• 0 Comments 0 Shares 180 Views 0 Reviews
  • Pongsakorn S.
    Pongsakorn S.
    0 Comments 0 Shares 197 Views 0 Reviews
  • 0 Comments 0 Shares 97 Views 0 Reviews
  • 0 Comments 0 Shares 139 Views 0 Reviews
  • 0 Comments 0 Shares 76 Views 0 Reviews
  • 0 Comments 0 Shares 77 Views 0 Reviews
  • Logitech รเปิดตัวเซ็นเซอร์เรดาร์ขนาดเล็กที่ชื่อว่า Spot ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้จัดการสามารถตรวจสอบว่ามีคนอยู่ในห้องทำงานหรือไม่ โดยไม่ต้องใช้กล้องที่อาจละเมิดความเป็นส่วนตัวของพนักงาน

    Spot เป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กที่สามารถติดตั้งได้ง่ายบนผนังและใช้เรดาร์ในการตรวจจับการเคลื่อนไหวของคนในระยะประมาณ 16 ฟุต นอกจากนี้ยังมีเซ็นเซอร์วัดคุณภาพอากาศ ระดับ CO2 อุณหภูมิ และความชื้น ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานให้เหมาะสมกับพนักงานได้

    การใช้งาน Spot มีหลายกรณี เช่น การจองห้องที่ไม่ได้ใช้งาน การปรับระบบ HVAC ตามการใช้งานจริง และการป้องกันการสะสมของอากาศที่ไม่ดีต่อสุขภาพ Spot ยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบการจัดการสำนักงานของ Logitech เช่น แผนที่แบบ Interactive และแผงการจัดตารางเวลา และยังสามารถเชื่อมต่อกับ Microsoft Teams, Zoom และแพลตฟอร์มการทำงานอื่นๆ ผ่าน API

    Spot ใช้พลังงานต่ำและสามารถทำงานได้นานถึงสี่ปีด้วยแบตเตอรี่ก้อนเดียว แม้ว่าการติดตั้งเซ็นเซอร์เหล่านี้ทั่วทั้งสำนักงานอาจทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการติดตามการเคลื่อนไหวของพนักงาน แต่ Logitech ยืนยันว่าเรดาร์ไม่สามารถระบุบุคคลได้อย่างแม่นยำ และเป็นวิธีที่น้อยกว่าการใช้กล้อง

    Spot จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

    สาระที่น่าสนใจเพิ่มเติมคือ การใช้เซ็นเซอร์เรดาร์ในการตรวจจับการเคลื่อนไหวและสภาพแวดล้อมในสำนักงานเป็นแนวคิดที่น่าสนใจและมีศักยภาพในการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานและสุขภาพของพนักงาน การใช้เทคโนโลยีนี้อาจช่วยให้บริษัทสามารถจัดการพื้นที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดการใช้พลังงานได้

    https://www.techspot.com/news/106569-logitech-tiny-radar-sensors-could-managers-see-if.html
    Logitech รเปิดตัวเซ็นเซอร์เรดาร์ขนาดเล็กที่ชื่อว่า Spot ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้จัดการสามารถตรวจสอบว่ามีคนอยู่ในห้องทำงานหรือไม่ โดยไม่ต้องใช้กล้องที่อาจละเมิดความเป็นส่วนตัวของพนักงาน Spot เป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กที่สามารถติดตั้งได้ง่ายบนผนังและใช้เรดาร์ในการตรวจจับการเคลื่อนไหวของคนในระยะประมาณ 16 ฟุต นอกจากนี้ยังมีเซ็นเซอร์วัดคุณภาพอากาศ ระดับ CO2 อุณหภูมิ และความชื้น ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานให้เหมาะสมกับพนักงานได้ การใช้งาน Spot มีหลายกรณี เช่น การจองห้องที่ไม่ได้ใช้งาน การปรับระบบ HVAC ตามการใช้งานจริง และการป้องกันการสะสมของอากาศที่ไม่ดีต่อสุขภาพ Spot ยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบการจัดการสำนักงานของ Logitech เช่น แผนที่แบบ Interactive และแผงการจัดตารางเวลา และยังสามารถเชื่อมต่อกับ Microsoft Teams, Zoom และแพลตฟอร์มการทำงานอื่นๆ ผ่าน API Spot ใช้พลังงานต่ำและสามารถทำงานได้นานถึงสี่ปีด้วยแบตเตอรี่ก้อนเดียว แม้ว่าการติดตั้งเซ็นเซอร์เหล่านี้ทั่วทั้งสำนักงานอาจทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการติดตามการเคลื่อนไหวของพนักงาน แต่ Logitech ยืนยันว่าเรดาร์ไม่สามารถระบุบุคคลได้อย่างแม่นยำ และเป็นวิธีที่น้อยกว่าการใช้กล้อง Spot จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ สาระที่น่าสนใจเพิ่มเติมคือ การใช้เซ็นเซอร์เรดาร์ในการตรวจจับการเคลื่อนไหวและสภาพแวดล้อมในสำนักงานเป็นแนวคิดที่น่าสนใจและมีศักยภาพในการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานและสุขภาพของพนักงาน การใช้เทคโนโลยีนี้อาจช่วยให้บริษัทสามารถจัดการพื้นที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดการใช้พลังงานได้ https://www.techspot.com/news/106569-logitech-tiny-radar-sensors-could-managers-see-if.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Logitech's tiny radar sensors could let managers see if a cubicle is occupied
    The Spot is basically a peel-and-stick pebble that uses radar to detect people's presence. It can see about 16 feet in front of it and also sense...
    Like
    2
    0 Comments 0 Shares 252 Views 0 Reviews
  • 0 Comments 0 Shares 72 Views 0 Reviews
  • 0 Comments 0 Shares 63 Views 0 Reviews
  • 0 Comments 0 Shares 100 Views 0 Reviews
  • 0 Comments 0 Shares 94 Views 0 Reviews
  • 0 Comments 0 Shares 75 Views 0 Reviews
  • Microsoft ได้ตัดสินใจโฮสต์โมเดล AI ของ DeepSeek บนบริการคลาวด์ Azure ของตน แม้ว่าจะมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการละเมิดข้อมูลที่ผิดกฎหมายก็ตาม DeepSeek R1 เป็นโมเดลการจำลองการให้เหตุผลที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับ OpenAI's o1 แต่มีค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมที่ต่ำกว่ามาก

    การตัดสินใจของ Microsoft นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ OpenAI กล่าวหา DeepSeek ว่าละเมิดข้อกำหนดการให้บริการโดยใช้ผลลัพธ์จาก ChatGPT ในการฝึกอบรมระบบของตน ข้อกล่าวหานี้กำลังถูกสอบสวนโดย Microsoft

    DeepSeek R1 ได้รับความสนใจในวงการ AI เมื่อเปิดตัวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยมีการโฆษณาว่าเป็นโมเดลที่มีประสิทธิภาพสูงและมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าโมเดลของ OpenAI อย่างมาก การตัดสินใจของ Microsoft ในการโฮสต์ R1 บน Azure ไม่ใช่เรื่องแปลก เนื่องจาก Microsoft มีโมเดล AI มากกว่า 1,800 โมเดลบน Azure AI Foundry ที่ให้บริการแก่ผู้พัฒนา

    อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจนี้ดูเหมือนจะขัดแย้งกับการที่ OpenAI ซึ่งเป็นพันธมิตรของ Microsoft ได้วิจารณ์โมเดลนี้อย่างหนัก ข้อกล่าวหาของ OpenAI เกี่ยวกับการใช้ "การกลั่น" ซึ่งเป็นกระบวนการที่นักพัฒนาฝึกอบรมโมเดล AI โดยใช้ผลลัพธ์จากระบบที่มีความก้าวหน้ามากกว่า

    นอกจากนี้ OpenAI ยังมีประวัติการละเมิดข้อมูลเช่นกัน โดย The New York Times ได้ยื่นฟ้อง OpenAI และ Microsoft ในข้อหาการใช้ข้อมูลข่าวสารที่มีลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต

    สาระที่น่าสนใจเพิ่มเติมคือ การที่ OpenAI CEO Sam Altman ได้ยอมรับว่าโมเดล R1 ของ DeepSeek มีประสิทธิภาพและมีค่าใช้จ่ายต่ำ แต่ยังคงยืนยันว่า OpenAI จะพัฒนาโมเดลที่ดีกว่าในอนาคต

    การตัดสินใจของ Microsoft ในการโฮสต์โมเดล AI ของ DeepSeek นี้เป็นการเปิดเผยความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนในวงการ AI เกี่ยวกับการเป็นเจ้าของข้อมูลและการใช้ข้อมูลในการฝึกอบรมโมเดล AI

    https://www.techspot.com/news/106579-microsoft-now-hosting-deepseek-r1-even-though-suspects.html
    Microsoft ได้ตัดสินใจโฮสต์โมเดล AI ของ DeepSeek บนบริการคลาวด์ Azure ของตน แม้ว่าจะมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการละเมิดข้อมูลที่ผิดกฎหมายก็ตาม DeepSeek R1 เป็นโมเดลการจำลองการให้เหตุผลที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับ OpenAI's o1 แต่มีค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมที่ต่ำกว่ามาก การตัดสินใจของ Microsoft นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ OpenAI กล่าวหา DeepSeek ว่าละเมิดข้อกำหนดการให้บริการโดยใช้ผลลัพธ์จาก ChatGPT ในการฝึกอบรมระบบของตน ข้อกล่าวหานี้กำลังถูกสอบสวนโดย Microsoft DeepSeek R1 ได้รับความสนใจในวงการ AI เมื่อเปิดตัวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยมีการโฆษณาว่าเป็นโมเดลที่มีประสิทธิภาพสูงและมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าโมเดลของ OpenAI อย่างมาก การตัดสินใจของ Microsoft ในการโฮสต์ R1 บน Azure ไม่ใช่เรื่องแปลก เนื่องจาก Microsoft มีโมเดล AI มากกว่า 1,800 โมเดลบน Azure AI Foundry ที่ให้บริการแก่ผู้พัฒนา อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจนี้ดูเหมือนจะขัดแย้งกับการที่ OpenAI ซึ่งเป็นพันธมิตรของ Microsoft ได้วิจารณ์โมเดลนี้อย่างหนัก ข้อกล่าวหาของ OpenAI เกี่ยวกับการใช้ "การกลั่น" ซึ่งเป็นกระบวนการที่นักพัฒนาฝึกอบรมโมเดล AI โดยใช้ผลลัพธ์จากระบบที่มีความก้าวหน้ามากกว่า นอกจากนี้ OpenAI ยังมีประวัติการละเมิดข้อมูลเช่นกัน โดย The New York Times ได้ยื่นฟ้อง OpenAI และ Microsoft ในข้อหาการใช้ข้อมูลข่าวสารที่มีลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต สาระที่น่าสนใจเพิ่มเติมคือ การที่ OpenAI CEO Sam Altman ได้ยอมรับว่าโมเดล R1 ของ DeepSeek มีประสิทธิภาพและมีค่าใช้จ่ายต่ำ แต่ยังคงยืนยันว่า OpenAI จะพัฒนาโมเดลที่ดีกว่าในอนาคต การตัดสินใจของ Microsoft ในการโฮสต์โมเดล AI ของ DeepSeek นี้เป็นการเปิดเผยความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนในวงการ AI เกี่ยวกับการเป็นเจ้าของข้อมูลและการใช้ข้อมูลในการฝึกอบรมโมเดล AI https://www.techspot.com/news/106579-microsoft-now-hosting-deepseek-r1-even-though-suspects.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Microsoft Cloud is now hosting DeepSeek AI model, even though its suspect of illegal data abuse
    DeepSeek R1 began making waves in the AI world when it launched last week. Chinese developer DeepSeek touted it as a freely available simulated reasoning model that...
    0 Comments 0 Shares 459 Views 0 Reviews
  • 0 Comments 0 Shares 72 Views 0 Reviews
  • 0 Comments 0 Shares 77 Views 0 Reviews
  • 0 Comments 0 Shares 68 Views 0 Reviews
  • 0 Comments 0 Shares 68 Views 0 Reviews
  • 0 Comments 0 Shares 66 Views 0 Reviews
  • 0 Comments 0 Shares 101 Views 0 Reviews
  • 0 Comments 0 Shares 69 Views 0 Reviews
  • 0 Comments 0 Shares 58 Views 0 Reviews
  • 0 Comments 0 Shares 66 Views 0 Reviews
  • 0 Comments 0 Shares 65 Views 0 Reviews
  • 0 Comments 0 Shares 154 Views 0 Reviews
  • 0 Comments 0 Shares 136 Views 0 Reviews