• Amazon กำลังทดลองฟีเจอร์ Buy for Me ที่ใช้เทคโนโลยี Agentic AI ช่วยให้ผู้ใช้สามารถซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ร้านค้าอื่นได้โดยตรงผ่านแอป Amazon แม้ร้านค้าหรือผลิตภัณฑ์นั้นไม่ได้อยู่ใน Amazon

    ✅ ช้อปสะดวกไม่ต้องไปที่เว็บไซต์ร้านค้า
    - เมื่อผู้ใช้ค้นหาสินค้าในแอป Amazon หากสินค้าไม่อยู่ใน Amazon ผู้ใช้จะสามารถเลือก Buy for Me เพื่อให้ Amazon ซื้อสินค้านั้นจากเว็บไซต์ของร้านค้า
    - กระบวนการชำระเงินจะถูกจัดการในลักษณะเดียวกับการซื้อสินค้าจาก Amazon โดยไม่ต้องเข้าหน้าชำระเงินของร้านค้าอื่น

    ✅ การติดตามและการสนับสนุนหลังการซื้อ
    - ผู้ใช้จะได้รับ อีเมลยืนยันการซื้อจากร้านค้า และสามารถติดตามสถานะสินค้าผ่านแอป Amazon
    - อย่างไรก็ตาม การจัดส่ง การคืนสินค้า และการบริการลูกค้า จะถูกจัดการโดยร้านค้า ไม่ใช่โดย Amazon

    ✅ รองรับทั้งสมาชิก Prime และผู้ใช้ทั่วไป
    - ฟีเจอร์นี้สามารถใช้งานได้ฟรีสำหรับทั้งสมาชิก Prime และผู้ใช้ทั่วไป

    ✅ ข้อจำกัดของฟีเจอร์นี้
    - ผู้ใช้ ไม่สามารถใช้โค้ดส่วนลดของร้านค้า ในกระบวนการซื้อผ่าน Buy for Me
    - หากมีส่วนลดที่น่าสนใจ อาจจะดีกว่าการซื้อโดยตรงจากเว็บไซต์ของร้านค้า

    ✅ เทคโนโลยี AI ที่สนับสนุนฟีเจอร์นี้
    - ระบบทำงานบน Bedrock โดยใช้โมเดล AI ได้แก่ Amazon Nova และ Claude จาก Anthropic

    https://www.techspot.com/news/107422-amazon-can-now-shop-other-websites-behalf.html
    Amazon กำลังทดลองฟีเจอร์ Buy for Me ที่ใช้เทคโนโลยี Agentic AI ช่วยให้ผู้ใช้สามารถซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ร้านค้าอื่นได้โดยตรงผ่านแอป Amazon แม้ร้านค้าหรือผลิตภัณฑ์นั้นไม่ได้อยู่ใน Amazon ✅ ช้อปสะดวกไม่ต้องไปที่เว็บไซต์ร้านค้า - เมื่อผู้ใช้ค้นหาสินค้าในแอป Amazon หากสินค้าไม่อยู่ใน Amazon ผู้ใช้จะสามารถเลือก Buy for Me เพื่อให้ Amazon ซื้อสินค้านั้นจากเว็บไซต์ของร้านค้า - กระบวนการชำระเงินจะถูกจัดการในลักษณะเดียวกับการซื้อสินค้าจาก Amazon โดยไม่ต้องเข้าหน้าชำระเงินของร้านค้าอื่น ✅ การติดตามและการสนับสนุนหลังการซื้อ - ผู้ใช้จะได้รับ อีเมลยืนยันการซื้อจากร้านค้า และสามารถติดตามสถานะสินค้าผ่านแอป Amazon - อย่างไรก็ตาม การจัดส่ง การคืนสินค้า และการบริการลูกค้า จะถูกจัดการโดยร้านค้า ไม่ใช่โดย Amazon ✅ รองรับทั้งสมาชิก Prime และผู้ใช้ทั่วไป - ฟีเจอร์นี้สามารถใช้งานได้ฟรีสำหรับทั้งสมาชิก Prime และผู้ใช้ทั่วไป ✅ ข้อจำกัดของฟีเจอร์นี้ - ผู้ใช้ ไม่สามารถใช้โค้ดส่วนลดของร้านค้า ในกระบวนการซื้อผ่าน Buy for Me - หากมีส่วนลดที่น่าสนใจ อาจจะดีกว่าการซื้อโดยตรงจากเว็บไซต์ของร้านค้า ✅ เทคโนโลยี AI ที่สนับสนุนฟีเจอร์นี้ - ระบบทำงานบน Bedrock โดยใช้โมเดล AI ได้แก่ Amazon Nova และ Claude จาก Anthropic https://www.techspot.com/news/107422-amazon-can-now-shop-other-websites-behalf.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Amazon can now shop other websites on your behalf
    Buy for Me, available to select US customers in the Amazon Shopping app on Android and iOS devices, leverages agentic AI to make purchases on users' behalf....
    0 Comments 0 Shares 37 Views 0 Reviews
  • Microsoft เปิดตัว Windows 365 Link ซึ่งเป็นอุปกรณ์ Thin Client ที่ออกแบบมาเพื่อให้การเชื่อมต่อกับระบบคลาวด์ Windows 365 เป็นไปอย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพสูงสุด เหมาะสำหรับการใช้งานในระดับองค์กร โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยและความเรียบง่ายเป็นสำคัญ

    ✅ อุปกรณ์ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับการเข้าถึงคลาวด์
    - Windows 365 Link เป็นอุปกรณ์ที่ ไม่มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลภายใน แต่ถูกออกแบบมาเพื่อให้พนักงานสามารถเข้าถึง Windows 365 Cloud PC จากระยะไกลได้ทันที
    - อุปกรณ์นี้สามารถ เล่นวิดีโอคุณภาพสูงในระหว่างการประชุม โดยประมวลผลบนเครื่องได้โดยตรง

    ✅ คุณสมบัติด้านความปลอดภัยสูงสุด
    - มาพร้อมเทคโนโลยี Secure Boot, Trusted Platform Module (TPM), BitLocker, และ Hypervisor Code Integrity ที่เปิดใช้งานแบบถาวรเพื่อเพิ่มความปลอดภัย
    - การจัดการทำได้ผ่าน Microsoft Intune ทำให้การติดตั้งและควบคุมอุปกรณ์ Thin Client เป็นไปอย่างง่ายดาย

    ✅ ใช้งานในหลายประเทศ
    - Windows 365 Link พร้อมวางจำหน่ายแล้วใน สหรัฐฯ, สหราชอาณาจักร, ออสเตรเลีย, แคนาดา, เยอรมนี, ญี่ปุ่น และนิวซีแลนด์
    - ราคาในสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ $350 โดยเน้นการใช้งานสำหรับองค์กร ไม่ใช่ผู้บริโภคทั่วไป

    ✅ เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการลดความซับซ้อนของระบบ IT
    - Thin Client นี้ช่วยลดความยุ่งยากในการจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยองค์กรสามารถเลือกใช้อุปกรณ์นี้ควบคู่กับ Windows 365 Cloud PC ได้ทันที
    - นอกจากนี้ยังสามารถเข้าถึง Cloud PC ผ่าน เว็บเบราว์เซอร์ หรือแอป Windows โดยไม่จำเป็นต้องรีบใช้อุปกรณ์ใหม่

    https://www.techspot.com/news/107421-microsoft-350-windows-365-link-cloud-client-now.html
    Microsoft เปิดตัว Windows 365 Link ซึ่งเป็นอุปกรณ์ Thin Client ที่ออกแบบมาเพื่อให้การเชื่อมต่อกับระบบคลาวด์ Windows 365 เป็นไปอย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพสูงสุด เหมาะสำหรับการใช้งานในระดับองค์กร โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยและความเรียบง่ายเป็นสำคัญ ✅ อุปกรณ์ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับการเข้าถึงคลาวด์ - Windows 365 Link เป็นอุปกรณ์ที่ ไม่มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลภายใน แต่ถูกออกแบบมาเพื่อให้พนักงานสามารถเข้าถึง Windows 365 Cloud PC จากระยะไกลได้ทันที - อุปกรณ์นี้สามารถ เล่นวิดีโอคุณภาพสูงในระหว่างการประชุม โดยประมวลผลบนเครื่องได้โดยตรง ✅ คุณสมบัติด้านความปลอดภัยสูงสุด - มาพร้อมเทคโนโลยี Secure Boot, Trusted Platform Module (TPM), BitLocker, และ Hypervisor Code Integrity ที่เปิดใช้งานแบบถาวรเพื่อเพิ่มความปลอดภัย - การจัดการทำได้ผ่าน Microsoft Intune ทำให้การติดตั้งและควบคุมอุปกรณ์ Thin Client เป็นไปอย่างง่ายดาย ✅ ใช้งานในหลายประเทศ - Windows 365 Link พร้อมวางจำหน่ายแล้วใน สหรัฐฯ, สหราชอาณาจักร, ออสเตรเลีย, แคนาดา, เยอรมนี, ญี่ปุ่น และนิวซีแลนด์ - ราคาในสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ $350 โดยเน้นการใช้งานสำหรับองค์กร ไม่ใช่ผู้บริโภคทั่วไป ✅ เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการลดความซับซ้อนของระบบ IT - Thin Client นี้ช่วยลดความยุ่งยากในการจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยองค์กรสามารถเลือกใช้อุปกรณ์นี้ควบคู่กับ Windows 365 Cloud PC ได้ทันที - นอกจากนี้ยังสามารถเข้าถึง Cloud PC ผ่าน เว็บเบราว์เซอร์ หรือแอป Windows โดยไม่จำเป็นต้องรีบใช้อุปกรณ์ใหม่ https://www.techspot.com/news/107421-microsoft-350-windows-365-link-cloud-client-now.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Microsoft's $350 Windows 365 Link cloud client is now available
    Microsoft announced the Windows 365 Link in November and is now beginning to offer the new device to customers in select markets. Link is the first custom...
    0 Comments 0 Shares 38 Views 0 Reviews
  • การประกาศนโยบายภาษีใหม่ของอดีตประธานาธิบดี Donald Trump ในช่วงวัน Liberation Day ส่งผลกระทบครั้งใหญ่ต่ออุตสาหกรรมวิดีโอเกมในสหรัฐฯ และอุตสาหกรรมอื่น ๆ ทั่วโลก โดยการขึ้นภาษีสินค้าจากจีนและเวียดนามได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อ การพัฒนาเกม, การผลิตฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ อย่างไม่เคยมีมาก่อน

    ✅ ฮาร์ดแวร์เกมมีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น
    - อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ เช่น เครื่องคอนโซลเกม ถูกผลิตในประเทศที่เป็นเป้าหมายของนโยบายภาษี ส่งผลให้ราคาผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นอย่างมาก
    - ตัวอย่างเช่น Nintendo Switch 2 ที่จะวางจำหน่ายในสหรัฐฯ มีราคา $450 สูงกว่าราคาในญี่ปุ่นที่อยู่เพียง $343 เนื่องจากผลกระทบภาษี

    ✅ การตอบโต้จากประเทศต่าง ๆ เพิ่มความซับซ้อน
    - หลายประเทศ รวมถึงสหภาพยุโรป เตรียมตอบโต้ด้วยการออกภาษีใหม่ต่อสินค้าจากสหรัฐฯ ซึ่งอาจยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนของตลาด

    ✅ การย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่นก็ยังเจออุปสรรค
    - แม้บริษัทเทคโนโลยีใหญ่ เช่น Apple และ Nintendo จะย้ายฐานการผลิตจากจีนไปยังเวียดนามเพื่อเลี่ยงภาษี แต่ทรัมป์ได้เพิ่มภาษีสินค้าจากเวียดนามอีก 46% ทำให้บริษัทเหล่านี้ไม่มีทางเลือกมากนัก

    ✅ การนำการผลิตกลับเข้าสู่สหรัฐฯ ยังต้องใช้เวลา
    - ESA (Entertainment Software Association) กล่าวว่าการย้ายฐานผลิตกลับสหรัฐฯ เป็นไปได้ยากเนื่องจาก ซัพพลายเชนที่มีความซับซ้อน และความต้องการด้านประสิทธิภาพในการผลิต

    https://www.techspot.com/news/107423-trump-tariffs-send-shockwaves-through-video-game-industry.html
    การประกาศนโยบายภาษีใหม่ของอดีตประธานาธิบดี Donald Trump ในช่วงวัน Liberation Day ส่งผลกระทบครั้งใหญ่ต่ออุตสาหกรรมวิดีโอเกมในสหรัฐฯ และอุตสาหกรรมอื่น ๆ ทั่วโลก โดยการขึ้นภาษีสินค้าจากจีนและเวียดนามได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อ การพัฒนาเกม, การผลิตฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ อย่างไม่เคยมีมาก่อน ✅ ฮาร์ดแวร์เกมมีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น - อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ เช่น เครื่องคอนโซลเกม ถูกผลิตในประเทศที่เป็นเป้าหมายของนโยบายภาษี ส่งผลให้ราคาผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นอย่างมาก - ตัวอย่างเช่น Nintendo Switch 2 ที่จะวางจำหน่ายในสหรัฐฯ มีราคา $450 สูงกว่าราคาในญี่ปุ่นที่อยู่เพียง $343 เนื่องจากผลกระทบภาษี ✅ การตอบโต้จากประเทศต่าง ๆ เพิ่มความซับซ้อน - หลายประเทศ รวมถึงสหภาพยุโรป เตรียมตอบโต้ด้วยการออกภาษีใหม่ต่อสินค้าจากสหรัฐฯ ซึ่งอาจยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนของตลาด ✅ การย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่นก็ยังเจออุปสรรค - แม้บริษัทเทคโนโลยีใหญ่ เช่น Apple และ Nintendo จะย้ายฐานการผลิตจากจีนไปยังเวียดนามเพื่อเลี่ยงภาษี แต่ทรัมป์ได้เพิ่มภาษีสินค้าจากเวียดนามอีก 46% ทำให้บริษัทเหล่านี้ไม่มีทางเลือกมากนัก ✅ การนำการผลิตกลับเข้าสู่สหรัฐฯ ยังต้องใช้เวลา - ESA (Entertainment Software Association) กล่าวว่าการย้ายฐานผลิตกลับสหรัฐฯ เป็นไปได้ยากเนื่องจาก ซัพพลายเชนที่มีความซับซ้อน และความต้องการด้านประสิทธิภาพในการผลิต https://www.techspot.com/news/107423-trump-tariffs-send-shockwaves-through-video-game-industry.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Trump's tariffs send shockwaves through the video game industry
    The video game sector must brace for impact following the announcement of Trump's new tariffs earlier this week. According to Aubrey Quinn, senior vice president of the...
    0 Comments 0 Shares 34 Views 0 Reviews
  • Intel ประกาศเลิกใช้งานแอป Unison ที่เคยช่วยเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับ PC Windows อย่างไร้รอยต่อ โดยจะหยุดให้บริการส่วนใหญ่ภายในเดือนมิถุนายน 2025 ทั้งนี้ การตัดสินใจนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ลดต้นทุนเพื่อมุ่งเน้นทรัพยากรไปยังผลิตภัณฑ์หลัก การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่บริษัทใหญ่ต้องปรับตัวตามความท้าทายและการแข่งขันในตลาด ขณะเดียวกัน Microsoft Phone Link ยังคงเป็นตัวเลือกที่ใช้งานได้ดีสำหรับผู้ที่ต้องการฟีเจอร์แบบเดียวกัน

    ✅ Unison กับการพยายามสร้างความแตกต่างในตลาด Windows PCs
    - แอป Unison เปิดตัวในปี 2022 โดย Intel ตั้งเป้าสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ใกล้เคียงกับระบบของ Apple ที่มีการเชื่อมต่อ MacOS กับ iOS
    - แอปช่วยให้ผู้ใช้ทำงานต่าง ๆ เช่น การโทร, ส่งข้อความ, รับการแจ้งเตือน และโอนถ่ายไฟล์ ระหว่างสมาร์ทโฟนและ PC ได้อย่างง่ายดาย

    ✅ การเลิกสนับสนุนเป็นส่วนหนึ่งของการลดต้นทุน
    - Intel มีแผนตัดสินใจเลิกสนับสนุนโครงการหรือแอปที่ ไม่สอดคล้องกับกลยุทธ์หลัก ซึ่งแอป Unison ถือว่าเป็นหนึ่งในนั้น
    - การเปลี่ยนแปลงนี้อาจช่วยให้ Intel มุ่งเน้นทรัพยากรในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำคัญ เช่น โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่

    ✅ การเชื่อมต่อระหว่างสมาร์ทโฟนกับ Windows PCs ยังคงมีทางเลือกอื่น
    - แม้ Unison จะเลิกให้บริการ แต่ Microsoft มีแอป Phone Link ที่ช่วยเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้เช่นกัน
    - Samsung Flow และ Dell Mobile Connect เป็นตัวเลือกที่เคยมีในตลาด แต่ Dell ก็ยุติแอปนี้เช่นเดียวกัน

    https://www.tomshardware.com/software/intel-discontinues-unison-app-for-connecting-pcs-and-smartphones
    Intel ประกาศเลิกใช้งานแอป Unison ที่เคยช่วยเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับ PC Windows อย่างไร้รอยต่อ โดยจะหยุดให้บริการส่วนใหญ่ภายในเดือนมิถุนายน 2025 ทั้งนี้ การตัดสินใจนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ลดต้นทุนเพื่อมุ่งเน้นทรัพยากรไปยังผลิตภัณฑ์หลัก การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่บริษัทใหญ่ต้องปรับตัวตามความท้าทายและการแข่งขันในตลาด ขณะเดียวกัน Microsoft Phone Link ยังคงเป็นตัวเลือกที่ใช้งานได้ดีสำหรับผู้ที่ต้องการฟีเจอร์แบบเดียวกัน ✅ Unison กับการพยายามสร้างความแตกต่างในตลาด Windows PCs - แอป Unison เปิดตัวในปี 2022 โดย Intel ตั้งเป้าสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ใกล้เคียงกับระบบของ Apple ที่มีการเชื่อมต่อ MacOS กับ iOS - แอปช่วยให้ผู้ใช้ทำงานต่าง ๆ เช่น การโทร, ส่งข้อความ, รับการแจ้งเตือน และโอนถ่ายไฟล์ ระหว่างสมาร์ทโฟนและ PC ได้อย่างง่ายดาย ✅ การเลิกสนับสนุนเป็นส่วนหนึ่งของการลดต้นทุน - Intel มีแผนตัดสินใจเลิกสนับสนุนโครงการหรือแอปที่ ไม่สอดคล้องกับกลยุทธ์หลัก ซึ่งแอป Unison ถือว่าเป็นหนึ่งในนั้น - การเปลี่ยนแปลงนี้อาจช่วยให้ Intel มุ่งเน้นทรัพยากรในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำคัญ เช่น โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ ✅ การเชื่อมต่อระหว่างสมาร์ทโฟนกับ Windows PCs ยังคงมีทางเลือกอื่น - แม้ Unison จะเลิกให้บริการ แต่ Microsoft มีแอป Phone Link ที่ช่วยเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้เช่นกัน - Samsung Flow และ Dell Mobile Connect เป็นตัวเลือกที่เคยมีในตลาด แต่ Dell ก็ยุติแอปนี้เช่นเดียวกัน https://www.tomshardware.com/software/intel-discontinues-unison-app-for-connecting-pcs-and-smartphones
    0 Comments 0 Shares 43 Views 0 Reviews
  • Donald Trump ได้ออกมาตรการปรับขึ้นภาษีนำเข้าอุปกรณ์สำหรับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ (wafer fabrication equipment - WFE) ที่ผลิตนอกสหรัฐฯ โดยภาษีใหม่นี้ตั้งไว้ที่ 20%-32% ขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาของอุปกรณ์ มาตรการนี้ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตชิปในสหรัฐฯ เช่น Intel, Samsung Foundry และ TSMC ซึ่งต้องรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น และอาจมีผลต่อต้นทุนการผลิตชิปในประเทศ

    ✅ ต้นทุนอุปกรณ์พุ่งสูงขึ้น
    - อุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการผลิตชิป เช่น เครื่องมือจาก ASML ในยุโรป ถูกตั้งภาษีที่ 20% ถึง 32%
    - ราคาของเครื่องมือสำคัญ เช่น Low-NA EUV Lithography จาก ASML จะเพิ่มขึ้นจาก $235 ล้านเป็น $282 ล้านต่อหน่วย

    ✅ อุปสรรคในการหาอุปกรณ์ทดแทนในสหรัฐฯ
    - ผู้ผลิตในสหรัฐฯ เช่น Applied Materials, KLA และ Lam Research มีความสามารถในการผลิตอุปกรณ์บางชนิด
    - อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ที่ซับซ้อน เช่น EUV Lithography จาก ASML นั้น ไม่มีผู้ผลิตในสหรัฐฯ ทดแทนได้

    ✅ ผลกระทบต่อตลาดชิปในประเทศและระหว่างประเทศ
    - แม้จะมีการปรับขึ้นภาษีชิปที่ผลิตนอกสหรัฐฯ เพื่อปกป้องตลาดในประเทศ แต่การเพิ่มต้นทุนผลิตในสหรัฐฯ อาจลดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
    - แผนการลงทุนที่ใช้เงินมหาศาลในโรงงานชิป เช่นของ Intel และ Samsung อาจต้องปรับเปลี่ยนหรือชะลอออกไป

    ✅ บทบาทของประเทศที่เป็นแหล่งผลิตอุปกรณ์
    - อุปกรณ์จากญี่ปุ่น (Tokyo Electron), เกาหลีใต้ และไต้หวัน กำลังเผชิญภาษีที่ทำให้อุปกรณ์ของพวกเขา แพงขึ้นถึง 24% ในตลาดสหรัฐฯ

    ✅ ทิศทางการผลิตในอนาคต
    - ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้สหรัฐฯ ลงทุนในเทคโนโลยี การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในประเทศ เพื่อแข่งขันในระยะยาว
    - แต่การเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตใหม่ใช้เวลามากและอาจเกิดการสะดุดในซัพพลายเชน

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/trumps-tariffs-on-chipmaking-tools-could-make-processors-made-in-the-u-s-more-expensive
    Donald Trump ได้ออกมาตรการปรับขึ้นภาษีนำเข้าอุปกรณ์สำหรับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ (wafer fabrication equipment - WFE) ที่ผลิตนอกสหรัฐฯ โดยภาษีใหม่นี้ตั้งไว้ที่ 20%-32% ขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาของอุปกรณ์ มาตรการนี้ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตชิปในสหรัฐฯ เช่น Intel, Samsung Foundry และ TSMC ซึ่งต้องรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น และอาจมีผลต่อต้นทุนการผลิตชิปในประเทศ ✅ ต้นทุนอุปกรณ์พุ่งสูงขึ้น - อุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการผลิตชิป เช่น เครื่องมือจาก ASML ในยุโรป ถูกตั้งภาษีที่ 20% ถึง 32% - ราคาของเครื่องมือสำคัญ เช่น Low-NA EUV Lithography จาก ASML จะเพิ่มขึ้นจาก $235 ล้านเป็น $282 ล้านต่อหน่วย ✅ อุปสรรคในการหาอุปกรณ์ทดแทนในสหรัฐฯ - ผู้ผลิตในสหรัฐฯ เช่น Applied Materials, KLA และ Lam Research มีความสามารถในการผลิตอุปกรณ์บางชนิด - อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ที่ซับซ้อน เช่น EUV Lithography จาก ASML นั้น ไม่มีผู้ผลิตในสหรัฐฯ ทดแทนได้ ✅ ผลกระทบต่อตลาดชิปในประเทศและระหว่างประเทศ - แม้จะมีการปรับขึ้นภาษีชิปที่ผลิตนอกสหรัฐฯ เพื่อปกป้องตลาดในประเทศ แต่การเพิ่มต้นทุนผลิตในสหรัฐฯ อาจลดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก - แผนการลงทุนที่ใช้เงินมหาศาลในโรงงานชิป เช่นของ Intel และ Samsung อาจต้องปรับเปลี่ยนหรือชะลอออกไป ✅ บทบาทของประเทศที่เป็นแหล่งผลิตอุปกรณ์ - อุปกรณ์จากญี่ปุ่น (Tokyo Electron), เกาหลีใต้ และไต้หวัน กำลังเผชิญภาษีที่ทำให้อุปกรณ์ของพวกเขา แพงขึ้นถึง 24% ในตลาดสหรัฐฯ ✅ ทิศทางการผลิตในอนาคต - ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้สหรัฐฯ ลงทุนในเทคโนโลยี การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในประเทศ เพื่อแข่งขันในระยะยาว - แต่การเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตใหม่ใช้เวลามากและอาจเกิดการสะดุดในซัพพลายเชน https://www.tomshardware.com/tech-industry/trumps-tariffs-on-chipmaking-tools-could-make-processors-made-in-the-u-s-more-expensive
    0 Comments 0 Shares 37 Views 0 Reviews
  • หลังจากที่ประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนสูงสุดถึง 54% จีนได้ตอบโต้ด้วยการตั้งภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ สูงถึง 34% และประกาศ ห้ามส่งออกแร่หายาก 7 ชนิด ที่สำคัญต่อการผลิตเทคโนโลยีชั้นสูงไปยังสหรัฐฯ การเคลื่อนไหวครั้งนี้สร้างแรงสะเทือนต่อห่วงโซ่อุปทานโลก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและพลังงาน

    ✅ แร่หายากที่ถูกห้ามส่งออก
    - จีนระบุแร่ 7 ชนิดที่ห้ามส่งออก ได้แก่ Samarium, Gadolinium, Terbium, Dysprosium, Lutetium, Scandium และ Yttrium
    - แร่เหล่านี้มีความสำคัญต่อ มอเตอร์ยานยนต์ไฟฟ้า, การผลิตตัวนำไฟฟ้ายิ่งยวด (superconductors), สื่อบันทึกข้อมูล, และ เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์

    ✅ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตในสหรัฐฯ
    - การขาดแคลนแร่หายากจะทำให้ผู้ผลิตต้องพึ่งพาแหล่งทรัพยากรที่มีราคาแพงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น
    - หลายบริษัทในสหรัฐฯ เช่น ผู้ผลิตชิปและอุปกรณ์เทคโนโลยี จะต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับข้อจำกัดในห่วงโซ่อุปทาน

    ✅ ยุทธศาสตร์ตอบโต้แบบสองจังหวะของจีน
    - จีนใช้กลยุทธ์การตอบโต้ด้วยภาษีและข้อจำกัดด้านส่งออก เพื่อต่อรองในการเจรจาทางเศรษฐกิจ
    - นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า นี่อาจเป็นความพยายามที่จะเพิ่มแรงกดดันต่อสหรัฐฯ ในกรณีความขัดแย้งอื่น ๆ เช่น การบังคับขาย TikTok

    ✅ ข้อยกเว้นสำหรับอุตสาหกรรมบางส่วน
    - อุตสาหกรรมชิปและทองแดงในสหรัฐฯ ได้รับการยกเว้นจากภาษีรอบนี้ แต่ภาษีสำหรับอุปกรณ์การผลิตชิปกลับยังส่งผลกระทบหนัก

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/china-strikes-back-on-trump-tariffs-bans-rare-earth-exports-to-the-u-s
    หลังจากที่ประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนสูงสุดถึง 54% จีนได้ตอบโต้ด้วยการตั้งภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ สูงถึง 34% และประกาศ ห้ามส่งออกแร่หายาก 7 ชนิด ที่สำคัญต่อการผลิตเทคโนโลยีชั้นสูงไปยังสหรัฐฯ การเคลื่อนไหวครั้งนี้สร้างแรงสะเทือนต่อห่วงโซ่อุปทานโลก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและพลังงาน ✅ แร่หายากที่ถูกห้ามส่งออก - จีนระบุแร่ 7 ชนิดที่ห้ามส่งออก ได้แก่ Samarium, Gadolinium, Terbium, Dysprosium, Lutetium, Scandium และ Yttrium - แร่เหล่านี้มีความสำคัญต่อ มอเตอร์ยานยนต์ไฟฟ้า, การผลิตตัวนำไฟฟ้ายิ่งยวด (superconductors), สื่อบันทึกข้อมูล, และ เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ✅ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตในสหรัฐฯ - การขาดแคลนแร่หายากจะทำให้ผู้ผลิตต้องพึ่งพาแหล่งทรัพยากรที่มีราคาแพงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น - หลายบริษัทในสหรัฐฯ เช่น ผู้ผลิตชิปและอุปกรณ์เทคโนโลยี จะต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับข้อจำกัดในห่วงโซ่อุปทาน ✅ ยุทธศาสตร์ตอบโต้แบบสองจังหวะของจีน - จีนใช้กลยุทธ์การตอบโต้ด้วยภาษีและข้อจำกัดด้านส่งออก เพื่อต่อรองในการเจรจาทางเศรษฐกิจ - นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า นี่อาจเป็นความพยายามที่จะเพิ่มแรงกดดันต่อสหรัฐฯ ในกรณีความขัดแย้งอื่น ๆ เช่น การบังคับขาย TikTok ✅ ข้อยกเว้นสำหรับอุตสาหกรรมบางส่วน - อุตสาหกรรมชิปและทองแดงในสหรัฐฯ ได้รับการยกเว้นจากภาษีรอบนี้ แต่ภาษีสำหรับอุปกรณ์การผลิตชิปกลับยังส่งผลกระทบหนัก https://www.tomshardware.com/tech-industry/china-strikes-back-on-trump-tariffs-bans-rare-earth-exports-to-the-u-s
    0 Comments 0 Shares 38 Views 0 Reviews
  • Loongson เปิดตัวชิปรุ่นใหม่ 2K3000 และ 3B6000M ที่ออกแบบให้เหมาะสมกับทั้งอุตสาหกรรมและอุปกรณ์เคลื่อนที่ โดยมาพร้อม CPU แบบ 8 คอร์และ GPU ที่รองรับงานกราฟิกและ AI เบา ความปลอดภัยถูกออกแบบด้วยมาตรฐานเข้ารหัสระดับสูง นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์หลากหลาย ทำให้ชิปรุ่นนี้เป็นก้าวสำคัญของจีนในการขยายตลาดเทคโนโลยีล้ำหน้าในประเทศและต่างประเทศ

    ✅ โครงสร้าง CPU แบบ 8 คอร์—เหมาะสำหรับงานระดับอุตสาหกรรม
    - รุ่น 2K3000 มาพร้อม สถาปัตยกรรม LA364E ที่ให้ประสิทธิภาพการประมวลผลระดับสูงในระบบอุตสาหกรรม เช่น PLCs และ edge servers
    - 3B6000M เหมาะสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ เช่น โน้ตบุ๊กและแท็บเล็ต

    ✅ GPU ผสานเทคโนโลยี AI—รองรับทั้งงานกราฟิกและ AI
    - ใช้ LG200 GPGPU ที่รองรับการเร่งการประมวลผลกราฟิกด้วย OpenGL 4.0 และสามารถใช้สำหรับงาน AI เบา
    - ประสิทธิภาพ AI อยู่ที่ 8 TOPS (INT8) และกราฟิก FP32 สูงถึง 256 GFLOPS

    ✅ รองรับมาตรฐานการเข้ารหัสของจีนเพื่อความปลอดภัย
    - ชิปทั้งสองมี โมดูลเข้ารหัส SM2/SM3/SM4 ในระดับฮาร์ดแวร์ ทำให้ปลอดภัยและเหมาะสำหรับงานที่ต้องการความปลอดภัยสูง

    ✅ การออกแบบ I/O ที่รองรับอุปกรณ์หลากหลายประเภท
    - เช่น PCIe 3.0, USB 3.0/2.0, HDMI, SATA 3.0 และ RapidIO

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/chinese-chipmaker-loongsons-new-laptop-and-industrial-chips-have-higher-core-counts-better-gpu
    Loongson เปิดตัวชิปรุ่นใหม่ 2K3000 และ 3B6000M ที่ออกแบบให้เหมาะสมกับทั้งอุตสาหกรรมและอุปกรณ์เคลื่อนที่ โดยมาพร้อม CPU แบบ 8 คอร์และ GPU ที่รองรับงานกราฟิกและ AI เบา ความปลอดภัยถูกออกแบบด้วยมาตรฐานเข้ารหัสระดับสูง นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์หลากหลาย ทำให้ชิปรุ่นนี้เป็นก้าวสำคัญของจีนในการขยายตลาดเทคโนโลยีล้ำหน้าในประเทศและต่างประเทศ ✅ โครงสร้าง CPU แบบ 8 คอร์—เหมาะสำหรับงานระดับอุตสาหกรรม - รุ่น 2K3000 มาพร้อม สถาปัตยกรรม LA364E ที่ให้ประสิทธิภาพการประมวลผลระดับสูงในระบบอุตสาหกรรม เช่น PLCs และ edge servers - 3B6000M เหมาะสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ เช่น โน้ตบุ๊กและแท็บเล็ต ✅ GPU ผสานเทคโนโลยี AI—รองรับทั้งงานกราฟิกและ AI - ใช้ LG200 GPGPU ที่รองรับการเร่งการประมวลผลกราฟิกด้วย OpenGL 4.0 และสามารถใช้สำหรับงาน AI เบา - ประสิทธิภาพ AI อยู่ที่ 8 TOPS (INT8) และกราฟิก FP32 สูงถึง 256 GFLOPS ✅ รองรับมาตรฐานการเข้ารหัสของจีนเพื่อความปลอดภัย - ชิปทั้งสองมี โมดูลเข้ารหัส SM2/SM3/SM4 ในระดับฮาร์ดแวร์ ทำให้ปลอดภัยและเหมาะสำหรับงานที่ต้องการความปลอดภัยสูง ✅ การออกแบบ I/O ที่รองรับอุปกรณ์หลากหลายประเภท - เช่น PCIe 3.0, USB 3.0/2.0, HDMI, SATA 3.0 และ RapidIO https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/chinese-chipmaker-loongsons-new-laptop-and-industrial-chips-have-higher-core-counts-better-gpu
    0 Comments 0 Shares 29 Views 0 Reviews
  • เว็บไซต์ร้านค้าหลายแห่งเริ่มวางจำหน่าย พีซีสำเร็จรูป ที่มาพร้อม การ์ดจอ Nvidia RTX 5060 และ RTX 5060 Ti แม้ว่าผลิตภัณฑ์ยังไม่ได้ถูกประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยคาดการณ์ว่า Nvidia จะเปิดตัวทั้งสองรุ่นในวันที่ 16 เมษายน ที่จะถึงนี้

    ✅ RTX 5060—ประสิทธิภาพสูงในราคาประหยัด
    - ใช้ชิป GB206-250-A1 ที่มี 3,840 CUDA Cores (30 SMs) พร้อมอินเตอร์เฟซหน่วยความจำขนาด 128 บิต
    - ประสิทธิภาพ TGP อยู่ที่ 150W และมาพร้อม VRAM ขนาด 8GB GDDR7
    - คาดว่าราคาเปิดตัวจะใกล้เคียงกับ RTX 4060 รุ่นก่อนหน้าที่ $299

    ✅ RTX 5060 Ti—ตัวเลือกสำหรับเกมเมอร์ระดับกลาง
    - ใช้ชิป GB206-3001-A1 ที่มาพร้อม 4,608 CUDA Cores (36 SMs)
    - สนับสนุน VRAM 2 รุ่น ได้แก่ 8GB GDDR7 และรุ่น 16GB GDDR7 สำหรับผู้ที่ต้องการความจุที่มากขึ้น
    - TGP อยู่ที่ 180W เหมาะสำหรับการเล่นเกมที่ต้องการกราฟิกคุณภาพสูง

    ✅ พีซีสำเร็จรูปที่วางขายล่วงหน้า:
    - ตัวอย่างเช่น CyberPowerPC ที่วางจำหน่ายบน Best Buy มาพร้อม RTX 5060, CPU Ryzen 7 8700F, RAM DDR5 ขนาด 16GB และ SSD ขนาด 2TB
    - ราคาตั้งต้นอยู่ที่ $1,149 ซึ่งใกล้เคียงกับรุ่น RTX 4060

    ✅ รูปแบบการออกแบบและพลังงาน:
    - การ์ดจอ RTX 5060 รุ่นนี้มีดีไซน์กะทัดรัด ขนาด 2 สล็อต มาพร้อมสายไฟ 8-pin

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/pre-built-pcs-with-unreleased-rtx-5060-ti-and-rtx-5060-gpus-crop-up-at-online-retailers
    เว็บไซต์ร้านค้าหลายแห่งเริ่มวางจำหน่าย พีซีสำเร็จรูป ที่มาพร้อม การ์ดจอ Nvidia RTX 5060 และ RTX 5060 Ti แม้ว่าผลิตภัณฑ์ยังไม่ได้ถูกประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยคาดการณ์ว่า Nvidia จะเปิดตัวทั้งสองรุ่นในวันที่ 16 เมษายน ที่จะถึงนี้ ✅ RTX 5060—ประสิทธิภาพสูงในราคาประหยัด - ใช้ชิป GB206-250-A1 ที่มี 3,840 CUDA Cores (30 SMs) พร้อมอินเตอร์เฟซหน่วยความจำขนาด 128 บิต - ประสิทธิภาพ TGP อยู่ที่ 150W และมาพร้อม VRAM ขนาด 8GB GDDR7 - คาดว่าราคาเปิดตัวจะใกล้เคียงกับ RTX 4060 รุ่นก่อนหน้าที่ $299 ✅ RTX 5060 Ti—ตัวเลือกสำหรับเกมเมอร์ระดับกลาง - ใช้ชิป GB206-3001-A1 ที่มาพร้อม 4,608 CUDA Cores (36 SMs) - สนับสนุน VRAM 2 รุ่น ได้แก่ 8GB GDDR7 และรุ่น 16GB GDDR7 สำหรับผู้ที่ต้องการความจุที่มากขึ้น - TGP อยู่ที่ 180W เหมาะสำหรับการเล่นเกมที่ต้องการกราฟิกคุณภาพสูง ✅ พีซีสำเร็จรูปที่วางขายล่วงหน้า: - ตัวอย่างเช่น CyberPowerPC ที่วางจำหน่ายบน Best Buy มาพร้อม RTX 5060, CPU Ryzen 7 8700F, RAM DDR5 ขนาด 16GB และ SSD ขนาด 2TB - ราคาตั้งต้นอยู่ที่ $1,149 ซึ่งใกล้เคียงกับรุ่น RTX 4060 ✅ รูปแบบการออกแบบและพลังงาน: - การ์ดจอ RTX 5060 รุ่นนี้มีดีไซน์กะทัดรัด ขนาด 2 สล็อต มาพร้อมสายไฟ 8-pin https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/pre-built-pcs-with-unreleased-rtx-5060-ti-and-rtx-5060-gpus-crop-up-at-online-retailers
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Pre-built PCs with unreleased RTX 5060 Ti and RTX 5060 GPUs crop up at online retailers
    One such pre-built is only $50 more expensive than an identically configured RTX 4060 variant.
    0 Comments 0 Shares 36 Views 0 Reviews
  • 001 Rumiko Takahashi's Mermaid Forest (English Dub)
    001 Rumiko Takahashi's Mermaid Forest (English Dub)
    0 Comments 0 Shares 46 Views 5 0 Reviews
  • 002 Rumiko Takahashi's Mermaid Forest (English Dub)
    002 Rumiko Takahashi's Mermaid Forest (English Dub)
    0 Comments 0 Shares 47 Views 4 0 Reviews
  • 003 Rumiko Takahashi's Mermaid Forest (English Dub)
    003 Rumiko Takahashi's Mermaid Forest (English Dub)
    0 Comments 0 Shares 47 Views 4 0 Reviews
  • มีรายงานว่า บริษัท AI ชั้นนำของจีน เช่น Tencent, Alibaba และ ByteDance ได้ใช้เงินรวมกันกว่า 16 พันล้านดอลลาร์ ในการซื้อ GPU รุ่น H20 จาก Nvidia ภายในไตรมาสแรกของปี 2025 การเร่งสั่งซื้อครั้งใหญ่นี้คาดว่ามาจากความต้องการเพิ่มขึ้นของฮาร์ดแวร์ AI ในตลาดจีน ซึ่งขับเคลื่อนโดยบริษัท AI สตาร์ตอัปอย่าง DeepSeek

    ✅ H20—AI Processor ระดับสูงที่ยังคงอนุญาตให้ส่งออกไปจีน
    - Nvidia H20 เป็น AI GPU ที่ทรงพลังที่สุดที่ยังได้รับการอนุมัติให้ส่งออกไปยังจีน ภายใต้ข้อจำกัดด้านการส่งออกของสหรัฐฯ
    - คาดว่าความเร่งรีบในการสั่งซื้อนี้เกิดจากข่าวลือเกี่ยวกับ การเพิ่มข้อจำกัดการส่งออกเพิ่มเติมในอนาคต

    ✅ คำแนะนำจากรัฐบาลจีนให้ชะลอการสั่งซื้อ
    - มีรายงานว่าหน่วยงานรัฐบาลจีน แนะนำให้บริษัทชั้นนำหยุดการสั่งซื้อ GPU H20 เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการกักตุนฮาร์ดแวร์ และเพื่อสนับสนุนการพัฒนา GPU ที่ผลิตในประเทศ

    ✅ แนวโน้มการออกแบบชิปใหม่ของ Nvidia สำหรับตลาดจีน
    - Nvidia อาจกำลังพัฒนา ชิปรุ่นใหม่สำหรับตลาดจีน ที่จะสอดคล้องกับข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด
    - มีข่าวลือเกี่ยวกับการเปิดตัว GPU H20 ที่อัปเกรดด้วย HBM3E modules

    ✅ บทบาทสำคัญของ DeepSeek ในการขยายตลาด AI
    - ความต้องการ Nvidia H20 เพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจาก DeepSeek ซึ่งเป็นสตาร์ตอัป AI ของจีน มี AI โมเดลต้นทุนต่ำที่เข้าถึงตลาดได้กว้าง

    https://www.techpowerup.com/335077/chinas-largest-ai-firms-reportedly-forked-out-usd-16-billion-total-for-nvidia-h20-gpu-supplies-in-2025
    มีรายงานว่า บริษัท AI ชั้นนำของจีน เช่น Tencent, Alibaba และ ByteDance ได้ใช้เงินรวมกันกว่า 16 พันล้านดอลลาร์ ในการซื้อ GPU รุ่น H20 จาก Nvidia ภายในไตรมาสแรกของปี 2025 การเร่งสั่งซื้อครั้งใหญ่นี้คาดว่ามาจากความต้องการเพิ่มขึ้นของฮาร์ดแวร์ AI ในตลาดจีน ซึ่งขับเคลื่อนโดยบริษัท AI สตาร์ตอัปอย่าง DeepSeek ✅ H20—AI Processor ระดับสูงที่ยังคงอนุญาตให้ส่งออกไปจีน - Nvidia H20 เป็น AI GPU ที่ทรงพลังที่สุดที่ยังได้รับการอนุมัติให้ส่งออกไปยังจีน ภายใต้ข้อจำกัดด้านการส่งออกของสหรัฐฯ - คาดว่าความเร่งรีบในการสั่งซื้อนี้เกิดจากข่าวลือเกี่ยวกับ การเพิ่มข้อจำกัดการส่งออกเพิ่มเติมในอนาคต ✅ คำแนะนำจากรัฐบาลจีนให้ชะลอการสั่งซื้อ - มีรายงานว่าหน่วยงานรัฐบาลจีน แนะนำให้บริษัทชั้นนำหยุดการสั่งซื้อ GPU H20 เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการกักตุนฮาร์ดแวร์ และเพื่อสนับสนุนการพัฒนา GPU ที่ผลิตในประเทศ ✅ แนวโน้มการออกแบบชิปใหม่ของ Nvidia สำหรับตลาดจีน - Nvidia อาจกำลังพัฒนา ชิปรุ่นใหม่สำหรับตลาดจีน ที่จะสอดคล้องกับข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด - มีข่าวลือเกี่ยวกับการเปิดตัว GPU H20 ที่อัปเกรดด้วย HBM3E modules ✅ บทบาทสำคัญของ DeepSeek ในการขยายตลาด AI - ความต้องการ Nvidia H20 เพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจาก DeepSeek ซึ่งเป็นสตาร์ตอัป AI ของจีน มี AI โมเดลต้นทุนต่ำที่เข้าถึงตลาดได้กว้าง https://www.techpowerup.com/335077/chinas-largest-ai-firms-reportedly-forked-out-usd-16-billion-total-for-nvidia-h20-gpu-supplies-in-2025
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    China's Largest AI Firms Reportedly Forked Out ~$16 Billion Total for NVIDIA H20 GPU Supplies in 2025
    Last week, industry reports pointed to evidence of NVIDIA H20 AI GPU shortages in China—supply chain insiders expressed frustration about limited availability, and alleged price hikes. Days later, local media outlets have disclosed staggering sales figures. Two unnamed sources opine that the likes o...
    0 Comments 0 Shares 39 Views 0 Reviews
  • 004 Rumiko Takahashi's Mermaid Forest (English Dub)
    004 Rumiko Takahashi's Mermaid Forest (English Dub)
    0 Comments 0 Shares 47 Views 3 0 Reviews
  • MangoBoost และ AMD Instinct MI300X GPUs สร้างสถิติใหม่ในมาตรฐาน MLPerf Inference ด้วยผลลัพธ์ที่เหนือกว่าระบบ H100 จาก NVIDIA ทั้งในด้านประสิทธิภาพและต้นทุน ซอฟต์แวร์ Mango LLMBoost ไม่เพียงแต่รองรับการวิเคราะห์ AI ที่รวดเร็วเท่านั้น แต่ยังใช้งานได้ง่ายทั้งในองค์กรและคลาวด์ ความร่วมมือระหว่าง MangoBoost และ AMD ผลักดันให้เกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่คุ้มค่าและทรงพลังที่สุดในตลาด

    ✅ ประสิทธิภาพที่เหนือชั้น
    - Mango LLMBoost ทำได้ถึง 103,182 tokens ต่อวินาที (TPS) ในโหมด offline inference และ 93,039 TPS ในโหมด server inference
    - ผลลัพธ์เหล่านี้เหนือกว่าการใช้ NVIDIA H100 GPUs ซึ่งทำได้ 82,749 TPS ในการเปรียบเทียบเดียวกัน

    ✅ ประหยัดค่าใช้จ่ายสูงถึง 62%
    - AMD MI300X GPUs มีราคาต่ำกว่า NVIDIA H100 GPUs อย่างมีนัยสำคัญ โดยอยู่ที่ $15,000–$17,000 เมื่อเทียบกับ $32,000–$40,000
    - Mango LLMBoost + MI300X ยังสร้างประสิทธิภาพการวิเคราะห์ต่อ 1,000 ดอลลาร์ สูงกว่า H100-based system ถึง 2.8 เท่า

    ✅ ซอฟต์แวร์ MLOps ที่ปรับขนาดและใช้งานง่าย
    - Mango LLMBoost สนับสนุนโมเดล AI มากกว่า 50 โมเดล เช่น Llama, DeepSeek และ Qwen
    - สามารถใช้งานได้ทั้ง บนคลาวด์และเซิร์ฟเวอร์องค์กร พร้อมระบบ deployment ที่ง่ายเพียง คำสั่งเดียวใน Docker

    ความร่วมมือกับ AMD และก้าวต่อไปของ MangoBoost:
    ✅ การใช้ ROCm Software Stack
    - MangoBoost ร่วมมือกับ AMD เพื่อผลักดันขีดความสามารถของ MI300X GPUs ในการใช้งานแบบ multi-node clusters
    ✅ ความคุ้มค่าด้าน AI Infrastructure
    - MangoBoost ยังมีโซลูชันเสริม เช่น Mango GPUBoost สำหรับงาน training และ inference แบบ multi-node และ Mango StorageBoost สำหรับการจัดการระบบจัดเก็บข้อมูล AI

    https://www.techpowerup.com/335079/mangoboost-achieves-record-breaking-mlperf-inference-v5-0-results-with-amd-instinct-mi300x
    MangoBoost และ AMD Instinct MI300X GPUs สร้างสถิติใหม่ในมาตรฐาน MLPerf Inference ด้วยผลลัพธ์ที่เหนือกว่าระบบ H100 จาก NVIDIA ทั้งในด้านประสิทธิภาพและต้นทุน ซอฟต์แวร์ Mango LLMBoost ไม่เพียงแต่รองรับการวิเคราะห์ AI ที่รวดเร็วเท่านั้น แต่ยังใช้งานได้ง่ายทั้งในองค์กรและคลาวด์ ความร่วมมือระหว่าง MangoBoost และ AMD ผลักดันให้เกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่คุ้มค่าและทรงพลังที่สุดในตลาด ✅ ประสิทธิภาพที่เหนือชั้น - Mango LLMBoost ทำได้ถึง 103,182 tokens ต่อวินาที (TPS) ในโหมด offline inference และ 93,039 TPS ในโหมด server inference - ผลลัพธ์เหล่านี้เหนือกว่าการใช้ NVIDIA H100 GPUs ซึ่งทำได้ 82,749 TPS ในการเปรียบเทียบเดียวกัน ✅ ประหยัดค่าใช้จ่ายสูงถึง 62% - AMD MI300X GPUs มีราคาต่ำกว่า NVIDIA H100 GPUs อย่างมีนัยสำคัญ โดยอยู่ที่ $15,000–$17,000 เมื่อเทียบกับ $32,000–$40,000 - Mango LLMBoost + MI300X ยังสร้างประสิทธิภาพการวิเคราะห์ต่อ 1,000 ดอลลาร์ สูงกว่า H100-based system ถึง 2.8 เท่า ✅ ซอฟต์แวร์ MLOps ที่ปรับขนาดและใช้งานง่าย - Mango LLMBoost สนับสนุนโมเดล AI มากกว่า 50 โมเดล เช่น Llama, DeepSeek และ Qwen - สามารถใช้งานได้ทั้ง บนคลาวด์และเซิร์ฟเวอร์องค์กร พร้อมระบบ deployment ที่ง่ายเพียง คำสั่งเดียวใน Docker ความร่วมมือกับ AMD และก้าวต่อไปของ MangoBoost: ✅ การใช้ ROCm Software Stack - MangoBoost ร่วมมือกับ AMD เพื่อผลักดันขีดความสามารถของ MI300X GPUs ในการใช้งานแบบ multi-node clusters ✅ ความคุ้มค่าด้าน AI Infrastructure - MangoBoost ยังมีโซลูชันเสริม เช่น Mango GPUBoost สำหรับงาน training และ inference แบบ multi-node และ Mango StorageBoost สำหรับการจัดการระบบจัดเก็บข้อมูล AI https://www.techpowerup.com/335079/mangoboost-achieves-record-breaking-mlperf-inference-v5-0-results-with-amd-instinct-mi300x
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    MangoBoost Achieves Record-Breaking MLPerf Inference v5.0 Results with AMD Instinct MI300X
    MangoBoost, a provider of cutting-edge system solutions designed to maximize AI data center efficiency, has set a new industry benchmark with its latest MLPerf Inference v5.0 submission. The company's Mango LLMBoost AI Enterprise MLOps software has demonstrated unparalleled performance on AMD Instin...
    0 Comments 0 Shares 43 Views 0 Reviews
  • 005 Rumiko Takahashi's Mermaid Forest (English Dub)
    005 Rumiko Takahashi's Mermaid Forest (English Dub)
    0 Comments 0 Shares 49 Views 2 0 Reviews
  • IBM และ Tokyo Electron ขยายความร่วมมือการวิจัยเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ระดับสูง ด้วยเป้าหมายในการพัฒนาชิปขนาดเล็กและ chiplet architectures ที่รองรับยุค Generative AI ความร่วมมือนี้รวมถึงการพัฒนา High NA EUV และการใช้ Albany NanoTech Complex เป็นฐานสำหรับการวิจัย นับเป็นการยกระดับความสามารถในการแข่งขันระดับโลกของทั้งสองบริษัทในตลาด AI และเซมิคอนดักเตอร์แห่งอนาคต

    ✅ ก้าวสู่เทคโนโลยีอนาคตของ AI
    - ความร่วมมือระหว่าง IBM และ TEL ได้สร้าง ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา รวมถึงการคิดค้น เลเซอร์ debonding สำหรับ 3D chip stacking
    - ในครั้งนี้ ทั้งสองบริษัทจะพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้ชิปที่ผลิตมี ประสิทธิภาพสูงและลดการใช้พลังงาน สำหรับ AI ยุคใหม่

    ✅ โฟกัสที่ความปลอดภัยและการยกระดับการผลิต
    - ความร่วมมือจะสำรวจ High NA EUV ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ช่วยสร้างชิปที่เล็กลงแต่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
    - Albany NanoTech Complex ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยเซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐฯ จะเป็นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาในข้อตกลงใหม่

    ✅ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก
    - IBM และ TEL ได้รับความไว้วางใจจากการวิจัยร่วมที่เป็นผู้นำเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ โดยการต่ออายุข้อตกลงช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของทั้งสองบริษัทในตลาดโลก

    ✅ เป้าหมายที่รองรับตลาด AI
    - เทคโนโลยี chiplet architectures ที่ได้รับการพัฒนาจะช่วยสร้าง ชิปที่รองรับการใช้งาน AI ในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การประมวลผลภาพไปจนถึงงานสร้างสรรค์ข้อมูล

    https://www.techpowerup.com/335089/tokyo-electron-ibm-renew-collaboration-for-advanced-semiconductor-technology
    IBM และ Tokyo Electron ขยายความร่วมมือการวิจัยเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ระดับสูง ด้วยเป้าหมายในการพัฒนาชิปขนาดเล็กและ chiplet architectures ที่รองรับยุค Generative AI ความร่วมมือนี้รวมถึงการพัฒนา High NA EUV และการใช้ Albany NanoTech Complex เป็นฐานสำหรับการวิจัย นับเป็นการยกระดับความสามารถในการแข่งขันระดับโลกของทั้งสองบริษัทในตลาด AI และเซมิคอนดักเตอร์แห่งอนาคต ✅ ก้าวสู่เทคโนโลยีอนาคตของ AI - ความร่วมมือระหว่าง IBM และ TEL ได้สร้าง ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา รวมถึงการคิดค้น เลเซอร์ debonding สำหรับ 3D chip stacking - ในครั้งนี้ ทั้งสองบริษัทจะพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้ชิปที่ผลิตมี ประสิทธิภาพสูงและลดการใช้พลังงาน สำหรับ AI ยุคใหม่ ✅ โฟกัสที่ความปลอดภัยและการยกระดับการผลิต - ความร่วมมือจะสำรวจ High NA EUV ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ช่วยสร้างชิปที่เล็กลงแต่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น - Albany NanoTech Complex ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยเซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐฯ จะเป็นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาในข้อตกลงใหม่ ✅ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก - IBM และ TEL ได้รับความไว้วางใจจากการวิจัยร่วมที่เป็นผู้นำเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ โดยการต่ออายุข้อตกลงช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของทั้งสองบริษัทในตลาดโลก ✅ เป้าหมายที่รองรับตลาด AI - เทคโนโลยี chiplet architectures ที่ได้รับการพัฒนาจะช่วยสร้าง ชิปที่รองรับการใช้งาน AI ในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การประมวลผลภาพไปจนถึงงานสร้างสรรค์ข้อมูล https://www.techpowerup.com/335089/tokyo-electron-ibm-renew-collaboration-for-advanced-semiconductor-technology
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    Tokyo Electron & IBM Renew Collaboration for Advanced Semiconductor Technology
    This week, IBM and Tokyo Electron (TEL) announced an extension of their agreement for the joint research and development of advanced semiconductor technologies. The new 5-year agreement will focus on the continued advancement of technology for next-generation semiconductor nodes and architectures to...
    0 Comments 0 Shares 28 Views 0 Reviews
  • Texas State Bar ซึ่งเป็นองค์กรควบคุมทางกฎหมายในรัฐเท็กซัส ถูกโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ INC ransomware โดยข้อมูลส่วนตัวของสมาชิกบางส่วนถูกเปิดเผยในเว็บมืด สมาชิกได้รับคำแนะนำให้ดำเนินมาตรการป้องกัน เช่น การตรวจสอบเครดิตและการแจ้งเตือนการฉ้อโกง การโจมตีครั้งนี้สร้างความกังวลในระดับสูงเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูลในองค์กร โดยมีความเสี่ยงที่ข้อมูลเพิ่มเติมอาจถูกเผยแพร่หากการเจรจาไม่สำเร็จ

    ✅ การโจมตีเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนมกราคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์
    - Texas State Bar พบ กิจกรรมที่น่าสงสัยในระบบ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2025 และใช้มาตรการเร่งด่วนเพื่อรักษาความปลอดภัย
    - การสืบสวนเผยว่าระบบถูกเข้าถึงอย่างไม่เหมาะสม ระหว่างวันที่ 28 มกราคมถึง 9 กุมภาพันธ์

    ✅ แรนซัมแวร์ INC อ้างตัวว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง
    - กลุ่มโจมตีแรนซัมแวร์ INC ransomware อ้างความรับผิดชอบและปล่อยตัวอย่างข้อมูลที่ขโมยมาบางส่วนในเว็บมืด
    - แม้ว่าความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่หลุดออกมายังไม่ได้รับการยืนยัน แต่สมาชิกที่อาจได้รับผลกระทบควรดำเนินการทันทีเพื่อป้องกันการโจมตีที่อาจตามมา

    ✅ มาตรการช่วยเหลือที่ Texas State Bar นำเสนอ
    - องค์กรเสนอ บริการตรวจสอบเครดิตและป้องกันการขโมยข้อมูลส่วนตัวฟรี ผ่าน Experian จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2025
    - สมาชิกได้รับคำแนะนำให้เปิดใช้งาน credit freeze หรือแจ้งเตือนการฉ้อโกงในไฟล์เครดิตเพื่อเพิ่มความปลอดภัย

    ✅ การเจรจากับผู้โจมตีและความเสี่ยงที่ตามมา
    - หากข้อมูลเพิ่มเติมถูกเปิดเผยในเว็บมืด อาจบ่งชี้ว่าการเจรจาเพื่อปล่อยข้อมูลอาจล้มเหลว
    - หน่วยงานด้านกฎหมายแนะนำว่าการจ่ายค่าไถ่ให้กลุ่มโจมตีไม่ใช่วิธีที่เหมาะสม เนื่องจากเพิ่มความเสี่ยงให้กับองค์กรอื่นในอนาคต

    https://www.techradar.com/pro/security/texas-state-bar-hit-by-possible-ransomware-attack-warns-of-data-breach
    Texas State Bar ซึ่งเป็นองค์กรควบคุมทางกฎหมายในรัฐเท็กซัส ถูกโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ INC ransomware โดยข้อมูลส่วนตัวของสมาชิกบางส่วนถูกเปิดเผยในเว็บมืด สมาชิกได้รับคำแนะนำให้ดำเนินมาตรการป้องกัน เช่น การตรวจสอบเครดิตและการแจ้งเตือนการฉ้อโกง การโจมตีครั้งนี้สร้างความกังวลในระดับสูงเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูลในองค์กร โดยมีความเสี่ยงที่ข้อมูลเพิ่มเติมอาจถูกเผยแพร่หากการเจรจาไม่สำเร็จ ✅ การโจมตีเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนมกราคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ - Texas State Bar พบ กิจกรรมที่น่าสงสัยในระบบ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2025 และใช้มาตรการเร่งด่วนเพื่อรักษาความปลอดภัย - การสืบสวนเผยว่าระบบถูกเข้าถึงอย่างไม่เหมาะสม ระหว่างวันที่ 28 มกราคมถึง 9 กุมภาพันธ์ ✅ แรนซัมแวร์ INC อ้างตัวว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง - กลุ่มโจมตีแรนซัมแวร์ INC ransomware อ้างความรับผิดชอบและปล่อยตัวอย่างข้อมูลที่ขโมยมาบางส่วนในเว็บมืด - แม้ว่าความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่หลุดออกมายังไม่ได้รับการยืนยัน แต่สมาชิกที่อาจได้รับผลกระทบควรดำเนินการทันทีเพื่อป้องกันการโจมตีที่อาจตามมา ✅ มาตรการช่วยเหลือที่ Texas State Bar นำเสนอ - องค์กรเสนอ บริการตรวจสอบเครดิตและป้องกันการขโมยข้อมูลส่วนตัวฟรี ผ่าน Experian จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2025 - สมาชิกได้รับคำแนะนำให้เปิดใช้งาน credit freeze หรือแจ้งเตือนการฉ้อโกงในไฟล์เครดิตเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ✅ การเจรจากับผู้โจมตีและความเสี่ยงที่ตามมา - หากข้อมูลเพิ่มเติมถูกเปิดเผยในเว็บมืด อาจบ่งชี้ว่าการเจรจาเพื่อปล่อยข้อมูลอาจล้มเหลว - หน่วยงานด้านกฎหมายแนะนำว่าการจ่ายค่าไถ่ให้กลุ่มโจมตีไม่ใช่วิธีที่เหมาะสม เนื่องจากเพิ่มความเสี่ยงให้กับองค์กรอื่นในอนาคต https://www.techradar.com/pro/security/texas-state-bar-hit-by-possible-ransomware-attack-warns-of-data-breach
    0 Comments 0 Shares 32 Views 0 Reviews
  • Ivanti Connect Secure VPN ถูกพบช่องโหว่ร้ายแรงที่เปิดโอกาสให้แฮกเกอร์กลุ่ม UNC5221 จากจีนโจมตีแบบ Remote Code Execution ช่องโหว่นี้ถูกใช้ร่วมกับมัลแวร์รุ่นใหม่ที่สามารถแฝงตัวในระบบได้อย่างแนบเนียน Ivanti ได้ปล่อยแพตช์แก้ไขแล้วและแนะนำให้องค์กรอัปเดตระบบโดยเร็วเพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกเจาะข้อมูล

    ✅ จุดอ่อนที่เปิดโอกาสโจมตีแบบ Remote Code Execution (RCE)
    - ช่องโหว่นี้เกิดจาก ปัญหา buffer overflow ในเวอร์ชัน ICS 9.X และ 22.7R2.5 หรือต่ำกว่า
    - กลุ่มแฮกเกอร์ UNC5221 ใช้ช่องโหว่นี้เพื่อ รันโค้ดจากระยะไกล และแฝงมัลแวร์ในระบบ

    ✅ มัลแวร์รุ่นใหม่ที่ถูกใช้ในโจมตีครั้งนี้
    - พบมัลแวร์ 2 ชนิดคือ TRAILBLAZE (dropper แบบ in-memory) และ BUSHFIRE (backdoor แบบ passive)
    - กลุ่ม UNC5221 ยังใช้มัลแวร์จากระบบ SPAWN ecosystem ในการโจมตีเป้าหมายที่มีช่องโหว่อื่น ๆ

    ✅ การแก้ไขและคำแนะนำจาก Ivanti
    - Ivanti ได้ออกแพตช์สำหรับการแก้ไขในเวอร์ชันล่าสุด ICS 22.7R2.6 และแนะนำให้องค์กรอัปเดตโดยด่วน
    - การล่าช้าในการอัปเดตอาจเสี่ยงต่อการตกเป็นเป้าหมาย เนื่องจากแฮกเกอร์อาจใช้กระบวนการวิศวกรรมย้อนกลับเพื่อสำรวจช่องโหว่

    ✅ กลุ่ม UNC5221 กับการโจมตีต่อเนื่อง
    - กลุ่มนี้เคยใช้ช่องโหว่ใน CVE-2025-0282 และ CVE-2025-0283 เพื่อโจมตี ICS ก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนมกราคม
    - การโจมตีเน้นการขโมยข้อมูลสำคัญและเจาะระบบขององค์กรขนาดใหญ่

    https://www.techradar.com/pro/security/ivanti-patches-serious-connect-secure-flaw
    Ivanti Connect Secure VPN ถูกพบช่องโหว่ร้ายแรงที่เปิดโอกาสให้แฮกเกอร์กลุ่ม UNC5221 จากจีนโจมตีแบบ Remote Code Execution ช่องโหว่นี้ถูกใช้ร่วมกับมัลแวร์รุ่นใหม่ที่สามารถแฝงตัวในระบบได้อย่างแนบเนียน Ivanti ได้ปล่อยแพตช์แก้ไขแล้วและแนะนำให้องค์กรอัปเดตระบบโดยเร็วเพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกเจาะข้อมูล ✅ จุดอ่อนที่เปิดโอกาสโจมตีแบบ Remote Code Execution (RCE) - ช่องโหว่นี้เกิดจาก ปัญหา buffer overflow ในเวอร์ชัน ICS 9.X และ 22.7R2.5 หรือต่ำกว่า - กลุ่มแฮกเกอร์ UNC5221 ใช้ช่องโหว่นี้เพื่อ รันโค้ดจากระยะไกล และแฝงมัลแวร์ในระบบ ✅ มัลแวร์รุ่นใหม่ที่ถูกใช้ในโจมตีครั้งนี้ - พบมัลแวร์ 2 ชนิดคือ TRAILBLAZE (dropper แบบ in-memory) และ BUSHFIRE (backdoor แบบ passive) - กลุ่ม UNC5221 ยังใช้มัลแวร์จากระบบ SPAWN ecosystem ในการโจมตีเป้าหมายที่มีช่องโหว่อื่น ๆ ✅ การแก้ไขและคำแนะนำจาก Ivanti - Ivanti ได้ออกแพตช์สำหรับการแก้ไขในเวอร์ชันล่าสุด ICS 22.7R2.6 และแนะนำให้องค์กรอัปเดตโดยด่วน - การล่าช้าในการอัปเดตอาจเสี่ยงต่อการตกเป็นเป้าหมาย เนื่องจากแฮกเกอร์อาจใช้กระบวนการวิศวกรรมย้อนกลับเพื่อสำรวจช่องโหว่ ✅ กลุ่ม UNC5221 กับการโจมตีต่อเนื่อง - กลุ่มนี้เคยใช้ช่องโหว่ใน CVE-2025-0282 และ CVE-2025-0283 เพื่อโจมตี ICS ก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนมกราคม - การโจมตีเน้นการขโมยข้อมูลสำคัญและเจาะระบบขององค์กรขนาดใหญ่ https://www.techradar.com/pro/security/ivanti-patches-serious-connect-secure-flaw
    WWW.TECHRADAR.COM
    Ivanti patches serious Connect Secure flaw
    A new critical severity bug was being used by Chinese actors
    0 Comments 0 Shares 36 Views 0 Reviews
  • Intel เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี Superfluid Cooling ที่สามารถจัดการความร้อนสูงถึง 1.5 กิโลวัตต์ต่อชิป ซึ่งถือเป็นระดับที่เหมาะสำหรับชิปประสิทธิภาพสูงอย่าง Nvidia GB300 Superchip รวมถึงการใช้งานในระบบ rack servers แห่งอนาคต การพัฒนานี้เกิดขึ้นท่ามกลางความท้าทายของ Intel ในตลาดอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ที่แข่งขันสูง

    ✅ การจัดการความร้อนระดับสูงสำหรับเซิร์ฟเวอร์พลังงานมาก
    - เทคโนโลยีนี้ใช้ microbubble injection เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของของเหลวและการถ่ายเทความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพ
    - ระบบยังใช้ ของเหลว dielectric ชนิดพิเศษ ที่ไม่เป็นสื่อนำไฟฟ้า ทำให้ปลอดภัยหากเกิดการรั่วซึม

    ✅ แรงบันดาลใจจากเทคโนโลยีเรือเดินสมุทร
    - เทคโนโลยีนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการลดแรงต้านน้ำในเรือเดินสมุทรของ Mitsubishi Heavy Industries โดยใช้ฟองอากาศเพื่อเพิ่มความเร็ว ซึ่งถูกนำมาปรับใช้ในการระบายความร้อน

    ✅ เหมาะสำหรับเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ในยุค AI
    - Superfluid Cooling ถูกออกแบบมาเพื่อระบบเซิร์ฟเวอร์ที่มีพลังงานสูงสุดถึง 600 กิโลวัตต์ และรองรับอนาคตที่ระบบเซิร์ฟเวอร์อาจมีความต้องการพลังงานระดับเมกะวัตต์

    ✅ ความร่วมมือกับพันธมิตรในไต้หวัน
    - Intel ร่วมมือกับซัพพลายเออร์ในไต้หวัน เช่น Maico, YuanShan และ Kuenling เพื่อพัฒนาอุปกรณ์เสริม เช่น server racks และ liquid-cooled chassis
    - บริษัทกำลังลงทุนในวัสดุขั้นสูง เช่น liquid metal-based designs เพื่อเพิ่มความทนทานและลดการสึกหรอ

    https://www.techradar.com/pro/intel-could-be-key-to-nvidias-future-plans-for-megawatt-class-rack-servers-as-it-pushes-ahead-with-superfluid-cooling
    Intel เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี Superfluid Cooling ที่สามารถจัดการความร้อนสูงถึง 1.5 กิโลวัตต์ต่อชิป ซึ่งถือเป็นระดับที่เหมาะสำหรับชิปประสิทธิภาพสูงอย่าง Nvidia GB300 Superchip รวมถึงการใช้งานในระบบ rack servers แห่งอนาคต การพัฒนานี้เกิดขึ้นท่ามกลางความท้าทายของ Intel ในตลาดอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ที่แข่งขันสูง ✅ การจัดการความร้อนระดับสูงสำหรับเซิร์ฟเวอร์พลังงานมาก - เทคโนโลยีนี้ใช้ microbubble injection เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของของเหลวและการถ่ายเทความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพ - ระบบยังใช้ ของเหลว dielectric ชนิดพิเศษ ที่ไม่เป็นสื่อนำไฟฟ้า ทำให้ปลอดภัยหากเกิดการรั่วซึม ✅ แรงบันดาลใจจากเทคโนโลยีเรือเดินสมุทร - เทคโนโลยีนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการลดแรงต้านน้ำในเรือเดินสมุทรของ Mitsubishi Heavy Industries โดยใช้ฟองอากาศเพื่อเพิ่มความเร็ว ซึ่งถูกนำมาปรับใช้ในการระบายความร้อน ✅ เหมาะสำหรับเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ในยุค AI - Superfluid Cooling ถูกออกแบบมาเพื่อระบบเซิร์ฟเวอร์ที่มีพลังงานสูงสุดถึง 600 กิโลวัตต์ และรองรับอนาคตที่ระบบเซิร์ฟเวอร์อาจมีความต้องการพลังงานระดับเมกะวัตต์ ✅ ความร่วมมือกับพันธมิตรในไต้หวัน - Intel ร่วมมือกับซัพพลายเออร์ในไต้หวัน เช่น Maico, YuanShan และ Kuenling เพื่อพัฒนาอุปกรณ์เสริม เช่น server racks และ liquid-cooled chassis - บริษัทกำลังลงทุนในวัสดุขั้นสูง เช่น liquid metal-based designs เพื่อเพิ่มความทนทานและลดการสึกหรอ https://www.techradar.com/pro/intel-could-be-key-to-nvidias-future-plans-for-megawatt-class-rack-servers-as-it-pushes-ahead-with-superfluid-cooling
    0 Comments 0 Shares 35 Views 0 Reviews
  • Copilot Vision คือฟีเจอร์ใหม่ที่ทำให้ผู้ช่วย AI ใน Windows ฉลาดขึ้น โดยเข้าใจบริบทแอปพลิเคชันที่ใช้งานอยู่และแนะนำวิธีการทำงานได้ตรงจุด แม้ว่าฟีเจอร์นี้ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา แต่การสาธิตที่แสดงการช่วยชี้จุดในแอปพลิเคชันต่าง ๆ ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพที่อาจเปลี่ยนวิธีการทำงานใน Windows ของเราไปอย่างถาวร

    ✅ Copilot Vision ช่วยให้งานง่ายขึ้นโดยไม่ขัดจังหวะการทำงาน
    - ผู้ใช้สามารถ เปิดใช้งาน Copilot Vision ผ่านไอคอนบนหน้าจอหรือปุ่มเฉพาะบนคีย์บอร์ด เพื่อให้ AI แสดงรายการแอปพลิเคชันที่กำลังใช้งาน
    - ความสามารถนี้ช่วยให้ Copilot เข้าใจว่าผู้ใช้กำลังทำงานอะไร และสามารถตอบคำถามหรือแนะนำได้ตรงกับบริบท เช่น การออกแบบ 3D บน Blender หรือการปรับแต่งวิดีโอบน Clipchamp

    ✅ การแสดงคำแนะนำแบบโต้ตอบในอนาคต
    - Copilot Vision ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อเพิ่มฟีเจอร์ที่ แสดงลูกศรแนะนำตำแหน่งในแอปพลิเคชัน เช่น การเพิ่มการเปลี่ยนผ่านวิดีโอใน Clipchamp หรือการค้นหาเครื่องมือเฉพาะใน Photoshop
    - เทคโนโลยีใหม่นี้เปรียบเหมือน "Clippy ยุคใหม่" ที่ช่วยนำทางงานอย่างชาญฉลาด

    ✅ รองรับการใช้งานด้วยเสียงและข้อความ
    - ผู้ใช้สามารถตั้งคำถาม เช่น "จะทำให้งานออกแบบนี้ดูคลาสสิกขึ้นได้อย่างไร" หรือ "ไอคอนเพิ่มหมายเหตุอยู่ที่ไหน" โดย AI จะปรับคำตอบตามแอปและโครงการที่เปิดอยู่

    ✅ อนาคตของ Copilot Vision:
    - แม้ว่าฟีเจอร์ปัจจุบันจะสามารถระบุและเข้าใจบริบทแอปพลิเคชันได้แล้ว แต่ Microsoft กำลังพัฒนาให้ Copilot Vision ทำงานร่วมกับอินเทอร์เฟซของแอปได้ดียิ่งขึ้น และเพิ่มการช่วยเหลือในรูปแบบภาพ
    - การอัปเดตที่ก้าวหน้ากว่านี้ยังไม่มีกรอบเวลาที่แน่ชัด แต่จากการสาธิต คาดว่าไม่นานเกินรอ

    https://www.techradar.com/computing/artificial-intelligence/i-tried-copilot-vision-and-it-could-change-how-you-use-windows-forever
    Copilot Vision คือฟีเจอร์ใหม่ที่ทำให้ผู้ช่วย AI ใน Windows ฉลาดขึ้น โดยเข้าใจบริบทแอปพลิเคชันที่ใช้งานอยู่และแนะนำวิธีการทำงานได้ตรงจุด แม้ว่าฟีเจอร์นี้ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา แต่การสาธิตที่แสดงการช่วยชี้จุดในแอปพลิเคชันต่าง ๆ ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพที่อาจเปลี่ยนวิธีการทำงานใน Windows ของเราไปอย่างถาวร ✅ Copilot Vision ช่วยให้งานง่ายขึ้นโดยไม่ขัดจังหวะการทำงาน - ผู้ใช้สามารถ เปิดใช้งาน Copilot Vision ผ่านไอคอนบนหน้าจอหรือปุ่มเฉพาะบนคีย์บอร์ด เพื่อให้ AI แสดงรายการแอปพลิเคชันที่กำลังใช้งาน - ความสามารถนี้ช่วยให้ Copilot เข้าใจว่าผู้ใช้กำลังทำงานอะไร และสามารถตอบคำถามหรือแนะนำได้ตรงกับบริบท เช่น การออกแบบ 3D บน Blender หรือการปรับแต่งวิดีโอบน Clipchamp ✅ การแสดงคำแนะนำแบบโต้ตอบในอนาคต - Copilot Vision ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อเพิ่มฟีเจอร์ที่ แสดงลูกศรแนะนำตำแหน่งในแอปพลิเคชัน เช่น การเพิ่มการเปลี่ยนผ่านวิดีโอใน Clipchamp หรือการค้นหาเครื่องมือเฉพาะใน Photoshop - เทคโนโลยีใหม่นี้เปรียบเหมือน "Clippy ยุคใหม่" ที่ช่วยนำทางงานอย่างชาญฉลาด ✅ รองรับการใช้งานด้วยเสียงและข้อความ - ผู้ใช้สามารถตั้งคำถาม เช่น "จะทำให้งานออกแบบนี้ดูคลาสสิกขึ้นได้อย่างไร" หรือ "ไอคอนเพิ่มหมายเหตุอยู่ที่ไหน" โดย AI จะปรับคำตอบตามแอปและโครงการที่เปิดอยู่ ✅ อนาคตของ Copilot Vision: - แม้ว่าฟีเจอร์ปัจจุบันจะสามารถระบุและเข้าใจบริบทแอปพลิเคชันได้แล้ว แต่ Microsoft กำลังพัฒนาให้ Copilot Vision ทำงานร่วมกับอินเทอร์เฟซของแอปได้ดียิ่งขึ้น และเพิ่มการช่วยเหลือในรูปแบบภาพ - การอัปเดตที่ก้าวหน้ากว่านี้ยังไม่มีกรอบเวลาที่แน่ชัด แต่จากการสาธิต คาดว่าไม่นานเกินรอ https://www.techradar.com/computing/artificial-intelligence/i-tried-copilot-vision-and-it-could-change-how-you-use-windows-forever
    0 Comments 0 Shares 36 Views 0 Reviews
  • Claude for Education คือ AI ตัวใหม่จาก Anthropic ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการศึกษาในมหาวิทยาลัยด้วยโหมด Socratic ที่ช่วยให้นักศึกษาคิดอย่างมีระบบ ไม่ใช่แค่หาคำตอบ นอกจากนี้ Claude ยังช่วยสร้าง Study Guide และร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง Northeastern เพื่อผลักดันให้ AI เป็นผู้ช่วยการเรียนรู้ ไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้เพื่อเลี่ยงการเรียน

    ✅ โหมดการเรียนรู้แบบ Socratic Method
    - Claude ไม่เพียงแต่ตอบคำถาม แต่จะใช้วิธีการถามกลับ เช่น “คุณคิดว่าข้อพิสูจน์อะไรสามารถสนับสนุนแนวคิดนี้ได้?” เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้งานพิจารณาคำตอบอย่างลึกซึ้ง
    - ช่วยนักศึกษาสร้างแนวคิดใหม่ โดยไม่ใช่แค่พึ่ง AI ในการแก้ปัญหาโดยตรง

    ✅ สร้าง Study Guide จากเอกสารที่อัปโหลด
    - Claude สามารถสร้างคู่มือการเรียนจากเอกสารที่ผู้ใช้ส่งเข้ามา ซึ่งเหมาะสำหรับการเตรียมตัวสอบหรือสรุปบทเรียน

    ✅ ขยายการใช้งานในมหาวิทยาลัยระดับโลก
    - มหาวิทยาลัยเช่น Northeastern University และ London School of Economics เป็นกลุ่มแรกที่เริ่มใช้งาน Claude for Education เพื่อสนับสนุนการศึกษา
    - Anthropic ยังเปิดตัวโปรแกรม “Claude Campus Ambassadors” ที่ให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการพัฒนาและขยาย AI ในสถาบันการศึกษา

    ✅ เครื่องมือสำหรับนวัตกร
    - Anthropic เสนอบริการ API credits ฟรี สำหรับนักศึกษาที่ต้องการสร้างโปรเจ็กต์ใหม่ ๆ ด้วย Claude

    https://www.techradar.com/computing/artificial-intelligence/claude-goes-to-college-and-wants-to-be-your-study-buddy
    Claude for Education คือ AI ตัวใหม่จาก Anthropic ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการศึกษาในมหาวิทยาลัยด้วยโหมด Socratic ที่ช่วยให้นักศึกษาคิดอย่างมีระบบ ไม่ใช่แค่หาคำตอบ นอกจากนี้ Claude ยังช่วยสร้าง Study Guide และร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง Northeastern เพื่อผลักดันให้ AI เป็นผู้ช่วยการเรียนรู้ ไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้เพื่อเลี่ยงการเรียน ✅ โหมดการเรียนรู้แบบ Socratic Method - Claude ไม่เพียงแต่ตอบคำถาม แต่จะใช้วิธีการถามกลับ เช่น “คุณคิดว่าข้อพิสูจน์อะไรสามารถสนับสนุนแนวคิดนี้ได้?” เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้งานพิจารณาคำตอบอย่างลึกซึ้ง - ช่วยนักศึกษาสร้างแนวคิดใหม่ โดยไม่ใช่แค่พึ่ง AI ในการแก้ปัญหาโดยตรง ✅ สร้าง Study Guide จากเอกสารที่อัปโหลด - Claude สามารถสร้างคู่มือการเรียนจากเอกสารที่ผู้ใช้ส่งเข้ามา ซึ่งเหมาะสำหรับการเตรียมตัวสอบหรือสรุปบทเรียน ✅ ขยายการใช้งานในมหาวิทยาลัยระดับโลก - มหาวิทยาลัยเช่น Northeastern University และ London School of Economics เป็นกลุ่มแรกที่เริ่มใช้งาน Claude for Education เพื่อสนับสนุนการศึกษา - Anthropic ยังเปิดตัวโปรแกรม “Claude Campus Ambassadors” ที่ให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการพัฒนาและขยาย AI ในสถาบันการศึกษา ✅ เครื่องมือสำหรับนวัตกร - Anthropic เสนอบริการ API credits ฟรี สำหรับนักศึกษาที่ต้องการสร้างโปรเจ็กต์ใหม่ ๆ ด้วย Claude https://www.techradar.com/computing/artificial-intelligence/claude-goes-to-college-and-wants-to-be-your-study-buddy
    WWW.TECHRADAR.COM
    Claude goes to college and wants to be your study buddy
    Anthropic’s AI is enrolling across campuses for calculus tutoring and thesis feedback editing
    0 Comments 0 Shares 44 Views 0 Reviews
  • 006 Rumiko Takahashi's Mermaid Forest (English Dub)
    006 Rumiko Takahashi's Mermaid Forest (English Dub)
    0 Comments 0 Shares 45 Views 2 0 Reviews
  • 007 Rumiko Takahashi's Mermaid Forest (English Dub)
    007 Rumiko Takahashi's Mermaid Forest (English Dub)
    0 Comments 0 Shares 45 Views 3 0 Reviews
  • 008 Rumiko Takahashi's Mermaid Forest (English Dub)
    008 Rumiko Takahashi's Mermaid Forest (English Dub)
    0 Comments 0 Shares 45 Views 3 0 Reviews
  • บริษัท L&T Semiconductor Technologies (LTSCT) สตาร์ตอัปผู้ผลิตชิปจากอินเดียที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท Larsen & Toubro ได้เปิดเผยแผนการก่อสร้างโรงงานผลิตชิป (fab) มูลค่ามหาศาลกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ ในอินเดีย ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นก่อนปี 2027 ทั้งนี้ รัฐบาลอินเดียจะสนับสนุนโครงการดังกล่าวผ่านโครงการเงินอุดหนุนที่มีมูลค่าสูงถึง 90% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด

    ✅ เงื่อนไขสำคัญต่อความสำเร็จของโครงการ
    - LTSCT ตั้งเป้าทำรายได้ 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ภายในปีงบประมาณ 2026–2027 เพื่อกระตุ้นให้โครงการ fab นี้เริ่มต้นขึ้น
    - บริษัทเริ่มต้นผลิตชิปเชิงพาณิชย์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2025

    ✅ ผลิตภัณฑ์หลักที่อยู่ระหว่างการพัฒนา
    - LTSCT มุ่งเน้นการออกแบบ MEMS sensors, RF chips, smart power devices และ analog ICs ที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก

    ✅ โอกาสจากโครงการอุดหนุนเซมิคอนดักเตอร์ของรัฐบาลอินเดีย
    - โครงการสนับสนุนมูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์ ของรัฐบาลอินเดีย เปิดโอกาสให้บริษัทท้องถิ่นเข้าถึงทรัพยากรและเงินทุนในการพัฒนาตลาดเซมิคอนดักเตอร์
    - การสนับสนุนในระดับนี้ถือว่า สูงกว่ามาตรฐานทั่วไปของโลกอย่างมาก

    ✅ เป้าหมายระยะยาว: สู่การเป็น Integrated Device Manufacturer (IDM)
    - LTSCT วางแผนเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นบริษัท fabless designer ไปสู่การเป็น Integrated Device Manufacturer (IDM) เพื่อควบคุมกระบวนการผลิตชิปตั้งแต่ต้นจนจบ

    ✅ การสนับสนุนจากบริษัทแม่
    - LTSCT ได้รับเงินทุนมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์ เพื่อใช้ในการออกแบบชิป และตั้งเป้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ชิปจำนวน 15 รุ่น ภายในปี 2027

    https://www.techradar.com/pro/fabless-chip-startup-backed-by-multi-billion-indian-company-wants-to-build-a-usd10bn-fab-in-india-before-2027
    บริษัท L&T Semiconductor Technologies (LTSCT) สตาร์ตอัปผู้ผลิตชิปจากอินเดียที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท Larsen & Toubro ได้เปิดเผยแผนการก่อสร้างโรงงานผลิตชิป (fab) มูลค่ามหาศาลกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ ในอินเดีย ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นก่อนปี 2027 ทั้งนี้ รัฐบาลอินเดียจะสนับสนุนโครงการดังกล่าวผ่านโครงการเงินอุดหนุนที่มีมูลค่าสูงถึง 90% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ✅ เงื่อนไขสำคัญต่อความสำเร็จของโครงการ - LTSCT ตั้งเป้าทำรายได้ 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ภายในปีงบประมาณ 2026–2027 เพื่อกระตุ้นให้โครงการ fab นี้เริ่มต้นขึ้น - บริษัทเริ่มต้นผลิตชิปเชิงพาณิชย์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 ✅ ผลิตภัณฑ์หลักที่อยู่ระหว่างการพัฒนา - LTSCT มุ่งเน้นการออกแบบ MEMS sensors, RF chips, smart power devices และ analog ICs ที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก ✅ โอกาสจากโครงการอุดหนุนเซมิคอนดักเตอร์ของรัฐบาลอินเดีย - โครงการสนับสนุนมูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์ ของรัฐบาลอินเดีย เปิดโอกาสให้บริษัทท้องถิ่นเข้าถึงทรัพยากรและเงินทุนในการพัฒนาตลาดเซมิคอนดักเตอร์ - การสนับสนุนในระดับนี้ถือว่า สูงกว่ามาตรฐานทั่วไปของโลกอย่างมาก ✅ เป้าหมายระยะยาว: สู่การเป็น Integrated Device Manufacturer (IDM) - LTSCT วางแผนเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นบริษัท fabless designer ไปสู่การเป็น Integrated Device Manufacturer (IDM) เพื่อควบคุมกระบวนการผลิตชิปตั้งแต่ต้นจนจบ ✅ การสนับสนุนจากบริษัทแม่ - LTSCT ได้รับเงินทุนมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์ เพื่อใช้ในการออกแบบชิป และตั้งเป้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ชิปจำนวน 15 รุ่น ภายในปี 2027 https://www.techradar.com/pro/fabless-chip-startup-backed-by-multi-billion-indian-company-wants-to-build-a-usd10bn-fab-in-india-before-2027
    0 Comments 0 Shares 47 Views 0 Reviews