• Nitrux 5.1 ออกแล้ว — ดิสโทร Immutable พร้อม Linux Kernel 6.18 LTS และเครื่องมือใหม่เพียบ

    Nitrux 5.1 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะดิสโทรแบบ Immutable Linux ที่เน้นความปลอดภัยและเสถียรภาพ โดยรุ่นนี้มาพร้อม Linux Kernel 6.18 LTS ซึ่งเป็นเวอร์ชันระยะยาวที่รองรับฮาร์ดแวร์ใหม่และเพิ่มความเสถียรให้กับระบบมากขึ้น การอัปเดตครั้งนี้ยังรวมเครื่องมือใหม่หลายตัวที่ช่วยให้ผู้ใช้จัดการระบบได้ง่ายขึ้นแม้จะเป็นดิสโทรแบบ Immutable

    Nitrux ยังคงใช้ NX Desktop และ Maui Shell เป็นส่วนติดต่อผู้ใช้หลัก พร้อมปรับปรุงประสิทธิภาพและความลื่นไหลของระบบ โดยเฉพาะในงานกราฟิกและการจัดการหน้าต่าง นอกจากนี้ยังมีการอัปเดตแพ็กเกจสำคัญ เช่น KDE Plasma, Frameworks และแอปพลิเคชัน Maui เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ทันสมัยและสอดคล้องกับเทคโนโลยีล่าสุด

    ในด้านความปลอดภัย Nitrux 5.1 ยังคงใช้ระบบ overlay-based root filesystem ที่ป้องกันการแก้ไขไฟล์ระบบโดยตรง ทำให้มัลแวร์หรือการตั้งค่าที่ผิดพลาดไม่สามารถทำลายระบบได้ง่าย ผู้ใช้สามารถอัปเดตระบบแบบ atomic update และ rollback ได้ทันทีหากเกิดปัญหา ซึ่งเป็นจุดเด่นของดิสโทร Immutable ยุคใหม่

    การอัปเดตนี้ยังรวมเครื่องมือใหม่ เช่น ตัวจัดการระบบแบบ command-line, ตัวช่วยตั้งค่าเครือข่าย และเครื่องมือสำหรับจัดการ container หรือ sandbox ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ระดับ power user และ sysadmin ทำงานได้สะดวกขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องมือภายนอก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Nitrux 5.1 เปิดตัวพร้อม Linux Kernel 6.18 LTS
    รองรับฮาร์ดแวร์ใหม่และเพิ่มเสถียรภาพ

    เป็นดิสโทรแบบ Immutable
    ใช้ระบบ overlay ป้องกันการแก้ไขไฟล์ระบบ

    อัปเดต KDE Plasma, Frameworks และ Maui Apps
    ประสบการณ์ใช้งานลื่นขึ้นและทันสมัยกว่าเดิม

    เพิ่มเครื่องมือใหม่หลายตัวสำหรับการจัดการระบบ
    เหมาะสำหรับ power user และ sysadmin

    คำเตือน / ความเสี่ยง
    ดิสโทร Immutable อาจไม่เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการปรับแต่งระบบลึก ๆ
    การแก้ไขไฟล์ระบบโดยตรงทำไม่ได้

    การใช้เทคโนโลยีใหม่อาจทำให้บางแอปยังไม่รองรับเต็มที่
    โดยเฉพาะแอปที่ต้องการเขียนลงระบบ

    การ rollback หรือ update แบบ atomic ต้องเข้าใจโครงสร้างระบบ
    ผู้ใช้ใหม่อาจสับสนหากไม่คุ้นกับแนวคิด Immutable

    https://9to5linux.com/immutable-distro-nitrux-5-1-released-with-linux-kernel-6-18-lts-new-tools
    📰 🧊 Nitrux 5.1 ออกแล้ว — ดิสโทร Immutable พร้อม Linux Kernel 6.18 LTS และเครื่องมือใหม่เพียบ Nitrux 5.1 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะดิสโทรแบบ Immutable Linux ที่เน้นความปลอดภัยและเสถียรภาพ โดยรุ่นนี้มาพร้อม Linux Kernel 6.18 LTS ซึ่งเป็นเวอร์ชันระยะยาวที่รองรับฮาร์ดแวร์ใหม่และเพิ่มความเสถียรให้กับระบบมากขึ้น การอัปเดตครั้งนี้ยังรวมเครื่องมือใหม่หลายตัวที่ช่วยให้ผู้ใช้จัดการระบบได้ง่ายขึ้นแม้จะเป็นดิสโทรแบบ Immutable Nitrux ยังคงใช้ NX Desktop และ Maui Shell เป็นส่วนติดต่อผู้ใช้หลัก พร้อมปรับปรุงประสิทธิภาพและความลื่นไหลของระบบ โดยเฉพาะในงานกราฟิกและการจัดการหน้าต่าง นอกจากนี้ยังมีการอัปเดตแพ็กเกจสำคัญ เช่น KDE Plasma, Frameworks และแอปพลิเคชัน Maui เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ทันสมัยและสอดคล้องกับเทคโนโลยีล่าสุด ในด้านความปลอดภัย Nitrux 5.1 ยังคงใช้ระบบ overlay-based root filesystem ที่ป้องกันการแก้ไขไฟล์ระบบโดยตรง ทำให้มัลแวร์หรือการตั้งค่าที่ผิดพลาดไม่สามารถทำลายระบบได้ง่าย ผู้ใช้สามารถอัปเดตระบบแบบ atomic update และ rollback ได้ทันทีหากเกิดปัญหา ซึ่งเป็นจุดเด่นของดิสโทร Immutable ยุคใหม่ การอัปเดตนี้ยังรวมเครื่องมือใหม่ เช่น ตัวจัดการระบบแบบ command-line, ตัวช่วยตั้งค่าเครือข่าย และเครื่องมือสำหรับจัดการ container หรือ sandbox ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ระดับ power user และ sysadmin ทำงานได้สะดวกขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องมือภายนอก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Nitrux 5.1 เปิดตัวพร้อม Linux Kernel 6.18 LTS ➡️ รองรับฮาร์ดแวร์ใหม่และเพิ่มเสถียรภาพ ✅ เป็นดิสโทรแบบ Immutable ➡️ ใช้ระบบ overlay ป้องกันการแก้ไขไฟล์ระบบ ✅ อัปเดต KDE Plasma, Frameworks และ Maui Apps ➡️ ประสบการณ์ใช้งานลื่นขึ้นและทันสมัยกว่าเดิม ✅ เพิ่มเครื่องมือใหม่หลายตัวสำหรับการจัดการระบบ ➡️ เหมาะสำหรับ power user และ sysadmin คำเตือน / ความเสี่ยง ‼️ ดิสโทร Immutable อาจไม่เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการปรับแต่งระบบลึก ๆ ⛔ การแก้ไขไฟล์ระบบโดยตรงทำไม่ได้ ‼️ การใช้เทคโนโลยีใหม่อาจทำให้บางแอปยังไม่รองรับเต็มที่ ⛔ โดยเฉพาะแอปที่ต้องการเขียนลงระบบ ‼️ การ rollback หรือ update แบบ atomic ต้องเข้าใจโครงสร้างระบบ ⛔ ผู้ใช้ใหม่อาจสับสนหากไม่คุ้นกับแนวคิด Immutable https://9to5linux.com/immutable-distro-nitrux-5-1-released-with-linux-kernel-6-18-lts-new-tools
    9TO5LINUX.COM
    Immutable Distro Nitrux 5.1 Released with Linux Kernel 6.18 LTS, New Tools - 9to5Linux
    Nitrux 5.1 distribution is now available for download with Linux kernel 6.18 LTS, new tools, updated components. and other changes.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 84 มุมมอง 0 รีวิว
  • สหรัฐฯ เปิดตัวแนวทางโภชนาการใหม่ “Eat Real Food” ปฏิวัติพฤติกรรมการกินของคนทั้งประเทศ

    แนวทางโภชนาการใหม่ของสหรัฐฯ ภายใต้แคมเปญ “Eat Real Food” กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในวงการสุขภาพ เพราะเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลออกมาระบุอย่างชัดเจนว่า อาหารแปรรูปสูงคือปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดโรคเรื้อรังในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แนวทางใหม่นี้เน้นให้ประชาชนกลับมากินอาหารที่ “เป็นอาหารจริง” คืออาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อยที่สุด มีสารอาหารหนาแน่น และเกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่น ผัก ผลไม้ โปรตีนคุณภาพดี และไขมันดี

    การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากข้อมูลด้านสุขภาพในสหรัฐฯ ชี้ชัดว่าอัตราโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน และโรคหัวใจ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากคำแนะนำด้านอาหารในอดีตที่ให้ความสำคัญกับอาหารแปรรูปและคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป แนวทางใหม่จึงพยายาม “รื้อระบบ” และสร้างวัฒนธรรมการกินที่ตั้งอยู่บนหลักวิทยาศาสตร์และความรับผิดชอบต่อสุขภาพของประชาชน

    นอกจากนี้ แนวทางใหม่นี้ยังให้ความสำคัญกับโปรตีนและผักมากขึ้น พร้อมทั้งชี้แจงบทบาทของไขมันดีและการลดน้ำตาลเติมแต่งอย่างจริงจัง ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยล่าสุดจากหลายสถาบันที่พบว่าอาหารแปรรูปสูงส่งผลต่อระบบเผาผลาญ ฮอร์โมนความหิว และพฤติกรรมการกินเกินความจำเป็น การเน้นอาหารจริงจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่เพียงการควบคุมแคลอรีเท่านั้น

    ท้ายที่สุด แนวทาง “Eat Real Food” ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็น “สูตรไดเอตเคร่งครัด” แต่เป็นกรอบคิดที่ช่วยให้คนทั่วไปเลือกอาหารได้ดีขึ้นในชีวิตประจำวัน โดยมีเอกสารประกอบ เช่น Daily Servings Guide และ Scientific Foundation ให้ประชาชนและผู้เชี่ยวชาญใช้เป็นแนวทางในการปรับพฤติกรรมการกินอย่างยั่งยืน

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สหรัฐฯ เปิดตัวแนวทางโภชนาการใหม่ “Eat Real Food”
    เน้นอาหารที่เป็นธรรมชาติ แปรรูปน้อย และมีสารอาหารหนาแน่น

    ชี้ชัดว่าอาหารแปรรูปสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคเรื้อรัง
    โรคที่เกี่ยวข้อง เช่น เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ

    แนวทางใหม่ให้ความสำคัญกับโปรตีน ผัก ไขมันดี และการลดน้ำตาล
    สอดคล้องกับงานวิจัยด้านเมตาบอลิซึมและพฤติกรรมการกิน

    ไม่ใช่ไดเอตเคร่งครัด แต่เป็นกรอบคิดเพื่อเลือกอาหารที่ดีขึ้น
    มีเอกสารประกอบ เช่น Daily Servings Guide และ Scientific Foundation

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    การบริโภคอาหารแปรรูปสูงยังคงเป็นปัญหาใหญ่ในสหรัฐฯ
    ส่งผลต่อระบบเผาผลาญและเพิ่มความเสี่ยงโรคเรื้อรัง

    การเปลี่ยนพฤติกรรมการกินต้องอาศัยเวลาและความสม่ำเสมอ
    หากทำแบบหักดิบอาจทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหารหรือโยโย่

    การตีความคำว่า “อาหารจริง” อาจคลาดเคลื่อนหากไม่ศึกษาจากแหล่งข้อมูลที่ถูกต้อง
    อาจทำให้หลีกเลี่ยงอาหารบางชนิดโดยไม่จำเป็น

    https://realfood.gov/
    🥦 สหรัฐฯ เปิดตัวแนวทางโภชนาการใหม่ “Eat Real Food” ปฏิวัติพฤติกรรมการกินของคนทั้งประเทศ แนวทางโภชนาการใหม่ของสหรัฐฯ ภายใต้แคมเปญ “Eat Real Food” กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในวงการสุขภาพ เพราะเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลออกมาระบุอย่างชัดเจนว่า อาหารแปรรูปสูงคือปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดโรคเรื้อรังในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แนวทางใหม่นี้เน้นให้ประชาชนกลับมากินอาหารที่ “เป็นอาหารจริง” คืออาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อยที่สุด มีสารอาหารหนาแน่น และเกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่น ผัก ผลไม้ โปรตีนคุณภาพดี และไขมันดี การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากข้อมูลด้านสุขภาพในสหรัฐฯ ชี้ชัดว่าอัตราโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน และโรคหัวใจ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากคำแนะนำด้านอาหารในอดีตที่ให้ความสำคัญกับอาหารแปรรูปและคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป แนวทางใหม่จึงพยายาม “รื้อระบบ” และสร้างวัฒนธรรมการกินที่ตั้งอยู่บนหลักวิทยาศาสตร์และความรับผิดชอบต่อสุขภาพของประชาชน นอกจากนี้ แนวทางใหม่นี้ยังให้ความสำคัญกับโปรตีนและผักมากขึ้น พร้อมทั้งชี้แจงบทบาทของไขมันดีและการลดน้ำตาลเติมแต่งอย่างจริงจัง ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยล่าสุดจากหลายสถาบันที่พบว่าอาหารแปรรูปสูงส่งผลต่อระบบเผาผลาญ ฮอร์โมนความหิว และพฤติกรรมการกินเกินความจำเป็น การเน้นอาหารจริงจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่เพียงการควบคุมแคลอรีเท่านั้น ท้ายที่สุด แนวทาง “Eat Real Food” ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็น “สูตรไดเอตเคร่งครัด” แต่เป็นกรอบคิดที่ช่วยให้คนทั่วไปเลือกอาหารได้ดีขึ้นในชีวิตประจำวัน โดยมีเอกสารประกอบ เช่น Daily Servings Guide และ Scientific Foundation ให้ประชาชนและผู้เชี่ยวชาญใช้เป็นแนวทางในการปรับพฤติกรรมการกินอย่างยั่งยืน 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สหรัฐฯ เปิดตัวแนวทางโภชนาการใหม่ “Eat Real Food” ➡️ เน้นอาหารที่เป็นธรรมชาติ แปรรูปน้อย และมีสารอาหารหนาแน่น ✅ ชี้ชัดว่าอาหารแปรรูปสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคเรื้อรัง ➡️ โรคที่เกี่ยวข้อง เช่น เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ ✅ แนวทางใหม่ให้ความสำคัญกับโปรตีน ผัก ไขมันดี และการลดน้ำตาล ➡️ สอดคล้องกับงานวิจัยด้านเมตาบอลิซึมและพฤติกรรมการกิน ✅ ไม่ใช่ไดเอตเคร่งครัด แต่เป็นกรอบคิดเพื่อเลือกอาหารที่ดีขึ้น ➡️ มีเอกสารประกอบ เช่น Daily Servings Guide และ Scientific Foundation คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ การบริโภคอาหารแปรรูปสูงยังคงเป็นปัญหาใหญ่ในสหรัฐฯ ⛔ ส่งผลต่อระบบเผาผลาญและเพิ่มความเสี่ยงโรคเรื้อรัง ‼️ การเปลี่ยนพฤติกรรมการกินต้องอาศัยเวลาและความสม่ำเสมอ ⛔ หากทำแบบหักดิบอาจทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหารหรือโยโย่ ‼️ การตีความคำว่า “อาหารจริง” อาจคลาดเคลื่อนหากไม่ศึกษาจากแหล่งข้อมูลที่ถูกต้อง ⛔ อาจทำให้หลีกเลี่ยงอาหารบางชนิดโดยไม่จำเป็น https://realfood.gov/
    REALFOOD.GOV
    America's New Dietary Guidelines
    The Dietary Guidelines for Americans reset U.S. nutrition policy by restoring science, common sense, and real food as the foundation of national health.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 121 มุมมอง 0 รีวิว
  • Opus 4.5: โมเดล AI ที่เขย่าวงการพัฒนาแอป—จากงานเล่น ๆ สู่การสร้างระบบจริงในไม่กี่ชั่วโมง

    Opus 4.5 ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางว่าเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของ AI coding agents เพราะมันไม่ได้แค่ช่วยเขียนโค้ด แต่สามารถ สร้างแอปทั้งตัว ตั้งแต่ UI, backend, integration, automation ไปจนถึง deployment ได้แทบครบวงจร ผู้เขียนบทความทดลองให้ Opus 4.5 สร้างโปรเจกต์จริงหลายตัว และพบว่ามันสามารถแก้ปัญหาเอง อ่าน error logs เอง และ iterate จนกว่าระบบจะทำงานได้—สิ่งที่ AI รุ่นก่อนทำไม่ได้เลย

    สิ่งที่น่าตกใจคือโปรเจกต์ที่ปกติใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน กลับถูกสร้างเสร็จภายใน “ไม่กี่ชั่วโมง” เช่น แอปแปลงไฟล์ภาพบน Windows, แอปบันทึกหน้าจอพร้อมเครื่องมือแก้ไขภาพ/วิดีโอ, ระบบโพสต์ภาพลง Facebook แบบอัตโนมัติ และแอปจัดการเส้นทางงานของธุรกิจจริง—all built almost entirely by Opus 4.5

    ผู้เขียนยอมรับตรง ๆ ว่าเขา “ไม่รู้โค้ดที่ AI สร้างทำงานอย่างไร” โดยเฉพาะภาษาอย่าง Swift ที่เขาไม่เคยเขียน แต่ Opus 4.5 ก็ยังสามารถ debug และแก้ปัญหาเองได้จนจบงาน ทำให้เกิดคำถามใหม่ว่า มนุษย์จำเป็นต้องอ่านโค้ดอีกต่อไปหรือไม่ เมื่อ AI สามารถเขียน–แก้–ปรับปรุงได้เองทั้งหมด

    ท้ายบทความ ผู้เขียนสะท้อนความรู้สึกทั้งตื่นเต้นและหวั่นใจ—เพราะสิ่งที่เขาใช้เวลาทั้งชีวิตเรียนรู้ กลายเป็นสิ่งที่ AI ทำได้ง่าย ๆ ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่ก็ยอมรับว่าโลกกำลังเปลี่ยน และสิ่งที่ควรทำคือ “ลงมือสร้าง” แทนที่จะกลัวการเปลี่ยนแปลง พร้อมเตือนว่าอย่างน้อยที่สุด… ควรรู้ว่า API keys ของตัวเองอยู่ตรงไหน

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Opus 4.5 ทำงานได้เหนือกว่า AI coding agents รุ่นก่อนมาก
    สามารถอ่าน error logs, แก้ปัญหา, และ iterate เองจนระบบทำงานได้

    ผู้เขียนใช้ Opus 4.5 สร้างหลายโปรเจกต์จริงในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง
    เช่น แอปแปลงภาพ, แอปบันทึกหน้าจอ, ระบบโพสต์ Facebook อัตโนมัติ, แอปจัดการเส้นทางงาน

    AI สามารถสร้างทั้ง frontend, backend, integration และ deployment
    ใช้ Firebase CLI, dotnet CLI และเครื่องมืออื่น ๆ โดยไม่ต้องสอนมาก

    ผู้เขียนใช้ prompt แบบ “AI-first coding” ให้ AI เขียนโค้ดเพื่อ AI ไม่ใช่เพื่อมนุษย์
    เน้นโครงสร้างเรียบง่าย, explicit, regenerable, และลด abstraction

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    ผู้เขียนยอมรับว่าเขาไม่เข้าใจโค้ดที่ AI สร้าง
    อาจเสี่ยงต่อการ debug หรือ maintain หาก AI ทำงานผิดพลาด

    ความปลอดภัยของระบบยังเป็นจุดอ่อนสำคัญ
    ต้องตรวจสอบ API keys, การจัดการ auth, และข้อมูลสำคัญด้วยตนเอง

    การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้ทักษะมนุษย์ลดลง
    โดยเฉพาะความเข้าใจเชิงลึกด้านสถาปัตยกรรมและความปลอดภัย

    ความเร็วในการสร้างแอปอาจทำให้เกิดการ deploy ระบบที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบเพียงพอ
    เสี่ยงต่อบั๊กหรือช่องโหว่ที่มองไม่เห็น

    https://burkeholland.github.io/posts/opus-4-5-change-everything/
    🤖 Opus 4.5: โมเดล AI ที่เขย่าวงการพัฒนาแอป—จากงานเล่น ๆ สู่การสร้างระบบจริงในไม่กี่ชั่วโมง Opus 4.5 ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางว่าเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของ AI coding agents เพราะมันไม่ได้แค่ช่วยเขียนโค้ด แต่สามารถ สร้างแอปทั้งตัว ตั้งแต่ UI, backend, integration, automation ไปจนถึง deployment ได้แทบครบวงจร ผู้เขียนบทความทดลองให้ Opus 4.5 สร้างโปรเจกต์จริงหลายตัว และพบว่ามันสามารถแก้ปัญหาเอง อ่าน error logs เอง และ iterate จนกว่าระบบจะทำงานได้—สิ่งที่ AI รุ่นก่อนทำไม่ได้เลย สิ่งที่น่าตกใจคือโปรเจกต์ที่ปกติใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน กลับถูกสร้างเสร็จภายใน “ไม่กี่ชั่วโมง” เช่น แอปแปลงไฟล์ภาพบน Windows, แอปบันทึกหน้าจอพร้อมเครื่องมือแก้ไขภาพ/วิดีโอ, ระบบโพสต์ภาพลง Facebook แบบอัตโนมัติ และแอปจัดการเส้นทางงานของธุรกิจจริง—all built almost entirely by Opus 4.5 ผู้เขียนยอมรับตรง ๆ ว่าเขา “ไม่รู้โค้ดที่ AI สร้างทำงานอย่างไร” โดยเฉพาะภาษาอย่าง Swift ที่เขาไม่เคยเขียน แต่ Opus 4.5 ก็ยังสามารถ debug และแก้ปัญหาเองได้จนจบงาน ทำให้เกิดคำถามใหม่ว่า มนุษย์จำเป็นต้องอ่านโค้ดอีกต่อไปหรือไม่ เมื่อ AI สามารถเขียน–แก้–ปรับปรุงได้เองทั้งหมด ท้ายบทความ ผู้เขียนสะท้อนความรู้สึกทั้งตื่นเต้นและหวั่นใจ—เพราะสิ่งที่เขาใช้เวลาทั้งชีวิตเรียนรู้ กลายเป็นสิ่งที่ AI ทำได้ง่าย ๆ ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่ก็ยอมรับว่าโลกกำลังเปลี่ยน และสิ่งที่ควรทำคือ “ลงมือสร้าง” แทนที่จะกลัวการเปลี่ยนแปลง พร้อมเตือนว่าอย่างน้อยที่สุด… ควรรู้ว่า API keys ของตัวเองอยู่ตรงไหน 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Opus 4.5 ทำงานได้เหนือกว่า AI coding agents รุ่นก่อนมาก ➡️ สามารถอ่าน error logs, แก้ปัญหา, และ iterate เองจนระบบทำงานได้ ✅ ผู้เขียนใช้ Opus 4.5 สร้างหลายโปรเจกต์จริงในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ➡️ เช่น แอปแปลงภาพ, แอปบันทึกหน้าจอ, ระบบโพสต์ Facebook อัตโนมัติ, แอปจัดการเส้นทางงาน ✅ AI สามารถสร้างทั้ง frontend, backend, integration และ deployment ➡️ ใช้ Firebase CLI, dotnet CLI และเครื่องมืออื่น ๆ โดยไม่ต้องสอนมาก ✅ ผู้เขียนใช้ prompt แบบ “AI-first coding” ให้ AI เขียนโค้ดเพื่อ AI ไม่ใช่เพื่อมนุษย์ ➡️ เน้นโครงสร้างเรียบง่าย, explicit, regenerable, และลด abstraction คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ ผู้เขียนยอมรับว่าเขาไม่เข้าใจโค้ดที่ AI สร้าง ⛔ อาจเสี่ยงต่อการ debug หรือ maintain หาก AI ทำงานผิดพลาด ‼️ ความปลอดภัยของระบบยังเป็นจุดอ่อนสำคัญ ⛔ ต้องตรวจสอบ API keys, การจัดการ auth, และข้อมูลสำคัญด้วยตนเอง ‼️ การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้ทักษะมนุษย์ลดลง ⛔ โดยเฉพาะความเข้าใจเชิงลึกด้านสถาปัตยกรรมและความปลอดภัย ‼️ ความเร็วในการสร้างแอปอาจทำให้เกิดการ deploy ระบบที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบเพียงพอ ⛔ เสี่ยงต่อบั๊กหรือช่องโหว่ที่มองไม่เห็น https://burkeholland.github.io/posts/opus-4-5-change-everything/
    BURKEHOLLAND.GITHUB.IO
    Opus 4.5 is going to change everything
    Three months ago I would have dismissed claims that AI could replace developers. Today, after using Claude Opus 4.5, I believe AI coding agents can absolutely replace developers.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 102 มุมมอง 0 รีวิว
  • Claude Code ทำงานเทียบเท่าทีมวิศวกร 1 ปีในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง — จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของวงการเขียนโค้ด

    รายงานจาก SlashGear เปิดเผยเหตุการณ์ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการเทคโนโลยี เมื่อวิศวกรของ Google ระบุว่า Claude Code ซึ่งเป็น AI coding agent ของ Anthropic สามารถ “สร้างงานเทียบเท่าผลงานของทีมวิศวกรทั้งปี ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง” เหตุการณ์นี้ถูกเผยแพร่ครั้งแรกโดย Rohan Paul วิศวกร AI ที่โพสต์ข้อความบน X พร้อมอ้างอิงคำพูดจาก Principal Engineer ของ Google ซึ่งทำให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวางในชุมชนนักพัฒนา

    Claude Code ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยงานด้าน mapping โปรเจกต์, การทดสอบ, และการจัดการโครงสร้างระบบ ซึ่งปกติเป็นงานที่กินเวลามากสำหรับมนุษย์ แต่ AI รุ่นนี้สามารถจัดการงานซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะงานที่ต้องอาศัยการอ่านโค้ดจำนวนมาก การ debug ซ้ำ ๆ และการทำ pattern-matching ข้ามระบบต่าง ๆ ซึ่งเป็นงานที่มนุษย์ต้องใช้เวลานานมากในการทำให้เสร็จสมบูรณ์

    สิ่งที่น่าสนใจคือ Jaana Dogan วิศวกร Google ที่ถูกอ้างถึง ได้ออกมายืนยันด้วยตัวเองว่า Claude Code สามารถสร้าง distributed agent orchestrator ที่ทีมของเธอใช้เวลาทั้งปีพัฒนา—ได้ภายในเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง เธอระบุว่าแม้ AI จะไม่ได้คิดค้นวิธีใหม่ แต่สามารถ “จำลองงานทั้งหมดได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของ AI ในการเร่งการพัฒนาซอฟต์แวร์อย่างมหาศาล

    อย่างไรก็ตาม Dogan เตือนว่านี่ไม่ใช่เวทมนตร์—AI ยังไม่สมบูรณ์แบบ และต้องอาศัยการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ เธอแนะนำให้นักพัฒนาที่สงสัยลองใช้ AI กับโดเมนที่ตัวเองเชี่ยวชาญ เพื่อประเมินคุณภาพของผลลัพธ์ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI จะเป็นทักษะสำคัญในยุคใหม่ของการพัฒนาเทคโนโลยี

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Claude Code ทำงานเทียบเท่าทีมวิศวกร 1 ปีในเวลา 1 ชั่วโมง
    ข้อมูลถูกเปิดเผยโดยวิศวกร Google ผ่านโพสต์บน X

    Claude Code เชี่ยวชาญงาน mapping, testing, และการจัดการโครงสร้างระบบ
    ลดเวลางานที่มนุษย์ต้องทำซ้ำ ๆ เช่น debugging และอ่านโค้ดจำนวนมาก

    Jaana Dogan วิศวกร Google ยืนยันว่า AI ทำซ้ำงานของทีมได้อย่างแม่นยำ
    แม้ไม่คิดวิธีใหม่ แต่สามารถ replicate งานได้เร็วมาก

    ชุมชนนักพัฒนากำลังถกเถียงเรื่องวิธีใช้ AI ในงานจริง
    หลายคนมองว่าเป็นโอกาสใหม่ ขณะที่บางคนกังวลเรื่องผลกระทบต่ออาชีพ

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    AI ยังไม่สมบูรณ์แบบและอาจสร้างข้อผิดพลาดที่มองไม่เห็น
    จำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบโค้ดและสถาปัตยกรรม

    การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้ทักษะมนุษย์ลดลง
    โดยเฉพาะทักษะการ debug และการออกแบบระบบ

    การ replicate งานเร็วไม่ได้หมายความว่าปลอดภัยหรือเหมาะกับ production
    ต้องตรวจสอบด้าน security, performance และ maintainability

    ความเร็วของ AI อาจทำให้เกิดการ deploy ระบบที่ยังไม่ผ่านการทดสอบเพียงพอ
    เสี่ยงต่อบั๊กหรือช่องโหว่ที่อาจสร้างความเสียหายได้


    https://www.slashgear.com/2069923/google-programmer-claude-code-ai-claim/
    🤖💥 Claude Code ทำงานเทียบเท่าทีมวิศวกร 1 ปีในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง — จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของวงการเขียนโค้ด รายงานจาก SlashGear เปิดเผยเหตุการณ์ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการเทคโนโลยี เมื่อวิศวกรของ Google ระบุว่า Claude Code ซึ่งเป็น AI coding agent ของ Anthropic สามารถ “สร้างงานเทียบเท่าผลงานของทีมวิศวกรทั้งปี ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง” เหตุการณ์นี้ถูกเผยแพร่ครั้งแรกโดย Rohan Paul วิศวกร AI ที่โพสต์ข้อความบน X พร้อมอ้างอิงคำพูดจาก Principal Engineer ของ Google ซึ่งทำให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวางในชุมชนนักพัฒนา Claude Code ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยงานด้าน mapping โปรเจกต์, การทดสอบ, และการจัดการโครงสร้างระบบ ซึ่งปกติเป็นงานที่กินเวลามากสำหรับมนุษย์ แต่ AI รุ่นนี้สามารถจัดการงานซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะงานที่ต้องอาศัยการอ่านโค้ดจำนวนมาก การ debug ซ้ำ ๆ และการทำ pattern-matching ข้ามระบบต่าง ๆ ซึ่งเป็นงานที่มนุษย์ต้องใช้เวลานานมากในการทำให้เสร็จสมบูรณ์ สิ่งที่น่าสนใจคือ Jaana Dogan วิศวกร Google ที่ถูกอ้างถึง ได้ออกมายืนยันด้วยตัวเองว่า Claude Code สามารถสร้าง distributed agent orchestrator ที่ทีมของเธอใช้เวลาทั้งปีพัฒนา—ได้ภายในเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง เธอระบุว่าแม้ AI จะไม่ได้คิดค้นวิธีใหม่ แต่สามารถ “จำลองงานทั้งหมดได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของ AI ในการเร่งการพัฒนาซอฟต์แวร์อย่างมหาศาล อย่างไรก็ตาม Dogan เตือนว่านี่ไม่ใช่เวทมนตร์—AI ยังไม่สมบูรณ์แบบ และต้องอาศัยการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ เธอแนะนำให้นักพัฒนาที่สงสัยลองใช้ AI กับโดเมนที่ตัวเองเชี่ยวชาญ เพื่อประเมินคุณภาพของผลลัพธ์ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI จะเป็นทักษะสำคัญในยุคใหม่ของการพัฒนาเทคโนโลยี 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Claude Code ทำงานเทียบเท่าทีมวิศวกร 1 ปีในเวลา 1 ชั่วโมง ➡️ ข้อมูลถูกเปิดเผยโดยวิศวกร Google ผ่านโพสต์บน X ✅ Claude Code เชี่ยวชาญงาน mapping, testing, และการจัดการโครงสร้างระบบ ➡️ ลดเวลางานที่มนุษย์ต้องทำซ้ำ ๆ เช่น debugging และอ่านโค้ดจำนวนมาก ✅ Jaana Dogan วิศวกร Google ยืนยันว่า AI ทำซ้ำงานของทีมได้อย่างแม่นยำ ➡️ แม้ไม่คิดวิธีใหม่ แต่สามารถ replicate งานได้เร็วมาก ✅ ชุมชนนักพัฒนากำลังถกเถียงเรื่องวิธีใช้ AI ในงานจริง ➡️ หลายคนมองว่าเป็นโอกาสใหม่ ขณะที่บางคนกังวลเรื่องผลกระทบต่ออาชีพ คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ AI ยังไม่สมบูรณ์แบบและอาจสร้างข้อผิดพลาดที่มองไม่เห็น ⛔ จำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบโค้ดและสถาปัตยกรรม ‼️ การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้ทักษะมนุษย์ลดลง ⛔ โดยเฉพาะทักษะการ debug และการออกแบบระบบ ‼️ การ replicate งานเร็วไม่ได้หมายความว่าปลอดภัยหรือเหมาะกับ production ⛔ ต้องตรวจสอบด้าน security, performance และ maintainability ‼️ ความเร็วของ AI อาจทำให้เกิดการ deploy ระบบที่ยังไม่ผ่านการทดสอบเพียงพอ ⛔ เสี่ยงต่อบั๊กหรือช่องโหว่ที่อาจสร้างความเสียหายได้ https://www.slashgear.com/2069923/google-programmer-claude-code-ai-claim/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    Google Programmer Claims AI Solved A Problem That Took Human Coders A Year - SlashGear
    As questions about the use of AI in every day tasks are on the rise, a Google programmer has claimed the company's Claude is working faster than humans.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 97 มุมมอง 0 รีวิว
  • พรรคที่ไม่สุดซอย ปล่อยและทำลายโอกาส

    https://youtu.be/wRNzozwYLEc?si=4NiAoaCm6x7PPV9y
    พรรคที่ไม่สุดซอย ปล่อยและทำลายโอกาส https://youtu.be/wRNzozwYLEc?si=4NiAoaCm6x7PPV9y
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 14 มุมมอง 0 รีวิว
  • Samsung เปิดตัว Micro RGB TV ขนาด 130 นิ้ว—ทีวีคอนเซ็ปต์ที่ล้ำที่สุดเท่าที่เคยมีมา

    Samsung เปิดตัวทีวี Micro RGB รุ่น R95H ขนาดมหึมา 130 นิ้วในงาน CES 2026 ซึ่งถือเป็นทีวี Micro RGB ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเปิดตัวมา จุดเด่นของรุ่นนี้คือการนำเทคโนโลยี Micro RGB รุ่นใหม่มาใช้ร่วมกับระบบ AI เพื่อเพิ่มความแม่นยำของสี ความคมชัด และการจัดการแสงสะท้อนผ่านเทคโนโลยี Glare Free ที่ช่วยลดเงาสะท้อนบนหน้าจอได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ภาพคมชัดแม้ในห้องที่มีแสงรบกวนสูง

    ทีวีรุ่นนี้ยังมาพร้อม Vision AI Companion ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ให้ผู้ใช้สามารถพูดคุยกับทีวีเพื่อค้นหาคอนเทนต์หรือรับคำแนะนำได้โดยตรง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Samsung ต้องการผลักดันทีวีให้เป็นอุปกรณ์สมาร์ตที่ตอบสนองการใช้งานมากกว่าแค่การรับชมภาพยนตร์หรือรายการทั่วไป นอกจากนี้ดีไซน์ของตัวเครื่องยังโดดเด่นด้วยขาตั้งโลหะขนาดใหญ่ที่ดูคล้ายกระดานดำแบบเคลื่อนที่ ซึ่งแม้จะดูแปลกตา แต่ก็ช่วยรองรับน้ำหนักและการปรับมุมของจอได้ดี

    เทคโนโลยี Micro RGB เองถือเป็นวิวัฒนาการใหม่ของ Micro LED โดยใช้หลอด LED ขนาดเล็กกว่า 100 ไมโครเมตรที่สามารถเปล่งแสงสีแดง เขียว น้ำเงินได้ด้วยตัวเอง ทำให้ให้สีสันแม่นยำถึงระดับครอบคลุม 100% ของมาตรฐานสี BT.2020 ซึ่งเหนือกว่า QD-TV ส่วนใหญ่ที่ทำได้เพียงประมาณ 85% นี่ทำให้ Micro RGB กลายเป็นเทคโนโลยีที่ใกล้เคียง “จอภาพสมบูรณ์แบบ” มากที่สุดในปัจจุบัน

    แม้จะเป็นเทคโนโลยีที่น่าตื่นเต้น แต่ทีวีรุ่นนี้ยังเป็นเพียง “คอนเซ็ปต์” และจะไม่ถูกวางขายจริงในตอนนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า เช่น Micro LED 114 นิ้วราคา 150,000 ดอลลาร์ หรือ Micro RGB 115 นิ้วราคา 29,999 ดอลลาร์ ก็พอจะคาดเดาได้ว่าหากรุ่น 130 นิ้วนี้ผลิตจริง ราคาน่าจะสูงลิ่วจนเป็นสินค้าสำหรับตลาดเฉพาะกลุ่มเท่านั้น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Samsung เปิดตัว Micro RGB TV ขนาด 130 นิ้ว รุ่น R95H
    เป็นทีวี Micro RGB ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเปิดตัว

    ใช้ AI เพื่อเพิ่มคุณภาพภาพและลดแสงสะท้อน
    มาพร้อมเทคโนโลยี Glare Free และ Vision AI Companion

    Micro RGB ให้ความแม่นยำของสีสูงถึง 100% BT.2020
    เหนือกว่า QD-TV ส่วนใหญ่ที่ทำได้ประมาณ 85%

    รุ่นนี้เป็นเพียงคอนเซ็ปต์ ยังไม่วางขายจริง
    ราคาคาดว่าจะสูงมากเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    ราคาของทีวี Micro RGB มีแนวโน้มสูงมาก
    รุ่นก่อนหน้าแตะหลักหลายหมื่นถึงหลักแสนดอลลาร์

    ขาตั้งโลหะดีไซน์แปลกตาอาจไม่เข้ากับบ้านส่วนใหญ่
    แม้จะรองรับน้ำหนักและปรับมุมได้ดี

    เป็นเพียงคอนเซ็ปต์ อาจไม่เข้าสู่สายการผลิตจริง
    เทคโนโลยีอาจยังไม่พร้อมสำหรับตลาดทั่วไป

    ขนาด 130 นิ้วต้องการพื้นที่ติดตั้งขนาดใหญ่
    ไม่เหมาะกับห้องนั่งเล่นทั่วไปหรือพื้นที่จำกัด


    https://www.slashgear.com/2070647/samsung-r95h-micro-rgb-reveal/
    📺✨ Samsung เปิดตัว Micro RGB TV ขนาด 130 นิ้ว—ทีวีคอนเซ็ปต์ที่ล้ำที่สุดเท่าที่เคยมีมา Samsung เปิดตัวทีวี Micro RGB รุ่น R95H ขนาดมหึมา 130 นิ้วในงาน CES 2026 ซึ่งถือเป็นทีวี Micro RGB ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเปิดตัวมา จุดเด่นของรุ่นนี้คือการนำเทคโนโลยี Micro RGB รุ่นใหม่มาใช้ร่วมกับระบบ AI เพื่อเพิ่มความแม่นยำของสี ความคมชัด และการจัดการแสงสะท้อนผ่านเทคโนโลยี Glare Free ที่ช่วยลดเงาสะท้อนบนหน้าจอได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ภาพคมชัดแม้ในห้องที่มีแสงรบกวนสูง ทีวีรุ่นนี้ยังมาพร้อม Vision AI Companion ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ให้ผู้ใช้สามารถพูดคุยกับทีวีเพื่อค้นหาคอนเทนต์หรือรับคำแนะนำได้โดยตรง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Samsung ต้องการผลักดันทีวีให้เป็นอุปกรณ์สมาร์ตที่ตอบสนองการใช้งานมากกว่าแค่การรับชมภาพยนตร์หรือรายการทั่วไป นอกจากนี้ดีไซน์ของตัวเครื่องยังโดดเด่นด้วยขาตั้งโลหะขนาดใหญ่ที่ดูคล้ายกระดานดำแบบเคลื่อนที่ ซึ่งแม้จะดูแปลกตา แต่ก็ช่วยรองรับน้ำหนักและการปรับมุมของจอได้ดี เทคโนโลยี Micro RGB เองถือเป็นวิวัฒนาการใหม่ของ Micro LED โดยใช้หลอด LED ขนาดเล็กกว่า 100 ไมโครเมตรที่สามารถเปล่งแสงสีแดง เขียว น้ำเงินได้ด้วยตัวเอง ทำให้ให้สีสันแม่นยำถึงระดับครอบคลุม 100% ของมาตรฐานสี BT.2020 ซึ่งเหนือกว่า QD-TV ส่วนใหญ่ที่ทำได้เพียงประมาณ 85% นี่ทำให้ Micro RGB กลายเป็นเทคโนโลยีที่ใกล้เคียง “จอภาพสมบูรณ์แบบ” มากที่สุดในปัจจุบัน แม้จะเป็นเทคโนโลยีที่น่าตื่นเต้น แต่ทีวีรุ่นนี้ยังเป็นเพียง “คอนเซ็ปต์” และจะไม่ถูกวางขายจริงในตอนนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า เช่น Micro LED 114 นิ้วราคา 150,000 ดอลลาร์ หรือ Micro RGB 115 นิ้วราคา 29,999 ดอลลาร์ ก็พอจะคาดเดาได้ว่าหากรุ่น 130 นิ้วนี้ผลิตจริง ราคาน่าจะสูงลิ่วจนเป็นสินค้าสำหรับตลาดเฉพาะกลุ่มเท่านั้น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Samsung เปิดตัว Micro RGB TV ขนาด 130 นิ้ว รุ่น R95H ➡️ เป็นทีวี Micro RGB ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเปิดตัว ✅ ใช้ AI เพื่อเพิ่มคุณภาพภาพและลดแสงสะท้อน ➡️ มาพร้อมเทคโนโลยี Glare Free และ Vision AI Companion ✅ Micro RGB ให้ความแม่นยำของสีสูงถึง 100% BT.2020 ➡️ เหนือกว่า QD-TV ส่วนใหญ่ที่ทำได้ประมาณ 85% ✅ รุ่นนี้เป็นเพียงคอนเซ็ปต์ ยังไม่วางขายจริง ➡️ ราคาคาดว่าจะสูงมากเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ ราคาของทีวี Micro RGB มีแนวโน้มสูงมาก ⛔ รุ่นก่อนหน้าแตะหลักหลายหมื่นถึงหลักแสนดอลลาร์ ‼️ ขาตั้งโลหะดีไซน์แปลกตาอาจไม่เข้ากับบ้านส่วนใหญ่ ⛔ แม้จะรองรับน้ำหนักและปรับมุมได้ดี ‼️ เป็นเพียงคอนเซ็ปต์ อาจไม่เข้าสู่สายการผลิตจริง ⛔ เทคโนโลยีอาจยังไม่พร้อมสำหรับตลาดทั่วไป ‼️ ขนาด 130 นิ้วต้องการพื้นที่ติดตั้งขนาดใหญ่ ⛔ ไม่เหมาะกับห้องนั่งเล่นทั่วไปหรือพื้นที่จำกัด https://www.slashgear.com/2070647/samsung-r95h-micro-rgb-reveal/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    Samsung Unveils 'World's Largest' Micro RGB TV - SlashGear
    Samsung's new Micro RGB TV concept, model name R95H, is a massive 130-inch TV that comes with its own metal stand.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 63 มุมมอง 0 รีวิว
  • นับญาติกับกัมพูชา ชาติตะกวดมาตั้งแต่โบราณ จะเลือกหรือ อากับหลาน ยังไม่เห็นชัดๆ หรือ

    https://youtu.be/rwEUyhe7Vww?si=qCRBUY76i3z0e31D
    นับญาติกับกัมพูชา ชาติตะกวดมาตั้งแต่โบราณ จะเลือกหรือ อากับหลาน ยังไม่เห็นชัดๆ หรือ https://youtu.be/rwEUyhe7Vww?si=qCRBUY76i3z0e31D
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 23 มุมมอง 0 รีวิว
  • PTC หุ้นใหม่ตัวที่ 2 โดน ก.ล.ต. กล่าวโทษ 08/01/69 #ตลาดหุ้น #หุ้นไทย #หุ้นPTC #ก.ล.ต.
    PTC หุ้นใหม่ตัวที่ 2 โดน ก.ล.ต. กล่าวโทษ 08/01/69 #ตลาดหุ้น #หุ้นไทย #หุ้นPTC #ก.ล.ต.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 132 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • เหรียญหลวงพ่อทวด รุ่น1 วัดพุทธาธิวาส อ.เบตง จ.ยะลา
    เหรียญหลวงพ่อทวด รุ่น1 หลังพระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ เนื้อทองแดงรมดำ วัดพุทธาธิวาส อ.เบตง จ.ยะลา // พระดีพิธีใหญ่ !! พิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถวัดพุทธาธิวาส //พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ >>

    ** พุทธคุณ ด้านนิรันตราย แคล้วคลาด โชคลาภ ค้าขาย เมตตา สุขภาพ ความสำเร็จ เจริญรุ่งเรือง แคล้วคลาด เป็นสิริมงคล ช่วยคุ้มครองให้แคล้วคลาดจากภยันตราย เชื่อกันว่าผู้ที่บูชาหลวงปู่ทวดนั้นจะรอดจากอุบัติเหตุอย่างปาฏิหาริย์ ป้องกันสิ่งอัปมงคล เพื่อความเป็นสิริมงคล พบเจอแต่ความโชคดี **

    ** เหรียญหลวงพ่อทวด รุ่น1 วัดพุทธาธิวาส อ.เบตง จ.ยะลา พิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถวัดพุทธาธิวาส จัดสร้างโดย พระครูไพศาลวุฒิกิจ​ ประธานจุดเทียนชัย โดย พ่อท่านฉิ้น วัดเมือง ยะลา ,ประธานดับเทียนชัย โดย พ่อท่านหวาน วัดสะบ้าย้อย

    รายนามพระเกจินั่งปรก
    1.พ่อท่านฉิ้น วัดเมืองยะลา จังหวัดยะลา
    2.พ่อท่านหวาน วัดสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา
    3.พ่อท่านเขียว วัดห้วยเงาะ จังหวัดปัตตานี
    4.พ่อท่านคล้าย กม.7 วัดจันทร์ธาดาประชาราม จังหวัดยะลา **

    ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ

    โทรศัพท์ 0881915131
    LINE 0881915131
    เหรียญหลวงพ่อทวด รุ่น1 วัดพุทธาธิวาส อ.เบตง จ.ยะลา เหรียญหลวงพ่อทวด รุ่น1 หลังพระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ เนื้อทองแดงรมดำ วัดพุทธาธิวาส อ.เบตง จ.ยะลา // พระดีพิธีใหญ่ !! พิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถวัดพุทธาธิวาส //พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ >> ** พุทธคุณ ด้านนิรันตราย แคล้วคลาด โชคลาภ ค้าขาย เมตตา สุขภาพ ความสำเร็จ เจริญรุ่งเรือง แคล้วคลาด เป็นสิริมงคล ช่วยคุ้มครองให้แคล้วคลาดจากภยันตราย เชื่อกันว่าผู้ที่บูชาหลวงปู่ทวดนั้นจะรอดจากอุบัติเหตุอย่างปาฏิหาริย์ ป้องกันสิ่งอัปมงคล เพื่อความเป็นสิริมงคล พบเจอแต่ความโชคดี ** ** เหรียญหลวงพ่อทวด รุ่น1 วัดพุทธาธิวาส อ.เบตง จ.ยะลา พิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถวัดพุทธาธิวาส จัดสร้างโดย พระครูไพศาลวุฒิกิจ​ ประธานจุดเทียนชัย โดย พ่อท่านฉิ้น วัดเมือง ยะลา ,ประธานดับเทียนชัย โดย พ่อท่านหวาน วัดสะบ้าย้อย รายนามพระเกจินั่งปรก 1.พ่อท่านฉิ้น วัดเมืองยะลา จังหวัดยะลา 2.พ่อท่านหวาน วัดสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา 3.พ่อท่านเขียว วัดห้วยเงาะ จังหวัดปัตตานี 4.พ่อท่านคล้าย กม.7 วัดจันทร์ธาดาประชาราม จังหวัดยะลา ** ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ โทรศัพท์ 0881915131 LINE 0881915131
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 66 มุมมอง 0 รีวิว
  • ASUS เปิดตัว ROG Strix LC IV — ชุดน้ำ AIO “ไร้สายภายนอก” ครั้งแรกของโลก พร้อมเมนบอร์ดรองรับ AIO Q‑Connector

    ASUS เปิดตัวชุดน้ำ AIO รุ่นใหม่ ROG Strix LC IV Series ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการประกอบคอม ด้วยดีไซน์ “ไร้สายภายนอกอย่างแท้จริง” โดยใช้ระบบเชื่อมต่อแบบใหม่ชื่อว่า AIO Q‑Connector ซึ่งใช้ pogo pins จำนวน 11 จุดในการส่งพลังงานและสัญญาณควบคุมทั้งหมดให้กับปั๊มน้ำ พัดลม และไฟ ARGB โดยไม่ต้องต่อสายใด ๆ เข้ากับหม้อน้ำหรือพัดลมเหมือน AIO รุ่นทั่วไป ทำให้เคสภายในดูสะอาดและเป็นระเบียบมากขึ้นอย่างชัดเจน

    AIO Q‑Connector จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเมื่อใช้คู่กับเมนบอร์ด ASUS รุ่นใหม่ที่รองรับ เช่น ROG Crosshair X870E Glacial, Dark Hero และ ROG Strix X870E‑E / X870E‑A Gaming WiFi7 Neo ซึ่งเป็นเมนบอร์ด AM5 รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อรองรับระบบไร้สายนี้โดยเฉพาะ แม้ ASUS จะบอกว่าอาจขยายไปยัง Intel ในอนาคต แต่ตอนนี้ผู้ใช้ AMD AM5 ถือเป็นกลุ่มแรกที่ได้สัมผัสเทคโนโลยีนี้ก่อนใคร

    ROG Strix LC IV ยังมาพร้อมตัวเลือก 3 รุ่นหลัก รวม 6 สี โดยรุ่นท็อปจะมี หน้าจอ LCD ขนาด 5.08 นิ้ว ความละเอียด 720×720 สำหรับแสดงสถานะเครื่องหรือแอนิเมชัน ROG ส่วนรุ่น SLC จะมีท่อที่สั้นกว่าเพื่อให้จัดวางในเคสได้เรียบร้อยขึ้น ขณะที่รุ่น LC IV ARGB แบบไม่มีจอจะเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่าแต่ยังคงดีไซน์ไร้สายเหมือนกันทุกประการ

    อีกหนึ่งจุดเด่นคือ พัดลมทั้งสามตัวถูกติดตั้งมาจากโรงงานบนหม้อน้ำ 360 มม. ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องขันน็อตเอง และยังช่วยให้ ASUS สามารถจัดแสง Aura Sync ให้เป็นแผงไฟแบบ “ป้ายโฆษณาเคลื่อนไหว” ได้อย่างสวยงาม แม้ยังไม่ประกาศราคาและวันวางจำหน่าย แต่ ASUS ยืนยันว่าทุกรุ่นจะมาพร้อม ประกัน 6 ปี ซึ่งถือว่านานมากสำหรับ AIO ระดับพรีเมียม

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ROG Strix LC IV เป็น AIO รุ่นแรกที่ออกแบบให้ “ไร้สายภายนอก”
    ใช้ AIO Q‑Connector พร้อม pogo pins 11 จุดในการส่งพลังงานและสัญญาณ

    ต้องใช้คู่กับเมนบอร์ด ASUS รุ่นใหม่ที่รองรับ
    เช่น Crosshair X870E Glacial / Dark Hero และ Strix X870E‑E / X870E‑A

    มี 3 รุ่นหลัก รวม 6 สี พร้อมหน้าจอ LCD 5.08 นิ้วในรุ่นท็อป
    รุ่น SLC มีท่อสั้นกว่าเพื่อจัดสายง่ายขึ้น

    พัดลมติดตั้งมาจากโรงงานและรองรับ Aura Sync เต็มรูปแบบ
    หม้อน้ำ 360 มม. พร้อมไฟ ARGB แบบแผง

    ฟีเจอร์ไร้สายทำงานเต็มที่เฉพาะกับเมนบอร์ด ASUS รุ่นใหม่
    ผู้ใช้เมนบอร์ดแบรนด์อื่นจะไม่ได้ประโยชน์จากระบบนี้

    Ecosystem ของ ASUS อาจทำให้ผู้ใช้ถูกผูกกับแบรนด์มากขึ้น
    การอัปเกรดในอนาคตอาจต้องเลือกอุปกรณ์ ASUS ต่อเนื่อง

    ราคายังไม่ประกาศ แต่คาดว่าจะสูงกว่ารุ่นทั่วไป
    เทคโนโลยีใหม่มักมีต้นทุนสูงในช่วงแรก

    หาก AIO Q‑Connector มีปัญหา อาจกระทบทั้งระบบระบายความร้อน
    เพราะสายทั้งหมดรวมอยู่ในจุดเชื่อมต่อเดียว
    🧊🔌 ASUS เปิดตัว ROG Strix LC IV — ชุดน้ำ AIO “ไร้สายภายนอก” ครั้งแรกของโลก พร้อมเมนบอร์ดรองรับ AIO Q‑Connector ASUS เปิดตัวชุดน้ำ AIO รุ่นใหม่ ROG Strix LC IV Series ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการประกอบคอม ด้วยดีไซน์ “ไร้สายภายนอกอย่างแท้จริง” โดยใช้ระบบเชื่อมต่อแบบใหม่ชื่อว่า AIO Q‑Connector ซึ่งใช้ pogo pins จำนวน 11 จุดในการส่งพลังงานและสัญญาณควบคุมทั้งหมดให้กับปั๊มน้ำ พัดลม และไฟ ARGB โดยไม่ต้องต่อสายใด ๆ เข้ากับหม้อน้ำหรือพัดลมเหมือน AIO รุ่นทั่วไป ทำให้เคสภายในดูสะอาดและเป็นระเบียบมากขึ้นอย่างชัดเจน AIO Q‑Connector จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเมื่อใช้คู่กับเมนบอร์ด ASUS รุ่นใหม่ที่รองรับ เช่น ROG Crosshair X870E Glacial, Dark Hero และ ROG Strix X870E‑E / X870E‑A Gaming WiFi7 Neo ซึ่งเป็นเมนบอร์ด AM5 รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อรองรับระบบไร้สายนี้โดยเฉพาะ แม้ ASUS จะบอกว่าอาจขยายไปยัง Intel ในอนาคต แต่ตอนนี้ผู้ใช้ AMD AM5 ถือเป็นกลุ่มแรกที่ได้สัมผัสเทคโนโลยีนี้ก่อนใคร ROG Strix LC IV ยังมาพร้อมตัวเลือก 3 รุ่นหลัก รวม 6 สี โดยรุ่นท็อปจะมี หน้าจอ LCD ขนาด 5.08 นิ้ว ความละเอียด 720×720 สำหรับแสดงสถานะเครื่องหรือแอนิเมชัน ROG ส่วนรุ่น SLC จะมีท่อที่สั้นกว่าเพื่อให้จัดวางในเคสได้เรียบร้อยขึ้น ขณะที่รุ่น LC IV ARGB แบบไม่มีจอจะเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่าแต่ยังคงดีไซน์ไร้สายเหมือนกันทุกประการ อีกหนึ่งจุดเด่นคือ พัดลมทั้งสามตัวถูกติดตั้งมาจากโรงงานบนหม้อน้ำ 360 มม. ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องขันน็อตเอง และยังช่วยให้ ASUS สามารถจัดแสง Aura Sync ให้เป็นแผงไฟแบบ “ป้ายโฆษณาเคลื่อนไหว” ได้อย่างสวยงาม แม้ยังไม่ประกาศราคาและวันวางจำหน่าย แต่ ASUS ยืนยันว่าทุกรุ่นจะมาพร้อม ประกัน 6 ปี ซึ่งถือว่านานมากสำหรับ AIO ระดับพรีเมียม 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ROG Strix LC IV เป็น AIO รุ่นแรกที่ออกแบบให้ “ไร้สายภายนอก” ➡️ ใช้ AIO Q‑Connector พร้อม pogo pins 11 จุดในการส่งพลังงานและสัญญาณ ✅ ต้องใช้คู่กับเมนบอร์ด ASUS รุ่นใหม่ที่รองรับ ➡️ เช่น Crosshair X870E Glacial / Dark Hero และ Strix X870E‑E / X870E‑A ✅ มี 3 รุ่นหลัก รวม 6 สี พร้อมหน้าจอ LCD 5.08 นิ้วในรุ่นท็อป ➡️ รุ่น SLC มีท่อสั้นกว่าเพื่อจัดสายง่ายขึ้น ✅ พัดลมติดตั้งมาจากโรงงานและรองรับ Aura Sync เต็มรูปแบบ ➡️ หม้อน้ำ 360 มม. พร้อมไฟ ARGB แบบแผง ‼️ ฟีเจอร์ไร้สายทำงานเต็มที่เฉพาะกับเมนบอร์ด ASUS รุ่นใหม่ ⛔ ผู้ใช้เมนบอร์ดแบรนด์อื่นจะไม่ได้ประโยชน์จากระบบนี้ ‼️ Ecosystem ของ ASUS อาจทำให้ผู้ใช้ถูกผูกกับแบรนด์มากขึ้น ⛔ การอัปเกรดในอนาคตอาจต้องเลือกอุปกรณ์ ASUS ต่อเนื่อง ‼️ ราคายังไม่ประกาศ แต่คาดว่าจะสูงกว่ารุ่นทั่วไป ⛔ เทคโนโลยีใหม่มักมีต้นทุนสูงในช่วงแรก ‼️ หาก AIO Q‑Connector มีปัญหา อาจกระทบทั้งระบบระบายความร้อน ⛔ เพราะสายทั้งหมดรวมอยู่ในจุดเชื่อมต่อเดียว
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 77 มุมมอง 0 รีวิว
  • Elon Musk ลั่น! จะสร้างโรงงานผลิตชิป 2nm ที่ “สูบซิการ์–กินเบอร์เกอร์ได้” ชี้อุตสาหกรรมทำคลีนรูมผิดทาง

    Elon Musk จุดประเด็นร้อนในวงการเซมิคอนดักเตอร์อีกครั้ง หลังให้สัมภาษณ์ว่าอุตสาหกรรม “ทำคลีนรูมผิดวิธี” และประกาศว่าหาก Tesla สร้างโรงงานผลิตชิป 2nm ของตัวเองสำเร็จ เขาจะสามารถ “กินชีสเบอร์เกอร์และสูบซิการ์ในโรงงานได้” โดยไม่กระทบต่อเวเฟอร์ เพราะเขาเชื่อว่าทางออกคือการ “แยกเวเฟอร์ออกจากสภาพแวดล้อมทั้งหมด” แทนที่จะทำให้ทั้งห้องสะอาดระดับ ISO Class 1–3 ตามมาตรฐานปัจจุบัน

    คำพูดนี้สร้างเสียงวิจารณ์ทันที เพราะคลีนรูมระดับสูงเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตชิปขั้นสูง เช่น EUV lithography ที่ต้องการสภาพแวดล้อมที่มีอนุภาคไม่เกิน 10 ชิ้นต่ออากาศหนึ่งลูกบาศก์เมตร แม้เพียง “ลมหายใจมนุษย์” ก็สร้างอนุภาคมากกว่าหลายล้านเท่า ซึ่งอาจทำลายกระจก EUV หรือทำให้เกิดความเสียหายต่อกระบวนการผลิตได้ Musk จึงถูกตั้งคำถามว่ามีความเข้าใจเชิงเทคนิคเพียงพอหรือไม่

    แม้ Musk จะยืนยันว่าการแยกเวเฟอร์ออกจากสภาพแวดล้อมภายนอกเป็นทางออก แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการทำเช่นนั้นต้องใช้ระบบปิดที่ซับซ้อนมาก และยังไม่สามารถทดแทนคลีนรูมระดับสูงได้ทั้งหมด นอกจากนี้ การกินหรือสูบบุหรี่ในพื้นที่โรงงานยังผิดกฎความปลอดภัยพื้นฐานของอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่เรื่องความสะอาดเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับสารเคมีไวไฟและระบบระบายอากาศด้วย

    บทความยังระบุว่า Musk เคยวิจารณ์อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์หลายครั้ง ทั้งเรื่องการสร้างโรงงานล่าช้าและกำลังการผลิตไม่พอสำหรับความต้องการของ xAI แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการสร้างโรงงานผลิตชิประดับ 2nm เป็นงานที่ซับซ้อนมหาศาล และไม่น่าเป็นไปได้ที่ Tesla จะทำได้ในเร็ววัน แม้ Musk จะมั่นใจในวิสัยทัศน์ของตัวเองก็ตาม

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Musk ระบุว่าอุตสาหกรรมทำคลีนรูมผิดวิธี
    เชื่อว่าควรแยกเวเฟอร์ออกจากสภาพแวดล้อมแทนการทำห้องให้สะอาดทั้งห้อง

    Musk อ้างว่าโรงงาน 2nm ของ Tesla จะสะอาดพอให้เขากินเบอร์เกอร์และสูบซิการ์ได้
    เป็นคำพูดที่สร้างกระแสวิจารณ์อย่างหนัก

    คลีนรูมระดับ ISO Class 1–3 มีความเข้มงวดสูงมาก
    ลมหายใจมนุษย์ยังสร้างอนุภาคมากเกินกว่าจะยอมรับได้

    Musk เคยวิจารณ์อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์หลายครั้ง
    โดยเฉพาะเรื่องกำลังผลิตที่ไม่พอต่อความต้องการของ xAI

    แนวคิด “กิน–สูบในโรงงานชิป” ขัดกับหลักความปลอดภัยและมาตรฐานอุตสาหกรรม
    เสี่ยงต่อการปนเปื้อนและอุบัติเหตุจากสารเคมี

    การแยกเวเฟอร์แบบปิดสนิทอาจไม่สามารถแทนที่คลีนรูมระดับสูงได้
    ระบบดังกล่าวซับซ้อนและยังไม่มีการใช้งานจริงในระดับ 2nm

    การสร้างโรงงานผลิตชิปขั้นสูงต้องใช้เงินและเทคโนโลยีมหาศาล
    Tesla ยังไม่มีประสบการณ์ตรงด้านนี้

    คำพูดของ Musk อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับกระบวนการผลิตชิป
    อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มีมาตรฐานที่เข้มงวดมากกว่าที่หลายคนคิด

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/elon-musk-wants-to-build-a-dirty-fab-that-you-can-smoke-and-eat-cheeseburgers-in-bets-that-tesla-will-turn-the-concept-of-cleanrooms-upside-down
    🏭🚬 Elon Musk ลั่น! จะสร้างโรงงานผลิตชิป 2nm ที่ “สูบซิการ์–กินเบอร์เกอร์ได้” ชี้อุตสาหกรรมทำคลีนรูมผิดทาง Elon Musk จุดประเด็นร้อนในวงการเซมิคอนดักเตอร์อีกครั้ง หลังให้สัมภาษณ์ว่าอุตสาหกรรม “ทำคลีนรูมผิดวิธี” และประกาศว่าหาก Tesla สร้างโรงงานผลิตชิป 2nm ของตัวเองสำเร็จ เขาจะสามารถ “กินชีสเบอร์เกอร์และสูบซิการ์ในโรงงานได้” โดยไม่กระทบต่อเวเฟอร์ เพราะเขาเชื่อว่าทางออกคือการ “แยกเวเฟอร์ออกจากสภาพแวดล้อมทั้งหมด” แทนที่จะทำให้ทั้งห้องสะอาดระดับ ISO Class 1–3 ตามมาตรฐานปัจจุบัน คำพูดนี้สร้างเสียงวิจารณ์ทันที เพราะคลีนรูมระดับสูงเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตชิปขั้นสูง เช่น EUV lithography ที่ต้องการสภาพแวดล้อมที่มีอนุภาคไม่เกิน 10 ชิ้นต่ออากาศหนึ่งลูกบาศก์เมตร แม้เพียง “ลมหายใจมนุษย์” ก็สร้างอนุภาคมากกว่าหลายล้านเท่า ซึ่งอาจทำลายกระจก EUV หรือทำให้เกิดความเสียหายต่อกระบวนการผลิตได้ Musk จึงถูกตั้งคำถามว่ามีความเข้าใจเชิงเทคนิคเพียงพอหรือไม่ แม้ Musk จะยืนยันว่าการแยกเวเฟอร์ออกจากสภาพแวดล้อมภายนอกเป็นทางออก แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการทำเช่นนั้นต้องใช้ระบบปิดที่ซับซ้อนมาก และยังไม่สามารถทดแทนคลีนรูมระดับสูงได้ทั้งหมด นอกจากนี้ การกินหรือสูบบุหรี่ในพื้นที่โรงงานยังผิดกฎความปลอดภัยพื้นฐานของอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่เรื่องความสะอาดเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับสารเคมีไวไฟและระบบระบายอากาศด้วย บทความยังระบุว่า Musk เคยวิจารณ์อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์หลายครั้ง ทั้งเรื่องการสร้างโรงงานล่าช้าและกำลังการผลิตไม่พอสำหรับความต้องการของ xAI แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการสร้างโรงงานผลิตชิประดับ 2nm เป็นงานที่ซับซ้อนมหาศาล และไม่น่าเป็นไปได้ที่ Tesla จะทำได้ในเร็ววัน แม้ Musk จะมั่นใจในวิสัยทัศน์ของตัวเองก็ตาม 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Musk ระบุว่าอุตสาหกรรมทำคลีนรูมผิดวิธี ➡️ เชื่อว่าควรแยกเวเฟอร์ออกจากสภาพแวดล้อมแทนการทำห้องให้สะอาดทั้งห้อง ✅ Musk อ้างว่าโรงงาน 2nm ของ Tesla จะสะอาดพอให้เขากินเบอร์เกอร์และสูบซิการ์ได้ ➡️ เป็นคำพูดที่สร้างกระแสวิจารณ์อย่างหนัก ✅ คลีนรูมระดับ ISO Class 1–3 มีความเข้มงวดสูงมาก ➡️ ลมหายใจมนุษย์ยังสร้างอนุภาคมากเกินกว่าจะยอมรับได้ ✅ Musk เคยวิจารณ์อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์หลายครั้ง ➡️ โดยเฉพาะเรื่องกำลังผลิตที่ไม่พอต่อความต้องการของ xAI ‼️ แนวคิด “กิน–สูบในโรงงานชิป” ขัดกับหลักความปลอดภัยและมาตรฐานอุตสาหกรรม ⛔ เสี่ยงต่อการปนเปื้อนและอุบัติเหตุจากสารเคมี ‼️ การแยกเวเฟอร์แบบปิดสนิทอาจไม่สามารถแทนที่คลีนรูมระดับสูงได้ ⛔ ระบบดังกล่าวซับซ้อนและยังไม่มีการใช้งานจริงในระดับ 2nm ‼️ การสร้างโรงงานผลิตชิปขั้นสูงต้องใช้เงินและเทคโนโลยีมหาศาล ⛔ Tesla ยังไม่มีประสบการณ์ตรงด้านนี้ ‼️ คำพูดของ Musk อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับกระบวนการผลิตชิป ⛔ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มีมาตรฐานที่เข้มงวดมากกว่าที่หลายคนคิด https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/elon-musk-wants-to-build-a-dirty-fab-that-you-can-smoke-and-eat-cheeseburgers-in-bets-that-tesla-will-turn-the-concept-of-cleanrooms-upside-down
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 112 มุมมอง 0 รีวิว
  • Nvidia อาจเลื่อนเปิดตัว RTX 60 Series ไปปี 2027 — ใช้สถาปัตยกรรม Rubin แบบเดียวกับชิปศูนย์ข้อมูล

    รายงานล่าสุดจาก Tom’s Hardware ระบุว่า Nvidia อาจเลื่อนเปิดตัวการ์ดจอ GeForce RTX 60 Series ไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2027 โดยมีข้อมูลจากนักปล่อยข่าวชื่อดัง kopite7kimi ที่อ้างว่า Nvidia จะนำสถาปัตยกรรม Rubin ซึ่งเดิมออกแบบมาสำหรับศูนย์ข้อมูล มาใช้กับการ์ดจอเกมมิ่งรุ่นถัดไปด้วย การตัดสินใจนี้ถือว่าน่าสนใจ เพราะปกติ Nvidia มักแยกสถาปัตยกรรมระหว่างตลาดเกมมิ่งและตลาดดาต้าเซ็นเตอร์

    Rubin ถูกใช้ในผลิตภัณฑ์ระดับสูง เช่น Vera Rubin NVL72 AI Supercomputer และ Rubin CPX accelerator ซึ่งมีประสิทธิภาพด้าน AI สูงกว่า Blackwell ถึง 5 เท่า ในงานประมวลผล NVFP4 แม้ตัวเลขนี้จะไม่ได้สะท้อนประสิทธิภาพเกมโดยตรง แต่ก็ชี้ว่าการ์ดจอเกมมิ่งรุ่นใหม่จะเน้นงาน AI มากขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ DLSS รุ่นถัดไปที่ต้องการพลังประมวลผล AI สูงขึ้นเรื่อย ๆ

    ข้อมูลจาก Rubin CPX ยังเผยว่าหากนำสเปกไปใช้กับการ์ดจอเกมมิ่ง เช่น RTX 6090 อาจได้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นราว 30% แม้ยังไม่รวมการเพิ่มความเร็วสัญญาณนาฬิกาหรือการปรับปรุงสถาปัตยกรรมเพิ่มเติม นอกจากนี้ Rubin ยังถูกผลิตบนกระบวนการ TSMC 3nm class ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต่อวัตต์และลดความร้อนลงเมื่อเทียบกับ Blackwell ที่ยังใช้โหนดเดียวกับ Ada Lovelace

    บทความยังระบุว่า Nvidia กำลังเผชิญปัญหาซัพพลายเชน โดยเฉพาะ DRAM ทำให้ RTX 50 Super Series อาจถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไป ขณะเดียวกัน Jensen Huang ก็ยอมรับว่าบริษัทอาจต้องนำการ์ดรุ่นเก่ากลับมาขายเพื่อแก้ปัญหาขาดตลาด ซึ่งสะท้อนถึงความตึงตัวของตลาด GPU ในยุคที่ AI ต้องการการ์ดจอจำนวนมหาศาล

    สรุปประเด็นสำคัญ
    RTX 60 Series อาจเปิดตัวครึ่งหลังปี 2027
    ข้อมูลจาก leaker ชื่อดัง kopite7kimi

    ใช้สถาปัตยกรรม Rubin แบบเดียวกับชิปดาต้าเซ็นเตอร์
    Rubin ถูกใช้ใน Vera Rubin NVL72 และ Rubin CPX

    Rubin อาจให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นราว 30% หากนำมาใช้กับ RTX 6090
    ยังไม่รวมการเพิ่ม clock หรือการปรับสถาปัตยกรรมเพิ่มเติม

    ผลิตบนกระบวนการ TSMC 3nm class
    คาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต่อวัตต์อย่างมาก

    Nvidia เน้น AI มากขึ้นในยุคใหม่ของการ์ดจอ
    DLSS รุ่นถัดไปต้องการพลัง AI สูงขึ้นเรื่อย ๆ

    การเลื่อนเปิดตัวอาจทำให้ตลาดเกมมิ่งขาดความคืบหน้า
    ผู้ใช้ที่รออัปเกรดอาจต้องรออีกหลายปี

    Rubin ถูกออกแบบเพื่อดาต้าเซ็นเตอร์ อาจไม่เหมาะกับเกม 100%
    ต้องรอดูว่าการปรับแต่งสำหรับเกมจะทำได้ดีแค่ไหน

    ปัญหา DRAM shortage อาจกระทบการผลิต GPU หลายรุ่น
    รวมถึง RTX 50 Super ที่อาจถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไป

    การพึ่งพา AI มากขึ้นอาจทำให้ประสิทธิภาพเกมแบบ rasterization ไม่เพิ่มมากนัก
    ผู้ใช้ที่ไม่ใช้ DLSS อาจไม่ได้เห็นการกระโดดของเฟรมเรตมากเท่าที่หวัง

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/nvidias-next-gen-rtx-60-series-might-not-debut-until-the-second-half-of-2027-says-leaker-rumor-claims-rubin-architecture-will-power-future-consumer-gpus
    ⚡🟩 Nvidia อาจเลื่อนเปิดตัว RTX 60 Series ไปปี 2027 — ใช้สถาปัตยกรรม Rubin แบบเดียวกับชิปศูนย์ข้อมูล รายงานล่าสุดจาก Tom’s Hardware ระบุว่า Nvidia อาจเลื่อนเปิดตัวการ์ดจอ GeForce RTX 60 Series ไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2027 โดยมีข้อมูลจากนักปล่อยข่าวชื่อดัง kopite7kimi ที่อ้างว่า Nvidia จะนำสถาปัตยกรรม Rubin ซึ่งเดิมออกแบบมาสำหรับศูนย์ข้อมูล มาใช้กับการ์ดจอเกมมิ่งรุ่นถัดไปด้วย การตัดสินใจนี้ถือว่าน่าสนใจ เพราะปกติ Nvidia มักแยกสถาปัตยกรรมระหว่างตลาดเกมมิ่งและตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ Rubin ถูกใช้ในผลิตภัณฑ์ระดับสูง เช่น Vera Rubin NVL72 AI Supercomputer และ Rubin CPX accelerator ซึ่งมีประสิทธิภาพด้าน AI สูงกว่า Blackwell ถึง 5 เท่า ในงานประมวลผล NVFP4 แม้ตัวเลขนี้จะไม่ได้สะท้อนประสิทธิภาพเกมโดยตรง แต่ก็ชี้ว่าการ์ดจอเกมมิ่งรุ่นใหม่จะเน้นงาน AI มากขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ DLSS รุ่นถัดไปที่ต้องการพลังประมวลผล AI สูงขึ้นเรื่อย ๆ ข้อมูลจาก Rubin CPX ยังเผยว่าหากนำสเปกไปใช้กับการ์ดจอเกมมิ่ง เช่น RTX 6090 อาจได้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นราว 30% แม้ยังไม่รวมการเพิ่มความเร็วสัญญาณนาฬิกาหรือการปรับปรุงสถาปัตยกรรมเพิ่มเติม นอกจากนี้ Rubin ยังถูกผลิตบนกระบวนการ TSMC 3nm class ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต่อวัตต์และลดความร้อนลงเมื่อเทียบกับ Blackwell ที่ยังใช้โหนดเดียวกับ Ada Lovelace บทความยังระบุว่า Nvidia กำลังเผชิญปัญหาซัพพลายเชน โดยเฉพาะ DRAM ทำให้ RTX 50 Super Series อาจถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไป ขณะเดียวกัน Jensen Huang ก็ยอมรับว่าบริษัทอาจต้องนำการ์ดรุ่นเก่ากลับมาขายเพื่อแก้ปัญหาขาดตลาด ซึ่งสะท้อนถึงความตึงตัวของตลาด GPU ในยุคที่ AI ต้องการการ์ดจอจำนวนมหาศาล 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ RTX 60 Series อาจเปิดตัวครึ่งหลังปี 2027 ➡️ ข้อมูลจาก leaker ชื่อดัง kopite7kimi ✅ ใช้สถาปัตยกรรม Rubin แบบเดียวกับชิปดาต้าเซ็นเตอร์ ➡️ Rubin ถูกใช้ใน Vera Rubin NVL72 และ Rubin CPX ✅ Rubin อาจให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นราว 30% หากนำมาใช้กับ RTX 6090 ➡️ ยังไม่รวมการเพิ่ม clock หรือการปรับสถาปัตยกรรมเพิ่มเติม ✅ ผลิตบนกระบวนการ TSMC 3nm class ➡️ คาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต่อวัตต์อย่างมาก ✅ Nvidia เน้น AI มากขึ้นในยุคใหม่ของการ์ดจอ ➡️ DLSS รุ่นถัดไปต้องการพลัง AI สูงขึ้นเรื่อย ๆ ‼️ การเลื่อนเปิดตัวอาจทำให้ตลาดเกมมิ่งขาดความคืบหน้า ⛔ ผู้ใช้ที่รออัปเกรดอาจต้องรออีกหลายปี ‼️ Rubin ถูกออกแบบเพื่อดาต้าเซ็นเตอร์ อาจไม่เหมาะกับเกม 100% ⛔ ต้องรอดูว่าการปรับแต่งสำหรับเกมจะทำได้ดีแค่ไหน ‼️ ปัญหา DRAM shortage อาจกระทบการผลิต GPU หลายรุ่น ⛔ รวมถึง RTX 50 Super ที่อาจถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไป ‼️ การพึ่งพา AI มากขึ้นอาจทำให้ประสิทธิภาพเกมแบบ rasterization ไม่เพิ่มมากนัก ⛔ ผู้ใช้ที่ไม่ใช้ DLSS อาจไม่ได้เห็นการกระโดดของเฟรมเรตมากเท่าที่หวัง https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/nvidias-next-gen-rtx-60-series-might-not-debut-until-the-second-half-of-2027-says-leaker-rumor-claims-rubin-architecture-will-power-future-consumer-gpus
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 113 มุมมอง 0 รีวิว
  • จีนสั่งบริษัทเทคชะลอการซื้อ H200 ชั่วคราว — รัฐบาลทบทวนกติกานำเข้าชิปสหรัฐเพื่อไม่ให้กระทบอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศ

    รัฐบาลปักกิ่งได้แจ้งบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีนให้ “หยุดการสั่งซื้อชิป Nvidia H200 ชั่วคราว” ขณะที่กำลังพิจารณากฎเกณฑ์ใหม่ว่าจะอนุญาตให้บริษัทในประเทศนำเข้าชิปสหรัฐได้มากน้อยเพียงใด โดยไม่ทำลายเป้าหมายระยะยาวในการสร้างอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศให้แข็งแกร่งขึ้น แม้ H200 จะเป็นชิปรุ่นก่อนหน้า Blackwell แต่ก็ยังทรงพลังมากกว่าชิปที่จีนผลิตเอง ทำให้ความต้องการในตลาดจีนยังคงสูงมาก

    การหยุดสั่งซื้อครั้งนี้เกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดี Donald Trump อนุมัติให้ส่งออก H200 ไปจีนได้อีกครั้ง แต่ต้องเสียภาษี 25% ต่อชิปหนึ่งตัว ทำให้บริษัทจีนหลายแห่งรีบเร่งสั่งซื้อก่อนที่นโยบายจะเปลี่ยนอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม แม้ปักกิ่งจะสั่งชะลอ แต่มีรายงานว่าผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์บางรายได้สั่งซื้อแบบ “ไม่สามารถยกเลิกหรือแก้ไขได้” ไปแล้ว และ Nvidia เองก็กำลังเตรียมส่งมอบล็อตใหญ่กว่า 82,000 ตัว ภายในกุมภาพันธ์ 2026

    ความท้าทายสำคัญของรัฐบาลจีนคือการหาจุดสมดุลระหว่าง “การพัฒนา AI อย่างรวดเร็ว” กับ “การพึ่งพาชิปต่างชาติให้น้อยลง” แม้จีนจะอ้างว่าชิปภายในประเทศเริ่มไล่ทัน H20 และ RTX Pro 6000D แล้ว แต่ก็ยังห่างไกลจาก Hopper หรือ Blackwell อยู่มาก ทำให้บริษัทจีนยังต้องพึ่งพาชิปสหรัฐสำหรับงานเทรนนิ่งโมเดลขนาดใหญ่ ขณะที่ชิปในประเทศอาจเหมาะกับงาน inferencing มากกว่า

    หนึ่งในแนวทางที่รัฐบาลจีนกำลังพิจารณาคือ “บังคับให้บริษัทที่นำเข้าชิปต่างชาติ ต้องซื้อชิปภายในประเทศในสัดส่วนที่กำหนด” เช่น 1:1 หรือมากกว่า เพื่อกระตุ้นให้บริษัทจีนใช้งานชิปท้องถิ่นควบคู่กันไป แต่จนกว่าจะมีประกาศอย่างเป็นทางการ บริษัทเทคในจีนก็ทำได้เพียงรอคำสั่งว่าจะสามารถซื้อ H200 ได้เท่าไร และภายใต้เงื่อนไขแบบใด

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ปักกิ่งสั่งบริษัทจีนชะลอการซื้อ Nvidia H200 ชั่วคราว
    รัฐบาลกำลังทบทวนกติกานำเข้าชิปสหรัฐเพื่อไม่กระทบอุตสาหกรรมในประเทศ

    สหรัฐฯ อนุมัติส่งออก H200 พร้อมเก็บภาษี 25%
    ทำให้บริษัทจีนเร่งสั่งซื้อก่อนนโยบายเปลี่ยน

    Nvidia เตรียมส่งมอบล็อตใหญ่ 82,000 ตัวภายในกุมภาพันธ์ 2026
    แสดงถึงความต้องการชิป AI ในจีนที่ยังสูงมาก

    จีนพยายามผลักดันชิปในประเทศ เช่น H20 และ RTX Pro 6000D
    แต่ยังตามหลัง Hopper และ Blackwell อยู่มาก

    ความไม่แน่นอนด้านนโยบายอาจทำให้บริษัทจีนวางแผนลงทุนยาก
    ส่งผลต่อการพัฒนา AI และโครงสร้างพื้นฐาน

    การบังคับซื้อชิปในประเทศอาจเพิ่มต้นทุนให้บริษัทเอกชน
    และอาจทำให้ประสิทธิภาพระบบลดลงหากชิปยังไม่ทันสมัย

    ความตึงเครียดด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐ–จีนยังคงสูง
    ส่งผลต่อซัพพลายเชนชิปทั่วโลก

    การพึ่งพาชิปต่างชาติยังเป็นจุดอ่อนสำคัญของจีน
    ทำให้เสี่ยงต่อการถูกจำกัดการเข้าถึงในอนาคต

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/beijing-tells-companies-to-pause-h200-purchases-china-govt-deliberating-terms-for-letting-local-tech-companies-buy-us-chips-while-still-growing-homegrown-semiconductors
    🏭🇨🇳 จีนสั่งบริษัทเทคชะลอการซื้อ H200 ชั่วคราว — รัฐบาลทบทวนกติกานำเข้าชิปสหรัฐเพื่อไม่ให้กระทบอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศ รัฐบาลปักกิ่งได้แจ้งบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีนให้ “หยุดการสั่งซื้อชิป Nvidia H200 ชั่วคราว” ขณะที่กำลังพิจารณากฎเกณฑ์ใหม่ว่าจะอนุญาตให้บริษัทในประเทศนำเข้าชิปสหรัฐได้มากน้อยเพียงใด โดยไม่ทำลายเป้าหมายระยะยาวในการสร้างอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศให้แข็งแกร่งขึ้น แม้ H200 จะเป็นชิปรุ่นก่อนหน้า Blackwell แต่ก็ยังทรงพลังมากกว่าชิปที่จีนผลิตเอง ทำให้ความต้องการในตลาดจีนยังคงสูงมาก การหยุดสั่งซื้อครั้งนี้เกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดี Donald Trump อนุมัติให้ส่งออก H200 ไปจีนได้อีกครั้ง แต่ต้องเสียภาษี 25% ต่อชิปหนึ่งตัว ทำให้บริษัทจีนหลายแห่งรีบเร่งสั่งซื้อก่อนที่นโยบายจะเปลี่ยนอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม แม้ปักกิ่งจะสั่งชะลอ แต่มีรายงานว่าผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์บางรายได้สั่งซื้อแบบ “ไม่สามารถยกเลิกหรือแก้ไขได้” ไปแล้ว และ Nvidia เองก็กำลังเตรียมส่งมอบล็อตใหญ่กว่า 82,000 ตัว ภายในกุมภาพันธ์ 2026 ความท้าทายสำคัญของรัฐบาลจีนคือการหาจุดสมดุลระหว่าง “การพัฒนา AI อย่างรวดเร็ว” กับ “การพึ่งพาชิปต่างชาติให้น้อยลง” แม้จีนจะอ้างว่าชิปภายในประเทศเริ่มไล่ทัน H20 และ RTX Pro 6000D แล้ว แต่ก็ยังห่างไกลจาก Hopper หรือ Blackwell อยู่มาก ทำให้บริษัทจีนยังต้องพึ่งพาชิปสหรัฐสำหรับงานเทรนนิ่งโมเดลขนาดใหญ่ ขณะที่ชิปในประเทศอาจเหมาะกับงาน inferencing มากกว่า หนึ่งในแนวทางที่รัฐบาลจีนกำลังพิจารณาคือ “บังคับให้บริษัทที่นำเข้าชิปต่างชาติ ต้องซื้อชิปภายในประเทศในสัดส่วนที่กำหนด” เช่น 1:1 หรือมากกว่า เพื่อกระตุ้นให้บริษัทจีนใช้งานชิปท้องถิ่นควบคู่กันไป แต่จนกว่าจะมีประกาศอย่างเป็นทางการ บริษัทเทคในจีนก็ทำได้เพียงรอคำสั่งว่าจะสามารถซื้อ H200 ได้เท่าไร และภายใต้เงื่อนไขแบบใด 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ปักกิ่งสั่งบริษัทจีนชะลอการซื้อ Nvidia H200 ชั่วคราว ➡️ รัฐบาลกำลังทบทวนกติกานำเข้าชิปสหรัฐเพื่อไม่กระทบอุตสาหกรรมในประเทศ ✅ สหรัฐฯ อนุมัติส่งออก H200 พร้อมเก็บภาษี 25% ➡️ ทำให้บริษัทจีนเร่งสั่งซื้อก่อนนโยบายเปลี่ยน ✅ Nvidia เตรียมส่งมอบล็อตใหญ่ 82,000 ตัวภายในกุมภาพันธ์ 2026 ➡️ แสดงถึงความต้องการชิป AI ในจีนที่ยังสูงมาก ✅ จีนพยายามผลักดันชิปในประเทศ เช่น H20 และ RTX Pro 6000D ➡️ แต่ยังตามหลัง Hopper และ Blackwell อยู่มาก ‼️ ความไม่แน่นอนด้านนโยบายอาจทำให้บริษัทจีนวางแผนลงทุนยาก ⛔ ส่งผลต่อการพัฒนา AI และโครงสร้างพื้นฐาน ‼️ การบังคับซื้อชิปในประเทศอาจเพิ่มต้นทุนให้บริษัทเอกชน ⛔ และอาจทำให้ประสิทธิภาพระบบลดลงหากชิปยังไม่ทันสมัย ‼️ ความตึงเครียดด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐ–จีนยังคงสูง ⛔ ส่งผลต่อซัพพลายเชนชิปทั่วโลก ‼️ การพึ่งพาชิปต่างชาติยังเป็นจุดอ่อนสำคัญของจีน ⛔ ทำให้เสี่ยงต่อการถูกจำกัดการเข้าถึงในอนาคต https://www.tomshardware.com/tech-industry/beijing-tells-companies-to-pause-h200-purchases-china-govt-deliberating-terms-for-letting-local-tech-companies-buy-us-chips-while-still-growing-homegrown-semiconductors
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 123 มุมมอง 0 รีวิว
  • Frore Systems โชว์ AirJet & LiquidJet ของจริง — คูลลิ่งจิ๋วพลังโหดที่อาจเปลี่ยนอนาคตโน้ตบุ๊กและ AI Server

    Frore Systems นำเทคโนโลยีระบายความร้อนรุ่นใหม่ AirJet และ LiquidJet มาโชว์แบบ “ตัวเป็น ๆ” ในงาน CES โดยชูจุดเด่นว่าให้ประสิทธิภาพสูงกว่าโซลูชันเดิมหลายเท่าในขนาดที่เล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัด AirJet Mini G2 ซึ่งเป็นโมดูลพื้นฐาน ใช้แผ่นสั่นความถี่สูงเพื่อสร้างแรงลมแบบไร้ใบพัด ทำให้ทำงานเงียบมากและแทบไม่ต้องบำรุงรักษา เหมาะกับอุปกรณ์พกพาอย่าง ultrabook, mini‑PC และ embedded system ที่ต้องการคูลลิ่งระดับ 45W แต่พื้นที่จำกัด

    หนึ่งในเดโมที่โดดเด่นคือ AirJet Pak 5C ซึ่งใช้ AirJet Mini G2 จำนวน 5 ตัว สามารถระบายความร้อนให้ Nvidia Jetson Orin NX Super (40W TDP) ได้อย่างสบาย ทั้งที่ตัวคูลเลอร์หนักเพียง 300 กรัมและมีขนาดใกล้เคียงฮาร์ดดิสก์ 2.5 นิ้ว แต่ให้ประสิทธิภาพเทียบเท่าฮีตซิงก์อลูมิเนียมหนัก 2 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังมีเดโมบน Galaxy Book 5 Pro 14 นิ้ว ที่เปลี่ยนจากระบบพัดลมคู่แบบเดิมเป็น AirJet 4 ตัว ทำให้ได้ TDP สูงขึ้น (24W จากเดิม 20W) และเสียงรบกวนลดลงเหลือเพียง 27 dBA พร้อมประสิทธิภาพ Cinebench ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน

    สำหรับงานระดับเซิร์ฟเวอร์ Frore นำ LiquidJet ซึ่งเป็น cold plate แบบไมโครแชนแนล 3D มาโชว์ โดยออกแบบให้เส้นทางน้ำสั้นลงและแรงดันต่ำกว่าโซลูชันทั่วไป ทำให้รองรับความร้อนระดับสูงมาก เช่น Nvidia Rubin 2 SoC ที่ปล่อยความร้อนถึง 1950W แต่ LiquidJet สามารถคุมอุณหภูมิไว้ที่ 65–70°C ได้อย่างน่าทึ่ง รวมถึง ASIC 1200W ที่ยังคงเย็นเพียง 70–75°C แม้น้ำเข้าจะอุ่นถึง 34.5°C ก็ตาม

    เดโมสุดท้ายคือ GPU 600W ที่ปกติร้อนถึง 105°C แต่เมื่อใช้ LiquidJet รุ่นออกแบบพิเศษกลับสามารถคงอุณหภูมิไว้ที่ 95°C ได้อย่างเสถียร แสดงให้เห็นว่า Frore สามารถออกแบบ cold plate ให้ตรงกับ hotspot ของชิปแต่ละรุ่นได้อย่างแม่นยำ เทคโนโลยีนี้จึงถูกจับตามองอย่างมากในตลาด AI server ที่ต้องการคูลลิ่งประสิทธิภาพสูงเพื่อควบคุมต้นทุนพลังงานและเพิ่ม ROI

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Frore Systems โชว์ AirJet และ LiquidJet รุ่นผลิตจริงในงาน CES
    AirJet Mini G2 ใช้แผ่นสั่นสร้างแรงลมแบบไร้ใบพัด เงียบและไร้ฝุ่น

    AirJet Pak 5C ระบายความร้อน Jetson Orin NX Super (40W) ได้ด้วยน้ำหนักเพียง 300 กรัม
    ประสิทธิภาพเทียบฮีตซิงก์ 2 กิโลกรัม

    Galaxy Book 5 Pro ใช้ AirJet 4 ตัว ได้ TDP สูงขึ้นและเสียงลดลงเหลือ 27 dBA
    ประสิทธิภาพ Cinebench ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

    LiquidJet รองรับความร้อนระดับ 1200–1950W สำหรับ AI server
    Rubin 2 SoC ถูกคุมไว้ที่ 65–70°C แม้โหลดสูงมาก

    GPU 600W ถูกลดอุณหภูมิจาก 105°C เหลือ 95°C ด้วย LiquidJet
    Cold plate ถูกออกแบบตรง hotspot ของชิปแต่ละรุ่น

    AirJet ยังเหมาะกับอุปกรณ์ TDP ต่ำ–กลางเท่านั้น
    ไม่เหมาะกับซีพียูเดสก์ท็อประดับสูง

    LiquidJet ต้องใช้ระบบน้ำเฉพาะทางและอาจมีต้นทุนสูง
    เหมาะกับศูนย์ข้อมูลมากกว่าผู้ใช้ทั่วไป

    เทคโนโลยีใหม่อาจต้องรอการยอมรับจากผู้ผลิตอุปกรณ์
    การนำไปใช้จริงอาจใช้เวลาหลายปี

    การออกแบบ cold plate เฉพาะรุ่นอาจเพิ่มต้นทุนการผลิต
    ไม่เหมาะกับตลาดที่ต้องการต้นทุนต่ำ

    https://www.tomshardware.com/pc-components/liquid-cooling/frore-systems-liquidjet-and-airjet-pak-cooling-systems-in-the-flesh-live-demo-with-production-hardware-display-impressive-cooling-capacity
    🧊🚀 Frore Systems โชว์ AirJet & LiquidJet ของจริง — คูลลิ่งจิ๋วพลังโหดที่อาจเปลี่ยนอนาคตโน้ตบุ๊กและ AI Server Frore Systems นำเทคโนโลยีระบายความร้อนรุ่นใหม่ AirJet และ LiquidJet มาโชว์แบบ “ตัวเป็น ๆ” ในงาน CES โดยชูจุดเด่นว่าให้ประสิทธิภาพสูงกว่าโซลูชันเดิมหลายเท่าในขนาดที่เล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัด AirJet Mini G2 ซึ่งเป็นโมดูลพื้นฐาน ใช้แผ่นสั่นความถี่สูงเพื่อสร้างแรงลมแบบไร้ใบพัด ทำให้ทำงานเงียบมากและแทบไม่ต้องบำรุงรักษา เหมาะกับอุปกรณ์พกพาอย่าง ultrabook, mini‑PC และ embedded system ที่ต้องการคูลลิ่งระดับ 45W แต่พื้นที่จำกัด หนึ่งในเดโมที่โดดเด่นคือ AirJet Pak 5C ซึ่งใช้ AirJet Mini G2 จำนวน 5 ตัว สามารถระบายความร้อนให้ Nvidia Jetson Orin NX Super (40W TDP) ได้อย่างสบาย ทั้งที่ตัวคูลเลอร์หนักเพียง 300 กรัมและมีขนาดใกล้เคียงฮาร์ดดิสก์ 2.5 นิ้ว แต่ให้ประสิทธิภาพเทียบเท่าฮีตซิงก์อลูมิเนียมหนัก 2 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังมีเดโมบน Galaxy Book 5 Pro 14 นิ้ว ที่เปลี่ยนจากระบบพัดลมคู่แบบเดิมเป็น AirJet 4 ตัว ทำให้ได้ TDP สูงขึ้น (24W จากเดิม 20W) และเสียงรบกวนลดลงเหลือเพียง 27 dBA พร้อมประสิทธิภาพ Cinebench ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน สำหรับงานระดับเซิร์ฟเวอร์ Frore นำ LiquidJet ซึ่งเป็น cold plate แบบไมโครแชนแนล 3D มาโชว์ โดยออกแบบให้เส้นทางน้ำสั้นลงและแรงดันต่ำกว่าโซลูชันทั่วไป ทำให้รองรับความร้อนระดับสูงมาก เช่น Nvidia Rubin 2 SoC ที่ปล่อยความร้อนถึง 1950W แต่ LiquidJet สามารถคุมอุณหภูมิไว้ที่ 65–70°C ได้อย่างน่าทึ่ง รวมถึง ASIC 1200W ที่ยังคงเย็นเพียง 70–75°C แม้น้ำเข้าจะอุ่นถึง 34.5°C ก็ตาม เดโมสุดท้ายคือ GPU 600W ที่ปกติร้อนถึง 105°C แต่เมื่อใช้ LiquidJet รุ่นออกแบบพิเศษกลับสามารถคงอุณหภูมิไว้ที่ 95°C ได้อย่างเสถียร แสดงให้เห็นว่า Frore สามารถออกแบบ cold plate ให้ตรงกับ hotspot ของชิปแต่ละรุ่นได้อย่างแม่นยำ เทคโนโลยีนี้จึงถูกจับตามองอย่างมากในตลาด AI server ที่ต้องการคูลลิ่งประสิทธิภาพสูงเพื่อควบคุมต้นทุนพลังงานและเพิ่ม ROI 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Frore Systems โชว์ AirJet และ LiquidJet รุ่นผลิตจริงในงาน CES ➡️ AirJet Mini G2 ใช้แผ่นสั่นสร้างแรงลมแบบไร้ใบพัด เงียบและไร้ฝุ่น ✅ AirJet Pak 5C ระบายความร้อน Jetson Orin NX Super (40W) ได้ด้วยน้ำหนักเพียง 300 กรัม ➡️ ประสิทธิภาพเทียบฮีตซิงก์ 2 กิโลกรัม ✅ Galaxy Book 5 Pro ใช้ AirJet 4 ตัว ได้ TDP สูงขึ้นและเสียงลดลงเหลือ 27 dBA ➡️ ประสิทธิภาพ Cinebench ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ✅ LiquidJet รองรับความร้อนระดับ 1200–1950W สำหรับ AI server ➡️ Rubin 2 SoC ถูกคุมไว้ที่ 65–70°C แม้โหลดสูงมาก ✅ GPU 600W ถูกลดอุณหภูมิจาก 105°C เหลือ 95°C ด้วย LiquidJet ➡️ Cold plate ถูกออกแบบตรง hotspot ของชิปแต่ละรุ่น ‼️ AirJet ยังเหมาะกับอุปกรณ์ TDP ต่ำ–กลางเท่านั้น ⛔ ไม่เหมาะกับซีพียูเดสก์ท็อประดับสูง ‼️ LiquidJet ต้องใช้ระบบน้ำเฉพาะทางและอาจมีต้นทุนสูง ⛔ เหมาะกับศูนย์ข้อมูลมากกว่าผู้ใช้ทั่วไป ‼️ เทคโนโลยีใหม่อาจต้องรอการยอมรับจากผู้ผลิตอุปกรณ์ ⛔ การนำไปใช้จริงอาจใช้เวลาหลายปี ‼️ การออกแบบ cold plate เฉพาะรุ่นอาจเพิ่มต้นทุนการผลิต ⛔ ไม่เหมาะกับตลาดที่ต้องการต้นทุนต่ำ https://www.tomshardware.com/pc-components/liquid-cooling/frore-systems-liquidjet-and-airjet-pak-cooling-systems-in-the-flesh-live-demo-with-production-hardware-display-impressive-cooling-capacity
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 111 มุมมอง 0 รีวิว
  • ผู้บริหาร AMD แนะผู้ใช้ “ซื้อซีพียูราคาถูกลง” เพื่อรับมือราคาหน่วยความจำที่พุ่งสูง — ชี้ตลาดมีตัวเลือกหลากหลายไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นแพง

    ผู้บริหารระดับสูงของ AMD ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ราคาหน่วยความจำ (RAM) ที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่าผู้บริโภคสามารถ “บาลานซ์งบประมาณ” ได้ด้วยการเลือกซีพียูรุ่นที่ราคาถูกลงแทนการซื้อรุ่นท็อป เพราะในตลาดปัจจุบันมีตัวเลือกหลากหลายสำหรับทุกช่วงราคา ไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นแพงเพื่อให้ได้ประสบการณ์ที่ดีเสมอไป คำแนะนำนี้สะท้อนถึงความพยายามของ AMD ในการช่วยผู้ใช้จัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมในยุคที่ต้นทุนหน่วยความจำสูงขึ้นอย่างมาก

    บทความระบุว่าราคาหน่วยความจำ DRAM และ NAND เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปัญหาซัพพลายเชนและความต้องการที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในตลาด AI และเซิร์ฟเวอร์ ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นเมื่อประกอบพีซีใหม่ ผู้บริหาร AMD จึงเสนอว่าการเลือกซีพียูระดับกลางหรือระดับเริ่มต้น เช่น Ryzen 5 หรือ Ryzen 3 อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในช่วงที่ RAM มีราคาแพงกว่าปกติ

    AMD ยังชี้ว่าซีพียูรุ่นใหม่ของบริษัท เช่น Ryzen 7000 และ 8000 Series มีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ แม้จะเป็นรุ่นที่ไม่ใช่ตัวท็อปก็ตาม โดยเฉพาะงานทั่วไป เกมระดับกลาง หรือการทำงานแบบมัลติทาสก์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ซีพียูระดับสูงสุดเสมอไป แนวคิดนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถนำงบไปลงกับ RAM หรือ SSD ที่มีราคาสูงขึ้นแทน เพื่อให้ได้ประสบการณ์ใช้งานที่สมดุลกว่า

    อย่างไรก็ตาม คำแนะนำนี้ก็ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์ของ AMD ในการผลักดันยอดขายซีพียูระดับกลาง–ล่างในช่วงที่ตลาดพีซีชะลอตัว ขณะเดียวกันก็สะท้อนความจริงว่าต้นทุนหน่วยความจำกำลังเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบผู้ใช้ทั่วไปมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการประกอบพีซีใหม่ในปีนี้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ผู้บริหาร AMD แนะนำให้ผู้ใช้เลือกซีพียูราคาถูกลงเพื่อชดเชยราคาหน่วยความจำที่สูงขึ้น
    ตลาดมีตัวเลือกหลากหลายสำหรับทุกช่วงราคา

    ราคาหน่วยความจำ DRAM และ NAND เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
    สาเหตุจากความต้องการสูงในตลาด AI และปัญหาซัพพลายเชน

    ซีพียูระดับกลางของ AMD เช่น Ryzen 5/3 ยังให้ประสิทธิภาพดีสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่
    เหมาะกับงานทั่วไปและเกมระดับกลาง

    AMD ชี้ว่าผู้ใช้ควรจัดงบให้สมดุลระหว่างซีพียูและ RAM
    เพื่อให้ได้ประสบการณ์ใช้งานที่คุ้มค่าที่สุด

    ราคาหน่วยความจำอาจยังคงสูงต่อเนื่องในปีนี้
    ส่งผลให้ต้นทุนประกอบพีซีเพิ่มขึ้น

    การเลือกซีพียูราคาถูกเกินไปอาจจำกัดประสิทธิภาพในอนาคต
    โดยเฉพาะงานหนักหรือเกม AAA รุ่นใหม่

    คำแนะนำของ AMD อาจมีมุมมองเชิงการตลาด
    ผู้ใช้ควรพิจารณาความต้องการจริงของตนเอง

    หากซื้อ RAM ราคาสูงตอนนี้ อาจเจอราคาลดลงในอนาคต
    เสี่ยงต่อการจ่ายแพงเกินจำเป็น

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/senior-amd-executive-suggests-consumers-buy-cheap-cpus-to-combat-memory-pricing-squeeze-says-consumers-have-a-wide-assortment-of-choice-available-for-all-kinds-of-price-points
    🧠💸 ผู้บริหาร AMD แนะผู้ใช้ “ซื้อซีพียูราคาถูกลง” เพื่อรับมือราคาหน่วยความจำที่พุ่งสูง — ชี้ตลาดมีตัวเลือกหลากหลายไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นแพง ผู้บริหารระดับสูงของ AMD ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ราคาหน่วยความจำ (RAM) ที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่าผู้บริโภคสามารถ “บาลานซ์งบประมาณ” ได้ด้วยการเลือกซีพียูรุ่นที่ราคาถูกลงแทนการซื้อรุ่นท็อป เพราะในตลาดปัจจุบันมีตัวเลือกหลากหลายสำหรับทุกช่วงราคา ไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นแพงเพื่อให้ได้ประสบการณ์ที่ดีเสมอไป คำแนะนำนี้สะท้อนถึงความพยายามของ AMD ในการช่วยผู้ใช้จัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมในยุคที่ต้นทุนหน่วยความจำสูงขึ้นอย่างมาก บทความระบุว่าราคาหน่วยความจำ DRAM และ NAND เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปัญหาซัพพลายเชนและความต้องการที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในตลาด AI และเซิร์ฟเวอร์ ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นเมื่อประกอบพีซีใหม่ ผู้บริหาร AMD จึงเสนอว่าการเลือกซีพียูระดับกลางหรือระดับเริ่มต้น เช่น Ryzen 5 หรือ Ryzen 3 อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในช่วงที่ RAM มีราคาแพงกว่าปกติ AMD ยังชี้ว่าซีพียูรุ่นใหม่ของบริษัท เช่น Ryzen 7000 และ 8000 Series มีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ แม้จะเป็นรุ่นที่ไม่ใช่ตัวท็อปก็ตาม โดยเฉพาะงานทั่วไป เกมระดับกลาง หรือการทำงานแบบมัลติทาสก์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ซีพียูระดับสูงสุดเสมอไป แนวคิดนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถนำงบไปลงกับ RAM หรือ SSD ที่มีราคาสูงขึ้นแทน เพื่อให้ได้ประสบการณ์ใช้งานที่สมดุลกว่า อย่างไรก็ตาม คำแนะนำนี้ก็ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์ของ AMD ในการผลักดันยอดขายซีพียูระดับกลาง–ล่างในช่วงที่ตลาดพีซีชะลอตัว ขณะเดียวกันก็สะท้อนความจริงว่าต้นทุนหน่วยความจำกำลังเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบผู้ใช้ทั่วไปมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการประกอบพีซีใหม่ในปีนี้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ผู้บริหาร AMD แนะนำให้ผู้ใช้เลือกซีพียูราคาถูกลงเพื่อชดเชยราคาหน่วยความจำที่สูงขึ้น ➡️ ตลาดมีตัวเลือกหลากหลายสำหรับทุกช่วงราคา ✅ ราคาหน่วยความจำ DRAM และ NAND เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ➡️ สาเหตุจากความต้องการสูงในตลาด AI และปัญหาซัพพลายเชน ✅ ซีพียูระดับกลางของ AMD เช่น Ryzen 5/3 ยังให้ประสิทธิภาพดีสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ ➡️ เหมาะกับงานทั่วไปและเกมระดับกลาง ✅ AMD ชี้ว่าผู้ใช้ควรจัดงบให้สมดุลระหว่างซีพียูและ RAM ➡️ เพื่อให้ได้ประสบการณ์ใช้งานที่คุ้มค่าที่สุด ‼️ ราคาหน่วยความจำอาจยังคงสูงต่อเนื่องในปีนี้ ⛔ ส่งผลให้ต้นทุนประกอบพีซีเพิ่มขึ้น ‼️ การเลือกซีพียูราคาถูกเกินไปอาจจำกัดประสิทธิภาพในอนาคต ⛔ โดยเฉพาะงานหนักหรือเกม AAA รุ่นใหม่ ‼️ คำแนะนำของ AMD อาจมีมุมมองเชิงการตลาด ⛔ ผู้ใช้ควรพิจารณาความต้องการจริงของตนเอง ‼️ หากซื้อ RAM ราคาสูงตอนนี้ อาจเจอราคาลดลงในอนาคต ⛔ เสี่ยงต่อการจ่ายแพงเกินจำเป็น https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/senior-amd-executive-suggests-consumers-buy-cheap-cpus-to-combat-memory-pricing-squeeze-says-consumers-have-a-wide-assortment-of-choice-available-for-all-kinds-of-price-points
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Senior AMD executive suggests consumers buy cheap CPUs to combat memory pricing squeeze — says ‘consumers have a wide assortment of choice available for all kinds of price points’
    'Consumers have a wide assortment of choice available for all kinds of price points that they can buy for this coming year. So yeah, I'm not not too concerned about that.'
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 110 มุมมอง 0 รีวิว
  • AMD สวนกลับ Intel: “ไม่แฟร์จะเอา Arc B390 มาเทียบกับ Strix Halo” — ชี้อยู่คนละระดับทั้งด้านกราฟิกและตลาดเป้าหมาย

    Rahul Tikoo ผู้บริหารระดับสูงของ AMD ให้สัมภาษณ์กับ Tom’s Hardware โดยยืนยันว่า AMD “ไม่หวั่น” ต่อการเปิดตัว Panther Lake ของ Intel แม้จะมาพร้อม iGPU ตัวแรง Arc B390 ก็ตาม เขาระบุชัดว่า Strix Halo (Ryzen AI Max) ถูกออกแบบมาเพื่อกลุ่มผู้ใช้ระดับโปรและครีเอเตอร์ที่ต้องการพลังกราฟิกสูง ในขณะที่ Panther Lake เน้นตลาดโน้ตบุ๊กทั่วไป ทำให้การนำทั้งสองมาเทียบกัน “ไม่ใช่การต่อสู้ที่ยุติธรรม”

    Tikoo ยังชี้ว่า Intel เลือกเปรียบเทียบ Panther Lake กับ Ryzen AI รุ่นกลางเท่านั้น และ “หลีกเลี่ยง” การเทียบกับ Strix Halo โดยตรง ซึ่งสะท้อนว่าผลลัพธ์อาจไม่เข้าทาง Intel มากนัก นอกจากนี้เขายังแอบบอกใบ้ว่าราคา Panther Lake จะ “ไม่สวยงาม” และอาจสูงกว่าที่หลายคนคาดไว้ ทำให้ Strix Halo อาจกลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่าในหลายตลาด

    ในด้านสเปก Intel Panther Lake ถือเป็นแพลตฟอร์มโน้ตบุ๊กที่ทรงพลังที่สุดของ Intel ในตอนนี้ ใช้กระบวนการผลิต 18A พร้อมคอร์ Cougar Cove และ Darkmount รวมถึง iGPU Xe3 B390 ที่ Intel อ้างว่าให้ประสิทธิภาพใกล้เคียง RTX 4050 Laptop GPU ที่กำลังไฟ 60W แต่ใช้พลังงานเพียง 45W เท่านั้น และสามารถทำได้ถึง 80 FPS ใน Cyberpunk 2077 ที่ 1080p High + XeSS Balanced ตามการทดสอบของ Tom’s Hardware เอง

    อย่างไรก็ตาม AMD ยืนยันว่าตนมี “สองไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดได้ดีกว่า” คือ Strix Halo สำหรับผู้ใช้ระดับสูง และ Ryzen AI รุ่นปกติสำหรับตลาดแมส ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคเลือกได้ตามความต้องการจริง ไม่ใช่ชิปที่พยายามทำทุกอย่างแต่ไม่โดดเด่นในด้านใดด้านหนึ่ง Tikoo เชื่อว่าผู้ใช้จะเลือกจากงานที่ทำ ไม่ใช่ตัวเลขสเปกเพียงอย่างเดียว

    สรุปประเด็นสำคัญ
    AMD ระบุว่าไม่ควรนำ Arc B390 มาเทียบกับ Strix Halo
    เพราะทั้งสองถูกออกแบบมาเพื่อคนละตลาดและระดับประสิทธิภาพ

    Intel ไม่ได้เปรียบเทียบ Panther Lake กับ Strix Halo ในสไลด์ของตน
    เลือกเทียบกับ Ryzen AI รุ่นกลางเท่านั้น

    Intel Panther Lake ใช้กระบวนการผลิต 18A พร้อม iGPU Xe3 B390
    ทำเฟรมเรตได้ถึง 80 FPS ใน Cyberpunk 2077 ที่ 1080p High + XeSS Balanced

    AMD ชี้ว่าตนมีไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดได้ครบกว่า
    Strix Halo สำหรับโปร/ครีเอเตอร์ และ Ryzen AI สำหรับผู้ใช้ทั่วไป

    ราคา Panther Lake อาจสูงกว่าที่คาด
    ผู้บริหาร AMD บอกใบ้ว่า “ไม่สวยงาม”

    iGPU แม้แรงขึ้นมาก แต่ยังไม่แทนที่ dGPU ระดับกลางได้เต็มที่
    โดยเฉพาะงาน AAA หรือเรนเดอร์หนัก

    การเปรียบเทียบจากสไลด์ของผู้ผลิตอาจมีอคติ
    ควรรอดูผลทดสอบจริงจากหลายสำนัก

    Strix Halo อาจมีราคาสูงเช่นกัน
    ทำให้โน้ตบุ๊กที่ใช้ชิปนี้อยู่ในกลุ่มพรีเมียม

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/amd-is-unphased-by-panther-lakes-big-integrated-gpu-its-not-even-a-fair-fight-to-compare-the-arc-b390-to-strix-halo-amd-exec-claims
    🔥🎮 AMD สวนกลับ Intel: “ไม่แฟร์จะเอา Arc B390 มาเทียบกับ Strix Halo” — ชี้อยู่คนละระดับทั้งด้านกราฟิกและตลาดเป้าหมาย Rahul Tikoo ผู้บริหารระดับสูงของ AMD ให้สัมภาษณ์กับ Tom’s Hardware โดยยืนยันว่า AMD “ไม่หวั่น” ต่อการเปิดตัว Panther Lake ของ Intel แม้จะมาพร้อม iGPU ตัวแรง Arc B390 ก็ตาม เขาระบุชัดว่า Strix Halo (Ryzen AI Max) ถูกออกแบบมาเพื่อกลุ่มผู้ใช้ระดับโปรและครีเอเตอร์ที่ต้องการพลังกราฟิกสูง ในขณะที่ Panther Lake เน้นตลาดโน้ตบุ๊กทั่วไป ทำให้การนำทั้งสองมาเทียบกัน “ไม่ใช่การต่อสู้ที่ยุติธรรม” Tikoo ยังชี้ว่า Intel เลือกเปรียบเทียบ Panther Lake กับ Ryzen AI รุ่นกลางเท่านั้น และ “หลีกเลี่ยง” การเทียบกับ Strix Halo โดยตรง ซึ่งสะท้อนว่าผลลัพธ์อาจไม่เข้าทาง Intel มากนัก นอกจากนี้เขายังแอบบอกใบ้ว่าราคา Panther Lake จะ “ไม่สวยงาม” และอาจสูงกว่าที่หลายคนคาดไว้ ทำให้ Strix Halo อาจกลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่าในหลายตลาด ในด้านสเปก Intel Panther Lake ถือเป็นแพลตฟอร์มโน้ตบุ๊กที่ทรงพลังที่สุดของ Intel ในตอนนี้ ใช้กระบวนการผลิต 18A พร้อมคอร์ Cougar Cove และ Darkmount รวมถึง iGPU Xe3 B390 ที่ Intel อ้างว่าให้ประสิทธิภาพใกล้เคียง RTX 4050 Laptop GPU ที่กำลังไฟ 60W แต่ใช้พลังงานเพียง 45W เท่านั้น และสามารถทำได้ถึง 80 FPS ใน Cyberpunk 2077 ที่ 1080p High + XeSS Balanced ตามการทดสอบของ Tom’s Hardware เอง อย่างไรก็ตาม AMD ยืนยันว่าตนมี “สองไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดได้ดีกว่า” คือ Strix Halo สำหรับผู้ใช้ระดับสูง และ Ryzen AI รุ่นปกติสำหรับตลาดแมส ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคเลือกได้ตามความต้องการจริง ไม่ใช่ชิปที่พยายามทำทุกอย่างแต่ไม่โดดเด่นในด้านใดด้านหนึ่ง Tikoo เชื่อว่าผู้ใช้จะเลือกจากงานที่ทำ ไม่ใช่ตัวเลขสเปกเพียงอย่างเดียว 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ AMD ระบุว่าไม่ควรนำ Arc B390 มาเทียบกับ Strix Halo ➡️ เพราะทั้งสองถูกออกแบบมาเพื่อคนละตลาดและระดับประสิทธิภาพ ✅ Intel ไม่ได้เปรียบเทียบ Panther Lake กับ Strix Halo ในสไลด์ของตน ➡️ เลือกเทียบกับ Ryzen AI รุ่นกลางเท่านั้น ✅ Intel Panther Lake ใช้กระบวนการผลิต 18A พร้อม iGPU Xe3 B390 ➡️ ทำเฟรมเรตได้ถึง 80 FPS ใน Cyberpunk 2077 ที่ 1080p High + XeSS Balanced ✅ AMD ชี้ว่าตนมีไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดได้ครบกว่า ➡️ Strix Halo สำหรับโปร/ครีเอเตอร์ และ Ryzen AI สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ‼️ ราคา Panther Lake อาจสูงกว่าที่คาด ⛔ ผู้บริหาร AMD บอกใบ้ว่า “ไม่สวยงาม” ‼️ iGPU แม้แรงขึ้นมาก แต่ยังไม่แทนที่ dGPU ระดับกลางได้เต็มที่ ⛔ โดยเฉพาะงาน AAA หรือเรนเดอร์หนัก ‼️ การเปรียบเทียบจากสไลด์ของผู้ผลิตอาจมีอคติ ⛔ ควรรอดูผลทดสอบจริงจากหลายสำนัก ‼️ Strix Halo อาจมีราคาสูงเช่นกัน ⛔ ทำให้โน้ตบุ๊กที่ใช้ชิปนี้อยู่ในกลุ่มพรีเมียม https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/amd-is-unphased-by-panther-lakes-big-integrated-gpu-its-not-even-a-fair-fight-to-compare-the-arc-b390-to-strix-halo-amd-exec-claims
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 88 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline

    #รวมข่าวIT #20260108 #securityonline

    GitLab ออกแพตช์อุดช่องโหว่ร้ายแรงหลายรายการ
    GitLab ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยครั้งใหญ่เพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับสูงหลายรายการ ทั้งช่องโหว่ XSS ที่สามารถฝังสคริปต์อันตรายใน Markdown, ช่องโหว่ Web IDE ที่ทำให้ผู้โจมตีรันโค้ดในเบราว์เซอร์เหยื่อได้เพียงแค่ล่อให้เปิดเว็บเพจที่สร้างขึ้นพิเศษ และช่องโหว่ใน Duo Workflows ที่เปิดทางให้เข้าถึงการตั้งค่า AI โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงปัญหาระดับกลางอื่น ๆ เช่น การแก้ไขการตั้งค่า AI ผ่าน GraphQL, การโจมตี DoS ระหว่างนำเข้าโปรเจกต์ และการลบ runner ของโปรเจกต์อื่นได้โดยไม่ตั้งใจ ทำให้ผู้ดูแลระบบจำเป็นต้องอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดทันทีเพื่อปิดความเสี่ยงทั้งหมดนี้
    https://securityonline.info/gitlab-patch-high-severity-xss-ai-flaws-expose-user-data

    CrazyHunter แรนซัมแวร์สุดโหดไล่ล่าองค์กรสาธารณสุข
    CrazyHunter แรนซัมแวร์สายพันธุ์ใหม่ที่พัฒนามาจาก Prince ransomware กำลังสร้างความเสียหายหนักในภาคสาธารณสุข โดยเฉพาะในไต้หวัน ด้วยเทคนิคเจาะระบบผ่านรหัสผ่านอ่อนแอ ใช้ SharpGPOAbuse กระจายตัวทั่วเครือข่าย และใช้ไดรเวอร์ BYOVD เพื่อปิดการทำงานของโปรแกรมป้องกันไวรัส ก่อนเข้ารหัสไฟล์แบบเร็วด้วยวิธี partial encryption พร้อมข่มขู่เหยื่อผ่านช่องทาง Telegram และเว็บไซต์รั่วไหลข้อมูล กลุ่มผู้โจมตีประกาศชัดว่าต้องการความ “โลภแบบ REvil” ทำให้หน่วยงานสาธารณสุขต้องเร่งเสริมมาตรการป้องกันอย่างเร่งด่วน
    https://securityonline.info/crazyhunter-the-ruthless-ransomware-stalking-healthcare

    พบช่องโหว่ Auth Bypass ร้ายแรงใน TLP เครื่องมือจัดการพลังงานบน Linux
    นักวิจัยจาก SUSE พบช่องโหว่ร้ายแรงใน TLP เวอร์ชัน 1.9.0 ซึ่งมี daemon ใหม่ที่รันด้วยสิทธิ์ root แต่เกิดข้อผิดพลาดในกลไกตรวจสอบสิทธิ์ของ Polkit ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถสั่งงาน daemon ได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน นอกจากนี้ยังพบปัญหา DoS จากการสร้าง profile hold ได้ไม่จำกัดจำนวน และการจัดการ cookie ที่ไม่ปลอดภัย ทีมพัฒนาได้ออกแพตช์ในเวอร์ชัน 1.9.1 เพื่อแก้ไขทั้งหมดแล้ว ผู้ใช้ Linux ควรอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยง
    https://securityonline.info/cve-2025-67859-critical-auth-bypass-discovered-in-popular-linux-battery-utility

    GoBruteforcer กลับมาอีกครั้ง พร้อมบอทเน็ต 50,000 เซิร์ฟเวอร์จากโค้ดตัวอย่างที่ AI สร้าง
    GoBruteforcer เวอร์ชันใหม่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนัก โดยอาศัยช่องโหว่จาก “โค้ดตัวอย่างที่ AI สร้างให้ผู้ใช้” ซึ่งมักมีค่า default อ่อนแอ ทำให้ผู้โจมตีสามารถ brute-force บริการยอดนิยมอย่าง MySQL, FTP และ phpMyAdmin ได้ง่ายขึ้น นักวิจัยพบว่ามีเซิร์ฟเวอร์กว่า 50,000 เครื่องเสี่ยงถูกโจมตี และกลุ่มผู้โจมตียังมุ่งเป้าไปที่ฐานข้อมูลของโปรเจกต์คริปโตเพื่อขโมยสินทรัพย์ดิจิทัล ตัวมัลแวร์ถูกพัฒนาให้ซ่อนตัวเก่งขึ้น ใช้ชื่อ process ปลอม และหลีกเลี่ยง IP ของ DoD และคลาวด์ใหญ่ ๆ เพื่อไม่ให้ถูกตรวจจับ
    https://securityonline.info/gobruteforcer-returns-how-ai-code-snippets-fueled-a-50000-server-botnet

    ความจริงเบื้องหลังเหตุ BGP Leak ของเวเนซุเอลา: ความผิดพลาดหรือปฏิบัติการลับ?
    เหตุการณ์ BGP leak ของผู้ให้บริการรัฐ CANTV ในเวเนซุเอลาเกิดขึ้นก่อนปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ จนทำให้หลายฝ่ายสงสัยว่าเป็นการดักข้อมูลโดยเจตนา แต่การวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังของ Cloudflare ชี้ว่าเหตุการณ์นี้น่าจะเป็นเพียง “ความผิดพลาดทางเทคนิค” จากการตั้งค่าที่ผิดพลาด เช่น การ prepend เส้นทางซ้ำหลายครั้งและการรั่วไหลของเส้นทางที่เกิดขึ้นบ่อยตั้งแต่ปลายปี 2025 ซึ่งไม่สอดคล้องกับรูปแบบการโจมตีจริง อีกทั้ง CANTV เป็นผู้ให้บริการ upstream อยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องทำ BGP hijack เพื่อเข้าถึงข้อมูล เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตที่ยังเปราะบาง และเน้นย้ำความสำคัญของมาตรฐานใหม่อย่าง ASPA และการบังคับใช้ OTC เพื่อป้องกันการรั่วไหลของเส้นทางในอนาคต
    https://securityonline.info/spy-games-or-glitch-the-truth-behind-venezuelas-bgp-leak/

    ไต้หวันเผชิญการโจมตีไซเบอร์กว่า 2.6 ล้านครั้งต่อวันจากจีน
    รายงานล่าสุดของสำนักความมั่นคงแห่งชาติไต้หวันเผยว่าจีนเพิ่มระดับปฏิบัติการไซเบอร์อย่างเป็นระบบ โดยพุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเฉลี่ยวันละกว่า 2.63 ล้านครั้งในปี 2025 โดยเฉพาะภาคพลังงานที่ถูกโจมตีเพิ่มขึ้นถึง 1,000% พร้อมความเชื่อมโยงกับการซ้อมรบของกองทัพจีนและเหตุการณ์ทางการเมืองสำคัญ ขณะที่กลุ่มแฮ็กเกอร์ระดับรัฐหลายกลุ่มถูกระบุว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีที่ซับซ้อนและประสานกันอย่างเป็นระบบ
    https://securityonline.info/taiwan-faces-2-6-million-cyberattacks-daily-from-china

    ช่องโหว่ร้ายแรงในอุปกรณ์ไร้สาย H3C เปิดทางแฮ็กเกอร์ยึดสิทธิ์ Root
    พบการตั้งค่าที่ผิดพลาดในอุปกรณ์ควบคุมเครือข่ายไร้สายของ H3C ทำให้ผู้โจมตีสามารถอัปโหลดไฟล์ผ่าน FTP แบบไม่ต้องยืนยันตัวตน และไฟล์เหล่านั้นถูกกำหนดสิทธิ์เป็น root โดยอัตโนมัติ ส่งผลให้แฮ็กเกอร์สามารถเข้าควบคุมอุปกรณ์ได้เต็มรูปแบบ ช่องโหว่นี้ถูกจัดระดับความรุนแรงสูงสุด CVSS 9.8 และแนะนำให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบเฟิร์มแวร์และรอแพตช์แก้ไขจากผู้ผลิต
    https://securityonline.info/cve-2025-60262-critical-misconfiguration-in-h3c-wireless-gear-hands-control-to-hackers

    “Ghost Tap” มัลแวร์ Android รุ่นใหม่ เปลี่ยนมือถือเป็นเครื่องรูดเงินเงียบ ๆ
    รายงานจาก Group-IB เปิดเผยตลาดมืดที่กำลังเติบโตของมัลแวร์ NFC บน Android ซึ่งช่วยให้แฮ็กเกอร์ทำธุรกรรม tap-to-pay จากระยะไกลได้ โดยใช้แอปสองตัวทำงานร่วมกันเพื่อจำลองบัตรของเหยื่อผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถรูดเงินได้แม้บัตรจะอยู่กับเจ้าของ ขบวนการนี้มีทั้งผู้พัฒนาเครื่องมือ ผู้ขาย POS ผิดกฎหมาย และเครือข่ายอาชญากรที่ทำงานข้ามประเทศ พร้อมพบความเสียหายแล้วหลายแสนดอลลาร์
    https://securityonline.info/ghost-tap-rising-new-wave-of-android-malware-turns-phones-into-digital-pickpockets

    🛜 ช่องโหว่ Trendnet CVE-2025-15471 เปิดทางยึดอุปกรณ์ด้วยคำสั่งเดียว
    นักวิจัยพบช่องโหว่ร้ายแรงในอุปกรณ์ขยายสัญญาณ Wi-Fi ของ Trendnet ที่เปิดให้ผู้โจมตีส่งคำสั่งผ่าน HTTP เพียงครั้งเดียวก็สามารถรันโค้ดในระดับ root ได้ทันที เนื่องจากระบบ backend รับคำสั่ง shell โดยตรงโดยไม่ตรวจสอบสิทธิ์ ทำให้ผู้โจมตีสามารถเปิด backdoor ดักข้อมูล หรือใช้เป็นฐานโจมตีภายในเครือข่ายได้อย่างง่ายดาย ผู้ใช้ถูกแนะนำให้ปิดการเข้าถึงจากอินเทอร์เน็ตจนกว่าจะมีแพตช์ออกมา
    https://securityonline.info/one-request-to-rule-them-all-critical-trendnet-flaw-cve-2025-15471-allows-total-takeover

    ช่องโหว่ร้ายแรง n8n เปิดทางแฮ็กยึดเซิร์ฟเวอร์กว่า 100,000 เครื่อง
    รายงานใหม่เผยช่องโหว่ระดับวิกฤต CVE‑2026‑21858 ในแพลตฟอร์มอัตโนมัติ n8n ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีเข้าควบคุมเซิร์ฟเวอร์ได้แบบไม่ต้องยืนยันตัวตน โดยอาศัยจุดอ่อนของการประมวลผล Content-Type ทำให้สามารถอ่านไฟล์ภายในระบบและขยายผลสู่การยึดสิทธิ์แอดมินเต็มรูปแบบ ซึ่งเสี่ยงต่อข้อมูลสำคัญอย่าง API keys, ฐานข้อมูลลูกค้า และ workflow ขององค์กรจำนวนมากทั่วโลก ผู้ดูแลระบบถูกเตือนให้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 1.121.0 ทันทีเพื่อปิดช่องโหว่
    https://securityonline.info/public-exploit-released-critical-n8n-flaw-cve-2026-21858-exposes-100k-servers

    CISA เตือนด่วน: ช่องโหว่ HPE OneView ระดับ 10/10 และบั๊ก PowerPoint ปี 2009 ฟื้นคืนชีพ
    CISA เพิ่มสองช่องโหว่ใหม่เข้าสู่ KEV Catalog ได้แก่ CVE‑2025‑37164 ใน HPE OneView ที่เปิดให้ผู้โจมตีรันโค้ดระยะไกลได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และช่องโหว่เก่าปี 2009 ใน PowerPoint ที่กลับมาถูกใช้โจมตีอีกครั้ง หน่วยงานรัฐสหรัฐถูกกำหนดเส้นตายให้แก้ไขภายใน 28 ม.ค. 2026 เพื่อป้องกันการถูกยึดระบบ โดย HPE ได้ออกแพตช์เร่งด่วนแล้วแต่ต้องติดตั้งซ้ำหลังอัปเกรดบางเวอร์ชัน
    https://securityonline.info/cisa-kev-alert-hpes-maximum-cvss-score-flaw-and-a-zombie-powerpoint-bug

    Lenovo เปิดตัว “Qira” และโรงงานคลาวด์ AI ยักษ์ใหญ่ใน CES 2026
    Lenovo ประกาศยุทธศาสตร์ Hybrid AI พร้อมเปิดตัว “Qira” ผู้ช่วย AI ส่วนบุคคลที่ทำงานข้ามอุปกรณ์ และจับมือ NVIDIA เปิดตัว AI Cloud Gigafactory ที่สามารถติดตั้งศูนย์ประมวลผลระดับกิกะวัตต์ได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ พร้อมโชว์นวัตกรรมล้ำสมัย เช่น ThinkPad Rollable XD, AI Glasses และระบบ AI สำหรับ F1 และ FIFA ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ แสดงให้เห็นการเปลี่ยนผ่านจากผู้ผลิตฮาร์ดแวร์สู่ผู้ให้บริการโซลูชัน AI เต็มรูปแบบ
    https://securityonline.info/agentic-evolution-lenovo-unveils-qira-and-ai-cloud-gigafactories-at-ces-2026

    Arm ประกาศยุค “Physical AI” และแพลตฟอร์ม AI‑Defined ที่ CES 2026
    Arm ชูวิสัยทัศน์ใหม่ที่ AI จะฝังอยู่ในทุกอุปกรณ์ ตั้งแต่รถยนต์อัตโนมัติ หุ่นยนต์ ไปจนถึงอุปกรณ์สวมใส่ โดยเน้นพลังของ Physical AI และ Edge AI ที่ทำงานแบบเรียลไทม์และประหยัดพลังงาน พร้อมเผยว่าชิป Arm ถูกใช้ในระบบขับขี่อัตโนมัติของ Rivian, Tesla AI5 และแพลตฟอร์ม NVIDIA Thor รวมถึงการเติบโตของ Windows on Arm ที่รองรับอุปกรณ์กว่า 100 รุ่นในปีนี้ สะท้อนบทบาทของ Arm ในการเป็นแกนกลางของยุค AI ทุกหนแห่ง
    https://securityonline.info/the-ubiquitous-brain-arm-unveils-the-era-of-physical-ai-and-ai-defined-platforms

    Logitech แก้ปัญหาใหญ่: ใบรับรองหมดอายุทำให้เมาส์บน Mac ใช้งานไม่ได้
    ผู้ใช้ macOS จำนวนมากพบว่า Logi Options+ และ G HUB หยุดทำงานเพราะใบรับรองนักพัฒนา Apple หมดอายุ ทำให้ระบบบล็อกกระบวนการเบื้องหลังทั้งหมด ส่งผลให้การตั้งค่าปุ่มและโปรไฟล์ใช้งานไม่ได้ Logitech ได้ออกอัปเดตพร้อมใบรับรองใหม่แล้ว โดยผู้ใช้ต้องติดตั้งทับ (ห้ามลบโปรแกรมเดิม) เพื่อกู้คืนการตั้งค่าทั้งหมด ส่วนผู้ใช้ Windows ไม่ได้รับผลกระทบ
    https://securityonline.info/the-logitech-fix-how-to-restore-your-broken-mac-mouse-settings-jan-2026

    Gmail ยุติระบบ Unified Inbox และปิดฟีเจอร์ Gmailify ในปี 2026
    กูเกิลประกาศยุติการดึงอีเมลจากบัญชีภายนอกผ่าน POP3 และยกเลิกฟีเจอร์ Gmailify ทำให้ผู้ใช้ที่เคยรวมหลายบัญชีไว้ในกล่องจดหมายเดียวต้องปรับตัว โดยอาจต้องตั้งระบบ Forward อีเมลจากผู้ให้บริการอื่นแทน แม้ยังสามารถเพิ่มบัญชีภายนอกผ่าน IMAP ได้ แต่จะไม่รวมอยู่ใน Inbox หลักอีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงนี้คาดว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นความปลอดภัยและการลดภาระระบบเดิมของกูเกิล
    https://securityonline.info/the-end-of-the-unified-inbox-gmail-kills-pop3-fetching-and-gmailify-in-2026

    Android ปิดประตูความโปร่งใส: Google หยุดปล่อยโค้ด AOSP รายไตรมาสในปี 2026
    Google เตรียมเปลี่ยนรอบการปล่อยซอร์สโค้ด AOSP จากทุกไตรมาสเป็นปีละสองครั้ง ทำให้โค้ดจาก Q1 และ Q3 จะไม่ถูกเปิดเผยจนกว่าจะรวมเข้ารุ่น Q2 และ Q4 ส่งผลให้ชุมชน Custom ROM เช่น LineageOS ต้องรอแพตช์ใหม่ล่าช้า 3 เดือน แม้ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่รู้สึกถึงผลกระทบ แต่ความโปร่งใสของระบบ Android จะลดลงอย่างชัดเจน ขณะที่แพตช์ความปลอดภัยรายเดือนยังคงปล่อยตามปกติ
    ​​​​​​​ https://securityonline.info/android-behind-closed-doors-google-ends-quarterly-aosp-code-drops-in-2026

    📌🔐🟠 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🟠🔐📌 #รวมข่าวIT #20260108 #securityonline 🛡️ GitLab ออกแพตช์อุดช่องโหว่ร้ายแรงหลายรายการ GitLab ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยครั้งใหญ่เพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับสูงหลายรายการ ทั้งช่องโหว่ XSS ที่สามารถฝังสคริปต์อันตรายใน Markdown, ช่องโหว่ Web IDE ที่ทำให้ผู้โจมตีรันโค้ดในเบราว์เซอร์เหยื่อได้เพียงแค่ล่อให้เปิดเว็บเพจที่สร้างขึ้นพิเศษ และช่องโหว่ใน Duo Workflows ที่เปิดทางให้เข้าถึงการตั้งค่า AI โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงปัญหาระดับกลางอื่น ๆ เช่น การแก้ไขการตั้งค่า AI ผ่าน GraphQL, การโจมตี DoS ระหว่างนำเข้าโปรเจกต์ และการลบ runner ของโปรเจกต์อื่นได้โดยไม่ตั้งใจ ทำให้ผู้ดูแลระบบจำเป็นต้องอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดทันทีเพื่อปิดความเสี่ยงทั้งหมดนี้ 🔗 https://securityonline.info/gitlab-patch-high-severity-xss-ai-flaws-expose-user-data 💉 CrazyHunter แรนซัมแวร์สุดโหดไล่ล่าองค์กรสาธารณสุข CrazyHunter แรนซัมแวร์สายพันธุ์ใหม่ที่พัฒนามาจาก Prince ransomware กำลังสร้างความเสียหายหนักในภาคสาธารณสุข โดยเฉพาะในไต้หวัน ด้วยเทคนิคเจาะระบบผ่านรหัสผ่านอ่อนแอ ใช้ SharpGPOAbuse กระจายตัวทั่วเครือข่าย และใช้ไดรเวอร์ BYOVD เพื่อปิดการทำงานของโปรแกรมป้องกันไวรัส ก่อนเข้ารหัสไฟล์แบบเร็วด้วยวิธี partial encryption พร้อมข่มขู่เหยื่อผ่านช่องทาง Telegram และเว็บไซต์รั่วไหลข้อมูล กลุ่มผู้โจมตีประกาศชัดว่าต้องการความ “โลภแบบ REvil” ทำให้หน่วยงานสาธารณสุขต้องเร่งเสริมมาตรการป้องกันอย่างเร่งด่วน 🔗 https://securityonline.info/crazyhunter-the-ruthless-ransomware-stalking-healthcare 🔋 พบช่องโหว่ Auth Bypass ร้ายแรงใน TLP เครื่องมือจัดการพลังงานบน Linux นักวิจัยจาก SUSE พบช่องโหว่ร้ายแรงใน TLP เวอร์ชัน 1.9.0 ซึ่งมี daemon ใหม่ที่รันด้วยสิทธิ์ root แต่เกิดข้อผิดพลาดในกลไกตรวจสอบสิทธิ์ของ Polkit ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถสั่งงาน daemon ได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน นอกจากนี้ยังพบปัญหา DoS จากการสร้าง profile hold ได้ไม่จำกัดจำนวน และการจัดการ cookie ที่ไม่ปลอดภัย ทีมพัฒนาได้ออกแพตช์ในเวอร์ชัน 1.9.1 เพื่อแก้ไขทั้งหมดแล้ว ผู้ใช้ Linux ควรอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยง 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-67859-critical-auth-bypass-discovered-in-popular-linux-battery-utility 🤖 GoBruteforcer กลับมาอีกครั้ง พร้อมบอทเน็ต 50,000 เซิร์ฟเวอร์จากโค้ดตัวอย่างที่ AI สร้าง GoBruteforcer เวอร์ชันใหม่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนัก โดยอาศัยช่องโหว่จาก “โค้ดตัวอย่างที่ AI สร้างให้ผู้ใช้” ซึ่งมักมีค่า default อ่อนแอ ทำให้ผู้โจมตีสามารถ brute-force บริการยอดนิยมอย่าง MySQL, FTP และ phpMyAdmin ได้ง่ายขึ้น นักวิจัยพบว่ามีเซิร์ฟเวอร์กว่า 50,000 เครื่องเสี่ยงถูกโจมตี และกลุ่มผู้โจมตียังมุ่งเป้าไปที่ฐานข้อมูลของโปรเจกต์คริปโตเพื่อขโมยสินทรัพย์ดิจิทัล ตัวมัลแวร์ถูกพัฒนาให้ซ่อนตัวเก่งขึ้น ใช้ชื่อ process ปลอม และหลีกเลี่ยง IP ของ DoD และคลาวด์ใหญ่ ๆ เพื่อไม่ให้ถูกตรวจจับ 🔗 https://securityonline.info/gobruteforcer-returns-how-ai-code-snippets-fueled-a-50000-server-botnet 🌐 ความจริงเบื้องหลังเหตุ BGP Leak ของเวเนซุเอลา: ความผิดพลาดหรือปฏิบัติการลับ? เหตุการณ์ BGP leak ของผู้ให้บริการรัฐ CANTV ในเวเนซุเอลาเกิดขึ้นก่อนปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ จนทำให้หลายฝ่ายสงสัยว่าเป็นการดักข้อมูลโดยเจตนา แต่การวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังของ Cloudflare ชี้ว่าเหตุการณ์นี้น่าจะเป็นเพียง “ความผิดพลาดทางเทคนิค” จากการตั้งค่าที่ผิดพลาด เช่น การ prepend เส้นทางซ้ำหลายครั้งและการรั่วไหลของเส้นทางที่เกิดขึ้นบ่อยตั้งแต่ปลายปี 2025 ซึ่งไม่สอดคล้องกับรูปแบบการโจมตีจริง อีกทั้ง CANTV เป็นผู้ให้บริการ upstream อยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องทำ BGP hijack เพื่อเข้าถึงข้อมูล เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตที่ยังเปราะบาง และเน้นย้ำความสำคัญของมาตรฐานใหม่อย่าง ASPA และการบังคับใช้ OTC เพื่อป้องกันการรั่วไหลของเส้นทางในอนาคต 🔗 https://securityonline.info/spy-games-or-glitch-the-truth-behind-venezuelas-bgp-leak/ 🇨🇳 ไต้หวันเผชิญการโจมตีไซเบอร์กว่า 2.6 ล้านครั้งต่อวันจากจีน รายงานล่าสุดของสำนักความมั่นคงแห่งชาติไต้หวันเผยว่าจีนเพิ่มระดับปฏิบัติการไซเบอร์อย่างเป็นระบบ โดยพุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเฉลี่ยวันละกว่า 2.63 ล้านครั้งในปี 2025 โดยเฉพาะภาคพลังงานที่ถูกโจมตีเพิ่มขึ้นถึง 1,000% พร้อมความเชื่อมโยงกับการซ้อมรบของกองทัพจีนและเหตุการณ์ทางการเมืองสำคัญ ขณะที่กลุ่มแฮ็กเกอร์ระดับรัฐหลายกลุ่มถูกระบุว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีที่ซับซ้อนและประสานกันอย่างเป็นระบบ 🔗 https://securityonline.info/taiwan-faces-2-6-million-cyberattacks-daily-from-china 📡 ช่องโหว่ร้ายแรงในอุปกรณ์ไร้สาย H3C เปิดทางแฮ็กเกอร์ยึดสิทธิ์ Root พบการตั้งค่าที่ผิดพลาดในอุปกรณ์ควบคุมเครือข่ายไร้สายของ H3C ทำให้ผู้โจมตีสามารถอัปโหลดไฟล์ผ่าน FTP แบบไม่ต้องยืนยันตัวตน และไฟล์เหล่านั้นถูกกำหนดสิทธิ์เป็น root โดยอัตโนมัติ ส่งผลให้แฮ็กเกอร์สามารถเข้าควบคุมอุปกรณ์ได้เต็มรูปแบบ ช่องโหว่นี้ถูกจัดระดับความรุนแรงสูงสุด CVSS 9.8 และแนะนำให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบเฟิร์มแวร์และรอแพตช์แก้ไขจากผู้ผลิต 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-60262-critical-misconfiguration-in-h3c-wireless-gear-hands-control-to-hackers 📱 “Ghost Tap” มัลแวร์ Android รุ่นใหม่ เปลี่ยนมือถือเป็นเครื่องรูดเงินเงียบ ๆ รายงานจาก Group-IB เปิดเผยตลาดมืดที่กำลังเติบโตของมัลแวร์ NFC บน Android ซึ่งช่วยให้แฮ็กเกอร์ทำธุรกรรม tap-to-pay จากระยะไกลได้ โดยใช้แอปสองตัวทำงานร่วมกันเพื่อจำลองบัตรของเหยื่อผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถรูดเงินได้แม้บัตรจะอยู่กับเจ้าของ ขบวนการนี้มีทั้งผู้พัฒนาเครื่องมือ ผู้ขาย POS ผิดกฎหมาย และเครือข่ายอาชญากรที่ทำงานข้ามประเทศ พร้อมพบความเสียหายแล้วหลายแสนดอลลาร์ 🔗 https://securityonline.info/ghost-tap-rising-new-wave-of-android-malware-turns-phones-into-digital-pickpockets 🛜 ช่องโหว่ Trendnet CVE-2025-15471 เปิดทางยึดอุปกรณ์ด้วยคำสั่งเดียว นักวิจัยพบช่องโหว่ร้ายแรงในอุปกรณ์ขยายสัญญาณ Wi-Fi ของ Trendnet ที่เปิดให้ผู้โจมตีส่งคำสั่งผ่าน HTTP เพียงครั้งเดียวก็สามารถรันโค้ดในระดับ root ได้ทันที เนื่องจากระบบ backend รับคำสั่ง shell โดยตรงโดยไม่ตรวจสอบสิทธิ์ ทำให้ผู้โจมตีสามารถเปิด backdoor ดักข้อมูล หรือใช้เป็นฐานโจมตีภายในเครือข่ายได้อย่างง่ายดาย ผู้ใช้ถูกแนะนำให้ปิดการเข้าถึงจากอินเทอร์เน็ตจนกว่าจะมีแพตช์ออกมา 🔗 https://securityonline.info/one-request-to-rule-them-all-critical-trendnet-flaw-cve-2025-15471-allows-total-takeover 🛡️ ช่องโหว่ร้ายแรง n8n เปิดทางแฮ็กยึดเซิร์ฟเวอร์กว่า 100,000 เครื่อง รายงานใหม่เผยช่องโหว่ระดับวิกฤต CVE‑2026‑21858 ในแพลตฟอร์มอัตโนมัติ n8n ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีเข้าควบคุมเซิร์ฟเวอร์ได้แบบไม่ต้องยืนยันตัวตน โดยอาศัยจุดอ่อนของการประมวลผล Content-Type ทำให้สามารถอ่านไฟล์ภายในระบบและขยายผลสู่การยึดสิทธิ์แอดมินเต็มรูปแบบ ซึ่งเสี่ยงต่อข้อมูลสำคัญอย่าง API keys, ฐานข้อมูลลูกค้า และ workflow ขององค์กรจำนวนมากทั่วโลก ผู้ดูแลระบบถูกเตือนให้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 1.121.0 ทันทีเพื่อปิดช่องโหว่ 🔗 https://securityonline.info/public-exploit-released-critical-n8n-flaw-cve-2026-21858-exposes-100k-servers 🚨 CISA เตือนด่วน: ช่องโหว่ HPE OneView ระดับ 10/10 และบั๊ก PowerPoint ปี 2009 ฟื้นคืนชีพ CISA เพิ่มสองช่องโหว่ใหม่เข้าสู่ KEV Catalog ได้แก่ CVE‑2025‑37164 ใน HPE OneView ที่เปิดให้ผู้โจมตีรันโค้ดระยะไกลได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และช่องโหว่เก่าปี 2009 ใน PowerPoint ที่กลับมาถูกใช้โจมตีอีกครั้ง หน่วยงานรัฐสหรัฐถูกกำหนดเส้นตายให้แก้ไขภายใน 28 ม.ค. 2026 เพื่อป้องกันการถูกยึดระบบ โดย HPE ได้ออกแพตช์เร่งด่วนแล้วแต่ต้องติดตั้งซ้ำหลังอัปเกรดบางเวอร์ชัน 🔗 https://securityonline.info/cisa-kev-alert-hpes-maximum-cvss-score-flaw-and-a-zombie-powerpoint-bug 🤖 Lenovo เปิดตัว “Qira” และโรงงานคลาวด์ AI ยักษ์ใหญ่ใน CES 2026 Lenovo ประกาศยุทธศาสตร์ Hybrid AI พร้อมเปิดตัว “Qira” ผู้ช่วย AI ส่วนบุคคลที่ทำงานข้ามอุปกรณ์ และจับมือ NVIDIA เปิดตัว AI Cloud Gigafactory ที่สามารถติดตั้งศูนย์ประมวลผลระดับกิกะวัตต์ได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ พร้อมโชว์นวัตกรรมล้ำสมัย เช่น ThinkPad Rollable XD, AI Glasses และระบบ AI สำหรับ F1 และ FIFA ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ แสดงให้เห็นการเปลี่ยนผ่านจากผู้ผลิตฮาร์ดแวร์สู่ผู้ให้บริการโซลูชัน AI เต็มรูปแบบ 🔗 https://securityonline.info/agentic-evolution-lenovo-unveils-qira-and-ai-cloud-gigafactories-at-ces-2026 🧠 Arm ประกาศยุค “Physical AI” และแพลตฟอร์ม AI‑Defined ที่ CES 2026 Arm ชูวิสัยทัศน์ใหม่ที่ AI จะฝังอยู่ในทุกอุปกรณ์ ตั้งแต่รถยนต์อัตโนมัติ หุ่นยนต์ ไปจนถึงอุปกรณ์สวมใส่ โดยเน้นพลังของ Physical AI และ Edge AI ที่ทำงานแบบเรียลไทม์และประหยัดพลังงาน พร้อมเผยว่าชิป Arm ถูกใช้ในระบบขับขี่อัตโนมัติของ Rivian, Tesla AI5 และแพลตฟอร์ม NVIDIA Thor รวมถึงการเติบโตของ Windows on Arm ที่รองรับอุปกรณ์กว่า 100 รุ่นในปีนี้ สะท้อนบทบาทของ Arm ในการเป็นแกนกลางของยุค AI ทุกหนแห่ง 🔗 https://securityonline.info/the-ubiquitous-brain-arm-unveils-the-era-of-physical-ai-and-ai-defined-platforms 🖱️ Logitech แก้ปัญหาใหญ่: ใบรับรองหมดอายุทำให้เมาส์บน Mac ใช้งานไม่ได้ ผู้ใช้ macOS จำนวนมากพบว่า Logi Options+ และ G HUB หยุดทำงานเพราะใบรับรองนักพัฒนา Apple หมดอายุ ทำให้ระบบบล็อกกระบวนการเบื้องหลังทั้งหมด ส่งผลให้การตั้งค่าปุ่มและโปรไฟล์ใช้งานไม่ได้ Logitech ได้ออกอัปเดตพร้อมใบรับรองใหม่แล้ว โดยผู้ใช้ต้องติดตั้งทับ (ห้ามลบโปรแกรมเดิม) เพื่อกู้คืนการตั้งค่าทั้งหมด ส่วนผู้ใช้ Windows ไม่ได้รับผลกระทบ 🔗 https://securityonline.info/the-logitech-fix-how-to-restore-your-broken-mac-mouse-settings-jan-2026 📮 Gmail ยุติระบบ Unified Inbox และปิดฟีเจอร์ Gmailify ในปี 2026 กูเกิลประกาศยุติการดึงอีเมลจากบัญชีภายนอกผ่าน POP3 และยกเลิกฟีเจอร์ Gmailify ทำให้ผู้ใช้ที่เคยรวมหลายบัญชีไว้ในกล่องจดหมายเดียวต้องปรับตัว โดยอาจต้องตั้งระบบ Forward อีเมลจากผู้ให้บริการอื่นแทน แม้ยังสามารถเพิ่มบัญชีภายนอกผ่าน IMAP ได้ แต่จะไม่รวมอยู่ใน Inbox หลักอีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงนี้คาดว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นความปลอดภัยและการลดภาระระบบเดิมของกูเกิล 🔗 https://securityonline.info/the-end-of-the-unified-inbox-gmail-kills-pop3-fetching-and-gmailify-in-2026 🤖 Android ปิดประตูความโปร่งใส: Google หยุดปล่อยโค้ด AOSP รายไตรมาสในปี 2026 Google เตรียมเปลี่ยนรอบการปล่อยซอร์สโค้ด AOSP จากทุกไตรมาสเป็นปีละสองครั้ง ทำให้โค้ดจาก Q1 และ Q3 จะไม่ถูกเปิดเผยจนกว่าจะรวมเข้ารุ่น Q2 และ Q4 ส่งผลให้ชุมชน Custom ROM เช่น LineageOS ต้องรอแพตช์ใหม่ล่าช้า 3 เดือน แม้ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่รู้สึกถึงผลกระทบ แต่ความโปร่งใสของระบบ Android จะลดลงอย่างชัดเจน ขณะที่แพตช์ความปลอดภัยรายเดือนยังคงปล่อยตามปกติ ​​​​​​​🔗 https://securityonline.info/android-behind-closed-doors-google-ends-quarterly-aosp-code-drops-in-2026
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 263 มุมมอง 0 รีวิว
  • ล็อกเก็ตจัมโบ้ รุ่นเสาร์5 หลวงปู่สรวง เทวดาเล่นดิน วัดไพรพัฒนา จ.ศรีสะเกษ
    ล็อกเก็ตจัมโบ้ (ขนาดใหญ๋สูง 2 นิ้ว) รุ่นเสาร์5 หลวงปู่สรวง เทวดาเล่นดิน วัดไพรพัฒนา จ.ศรีสะเกษ ปี2539 //พระดีพิธีใหญ่ เทพเจ้าแห่งโชคลาภ (หลังอุดของวิเศษมากมาย ฝังพระนาคปรก เกศา ตะกรุด 3 ดอก พลอยเสก และจีวร) // พระสถาพสวยมาก พระดูง่าย พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ >>

    ** พุทธคุณเมตตามหานิยม คนรักคนหลง ผู้คนรักใคร่ เข้าหา ติดต่อธุรกิจง่าย โชคลาภ ค้าขายร่ำรวย ค้าขายดี มีเงินทองไม่ขาดกระเป๋า เสี่ยงโชคมีโอกาสสมหวัง ถูกหวย และ แคล้วคลาดปลอดภัย ปกป้องคุ้มครอง ป้องกันภัยอันตรายต่างๆ **

    ** "หลวงปู่สรวง" ท่านถือเป็นเกจิอาจารย์ที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาต่อชนชาวอีสานตอนล่าง อย่างสูงถึงแม้ว่าท่านจะมรณภาพไปเกือบ 2 ทศวรรษ ก็ยังมิเสื่อมคลาย ด้วยความที่หลวงปู่สรวงท่าน สงบเงียบ พูดน้อย รักความสันโดษ จึงไม่ค่อยมีใครรู้ถึงความเป็นมาของหลวงปู่สรวง แต่ชาวบ้านจะรู้จักท่านในรูปของนักบวชเชื้อสายกัมพูชา ออกธุดงค์ตามเทืองเขาพนมดงรัก ข้ามไปมาระหว่าง 2 ประเทศ ชาวบ้านเรียกขานท่านตามภาษากัมพูชา ว่า "ลูกเอ๊าะเบ๊าะ" หรือ "ลูกตาเบ๊าะ" หมายถึงพระดาบสผู้รักษาศีล และมีเมตตาธรรมสูง แต่คนไทยเรียกท่านว่า "หลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน" หรือ "เทวดาเล่นดิน" **

    ** พระสถาพสวยมาก พระดูง่าย พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ

    ช่องทางติดต่อ
    LINE 0881915131
    โทรศัพท์ 0881915131
    ล็อกเก็ตจัมโบ้ รุ่นเสาร์5 หลวงปู่สรวง เทวดาเล่นดิน วัดไพรพัฒนา จ.ศรีสะเกษ ล็อกเก็ตจัมโบ้ (ขนาดใหญ๋สูง 2 นิ้ว) รุ่นเสาร์5 หลวงปู่สรวง เทวดาเล่นดิน วัดไพรพัฒนา จ.ศรีสะเกษ ปี2539 //พระดีพิธีใหญ่ เทพเจ้าแห่งโชคลาภ (หลังอุดของวิเศษมากมาย ฝังพระนาคปรก เกศา ตะกรุด 3 ดอก พลอยเสก และจีวร) // พระสถาพสวยมาก พระดูง่าย พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ >> ** พุทธคุณเมตตามหานิยม คนรักคนหลง ผู้คนรักใคร่ เข้าหา ติดต่อธุรกิจง่าย โชคลาภ ค้าขายร่ำรวย ค้าขายดี มีเงินทองไม่ขาดกระเป๋า เสี่ยงโชคมีโอกาสสมหวัง ถูกหวย และ แคล้วคลาดปลอดภัย ปกป้องคุ้มครอง ป้องกันภัยอันตรายต่างๆ ** ** "หลวงปู่สรวง" ท่านถือเป็นเกจิอาจารย์ที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาต่อชนชาวอีสานตอนล่าง อย่างสูงถึงแม้ว่าท่านจะมรณภาพไปเกือบ 2 ทศวรรษ ก็ยังมิเสื่อมคลาย ด้วยความที่หลวงปู่สรวงท่าน สงบเงียบ พูดน้อย รักความสันโดษ จึงไม่ค่อยมีใครรู้ถึงความเป็นมาของหลวงปู่สรวง แต่ชาวบ้านจะรู้จักท่านในรูปของนักบวชเชื้อสายกัมพูชา ออกธุดงค์ตามเทืองเขาพนมดงรัก ข้ามไปมาระหว่าง 2 ประเทศ ชาวบ้านเรียกขานท่านตามภาษากัมพูชา ว่า "ลูกเอ๊าะเบ๊าะ" หรือ "ลูกตาเบ๊าะ" หมายถึงพระดาบสผู้รักษาศีล และมีเมตตาธรรมสูง แต่คนไทยเรียกท่านว่า "หลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน" หรือ "เทวดาเล่นดิน" ** ** พระสถาพสวยมาก พระดูง่าย พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ ช่องทางติดต่อ LINE 0881915131 โทรศัพท์ 0881915131
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 74 มุมมอง 0 รีวิว
  • เห็นข่าวทหารเขมรหิ้วตุ๊กตายางไปซั่มที่ฐานระหว่างรบ นึกถึงทูตพิศาล พรรคส้วม หิ้วเมียน้อยไปซั่มถึงเบลเยี่ยม
    #คิงส์โพธิ์แดง
    เห็นข่าวทหารเขมรหิ้วตุ๊กตายางไปซั่มที่ฐานระหว่างรบ นึกถึงทูตพิศาล พรรคส้วม หิ้วเมียน้อยไปซั่มถึงเบลเยี่ยม #คิงส์โพธิ์แดง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 45 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20260108 #TechRadar

    อุปกรณ์ เพิ่ม/ขยายสัญญาณ Wifi ที่ดีที่สุดในปี 2025
    บทความนี้อธิบายภาพรวมตลาด Wi‑Fi extender ปี 2025 ที่แม้จะมีรุ่นใหม่ออกมาน้อยลงเพราะผู้ผลิตหันไปโฟกัสระบบ Mesh Wi‑Fi แต่ก็ยังมีตัวเลือกคุณภาพสูงอย่าง TP‑Link RE700X, RE605X และ Netgear Nighthawk AX8 ซึ่งโดดเด่นด้านความเร็ว ความครอบคลุม และความง่ายในการติดตั้ง เหมาะสำหรับบ้านที่ยังมีจุดอับสัญญาณหรือไม่ต้องการเปลี่ยนเราเตอร์ใหม่ทั้งหมด โดยบทความยังให้คำแนะนำการเลือกซื้อและเปรียบเทียบกับระบบ Mesh เพื่อช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
    https://www.techradar.com/computing/wi-fi-broadband/the-best-wi-fi-extenders-in-2025-top-devices-for-boosting-your-wifi-network

    TV ที่ดีที่สุดในปี 2025
    ผู้เชี่ยวชาญด้านการคาลิเบรตทีวีได้จัดอันดับทีวีที่ดีที่สุดในปี 2025 ตั้งแต่รุ่นคุ้มค่าไปจนถึงระดับพรีเมียม เช่น LG C5, Roku Plus Series, Hisense U8QG, TCL QM6K และ Samsung S95F โดยเน้นคุณภาพภาพ ความสว่าง ความแม่นยำสี ฟีเจอร์สำหรับเกมเมอร์ และความคุ้มค่าต่อราคา ทำให้ผู้อ่านสามารถเลือกทีวีที่เหมาะกับงบและการใช้งานได้ง่ายขึ้นในตลาดที่มีตัวเลือกหลากหลายมากขึ้นทุกปี
    https://www.techradar.com/televisions/im-a-trained-tv-calibrator-and-here-are-the-best-tvs-you-can-buy

    Lenovo Legion Go 2 (SteamOS) เปิดตัวพร้อมราคาแรง
    Lenovo เปิดตัว Legion Go 2 รุ่นใหม่ที่มาพร้อม SteamOS อย่างเป็นทางการในงาน CES 2026 แต่กลับถูกวิจารณ์หนักเรื่องราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิม โดยเริ่มต้นที่ $1,119 แม้จะใช้สเปกแรงอย่าง Ryzen Z2 / Z2 Extreme และ RAM สูงสุด 32GB แต่ราคาที่แตะระดับเกิน $1,000 ทำให้หลายคนมองว่าไม่คุ้มเมื่อเทียบกับเครื่องพกพาอื่นในตลาด แม้การหันมาใช้ SteamOS จะเป็นก้าวที่ดีสำหรับผู้ใช้สายเกมพกพาก็ตาม
    https://www.techradar.com/computing/gaming-pcs/i-love-that-lenovo-has-finally-chosen-steamos-for-the-legion-go-2-but-its-kidding-itself-with-that-price-tag

    Kentucky เปิดตัว Digital ID บน iPhone และเตรียมเข้า Apple Wallet
    รัฐ Kentucky เปิดตัวแอป Digital ID ที่ให้ประชาชนเก็บบัตรประจำตัว เช่น ใบขับขี่ ไว้ในมือถือ พร้อมระบบยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์ และเตรียมรองรับ Apple Wallet, Google Wallet และ Samsung Wallet ในช่วงซัมเมอร์ 2026 แม้จะช่วยให้ใช้งานสะดวกขึ้น แต่ผู้ใช้ยังต้องพกบัตรจริงในบางสถานการณ์ เช่น การตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่รัฐ
    https://www.techradar.com/phones/kentucky-just-launched-digital-id-on-iphones-and-its-coming-to-apple-wallet-soon

    Klipsch และ Onkyo ฉลอง 80 ปี ด้วยหูฟังและลำโพงรุ่นใหม่
    Klipsch และ Onkyo เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ฉลองครบรอบ 80 ปี นำโดย Klipsch Atlas Series หูฟังแบบ over‑ear รุ่นใหม่ครั้งแรกในรอบทศวรรษ ทั้งรุ่น HP‑1, HP‑2 และ HP‑3 ที่เน้นคุณภาพเสียงระดับออดิโอไฟล์ พร้อมลำโพงและซาวด์บาร์รุ่นใหม่ รวมถึงโปรเจกต์ลับอย่าง “Project Apollo” ที่มุ่งยกระดับดีไซน์และคุณภาพเสียงสำหรับผู้ฟังระดับจริงจัง
    https://www.techradar.com/audio/headphones/klipsch-and-onkyo-celebrate-80-years-of-audio-with-the-first-klipsch-headphones-in-a-decade-plus-some-cool-new-concepts

    กฎหมายคุ้มครองเยาวชนเวอร์จิเนียจุดชนวนดีเบตเรื่องความเป็นส่วนตัว
    เวอร์จิเนียเริ่มบังคับใช้กฎหมายใหม่ที่บังคับให้แพลตฟอร์มโซเชียลจำกัดเวลาการใช้งานและการเก็บข้อมูลของผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี พร้อมสั่งปิดฟีดแบบเสพติดอย่างการเลื่อนแบบไม่รู้จบ ส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวออกมาโต้แย้งว่ากฎหมายนี้อาจบังคับให้ทุกคนต้องยืนยันตัวตนและทำลายการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบไม่ระบุตัวตน ขณะที่คดีฟ้องร้องจาก NetChoice กำลังดำเนินอยู่ แต่กฎหมายก็มีผลบังคับใช้แล้ว ทำให้ผู้ใช้อาจต้องพิสูจน์ตัวตนก่อนเข้าใช้งานโซเชียลในรัฐนี้
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/new-virginia-teen-safety-law-sparks-privacy-debate-and-fresh-legal-challenges

    อังกฤษทุ่มงบ £210 ล้านแก้วิกฤตไซเบอร์ หลังยอมรับเสี่ยง “วิกฤติขั้นสูง”
    รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศแผน Cyber Action Plan พร้อมงบ £210 ล้าน หลังยอมรับว่านโยบายไซเบอร์ก่อนหน้านี้ล้มเหลวและไม่สามารถทำให้หน่วยงานรัฐปลอดภัยภายในปี 2030 ได้ โดยปัญหาหลักคือระบบไอทีเก่า การขาดมาตรฐานบังคับ และการโจมตีจริงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง เช่น เหตุ NHS และ British Library ถูกแรนซัมแวร์ รัฐบาลเตรียมตั้งหน่วย Cyber Unit ใหม่และอาจถือผู้บริหารระดับสูงรับผิดชอบโดยตรงต่อเหตุไซเบอร์ในอนาคต
    https://www.techradar.com/pro/security/uk-government-pledges-gbp210m-to-new-cyber-action-plan-admitting-critically-high-cyber-risk-remains

    Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ใหม่ที่ตั้งใจ “เป็น Windows แบบไร้ Microsoft”
    นักพัฒนาญี่ปุ่นเปิดตัวแนวคิด Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ที่ตั้งใจให้เดสก์ท็อปทั้งหมดเป็น Win32 รันผ่าน WINE เพื่อให้ผู้ใช้ดาวน์โหลด .exe แล้วใช้งานได้เหมือน Windows จริง แต่ทำงานบนแกน Linux แนวคิดนี้หวังแก้ปัญหาความเข้ากันได้ของ ReactOS และอาจเป็นอีกแรงผลักดันให้ผู้ใช้หนีจาก Windows 11 ที่ถูกวิจารณ์หนัก แม้ยังอยู่ในขั้นต้นและต้องแก้ปัญหาความเสถียรอีกมาก แต่ก็เป็นสัญญาณว่ากระแส “เบื่อ Microslop” กำลังผลักผู้ใช้ไปหาลินุกซ์มากขึ้น
    https://www.techradar.com/computing/software/sick-of-microslop-new-linux-distro-could-win-over-windows-11-haters

    เทรนด์เดินแบบญี่ปุ่นกำลังมา พร้อมรองเท้าเดินประสิทธิภาพสูงจาก Clarks
    นักเขียนทดลองเปลี่ยนจากการวิ่งมาเป็น “Japanese Walking” หรือการเดินแบบอินเทอร์วัล พร้อมรองเท้า Clarks Pace ที่ออกแบบมาเพื่อการเดินโดยเฉพาะ ทั้งโฟมสองชั้น แคปซูลช่วยส่งแรง และดีไซน์รองรับการก้าวเดิน แม้รองเท้าจะให้ความรู้สึกสบายและช่วยเร่งจังหวะได้ดี แต่ยังมีปัญหาเรื่องการยึดเกาะบนพื้นเปียก และราคาที่สูงเมื่อเทียบกับรองเท้าวิ่งที่ใช้งานได้อเนกประสงค์กว่า ทำให้ยังไม่แน่ชัดว่าจะคุ้มค่าสำหรับผู้ใช้ทั่วไปหรือไม่
    https://www.techradar.com/health-fitness/i-swapped-running-for-the-japanese-walking-workout-complete-with-a-purpose-built-high-performance-walking-shoe

    พบช่องโหว่ร้ายแรงในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่า เสี่ยงถูกยึดระบบจากระยะไกล
    นักวิจัยพบช่องโหว่ CVE-2026-0625 ในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่าหลายรุ่นที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถสั่งรันโค้ดจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และมีหลักฐานว่าถูกโจมตีจริงตั้งแต่ปลายปี 2025 ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากถูกเจาะ ระบบเครือข่ายทั้งหมดอาจถูกควบคุม ขโมยข้อมูล หรือถูกใช้เป็นบอตเน็ต จึงแนะนำให้ผู้ใช้รีบเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทันที
    https://www.techradar.com/pro/security/this-critical-severity-flaw-in-d-link-dsl-gateway-devices-could-allow-for-remote-code-execution

    AI กำลังเปลี่ยนเป้าหมายจาก “ประสิทธิภาพ” สู่ “การเติบโต”
    องค์กรทั่วโลกกว่า 77% หันมาใช้ AI เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตแทนการลดต้นทุน โดยผู้บริหารจำนวนมากคาดหวังรายได้เพิ่มขึ้นในปีหน้า และกว่า 50% แต่งตั้ง Chief AI Officer เพื่อเร่งกลยุทธ์ด้าน AI แม้ผู้บริโภคยังมีความกังวล แต่ข้อมูลชี้ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยสร้างรายได้ใหม่จาก AI แล้ว ทำให้ภาพรวมสะท้อนว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ แต่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่
    https://www.techradar.com/pro/growth-not-efficiency-is-the-new-ai-goal

    องค์กรพบการละเมิดนโยบายข้อมูลจาก GenAI กว่า 200 ครั้งต่อเดือน
    รายงานใหม่เผยว่าองค์กรกำลังเผชิญความเสี่ยงจาก “Shadow AI” อย่างหนัก เมื่อพนักงานใช้แอป AI ส่วนตัวโดยไม่ผ่านการอนุมัติ ทำให้ข้อมูลสำคัญรั่วไหลเพิ่มขึ้นเท่าตัว และมีเหตุการณ์ละเมิดนโยบายเฉลี่ย 223 ครั้งต่อเดือน ขณะที่การใช้งาน GenAI เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในปีเดียว สร้างความท้าทายด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลข้อมูลอย่างมาก
    https://www.techradar.com/pro/security/average-organization-now-reporting-over-200-genai-related-data-policy-violations-each-month

    ชาวสหรัฐฯ อาจได้รับเงินคืนสูงสุด $52 จากคดี Amazon Prime
    หลัง Amazon ถูกปรับ 2.5 พันล้านดอลลาร์จากการสมัครสมาชิก Prime โดยไม่ได้รับความยินยอม ผู้ใช้จำนวนมากจะได้รับเงินคืนอัตโนมัติ แต่หากยังไม่ได้รับ สามารถยื่นคำร้องได้ภายใน 180 วัน โดยต้องตรวจสอบอีเมลหรือจดหมายแจ้งสิทธิ์ ทั้งนี้ FTC เตือนว่า “จะไม่มีการเรียกเก็บเงินใด ๆ” ในกระบวนการคืนเงิน เพื่อป้องกันการหลอกลวง
    https://www.techradar.com/tech/heres-how-to-claim-a-refund-up-to-usd52-from-amazon-for-its-prime-settlement-and-how-to-check-if-youre-eligible-for-one

    นักวิจัยคิดวิธี “วางยาข้อมูล” เพื่อทำให้ AI ที่ขโมยข้อมูลใช้ไม่ได้
    นักวิจัยจากจีนและสิงคโปร์พัฒนาเทคนิค AURA ที่จงใจใส่ข้อมูลผิดใน knowledge graph เพื่อให้ AI ที่ขโมยข้อมูลไปเกิดอาการหลอนและตอบผิด โดยผู้ที่มี “กุญแจลับ” เท่านั้นจึงจะได้คำตอบที่ถูกต้อง วิธีนี้ช่วยปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาในระบบ GraphRAG ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงถึง 94%
    https://www.techradar.com/pro/security/researchers-poison-their-own-data-when-stolen-by-an-ai-to-ruin-results

    ปากีสถานเริ่มบล็อก VPN ที่ไม่ได้ลงทะเบียน กระทบผู้ใช้จำนวนมาก
    รัฐบาลปากีสถานเริ่มจำกัดการใช้งาน VPN ที่ไม่ได้รับใบอนุญาต ส่งผลให้บริการดังอย่าง Proton VPN ถูกบล็อกตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ใช้จำนวนมากต้องพึ่ง VPN เพื่อเข้าถึงโซเชียลมีเดียที่ถูกปิดกั้น การบล็อกครั้งนี้จึงกระทบเสรีภาพทางดิจิทัลอย่างหนัก แม้ผู้ให้บริการบางรายยังหาวิธีหลบการบล็อกผ่านโปรโตคอลพิเศษอยู่ก็ตาม
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/pakistan-begins-blocking-unregistered-vpn-apps-and-this-popular-service-is-among-the-casualties

    ราคาหน่วยความจำพุ่งแรงเหมือนคริปโต
    ราคาของ RAM โดยเฉพาะ DDR4 และ DDR5 กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากช่วงเสถียรยาวนาน โดย DDR4 หลายรุ่นขยับจากระดับร้อยเหรียญไปแตะหลักหลายร้อยในเวลาไม่กี่เดือน เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่หันไปให้ความสำคัญกับความต้องการของบริษัทด้าน AI มากกว่าผู้บริโภคทั่วไป ทำให้การประกอบคอมพิวเตอร์ใหม่หรืออัปเกรดต้องใช้งบสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจทำให้ RAM กลายเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่แพงที่สุดในระบบในอนาคตอันใกล้
    https://www.techradar.com/pro/is-ram-the-new-bitcoin-ddr4-memory-prices-are-rising-so-fast-some-tracker-graphs-are-running-out-of-space-and-i-fear-2026-could-well-see-a-10x-price-rise

    Meta ซื้อ Manus เจอแรงสั่นสะเทือนจากจีน
    ดีลที่ Meta เตรียมเข้าซื้อบริษัท AI อย่าง Manus มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์กำลังถูกจับตาอย่างหนักจากหน่วยงานจีน เนื่องจากกังวลว่าการย้ายบริษัทจากจีนไปสิงคโปร์อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี ซึ่งอาจทำให้ดีลล่าช้าหรือถูกระงับ ขณะเดียวกัน Manus จะยังคงดำเนินงานแยกอิสระ แต่ Meta จะได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญด้าน AI ของ Manus เพื่อเร่งพัฒนา AI agents รุ่นใหม่
    https://www.techradar.com/pro/metas-usd2b-manus-acquisition-sparks-concerns-from-chinese-regulators

    Razer เปิดตัวเวิร์กสเตชัน AI และตัวเร่งความแรงภายนอก
    Razer ขยายบทบาทจากแบรนด์เกมมิ่งสู่ฮาร์ดแวร์ AI เต็มตัว ด้วยการเปิดตัว Forge AI Dev Workstation สำหรับงานเทรนโมเดลและประมวลผล AI แบบออน-พรีมิส พร้อมอุปกรณ์ External AI Accelerator ที่ร่วมพัฒนากับ Tenstorrent เพื่อเพิ่มพลังประมวลผลให้โน้ตบุ๊กผ่าน Thunderbolt รองรับการต่อพ่วงหลายตัวเพื่อสร้างคลัสเตอร์ขนาดเล็ก เหมาะสำหรับนักพัฒนา AI ที่ต้องการพลังประมวลผลแบบพกพาและควบคุมข้อมูลได้เอง
    https://www.techradar.com/pro/razer-joins-ai-bandwagon-with-external-ai-accelerator-backed-by-iconic-amd-chip-architect

    แคมเปญฟิชชิงปลอมเป็นอีเมลภายในองค์กร
    แฮกเกอร์กำลังใช้ช่องโหว่การตั้งค่าอีเมลของหลายองค์กรเพื่อส่งอีเมลปลอมที่ดูเหมือนส่งมาจากภายในบริษัท ทำให้หลอกเหยื่อให้กรอกข้อมูลสำคัญได้ง่ายขึ้น โดยอาศัยการตั้งค่า SPF, DKIM และ DMARC ที่ไม่เข้มงวด รวมถึงใช้ชุดเครื่องมือฟิชชิงอย่าง Tycoon2FA เพื่อสร้างอีเมลปลอมในธีม HR, เอกสารแชร์ หรือแจ้งเตือนรหัสผ่าน ซึ่งนำไปสู่การขโมยบัญชีและโจมตีแบบ BEC ต่อเนื่องในวงกว้าง
    https://www.techradar.com/pro/security/this-phishing-campaign-spoofs-internal-messages-heres-what-we-know

    โครงการ Cyber Trust Mark สะเทือน หลังผู้ดูแลถอนตัวเพราะโยงจีน
    UL Solutions ผู้ทำหน้าที่เป็น Lead Administrator ของโครงการ US Cyber Trust Mark ได้ถอนตัวออกจากบทบาทหลังถูกตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับบริษัทร่วมทุนในจีน ซึ่งอาจเสี่ยงต่อความมั่นคงไซเบอร์ของสหรัฐ โครงการนี้มีเป้าหมายรับรองความปลอดภัยของอุปกรณ์ IoT ทั่วประเทศ แต่การถอนตัวครั้งนี้ทำให้ FCC ต้องเร่งหาผู้ดูแลรายใหม่เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่นก่อนเส้นตายปี 2027
    https://www.techradar.com/pro/security/firm-overseeing-fccs-cyber-trust-mark-program-withdraws-over-ties-to-china

    Google TV อัปเกรด Gemini ให้ฉลาดขึ้นแบบก้าวกระโดด
    Google เปิดตัว Gemini เวอร์ชันใหม่บน Google TV ที่ทำให้ทีวูกลายเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะเต็มรูปแบบ ทั้งตอบคำถามพร้อมภาพและวิดีโอ ปรับภาพ–เสียงอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้บอกปัญหา ค้นรูปจาก Google Photos ได้ทันที รวมถึงสร้างภาพและวิดีโอด้วย AI ผ่าน Nano Banana และ Google Veo ทำให้ทีวูกลายเป็นศูนย์กลาง AI ในบ้านที่เข้าใจการใช้งานของผู้ชมมากขึ้นอย่างชัดเจน
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/google-tv-gets-a-gemini-glow-up-with-a-ton-of-new-upgrades

    LawnBot ปีนเขาได้! Mammotion LUBA 3 AWD โชว์พลังสุดล้ำ
    Mammotion เปิดตัว LUBA 3 AWD หุ่นยนต์ตัดหญ้ารุ่นใหม่ที่ CES 2026 พร้อมระบบนำทาง Tri-Fusion ที่แม่นยำระดับ ±1 ซม. ใช้ LiDAR + RTK + AI Vision ทำแผนที่สวนแบบ 3D และหลบสิ่งกีดขวางได้ถึง 300 รายการ แถมปีนเนินชัน 80% ได้สบาย พร้อมพลังมอเตอร์แรง แบตอึด และระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ ทำให้เป็นหนึ่งใน lawnbot ที่ทรงพลังที่สุดในตลาดตอนนี้
    https://www.techradar.com/home/smart-home/i-just-watched-mammotions-new-flagship-lawnbot-scale-an-astroturf-mountain-and-it-was-mesmerizing

    Roborock เปิดตัวระบบถูพื้นแบบใหม่ Saros 20 Sonic ที่ถูได้ถึงขอบจริง
    Roborock เผยโฉม Saros 20 Sonic หุ่นยนต์ดูด–ถูที่ใช้แผ่นถูแบบ D‑shape ขนาดใหญ่ซึ่งสามารถ “ดีดออกด้านข้าง” เพื่อถูถึงขอบผนังได้จริง พร้อมแรงกดสูง การสั่น 4,000 ครั้งต่อนาที และระบบปรับน้ำ–แรงสั่นแยกอิสระ รวมถึงฐาน RockDock ที่ล้างด้วยน้ำร้อน 100°C และเป่าแห้งอัตโนมัติ ทำให้การดูแลพื้นบ้านสะอาดล้ำลึกแบบไม่ต้องลงมือเอง
    https://www.techradar.com/home/robot-vacuums/roborock-just-introduced-an-innovative-new-robot-vac-mopping-system-and-it-looks-seriously-good

    Nvidia อัปเดต DGX Spark ให้เป็นตัวเร่ง AI ภายนอกสำหรับ MacBook Pro
    Nvidia เตรียมปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์ให้ DGX Spark เพื่อให้ทำงานเป็น external AI accelerator สำหรับ MacBook Pro ช่วยประมวลผลงาน AI หนัก ๆ ได้เร็วขึ้นหลายเท่า พร้อมรองรับเฟรมเวิร์กโอเพ่นซอร์สอย่าง PyTorch, vLLM, llama.cpp และโมเดลจากหลายค่าย รวมถึงเพิ่ม playbook สำหรับตั้งค่าระบบแบบสำเร็จรูป ทำให้ Spark กลายเป็นโหนด AI อเนกประสงค์สำหรับงานท้องถิ่นและเวิร์กสเตชัน
    https://www.techradar.com/pro/nvidia-quietly-launches-free-software-update-for-its-ai-mini-pc-which-turns-it-into-an-external-ai-accelerator-for-apples-macbook-pro

    Rokid เปิดตัวแว่น AI แบบไร้จอ เบา ถูก และท้าชน Meta Ray‑Ban
    Rokid เปิดตัว AI Glasses Style แว่นอัจฉริยะไร้หน้าจอที่เน้นสั่งงานด้วยเสียง ใช้ ChatGPT‑5 เป็นสมองหลัก น้ำหนักเพียง 38.5 กรัม ถ่ายภาพ–วิดีโอ 4K ได้ผ่านคำสั่งเสียง ใช้ได้ยาว 12 ชั่วโมง และมีเคสชาร์จเสริม จุดเด่นคือราคาถูกกว่า Meta Ray‑Ban ถึง 80 ดอลลาร์ และมุ่งสู่ยุคใหม่ของอุปกรณ์ AI แบบ screenless ที่ช่วยให้ผู้ใช้พึ่งพามือถือให้น้อยลง
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/rokids-new-ai-glasses-are-lighter-cheaper-and-ready-to-challenge-metas-ray-bans
    📌📡🟠 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🟠📡📌 #รวมข่าวIT #20260108 #TechRadar 📡 อุปกรณ์ เพิ่ม/ขยายสัญญาณ Wifi ที่ดีที่สุดในปี 2025 บทความนี้อธิบายภาพรวมตลาด Wi‑Fi extender ปี 2025 ที่แม้จะมีรุ่นใหม่ออกมาน้อยลงเพราะผู้ผลิตหันไปโฟกัสระบบ Mesh Wi‑Fi แต่ก็ยังมีตัวเลือกคุณภาพสูงอย่าง TP‑Link RE700X, RE605X และ Netgear Nighthawk AX8 ซึ่งโดดเด่นด้านความเร็ว ความครอบคลุม และความง่ายในการติดตั้ง เหมาะสำหรับบ้านที่ยังมีจุดอับสัญญาณหรือไม่ต้องการเปลี่ยนเราเตอร์ใหม่ทั้งหมด โดยบทความยังให้คำแนะนำการเลือกซื้อและเปรียบเทียบกับระบบ Mesh เพื่อช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/computing/wi-fi-broadband/the-best-wi-fi-extenders-in-2025-top-devices-for-boosting-your-wifi-network 📺 TV ที่ดีที่สุดในปี 2025 ผู้เชี่ยวชาญด้านการคาลิเบรตทีวีได้จัดอันดับทีวีที่ดีที่สุดในปี 2025 ตั้งแต่รุ่นคุ้มค่าไปจนถึงระดับพรีเมียม เช่น LG C5, Roku Plus Series, Hisense U8QG, TCL QM6K และ Samsung S95F โดยเน้นคุณภาพภาพ ความสว่าง ความแม่นยำสี ฟีเจอร์สำหรับเกมเมอร์ และความคุ้มค่าต่อราคา ทำให้ผู้อ่านสามารถเลือกทีวีที่เหมาะกับงบและการใช้งานได้ง่ายขึ้นในตลาดที่มีตัวเลือกหลากหลายมากขึ้นทุกปี 🔗 https://www.techradar.com/televisions/im-a-trained-tv-calibrator-and-here-are-the-best-tvs-you-can-buy 🎮 Lenovo Legion Go 2 (SteamOS) เปิดตัวพร้อมราคาแรง Lenovo เปิดตัว Legion Go 2 รุ่นใหม่ที่มาพร้อม SteamOS อย่างเป็นทางการในงาน CES 2026 แต่กลับถูกวิจารณ์หนักเรื่องราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิม โดยเริ่มต้นที่ $1,119 แม้จะใช้สเปกแรงอย่าง Ryzen Z2 / Z2 Extreme และ RAM สูงสุด 32GB แต่ราคาที่แตะระดับเกิน $1,000 ทำให้หลายคนมองว่าไม่คุ้มเมื่อเทียบกับเครื่องพกพาอื่นในตลาด แม้การหันมาใช้ SteamOS จะเป็นก้าวที่ดีสำหรับผู้ใช้สายเกมพกพาก็ตาม 🔗 https://www.techradar.com/computing/gaming-pcs/i-love-that-lenovo-has-finally-chosen-steamos-for-the-legion-go-2-but-its-kidding-itself-with-that-price-tag 📱 Kentucky เปิดตัว Digital ID บน iPhone และเตรียมเข้า Apple Wallet รัฐ Kentucky เปิดตัวแอป Digital ID ที่ให้ประชาชนเก็บบัตรประจำตัว เช่น ใบขับขี่ ไว้ในมือถือ พร้อมระบบยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์ และเตรียมรองรับ Apple Wallet, Google Wallet และ Samsung Wallet ในช่วงซัมเมอร์ 2026 แม้จะช่วยให้ใช้งานสะดวกขึ้น แต่ผู้ใช้ยังต้องพกบัตรจริงในบางสถานการณ์ เช่น การตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่รัฐ 🔗 https://www.techradar.com/phones/kentucky-just-launched-digital-id-on-iphones-and-its-coming-to-apple-wallet-soon 🎧 Klipsch และ Onkyo ฉลอง 80 ปี ด้วยหูฟังและลำโพงรุ่นใหม่ Klipsch และ Onkyo เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ฉลองครบรอบ 80 ปี นำโดย Klipsch Atlas Series หูฟังแบบ over‑ear รุ่นใหม่ครั้งแรกในรอบทศวรรษ ทั้งรุ่น HP‑1, HP‑2 และ HP‑3 ที่เน้นคุณภาพเสียงระดับออดิโอไฟล์ พร้อมลำโพงและซาวด์บาร์รุ่นใหม่ รวมถึงโปรเจกต์ลับอย่าง “Project Apollo” ที่มุ่งยกระดับดีไซน์และคุณภาพเสียงสำหรับผู้ฟังระดับจริงจัง 🔗 https://www.techradar.com/audio/headphones/klipsch-and-onkyo-celebrate-80-years-of-audio-with-the-first-klipsch-headphones-in-a-decade-plus-some-cool-new-concepts 🛡️ กฎหมายคุ้มครองเยาวชนเวอร์จิเนียจุดชนวนดีเบตเรื่องความเป็นส่วนตัว เวอร์จิเนียเริ่มบังคับใช้กฎหมายใหม่ที่บังคับให้แพลตฟอร์มโซเชียลจำกัดเวลาการใช้งานและการเก็บข้อมูลของผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี พร้อมสั่งปิดฟีดแบบเสพติดอย่างการเลื่อนแบบไม่รู้จบ ส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวออกมาโต้แย้งว่ากฎหมายนี้อาจบังคับให้ทุกคนต้องยืนยันตัวตนและทำลายการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบไม่ระบุตัวตน ขณะที่คดีฟ้องร้องจาก NetChoice กำลังดำเนินอยู่ แต่กฎหมายก็มีผลบังคับใช้แล้ว ทำให้ผู้ใช้อาจต้องพิสูจน์ตัวตนก่อนเข้าใช้งานโซเชียลในรัฐนี้ 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/new-virginia-teen-safety-law-sparks-privacy-debate-and-fresh-legal-challenges 🇬🇧💻 อังกฤษทุ่มงบ £210 ล้านแก้วิกฤตไซเบอร์ หลังยอมรับเสี่ยง “วิกฤติขั้นสูง” รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศแผน Cyber Action Plan พร้อมงบ £210 ล้าน หลังยอมรับว่านโยบายไซเบอร์ก่อนหน้านี้ล้มเหลวและไม่สามารถทำให้หน่วยงานรัฐปลอดภัยภายในปี 2030 ได้ โดยปัญหาหลักคือระบบไอทีเก่า การขาดมาตรฐานบังคับ และการโจมตีจริงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง เช่น เหตุ NHS และ British Library ถูกแรนซัมแวร์ รัฐบาลเตรียมตั้งหน่วย Cyber Unit ใหม่และอาจถือผู้บริหารระดับสูงรับผิดชอบโดยตรงต่อเหตุไซเบอร์ในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/uk-government-pledges-gbp210m-to-new-cyber-action-plan-admitting-critically-high-cyber-risk-remains 🐧💥 Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ใหม่ที่ตั้งใจ “เป็น Windows แบบไร้ Microsoft” นักพัฒนาญี่ปุ่นเปิดตัวแนวคิด Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ที่ตั้งใจให้เดสก์ท็อปทั้งหมดเป็น Win32 รันผ่าน WINE เพื่อให้ผู้ใช้ดาวน์โหลด .exe แล้วใช้งานได้เหมือน Windows จริง แต่ทำงานบนแกน Linux แนวคิดนี้หวังแก้ปัญหาความเข้ากันได้ของ ReactOS และอาจเป็นอีกแรงผลักดันให้ผู้ใช้หนีจาก Windows 11 ที่ถูกวิจารณ์หนัก แม้ยังอยู่ในขั้นต้นและต้องแก้ปัญหาความเสถียรอีกมาก แต่ก็เป็นสัญญาณว่ากระแส “เบื่อ Microslop” กำลังผลักผู้ใช้ไปหาลินุกซ์มากขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/computing/software/sick-of-microslop-new-linux-distro-could-win-over-windows-11-haters 👟🇯🇵 เทรนด์เดินแบบญี่ปุ่นกำลังมา พร้อมรองเท้าเดินประสิทธิภาพสูงจาก Clarks นักเขียนทดลองเปลี่ยนจากการวิ่งมาเป็น “Japanese Walking” หรือการเดินแบบอินเทอร์วัล พร้อมรองเท้า Clarks Pace ที่ออกแบบมาเพื่อการเดินโดยเฉพาะ ทั้งโฟมสองชั้น แคปซูลช่วยส่งแรง และดีไซน์รองรับการก้าวเดิน แม้รองเท้าจะให้ความรู้สึกสบายและช่วยเร่งจังหวะได้ดี แต่ยังมีปัญหาเรื่องการยึดเกาะบนพื้นเปียก และราคาที่สูงเมื่อเทียบกับรองเท้าวิ่งที่ใช้งานได้อเนกประสงค์กว่า ทำให้ยังไม่แน่ชัดว่าจะคุ้มค่าสำหรับผู้ใช้ทั่วไปหรือไม่ 🔗 https://www.techradar.com/health-fitness/i-swapped-running-for-the-japanese-walking-workout-complete-with-a-purpose-built-high-performance-walking-shoe 🔓⚠️ พบช่องโหว่ร้ายแรงในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่า เสี่ยงถูกยึดระบบจากระยะไกล นักวิจัยพบช่องโหว่ CVE-2026-0625 ในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่าหลายรุ่นที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถสั่งรันโค้ดจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และมีหลักฐานว่าถูกโจมตีจริงตั้งแต่ปลายปี 2025 ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากถูกเจาะ ระบบเครือข่ายทั้งหมดอาจถูกควบคุม ขโมยข้อมูล หรือถูกใช้เป็นบอตเน็ต จึงแนะนำให้ผู้ใช้รีบเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทันที 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/this-critical-severity-flaw-in-d-link-dsl-gateway-devices-could-allow-for-remote-code-execution 🚀 AI กำลังเปลี่ยนเป้าหมายจาก “ประสิทธิภาพ” สู่ “การเติบโต” องค์กรทั่วโลกกว่า 77% หันมาใช้ AI เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตแทนการลดต้นทุน โดยผู้บริหารจำนวนมากคาดหวังรายได้เพิ่มขึ้นในปีหน้า และกว่า 50% แต่งตั้ง Chief AI Officer เพื่อเร่งกลยุทธ์ด้าน AI แม้ผู้บริโภคยังมีความกังวล แต่ข้อมูลชี้ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยสร้างรายได้ใหม่จาก AI แล้ว ทำให้ภาพรวมสะท้อนว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ แต่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/growth-not-efficiency-is-the-new-ai-goal 🔐 องค์กรพบการละเมิดนโยบายข้อมูลจาก GenAI กว่า 200 ครั้งต่อเดือน รายงานใหม่เผยว่าองค์กรกำลังเผชิญความเสี่ยงจาก “Shadow AI” อย่างหนัก เมื่อพนักงานใช้แอป AI ส่วนตัวโดยไม่ผ่านการอนุมัติ ทำให้ข้อมูลสำคัญรั่วไหลเพิ่มขึ้นเท่าตัว และมีเหตุการณ์ละเมิดนโยบายเฉลี่ย 223 ครั้งต่อเดือน ขณะที่การใช้งาน GenAI เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในปีเดียว สร้างความท้าทายด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลข้อมูลอย่างมาก 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/average-organization-now-reporting-over-200-genai-related-data-policy-violations-each-month 💵 ชาวสหรัฐฯ อาจได้รับเงินคืนสูงสุด $52 จากคดี Amazon Prime หลัง Amazon ถูกปรับ 2.5 พันล้านดอลลาร์จากการสมัครสมาชิก Prime โดยไม่ได้รับความยินยอม ผู้ใช้จำนวนมากจะได้รับเงินคืนอัตโนมัติ แต่หากยังไม่ได้รับ สามารถยื่นคำร้องได้ภายใน 180 วัน โดยต้องตรวจสอบอีเมลหรือจดหมายแจ้งสิทธิ์ ทั้งนี้ FTC เตือนว่า “จะไม่มีการเรียกเก็บเงินใด ๆ” ในกระบวนการคืนเงิน เพื่อป้องกันการหลอกลวง 🔗 https://www.techradar.com/tech/heres-how-to-claim-a-refund-up-to-usd52-from-amazon-for-its-prime-settlement-and-how-to-check-if-youre-eligible-for-one 🧪 นักวิจัยคิดวิธี “วางยาข้อมูล” เพื่อทำให้ AI ที่ขโมยข้อมูลใช้ไม่ได้ นักวิจัยจากจีนและสิงคโปร์พัฒนาเทคนิค AURA ที่จงใจใส่ข้อมูลผิดใน knowledge graph เพื่อให้ AI ที่ขโมยข้อมูลไปเกิดอาการหลอนและตอบผิด โดยผู้ที่มี “กุญแจลับ” เท่านั้นจึงจะได้คำตอบที่ถูกต้อง วิธีนี้ช่วยปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาในระบบ GraphRAG ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงถึง 94% 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/researchers-poison-their-own-data-when-stolen-by-an-ai-to-ruin-results 🌐 ปากีสถานเริ่มบล็อก VPN ที่ไม่ได้ลงทะเบียน กระทบผู้ใช้จำนวนมาก รัฐบาลปากีสถานเริ่มจำกัดการใช้งาน VPN ที่ไม่ได้รับใบอนุญาต ส่งผลให้บริการดังอย่าง Proton VPN ถูกบล็อกตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ใช้จำนวนมากต้องพึ่ง VPN เพื่อเข้าถึงโซเชียลมีเดียที่ถูกปิดกั้น การบล็อกครั้งนี้จึงกระทบเสรีภาพทางดิจิทัลอย่างหนัก แม้ผู้ให้บริการบางรายยังหาวิธีหลบการบล็อกผ่านโปรโตคอลพิเศษอยู่ก็ตาม 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/pakistan-begins-blocking-unregistered-vpn-apps-and-this-popular-service-is-among-the-casualties 💸 ราคาหน่วยความจำพุ่งแรงเหมือนคริปโต ราคาของ RAM โดยเฉพาะ DDR4 และ DDR5 กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากช่วงเสถียรยาวนาน โดย DDR4 หลายรุ่นขยับจากระดับร้อยเหรียญไปแตะหลักหลายร้อยในเวลาไม่กี่เดือน เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่หันไปให้ความสำคัญกับความต้องการของบริษัทด้าน AI มากกว่าผู้บริโภคทั่วไป ทำให้การประกอบคอมพิวเตอร์ใหม่หรืออัปเกรดต้องใช้งบสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจทำให้ RAM กลายเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่แพงที่สุดในระบบในอนาคตอันใกล้ 🔗 https://www.techradar.com/pro/is-ram-the-new-bitcoin-ddr4-memory-prices-are-rising-so-fast-some-tracker-graphs-are-running-out-of-space-and-i-fear-2026-could-well-see-a-10x-price-rise ⚖️ Meta ซื้อ Manus เจอแรงสั่นสะเทือนจากจีน ดีลที่ Meta เตรียมเข้าซื้อบริษัท AI อย่าง Manus มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์กำลังถูกจับตาอย่างหนักจากหน่วยงานจีน เนื่องจากกังวลว่าการย้ายบริษัทจากจีนไปสิงคโปร์อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี ซึ่งอาจทำให้ดีลล่าช้าหรือถูกระงับ ขณะเดียวกัน Manus จะยังคงดำเนินงานแยกอิสระ แต่ Meta จะได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญด้าน AI ของ Manus เพื่อเร่งพัฒนา AI agents รุ่นใหม่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/metas-usd2b-manus-acquisition-sparks-concerns-from-chinese-regulators ⚡ Razer เปิดตัวเวิร์กสเตชัน AI และตัวเร่งความแรงภายนอก Razer ขยายบทบาทจากแบรนด์เกมมิ่งสู่ฮาร์ดแวร์ AI เต็มตัว ด้วยการเปิดตัว Forge AI Dev Workstation สำหรับงานเทรนโมเดลและประมวลผล AI แบบออน-พรีมิส พร้อมอุปกรณ์ External AI Accelerator ที่ร่วมพัฒนากับ Tenstorrent เพื่อเพิ่มพลังประมวลผลให้โน้ตบุ๊กผ่าน Thunderbolt รองรับการต่อพ่วงหลายตัวเพื่อสร้างคลัสเตอร์ขนาดเล็ก เหมาะสำหรับนักพัฒนา AI ที่ต้องการพลังประมวลผลแบบพกพาและควบคุมข้อมูลได้เอง 🔗 https://www.techradar.com/pro/razer-joins-ai-bandwagon-with-external-ai-accelerator-backed-by-iconic-amd-chip-architect 📧 แคมเปญฟิชชิงปลอมเป็นอีเมลภายในองค์กร แฮกเกอร์กำลังใช้ช่องโหว่การตั้งค่าอีเมลของหลายองค์กรเพื่อส่งอีเมลปลอมที่ดูเหมือนส่งมาจากภายในบริษัท ทำให้หลอกเหยื่อให้กรอกข้อมูลสำคัญได้ง่ายขึ้น โดยอาศัยการตั้งค่า SPF, DKIM และ DMARC ที่ไม่เข้มงวด รวมถึงใช้ชุดเครื่องมือฟิชชิงอย่าง Tycoon2FA เพื่อสร้างอีเมลปลอมในธีม HR, เอกสารแชร์ หรือแจ้งเตือนรหัสผ่าน ซึ่งนำไปสู่การขโมยบัญชีและโจมตีแบบ BEC ต่อเนื่องในวงกว้าง 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/this-phishing-campaign-spoofs-internal-messages-heres-what-we-know 🔍 โครงการ Cyber Trust Mark สะเทือน หลังผู้ดูแลถอนตัวเพราะโยงจีน UL Solutions ผู้ทำหน้าที่เป็น Lead Administrator ของโครงการ US Cyber Trust Mark ได้ถอนตัวออกจากบทบาทหลังถูกตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับบริษัทร่วมทุนในจีน ซึ่งอาจเสี่ยงต่อความมั่นคงไซเบอร์ของสหรัฐ โครงการนี้มีเป้าหมายรับรองความปลอดภัยของอุปกรณ์ IoT ทั่วประเทศ แต่การถอนตัวครั้งนี้ทำให้ FCC ต้องเร่งหาผู้ดูแลรายใหม่เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่นก่อนเส้นตายปี 2027 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/firm-overseeing-fccs-cyber-trust-mark-program-withdraws-over-ties-to-china 📺 Google TV อัปเกรด Gemini ให้ฉลาดขึ้นแบบก้าวกระโดด Google เปิดตัว Gemini เวอร์ชันใหม่บน Google TV ที่ทำให้ทีวูกลายเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะเต็มรูปแบบ ทั้งตอบคำถามพร้อมภาพและวิดีโอ ปรับภาพ–เสียงอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้บอกปัญหา ค้นรูปจาก Google Photos ได้ทันที รวมถึงสร้างภาพและวิดีโอด้วย AI ผ่าน Nano Banana และ Google Veo ทำให้ทีวูกลายเป็นศูนย์กลาง AI ในบ้านที่เข้าใจการใช้งานของผู้ชมมากขึ้นอย่างชัดเจน 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/google-tv-gets-a-gemini-glow-up-with-a-ton-of-new-upgrades 🤖 LawnBot ปีนเขาได้! Mammotion LUBA 3 AWD โชว์พลังสุดล้ำ Mammotion เปิดตัว LUBA 3 AWD หุ่นยนต์ตัดหญ้ารุ่นใหม่ที่ CES 2026 พร้อมระบบนำทาง Tri-Fusion ที่แม่นยำระดับ ±1 ซม. ใช้ LiDAR + RTK + AI Vision ทำแผนที่สวนแบบ 3D และหลบสิ่งกีดขวางได้ถึง 300 รายการ แถมปีนเนินชัน 80% ได้สบาย พร้อมพลังมอเตอร์แรง แบตอึด และระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ ทำให้เป็นหนึ่งใน lawnbot ที่ทรงพลังที่สุดในตลาดตอนนี้ 🔗 https://www.techradar.com/home/smart-home/i-just-watched-mammotions-new-flagship-lawnbot-scale-an-astroturf-mountain-and-it-was-mesmerizing 🧹 Roborock เปิดตัวระบบถูพื้นแบบใหม่ Saros 20 Sonic ที่ถูได้ถึงขอบจริง Roborock เผยโฉม Saros 20 Sonic หุ่นยนต์ดูด–ถูที่ใช้แผ่นถูแบบ D‑shape ขนาดใหญ่ซึ่งสามารถ “ดีดออกด้านข้าง” เพื่อถูถึงขอบผนังได้จริง พร้อมแรงกดสูง การสั่น 4,000 ครั้งต่อนาที และระบบปรับน้ำ–แรงสั่นแยกอิสระ รวมถึงฐาน RockDock ที่ล้างด้วยน้ำร้อน 100°C และเป่าแห้งอัตโนมัติ ทำให้การดูแลพื้นบ้านสะอาดล้ำลึกแบบไม่ต้องลงมือเอง 🔗 https://www.techradar.com/home/robot-vacuums/roborock-just-introduced-an-innovative-new-robot-vac-mopping-system-and-it-looks-seriously-good ⚡ Nvidia อัปเดต DGX Spark ให้เป็นตัวเร่ง AI ภายนอกสำหรับ MacBook Pro Nvidia เตรียมปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์ให้ DGX Spark เพื่อให้ทำงานเป็น external AI accelerator สำหรับ MacBook Pro ช่วยประมวลผลงาน AI หนัก ๆ ได้เร็วขึ้นหลายเท่า พร้อมรองรับเฟรมเวิร์กโอเพ่นซอร์สอย่าง PyTorch, vLLM, llama.cpp และโมเดลจากหลายค่าย รวมถึงเพิ่ม playbook สำหรับตั้งค่าระบบแบบสำเร็จรูป ทำให้ Spark กลายเป็นโหนด AI อเนกประสงค์สำหรับงานท้องถิ่นและเวิร์กสเตชัน 🔗 https://www.techradar.com/pro/nvidia-quietly-launches-free-software-update-for-its-ai-mini-pc-which-turns-it-into-an-external-ai-accelerator-for-apples-macbook-pro 🕶️ Rokid เปิดตัวแว่น AI แบบไร้จอ เบา ถูก และท้าชน Meta Ray‑Ban Rokid เปิดตัว AI Glasses Style แว่นอัจฉริยะไร้หน้าจอที่เน้นสั่งงานด้วยเสียง ใช้ ChatGPT‑5 เป็นสมองหลัก น้ำหนักเพียง 38.5 กรัม ถ่ายภาพ–วิดีโอ 4K ได้ผ่านคำสั่งเสียง ใช้ได้ยาว 12 ชั่วโมง และมีเคสชาร์จเสริม จุดเด่นคือราคาถูกกว่า Meta Ray‑Ban ถึง 80 ดอลลาร์ และมุ่งสู่ยุคใหม่ของอุปกรณ์ AI แบบ screenless ที่ช่วยให้ผู้ใช้พึ่งพามือถือให้น้อยลง 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/rokids-new-ai-glasses-are-lighter-cheaper-and-ready-to-challenge-metas-ray-bans
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 277 มุมมอง 0 รีวิว
  • FENGSHUI DAILY
    อัพเดตทุกวัน ที่นี่ที่เดียว
    สีเสริมดวง เสริมความเฮง
    ทิศมงคล เวลามงคล
    อย่าลืมดูกัน เมื่อเริ่มวันใหม่
    วันศุกร์ที่ 9 เดือนมกราคม พ.ศ.2569
    ___________________________________
    FengshuiBizDesigner
    ฮวงจุ้ย...ออกแบบได้
    FENGSHUI DAILY อัพเดตทุกวัน ที่นี่ที่เดียว สีเสริมดวง เสริมความเฮง ทิศมงคล เวลามงคล อย่าลืมดูกัน เมื่อเริ่มวันใหม่ วันศุกร์ที่ 9 เดือนมกราคม พ.ศ.2569 ___________________________________ FengshuiBizDesigner ฮวงจุ้ย...ออกแบบได้
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 28 มุมมอง 0 รีวิว
  • กริพเพนฝูงแรกสั่งซื้อปี 50 วิโรจน์ยังอยู่ซีเอ็ดบุ๊ค เท้งยังเรียนอยู่จุฬา แล้วมายกมือหนุนซื้อลำที่ไปทิ้งไข่ตอนไหน
    #7ดอกจิก
    กริพเพนฝูงแรกสั่งซื้อปี 50 วิโรจน์ยังอยู่ซีเอ็ดบุ๊ค เท้งยังเรียนอยู่จุฬา แล้วมายกมือหนุนซื้อลำที่ไปทิ้งไข่ตอนไหน #7ดอกจิก
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 34 มุมมอง 0 รีวิว
  • เบื้องหลังลุงบ้านป่ายอมป่าแตก ไม่ยอมบ้านแตก หลังสาวคนสนิทผู้เฝ้าทรัพย์ดึงสติลุง เปย์ยังไงก็ไม่ได้เป็นนายกฯ
    #7ดอกจิก
    เบื้องหลังลุงบ้านป่ายอมป่าแตก ไม่ยอมบ้านแตก หลังสาวคนสนิทผู้เฝ้าทรัพย์ดึงสติลุง เปย์ยังไงก็ไม่ได้เป็นนายกฯ #7ดอกจิก
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 37 มุมมอง 0 รีวิว
  • ☕️ คาเฟอีนในเลือดอาจมีผลต่อไขมันในร่างกายและความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2 – งานวิจัยใหม่ชี้ชัด

    งานวิจัยจากหลายสถาบันในยุโรปเผยให้เห็นความเชื่อมโยงที่น่าสนใจระหว่างระดับคาเฟอีนในเลือด ปริมาณไขมันในร่างกาย และความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยใช้ข้อมูลพันธุกรรมของคนเกือบ 10,000 คนเพื่อวิเคราะห์ว่า “คนที่สลายคาเฟอีนช้ากว่า” มักมีระดับคาเฟอีนในเลือดสูงกว่า และมีแนวโน้มที่จะมีค่า BMI ต่ำลง ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงของเบาหวานได้ด้วย งานวิจัยนี้ยังชี้ว่าครึ่งหนึ่งของผลป้องกันเบาหวานอาจเกิดจากการที่คาเฟอีนช่วยลดไขมันในร่างกายโดยตรง

    นักวิจัยอธิบายว่ากลไกที่เป็นไปได้คือคาเฟอีนช่วยเพิ่มกระบวนการ thermogenesis หรือการสร้างความร้อนในร่างกาย รวมถึงเพิ่มการเผาผลาญไขมัน (fat oxidation) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อระบบเมตาบอลิซึมโดยรวม แม้ผลลัพธ์จะสอดคล้องกับงานวิจัยก่อนหน้า แต่ก็ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความสัมพันธ์เชิงสาเหตุอย่างชัดเจน โดยเฉพาะผลในระยะยาวของการบริโภคคาเฟอีนในปริมาณสูง

    อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ไม่ได้พบความเชื่อมโยงระหว่างระดับคาเฟอีนในเลือดกับโรคหัวใจ เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจล้มเหลว หรือโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นข้อมูลที่ช่วยให้ภาพรวมของผลกระทบคาเฟอีนต่อสุขภาพชัดเจนขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าคาเฟอีนก็มีผลข้างเคียงที่ต้องระวัง เช่น ความกระสับกระส่าย นอนไม่หลับ หรือผลต่อความดันโลหิตในบางคน

    ในอนาคต นักวิจัยเสนอว่าการใช้เครื่องดื่มคาเฟอีนแบบไม่มีแคลอรี่อาจเป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยลดความเสี่ยงโรคอ้วนและเบาหวาน แต่จำเป็นต้องมีการทดลองแบบควบคุมเพิ่มเติมเพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยของแนวทางนี้อย่างแท้จริง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากงานวิจัย
    ระดับคาเฟอีนในเลือดสูงสัมพันธ์กับ BMI และไขมันในร่างกายที่ต่ำลง
    ความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2 ลดลงเมื่อระดับคาเฟอีนสูงขึ้น โดยครึ่งหนึ่งของผลเกิดจากการลดไขมันในร่างกาย
    คาเฟอีนอาจเพิ่ม thermogenesis และ fat oxidation ซึ่งช่วยระบบเผาผลาญ
    ไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างคาเฟอีนในเลือดกับโรคหัวใจ เช่น หัวใจล้มเหลวหรือโรคหลอดเลือดสมอง

    คำเตือนและข้อควรระวัง
    คาเฟอีนมีผลข้างเคียง เช่น ใจสั่น นอนไม่หลับ หรือความดันสูงในบางคน
    งานวิจัยแบบ Mendelian randomization ยังมีข้อจำกัด และอาจมีปัจจัยอื่นที่ยังไม่ได้วิเคราะห์
    ผลในระยะยาวของการบริโภคคาเฟอีนยังไม่ชัดเจน จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม
    ไม่ควรเพิ่มปริมาณคาเฟอีนเองโดยไม่พิจารณาสุขภาพส่วนบุคคลหรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

    https://www.sciencealert.com/caffeine-in-your-blood-might-affect-body-fat-and-diabetes-risk-study-shows
    ☕️ คาเฟอีนในเลือดอาจมีผลต่อไขมันในร่างกายและความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2 – งานวิจัยใหม่ชี้ชัด งานวิจัยจากหลายสถาบันในยุโรปเผยให้เห็นความเชื่อมโยงที่น่าสนใจระหว่างระดับคาเฟอีนในเลือด ปริมาณไขมันในร่างกาย และความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยใช้ข้อมูลพันธุกรรมของคนเกือบ 10,000 คนเพื่อวิเคราะห์ว่า “คนที่สลายคาเฟอีนช้ากว่า” มักมีระดับคาเฟอีนในเลือดสูงกว่า และมีแนวโน้มที่จะมีค่า BMI ต่ำลง ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงของเบาหวานได้ด้วย งานวิจัยนี้ยังชี้ว่าครึ่งหนึ่งของผลป้องกันเบาหวานอาจเกิดจากการที่คาเฟอีนช่วยลดไขมันในร่างกายโดยตรง นักวิจัยอธิบายว่ากลไกที่เป็นไปได้คือคาเฟอีนช่วยเพิ่มกระบวนการ thermogenesis หรือการสร้างความร้อนในร่างกาย รวมถึงเพิ่มการเผาผลาญไขมัน (fat oxidation) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อระบบเมตาบอลิซึมโดยรวม แม้ผลลัพธ์จะสอดคล้องกับงานวิจัยก่อนหน้า แต่ก็ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความสัมพันธ์เชิงสาเหตุอย่างชัดเจน โดยเฉพาะผลในระยะยาวของการบริโภคคาเฟอีนในปริมาณสูง อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ไม่ได้พบความเชื่อมโยงระหว่างระดับคาเฟอีนในเลือดกับโรคหัวใจ เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจล้มเหลว หรือโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นข้อมูลที่ช่วยให้ภาพรวมของผลกระทบคาเฟอีนต่อสุขภาพชัดเจนขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าคาเฟอีนก็มีผลข้างเคียงที่ต้องระวัง เช่น ความกระสับกระส่าย นอนไม่หลับ หรือผลต่อความดันโลหิตในบางคน ในอนาคต นักวิจัยเสนอว่าการใช้เครื่องดื่มคาเฟอีนแบบไม่มีแคลอรี่อาจเป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยลดความเสี่ยงโรคอ้วนและเบาหวาน แต่จำเป็นต้องมีการทดลองแบบควบคุมเพิ่มเติมเพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยของแนวทางนี้อย่างแท้จริง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากงานวิจัย ➡️ ระดับคาเฟอีนในเลือดสูงสัมพันธ์กับ BMI และไขมันในร่างกายที่ต่ำลง ➡️ ความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2 ลดลงเมื่อระดับคาเฟอีนสูงขึ้น โดยครึ่งหนึ่งของผลเกิดจากการลดไขมันในร่างกาย ➡️ คาเฟอีนอาจเพิ่ม thermogenesis และ fat oxidation ซึ่งช่วยระบบเผาผลาญ ➡️ ไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างคาเฟอีนในเลือดกับโรคหัวใจ เช่น หัวใจล้มเหลวหรือโรคหลอดเลือดสมอง ‼️ คำเตือนและข้อควรระวัง ⛔ คาเฟอีนมีผลข้างเคียง เช่น ใจสั่น นอนไม่หลับ หรือความดันสูงในบางคน ⛔ งานวิจัยแบบ Mendelian randomization ยังมีข้อจำกัด และอาจมีปัจจัยอื่นที่ยังไม่ได้วิเคราะห์ ⛔ ผลในระยะยาวของการบริโภคคาเฟอีนยังไม่ชัดเจน จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม ⛔ ไม่ควรเพิ่มปริมาณคาเฟอีนเองโดยไม่พิจารณาสุขภาพส่วนบุคคลหรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ https://www.sciencealert.com/caffeine-in-your-blood-might-affect-body-fat-and-diabetes-risk-study-shows
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Caffeine in Your Blood Might Affect Body Fat And Diabetes Risk, Study Shows
    The levels of caffeine in your blood could affect the amount of body fat you carry, a factor that in turn could determine your risk of developing type 2 diabetes and cardiovascular diseases.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 91 มุมมอง 0 รีวิว
  • ค้นพบฟอสซิลอายุ 773,000 ปี ที่อาจอยู่ใกล้รากกำเนิดมนุษย์สมัยใหม่

    การค้นพบฟอสซิลในถ้ำ Grotte à Hominidés เมืองคาซาบลังกา ประเทศโมร็อกโก กำลังสร้างความตื่นเต้นครั้งใหม่ในวงการมานุษยวิทยา ฟอสซิลเหล่านี้ประกอบด้วยขากรรไกร ฟัน กระดูกสันหลัง และกระดูกต้นขาบางส่วน ซึ่งมีอายุประมาณ 773,000 ปี อยู่ในช่วงเวลาที่สายพันธุ์มนุษย์เริ่มแยกออกจากบรรพบุรุษร่วมกับนีแอนเดอร์ทัลและเดนิโซแวนอย่างพอดี การวิเคราะห์พบว่าฟอสซิลมีลักษณะผสมผสานระหว่างมนุษย์สมัยใหม่ นีแอนเดอร์ทัล และลักษณะโบราณของ Homo erectus ซึ่งสะท้อนช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของวิวัฒนาการมนุษย์

    สิ่งที่ทำให้การค้นพบนี้โดดเด่นคือการระบุอายุฟอสซิลได้อย่างแม่นยำจากหลักฐานการกลับขั้วแม่เหล็กโลกครั้งล่าสุดที่เรียกว่า Matuyama–Brunhes reversal ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อราว 773,000 ปีก่อน และพบสัญญาณนี้ในชั้นตะกอนเดียวกับฟอสซิลโดยตรง ทำให้มั่นใจได้ว่าฟอสซิลอยู่ในช่วงเวลานั้นจริงๆ ไม่ใช่การคาดการณ์แบบกว้างๆ เหมือนฟอสซิลอื่นจำนวนมาก

    นักวิจัยเสนอว่ากลุ่มมนุษย์ในถ้ำแห่งนี้อาจเป็น “สายต้นกำเนิดในแอฟริกา” ที่อยู่ใกล้กับรากของสายพันธุ์มนุษย์สมัยใหม่มากที่สุดเท่าที่เคยพบมา ขณะที่ฟอสซิล Homo antecessor จากยุโรปที่มีอายุใกล้เคียงกันอาจเป็น “สายพี่น้อง” ที่แยกออกไปทางยูเรเชีย ไม่ใช่บรรพบุรุษโดยตรงของมนุษย์ปัจจุบัน การค้นพบนี้จึงช่วยย้ำว่า ต้นกำเนิดของมนุษย์สมัยใหม่มีรากลึกในทวีปแอฟริกา มากกว่าที่เคยถกเถียงกันก่อนหน้า

    นอกจากนี้ การวิเคราะห์ฟันด้วย CT scan ยังเผยให้เห็นโครงสร้างภายในที่มีลักษณะเฉพาะ ไม่เหมือนทั้ง H. erectus และ H. antecessor โดยตรง แสดงให้เห็นว่ามีความหลากหลายของประชากรมนุษย์ในแอฟริกาในช่วงต้นไพลสโตซีนมากกว่าที่เคยคิดไว้ การค้นพบนี้จึงไม่เพียงเติมเต็มช่องว่างของประวัติศาสตร์มนุษย์ แต่ยังเปิดประตูสู่คำถามใหม่เกี่ยวกับการกระจายตัวและวิวัฒนาการของมนุษย์ยุคแรกๆ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    พบฟอสซิลมนุษย์อายุ 773,000 ปีในถ้ำ Grotte à Hominidés ประเทศโมร็อกโก
    ฟอสซิลมีลักษณะผสมระหว่างมนุษย์สมัยใหม่ นีแอนเดอร์ทัล และลักษณะโบราณของ Homo erectus
    การระบุอายุฟอสซิลแม่นยำจากเหตุการณ์กลับขั้วแม่เหล็กโลก Matuyama–Brunhes reversal
    นักวิจัยชี้ว่าฟอสซิลนี้อาจเป็นประชากรใกล้รากกำเนิดของมนุษย์สมัยใหม่ในแอฟริกา
    ฟันและขากรรไกรเผยให้เห็นความหลากหลายของมนุษย์ยุคต้นในแอฟริกา มากกว่าที่เคยคิดไว้

    คำเตือน / ข้อควรระวังในการตีความ
    ฟอสซิลยังมีจำนวนจำกัด ทำให้การสรุปภาพรวมของประชากรมนุษย์ยุคนี้ยังไม่สมบูรณ์
    ความสัมพันธ์เชิงสายวิวัฒนาการระหว่างกลุ่มมนุษย์โบราณยังต้องการหลักฐานเพิ่มเติม
    การตีความฟอสซิลอาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีการค้นพบใหม่ในอนาคต
    ไม่สามารถยืนยันได้ว่าฟอสซิลนี้เป็นบรรพบุรุษโดยตรงของมนุษย์สมัยใหม่ แต่เป็น “สายใกล้เคียง” เท่านั้น

    https://www.sciencealert.com/moroccan-cave-fossils-capture-a-crossroads-in-modern-human-evolution
    🌍 ค้นพบฟอสซิลอายุ 773,000 ปี ที่อาจอยู่ใกล้รากกำเนิดมนุษย์สมัยใหม่ การค้นพบฟอสซิลในถ้ำ Grotte à Hominidés เมืองคาซาบลังกา ประเทศโมร็อกโก กำลังสร้างความตื่นเต้นครั้งใหม่ในวงการมานุษยวิทยา ฟอสซิลเหล่านี้ประกอบด้วยขากรรไกร ฟัน กระดูกสันหลัง และกระดูกต้นขาบางส่วน ซึ่งมีอายุประมาณ 773,000 ปี อยู่ในช่วงเวลาที่สายพันธุ์มนุษย์เริ่มแยกออกจากบรรพบุรุษร่วมกับนีแอนเดอร์ทัลและเดนิโซแวนอย่างพอดี การวิเคราะห์พบว่าฟอสซิลมีลักษณะผสมผสานระหว่างมนุษย์สมัยใหม่ นีแอนเดอร์ทัล และลักษณะโบราณของ Homo erectus ซึ่งสะท้อนช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของวิวัฒนาการมนุษย์ สิ่งที่ทำให้การค้นพบนี้โดดเด่นคือการระบุอายุฟอสซิลได้อย่างแม่นยำจากหลักฐานการกลับขั้วแม่เหล็กโลกครั้งล่าสุดที่เรียกว่า Matuyama–Brunhes reversal ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อราว 773,000 ปีก่อน และพบสัญญาณนี้ในชั้นตะกอนเดียวกับฟอสซิลโดยตรง ทำให้มั่นใจได้ว่าฟอสซิลอยู่ในช่วงเวลานั้นจริงๆ ไม่ใช่การคาดการณ์แบบกว้างๆ เหมือนฟอสซิลอื่นจำนวนมาก นักวิจัยเสนอว่ากลุ่มมนุษย์ในถ้ำแห่งนี้อาจเป็น “สายต้นกำเนิดในแอฟริกา” ที่อยู่ใกล้กับรากของสายพันธุ์มนุษย์สมัยใหม่มากที่สุดเท่าที่เคยพบมา ขณะที่ฟอสซิล Homo antecessor จากยุโรปที่มีอายุใกล้เคียงกันอาจเป็น “สายพี่น้อง” ที่แยกออกไปทางยูเรเชีย ไม่ใช่บรรพบุรุษโดยตรงของมนุษย์ปัจจุบัน การค้นพบนี้จึงช่วยย้ำว่า ต้นกำเนิดของมนุษย์สมัยใหม่มีรากลึกในทวีปแอฟริกา มากกว่าที่เคยถกเถียงกันก่อนหน้า นอกจากนี้ การวิเคราะห์ฟันด้วย CT scan ยังเผยให้เห็นโครงสร้างภายในที่มีลักษณะเฉพาะ ไม่เหมือนทั้ง H. erectus และ H. antecessor โดยตรง แสดงให้เห็นว่ามีความหลากหลายของประชากรมนุษย์ในแอฟริกาในช่วงต้นไพลสโตซีนมากกว่าที่เคยคิดไว้ การค้นพบนี้จึงไม่เพียงเติมเต็มช่องว่างของประวัติศาสตร์มนุษย์ แต่ยังเปิดประตูสู่คำถามใหม่เกี่ยวกับการกระจายตัวและวิวัฒนาการของมนุษย์ยุคแรกๆ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ พบฟอสซิลมนุษย์อายุ 773,000 ปีในถ้ำ Grotte à Hominidés ประเทศโมร็อกโก ➡️ ฟอสซิลมีลักษณะผสมระหว่างมนุษย์สมัยใหม่ นีแอนเดอร์ทัล และลักษณะโบราณของ Homo erectus ➡️ การระบุอายุฟอสซิลแม่นยำจากเหตุการณ์กลับขั้วแม่เหล็กโลก Matuyama–Brunhes reversal ➡️ นักวิจัยชี้ว่าฟอสซิลนี้อาจเป็นประชากรใกล้รากกำเนิดของมนุษย์สมัยใหม่ในแอฟริกา ➡️ ฟันและขากรรไกรเผยให้เห็นความหลากหลายของมนุษย์ยุคต้นในแอฟริกา มากกว่าที่เคยคิดไว้ ‼️ คำเตือน / ข้อควรระวังในการตีความ ⛔ ฟอสซิลยังมีจำนวนจำกัด ทำให้การสรุปภาพรวมของประชากรมนุษย์ยุคนี้ยังไม่สมบูรณ์ ⛔ ความสัมพันธ์เชิงสายวิวัฒนาการระหว่างกลุ่มมนุษย์โบราณยังต้องการหลักฐานเพิ่มเติม ⛔ การตีความฟอสซิลอาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีการค้นพบใหม่ในอนาคต ⛔ ไม่สามารถยืนยันได้ว่าฟอสซิลนี้เป็นบรรพบุรุษโดยตรงของมนุษย์สมัยใหม่ แต่เป็น “สายใกล้เคียง” เท่านั้น https://www.sciencealert.com/moroccan-cave-fossils-capture-a-crossroads-in-modern-human-evolution
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Moroccan Cave Fossils Capture a Crossroads in Modern Human Evolution
    Ancient bones discovered in a cave in Casablanca, Morocco, could fill in some of the blanks about human evolution.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 97 มุมมอง 0 รีวิว