• จีนร่วมสอบตึกถล่ม ทูตจีนเผย “ผลสอบอาจกระทบเจ้านายไทย” เนื่องจากมีข้อมูลบางส่วนที่ชี้ว่า ซับคอนแทรคเตอร์รายดังกล่าว มีบทบาทสำคัญในการจ่ายเงินใต้โต๊ะให้กับส่วนราชการ และนักการเมืองไทย


    .
    2 เมษายน 2568 งามหน้ากับความชัดเจนของเอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย นายหาน จื้อเฉียง ที่โพสต์แสดงความเสียใจและระบุให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม จนกลายเป็นประเด็นระดับนานาชาติ ...มีรายงานว่า #รัฐบาลจีน ได้เร่งดำเนินการสอบสวนอย่างเข้มงวด กับ #บริษัทก่อสร้าง จากจีนที่ทำหน้าที่เป็น #ซับคอนแทรคเตอร์ ขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวของจีนครั้งนี้ยังส่งสัญญาณถึงความโปร่งใสที่อาจกระทบต่อบุคคลสำคัญในประเทศไทย
    .
    ข่าวจากรัฐบาลจีนระบุว่า ทางการได้เรียกตัวผู้บริหารระดับสูงของบริษัท #ไชน่าเรลเวย์ บริษัทแม่ ของ #ไชน่าเรลเวย์นัมเบอร์10 ที่รับผิดชอบโครงการนี้ทั้งชุด ร่วมสอบสวนเหตุตึกถล่มอย่างละเอียด และเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายทันที หากพบหลักฐาน "ความผิดพลาดจากการออกแบบ การก่อสร้าง หรือการตรวจสอบโครงสร้าง"
    .
    กระบวนการสอบสวนของจีน ไม่เพียงแต่ตรวจสอบซับคอนแทรคเตอร์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง บริษัทผู้ออกแบบ , วิศวกรที่ตรวจและอนุมัติโครงสร้าง , และบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการทั้งหมด โดยให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบร่วมกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
    .
    ทูตจีนเผย “ผลสอบอาจกระทบเจ้านายไทย”
    ระหว่างการประชุมลับในเหตุการณ์นี้ ทูตจีน ประจำประเทศไทยได้แสดงความกังวลว่า ผลการสอบสวนอาจส่งผลกระทบต่อ #เจ้านายไทย หรือ #บุคคลสำคัญ ที่อาจเชื่อมโยงกับโครงการนี้ เนื่องจากมีข้อมูลบางส่วนที่ชี้ว่า ซับคอนแทรคเตอร์รายดังกล่าว มีบทบาทสำคัญใน #การจ่ายเงินใต้โต๊ะให้กับ #ส่วนราชการ และ #นักการเมืองไทย
    .
    "การตรวจสอบครั้งนี้จะไม่ใช่แค่การสอบสวนภายในประเทศจีนเท่านั้น แต่ยังขยายผลไปถึงการเชื่อมโยงระหว่างบริษัทจีนกับพันธมิตรในประเทศไทย ซึ่งอาจนำไปสู่การเปิดเผยข้อมูลที่ละเอียดอ่อนในวงการเมืองและการปกครองของไทย" แหล่งข่าวใกล้ชิดกับทูตจีนกล่าว
    .
    ขณะที่ รัฐบาลไทย ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างใด นอกจากความพยายามในการควบคุมสถานการณ์ เพื่อป้องกันผลกระทบในวงกว้างกวานี้ ซึ่งอาจเกิดขึ้นกับบุคคลสำคัญที่ถูกอ้างอิง หากผลการสอบสวนจากจีนเผยถึง การจ่ายใต้โต๊ะ เป็นการคอร์รัปชันในโครงการนี้ อาจทำให้เกิดแรงกดดันจากสังคมไทยและประชาคมระหว่างประเทศต่อรัฐบาลไทยได้
    .
    "คำถามสำคัญคือ รัฐบาลไทยจะสามารถรับมือกับสถานการณ์นี้หรือไม่และได้อย่างไร หรือจะเลือกใช้วิธีการปิดข่าวเพื่อลดแรงกระเพื่อมทางการเมือง" .
    การที่จีน กล้าพูดชัดเจนถึง "เจ้านายไทย" หมายความว่า มีความชัดเจนเข้าใจและรับรู้ถึงต้นตอของปัญหา เพียงแต่จะเปิดเผยข้อมูล รวมถึงนำคนผิดมาลงโทษได้จริงหรือไม่...
    .
    กับคำถามทิ้งท้าย…
    "ประเทศไทยจะยอมรับความจริงและเผชิญหน้ากับปัญหานี้อย่างตรงไปตรงมา หรือจะเลือกใช้วิธีการเดิมๆ ในการปกปิดความผิดพลาด?" นี่คือคำถามที่สังคมไทยและประชาคมโลกกำลังรอคำตอบ

    .
    https://web.facebook.com/share/p/161BQVb9fA/
    จีนร่วมสอบตึกถล่ม ทูตจีนเผย “ผลสอบอาจกระทบเจ้านายไทย” เนื่องจากมีข้อมูลบางส่วนที่ชี้ว่า ซับคอนแทรคเตอร์รายดังกล่าว มีบทบาทสำคัญในการจ่ายเงินใต้โต๊ะให้กับส่วนราชการ และนักการเมืองไทย . 2 เมษายน 2568 งามหน้ากับความชัดเจนของเอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย นายหาน จื้อเฉียง ที่โพสต์แสดงความเสียใจและระบุให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม จนกลายเป็นประเด็นระดับนานาชาติ ...มีรายงานว่า #รัฐบาลจีน ได้เร่งดำเนินการสอบสวนอย่างเข้มงวด กับ #บริษัทก่อสร้าง จากจีนที่ทำหน้าที่เป็น #ซับคอนแทรคเตอร์ ขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวของจีนครั้งนี้ยังส่งสัญญาณถึงความโปร่งใสที่อาจกระทบต่อบุคคลสำคัญในประเทศไทย . ข่าวจากรัฐบาลจีนระบุว่า ทางการได้เรียกตัวผู้บริหารระดับสูงของบริษัท #ไชน่าเรลเวย์ บริษัทแม่ ของ #ไชน่าเรลเวย์นัมเบอร์10 ที่รับผิดชอบโครงการนี้ทั้งชุด ร่วมสอบสวนเหตุตึกถล่มอย่างละเอียด และเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายทันที หากพบหลักฐาน "ความผิดพลาดจากการออกแบบ การก่อสร้าง หรือการตรวจสอบโครงสร้าง" . กระบวนการสอบสวนของจีน ไม่เพียงแต่ตรวจสอบซับคอนแทรคเตอร์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง บริษัทผู้ออกแบบ , วิศวกรที่ตรวจและอนุมัติโครงสร้าง , และบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการทั้งหมด โดยให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบร่วมกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง . ทูตจีนเผย “ผลสอบอาจกระทบเจ้านายไทย” ระหว่างการประชุมลับในเหตุการณ์นี้ ทูตจีน ประจำประเทศไทยได้แสดงความกังวลว่า ผลการสอบสวนอาจส่งผลกระทบต่อ #เจ้านายไทย หรือ #บุคคลสำคัญ ที่อาจเชื่อมโยงกับโครงการนี้ เนื่องจากมีข้อมูลบางส่วนที่ชี้ว่า ซับคอนแทรคเตอร์รายดังกล่าว มีบทบาทสำคัญใน #การจ่ายเงินใต้โต๊ะให้กับ #ส่วนราชการ และ #นักการเมืองไทย . "การตรวจสอบครั้งนี้จะไม่ใช่แค่การสอบสวนภายในประเทศจีนเท่านั้น แต่ยังขยายผลไปถึงการเชื่อมโยงระหว่างบริษัทจีนกับพันธมิตรในประเทศไทย ซึ่งอาจนำไปสู่การเปิดเผยข้อมูลที่ละเอียดอ่อนในวงการเมืองและการปกครองของไทย" แหล่งข่าวใกล้ชิดกับทูตจีนกล่าว . ขณะที่ รัฐบาลไทย ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างใด นอกจากความพยายามในการควบคุมสถานการณ์ เพื่อป้องกันผลกระทบในวงกว้างกวานี้ ซึ่งอาจเกิดขึ้นกับบุคคลสำคัญที่ถูกอ้างอิง หากผลการสอบสวนจากจีนเผยถึง การจ่ายใต้โต๊ะ เป็นการคอร์รัปชันในโครงการนี้ อาจทำให้เกิดแรงกดดันจากสังคมไทยและประชาคมระหว่างประเทศต่อรัฐบาลไทยได้ . "คำถามสำคัญคือ รัฐบาลไทยจะสามารถรับมือกับสถานการณ์นี้หรือไม่และได้อย่างไร หรือจะเลือกใช้วิธีการปิดข่าวเพื่อลดแรงกระเพื่อมทางการเมือง" . การที่จีน กล้าพูดชัดเจนถึง "เจ้านายไทย" หมายความว่า มีความชัดเจนเข้าใจและรับรู้ถึงต้นตอของปัญหา เพียงแต่จะเปิดเผยข้อมูล รวมถึงนำคนผิดมาลงโทษได้จริงหรือไม่... . กับคำถามทิ้งท้าย… "ประเทศไทยจะยอมรับความจริงและเผชิญหน้ากับปัญหานี้อย่างตรงไปตรงมา หรือจะเลือกใช้วิธีการเดิมๆ ในการปกปิดความผิดพลาด?" นี่คือคำถามที่สังคมไทยและประชาคมโลกกำลังรอคำตอบ . https://web.facebook.com/share/p/161BQVb9fA/
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 112 มุมมอง 0 รีวิว
  • หน่วยงานความปลอดภัยทางไซเบอร์ของสหรัฐฯ CISA (Cybersecurity and Infrastructure Security Agency) ได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับมัลแวร์ตัวใหม่ RESURGE ซึ่งกำลังโจมตีผลิตภัณฑ์ของ Ivanti หลายตัว โดยมัลแวร์นี้เป็น เวอร์ชันใหม่ของ SPAWNCHIMERA ที่เคยถูกใช้โจมตี Ivanti Connect Secure Appliances

    ✅ RESURGE ทำอะไรได้บ้าง?
    - สามารถ อยู่รอดหลังการรีบูตระบบ
    - สร้าง Web Shell เพื่อควบคุมอุปกรณ์ระยะไกล
    - เปลี่ยนแปลงระบบตรวจสอบความสมบูรณ์ไฟล์
    - ขโมยข้อมูลล็อกอิน สร้างบัญชีใหม่ รีเซ็ตรหัสผ่าน และเพิ่มสิทธิ์ผู้ใช้

    ✅ ช่องโหว่ที่ถูกใช้โจมตี—CVE-2025-0282
    - RESURGE อาศัยช่องโหว่ Stack-Based Buffer Overflow ใน Ivanti Connect Secure, Policy Secure และ Neurons for ZTA Gateways
    - ช่องโหว่นี้ช่วยให้แฮกเกอร์สามารถ รันโค้ดระยะไกลโดยไม่ต้องล็อกอิน

    ✅ เวอร์ชันของ Ivanti ที่มีความเสี่ยงสูง
    - Connect Secure (ก่อนเวอร์ชัน 22.7R2.5)
    - Policy Secure (ก่อนเวอร์ชัน 22.7R1.2)
    - Neurons for ZTA Gateways (ก่อนเวอร์ชัน 22.7R2.3)

    ✅ CISA แนะนำแนวทางป้องกัน
    - Factory Reset อุปกรณ์ เพื่อกำจัดโค้ดที่แฝงตัว
    - เปลี่ยนรหัสผ่าน ของบัญชีที่มีสิทธิ์เข้าถึงทั้งหมด
    - ตรวจสอบสิทธิ์และการเข้าถึงระบบ เพื่อป้องกันการบุกรุกเพิ่มเติม
    - เฝ้าระวังบัญชีที่มีสิทธิ์ระดับสูง เช่น Admin Accounts

    https://www.techradar.com/pro/security/ivanti-products-targeted-by-dangerous-malware-yet-again
    หน่วยงานความปลอดภัยทางไซเบอร์ของสหรัฐฯ CISA (Cybersecurity and Infrastructure Security Agency) ได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับมัลแวร์ตัวใหม่ RESURGE ซึ่งกำลังโจมตีผลิตภัณฑ์ของ Ivanti หลายตัว โดยมัลแวร์นี้เป็น เวอร์ชันใหม่ของ SPAWNCHIMERA ที่เคยถูกใช้โจมตี Ivanti Connect Secure Appliances ✅ RESURGE ทำอะไรได้บ้าง? - สามารถ อยู่รอดหลังการรีบูตระบบ - สร้าง Web Shell เพื่อควบคุมอุปกรณ์ระยะไกล - เปลี่ยนแปลงระบบตรวจสอบความสมบูรณ์ไฟล์ - ขโมยข้อมูลล็อกอิน สร้างบัญชีใหม่ รีเซ็ตรหัสผ่าน และเพิ่มสิทธิ์ผู้ใช้ ✅ ช่องโหว่ที่ถูกใช้โจมตี—CVE-2025-0282 - RESURGE อาศัยช่องโหว่ Stack-Based Buffer Overflow ใน Ivanti Connect Secure, Policy Secure และ Neurons for ZTA Gateways - ช่องโหว่นี้ช่วยให้แฮกเกอร์สามารถ รันโค้ดระยะไกลโดยไม่ต้องล็อกอิน ✅ เวอร์ชันของ Ivanti ที่มีความเสี่ยงสูง - Connect Secure (ก่อนเวอร์ชัน 22.7R2.5) - Policy Secure (ก่อนเวอร์ชัน 22.7R1.2) - Neurons for ZTA Gateways (ก่อนเวอร์ชัน 22.7R2.3) ✅ CISA แนะนำแนวทางป้องกัน - Factory Reset อุปกรณ์ เพื่อกำจัดโค้ดที่แฝงตัว - เปลี่ยนรหัสผ่าน ของบัญชีที่มีสิทธิ์เข้าถึงทั้งหมด - ตรวจสอบสิทธิ์และการเข้าถึงระบบ เพื่อป้องกันการบุกรุกเพิ่มเติม - เฝ้าระวังบัญชีที่มีสิทธิ์ระดับสูง เช่น Admin Accounts https://www.techradar.com/pro/security/ivanti-products-targeted-by-dangerous-malware-yet-again
    WWW.TECHRADAR.COM
    Ivanti products targeted by dangerous malware yet again
    RESURGE is targeting Ivanti products, so make sure to stay safe
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 60 มุมมอง 0 รีวิว
  • Google ปิดการใช้งาน uBlock Origin บน Chrome เนื่องจากการลบ Manifest V2 แต่ยังมีวิธีเปิดใช้งานและติดตั้งใหม่ เช่น ปรับแต่งโค้ดจาก Chrome Web Store หรือดาวน์โหลดจาก GitHub ขณะที่ Microsoft Edge ยังคงรองรับอยู่ แต่มีแนวโน้มว่าจะค่อย ๆ ลบออกในอนาคต ผู้ใช้บางส่วนอาจต้องเปลี่ยนไปใช้ Firefox หรือ uBlock Origin Lite แทน

    การเปิดใช้งาน uBlock Origin ที่ถูกปิดไป
    - ไปที่ chrome://extensions
    - ค้นหา uBlock Origin ในรายการส่วนขยายที่ติดตั้งแล้ว
    - กดเปิดใช้งานที่ปุ่มเล็ก ๆ ด้านล่างขวาของส่วนขยาย แม้ว่าจะมีข้อความแจ้งว่า "ถูกปิดใช้งาน"

    วิธีติดตั้ง uBlock Origin ใน Chrome แม้ว่า Google จะบล็อกการดาวน์โหลด
    - วิธีที่ 1 (ปรับแต่งจาก Chrome Web Store)
    ->> ไปที่ Chrome Web Store และค้นหา uBlock Origin
    ->> ปุ่ม "Add to Chrome" จะถูกปิดใช้งาน
    ->> คลิกขวาที่ปุ่มและเลือก Inspect
    ->> ค้นหาคำว่า "disabled" ในโค้ด และเปลี่ยนเป็น "enabled"
    ->> กดปุ่มเพื่อดาวน์โหลดและติดตั้ง

    - วิธีที่ 2 (ติดตั้งด้วย GitHub)
    ->> ดาวน์โหลดเวอร์ชันล่าสุดจาก GitHub Repository ของ uBlock Origin
    ->> เปิด chrome://extensions และเปิดโหมดนักพัฒนา (Developer mode)
    ->> กด Load unpacked และเลือกโฟลเดอร์ที่แตกไฟล์ไว้
    ->> ส่วนขยายจะปรากฏใน Chrome แม้ว่าจะมีข้อความแจ้งข้อผิดพลาด

    การเปลี่ยนแปลงของ Microsoft Edge
    - Microsoft Edge ยังคงเปิดให้เปิดใช้งาน uBlock Origin แม้ว่ากำลังทยอยลบ Manifest V2 ออกไป
    - ผู้ใช้ Edge อาจต้องเตรียมหาวิธีอื่นในอนาคต

    ทางเลือกหาก Manifest V2 ถูกบล็อกทั้งหมด
    - Firefox ยืนยันว่าจะยังรองรับส่วนขยายที่ใช้ Manifest V2
    - uBlock Origin Lite เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับ Chrome และ Edge

    https://www.neowin.net/guides/google-turned-off-ublock-in-chrome-but-you-can-still-enable-it-here-is-how/
    Google ปิดการใช้งาน uBlock Origin บน Chrome เนื่องจากการลบ Manifest V2 แต่ยังมีวิธีเปิดใช้งานและติดตั้งใหม่ เช่น ปรับแต่งโค้ดจาก Chrome Web Store หรือดาวน์โหลดจาก GitHub ขณะที่ Microsoft Edge ยังคงรองรับอยู่ แต่มีแนวโน้มว่าจะค่อย ๆ ลบออกในอนาคต ผู้ใช้บางส่วนอาจต้องเปลี่ยนไปใช้ Firefox หรือ uBlock Origin Lite แทน การเปิดใช้งาน uBlock Origin ที่ถูกปิดไป - ไปที่ chrome://extensions - ค้นหา uBlock Origin ในรายการส่วนขยายที่ติดตั้งแล้ว - กดเปิดใช้งานที่ปุ่มเล็ก ๆ ด้านล่างขวาของส่วนขยาย แม้ว่าจะมีข้อความแจ้งว่า "ถูกปิดใช้งาน" วิธีติดตั้ง uBlock Origin ใน Chrome แม้ว่า Google จะบล็อกการดาวน์โหลด - วิธีที่ 1 (ปรับแต่งจาก Chrome Web Store) ->> ไปที่ Chrome Web Store และค้นหา uBlock Origin ->> ปุ่ม "Add to Chrome" จะถูกปิดใช้งาน ->> คลิกขวาที่ปุ่มและเลือก Inspect ->> ค้นหาคำว่า "disabled" ในโค้ด และเปลี่ยนเป็น "enabled" ->> กดปุ่มเพื่อดาวน์โหลดและติดตั้ง - วิธีที่ 2 (ติดตั้งด้วย GitHub) ->> ดาวน์โหลดเวอร์ชันล่าสุดจาก GitHub Repository ของ uBlock Origin ->> เปิด chrome://extensions และเปิดโหมดนักพัฒนา (Developer mode) ->> กด Load unpacked และเลือกโฟลเดอร์ที่แตกไฟล์ไว้ ->> ส่วนขยายจะปรากฏใน Chrome แม้ว่าจะมีข้อความแจ้งข้อผิดพลาด การเปลี่ยนแปลงของ Microsoft Edge - Microsoft Edge ยังคงเปิดให้เปิดใช้งาน uBlock Origin แม้ว่ากำลังทยอยลบ Manifest V2 ออกไป - ผู้ใช้ Edge อาจต้องเตรียมหาวิธีอื่นในอนาคต ทางเลือกหาก Manifest V2 ถูกบล็อกทั้งหมด - Firefox ยืนยันว่าจะยังรองรับส่วนขยายที่ใช้ Manifest V2 - uBlock Origin Lite เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับ Chrome และ Edge https://www.neowin.net/guides/google-turned-off-ublock-in-chrome-but-you-can-still-enable-it-here-is-how/
    WWW.NEOWIN.NET
    Google turned off uBlock in Chrome, but you can still enable it, here is how
    Google recently disabled uBlock Origin and other MV2-based extensions in Chrome, but a simple trick lets you enable them again.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 44 มุมมอง 0 รีวิว
  • Microsoft Word ได้รับการอัปเดตใหม่ที่ช่วยให้สามารถสรุปเอกสารขนาดใหญ่ถึง 3,000 หน้า ผ่าน Copilot โดยผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าต้องการสรุปแบบย่อ, สมดุล หรือแบบละเอียด ฟีเจอร์นี้ช่วยให้การทำงานกับเอกสารยาว ๆ เช่น รายงานทางธุรกิจ และงานวิจัย มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ Microsoft กำลังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยให้การสรุปเอกสารเป็นไปอย่างชาญฉลาดมากขึ้นในอนาคต

    การใช้งาน Copilot ใน Word
    - ผู้ใช้สามารถเข้าถึงฟีเจอร์นี้ได้โดยเปิดเอกสารและคลิกปุ่ม Copilot ในแท็บ Home
    - เลือกขนาดสรุปที่ต้องการ: แบบย่อ (brief), สมดุล (balanced), หรือแบบละเอียด (detailed)

    การตอบโจทย์เอกสารขนาดใหญ่
    - Microsoft พบว่าผู้ใช้ต้องการ สรุปที่ละเอียดขึ้น เพื่อให้เข้าใจบริบทของเอกสารและสามารถสื่อสารกับทีมได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
    - นอกจากนี้ยังช่วยให้สามารถทำงานกับ เอกสารทางกฎหมาย, รายงานทางธุรกิจ และงานวิจัย ได้ง่ายขึ้น

    อัปเดตนี้รองรับแพลตฟอร์มใดบ้าง?
    - ผู้ใช้ Microsoft 365 สามารถใช้ฟีเจอร์นี้บน Word for Windows (เวอร์ชัน 2503), Word for Mac (เวอร์ชัน 16.96) และ Word for the Web

    แนวโน้มของ Copilot ในอนาคต
    - Microsoft กำลังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ เช่น Copilot UI สำหรับเอกสารใหม่ และการสรุปเอกสารอัตโนมัติ
    - อนาคตของ Copilot อาจรวมถึงการ สร้างรายงานที่มีโครงสร้างชัดเจน โดยไม่ต้องแก้ไขเอง

    https://www.neowin.net/news/you-can-now-summarize-massive-documents-in-word/
    Microsoft Word ได้รับการอัปเดตใหม่ที่ช่วยให้สามารถสรุปเอกสารขนาดใหญ่ถึง 3,000 หน้า ผ่าน Copilot โดยผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าต้องการสรุปแบบย่อ, สมดุล หรือแบบละเอียด ฟีเจอร์นี้ช่วยให้การทำงานกับเอกสารยาว ๆ เช่น รายงานทางธุรกิจ และงานวิจัย มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ Microsoft กำลังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยให้การสรุปเอกสารเป็นไปอย่างชาญฉลาดมากขึ้นในอนาคต การใช้งาน Copilot ใน Word - ผู้ใช้สามารถเข้าถึงฟีเจอร์นี้ได้โดยเปิดเอกสารและคลิกปุ่ม Copilot ในแท็บ Home - เลือกขนาดสรุปที่ต้องการ: แบบย่อ (brief), สมดุล (balanced), หรือแบบละเอียด (detailed) การตอบโจทย์เอกสารขนาดใหญ่ - Microsoft พบว่าผู้ใช้ต้องการ สรุปที่ละเอียดขึ้น เพื่อให้เข้าใจบริบทของเอกสารและสามารถสื่อสารกับทีมได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น - นอกจากนี้ยังช่วยให้สามารถทำงานกับ เอกสารทางกฎหมาย, รายงานทางธุรกิจ และงานวิจัย ได้ง่ายขึ้น อัปเดตนี้รองรับแพลตฟอร์มใดบ้าง? - ผู้ใช้ Microsoft 365 สามารถใช้ฟีเจอร์นี้บน Word for Windows (เวอร์ชัน 2503), Word for Mac (เวอร์ชัน 16.96) และ Word for the Web แนวโน้มของ Copilot ในอนาคต - Microsoft กำลังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ เช่น Copilot UI สำหรับเอกสารใหม่ และการสรุปเอกสารอัตโนมัติ - อนาคตของ Copilot อาจรวมถึงการ สร้างรายงานที่มีโครงสร้างชัดเจน โดยไม่ต้องแก้ไขเอง https://www.neowin.net/news/you-can-now-summarize-massive-documents-in-word/
    WWW.NEOWIN.NET
    You can now summarize massive documents in Word
    Microsoft has upgraded summarization capabilities in Word, and it can now generate seriously massive documents.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 35 มุมมอง 0 รีวิว
  • ผู้ใช้งาน Nvidia RTX 40-series ยังคงเผชิญกับปัญหาความเสถียรของระบบ เช่น หน้าจอฟ้า (BSOD), ระบบค้าง และบั๊กที่กระทบต่อเกม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังอัปเดตเป็นไดรเวอร์ 572.xx ซึ่งเน้นการปรับปรุงสำหรับ RTX 50-series แต่กลับสร้างปัญหาให้กับผู้ใช้ RTX รุ่นเก่า

    ล่าสุดนักพัฒนาเกมจากหลายค่ายออกคำเตือนว่า ไดรเวอร์ 572.xx อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพและเสถียรภาพของเกม เช่น inZOI และ The First Berserker: Khazan โดยพบอาการ กระตุกและเฟรมเรตลดลง นักพัฒนาเหล่านี้แนะนำให้ผู้ใช้ย้อนกลับไปใช้ไดรเวอร์ 566.36 ที่ออกในเดือนธันวาคม 2024 เพื่อแก้ปัญหาความเสถียร

    ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ RTX 40-series มีแนวโน้มเกิดจากไดรเวอร์
    - นอกจากปัญหาที่พบหลังอัปเดต 572.xx ยังมีรายงาน ระบบแครชแบบสุ่ม, BSOD และหน้าจอค้าง ที่เพิ่มขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งอาจเกิดจากการปรับแต่งไดรเวอร์เพื่อรองรับ RTX 50-series

    ชุมชนผู้ใช้และนักพัฒนากำลังจับตาดู Nvidia
    - ผู้ใช้ใน Reddit และฟอรั่มต่าง ๆ พูดถึงปัญหานี้เป็นวงกว้าง ขณะที่ Nvidia ยังไม่ได้ออกมายอมรับว่าไดรเวอร์ใหม่มีปัญหาอย่างเป็นทางการ

    แนวทางแก้ไขเบื้องต้น
    - ผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบสามารถแก้ไขโดย ติดตั้งไดรเวอร์เก่าผ่าน Nvidia’s official website และรอการอัปเดตไดรเวอร์ใหม่ที่อาจแก้ไขปัญหานี้

    อนาคตของการปรับปรุงไดรเวอร์
    - ยังต้องรอดูว่า Nvidia จะให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาสำหรับ RTX รุ่นก่อน หรือมุ่งเน้นการพัฒนาไดรเวอร์สำหรับ RTX 50-series เป็นหลัก

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpu-drivers/game-developers-urge-nvidia-rtx-30-and-40-series-owners-rollback-to-december-2024-driver-after-recent-rtx-50-centric-release-issues
    ผู้ใช้งาน Nvidia RTX 40-series ยังคงเผชิญกับปัญหาความเสถียรของระบบ เช่น หน้าจอฟ้า (BSOD), ระบบค้าง และบั๊กที่กระทบต่อเกม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังอัปเดตเป็นไดรเวอร์ 572.xx ซึ่งเน้นการปรับปรุงสำหรับ RTX 50-series แต่กลับสร้างปัญหาให้กับผู้ใช้ RTX รุ่นเก่า ล่าสุดนักพัฒนาเกมจากหลายค่ายออกคำเตือนว่า ไดรเวอร์ 572.xx อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพและเสถียรภาพของเกม เช่น inZOI และ The First Berserker: Khazan โดยพบอาการ กระตุกและเฟรมเรตลดลง นักพัฒนาเหล่านี้แนะนำให้ผู้ใช้ย้อนกลับไปใช้ไดรเวอร์ 566.36 ที่ออกในเดือนธันวาคม 2024 เพื่อแก้ปัญหาความเสถียร ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ RTX 40-series มีแนวโน้มเกิดจากไดรเวอร์ - นอกจากปัญหาที่พบหลังอัปเดต 572.xx ยังมีรายงาน ระบบแครชแบบสุ่ม, BSOD และหน้าจอค้าง ที่เพิ่มขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งอาจเกิดจากการปรับแต่งไดรเวอร์เพื่อรองรับ RTX 50-series ชุมชนผู้ใช้และนักพัฒนากำลังจับตาดู Nvidia - ผู้ใช้ใน Reddit และฟอรั่มต่าง ๆ พูดถึงปัญหานี้เป็นวงกว้าง ขณะที่ Nvidia ยังไม่ได้ออกมายอมรับว่าไดรเวอร์ใหม่มีปัญหาอย่างเป็นทางการ แนวทางแก้ไขเบื้องต้น - ผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบสามารถแก้ไขโดย ติดตั้งไดรเวอร์เก่าผ่าน Nvidia’s official website และรอการอัปเดตไดรเวอร์ใหม่ที่อาจแก้ไขปัญหานี้ อนาคตของการปรับปรุงไดรเวอร์ - ยังต้องรอดูว่า Nvidia จะให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาสำหรับ RTX รุ่นก่อน หรือมุ่งเน้นการพัฒนาไดรเวอร์สำหรับ RTX 50-series เป็นหลัก https://www.tomshardware.com/pc-components/gpu-drivers/game-developers-urge-nvidia-rtx-30-and-40-series-owners-rollback-to-december-2024-driver-after-recent-rtx-50-centric-release-issues
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 88 มุมมอง 0 รีวิว
  • ผลทดสอบเหล็กตัวอย่างที่กระทรวงอุตสาหกรรมเก็บจากตึก สตง. ถล่มเบื้องต้นออกมาแล้ว ว่ามีประมาณร้อยละ 10 ไม่ผ่านมาตรฐาน.จากการรายงานของเจษฎา ต้นจำปา แห่งไทยพีบีเอส ระบุว่า เหล็กที่ตกมาตรฐานแรงดึงเป็นเหล็กขนาด 32 มิลลิเมตร และมีเหล็กขนาด 20 มิลลิเมตรที่ตกมาตรฐานในการตรวจสอบมวลต่อเมตรของเหล็ก หรือเรียกว่า “เหล็กเบา” https://web.facebook.com/share/p/1A4cTo5SCt/.ทั้งนี้ สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นผู้ทดสอบคุณภาพเหล็กตัวอย่างดังกล่าว ยังไม่ระบุยี่ห้อของเหล็กที่ตกมาตรฐาน และแจ้งว่าจำเป็นต้องเก็บตัวอย่างเพิ่ม.อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีข้อมูลชัดเจนอยู่แล้วว่า เหล็กส่วนใหญ่ที่กระทรวงอุตสาหกรรมเก็บตัวอย่างไปตรวจนั้นผลิตโดยโรงงานจีนใน จ.ระยอง ซึ่งวันนี้ ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส. ระยอง พรรคประชาชน โพสต์ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับโรงงานแห่งนี้ https://web.facebook.com/share/p/1XMfNe4zeP/.ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการมีผลงานก่ออุบัติเหตุต่างๆ มาเป็นระยะ ทั้งๆ ที่เป็นการลงทุนที่ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอ และที่สำคัญคือ แม้ว่าจะถูกทางกระทรวงอุตสาหกรรมสั่งปิดโรงงานเนื่องจากตรวจพบว่ามีการผลิตเหล็กไม่เป็นไปตามมาตรฐานแล้ว ในพื้นที่กลับพบว่า โรงงานเหมือนจะยังดำเนินการอย่างคึกคักเป็นปกติ!!!.ภาพโดย : หยา คลองจั่น
    ผลทดสอบเหล็กตัวอย่างที่กระทรวงอุตสาหกรรมเก็บจากตึก สตง. ถล่มเบื้องต้นออกมาแล้ว ว่ามีประมาณร้อยละ 10 ไม่ผ่านมาตรฐาน.จากการรายงานของเจษฎา ต้นจำปา แห่งไทยพีบีเอส ระบุว่า เหล็กที่ตกมาตรฐานแรงดึงเป็นเหล็กขนาด 32 มิลลิเมตร และมีเหล็กขนาด 20 มิลลิเมตรที่ตกมาตรฐานในการตรวจสอบมวลต่อเมตรของเหล็ก หรือเรียกว่า “เหล็กเบา” https://web.facebook.com/share/p/1A4cTo5SCt/.ทั้งนี้ สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นผู้ทดสอบคุณภาพเหล็กตัวอย่างดังกล่าว ยังไม่ระบุยี่ห้อของเหล็กที่ตกมาตรฐาน และแจ้งว่าจำเป็นต้องเก็บตัวอย่างเพิ่ม.อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีข้อมูลชัดเจนอยู่แล้วว่า เหล็กส่วนใหญ่ที่กระทรวงอุตสาหกรรมเก็บตัวอย่างไปตรวจนั้นผลิตโดยโรงงานจีนใน จ.ระยอง ซึ่งวันนี้ ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส. ระยอง พรรคประชาชน โพสต์ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับโรงงานแห่งนี้ https://web.facebook.com/share/p/1XMfNe4zeP/.ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการมีผลงานก่ออุบัติเหตุต่างๆ มาเป็นระยะ ทั้งๆ ที่เป็นการลงทุนที่ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอ และที่สำคัญคือ แม้ว่าจะถูกทางกระทรวงอุตสาหกรรมสั่งปิดโรงงานเนื่องจากตรวจพบว่ามีการผลิตเหล็กไม่เป็นไปตามมาตรฐานแล้ว ในพื้นที่กลับพบว่า โรงงานเหมือนจะยังดำเนินการอย่างคึกคักเป็นปกติ!!!.ภาพโดย : หยา คลองจั่น
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 155 มุมมอง 0 รีวิว
  • ด่วน!
    ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ประกาศอพยพคนลงตึก หลังได้รับแจ้งเตือนสัญญาณเหตุแผ่นดินไหว

    นอกจากนี้ 'ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ' อาคาร A มีรายงานแรงสั่นสะเทือน-พื้นยุบ พบมีรอยร้าว กำลังตรวจสอบ เช่นเดียวกับ 'ศาลอาญา' มีสัญญาณเตือน ให้ทุกคนออกจากตึก

    ตึกกรมสรรพากร ซอย อารีย์ ประกาศอพยพคนออกจากตึก และ Work From Home เป็นเวลา 2 เดือน



    เครดิตวิดีโอจาก "NBT Connext" 
    https://web.facebook.com/Sumnakkaow.PRD
    ด่วน! ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ประกาศอพยพคนลงตึก หลังได้รับแจ้งเตือนสัญญาณเหตุแผ่นดินไหว นอกจากนี้ 'ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ' อาคาร A มีรายงานแรงสั่นสะเทือน-พื้นยุบ พบมีรอยร้าว กำลังตรวจสอบ เช่นเดียวกับ 'ศาลอาญา' มีสัญญาณเตือน ให้ทุกคนออกจากตึก ตึกกรมสรรพากร ซอย อารีย์ ประกาศอพยพคนออกจากตึก และ Work From Home เป็นเวลา 2 เดือน เครดิตวิดีโอจาก "NBT Connext"  https://web.facebook.com/Sumnakkaow.PRD
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 199 มุมมอง 24 0 รีวิว
  • ข่าวนี้พูดถึงช่องโหว่ความปลอดภัยใน ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งอาจทำให้ นักโจมตีทางไซเบอร์ สามารถควบคุมการผลิตพลังงาน แทรกแซงข้อมูลส่วนตัว หรือแม้กระทั่งขัดขวางการทำงานของโครงข่ายพลังงาน ผู้เชี่ยวชาญจาก Forescout – Vedere Labs ระบุช่องโหว่ใหม่ถึง 46 รายการในอุปกรณ์อินเวอร์เตอร์จากผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง Sungrow, Growatt และ SMA โดย 80% ของช่องโหว่ที่รายงานถือเป็นปัญหาร้ายแรงหรือสำคัญ

    ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการเชื่อมต่อออนไลน์:
    - หลายอินเวอร์เตอร์ในระบบพลังงานแสงอาทิตย์มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยตรง ทำให้ง่ายต่อการโจมตีผ่านการใช้เฟิร์มแวร์ที่ล้าสมัยหรือการเข้ารหัสข้อมูลที่อ่อนแอ

    ผลกระทบที่เกิดขึ้น:
    - การโจมตีสามารถทำให้เกิดความไม่สมดุลในโครงข่ายพลังงาน การขโมยข้อมูลที่ละเมิดข้อกำหนดด้าน GDPR รวมถึงการควบคุมอุปกรณ์ภายในบ้านอัจฉริยะ เช่น เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

    คำแนะนำในการป้องกัน:
    - ผู้ผลิตควรเร่งแก้ไขปัญหาด้วยการอัปเดตระบบ ปรับปรุงโค้ดให้ปลอดภัย และทดสอบเจาะระบบอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ควรมีการใช้ Web Application Firewall และมาตรการความปลอดภัยมาตรฐาน เช่น NIST IR 8259

    บทบาทของเจ้าของระบบพลังงานแสงอาทิตย์:
    - การแยกเครือข่ายของอุปกรณ์แสงอาทิตย์ การตั้งค่าระบบเฝ้าระวังความปลอดภัย และการใช้ซอฟต์แวร์ป้องกันภัยไซเบอร์เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ใช้ควรดำเนินการ

    https://www.techradar.com/pro/millions-of-solar-power-systems-could-be-at-risk-of-cyber-attacks-after-researchers-find-flurry-of-vulnerabilities
    ข่าวนี้พูดถึงช่องโหว่ความปลอดภัยใน ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งอาจทำให้ นักโจมตีทางไซเบอร์ สามารถควบคุมการผลิตพลังงาน แทรกแซงข้อมูลส่วนตัว หรือแม้กระทั่งขัดขวางการทำงานของโครงข่ายพลังงาน ผู้เชี่ยวชาญจาก Forescout – Vedere Labs ระบุช่องโหว่ใหม่ถึง 46 รายการในอุปกรณ์อินเวอร์เตอร์จากผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง Sungrow, Growatt และ SMA โดย 80% ของช่องโหว่ที่รายงานถือเป็นปัญหาร้ายแรงหรือสำคัญ ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการเชื่อมต่อออนไลน์: - หลายอินเวอร์เตอร์ในระบบพลังงานแสงอาทิตย์มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยตรง ทำให้ง่ายต่อการโจมตีผ่านการใช้เฟิร์มแวร์ที่ล้าสมัยหรือการเข้ารหัสข้อมูลที่อ่อนแอ ผลกระทบที่เกิดขึ้น: - การโจมตีสามารถทำให้เกิดความไม่สมดุลในโครงข่ายพลังงาน การขโมยข้อมูลที่ละเมิดข้อกำหนดด้าน GDPR รวมถึงการควบคุมอุปกรณ์ภายในบ้านอัจฉริยะ เช่น เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า คำแนะนำในการป้องกัน: - ผู้ผลิตควรเร่งแก้ไขปัญหาด้วยการอัปเดตระบบ ปรับปรุงโค้ดให้ปลอดภัย และทดสอบเจาะระบบอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ควรมีการใช้ Web Application Firewall และมาตรการความปลอดภัยมาตรฐาน เช่น NIST IR 8259 บทบาทของเจ้าของระบบพลังงานแสงอาทิตย์: - การแยกเครือข่ายของอุปกรณ์แสงอาทิตย์ การตั้งค่าระบบเฝ้าระวังความปลอดภัย และการใช้ซอฟต์แวร์ป้องกันภัยไซเบอร์เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ใช้ควรดำเนินการ https://www.techradar.com/pro/millions-of-solar-power-systems-could-be-at-risk-of-cyber-attacks-after-researchers-find-flurry-of-vulnerabilities
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 237 มุมมอง 0 รีวิว
  • AWS นำเสนอสถาปัตยกรรม AI ใหม่ด้วยชิป Trainium ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายการใช้งาน AI โดยเสนอทางเลือกที่ถูกกว่า Nvidia H100 ถึง 25% แม้ยังมีข้อจำกัดเรื่องการใช้งานที่ต้องพึ่งพา AWS แต่ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบ AI ที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพ

    กลยุทธ์ที่โดดเด่นในตลาด AI:
    - AWS เป็นหนึ่งในหลายบริษัทที่กำลังพัฒนาชิปของตนเอง เช่น Google ที่มีชิป Tensor Processing Units (TPU) เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและหลีกเลี่ยงปัญหาความขาดแคลน GPU

    ความสามารถของ Trainium:
    - แม้ Trainium อาจไม่สามารถแทนที่ Nvidia GPU ที่มีความซับซ้อนสูง เช่น DGX Spark ได้โดยตรง แต่ยังถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ใช้งานที่ไม่ต้องการรอคิวหรือจ่ายค่าใช้จ่ายสูง

    ข้อจำกัดที่ควรพิจารณา:
    - Trainium มีการใช้งานเฉพาะใน AWS เท่านั้น ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้ถูกผูกมัดกับแพลตฟอร์ม และต้องลงทุนเพิ่มเติมเพื่อเรียนรู้ระบบใหม่ที่แตกต่างจาก CUDA ของ Nvidia

    แนวโน้มในอุตสาหกรรม:
    - ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่มุ่งสร้างระบบชิปของตนเองเพื่อลดการพึ่งพา Nvidia ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในกลยุทธ์ตลาด AI และการพัฒนาระบบเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบริษัท

    https://www.techradar.com/pro/and-so-it-begins-amazon-web-services-is-aggressively-courting-its-own-customers-to-use-its-trainium-tech-rather-than-nvidias-gpus
    AWS นำเสนอสถาปัตยกรรม AI ใหม่ด้วยชิป Trainium ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายการใช้งาน AI โดยเสนอทางเลือกที่ถูกกว่า Nvidia H100 ถึง 25% แม้ยังมีข้อจำกัดเรื่องการใช้งานที่ต้องพึ่งพา AWS แต่ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบ AI ที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพ กลยุทธ์ที่โดดเด่นในตลาด AI: - AWS เป็นหนึ่งในหลายบริษัทที่กำลังพัฒนาชิปของตนเอง เช่น Google ที่มีชิป Tensor Processing Units (TPU) เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและหลีกเลี่ยงปัญหาความขาดแคลน GPU ความสามารถของ Trainium: - แม้ Trainium อาจไม่สามารถแทนที่ Nvidia GPU ที่มีความซับซ้อนสูง เช่น DGX Spark ได้โดยตรง แต่ยังถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ใช้งานที่ไม่ต้องการรอคิวหรือจ่ายค่าใช้จ่ายสูง ข้อจำกัดที่ควรพิจารณา: - Trainium มีการใช้งานเฉพาะใน AWS เท่านั้น ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้ถูกผูกมัดกับแพลตฟอร์ม และต้องลงทุนเพิ่มเติมเพื่อเรียนรู้ระบบใหม่ที่แตกต่างจาก CUDA ของ Nvidia แนวโน้มในอุตสาหกรรม: - ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่มุ่งสร้างระบบชิปของตนเองเพื่อลดการพึ่งพา Nvidia ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในกลยุทธ์ตลาด AI และการพัฒนาระบบเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบริษัท https://www.techradar.com/pro/and-so-it-begins-amazon-web-services-is-aggressively-courting-its-own-customers-to-use-its-trainium-tech-rather-than-nvidias-gpus
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 176 มุมมอง 0 รีวิว
  • มีแคมเปญแฮ็กเว็บไซต์ขนาดใหญ่ที่ส่งผลต่อเว็บไซต์กว่า 150,000 แห่ง โดยใช้เทคนิค iframe injections เพื่อหลอกลวงผู้เยี่ยมชมไปยังหน้าเว็บปลอม เช่น เว็บการพนัน ผู้ดูแลเว็บไซต์ควรตรวจสอบซอร์สโค้ด บล็อกโดเมนอันตราย และอัปเดตระบบเป็นประจำเพื่อป้องกันความเสี่ยง

    การทำงานของการโจมตี:
    - ผู้โจมตีใช้สคริปต์ที่มาจากโดเมนที่เกี่ยวข้องกับ Megalayer exploit และมัลแวร์ภาษาจีน โดยมีการแสดงผลหน้าเว็บปลอมเพื่อหลอกลวงผู้ใช้ และอาจนำไปสู่การติดตั้งมัลแวร์เพิ่มเติม.

    ผลกระทบและความเสี่ยง:
    - เมื่อผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ติดมัลแวร์ ระบบเบราว์เซอร์ของพวกเขาอาจถูกควบคุมและนำพาไปยังหน้าเว็บที่เป็นอันตราย ความเสี่ยงนี้เพิ่มความกังวลสำหรับผู้ดูแลเว็บไซต์ทั่วโลก.

    คำแนะนำสำหรับการป้องกัน:
    - ผู้ดูแลระบบควรตรวจสอบซอร์สโค้ดอย่างละเอียด, บล็อกโดเมนอันตราย (เช่น zuizhongjs[.]com), และใช้กฎไฟร์วอลล์เพื่อป้องกันการเข้าถึงที่ไม่พึงประสงค์ นอกจากนี้ ควรตรวจสอบ log files เพื่อระวังคำขอที่ไม่คาดคิดที่อาจชี้ไปยังโดเมนอันตรายเหล่านี้.

    ความสำคัญของการอัปเดตระบบ:
    - การอัปเดตซอฟต์แวร์และปลั๊กอินในเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดโอกาสตกเป็นเหยื่อการโจมตี.

    https://www.techradar.com/pro/security/thousands-of-websites-have-now-been-hijacked-by-this-malicious-scheme
    มีแคมเปญแฮ็กเว็บไซต์ขนาดใหญ่ที่ส่งผลต่อเว็บไซต์กว่า 150,000 แห่ง โดยใช้เทคนิค iframe injections เพื่อหลอกลวงผู้เยี่ยมชมไปยังหน้าเว็บปลอม เช่น เว็บการพนัน ผู้ดูแลเว็บไซต์ควรตรวจสอบซอร์สโค้ด บล็อกโดเมนอันตราย และอัปเดตระบบเป็นประจำเพื่อป้องกันความเสี่ยง การทำงานของการโจมตี: - ผู้โจมตีใช้สคริปต์ที่มาจากโดเมนที่เกี่ยวข้องกับ Megalayer exploit และมัลแวร์ภาษาจีน โดยมีการแสดงผลหน้าเว็บปลอมเพื่อหลอกลวงผู้ใช้ และอาจนำไปสู่การติดตั้งมัลแวร์เพิ่มเติม. ผลกระทบและความเสี่ยง: - เมื่อผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ติดมัลแวร์ ระบบเบราว์เซอร์ของพวกเขาอาจถูกควบคุมและนำพาไปยังหน้าเว็บที่เป็นอันตราย ความเสี่ยงนี้เพิ่มความกังวลสำหรับผู้ดูแลเว็บไซต์ทั่วโลก. คำแนะนำสำหรับการป้องกัน: - ผู้ดูแลระบบควรตรวจสอบซอร์สโค้ดอย่างละเอียด, บล็อกโดเมนอันตราย (เช่น zuizhongjs[.]com), และใช้กฎไฟร์วอลล์เพื่อป้องกันการเข้าถึงที่ไม่พึงประสงค์ นอกจากนี้ ควรตรวจสอบ log files เพื่อระวังคำขอที่ไม่คาดคิดที่อาจชี้ไปยังโดเมนอันตรายเหล่านี้. ความสำคัญของการอัปเดตระบบ: - การอัปเดตซอฟต์แวร์และปลั๊กอินในเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดโอกาสตกเป็นเหยื่อการโจมตี. https://www.techradar.com/pro/security/thousands-of-websites-have-now-been-hijacked-by-this-malicious-scheme
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 135 มุมมอง 0 รีวิว
  • ช่องโหว่สำคัญใน Ingress-NGINX ของ Kubernetes ที่ถูกขนานนามว่า IngressNightmare สามารถทำให้แฮกเกอร์ควบคุมคลัสเตอร์โดยไม่ต้องล็อกอิน ข้อมูลลับของคลัสเตอร์ที่เปิดเผยต่อสาธารณะส่งผลให้ระบบหลายพันคลัสเตอร์และบริษัทชั้นนำในกลุ่ม Fortune 500 เสี่ยงต่อการโจมตี แนะนำให้อัปเดตระบบทันทีหรือใช้มาตรการป้องกันชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากช่องโหว่

    ช่องโหว่ที่ระบุ:
    - ช่องโหว่ทั้ง 5 ได้รับการแก้ไขใน Ingress-NGINX Controller รุ่น 1.12.1 และ 1.11.5 ซึ่งรวมถึง CVE-2025-1974 ที่ถือว่าร้ายแรงที่สุดในกลุ่มนี้ โดยมีคะแนนความรุนแรง 9.8 บนมาตรวัด CVSS.

    ความสำคัญของระบบ Kubernetes:
    - ระบบ Kubernetes ถูกใช้ในการจัดการบริการแอปพลิเคชันขนาดใหญ่ โดยกระจายแอปพลิเคชันออกเป็นเครือข่ายของไมโครเซอร์วิส ซึ่งช่องโหว่ในระบบสามารถทำให้เกิดความเสี่ยงระดับวิกฤติ.

    แนวทางลดความเสี่ยง:
    - ผู้ดูแลระบบสามารถอัปเกรด Ingress-NGINX Controller หรือในกรณีที่ไม่สามารถทำได้ทันที สามารถปิดการทำงานของ ValidatingWebhookConfiguration และลบอาร์กิวเมนต์ที่เกี่ยวข้องชั่วคราวเพื่อป้องกันการใช้งานช่องโหว่ที่ง่ายขึ้น.

    ผลกระทบในระดับใหญ่:
    - เมื่อช่องโหว่ผสมผสานกัน เช่น CVE-2025-1974 สามารถทำให้ใครก็ตามที่เข้าถึงเครือข่าย Pod มีโอกาสควบคุมคลัสเตอร์ได้โดยไม่ต้องมีสิทธิ์ในการบริหารหรือการเข้าถึงข้อมูลประจำตัว.

    https://www.csoonline.com/article/3854089/critical-rce-flaws-put-kubernetes-clusters-at-risk-of-takeover.html
    ช่องโหว่สำคัญใน Ingress-NGINX ของ Kubernetes ที่ถูกขนานนามว่า IngressNightmare สามารถทำให้แฮกเกอร์ควบคุมคลัสเตอร์โดยไม่ต้องล็อกอิน ข้อมูลลับของคลัสเตอร์ที่เปิดเผยต่อสาธารณะส่งผลให้ระบบหลายพันคลัสเตอร์และบริษัทชั้นนำในกลุ่ม Fortune 500 เสี่ยงต่อการโจมตี แนะนำให้อัปเดตระบบทันทีหรือใช้มาตรการป้องกันชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากช่องโหว่ ช่องโหว่ที่ระบุ: - ช่องโหว่ทั้ง 5 ได้รับการแก้ไขใน Ingress-NGINX Controller รุ่น 1.12.1 และ 1.11.5 ซึ่งรวมถึง CVE-2025-1974 ที่ถือว่าร้ายแรงที่สุดในกลุ่มนี้ โดยมีคะแนนความรุนแรง 9.8 บนมาตรวัด CVSS. ความสำคัญของระบบ Kubernetes: - ระบบ Kubernetes ถูกใช้ในการจัดการบริการแอปพลิเคชันขนาดใหญ่ โดยกระจายแอปพลิเคชันออกเป็นเครือข่ายของไมโครเซอร์วิส ซึ่งช่องโหว่ในระบบสามารถทำให้เกิดความเสี่ยงระดับวิกฤติ. แนวทางลดความเสี่ยง: - ผู้ดูแลระบบสามารถอัปเกรด Ingress-NGINX Controller หรือในกรณีที่ไม่สามารถทำได้ทันที สามารถปิดการทำงานของ ValidatingWebhookConfiguration และลบอาร์กิวเมนต์ที่เกี่ยวข้องชั่วคราวเพื่อป้องกันการใช้งานช่องโหว่ที่ง่ายขึ้น. ผลกระทบในระดับใหญ่: - เมื่อช่องโหว่ผสมผสานกัน เช่น CVE-2025-1974 สามารถทำให้ใครก็ตามที่เข้าถึงเครือข่าย Pod มีโอกาสควบคุมคลัสเตอร์ได้โดยไม่ต้องมีสิทธิ์ในการบริหารหรือการเข้าถึงข้อมูลประจำตัว. https://www.csoonline.com/article/3854089/critical-rce-flaws-put-kubernetes-clusters-at-risk-of-takeover.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    Critical RCE flaws put Kubernetes clusters at risk of takeover
    The vulnerabilities dubbed IngressNightmare can allow unauthenticated users to inject malicious NGINX configurations and execute malicious code into the Ingress NGINX pod, potentially exposing all cluster secrets and leading to cluster takeover.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 174 มุมมอง 0 รีวิว
  • ภาพวิดีโอจากเพจ "อิแฉ บวกหมดไม่สน v3 " เผยให้เห็นผู้ที่ติดอยู่กลางซากปรักหักพังของอาคารที่พังถล่ม

    https://web.facebook.com/share/v/15T2eZxaGa/
    ภาพวิดีโอจากเพจ "อิแฉ บวกหมดไม่สน v3 " เผยให้เห็นผู้ที่ติดอยู่กลางซากปรักหักพังของอาคารที่พังถล่ม https://web.facebook.com/share/v/15T2eZxaGa/
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 173 มุมมอง 38 0 รีวิว
  • หลังจากมีผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าวปลอมเกี่ยวกับเขื่อนวชิราลงกรณได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว

    นายสกล อักษรธนาวัฒน์ ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ ยืนยันแผ่นดินไหว ประเทศพม่าไม่กระทบเขื่อนวชิราลงกรณ เขื่อนยังมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย

    https://web.facebook.com/share/p/151hKbPucu/
    หลังจากมีผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าวปลอมเกี่ยวกับเขื่อนวชิราลงกรณได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว นายสกล อักษรธนาวัฒน์ ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ ยืนยันแผ่นดินไหว ประเทศพม่าไม่กระทบเขื่อนวชิราลงกรณ เขื่อนยังมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย https://web.facebook.com/share/p/151hKbPucu/
    Angry
    1
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 171 มุมมอง 0 รีวิว
  • อาคารที่ถล่มวันนี้คือ อาคารที่ทำการ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ (สตง) สูง 30 ชั้น

    https://web.facebook.com/share/p/1KcmiL38Q1/

    อาคารที่ถล่มวันนี้คือ อาคารที่ทำการ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ (สตง) สูง 30 ชั้น https://web.facebook.com/share/p/1KcmiL38Q1/
    Sad
    1
    1 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 140 มุมมอง 0 รีวิว
  • 5/
    ด่วน!!
    เกิดเหตุแผ่นดินไหว คาดการณ์ว่า ศูนย์กลางแผ่นดินไหว อยู่ที่ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา 7.7 แมกนิจูด ลึก 10 กม.
    ภาพเหตุการณ์ตึกที่จตุจักร ถล่ม รถไฟฟ้า BTS MRT งดให้บริการ

    เครดิตวิดีโอ "เปาบุ้นจุ้น"

    https://web.facebook.com/share/v/1GyEErbPh2/
    5/ ด่วน!! เกิดเหตุแผ่นดินไหว คาดการณ์ว่า ศูนย์กลางแผ่นดินไหว อยู่ที่ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา 7.7 แมกนิจูด ลึก 10 กม. ภาพเหตุการณ์ตึกที่จตุจักร ถล่ม รถไฟฟ้า BTS MRT งดให้บริการ เครดิตวิดีโอ "เปาบุ้นจุ้น" https://web.facebook.com/share/v/1GyEErbPh2/
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 237 มุมมอง 31 0 รีวิว
  • 4/
    ด่วน!!
    เกิดเหตุแผ่นดินไหว คาดการณ์ว่า ศูนย์กลางแผ่นดินไหว อยู่ที่ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา 7.7 แมกนิจูด ลึก 10 กม.
    ภาพเหตุการณ์ตึกที่จตุจักร ถล่ม รถไฟฟ้า BTS MRT งดให้บริการ

    เครดิตวิดีโอ "ออยศรีและผองเผือก"
    https://web.facebook.com/share/v/14x8WFQWYf/
    4/ ด่วน!! เกิดเหตุแผ่นดินไหว คาดการณ์ว่า ศูนย์กลางแผ่นดินไหว อยู่ที่ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา 7.7 แมกนิจูด ลึก 10 กม. ภาพเหตุการณ์ตึกที่จตุจักร ถล่ม รถไฟฟ้า BTS MRT งดให้บริการ เครดิตวิดีโอ "ออยศรีและผองเผือก" https://web.facebook.com/share/v/14x8WFQWYf/
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 233 มุมมอง 24 0 รีวิว
  • 3/
    ด่วน!!
    เกิดเหตุแผ่นดินไหว คาดการณ์ว่า ศูนย์กลางแผ่นดินไหว อยู่ที่ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา 7.7 แมกนิจูด ลึก 10 กม.
    ภาพเหตุการณ์ตึกที่จตุจักร ถล่ม รถไฟฟ้า BTS MRT งดให้บริการ
    .
    เครดิตวิดีโอ "คนสู้ชีวิต อดีตไม่สวยหลอกนะ"
    https://web.facebook.com/share/v/15W6D3B668/
    3/ ด่วน!! เกิดเหตุแผ่นดินไหว คาดการณ์ว่า ศูนย์กลางแผ่นดินไหว อยู่ที่ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา 7.7 แมกนิจูด ลึก 10 กม. ภาพเหตุการณ์ตึกที่จตุจักร ถล่ม รถไฟฟ้า BTS MRT งดให้บริการ . เครดิตวิดีโอ "คนสู้ชีวิต อดีตไม่สวยหลอกนะ" https://web.facebook.com/share/v/15W6D3B668/
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 231 มุมมอง 32 0 รีวิว
  • 2/
    ด่วน!!
    เกิดเหตุแผ่นดินไหว คาดการณ์ว่า ศูนย์กลางแผ่นดินไหว อยู่ที่ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา 7.7 แมกนิจูด ลึก 10 กม.
    ภาพเหตุการณ์ตึกที่จตุจักร ถล่ม รถไฟฟ้า BTS MRT งดให้บริการ
    .
    เครดิตวิดีโอ "คนสู้ชีวิต อดีตไม่สวยหลอกนะ"
    https://web.facebook.com/share/v/15W6D3B668/
    2/ ด่วน!! เกิดเหตุแผ่นดินไหว คาดการณ์ว่า ศูนย์กลางแผ่นดินไหว อยู่ที่ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา 7.7 แมกนิจูด ลึก 10 กม. ภาพเหตุการณ์ตึกที่จตุจักร ถล่ม รถไฟฟ้า BTS MRT งดให้บริการ . เครดิตวิดีโอ "คนสู้ชีวิต อดีตไม่สวยหลอกนะ" https://web.facebook.com/share/v/15W6D3B668/
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 227 มุมมอง 29 0 รีวิว
  • 1/
    ด่วน!!
    เกิดเหตุแผ่นดินไหว คาดการณ์ว่า ศูนย์กลางแผ่นดินไหว อยู่ที่ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา 7.7 แมกนิจูด ลึก 10 กม.
    ภาพเหตุการณ์ตึกที่จตุจักร ถล่ม รถไฟฟ้า BTS MRT งดให้บริการ
    .
    เครดิตวิดีโอ "คนสู้ชีวิต อดีตไม่สวยหลอกนะ"
    https://web.facebook.com/share/v/15W6D3B668/
    1/ ด่วน!! เกิดเหตุแผ่นดินไหว คาดการณ์ว่า ศูนย์กลางแผ่นดินไหว อยู่ที่ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา 7.7 แมกนิจูด ลึก 10 กม. ภาพเหตุการณ์ตึกที่จตุจักร ถล่ม รถไฟฟ้า BTS MRT งดให้บริการ . เครดิตวิดีโอ "คนสู้ชีวิต อดีตไม่สวยหลอกนะ" https://web.facebook.com/share/v/15W6D3B668/
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 174 มุมมอง 0 รีวิว
  • Signal แอปแชตที่มีชื่อเสียงด้านความปลอดภัย กลายเป็นข่าวดังเพราะความผิดพลาดในการใช้งานที่เกิดจากมนุษย์ แม้ว่าการเข้ารหัสของ Signal จะป้องกันการเจาะข้อมูลได้ดี แต่กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าความปลอดภัยของแอปยังพึ่งพาการใช้งานที่ถูกต้อง ฟีเจอร์อย่างข้อความลบตัวเองและ PIN สามารถเพิ่มการป้องกันได้ แต่ข้อมูลสำคัญควรใช้งานบนแพลตฟอร์มเฉพาะที่ปลอดภัยกว่านี้

    จุดแข็งของ Signal:
    - การเข้ารหัสแบบ end-to-end ช่วยให้เฉพาะผู้ส่งและผู้รับเท่านั้นที่สามารถอ่านข้อความได้ อีกทั้ง Signal ใช้ซอร์สโค้ดแบบเปิด ช่วยให้ตรวจสอบและแก้ไขช่องโหว่ได้รวดเร็ว.

    ข้อผิดพลาดในกรณี Signalgate:
    - นักข่าวไม่ได้แฮกระบบ แต่ถูกเพิ่มเข้ากลุ่มโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้เห็นข้อความที่ควรเป็นความลับ นี่แสดงให้เห็นว่าความปลอดภัยยังขึ้นอยู่กับผู้ใช้งาน.

    การใช้งานที่เหมาะสม:
    - Signal ถูกออกแบบมาสำหรับการสื่อสารส่วนตัว แต่ไม่เหมาะสำหรับข้อมูลลับทางการหรือข้อมูลที่มีความอ่อนไหวสูงสุด.

    คำแนะนำในการใช้งาน:
    - Signal มีฟีเจอร์เช่น การตั้งค่าข้อความที่ลบตัวเองอัตโนมัติ การซ่อนเบอร์โทร และการตั้งค่า PIN เพื่อป้องกันการเข้าถึงที่ไม่พึงประสงค์.

    https://www.techradar.com/computing/websites-apps/what-is-signal-signalgate-explained
    Signal แอปแชตที่มีชื่อเสียงด้านความปลอดภัย กลายเป็นข่าวดังเพราะความผิดพลาดในการใช้งานที่เกิดจากมนุษย์ แม้ว่าการเข้ารหัสของ Signal จะป้องกันการเจาะข้อมูลได้ดี แต่กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าความปลอดภัยของแอปยังพึ่งพาการใช้งานที่ถูกต้อง ฟีเจอร์อย่างข้อความลบตัวเองและ PIN สามารถเพิ่มการป้องกันได้ แต่ข้อมูลสำคัญควรใช้งานบนแพลตฟอร์มเฉพาะที่ปลอดภัยกว่านี้ จุดแข็งของ Signal: - การเข้ารหัสแบบ end-to-end ช่วยให้เฉพาะผู้ส่งและผู้รับเท่านั้นที่สามารถอ่านข้อความได้ อีกทั้ง Signal ใช้ซอร์สโค้ดแบบเปิด ช่วยให้ตรวจสอบและแก้ไขช่องโหว่ได้รวดเร็ว. ข้อผิดพลาดในกรณี Signalgate: - นักข่าวไม่ได้แฮกระบบ แต่ถูกเพิ่มเข้ากลุ่มโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้เห็นข้อความที่ควรเป็นความลับ นี่แสดงให้เห็นว่าความปลอดภัยยังขึ้นอยู่กับผู้ใช้งาน. การใช้งานที่เหมาะสม: - Signal ถูกออกแบบมาสำหรับการสื่อสารส่วนตัว แต่ไม่เหมาะสำหรับข้อมูลลับทางการหรือข้อมูลที่มีความอ่อนไหวสูงสุด. คำแนะนำในการใช้งาน: - Signal มีฟีเจอร์เช่น การตั้งค่าข้อความที่ลบตัวเองอัตโนมัติ การซ่อนเบอร์โทร และการตั้งค่า PIN เพื่อป้องกันการเข้าถึงที่ไม่พึงประสงค์. https://www.techradar.com/computing/websites-apps/what-is-signal-signalgate-explained
    WWW.TECHRADAR.COM
    Signalgate explained: what is Signal, and how secure is the messaging app?
    How to use Signal properly to keep your chats safe and secure
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 205 มุมมอง 0 รีวิว
  • กลุ่มแฮกเกอร์ FamousSparrow กลับมาสร้างความเสียหายอีกครั้งด้วยการโจมตีหน่วยงานรัฐบาล องค์กรการเงิน และสถาบันวิจัยทั่วโลกผ่านการใช้ช่องโหว่ของซอฟต์แวร์เวอร์ชันเก่า มัลแวร์ SparrowDoor รุ่นใหม่ที่พัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคนิคในการโจมตี ส่งผลให้ผู้เชี่ยวชาญย้ำเตือนถึงความสำคัญของการอัปเดตระบบเพื่อป้องกันการคุกคามในอนาคต

    วิธีการโจมตี:
    - FamousSparrow ใช้ช่องโหว่จากซอฟต์แวร์เวอร์ชันเก่าบน Windows Server และ Microsoft Exchange เพื่อเข้าถึงระบบของเป้าหมายผ่านการติดตั้งเว็บเชลล์ (Webshell) บนเซิร์ฟเวอร์ IIS.

    เครื่องมือที่ใช้โจมตี:
    - นอกจาก SparrowDoor ยังพบการใช้ ShadowPad และเครื่องมืออื่น ๆ ในการรันคำสั่ง เก็บบันทึกการพิมพ์ข้อมูล เอ็กซ์ฟิลข้อมูล ถ่ายภาพหน้าจอ และเพิ่ม Payload เพิ่มเติม.

    ความสำคัญของการอัปเดตระบบ:
    - การโจมตีส่วนใหญ่เกิดจากระบบที่ไม่ได้รับการอัปเดต ซึ่งเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการป้องกันช่องโหว่โดยการใช้งานซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุด.

    เป้าหมายที่หลากหลาย:
    - FamousSparrow ได้โจมตีทั้งหน่วยงานรัฐบาลในฮอนดูรัส และสถาบันวิจัยในเม็กซิโก ก่อนจะโจมตีองค์กรการเงินในสหรัฐฯ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2024 โดยใช้มัลแวร์รุ่นใหม่ที่มีการพัฒนาทางเทคนิคเพิ่มขึ้นอย่างมาก.

    https://www.techradar.com/pro/security/chinese-hackers-famoussparrow-allegedly-target-us-financial-firms
    กลุ่มแฮกเกอร์ FamousSparrow กลับมาสร้างความเสียหายอีกครั้งด้วยการโจมตีหน่วยงานรัฐบาล องค์กรการเงิน และสถาบันวิจัยทั่วโลกผ่านการใช้ช่องโหว่ของซอฟต์แวร์เวอร์ชันเก่า มัลแวร์ SparrowDoor รุ่นใหม่ที่พัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคนิคในการโจมตี ส่งผลให้ผู้เชี่ยวชาญย้ำเตือนถึงความสำคัญของการอัปเดตระบบเพื่อป้องกันการคุกคามในอนาคต วิธีการโจมตี: - FamousSparrow ใช้ช่องโหว่จากซอฟต์แวร์เวอร์ชันเก่าบน Windows Server และ Microsoft Exchange เพื่อเข้าถึงระบบของเป้าหมายผ่านการติดตั้งเว็บเชลล์ (Webshell) บนเซิร์ฟเวอร์ IIS. เครื่องมือที่ใช้โจมตี: - นอกจาก SparrowDoor ยังพบการใช้ ShadowPad และเครื่องมืออื่น ๆ ในการรันคำสั่ง เก็บบันทึกการพิมพ์ข้อมูล เอ็กซ์ฟิลข้อมูล ถ่ายภาพหน้าจอ และเพิ่ม Payload เพิ่มเติม. ความสำคัญของการอัปเดตระบบ: - การโจมตีส่วนใหญ่เกิดจากระบบที่ไม่ได้รับการอัปเดต ซึ่งเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการป้องกันช่องโหว่โดยการใช้งานซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุด. เป้าหมายที่หลากหลาย: - FamousSparrow ได้โจมตีทั้งหน่วยงานรัฐบาลในฮอนดูรัส และสถาบันวิจัยในเม็กซิโก ก่อนจะโจมตีองค์กรการเงินในสหรัฐฯ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2024 โดยใช้มัลแวร์รุ่นใหม่ที่มีการพัฒนาทางเทคนิคเพิ่มขึ้นอย่างมาก. https://www.techradar.com/pro/security/chinese-hackers-famoussparrow-allegedly-target-us-financial-firms
    WWW.TECHRADAR.COM
    Notorious Chinese hackers FamousSparrow allegedly target US financial firms
    FamousSparrow was though to have retired, but appears to be back with a venegeance
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 185 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าวนี้รายงานว่าเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก (NYU) ถูกแฮกโดยกลุ่มแฮกเกอร์ที่อ้างว่าต้องการเปิดเผยความไม่เท่าเทียมทางเชื้อชาติในระบบการรับสมัครนักศึกษา โดยเว็บไซต์ถูกเปลี่ยนแปลงไปแสดงข้อมูลที่กลุ่มแฮกเกอร์กล่าวอ้างถึงคะแนน SAT, ACT และ GPA เฉลี่ยของนักศึกษาที่ได้รับการตอบรับในปี 2024-2025 พร้อมทั้งอ้างว่ามีความแตกต่างของคะแนนระหว่างกลุ่มเชื้อชาติ แต่เหตุการณ์นี้กลับนำไปสู่การรั่วไหลของข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับนักศึกษากว่า 3 ล้านคนตั้งแต่ปี 1989

    ข้อมูลที่ถูกเปิดเผย:
    - ข้อมูลที่หลุดออกมารวมถึงชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์, อีเมล, คะแนน GPA และข้อมูลด้านการเงินของผู้สมัคร นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับการสมัครแบบ Early Decision และข้อมูลสมาชิกในครอบครัว.

    การจัดการเหตุการณ์:
    - ทีมไอทีของ NYU สามารถกู้คืนระบบได้ภายใน 2 ชั่วโมงหลังจากเว็บไซต์ถูกแฮก แต่ข้อมูลที่หลุดไปก็ยังเป็นปัญหาที่ต้องจัดการในระยะยาว.

    มุมมองที่ซับซ้อน:
    - การโจมตีครั้งนี้มุ่งประเด็นไปที่การใช้นโยบาย Affirmative Action ซึ่งศาลสูงสหรัฐฯ ได้ยุติไปในปี 2023 อย่างไรก็ตาม กลุ่มแฮกเกอร์กล่าวว่า NYU ยังคงมีการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวอยู่.

    ผลกระทบต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง:
    - นักศึกษาที่ได้รับผลกระทบสามารถตรวจสอบว่าข้อมูลของตนรั่วไหลหรือไม่ ผ่านแพลตฟอร์ม DataBreach.com ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเผยว่ากลุ่มแฮกเกอร์พยายามลบข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนได้ แต่ยังคงมีข้อมูลสำคัญบางส่วนที่ถูกเปิดเผย.

    https://www.techradar.com/pro/security/nyu-website-defaced-as-hacker-leaks-info-on-a-million-students
    ข่าวนี้รายงานว่าเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก (NYU) ถูกแฮกโดยกลุ่มแฮกเกอร์ที่อ้างว่าต้องการเปิดเผยความไม่เท่าเทียมทางเชื้อชาติในระบบการรับสมัครนักศึกษา โดยเว็บไซต์ถูกเปลี่ยนแปลงไปแสดงข้อมูลที่กลุ่มแฮกเกอร์กล่าวอ้างถึงคะแนน SAT, ACT และ GPA เฉลี่ยของนักศึกษาที่ได้รับการตอบรับในปี 2024-2025 พร้อมทั้งอ้างว่ามีความแตกต่างของคะแนนระหว่างกลุ่มเชื้อชาติ แต่เหตุการณ์นี้กลับนำไปสู่การรั่วไหลของข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับนักศึกษากว่า 3 ล้านคนตั้งแต่ปี 1989 ข้อมูลที่ถูกเปิดเผย: - ข้อมูลที่หลุดออกมารวมถึงชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์, อีเมล, คะแนน GPA และข้อมูลด้านการเงินของผู้สมัคร นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับการสมัครแบบ Early Decision และข้อมูลสมาชิกในครอบครัว. การจัดการเหตุการณ์: - ทีมไอทีของ NYU สามารถกู้คืนระบบได้ภายใน 2 ชั่วโมงหลังจากเว็บไซต์ถูกแฮก แต่ข้อมูลที่หลุดไปก็ยังเป็นปัญหาที่ต้องจัดการในระยะยาว. มุมมองที่ซับซ้อน: - การโจมตีครั้งนี้มุ่งประเด็นไปที่การใช้นโยบาย Affirmative Action ซึ่งศาลสูงสหรัฐฯ ได้ยุติไปในปี 2023 อย่างไรก็ตาม กลุ่มแฮกเกอร์กล่าวว่า NYU ยังคงมีการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวอยู่. ผลกระทบต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง: - นักศึกษาที่ได้รับผลกระทบสามารถตรวจสอบว่าข้อมูลของตนรั่วไหลหรือไม่ ผ่านแพลตฟอร์ม DataBreach.com ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเผยว่ากลุ่มแฮกเกอร์พยายามลบข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนได้ แต่ยังคงมีข้อมูลสำคัญบางส่วนที่ถูกเปิดเผย. https://www.techradar.com/pro/security/nyu-website-defaced-as-hacker-leaks-info-on-a-million-students
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 175 มุมมอง 0 รีวิว
  • เอกสารทางการกี่โมง อห!!


    https://web.facebook.com/share/v/15JEGPEJgF/
    เอกสารทางการกี่โมง อห!! https://web.facebook.com/share/v/15JEGPEJgF/
    Like
    Haha
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 181 มุมมอง 0 รีวิว
  • ช่องโหว่ CVE-2025-29927 ใน Next.js ส่งผลให้ผู้ดูแลระบบต้องรีบอัปเดตแพลตฟอร์มเพื่อป้องกันการข้ามขั้นตอนตรวจสอบสิทธิ์ที่อาจเกิดขึ้น หากคุณใช้งานเวอร์ชัน 11.1.4 ขึ้นไป ควรรีบติดตั้งเวอร์ชัน 15.2.3 หรือ 14.2.25 เพื่อความปลอดภัย และหากยังอัปเดตไม่ได้ ให้ปิดกั้นคำขอที่มี x-middleware-subrequest header เพื่อป้องกันการโจมตีในระหว่างนี้

    ผลกระทบที่รุนแรง:
    - ช่องโหว่นี้ส่งผลกระทบต่อ Next.js ทุกเวอร์ชันตั้งแต่ 11.1.4 เป็นต้นมา ทำให้ผู้ใช้ที่ไม่ได้อัปเดตมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่ใช้ฟังก์ชัน middleware ในการควบคุมสิทธิ์.

    การแก้ไข:
    - ผู้พัฒนาและผู้ดูแลระบบที่ใช้ Next.js ควรอัปเดตเป็นเวอร์ชัน 15.2.3 สำหรับผู้ที่อยู่บนสาย 15.x หรือเวอร์ชัน 14.2.25 สำหรับสาย 14.x เพื่อปิดช่องโหว่นี้.

    คำแนะนำจาก Vercel:
    - หากไม่สามารถติดตั้งการอัปเดตได้ในทันที ผู้ใช้งานควรกำหนดให้เซิร์ฟเวอร์ปิดกั้นคำขอที่มี x-middleware-subrequest header เพื่อลดความเสี่ยงที่ผู้โจมตีอาจใช้ช่องโหว่นี้.

    ความกังวลในวงกว้าง:
    - ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ช่องโหว่ลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นในเฟรมเวิร์คอื่น ๆ ซึ่งเน้นการเชื่อมต่อระหว่างองค์ประกอบต่าง ๆ ในระบบเพื่อให้บริการได้รวดเร็ว แต่หากจัดการไม่ดี อาจสร้างช่องโหว่เช่นเดียวกัน.

    https://www.infoworld.com/article/3853904/warning-for-developers-web-admins-update-next-js-to-prevent-exploit.html
    ช่องโหว่ CVE-2025-29927 ใน Next.js ส่งผลให้ผู้ดูแลระบบต้องรีบอัปเดตแพลตฟอร์มเพื่อป้องกันการข้ามขั้นตอนตรวจสอบสิทธิ์ที่อาจเกิดขึ้น หากคุณใช้งานเวอร์ชัน 11.1.4 ขึ้นไป ควรรีบติดตั้งเวอร์ชัน 15.2.3 หรือ 14.2.25 เพื่อความปลอดภัย และหากยังอัปเดตไม่ได้ ให้ปิดกั้นคำขอที่มี x-middleware-subrequest header เพื่อป้องกันการโจมตีในระหว่างนี้ ผลกระทบที่รุนแรง: - ช่องโหว่นี้ส่งผลกระทบต่อ Next.js ทุกเวอร์ชันตั้งแต่ 11.1.4 เป็นต้นมา ทำให้ผู้ใช้ที่ไม่ได้อัปเดตมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่ใช้ฟังก์ชัน middleware ในการควบคุมสิทธิ์. การแก้ไข: - ผู้พัฒนาและผู้ดูแลระบบที่ใช้ Next.js ควรอัปเดตเป็นเวอร์ชัน 15.2.3 สำหรับผู้ที่อยู่บนสาย 15.x หรือเวอร์ชัน 14.2.25 สำหรับสาย 14.x เพื่อปิดช่องโหว่นี้. คำแนะนำจาก Vercel: - หากไม่สามารถติดตั้งการอัปเดตได้ในทันที ผู้ใช้งานควรกำหนดให้เซิร์ฟเวอร์ปิดกั้นคำขอที่มี x-middleware-subrequest header เพื่อลดความเสี่ยงที่ผู้โจมตีอาจใช้ช่องโหว่นี้. ความกังวลในวงกว้าง: - ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ช่องโหว่ลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นในเฟรมเวิร์คอื่น ๆ ซึ่งเน้นการเชื่อมต่อระหว่างองค์ประกอบต่าง ๆ ในระบบเพื่อให้บริการได้รวดเร็ว แต่หากจัดการไม่ดี อาจสร้างช่องโหว่เช่นเดียวกัน. https://www.infoworld.com/article/3853904/warning-for-developers-web-admins-update-next-js-to-prevent-exploit.html
    WWW.INFOWORLD.COM
    Warning for developers, web admins: update Next.js to prevent exploit
    Install the latest version to close critical authorization bypass vulnerability.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 152 มุมมอง 0 รีวิว
  • รายงานวิเคราะห์จากเพจลงทุนแมน เกี่ยวกับสรุปวิกฤติค่าเงิน อินโดนีเซีย อ่อนสุดตั้งแต่ต้มยำกุ้ง ในโพสต์เดียว /โดย ลงทุนแมน
    ถ้าบอกว่า อินโดนีเซียยังเป็นประเทศดาวรุ่งพุ่งแรง ที่ทุกอย่างกำลังดูดี โพสต์นี้อาจทำให้หลายคนมองภาพประเทศนี้เปลี่ยนไป

    เพราะตอนนี้ อินโดนีเซียกำลังเจอวิกฤติเงินรูเปียอ่อนค่าอย่างหนัก ซึ่งเป็นการอ่อนค่ามากที่สุด นับตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้งในปี 2540 เลยทีเดียว

    จนธนาคารกลางอินโดนีเซีย ต้องนำเงินทุนสำรองมาพยุงค่าเงินรูเปียไม่ให้อ่อนค่าไปมากกว่านี้

    วิกฤติค่าเงินของอินโดนีเซียรุนแรงแค่ไหน ?
    แล้วเกิดขึ้นเพราะอะไร ?
    ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

    ค่าเงินรูเปียของอินโดนีเซีย ร่วงไปแตะระดับ 16,600 รูเปียต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่ามากที่สุด ระดับเดียวกับช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง เมื่อปี 2540

    สถานการณ์ของอินโดนีเซียในครั้งนี้ อาจไม่ได้ซ้ำรอยกับวิกฤติต้มยำกุ้ง ที่เริ่มต้นจากการถล่มค่าเงินในภูมิภาค แต่เกิดขึ้นจากรากฐานเศรษฐกิจของอินโดนีเซียที่อ่อนแอลง และถูกซ้ำเติมด้วยนโยบายภาครัฐ

    ก่อนหน้านี้ อินโดนีเซีย คือหนึ่งในประเทศที่ได้รับเงินสนับสนุนและการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติมาอย่างต่อเนื่อง

    โดยในปี 2566 มีเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติมากถึง 1.88 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% จากปีก่อนหน้า และมี GDP เติบโตเฉลี่ย 5% ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา

    เมื่อมีเม็ดเงินลงทุนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง บวกกับเศรษฐกิจที่เติบโตดี มีฐานประชากรกว่า 281 ล้านคน คอยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

    อีกทั้งรัฐบาลอินโดนีเซีย ดำเนินนโยบายแบบขาดดุลตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งอินโดนีเซียมีกรอบนโยบายขาดดุลงบประมาณราว -3% ต่อ GDP อย่างยาวนาน

    จนมาถึงยุคของ ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต
    ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งในช่วงปลายปี 2567 ก็ยังคงเดินตามแบบแผนเดิม ๆ คือ การตั้งงบประมาณแบบขาดดุล

    พร้อมกับนโยบายประชานิยมหลากหลายอย่าง ที่เขาได้ประกาศใช้ ไม่ว่าจะเป็น

    - ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 6.5% สูงกว่าข้อเสนอของกระทรวงแรงงานที่เสนอไว้ 6%

    - อาหารกลางวันฟรี ให้กับประชาชนกว่า 83 ล้านคน โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ เด็ก และสตรีมีครรภ์ ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณกว่า 950,000 ล้านบาทต่อปี

    - สั่งเบรกอัตราภาษี VAT ที่จะต้องปรับขึ้นเป็น 12% ในสินค้าทุกรายการ เป็นบังคับใช้เพียงสินค้าฟุ่มเฟือยเท่านั้น

    แน่นอนว่า การทำนโยบายประชานิยม ก็ยิ่งกดดันให้อินโดนีเซียต้องขาดดุลมากขึ้น และมีความเสี่ยงที่จะเลยกรอบ 3% ต่อ GDP ที่วางไว้

    ซึ่งในปี 2568 รัฐบาลอินโดนีเซีย ตั้งเป้างบประมาณขาดดุลไว้ที่ 2.53% เพิ่มขึ้นจาก 2.29% ในปี 2567

    แล้วภาพเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย เป็นอย่างไร ?

    สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP อินโดนีเซีย ในปี 2567 อยู่ที่ 39% ซึ่งถือว่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับชาติอื่น ๆ ในภูมิภาค เช่น ไทย ฟิลิปปินส์ หรือ มาเลเซีย

    แต่หากดูในภาพรวม จะพบว่า GDP ของอินโดนีเซีย กำลังเติบโตลดลงทีละน้อย จาก 5.31% ในปี 2565 เหลือ 5.03% ในปี 2567

    ในขณะที่รายได้ของรัฐ เริ่มส่งสัญญาณโตไม่ทันรายจ่าย ทำให้ภาครัฐขาดดุลมากขึ้น

    ปี 2565 ขาดดุล 943,236 ล้านบาท
    ปี 2566 ขาดดุล 994,387 ล้านบาท
    ปี 2567 ขาดดุล 1,070,091 ล้านบาท

    เมื่อมีแนวโน้มขาดดุลงบประมาณมากขึ้น แต่การเติบโตของเศรษฐกิจกลับเริ่มอ่อนแรง การกู้เงินมาใช้จ่ายจึงเพิ่มขึ้น

    ซึ่งแม้แต่ประธานาธิบดีปราโบโวเอง ก็เคยบอกไว้ว่ามีแผนจะปรับระดับเพดานหนี้สาธารณะต่อ GDP อินโดนีเซีย ไปอยู่ในระดับ 50% ภายในเวลา 5 ปี

    นอกจากเรื่องการขาดดุลอย่างต่อเนื่องแล้ว ประธานาธิบดีคนนี้ ยังต้องการตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติที่ชื่อว่า Danantara ที่คาดว่าจะมีมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การจัดการกว่า 30 ล้านล้านบาท

    Danantara มีโมเดลคล้าย Temasek กองทุน
    ความมั่งคั่งแห่งชาติสิงคโปร์ ที่เน้นนำเงินของประเทศ
    ไปลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ทั่วโลก

    รวมถึง รัฐวิสาหกิจของอินโดนีเซีย กว่า 40 แห่ง ที่จะถูกรวมเข้ามาเป็นสินทรัพย์ภายใต้กองทุน เช่น
    - Pertamina บริษัทน้ำมันและก๊าซ
    - PLN บริษัทไฟฟ้า
    - Telkom Indonesia บริษัทโทรคมนาคม

    แต่ปัญหาคือ กองทุนนี้ต้องใช้เงินมหาศาลในการจัดตั้งกองทุน ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลอินโดนีเซียทำ เป็นความเสี่ยงที่หลายคนกังวล

    เพราะรัฐบาลหาเงินมาทำกองทุนนี้ ด้วยการตัดงบประมาณบริการสาธารณะที่จำเป็น รวมถึงการลดเงินทุนสำหรับการศึกษาระดับประถมลง 24% และลดงบประมาณการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยลง 39% ลดค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพลง 19% และที่สำคัญคือ การลดโครงการสาธารณูปโภค และโครงสร้างพื้นฐานลง 73%

    เรียกได้ว่า กองทุนนี้มีเงินตั้งต้นจากการลดค่าใช้จ่าย
    ในเศรษฐกิจ ที่เป็นอนาคตสำคัญของประเทศ

    จากปัญหาหลักทั้ง 2 เรื่องนี้ นั่นก็คือ การขาดดุลงบประมาณ และการลดค่าใช้จ่ายที่สำคัญทางเศรษฐกิจ ก็ทำให้นักลงทุนต่างชาติเริ่มกังวลกับความอ่อนแอของเศรษฐกิจ และศักยภาพการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาวของอินโดนีเซีย

    ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มเทขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย จนดัชนีตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย (IDX Composite) ปรับตัวลงไปแล้ว -10% นับจากต้นปี (ยังดีกว่าดัชนี SET ของไทยที่ -14%)

    ซึ่งวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียได้มีการประกาศหยุดซื้อขายหุ้นชั่วคราว หลังจากดัชนีหลักทรัพย์ร่วงไป -5%

    โดยแรงขายหุ้นจากนักลงทุนต่างชาติ ยังเป็นแรงกดดันให้ค่าเงินรูเปียของอินโดนีเซียอ่อนค่าลงอีกทาง

    ในที่สุด ค่าเงินรูเปียของอินโดนีเซียก็อ่อนค่าลงต่อเนื่อง จนตอนนี้อยู่ในระดับที่ต่ำสุด นับตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้งในช่วงปี 2540 ไปแล้ว (ในขณะที่ค่าเงินบาทไทยยังห่างไกลจากช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง ที่อ่อนค่าลงไปแตะ 55 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ)

    อย่างไรก็ตาม ก็ต้องบอกว่า เรื่องนี้ก็อาจเกิดขึ้นในระยะสั้นเท่านั้น หากความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมา และความท้าทายทางเศรษฐกิจเริ่มคลี่คลาย

    แต่ถ้ารัฐบาลอินโดนีเซียภายใต้ผู้นำที่ชื่อว่า ปราโบโว
    ซูเบียนโต ยังทำแบบเดิม ๆ และความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ยังไม่ฟื้นคืน

    สุดท้าย ก็อาจทำให้ค่าเงินรูเปียของอินโดนีเซีย ร่วงหนักไปมากกว่านี้ก็ได้..

    ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ

    รู้ไหมว่า กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ Danantara
    ของอินโดนีเซีย มีคุณทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาอีกด้วย
    ╔═══════════╗
    ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
    ╚═══════════╝
    ติดตามลงทุนแมนได้ที่
    Website - longtunman.com
    Blockdit - blockdit.com/longtunman
    Facebook - facebook.com/longtunman
    Twitter - twitter.com/longtunman
    Instagram - instagram.com/longtunman
    YouTube - youtube.com/longtunman
    TikTok - tiktok.com/@longtunman
    Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
    Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงทุนแมน/id1543162829
    Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
    References
    -https://www.reuters.com/markets/currencies/indonesia-cbank-says-rupiah-weakness-reflects-global-domestic-factors-2025-03-25/?utm_source=chatgpt.com
    -https://www.bloomberg.com/news/articles/2025-03-26/indonesia-stock-market-why-are-investors-fleeing-what-role-has-prabowo-played
    -https://tradingeconomics.com/indonesia/indicators
    -https://www.bps.go.id/en/statistics-table/2/MTA4NSMy/actual-government-expenditures--finance-.html
    -https://asiatimes.com/2025/03/danantara-indonesias-ticking-financial-time-bomb
    รายงานวิเคราะห์จากเพจลงทุนแมน เกี่ยวกับสรุปวิกฤติค่าเงิน อินโดนีเซีย อ่อนสุดตั้งแต่ต้มยำกุ้ง ในโพสต์เดียว /โดย ลงทุนแมน ถ้าบอกว่า อินโดนีเซียยังเป็นประเทศดาวรุ่งพุ่งแรง ที่ทุกอย่างกำลังดูดี โพสต์นี้อาจทำให้หลายคนมองภาพประเทศนี้เปลี่ยนไป เพราะตอนนี้ อินโดนีเซียกำลังเจอวิกฤติเงินรูเปียอ่อนค่าอย่างหนัก ซึ่งเป็นการอ่อนค่ามากที่สุด นับตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้งในปี 2540 เลยทีเดียว จนธนาคารกลางอินโดนีเซีย ต้องนำเงินทุนสำรองมาพยุงค่าเงินรูเปียไม่ให้อ่อนค่าไปมากกว่านี้ วิกฤติค่าเงินของอินโดนีเซียรุนแรงแค่ไหน ? แล้วเกิดขึ้นเพราะอะไร ? ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง ค่าเงินรูเปียของอินโดนีเซีย ร่วงไปแตะระดับ 16,600 รูเปียต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่ามากที่สุด ระดับเดียวกับช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง เมื่อปี 2540 สถานการณ์ของอินโดนีเซียในครั้งนี้ อาจไม่ได้ซ้ำรอยกับวิกฤติต้มยำกุ้ง ที่เริ่มต้นจากการถล่มค่าเงินในภูมิภาค แต่เกิดขึ้นจากรากฐานเศรษฐกิจของอินโดนีเซียที่อ่อนแอลง และถูกซ้ำเติมด้วยนโยบายภาครัฐ ก่อนหน้านี้ อินโดนีเซีย คือหนึ่งในประเทศที่ได้รับเงินสนับสนุนและการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2566 มีเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติมากถึง 1.88 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% จากปีก่อนหน้า และมี GDP เติบโตเฉลี่ย 5% ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เมื่อมีเม็ดเงินลงทุนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง บวกกับเศรษฐกิจที่เติบโตดี มีฐานประชากรกว่า 281 ล้านคน คอยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อีกทั้งรัฐบาลอินโดนีเซีย ดำเนินนโยบายแบบขาดดุลตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งอินโดนีเซียมีกรอบนโยบายขาดดุลงบประมาณราว -3% ต่อ GDP อย่างยาวนาน จนมาถึงยุคของ ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งในช่วงปลายปี 2567 ก็ยังคงเดินตามแบบแผนเดิม ๆ คือ การตั้งงบประมาณแบบขาดดุล พร้อมกับนโยบายประชานิยมหลากหลายอย่าง ที่เขาได้ประกาศใช้ ไม่ว่าจะเป็น - ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 6.5% สูงกว่าข้อเสนอของกระทรวงแรงงานที่เสนอไว้ 6% - อาหารกลางวันฟรี ให้กับประชาชนกว่า 83 ล้านคน โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ เด็ก และสตรีมีครรภ์ ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณกว่า 950,000 ล้านบาทต่อปี - สั่งเบรกอัตราภาษี VAT ที่จะต้องปรับขึ้นเป็น 12% ในสินค้าทุกรายการ เป็นบังคับใช้เพียงสินค้าฟุ่มเฟือยเท่านั้น แน่นอนว่า การทำนโยบายประชานิยม ก็ยิ่งกดดันให้อินโดนีเซียต้องขาดดุลมากขึ้น และมีความเสี่ยงที่จะเลยกรอบ 3% ต่อ GDP ที่วางไว้ ซึ่งในปี 2568 รัฐบาลอินโดนีเซีย ตั้งเป้างบประมาณขาดดุลไว้ที่ 2.53% เพิ่มขึ้นจาก 2.29% ในปี 2567 แล้วภาพเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย เป็นอย่างไร ? สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP อินโดนีเซีย ในปี 2567 อยู่ที่ 39% ซึ่งถือว่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับชาติอื่น ๆ ในภูมิภาค เช่น ไทย ฟิลิปปินส์ หรือ มาเลเซีย แต่หากดูในภาพรวม จะพบว่า GDP ของอินโดนีเซีย กำลังเติบโตลดลงทีละน้อย จาก 5.31% ในปี 2565 เหลือ 5.03% ในปี 2567 ในขณะที่รายได้ของรัฐ เริ่มส่งสัญญาณโตไม่ทันรายจ่าย ทำให้ภาครัฐขาดดุลมากขึ้น ปี 2565 ขาดดุล 943,236 ล้านบาท ปี 2566 ขาดดุล 994,387 ล้านบาท ปี 2567 ขาดดุล 1,070,091 ล้านบาท เมื่อมีแนวโน้มขาดดุลงบประมาณมากขึ้น แต่การเติบโตของเศรษฐกิจกลับเริ่มอ่อนแรง การกู้เงินมาใช้จ่ายจึงเพิ่มขึ้น ซึ่งแม้แต่ประธานาธิบดีปราโบโวเอง ก็เคยบอกไว้ว่ามีแผนจะปรับระดับเพดานหนี้สาธารณะต่อ GDP อินโดนีเซีย ไปอยู่ในระดับ 50% ภายในเวลา 5 ปี นอกจากเรื่องการขาดดุลอย่างต่อเนื่องแล้ว ประธานาธิบดีคนนี้ ยังต้องการตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติที่ชื่อว่า Danantara ที่คาดว่าจะมีมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การจัดการกว่า 30 ล้านล้านบาท Danantara มีโมเดลคล้าย Temasek กองทุน ความมั่งคั่งแห่งชาติสิงคโปร์ ที่เน้นนำเงินของประเทศ ไปลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึง รัฐวิสาหกิจของอินโดนีเซีย กว่า 40 แห่ง ที่จะถูกรวมเข้ามาเป็นสินทรัพย์ภายใต้กองทุน เช่น - Pertamina บริษัทน้ำมันและก๊าซ - PLN บริษัทไฟฟ้า - Telkom Indonesia บริษัทโทรคมนาคม แต่ปัญหาคือ กองทุนนี้ต้องใช้เงินมหาศาลในการจัดตั้งกองทุน ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลอินโดนีเซียทำ เป็นความเสี่ยงที่หลายคนกังวล เพราะรัฐบาลหาเงินมาทำกองทุนนี้ ด้วยการตัดงบประมาณบริการสาธารณะที่จำเป็น รวมถึงการลดเงินทุนสำหรับการศึกษาระดับประถมลง 24% และลดงบประมาณการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยลง 39% ลดค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพลง 19% และที่สำคัญคือ การลดโครงการสาธารณูปโภค และโครงสร้างพื้นฐานลง 73% เรียกได้ว่า กองทุนนี้มีเงินตั้งต้นจากการลดค่าใช้จ่าย ในเศรษฐกิจ ที่เป็นอนาคตสำคัญของประเทศ จากปัญหาหลักทั้ง 2 เรื่องนี้ นั่นก็คือ การขาดดุลงบประมาณ และการลดค่าใช้จ่ายที่สำคัญทางเศรษฐกิจ ก็ทำให้นักลงทุนต่างชาติเริ่มกังวลกับความอ่อนแอของเศรษฐกิจ และศักยภาพการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาวของอินโดนีเซีย ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มเทขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย จนดัชนีตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย (IDX Composite) ปรับตัวลงไปแล้ว -10% นับจากต้นปี (ยังดีกว่าดัชนี SET ของไทยที่ -14%) ซึ่งวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียได้มีการประกาศหยุดซื้อขายหุ้นชั่วคราว หลังจากดัชนีหลักทรัพย์ร่วงไป -5% โดยแรงขายหุ้นจากนักลงทุนต่างชาติ ยังเป็นแรงกดดันให้ค่าเงินรูเปียของอินโดนีเซียอ่อนค่าลงอีกทาง ในที่สุด ค่าเงินรูเปียของอินโดนีเซียก็อ่อนค่าลงต่อเนื่อง จนตอนนี้อยู่ในระดับที่ต่ำสุด นับตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้งในช่วงปี 2540 ไปแล้ว (ในขณะที่ค่าเงินบาทไทยยังห่างไกลจากช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง ที่อ่อนค่าลงไปแตะ 55 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ) อย่างไรก็ตาม ก็ต้องบอกว่า เรื่องนี้ก็อาจเกิดขึ้นในระยะสั้นเท่านั้น หากความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมา และความท้าทายทางเศรษฐกิจเริ่มคลี่คลาย แต่ถ้ารัฐบาลอินโดนีเซียภายใต้ผู้นำที่ชื่อว่า ปราโบโว ซูเบียนโต ยังทำแบบเดิม ๆ และความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ยังไม่ฟื้นคืน สุดท้าย ก็อาจทำให้ค่าเงินรูเปียของอินโดนีเซีย ร่วงหนักไปมากกว่านี้ก็ได้.. ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ รู้ไหมว่า กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ Danantara ของอินโดนีเซีย มีคุณทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาอีกด้วย ╔═══════════╗ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download ╚═══════════╝ ติดตามลงทุนแมนได้ที่ Website - longtunman.com Blockdit - blockdit.com/longtunman Facebook - facebook.com/longtunman Twitter - twitter.com/longtunman Instagram - instagram.com/longtunman YouTube - youtube.com/longtunman TikTok - tiktok.com/@longtunman Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงทุนแมน/id1543162829 Soundcloud - soundcloud.com/longtunman References -https://www.reuters.com/markets/currencies/indonesia-cbank-says-rupiah-weakness-reflects-global-domestic-factors-2025-03-25/?utm_source=chatgpt.com -https://www.bloomberg.com/news/articles/2025-03-26/indonesia-stock-market-why-are-investors-fleeing-what-role-has-prabowo-played -https://tradingeconomics.com/indonesia/indicators -https://www.bps.go.id/en/statistics-table/2/MTA4NSMy/actual-government-expenditures--finance-.html -https://asiatimes.com/2025/03/danantara-indonesias-ticking-financial-time-bomb
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 486 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts