งที่ซ่อนอยู่สามารถทำให้ AI แนะนำข้อมูลผิด ๆ เช่น คำแนะนำทางการแพทย์ที่เป็นอันตราย, หลอกให้ผู้ใช้เปิดเผยข้อมูลเข้าสู่ระบบ (credential theft) หรือแม้กระทั่งสั่งให้ AI ดึงข้อมูลสำคัญจากผู้ใช้ (data exfiltration) ในโหมด agentic ที่ AI ทำงานอัตโนมัติ ความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้น เพราะ AI อาจถูกสั่งให้เปิดพอร์ตระบบหรือดาวน์โหลดไฟล์ที่เป็นมัลแวร์

    การตอบสนองของบริษัทเทคโนโลยี
    Microsoft แก้ไขช่องโหว่สำหรับ Copilot บน Edge เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2025
    Perplexity แก้ไข Comet Browser เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2025
    Google ยังไม่ได้แก้ไข Gemini บน Chrome โดยให้เหตุผลว่าเป็น “พฤติกรรมที่ตั้งใจ” และจัดระดับความรุนแรงต่ำ ทำให้ผู้ใช้ยังคงเสี่ยงอยู่ในปัจจุบัน

    บทเรียนที่ได้
    HashJack แสดงให้เห็นว่า AI Browser Assistants มีความเสี่ยงใหม่ที่ไม่เคยเจอมาก่อน เพราะพวกมันอ่านข้อมูลที่มนุษย์มองข้าม เช่น URL fragment การค้นพบนี้เตือนอุตสาหกรรมว่า การออกแบบ AI ต้องคำนึงถึงการจัดการข้อมูลที่ดูเหมือนไม่สำคัญ เพื่อป้องกันการโจมตีที่ซับซ้อนในอนาคต

    สรุปเป็นหัวข้อ
    HashJack คือช่องโหว่ใหม่
    ใช้สัญลักษณ์ # ใน URL เพื่อซ่อนคำสั่ง
    เป็นตัวอย่างแรกของ Indirect Prompt Injection

    ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
    ข้อมูลเข้าสู่ระบบอาจถูกขโมย
    AI อาจให้คำแนะนำทางการแพทย์ที่ผิด
    เสี่ยงต่อการดึงข้อมูลสำคัญโดยอัตโนมัติ

    การตอบสนองของบริษัทเทคโนโลยี
    Microsoft และ Perplexity แก้ไขแล้ว
    Google Gemini ยังไม่ได้แก้ไข

    ข้อควรระวังสำหรับผู้ใช้
    หลีกเลี่ยงการใช้ Gemini บน Chrome จนกว่าจะมีการแก้ไข
    ระวังเว็บไซต์ที่ดูปลอดภัยแต่มี URL fragment แปลก ๆ
    อย่าเปิดเผยข้อมูลสำคัญผ่าน AI Assistants โดยไม่ตรวจสอบ

    https://hackread.com/hashjack-attack-url-control-ai-browser-behavior/
    📰 “HashJack – ช่องโหว่ใหม่ที่ซ่อนคำสั่งใน URL ทำให้ AI Browser ถูกควบคุม” 🔎 ช่องโหว่ที่ไม่เคยมีมาก่อน HashJack ถูกค้นพบโดยบริษัท Cato Networks เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2025 เป็นตัวอย่างแรกของเทคนิค Indirect Prompt Injection ที่ซ่อนคำสั่งไว้ในส่วน URL fragment หลังเครื่องหมาย # ซึ่งปกติแล้วเว็บเซิร์ฟเวอร์จะไม่อ่าน แต่ AI Assistants กลับอ่านและนำไปปฏิบัติ ทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้เว็บไซต์ที่ดูปลอดภัยเป็นเครื่องมือโจมตีได้โดยไม่ต้องแฮ็กเว็บจริง ⚠️ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น คำสั่งที่ซ่อนอยู่สามารถทำให้ AI แนะนำข้อมูลผิด ๆ เช่น คำแนะนำทางการแพทย์ที่เป็นอันตราย, หลอกให้ผู้ใช้เปิดเผยข้อมูลเข้าสู่ระบบ (credential theft) หรือแม้กระทั่งสั่งให้ AI ดึงข้อมูลสำคัญจากผู้ใช้ (data exfiltration) ในโหมด agentic ที่ AI ทำงานอัตโนมัติ ความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้น เพราะ AI อาจถูกสั่งให้เปิดพอร์ตระบบหรือดาวน์โหลดไฟล์ที่เป็นมัลแวร์ 🏢 การตอบสนองของบริษัทเทคโนโลยี ⭐ Microsoft แก้ไขช่องโหว่สำหรับ Copilot บน Edge เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2025 ⭐ Perplexity แก้ไข Comet Browser เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2025 ⭐ Google ยังไม่ได้แก้ไข Gemini บน Chrome โดยให้เหตุผลว่าเป็น “พฤติกรรมที่ตั้งใจ” และจัดระดับความรุนแรงต่ำ ทำให้ผู้ใช้ยังคงเสี่ยงอยู่ในปัจจุบัน 🌐 บทเรียนที่ได้ HashJack แสดงให้เห็นว่า AI Browser Assistants มีความเสี่ยงใหม่ที่ไม่เคยเจอมาก่อน เพราะพวกมันอ่านข้อมูลที่มนุษย์มองข้าม เช่น URL fragment การค้นพบนี้เตือนอุตสาหกรรมว่า การออกแบบ AI ต้องคำนึงถึงการจัดการข้อมูลที่ดูเหมือนไม่สำคัญ เพื่อป้องกันการโจมตีที่ซับซ้อนในอนาคต 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ HashJack คือช่องโหว่ใหม่ ➡️ ใช้สัญลักษณ์ # ใน URL เพื่อซ่อนคำสั่ง ➡️ เป็นตัวอย่างแรกของ Indirect Prompt Injection ✅ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ➡️ ข้อมูลเข้าสู่ระบบอาจถูกขโมย ➡️ AI อาจให้คำแนะนำทางการแพทย์ที่ผิด ➡️ เสี่ยงต่อการดึงข้อมูลสำคัญโดยอัตโนมัติ ✅ การตอบสนองของบริษัทเทคโนโลยี ➡️ Microsoft และ Perplexity แก้ไขแล้ว ➡️ Google Gemini ยังไม่ได้แก้ไข ‼️ ข้อควรระวังสำหรับผู้ใช้ ⛔ หลีกเลี่ยงการใช้ Gemini บน Chrome จนกว่าจะมีการแก้ไข ⛔ ระวังเว็บไซต์ที่ดูปลอดภัยแต่มี URL fragment แปลก ๆ ⛔ อย่าเปิดเผยข้อมูลสำคัญผ่าน AI Assistants โดยไม่ตรวจสอบ https://hackread.com/hashjack-attack-url-control-ai-browser-behavior/
    HACKREAD.COM
    HashJack Attack Uses URL ‘#’ to Control AI Browser Behavior
    Follow us on Bluesky, Twitter (X), Mastodon and Facebook at @Hackread
    0 Comments 0 Shares 11 Views 0 Reviews
  • “Mailbox Smart Sensor – ไม่พลาดจดหมายสำคัญอีกต่อไป”

    เทคโนโลยีที่ช่วยชีวิตคนยุคดิจิทัล
    แม้หลายคนจะใช้ อีเมลและแอปแชท เป็นหลัก แต่จดหมายแบบดั้งเดิมยังคงสำคัญ โดยเฉพาะเอกสารราชการ เช่น หมายเรียกคณะลูกขุน หรือ เช็คภาษีคืน ปัญหาคือจดหมายเล็ก ๆ มักถูกลืมในตู้ไปรษณีย์ ทำให้เกิดความเสี่ยงพลาดข้อมูลสำคัญ อุปกรณ์ Mailbox Sensor จึงถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้

    ตัวเลือกหลากหลาย
    Analog Mailbox Alarm: ใช้สัญญาณไร้สายระยะ 600 ฟุต แจ้งเตือนด้วยไฟ LED และเสียง ไม่ต้องใช้บัญชีหรืออินเทอร์เน็ต แต่ไม่สามารถส่งการแจ้งเตือนถึงสมาร์ทโฟนได้
    X-Sense Smart Mailbox Alarm: ใช้ Wi-Fi 2.4 GHz เชื่อมต่อกับแอป X-Sense Home Security ส่งการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ไปยังมือถือ รองรับตู้ไปรษณีย์หลายแบบ
    Ring Mailbox Sensor: เป็นส่วนหนึ่งของระบบ Ring ใช้ Ring Bridge หรือ Amazon Sidewalk เพื่อเชื่อมต่อ ทำงานร่วมกับอุปกรณ์สมาร์ทโฮมอื่น ๆ ได้อย่างลงตัว

    ทางเลือกอื่น ๆ ที่ประหยัด
    ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากมี motion detector หรือ กล้อง Ring อยู่แล้ว ก็สามารถปรับตั้งค่าให้ตรวจจับการเคลื่อนไหวที่ตู้ไปรษณีย์แทนการซื้ออุปกรณ์ใหม่ได้ วิธีนี้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและยังคงได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน

    แนวโน้มการใช้งาน
    อุปกรณ์ลักษณะนี้สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่าง สมาร์ทโฮมกับการสื่อสารดั้งเดิม แม้จดหมายจะลดความนิยมลง แต่การมีระบบแจ้งเตือนช่วยให้ผู้ใช้มั่นใจว่าจะไม่พลาดเอกสารสำคัญ และยังเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน

    สรุปเป็นหัวข้อ
    Analog Mailbox Alarm
    ใช้สัญญาณไร้สาย 600 ฟุต
    แจ้งเตือนด้วยไฟ LED และเสียง

    X-Sense Smart Mailbox Alarm
    ใช้ Wi-Fi 2.4 GHz
    ส่งการแจ้งเตือนเรียลไทม์ผ่านมือถือ

    Ring Mailbox Sensor
    ใช้ Ring Bridge หรือ Amazon Sidewalk
    ทำงานร่วมกับระบบสมาร์ทโฮมอื่น ๆ

    อุปกรณ์ทดแทนที่มีอยู่แล้ว
    Motion detector สามารถติดตั้งในตู้ไปรษณีย์
    กล้อง Ring ตั้ง motion zone เพื่อแจ้งเตือน

    ข้อควรระวัง
    รุ่นอนาล็อกไม่สามารถแจ้งเตือนผ่านมือถือ
    หากตู้ไปรษณีย์อยู่นอกระยะ Wi-Fi ต้องใช้เซ็นเซอร์เฉพาะ

    https://www.slashgear.com/2038490/mailbox-smart-sensor-tells-you-when-mail-delivered/
    📬 “Mailbox Smart Sensor – ไม่พลาดจดหมายสำคัญอีกต่อไป” 🛠️ เทคโนโลยีที่ช่วยชีวิตคนยุคดิจิทัล แม้หลายคนจะใช้ อีเมลและแอปแชท เป็นหลัก แต่จดหมายแบบดั้งเดิมยังคงสำคัญ โดยเฉพาะเอกสารราชการ เช่น หมายเรียกคณะลูกขุน หรือ เช็คภาษีคืน ปัญหาคือจดหมายเล็ก ๆ มักถูกลืมในตู้ไปรษณีย์ ทำให้เกิดความเสี่ยงพลาดข้อมูลสำคัญ อุปกรณ์ Mailbox Sensor จึงถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้ 📡 ตัวเลือกหลากหลาย 🎗️ Analog Mailbox Alarm: ใช้สัญญาณไร้สายระยะ 600 ฟุต แจ้งเตือนด้วยไฟ LED และเสียง ไม่ต้องใช้บัญชีหรืออินเทอร์เน็ต แต่ไม่สามารถส่งการแจ้งเตือนถึงสมาร์ทโฟนได้ 🎗️ X-Sense Smart Mailbox Alarm: ใช้ Wi-Fi 2.4 GHz เชื่อมต่อกับแอป X-Sense Home Security ส่งการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ไปยังมือถือ รองรับตู้ไปรษณีย์หลายแบบ 🎗️ Ring Mailbox Sensor: เป็นส่วนหนึ่งของระบบ Ring ใช้ Ring Bridge หรือ Amazon Sidewalk เพื่อเชื่อมต่อ ทำงานร่วมกับอุปกรณ์สมาร์ทโฮมอื่น ๆ ได้อย่างลงตัว 🔧 ทางเลือกอื่น ๆ ที่ประหยัด ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากมี motion detector หรือ กล้อง Ring อยู่แล้ว ก็สามารถปรับตั้งค่าให้ตรวจจับการเคลื่อนไหวที่ตู้ไปรษณีย์แทนการซื้ออุปกรณ์ใหม่ได้ วิธีนี้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและยังคงได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน 🌐 แนวโน้มการใช้งาน อุปกรณ์ลักษณะนี้สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่าง สมาร์ทโฮมกับการสื่อสารดั้งเดิม แม้จดหมายจะลดความนิยมลง แต่การมีระบบแจ้งเตือนช่วยให้ผู้ใช้มั่นใจว่าจะไม่พลาดเอกสารสำคัญ และยังเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ Analog Mailbox Alarm ➡️ ใช้สัญญาณไร้สาย 600 ฟุต ➡️ แจ้งเตือนด้วยไฟ LED และเสียง ✅ X-Sense Smart Mailbox Alarm ➡️ ใช้ Wi-Fi 2.4 GHz ➡️ ส่งการแจ้งเตือนเรียลไทม์ผ่านมือถือ ✅ Ring Mailbox Sensor ➡️ ใช้ Ring Bridge หรือ Amazon Sidewalk ➡️ ทำงานร่วมกับระบบสมาร์ทโฮมอื่น ๆ ✅ อุปกรณ์ทดแทนที่มีอยู่แล้ว ➡️ Motion detector สามารถติดตั้งในตู้ไปรษณีย์ ➡️ กล้อง Ring ตั้ง motion zone เพื่อแจ้งเตือน ‼️ ข้อควรระวัง ⛔ รุ่นอนาล็อกไม่สามารถแจ้งเตือนผ่านมือถือ ⛔ หากตู้ไปรษณีย์อยู่นอกระยะ Wi-Fi ต้องใช้เซ็นเซอร์เฉพาะ https://www.slashgear.com/2038490/mailbox-smart-sensor-tells-you-when-mail-delivered/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    You Can Know Exactly When Your Mail's Been Delivered With This Smart Sensor - SlashGear
    The X-Sense Smart Mailbox Alarm requires 2.4 GHz Wi-Fi to connect to its base station. It delivers real-time push alerts to your phone via the X-Sense app.
    0 Comments 0 Shares 13 Views 0 Reviews
  • “Samsung Wallet เสื่อมมนต์ขลัง – ผู้ใช้บ่นหนักจนหันไปหา Google Wallet”

    Samsung Wallet เคยเป็นแอปกระเป๋าเงินดิจิทัลที่โดดเด่น เพราะสามารถเก็บบัตรเครดิต ตั๋ว และยังมีฟีเจอร์ MST ที่ทำให้จ่ายเงินได้แม้ร้านไม่มี NFC แต่เมื่อฟีเจอร์เหล่านี้ถูกตัดออกไปตั้งแต่ปี 2021 แอปก็เริ่มสูญเสียความแตกต่างจากคู่แข่งอย่าง Google Wallet

    ปัญหาที่ผู้ใช้เจอ
    ผู้ใช้จำนวนมากรายงานว่าเจอ บั๊กบ่อยครั้ง, แอปเด้ง, การแจ้งเตือนสแปม และที่ร้ายแรงคือ บัตรเครดิตถูกยกเลิกในแอปโดยไม่ทราบสาเหตุ สิ่งเหล่านี้ทำให้ความน่าเชื่อถือของ Samsung Wallet ลดลงทันที เพราะแอปกระเป๋าเงินควรจะ “เชื่อถือได้” เป็นอันดับแรก

    การเปรียบเทียบกับ Google Wallet
    Google Wallet ถูกมองว่ามีความสะดวกกว่า เพราะสามารถดึงบัตรและตั๋วจาก Gmail มาใส่ในแอปอัตโนมัติ ในขณะที่ Samsung Wallet ต้องทำเองแบบ manual อีกทั้งอินเทอร์เฟซของ Samsung ยังเต็มไปด้วยโฆษณา ต่างจาก Google ที่เน้นความเรียบง่ายและใช้งานทันที

    บทเรียนและแนวโน้ม
    การตัดฟีเจอร์ MST และการบั่นทอนคุณภาพของแอปสะท้อนถึงแนวทาง “ลดต้นทุน” ของ Samsung ที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกผิดหวัง หากบริษัทต้องการให้ Wallet กลับมาแข่งได้ จำเป็นต้องคืนความแตกต่างและสร้างความเชื่อมั่นใหม่ มิฉะนั้นผู้ใช้จะยังคงย้ายไปใช้ Google Wallet ต่อไป

    สรุปเป็นหัวข้อ
    Samsung Wallet เคยเป็นแอปที่โดดเด่น
    มีฟีเจอร์ MST ที่จ่ายเงินได้แม้ไม่มี NFC
    ใช้เก็บบัตรเครดิต ตั๋ว และพาสต่าง ๆ

    ปัญหาที่ผู้ใช้เจอ
    แอปเด้งและบั๊กบ่อยครั้ง
    การแจ้งเตือนสแปมรบกวน
    บัตรเครดิตถูกยกเลิกโดยไม่ทราบสาเหตุ

    Google Wallet ได้เปรียบกว่า
    ดึงข้อมูลจาก Gmail อัตโนมัติ
    อินเทอร์เฟซเรียบง่าย ไม่มีโฆษณา

    ข้อควรระวังสำหรับผู้ใช้ Samsung Wallet
    ความเสี่ยงในการชำระเงินล้มเหลว
    ความน่าเชื่อถือของระบบลดลง
    อาจถูกบังคับให้เปลี่ยนไปใช้แอปอื่น

    https://www.slashgear.com/2036890/samsung-wallet-app-many-users-say-not-worth-it/
    📰 “Samsung Wallet เสื่อมมนต์ขลัง – ผู้ใช้บ่นหนักจนหันไปหา Google Wallet” Samsung Wallet เคยเป็นแอปกระเป๋าเงินดิจิทัลที่โดดเด่น เพราะสามารถเก็บบัตรเครดิต ตั๋ว และยังมีฟีเจอร์ MST ที่ทำให้จ่ายเงินได้แม้ร้านไม่มี NFC แต่เมื่อฟีเจอร์เหล่านี้ถูกตัดออกไปตั้งแต่ปี 2021 แอปก็เริ่มสูญเสียความแตกต่างจากคู่แข่งอย่าง Google Wallet ⚡ ปัญหาที่ผู้ใช้เจอ ผู้ใช้จำนวนมากรายงานว่าเจอ บั๊กบ่อยครั้ง, แอปเด้ง, การแจ้งเตือนสแปม และที่ร้ายแรงคือ บัตรเครดิตถูกยกเลิกในแอปโดยไม่ทราบสาเหตุ สิ่งเหล่านี้ทำให้ความน่าเชื่อถือของ Samsung Wallet ลดลงทันที เพราะแอปกระเป๋าเงินควรจะ “เชื่อถือได้” เป็นอันดับแรก 🎯 การเปรียบเทียบกับ Google Wallet Google Wallet ถูกมองว่ามีความสะดวกกว่า เพราะสามารถดึงบัตรและตั๋วจาก Gmail มาใส่ในแอปอัตโนมัติ ในขณะที่ Samsung Wallet ต้องทำเองแบบ manual อีกทั้งอินเทอร์เฟซของ Samsung ยังเต็มไปด้วยโฆษณา ต่างจาก Google ที่เน้นความเรียบง่ายและใช้งานทันที 🔮 บทเรียนและแนวโน้ม การตัดฟีเจอร์ MST และการบั่นทอนคุณภาพของแอปสะท้อนถึงแนวทาง “ลดต้นทุน” ของ Samsung ที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกผิดหวัง หากบริษัทต้องการให้ Wallet กลับมาแข่งได้ จำเป็นต้องคืนความแตกต่างและสร้างความเชื่อมั่นใหม่ มิฉะนั้นผู้ใช้จะยังคงย้ายไปใช้ Google Wallet ต่อไป 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ Samsung Wallet เคยเป็นแอปที่โดดเด่น ➡️ มีฟีเจอร์ MST ที่จ่ายเงินได้แม้ไม่มี NFC ➡️ ใช้เก็บบัตรเครดิต ตั๋ว และพาสต่าง ๆ ✅ ปัญหาที่ผู้ใช้เจอ ➡️ แอปเด้งและบั๊กบ่อยครั้ง ➡️ การแจ้งเตือนสแปมรบกวน ➡️ บัตรเครดิตถูกยกเลิกโดยไม่ทราบสาเหตุ ✅ Google Wallet ได้เปรียบกว่า ➡️ ดึงข้อมูลจาก Gmail อัตโนมัติ ➡️ อินเทอร์เฟซเรียบง่าย ไม่มีโฆษณา ‼️ ข้อควรระวังสำหรับผู้ใช้ Samsung Wallet ⛔ ความเสี่ยงในการชำระเงินล้มเหลว ⛔ ความน่าเชื่อถือของระบบลดลง ⛔ อาจถูกบังคับให้เปลี่ยนไปใช้แอปอื่น https://www.slashgear.com/2036890/samsung-wallet-app-many-users-say-not-worth-it/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    Many Samsung Wallet Users Aren't Happy With The App - Here's Why - SlashGear
    Common user complaints about Samsung Wallet include app crashes, spam, advertising, and general unreliability.
    0 Comments 0 Shares 11 Views 0 Reviews
  • “5 อุปกรณ์เสริม Steam Deck ราคาย่อมเยา ที่คุ้มค่าที่สุดในปี 2025”

    JSAUX Mod Case – ปกป้องและเพิ่มฟังก์ชัน
    เคสนี้ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันหน้าจอและจอยสติ๊กจากการกระแทก แต่ยังมีระบบ “mod” ที่สามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เช่น ฮาร์ดไดรฟ์ภายนอกหรือพาวเวอร์แบงก์ได้ ทำให้การพกพา Steam Deck สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น

    Docking Station – เปลี่ยนเป็นคอนโซลเต็มรูปแบบ
    JSAUX Docking Station ราคา 45.99 ดอลลาร์ ช่วยให้ Steam Deck เชื่อมต่อกับทีวีหรือมอนิเตอร์ได้เหมือน Nintendo Switch รองรับการแสดงผลสูงสุด 4K 120Hz และมีพอร์ตครบครัน ทั้ง USB-C, HDMI, Ethernet และ USB-A เหมาะสำหรับการเล่นเกมอินดี้หรือใช้เป็นคอมพิวเตอร์พกพา

    Screen Protector – ป้องกันหน้าจอจากรอยและการแตก
    แม้ Steam Deck จะทนทาน แต่หน้าจอก็ยังเสี่ยงต่อการแตก Screen Protector แบบ Anti-Glare ของ JSAUX ราคา 14.99 ดอลลาร์ ช่วยลดแสงสะท้อนและเพิ่มความแข็งแรง ป้องกันค่าใช้จ่ายสูงในการเปลี่ยนหน้าจอ

    Comfort Grips – เพิ่มความสบายในการจับ
    อุปกรณ์เสริมจากผู้ขายบน Etsy ราคาไม่ถึง 20 ดอลลาร์ ทำให้ Steam Deck มีรูปทรงคล้ายจอยคอนโทรลเลอร์ เพิ่มพื้นผิวจับที่มั่นคงและลดความเมื่อยล้า เหมาะสำหรับการเล่นเกมต่อเนื่องหลายชั่วโมง

    MicroSD Card – เพิ่มพื้นที่จัดเก็บเกม
    แม้รุ่นแพงสุดของ Steam Deck จะมี SSD 1TB แต่ก็ยังไม่พอสำหรับเกม AAA หลาย ๆ เกม MicroSD Card เช่น Samsung PRO Plus 512GB ราคา 49.99 ดอลลาร์ เป็นทางเลือกที่ง่ายและไม่ต้องเสี่ยงกับการแกะเครื่องเพื่อเปลี่ยน SSD

    สรุปเป็นหัวข้อ
    JSAUX Mod Case
    ป้องกันหน้าจอและจอยสติ๊ก
    รองรับการติดตั้งอุปกรณ์เสริม เช่น พาวเวอร์แบงก์

    Docking Station
    ราคา 45.99 ดอลลาร์
    รองรับ 4K 120Hz และพอร์ตเชื่อมต่อหลากหลาย

    Screen Protector
    ราคา 14.99 ดอลลาร์
    ลดแสงสะท้อนและป้องกันการแตก

    Comfort Grips
    ราคาไม่ถึง 20 ดอลลาร์
    เพิ่มความสบายและลดความเมื่อยมือ

    MicroSD Card
    Samsung PRO Plus 512GB ราคา 49.99 ดอลลาร์
    เพิ่มพื้นที่เกมโดยไม่ต้องแกะเครื่อง

    ข้อควรระวัง
    Steam Deck ยังมีข้อจำกัดด้านพลังประมวลผล โดยเฉพาะเกม AAA
    MicroSD Card มีมาตรฐานหลายแบบ ต้องเลือก UHS-1 หรือสูงกว่าเพื่อความเร็วที่เหมาะสม

    https://www.slashgear.com/2035646/useful-steam-deck-accessories-under-50-dollars/
    🎮 “5 อุปกรณ์เสริม Steam Deck ราคาย่อมเยา ที่คุ้มค่าที่สุดในปี 2025” 🛡️ JSAUX Mod Case – ปกป้องและเพิ่มฟังก์ชัน เคสนี้ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันหน้าจอและจอยสติ๊กจากการกระแทก แต่ยังมีระบบ “mod” ที่สามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เช่น ฮาร์ดไดรฟ์ภายนอกหรือพาวเวอร์แบงก์ได้ ทำให้การพกพา Steam Deck สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น ⚡ Docking Station – เปลี่ยนเป็นคอนโซลเต็มรูปแบบ JSAUX Docking Station ราคา 45.99 ดอลลาร์ ช่วยให้ Steam Deck เชื่อมต่อกับทีวีหรือมอนิเตอร์ได้เหมือน Nintendo Switch รองรับการแสดงผลสูงสุด 4K 120Hz และมีพอร์ตครบครัน ทั้ง USB-C, HDMI, Ethernet และ USB-A เหมาะสำหรับการเล่นเกมอินดี้หรือใช้เป็นคอมพิวเตอร์พกพา 🔒 Screen Protector – ป้องกันหน้าจอจากรอยและการแตก แม้ Steam Deck จะทนทาน แต่หน้าจอก็ยังเสี่ยงต่อการแตก Screen Protector แบบ Anti-Glare ของ JSAUX ราคา 14.99 ดอลลาร์ ช่วยลดแสงสะท้อนและเพิ่มความแข็งแรง ป้องกันค่าใช้จ่ายสูงในการเปลี่ยนหน้าจอ ✋ Comfort Grips – เพิ่มความสบายในการจับ อุปกรณ์เสริมจากผู้ขายบน Etsy ราคาไม่ถึง 20 ดอลลาร์ ทำให้ Steam Deck มีรูปทรงคล้ายจอยคอนโทรลเลอร์ เพิ่มพื้นผิวจับที่มั่นคงและลดความเมื่อยล้า เหมาะสำหรับการเล่นเกมต่อเนื่องหลายชั่วโมง 💾 MicroSD Card – เพิ่มพื้นที่จัดเก็บเกม แม้รุ่นแพงสุดของ Steam Deck จะมี SSD 1TB แต่ก็ยังไม่พอสำหรับเกม AAA หลาย ๆ เกม MicroSD Card เช่น Samsung PRO Plus 512GB ราคา 49.99 ดอลลาร์ เป็นทางเลือกที่ง่ายและไม่ต้องเสี่ยงกับการแกะเครื่องเพื่อเปลี่ยน SSD 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ JSAUX Mod Case ➡️ ป้องกันหน้าจอและจอยสติ๊ก ➡️ รองรับการติดตั้งอุปกรณ์เสริม เช่น พาวเวอร์แบงก์ ✅ Docking Station ➡️ ราคา 45.99 ดอลลาร์ ➡️ รองรับ 4K 120Hz และพอร์ตเชื่อมต่อหลากหลาย ✅ Screen Protector ➡️ ราคา 14.99 ดอลลาร์ ➡️ ลดแสงสะท้อนและป้องกันการแตก ✅ Comfort Grips ➡️ ราคาไม่ถึง 20 ดอลลาร์ ➡️ เพิ่มความสบายและลดความเมื่อยมือ ✅ MicroSD Card ➡️ Samsung PRO Plus 512GB ราคา 49.99 ดอลลาร์ ➡️ เพิ่มพื้นที่เกมโดยไม่ต้องแกะเครื่อง ‼️ ข้อควรระวัง ⛔ Steam Deck ยังมีข้อจำกัดด้านพลังประมวลผล โดยเฉพาะเกม AAA ⛔ MicroSD Card มีมาตรฐานหลายแบบ ต้องเลือก UHS-1 หรือสูงกว่าเพื่อความเร็วที่เหมาะสม https://www.slashgear.com/2035646/useful-steam-deck-accessories-under-50-dollars/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    5 Useful Steam Deck Accessories You Can Find For Under $50 - SlashGear
    You don't need to spend a fortune to trick out your Steam Deck, as hese accessories will do the trick.
    0 Comments 0 Shares 14 Views 0 Reviews
  • “GameSir G7 SE – คอนโทรลเลอร์ Xbox ที่ครองใจเกมเมอร์ปี 2025”

    ตั้งแต่ปี 2001 ที่ Xbox รุ่นแรกเปิดตัว คอนโทรลเลอร์ก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากรุ่น “Duke” ที่ใหญ่และเทอะทะ สู่รุ่นใหม่ที่ออกแบบให้กระชับมือและตอบสนองได้ดีกว่า ปัจจุบันผู้เล่นมีตัวเลือกมากมายทั้งจาก Microsoft และแบรนด์อื่น ๆ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือเสียงส่วนใหญ่กลับยกให้ GameSir G7 SE เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับ Xbox Series X/S

    จุดเด่นที่ทำให้โดนใจ
    ผู้ใช้หลายคนชื่นชมว่า ไม่มีปัญหา stick drift, มี Hall-effect analog sticks ที่ตอบสนองลื่นไหล และมี rear paddles สำหรับปรับแต่งการเล่น นอกจากนี้ยังมีการออกแบบที่รองรับการเล่นเกมยาว ๆ โดยไม่เมื่อยมือ แม้ตัวเครื่องจะดูเบาและไม่หรูหรา แต่ฟังก์ชันและความทนทานถือว่าคุ้มค่าเกินราคา

    ราคาและความคุ้มค่า
    GameSir G7 SE มีราคาประมาณ 45 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่เข้าถึงได้ง่ายเมื่อเทียบกับคอนโทรลเลอร์ระดับโปรที่แพงกว่า ผู้ใช้บางคนถึงขั้นบอกว่ามันดีกว่ารุ่น GameSir G7 Pro ที่ราคาแพงกว่าเสียอีก ทำให้มันกลายเป็นตัวเลือกที่สมดุลระหว่างคุณภาพและราคา

    แนวโน้มในอนาคต
    แม้ตอนนี้ GameSir G7 SE จะได้รับการยกย่อง แต่ตลาดคอนโทรลเลอร์ยังคงแข่งขันสูง ทั้ง Microsoft ที่มี Elite Series และแบรนด์อื่น ๆ ที่พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่นการเชื่อมต่อไร้สายที่เสถียรกว่า หรือการปรับแต่งปุ่มที่หลากหลาย ดังนั้นอนาคตยังเปิดกว้างสำหรับผู้เล่นที่ต้องการอัปเกรดอุปกรณ์

    สรุปเป็นหัวข้อ
    GameSir G7 SE ได้รับการยกย่องจากเกมเมอร์
    ไม่มีปัญหา stick drift
    มี Hall-effect analog sticks และ rear paddles

    ราคาเข้าถึงง่าย
    ประมาณ 45 ดอลลาร์สหรัฐ
    ถูกมองว่าคุ้มค่ากว่ารุ่น Pro ที่แพงกว่า

    การออกแบบเพื่อความสบายในการเล่นระยะยาว
    รูปทรงกระชับมือ
    รองรับการเล่นเกมต่อเนื่องโดยไม่เมื่อย

    ข้อควรระวัง
    ตัวเครื่องอาจรู้สึกเบาและไม่หรูหรา
    ความทนทานในระยะยาวยังต้องติดตามเมื่อมีรุ่นใหม่ออกมา

    https://www.slashgear.com/2036911/best-xbox-controller-right-now-can-buy/
    🎮 “GameSir G7 SE – คอนโทรลเลอร์ Xbox ที่ครองใจเกมเมอร์ปี 2025” ตั้งแต่ปี 2001 ที่ Xbox รุ่นแรกเปิดตัว คอนโทรลเลอร์ก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากรุ่น “Duke” ที่ใหญ่และเทอะทะ สู่รุ่นใหม่ที่ออกแบบให้กระชับมือและตอบสนองได้ดีกว่า ปัจจุบันผู้เล่นมีตัวเลือกมากมายทั้งจาก Microsoft และแบรนด์อื่น ๆ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือเสียงส่วนใหญ่กลับยกให้ GameSir G7 SE เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับ Xbox Series X/S ⚡ จุดเด่นที่ทำให้โดนใจ ผู้ใช้หลายคนชื่นชมว่า ไม่มีปัญหา stick drift, มี Hall-effect analog sticks ที่ตอบสนองลื่นไหล และมี rear paddles สำหรับปรับแต่งการเล่น นอกจากนี้ยังมีการออกแบบที่รองรับการเล่นเกมยาว ๆ โดยไม่เมื่อยมือ แม้ตัวเครื่องจะดูเบาและไม่หรูหรา แต่ฟังก์ชันและความทนทานถือว่าคุ้มค่าเกินราคา 💰 ราคาและความคุ้มค่า GameSir G7 SE มีราคาประมาณ 45 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่เข้าถึงได้ง่ายเมื่อเทียบกับคอนโทรลเลอร์ระดับโปรที่แพงกว่า ผู้ใช้บางคนถึงขั้นบอกว่ามันดีกว่ารุ่น GameSir G7 Pro ที่ราคาแพงกว่าเสียอีก ทำให้มันกลายเป็นตัวเลือกที่สมดุลระหว่างคุณภาพและราคา 🌐 แนวโน้มในอนาคต แม้ตอนนี้ GameSir G7 SE จะได้รับการยกย่อง แต่ตลาดคอนโทรลเลอร์ยังคงแข่งขันสูง ทั้ง Microsoft ที่มี Elite Series และแบรนด์อื่น ๆ ที่พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่นการเชื่อมต่อไร้สายที่เสถียรกว่า หรือการปรับแต่งปุ่มที่หลากหลาย ดังนั้นอนาคตยังเปิดกว้างสำหรับผู้เล่นที่ต้องการอัปเกรดอุปกรณ์ 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ GameSir G7 SE ได้รับการยกย่องจากเกมเมอร์ ➡️ ไม่มีปัญหา stick drift ➡️ มี Hall-effect analog sticks และ rear paddles ✅ ราคาเข้าถึงง่าย ➡️ ประมาณ 45 ดอลลาร์สหรัฐ ➡️ ถูกมองว่าคุ้มค่ากว่ารุ่น Pro ที่แพงกว่า ✅ การออกแบบเพื่อความสบายในการเล่นระยะยาว ➡️ รูปทรงกระชับมือ ➡️ รองรับการเล่นเกมต่อเนื่องโดยไม่เมื่อย ‼️ ข้อควรระวัง ⛔ ตัวเครื่องอาจรู้สึกเบาและไม่หรูหรา ⛔ ความทนทานในระยะยาวยังต้องติดตามเมื่อมีรุ่นใหม่ออกมา https://www.slashgear.com/2036911/best-xbox-controller-right-now-can-buy/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    What Is The Best Xbox Controller, According To Gamers? - SlashGear
    Gamers name the GameSir G7 SE as the best Xbox controller for Series X/S. See why this $45 wired model with anti-drift Hall Effect sticks beats the competition.
    0 Comments 0 Shares 15 Views 0 Reviews
  • “Google Pixel เปิดฟีเจอร์ใหม่ RCS Archival – ข้อความของคุณอาจอยู่ในมือเจ้านาย”

    Google ประกาศฟีเจอร์ RCS Archival สำหรับเครื่อง Pixel ที่ถูกจัดการโดยองค์กร (Managed Devices) ซึ่งจะทำให้ข้อความ RCS ที่ส่ง รับ หรือแก้ไข ถูกบันทึกลงในระบบของบริษัทพร้อมเวลาและรายละเอียด แม้ข้อความจะยังคงถูกเข้ารหัสระหว่างการส่ง แต่การเก็บบันทึกนี้ทำให้ฝ่าย IT สามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยตรงจากเครื่องพนักงาน

    เหตุผลด้านกฎหมายและการปฏิบัติตามข้อบังคับ
    ฟีเจอร์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยองค์กรปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น การเก็บบันทึกการสื่อสารเพื่อใช้ในกรณีฟ้องร้อง การตรวจสอบ หรือการร้องขอข้อมูลจากหน่วยงานรัฐ หลายบริษัทในภาคการเงิน การแพทย์ และรัฐบาลจำเป็นต้องมีระบบเก็บข้อมูลที่ครบถ้วนเพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิดกฎหมาย

    ความเป็นส่วนตัวและข้อกังวล
    แม้ Google ยืนยันว่าฟีเจอร์นี้จะมีการแจ้งเตือนบนเครื่องพนักงานเมื่อมีการเปิดใช้งาน แต่ก็ยังมีข้อกังวลว่าเจ้านายอาจเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวได้ หากพนักงานใช้เครื่องที่บริษัทจัดการในการติดต่อเรื่องส่วนตัว ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้แยกการใช้งานออกเป็นสองเครื่อง เพื่อป้องกันการสูญเสียความเป็นส่วนตัว

    แนวโน้มในอนาคต
    การเก็บบันทึกข้อความลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ หลายองค์กรทั่วโลกใช้ระบบ Mobile Device Management (MDM) และเครื่องมือ Compliance เพื่อควบคุมและตรวจสอบการใช้งานอุปกรณ์พนักงาน แนวโน้มคือการผสานเข้ากับระบบ AI และ Cloud เพื่อให้การตรวจสอบมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ก็ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อการรักษาสมดุลระหว่าง “ความปลอดภัย” และ “สิทธิส่วนบุคคล”

    สรุปเป็นหัวข้อ
    ฟีเจอร์ใหม่ RCS Archival บน Pixel
    ใช้ได้เฉพาะเครื่องที่บริษัทจัดการ (Managed Devices)
    ข้อความ RCS จะถูกบันทึกพร้อมเวลาและรายละเอียด

    เหตุผลด้านกฎหมายและ Compliance
    ช่วยองค์กรปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น การเก็บบันทึกเพื่อใช้ในคดีความ
    รองรับการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐและข้อบังคับในอุตสาหกรรม

    การแจ้งเตือนบนเครื่องพนักงาน
    ผู้ใช้จะเห็นการแจ้งเตือนเมื่อระบบเก็บบันทึกถูกเปิดใช้งาน
    องค์กรสามารถเลือกแอปเก็บบันทึกที่ต้องการ เช่น Smarsh, Celltrust

    ความเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัวของพนักงาน
    หากใช้เครื่องบริษัทติดต่อเรื่องส่วนตัว ข้อมูลอาจถูกบันทึก
    การเข้าถึงข้อมูลโดยนายจ้างอาจสร้างความไม่ไว้วางใจ

    คำแนะนำในการใช้งาน
    ควรแยกเครื่องส่วนตัวออกจากเครื่องที่บริษัทจัดการ
    หลีกเลี่ยงการเก็บข้อมูลส่วนตัวสำคัญไว้ในเครื่องที่ถูกควบคุม

    https://www.slashgear.com/2036862/google-pixel-rcs-text-message-archive-update/
    📱 “Google Pixel เปิดฟีเจอร์ใหม่ RCS Archival – ข้อความของคุณอาจอยู่ในมือเจ้านาย” Google ประกาศฟีเจอร์ RCS Archival สำหรับเครื่อง Pixel ที่ถูกจัดการโดยองค์กร (Managed Devices) ซึ่งจะทำให้ข้อความ RCS ที่ส่ง รับ หรือแก้ไข ถูกบันทึกลงในระบบของบริษัทพร้อมเวลาและรายละเอียด แม้ข้อความจะยังคงถูกเข้ารหัสระหว่างการส่ง แต่การเก็บบันทึกนี้ทำให้ฝ่าย IT สามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยตรงจากเครื่องพนักงาน ⚖️ เหตุผลด้านกฎหมายและการปฏิบัติตามข้อบังคับ ฟีเจอร์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยองค์กรปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น การเก็บบันทึกการสื่อสารเพื่อใช้ในกรณีฟ้องร้อง การตรวจสอบ หรือการร้องขอข้อมูลจากหน่วยงานรัฐ หลายบริษัทในภาคการเงิน การแพทย์ และรัฐบาลจำเป็นต้องมีระบบเก็บข้อมูลที่ครบถ้วนเพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิดกฎหมาย 🔒 ความเป็นส่วนตัวและข้อกังวล แม้ Google ยืนยันว่าฟีเจอร์นี้จะมีการแจ้งเตือนบนเครื่องพนักงานเมื่อมีการเปิดใช้งาน แต่ก็ยังมีข้อกังวลว่าเจ้านายอาจเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวได้ หากพนักงานใช้เครื่องที่บริษัทจัดการในการติดต่อเรื่องส่วนตัว ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้แยกการใช้งานออกเป็นสองเครื่อง เพื่อป้องกันการสูญเสียความเป็นส่วนตัว 🌐 แนวโน้มในอนาคต การเก็บบันทึกข้อความลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ หลายองค์กรทั่วโลกใช้ระบบ Mobile Device Management (MDM) และเครื่องมือ Compliance เพื่อควบคุมและตรวจสอบการใช้งานอุปกรณ์พนักงาน แนวโน้มคือการผสานเข้ากับระบบ AI และ Cloud เพื่อให้การตรวจสอบมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ก็ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อการรักษาสมดุลระหว่าง “ความปลอดภัย” และ “สิทธิส่วนบุคคล” 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ ฟีเจอร์ใหม่ RCS Archival บน Pixel ➡️ ใช้ได้เฉพาะเครื่องที่บริษัทจัดการ (Managed Devices) ➡️ ข้อความ RCS จะถูกบันทึกพร้อมเวลาและรายละเอียด ✅ เหตุผลด้านกฎหมายและ Compliance ➡️ ช่วยองค์กรปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น การเก็บบันทึกเพื่อใช้ในคดีความ ➡️ รองรับการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐและข้อบังคับในอุตสาหกรรม ✅ การแจ้งเตือนบนเครื่องพนักงาน ➡️ ผู้ใช้จะเห็นการแจ้งเตือนเมื่อระบบเก็บบันทึกถูกเปิดใช้งาน ➡️ องค์กรสามารถเลือกแอปเก็บบันทึกที่ต้องการ เช่น Smarsh, Celltrust ‼️ ความเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัวของพนักงาน ⛔ หากใช้เครื่องบริษัทติดต่อเรื่องส่วนตัว ข้อมูลอาจถูกบันทึก ⛔ การเข้าถึงข้อมูลโดยนายจ้างอาจสร้างความไม่ไว้วางใจ ‼️ คำแนะนำในการใช้งาน ⛔ ควรแยกเครื่องส่วนตัวออกจากเครื่องที่บริษัทจัดการ ⛔ หลีกเลี่ยงการเก็บข้อมูลส่วนตัวสำคัญไว้ในเครื่องที่ถูกควบคุม https://www.slashgear.com/2036862/google-pixel-rcs-text-message-archive-update/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    This Google Pixel Update Could Share All Your Text Messages With Your Boss - SlashGear
    The new RCS Archival feature will send timestamped copies of RCS messages to company servers, but only for fully-managed Pixel phones.
    0 Comments 0 Shares 14 Views 0 Reviews
  • Archinstall 3.0.14 เปิดตัว: ติดตั้ง UEFI Bootloader ไปยัง Removable Location ได้แล้ว

    Archinstall รุ่น 3.0.14 มาพร้อมความสามารถใหม่ที่ให้ผู้ใช้ติดตั้ง UEFI Bootloader ไปยัง removable location ได้โดยตรง ซึ่งช่วยให้การจัดการระบบที่มีหลายดิสก์หรือการติดตั้งแบบพกพาง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุง regex ให้รองรับ white-space และลบสัญลักษณ์ | ที่ไม่จำเป็นในการตรวจสอบค่า partition unit.

    การแก้ไขบั๊กและปรับปรุงระบบ
    รุ่นนี้แก้ไขปัญหาหลายอย่าง เช่น
    ปัญหา --needed argument ที่ทำให้ไม่สามารถ re-install ได้
    ปัญหา f-string ใน snapshot debug installation
    ปัญหา manual partitioning ที่แสดงหน้าจอว่างเปล่า
    ปัญหา GRUB fallback-from-removable logic

    นอกจากนี้ยังปรับปรุง Snapper-Grub integration ให้ทำงานคล้าย Timeshift สำหรับ snapshots.

    การใช้งานและการอัปเดต
    Archinstall 3.0.14 พร้อมใช้งานแล้วใน Arch Linux stable repositories และสามารถอัปเดตได้ทันทีด้วยคำสั่ง sudo pacman -Sy archinstall. รุ่นนี้จะเป็นค่าเริ่มต้นใน Arch Linux ISO snapshot วันที่ 1 ธันวาคม 2025 ทำให้ผู้ใช้ที่ติดตั้งใหม่สามารถใช้ฟีเจอร์ล่าสุดได้ทันที.

    ความสำคัญต่อผู้ใช้ Arch Linux
    การเพิ่มฟีเจอร์ removable UEFI bootloader location ถือเป็นการตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการความยืดหยุ่น เช่น การติดตั้งบน external drive หรือการทำ dual-boot หลายระบบโดยไม่กระทบ bootloader หลักของเครื่อง.

    สรุปเป็นหัวข้อ
    ฟีเจอร์ใหม่ใน Archinstall 3.0.14
    ติดตั้ง UEFI Bootloader ไปยัง removable location ได้
    ปรับปรุง regex ให้รองรับ white-space และลบ | ที่ไม่จำเป็น

    การแก้ไขบั๊ก
    ปัญหา --needed argument
    ปัญหา f-string ใน snapshot debug
    ปัญหา manual partitioning หน้าจอว่าง
    ปัญหา GRUB fallback-from-removable logic

    การปรับปรุงระบบ
    Snapper-Grub integration ทำงานคล้าย Timeshift
    พร้อมใช้งานใน Arch Linux stable repositories

    การอัปเดตและการใช้งาน
    ใช้คำสั่ง sudo pacman -Sy archinstall เพื่ออัปเดต
    จะเป็นค่าเริ่มต้นใน Arch Linux ISO snapshot 1 ธันวาคม 2025

    ข้อควรระวัง
    การติดตั้ง bootloader ไปยัง removable location หากตั้งค่าผิดอาจทำให้ระบบไม่บูต
    ผู้ใช้ที่ไม่คุ้นเคยกับการจัดการ partition ควรระวังการแก้ไขค่า unit
    การใช้ Snapper-Grub integration ต้องเข้าใจการทำงานของ snapshots มิฉะนั้นอาจทำให้ระบบ revert ผิดพลาด

    https://9to5linux.com/archinstall-3-0-14-allows-installing-an-uefi-bootloader-to-removable-locations
    📰 Archinstall 3.0.14 เปิดตัว: ติดตั้ง UEFI Bootloader ไปยัง Removable Location ได้แล้ว Archinstall รุ่น 3.0.14 มาพร้อมความสามารถใหม่ที่ให้ผู้ใช้ติดตั้ง UEFI Bootloader ไปยัง removable location ได้โดยตรง ซึ่งช่วยให้การจัดการระบบที่มีหลายดิสก์หรือการติดตั้งแบบพกพาง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุง regex ให้รองรับ white-space และลบสัญลักษณ์ | ที่ไม่จำเป็นในการตรวจสอบค่า partition unit. 🔧 การแก้ไขบั๊กและปรับปรุงระบบ รุ่นนี้แก้ไขปัญหาหลายอย่าง เช่น ⭐ ปัญหา --needed argument ที่ทำให้ไม่สามารถ re-install ได้ ⭐ ปัญหา f-string ใน snapshot debug installation ⭐ ปัญหา manual partitioning ที่แสดงหน้าจอว่างเปล่า ⭐ ปัญหา GRUB fallback-from-removable logic นอกจากนี้ยังปรับปรุง Snapper-Grub integration ให้ทำงานคล้าย Timeshift สำหรับ snapshots. ⚡ การใช้งานและการอัปเดต Archinstall 3.0.14 พร้อมใช้งานแล้วใน Arch Linux stable repositories และสามารถอัปเดตได้ทันทีด้วยคำสั่ง sudo pacman -Sy archinstall. รุ่นนี้จะเป็นค่าเริ่มต้นใน Arch Linux ISO snapshot วันที่ 1 ธันวาคม 2025 ทำให้ผู้ใช้ที่ติดตั้งใหม่สามารถใช้ฟีเจอร์ล่าสุดได้ทันที. 🌐 ความสำคัญต่อผู้ใช้ Arch Linux การเพิ่มฟีเจอร์ removable UEFI bootloader location ถือเป็นการตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการความยืดหยุ่น เช่น การติดตั้งบน external drive หรือการทำ dual-boot หลายระบบโดยไม่กระทบ bootloader หลักของเครื่อง. 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ ฟีเจอร์ใหม่ใน Archinstall 3.0.14 ➡️ ติดตั้ง UEFI Bootloader ไปยัง removable location ได้ ➡️ ปรับปรุง regex ให้รองรับ white-space และลบ | ที่ไม่จำเป็น ✅ การแก้ไขบั๊ก ➡️ ปัญหา --needed argument ➡️ ปัญหา f-string ใน snapshot debug ➡️ ปัญหา manual partitioning หน้าจอว่าง ➡️ ปัญหา GRUB fallback-from-removable logic ✅ การปรับปรุงระบบ ➡️ Snapper-Grub integration ทำงานคล้าย Timeshift ➡️ พร้อมใช้งานใน Arch Linux stable repositories ✅ การอัปเดตและการใช้งาน ➡️ ใช้คำสั่ง sudo pacman -Sy archinstall เพื่ออัปเดต ➡️ จะเป็นค่าเริ่มต้นใน Arch Linux ISO snapshot 1 ธันวาคม 2025 ‼️ ข้อควรระวัง ⛔ การติดตั้ง bootloader ไปยัง removable location หากตั้งค่าผิดอาจทำให้ระบบไม่บูต ⛔ ผู้ใช้ที่ไม่คุ้นเคยกับการจัดการ partition ควรระวังการแก้ไขค่า unit ⛔ การใช้ Snapper-Grub integration ต้องเข้าใจการทำงานของ snapshots มิฉะนั้นอาจทำให้ระบบ revert ผิดพลาด https://9to5linux.com/archinstall-3-0-14-allows-installing-an-uefi-bootloader-to-removable-locations
    9TO5LINUX.COM
    Archinstall 3.0.14 Allows UEFI Bootloader Installation to Removable Locations - 9to5Linux
    Archinstall 3.0.14 Arch Linux menu-based installer is now available with a new dialog to install the UEFI bootloader to a removable location.
    0 Comments 0 Shares 16 Views 0 Reviews
  • Solus 4.8 เปิดตัวแล้ว: Linux Kernel 6.17, GNOME 49, KDE Plasma 6.5 และอีกมากมาย

    Solus 4.8 (โค้ดเนม Opportunity) เปิดตัวพร้อม Linux Kernel 6.17 และเดสก์ท็อปใหม่ล่าสุด ได้แก่ Budgie 10.9.4, GNOME 49.1, KDE Plasma 6.5.3 และ Xfce 4.20 โดย GNOME edition ได้ยกเลิกการใช้ X11 session เป็นค่าเริ่มต้น และหันไปใช้ Wayland อย่างเต็มรูปแบบ ถือเป็นก้าวสำคัญในการปรับปรุงประสิทธิภาพและความทันสมัยของระบบ

    การเปลี่ยนแปลงระบบและแพ็กเกจ
    Solus 4.8 ใช้ Polaris package repository ใหม่ ทำให้สามารถลบ symbolic links ที่ใช้สำหรับ Usr-Merge compatibility และอัปเดต systemd package ได้ นอกจากนี้ยังมีการลบ Python 2 ออกจาก repository และ live ISO อย่างถาวร พร้อมทั้งยกเลิก Solus Software Center โดยหันไปใช้ GNOME Software และ Plasma Discover แทนในการจัดการแอปพลิเคชัน

    ซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชันใหม่
    รุ่นนี้มาพร้อมซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุด เช่น Mozilla Firefox 145, LibreOffice 25.2.6, Thunderbird 140.5, และ Mesa 25.2.6 graphics stack รวมถึง girepository 2.0 และ systemd 257.10 ทำให้ผู้ใช้ได้รับระบบที่ทันสมัยและเสถียรยิ่งขึ้น

    การอัปเดตสำหรับผู้ใช้เดิม
    เนื่องจาก Solus เป็น rolling-release ผู้ใช้เดิมไม่จำเป็นต้องติดตั้งใหม่ เพียงอัปเดตผ่าน package manager ก็จะได้รับฟีเจอร์ทั้งหมดทันที รุ่นใหม่นี้ยังปรับปรุงการจัดการโมดูล 32-bit ให้เบาลง และเปิดใช้งาน homed และ userdb modules เพื่อรองรับการจัดการผู้ใช้ที่ทันสมัยมากขึ้น

    สรุปเป็นหัวข้อ
    ฟีเจอร์หลักใน Solus 4.8
    ใช้ Linux Kernel 6.17
    Budgie 10.9.4, GNOME 49.1, KDE Plasma 6.5.3, Xfce 4.20
    GNOME edition ใช้ Wayland เป็นค่าเริ่มต้น

    การเปลี่ยนแปลงระบบ
    ใช้ Polaris package repository ใหม่
    ลบ Python 2 ออกจากระบบ
    ยกเลิก Solus Software Center

    ซอฟต์แวร์ใหม่
    Firefox 145, LibreOffice 25.2.6, Thunderbird 140.5
    Mesa 25.2.6 graphics stack
    systemd 257.10

    การอัปเดตสำหรับผู้ใช้เดิม
    อัปเดตผ่าน package manager ได้ทันที
    โมดูล 32-bit ถูกทำให้เบาลง
    เปิดใช้งาน homed และ userdb modules

    ข้อควรระวัง
    การยกเลิก X11 อาจทำให้บางแอปที่ยังไม่รองรับ Wayland มีปัญหา
    การลบ Python 2 อาจกระทบกับสคริปต์เก่าที่ไม่ได้อัปเดต
    การยกเลิก Solus Software Center อาจทำให้ผู้ใช้ต้องปรับตัวไปใช้ GNOME Software หรือ Plasma Discover

    https://9to5linux.com/solus-4-8-released-with-linux-kernel-6-17-gnome-49-kde-plasma-6-5-and-more
    📰 Solus 4.8 เปิดตัวแล้ว: Linux Kernel 6.17, GNOME 49, KDE Plasma 6.5 และอีกมากมาย Solus 4.8 (โค้ดเนม Opportunity) เปิดตัวพร้อม Linux Kernel 6.17 และเดสก์ท็อปใหม่ล่าสุด ได้แก่ Budgie 10.9.4, GNOME 49.1, KDE Plasma 6.5.3 และ Xfce 4.20 โดย GNOME edition ได้ยกเลิกการใช้ X11 session เป็นค่าเริ่มต้น และหันไปใช้ Wayland อย่างเต็มรูปแบบ ถือเป็นก้าวสำคัญในการปรับปรุงประสิทธิภาพและความทันสมัยของระบบ ⚙️ การเปลี่ยนแปลงระบบและแพ็กเกจ Solus 4.8 ใช้ Polaris package repository ใหม่ ทำให้สามารถลบ symbolic links ที่ใช้สำหรับ Usr-Merge compatibility และอัปเดต systemd package ได้ นอกจากนี้ยังมีการลบ Python 2 ออกจาก repository และ live ISO อย่างถาวร พร้อมทั้งยกเลิก Solus Software Center โดยหันไปใช้ GNOME Software และ Plasma Discover แทนในการจัดการแอปพลิเคชัน 🌐 ซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชันใหม่ รุ่นนี้มาพร้อมซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุด เช่น Mozilla Firefox 145, LibreOffice 25.2.6, Thunderbird 140.5, และ Mesa 25.2.6 graphics stack รวมถึง girepository 2.0 และ systemd 257.10 ทำให้ผู้ใช้ได้รับระบบที่ทันสมัยและเสถียรยิ่งขึ้น 🔄 การอัปเดตสำหรับผู้ใช้เดิม เนื่องจาก Solus เป็น rolling-release ผู้ใช้เดิมไม่จำเป็นต้องติดตั้งใหม่ เพียงอัปเดตผ่าน package manager ก็จะได้รับฟีเจอร์ทั้งหมดทันที รุ่นใหม่นี้ยังปรับปรุงการจัดการโมดูล 32-bit ให้เบาลง และเปิดใช้งาน homed และ userdb modules เพื่อรองรับการจัดการผู้ใช้ที่ทันสมัยมากขึ้น 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ ฟีเจอร์หลักใน Solus 4.8 ➡️ ใช้ Linux Kernel 6.17 ➡️ Budgie 10.9.4, GNOME 49.1, KDE Plasma 6.5.3, Xfce 4.20 ➡️ GNOME edition ใช้ Wayland เป็นค่าเริ่มต้น ✅ การเปลี่ยนแปลงระบบ ➡️ ใช้ Polaris package repository ใหม่ ➡️ ลบ Python 2 ออกจากระบบ ➡️ ยกเลิก Solus Software Center ✅ ซอฟต์แวร์ใหม่ ➡️ Firefox 145, LibreOffice 25.2.6, Thunderbird 140.5 ➡️ Mesa 25.2.6 graphics stack ➡️ systemd 257.10 ✅ การอัปเดตสำหรับผู้ใช้เดิม ➡️ อัปเดตผ่าน package manager ได้ทันที ➡️ โมดูล 32-bit ถูกทำให้เบาลง ➡️ เปิดใช้งาน homed และ userdb modules ‼️ ข้อควรระวัง ⛔ การยกเลิก X11 อาจทำให้บางแอปที่ยังไม่รองรับ Wayland มีปัญหา ⛔ การลบ Python 2 อาจกระทบกับสคริปต์เก่าที่ไม่ได้อัปเดต ⛔ การยกเลิก Solus Software Center อาจทำให้ผู้ใช้ต้องปรับตัวไปใช้ GNOME Software หรือ Plasma Discover https://9to5linux.com/solus-4-8-released-with-linux-kernel-6-17-gnome-49-kde-plasma-6-5-and-more
    9TO5LINUX.COM
    Solus 4.8 Released with Linux Kernel 6.17, GNOME 49, KDE Plasma 6.5, and More - 9to5Linux
    Solus 4.8 distribution is now available for download with Linux 6.17 and featuring updated GNOME, KDE Plasma, Budgie, and Xfce editions.
    0 Comments 0 Shares 14 Views 0 Reviews
  • CachyOS ISO Snapshot พฤศจิกายน 2025: ปรับปรุงการติดตั้งและรองรับผู้ใช้มากขึ้น

    CachyOS ซึ่งเป็นดิสโทรที่พัฒนาบน Arch Linux ได้ออก ISO snapshot ประจำเดือนพฤศจิกายน 2025 โดยเน้นการปรับปรุงประสบการณ์ติดตั้งสำหรับผู้ใช้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น ด้วยการเพิ่ม Orca screen reader และ espeak-ng speech synthesizer ทั้งในตัว ISO และตัวติดตั้ง ทำให้ผู้ใช้สามารถนำทางกระบวนการติดตั้งได้ง่ายขึ้น

    การปรับปรุงระบบ Login และ Boot
    ตัวติดตั้ง CachyOS ได้เพิ่มการรองรับ Plasma Login Manager ซึ่งจะมาแทน SDDM ในอนาคต และ Cosmic Greeter สำหรับการติดตั้ง COSMIC Desktop นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงการรองรับ Limine bootloader และเพิ่ม btrfs-overlayfs hook เพื่อให้ทำงานร่วมกับ mkinitcpio systemd hook ได้อย่างราบรื่น

    รองรับฮาร์ดแวร์และ GPU รุ่นใหม่
    CachyOS snapshot ล่าสุดรองรับการติดตั้ง bcachefs-dkms เพื่อใช้งานระบบไฟล์ Bcachefs และเพิ่มการรองรับ intel-media-sdk และ vpl-gpu-rt สำหรับ GPU ของ Intel รวมถึงการอัปเดต Proton-CachyOS ที่รองรับ dxvk-gplasync, FSR3, และ XeSS upscaler เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกม โดยเฉพาะผู้ใช้ NVIDIA ที่ได้ประโยชน์จากการปรับปรุง shader cache

    ใต้ฝากระโปรง: Kernel และ Desktop
    รุ่นนี้ใช้ Linux Kernel 6.12.58 LTS และ KDE Plasma 6.5.3 เป็นค่าเริ่มต้น พร้อมด้วย KDE Frameworks 6.20 และ KDE Gear 25.08.3 ทำให้ระบบมีความเสถียรและทันสมัยมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุง CachyOS-Hello ให้เปิดหน้าต่าง PackageInstaller โดยตรงเมื่อกดปุ่ม “Install Apps”

    สรุปเป็นหัวข้อ
    ฟีเจอร์การติดตั้งใหม่
    Orca screen reader และ espeak-ng speech synthesizer
    รองรับ Plasma Login Manager และ Cosmic Greeter

    ระบบ Boot และไฟล์
    ปรับปรุง Limine bootloader
    เพิ่ม btrfs-overlayfs hook

    รองรับฮาร์ดแวร์และ GPU
    ติดตั้ง bcachefs-dkms สำหรับ Bcachefs
    รองรับ intel-media-sdk และ vpl-gpu-rt
    Proton-CachyOS รองรับ dxvk-gplasync, FSR3, XeSS

    ระบบหลัก
    Linux Kernel 6.12.58 LTS
    KDE Plasma 6.5.3, Frameworks 6.20, Gear 25.08.3
    ปรับปรุง CachyOS-Hello ให้ใช้งานง่ายขึ้น

    ข้อควรระวัง
    การใช้ฟีเจอร์ใหม่เช่น bcachefs ยังอยู่ในช่วงพัฒนา อาจมีบั๊ก
    ผู้ใช้ที่คุ้นเคยกับ SDDM อาจต้องปรับตัวกับ Plasma Login Manager
    การปรับแต่ง Proton-CachyOS สำหรับเกมอาจต้องใช้เวลาเรียนรู้เพิ่มเติม

    https://9to5linux.com/cachyos-iso-snapshot-for-november-2025-improves-the-installation-experience
    📰 CachyOS ISO Snapshot พฤศจิกายน 2025: ปรับปรุงการติดตั้งและรองรับผู้ใช้มากขึ้น CachyOS ซึ่งเป็นดิสโทรที่พัฒนาบน Arch Linux ได้ออก ISO snapshot ประจำเดือนพฤศจิกายน 2025 โดยเน้นการปรับปรุงประสบการณ์ติดตั้งสำหรับผู้ใช้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น ด้วยการเพิ่ม Orca screen reader และ espeak-ng speech synthesizer ทั้งในตัว ISO และตัวติดตั้ง ทำให้ผู้ใช้สามารถนำทางกระบวนการติดตั้งได้ง่ายขึ้น 🔧 การปรับปรุงระบบ Login และ Boot ตัวติดตั้ง CachyOS ได้เพิ่มการรองรับ Plasma Login Manager ซึ่งจะมาแทน SDDM ในอนาคต และ Cosmic Greeter สำหรับการติดตั้ง COSMIC Desktop นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงการรองรับ Limine bootloader และเพิ่ม btrfs-overlayfs hook เพื่อให้ทำงานร่วมกับ mkinitcpio systemd hook ได้อย่างราบรื่น ⚡ รองรับฮาร์ดแวร์และ GPU รุ่นใหม่ CachyOS snapshot ล่าสุดรองรับการติดตั้ง bcachefs-dkms เพื่อใช้งานระบบไฟล์ Bcachefs และเพิ่มการรองรับ intel-media-sdk และ vpl-gpu-rt สำหรับ GPU ของ Intel รวมถึงการอัปเดต Proton-CachyOS ที่รองรับ dxvk-gplasync, FSR3, และ XeSS upscaler เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกม โดยเฉพาะผู้ใช้ NVIDIA ที่ได้ประโยชน์จากการปรับปรุง shader cache 🐧 ใต้ฝากระโปรง: Kernel และ Desktop รุ่นนี้ใช้ Linux Kernel 6.12.58 LTS และ KDE Plasma 6.5.3 เป็นค่าเริ่มต้น พร้อมด้วย KDE Frameworks 6.20 และ KDE Gear 25.08.3 ทำให้ระบบมีความเสถียรและทันสมัยมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุง CachyOS-Hello ให้เปิดหน้าต่าง PackageInstaller โดยตรงเมื่อกดปุ่ม “Install Apps” 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ ฟีเจอร์การติดตั้งใหม่ ➡️ Orca screen reader และ espeak-ng speech synthesizer ➡️ รองรับ Plasma Login Manager และ Cosmic Greeter ✅ ระบบ Boot และไฟล์ ➡️ ปรับปรุง Limine bootloader ➡️ เพิ่ม btrfs-overlayfs hook ✅ รองรับฮาร์ดแวร์และ GPU ➡️ ติดตั้ง bcachefs-dkms สำหรับ Bcachefs ➡️ รองรับ intel-media-sdk และ vpl-gpu-rt ➡️ Proton-CachyOS รองรับ dxvk-gplasync, FSR3, XeSS ✅ ระบบหลัก ➡️ Linux Kernel 6.12.58 LTS ➡️ KDE Plasma 6.5.3, Frameworks 6.20, Gear 25.08.3 ➡️ ปรับปรุง CachyOS-Hello ให้ใช้งานง่ายขึ้น ‼️ ข้อควรระวัง ⛔ การใช้ฟีเจอร์ใหม่เช่น bcachefs ยังอยู่ในช่วงพัฒนา อาจมีบั๊ก ⛔ ผู้ใช้ที่คุ้นเคยกับ SDDM อาจต้องปรับตัวกับ Plasma Login Manager ⛔ การปรับแต่ง Proton-CachyOS สำหรับเกมอาจต้องใช้เวลาเรียนรู้เพิ่มเติม https://9to5linux.com/cachyos-iso-snapshot-for-november-2025-improves-the-installation-experience
    9TO5LINUX.COM
    CachyOS ISO Snapshot for November 2025 Improves the Installation Experience - 9to5Linux
    The CachyOS ISO snapshot for November 2025 is now available for download with an improved installation experience, better hardware detection.
    0 Comments 0 Shares 14 Views 0 Reviews
  • 4MLinux 50.0 เปิดตัวแล้ว พร้อมฟีเจอร์ใหม่และการปรับปรุงใหญ่

    4MLinux 50.0 เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดของดิสโทรสายเบา ที่ยังคงใช้ JWM (Joe’s Window Manager) เป็นเดสก์ท็อปหลัก จุดเด่นคือการรองรับ Reproducible Builds ทำให้สามารถสร้างระบบจากซอร์สได้อย่างแม่นยำและตรวจสอบได้ เพิ่มความมั่นใจด้านความปลอดภัยและความโปร่งใส นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงการรองรับอุปกรณ์เว็บแคมผ่าน Zbar และ V4L2 Viewer

    แอปใหม่และเกมที่เพิ่มเข้ามา
    รุ่นนี้เพิ่มแอปใหม่ เช่น EmelFM2 file manager และ uHexen2 (พอร์ตของเกม Hexen II) รวมถึงเกม BlockOut II และ PySol ที่เป็นคอลเลกชันเกมไพ่ขนาดใหญ่ ทำให้ 4MLinux ไม่ได้เป็นเพียงดิสโทรเบา แต่ยังเป็นดิสโทรที่มีความบันเทิงครบครันในตัว

    ซอฟต์แวร์และสแตกใหม่
    ซอฟต์แวร์หลักถูกอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุด เช่น LibreOffice 25.8, GIMP 3.1.4, Mozilla Firefox 145, Google Chrome 142.0, และ Thunderbird 140.5 พร้อมด้วย Mesa 25.1.7 graphics stack เพื่อรองรับการ์ดจอรุ่นใหม่ ๆ ในส่วนของ 4MServer ก็ได้รับการอัปเดตด้วย BusyBox 1.37.0, Perl 5.42.0, Python 3.13.8 และ Ruby 3.4.7

    ใต้ฝากระโปรง: Kernel และการรองรับ
    4MLinux 50.0 ใช้ Linux Kernel 6.12 LTS ซึ่งเป็นรุ่นระยะยาวที่เน้นความเสถียรและการรองรับฮาร์ดแวร์ใหม่ ๆ รุ่นนี้มีให้ดาวน์โหลดทั้งแบบ Full และ Core editions โดยรองรับเฉพาะระบบ 64-bit เท่านั้น

    สรุปเป็นหัวข้อ
    ฟีเจอร์ใหม่ใน 4MLinux 50.0
    รองรับ Reproducible Builds
    ปรับปรุงการรองรับเว็บแคมผ่าน Zbar และ V4L2 Viewer

    แอปและเกมใหม่
    EmelFM2 file manager
    uHexen2 (Hexen II port)
    BlockOut II และ PySol

    ซอฟต์แวร์อัปเดต
    LibreOffice 25.8, GIMP 3.1.4
    Firefox 145, Chrome 142.0, Thunderbird 140.5
    Mesa 25.1.7 graphics stack

    4MServer อัปเดต
    BusyBox 1.37.0
    Perl 5.42.0, Python 3.13.8, Ruby 3.4.7

    ระบบและ Kernel
    ใช้ Linux Kernel 6.12 LTS
    รองรับเฉพาะ 64-bit

    ข้อควรระวัง
    รุ่นนี้ไม่รองรับระบบ 32-bit อีกต่อไป
    การใช้ Reproducible Builds ต้องการความเข้าใจเชิงเทคนิคในการตรวจสอบซอร์ส
    เกมและแอปใหม่บางตัวอาจใช้ทรัพยากรเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน

    https://9to5linux.com/4mlinux-50-0-linux-distro-released-with-reproducible-builds-new-apps-and-more
    📰 4MLinux 50.0 เปิดตัวแล้ว พร้อมฟีเจอร์ใหม่และการปรับปรุงใหญ่ 4MLinux 50.0 เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดของดิสโทรสายเบา ที่ยังคงใช้ JWM (Joe’s Window Manager) เป็นเดสก์ท็อปหลัก จุดเด่นคือการรองรับ Reproducible Builds ทำให้สามารถสร้างระบบจากซอร์สได้อย่างแม่นยำและตรวจสอบได้ เพิ่มความมั่นใจด้านความปลอดภัยและความโปร่งใส นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงการรองรับอุปกรณ์เว็บแคมผ่าน Zbar และ V4L2 Viewer 🎮 แอปใหม่และเกมที่เพิ่มเข้ามา รุ่นนี้เพิ่มแอปใหม่ เช่น EmelFM2 file manager และ uHexen2 (พอร์ตของเกม Hexen II) รวมถึงเกม BlockOut II และ PySol ที่เป็นคอลเลกชันเกมไพ่ขนาดใหญ่ ทำให้ 4MLinux ไม่ได้เป็นเพียงดิสโทรเบา แต่ยังเป็นดิสโทรที่มีความบันเทิงครบครันในตัว ⚙️ ซอฟต์แวร์และสแตกใหม่ ซอฟต์แวร์หลักถูกอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุด เช่น LibreOffice 25.8, GIMP 3.1.4, Mozilla Firefox 145, Google Chrome 142.0, และ Thunderbird 140.5 พร้อมด้วย Mesa 25.1.7 graphics stack เพื่อรองรับการ์ดจอรุ่นใหม่ ๆ ในส่วนของ 4MServer ก็ได้รับการอัปเดตด้วย BusyBox 1.37.0, Perl 5.42.0, Python 3.13.8 และ Ruby 3.4.7 🐧 ใต้ฝากระโปรง: Kernel และการรองรับ 4MLinux 50.0 ใช้ Linux Kernel 6.12 LTS ซึ่งเป็นรุ่นระยะยาวที่เน้นความเสถียรและการรองรับฮาร์ดแวร์ใหม่ ๆ รุ่นนี้มีให้ดาวน์โหลดทั้งแบบ Full และ Core editions โดยรองรับเฉพาะระบบ 64-bit เท่านั้น 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ ฟีเจอร์ใหม่ใน 4MLinux 50.0 ➡️ รองรับ Reproducible Builds ➡️ ปรับปรุงการรองรับเว็บแคมผ่าน Zbar และ V4L2 Viewer ✅ แอปและเกมใหม่ ➡️ EmelFM2 file manager ➡️ uHexen2 (Hexen II port) ➡️ BlockOut II และ PySol ✅ ซอฟต์แวร์อัปเดต ➡️ LibreOffice 25.8, GIMP 3.1.4 ➡️ Firefox 145, Chrome 142.0, Thunderbird 140.5 ➡️ Mesa 25.1.7 graphics stack ✅ 4MServer อัปเดต ➡️ BusyBox 1.37.0 ➡️ Perl 5.42.0, Python 3.13.8, Ruby 3.4.7 ✅ ระบบและ Kernel ➡️ ใช้ Linux Kernel 6.12 LTS ➡️ รองรับเฉพาะ 64-bit ‼️ ข้อควรระวัง ⛔ รุ่นนี้ไม่รองรับระบบ 32-bit อีกต่อไป ⛔ การใช้ Reproducible Builds ต้องการความเข้าใจเชิงเทคนิคในการตรวจสอบซอร์ส ⛔ เกมและแอปใหม่บางตัวอาจใช้ทรัพยากรเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน https://9to5linux.com/4mlinux-50-0-linux-distro-released-with-reproducible-builds-new-apps-and-more
    9TO5LINUX.COM
    4MLinux 50.0 Linux Distro Released with Reproducible Builds, New Apps, and More - 9to5Linux
    4MLinux 50.0 distribution is now available for download with support for reproducing itself from sources and other changes.
    0 Comments 0 Shares 16 Views 0 Reviews
  • EndeavourOS Ganymede เปิดตัวอย่างเป็นทางการ

    ทีมพัฒนา EndeavourOS ประกาศเปิดตัว Ganymede รุ่นใหม่ล่าสุด โดยใช้ Linux Kernel 6.17 และ KDE Plasma 6.5.3 ทั้งใน live environment และตัวติดตั้งแบบ offline. จุดสำคัญคือการปรับปรุงระบบตรวจจับ GPU ที่สามารถเลือกติดตั้งไดรเวอร์ NVIDIA ได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น proprietary หรือ open-source ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลเรื่องการตั้งค่าเอง.

    ฟีเจอร์ใหม่และการปรับปรุง
    เปลี่ยนจาก Maliit virtual keyboard ไปใช้ Qt 6 virtual keyboard สำหรับ SDDM บน KDE Plasma
    เพิ่ม python-jinja เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ใช้งาน Glances
    สำหรับ LXDE มีการปรับแพ็กเกจ เช่น ลบ GTK3 postfixes, เปลี่ยน Obconf เป็น lxappearance-obconf-gtk3, และเปลี่ยนชื่อ Pacmanfm-gtk3 เป็น pacmanfm.
    สำหรับ i3 installation มีการแทนที่ Xbacklight ด้วย brightnessctl เพื่อควบคุมความสว่างหน้าจอ.

    ประสิทธิภาพและซอฟต์แวร์ใหม่
    รุ่นนี้มาพร้อม Mesa 25.2.7 graphics stack, NVIDIA driver 580.105.08 และ Calamares installer รุ่นใหม่ที่ช่วยให้การติดตั้งง่ายขึ้น. นอกจากนี้ยังรวม Mozilla Firefox 145 และแอปโอเพนซอร์สล่าสุดหลายตัว ทำให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ทันสมัยตั้งแต่แรกติดตั้ง.

    การอัปเดตสำหรับผู้ใช้เดิม
    เนื่องจาก EndeavourOS ใช้ rolling-release model ผู้ใช้เดิมไม่จำเป็นต้องติดตั้งใหม่ เพียงแค่รันคำสั่ง sudo pacman -Syu ก็จะได้รับการอัปเดตทั้งหมดทันที.

    สรุปเป็นหัวข้อ
    ฟีเจอร์หลักของ EndeavourOS Ganymede
    ใช้ Linux Kernel 6.17 และ KDE Plasma 6.5.3
    ระบบตรวจจับ GPU อัตโนมัติ ติดตั้ง NVIDIA driver ได้ทั้ง proprietary และ open-source
    ปรับปรุง Calamares installer ให้ใช้งานง่ายขึ้น

    การเปลี่ยนแปลงแพ็กเกจ
    Qt 6 virtual keyboard แทน Maliit
    ปรับแพ็กเกจ LXDE และ i3 ให้ทันสมัย
    brightnessctl แทน Xbacklight

    ซอฟต์แวร์ใหม่
    Mesa 25.2.7 graphics stack
    NVIDIA driver 580.105.08
    Mozilla Firefox 145

    ข้อควรระวัง
    ผู้ใช้ที่ยังพึ่งพา Xbacklight อาจต้องปรับตัวไปใช้ brightnessctl
    การเปลี่ยนแพ็กเกจ LXDE อาจทำให้สคริปต์หรือการตั้งค่าเดิมไม่ทำงาน
    รุ่นใหม่ใช้ Wayland เป็นค่าเริ่มต้น อาจมีบางแอปที่ยังไม่รองรับเต็มที่

    https://9to5linux.com/endeavouros-ganymede-rolls-out-with-kde-plasma-6-5-and-linux-kernel-6-17
    🚀 EndeavourOS Ganymede เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ทีมพัฒนา EndeavourOS ประกาศเปิดตัว Ganymede รุ่นใหม่ล่าสุด โดยใช้ Linux Kernel 6.17 และ KDE Plasma 6.5.3 ทั้งใน live environment และตัวติดตั้งแบบ offline. จุดสำคัญคือการปรับปรุงระบบตรวจจับ GPU ที่สามารถเลือกติดตั้งไดรเวอร์ NVIDIA ได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น proprietary หรือ open-source ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลเรื่องการตั้งค่าเอง. 🖥️ ฟีเจอร์ใหม่และการปรับปรุง 🎗️ เปลี่ยนจาก Maliit virtual keyboard ไปใช้ Qt 6 virtual keyboard สำหรับ SDDM บน KDE Plasma 🎗️ เพิ่ม python-jinja เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ใช้งาน Glances 🎗️ สำหรับ LXDE มีการปรับแพ็กเกจ เช่น ลบ GTK3 postfixes, เปลี่ยน Obconf เป็น lxappearance-obconf-gtk3, และเปลี่ยนชื่อ Pacmanfm-gtk3 เป็น pacmanfm. 🎗️ สำหรับ i3 installation มีการแทนที่ Xbacklight ด้วย brightnessctl เพื่อควบคุมความสว่างหน้าจอ. ⚡ ประสิทธิภาพและซอฟต์แวร์ใหม่ รุ่นนี้มาพร้อม Mesa 25.2.7 graphics stack, NVIDIA driver 580.105.08 และ Calamares installer รุ่นใหม่ที่ช่วยให้การติดตั้งง่ายขึ้น. นอกจากนี้ยังรวม Mozilla Firefox 145 และแอปโอเพนซอร์สล่าสุดหลายตัว ทำให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ทันสมัยตั้งแต่แรกติดตั้ง. 🔄 การอัปเดตสำหรับผู้ใช้เดิม เนื่องจาก EndeavourOS ใช้ rolling-release model ผู้ใช้เดิมไม่จำเป็นต้องติดตั้งใหม่ เพียงแค่รันคำสั่ง sudo pacman -Syu ก็จะได้รับการอัปเดตทั้งหมดทันที. 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ ฟีเจอร์หลักของ EndeavourOS Ganymede ➡️ ใช้ Linux Kernel 6.17 และ KDE Plasma 6.5.3 ➡️ ระบบตรวจจับ GPU อัตโนมัติ ติดตั้ง NVIDIA driver ได้ทั้ง proprietary และ open-source ➡️ ปรับปรุง Calamares installer ให้ใช้งานง่ายขึ้น ✅ การเปลี่ยนแปลงแพ็กเกจ ➡️ Qt 6 virtual keyboard แทน Maliit ➡️ ปรับแพ็กเกจ LXDE และ i3 ให้ทันสมัย ➡️ brightnessctl แทน Xbacklight ✅ ซอฟต์แวร์ใหม่ ➡️ Mesa 25.2.7 graphics stack ➡️ NVIDIA driver 580.105.08 ➡️ Mozilla Firefox 145 ‼️ ข้อควรระวัง ⛔ ผู้ใช้ที่ยังพึ่งพา Xbacklight อาจต้องปรับตัวไปใช้ brightnessctl ⛔ การเปลี่ยนแพ็กเกจ LXDE อาจทำให้สคริปต์หรือการตั้งค่าเดิมไม่ทำงาน ⛔ รุ่นใหม่ใช้ Wayland เป็นค่าเริ่มต้น อาจมีบางแอปที่ยังไม่รองรับเต็มที่ https://9to5linux.com/endeavouros-ganymede-rolls-out-with-kde-plasma-6-5-and-linux-kernel-6-17
    9TO5LINUX.COM
    EndeavourOS Ganymede Rolls Out with KDE Plasma 6.5 and Linux Kernel 6.17 - 9to5Linux
    EndeavourOS Ganymede distribution is now available for download with Linux kernel 6.17, KDE Plasma 6.5, and other changes.
    0 Comments 0 Shares 15 Views 0 Reviews
  • Ubuntu 26.04 LTS: Resolute Raccoon

    Ubuntu 26.04 LTS ถือเป็นรุ่นสำคัญเพราะเป็นการเข้าสู่ยุค Wayland-only อย่างเต็มตัว โดยจะออกในวันที่ 23 เมษายน 2026 ซึ่งเป็นวันพฤหัสบดีตามธรรมเนียมของ Ubuntu ที่จะปล่อยเวอร์ชันใหม่ทุกครั้งในวันพฤหัสบดีของเดือนเมษายนหรือตุลาคม. รุ่นนี้ยังคงเป็น LTS ที่ได้รับการสนับสนุนระยะยาว เหมาะสำหรับองค์กรและผู้ใช้ที่ต้องการเสถียรภาพสูง

    GNOME 50 และการเปลี่ยนแปลงแอปหลัก
    Ubuntu 26.04 จะมาพร้อม GNOME 50 ซึ่งยังอยู่ระหว่างการพัฒนา แต่แน่นอนว่าจะมีการแทนที่แอปคลาสสิกด้วยเวอร์ชันใหม่ เช่น Showtime ที่มาแทน Totem ในฐานะวิดีโอเพลเยอร์หลัก และ Resources ที่มาแทน System Monitor เดิม การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงแนวทาง GNOME ที่ปรับปรุง UI ให้ทันสมัยและสอดคล้องกับ libadwaita.

    สถาปัตยกรรม amd64v3 และประสิทธิภาพ
    Ubuntu 26.04 จะรองรับแพ็กเกจในรูปแบบ amd64v3/x86-64-v3 สำหรับซีพียูรุ่นใหม่ที่มีชุดคำสั่งเพิ่มเติม ทำให้ประสิทธิภาพดีขึ้นเมื่อใช้งานบนฮาร์ดแวร์สมัยใหม่ แม้จะไม่ใช่ค่าเริ่มต้น แต่ผู้ใช้ที่มีเครื่องใหม่สามารถเลือกใช้เพื่อเพิ่มความเร็วได้ โดยยังคงรักษาความเข้ากันได้กับเครื่องรุ่นเก่า.

    รุ่นทดสอบและข้อควรระวัง
    Ubuntu 26.04 snapshot สำหรับการทดสอบมีให้ดาวน์โหลดแล้ว แต่ไม่เหมาะสำหรับใช้บนเครื่องหลัก เนื่องจากยังอยู่ในช่วงพัฒนา ผู้ที่สนใจควรติดตั้งบน VM หรือเครื่องสำรอง และช่วยรายงานบั๊กเพื่อปรับปรุงคุณภาพก่อนการเปิดตัวจริง.

    สรุปเป็นหัวข้อ
    กำหนดการออก Ubuntu 26.04 LTS
    เปิดตัววันที่ 23 เมษายน 2026
    เป็นรุ่น LTS รองรับระยะยาว

    ฟีเจอร์ใหม่
    GNOME 50 พร้อม UI ทันสมัย
    Showtime แทน Totem เป็นวิดีโอเพลเยอร์
    Resources แทน System Monitor เดิม

    สถาปัตยกรรม amd64v3
    รองรับชุดคำสั่งใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพ
    ไม่ใช่ค่าเริ่มต้น แต่เลือกใช้ได้บนเครื่องใหม่

    ข้อควรระวัง
    Snapshot รุ่นทดสอบไม่เหมาะกับเครื่องหลัก
    การหยุดใช้ X11 และเข้าสู่ Wayland-only อาจทำให้บางแอปยังไม่รองรับเต็มที่
    การใช้แพ็กเกจ amd64v3 บนเครื่องเก่าอาจไม่ทำงาน

    https://itsfoss.com/ubuntu-26-04-release-features/
    🦝 Ubuntu 26.04 LTS: Resolute Raccoon Ubuntu 26.04 LTS ถือเป็นรุ่นสำคัญเพราะเป็นการเข้าสู่ยุค Wayland-only อย่างเต็มตัว โดยจะออกในวันที่ 23 เมษายน 2026 ซึ่งเป็นวันพฤหัสบดีตามธรรมเนียมของ Ubuntu ที่จะปล่อยเวอร์ชันใหม่ทุกครั้งในวันพฤหัสบดีของเดือนเมษายนหรือตุลาคม. รุ่นนี้ยังคงเป็น LTS ที่ได้รับการสนับสนุนระยะยาว เหมาะสำหรับองค์กรและผู้ใช้ที่ต้องการเสถียรภาพสูง 🖥️ GNOME 50 และการเปลี่ยนแปลงแอปหลัก Ubuntu 26.04 จะมาพร้อม GNOME 50 ซึ่งยังอยู่ระหว่างการพัฒนา แต่แน่นอนว่าจะมีการแทนที่แอปคลาสสิกด้วยเวอร์ชันใหม่ เช่น Showtime ที่มาแทน Totem ในฐานะวิดีโอเพลเยอร์หลัก และ Resources ที่มาแทน System Monitor เดิม การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงแนวทาง GNOME ที่ปรับปรุง UI ให้ทันสมัยและสอดคล้องกับ libadwaita. ⚙️ สถาปัตยกรรม amd64v3 และประสิทธิภาพ Ubuntu 26.04 จะรองรับแพ็กเกจในรูปแบบ amd64v3/x86-64-v3 สำหรับซีพียูรุ่นใหม่ที่มีชุดคำสั่งเพิ่มเติม ทำให้ประสิทธิภาพดีขึ้นเมื่อใช้งานบนฮาร์ดแวร์สมัยใหม่ แม้จะไม่ใช่ค่าเริ่มต้น แต่ผู้ใช้ที่มีเครื่องใหม่สามารถเลือกใช้เพื่อเพิ่มความเร็วได้ โดยยังคงรักษาความเข้ากันได้กับเครื่องรุ่นเก่า. 🧪 รุ่นทดสอบและข้อควรระวัง Ubuntu 26.04 snapshot สำหรับการทดสอบมีให้ดาวน์โหลดแล้ว แต่ไม่เหมาะสำหรับใช้บนเครื่องหลัก เนื่องจากยังอยู่ในช่วงพัฒนา ผู้ที่สนใจควรติดตั้งบน VM หรือเครื่องสำรอง และช่วยรายงานบั๊กเพื่อปรับปรุงคุณภาพก่อนการเปิดตัวจริง. 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ กำหนดการออก Ubuntu 26.04 LTS ➡️ เปิดตัววันที่ 23 เมษายน 2026 ➡️ เป็นรุ่น LTS รองรับระยะยาว ✅ ฟีเจอร์ใหม่ ➡️ GNOME 50 พร้อม UI ทันสมัย ➡️ Showtime แทน Totem เป็นวิดีโอเพลเยอร์ ➡️ Resources แทน System Monitor เดิม ✅ สถาปัตยกรรม amd64v3 ➡️ รองรับชุดคำสั่งใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพ ➡️ ไม่ใช่ค่าเริ่มต้น แต่เลือกใช้ได้บนเครื่องใหม่ ‼️ ข้อควรระวัง ⛔ Snapshot รุ่นทดสอบไม่เหมาะกับเครื่องหลัก ⛔ การหยุดใช้ X11 และเข้าสู่ Wayland-only อาจทำให้บางแอปยังไม่รองรับเต็มที่ ⛔ การใช้แพ็กเกจ amd64v3 บนเครื่องเก่าอาจไม่ทำงาน https://itsfoss.com/ubuntu-26-04-release-features/
    ITSFOSS.COM
    Ubuntu 26.04: Release Date and New Features
    The development for Ubuntu 26.04 LTS has started and it's time to start looking towards the features and changes it is bringing.
    0 Comments 0 Shares 17 Views 0 Reviews
  • ศึกสองแอป System Monitor บน Linux

    Mission Center และ Resources เป็นสองแอปพลิเคชันที่ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ใช้ Linux ตรวจสอบการทำงานของระบบ ทั้งคู่ใช้ GTK4 และ libadwaita ทำให้หน้าตาโมเดิร์นและเข้ากับ GNOME Desktop ได้ดี แต่แนวทางต่างกัน: Mission Center เน้นรายละเอียดเชิงลึกของฮาร์ดแวร์ทันทีที่เปิดใช้งาน ส่วน Resources เน้นความเรียบง่ายและแสดงข้อมูลแอปควบคู่กับฮาร์ดแวร์ในมุมมองเดียว

    ประสิทธิภาพและการใช้ทรัพยากร
    Mission Center ใช้ GPU acceleration เพื่อแสดงกราฟ ทำให้ CPU ใช้งานน้อยมาก แม้จะแสดงข้อมูลแบบละเอียดก็ยังใช้ RAM ประมาณ 168MB ขณะที่ Resources ใช้หน่วยความจำเพียง 136MB และ CPU ก็เบามากเช่นกัน แม้จะไม่มีการยืนยันว่าใช้ GPU acceleration แต่ก็ยังคงทำงานได้ลื่นไหล ความแตกต่างด้านทรัพยากรถือว่าน้อย แต่ผู้ใช้ที่มี RAM จำกัดอาจเลือก Resources ได้เปรียบกว่า

    ฟีเจอร์จัดการ Process
    ทั้งสองแอปมีฟังก์ชันพื้นฐาน เช่น หยุด, ยุติ, หรือดูรายละเอียดของ Process แต่ Mission Center โดดเด่นด้วยการจัดการ Service ผ่าน Systemd โดยตรง เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการ GUI แทนการใช้ CLI ส่วน Resources มีลูกเล่นซ่อน เช่น การปรับค่า Niceness และการเปลี่ยน CPU affinity ของ Process ซึ่งเหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการปรับแต่งการทำงานเชิงลึกบนเครื่องที่มีหลายคอร์

    เทรนด์ GNOME และอนาคต
    ในปี 2025 GNOME 49 เปิดตัวพร้อมฟีเจอร์ใหม่ เช่น การควบคุมสื่อจาก Lock Screen, การปรับความสว่างต่อจอแยก, และแอปใหม่อย่าง Showtime (แทน Totem) และ Papers (แทน Evince) สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า GNOME กำลังพัฒนา ecosystem ให้ครบวงจรและใช้งานง่ายขึ้น แอปอย่าง Mission Center และ Resources จึงเป็นส่วนหนึ่งของกระแสที่ทำให้ Linux Desktop มีความทันสมัยและตอบโจทย์ผู้ใช้ทั่วไปมากขึ้น

    สรุปเป็นหัวข้อ
    Mission Center
    เน้นรายละเอียดฮาร์ดแวร์ทันทีที่เปิดใช้งาน
    ใช้ GPU acceleration ลดภาระ CPU
    มีฟีเจอร์จัดการ Service ผ่าน Systemd

    Resources
    แสดงข้อมูลแอปและฮาร์ดแวร์ควบคู่กัน
    ใช้ RAM น้อยกว่า Mission Center
    ปรับ Niceness และ CPU affinity ได้

    เทรนด์ GNOME 49
    เพิ่มแอปใหม่ เช่น Showtime และ Papers
    ฟีเจอร์ Lock Screen Media Control และปรับความสว่างต่อจอ

    ข้อควรระวัง
    ผู้ใช้ที่มี RAM จำกัดควรเลือก Resources เพราะ Mission Center ใช้ RAM มากกว่า
    การปรับ Niceness หรือ CPU affinity ใน Resources หากตั้งค่าผิดอาจทำให้ระบบไม่เสถียร
    การจัดการ Service ผ่าน Mission Center แม้สะดวก แต่หากหยุด Service สำคัญโดยไม่รู้ อาจทำให้ระบบล่ม

    https://itsfoss.com/mission-center-vs-resources/
    🖥️ ศึกสองแอป System Monitor บน Linux Mission Center และ Resources เป็นสองแอปพลิเคชันที่ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ใช้ Linux ตรวจสอบการทำงานของระบบ ทั้งคู่ใช้ GTK4 และ libadwaita ทำให้หน้าตาโมเดิร์นและเข้ากับ GNOME Desktop ได้ดี แต่แนวทางต่างกัน: Mission Center เน้นรายละเอียดเชิงลึกของฮาร์ดแวร์ทันทีที่เปิดใช้งาน ส่วน Resources เน้นความเรียบง่ายและแสดงข้อมูลแอปควบคู่กับฮาร์ดแวร์ในมุมมองเดียว ⚡ ประสิทธิภาพและการใช้ทรัพยากร Mission Center ใช้ GPU acceleration เพื่อแสดงกราฟ ทำให้ CPU ใช้งานน้อยมาก แม้จะแสดงข้อมูลแบบละเอียดก็ยังใช้ RAM ประมาณ 168MB ขณะที่ Resources ใช้หน่วยความจำเพียง 136MB และ CPU ก็เบามากเช่นกัน แม้จะไม่มีการยืนยันว่าใช้ GPU acceleration แต่ก็ยังคงทำงานได้ลื่นไหล ความแตกต่างด้านทรัพยากรถือว่าน้อย แต่ผู้ใช้ที่มี RAM จำกัดอาจเลือก Resources ได้เปรียบกว่า 🔧 ฟีเจอร์จัดการ Process ทั้งสองแอปมีฟังก์ชันพื้นฐาน เช่น หยุด, ยุติ, หรือดูรายละเอียดของ Process แต่ Mission Center โดดเด่นด้วยการจัดการ Service ผ่าน Systemd โดยตรง เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการ GUI แทนการใช้ CLI ส่วน Resources มีลูกเล่นซ่อน เช่น การปรับค่า Niceness และการเปลี่ยน CPU affinity ของ Process ซึ่งเหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการปรับแต่งการทำงานเชิงลึกบนเครื่องที่มีหลายคอร์ 🌐 เทรนด์ GNOME และอนาคต ในปี 2025 GNOME 49 เปิดตัวพร้อมฟีเจอร์ใหม่ เช่น การควบคุมสื่อจาก Lock Screen, การปรับความสว่างต่อจอแยก, และแอปใหม่อย่าง Showtime (แทน Totem) และ Papers (แทน Evince) สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า GNOME กำลังพัฒนา ecosystem ให้ครบวงจรและใช้งานง่ายขึ้น แอปอย่าง Mission Center และ Resources จึงเป็นส่วนหนึ่งของกระแสที่ทำให้ Linux Desktop มีความทันสมัยและตอบโจทย์ผู้ใช้ทั่วไปมากขึ้น 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ Mission Center ➡️ เน้นรายละเอียดฮาร์ดแวร์ทันทีที่เปิดใช้งาน ➡️ ใช้ GPU acceleration ลดภาระ CPU ➡️ มีฟีเจอร์จัดการ Service ผ่าน Systemd ✅ Resources ➡️ แสดงข้อมูลแอปและฮาร์ดแวร์ควบคู่กัน ➡️ ใช้ RAM น้อยกว่า Mission Center ➡️ ปรับ Niceness และ CPU affinity ได้ ✅ เทรนด์ GNOME 49 ➡️ เพิ่มแอปใหม่ เช่น Showtime และ Papers ➡️ ฟีเจอร์ Lock Screen Media Control และปรับความสว่างต่อจอ ‼️ ข้อควรระวัง ⛔ ผู้ใช้ที่มี RAM จำกัดควรเลือก Resources เพราะ Mission Center ใช้ RAM มากกว่า ⛔ การปรับ Niceness หรือ CPU affinity ใน Resources หากตั้งค่าผิดอาจทำให้ระบบไม่เสถียร ⛔ การจัดการ Service ผ่าน Mission Center แม้สะดวก แต่หากหยุด Service สำคัญโดยไม่รู้ อาจทำให้ระบบล่ม https://itsfoss.com/mission-center-vs-resources/
    ITSFOSS.COM
    Mission Center vs. Resources: The Ultimate Linux System Monitor Showdown
    Two of the best GUI-based system monitors for desktop Linux users. Which one is better of the two? Let's find out.
    0 Comments 0 Shares 16 Views 0 Reviews
  • ดูดวงทั้ง 12 นักษัตร เดือนธันวาคม 2568
    ++++++++++++++++++++++++
    คำทำนาย พื้นดวงชะตา ของคนที่เกิดในแต่ละนักษัตร ทั้ง 12 ราศี ในเดือนธันวาคม 2568 ว่าพื้นดวงชะตาของแต่ละคนมี การเปลี่ยนแปลงทางด้านบวกหรือด้านลบ เรื่องใดโดดเด่น และ เรื่องใดต้องระมัดระวังปรับปรุงแก้ไข คำทำนายนี้มีผล ตั้งแต่วันที่ วันที่ 7ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 4 มกราคม 2569

    ในเดือน ธันวาคมเป็นเดือน โบ่ว จื้อนักษัตร ชวด พลังน้ำ ธาตุดิน ตามหลักโป้ยหยี่ซีเถียวโหราศาสตร์จีน พลังธาตุของเดือนชวด เสริมพลังโชคลาภให้ ปีมะเส็งอย่างมีเงื่อนไขทำให้เกิดการขับเคลื่อนและผลักดันของพลังธาตุ
    ส่งผลให้สถานะการณ์ในเดือนนี้ปัญหาต่างๆเริ่มคลี่คลาย ข้อขัดข้องได้รับการแก้ไขให้สมประโยชน์ทั้ง2 ฝ่าย เป็นเดือนแห่งการเจรจาต่อรอง รอมชอมผลประโยชน์

    ส่งผลดีต่อธุรกิจ การขนส่ง โลจีสติก ธุรกิจ ที่พัก โฮมสเตย์ การโรงแรม ธุรกิจท่องเที่ยวและเดินทาง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การเกษตร ธุรกิจซื้อมาขายไป งานรีวิวสินค้า ร้านอาหาร สถานบันเทิง

    พลังธาตุของนักษัตรในเดือนนี้ ส่งผลที่ดีทำให้เกิดการเกื้อกูล แข่งขัน ทำให้คนที่เกิดในแต่ละนักษัตรจะได้รับพลังส่งเสริม สนับสนุนต่างกัน บางนักษัตรได้รับผลดี และ และบางนักษัตรได้รับผลเสีย หากนักษัตรใด มีพื้นดวงขัดแย้ง ก็ต้องระวังผลเสียที่เข้ากระทบ ตามคำทำนาย

    https://youtu.be/mF8Qwcb3RpA

    ดูดวง 12 นักษัตร เดือนธันวาคม 2568

    00:00 บทนำ
    01:51 ดวง ปีชวด (หนู)
    04:34 ดวง ปีฉลู (วัว)
    06:47 ดวง ปีขาล (เสือ)
    08:57 ดวง ปีเถาะ (กระต่าย)
    11:11 ดวง ปีมะโรง (งูใหญ่)
    13:42 ดวง ปีมะเส็ง (งูเล็ก)
    16:10 ดวง ปีมะเมีย (ม้า)
    18:27 ดวง ปีมะแม (แพะ)
    20:32 ดวง ปีวอก (ลิง)
    22:38 ดวง ปีระกา (ไก่)
    24:39 ดวง ปีจอ (หมา)
    26:44 ดวง ปีกุน (หมู)





    ดูดวงทั้ง 12 นักษัตร เดือนธันวาคม 2568 ++++++++++++++++++++++++ คำทำนาย พื้นดวงชะตา ของคนที่เกิดในแต่ละนักษัตร ทั้ง 12 ราศี ในเดือนธันวาคม 2568 ว่าพื้นดวงชะตาของแต่ละคนมี การเปลี่ยนแปลงทางด้านบวกหรือด้านลบ เรื่องใดโดดเด่น และ เรื่องใดต้องระมัดระวังปรับปรุงแก้ไข คำทำนายนี้มีผล ตั้งแต่วันที่ วันที่ 7ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 4 มกราคม 2569 ในเดือน ธันวาคมเป็นเดือน โบ่ว จื้อนักษัตร ชวด พลังน้ำ ธาตุดิน ตามหลักโป้ยหยี่ซีเถียวโหราศาสตร์จีน พลังธาตุของเดือนชวด เสริมพลังโชคลาภให้ ปีมะเส็งอย่างมีเงื่อนไขทำให้เกิดการขับเคลื่อนและผลักดันของพลังธาตุ ส่งผลให้สถานะการณ์ในเดือนนี้ปัญหาต่างๆเริ่มคลี่คลาย ข้อขัดข้องได้รับการแก้ไขให้สมประโยชน์ทั้ง2 ฝ่าย เป็นเดือนแห่งการเจรจาต่อรอง รอมชอมผลประโยชน์ ส่งผลดีต่อธุรกิจ การขนส่ง โลจีสติก ธุรกิจ ที่พัก โฮมสเตย์ การโรงแรม ธุรกิจท่องเที่ยวและเดินทาง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การเกษตร ธุรกิจซื้อมาขายไป งานรีวิวสินค้า ร้านอาหาร สถานบันเทิง พลังธาตุของนักษัตรในเดือนนี้ ส่งผลที่ดีทำให้เกิดการเกื้อกูล แข่งขัน ทำให้คนที่เกิดในแต่ละนักษัตรจะได้รับพลังส่งเสริม สนับสนุนต่างกัน บางนักษัตรได้รับผลดี และ และบางนักษัตรได้รับผลเสีย หากนักษัตรใด มีพื้นดวงขัดแย้ง ก็ต้องระวังผลเสียที่เข้ากระทบ ตามคำทำนาย https://youtu.be/mF8Qwcb3RpA ดูดวง 12 นักษัตร เดือนธันวาคม 2568 00:00 บทนำ 01:51 ดวง ปีชวด (หนู) 04:34 ดวง ปีฉลู (วัว) 06:47 ดวง ปีขาล (เสือ) 08:57 ดวง ปีเถาะ (กระต่าย) 11:11 ดวง ปีมะโรง (งูใหญ่) 13:42 ดวง ปีมะเส็ง (งูเล็ก) 16:10 ดวง ปีมะเมีย (ม้า) 18:27 ดวง ปีมะแม (แพะ) 20:32 ดวง ปีวอก (ลิง) 22:38 ดวง ปีระกา (ไก่) 24:39 ดวง ปีจอ (หมา) 26:44 ดวง ปีกุน (หมู)
    0 Comments 1 Shares 24 Views 0 Reviews
  • #ปลาซิวทอดกรอบ กลับมาเปิดตะกร้าแล้วค่าาาา… อร่อยเหมือนเดิมมมมม กาอบ อร่อยเกินไปมาก… ปลาซิวทอดกรอบ…อร่อย ทำถึง …ไม่ลองคือพลาดดดด #ร้านกินจุ๊บจิ๊บ #หมึกฉาบสามรส #ปลาจิ้งจ้างไม่งา #กุนเชียง


    รีบๆๆๆ …ลูกค้าสั่งปลาซิวมา…รีบไปแพ็คส่งแป้ป ปลาซิวเราขายดีมากๆ ขึ้นเป็นสินค้าขายดีเบอร์หนึ่งของร้านแล้วจ้าาา

    ต้องขออภัยจริงๆค่ะ ปลาซิวทอดกรอบสินค้าขายดีอันดับ 1…ใครทานก็ติดใจ คือ ทานกับอะไรก็อร่อย ทานกับข้าวก็เลิศ ทานเล่นคือฟิน …สั่งมาทีไรก็หมดไวมาก สั่งมาเท่าไหร่ก็ไม่พอ…ถ้ากดแล้วมีสินค้าคือโชคดี ถ้ากดแล้วสินค้าหมดก็ต้องอภัยค่ะ…อีก 2-3 วัน กดใหม่นะคะ

    ⭕️ กลับมาเปิดตะกร้าอีกครั้งงงง …น่าทานมากกกกกกค่าาา

    ปลาซิวทอดกรอบ ใน TikTok
    https://vt.tiktok.com/ZSrLMwpsh/

    ปลาซิวทอดกรอบ ใน Shopee
    https://th.shp.ee/VccNvCt

    เลือกชมสินค้าอื่นๆของเราได้ทั้งสองช่องทาง
    1. Shopee : shopee.co.th/kinjubjibshop
    2. TikTok : https://www.tiktok.com/@kinjubjibshop?_t=ZS-8txYHQWejyM&_r=1

    เลือกช้อปได้ตามความชอบและคูปองของแต่ละช่องทางได้เลยค่ะ

    #นึกถึงอาหารทะเลแห้งนึกถึงเราร้านกินจุ๊บจิ๊บ #ร้านกินจุ๊บจิ๊บ #kinjubjibshop #อร่อยดีบอกต่อ #ของอร่อยต้องลอง #ปลาเกล็ดขาวอบกรอบ #ปลาเกล็ดขาวสามรส #ปลาเกล็ดขาว #ปลาซิวทอดกรอบ #ปลาซิวทอด #ปลาซิวกรอบ #ปลาซิวทอดกรอบ

    #songkran2025
    #ปลาซิวทอดกรอบ กลับมาเปิดตะกร้าแล้วค่าาาา… อร่อยเหมือนเดิมมมมม กาอบ อร่อยเกินไปมาก… ปลาซิวทอดกรอบ…อร่อย ทำถึง …ไม่ลองคือพลาดดดด #ร้านกินจุ๊บจิ๊บ #หมึกฉาบสามรส #ปลาจิ้งจ้างไม่งา #กุนเชียง รีบๆๆๆ …ลูกค้าสั่งปลาซิวมา…รีบไปแพ็คส่งแป้ป 😁😁😁 ปลาซิวเราขายดีมากๆ ขึ้นเป็นสินค้าขายดีเบอร์หนึ่งของร้านแล้วจ้าาา ต้องขออภัยจริงๆค่ะ ปลาซิวทอดกรอบสินค้าขายดีอันดับ 1…ใครทานก็ติดใจ คือ ทานกับอะไรก็อร่อย ทานกับข้าวก็เลิศ ทานเล่นคือฟิน …สั่งมาทีไรก็หมดไวมาก สั่งมาเท่าไหร่ก็ไม่พอ…ถ้ากดแล้วมีสินค้าคือโชคดี ถ้ากดแล้วสินค้าหมดก็ต้องอภัยค่ะ…อีก 2-3 วัน กดใหม่นะคะ 🌶️♨️⭕️ กลับมาเปิดตะกร้าอีกครั้งงงง …น่าทานมากกกกกกค่าาา ปลาซิวทอดกรอบ 🙂 ใน TikTok https://vt.tiktok.com/ZSrLMwpsh/ ปลาซิวทอดกรอบ 🙂 ใน Shopee https://th.shp.ee/VccNvCt เลือกชมสินค้าอื่นๆของเราได้ทั้งสองช่องทาง 1. Shopee : shopee.co.th/kinjubjibshop 2. TikTok : https://www.tiktok.com/@kinjubjibshop?_t=ZS-8txYHQWejyM&_r=1 เลือกช้อปได้ตามความชอบและคูปองของแต่ละช่องทางได้เลยค่ะ #นึกถึงอาหารทะเลแห้งนึกถึงเราร้านกินจุ๊บจิ๊บ #ร้านกินจุ๊บจิ๊บ #kinjubjibshop #อร่อยดีบอกต่อ #ของอร่อยต้องลอง #ปลาเกล็ดขาวอบกรอบ #ปลาเกล็ดขาวสามรส #ปลาเกล็ดขาว #ปลาซิวทอดกรอบ #ปลาซิวทอด #ปลาซิวกรอบ #ปลาซิวทอดกรอบ #songkran2025
    0 Comments 0 Shares 19 Views 0 0 Reviews
  • พระสมเด็จวัดระฆัง องค์นี้ แท้หรือไม่ก็ไม่รู้ ขอยกมือไหว้ขอบารมีพระสมเด็จวัดระฆัง โปรดคุ้มครองพี่น้องชาวหาดใหญ่สงขลาให้ปลอดภัยทุกคน ขอให้มีแรงลุกขึ้นมาสู้มีแรงกายแรงใจสู้ชีวิตต่อไปขอให้ทุกคนกลับมามีแรงเหมือนเดิม
    พระสมเด็จวัดระฆัง องค์นี้ แท้หรือไม่ก็ไม่รู้ ขอยกมือไหว้ขอบารมีพระสมเด็จวัดระฆัง โปรดคุ้มครองพี่น้องชาวหาดใหญ่สงขลาให้ปลอดภัยทุกคน ขอให้มีแรงลุกขึ้นมาสู้มีแรงกายแรงใจสู้ชีวิตต่อไปขอให้ทุกคนกลับมามีแรงเหมือนเดิม
    0 Comments 0 Shares 24 Views 0 Reviews
  • #spotify
    #papaonj
    #เพลงไทย
    #เพลงเพราะ
    #ชีวิตคือสมมุติ
    #spotify #papaonj #เพลงไทย #เพลงเพราะ #ชีวิตคือสมมุติ
    0 Comments 0 Shares 15 Views 0 0 Reviews
  • TikTokGreen Civil
    #GreenCivil
    #รีไซเคิล
    TikTokGreen Civil #GreenCivil #รีไซเคิล
    0 Comments 0 Shares 15 Views 0 0 Reviews
  • ดูหนังฟังเพลง
    เหนือสมรภูมิ
    เรื่องย่อ: "Legend of The Female General"เหอเยี่ยน ลูกสาวคนโตของตระกูลเหอ ถูกบังคับให้สวมหน้ากาก ปลอมตัวเป็น "เหอหรูเฟย" ลูกชายคนโตของตระกูลเหอเพื่อปกป้องตำแหน่งของครอบครัว หลายปีต่อมาเขาก็ ถูกครอบครัวล้อมกรอบเพราะการกลับมาของเหอเยี่ยนห รงพี่น้องของเขา หลังจากนั้นเหอเยี่ยนก็เปลี่ยนตัวตนอีก ครั้งหลังความเป็นตายครั้งใหญ่
    #wetv
    #wetvthailand
    #ซีรีส์จีน
    #เพลงไทย
    #เพลงเพราะ
    #ชีวิตคือสมมุติ
    ดูหนังฟังเพลง เหนือสมรภูมิ เรื่องย่อ: "Legend of The Female General"เหอเยี่ยน ลูกสาวคนโตของตระกูลเหอ ถูกบังคับให้สวมหน้ากาก ปลอมตัวเป็น "เหอหรูเฟย" ลูกชายคนโตของตระกูลเหอเพื่อปกป้องตำแหน่งของครอบครัว หลายปีต่อมาเขาก็ ถูกครอบครัวล้อมกรอบเพราะการกลับมาของเหอเยี่ยนห รงพี่น้องของเขา หลังจากนั้นเหอเยี่ยนก็เปลี่ยนตัวตนอีก ครั้งหลังความเป็นตายครั้งใหญ่ #wetv #wetvthailand #ซีรีส์จีน #เพลงไทย #เพลงเพราะ #ชีวิตคือสมมุติ
    0 Comments 0 Shares 34 Views 0 0 Reviews
  • คิดถึงต้มยำหัวปลานึกถึงหัวปลาเมียพารวย Ep.3 #สมุทรปราการ #กินอะไรดี #ของดีบอกต่อ #อร่อยบอกต่อ #พิกัดของอร่อย #ต้องลอง #อาหาร #กิน #อร่อย #eating #food #foodie #thaifood #streetfood #thailand #thaitimes #kaiaminute
    ✨คิดถึงต้มยำหัวปลานึกถึง💭หัวปลาเมียพารวย Ep.3🥰 #สมุทรปราการ #กินอะไรดี #ของดีบอกต่อ #อร่อยบอกต่อ #พิกัดของอร่อย #ต้องลอง #อาหาร #กิน #อร่อย #eating #food #foodie #thaifood #streetfood #thailand #thaitimes #kaiaminute
    0 Comments 0 Shares 59 Views 0 0 Reviews
  • ไม่ตกสะเก็ด ตอนที่ 17

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ไม่ตกสะเก็ด”
    ตอน 17
    อเมริกาเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 ในปลายปี ค.ศ.1941 แต่ก่อนอเมริกาจะเข้าทำสงคราม ถังขยะความคิด Council on Foreign Relations (CFR) และกระทรวงต่างประเทศของอเมริกา ภายใต้การกำกับของ CFR ได้รวบรวมนักวิชาการ นักเศรษฐศาสตร์ นักการเงิน ประมาณ 200 คน ระดมสมอง จัดทำโครงการ ที่เรียกว่า War and Peace Studies อย่างลับสุดยอด ตั้งแต่ก่อนปี ค.ศ.1940 โครงการนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการ และเงินทุนสนับสนุนทั้งหมด โดยมูลนิธืร้อกกี้เฟลเลอร์
    War and Peace Studies ได้วางแผนไว้เรียบร้อยว่า อเมริกาจะต้องเข้าสู่สงครามโลก และกำหนดเส้นทางของอเมริกาภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างชัดเจนว่า อเมริกาจะต้องเข้าครอบครอง และควบคุมบริเวณใดบ้างของโลกนี้ เพื่อสร้างความเจริญเติบโต แข็งแกร่ง ให้แก่เศรษฐกิจของอเมริกา บริเวณดังกล่าว รวมถึงลาตินอเมริกา ยุโรป อาณานิคมของจักรภพอังกฤษ และเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด War and Peace Studies เรียกบริเวณนี้ว่า ” Grand Area”
    โครงการ War and Peace Studies ยังบอกอีกว่า เราจะต้องได้เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเอาทรัพยากรในบริเวณนี้มาใช้เป็นวัตถุดิบ ให้ญี่ปุ่นทำอุตสาหกรรมผลิตสินค้า และส่งสินค้านั้นกลับไปขายในประเทศที่เป็นเจ้าของแหล่งทรัพยากรที่เราไป (ปล้น) เอามานั่นแหละ ญี่ปุ่นจะเป็นแหล่งผลิตอุตสาหกรรม ที่มีต้นทุกถูกกว่าบ้านเรา โดยเราเป็นเจ้าของ
    และหลายปี ก่อนที่ญี่ปุ่นจะยอมแพ้สงคราม หรืออาจจะก่อนที่ญี่ปุ่นเข้าสงครามด้วยซ้ำ อเมริกา (หรือ ร้อกกี้เฟลเลอร์ the great ) คิดไว้แล้วว่า เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม อเมริกาจะเป็นผู้ครอบครอง และควบคุมญี่ปุ่นหลังสงครามแต่ผู้เดียว
    และอเมริกาก็ทำได้ อเมริกาน่าจะวางแผนนี้นานอย่างน้อยตั้งแต่ปี ค.ศ.1900 …
    นักล่าใบตองแห้งแน่จริงๆ วางแผนเป็นขั้นตอน ยาวนาน จนบัดนี้ก็ยังไม่หลุดแผน และยังไม่จบแผน…
    ในวันที่ญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้สงคราม อเมริกาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองญี่ปุ่นแต่ผู้เดียวตามแผน ต่างกับเยอรมัน ซึ่งเมื่อแพ้สงคราม ฝ่ายสัมพันธมิตรแต่ละชาติ ต่างก็พากันตั้งหน่วยทหารของตนเป็นรัฐบาล ปกครองเขตตนในเยอรมัน แต่ญี่ปุ่นมีเขตปกครองเดียวคือ เขตของอเมริกา และอเมริกาใช้รัฐบาลญี่ปุ่นขณะนั้น ปกครองญี่ปุ่นภายใต้การกำกับดูแลของอเมริกา
    ประธานาธิบดีทรูแมนแต่งตั้งให้ นายพลแมคอาร์อาเธอร์ มาเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของฝ่ายสัมพันธมิตร Supreme Commander Allied Power (SCAP) มาดูแลญี่ปุ่น โดยผู้ชนะสงครามรายอื่นเช่น นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ,รวมทั้ง นายพลเจียงไคเช็ค ของจีน และแม้แต่สตาลิน ของโซเวียต ก็ไม่ (กล้า) ขัดใจอเมริกา
    และในช่วง 6 ปี ที่ นายพลแมค ใช้อำนาจในฐานะ SCAP ปกครองชาวญี่ปุ่น 83 ล้านคน เขาไม่สนใจกับคณะกรรมมาธิการพันธมิตรอีก 11 ประเทศ Far Eastern Commission ที่ตั้งขึ้นมาภายหลัง ที่หวังจะมีส่วนร่วมในการ “ดูแล” ญี่ปุ่น แม้แต่น้อย คณะ 11ประเทศ กลายเป็นแค่ “ผู้ดู”
    นายพลแมค มาถึงญี่ปุ่น พร้อมกับภาระกิจใหญ่ ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลอเมริกา คือ มาทำการปฏิรูปญี่ปุ่น
    แต่ขณะเดียวกัน เกี่ยวกับเรื่องญี่ปุ่น ในวอชิงตันเองก็ไม่ได้มีความเห็นไปทางเดียวกันนัก การเมืองฝ่ายหนึ่ง ต้องการให้เดินหน้าปฏิรูปญี่ปุ่น แต่การเมืองอีกฝ่ายหนึ่ง ต้องการให้การปฏิรูปล่มกลางคัน ท่านนายพลแมคน่าจะปวดหัว
    การ”ปฏิรูป” ญี่ปุ่น ที่อเมริกาหวังจะให้ดำเนินการด่วน ภายใต้อำนาจ ของ SCAP
    เรื่องแรก คือ ญี่ปุ่น โดยจักรพรรดิ ต้องออกมารับผิดในการพาญี่ปุ่นเข้าสู่สงครามโลก
    เรื่องที่สอง คือ ปฏิรูปกองทัพญี่ปุ่น หรือจริงๆ ก็คือ ยกเลิก หรือลดกองกำลังญี่ปุ่นให้เหลือเพียงแค่หยิบมือ ตามมาด้วย
    เรื่องที่สาม คือ จับตัวพวกที่มีส่วนในการสนับสนุนให้ญี่ปุ่นทำสงคราม ไม่ว่าจะเป็นนายทหาร นักการเมือง นักธุรกิจ นายทุน ฯลฯ มาดำเนินคดี
    เรื่องใหญ่ทั้งนั้น นายพลแมคจะรับไหวหรือ แต่นายพลแมค ไม่ได้มาคนเดียว เดี่ยวๆ เขามี Laurence ร้อกกี้เฟลเลอร์ หลานของร้อกกี้ the greatมาเป็นผู้ช่วย และยังมี นายพล Bonner Fellers ประกบติดตัว นายพลแมค มาด้วย
    นายพล Feller มีชื่อเสียงในกองทัพว่า เป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับญี่ปุ่น แต่ จริงๆ เขาไม่รู้อะไรมากนักเกี่ยวกับญี่ปุ่น และแถมพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ แต่ เขาเป็นพวกเคว้กเกอร์ เช่นเดียวกับเมียของทูต Grew และรอบตัวของจักรพรรดินี แม่ของจักรพรรดิฮืโรฮิโต และเนื่องจากเป็นเคว้กเกอร์ เขารู้จักกับ ชาวญี่ปุ่นอีกหลายคน ที่พวกเคว้กเกอร์สนับสนุนให้ไปเรียนหนังสือต่อที่อเมริกา ตั้งแต่ระดับโรงเรียน จนถึงมหาวิทยาลัย ที่เป็นเครือข่ายของเคว้กเกอร์ที่อเมริกา เมื่อจบกลับมา หลายคนกลับมาเป็นทหารในกองทัพญี่ปุ่น
    Feller ถูกประธานาธิบดี Herbert Hoover ส่งมาประจำกองทัพอเมริกา ที่ฟิลิปปินส์ ตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ.1930 ต้นๆ แต่ดูเหมือนเขาจะอยู่ญี่ปุ่น มากกว่าฟิลิปปินส์ และต่อมาเขากลายเป็นเชือกที่ Hoover ใช้ชักใย นายพลแมค ที่ปกครองญี่ปุ่น ตามอำนาจของ SCAP อ้อ Hoover ก็เป็นพวกเคว้กเกอร์ด้วยครับ
    แล้ว Hoover มาเกี่ยวอะไรกับ นายพลแมค และ SCAP
    Herbert Hoover เป็นประธานาธิบดีของอเมริกา ในช่วงปี ค.ศ.1929-1934 ช่วง Great Depression ของอเมริกา แม้ว่าจะมีคนมองว่า เขาอยู่ในพวกกลุ่มวอลสตรีท แต่เขากู้เศรษฐกิจอเมริกาไม่ขึ้น และแยกทางกันเดินกับพวกมอร์แกนในภายหลัง แต่ที่น่าสนใจ Hoover จริงๆแล้ว เรียนจบมาด้านแร่วิทยา และเป็นผู้ชำนาญเรื่องแร่ เขายุ่งอยู่กับธุรกิจเหมืองแร่ ไปทั่วจนถึงออสเตรเลีย และถึงจีน และในช่วงปี ค.ศ.1899 – 1900 ที่เกิดกบฏนักมวย เขาบังเอิญติดอยู่ที่จีนในช่วงนั้นพอดี ตัวเขาและเมียพูดภาษาจีนแมนดารินได้ดี เล่ากันว่า เมื่อกลับมาอเมริกา และต้องย้ายบ้านไปอยู่ทำเนียบขาว ท่านประธานาธิบดีกับท่านผู้หญิง จะส่งภาษาจีนกัน เวลาไม่อยากให้ใครรู้เรื่อง ว่านินทา หรือด่าใคร
    เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ขณะที่ปีแรกๆ อเมริกาตั้งตัวเป็นกลาง แต่การรบในยุโรปกำลังสาหัส และชาวยุโรปรับบาปเคราะห์ ขาดทั้งอาหาร ยา และเครื่องนุ่งห่ม ปี ค.ศ.1914 Hoover ซึ่งรวยจนพอจากการเจอแร่สาระพัดแห่ง จึงมาทำการกุศล ช่วยบริหารองค์กรชื่อ Committee for Relief in Belgium (CRB) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายถึงเดือนละประมาณ 11 ล้านเหรียญ ดูเหมือนในรายชื่อผู้ใจบุญรายใหญ่ของ CRB จะมีชื่อมูลนิธิร้อกกี้เฟลเลอร์อยู่ด้วย
    เสร็จจากช่วยคนเจอภัยสงคราม Hoover ก็ไปใจดีต่อที่รัสเซีย ในปี ค.ศ.1917 ซึ่งก็มีคนเจอภัยปฏิวัติ ช่วยคนไป มีเวลาก็สำรวจแร่ไป ในที่สุด นักธุรกิจใหญ่ๆอเมริกัน ก็เข้าไปขุดแร่ทำเหมืองในรัสเซียกันใหญ่ คงไม่ต้องบอกว่า มีชื่อใครบ้าง
    ปี ค.ศ.1927 เกิดน้ำท่วมใหญ่แถวแม่น้ำมิสซิสซิปปี ทำให้ชาวบ้านไม่มีที่อยู่ ตอนนั้น Hoover เป็นรัฐมนตรีพาณิชย์ของอเมริกา เลยไปดูแลชาวบ้าน โดยระดมทั้งกองทหาร และกาชาดไปช่วย และด้วยเงินทุนจากมูลนิธิร้อกกี้เฟลเลอร์ เขาตั้งหน่วยอนามัยขึ้นในแถบที่น้ำท่วม และหน่วยอนามัยนี้ ได้ช่วยรักษา ชาวบ้านที่ติดเชื้อมาเลเรีย เชื้อไทฟอยด์ ท้องร่วง ฯลฯ และก็บังเอิญเป็นช่วงเดียวกับที่มูลนิธิร้อกกี้เฟลเลอร์ ซึ่งไปตั้งหน่วยค้นคว้าทางแพทย์อยู่ในจีน ก็กำลังค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องเชื้อโรคสาระพัด และก็บังเอิญ เป็นช่วงเดียวกับ นายชิโร อิชิอิ Shiro Ishii แห่งหน่วย 731 ของญี่ปุ่น ก็ได้รับคำสั่งให้ไปตั้งหน่วยทดลองการใช้อาวุธชีวภาพ และแบคทีเรียกับมนุษย์ และทดลองกับชาวจีน จนเจ็บป่วยทรมาน แสนสาหัส อยู่แถวทางเหนือของจีน
    เรื่องบังเอิญ มันแยะจริง

    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    28 ส.ค. 2558
    ไม่ตกสะเก็ด ตอนที่ 17 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ไม่ตกสะเก็ด” ตอน 17 อเมริกาเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 ในปลายปี ค.ศ.1941 แต่ก่อนอเมริกาจะเข้าทำสงคราม ถังขยะความคิด Council on Foreign Relations (CFR) และกระทรวงต่างประเทศของอเมริกา ภายใต้การกำกับของ CFR ได้รวบรวมนักวิชาการ นักเศรษฐศาสตร์ นักการเงิน ประมาณ 200 คน ระดมสมอง จัดทำโครงการ ที่เรียกว่า War and Peace Studies อย่างลับสุดยอด ตั้งแต่ก่อนปี ค.ศ.1940 โครงการนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการ และเงินทุนสนับสนุนทั้งหมด โดยมูลนิธืร้อกกี้เฟลเลอร์ War and Peace Studies ได้วางแผนไว้เรียบร้อยว่า อเมริกาจะต้องเข้าสู่สงครามโลก และกำหนดเส้นทางของอเมริกาภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างชัดเจนว่า อเมริกาจะต้องเข้าครอบครอง และควบคุมบริเวณใดบ้างของโลกนี้ เพื่อสร้างความเจริญเติบโต แข็งแกร่ง ให้แก่เศรษฐกิจของอเมริกา บริเวณดังกล่าว รวมถึงลาตินอเมริกา ยุโรป อาณานิคมของจักรภพอังกฤษ และเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด War and Peace Studies เรียกบริเวณนี้ว่า ” Grand Area” โครงการ War and Peace Studies ยังบอกอีกว่า เราจะต้องได้เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเอาทรัพยากรในบริเวณนี้มาใช้เป็นวัตถุดิบ ให้ญี่ปุ่นทำอุตสาหกรรมผลิตสินค้า และส่งสินค้านั้นกลับไปขายในประเทศที่เป็นเจ้าของแหล่งทรัพยากรที่เราไป (ปล้น) เอามานั่นแหละ ญี่ปุ่นจะเป็นแหล่งผลิตอุตสาหกรรม ที่มีต้นทุกถูกกว่าบ้านเรา โดยเราเป็นเจ้าของ และหลายปี ก่อนที่ญี่ปุ่นจะยอมแพ้สงคราม หรืออาจจะก่อนที่ญี่ปุ่นเข้าสงครามด้วยซ้ำ อเมริกา (หรือ ร้อกกี้เฟลเลอร์ the great ) คิดไว้แล้วว่า เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม อเมริกาจะเป็นผู้ครอบครอง และควบคุมญี่ปุ่นหลังสงครามแต่ผู้เดียว และอเมริกาก็ทำได้ อเมริกาน่าจะวางแผนนี้นานอย่างน้อยตั้งแต่ปี ค.ศ.1900 … นักล่าใบตองแห้งแน่จริงๆ วางแผนเป็นขั้นตอน ยาวนาน จนบัดนี้ก็ยังไม่หลุดแผน และยังไม่จบแผน… ในวันที่ญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้สงคราม อเมริกาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองญี่ปุ่นแต่ผู้เดียวตามแผน ต่างกับเยอรมัน ซึ่งเมื่อแพ้สงคราม ฝ่ายสัมพันธมิตรแต่ละชาติ ต่างก็พากันตั้งหน่วยทหารของตนเป็นรัฐบาล ปกครองเขตตนในเยอรมัน แต่ญี่ปุ่นมีเขตปกครองเดียวคือ เขตของอเมริกา และอเมริกาใช้รัฐบาลญี่ปุ่นขณะนั้น ปกครองญี่ปุ่นภายใต้การกำกับดูแลของอเมริกา ประธานาธิบดีทรูแมนแต่งตั้งให้ นายพลแมคอาร์อาเธอร์ มาเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของฝ่ายสัมพันธมิตร Supreme Commander Allied Power (SCAP) มาดูแลญี่ปุ่น โดยผู้ชนะสงครามรายอื่นเช่น นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ,รวมทั้ง นายพลเจียงไคเช็ค ของจีน และแม้แต่สตาลิน ของโซเวียต ก็ไม่ (กล้า) ขัดใจอเมริกา และในช่วง 6 ปี ที่ นายพลแมค ใช้อำนาจในฐานะ SCAP ปกครองชาวญี่ปุ่น 83 ล้านคน เขาไม่สนใจกับคณะกรรมมาธิการพันธมิตรอีก 11 ประเทศ Far Eastern Commission ที่ตั้งขึ้นมาภายหลัง ที่หวังจะมีส่วนร่วมในการ “ดูแล” ญี่ปุ่น แม้แต่น้อย คณะ 11ประเทศ กลายเป็นแค่ “ผู้ดู” นายพลแมค มาถึงญี่ปุ่น พร้อมกับภาระกิจใหญ่ ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลอเมริกา คือ มาทำการปฏิรูปญี่ปุ่น แต่ขณะเดียวกัน เกี่ยวกับเรื่องญี่ปุ่น ในวอชิงตันเองก็ไม่ได้มีความเห็นไปทางเดียวกันนัก การเมืองฝ่ายหนึ่ง ต้องการให้เดินหน้าปฏิรูปญี่ปุ่น แต่การเมืองอีกฝ่ายหนึ่ง ต้องการให้การปฏิรูปล่มกลางคัน ท่านนายพลแมคน่าจะปวดหัว การ”ปฏิรูป” ญี่ปุ่น ที่อเมริกาหวังจะให้ดำเนินการด่วน ภายใต้อำนาจ ของ SCAP เรื่องแรก คือ ญี่ปุ่น โดยจักรพรรดิ ต้องออกมารับผิดในการพาญี่ปุ่นเข้าสู่สงครามโลก เรื่องที่สอง คือ ปฏิรูปกองทัพญี่ปุ่น หรือจริงๆ ก็คือ ยกเลิก หรือลดกองกำลังญี่ปุ่นให้เหลือเพียงแค่หยิบมือ ตามมาด้วย เรื่องที่สาม คือ จับตัวพวกที่มีส่วนในการสนับสนุนให้ญี่ปุ่นทำสงคราม ไม่ว่าจะเป็นนายทหาร นักการเมือง นักธุรกิจ นายทุน ฯลฯ มาดำเนินคดี เรื่องใหญ่ทั้งนั้น นายพลแมคจะรับไหวหรือ แต่นายพลแมค ไม่ได้มาคนเดียว เดี่ยวๆ เขามี Laurence ร้อกกี้เฟลเลอร์ หลานของร้อกกี้ the greatมาเป็นผู้ช่วย และยังมี นายพล Bonner Fellers ประกบติดตัว นายพลแมค มาด้วย นายพล Feller มีชื่อเสียงในกองทัพว่า เป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับญี่ปุ่น แต่ จริงๆ เขาไม่รู้อะไรมากนักเกี่ยวกับญี่ปุ่น และแถมพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ แต่ เขาเป็นพวกเคว้กเกอร์ เช่นเดียวกับเมียของทูต Grew และรอบตัวของจักรพรรดินี แม่ของจักรพรรดิฮืโรฮิโต และเนื่องจากเป็นเคว้กเกอร์ เขารู้จักกับ ชาวญี่ปุ่นอีกหลายคน ที่พวกเคว้กเกอร์สนับสนุนให้ไปเรียนหนังสือต่อที่อเมริกา ตั้งแต่ระดับโรงเรียน จนถึงมหาวิทยาลัย ที่เป็นเครือข่ายของเคว้กเกอร์ที่อเมริกา เมื่อจบกลับมา หลายคนกลับมาเป็นทหารในกองทัพญี่ปุ่น Feller ถูกประธานาธิบดี Herbert Hoover ส่งมาประจำกองทัพอเมริกา ที่ฟิลิปปินส์ ตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ.1930 ต้นๆ แต่ดูเหมือนเขาจะอยู่ญี่ปุ่น มากกว่าฟิลิปปินส์ และต่อมาเขากลายเป็นเชือกที่ Hoover ใช้ชักใย นายพลแมค ที่ปกครองญี่ปุ่น ตามอำนาจของ SCAP อ้อ Hoover ก็เป็นพวกเคว้กเกอร์ด้วยครับ แล้ว Hoover มาเกี่ยวอะไรกับ นายพลแมค และ SCAP Herbert Hoover เป็นประธานาธิบดีของอเมริกา ในช่วงปี ค.ศ.1929-1934 ช่วง Great Depression ของอเมริกา แม้ว่าจะมีคนมองว่า เขาอยู่ในพวกกลุ่มวอลสตรีท แต่เขากู้เศรษฐกิจอเมริกาไม่ขึ้น และแยกทางกันเดินกับพวกมอร์แกนในภายหลัง แต่ที่น่าสนใจ Hoover จริงๆแล้ว เรียนจบมาด้านแร่วิทยา และเป็นผู้ชำนาญเรื่องแร่ เขายุ่งอยู่กับธุรกิจเหมืองแร่ ไปทั่วจนถึงออสเตรเลีย และถึงจีน และในช่วงปี ค.ศ.1899 – 1900 ที่เกิดกบฏนักมวย เขาบังเอิญติดอยู่ที่จีนในช่วงนั้นพอดี ตัวเขาและเมียพูดภาษาจีนแมนดารินได้ดี เล่ากันว่า เมื่อกลับมาอเมริกา และต้องย้ายบ้านไปอยู่ทำเนียบขาว ท่านประธานาธิบดีกับท่านผู้หญิง จะส่งภาษาจีนกัน เวลาไม่อยากให้ใครรู้เรื่อง ว่านินทา หรือด่าใคร เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ขณะที่ปีแรกๆ อเมริกาตั้งตัวเป็นกลาง แต่การรบในยุโรปกำลังสาหัส และชาวยุโรปรับบาปเคราะห์ ขาดทั้งอาหาร ยา และเครื่องนุ่งห่ม ปี ค.ศ.1914 Hoover ซึ่งรวยจนพอจากการเจอแร่สาระพัดแห่ง จึงมาทำการกุศล ช่วยบริหารองค์กรชื่อ Committee for Relief in Belgium (CRB) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายถึงเดือนละประมาณ 11 ล้านเหรียญ ดูเหมือนในรายชื่อผู้ใจบุญรายใหญ่ของ CRB จะมีชื่อมูลนิธิร้อกกี้เฟลเลอร์อยู่ด้วย เสร็จจากช่วยคนเจอภัยสงคราม Hoover ก็ไปใจดีต่อที่รัสเซีย ในปี ค.ศ.1917 ซึ่งก็มีคนเจอภัยปฏิวัติ ช่วยคนไป มีเวลาก็สำรวจแร่ไป ในที่สุด นักธุรกิจใหญ่ๆอเมริกัน ก็เข้าไปขุดแร่ทำเหมืองในรัสเซียกันใหญ่ คงไม่ต้องบอกว่า มีชื่อใครบ้าง ปี ค.ศ.1927 เกิดน้ำท่วมใหญ่แถวแม่น้ำมิสซิสซิปปี ทำให้ชาวบ้านไม่มีที่อยู่ ตอนนั้น Hoover เป็นรัฐมนตรีพาณิชย์ของอเมริกา เลยไปดูแลชาวบ้าน โดยระดมทั้งกองทหาร และกาชาดไปช่วย และด้วยเงินทุนจากมูลนิธิร้อกกี้เฟลเลอร์ เขาตั้งหน่วยอนามัยขึ้นในแถบที่น้ำท่วม และหน่วยอนามัยนี้ ได้ช่วยรักษา ชาวบ้านที่ติดเชื้อมาเลเรีย เชื้อไทฟอยด์ ท้องร่วง ฯลฯ และก็บังเอิญเป็นช่วงเดียวกับที่มูลนิธิร้อกกี้เฟลเลอร์ ซึ่งไปตั้งหน่วยค้นคว้าทางแพทย์อยู่ในจีน ก็กำลังค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องเชื้อโรคสาระพัด และก็บังเอิญ เป็นช่วงเดียวกับ นายชิโร อิชิอิ Shiro Ishii แห่งหน่วย 731 ของญี่ปุ่น ก็ได้รับคำสั่งให้ไปตั้งหน่วยทดลองการใช้อาวุธชีวภาพ และแบคทีเรียกับมนุษย์ และทดลองกับชาวจีน จนเจ็บป่วยทรมาน แสนสาหัส อยู่แถวทางเหนือของจีน เรื่องบังเอิญ มันแยะจริง สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 28 ส.ค. 2558
    0 Comments 0 Shares 121 Views 0 Reviews
  • ไม่ตกสะเก็ด ตอนที่ 16

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ไม่ตกสะเก็ด”
    ตอน 16
    ในปี ค.ศ.1941 ธุรกิจต่างชาติในญี่ปุ่น อยู่ในมืออเมริกา ถึง 3 ใน 4 และ เจ้าพ่ออเมริกาในญี่ปุ่น ก่อนปี ค.ศ.1941 คือ เจ พี มอร์แกน กับกลุ่มทุนอเมริกัน ที่เป็นฉากหน้าให้กับ รอทไชลด์ Rothschild บรรดาฑูตอเมริกัน ประจำญี่ปุ่น ในช่วงนั้น ส่วนใหญ่มาจากสายของมอร์แกน เช่น W Camaron Forbes นอกจากเป็นฑูตแล้ว ยังเป็นกรรมการคนหนึ่ง ของมอร์แกน ด้วย ส่วนอีกคน ที่มีบทบาทมาก คือ Joseph Grew (ที่มีเมีย ดองกับเมีย Jack Mogan) จึงไม่แปลก ที่กลุ่มมอร์แกนและอังกฤษ จะครอบญี่ปุ่น โดยการจับมือกับกลุ่มมิตซุย Mitsui ตระกูลใหญ่มากของญี่ปุ่น ที่ครอบงำธุรกิจในญี่ปุ่นอยู่แล้ว
    แต่ร้อกกี้เฟลเลอร์ ซึ่งสร้างอาณาจักรจาก (การปล้น) ทรัพยากร ไม่ใช่ จากธุรกิจการ (ปล้น) เงินและทำอุตสาหกรรมอย่างมอร์แกน คงไม่นั่งเฉยๆ ปล่อยให้ มอร์แกนและพวกพ้องอังกฤษ คาบเอาเอเซียแปซิฟิกไปง่ายๆ เขาตั้งใจ ยืนยัน และมุ่งมั่นว่า อเมริกา แต่ผู้เดียวเท่านั้น ที่จะเป็นผู้ครองโลก “โดยไม่แบ่งกับใคร” และมันต้องเป็นอเมริกา ภายใต้การครอบงำ ชักใยของเขาและพวกเท่านั้น ไม่ใช่ ใครอื่น
    และด้วยความตั้งใจ อย่างมุ่งมั่น เช่นนั้น ร้อกกี้เฟลเลอร์ ก็พร้อมที่จะทำทุกอย่าง เพื่อขยี้ และเขี่ย กลุ่มพันธมิตร ระหว่างมอร์แกน อังกฤษ (และมิตซุย ในกรณีของญี่ปุ่น) ให้แตกกระจุย
    สำหรับ การยึดเอเซียแปซิฟิก ร้อกกี้เฟลเลอร์ เริ่มต้นด้วยการใช้เครือข่ายของ Standard Oil ของเขา และมูลนิธิร้อกกี้เฟลเลอร์ ที่ไปเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่จีน ตั้งแต่ปี ค.ศ.1913 และร่วมมือกับตระกูล Harriman เจ้าพ่อ ทางรถไฟ ที่ร่ำรวยจากสร้างทางรถไฟในอเมริกายังไม่พอ จึงไปบุกตลาดจีน ช่วงเวลาใกล้เคียงกับร้อกกี้เฟลเลอร์
    ตัวจักรใหญ่ ที่เดินสายจัดการตามแผนที่วางคือ สำนักงานฏหมายประจำตระกูลของร้อกกี้เฟลเลอร์ คือ Sullivan and Cromwell ท่านที่เคยอ่านนิทาน ต้มข้ามศตวรรษ คงพอจำได้ว่า ทางการของอเมริกา เจอบันทีก การจ่ายเงิน ของสำนักงานนี้ให้แก่ ซุนยัดเซ็น รวมทั้งข้อตกลงของซุนยัดเซ็น ที่จะมอบสัมปทานให้ เมื่อปฏิวัติจีนสำเร็จ
    หัวหน้าทนายใหญ่ ของสำนักงาน Sullivan and Cromwell คือ นาย John Foster Dulles ซึ่งต่อมา ได้เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ สมัยประธานาธิบดี Eisenhower ไอเซนฮาว มีนโยบายคัดค้านระบอบคอมมิวนิสม์ อย่างชนิดหัวชนฝา มันคงพออธิบายให้เราได้บ้างเกี่ยวกับตอนจบของ ซุนยัดเซ็น และขอเพิ่มเติมว่า ซุนยัดเซ็นนั้น ในตอนท้ายที่ป่วยและเสียชีวิตนั้น เขาป่วย และเสียชีวิตที่เมืองจีน ในสถานพยาบาล ที่มูลนิธิร้อกกี้เฟลเลอร์เป็นเจ้าของ ส่วนน้องชายของ John คือ Allan ก็ได้เป็นผู้อำนวยการ CIA สมัย Eisenhower เช่นเดียวกัน
    เรื่องของ Sullivan And Cromwell น่าจะมาเขียนเป็นเรื่องปล้น ภาคพิศดาร …
    การใช้สำนักงานกฏหมาย หรือตัวทนายความ ไม่ใช่เรื่องแปลก สมัยนี้ก็ยังใช้กันอยู่ ถ้าจำกันได้ ไอ้โจรร้ายบ้านเรา มันก็ใช้ทนายไปทำทุกเรื่อง โดยเฉพาะไอ้พวกขี้ลืม ชอบเอาห่อขนมก้อนใหญ่ๆ ไปลืมทิ้งไว้ที่โน่นที่นี่ ส่วนไอ้พวกนักล้อบบี้ฝรั่ง ที่ชอบมาสร้างเรื่องระยำในบ้านเรา ก็ทนายทั้งนั้นครับ น่าเสียดายจริงๆ เป็นวิชาชีพที่ช่วยคนได้มาก คนโบราณท่านถึงให้เกียรติเรียกหมอความ แต่ก็มีที่เอาอาชีพที่ดี มาช่วยคนชั่วกัน
    แต่ร้อกกี้เฟลเลอร์ นี่ ก็น่าจะเป็นเจ้าของโรงฟอกย้อมต้วจริง เขาคิดเครื่องมือฟอกย้อม soft power ได้อย่างฝั่งรากลึก แม้จะเป็นรากเทียม แต่ดูเหมือน เมื่อฝังลงไปแล้ว จะทำลายรากจริงได้ด้วยการสร้างรากเทียมของเขา ตั้งแต่การสร้างมหาวิทยาลัย การคิดหลักสูตร เจาะลึกไปในแต่ละท้องที่ ที่เรียกว่า area studies ให้รู้จุดอ่อน จุดแข็งของเหยื่อแต่ละราย และถ้าสังเกตกันให้ดี ขบวนการล้มเจ้า ทำลายความมั่นคงของประเทศเรา ส่วนใหญ่ ก็เริ่มมาจากไอ้พวกอาจารย์ ที่ไปเรียนวิชาเฉพาะ area studies และบางคน ก็ยังสอนวิชานี้อยู่ในมหาวิทยาลัยต่างประเทศ เช่นอเมริกา และญี่ปุ่น เพราะอะไรหรือ เพราะสถาบันกษัตริย์ เป็นจุดแข็ง เป็นความมั่นคงอย่างสำคัญของประเทศเรา มันอยากจะกินเรา ครอบเรา มันก็ใช้วิธีการ บ่อนทำลายจุดแข็งนั้น
    และอีกวิธีการ ที่น่ากลัวอย่างยิ่ง ที่เรียกว่า consent management วิธีจัดการให้คนยินยอม และเห็นพ้องด้วย ตามเหตุผลที่เขา “สร้าง” ขึ้นมาให้เราหลงเชื่อ ผมเขียนเรื่องพวกนี้ไว้ในนิทานเรื่องแกะรอยนักล่า ช่วยประหยัดเวลาคนแก่ ไปเอามาอ่านกันหน่อย จะได้เข้าใจว่า เขาฝังรากเทียมให้เราอย่างไร ถึงแก้ยากแก้เย็นนัก จนลืมรากเหง้าของแท้ของเรากัน
    แต่ร้อกกี้เฟลเลอร์ ไม่ใช่นักการเงิน (แม้จะเป็นเจ้าของธนาคาร Chase Manhattan ที่เคยใหญ่คับโลก รวมทั้งในเมืองไทย ช่วงสงครามเวียตนาม และหลังจากนั้น ) เขาเป็นคนชอบวิทยาศาสตร์ จึงค้นคิดสูตรครองโลกเชิงวิทยาศาสตร์ ซึ่งน่ากลัวกว่า ด้านการเงิน การเงินพอแก้เกมกันได้ แต่ด้านวิทยาศาสตร์ เช่น การเกษตร พันธุ์ จีเอ็มโอ การตอนพันธุ์ การคัดสายพันธุ์มนุษย์ ซึ่งรวมถึงอาวุธร้ายรูปแบบต่างนั้น สร้างความเสียหายต่อชีวิต และบ้านเมืองสูงนัก การแก้ทำไม่ได้ง่าย (มีเขียนอยู่ในนิทานเรื่อง มายากลยุทธ) บ้านเรา ก็ขายเมล็ดพันธ์ทางเกษตร และผลผลิต แบบจีเอ็มโอ GMO ทั้งนั้น ซึ่งเป็นการทำลายสายพันธ์อย่างยิ่ง และต้นทุนสูง สร้างหนี้ให้เกษตรกรอย่างน่าสงสาร ขณะเดียวกัน ชีวิตและสุขภาพ ของกินผลิตผล ของจีเอ็มโอ ก็น่าเป็นห่วง ใครขาย ใครปล่อยให้ขาย จะทำลายกันถึงไหน…ใครมีดาบอาญาสิทธิ อยู่ในมือ ก็หันมาดูบ้าง เรื่องใหญ่นะครับ
    กลับมาที่ญี่ปุ่น ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 นั้น แม้อเมริกา จะมาทีหลังอังกฤษหลายสิบปี แต่อเมริกาก็สามารถแทรกเข้าไปในสังคม และการเมืองญี่ปุ่น ได้ผลอย่างเหลือเชื่อมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยเครื่องมือฟอกย้อม แบบ ฝังรากเทียมนี่แหละ
    ก่อนที่จะมีหน่วยงานข่าวกรอง หรือหน่วยสืบราชการลับ การหาข่าว ข้อมูล หรือสร้างเครือข่ายในประเทศเป้าหมาย ก็มักจะทำโดยพระ ผู้สอนศาสนา มิชชั่นนารี หรือหน่วยงานที่มาในรูปของการให้ความร่วมมือ การส่งเสริมทางสังคม วัฒนธรรม การศึกษา
    ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 อเมริกา ทดลองวิธีหาเหยื่อแบบใหม่ อเมริกา สร้าง Young Men’s Christian Association หรือ YMCA ส่งหนุ่มน้อยเดินสายไปทั่วทุกแห่ง เพื่อสังสรร และชวนเล่นกีฬา มีแต่คนเอ็นดู ทำให้อเมริกาได้ข้อมูล และสร้างเครือข่ายตามที่ต้องการ บ้านเราก็มีมาเหมือนกัน ท่านผู้อ่านนิทานคงเกิดไม่ทันกัน YMCA รุ่นแรก มาบ้านเราตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เข้ามาตั้งสำนักงานอยู่แถวถนนวรจักร พอสมัยสงครามเวียตนาม ก็ย้ายมาอยู่แถวถนนสาธร สถานที่กว้างขวาง มีคอร์ตเทนนิส โรงหนังโรงละคร ขนาดเล็ก เพื่อนำวัฒนธรรม หรือข้อมูล ที่อเมริกาต้องการฝังหัว ให้แก่สังคมไทย ส่วนที่อเมริกาเลือกแล้วว่า จะเป็นประโยชน์แก่ตัว หลังสงครามเวียตนาม เข้าใจว่า เปลี่ยนรูปแบบ ไม่ใช้ YMCA เพราะเชยไปแล้ว เปลี่ยนไปใช้แบบพันธ์ผสม มีตั้งแต่ สื่อ นักวิชาการ ครูบาอาจารย์ จนมาถึงนักเคลื่อนไหว เอ็นจีโอ นักสิทธิมนุษยชน ไปจนถึง คนคุมกำเนิด เฮ้อ..
    สำหรับท่านที่อ่านนิทาน ต้มข้ามศตวรรษมาแล้ว คงจำได้ว่า อเมริกาก็ส่ง YMCA เข้าไปในรัสเซีย ช่วงที่กำลังสร้างปฏิวัติให้รัสเซียในปี ค.ศ.1917 รวมทั้ง ส่งเข้าไปในจีน หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 จบใหม่ๆ แปลว่า อเมริกา มีแผนการ คิดกินรวบ ตั้งแต่รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น และเอเซียแปซิฟิกมานานแล้ว ไม่ต่างกับอังกฤษ เพียงแต่อเมริกา รอเวลากิน โดยดูตัวอย่างการกินของอังกฤษ ที่แม้จะดูเฉียบคม แต่ก็ทำให้เหยื่อตื่นและเชื่องยาก อเมริกาจึงคิดวิธีกินเหยื่อแบบใหม่ ชนิดเหยื่อเปิดบ้านนอนรอ…
    คนที่ถือธง นำ YMCA เข้ามาที่ญี่ปุ่น ในปี ค.ศ.1917 ชื่อ Frank Buchman เขาเข้ามาทำความรู้จักกับสังคมญี่ปุ่น ส่วนที่กำลังเห่อฝรั่ง สมาชิก YMCA ญี่ปุ่น มีตั้งแต่ ตระกูลใหญ่ อย่างสุมิโตโม และ มิตซุย ซึ่งเป็นเจ้าพ่อ บรรษัทใหญ่ ที่ผูกขาดธุรกิจของญี่ปุ่น และ บารอน ไออิชิ ชิบุซาวะ Eiichi Shibusawa นักธุรกิจใหญ่อีกคน ซึ่งเป็นคริสเตียน ที่มีความสนิทสนม และมีเครือข่ายกับทั้งฝั่งอังกฤษ และอเมริกา เป็นหัวหน้าสหภาพการค้าของญี่ปุ่น และเป็นผู้ริเริ่มตั้งคณะนิติศาสตร์ ที่ใช้หลักกฏหมายของเยอรมันขึ้น ที่มหาวิทยาลัยโตเกียว คุ้นๆ ไหมครับ
    เมื่อ ใช้ YMCA แทรกเข้าไปหาข้อมูล และสร้างเครือข่ายได้หลายปีกำลังดี นาย Frank Buchman ก็ไปจากญี่ปุ่น คราวนี้เขาไปตั้งสถาบันชื่อประหลาด Moral Rearmament Movement (MRA) เป็นขบวนการล้างสมองที่น่ากลัวมาก และกลับมาในญี่ปุ่นอีกครั้งในช่วงปี ค.ศ.1920 คราวนี้ เครือข่าย MRA ในญี่ปุ่นขยายใหญ่กว่าสมัยเป็น YMCA กระทรวงต่างประเทศของอเมริกาให้การสนับสนุน MRA เต็มที่ และในที่สุด MRA ก็เป็นเครื่องมือสำคัญอย่างหนึ่ง ที่อเมริกา โดยร้อกกี้เฟลเลอร์ และ ซีไอเอ ใช้สร้างและควบคุม เครือข่ายของตนในญี่ปุ่น (ในปี คศ 1930 MRA มีเครือข่ายอยู่ใน 2 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น และเยอรมัน)
    MRA เริ่มเข้าไปสร้างเครือข่าย ในมหาวิทยาลัยโตเกียว ที่มีนักศึกษาด้านกฏหมาย และเศรษฐศาสตร์ ตามทฤษฏีของ เยอรมัน และสร้างความคิดต่อต้านการเคลื่อนไหวของกรรมกร ผู้ที่สนับสนุนการต่อต้านกรรมกรอย่างเปิดเผย คือ นาย ซาซากาวา Sasagawa Ryoichi ซึ่งเป็นนักโทษร่วมรุ่น กับ นายคิชิ ที่คุก Sugamo และจูงมือออกจากคุกมาพร้อมกัน กับนายโคโดมะ ยากูซ่า
    นายซาซากาวา นั้น ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาเคยไปร่วมประชุมกับฮิตเล่อร์ และมุสโสลินี ที่พยายามสร้างเครือข่ายการร่วมมือระหว่าง ญี่ปุ่น อเมริกา อังกฤษ และนาซี เยอรมัน เพื่อต่อต้านโซเวียต มันเป็นโปรแกรมเดียวกับที่ MRA เสนอ ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแผนสลับข้าง
    และผู้ที่เป็นตัวเชื่อมสำคัญ ระหว่าง MRA หรืออเมริกากับกองทัพญี่ปุ่น ก็คือ
    นาย ซาซากาวา คนนี้เอง เขาเป็นพวกชาตินิยมหัวรุนแรง และได้ชื่อว่าเป็นมือที่มองไม่เห็น ชักใยประเทศญี่ปุ่นอยู่ถึง 50 ปี ตั้งแต่ช่วง ปี ค.ศ.1930 -1980
    ซาซากาวา เป็นชาวเมือง Minoo อยู่ใกล้ๆ กับ Osaka ร่ำรวยขึ้นมาจาการเก็งกำไรเรื่องข้าว ในปี ค.ศ.1927 ซาซากาวา ตั้งกลุ่มชื่อ Kokubosha หรือ National Defense Society และปี ค.ศ.1931 ตั้งอีกกลุ่มชื่อ Kokusui-Taihuto หรือ Mass Party of the Patriotic Peoples ทั้ง 2 สมาคม เป็นพวกขวาจัด ชาตินิยมรุนแรง
    นายซาซากาวา สร้างกองกำลังของตัวเองหลายหมื่นคน (น่าจะเป็นยากูซ่าแทบทั้งนั้น) นอกจากมีกองกำลังแล้ว เขายังมีเครื่องบินอีก 20 ลำ แถมลงทุนสร้างสนามบินส่วนตัวใกล้เมืองโอซากา ทั้งหมดเพื่อใช้ในการเข้าไปปฏืบัติการในจีน เพื่อปล้น และยึดทรัพยากร ขนทอง และเพชรจากจีนด้วยเครื่องบินของเขา เที่ยวละหลายสิบกระสอบ รวมทั้งฝิ่น หลายครั้ง 2 สมาคมของซาซากาวา ร่วมปฏิบัติการกับยากูซ่ากลุ่มมังกรดำ ที่นำโดย นายโคดามะ Yoshio Kodama ที่เป็นเพื่อนกัน และเป็นพวกขวาจัด และชาตินิยมเหมือนกัน
    กลุ่มชาตินิยมเหล่านี้ เข้าไปร่วมอยู่กับกองทัพญี่ปุ่นที่แมนจูเรีย และ มองโกเลีย โดยการรู้เห็นและสนับสนุนของกองทัพ รวมถึงรัฐบาลด้วย ก็ไม่รู้ว่าเรื่องนี้ มีส่วนกับพฤติกรรม ที่ทารุณโหดร้ายของกองทัพญี่ปุ่น มากน้อยแค่ไหน
    นาย ซาซากาวา นั้น เป็นผู้ที่มีเสียงดังฟังชัดว่า อยู่ฝ่ายประเทศมั่งคั่ง กองทัพแข็งแกร่ง เช่นเดียวกับนายโคดามะ และในช่วงที่การเมืองญี่ปุ่นแตกแยกเป็น 2 ฝ่าย ในช่วงก่อนปี ค.ศ.1931 นักการเมืองระดับนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ฝ่ายที่ไม่เอากองทัพถูกเก็บเป็นว่าเล่น ข่าวว่า เป็นฝีมือกลุ่มในสังกัดของ นายซาซากาวา เกือบทั้งสิ้น และด้วยเงินทุนของนายซาซากาวา ที่ได้มาจากการปล้นจีน ทิศทางของรัฐบาลญี่ปุ่น ก็จึงยิ่งเอียงมาทางให้กองทัพญี่ปุ่น ยกกำลังลงมาทางใต้ และมาบุกเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
    และในที่สุดกองทัพญี่ปุ่น ก็ตัดสินใจ ยกกำลังลงมาทางใต้ บุกเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ จริงๆ มันเป็นการตัดสินใจภายใต้คำแนะนำ ของ นาย Tsuji Masanobu นักยุทธศาสตร์คนสำคัญประจำกองทัพ ความสำคัญของเขา น่าจะมีมากกว่าระดับกองทัพด้วยซ้ำ มีข่าวว่า ภายหลัง เขามาวางยุทธศาสตร์การรบและตั้งกองบัญชาการอยู่ทางใต้ของบ้านเรา
    มันเป็นการตัดสินใจที่สอดคล้อง และก็เป็นไปตามโครงการ War and Peace Studies ของ CFR ที่ทำการศึกษาวางแผน อยู่ถึง 2 ปี ในช่วง คศ 1939-1940 ภายใต้การอำนายการของมูลนิธิร้อกกี้เฟลเลอร์

    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    27 ส.ค. 2558
    ไม่ตกสะเก็ด ตอนที่ 16 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ไม่ตกสะเก็ด” ตอน 16 ในปี ค.ศ.1941 ธุรกิจต่างชาติในญี่ปุ่น อยู่ในมืออเมริกา ถึง 3 ใน 4 และ เจ้าพ่ออเมริกาในญี่ปุ่น ก่อนปี ค.ศ.1941 คือ เจ พี มอร์แกน กับกลุ่มทุนอเมริกัน ที่เป็นฉากหน้าให้กับ รอทไชลด์ Rothschild บรรดาฑูตอเมริกัน ประจำญี่ปุ่น ในช่วงนั้น ส่วนใหญ่มาจากสายของมอร์แกน เช่น W Camaron Forbes นอกจากเป็นฑูตแล้ว ยังเป็นกรรมการคนหนึ่ง ของมอร์แกน ด้วย ส่วนอีกคน ที่มีบทบาทมาก คือ Joseph Grew (ที่มีเมีย ดองกับเมีย Jack Mogan) จึงไม่แปลก ที่กลุ่มมอร์แกนและอังกฤษ จะครอบญี่ปุ่น โดยการจับมือกับกลุ่มมิตซุย Mitsui ตระกูลใหญ่มากของญี่ปุ่น ที่ครอบงำธุรกิจในญี่ปุ่นอยู่แล้ว แต่ร้อกกี้เฟลเลอร์ ซึ่งสร้างอาณาจักรจาก (การปล้น) ทรัพยากร ไม่ใช่ จากธุรกิจการ (ปล้น) เงินและทำอุตสาหกรรมอย่างมอร์แกน คงไม่นั่งเฉยๆ ปล่อยให้ มอร์แกนและพวกพ้องอังกฤษ คาบเอาเอเซียแปซิฟิกไปง่ายๆ เขาตั้งใจ ยืนยัน และมุ่งมั่นว่า อเมริกา แต่ผู้เดียวเท่านั้น ที่จะเป็นผู้ครองโลก “โดยไม่แบ่งกับใคร” และมันต้องเป็นอเมริกา ภายใต้การครอบงำ ชักใยของเขาและพวกเท่านั้น ไม่ใช่ ใครอื่น และด้วยความตั้งใจ อย่างมุ่งมั่น เช่นนั้น ร้อกกี้เฟลเลอร์ ก็พร้อมที่จะทำทุกอย่าง เพื่อขยี้ และเขี่ย กลุ่มพันธมิตร ระหว่างมอร์แกน อังกฤษ (และมิตซุย ในกรณีของญี่ปุ่น) ให้แตกกระจุย สำหรับ การยึดเอเซียแปซิฟิก ร้อกกี้เฟลเลอร์ เริ่มต้นด้วยการใช้เครือข่ายของ Standard Oil ของเขา และมูลนิธิร้อกกี้เฟลเลอร์ ที่ไปเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่จีน ตั้งแต่ปี ค.ศ.1913 และร่วมมือกับตระกูล Harriman เจ้าพ่อ ทางรถไฟ ที่ร่ำรวยจากสร้างทางรถไฟในอเมริกายังไม่พอ จึงไปบุกตลาดจีน ช่วงเวลาใกล้เคียงกับร้อกกี้เฟลเลอร์ ตัวจักรใหญ่ ที่เดินสายจัดการตามแผนที่วางคือ สำนักงานฏหมายประจำตระกูลของร้อกกี้เฟลเลอร์ คือ Sullivan and Cromwell ท่านที่เคยอ่านนิทาน ต้มข้ามศตวรรษ คงพอจำได้ว่า ทางการของอเมริกา เจอบันทีก การจ่ายเงิน ของสำนักงานนี้ให้แก่ ซุนยัดเซ็น รวมทั้งข้อตกลงของซุนยัดเซ็น ที่จะมอบสัมปทานให้ เมื่อปฏิวัติจีนสำเร็จ หัวหน้าทนายใหญ่ ของสำนักงาน Sullivan and Cromwell คือ นาย John Foster Dulles ซึ่งต่อมา ได้เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ สมัยประธานาธิบดี Eisenhower ไอเซนฮาว มีนโยบายคัดค้านระบอบคอมมิวนิสม์ อย่างชนิดหัวชนฝา มันคงพออธิบายให้เราได้บ้างเกี่ยวกับตอนจบของ ซุนยัดเซ็น และขอเพิ่มเติมว่า ซุนยัดเซ็นนั้น ในตอนท้ายที่ป่วยและเสียชีวิตนั้น เขาป่วย และเสียชีวิตที่เมืองจีน ในสถานพยาบาล ที่มูลนิธิร้อกกี้เฟลเลอร์เป็นเจ้าของ ส่วนน้องชายของ John คือ Allan ก็ได้เป็นผู้อำนวยการ CIA สมัย Eisenhower เช่นเดียวกัน เรื่องของ Sullivan And Cromwell น่าจะมาเขียนเป็นเรื่องปล้น ภาคพิศดาร … การใช้สำนักงานกฏหมาย หรือตัวทนายความ ไม่ใช่เรื่องแปลก สมัยนี้ก็ยังใช้กันอยู่ ถ้าจำกันได้ ไอ้โจรร้ายบ้านเรา มันก็ใช้ทนายไปทำทุกเรื่อง โดยเฉพาะไอ้พวกขี้ลืม ชอบเอาห่อขนมก้อนใหญ่ๆ ไปลืมทิ้งไว้ที่โน่นที่นี่ ส่วนไอ้พวกนักล้อบบี้ฝรั่ง ที่ชอบมาสร้างเรื่องระยำในบ้านเรา ก็ทนายทั้งนั้นครับ น่าเสียดายจริงๆ เป็นวิชาชีพที่ช่วยคนได้มาก คนโบราณท่านถึงให้เกียรติเรียกหมอความ แต่ก็มีที่เอาอาชีพที่ดี มาช่วยคนชั่วกัน แต่ร้อกกี้เฟลเลอร์ นี่ ก็น่าจะเป็นเจ้าของโรงฟอกย้อมต้วจริง เขาคิดเครื่องมือฟอกย้อม soft power ได้อย่างฝั่งรากลึก แม้จะเป็นรากเทียม แต่ดูเหมือน เมื่อฝังลงไปแล้ว จะทำลายรากจริงได้ด้วยการสร้างรากเทียมของเขา ตั้งแต่การสร้างมหาวิทยาลัย การคิดหลักสูตร เจาะลึกไปในแต่ละท้องที่ ที่เรียกว่า area studies ให้รู้จุดอ่อน จุดแข็งของเหยื่อแต่ละราย และถ้าสังเกตกันให้ดี ขบวนการล้มเจ้า ทำลายความมั่นคงของประเทศเรา ส่วนใหญ่ ก็เริ่มมาจากไอ้พวกอาจารย์ ที่ไปเรียนวิชาเฉพาะ area studies และบางคน ก็ยังสอนวิชานี้อยู่ในมหาวิทยาลัยต่างประเทศ เช่นอเมริกา และญี่ปุ่น เพราะอะไรหรือ เพราะสถาบันกษัตริย์ เป็นจุดแข็ง เป็นความมั่นคงอย่างสำคัญของประเทศเรา มันอยากจะกินเรา ครอบเรา มันก็ใช้วิธีการ บ่อนทำลายจุดแข็งนั้น และอีกวิธีการ ที่น่ากลัวอย่างยิ่ง ที่เรียกว่า consent management วิธีจัดการให้คนยินยอม และเห็นพ้องด้วย ตามเหตุผลที่เขา “สร้าง” ขึ้นมาให้เราหลงเชื่อ ผมเขียนเรื่องพวกนี้ไว้ในนิทานเรื่องแกะรอยนักล่า ช่วยประหยัดเวลาคนแก่ ไปเอามาอ่านกันหน่อย จะได้เข้าใจว่า เขาฝังรากเทียมให้เราอย่างไร ถึงแก้ยากแก้เย็นนัก จนลืมรากเหง้าของแท้ของเรากัน แต่ร้อกกี้เฟลเลอร์ ไม่ใช่นักการเงิน (แม้จะเป็นเจ้าของธนาคาร Chase Manhattan ที่เคยใหญ่คับโลก รวมทั้งในเมืองไทย ช่วงสงครามเวียตนาม และหลังจากนั้น ) เขาเป็นคนชอบวิทยาศาสตร์ จึงค้นคิดสูตรครองโลกเชิงวิทยาศาสตร์ ซึ่งน่ากลัวกว่า ด้านการเงิน การเงินพอแก้เกมกันได้ แต่ด้านวิทยาศาสตร์ เช่น การเกษตร พันธุ์ จีเอ็มโอ การตอนพันธุ์ การคัดสายพันธุ์มนุษย์ ซึ่งรวมถึงอาวุธร้ายรูปแบบต่างนั้น สร้างความเสียหายต่อชีวิต และบ้านเมืองสูงนัก การแก้ทำไม่ได้ง่าย (มีเขียนอยู่ในนิทานเรื่อง มายากลยุทธ) บ้านเรา ก็ขายเมล็ดพันธ์ทางเกษตร และผลผลิต แบบจีเอ็มโอ GMO ทั้งนั้น ซึ่งเป็นการทำลายสายพันธ์อย่างยิ่ง และต้นทุนสูง สร้างหนี้ให้เกษตรกรอย่างน่าสงสาร ขณะเดียวกัน ชีวิตและสุขภาพ ของกินผลิตผล ของจีเอ็มโอ ก็น่าเป็นห่วง ใครขาย ใครปล่อยให้ขาย จะทำลายกันถึงไหน…ใครมีดาบอาญาสิทธิ อยู่ในมือ ก็หันมาดูบ้าง เรื่องใหญ่นะครับ กลับมาที่ญี่ปุ่น ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 นั้น แม้อเมริกา จะมาทีหลังอังกฤษหลายสิบปี แต่อเมริกาก็สามารถแทรกเข้าไปในสังคม และการเมืองญี่ปุ่น ได้ผลอย่างเหลือเชื่อมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยเครื่องมือฟอกย้อม แบบ ฝังรากเทียมนี่แหละ ก่อนที่จะมีหน่วยงานข่าวกรอง หรือหน่วยสืบราชการลับ การหาข่าว ข้อมูล หรือสร้างเครือข่ายในประเทศเป้าหมาย ก็มักจะทำโดยพระ ผู้สอนศาสนา มิชชั่นนารี หรือหน่วยงานที่มาในรูปของการให้ความร่วมมือ การส่งเสริมทางสังคม วัฒนธรรม การศึกษา ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 อเมริกา ทดลองวิธีหาเหยื่อแบบใหม่ อเมริกา สร้าง Young Men’s Christian Association หรือ YMCA ส่งหนุ่มน้อยเดินสายไปทั่วทุกแห่ง เพื่อสังสรร และชวนเล่นกีฬา มีแต่คนเอ็นดู ทำให้อเมริกาได้ข้อมูล และสร้างเครือข่ายตามที่ต้องการ บ้านเราก็มีมาเหมือนกัน ท่านผู้อ่านนิทานคงเกิดไม่ทันกัน YMCA รุ่นแรก มาบ้านเราตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เข้ามาตั้งสำนักงานอยู่แถวถนนวรจักร พอสมัยสงครามเวียตนาม ก็ย้ายมาอยู่แถวถนนสาธร สถานที่กว้างขวาง มีคอร์ตเทนนิส โรงหนังโรงละคร ขนาดเล็ก เพื่อนำวัฒนธรรม หรือข้อมูล ที่อเมริกาต้องการฝังหัว ให้แก่สังคมไทย ส่วนที่อเมริกาเลือกแล้วว่า จะเป็นประโยชน์แก่ตัว หลังสงครามเวียตนาม เข้าใจว่า เปลี่ยนรูปแบบ ไม่ใช้ YMCA เพราะเชยไปแล้ว เปลี่ยนไปใช้แบบพันธ์ผสม มีตั้งแต่ สื่อ นักวิชาการ ครูบาอาจารย์ จนมาถึงนักเคลื่อนไหว เอ็นจีโอ นักสิทธิมนุษยชน ไปจนถึง คนคุมกำเนิด เฮ้อ.. สำหรับท่านที่อ่านนิทาน ต้มข้ามศตวรรษมาแล้ว คงจำได้ว่า อเมริกาก็ส่ง YMCA เข้าไปในรัสเซีย ช่วงที่กำลังสร้างปฏิวัติให้รัสเซียในปี ค.ศ.1917 รวมทั้ง ส่งเข้าไปในจีน หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 จบใหม่ๆ แปลว่า อเมริกา มีแผนการ คิดกินรวบ ตั้งแต่รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น และเอเซียแปซิฟิกมานานแล้ว ไม่ต่างกับอังกฤษ เพียงแต่อเมริกา รอเวลากิน โดยดูตัวอย่างการกินของอังกฤษ ที่แม้จะดูเฉียบคม แต่ก็ทำให้เหยื่อตื่นและเชื่องยาก อเมริกาจึงคิดวิธีกินเหยื่อแบบใหม่ ชนิดเหยื่อเปิดบ้านนอนรอ… คนที่ถือธง นำ YMCA เข้ามาที่ญี่ปุ่น ในปี ค.ศ.1917 ชื่อ Frank Buchman เขาเข้ามาทำความรู้จักกับสังคมญี่ปุ่น ส่วนที่กำลังเห่อฝรั่ง สมาชิก YMCA ญี่ปุ่น มีตั้งแต่ ตระกูลใหญ่ อย่างสุมิโตโม และ มิตซุย ซึ่งเป็นเจ้าพ่อ บรรษัทใหญ่ ที่ผูกขาดธุรกิจของญี่ปุ่น และ บารอน ไออิชิ ชิบุซาวะ Eiichi Shibusawa นักธุรกิจใหญ่อีกคน ซึ่งเป็นคริสเตียน ที่มีความสนิทสนม และมีเครือข่ายกับทั้งฝั่งอังกฤษ และอเมริกา เป็นหัวหน้าสหภาพการค้าของญี่ปุ่น และเป็นผู้ริเริ่มตั้งคณะนิติศาสตร์ ที่ใช้หลักกฏหมายของเยอรมันขึ้น ที่มหาวิทยาลัยโตเกียว คุ้นๆ ไหมครับ เมื่อ ใช้ YMCA แทรกเข้าไปหาข้อมูล และสร้างเครือข่ายได้หลายปีกำลังดี นาย Frank Buchman ก็ไปจากญี่ปุ่น คราวนี้เขาไปตั้งสถาบันชื่อประหลาด Moral Rearmament Movement (MRA) เป็นขบวนการล้างสมองที่น่ากลัวมาก และกลับมาในญี่ปุ่นอีกครั้งในช่วงปี ค.ศ.1920 คราวนี้ เครือข่าย MRA ในญี่ปุ่นขยายใหญ่กว่าสมัยเป็น YMCA กระทรวงต่างประเทศของอเมริกาให้การสนับสนุน MRA เต็มที่ และในที่สุด MRA ก็เป็นเครื่องมือสำคัญอย่างหนึ่ง ที่อเมริกา โดยร้อกกี้เฟลเลอร์ และ ซีไอเอ ใช้สร้างและควบคุม เครือข่ายของตนในญี่ปุ่น (ในปี คศ 1930 MRA มีเครือข่ายอยู่ใน 2 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น และเยอรมัน) MRA เริ่มเข้าไปสร้างเครือข่าย ในมหาวิทยาลัยโตเกียว ที่มีนักศึกษาด้านกฏหมาย และเศรษฐศาสตร์ ตามทฤษฏีของ เยอรมัน และสร้างความคิดต่อต้านการเคลื่อนไหวของกรรมกร ผู้ที่สนับสนุนการต่อต้านกรรมกรอย่างเปิดเผย คือ นาย ซาซากาวา Sasagawa Ryoichi ซึ่งเป็นนักโทษร่วมรุ่น กับ นายคิชิ ที่คุก Sugamo และจูงมือออกจากคุกมาพร้อมกัน กับนายโคโดมะ ยากูซ่า นายซาซากาวา นั้น ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาเคยไปร่วมประชุมกับฮิตเล่อร์ และมุสโสลินี ที่พยายามสร้างเครือข่ายการร่วมมือระหว่าง ญี่ปุ่น อเมริกา อังกฤษ และนาซี เยอรมัน เพื่อต่อต้านโซเวียต มันเป็นโปรแกรมเดียวกับที่ MRA เสนอ ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแผนสลับข้าง และผู้ที่เป็นตัวเชื่อมสำคัญ ระหว่าง MRA หรืออเมริกากับกองทัพญี่ปุ่น ก็คือ นาย ซาซากาวา คนนี้เอง เขาเป็นพวกชาตินิยมหัวรุนแรง และได้ชื่อว่าเป็นมือที่มองไม่เห็น ชักใยประเทศญี่ปุ่นอยู่ถึง 50 ปี ตั้งแต่ช่วง ปี ค.ศ.1930 -1980 ซาซากาวา เป็นชาวเมือง Minoo อยู่ใกล้ๆ กับ Osaka ร่ำรวยขึ้นมาจาการเก็งกำไรเรื่องข้าว ในปี ค.ศ.1927 ซาซากาวา ตั้งกลุ่มชื่อ Kokubosha หรือ National Defense Society และปี ค.ศ.1931 ตั้งอีกกลุ่มชื่อ Kokusui-Taihuto หรือ Mass Party of the Patriotic Peoples ทั้ง 2 สมาคม เป็นพวกขวาจัด ชาตินิยมรุนแรง นายซาซากาวา สร้างกองกำลังของตัวเองหลายหมื่นคน (น่าจะเป็นยากูซ่าแทบทั้งนั้น) นอกจากมีกองกำลังแล้ว เขายังมีเครื่องบินอีก 20 ลำ แถมลงทุนสร้างสนามบินส่วนตัวใกล้เมืองโอซากา ทั้งหมดเพื่อใช้ในการเข้าไปปฏืบัติการในจีน เพื่อปล้น และยึดทรัพยากร ขนทอง และเพชรจากจีนด้วยเครื่องบินของเขา เที่ยวละหลายสิบกระสอบ รวมทั้งฝิ่น หลายครั้ง 2 สมาคมของซาซากาวา ร่วมปฏิบัติการกับยากูซ่ากลุ่มมังกรดำ ที่นำโดย นายโคดามะ Yoshio Kodama ที่เป็นเพื่อนกัน และเป็นพวกขวาจัด และชาตินิยมเหมือนกัน กลุ่มชาตินิยมเหล่านี้ เข้าไปร่วมอยู่กับกองทัพญี่ปุ่นที่แมนจูเรีย และ มองโกเลีย โดยการรู้เห็นและสนับสนุนของกองทัพ รวมถึงรัฐบาลด้วย ก็ไม่รู้ว่าเรื่องนี้ มีส่วนกับพฤติกรรม ที่ทารุณโหดร้ายของกองทัพญี่ปุ่น มากน้อยแค่ไหน นาย ซาซากาวา นั้น เป็นผู้ที่มีเสียงดังฟังชัดว่า อยู่ฝ่ายประเทศมั่งคั่ง กองทัพแข็งแกร่ง เช่นเดียวกับนายโคดามะ และในช่วงที่การเมืองญี่ปุ่นแตกแยกเป็น 2 ฝ่าย ในช่วงก่อนปี ค.ศ.1931 นักการเมืองระดับนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ฝ่ายที่ไม่เอากองทัพถูกเก็บเป็นว่าเล่น ข่าวว่า เป็นฝีมือกลุ่มในสังกัดของ นายซาซากาวา เกือบทั้งสิ้น และด้วยเงินทุนของนายซาซากาวา ที่ได้มาจากการปล้นจีน ทิศทางของรัฐบาลญี่ปุ่น ก็จึงยิ่งเอียงมาทางให้กองทัพญี่ปุ่น ยกกำลังลงมาทางใต้ และมาบุกเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และในที่สุดกองทัพญี่ปุ่น ก็ตัดสินใจ ยกกำลังลงมาทางใต้ บุกเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ จริงๆ มันเป็นการตัดสินใจภายใต้คำแนะนำ ของ นาย Tsuji Masanobu นักยุทธศาสตร์คนสำคัญประจำกองทัพ ความสำคัญของเขา น่าจะมีมากกว่าระดับกองทัพด้วยซ้ำ มีข่าวว่า ภายหลัง เขามาวางยุทธศาสตร์การรบและตั้งกองบัญชาการอยู่ทางใต้ของบ้านเรา มันเป็นการตัดสินใจที่สอดคล้อง และก็เป็นไปตามโครงการ War and Peace Studies ของ CFR ที่ทำการศึกษาวางแผน อยู่ถึง 2 ปี ในช่วง คศ 1939-1940 ภายใต้การอำนายการของมูลนิธิร้อกกี้เฟลเลอร์ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 27 ส.ค. 2558
    0 Comments 0 Shares 145 Views 0 Reviews
  • ท่องเที่ยวดูเพลินๆ
    https://youtu.be/JviLqfgWr1E?si=4IQtZekaRmzRQMWA
    #makeawakeคุ้มค่าตื่น
    #HertzThailand
    #เที่ยวไทย
    #ชลบุรี
    #Thailand

    ท่องเที่ยวดูเพลินๆ https://youtu.be/JviLqfgWr1E?si=4IQtZekaRmzRQMWA #makeawakeคุ้มค่าตื่น #HertzThailand #เที่ยวไทย #ชลบุรี #Thailand
    0 Comments 0 Shares 39 Views 0 Reviews
  • มูลค่านักเตะ แมนยูลดลง 29/11/68 #มูลค่านักเตะ #แมนยู #ปีศาจแดง #CIES Football
    มูลค่านักเตะ แมนยูลดลง 29/11/68 #มูลค่านักเตะ #แมนยู #ปีศาจแดง #CIES Football
    Like
    2
    0 Comments 0 Shares 94 Views 0 0 Reviews
More Results