• ยูเครนยังพยายามเรียกร้องสหรัฐต่อไป แม้จะมีรายงานจากสื่อออกมาว่า การลงนามข้อตกลงแร่ธาตุจะเกิดขึ้นในวันศุกร์นี้แล้วก็ตาม

    เดนิส ชมีฮาล นายกรัฐมนตรียูเครน ยังคงยืนยันว่ายูเครนจะไม่จ่ายคืนเป็นสองเท่าของเงินที่สหรัฐอ้างว่าช่วยเหลือในช่วงที่ผ่านมา

    "ยูเครนจะไม่จ่าย 2 ดอลลาร์ จากเงินที่ช่วยเหลือ 1 ดอลลาร์"

    ชมีฮาล ยังกล่าวอีกว่ารัฐบาลจะต้องเห็นชอบรายละเอียดข้อตกลงนี้ก่อนจะมีการลงนามเกิดขึ้น แต่ดีลดังกล่าวอยู่ในช่วงการหารือ “เบื้องต้น” เท่านั้น และหากไม่มีการรับประกันดังกล่าว รัฐบาลยูเครนจะไม่ลงนามข้อตกลงแร่ธาตุกับสหรัฐฯ

    ขณะที่ ทรัมป์ ยืนยันจะไม่มอบคำรับประกันด้านความมั่นคงแก่ยูเครน หรือมอบสถานภาพสมาชิกนาโตสำหรับเคียฟ แม้ว่า เซเลนสกี กำลังจะเดินทางเยือนอเมริกา เพื่อปิดดีลเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรแร่ในวันศุกร์นี้ ตามรายงานของสื่
    ยูเครนยังพยายามเรียกร้องสหรัฐต่อไป แม้จะมีรายงานจากสื่อออกมาว่า การลงนามข้อตกลงแร่ธาตุจะเกิดขึ้นในวันศุกร์นี้แล้วก็ตาม เดนิส ชมีฮาล นายกรัฐมนตรียูเครน ยังคงยืนยันว่ายูเครนจะไม่จ่ายคืนเป็นสองเท่าของเงินที่สหรัฐอ้างว่าช่วยเหลือในช่วงที่ผ่านมา "ยูเครนจะไม่จ่าย 2 ดอลลาร์ จากเงินที่ช่วยเหลือ 1 ดอลลาร์" ชมีฮาล ยังกล่าวอีกว่ารัฐบาลจะต้องเห็นชอบรายละเอียดข้อตกลงนี้ก่อนจะมีการลงนามเกิดขึ้น แต่ดีลดังกล่าวอยู่ในช่วงการหารือ “เบื้องต้น” เท่านั้น และหากไม่มีการรับประกันดังกล่าว รัฐบาลยูเครนจะไม่ลงนามข้อตกลงแร่ธาตุกับสหรัฐฯ ขณะที่ ทรัมป์ ยืนยันจะไม่มอบคำรับประกันด้านความมั่นคงแก่ยูเครน หรือมอบสถานภาพสมาชิกนาโตสำหรับเคียฟ แม้ว่า เซเลนสกี กำลังจะเดินทางเยือนอเมริกา เพื่อปิดดีลเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรแร่ในวันศุกร์นี้ ตามรายงานของสื่
    0 Comments 0 Shares 80 Views 0 Reviews
  • "ประเสริฐ" แจง "นายกฯ" มอบรมต.ช่วยตอบซักฟอกได้ เอ่ยชื่อ "ทักษิณ" ได้ แต่ต้องไม่เสียหาย
    https://www.thai-tai.tv/news/17408/
    "ประเสริฐ" แจง "นายกฯ" มอบรมต.ช่วยตอบซักฟอกได้ เอ่ยชื่อ "ทักษิณ" ได้ แต่ต้องไม่เสียหาย https://www.thai-tai.tv/news/17408/
    0 Comments 0 Shares 28 Views 0 Reviews
  • “ทักษิณ” รุดออกบ้านพิษณุโลก ก่อน ”นายกฯ อิ๊งค์“ เข้าหารือทีมกุนซือนโยบายเวลา 13.00 น. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากบ้านพิษณุโลก โดยมีทีมที่ปรึกษานโยบายนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วยนายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ประธานที่ปรึกษา นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองประธานที่ปรึกษา นายศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษา ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ที่ปรึกษา และนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ที่ปรึกษา รวมถึงนายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลงมาส่งนายทักษิณขึ้นรถ หลังหารือร่วมกันกว่า 3 ชั่วโมงผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเข้ามาของนายทักษิณ ครั้งนี้ เป็นการหารือกับทีมที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี มาให้ความรู้แลกเปลี่ยนสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศไทยและสถานการณ์โลก ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีการให้ความรู้และแลกเปลี่ยนในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง ขณะที่มีรายงานว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาประชุมร่วมกับทีมที่ปรึกษาฯ ในช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. จากเดิมมีการประชุมกับคณะที่ปรึกษาทุกวันพฤหัสบดี เวลา 10.00 น. แต่วันนี้ได้เลื่อนมาเป็นช่วงบ่าย เพราะนายกรัฐมนตรีเข้าไปตอบกระทู้ที่สภาฯ
    “ทักษิณ” รุดออกบ้านพิษณุโลก ก่อน ”นายกฯ อิ๊งค์“ เข้าหารือทีมกุนซือนโยบายเวลา 13.00 น. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากบ้านพิษณุโลก โดยมีทีมที่ปรึกษานโยบายนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วยนายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ประธานที่ปรึกษา นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองประธานที่ปรึกษา นายศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษา ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ที่ปรึกษา และนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ที่ปรึกษา รวมถึงนายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลงมาส่งนายทักษิณขึ้นรถ หลังหารือร่วมกันกว่า 3 ชั่วโมงผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเข้ามาของนายทักษิณ ครั้งนี้ เป็นการหารือกับทีมที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี มาให้ความรู้แลกเปลี่ยนสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศไทยและสถานการณ์โลก ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีการให้ความรู้และแลกเปลี่ยนในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง ขณะที่มีรายงานว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาประชุมร่วมกับทีมที่ปรึกษาฯ ในช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. จากเดิมมีการประชุมกับคณะที่ปรึกษาทุกวันพฤหัสบดี เวลา 10.00 น. แต่วันนี้ได้เลื่อนมาเป็นช่วงบ่าย เพราะนายกรัฐมนตรีเข้าไปตอบกระทู้ที่สภาฯ
    0 Comments 0 Shares 39 Views 0 Reviews
  • คุก 1 ปี ปรับ 1 แสน! “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” โพสต์หมิ่น “สนธิ” ใส่ร้ายม็อบพันธมิตรฯ ค้างค่าเวที-เครื่องเสียงจำคุก 1 ปี ปรับ 1 แสน แต่รอลงอาญา “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” โพสต์คลิปติ๊กต็อก หมิ่นประมาท “สนธิ ลิ้มทองกุล” จัดชุมนุมพันธมิตรฯ ปี 2551 ค้างค่าเช่าเวที เครื่องเสียง โปรเจกเตอร์นับ 10 ล้าน ชี้ ใช้ข้อความว่า “โกง” เจตนาให้เสียหายและเสียชื่อเสียงที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันนี้ (27 ก.พ.) ที่ห้องพิจารณา 808 ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ดำเนินรายการสนธิทอล์ค และอดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาขนเพื่อประชาธิปไตย เป็นโจทก์ฟ้อง นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328, 332, 393 เรียกค่าละเมิด จำนวน 5 ล้านบาทโจทก์ยื่นฟ้องสรุป เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2566 ว่า จำเลยเป็นเจ้าของบัญชีติ๊กต็อก (TikTok ) ชื่อว่า tanaiaun ทนายอั๋น บุรีรัมย์ “คนรุ่นใหม่” ซึ่งเป็นค่าสาธารณะ ประชาชนทั่วไปเข้าชม แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคลิปวีดีโอได้ เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2566 จำเลยได้เผยแพร่คลิปวิดีโอทำนองว่า เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ปี 2551 ตอนที่มีการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ นายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นแกนนำ อีกบทบาทหนึ่ง ก็คือ สนธิ ลิ้มทองกุล ก็มีมูลนิธิที่ชื่อว่า “มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน” ก็มีการจัดรายการร่วมกับพุทธะอิสระ ประเด็นอยู่ตรงที่ว่า มูลนิธิฯ ไม่จ่ายชำระค่าเครื่องเสียง ค่าเวที ค่าโปรเจกเตอร์ การชุมนุมเมื่อปี 2551 คำถามอยู่ที่ว่ามูลนิธิของนายสนธิ ลิ้มทองกุล โกงค่าจ้าง โกงค่าเวที เครื่องเสียง โปรเจกเตอร์ 2 เดือนสุดท้าย เป็นเงินนับ 10 ล้านบาทจริงไหม จริงหรือเปล่า ผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ผมเคยไปเยี่ยมพรรคพวกกันที่ทำเวที เครื่องเสียง โปรเจกเตอร์ให้ นายสนธิ กล้าออกมาสาบานหรือไม่ ว่า มูลนิธิฯ ของเอ็งไม่ได้โกงค่าจ้างเขา ซึ่งเป็นข้อความเท็จ ความจริงแล้วโจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน หรือมูลนิธิบ้านพระอาทิตย์ โจทก์ไม่เคยติดต่อว่าจ้างหรือมีหน้าที่ในการชำระเงินค่าจ้างเวที เครื่องเสียง โปรเจกเตอร์เมื่อปี 2551 การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์เสื่อมเสีย ชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง และใส่ความให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจว่าโจทก์เป็นคนไม่ดี เหตุเกิดทั่วราชอาณาจักร รวมทั้งแขวงจันทรเกษม กทม.ในช่วงเช้าวันนี้ นายภัทรพงศ์ หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ จำเลยมาฟังคำพิพากษา ส่วนโจทก์มอบหมายเสมียนทนายความมาแทนศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้ว เห็นว่า คดีนี้พยานโจทก์เบิกความว่า การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อปี 2551 มีโจทก์เป็นแกนนำ ทำหน้าที่ปราศรัยบนเวทีการชุมนุม ไม่ได้เกี่ยวข้องจ่ายเงินค่าเวที เครื่องเสียง และโปรเจกเตอร์ ซึ่งจะมีผู้ที่รับผิดชอบดูแลในเรื่องดังกล่าว และจะจ่ายเงินค่าจ้างเป็นรายวัน ไม่ปรากฏว่า มีการค้างค่าจ้าง ค่าเวที เครื่องเสียง และโปรเจกเตอร์ แต่อย่างใด รวมทั้งไม่ปรากฏว่ามีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน การที่โจทก์กล่าวข้อความในติ๊กต็อก ว่า มีข้อความว่า โกงค่าจ้าง โกงค่าเวที เป็นการหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา แม้ว่าจะมีคำว่าหรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาข้อความทั้งหมดโดยรวมแล้ว ไม่ได้เพื่อต้องการคำตอบ แต่เป็นข้อความหมิ่นประมาท ข้อต่อสู้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น จำเลยมีความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา มาตรา 328 และ มาตรา 393 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ซึ่งเป็นบทหนักสุด ลงโทษจำคุก 1 ปี และปรับ 1 แสนบาท แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี นอกจากนี้ให้จำเลยลงโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ 360 องศารายวัน เป็นเวลา 7 วัน โดยให้ชำระค่าโฆษณาเอง
    คุก 1 ปี ปรับ 1 แสน! “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” โพสต์หมิ่น “สนธิ” ใส่ร้ายม็อบพันธมิตรฯ ค้างค่าเวที-เครื่องเสียงจำคุก 1 ปี ปรับ 1 แสน แต่รอลงอาญา “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” โพสต์คลิปติ๊กต็อก หมิ่นประมาท “สนธิ ลิ้มทองกุล” จัดชุมนุมพันธมิตรฯ ปี 2551 ค้างค่าเช่าเวที เครื่องเสียง โปรเจกเตอร์นับ 10 ล้าน ชี้ ใช้ข้อความว่า “โกง” เจตนาให้เสียหายและเสียชื่อเสียงที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันนี้ (27 ก.พ.) ที่ห้องพิจารณา 808 ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ดำเนินรายการสนธิทอล์ค และอดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาขนเพื่อประชาธิปไตย เป็นโจทก์ฟ้อง นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328, 332, 393 เรียกค่าละเมิด จำนวน 5 ล้านบาทโจทก์ยื่นฟ้องสรุป เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2566 ว่า จำเลยเป็นเจ้าของบัญชีติ๊กต็อก (TikTok ) ชื่อว่า tanaiaun ทนายอั๋น บุรีรัมย์ “คนรุ่นใหม่” ซึ่งเป็นค่าสาธารณะ ประชาชนทั่วไปเข้าชม แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคลิปวีดีโอได้ เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2566 จำเลยได้เผยแพร่คลิปวิดีโอทำนองว่า เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ปี 2551 ตอนที่มีการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ นายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นแกนนำ อีกบทบาทหนึ่ง ก็คือ สนธิ ลิ้มทองกุล ก็มีมูลนิธิที่ชื่อว่า “มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน” ก็มีการจัดรายการร่วมกับพุทธะอิสระ ประเด็นอยู่ตรงที่ว่า มูลนิธิฯ ไม่จ่ายชำระค่าเครื่องเสียง ค่าเวที ค่าโปรเจกเตอร์ การชุมนุมเมื่อปี 2551 คำถามอยู่ที่ว่ามูลนิธิของนายสนธิ ลิ้มทองกุล โกงค่าจ้าง โกงค่าเวที เครื่องเสียง โปรเจกเตอร์ 2 เดือนสุดท้าย เป็นเงินนับ 10 ล้านบาทจริงไหม จริงหรือเปล่า ผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ผมเคยไปเยี่ยมพรรคพวกกันที่ทำเวที เครื่องเสียง โปรเจกเตอร์ให้ นายสนธิ กล้าออกมาสาบานหรือไม่ ว่า มูลนิธิฯ ของเอ็งไม่ได้โกงค่าจ้างเขา ซึ่งเป็นข้อความเท็จ ความจริงแล้วโจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน หรือมูลนิธิบ้านพระอาทิตย์ โจทก์ไม่เคยติดต่อว่าจ้างหรือมีหน้าที่ในการชำระเงินค่าจ้างเวที เครื่องเสียง โปรเจกเตอร์เมื่อปี 2551 การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์เสื่อมเสีย ชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง และใส่ความให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจว่าโจทก์เป็นคนไม่ดี เหตุเกิดทั่วราชอาณาจักร รวมทั้งแขวงจันทรเกษม กทม.ในช่วงเช้าวันนี้ นายภัทรพงศ์ หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ จำเลยมาฟังคำพิพากษา ส่วนโจทก์มอบหมายเสมียนทนายความมาแทนศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้ว เห็นว่า คดีนี้พยานโจทก์เบิกความว่า การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อปี 2551 มีโจทก์เป็นแกนนำ ทำหน้าที่ปราศรัยบนเวทีการชุมนุม ไม่ได้เกี่ยวข้องจ่ายเงินค่าเวที เครื่องเสียง และโปรเจกเตอร์ ซึ่งจะมีผู้ที่รับผิดชอบดูแลในเรื่องดังกล่าว และจะจ่ายเงินค่าจ้างเป็นรายวัน ไม่ปรากฏว่า มีการค้างค่าจ้าง ค่าเวที เครื่องเสียง และโปรเจกเตอร์ แต่อย่างใด รวมทั้งไม่ปรากฏว่ามีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน การที่โจทก์กล่าวข้อความในติ๊กต็อก ว่า มีข้อความว่า โกงค่าจ้าง โกงค่าเวที เป็นการหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา แม้ว่าจะมีคำว่าหรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาข้อความทั้งหมดโดยรวมแล้ว ไม่ได้เพื่อต้องการคำตอบ แต่เป็นข้อความหมิ่นประมาท ข้อต่อสู้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น จำเลยมีความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา มาตรา 328 และ มาตรา 393 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ซึ่งเป็นบทหนักสุด ลงโทษจำคุก 1 ปี และปรับ 1 แสนบาท แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี นอกจากนี้ให้จำเลยลงโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ 360 องศารายวัน เป็นเวลา 7 วัน โดยให้ชำระค่าโฆษณาเอง
    0 Comments 0 Shares 41 Views 0 Reviews
  • ‘จีน แฮกแมน’ นักแสดงฮอลลีวูดรุ่นใหญ่ เสียชีวิตในวัย 95 พร้อมภรรยา

    จีน แฮกแมน (Gene Hackman) นักแสดงรุ่นใหญ่ชาวสหรัฐแห่งวงการฮอลลีวูดวัย 95 ปี ถูกพบเป็นศพเสียชีวิตพร้อมกับนางเบตซี อาราคาวา (Betsy Arakawa) ภรรยาของเขาวัย 63 ปี และสุนัขของทั้งคู่ ที่บ้านพักในเมืองซานตาเฟ รัฐนิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ตามเวลาในสหรัฐ


    อดัน เมนโดซา นายอำเภอซานตาเฟ เคาวน์ตี ยืนยันกับสื่อท้องถิ่นเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ว่าทั้งคู่ถูกพบเป็นศพเสียชีวิตพร้อมกับสุนัขที่บ้าน การตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ไม่พบร่องรอยของความผิดปกติ และไม่ได้ระบุสาเหตุการเสียชีวิตรวมถึงไม่ทราบแน่ชัดว่าแฮกแมนและอาราคาวาเสียชีวิตเมื่อใด โดยบอกว่าตำรวจกำลังอยู่ระหว่างสอบสวนการเสียชีวิตเบื้องต้น

    จีน แฮกแมนโลดแล่นอยู่ในวงการฮอลลีวูดมานานกว่า 60 ปี เคยคว้ารางวัลออสการ์ในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง The French Connection ในปี 1971 และคว้ารางวัลออสการ์อีกสมัยในสาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง Unforgiven ปี 1992 ที่เล่นร่วมกับคลินต์ อีสต์วูด นักแสดงรุ่นใหญ่อีกคนแห่งวงการฮอลลีวูด


    จีน แฮกแมน ปรากฎตัวในภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายคือ Welcome to Mooseport ปี 2004 ก่อนที่จะอำลาการแสดงไปในเวลาต่อมา
    ‘จีน แฮกแมน’ นักแสดงฮอลลีวูดรุ่นใหญ่ เสียชีวิตในวัย 95 พร้อมภรรยา จีน แฮกแมน (Gene Hackman) นักแสดงรุ่นใหญ่ชาวสหรัฐแห่งวงการฮอลลีวูดวัย 95 ปี ถูกพบเป็นศพเสียชีวิตพร้อมกับนางเบตซี อาราคาวา (Betsy Arakawa) ภรรยาของเขาวัย 63 ปี และสุนัขของทั้งคู่ ที่บ้านพักในเมืองซานตาเฟ รัฐนิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ตามเวลาในสหรัฐ อดัน เมนโดซา นายอำเภอซานตาเฟ เคาวน์ตี ยืนยันกับสื่อท้องถิ่นเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ว่าทั้งคู่ถูกพบเป็นศพเสียชีวิตพร้อมกับสุนัขที่บ้าน การตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ไม่พบร่องรอยของความผิดปกติ และไม่ได้ระบุสาเหตุการเสียชีวิตรวมถึงไม่ทราบแน่ชัดว่าแฮกแมนและอาราคาวาเสียชีวิตเมื่อใด โดยบอกว่าตำรวจกำลังอยู่ระหว่างสอบสวนการเสียชีวิตเบื้องต้น จีน แฮกแมนโลดแล่นอยู่ในวงการฮอลลีวูดมานานกว่า 60 ปี เคยคว้ารางวัลออสการ์ในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง The French Connection ในปี 1971 และคว้ารางวัลออสการ์อีกสมัยในสาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง Unforgiven ปี 1992 ที่เล่นร่วมกับคลินต์ อีสต์วูด นักแสดงรุ่นใหญ่อีกคนแห่งวงการฮอลลีวูด จีน แฮกแมน ปรากฎตัวในภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายคือ Welcome to Mooseport ปี 2004 ก่อนที่จะอำลาการแสดงไปในเวลาต่อมา
    Sad
    1
    0 Comments 0 Shares 83 Views 0 Reviews
  • 0 Comments 0 Shares 37 Views 0 Reviews
  • กองทัพเรือ ร่วมฝ่ายปกครอง ตำรวจ เปิดยุทธการทวงคืนแผ่นดินพระราชา แจ้งความบันทึกการบุกรุกแผ้วถางพื้นที่และขุดดินสร้างบ้านในพื้นที่หวงห้าม ภูเขา ปริมณฑลเขาในเขตที่ดินทรงสงวนและเขตปลอดภัยในราชการทหาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รวม2จุด

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000019450

    #News1feed #News1 #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes
    กองทัพเรือ ร่วมฝ่ายปกครอง ตำรวจ เปิดยุทธการทวงคืนแผ่นดินพระราชา แจ้งความบันทึกการบุกรุกแผ้วถางพื้นที่และขุดดินสร้างบ้านในพื้นที่หวงห้าม ภูเขา ปริมณฑลเขาในเขตที่ดินทรงสงวนและเขตปลอดภัยในราชการทหาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รวม2จุด อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000019450 #News1feed #News1 #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes
    Like
    3
    0 Comments 0 Shares 181 Views 0 Reviews
  • 0 Comments 0 Shares 26 Views 0 Reviews
  • 0 Comments 0 Shares 28 Views 0 Reviews
  • เอาให้หนักพวกมักง่าย………..โซเชียลสวดยับ! เรือภัตตาคาร พนักงานระดมทิ้งขยะลงแม่น้ำเจ้าพระยา โดยผู้โพสต์คลิประบุ "เพื่อนเปิดร้านริมแม่น้ำเจ้าพระยาค่ะ แล้วเพื่อนเราเห็นว่าเรือครูซบริษัทนี้มาทิ้งขยะหน้าร้านทุกวัน พอทางเรือครูซเห็นว่าทางร้านเห็น ก็เลยย้ายไปทิ้งด้านหลังเรือที่จอดไว้หน้าร้านแทนค่ะ นี่เพื่อนต้องแอบไปถ่ายมาถึงจะได้คลิปนี้"
    .
    ขณะที่ทางเพจเฟซบุ๊กของบริษัทเรือลำนี้ยังคงนิ่งเงียบไร้การชี้แจงใดๆ ท่ามกลางกระแสทัวร์ลงฉ่ำ ขณะที่ทีมข่าวพยายามติดต่อผ่านเบอร์บนหน้าเว็บไซต์บริษัท ทางปลายสายบอกเป็นแค่ตัวแทนจำหน่าย และให้ติดต่อไปอีกเบอร์หนึ่ง แต่ก็ไม่มีผู้รับสายแต่อย่างใด
    .
    ทั้งนี้ประกาศกรมเจ้าท่า ที่ 157/2563 ระบุไว้ว่า ห้ามเท ทิ้งขยะมูลฝอย น้ำมันหรือเคมีภัณฑ์ สิ่งของหรือสิ่งปฏิกูลใดๆ ลงในแหล่งน้ำสาธารณะหรือทะเลภายในน้ำน่านน้ำไทย ผู้ฝ่าฝืนกระทำความผิดต้องรับโทษจำคุก ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ และชดใช้เงินค่าใช้จ่ายในการบำบัดหรือขจัดมลพิษทางน้ำที่เกิดขึ้นในอัตราสูงสุดตามกฎหมาย
    .
    #เรือภัตตาคาร #แม่น้ำเจ้าพระยา #ทิ้งขยะ #สำนักข่าววันนิวส์
    เอาให้หนักพวกมักง่าย………..โซเชียลสวดยับ! เรือภัตตาคาร พนักงานระดมทิ้งขยะลงแม่น้ำเจ้าพระยา โดยผู้โพสต์คลิประบุ "เพื่อนเปิดร้านริมแม่น้ำเจ้าพระยาค่ะ แล้วเพื่อนเราเห็นว่าเรือครูซบริษัทนี้มาทิ้งขยะหน้าร้านทุกวัน พอทางเรือครูซเห็นว่าทางร้านเห็น ก็เลยย้ายไปทิ้งด้านหลังเรือที่จอดไว้หน้าร้านแทนค่ะ นี่เพื่อนต้องแอบไปถ่ายมาถึงจะได้คลิปนี้" . ขณะที่ทางเพจเฟซบุ๊กของบริษัทเรือลำนี้ยังคงนิ่งเงียบไร้การชี้แจงใดๆ ท่ามกลางกระแสทัวร์ลงฉ่ำ ขณะที่ทีมข่าวพยายามติดต่อผ่านเบอร์บนหน้าเว็บไซต์บริษัท ทางปลายสายบอกเป็นแค่ตัวแทนจำหน่าย และให้ติดต่อไปอีกเบอร์หนึ่ง แต่ก็ไม่มีผู้รับสายแต่อย่างใด . ทั้งนี้ประกาศกรมเจ้าท่า ที่ 157/2563 ระบุไว้ว่า ห้ามเท ทิ้งขยะมูลฝอย น้ำมันหรือเคมีภัณฑ์ สิ่งของหรือสิ่งปฏิกูลใดๆ ลงในแหล่งน้ำสาธารณะหรือทะเลภายในน้ำน่านน้ำไทย ผู้ฝ่าฝืนกระทำความผิดต้องรับโทษจำคุก ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ และชดใช้เงินค่าใช้จ่ายในการบำบัดหรือขจัดมลพิษทางน้ำที่เกิดขึ้นในอัตราสูงสุดตามกฎหมาย . #เรือภัตตาคาร #แม่น้ำเจ้าพระยา #ทิ้งขยะ #สำนักข่าววันนิวส์
    0 Comments 0 Shares 37 Views 0 Reviews
  • 0 Comments 0 Shares 30 Views 0 Reviews
  • 1 Comments 0 Shares 55 Views 0 0 Reviews
  • ต่อเนื่องจากโพสต์เมื่อวาน หลังจากลองจับยาม เดาว่า ลูกดวงที่นัดมาดูดวงตอน 22.00 น. "จะมีข่าวดีจากผู้ใหญ่"
    .
    พอถึงเวลานัดเปิดไพ่พรหมญาณ และกราฟชีวิต เลข๗ตัว ลูกดวงแจ้งว่า มีผู้ใหญ่ 2 ท่าน เรียกตัวให้ไปลองสัมภาษณ์งาน ซึ่งเราก็ ว้าวเลย! เดาถูกด้วย
    แต่ก็บอกให้ลูกดวงลอง Present เรื่องเงินเดือน ให้ดี เพราะดูจากไพ่แล้วน่าจะต่อรองลงมาเยอะอยู่
    .
    เมื่อจบการพยากรณ์ก็นำค่าบูชาครูแบ่งมาทำบุญให้ลูกดวงทุกครั้ง

    #ใดใดในโลกล้วนสายมู #พรหมญาณอ่านไพ่ #ไพ่พรหมญาณ #กราฟชีวิต #เลข๗ตัว #กาลชะตา
    ต่อเนื่องจากโพสต์เมื่อวาน หลังจากลองจับยาม เดาว่า ลูกดวงที่นัดมาดูดวงตอน 22.00 น. "จะมีข่าวดีจากผู้ใหญ่" . พอถึงเวลานัดเปิดไพ่พรหมญาณ และกราฟชีวิต เลข๗ตัว ลูกดวงแจ้งว่า มีผู้ใหญ่ 2 ท่าน เรียกตัวให้ไปลองสัมภาษณ์งาน ซึ่งเราก็ ว้าวเลย! เดาถูกด้วย แต่ก็บอกให้ลูกดวงลอง Present เรื่องเงินเดือน ให้ดี เพราะดูจากไพ่แล้วน่าจะต่อรองลงมาเยอะอยู่ . เมื่อจบการพยากรณ์ก็นำค่าบูชาครูแบ่งมาทำบุญให้ลูกดวงทุกครั้ง #ใดใดในโลกล้วนสายมู #พรหมญาณอ่านไพ่ #ไพ่พรหมญาณ #กราฟชีวิต #เลข๗ตัว #กาลชะตา
    0 Comments 0 Shares 34 Views 0 Reviews
  • สว. ยื่น ปธ.วุฒิฯ ส่งต่อ ป.ป.ช. สอบ “ทวี-อธ.ดีเอสไอ” ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ “ฉัตรวรรษ” ถามกลับ “บอร์ด คกก.คดีพิเศษ” ไม่กล้าลงมติเพราะ “ฮั้ว” ไม่เสร็จหรือ กล่าวหาแรง “ล้มล้างการปกครอง” กระทำการขัด รธน. “มงคล” ตอบห้วน เป็นเรื่องอนาคต-เป็นสิทธิ

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000019485

    #News1feed #News1 #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes
    สว. ยื่น ปธ.วุฒิฯ ส่งต่อ ป.ป.ช. สอบ “ทวี-อธ.ดีเอสไอ” ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ “ฉัตรวรรษ” ถามกลับ “บอร์ด คกก.คดีพิเศษ” ไม่กล้าลงมติเพราะ “ฮั้ว” ไม่เสร็จหรือ กล่าวหาแรง “ล้มล้างการปกครอง” กระทำการขัด รธน. “มงคล” ตอบห้วน เป็นเรื่องอนาคต-เป็นสิทธิ อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000019485 #News1feed #News1 #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 150 Views 0 Reviews
  • สว. ยื่น ปธ.วุฒิฯ ส่งต่อ ป.ป.ช. สอบ “ทวี-อธ.ดีเอสไอ” ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ “ฉัตรวรรษ” ถามกลับ “บอร์ด คกก.คดีพิเศษ” ไม่กล้าลงมติเพราะ “ฮั้ว” ไม่เสร็จหรือ กล่าวหาแรง “ล้มล้างการปกครอง” กระทำการขัด รธน. “มงคล” ตอบห้วน เป็นเรื่องอนาคต-เป็นสิทธิ

    วันที่ (27 ก.พ. 2568) เมื่อเวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา สมาชิกวุฒิสภานำโดย พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. ในฐานะประธานกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญและสมาชิกวุฒิสภา เข้ายื่นหนังสือ ต่อนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เพื่อบรรจุญัตติให้วุฒิสภาพิจารณาปัญหาด้านกระบวนการยุติธรรม และการบังคับใช้กฎหมายของกระทรวงยุติธรรม พร้อมขอให้ประธานวุฒิสภายื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบและฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม

    โดย พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเพื่อน สว.เห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและอธิบดีดีเอสไอ ปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ และมีความเห็นว่าควรดำเนินการสอบสวนพิจารณาในส่วนที่เรากล่าวหา จากการเลื่อนการพิจารณาของบอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) เรื่องการได้มาซึ่ง สว.เป็นอั้งยี่ซ่องโจรและผิดกฎหมายฟอกเงิน โดยอ้างว่ารอการพิจารณาของบอร์ดกลั่นกรอง รอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาชี้แจง ซึ่งจะมาหรือไม่ ไม่มีปัญหา แต่ตนมองว่าข้อกล่าวหาไม่มีอะไรชัดเจนเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่ระบุว่ามีพยานหลักฐาน สามารถยืนยันได้ ตนอยากถามกลับว่าที่บอร์ดไม่กล้าลงมติเป็นเพราะยังฮั้วกันไม่เสร็จหรือไม่ หากดูตามภาพข่าวมีบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องไปนั่งควบคุมการพิจารณาของบอร์ด ตนมองว่าการดำเนินการทั้งหมดนั้นเป็นการจงใจ กลั่นแกล้งวุฒิสภา ซึ่งเป็นเสาหลักในการบริหารบ้านเมืองที่ได้มาตามรัฐธรรมนูญเสียหาย แต่ทำไมดีเอสไอถึงบังคับใช้แค่กฎหมายอาญาและ พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้อง ถึงได้ดำเนินการข้ามแดน ตนมองว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ถึงขั้นล้มล้างการปกครอง

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม https://mgronline.com/politics/detail/9680000019485

    #MGROnline #สมาชิกวุฒิสภา
    สว. ยื่น ปธ.วุฒิฯ ส่งต่อ ป.ป.ช. สอบ “ทวี-อธ.ดีเอสไอ” ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ “ฉัตรวรรษ” ถามกลับ “บอร์ด คกก.คดีพิเศษ” ไม่กล้าลงมติเพราะ “ฮั้ว” ไม่เสร็จหรือ กล่าวหาแรง “ล้มล้างการปกครอง” กระทำการขัด รธน. “มงคล” ตอบห้วน เป็นเรื่องอนาคต-เป็นสิทธิ • วันที่ (27 ก.พ. 2568) เมื่อเวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา สมาชิกวุฒิสภานำโดย พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. ในฐานะประธานกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญและสมาชิกวุฒิสภา เข้ายื่นหนังสือ ต่อนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เพื่อบรรจุญัตติให้วุฒิสภาพิจารณาปัญหาด้านกระบวนการยุติธรรม และการบังคับใช้กฎหมายของกระทรวงยุติธรรม พร้อมขอให้ประธานวุฒิสภายื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบและฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม • โดย พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเพื่อน สว.เห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและอธิบดีดีเอสไอ ปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ และมีความเห็นว่าควรดำเนินการสอบสวนพิจารณาในส่วนที่เรากล่าวหา จากการเลื่อนการพิจารณาของบอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) เรื่องการได้มาซึ่ง สว.เป็นอั้งยี่ซ่องโจรและผิดกฎหมายฟอกเงิน โดยอ้างว่ารอการพิจารณาของบอร์ดกลั่นกรอง รอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาชี้แจง ซึ่งจะมาหรือไม่ ไม่มีปัญหา แต่ตนมองว่าข้อกล่าวหาไม่มีอะไรชัดเจนเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่ระบุว่ามีพยานหลักฐาน สามารถยืนยันได้ ตนอยากถามกลับว่าที่บอร์ดไม่กล้าลงมติเป็นเพราะยังฮั้วกันไม่เสร็จหรือไม่ หากดูตามภาพข่าวมีบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องไปนั่งควบคุมการพิจารณาของบอร์ด ตนมองว่าการดำเนินการทั้งหมดนั้นเป็นการจงใจ กลั่นแกล้งวุฒิสภา ซึ่งเป็นเสาหลักในการบริหารบ้านเมืองที่ได้มาตามรัฐธรรมนูญเสียหาย แต่ทำไมดีเอสไอถึงบังคับใช้แค่กฎหมายอาญาและ พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้อง ถึงได้ดำเนินการข้ามแดน ตนมองว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ถึงขั้นล้มล้างการปกครอง • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม https://mgronline.com/politics/detail/9680000019485 • #MGROnline #สมาชิกวุฒิสภา
    0 Comments 0 Shares 42 Views 0 Reviews
  • ผบ.ตร.ยังไม่ได้รับผลสอบวินัย "บิ๊กโจ๊ก" จากกองวินัย ย้ำต้องพิจารณารอบคอบ ส่วนกรณีมีผู้ร้องให้สอบในฐานะพยานเพิ่ม เป็นหน้าที่กองวินัยจะพิจารณา

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000019504

    #News1feed #News1 #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes
    ผบ.ตร.ยังไม่ได้รับผลสอบวินัย "บิ๊กโจ๊ก" จากกองวินัย ย้ำต้องพิจารณารอบคอบ ส่วนกรณีมีผู้ร้องให้สอบในฐานะพยานเพิ่ม เป็นหน้าที่กองวินัยจะพิจารณา อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000019504 #News1feed #News1 #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes
    Like
    Angry
    2
    0 Comments 0 Shares 149 Views 0 Reviews
  • #ตาก – กองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) เปิดฉากส่งโดรมถล่ม-ปะทะทหารเมียนมา อีกระลอก..กระทบชาวพม่าต้องหนีตายข้ามแดนเข้าท่าสองยางแล้วกว่า 100 ชีวิต ขณะที่ทัพอากาศไทยต้องส่ง F-16 บินลาดตระเวน

    วันนี้(27 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) ได้ใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ทิ้งระเบิด และนำกำลังเข้าโจมตีทหารเมียนมา กองพันทหารราบที่พัน.31 กองทัพภาคตะวันออกเฉียงใต้ ฐานปฏิบัติการปูลู่ตู่/เนิน 1248 อ.แลงปอย จ.ผาอัน รัฐกะเหรี่ยง ด้านตรงข้ามบ้านตะละออกา หมู่ที่ 6 ต.แม่อุสุ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ห่างจากแนวชายแดนประมาณ 1 กิโลเมตร

    ต่อมาทหารเมียนมาก็ใช้อากาศยานหรือเครื่องบิน (แบบ YAK-130) จำนวน 1 ลำ ทิ้งระเบิด จำนวน 3 ลูก โจมตี กกล.KNLA บริเวณพื้นที่โดยรอบ ฐานฯ ปูลู่ตู่/เนิน 1248 ที่ฝ่ายกะเหรี่ยงปิดล้อมไว้ ทำให้ทหารกะเหรี่ยงล่าถอยออกจากพื้นที่รอบฐานทหารเมียนมา

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม https://mgronline.com/local/detail/9680000019480

    #MGROnline #ตาก #กองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง #KNLA
    #ตาก – กองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) เปิดฉากส่งโดรมถล่ม-ปะทะทหารเมียนมา อีกระลอก..กระทบชาวพม่าต้องหนีตายข้ามแดนเข้าท่าสองยางแล้วกว่า 100 ชีวิต ขณะที่ทัพอากาศไทยต้องส่ง F-16 บินลาดตระเวน • วันนี้(27 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) ได้ใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ทิ้งระเบิด และนำกำลังเข้าโจมตีทหารเมียนมา กองพันทหารราบที่พัน.31 กองทัพภาคตะวันออกเฉียงใต้ ฐานปฏิบัติการปูลู่ตู่/เนิน 1248 อ.แลงปอย จ.ผาอัน รัฐกะเหรี่ยง ด้านตรงข้ามบ้านตะละออกา หมู่ที่ 6 ต.แม่อุสุ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ห่างจากแนวชายแดนประมาณ 1 กิโลเมตร • ต่อมาทหารเมียนมาก็ใช้อากาศยานหรือเครื่องบิน (แบบ YAK-130) จำนวน 1 ลำ ทิ้งระเบิด จำนวน 3 ลูก โจมตี กกล.KNLA บริเวณพื้นที่โดยรอบ ฐานฯ ปูลู่ตู่/เนิน 1248 ที่ฝ่ายกะเหรี่ยงปิดล้อมไว้ ทำให้ทหารกะเหรี่ยงล่าถอยออกจากพื้นที่รอบฐานทหารเมียนมา • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม https://mgronline.com/local/detail/9680000019480 • #MGROnline #ตาก #กองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง #KNLA
    0 Comments 0 Shares 44 Views 0 Reviews
  • "อิ๊งค์" ตอบกระทู้ครั้งแรก ร่ายงานปราบแก๊งคอล : [NEWS UPDATE]

    น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตอบกระทู้ถามต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรด้วยตนเองครั้งแรกตั้งแต่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แจกแจงผลการแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เตรียมลงพื้นที่ จ.สระแก้ว ติดตามสิ่งที่สั่งการ คิดว่าได้ผลจากก่อนหน้านี้เกิดความเสียหายกว่า 100 ล้านบาทต่อวัน ลดเหลือ 50 ล้านบาทต่อวัน ขอทุกคนมั่นใจ ไม่ว่าใครตำแหน่งสูงใหญ่แค่ไหน หากทำผิดจะจัดการอย่างเด็ดขาด ทั้งเรื่องคอลเซ็นเตอร์และยาเสพติด รัฐบาลไม่จบไม่เลิกแน่นอน จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ออกจากห้องประชุมสภา ในระหว่างเข้าสู่วาระกระทู้ถามทั่วไป


    ข้องใจนายกชิ่งฝ่ายค้าน

    ล็อคเป้าซักฟอกนายก

    เรื่องความมั่นคงไม่พูดเยอะ

    ดึงอุปทานออกจากตลาด
    "อิ๊งค์" ตอบกระทู้ครั้งแรก ร่ายงานปราบแก๊งคอล : [NEWS UPDATE] น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตอบกระทู้ถามต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรด้วยตนเองครั้งแรกตั้งแต่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แจกแจงผลการแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เตรียมลงพื้นที่ จ.สระแก้ว ติดตามสิ่งที่สั่งการ คิดว่าได้ผลจากก่อนหน้านี้เกิดความเสียหายกว่า 100 ล้านบาทต่อวัน ลดเหลือ 50 ล้านบาทต่อวัน ขอทุกคนมั่นใจ ไม่ว่าใครตำแหน่งสูงใหญ่แค่ไหน หากทำผิดจะจัดการอย่างเด็ดขาด ทั้งเรื่องคอลเซ็นเตอร์และยาเสพติด รัฐบาลไม่จบไม่เลิกแน่นอน จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ออกจากห้องประชุมสภา ในระหว่างเข้าสู่วาระกระทู้ถามทั่วไป ข้องใจนายกชิ่งฝ่ายค้าน ล็อคเป้าซักฟอกนายก เรื่องความมั่นคงไม่พูดเยอะ ดึงอุปทานออกจากตลาด
    Haha
    2
    0 Comments 0 Shares 156 Views 22 0 Reviews
  • เสียงทหารรับจ้างต่างชาติที่ใช้ภาษาอังกฤษ ร้องด้วยความเจ็บปวด หลังจากโดนโจมตีจากรัสเซีย
    ไม่แน่ชัดว่าเป็นทหารชาติไหน แต่อาจได้ไปชาติหน้าเร็วๆนี้
    เสียงทหารรับจ้างต่างชาติที่ใช้ภาษาอังกฤษ ร้องด้วยความเจ็บปวด หลังจากโดนโจมตีจากรัสเซีย ไม่แน่ชัดว่าเป็นทหารชาติไหน แต่อาจได้ไปชาติหน้าเร็วๆนี้
    0 Comments 0 Shares 75 Views 16 0 Reviews
  • 27/2/68

    ประวัติอ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์

    https://youtu.be/ptET6EOeFwo?si=F24iH5N_QJ1sO4-O

    ประวัติ

    เกิด 12 สิงหาคม พ.ศ. 2513 (54ปี) กรุงเทพมหานคร ถิ่นพำนัก กรุงเทพมหานคร สัญชาติไทย

    ประวัติการศึกษา

    โรงเรียนอัสสัมชัญ รุ่น 103
    พ.ศ. 2536 : ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
    พ.ศ. 2539 : ปริญญาโท บริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
    อาชีพ
    นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และ ผู้จัดรายการ

    ปีปฏิบัติงาน

    พ.ศ. 2519 - 2550 : เป็นที่รู้จักจากแกนนำกลุ่ม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รุ่นที่ 2
    โฆษกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยการขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

    พ.ศ. 2549 : การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พ.ศ. 2551
    ศาสนา : ศาสนาพุทธ

    บิดามารดา
    นายเจริญ และ นางสุจิตรา พัวพงษ์พันธ์

    ญาติ
    พรรคความหวังใหม่
    โฆษกและแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รุ่นที่ 2
    สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี และ เอเอสทีวีผู้จัดการรายวัน
    ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต[1][2]อดีตผู้จัดรายการ "ยามเฝ้าแผ่นดิน" และคอลัมนิสต์ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ เกิดวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2513 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรของ นายเจริญ และนางสุจิตรา พัวพงษ์พันธ์ บิดาเป็นคนไทยเชื้อสายจีนไหหลำ และมารดาเป็นคนไทยเชื้อสายจีนแต้จิ๋ว นามสกุล "พัวพงษ์พันธ์" ตั้งให้สอดคล้องกับแซ่ "พัว" ของตระกูลนั่นเอง

    ประวัติชีวิต

    นายปานเทพเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนอัสสัมชัญ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และระดับปริญญาโทบริหารธุรกิจ สาขา การเงินการจัดการ จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นสมาชิกเครือข่ายสันติอโศกโดยมีถูกวางบทบาทในด้านสุขภาพ การเมือง และอื่นๆ

    เมื่อกลับมาเมืองไทยได้เข้าทำงานกับองค์กรภาคเอกชน โดยเข้าไปเป็นผู้บริหารดูด้านการเงิน และการก่อสร้างอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนที่ประเทศไทยจะประสบกับวิกฤติเศรษฐกิจ เมื่อปี พ.ศ. 2540

    ประวัติทางการเมือง

    ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ เข้าสู่วงการเมือง โดยมีผู้แนะนำให้รู้จักกับ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ในปี พ.ศ. 2541 โดยเข้าไปช่วยงานในพรรคความหวังใหม่ ขณะที่มีอายุ 28 ปี กระทั่งได้เป็นกรรมการบริหารพรรค เคยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคความหวังใหม่[3] และมีตำแหน่งสุดท้ายเป็นรองโฆษกพรรคความหวังใหม่ ในปี พ.ศ. 2544 ก่อนที่จะไปดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการองค์การฟอกหนัง ด้วยวัย 31 ปี ซึ่งถือว่าเป็นผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ ที่อายุน้อยที่สุดในประเทศไทย

    เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ได้ยุบพรรคความหวังใหม่ รวมกับพรรคไทยรักไทย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ได้เป็นทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจในช่วง รัฐบาลทักษิณ 1 โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจภาคใต้ ก่อนที่จะถอนตัวในเวลาต่อมาด้วยความเห็นที่ไม่ตรงกัน และหลังจากนั้นยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับรัฐบาลทักษิณมาโดยตลอด โดยชื่อของ ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โด่งดังอีกครั้ง เมื่อออกหนังสือชื่อ "บันทึกลับ ๒๕๔o" โดยมีเนื้อหาชี้แจงถึงปัญหาเศรษฐกิจในช่วงที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ถูกโจมตีว่าเป็นผู้ก่อให้เกิดวิกฤต

    ปานเทพ พัวพงษ์พันธุ์ ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐบาลมาโดยตลอด เช่น การเขียนคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐชื่อ "วิสัยทัศน์เศรษฐกิจ" รวมไปถึงเคยจัดรายการโทรทัศน์ทาง UBC ช่อง 7 ร่วมกับดุสิต ศิริวรรณ ด้วยอยู่ช่วงหนึ่ง ในชื่อรายการ "โต๊ะข่าวเช้านี้"

    ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548 ปานเทพ ได้เข้าไปทำงานในเครือผู้จัดการ ของสนธิ ลิ้มทองกุล และได้ทำรายการในเอเอสทีวี (ASTV) คือรายการ "ยามเฝ้าแผ่นดิน" ในช่วงเวลา 20:30น.- 21:30น. ทุกวันจันทร์ ถึง ศุกร์ และเขียนคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการอีกด้วย ซึ่งยังทำมาจนถึงปัจจุบัน

    ในการขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในปี พ.ศ. 2549 ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ทำหน้าที่เป็นโฆษกบนเวที และในการขับไล่ รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พ.ศ. 2551 ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ยังคงทำหน้าที่เป็นโฆษกบนเวทีอย่างต่อเนื่อง

    นอกเหนือจากรายการที่ เอเอสทีวี แล้ว ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ยังมีรายการ "เวทีเสรี" ที่อออกอากาศ ช่วง 21.00 - 22.00 น. ทาง ทีทีวี ช่อง เอ็มวี1 ด้วย โดยเป็นวิทยากรประจำวันอังคาร ซึ่งปัจจุบันไม่ได้ออกอากาศแล้ว

    ได้รับแต่งตั้งให้เป็นโฆษกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และเป็นนักวิชาการบนเวทีที่พูดในประเด็นกรณีเขาพระวิหาร เมื่อการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ชื่อการชุมนุมรวมพลังปกป้องแผ่นดิน พ.ศ. 2554 คู่กับเทพมนตรี ลิมปพยอม

    ในวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2555 ปานเทพได้รับการแต่งตั้งให้เป็นแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รุ่นที่ 2 พร้อมกับ ประพันธ์ คูณมี

    และเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2555 ปานเทพได้ ให้ข้อมูลกับสำนักข่าว เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ ว่าอเมริกามีโครงการ H.A.A.R.P. เป็นการยิงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไปที่ชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์ แล้วสะท้อนกลับมายังผิวโลก ทำให้เกิดภัยธรรมชาติต่างๆ ในพื้นที่ตามที่ต้องการได้ เพื่อใช้เป็นอาวุธกำจัดศัตรูแบบใหม่

    ผลงานหนังสือ

    บันทึกลับ 2540
    ประเทศไทยได้รับบทเรียนอะไรจากการปิด 56 สถาบันการเงินเป็นการถาวร
    ผ่าทางตันแปรรูปรัฐวิสาหกิจ กฟผ.
    บทเรียนขายหุ้นชินคอร์ป ระเบียบ ก.ล.ต. -ภาษี-จริยธรรม
    สงครามจิตวิทยาราคาน้ำมัน
    มหกรรมผลประโยชน์ทับซ้อน
    33 ประเด็นถาม-ตอบ ราชอาณาจักรไทยกำลังจะเสียดินแดน
    คำเตือนสุดท้าย ราชอาณาจักรไทยกำลังจะเสียดินแดน
    cr: http://www.cannhealth.in.th
    : บ้านคนดัง Celebrity Homes 4
    27/2/68 ประวัติอ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ https://youtu.be/ptET6EOeFwo?si=F24iH5N_QJ1sO4-O ประวัติ เกิด 12 สิงหาคม พ.ศ. 2513 (54ปี) กรุงเทพมหานคร ถิ่นพำนัก กรุงเทพมหานคร สัญชาติไทย ประวัติการศึกษา โรงเรียนอัสสัมชัญ รุ่น 103 พ.ศ. 2536 : ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พ.ศ. 2539 : ปริญญาโท บริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา อาชีพ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และ ผู้จัดรายการ ปีปฏิบัติงาน พ.ศ. 2519 - 2550 : เป็นที่รู้จักจากแกนนำกลุ่ม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รุ่นที่ 2 โฆษกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยการขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พ.ศ. 2549 : การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พ.ศ. 2551 ศาสนา : ศาสนาพุทธ บิดามารดา นายเจริญ และ นางสุจิตรา พัวพงษ์พันธ์ ญาติ พรรคความหวังใหม่ โฆษกและแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รุ่นที่ 2 สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี และ เอเอสทีวีผู้จัดการรายวัน ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต[1][2]อดีตผู้จัดรายการ "ยามเฝ้าแผ่นดิน" และคอลัมนิสต์ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ เกิดวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2513 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรของ นายเจริญ และนางสุจิตรา พัวพงษ์พันธ์ บิดาเป็นคนไทยเชื้อสายจีนไหหลำ และมารดาเป็นคนไทยเชื้อสายจีนแต้จิ๋ว นามสกุล "พัวพงษ์พันธ์" ตั้งให้สอดคล้องกับแซ่ "พัว" ของตระกูลนั่นเอง ประวัติชีวิต นายปานเทพเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนอัสสัมชัญ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และระดับปริญญาโทบริหารธุรกิจ สาขา การเงินการจัดการ จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นสมาชิกเครือข่ายสันติอโศกโดยมีถูกวางบทบาทในด้านสุขภาพ การเมือง และอื่นๆ เมื่อกลับมาเมืองไทยได้เข้าทำงานกับองค์กรภาคเอกชน โดยเข้าไปเป็นผู้บริหารดูด้านการเงิน และการก่อสร้างอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนที่ประเทศไทยจะประสบกับวิกฤติเศรษฐกิจ เมื่อปี พ.ศ. 2540 ประวัติทางการเมือง ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ เข้าสู่วงการเมือง โดยมีผู้แนะนำให้รู้จักกับ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ในปี พ.ศ. 2541 โดยเข้าไปช่วยงานในพรรคความหวังใหม่ ขณะที่มีอายุ 28 ปี กระทั่งได้เป็นกรรมการบริหารพรรค เคยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคความหวังใหม่[3] และมีตำแหน่งสุดท้ายเป็นรองโฆษกพรรคความหวังใหม่ ในปี พ.ศ. 2544 ก่อนที่จะไปดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการองค์การฟอกหนัง ด้วยวัย 31 ปี ซึ่งถือว่าเป็นผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ ที่อายุน้อยที่สุดในประเทศไทย เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ได้ยุบพรรคความหวังใหม่ รวมกับพรรคไทยรักไทย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ได้เป็นทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจในช่วง รัฐบาลทักษิณ 1 โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจภาคใต้ ก่อนที่จะถอนตัวในเวลาต่อมาด้วยความเห็นที่ไม่ตรงกัน และหลังจากนั้นยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับรัฐบาลทักษิณมาโดยตลอด โดยชื่อของ ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โด่งดังอีกครั้ง เมื่อออกหนังสือชื่อ "บันทึกลับ ๒๕๔o" โดยมีเนื้อหาชี้แจงถึงปัญหาเศรษฐกิจในช่วงที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ถูกโจมตีว่าเป็นผู้ก่อให้เกิดวิกฤต ปานเทพ พัวพงษ์พันธุ์ ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐบาลมาโดยตลอด เช่น การเขียนคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐชื่อ "วิสัยทัศน์เศรษฐกิจ" รวมไปถึงเคยจัดรายการโทรทัศน์ทาง UBC ช่อง 7 ร่วมกับดุสิต ศิริวรรณ ด้วยอยู่ช่วงหนึ่ง ในชื่อรายการ "โต๊ะข่าวเช้านี้" ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548 ปานเทพ ได้เข้าไปทำงานในเครือผู้จัดการ ของสนธิ ลิ้มทองกุล และได้ทำรายการในเอเอสทีวี (ASTV) คือรายการ "ยามเฝ้าแผ่นดิน" ในช่วงเวลา 20:30น.- 21:30น. ทุกวันจันทร์ ถึง ศุกร์ และเขียนคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการอีกด้วย ซึ่งยังทำมาจนถึงปัจจุบัน ในการขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในปี พ.ศ. 2549 ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ทำหน้าที่เป็นโฆษกบนเวที และในการขับไล่ รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พ.ศ. 2551 ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ยังคงทำหน้าที่เป็นโฆษกบนเวทีอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากรายการที่ เอเอสทีวี แล้ว ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ยังมีรายการ "เวทีเสรี" ที่อออกอากาศ ช่วง 21.00 - 22.00 น. ทาง ทีทีวี ช่อง เอ็มวี1 ด้วย โดยเป็นวิทยากรประจำวันอังคาร ซึ่งปัจจุบันไม่ได้ออกอากาศแล้ว ได้รับแต่งตั้งให้เป็นโฆษกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และเป็นนักวิชาการบนเวทีที่พูดในประเด็นกรณีเขาพระวิหาร เมื่อการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ชื่อการชุมนุมรวมพลังปกป้องแผ่นดิน พ.ศ. 2554 คู่กับเทพมนตรี ลิมปพยอม ในวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2555 ปานเทพได้รับการแต่งตั้งให้เป็นแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รุ่นที่ 2 พร้อมกับ ประพันธ์ คูณมี และเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2555 ปานเทพได้ ให้ข้อมูลกับสำนักข่าว เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ ว่าอเมริกามีโครงการ H.A.A.R.P. เป็นการยิงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไปที่ชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์ แล้วสะท้อนกลับมายังผิวโลก ทำให้เกิดภัยธรรมชาติต่างๆ ในพื้นที่ตามที่ต้องการได้ เพื่อใช้เป็นอาวุธกำจัดศัตรูแบบใหม่ ผลงานหนังสือ บันทึกลับ 2540 ประเทศไทยได้รับบทเรียนอะไรจากการปิด 56 สถาบันการเงินเป็นการถาวร ผ่าทางตันแปรรูปรัฐวิสาหกิจ กฟผ. บทเรียนขายหุ้นชินคอร์ป ระเบียบ ก.ล.ต. -ภาษี-จริยธรรม สงครามจิตวิทยาราคาน้ำมัน มหกรรมผลประโยชน์ทับซ้อน 33 ประเด็นถาม-ตอบ ราชอาณาจักรไทยกำลังจะเสียดินแดน คำเตือนสุดท้าย ราชอาณาจักรไทยกำลังจะเสียดินแดน cr: http://www.cannhealth.in.th : บ้านคนดัง Celebrity Homes 4
    0 Comments 0 Shares 56 Views 0 Reviews
  • ผบ.ตร.เผยส่งตัว 40 ชาวอุยกูร์ถึงจีนแล้ว หลังทางการจีนการันตีความปลอดภัย ทุกอย่างยึดหลักสิทธิมนุษยชน ย้ำขั้นตอนขนย้ายเป็นไปตามยุทธวิธีเพื่อความปลอดภัย ไม่มีบังคับ พร้อมวางมาตรการรับมือไม่ให้ซ้ำรอยเหตุการณ์อดีต

    วันนี้ (27 ก.พ.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีส่งตัวชาวอุยกูร์ 40 คนกลับไปประเทศจีน ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการร่วมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยมีหนังสือเป็นทางการจากรัฐบาลจีนมารัฐบาลไทย โดยยืนยันว่าชาวอุยกูร์ทั้งหมดที่ส่งกลับมีทั้งหมด 40 คน ส่วนอีก 8 คน เป็นชาวจีนที่ทำผิดกฎหมายในประเทศไทย ซึ่งชาวอุยกูร์ ทั้งหมดถูกจับกุมเมื่อ 11 ปีที่แล้ว และมีการควบคุมตัวอยู่ในความดูแลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมาโดยตลอด

    "ทางการจีนได้ทำหนังสือแสดงความจริงใจและเจตจำนงค์ว่าชาวอุยกูร์ที่ถูกส่งกลับทั้งหมดจะได้รับความปลอดภัย โดยมีคณะกรรมการจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปกำกับดูแล ซึ่งขณะนี้ชาวอุยกูร์ทั้ง 40 คน ได้เดินทางถึงประเทศจีนแล้ว ซึ่งทั้งหมดได้รับการตรวจสุขภาพและเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งทางการจีนรับปากทั้งเรื่องความปลอดภัย ที่อยู่ และให้ญาติมารอรับที่มณฑลซินเจียง โดยหลังจากนี้ก็จะมีวงรอบในการตรวจสอบความเป็นอยู่ของชาวอุยกูร์ทั้งหมดเพื่อความมั่นใจ"ผบ.ตร.กล่าว

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม https://mgronline.com/crime/detail/9680000019514

    #MGROnline #ชาวอุยกูร์ #จีน
    ผบ.ตร.เผยส่งตัว 40 ชาวอุยกูร์ถึงจีนแล้ว หลังทางการจีนการันตีความปลอดภัย ทุกอย่างยึดหลักสิทธิมนุษยชน ย้ำขั้นตอนขนย้ายเป็นไปตามยุทธวิธีเพื่อความปลอดภัย ไม่มีบังคับ พร้อมวางมาตรการรับมือไม่ให้ซ้ำรอยเหตุการณ์อดีต • วันนี้ (27 ก.พ.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีส่งตัวชาวอุยกูร์ 40 คนกลับไปประเทศจีน ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการร่วมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยมีหนังสือเป็นทางการจากรัฐบาลจีนมารัฐบาลไทย โดยยืนยันว่าชาวอุยกูร์ทั้งหมดที่ส่งกลับมีทั้งหมด 40 คน ส่วนอีก 8 คน เป็นชาวจีนที่ทำผิดกฎหมายในประเทศไทย ซึ่งชาวอุยกูร์ ทั้งหมดถูกจับกุมเมื่อ 11 ปีที่แล้ว และมีการควบคุมตัวอยู่ในความดูแลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมาโดยตลอด • "ทางการจีนได้ทำหนังสือแสดงความจริงใจและเจตจำนงค์ว่าชาวอุยกูร์ที่ถูกส่งกลับทั้งหมดจะได้รับความปลอดภัย โดยมีคณะกรรมการจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปกำกับดูแล ซึ่งขณะนี้ชาวอุยกูร์ทั้ง 40 คน ได้เดินทางถึงประเทศจีนแล้ว ซึ่งทั้งหมดได้รับการตรวจสุขภาพและเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งทางการจีนรับปากทั้งเรื่องความปลอดภัย ที่อยู่ และให้ญาติมารอรับที่มณฑลซินเจียง โดยหลังจากนี้ก็จะมีวงรอบในการตรวจสอบความเป็นอยู่ของชาวอุยกูร์ทั้งหมดเพื่อความมั่นใจ"ผบ.ตร.กล่าว • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม https://mgronline.com/crime/detail/9680000019514 • #MGROnline #ชาวอุยกูร์ #จีน
    0 Comments 0 Shares 48 Views 0 Reviews
  • Goodbye sunshine 👋🌄
    #AiImage #IamAmatureAiCreator #ตามหากลุ่มAiCreator
    Goodbye sunshine 👋🌄 #AiImage #IamAmatureAiCreator #ตามหากลุ่มAiCreator
    1 Comments 0 Shares 37 Views 0 Reviews
  • ผบ.ตร.ยังไม่ได้รับผลสอบวินัย "บิ๊กโจ๊ก" จากกองวินัย ย้ำต้องพิจารณารอบคอบ ส่วนกรณีมีผู้ร้องให้สอบในฐานะพยานเพิ่ม เป็นหน้าที่กองวินัยจะพิจารณา

    วันนี้ (27 ก.พ.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ยังไม่ได้รับผลสอบวินัยร้ายแรง จากกองวินัย กรณีของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีต รอง ผบ.ตร. แต่อย่างใด ย้ำว่าทุกอย่าง ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ดังนั้น เมื่อคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ส่งสำนวนให้กับทางกองวินัยแล้ว ก็เป็นเรื่องของกองวินัย ที่จะต้องพิจารณาตรวจสอบกระบวนการต่างๆ ของคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ว่าทำถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ โดยต้องดูทั้งเรื่องการสอบสวนพยานต่างๆ ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเป็นหน้าที่ของกองวินัยที่จะต้องดำเนินการก่อนเสนอมาที่ตนเอง ซึ่งจะต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน

    ส่วนกรณีมีบุคคลอ้างว่ามีข้อมูล พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ถูกกลั่นแกล้งนั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ถ้าคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง มีการเสนอเรื่องมาที่กองวินัยแล้วนั่นหมายถึงกระบวนการสอบสวน ได้เสร็จสิ้นแล้ว การจะสอบเพิ่มหรือไม่สอบเพิ่ม ก็เป็นเรื่องของกองวินัย ที่จะต้องพิจารณา ว่าเป็นประเด็นที่มีความจำเป็น จะต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนหรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่กองวินัยจะเป็นผู้พิจารณายังมาไม่ถึงตนเอง

    #MGROnline #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ผลสอบวินัยร้ายแรง
    ผบ.ตร.ยังไม่ได้รับผลสอบวินัย "บิ๊กโจ๊ก" จากกองวินัย ย้ำต้องพิจารณารอบคอบ ส่วนกรณีมีผู้ร้องให้สอบในฐานะพยานเพิ่ม เป็นหน้าที่กองวินัยจะพิจารณา • วันนี้ (27 ก.พ.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ยังไม่ได้รับผลสอบวินัยร้ายแรง จากกองวินัย กรณีของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีต รอง ผบ.ตร. แต่อย่างใด ย้ำว่าทุกอย่าง ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ดังนั้น เมื่อคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ส่งสำนวนให้กับทางกองวินัยแล้ว ก็เป็นเรื่องของกองวินัย ที่จะต้องพิจารณาตรวจสอบกระบวนการต่างๆ ของคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ว่าทำถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ โดยต้องดูทั้งเรื่องการสอบสวนพยานต่างๆ ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเป็นหน้าที่ของกองวินัยที่จะต้องดำเนินการก่อนเสนอมาที่ตนเอง ซึ่งจะต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน • ส่วนกรณีมีบุคคลอ้างว่ามีข้อมูล พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ถูกกลั่นแกล้งนั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ถ้าคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง มีการเสนอเรื่องมาที่กองวินัยแล้วนั่นหมายถึงกระบวนการสอบสวน ได้เสร็จสิ้นแล้ว การจะสอบเพิ่มหรือไม่สอบเพิ่ม ก็เป็นเรื่องของกองวินัย ที่จะต้องพิจารณา ว่าเป็นประเด็นที่มีความจำเป็น จะต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนหรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่กองวินัยจะเป็นผู้พิจารณายังมาไม่ถึงตนเอง • #MGROnline #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ผลสอบวินัยร้ายแรง
    0 Comments 0 Shares 41 Views 0 Reviews
  • ♣️ แม้จะเป็นคลิปที่ถูกสร้างโดย AI แต่กลับกลายเป็นคลิปที่คนทั้งโลกเชื่อสนิทใจว่าเป็นเรื่องจริง ทรัมป์น่าจะเป็นผัว เพราะเรียกมัสก์ ว่าอีลอง
    #7ดอกจิก
    ♣️ แม้จะเป็นคลิปที่ถูกสร้างโดย AI แต่กลับกลายเป็นคลิปที่คนทั้งโลกเชื่อสนิทใจว่าเป็นเรื่องจริง ทรัมป์น่าจะเป็นผัว เพราะเรียกมัสก์ ว่าอีลอง #7ดอกจิก
    Haha
    1
    0 Comments 0 Shares 52 Views 0 Reviews
  • จิตมันโลดแล่นดี เก่ง ทำไงจะให้นิ่งสงบ มีแต่การฝึกจิตฝึกภาวนา พุทโธกำกับจิตเอาไว้
    จิตมันโลดแล่นดี เก่ง ทำไงจะให้นิ่งสงบ มีแต่การฝึกจิตฝึกภาวนา พุทโธกำกับจิตเอาไว้
    0 Comments 0 Shares 33 Views 0 Reviews