• เพจช่างกฎหมายมันส์ เผยเรื่องราวผู้ออกแบบตึกสาทร ยูนีค ทาวเวอร์ โดย อ.รังสรรค์ ต่อสุวรรณ สถาปนิกในตำนาน ถูกกระบวนการยุติธรรมทำลายชีวิต แม้สุดท้ายศาลจะตัดสินให้เป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ชีวิตต้องพังพินาจเป็น “บุคคลล้มละลาย” เมื่อโดนคดี นักลงทุนหนีหาย ไม่มีเงิน ตึกก็ไปต่อไม่ได้ เป็นตึกร้างจนถึงทุกวันนี้

    วันนี้ (30 มี.ค.) เพจ "ช่างกฎหมายมันส์-Letitbelaw" ได้โพสต์เล่าเรื่องราวผู้ก่อสร้างตึกสาทร ยูนีค ทาวเวอร์ (อังกฤษ: Sathorn Unique Tower) เป็นตึกระฟ้าที่ยังสร้างไม่เสร็จ บนถนนเจริญกรุง ในพื้นที่แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร อาคารนี้ซึ่งวางแผนไว้ว่าเป็นโครงการอาคารชุดสูง ต้องหยุดชะงักลงในระหว่างวิกฤตการณ์การเงินในเอเชีย พ.ศ. 2540 โดยระบุข้อความว่า “สาธร ยูนีค ทาวเวอร์ โดยรังสรรค์ ต่อสุวรรณ สถาปนิกในตำนาน ยังเด่นโดยท้าทาย ตำนานผู้ออกแบบที่โดนกระบวนการยุติธรรมทำลายชีวิต วางเงินมาแล้วเราจะเล่าให้ฟัง

    จากข่าวตึก สตง.โครงสร้างเสร็จสิ้นแต่ถล่มจากแผ่นดินไหว มองมาที่ตึกสาธรที่โครงสร้างเสร็จเช่นเดียวกัน แต่ยังยืนเด่นโดยท้าทาย อาจารย์รังสรรค์ คือผู้บุกเบิกการออกแบบยุคใหม่ การออกแบบในยุคนั้นนิยมในลักษณะอาร์ตเดคอร์ที่มีความโด่ดเด่นในลักษณะเรขาคณิต และมีความเหลี่ยม แข็ง ซึ่งง่ายต่อการก่อสร้าง และงานปูน สามารถดูได้ตามสถานที่ราชการเก่าๆ

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/onlinesection/detail/9680000030282

    #MGROnline #สาธรยูนีค #สาทรยูนีค #ตึกร้างสาทร
    เพจช่างกฎหมายมันส์ เผยเรื่องราวผู้ออกแบบตึกสาทร ยูนีค ทาวเวอร์ โดย อ.รังสรรค์ ต่อสุวรรณ สถาปนิกในตำนาน ถูกกระบวนการยุติธรรมทำลายชีวิต แม้สุดท้ายศาลจะตัดสินให้เป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ชีวิตต้องพังพินาจเป็น “บุคคลล้มละลาย” เมื่อโดนคดี นักลงทุนหนีหาย ไม่มีเงิน ตึกก็ไปต่อไม่ได้ เป็นตึกร้างจนถึงทุกวันนี้ • วันนี้ (30 มี.ค.) เพจ "ช่างกฎหมายมันส์-Letitbelaw" ได้โพสต์เล่าเรื่องราวผู้ก่อสร้างตึกสาทร ยูนีค ทาวเวอร์ (อังกฤษ: Sathorn Unique Tower) เป็นตึกระฟ้าที่ยังสร้างไม่เสร็จ บนถนนเจริญกรุง ในพื้นที่แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร อาคารนี้ซึ่งวางแผนไว้ว่าเป็นโครงการอาคารชุดสูง ต้องหยุดชะงักลงในระหว่างวิกฤตการณ์การเงินในเอเชีย พ.ศ. 2540 โดยระบุข้อความว่า “สาธร ยูนีค ทาวเวอร์ โดยรังสรรค์ ต่อสุวรรณ สถาปนิกในตำนาน ยังเด่นโดยท้าทาย ตำนานผู้ออกแบบที่โดนกระบวนการยุติธรรมทำลายชีวิต วางเงินมาแล้วเราจะเล่าให้ฟัง • จากข่าวตึก สตง.โครงสร้างเสร็จสิ้นแต่ถล่มจากแผ่นดินไหว มองมาที่ตึกสาธรที่โครงสร้างเสร็จเช่นเดียวกัน แต่ยังยืนเด่นโดยท้าทาย อาจารย์รังสรรค์ คือผู้บุกเบิกการออกแบบยุคใหม่ การออกแบบในยุคนั้นนิยมในลักษณะอาร์ตเดคอร์ที่มีความโด่ดเด่นในลักษณะเรขาคณิต และมีความเหลี่ยม แข็ง ซึ่งง่ายต่อการก่อสร้าง และงานปูน สามารถดูได้ตามสถานที่ราชการเก่าๆ • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/onlinesection/detail/9680000030282 • #MGROnline #สาธรยูนีค #สาทรยูนีค #ตึกร้างสาทร
    Like
    Sad
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 50 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าวนี้พูดถึงความก้าวหน้าของบริษัท DapuStor ผู้ผลิต SSD ประสิทธิภาพสูงจากจีน ที่เปิดตัว Roealsen6 R6101 7.68TB SSD ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น "สุดยอดงานวิศวกรรม" ด้วยความเร็วในการอ่านแบบต่อเนื่องถึง 14,600 MB/s และการเขียนที่ 11,000 MB/s SSD รุ่นนี้ใช้ตัวควบคุม DP800 และเทคโนโลยี PCIe 5.0 ที่เหนือกว่า PCIe 4.0 ถึงสองเท่า

    ความโดดเด่นในการทดสอบ:
    - ผลทดสอบพบว่า SSD รุ่นนี้สามารถทำสถิติใหม่ในระดับ 4K random read IOPS ที่สูงถึง 3.62 ล้าน ซึ่งเพิ่มขึ้น 10% จากรุ่นอื่น ๆ ในตลาด.

    ความสามารถในงานหลากหลาย:
    - SSD สามารถทำงานในลักษณะโหลดงานผสมได้ดีจนสามารถแข่งขันกับ SSD ระดับ 3-DWPD ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า.

    การออกแบบที่ตอบโจทย์:
    - SSD ใช้ 3D eTLC NAND Flash และโปรโตคอล NVMe 2.0 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการอ่าน-เขียน และเหมาะกับการใช้งานในศูนย์ข้อมูลที่ต้องการความเร็วและความเสถียร.

    ความคาดหวังในอนาคต:
    - SSD รุ่นใหม่ที่มีความจุสูงถึง 122.88TB อยู่ในขั้นตอนการพัฒนา ซึ่งอาจสร้างการเปลี่ยนแปลงสำคัญในตลาดเซิร์ฟเวอร์.

    https://www.techradar.com/pro/an-engineering-masterpiece-reviewer-raves-about-fastest-large-capacity-ssd-ever-built-but-it-wont-be-cheap
    ข่าวนี้พูดถึงความก้าวหน้าของบริษัท DapuStor ผู้ผลิต SSD ประสิทธิภาพสูงจากจีน ที่เปิดตัว Roealsen6 R6101 7.68TB SSD ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น "สุดยอดงานวิศวกรรม" ด้วยความเร็วในการอ่านแบบต่อเนื่องถึง 14,600 MB/s และการเขียนที่ 11,000 MB/s SSD รุ่นนี้ใช้ตัวควบคุม DP800 และเทคโนโลยี PCIe 5.0 ที่เหนือกว่า PCIe 4.0 ถึงสองเท่า ความโดดเด่นในการทดสอบ: - ผลทดสอบพบว่า SSD รุ่นนี้สามารถทำสถิติใหม่ในระดับ 4K random read IOPS ที่สูงถึง 3.62 ล้าน ซึ่งเพิ่มขึ้น 10% จากรุ่นอื่น ๆ ในตลาด. ความสามารถในงานหลากหลาย: - SSD สามารถทำงานในลักษณะโหลดงานผสมได้ดีจนสามารถแข่งขันกับ SSD ระดับ 3-DWPD ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า. การออกแบบที่ตอบโจทย์: - SSD ใช้ 3D eTLC NAND Flash และโปรโตคอล NVMe 2.0 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการอ่าน-เขียน และเหมาะกับการใช้งานในศูนย์ข้อมูลที่ต้องการความเร็วและความเสถียร. ความคาดหวังในอนาคต: - SSD รุ่นใหม่ที่มีความจุสูงถึง 122.88TB อยู่ในขั้นตอนการพัฒนา ซึ่งอาจสร้างการเปลี่ยนแปลงสำคัญในตลาดเซิร์ฟเวอร์. https://www.techradar.com/pro/an-engineering-masterpiece-reviewer-raves-about-fastest-large-capacity-ssd-ever-built-but-it-wont-be-cheap
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 68 มุมมอง 0 รีวิว
  • UNIS เปิดตัว S5 Ultra SSD ที่เร็วที่สุดในตลาดด้วยการอ่าน 14.9 GB/s และเขียน 12.9 GB/s แม้จะใช้เทคโนโลยีเก่ากว่าแต่ยังสามารถแข่งขันกับแบรนด์ใหญ่เช่น Samsung และ Crucial ทั้งนี้ SSD ยังออกแบบให้เหมาะกับงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูงโดยมีการระบายความร้อนแบบกราฟีน ซึ่งอาจเป็นจุดที่ต้องพัฒนาต่อไปในอนาคต

    การออกแบบที่แตกต่าง:
    - รุ่น S5 Ultra มีโครงสร้างแบบ DRAM-less แต่สามารถทำความเร็วได้สูงสุด ด้วยตัวควบคุมที่ใช้กระบวนการผลิต 12nm ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพแม้จะดูเก่าเมื่อเทียบกับมาตรฐานในตลาด.

    ความพิเศษในรุ่น Ultra:
    - UNIS S5 Ultra ใช้ตัวควบคุมแบบ 6nm และเพิ่ม DRAM Cache เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความเหมาะสมสำหรับงานด้านผลิตภาพ โดยลดความเร็วการอ่านลงเหลือ 14.2 GB/s แต่ชดเชยด้วยการเขียนที่สูงขึ้น.

    ความร้อนจากการใช้งาน:
    - SSD เหล่านี้มาพร้อมกับแผ่นระบายความร้อนกราฟีน แม้จะเป็นเพียงการระบายแบบ passive ซึ่งอาจไม่เพียงพอสำหรับความร้อนที่เกิดขึ้นเมื่อใช้งานความเร็วสูงระดับนี้.

    การใช้งานที่หลากหลาย:
    - UNIS S5 Ultra ออกแบบมาเพื่อรองรับงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูง เช่น การตัดต่อวิดีโอระดับ 4K และการเล่นเกมขั้นสูง อีกทั้งยังเหมาะกับงานที่ใช้ความเร็วในลักษณะ random access สูง

    https://www.tomshardware.com/pc-components/ssds/chinese-pcie-5-0-ssd-boasts-14-9-gb-s-speeds-positioning-as-the-fastest-mainstream-pcie-5-0-drive-on-the-market
    UNIS เปิดตัว S5 Ultra SSD ที่เร็วที่สุดในตลาดด้วยการอ่าน 14.9 GB/s และเขียน 12.9 GB/s แม้จะใช้เทคโนโลยีเก่ากว่าแต่ยังสามารถแข่งขันกับแบรนด์ใหญ่เช่น Samsung และ Crucial ทั้งนี้ SSD ยังออกแบบให้เหมาะกับงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูงโดยมีการระบายความร้อนแบบกราฟีน ซึ่งอาจเป็นจุดที่ต้องพัฒนาต่อไปในอนาคต การออกแบบที่แตกต่าง: - รุ่น S5 Ultra มีโครงสร้างแบบ DRAM-less แต่สามารถทำความเร็วได้สูงสุด ด้วยตัวควบคุมที่ใช้กระบวนการผลิต 12nm ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพแม้จะดูเก่าเมื่อเทียบกับมาตรฐานในตลาด. ความพิเศษในรุ่น Ultra: - UNIS S5 Ultra ใช้ตัวควบคุมแบบ 6nm และเพิ่ม DRAM Cache เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความเหมาะสมสำหรับงานด้านผลิตภาพ โดยลดความเร็วการอ่านลงเหลือ 14.2 GB/s แต่ชดเชยด้วยการเขียนที่สูงขึ้น. ความร้อนจากการใช้งาน: - SSD เหล่านี้มาพร้อมกับแผ่นระบายความร้อนกราฟีน แม้จะเป็นเพียงการระบายแบบ passive ซึ่งอาจไม่เพียงพอสำหรับความร้อนที่เกิดขึ้นเมื่อใช้งานความเร็วสูงระดับนี้. การใช้งานที่หลากหลาย: - UNIS S5 Ultra ออกแบบมาเพื่อรองรับงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูง เช่น การตัดต่อวิดีโอระดับ 4K และการเล่นเกมขั้นสูง อีกทั้งยังเหมาะกับงานที่ใช้ความเร็วในลักษณะ random access สูง https://www.tomshardware.com/pc-components/ssds/chinese-pcie-5-0-ssd-boasts-14-9-gb-s-speeds-positioning-as-the-fastest-mainstream-pcie-5-0-drive-on-the-market
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 64 มุมมอง 0 รีวิว
  • การ์ดจอ RTX 5090 สำหรับแล็ปท็อปของ Nvidia เปิดตัวพร้อมผลการทดสอบที่เผยว่าประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 11% จาก RTX 4090 และถึง 40% เทียบกับ 3080 Ti แม้จะมีข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์อย่างการระบายความร้อนและ CPU คอขวด แต่ความล้ำหน้าของเทคโนโลยี Multi-Frame Generation และการออกแบบที่บางเบาอาจดึงดูดผู้ใช้งานที่ต้องการประสิทธิภาพสูงในแล็ปท็อปรุ่นใหม่

    นวัตกรรมด้านฮาร์ดแวร์:
    - RTX 5090 ในแล็ปท็อปอย่าง Razer Blade 16 รุ่นปี 2025 มาพร้อมหน้าจอความละเอียด 1600p ที่รองรับการแสดงผล 240Hz และตัวเครื่องบางเพียง 0.7 นิ้ว ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงในขนาดพกพา.

    ความแตกต่างระหว่างรุ่น:
    - RTX 5090 เหนือกว่ารุ่นก่อนหน้าในเกมความละเอียดสูง เช่น Cyberpunk 2077 และ Alan Wake 2 ด้วยเฟรมเรตที่เพิ่มขึ้น 10 FPS แต่ในบางการทดสอบพบว่าประสิทธิภาพของ RTX 5090 และ RTX 4090 อาจใกล้เคียงกันขึ้นอยู่กับ CPU ที่จับคู่ด้วย.

    เทคโนโลยี Multi-Frame Generation (MFG):
    - เทคโนโลยีนี้สามารถเพิ่มเฟรมเรตได้ถึง 200% ในบางสถานการณ์ แต่ผู้ใช้งานอาจรู้สึกถึงความหน่วงในปุ่มคำสั่งที่คล้ายกับเฟรมเรตจริงมากกว่าเฟรมเรตที่ปรากฏ.

    การเปิดตัวในอนาคต:
    - แล็ปท็อปที่ใช้ RTX 5090 เช่น Razer Blade 16 รุ่นใหม่ จะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 31 มีนาคม 2025 ซึ่งคาดว่าแบรนด์อื่น ๆ จะเปิดตัวพร้อมโซลูชันการระบายความร้อนที่แตกต่างออกไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน.

    https://www.techspot.com/news/107323-first-nvidia-rtx-5090-laptop-benchmarks-have-emerged.html
    การ์ดจอ RTX 5090 สำหรับแล็ปท็อปของ Nvidia เปิดตัวพร้อมผลการทดสอบที่เผยว่าประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 11% จาก RTX 4090 และถึง 40% เทียบกับ 3080 Ti แม้จะมีข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์อย่างการระบายความร้อนและ CPU คอขวด แต่ความล้ำหน้าของเทคโนโลยี Multi-Frame Generation และการออกแบบที่บางเบาอาจดึงดูดผู้ใช้งานที่ต้องการประสิทธิภาพสูงในแล็ปท็อปรุ่นใหม่ นวัตกรรมด้านฮาร์ดแวร์: - RTX 5090 ในแล็ปท็อปอย่าง Razer Blade 16 รุ่นปี 2025 มาพร้อมหน้าจอความละเอียด 1600p ที่รองรับการแสดงผล 240Hz และตัวเครื่องบางเพียง 0.7 นิ้ว ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงในขนาดพกพา. ความแตกต่างระหว่างรุ่น: - RTX 5090 เหนือกว่ารุ่นก่อนหน้าในเกมความละเอียดสูง เช่น Cyberpunk 2077 และ Alan Wake 2 ด้วยเฟรมเรตที่เพิ่มขึ้น 10 FPS แต่ในบางการทดสอบพบว่าประสิทธิภาพของ RTX 5090 และ RTX 4090 อาจใกล้เคียงกันขึ้นอยู่กับ CPU ที่จับคู่ด้วย. เทคโนโลยี Multi-Frame Generation (MFG): - เทคโนโลยีนี้สามารถเพิ่มเฟรมเรตได้ถึง 200% ในบางสถานการณ์ แต่ผู้ใช้งานอาจรู้สึกถึงความหน่วงในปุ่มคำสั่งที่คล้ายกับเฟรมเรตจริงมากกว่าเฟรมเรตที่ปรากฏ. การเปิดตัวในอนาคต: - แล็ปท็อปที่ใช้ RTX 5090 เช่น Razer Blade 16 รุ่นใหม่ จะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 31 มีนาคม 2025 ซึ่งคาดว่าแบรนด์อื่น ๆ จะเปิดตัวพร้อมโซลูชันการระบายความร้อนที่แตกต่างออกไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน. https://www.techspot.com/news/107323-first-nvidia-rtx-5090-laptop-benchmarks-have-emerged.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    The first Nvidia RTX 5090 laptop benchmarks have emerged
    Notebookcheck, ComputerBase, Hardwareluxx, PCMag, and other outlets recently received one of the first gaming laptops to feature Nvidia's RTX 5090. Similar to results from the desktop sector,...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 68 มุมมอง 0 รีวิว
  • Microsoft ปรับ Game Bar บน Windows 11 ให้ใช้งานง่ายขึ้น ด้วยการออกแบบที่ใกล้เคียงกับ Windows 11 และเพิ่มความสะดวกในการควบคุมผ่านตัวควบคุมเกม นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ใหม่บน Xbox Cloud Gaming ที่ทำให้ผู้เล่นเปลี่ยนเกมในซีรีส์ Assassin's Creed ได้อย่างรวดเร็ว อัปเดตเหล่านี้เหมาะสำหรับนักเล่นเกมบนพีซีและ Windows Handheld ที่ต้องการความสะดวกสบายและทันสมัย

    ปรับแต่งอินเทอร์เฟซใหม่:
    - ในโหมด "Default" ขนาดและการจัดวาง UI ต่าง ๆ เช่น Widget ที่เกี่ยวข้องกับการจับภาพ การตรวจสอบประสิทธิภาพ และการตั้งค่า ถูกปรับให้ใช้งานง่ายขึ้นด้วยการเพิ่มระยะห่างที่ชัดเจนระหว่างองค์ประกอบแต่ละส่วน.

    สีสันที่ปรับปรุงใหม่:
    - สีพื้นหลังของ Game Bar ถูกปรับเล็กน้อยให้ดูเหมาะสมและสอดคล้องกับธีมของ Windows 11 สร้างประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลและทันสมัย.

    การนำไปใช้กับแพลตฟอร์มเกมบนคลาวด์:
    - Microsoft ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ใน Xbox Cloud Gaming ที่ทำให้การสลับระหว่างเกมในซีรีส์ Assassin's Creed ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องออกจากเกมเพื่อกลับไปหน้าเมนูหลัก.

    อนาคตของการเล่นเกมบน Windows Handheld:
    - การปรับปรุง Game Bar ครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Microsoft ในการพัฒนาระบบสำหรับ Windows Handheld และพีซีพกพา เพื่อสร้างประสบการณ์การเล่นเกมที่ดียิ่งขึ้นในอนาคต.

    https://www.tomshardware.com/video-games/pc-gaming/microsoft-updates-the-windows-game-bar-to-be-more-user-friendly-with-pc-handhelds
    Microsoft ปรับ Game Bar บน Windows 11 ให้ใช้งานง่ายขึ้น ด้วยการออกแบบที่ใกล้เคียงกับ Windows 11 และเพิ่มความสะดวกในการควบคุมผ่านตัวควบคุมเกม นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ใหม่บน Xbox Cloud Gaming ที่ทำให้ผู้เล่นเปลี่ยนเกมในซีรีส์ Assassin's Creed ได้อย่างรวดเร็ว อัปเดตเหล่านี้เหมาะสำหรับนักเล่นเกมบนพีซีและ Windows Handheld ที่ต้องการความสะดวกสบายและทันสมัย ปรับแต่งอินเทอร์เฟซใหม่: - ในโหมด "Default" ขนาดและการจัดวาง UI ต่าง ๆ เช่น Widget ที่เกี่ยวข้องกับการจับภาพ การตรวจสอบประสิทธิภาพ และการตั้งค่า ถูกปรับให้ใช้งานง่ายขึ้นด้วยการเพิ่มระยะห่างที่ชัดเจนระหว่างองค์ประกอบแต่ละส่วน. สีสันที่ปรับปรุงใหม่: - สีพื้นหลังของ Game Bar ถูกปรับเล็กน้อยให้ดูเหมาะสมและสอดคล้องกับธีมของ Windows 11 สร้างประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลและทันสมัย. การนำไปใช้กับแพลตฟอร์มเกมบนคลาวด์: - Microsoft ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ใน Xbox Cloud Gaming ที่ทำให้การสลับระหว่างเกมในซีรีส์ Assassin's Creed ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องออกจากเกมเพื่อกลับไปหน้าเมนูหลัก. อนาคตของการเล่นเกมบน Windows Handheld: - การปรับปรุง Game Bar ครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Microsoft ในการพัฒนาระบบสำหรับ Windows Handheld และพีซีพกพา เพื่อสร้างประสบการณ์การเล่นเกมที่ดียิ่งขึ้นในอนาคต. https://www.tomshardware.com/video-games/pc-gaming/microsoft-updates-the-windows-game-bar-to-be-more-user-friendly-with-pc-handhelds
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 138 มุมมอง 0 รีวิว
  • การโกงการเงินแบบใหม่ใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลที่สร้างขึ้นจากการหลอกลวงทางออนไลน์ โดยมิจฉาชีพในจีนใช้แอป Z-NFC ส่งธุรกรรมจากมือถือในจีนไปยังร้านค้าในสหรัฐฯ ผ่านระบบ Tap-to-Pay ทำให้สามารถซื้อบัตรของขวัญได้อย่างรวดเร็วแม้ไม่ได้อยู่ในประเทศ เหตุการณ์นี้เน้นให้เห็นถึงความจำเป็นในการป้องกันภัยฟิชชิงและเพิ่มความปลอดภัยของระบบกระเป๋าเงินดิจิทัล

    เทคนิคที่ใช้ในการหลอกลวง:
    - ฟิชชิงมีรูปแบบที่หลากหลาย เช่น การส่งข้อความปลอมจากบริการไปรษณีย์หรือระบบเก็บค่าผ่านทาง ข้อมูลบัตรเครดิตที่หลอกลวงเหล่านี้ถูกเชื่อมต่อกับกระเป๋าเงินดิจิทัลผ่านรหัส OTP ที่เหยื่อได้รับและส่งให้มิจฉาชีพ.

    เทคโนโลยีที่สนับสนุนการโกง:
    - แอป Z-NFC ที่ใช้งานในกระบวนการโกงสามารถถ่ายโอนธุรกรรมผ่าน NFC จากอุปกรณ์ที่อยู่ในจีนไปยังเครื่องอ่านในสหรัฐฯ มิจฉาชีพจึงสามารถชำระเงินผ่านกระเป๋าเงินปลอมได้โดยไม่ต้องอยู่ในสถานที่จริง.

    บทบาทของแพลตฟอร์ม Telegram:
    - กลุ่มมิจฉาชีพขายโทรศัพท์ที่มีการตั้งค่ากระเป๋าเงินหลอกใน Telegram โดยมีมูลค่าการขายต่ออุปกรณ์ที่สูง พร้อมการสนับสนุนทางเทคนิคตลอด 24 ชั่วโมง.

    ผลกระทบในวงกว้าง:
    - บัตรของขวัญมูลค่ากว่า $23,000 ถูกซื้อผ่านข้อมูลบัตรที่ขโมยมา และการโกงนี้เป็นการขยายตัวของอาชญากรรมไซเบอร์ที่เน้นการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง.

    https://krebsonsecurity.com/2025/03/arrests-in-tap-to-pay-scheme-powered-by-phishing/
    การโกงการเงินแบบใหม่ใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลที่สร้างขึ้นจากการหลอกลวงทางออนไลน์ โดยมิจฉาชีพในจีนใช้แอป Z-NFC ส่งธุรกรรมจากมือถือในจีนไปยังร้านค้าในสหรัฐฯ ผ่านระบบ Tap-to-Pay ทำให้สามารถซื้อบัตรของขวัญได้อย่างรวดเร็วแม้ไม่ได้อยู่ในประเทศ เหตุการณ์นี้เน้นให้เห็นถึงความจำเป็นในการป้องกันภัยฟิชชิงและเพิ่มความปลอดภัยของระบบกระเป๋าเงินดิจิทัล เทคนิคที่ใช้ในการหลอกลวง: - ฟิชชิงมีรูปแบบที่หลากหลาย เช่น การส่งข้อความปลอมจากบริการไปรษณีย์หรือระบบเก็บค่าผ่านทาง ข้อมูลบัตรเครดิตที่หลอกลวงเหล่านี้ถูกเชื่อมต่อกับกระเป๋าเงินดิจิทัลผ่านรหัส OTP ที่เหยื่อได้รับและส่งให้มิจฉาชีพ. เทคโนโลยีที่สนับสนุนการโกง: - แอป Z-NFC ที่ใช้งานในกระบวนการโกงสามารถถ่ายโอนธุรกรรมผ่าน NFC จากอุปกรณ์ที่อยู่ในจีนไปยังเครื่องอ่านในสหรัฐฯ มิจฉาชีพจึงสามารถชำระเงินผ่านกระเป๋าเงินปลอมได้โดยไม่ต้องอยู่ในสถานที่จริง. บทบาทของแพลตฟอร์ม Telegram: - กลุ่มมิจฉาชีพขายโทรศัพท์ที่มีการตั้งค่ากระเป๋าเงินหลอกใน Telegram โดยมีมูลค่าการขายต่ออุปกรณ์ที่สูง พร้อมการสนับสนุนทางเทคนิคตลอด 24 ชั่วโมง. ผลกระทบในวงกว้าง: - บัตรของขวัญมูลค่ากว่า $23,000 ถูกซื้อผ่านข้อมูลบัตรที่ขโมยมา และการโกงนี้เป็นการขยายตัวของอาชญากรรมไซเบอร์ที่เน้นการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง. https://krebsonsecurity.com/2025/03/arrests-in-tap-to-pay-scheme-powered-by-phishing/
    KREBSONSECURITY.COM
    Arrests in Tap-to-Pay Scheme Powered by Phishing
    Authorities in at least two U.S. states last week independently announced arrests of Chinese nationals accused of perpetrating a novel form of tap-to-pay fraud using mobile devices. Details released by authorities so far indicate the mobile wallets being used by…
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 130 มุมมอง 0 รีวิว
  • AMD กำลังขยายความเป็นผู้นำในตลาด CPU สำหรับแล็ปท็อป ด้วยการเปิดตัวรุ่น Ryzen 9 9955HX3D ที่มาพร้อมกับ 3D V-Cache ขนาด 64 MB และ 16 คอร์ Zen 5 ความเร็วสูงสุดถึง 5.4 GHz แม้จะยังไม่ได้กำหนดวันเปิดตัวอย่างชัดเจน แต่ข้อมูลการทดสอบล่าสุดจาก Hot Hardware เผยให้เห็นถึงศักยภาพที่น่าประทับใจในด้านการประมวลผลและเกม ซึ่งทำให้ CPU รุ่นนี้เป็นที่จับตามองในตลาด

    ประสิทธิภาพการทำงานที่โดดเด่น:
    - ในการทดสอบ Cinebench 2024 รุ่น Ryzen 9 9955HX3D ทำคะแนนสูงถึง 2094 คะแนน ในการทดสอบแบบมัลติคอร์ ซึ่งแซงหน้ารุ่น 7945HX จาก AMD ไปกว่า 20% และคะแนนแบบซิงเกิลคอร์ก็อยู่ในระดับสูงสุดของชาร์ต.

    ความเข้ากันได้กับการทำงานแบบ Productivity:
    - แม้ว่า 3D V-Cache จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำให้ความเร็วของคอร์ลดลงในงานทั่วไป แต่ CPU นี้ยังมีประสิทธิภาพที่น่าพอใจในด้านการทำงานแบบ Productivity และอาจแก้ไขข้อจำกัดนี้ได้เมื่อวางขายจริง.

    ระบบสนับสนุนในแล็ปท็อป:
    - MSI Raider A18HX เป็นระบบต้นแบบที่ใช้ Ryzen 9 9955HX3D คู่กับ RAM สูงสุด 64 GB และ GPU รุ่น GeForce RTX 5080 หรือ 5090 ซึ่งแสดงถึงความพร้อมในการรองรับกราฟิกและการประมวลผลระดับสูง.

    ผลการเปรียบเทียบกับ CPU อื่น ๆ:
    - แม้จะมีคะแนนสูงในหลายการทดสอบ แต่ยังพบว่าผลลัพธ์ใน Geekbench 6 นั้นเป็นรอง AMD Ryzen AI Max+ 395 อยู่ถึง 48% อย่างไรก็ตาม คะแนนของ Ryzen 9 9955HX3D ยังคงอยู่ในอันดับต้น ๆ เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นอื่น.

    https://www.techpowerup.com/334693/amd-ryzen-9-9955hx3d-laptop-cpu-with-3d-v-cache-tops-performance-charts-in-early-benchmarks
    AMD กำลังขยายความเป็นผู้นำในตลาด CPU สำหรับแล็ปท็อป ด้วยการเปิดตัวรุ่น Ryzen 9 9955HX3D ที่มาพร้อมกับ 3D V-Cache ขนาด 64 MB และ 16 คอร์ Zen 5 ความเร็วสูงสุดถึง 5.4 GHz แม้จะยังไม่ได้กำหนดวันเปิดตัวอย่างชัดเจน แต่ข้อมูลการทดสอบล่าสุดจาก Hot Hardware เผยให้เห็นถึงศักยภาพที่น่าประทับใจในด้านการประมวลผลและเกม ซึ่งทำให้ CPU รุ่นนี้เป็นที่จับตามองในตลาด ประสิทธิภาพการทำงานที่โดดเด่น: - ในการทดสอบ Cinebench 2024 รุ่น Ryzen 9 9955HX3D ทำคะแนนสูงถึง 2094 คะแนน ในการทดสอบแบบมัลติคอร์ ซึ่งแซงหน้ารุ่น 7945HX จาก AMD ไปกว่า 20% และคะแนนแบบซิงเกิลคอร์ก็อยู่ในระดับสูงสุดของชาร์ต. ความเข้ากันได้กับการทำงานแบบ Productivity: - แม้ว่า 3D V-Cache จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำให้ความเร็วของคอร์ลดลงในงานทั่วไป แต่ CPU นี้ยังมีประสิทธิภาพที่น่าพอใจในด้านการทำงานแบบ Productivity และอาจแก้ไขข้อจำกัดนี้ได้เมื่อวางขายจริง. ระบบสนับสนุนในแล็ปท็อป: - MSI Raider A18HX เป็นระบบต้นแบบที่ใช้ Ryzen 9 9955HX3D คู่กับ RAM สูงสุด 64 GB และ GPU รุ่น GeForce RTX 5080 หรือ 5090 ซึ่งแสดงถึงความพร้อมในการรองรับกราฟิกและการประมวลผลระดับสูง. ผลการเปรียบเทียบกับ CPU อื่น ๆ: - แม้จะมีคะแนนสูงในหลายการทดสอบ แต่ยังพบว่าผลลัพธ์ใน Geekbench 6 นั้นเป็นรอง AMD Ryzen AI Max+ 395 อยู่ถึง 48% อย่างไรก็ตาม คะแนนของ Ryzen 9 9955HX3D ยังคงอยู่ในอันดับต้น ๆ เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นอื่น. https://www.techpowerup.com/334693/amd-ryzen-9-9955hx3d-laptop-cpu-with-3d-v-cache-tops-performance-charts-in-early-benchmarks
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    AMD Ryzen 9 9955HX3D Laptop CPU With 3D V-Cache Tops Performance Charts in Early Benchmarks
    The AMD Ryzen 9 9955HX3D is an upcoming laptop CPU with 64 MB of L3 3D V-Cache paired with 16 Zen 5 cores that clock at up to a claimed 5.4 GHz. While the 995HX3D hasn't even received an official retail launch date aside from "H1 2025," tech publication Hot Hardware has published some early benchmar...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 66 มุมมอง 0 รีวิว
  • Sarcina Technology เปิดตัวแพลตฟอร์ม AI Chiplet ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานหลากหลาย ด้วยเทคโนโลยี FOCoS-CL ที่ช่วยให้สามารถสร้างระบบขนาดใหญ่ถึง 100x100 มม. ภายในชุดเดียว เทคโนโลยีนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อระหว่าง Chiplets ผ่านมาตรฐาน UCIe-A เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งผ่านข้อมูลที่รวดเร็วและการจัดการหน่วยความจำที่มีประสิทธิภาพสูง การเปิดตัวครั้งนี้จะช่วยยกระดับความสามารถของ AI ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น ระบบอัตโนมัติและการคำนวณขั้นสูง

    การออกแบบที่ตอบโจทย์หลากหลายความต้องการ:
    - Sarcina Technology มุ่งเน้นความคุ้มค่าโดยใช้ Chiplets ทดแทน SoC ที่ราคาแพง พร้อมสนับสนุนหน่วยความจำแบบ LPDDR5X/6 และ HBM3E ซึ่งรองรับ AI Workloads ได้หลากหลายรูปแบบ.

    ความก้าวหน้าด้านการส่งข้อมูล:
    - การออกแบบ Interposer ใหม่สามารถรองรับอัตราส่งข้อมูลสูงสุดที่ 32 GT/s ต่อช่องสัญญาณ พร้อมความสามารถในการวางซ้อนโมดูลหน่วยความจำได้สูงสุด 8 ชิป HBM3E หรือ 20 ชิป LPDDR6.

    ประสิทธิภาพและการควบคุมพลังงาน:
    - ระบบสามารถทำงานที่กำลังไฟต่ำกว่า 500 W ด้วยพัดลมระบายอากาศ หรือสูงถึง 1000 W ด้วยการระบายความร้อนด้วยน้ำ.

    การประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม:
    - แพลตฟอร์มนี้เหมาะสำหรับระบบอัตโนมัติ ศูนย์ข้อมูล และการคำนวณทางวิทยาศาสตร์ โดยช่วยเพิ่มความสามารถของ Generative AI และระบบ AI สำหรับการฝึกอบรมใน Edge Computing.

    https://www.techpowerup.com/334680/sarcina-technology-launches-ai-chiplet-platform-enabling-systems-up-to-100x100-mm-in-a-single-package
    Sarcina Technology เปิดตัวแพลตฟอร์ม AI Chiplet ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานหลากหลาย ด้วยเทคโนโลยี FOCoS-CL ที่ช่วยให้สามารถสร้างระบบขนาดใหญ่ถึง 100x100 มม. ภายในชุดเดียว เทคโนโลยีนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อระหว่าง Chiplets ผ่านมาตรฐาน UCIe-A เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งผ่านข้อมูลที่รวดเร็วและการจัดการหน่วยความจำที่มีประสิทธิภาพสูง การเปิดตัวครั้งนี้จะช่วยยกระดับความสามารถของ AI ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น ระบบอัตโนมัติและการคำนวณขั้นสูง การออกแบบที่ตอบโจทย์หลากหลายความต้องการ: - Sarcina Technology มุ่งเน้นความคุ้มค่าโดยใช้ Chiplets ทดแทน SoC ที่ราคาแพง พร้อมสนับสนุนหน่วยความจำแบบ LPDDR5X/6 และ HBM3E ซึ่งรองรับ AI Workloads ได้หลากหลายรูปแบบ. ความก้าวหน้าด้านการส่งข้อมูล: - การออกแบบ Interposer ใหม่สามารถรองรับอัตราส่งข้อมูลสูงสุดที่ 32 GT/s ต่อช่องสัญญาณ พร้อมความสามารถในการวางซ้อนโมดูลหน่วยความจำได้สูงสุด 8 ชิป HBM3E หรือ 20 ชิป LPDDR6. ประสิทธิภาพและการควบคุมพลังงาน: - ระบบสามารถทำงานที่กำลังไฟต่ำกว่า 500 W ด้วยพัดลมระบายอากาศ หรือสูงถึง 1000 W ด้วยการระบายความร้อนด้วยน้ำ. การประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม: - แพลตฟอร์มนี้เหมาะสำหรับระบบอัตโนมัติ ศูนย์ข้อมูล และการคำนวณทางวิทยาศาสตร์ โดยช่วยเพิ่มความสามารถของ Generative AI และระบบ AI สำหรับการฝึกอบรมใน Edge Computing. https://www.techpowerup.com/334680/sarcina-technology-launches-ai-chiplet-platform-enabling-systems-up-to-100x100-mm-in-a-single-package
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    Sarcina Technology Launches AI Chiplet Platform Enabling Systems Up to 100x100 mm in a Single Package
    Sarcina Technology, a global semiconductor packaging specialist, is excited to announce the launch of its innovative AI platform to enable advanced AI packaging solutions that can be tailored to meet specific customer requirements. Leveraging ASE's FOCoS-CL (Fan-Out Chip-on-Substrate-Chip Last) asse...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 113 มุมมอง 0 รีวิว
  • Nissan กำลังคืนฟอร์มด้วยการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ 3 รุ่น ทั้ง Leaf โฉมใหม่ในร่าง SUV ที่วิ่งได้ไกลกว่าเดิม Micra รุ่นน่ารักที่ดึงดูดลูกค้า และ Juke ที่ออกแบบทันสมัยเพื่อตลาดยุโรป การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ Nissan กลับมาสู่เส้นทางนวัตกรรมและตอบโจทย์ความต้องการของตลาดรถไฟฟ้าได้อย่างลงตัว

    Leaf โฉมใหม่ในร่าง SUV:
    - Nissan Leaf รุ่นใหม่จะใช้แพลตฟอร์ม CMF-EV เดียวกับรุ่น Ariya พร้อมเพิ่มระยะการวิ่งได้เกินกว่า 372 ไมล์ เหมาะสำหรับการเดินทางไกล นอกจากนี้ยังเปลี่ยนมาใช้พอร์ตชาร์จ NACS ซึ่งสามารถใช้กับเครือข่าย Supercharger ของ Tesla ได้ เพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าในอเมริกา.

    การออกแบบของ Micra รุ่นใหม่:
    - Micra ซึ่งใช้พื้นฐานร่วมกับ Renault 5 ถูกออกแบบมาให้มีรูปลักษณ์ที่ "น่ารัก" และมีไฟหน้าแบบกลม LED ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากคอนเซปต์ 20-23 ที่เคยเปิดตัว.

    การกลับมาของ Juke รุ่นที่ 3:
    - Juke รุ่นใหม่จะมีการออกแบบที่ได้รับอิทธิพลจากแนวคิด Hyper Punk ซึ่งเพิ่มความทันสมัยและดึงดูดตลาดยุโรปอีกครั้ง.

    การตอบสนองต่อการแข่งขัน:
    - เมื่อเทียบกับคู่แข่งเช่น Kia, Hyundai และ Peugeot ที่มีไลน์อัพรถไฟฟ้าหลากหลาย Nissan มีความท้าทายอย่างมากในตลาด แต่การพัฒนานี้แสดงให้เห็นถึงการกลับมาสู่รากฐานของความคิดสร้างสรรค์และความกล้าที่เคยเป็นเอกลักษณ์.

    https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/nissan-is-back-to-its-bold-best-with-new-ev-lineup-thats-led-by-a-third-generation-leaf-and-yes-its-an-suv
    Nissan กำลังคืนฟอร์มด้วยการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ 3 รุ่น ทั้ง Leaf โฉมใหม่ในร่าง SUV ที่วิ่งได้ไกลกว่าเดิม Micra รุ่นน่ารักที่ดึงดูดลูกค้า และ Juke ที่ออกแบบทันสมัยเพื่อตลาดยุโรป การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ Nissan กลับมาสู่เส้นทางนวัตกรรมและตอบโจทย์ความต้องการของตลาดรถไฟฟ้าได้อย่างลงตัว Leaf โฉมใหม่ในร่าง SUV: - Nissan Leaf รุ่นใหม่จะใช้แพลตฟอร์ม CMF-EV เดียวกับรุ่น Ariya พร้อมเพิ่มระยะการวิ่งได้เกินกว่า 372 ไมล์ เหมาะสำหรับการเดินทางไกล นอกจากนี้ยังเปลี่ยนมาใช้พอร์ตชาร์จ NACS ซึ่งสามารถใช้กับเครือข่าย Supercharger ของ Tesla ได้ เพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าในอเมริกา. การออกแบบของ Micra รุ่นใหม่: - Micra ซึ่งใช้พื้นฐานร่วมกับ Renault 5 ถูกออกแบบมาให้มีรูปลักษณ์ที่ "น่ารัก" และมีไฟหน้าแบบกลม LED ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากคอนเซปต์ 20-23 ที่เคยเปิดตัว. การกลับมาของ Juke รุ่นที่ 3: - Juke รุ่นใหม่จะมีการออกแบบที่ได้รับอิทธิพลจากแนวคิด Hyper Punk ซึ่งเพิ่มความทันสมัยและดึงดูดตลาดยุโรปอีกครั้ง. การตอบสนองต่อการแข่งขัน: - เมื่อเทียบกับคู่แข่งเช่น Kia, Hyundai และ Peugeot ที่มีไลน์อัพรถไฟฟ้าหลากหลาย Nissan มีความท้าทายอย่างมากในตลาด แต่การพัฒนานี้แสดงให้เห็นถึงการกลับมาสู่รากฐานของความคิดสร้างสรรค์และความกล้าที่เคยเป็นเอกลักษณ์. https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/nissan-is-back-to-its-bold-best-with-new-ev-lineup-thats-led-by-a-third-generation-leaf-and-yes-its-an-suv
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 112 มุมมอง 0 รีวิว
  • บทความนี้เน้นว่า การเล่าเรื่อง หรือ Storytelling เป็นหนึ่งในโอกาสสำคัญในยุคปัจจุบัน โดยสามารถช่วยให้ธุรกิจสร้างการเชื่อมต่อกับลูกค้าในรูปแบบที่ลึกซึ้งและมีความหมายมากขึ้น แม้เทคโนโลยี AI จะเป็นกระแสสำคัญ แต่การเล่าเรื่องกลับได้รับการยกย่องว่าเป็นเครื่องมือที่สามารถตัดผ่านความวุ่นวายในตลาดและช่วยให้แบรนด์โดดเด่นได้

    พลังของการเล่าเรื่องในธุรกิจ:
    - การเล่าเรื่องที่ดีช่วยเพิ่มอัตราการเปลี่ยนลูกค้าได้ถึง 30% และสร้างความไว้วางใจในแบรนด์ได้มากถึง 81% เมื่อผู้คนเชื่อมโยงกับแบรนด์ผ่านเรื่องราวที่ชวนหลงรัก.

    การสร้างความแตกต่างผ่านการเล่าเรื่อง:
    - ในโลกที่ใครก็สามารถสร้างธุรกิจด้วย AI ได้ การเล่าเรื่องที่น่าสนใจคือสิ่งที่จะทำให้แบรนด์แตกต่าง โดยช่วยสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์และเน้นคุณค่าของผลิตภัณฑ์หรือบริการ.

    ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Storytelling:
    - การเล่าเรื่องไม่ได้จำกัดอยู่ในวงการบันเทิงหรือโฆษณา แต่สามารถใช้ได้ในทุกอุตสาหกรรม และไม่จำเป็นต้องยาวหรือซับซ้อน แค่เพียงเล่าเรื่องที่น่าสนใจและเชื่อมโยงกับผู้ฟังก็เพียงพอ.

    วิธีเริ่มต้นง่าย ๆ:
    - ทำความเข้าใจผู้ชมของคุณ.
    - ระบุประเด็นสำคัญที่ต้องการสื่อ.
    - เริ่มต้นเรื่องราวด้วยสิ่งที่เชื่อมโยงกับปัญหาหรือความสนใจของผู้ฟัง.

    https://www.zdnet.com/article/ai-is-huge-but-this-opportunity-will-be-even-bigger-how-to-take-advantage-today/
    บทความนี้เน้นว่า การเล่าเรื่อง หรือ Storytelling เป็นหนึ่งในโอกาสสำคัญในยุคปัจจุบัน โดยสามารถช่วยให้ธุรกิจสร้างการเชื่อมต่อกับลูกค้าในรูปแบบที่ลึกซึ้งและมีความหมายมากขึ้น แม้เทคโนโลยี AI จะเป็นกระแสสำคัญ แต่การเล่าเรื่องกลับได้รับการยกย่องว่าเป็นเครื่องมือที่สามารถตัดผ่านความวุ่นวายในตลาดและช่วยให้แบรนด์โดดเด่นได้ พลังของการเล่าเรื่องในธุรกิจ: - การเล่าเรื่องที่ดีช่วยเพิ่มอัตราการเปลี่ยนลูกค้าได้ถึง 30% และสร้างความไว้วางใจในแบรนด์ได้มากถึง 81% เมื่อผู้คนเชื่อมโยงกับแบรนด์ผ่านเรื่องราวที่ชวนหลงรัก. การสร้างความแตกต่างผ่านการเล่าเรื่อง: - ในโลกที่ใครก็สามารถสร้างธุรกิจด้วย AI ได้ การเล่าเรื่องที่น่าสนใจคือสิ่งที่จะทำให้แบรนด์แตกต่าง โดยช่วยสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์และเน้นคุณค่าของผลิตภัณฑ์หรือบริการ. ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Storytelling: - การเล่าเรื่องไม่ได้จำกัดอยู่ในวงการบันเทิงหรือโฆษณา แต่สามารถใช้ได้ในทุกอุตสาหกรรม และไม่จำเป็นต้องยาวหรือซับซ้อน แค่เพียงเล่าเรื่องที่น่าสนใจและเชื่อมโยงกับผู้ฟังก็เพียงพอ. วิธีเริ่มต้นง่าย ๆ: - ทำความเข้าใจผู้ชมของคุณ. - ระบุประเด็นสำคัญที่ต้องการสื่อ. - เริ่มต้นเรื่องราวด้วยสิ่งที่เชื่อมโยงกับปัญหาหรือความสนใจของผู้ฟัง. https://www.zdnet.com/article/ai-is-huge-but-this-opportunity-will-be-even-bigger-how-to-take-advantage-today/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 62 มุมมอง 0 รีวิว
  • อธิบดีสรรพากรอย่ารีบสรุป

    ข่าวระบุว่า

    [อธิบดีกรมสรรพากรเคลียร์ปมภาษี นายกฯ กรณีออกตั๋ว P/N ที่ฝ่ายค้านอภิปราย

    ชี้เป็นกรณีการซื้อขายหุ้นนอกตลาด ออกตั๋ว P/N แทนสัญญากู้ มีภาระภาษีเสียตามจริงเมื่อจ่ายเงิน
    ...

    โดยออกตั๋ว P/N จะเปรียบเสมือนสัญญาเงินกู้ระหว่าง 2 ฝ่าย ได้แก่ ผู้ออกตั๋ว (ลูกหนี้) และผู้รับเงิน (เจ้าหนี้)ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ระบุว่าสามารถออกได้ 2 แบบ คือ

    ออกแบบกำหนดระยะเวลาที่จะชำระเงินชัดเจน หรือออกแบบไม่ได้กำหนดระยะเวลาในการชำระเงิน

    ซึ่งการออกแบบที่ไม่ได้ระบุเวลาในการชำระเงินนั้นจะต้องจ่ายเงินทันทีเมื่อถูกเรียกหรือถูกทวงถาม

    ส่วนเรื่องการกำหนดอัตราดอกเบี้ยนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งฯ ระบุว่า จะกำหนดหรือไม่กำหนดก็ได้]

    ผมตั้งข้อสังเกต ดังนี้

    1 อธิบดีต้องดูแลสิทธิของรัฐในการเก็บภาษี

    ภาษีการรับให้ คือ ภาษีเงินได้
    บุคคลธรรมดาที่จัดเก็บจากทรัพย์สินที่ให้หรือรับแก่บุตร คู่สมรส ญาติ หรือบุคคลอื่น ก่อนผู้ให้เสียชีวิต โดยการกำหนดภาษีนี้มีขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับการจัดเก็บภาษีการรับมรดก

    มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์
    2559 ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 40) พ.ศ. 2558 และ(ฉบับที่ 43) พ.ศ. 2559

    อธิบดีสรรพากรจึงมีหน้าที่ จะต้องดูแลให้รัฐสามารถเก็บภาษีการรับให้ได้อย่างถูกต้อง

    กรณีที่มีผู้สำแดงซื้อขายหุ้น ที่ระหว่างบุคคลในเครือญาติใกล้ชิด ที่มีมูลค่าสูงถึง 4.4 พันล้านบาท

    อธิบดีจึงมีหน้าที่ต้องสั่งให้มีการตรวจสอบให้ครบถ้วนก่อน ให้แน่ใจว่า ไม่มีนิติกรรมอำพรางเพื่อเลี่ยงภาษีการรับให้

    ขอให้อธิบดีตอบว่า ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา กรมสรรพากรได้สอดส่องตรวจตราอย่างไร และถ้าไม่มีการอภิปรายเรื่องนี้ในสภา รัฐจะสามารถเก็บภาษีได้จริงหรือไม่

    ต้องไม่ลืมว่า กรณีถ้าหากถือว่าเป็นการรับให้ นายกฯ ในฐานะผู้รับหุ้น มีภาระต้องจ่ายภาษีทันทีในวันที่ได้รับ เมื่อไม่ได้จ่าย ก็อาจเข้าข่ายหนีภาษี

    2 กรมพอใจให้นายกฯ เป็นผู้กำหนด taxing point ใช่ไหม?

    กรณีสมมุติว่า เป็นการซื้อขายหุ้น

    -การที่นายกฯ ค้างชำระเงิน ทั้งที่มีฐานะที่จะชำระเงินได้ มีทรัพย์สินกว่า1 หมื่น 3 พัน 9 ร้อยล้านบาท

    -การที่นายกฯ ไม่กำหนดดอกเบี้ย ทั้งที่มีฐานะที่จะจ่ายดอกเบี้ยได้ โดยมีรายได้เงินปันผลในปีที่รายงาน ปปช. มากถึง 259 ล้านบาท

    กรมสรรพากรต้องแถลงให้ประชาชนทราบว่า กรณีเช่นนี้ กรมพอใจที่จะให้นายกฯ เป็นผู้กำหนดว่า ผู้ขายหุ้น จะชำระภาษีหรือไม่ จะชำระภาษีเมื่อใด ใช่หรือไม่?

    และกรมจะว่าอย่างไร ถ้าหากตั๋ว PN นี้ลากยาวไปอีกหลายสิบปี อาจจะไปจนถึงผู้ขายหุ้นตายไป โดยไม่มีดอกเบี้ย รัฐจะเก็บภาษีได้เมื่อไหร่?

    อีกประการหนึ่ง

    การที่นายกฯ โดยครรลองการค้าปกติ จะต้องจ่ายดอกเบี้ย ซึ่ง ปพพ. กำหนดให้เรียกได้ 3% ต่อปี แต่การที่ไม่ต้องจ่าย ทั้งที่มีฐานะสามารถจ่าย กรมจะถือเป็นประโยชน์ที่จะต้องเสียภาษีหรือไม่

    ไม่ว่าประโยชน์ ที่ควรจะได้เกิดขึ้นแก่นายกฯ หรือที่ควรจะได้เกิดขึ้นแก่ผู้ขายหุ้น

    3 กรมต้องตรวจสอบที่มาของผู้ขายหุ้น

    กรมสรรพากรมีหน้าที่จะต้องตรวจสอบที่มาของหุ้นในอดีต ที่ตกเป็นของผู้ขาย เพื่อให้แน่ชัดว่า

    (ก) ผู้ขายได้หุ้นมาฟรีหรือไม่ หรือมีต้นทุนเท่าใด

    (ข) ในการได้หุ้นมานั้น ผู้ขายได้จ่ายค่าหุ้นจริงๆ หรือไม่ อย่างไร

    หรือมีการใช้เทคนิคตั๋ว PN แบบไม่มีกำหนดชำระ และไม่มีดอกเบี้ย เช่นนี้หรือไม่?

    (ค) หุ้นเหล่านี้ เป็นการซุกหุ้นของนักการเมืองผู้ใดหรือไม่? เพื่อส่งข้อมูลให้แก่ ปปช. ต่อไป

    ผมขอเรียกร้องให้อธิบดีชี้แจงทุกข้อ

    ถึงแม้ท่านได้รับแต่งตั้งในรัฐบาลนี้ แต่ท่านเป็นลูกหม้อกรมสรรพากร และย่อมมีความรู้ความเข้าใจเจตนารมณ์ของกฎหมาย

    ท่านจึงควรแสดงจุดยืน ที่จะปกป้องผลประโยชน์ของรัฐและของประชาชนโดยรวมอย่างเต็มที่

    ท่านจะต้องไม่ไปตีความเฉพาะแกะบรรทัดอ่านตามตัวอักษร เพราะการทำงานเช่นนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้บุคคลที่มีความรอบรู้ระดับสูง

    วันที่ 26 มีนาคม 2568

    นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ
    ประธานคณะกรรมการด้านวิชาการ พรรคพลังประชารัฐ

    https://www.facebook.com/share/p/1ACAvPBLdV/
    อธิบดีสรรพากรอย่ารีบสรุป ข่าวระบุว่า [อธิบดีกรมสรรพากรเคลียร์ปมภาษี นายกฯ กรณีออกตั๋ว P/N ที่ฝ่ายค้านอภิปราย ชี้เป็นกรณีการซื้อขายหุ้นนอกตลาด ออกตั๋ว P/N แทนสัญญากู้ มีภาระภาษีเสียตามจริงเมื่อจ่ายเงิน ... โดยออกตั๋ว P/N จะเปรียบเสมือนสัญญาเงินกู้ระหว่าง 2 ฝ่าย ได้แก่ ผู้ออกตั๋ว (ลูกหนี้) และผู้รับเงิน (เจ้าหนี้)ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ระบุว่าสามารถออกได้ 2 แบบ คือ ออกแบบกำหนดระยะเวลาที่จะชำระเงินชัดเจน หรือออกแบบไม่ได้กำหนดระยะเวลาในการชำระเงิน ซึ่งการออกแบบที่ไม่ได้ระบุเวลาในการชำระเงินนั้นจะต้องจ่ายเงินทันทีเมื่อถูกเรียกหรือถูกทวงถาม ส่วนเรื่องการกำหนดอัตราดอกเบี้ยนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งฯ ระบุว่า จะกำหนดหรือไม่กำหนดก็ได้] ผมตั้งข้อสังเกต ดังนี้ 1 อธิบดีต้องดูแลสิทธิของรัฐในการเก็บภาษี ภาษีการรับให้ คือ ภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดาที่จัดเก็บจากทรัพย์สินที่ให้หรือรับแก่บุตร คู่สมรส ญาติ หรือบุคคลอื่น ก่อนผู้ให้เสียชีวิต โดยการกำหนดภาษีนี้มีขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับการจัดเก็บภาษีการรับมรดก มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 40) พ.ศ. 2558 และ(ฉบับที่ 43) พ.ศ. 2559 อธิบดีสรรพากรจึงมีหน้าที่ จะต้องดูแลให้รัฐสามารถเก็บภาษีการรับให้ได้อย่างถูกต้อง กรณีที่มีผู้สำแดงซื้อขายหุ้น ที่ระหว่างบุคคลในเครือญาติใกล้ชิด ที่มีมูลค่าสูงถึง 4.4 พันล้านบาท อธิบดีจึงมีหน้าที่ต้องสั่งให้มีการตรวจสอบให้ครบถ้วนก่อน ให้แน่ใจว่า ไม่มีนิติกรรมอำพรางเพื่อเลี่ยงภาษีการรับให้ ขอให้อธิบดีตอบว่า ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา กรมสรรพากรได้สอดส่องตรวจตราอย่างไร และถ้าไม่มีการอภิปรายเรื่องนี้ในสภา รัฐจะสามารถเก็บภาษีได้จริงหรือไม่ ต้องไม่ลืมว่า กรณีถ้าหากถือว่าเป็นการรับให้ นายกฯ ในฐานะผู้รับหุ้น มีภาระต้องจ่ายภาษีทันทีในวันที่ได้รับ เมื่อไม่ได้จ่าย ก็อาจเข้าข่ายหนีภาษี 2 กรมพอใจให้นายกฯ เป็นผู้กำหนด taxing point ใช่ไหม? กรณีสมมุติว่า เป็นการซื้อขายหุ้น -การที่นายกฯ ค้างชำระเงิน ทั้งที่มีฐานะที่จะชำระเงินได้ มีทรัพย์สินกว่า1 หมื่น 3 พัน 9 ร้อยล้านบาท -การที่นายกฯ ไม่กำหนดดอกเบี้ย ทั้งที่มีฐานะที่จะจ่ายดอกเบี้ยได้ โดยมีรายได้เงินปันผลในปีที่รายงาน ปปช. มากถึง 259 ล้านบาท กรมสรรพากรต้องแถลงให้ประชาชนทราบว่า กรณีเช่นนี้ กรมพอใจที่จะให้นายกฯ เป็นผู้กำหนดว่า ผู้ขายหุ้น จะชำระภาษีหรือไม่ จะชำระภาษีเมื่อใด ใช่หรือไม่? และกรมจะว่าอย่างไร ถ้าหากตั๋ว PN นี้ลากยาวไปอีกหลายสิบปี อาจจะไปจนถึงผู้ขายหุ้นตายไป โดยไม่มีดอกเบี้ย รัฐจะเก็บภาษีได้เมื่อไหร่? อีกประการหนึ่ง การที่นายกฯ โดยครรลองการค้าปกติ จะต้องจ่ายดอกเบี้ย ซึ่ง ปพพ. กำหนดให้เรียกได้ 3% ต่อปี แต่การที่ไม่ต้องจ่าย ทั้งที่มีฐานะสามารถจ่าย กรมจะถือเป็นประโยชน์ที่จะต้องเสียภาษีหรือไม่ ไม่ว่าประโยชน์ ที่ควรจะได้เกิดขึ้นแก่นายกฯ หรือที่ควรจะได้เกิดขึ้นแก่ผู้ขายหุ้น 3 กรมต้องตรวจสอบที่มาของผู้ขายหุ้น กรมสรรพากรมีหน้าที่จะต้องตรวจสอบที่มาของหุ้นในอดีต ที่ตกเป็นของผู้ขาย เพื่อให้แน่ชัดว่า (ก) ผู้ขายได้หุ้นมาฟรีหรือไม่ หรือมีต้นทุนเท่าใด (ข) ในการได้หุ้นมานั้น ผู้ขายได้จ่ายค่าหุ้นจริงๆ หรือไม่ อย่างไร หรือมีการใช้เทคนิคตั๋ว PN แบบไม่มีกำหนดชำระ และไม่มีดอกเบี้ย เช่นนี้หรือไม่? (ค) หุ้นเหล่านี้ เป็นการซุกหุ้นของนักการเมืองผู้ใดหรือไม่? เพื่อส่งข้อมูลให้แก่ ปปช. ต่อไป ผมขอเรียกร้องให้อธิบดีชี้แจงทุกข้อ ถึงแม้ท่านได้รับแต่งตั้งในรัฐบาลนี้ แต่ท่านเป็นลูกหม้อกรมสรรพากร และย่อมมีความรู้ความเข้าใจเจตนารมณ์ของกฎหมาย ท่านจึงควรแสดงจุดยืน ที่จะปกป้องผลประโยชน์ของรัฐและของประชาชนโดยรวมอย่างเต็มที่ ท่านจะต้องไม่ไปตีความเฉพาะแกะบรรทัดอ่านตามตัวอักษร เพราะการทำงานเช่นนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้บุคคลที่มีความรอบรู้ระดับสูง วันที่ 26 มีนาคม 2568 นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ ประธานคณะกรรมการด้านวิชาการ พรรคพลังประชารัฐ https://www.facebook.com/share/p/1ACAvPBLdV/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 203 มุมมอง 0 รีวิว
  • วันนี้มาคุยในเรื่องที่เพื่อนเพจท่านหนึ่งเคยถามมา สืบเนื่องจากเราเห็นละครจีนโบราณหลายเรื่องมีการกินน้ำแกงคุมกำเนิดหรือแม้แต่น้ำแกงที่ทำให้แท้งลูก อย่างตัวอย่างในเรื่อง <ร้อยรักปักดวงใจ> ที่หนึ่งในตัวละครหลักคืออนุฉินถูกบังคับให้กินน้ำแกงคุมกำเนิดมาตลอดจนภายหลังเมื่อตั้งครรภ์ก็แท้งลูกและไม่สามารถมีลูกได้อีก คำถามคือ มียาอย่างนี้จริงๆ หรือ?

    คำตอบคือ ‘น่าจะมี’ เพราะมีสูตรยาจีนโบราณหลายฉบับที่สืบทอดกันมาจวบจนปัจจุบัน เพียงแต่ว่าไม่มีใครออกมายืนยันว่าได้ทดลองและได้ผลจริง สาเหตุก็เพราะว่าปัจจุบันมีวิธีและยาคุมกำเนิดหลากหลาย และยาสูตรโบราณเหล่านี้อาจมีผลร้ายในระยะยาวต่อร่างกายได้ ดังเช่นที่ตำรายาจีนโบราณเคยกล่าวไว้ว่า ‘เป็นยานั้นไซร้สามส่วนคือพิษ’ (是药三分毒) อันหมายความว่า ยาอาจให้คุณและให้โทษได้

    จีนโบราณมีวิธีคุมกำเนิดหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือการกินน้ำแกงป้องกันการมีบุตร (ปี้จื่อทั้ง / 避子汤) หรือสูตรยาที่หยุดครรภ์ (ต้วนฉ่านฟ้าง / 断产方) อย่างเช่นใน ‘ตำราครรภ์’ ของเต๋อเจิ๊นฉางในสมัยสุย-ถัง หรือ ‘สูตรยาสำคัญของสตรี’ ของซุ้นซื้อเหมี่ยว แพทย์สมัยถังที่เลื่องชื่อในประวัติศาสตร์จีน

    เท่าที่ Storyฯ หาข้อมูลได้ พบว่ามีสูตรหลากหลาย แต่พอจะสรุปจากตัวยาหลักได้ว่าสรรพคุณโดยรวมของยาคุมกำเนิดและยาหยุดครรภ์เหล่านี้ก็คือ การเพิ่มฤทธิ์ธาตุหยิน (หรือฤทธิ์เย็น) ภายในร่างกาย และกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ขับลม ขับเลือดเสีย ซึ่งมียาสมุนไพรจีนหลายตัวที่ให้สรรพคุณเหล่านี้ และหากใช้ในปริมาณที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายจะใช้เป็นยารักษาหรือยาบำรุงได้ เช่นว่า โบราณใช้เป็นยาก่อนตั้งครรภ์เพื่อล้างมดลูกให้สะอาดและบำรุงชี่ปรับสภาพร่างกายเพื่อกระตุ้นให้ตั้งครรภ์ได้ง่ายขึ้น และยาหลังคลอดบุตรหรือหลังประจำเดือนหมดเพื่อขับเลือดเสียที่เกาะอยู่บนผนังมดลูกออกมา ตัวอย่างของยาที่อยู่ในกลุ่มประเภทนี้ก็มีหลายชนิด (ดูรูปตัวอย่าง) เช่น ต่อมหางกวางชะมด ดอกคำฝอย ชวนเกียง น้ำมันที่สกัดจากผักกาดก้านขาว (canola oil) เป็นต้น แน่นอนว่าสูตรยาแต่ละขนานจะประกอบด้วยตัวยาหลากชนิด จึงอาจมีสรรพคุณในด้านอื่นด้วย เช่น ขับลม ลดสภาวะอักเสบในร่างกาย ลดการจับตัวของไขมัน ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น เป็นต้น

    แต่ ‘เป็นยานั้นไซร้สามส่วนคือพิษ’ หากรับประทานต่อเนื่องระยะยาวอาจทำให้มีภาวะโลหิตจาง ร่างกายอ่อนเพลียง่าย มดลูกทำงานไม่ปกติและประจำเดือนมาไม่ปกติ ทำให้ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ และหากรับประทานในช่วงตั้งครรภ์จะขับลิ่มเลือดและทำให้มดลูกบีบตัว ทำให้แท้งลูกได้ ยกตัวอย่างคือดอกคำฝอย เพื่อนเพจที่ดื่มชาดอกคำฝอยจะทราบดีถึงคำเตือนว่าห้ามดื่มในระหว่างตั้งครรภ์

    เพื่อนเพจที่คุ้นเคยกับยาสมุนไพรและยาจีนจะทราบว่า ยาเหล่านี้ต้องใช้เวลานานกว่าจะได้ผลดังที่ต้องการ เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น อาหารอย่างอื่นที่เรารับประทานว่ามีฤทธิค้านกัน หรือมีฤทธิเสริมกันแรงเกินไปหรือไม่ และขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน

    ดังนั้นยาสูตร ‘ปี้จื่อทั้ง’ หรือ ‘ต้วนฉ่านฟ้าง’ ที่สืบทอดมาแต่โบราณเหล่านี้ จะออกฤทธิ์ทันควันเหมือนที่เราเห็นในละครหรือไม่? หรือว่าออกฤทธิ์ได้จริงแบบที่เห็นในละครหรือไม่? Storyฯ ก็ไม่ทราบได้ และไม่มีความรู้ลึกซึ้งถึงการรักษาแบบแผนจีนพอที่จะให้ความเห็น แต่ด้วยหลักการ ‘เป็นยานั้นไซร้สามส่วนคือพิษ’ เราจึงมักเห็นพล็อตละคร/นิยายที่มีการปรับสัดส่วนของสมุนไพรในสูตรยาหรือเพิ่มยาตัวอื่นเข้าไปให้กลายเป็นพิษนั่นเอง

    (ป.ล. หากอ่านแล้วชอบใจ อย่าลืมกดติดตามเพจนี้เพื่อป้องกันการกีดกันของเฟซบุ๊คด้วยนะคะ #StoryfromStory)

    Credit รูปภาพและข้อมูลเรียบเรียงจาก:
    https://inf.news/entertainment/b6ddc93cc4f9a720bf5c3fd752c4e1b9.html
    https://www.popdaily.com.tw/forum/entertainment/935802
    https://www.sohu.com/a/251057863_100011360
    https://www.sohu.com/a/249476484_242776
    https://www.sohu.com/a/525891685_121119111
    https://www.huachiewtcm.com/content/8036/ชวนซฺยง-川芎-ข้อมูลสมุนไพรจีน
    https://baike.baidu.com/item/红花/16556131
    https://zh.wikipedia.org/zh-hant/麝香

    #ร้อยรักปักดวงใจ #ปี้จื่อทัง #น้ำแกงห้ามลูก #สมุนไพรในละครจีน
    วันนี้มาคุยในเรื่องที่เพื่อนเพจท่านหนึ่งเคยถามมา สืบเนื่องจากเราเห็นละครจีนโบราณหลายเรื่องมีการกินน้ำแกงคุมกำเนิดหรือแม้แต่น้ำแกงที่ทำให้แท้งลูก อย่างตัวอย่างในเรื่อง <ร้อยรักปักดวงใจ> ที่หนึ่งในตัวละครหลักคืออนุฉินถูกบังคับให้กินน้ำแกงคุมกำเนิดมาตลอดจนภายหลังเมื่อตั้งครรภ์ก็แท้งลูกและไม่สามารถมีลูกได้อีก คำถามคือ มียาอย่างนี้จริงๆ หรือ? คำตอบคือ ‘น่าจะมี’ เพราะมีสูตรยาจีนโบราณหลายฉบับที่สืบทอดกันมาจวบจนปัจจุบัน เพียงแต่ว่าไม่มีใครออกมายืนยันว่าได้ทดลองและได้ผลจริง สาเหตุก็เพราะว่าปัจจุบันมีวิธีและยาคุมกำเนิดหลากหลาย และยาสูตรโบราณเหล่านี้อาจมีผลร้ายในระยะยาวต่อร่างกายได้ ดังเช่นที่ตำรายาจีนโบราณเคยกล่าวไว้ว่า ‘เป็นยานั้นไซร้สามส่วนคือพิษ’ (是药三分毒) อันหมายความว่า ยาอาจให้คุณและให้โทษได้ จีนโบราณมีวิธีคุมกำเนิดหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือการกินน้ำแกงป้องกันการมีบุตร (ปี้จื่อทั้ง / 避子汤) หรือสูตรยาที่หยุดครรภ์ (ต้วนฉ่านฟ้าง / 断产方) อย่างเช่นใน ‘ตำราครรภ์’ ของเต๋อเจิ๊นฉางในสมัยสุย-ถัง หรือ ‘สูตรยาสำคัญของสตรี’ ของซุ้นซื้อเหมี่ยว แพทย์สมัยถังที่เลื่องชื่อในประวัติศาสตร์จีน เท่าที่ Storyฯ หาข้อมูลได้ พบว่ามีสูตรหลากหลาย แต่พอจะสรุปจากตัวยาหลักได้ว่าสรรพคุณโดยรวมของยาคุมกำเนิดและยาหยุดครรภ์เหล่านี้ก็คือ การเพิ่มฤทธิ์ธาตุหยิน (หรือฤทธิ์เย็น) ภายในร่างกาย และกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ขับลม ขับเลือดเสีย ซึ่งมียาสมุนไพรจีนหลายตัวที่ให้สรรพคุณเหล่านี้ และหากใช้ในปริมาณที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายจะใช้เป็นยารักษาหรือยาบำรุงได้ เช่นว่า โบราณใช้เป็นยาก่อนตั้งครรภ์เพื่อล้างมดลูกให้สะอาดและบำรุงชี่ปรับสภาพร่างกายเพื่อกระตุ้นให้ตั้งครรภ์ได้ง่ายขึ้น และยาหลังคลอดบุตรหรือหลังประจำเดือนหมดเพื่อขับเลือดเสียที่เกาะอยู่บนผนังมดลูกออกมา ตัวอย่างของยาที่อยู่ในกลุ่มประเภทนี้ก็มีหลายชนิด (ดูรูปตัวอย่าง) เช่น ต่อมหางกวางชะมด ดอกคำฝอย ชวนเกียง น้ำมันที่สกัดจากผักกาดก้านขาว (canola oil) เป็นต้น แน่นอนว่าสูตรยาแต่ละขนานจะประกอบด้วยตัวยาหลากชนิด จึงอาจมีสรรพคุณในด้านอื่นด้วย เช่น ขับลม ลดสภาวะอักเสบในร่างกาย ลดการจับตัวของไขมัน ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น เป็นต้น แต่ ‘เป็นยานั้นไซร้สามส่วนคือพิษ’ หากรับประทานต่อเนื่องระยะยาวอาจทำให้มีภาวะโลหิตจาง ร่างกายอ่อนเพลียง่าย มดลูกทำงานไม่ปกติและประจำเดือนมาไม่ปกติ ทำให้ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ และหากรับประทานในช่วงตั้งครรภ์จะขับลิ่มเลือดและทำให้มดลูกบีบตัว ทำให้แท้งลูกได้ ยกตัวอย่างคือดอกคำฝอย เพื่อนเพจที่ดื่มชาดอกคำฝอยจะทราบดีถึงคำเตือนว่าห้ามดื่มในระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อนเพจที่คุ้นเคยกับยาสมุนไพรและยาจีนจะทราบว่า ยาเหล่านี้ต้องใช้เวลานานกว่าจะได้ผลดังที่ต้องการ เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น อาหารอย่างอื่นที่เรารับประทานว่ามีฤทธิค้านกัน หรือมีฤทธิเสริมกันแรงเกินไปหรือไม่ และขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน ดังนั้นยาสูตร ‘ปี้จื่อทั้ง’ หรือ ‘ต้วนฉ่านฟ้าง’ ที่สืบทอดมาแต่โบราณเหล่านี้ จะออกฤทธิ์ทันควันเหมือนที่เราเห็นในละครหรือไม่? หรือว่าออกฤทธิ์ได้จริงแบบที่เห็นในละครหรือไม่? Storyฯ ก็ไม่ทราบได้ และไม่มีความรู้ลึกซึ้งถึงการรักษาแบบแผนจีนพอที่จะให้ความเห็น แต่ด้วยหลักการ ‘เป็นยานั้นไซร้สามส่วนคือพิษ’ เราจึงมักเห็นพล็อตละคร/นิยายที่มีการปรับสัดส่วนของสมุนไพรในสูตรยาหรือเพิ่มยาตัวอื่นเข้าไปให้กลายเป็นพิษนั่นเอง (ป.ล. หากอ่านแล้วชอบใจ อย่าลืมกดติดตามเพจนี้เพื่อป้องกันการกีดกันของเฟซบุ๊คด้วยนะคะ #StoryfromStory) Credit รูปภาพและข้อมูลเรียบเรียงจาก: https://inf.news/entertainment/b6ddc93cc4f9a720bf5c3fd752c4e1b9.html https://www.popdaily.com.tw/forum/entertainment/935802 https://www.sohu.com/a/251057863_100011360 https://www.sohu.com/a/249476484_242776 https://www.sohu.com/a/525891685_121119111 https://www.huachiewtcm.com/content/8036/ชวนซฺยง-川芎-ข้อมูลสมุนไพรจีน https://baike.baidu.com/item/红花/16556131 https://zh.wikipedia.org/zh-hant/麝香 #ร้อยรักปักดวงใจ #ปี้จื่อทัง #น้ำแกงห้ามลูก #สมุนไพรในละครจีน
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 244 มุมมอง 0 รีวิว
  • โปรเจกต์ทดลอง Newskit ราคา 20 บาท

    เพจ Newskit ในคอนเซปต์ "ข่าวออนไลน์ อารมณ์หนังสือพิมพ์" ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ก.ค.2567 ยืนหยัดนำเสนอเรื่องราวที่แตกต่างไปจากสื่อกระแสหลักและเพจข่าวทั่วไป ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมืองเพียงเล็กน้อยในประเทศไทย เรื่องราวแปลกใหม่และใกล้ตัวในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดกับประเทศไทย เผยแพร่ผ่าน 3 แพลตฟอร์ม ได้แก่ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และ Thaitimes เป็นหลัก ในรูปแบบที่สั้น กระชับ สรุปความในโพสต์เดียว ไม่เกิน 2,200 ตัวอักษร

    ตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา เราไม่มีรายได้จากการทำเพจเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่การแสวงหาข้อมูลเพื่อนำมาเขียน โดยเฉพาะการลงพื้นที่บางครั้งย่อมมีค่าใช้จ่ายตามมา ที่ผ่านมาบนโซเชียลฯ มีรูปแบบการหารายได้จากผู้บริโภคสื่อแตกต่างกันไป ทั้งการลงสปอนเซอร์ การทำ Advertorial ซึ่งจะพบเห็นเฉพาะอินฟลูเอนเซอร์รายใหญ่ การขายสินค้า การเป็นนายหน้า การตลาดแบบพันธมิตร (Affiliate) การทำ TIPS BOX ออนไลน์ หรือการระบุเลขที่บัญชีธนาคารโดยตรง ซึ่งเราไม่อยากรบกวนผู้อ่านมากขนาดนั้น

    ด้วยสถานะการเป็นสื่อมวลชน นอกจากไม่ควรการันตีความดีความชั่วของใคร แต่มุ่งยึดถือประโยชน์แก่สาธารณะเป็นที่ตั้งแล้ว ก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าการทำหน้าที่ของเราจะตรงใจผู้อ่านได้ตลอดไป จึงไม่อยากถูกกล่าวหาว่าทรยศความเชื่อใจ ในวันที่ผู้อ่านมองว่าเราเปลี่ยนไป การเปิดรับบริจาคหรือโอนเงินโดยตรง อาจเป็นการแบกรับความคาดหวังจากผู้อ่านมากเกินไป กระทั่งไม่เป็นตัวของตัวเอง ขณะที่หนังสือพิมพ์ยังมีการวางจำหน่าย ถือเป็นสินค้าที่ซื้อขายตามความพึงพอใจของผู้อ่าน

    จากเหตุผลดังกล่าว เราจึงมีกิมมิกด้วยการตั้งราคา 20 บาท เหมือนหนังสือพิมพ์ธุรกิจ โดยทดลองใช้พร้อมเพย์คิวอาร์โค้ด (PromptPay QR Code) ปกติแล้วเราจะนำเสนอเรื่องราววันละ 1-2 เรื่อง แต่คิวอาร์โค้ดจะแสดงเฉพาะหน้าปก Newskit ของแต่ละวันเท่านั้น ถ้าผู้อ่านชื่นชอบเรื่องราวของเรา สามารถสแกนจ่ายครั้งละ 20 บาท เพื่อเป็นกำลังใจให้กับเรา โดยไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่ต้องจ่ายรายเดือน แม้เราคงไม่คาดหวังรายได้จากตรงนี้มากนัก เนื่องจากเป็นเรื่องใหม่ที่เชื่อว่าไม่มีใครทำมาก่อน

    โปรดสังเกตชื่อบัญชีปลายทางเป็น "นายกิตตินันท์ นาคทอง" e-Wallet ID 073-15-xxxxxx-1311 ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH BANK บัญชีเดียวเท่านั้น ระวังมิจฉาชีพแอบอ้าง

    เราจะทดลองติดตั้ง QR Code เป็นเวลา 3 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 24 มี.ค.2568 ถึงวันศุกร์ที่ 11 เม.ย.2568 เว้นแต่จะมีกรณีเป็นอย่างอื่น ขอขอบคุณทุกการติดตามและสนับสนุนเราตลอดมา

    #Newskit
    โปรเจกต์ทดลอง Newskit ราคา 20 บาท เพจ Newskit ในคอนเซปต์ "ข่าวออนไลน์ อารมณ์หนังสือพิมพ์" ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ก.ค.2567 ยืนหยัดนำเสนอเรื่องราวที่แตกต่างไปจากสื่อกระแสหลักและเพจข่าวทั่วไป ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมืองเพียงเล็กน้อยในประเทศไทย เรื่องราวแปลกใหม่และใกล้ตัวในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดกับประเทศไทย เผยแพร่ผ่าน 3 แพลตฟอร์ม ได้แก่ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และ Thaitimes เป็นหลัก ในรูปแบบที่สั้น กระชับ สรุปความในโพสต์เดียว ไม่เกิน 2,200 ตัวอักษร ตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา เราไม่มีรายได้จากการทำเพจเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่การแสวงหาข้อมูลเพื่อนำมาเขียน โดยเฉพาะการลงพื้นที่บางครั้งย่อมมีค่าใช้จ่ายตามมา ที่ผ่านมาบนโซเชียลฯ มีรูปแบบการหารายได้จากผู้บริโภคสื่อแตกต่างกันไป ทั้งการลงสปอนเซอร์ การทำ Advertorial ซึ่งจะพบเห็นเฉพาะอินฟลูเอนเซอร์รายใหญ่ การขายสินค้า การเป็นนายหน้า การตลาดแบบพันธมิตร (Affiliate) การทำ TIPS BOX ออนไลน์ หรือการระบุเลขที่บัญชีธนาคารโดยตรง ซึ่งเราไม่อยากรบกวนผู้อ่านมากขนาดนั้น ด้วยสถานะการเป็นสื่อมวลชน นอกจากไม่ควรการันตีความดีความชั่วของใคร แต่มุ่งยึดถือประโยชน์แก่สาธารณะเป็นที่ตั้งแล้ว ก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าการทำหน้าที่ของเราจะตรงใจผู้อ่านได้ตลอดไป จึงไม่อยากถูกกล่าวหาว่าทรยศความเชื่อใจ ในวันที่ผู้อ่านมองว่าเราเปลี่ยนไป การเปิดรับบริจาคหรือโอนเงินโดยตรง อาจเป็นการแบกรับความคาดหวังจากผู้อ่านมากเกินไป กระทั่งไม่เป็นตัวของตัวเอง ขณะที่หนังสือพิมพ์ยังมีการวางจำหน่าย ถือเป็นสินค้าที่ซื้อขายตามความพึงพอใจของผู้อ่าน จากเหตุผลดังกล่าว เราจึงมีกิมมิกด้วยการตั้งราคา 20 บาท เหมือนหนังสือพิมพ์ธุรกิจ โดยทดลองใช้พร้อมเพย์คิวอาร์โค้ด (PromptPay QR Code) ปกติแล้วเราจะนำเสนอเรื่องราววันละ 1-2 เรื่อง แต่คิวอาร์โค้ดจะแสดงเฉพาะหน้าปก Newskit ของแต่ละวันเท่านั้น ถ้าผู้อ่านชื่นชอบเรื่องราวของเรา สามารถสแกนจ่ายครั้งละ 20 บาท เพื่อเป็นกำลังใจให้กับเรา โดยไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่ต้องจ่ายรายเดือน แม้เราคงไม่คาดหวังรายได้จากตรงนี้มากนัก เนื่องจากเป็นเรื่องใหม่ที่เชื่อว่าไม่มีใครทำมาก่อน โปรดสังเกตชื่อบัญชีปลายทางเป็น "นายกิตตินันท์ นาคทอง" e-Wallet ID 073-15-xxxxxx-1311 ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH BANK บัญชีเดียวเท่านั้น ระวังมิจฉาชีพแอบอ้าง เราจะทดลองติดตั้ง QR Code เป็นเวลา 3 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 24 มี.ค.2568 ถึงวันศุกร์ที่ 11 เม.ย.2568 เว้นแต่จะมีกรณีเป็นอย่างอื่น ขอขอบคุณทุกการติดตามและสนับสนุนเราตลอดมา #Newskit
    Like
    3
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 452 มุมมอง 0 รีวิว
  • แม้วันเวลาจะผ่านไปกว่า 32 ปีแล้วก็ตาม แต่คดี เพชรซาอุฯ ก็ยังถูกกลับเอามาเล่าขานกันอีกครั้ง
    .
    ตำนานเครื่องเพชรที่ถูกพูดถึงมากเรื่องหนึ่งในสังคมไทยโดย คดี เพชรซาอุฯ นั้นเกิดขึ้นครั้งแรกเกิดปี พ.ศ. 2532 นายเกรียงไกร เตชะโม่ง คนงานทำความสะอาดในพระราชวังของเจ้าชายไฟซาล บิน ฟาฮัด ได้โจรกรรมเพชร ทอง และอัญมณี ที่ถูกวางไว้อย่างไม่เป็นที่เป็นทาง จากพระราชวัง โดยอาศัยช่วงเวลาที่เจ้าชายแปรพระราชฐานไปต่างประเทศ แอบนำถุงกระสอบขนาดใหญ่เข้าไปในพระราชวัง ซ่อนตัวอยู่ภายในพระราชวังจนถึงเวลากลางคืน แล้วจึงทำการขโมยเครื่องเพชรใส่ถุงกระสอบแล้วโยนถุงกระสอบลงมาออกนอกกำแพงพระราชวัง จากนั้นนำส่งประเทศไทยโดยการส่งปะปนมากับเสื้อผ้าเครื่องใช้ส่วนตัว ทำให้ ยากจะตรวจสอบได้
    .
    แต่สุดท้าย นายเกรียงไกร เตชะโม่ง ได้ถูก ตำรวจจับกุมได้ในเวลาต่อมา โดย ชุดจับกุมของ พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ และยอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา พร้อมช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการตามเพชรทั้งหมดกลับคืนอีกด้วย
    .
    ---------------
    ไม่เคยมี "เพชรสีน้ำเงินมาแต่แรก"
    ---------------
    .
    อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เริ่มมี "คดีเพชรซาอุ" มีการพูดถึง เครื่องเพชร ชุดหนึ่ง คือ "เพชรสีน้ำเงิน"( เครื่องเพชรบลูไดมอนด์) ซึ่งแท้จริงแล้วมีปรากฎแต่ในการนำเสนอข่าวภายในประเทศไทยเท่านั้น ที่แม้แต่ พล.ต.ท.วรรณรัตน์ คชรัตน์ ผช.อตร. เจ้าของคดี ยังถามถามสื่อมวลชนเองว่า "ไปเอาเรื่องนี้มาจากไหน ตนไม่เคยได้ยิน หรือเห็นมาก่อนเลย" จากนั้นก็มีการไปเอารูปภริยาอธิบดีกรมตำรวจในขณะนั้น พล.ต.อ. แสวง ธีระสวัสดิ์ ภาพใน น.ส.พ. ฉบับหนึ่ง ผู้หญิงสวมสร้อยคอที่มีจี้เป็นอัญมณีสีน้ำเงินล้อมเพชรและทอง ปรากฏตัวในงานเลี้ยงงานหนึ่ง ใช้ชื่อ "งานเลี้ยงบลูไดมอนด์" แล้วก็ลือกันตามมาว่าเป็นเพชรบลูไดมอนด์ของเจ้าฟ้าชายไฟซาล เรื่องราวนี้ดังไปถึงหู ทางการของประเทศซาอุฯ เลยส่งสายสืบลับของซาอุฯมาตรวจสอบเพิ่มเติม จนพบว่า ในความเป็นจริงแล้วเพชรบลูไดมอนด์ ในข่าวเป็นเพียง วัตถุที่ทำด้วยผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มที่นำมาประดิษฐ์เข้าคู่กับเพชรและทอง เท่านั้น คดีเพชรบลูไดมอนด์จึงจบไป...
    .
    ส่วน นายเกรียงไกร เตชะโม่ง จำเลยได้สารภาพว่า ได้แบ่งเครื่องเพชรให้กับเพื่อนที่มีส่วนรู้เห็นโดยไม่ได้แยกแยะ ชนิดสี ประเภทใดๆก่อนที่จะเดินทางกลับประเทศไทย โดยแยกทองและหินออกจากกัน เนื่องจาก นาย เกรียงไกร ทราบมูลค่าของทองดีแต่ไม่ทราบมูลของเพชรพลอยที่ประดับ หินบางส่วนถูกทุบให้แตกเพื่อแยกประเภทคร่าวๆตามความเข้าใจว่าเพชรเป็นของแข็ง หากไม่แตกก็จะเก็บเอาไว้ขายนั้นเอง จากนั้นจึงนำไปขายให้พ่อค้าเพชรและทองตามลำดับ
    .
    ในช่วงเวลาระหว่างการดำเนินคดี นายเกรียงไกร เตชะโม่ง จำเลยในคดีลักเพชรของเจ้าชายไฟซาล บิน ฟาฮัด อธิบดีกรมตำรวจ พลตำรวจเอกประทิน สันติประภพ มอบหมายให้ผู้รับผิดชอบคือ (สิงเหนือ ) พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ ออกติดตามเครื่องเพชรคืนให้แก่รัฐบาลซาอุดิอาระเบีย โดยตามหาและส่งคืนกลับไปทั้งหมด ผลงานของ พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศในครั้งนั้นสร้างชื่อเสียงมากจนได้รับการยกย่องจากประเทศซาอุดิอาระเบีย ให้เป็นแขกพิเศษ
    .
    อย่างไรก็ตามมีประเด็นต่อมา คือการส่งคืนเครื่องเพชรจำนวนมากในครั้งนั้นกลับไม่ครบ-และบางส่วนปลอม เลยมีการรื้อคดีกลับมาตรวจสอบอีกครั้ง จากคำให้การของนายเกรียงไกร ที่บอกว่า ได้โจรกรรมเครื่องเพชรของเจ้าชายไฟซาล แล้วนำเข้ามาขายในประเทศไทย โดยขายให้ นายสันติ ศรีธนะขัณฑ์ พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ จึงพุ่งเป้าไปที่ นายสันติ เพื่อตามทวงคืน เครื่องเพชรส่วนที่เหลือ แต่นายสันติ ได้ปฎิเสธ พล.ต.ท.ชลอจึงจับลูกและภารยาของนายสันติ เป็นตัวประกันเพื่อบีบบังคับให้ นายสันติบอกที่ซ่อนของเพชรที่เหลือ แต่ก็ไม่เป็นผล ...ประจวบกับเหตุการณ์เวลานั้นมีการคุกคามตัวประกัน จึงมีการสังหารตัวประกันแล้วจัดฉากให้เป็นอุบัติเหตุ แต่ในภายหลัง พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศถูกจับกุมในคดี สังหาร ครอบครัว ศรีธนะขัณฑ์ เลยได้รับโทษประหารชีวิต ...(ซึ่งปัจจุบัน ได้รับการปล่อยตัวหลังจากที่จำคุกมาได้ 19ปี)
    .
    เมื่อมีการพยายามพูดถึง เพชรบลูไดมอนด์และเพชรที่เหลือจากซาอุฯ อีกครั้ง มีการตรวจสอบ ย้อนกลับซ้ำอีกครั้ง จึงพบว่า ทางซาอุฯไม่สามารถระบุรูปลักษณ์ของ เพชรบลูไดมอนด์ และไม่มีใครทั้ง นายเกรียงไกร เตชะโม่ง ,นายสันติ ศรีธนะขัณฑ์ และเจ้าหน้าที่ทางการไทย ต่างไม่เคยพบเห็นเพชรบลูไดมอนด์ เลยจึงได้ข้อสรุปว่าเพชรบลูไดมอนด์ ไม่เคยอยู่ในประเทศไทย
    .
    เรื่องราว เพชรซาอุฯ มีข้อเท็จจริงแต่เพียงเท่านี้...
    .
    ------------------------
    กำเนิดข่าวลือเพชรซาอุรอบที่สอง
    ------------------------
    .
    อย่างไรก็ตาม ในปี2551 ในการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดง มีการยกเรื่อง เพชรสีน้ำเงิน เอาขึ้นมาอีกครั้ง บนเวทีสนามหลวง เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2551
    .
    ทั้งบนเวที และ ในลักษณะข่าวลือ โดยบนเวทีชุมนุมนั้นจะปรากฎ ภาพ แหวนเพชรสีน้ำเงินถูกสวมอยู่ในอุ้งเท้าไดโนเสาร์ ซึ่งในการชุมนุมครั้งนั้น มี หนึ่งในผู้ปราศรัย คือ(เสือใต้) พล.ต.อ สล้าง บุนนาค นายตำรวจยุคเดียวกับ (สิงเหนือ)พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ
    .
    ส่วนข่าวลือและภาพที่ถูกแชร์กันใส่สังคมออนไลน์ในช่วงปี 2553 คือภาพ เพชรสีน้ำเงิน หน้าต่างๆกันออกไปทั้งแบบที่เป็นแหวนเพชร และ สร้อยคอ โดยมีการระบุในข่าวลือว่าเป็น เพชรบลูไดมอนด์จากคดีเพชรซาอุฯ โดยมีการนำเอาภาพของสมเด็จพระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่9 ทรงพระศอประดับอัญมณีสีฟ้าในการแชร์พร้อมเรื่องราวข่าวเท็จเกี่ยวกับการขโมยเพชรสีน้ำเงินจากราชวงศ์ซาอุฯ จนกลายเป็นข่าวลือให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแยบยล
    .
    ในความเป็นจริงแล้วไม่เคยมีใครเคยเห็น เพชรบลูไดมอนด์ ว่าอยู่ในสภาพแหวนหรือสอยคอ และมีจำนวนกี่เม็ดกันแน่
    .
    หากพิจารณาภาพเพชรสีน้ำเงินที่เผยแพร่ในช่วงนี้ก็จะพบว่าเป็นเพียงการนำภาพ เครื่องเพชรที่มีลักษณะใกล้เคียงมาตัดต่อพร้อมประกอบกับเรื่องราวข่าวลือเท่านั้น โดยภาพที่ปรากฏประจำคือ Hope Diamond ของฝรั่งเศส ทั้งนี้ Hope Diamond มีประวัติน่าสนใจมาก เพราะ เป็นเพชรสีน้ำเงินที่ถูกตัดออกมาจาก เพชรเม็ดยักของ ราชวงศ์ฝรั่งเศส ที่ชื่อว่า French Blue (Le bleu de France) ตั้งแต่สมัยปฎิวัติฝรั่งเศส โดยแหล่งกำเนิดของ French Blue (Le bleu de France) นั้นมาจากเหมืองในเมืองกอลคอนดา (Golconda) ในประเทศอินเดีย ตั้งแต่ ปี 1664
    .
    แต่ด้วยประวัติของผู้ครอบครองเพชรสีน้ำเงิน ที่ล้วนเป็นคนใหญ่คนโต และเสียชีวิตฉับพลันจึงทำให้กลายเป็นตำนานเพชรต้องสาป ซึ่งปัจจุบัน เพชรเม็ดนี้ อยู่ในพิพิธภัณฑ์สมิธโซเนียน
    .
    ส่วนอีกภาพที่นิยมแชร์พร้อมกับข่าวลือคำสาปเพชรซาอุฯ คือภาพของ "Heart of the Ocean" หรือในภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า "Le Cœur de la Mer" เพชรสีน้ำเงินรูปทรงหัวใจ เป็นเครืองประดับที่สวยงามมาก แต่น่าเสียดายว่า แท้จริงแล้ว"Heart of the Ocean"เป็นเพชรที่เกิดมาจาก การจินตนาการของผู้กำกับภาพยนต์ ไททานิค โดย "Heart of the Ocean" นั้นถูกจินตนาการขึ้นโดยอ้างอิง ประวัติ Hope Diamond ของฝรั่งเศส และถูกจินตนาการไปถึงการเป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุการจมเรือในภาพยนตร์ไททานิค
    .
    ส่วนภาพสำคัญและมักถูกตกเป็นเป้าโจมตีของข่าวเท็จก็คือภาพของ สมเด็จพระราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ทรง พระศอไพลินสีน้ำเงิน(ไม่ใช่เพชร) เป็นภาพตั้งแต่ ปี 2500 ขณะทรงเยือนสหรัฐอเมริกา ซึ่งพระศอไพลินสีน้ำเงินนั้นเป็นมรดกตกทอดมาจากสมเด็จพระพันปีหลวง
    .
    และ แน่นอนว่า ภาพของ สมเด็จพระราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ทรง พระศอไพลินสีน้ำเงิน เป็นภาพที่เกิดขึ้นก่อน คดีเพชรซาอุฯ ถึง 32 ปี
    .
    ดังนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ ที่ เพชรบลูไดมอนด์ จากคดีเพชรซาอุฯปี 2532 จะย้อน เวลาไปปรากฎในปี 2500 ได้โดยเด็ดขาด
    ---------------------------------
    แหล่งข้อมูล
    - https://www.git.or.th/g20130410.html
    - http://www.tpa.or.th/writer/read_this_book_topic.php?bookID=3585&read=true&count=true
    - https://www.facebook.com/siamgreatwarriors/posts/1591058431203175?
    - https://www.facebook.com/boraannaanma/photos/a.1721168658137287/2367376280183185/?type=3&theater
    - https://th.wikipedia.org/wiki/เพชรโฮป
    - https://www.facebook.com/726502237386172/posts/3507440415958993/
    -------------------------------
    ติดตามข้อมูลข่าวสาร รู้ไทย รู้โลก กับ Thailand Vision ได้ที่
    Website : http://www.thailandvision.co
    Facebook : https://www.facebook.com/thvi5ion
    Twitter : https://twitter.com/Thailand_vision
    Youtube : https://www.youtube.com/c/Thailandvision
    แม้วันเวลาจะผ่านไปกว่า 32 ปีแล้วก็ตาม แต่คดี เพชรซาอุฯ ก็ยังถูกกลับเอามาเล่าขานกันอีกครั้ง . ตำนานเครื่องเพชรที่ถูกพูดถึงมากเรื่องหนึ่งในสังคมไทยโดย คดี เพชรซาอุฯ นั้นเกิดขึ้นครั้งแรกเกิดปี พ.ศ. 2532 นายเกรียงไกร เตชะโม่ง คนงานทำความสะอาดในพระราชวังของเจ้าชายไฟซาล บิน ฟาฮัด ได้โจรกรรมเพชร ทอง และอัญมณี ที่ถูกวางไว้อย่างไม่เป็นที่เป็นทาง จากพระราชวัง โดยอาศัยช่วงเวลาที่เจ้าชายแปรพระราชฐานไปต่างประเทศ แอบนำถุงกระสอบขนาดใหญ่เข้าไปในพระราชวัง ซ่อนตัวอยู่ภายในพระราชวังจนถึงเวลากลางคืน แล้วจึงทำการขโมยเครื่องเพชรใส่ถุงกระสอบแล้วโยนถุงกระสอบลงมาออกนอกกำแพงพระราชวัง จากนั้นนำส่งประเทศไทยโดยการส่งปะปนมากับเสื้อผ้าเครื่องใช้ส่วนตัว ทำให้ ยากจะตรวจสอบได้ . แต่สุดท้าย นายเกรียงไกร เตชะโม่ง ได้ถูก ตำรวจจับกุมได้ในเวลาต่อมา โดย ชุดจับกุมของ พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ และยอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา พร้อมช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการตามเพชรทั้งหมดกลับคืนอีกด้วย . --------------- ไม่เคยมี "เพชรสีน้ำเงินมาแต่แรก" --------------- . อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เริ่มมี "คดีเพชรซาอุ" มีการพูดถึง เครื่องเพชร ชุดหนึ่ง คือ "เพชรสีน้ำเงิน"( เครื่องเพชรบลูไดมอนด์) ซึ่งแท้จริงแล้วมีปรากฎแต่ในการนำเสนอข่าวภายในประเทศไทยเท่านั้น ที่แม้แต่ พล.ต.ท.วรรณรัตน์ คชรัตน์ ผช.อตร. เจ้าของคดี ยังถามถามสื่อมวลชนเองว่า "ไปเอาเรื่องนี้มาจากไหน ตนไม่เคยได้ยิน หรือเห็นมาก่อนเลย" จากนั้นก็มีการไปเอารูปภริยาอธิบดีกรมตำรวจในขณะนั้น พล.ต.อ. แสวง ธีระสวัสดิ์ ภาพใน น.ส.พ. ฉบับหนึ่ง ผู้หญิงสวมสร้อยคอที่มีจี้เป็นอัญมณีสีน้ำเงินล้อมเพชรและทอง ปรากฏตัวในงานเลี้ยงงานหนึ่ง ใช้ชื่อ "งานเลี้ยงบลูไดมอนด์" แล้วก็ลือกันตามมาว่าเป็นเพชรบลูไดมอนด์ของเจ้าฟ้าชายไฟซาล เรื่องราวนี้ดังไปถึงหู ทางการของประเทศซาอุฯ เลยส่งสายสืบลับของซาอุฯมาตรวจสอบเพิ่มเติม จนพบว่า ในความเป็นจริงแล้วเพชรบลูไดมอนด์ ในข่าวเป็นเพียง วัตถุที่ทำด้วยผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มที่นำมาประดิษฐ์เข้าคู่กับเพชรและทอง เท่านั้น คดีเพชรบลูไดมอนด์จึงจบไป... . ส่วน นายเกรียงไกร เตชะโม่ง จำเลยได้สารภาพว่า ได้แบ่งเครื่องเพชรให้กับเพื่อนที่มีส่วนรู้เห็นโดยไม่ได้แยกแยะ ชนิดสี ประเภทใดๆก่อนที่จะเดินทางกลับประเทศไทย โดยแยกทองและหินออกจากกัน เนื่องจาก นาย เกรียงไกร ทราบมูลค่าของทองดีแต่ไม่ทราบมูลของเพชรพลอยที่ประดับ หินบางส่วนถูกทุบให้แตกเพื่อแยกประเภทคร่าวๆตามความเข้าใจว่าเพชรเป็นของแข็ง หากไม่แตกก็จะเก็บเอาไว้ขายนั้นเอง จากนั้นจึงนำไปขายให้พ่อค้าเพชรและทองตามลำดับ . ในช่วงเวลาระหว่างการดำเนินคดี นายเกรียงไกร เตชะโม่ง จำเลยในคดีลักเพชรของเจ้าชายไฟซาล บิน ฟาฮัด อธิบดีกรมตำรวจ พลตำรวจเอกประทิน สันติประภพ มอบหมายให้ผู้รับผิดชอบคือ (สิงเหนือ ) พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ ออกติดตามเครื่องเพชรคืนให้แก่รัฐบาลซาอุดิอาระเบีย โดยตามหาและส่งคืนกลับไปทั้งหมด ผลงานของ พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศในครั้งนั้นสร้างชื่อเสียงมากจนได้รับการยกย่องจากประเทศซาอุดิอาระเบีย ให้เป็นแขกพิเศษ . อย่างไรก็ตามมีประเด็นต่อมา คือการส่งคืนเครื่องเพชรจำนวนมากในครั้งนั้นกลับไม่ครบ-และบางส่วนปลอม เลยมีการรื้อคดีกลับมาตรวจสอบอีกครั้ง จากคำให้การของนายเกรียงไกร ที่บอกว่า ได้โจรกรรมเครื่องเพชรของเจ้าชายไฟซาล แล้วนำเข้ามาขายในประเทศไทย โดยขายให้ นายสันติ ศรีธนะขัณฑ์ พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ จึงพุ่งเป้าไปที่ นายสันติ เพื่อตามทวงคืน เครื่องเพชรส่วนที่เหลือ แต่นายสันติ ได้ปฎิเสธ พล.ต.ท.ชลอจึงจับลูกและภารยาของนายสันติ เป็นตัวประกันเพื่อบีบบังคับให้ นายสันติบอกที่ซ่อนของเพชรที่เหลือ แต่ก็ไม่เป็นผล ...ประจวบกับเหตุการณ์เวลานั้นมีการคุกคามตัวประกัน จึงมีการสังหารตัวประกันแล้วจัดฉากให้เป็นอุบัติเหตุ แต่ในภายหลัง พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศถูกจับกุมในคดี สังหาร ครอบครัว ศรีธนะขัณฑ์ เลยได้รับโทษประหารชีวิต ...(ซึ่งปัจจุบัน ได้รับการปล่อยตัวหลังจากที่จำคุกมาได้ 19ปี) . เมื่อมีการพยายามพูดถึง เพชรบลูไดมอนด์และเพชรที่เหลือจากซาอุฯ อีกครั้ง มีการตรวจสอบ ย้อนกลับซ้ำอีกครั้ง จึงพบว่า ทางซาอุฯไม่สามารถระบุรูปลักษณ์ของ เพชรบลูไดมอนด์ และไม่มีใครทั้ง นายเกรียงไกร เตชะโม่ง ,นายสันติ ศรีธนะขัณฑ์ และเจ้าหน้าที่ทางการไทย ต่างไม่เคยพบเห็นเพชรบลูไดมอนด์ เลยจึงได้ข้อสรุปว่าเพชรบลูไดมอนด์ ไม่เคยอยู่ในประเทศไทย . เรื่องราว เพชรซาอุฯ มีข้อเท็จจริงแต่เพียงเท่านี้... . ------------------------ กำเนิดข่าวลือเพชรซาอุรอบที่สอง ------------------------ . อย่างไรก็ตาม ในปี2551 ในการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดง มีการยกเรื่อง เพชรสีน้ำเงิน เอาขึ้นมาอีกครั้ง บนเวทีสนามหลวง เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2551 . ทั้งบนเวที และ ในลักษณะข่าวลือ โดยบนเวทีชุมนุมนั้นจะปรากฎ ภาพ แหวนเพชรสีน้ำเงินถูกสวมอยู่ในอุ้งเท้าไดโนเสาร์ ซึ่งในการชุมนุมครั้งนั้น มี หนึ่งในผู้ปราศรัย คือ(เสือใต้) พล.ต.อ สล้าง บุนนาค นายตำรวจยุคเดียวกับ (สิงเหนือ)พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ . ส่วนข่าวลือและภาพที่ถูกแชร์กันใส่สังคมออนไลน์ในช่วงปี 2553 คือภาพ เพชรสีน้ำเงิน หน้าต่างๆกันออกไปทั้งแบบที่เป็นแหวนเพชร และ สร้อยคอ โดยมีการระบุในข่าวลือว่าเป็น เพชรบลูไดมอนด์จากคดีเพชรซาอุฯ โดยมีการนำเอาภาพของสมเด็จพระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่9 ทรงพระศอประดับอัญมณีสีฟ้าในการแชร์พร้อมเรื่องราวข่าวเท็จเกี่ยวกับการขโมยเพชรสีน้ำเงินจากราชวงศ์ซาอุฯ จนกลายเป็นข่าวลือให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแยบยล . ในความเป็นจริงแล้วไม่เคยมีใครเคยเห็น เพชรบลูไดมอนด์ ว่าอยู่ในสภาพแหวนหรือสอยคอ และมีจำนวนกี่เม็ดกันแน่ . หากพิจารณาภาพเพชรสีน้ำเงินที่เผยแพร่ในช่วงนี้ก็จะพบว่าเป็นเพียงการนำภาพ เครื่องเพชรที่มีลักษณะใกล้เคียงมาตัดต่อพร้อมประกอบกับเรื่องราวข่าวลือเท่านั้น โดยภาพที่ปรากฏประจำคือ Hope Diamond ของฝรั่งเศส ทั้งนี้ Hope Diamond มีประวัติน่าสนใจมาก เพราะ เป็นเพชรสีน้ำเงินที่ถูกตัดออกมาจาก เพชรเม็ดยักของ ราชวงศ์ฝรั่งเศส ที่ชื่อว่า French Blue (Le bleu de France) ตั้งแต่สมัยปฎิวัติฝรั่งเศส โดยแหล่งกำเนิดของ French Blue (Le bleu de France) นั้นมาจากเหมืองในเมืองกอลคอนดา (Golconda) ในประเทศอินเดีย ตั้งแต่ ปี 1664 . แต่ด้วยประวัติของผู้ครอบครองเพชรสีน้ำเงิน ที่ล้วนเป็นคนใหญ่คนโต และเสียชีวิตฉับพลันจึงทำให้กลายเป็นตำนานเพชรต้องสาป ซึ่งปัจจุบัน เพชรเม็ดนี้ อยู่ในพิพิธภัณฑ์สมิธโซเนียน . ส่วนอีกภาพที่นิยมแชร์พร้อมกับข่าวลือคำสาปเพชรซาอุฯ คือภาพของ "Heart of the Ocean" หรือในภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า "Le Cœur de la Mer" เพชรสีน้ำเงินรูปทรงหัวใจ เป็นเครืองประดับที่สวยงามมาก แต่น่าเสียดายว่า แท้จริงแล้ว"Heart of the Ocean"เป็นเพชรที่เกิดมาจาก การจินตนาการของผู้กำกับภาพยนต์ ไททานิค โดย "Heart of the Ocean" นั้นถูกจินตนาการขึ้นโดยอ้างอิง ประวัติ Hope Diamond ของฝรั่งเศส และถูกจินตนาการไปถึงการเป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุการจมเรือในภาพยนตร์ไททานิค . ส่วนภาพสำคัญและมักถูกตกเป็นเป้าโจมตีของข่าวเท็จก็คือภาพของ สมเด็จพระราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ทรง พระศอไพลินสีน้ำเงิน(ไม่ใช่เพชร) เป็นภาพตั้งแต่ ปี 2500 ขณะทรงเยือนสหรัฐอเมริกา ซึ่งพระศอไพลินสีน้ำเงินนั้นเป็นมรดกตกทอดมาจากสมเด็จพระพันปีหลวง . และ แน่นอนว่า ภาพของ สมเด็จพระราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ทรง พระศอไพลินสีน้ำเงิน เป็นภาพที่เกิดขึ้นก่อน คดีเพชรซาอุฯ ถึง 32 ปี . ดังนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ ที่ เพชรบลูไดมอนด์ จากคดีเพชรซาอุฯปี 2532 จะย้อน เวลาไปปรากฎในปี 2500 ได้โดยเด็ดขาด --------------------------------- แหล่งข้อมูล - https://www.git.or.th/g20130410.html - http://www.tpa.or.th/writer/read_this_book_topic.php?bookID=3585&read=true&count=true - https://www.facebook.com/siamgreatwarriors/posts/1591058431203175? - https://www.facebook.com/boraannaanma/photos/a.1721168658137287/2367376280183185/?type=3&theater - https://th.wikipedia.org/wiki/เพชรโฮป - https://www.facebook.com/726502237386172/posts/3507440415958993/ ------------------------------- ติดตามข้อมูลข่าวสาร รู้ไทย รู้โลก กับ Thailand Vision ได้ที่ Website : http://www.thailandvision.co Facebook : https://www.facebook.com/thvi5ion Twitter : https://twitter.com/Thailand_vision Youtube : https://www.youtube.com/c/Thailandvision
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 539 มุมมอง 0 รีวิว
  • Apple กำลังพัฒนาจอพับสุดล้ำขนาด 18.8 นิ้วที่ใช้ macOS เพื่อเพิ่มความพิเศษในสายผลิตภัณฑ์ Mac ความน่าสนใจคือการลดขนาดวงจรควบคุมจอเหลือแค่ 16nm ทำให้อุปกรณ์บางลง ประหยัดพลังงานขึ้น และมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น คาดว่าเราน่าจะได้เห็นอุปกรณ์นี้ในปี 2027 ซึ่งน่าจะเป็นตัวเปลี่ยนเกมในวงการเทคโนโลยีอุปกรณ์พับได้

    การลดขนาดวงจรควบคุม:
    - การพัฒนาวงจรควบคุมขนาด 16nm เป็นก้าวสำคัญในการลดการใช้พลังงานโดยที่ยังคงประสิทธิภาพเดิม ทำให้จอภาพนี้เหมาะสำหรับอุปกรณ์พับที่ต้องการความบางและแบตเตอรี่ใช้งานยาวนาน.

    โอกาสในการใช้งาน:
    - อุปกรณ์นี้ตั้งเป้าสู่การเป็นส่วนหนึ่งของ Mac lineup และน่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2027 หลังเริ่มผลิตจำนวนมากในช่วงครึ่งหลังของปี 2026.

    ดีไซน์และเป้าหมายใหม่:
    - Apple ยังตั้งใจพัฒนานวัตกรรมที่บางเบากว่าเดิม เช่น iPhone 17 Air และอุปกรณ์พับรุ่นนี้อาจมีการออกแบบที่เรียบง่ายแต่ล้ำสมัย

    สถานะการพัฒนา:
    - ล่าสุด อุปกรณ์จอพับได้นี้เข้าสู่ขั้นตอน New Product Introduction (NPI) ที่โรงงาน Foxconn โดยเน้นไปที่การพัฒนาประสิทธิภาพและความบาง

    https://wccftech.com/apple-to-use-powr-effiicient-displays-in-foldable-device/
    Apple กำลังพัฒนาจอพับสุดล้ำขนาด 18.8 นิ้วที่ใช้ macOS เพื่อเพิ่มความพิเศษในสายผลิตภัณฑ์ Mac ความน่าสนใจคือการลดขนาดวงจรควบคุมจอเหลือแค่ 16nm ทำให้อุปกรณ์บางลง ประหยัดพลังงานขึ้น และมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น คาดว่าเราน่าจะได้เห็นอุปกรณ์นี้ในปี 2027 ซึ่งน่าจะเป็นตัวเปลี่ยนเกมในวงการเทคโนโลยีอุปกรณ์พับได้ การลดขนาดวงจรควบคุม: - การพัฒนาวงจรควบคุมขนาด 16nm เป็นก้าวสำคัญในการลดการใช้พลังงานโดยที่ยังคงประสิทธิภาพเดิม ทำให้จอภาพนี้เหมาะสำหรับอุปกรณ์พับที่ต้องการความบางและแบตเตอรี่ใช้งานยาวนาน. โอกาสในการใช้งาน: - อุปกรณ์นี้ตั้งเป้าสู่การเป็นส่วนหนึ่งของ Mac lineup และน่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2027 หลังเริ่มผลิตจำนวนมากในช่วงครึ่งหลังของปี 2026. ดีไซน์และเป้าหมายใหม่: - Apple ยังตั้งใจพัฒนานวัตกรรมที่บางเบากว่าเดิม เช่น iPhone 17 Air และอุปกรณ์พับรุ่นนี้อาจมีการออกแบบที่เรียบง่ายแต่ล้ำสมัย สถานะการพัฒนา: - ล่าสุด อุปกรณ์จอพับได้นี้เข้าสู่ขั้นตอน New Product Introduction (NPI) ที่โรงงาน Foxconn โดยเน้นไปที่การพัฒนาประสิทธิภาพและความบาง https://wccftech.com/apple-to-use-powr-effiicient-displays-in-foldable-device/
    WCCFTECH.COM
    Apple’s First Foldable Display Will Prioritize Power Efficiency, Achieving A Major Breakthrough By Reducing The Display Driver IC From 28nm To An Ultra-Efficient 16nm Design
    Apple will focus on power-efficient displays for foldable devices for enhanced battery life by shrinking display driver IC from 28nm to 16nm.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 160 มุมมอง 0 รีวิว
  • Maxtang SXRL-20 เป็น Mini PC ที่ออกแบบได้ล้ำมาก เพราะตัวเครื่องทำจากอะลูมิเนียมที่ช่วยระบายความร้อนแบบไร้พัดลม ทำให้ทำงานเงียบและทนทานเหมาะกับงานในอุตสาหกรรม จุดเด่นคือรองรับการเชื่อมต่อหน้าจอได้ถึง 5 จอแบบ 4K และยังเก็บข้อมูลได้เยอะสุด ๆ ด้วยพื้นที่จัดเก็บสูงถึง 8TB นอกจากนี้ยังรองรับ Windows และ Linux แถมมีราคาเริ่มต้นที่คุ้มค่า ใครมองหาเครื่องสำหรับงานหนักหรือระบบ IoT ไม่ควรพลาด

    การออกแบบที่เหนือชั้น:
    - อะลูมิเนียมชิ้นใหญ่ที่เป็นทั้งตัวเครื่องและฮีทซิงค์ ช่วยระบายความร้อนโดยไม่ต้องใช้พัดลม ทำให้ทำงานเงียบสนิทและเหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีฝุ่นหรือการสั่นสะเทือนสูง

    ประสิทธิภาพที่รองรับการใช้งานหนัก:
    - ใช้ชิป Intel Core เจนเนอเรชัน 12 เช่น i5-1235U พร้อมความสามารถในการจัดการพลังงานตั้งแต่ 12W ถึง 55W
    - มีช่องสำหรับ NVMe/SATA dual slots รองรับพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสูงสุด 8TB และ RAM DDR4 ได้ถึง 32GB

    ความยืดหยุ่นในการเชื่อมต่อ:
    - รองรับพอร์ต USB-C, USB 3.2, USB 2.0, Ethernet (2.5G) และ COM port สำหรับการเชื่อมต่อระบบเดิมในอุตสาหกรรม
    - มี M.2 Slot สำหรับการติดตั้ง Wi-Fi หรือโมเด็ม พร้อมรองรับเสาอากาศภายนอกถึง 6 เสา

    ความเหมาะสมในการใช้งาน:
    - รองรับ Windows 11 Pro และ Linux พร้อมฟีเจอร์เช่นการตั้งเวลาเปิดระบบด้วย RTC และการบูตอัตโนมัติ ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานในระบบอัตโนมัติและ IoT

    ราคาและความคุ้มค่า:
    - ราคาตั้งต้นที่ €544 (ประมาณ 21,000 บาท) พร้อมจัดส่งฟรีในบางพื้นที่ ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหา Mini PC ที่มีคุณสมบัติครบครัน

    https://www.techradar.com/pro/this-fanless-pc-looks-like-a-giant-heatsink-and-has-one-incredible-feature-five-yes-five-4k-capable-hdmi-ports
    Maxtang SXRL-20 เป็น Mini PC ที่ออกแบบได้ล้ำมาก เพราะตัวเครื่องทำจากอะลูมิเนียมที่ช่วยระบายความร้อนแบบไร้พัดลม ทำให้ทำงานเงียบและทนทานเหมาะกับงานในอุตสาหกรรม จุดเด่นคือรองรับการเชื่อมต่อหน้าจอได้ถึง 5 จอแบบ 4K และยังเก็บข้อมูลได้เยอะสุด ๆ ด้วยพื้นที่จัดเก็บสูงถึง 8TB นอกจากนี้ยังรองรับ Windows และ Linux แถมมีราคาเริ่มต้นที่คุ้มค่า ใครมองหาเครื่องสำหรับงานหนักหรือระบบ IoT ไม่ควรพลาด การออกแบบที่เหนือชั้น: - อะลูมิเนียมชิ้นใหญ่ที่เป็นทั้งตัวเครื่องและฮีทซิงค์ ช่วยระบายความร้อนโดยไม่ต้องใช้พัดลม ทำให้ทำงานเงียบสนิทและเหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีฝุ่นหรือการสั่นสะเทือนสูง ประสิทธิภาพที่รองรับการใช้งานหนัก: - ใช้ชิป Intel Core เจนเนอเรชัน 12 เช่น i5-1235U พร้อมความสามารถในการจัดการพลังงานตั้งแต่ 12W ถึง 55W - มีช่องสำหรับ NVMe/SATA dual slots รองรับพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสูงสุด 8TB และ RAM DDR4 ได้ถึง 32GB ความยืดหยุ่นในการเชื่อมต่อ: - รองรับพอร์ต USB-C, USB 3.2, USB 2.0, Ethernet (2.5G) และ COM port สำหรับการเชื่อมต่อระบบเดิมในอุตสาหกรรม - มี M.2 Slot สำหรับการติดตั้ง Wi-Fi หรือโมเด็ม พร้อมรองรับเสาอากาศภายนอกถึง 6 เสา ความเหมาะสมในการใช้งาน: - รองรับ Windows 11 Pro และ Linux พร้อมฟีเจอร์เช่นการตั้งเวลาเปิดระบบด้วย RTC และการบูตอัตโนมัติ ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานในระบบอัตโนมัติและ IoT ราคาและความคุ้มค่า: - ราคาตั้งต้นที่ €544 (ประมาณ 21,000 บาท) พร้อมจัดส่งฟรีในบางพื้นที่ ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหา Mini PC ที่มีคุณสมบัติครบครัน https://www.techradar.com/pro/this-fanless-pc-looks-like-a-giant-heatsink-and-has-one-incredible-feature-five-yes-five-4k-capable-hdmi-ports
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 239 มุมมอง 0 รีวิว
  • "Huawei กำลังนำเสนอชิปรุ่นใหม่ที่ชื่อ Kirin X90 ซึ่งเป็นชิปที่คาดว่าจะมาแทนที่รุ่นเก่า Kunpeng 920 และถูกออกแบบให้ใช้กับทั้งเซิร์ฟเวอร์และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล. ชิปนี้ถูกผลิตด้วยเทคโนโลยีในประเทศจีนเอง ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ. สิ่งที่น่าสนใจคือ Huawei มีแผนจะใช้ชิปนี้กับระบบ HarmonyOS ที่พัฒนาเองด้วย เพื่อให้แล็ปท็อปทำงานได้แบบไหลลื่นเหมือนกับแนวทางที่ Apple ทำกับ MacBooks แต่แน่นอนว่าคงต้องรอติดตามกันว่าเมื่อเปิดตัวในเดือนเมษายนนี้จะทำได้ตามที่คาดหวังไว้หรือไม่

    พัฒนาการด้านเทคโนโลยี:
    - Kirin X90 อาจผลิตโดยใช้เทคโนโลยีขนาด 7 นาโนเมตรของ SMIC ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตที่ไม่ถูกควบคุมโดยมาตรการห้ามค้าของสหรัฐฯ.
    - ชิปนี้ใช้แกนประมวลผล Taishan V120 ซึ่งอ้างว่ามีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ Zen 3 ของ AMD.

    การใช้งานและระบบปฏิบัติการ:
    - Huawei เตรียมนำชิปรุ่นใหม่นี้มาใช้กับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ใช้ระบบ HarmonyOS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาเอง.
    - แม้ยังมีปัญหาเรื่องการรองรับซอฟต์แวร์และการพัฒนาแอปพลิเคชันเพิ่มเติม แต่ Huawei คาดว่าจะทำให้การใช้งานบนแล็ปท็อปราบรื่นยิ่งขึ้น.

    เปรียบเทียบกับคู่แข่ง:
    - Kirin X90 มีความคล้ายคลึงกับแนวทางการรวมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์แบบที่ Apple ทำกับ MacBooks.
    - อย่างไรก็ตาม ความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพของชิปยังคงต้องรอดูจากการเปิดตัวในอนาคต

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/new-huawei-kirin-x90-chip-revealed-in-state-report-possibly-set-to-replace-the-aging-kunpeng-920-design
    "Huawei กำลังนำเสนอชิปรุ่นใหม่ที่ชื่อ Kirin X90 ซึ่งเป็นชิปที่คาดว่าจะมาแทนที่รุ่นเก่า Kunpeng 920 และถูกออกแบบให้ใช้กับทั้งเซิร์ฟเวอร์และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล. ชิปนี้ถูกผลิตด้วยเทคโนโลยีในประเทศจีนเอง ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ. สิ่งที่น่าสนใจคือ Huawei มีแผนจะใช้ชิปนี้กับระบบ HarmonyOS ที่พัฒนาเองด้วย เพื่อให้แล็ปท็อปทำงานได้แบบไหลลื่นเหมือนกับแนวทางที่ Apple ทำกับ MacBooks แต่แน่นอนว่าคงต้องรอติดตามกันว่าเมื่อเปิดตัวในเดือนเมษายนนี้จะทำได้ตามที่คาดหวังไว้หรือไม่ พัฒนาการด้านเทคโนโลยี: - Kirin X90 อาจผลิตโดยใช้เทคโนโลยีขนาด 7 นาโนเมตรของ SMIC ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตที่ไม่ถูกควบคุมโดยมาตรการห้ามค้าของสหรัฐฯ. - ชิปนี้ใช้แกนประมวลผล Taishan V120 ซึ่งอ้างว่ามีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ Zen 3 ของ AMD. การใช้งานและระบบปฏิบัติการ: - Huawei เตรียมนำชิปรุ่นใหม่นี้มาใช้กับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ใช้ระบบ HarmonyOS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาเอง. - แม้ยังมีปัญหาเรื่องการรองรับซอฟต์แวร์และการพัฒนาแอปพลิเคชันเพิ่มเติม แต่ Huawei คาดว่าจะทำให้การใช้งานบนแล็ปท็อปราบรื่นยิ่งขึ้น. เปรียบเทียบกับคู่แข่ง: - Kirin X90 มีความคล้ายคลึงกับแนวทางการรวมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์แบบที่ Apple ทำกับ MacBooks. - อย่างไรก็ตาม ความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพของชิปยังคงต้องรอดูจากการเปิดตัวในอนาคต https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/new-huawei-kirin-x90-chip-revealed-in-state-report-possibly-set-to-replace-the-aging-kunpeng-920-design
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 356 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าวนี้เล่าถึงความสำเร็จครั้งใหญ่ของนักวิจัยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ Yohanes Nugroho ผู้ที่ได้พัฒนาเครื่องมือถอดรหัสสำหรับ Akira Ransomware ในระบบ Linux โดยใช้ประโยชน์จากพลังการประมวลผลของ GPU ซึ่งช่วยแก้ไขปัญหาการเข้ารหัสไฟล์ที่เคยเป็นเรื่องยากให้สามารถปลดล็อกได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว

    รายละเอียดที่น่าสนใจเกี่ยวกับเครื่องมือถอดรหัสนี้:

    1) กลไกการถอดรหัส เครื่องมือนี้อาศัยการคำนวณแบบ brute-force โดยใช้ GPU เพื่อค้นหากุญแจถอดรหัส โดยอาศัยช่องโหว่ของ Akira Ransomware ที่สร้างกุญแจเข้ารหัสจาก เวลาในหน่วยนาโนวินาที ซึ่งช่วยลดขอบเขตของความเป็นไปได้ในการค้นหา

    2) ความซับซ้อนในงานวิจัย Nugroho ใช้เวลา 3 สัปดาห์ในการพัฒนาเครื่องมือและลงทุนกว่า $1,200 สำหรับการเช่า GPU ที่ทรงพลัง เช่น RTX 4090 เพื่อทำการถอดรหัสกุญแจผ่านการประมวลผลที่มีศักยภาพสูง โดยใช้ GPU 16 ตัวพร้อมกัน ผลลัพธ์สามารถปลดล็อกไฟล์ได้ในเวลาประมาณ 10 ชั่วโมง

    3) ผลลัพธ์และการพัฒนาเพิ่มเติม แม้เครื่องมือดังกล่าวจะได้รับการเผยแพร่บน GitHub เพื่อให้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อสามารถนำไปใช้ได้ แต่ยังมีช่องว่างสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้าน GPU ในการปรับปรุงโค้ดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น

    งานวิจัยนี้ไม่เพียงช่วยให้เหยื่อสามารถกู้คืนไฟล์ได้ฟรี แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับชุมชนผู้พัฒนาเครื่องมือความปลอดภัยในการปรับปรุงเทคนิคถอดรหัสมัลแวร์ให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงผู้พัฒนามัลแวร์ว่า การออกแบบที่ขาดความรอบคอบอาจถูกใช้เป็นจุดอ่อนในการแก้ไขได้

    https://www.bleepingcomputer.com/news/security/gpu-powered-akira-ransomware-decryptor-released-on-github/
    ข่าวนี้เล่าถึงความสำเร็จครั้งใหญ่ของนักวิจัยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ Yohanes Nugroho ผู้ที่ได้พัฒนาเครื่องมือถอดรหัสสำหรับ Akira Ransomware ในระบบ Linux โดยใช้ประโยชน์จากพลังการประมวลผลของ GPU ซึ่งช่วยแก้ไขปัญหาการเข้ารหัสไฟล์ที่เคยเป็นเรื่องยากให้สามารถปลดล็อกได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว รายละเอียดที่น่าสนใจเกี่ยวกับเครื่องมือถอดรหัสนี้: 1) กลไกการถอดรหัส เครื่องมือนี้อาศัยการคำนวณแบบ brute-force โดยใช้ GPU เพื่อค้นหากุญแจถอดรหัส โดยอาศัยช่องโหว่ของ Akira Ransomware ที่สร้างกุญแจเข้ารหัสจาก เวลาในหน่วยนาโนวินาที ซึ่งช่วยลดขอบเขตของความเป็นไปได้ในการค้นหา 2) ความซับซ้อนในงานวิจัย Nugroho ใช้เวลา 3 สัปดาห์ในการพัฒนาเครื่องมือและลงทุนกว่า $1,200 สำหรับการเช่า GPU ที่ทรงพลัง เช่น RTX 4090 เพื่อทำการถอดรหัสกุญแจผ่านการประมวลผลที่มีศักยภาพสูง โดยใช้ GPU 16 ตัวพร้อมกัน ผลลัพธ์สามารถปลดล็อกไฟล์ได้ในเวลาประมาณ 10 ชั่วโมง 3) ผลลัพธ์และการพัฒนาเพิ่มเติม แม้เครื่องมือดังกล่าวจะได้รับการเผยแพร่บน GitHub เพื่อให้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อสามารถนำไปใช้ได้ แต่ยังมีช่องว่างสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้าน GPU ในการปรับปรุงโค้ดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น งานวิจัยนี้ไม่เพียงช่วยให้เหยื่อสามารถกู้คืนไฟล์ได้ฟรี แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับชุมชนผู้พัฒนาเครื่องมือความปลอดภัยในการปรับปรุงเทคนิคถอดรหัสมัลแวร์ให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงผู้พัฒนามัลแวร์ว่า การออกแบบที่ขาดความรอบคอบอาจถูกใช้เป็นจุดอ่อนในการแก้ไขได้ https://www.bleepingcomputer.com/news/security/gpu-powered-akira-ransomware-decryptor-released-on-github/
    WWW.BLEEPINGCOMPUTER.COM
    New Akira ransomware decryptor cracks encryptions keys using GPUs
    Security researcher Yohanes Nugroho has released a decryptor for the Linux variant of Akira ransomware, which utilizes GPU power to retrieve the decryption key and unlock files for free.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 339 มุมมอง 0 รีวิว
  • AI agents หรือ "ตัวแทนปัญญาประดิษฐ์" กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในโครงสร้างองค์กรยุคใหม่ พวกเขาทำหน้าที่คล้ายกับพนักงานที่ช่วยแก้ปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ได้รับการดูแลและจัดการโดยแผนก IT แทนที่จะเป็นฝ่าย HR

    == จุดเด่นของ AI agents ในบริบทนี้ ==
    1) เทคโนโลยีที่ก้าวข้ามข้อจำกัดของ Microservices AI agents มีศักยภาพเกินกว่าที่ระบบ microservices แบบเดิมเคยทำได้ พวกมันสามารถ "คิด" และ "ดำเนินการ" ได้เองโดยอิสระ ซึ่งไม่เคยมีในซอฟต์แวร์อื่น ๆ มาก่อน
    2) การจัดการ AI agents คล้าย HR ของมนุษย์ แผนก IT จะทำหน้าที่ดูแล AI agents ตั้งแต่การเลือกใช้งาน (onboarding) การฝึกฝน ไปจนถึงการปรับแต่งเพื่อให้เหมาะสมกับงานเฉพาะ แต่ในเชิงเทคนิคจะต้องลงลึกกว่าการจัดการพนักงานทั่วไปมาก
    3) ช่วยจัดการข้อมูลแบบใหม่ AI agents สามารถเข้าถึงข้อมูลได้แบบกระจายศูนย์แทนที่จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดไว้ในจุดเดียว ทำให้ระบบมีประสิทธิภาพและลดความซับซ้อนในการทำงาน
    4) สร้างความเปลี่ยนแปลงในวัฒนธรรมองค์กร เนื่องจาก AI agents ไม่มีอารมณ์ ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และ AI agents อาจต้องมีการปรับตัว เช่น การสื่อสารในรูปแบบที่เหมาะสม หรือการเปลี่ยนวิธีการทำงานในองค์กรเพื่อให้สอดคล้องกับการใช้ AI

    == สาระที่น่าสนใจเพิ่มเติม ==
    - มีการถกเถียงถึงความน่าเชื่อถือของ AI agents ซึ่งอิงจากการทำงานแบบ probabilistic (คาดคะเนตามข้อมูลที่มี) มากกว่าการตัดสินใจแบบแน่นอน
    - การนำ AI agents มาใช้ในองค์กรไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความเร็วและคุณภาพของงาน แต่ยังท้าทายวิธีคิดเดิม ๆ ในการบริหารจัดการทรัพยากร

    บทความนี้จึงชี้ให้เห็นถึงอนาคตขององค์กรยุคใหม่ที่ไม่ได้พึ่งพาเพียงคนทำงาน แต่ยังมี "ตัวแทนดิจิทัล" มาทำหน้าที่ร่วมด้วย

    https://www.zdnet.com/article/as-ai-agents-multiply-it-becomes-the-new-hr-department/
    AI agents หรือ "ตัวแทนปัญญาประดิษฐ์" กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในโครงสร้างองค์กรยุคใหม่ พวกเขาทำหน้าที่คล้ายกับพนักงานที่ช่วยแก้ปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ได้รับการดูแลและจัดการโดยแผนก IT แทนที่จะเป็นฝ่าย HR == จุดเด่นของ AI agents ในบริบทนี้ == 1) เทคโนโลยีที่ก้าวข้ามข้อจำกัดของ Microservices AI agents มีศักยภาพเกินกว่าที่ระบบ microservices แบบเดิมเคยทำได้ พวกมันสามารถ "คิด" และ "ดำเนินการ" ได้เองโดยอิสระ ซึ่งไม่เคยมีในซอฟต์แวร์อื่น ๆ มาก่อน 2) การจัดการ AI agents คล้าย HR ของมนุษย์ แผนก IT จะทำหน้าที่ดูแล AI agents ตั้งแต่การเลือกใช้งาน (onboarding) การฝึกฝน ไปจนถึงการปรับแต่งเพื่อให้เหมาะสมกับงานเฉพาะ แต่ในเชิงเทคนิคจะต้องลงลึกกว่าการจัดการพนักงานทั่วไปมาก 3) ช่วยจัดการข้อมูลแบบใหม่ AI agents สามารถเข้าถึงข้อมูลได้แบบกระจายศูนย์แทนที่จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดไว้ในจุดเดียว ทำให้ระบบมีประสิทธิภาพและลดความซับซ้อนในการทำงาน 4) สร้างความเปลี่ยนแปลงในวัฒนธรรมองค์กร เนื่องจาก AI agents ไม่มีอารมณ์ ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และ AI agents อาจต้องมีการปรับตัว เช่น การสื่อสารในรูปแบบที่เหมาะสม หรือการเปลี่ยนวิธีการทำงานในองค์กรเพื่อให้สอดคล้องกับการใช้ AI == สาระที่น่าสนใจเพิ่มเติม == - มีการถกเถียงถึงความน่าเชื่อถือของ AI agents ซึ่งอิงจากการทำงานแบบ probabilistic (คาดคะเนตามข้อมูลที่มี) มากกว่าการตัดสินใจแบบแน่นอน - การนำ AI agents มาใช้ในองค์กรไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความเร็วและคุณภาพของงาน แต่ยังท้าทายวิธีคิดเดิม ๆ ในการบริหารจัดการทรัพยากร บทความนี้จึงชี้ให้เห็นถึงอนาคตขององค์กรยุคใหม่ที่ไม่ได้พึ่งพาเพียงคนทำงาน แต่ยังมี "ตัวแทนดิจิทัล" มาทำหน้าที่ร่วมด้วย https://www.zdnet.com/article/as-ai-agents-multiply-it-becomes-the-new-hr-department/
    WWW.ZDNET.COM
    As AI agents multiply, IT becomes the new HR department
    Fast becoming the emerging power behind enterprise microservices, AI agents will need to be acquired, onboarded, and guided - just like their human counterparts. Here's how that works.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 387 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทรัมป์เพิ่งสั่งโจมตีกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมน รวมทั้งพื้นที่โดยรอบ หลังจากเยเมนปฏิเสธนั่งเฉยๆ เพื่อมองดูการสังหารหมู่ชาวปาเลสไตน์ในกาซา จากฝีมืออิสราเอล ซึ่งอเมริกาสนับสนุนอย่างเต็มที่

    การโจมตีเยเมนมีขึ้นหลังจากที่ กลุ่มฮูตีประกาศประกาศเริ่มกลับมาโจมตีเรือของอิสราเอลในทะเลแดงและทะเลอาหรับอีกครั้ง เพื่อเป็นการตอบโต้การตัดไฟฟ้าและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของอิสราเอลไปยังฉนวนกาซา

    เครื่องบินที่เข้าร่วมในการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ในเยเมนในวันนี้:
    เครื่องบิน P8 Poseidon ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ขึ้นบินจากประเทศบาห์เรน
    เครื่องบินขับไล่ MQ-4C Triton ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ขึ้นบินจากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 🇦🇪
    RC-135V ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ จากประเทศกาตาร์
    เครื่องบิน KC2 Voyager ของกองทัพอากาศอังกฤษ จากไซปรัส
    ฝูงบินเหล่านี้สนับสนุนการโจมตีทางอากาศโดยทำหน้าที่เฝ้าระวัง เติมเชื้อเพลิง และอื่นๆ ร่วมกับเครื่องบินขับไล่ F-18 Hornet ของกองทัพเรือสหรัฐฯ จากเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Harry S. Truman ในทะเลแดง

    ฐานทัพสหรัฐในซาอุ กาตาร์ UAE และบาห์เรน ประกาศเตรียมพร้อมเต็มรูปแบบ หลังสหรัฐถล่มเยเมน

    ภาพจากทำเนียบขาว เผยให้เห็นทรัมป์ยืนบัญชาการโจมตีด้วยตัวเอง และยังโพสต์ข้อความระบุว่า:
    "เราจะใช้สรรพกำลังที่มีอยู่โจมตีอย่างท่วมท้นจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย"
    "ถึงฮูตี เวลาพวกคุณหมดแล้ว การโจมตีจากคุณจะต้องหยุดลงในวันนี้ หากยังดื้ดึง นรกจะถล่มคุณในแบบที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน"

    นอกจากนี้ ทรัมป์ยังส่งคำขู่ไปถึงอิหร่านว่า:
    "หยุดสนับสนุนฮูตีเดี๋ยวนี้! หากคุณยังทำต่อไป จงระวัง! เพราะอเมริกาจะถือว่าคุณมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ และเราจะไม่ปราณีใครกับเรื่องนี้"
    ทรัมป์เพิ่งสั่งโจมตีกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมน รวมทั้งพื้นที่โดยรอบ หลังจากเยเมนปฏิเสธนั่งเฉยๆ เพื่อมองดูการสังหารหมู่ชาวปาเลสไตน์ในกาซา จากฝีมืออิสราเอล ซึ่งอเมริกาสนับสนุนอย่างเต็มที่ การโจมตีเยเมนมีขึ้นหลังจากที่ กลุ่มฮูตีประกาศประกาศเริ่มกลับมาโจมตีเรือของอิสราเอลในทะเลแดงและทะเลอาหรับอีกครั้ง เพื่อเป็นการตอบโต้การตัดไฟฟ้าและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของอิสราเอลไปยังฉนวนกาซา เครื่องบินที่เข้าร่วมในการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ในเยเมนในวันนี้: เครื่องบิน P8 Poseidon ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ขึ้นบินจากประเทศบาห์เรน เครื่องบินขับไล่ MQ-4C Triton ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ขึ้นบินจากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 🇦🇪 RC-135V ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ จากประเทศกาตาร์ เครื่องบิน KC2 Voyager ของกองทัพอากาศอังกฤษ จากไซปรัส ฝูงบินเหล่านี้สนับสนุนการโจมตีทางอากาศโดยทำหน้าที่เฝ้าระวัง เติมเชื้อเพลิง และอื่นๆ ร่วมกับเครื่องบินขับไล่ F-18 Hornet ของกองทัพเรือสหรัฐฯ จากเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Harry S. Truman ในทะเลแดง ฐานทัพสหรัฐในซาอุ กาตาร์ UAE และบาห์เรน ประกาศเตรียมพร้อมเต็มรูปแบบ หลังสหรัฐถล่มเยเมน ภาพจากทำเนียบขาว เผยให้เห็นทรัมป์ยืนบัญชาการโจมตีด้วยตัวเอง และยังโพสต์ข้อความระบุว่า: "เราจะใช้สรรพกำลังที่มีอยู่โจมตีอย่างท่วมท้นจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย" "ถึงฮูตี เวลาพวกคุณหมดแล้ว การโจมตีจากคุณจะต้องหยุดลงในวันนี้ หากยังดื้ดึง นรกจะถล่มคุณในแบบที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน" นอกจากนี้ ทรัมป์ยังส่งคำขู่ไปถึงอิหร่านว่า: "หยุดสนับสนุนฮูตีเดี๋ยวนี้! หากคุณยังทำต่อไป จงระวัง! เพราะอเมริกาจะถือว่าคุณมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ และเราจะไม่ปราณีใครกับเรื่องนี้"
    Sad
    Angry
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 447 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าวนี้พูดถึงความคืบหน้าที่น่าตื่นเต้นเกี่ยวกับ SteamOS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาโดย Valve เพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ มีรายงานว่า Valve อาจเปิดตัว SteamOS สำหรับคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปในเร็ว ๆ นี้ หลังจากได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจาก Steam Deck อุปกรณ์เกมพกพาของบริษัท โดย SteamOS ที่มีอยู่ในปัจจุบันสร้างความประทับใจด้วยอินเทอร์เฟซที่เรียบง่าย ไม่มีซอฟต์แวร์ที่ไม่จำเป็น (bloatware) และสามารถใช้งานร่วมกับเกมหลายประเภทผ่านเทคโนโลยี Proton ที่ทำให้เกมจาก Windows รันบน Linux ได้อย่างราบรื่น

    == จุดเด่นที่น่าสนใจของ SteamOS ==
    1) อินเทอร์เฟซที่เป็นมิตรกับเกมเมอร์: ด้วยการออกแบบที่เรียบง่ายและมุ่งเน้นการเล่นเกมโดยเฉพาะ SteamOS จะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์การเล่นเกมที่ราบรื่นโดยไม่ต้องวุ่นวายกับการอัปเดตหรือซอฟต์แวร์ที่ไม่จำเป็นในระบบปฏิบัติการทั่วไปอย่าง Windows

    2) ปราศจากปัญหา bloatware: SteamOS ถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่ให้ประสิทธิภาพดีกว่า เพราะไม่ได้กินทรัพยากรคอมพิวเตอร์เหมือน Windows 10 และ 11 ที่มีซอฟต์แวร์หลายตัวที่ไม่จำเป็น

    3)รองรับการเล่นเกมผ่าน Proton: แม้ว่าจะยังคงมีข้อจำกัดในบางเกม แต่ Proton ทำให้เกมส่วนใหญ่ทำงานได้ดีบน SteamOS โดยการปิดช่องว่างด้านประสิทธิภาพและความเข้ากันได้ระหว่าง Windows และ Linux

    Valve กำลังพยายามขยายการใช้งาน SteamOS ออกจากอุปกรณ์พกพาอย่าง Steam Deck และ Legion Go S ไปสู่คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป เพื่อให้ผู้ใช้งานที่ต้องการหลีกเลี่ยงระบบปฏิบัติการที่ซับซ้อนและมีปัญหา เช่น Windows มีทางเลือกใหม่สำหรับการเล่นเกม

    แม้ว่า SteamOS จะมีความสามารถมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยังมีข้อจำกัดด้านความเข้ากันได้กับการ์ดจอ NVIDIA เมื่อเทียบกับ AMD และ Intel ที่ทำงานได้ดีกว่าในปัจจุบัน นอกจากนี้ เวอร์ชันสำหรับเดสก์ท็อปยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาและยังไม่สามารถใช้กับ Steam Deck ได้ในตอนนี้

    https://wccftech.com/valve-rumored-to-launch-steamos-for-desktop/
    ข่าวนี้พูดถึงความคืบหน้าที่น่าตื่นเต้นเกี่ยวกับ SteamOS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาโดย Valve เพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ มีรายงานว่า Valve อาจเปิดตัว SteamOS สำหรับคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปในเร็ว ๆ นี้ หลังจากได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจาก Steam Deck อุปกรณ์เกมพกพาของบริษัท โดย SteamOS ที่มีอยู่ในปัจจุบันสร้างความประทับใจด้วยอินเทอร์เฟซที่เรียบง่าย ไม่มีซอฟต์แวร์ที่ไม่จำเป็น (bloatware) และสามารถใช้งานร่วมกับเกมหลายประเภทผ่านเทคโนโลยี Proton ที่ทำให้เกมจาก Windows รันบน Linux ได้อย่างราบรื่น == จุดเด่นที่น่าสนใจของ SteamOS == 1) อินเทอร์เฟซที่เป็นมิตรกับเกมเมอร์: ด้วยการออกแบบที่เรียบง่ายและมุ่งเน้นการเล่นเกมโดยเฉพาะ SteamOS จะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์การเล่นเกมที่ราบรื่นโดยไม่ต้องวุ่นวายกับการอัปเดตหรือซอฟต์แวร์ที่ไม่จำเป็นในระบบปฏิบัติการทั่วไปอย่าง Windows 2) ปราศจากปัญหา bloatware: SteamOS ถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่ให้ประสิทธิภาพดีกว่า เพราะไม่ได้กินทรัพยากรคอมพิวเตอร์เหมือน Windows 10 และ 11 ที่มีซอฟต์แวร์หลายตัวที่ไม่จำเป็น 3)รองรับการเล่นเกมผ่าน Proton: แม้ว่าจะยังคงมีข้อจำกัดในบางเกม แต่ Proton ทำให้เกมส่วนใหญ่ทำงานได้ดีบน SteamOS โดยการปิดช่องว่างด้านประสิทธิภาพและความเข้ากันได้ระหว่าง Windows และ Linux Valve กำลังพยายามขยายการใช้งาน SteamOS ออกจากอุปกรณ์พกพาอย่าง Steam Deck และ Legion Go S ไปสู่คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป เพื่อให้ผู้ใช้งานที่ต้องการหลีกเลี่ยงระบบปฏิบัติการที่ซับซ้อนและมีปัญหา เช่น Windows มีทางเลือกใหม่สำหรับการเล่นเกม แม้ว่า SteamOS จะมีความสามารถมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยังมีข้อจำกัดด้านความเข้ากันได้กับการ์ดจอ NVIDIA เมื่อเทียบกับ AMD และ Intel ที่ทำงานได้ดีกว่าในปัจจุบัน นอกจากนี้ เวอร์ชันสำหรับเดสก์ท็อปยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาและยังไม่สามารถใช้กับ Steam Deck ได้ในตอนนี้ https://wccftech.com/valve-rumored-to-launch-steamos-for-desktop/
    WCCFTECH.COM
    Valve Rumored To Launch SteamOS For Desktop PCs Soon; Is Time For A Bloatware-Free OS Near?
    Valve is rumored to launch SteamOS for PCs as well. After launching the Deck with SteamOS, it is said to have almost finalized the work.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 210 มุมมอง 0 รีวิว
  • เปิดตัว Edge AI Mini-PC จากบริษัท Sapphire ซึ่งมาพร้อมกับ APU (Accelerated Processing Unit) รุ่นใหม่ของ AMD อย่าง Ryzen AI 300 หรือชื่อรหัสว่า "Krackan Point" การออกแบบ Mini-PC นี้เน้นที่ความกะทัดรัดและการพกพาสะดวก แต่ยังคงประสิทธิภาพที่เหมาะสำหรับการทำงานที่ต้องการการประมวลผลสูงและการใช้งาน AI

    คุณสมบัติที่โดดเด่นของ Edge AI Mini-PC:
    1) ขนาดเล็กพิเศษ: ด้วยขนาดเพียง 117 x 111 x 30 มม. ทำให้สามารถพกพาได้ง่ายและไม่เปลืองพื้นที่จัดวาง

    2) ฮาร์ดแวร์ทรงพลัง: มีตัวเลือกโปรเซสเซอร์ Ryzen AI 7 350 หรือ Ryzen AI 5 340 ที่มีมากถึง 8 คอร์และ 16 เธรด พร้อมกับกราฟิก RDNA 3.5 แบบในตัวที่รองรับงานกราฟิกแบบเบาถึงกลาง

    3) หน่วยความจำและการจัดเก็บ:
    - รุ่น Ryzen AI 7 350 มาพร้อม RAM ขนาด 32GB
    - รุ่น Ryzen AI 5 340 มี RAM 16GB
    - รองรับ SSD สูงสุด 2 ตัว (ผ่านสล็อต M.2 2280 และ 2242)

    4) การเชื่อมต่อที่ครบครัน: มีพอร์ต USB 4.0, HDMI, DisplayPort และพอร์ต LAN ความเร็ว 2.5 GbE รวมถึงการเชื่อมต่อ Wi-Fi และ Bluetooth

    5) การออกแบบที่ทันสมัย: ตัวเคสมาพร้อมฝาแม่เหล็กที่สามารถเปิดได้ง่ายโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ

    Edge AI Mini-PC เหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย เช่น การพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI), การประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data), และการเล่นเกมที่ไม่ต้องการกราฟิกหนัก นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นโซลูชันสำหรับผู้ที่มองหาคอมพิวเตอร์ที่ประหยัดพื้นที่และสามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ

    Sapphire วางแผนที่จะเปิดตัว Mini-PC รุ่นนี้ในเดือนเมษายน โดยราคาที่คาดการณ์จะอยู่ต่ำกว่า $1,000 ซึ่งน่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปและนักพัฒนา

    https://wccftech.com/sapphire-edge-ai-mini-pcs-amd-ryzen-ai-300-krackan-point/
    เปิดตัว Edge AI Mini-PC จากบริษัท Sapphire ซึ่งมาพร้อมกับ APU (Accelerated Processing Unit) รุ่นใหม่ของ AMD อย่าง Ryzen AI 300 หรือชื่อรหัสว่า "Krackan Point" การออกแบบ Mini-PC นี้เน้นที่ความกะทัดรัดและการพกพาสะดวก แต่ยังคงประสิทธิภาพที่เหมาะสำหรับการทำงานที่ต้องการการประมวลผลสูงและการใช้งาน AI คุณสมบัติที่โดดเด่นของ Edge AI Mini-PC: 1) ขนาดเล็กพิเศษ: ด้วยขนาดเพียง 117 x 111 x 30 มม. ทำให้สามารถพกพาได้ง่ายและไม่เปลืองพื้นที่จัดวาง 2) ฮาร์ดแวร์ทรงพลัง: มีตัวเลือกโปรเซสเซอร์ Ryzen AI 7 350 หรือ Ryzen AI 5 340 ที่มีมากถึง 8 คอร์และ 16 เธรด พร้อมกับกราฟิก RDNA 3.5 แบบในตัวที่รองรับงานกราฟิกแบบเบาถึงกลาง 3) หน่วยความจำและการจัดเก็บ: - รุ่น Ryzen AI 7 350 มาพร้อม RAM ขนาด 32GB - รุ่น Ryzen AI 5 340 มี RAM 16GB - รองรับ SSD สูงสุด 2 ตัว (ผ่านสล็อต M.2 2280 และ 2242) 4) การเชื่อมต่อที่ครบครัน: มีพอร์ต USB 4.0, HDMI, DisplayPort และพอร์ต LAN ความเร็ว 2.5 GbE รวมถึงการเชื่อมต่อ Wi-Fi และ Bluetooth 5) การออกแบบที่ทันสมัย: ตัวเคสมาพร้อมฝาแม่เหล็กที่สามารถเปิดได้ง่ายโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ Edge AI Mini-PC เหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย เช่น การพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI), การประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data), และการเล่นเกมที่ไม่ต้องการกราฟิกหนัก นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นโซลูชันสำหรับผู้ที่มองหาคอมพิวเตอร์ที่ประหยัดพื้นที่และสามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ Sapphire วางแผนที่จะเปิดตัว Mini-PC รุ่นนี้ในเดือนเมษายน โดยราคาที่คาดการณ์จะอยู่ต่ำกว่า $1,000 ซึ่งน่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปและนักพัฒนา https://wccftech.com/sapphire-edge-ai-mini-pcs-amd-ryzen-ai-300-krackan-point/
    WCCFTECH.COM
    Sapphire Intros Edge AI Mini-PCs Powered By AMD "Ryzen AI 300" Krackan Point APUs; Feature Ultra-Compact Form Factor
    Sapphire's new mini PCs lineup introduces AMD's recently launched Ryzen AI 300 APUs and is super-compact for better portability.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 276 มุมมอง 0 รีวิว
  • แบบนี้มีขายตามกลุ่มของโบราณ อันละ 1_2000 บาท..ที่เอาไปใส่ พระสมเด็จที่อ้างถึงกันในหลายที...มีเรื่องราวประกอบมากมาย....ระลึกไว้ว่า...เล่นหาสะสมได้..ตามความชอบ...แต่อย่าคาดหวังว่า จะเป็นแบบที่ราคาเป็นแสนเป็นล้าน....มันไม่ใช่..!!
    แบบนี้มีขายตามกลุ่มของโบราณ อันละ 1_2000 บาท..ที่เอาไปใส่ พระสมเด็จที่อ้างถึงกันในหลายที...มีเรื่องราวประกอบมากมาย....ระลึกไว้ว่า...เล่นหาสะสมได้..ตามความชอบ...แต่อย่าคาดหวังว่า จะเป็นแบบที่ราคาเป็นแสนเป็นล้าน....มันไม่ใช่..!!
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 106 มุมมอง 0 รีวิว
  • “โจอี้ ภูวศิษฐ์” เผยไม่ได้เป็นคนคลั่งรัก แต่เป็นคนน่ารักให้แฟน “เจน เนลินญาน์” บอกชิลๆ ใส่เสื้อยืดเก่าๆ กางเกงยีนส์ออกเดต ไม่ซีเรียสหากใครจะมองดูสบายเกิน ขอแค่เป็นคนน่ารัก เป็นคนเมตตาต่อคนในสังคมก็พอแล้ว

    เปิดตัวคบหาดูใจกับนางเอกเอ็มวีของตัวเองมาได้พักใหญ่แล้วสำหรับ “โจอี้ ภูวศิษฐ์ อนันต์พรสิริ” และ “เจน เนลินญาน์ อภินารานิธิวงศ์” นางเอกเอ็มวีเพลงฮิต “นะหน้าทอง” ทำหลายคนมองโจอี้เปลี่ยนไป เพราะดูโจอี้เป็นคนคลั่งรักเอามากๆ ซึ่ง โจอี้ เผยเรื่องนี้ว่า…

    “ผมไม่เคยปิดเลย ผมรู้สึกว่าใช้ชีวิตประจำวัน การมีแฟนมีคู่เป็นธรรมชาติของวัยรุ่น หลังๆ ก็ลงโซเชียลเหมือนวัยรุ่น เราไม่ได้บอกว่าเรามีแฟนหรือไม่มีแฟน ก็เห็นเดินตามตลาดจูงมือกัน ก็นั่นแหละแฟนผม หรือผมโพสต์รูปลงก็เป็นแฟน ผมว่าเป็นธรรมดาปกติของชีวิตวัยหนุ่มของผม ผมไม่ได้เป็นคนโรแมนติกเลย เป็นคนน่ารักให้เขา แบบที่เห็นนี่แหละครับ เขาชอบผมครับ เราจีบกันและกันนั่นแหละ”

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/entertainment/detail/9680000023874

    #MGROnline #โจอี้ภูวศิษฐ์ #เจนเนลินญาน์
    “โจอี้ ภูวศิษฐ์” เผยไม่ได้เป็นคนคลั่งรัก แต่เป็นคนน่ารักให้แฟน “เจน เนลินญาน์” บอกชิลๆ ใส่เสื้อยืดเก่าๆ กางเกงยีนส์ออกเดต ไม่ซีเรียสหากใครจะมองดูสบายเกิน ขอแค่เป็นคนน่ารัก เป็นคนเมตตาต่อคนในสังคมก็พอแล้ว • เปิดตัวคบหาดูใจกับนางเอกเอ็มวีของตัวเองมาได้พักใหญ่แล้วสำหรับ “โจอี้ ภูวศิษฐ์ อนันต์พรสิริ” และ “เจน เนลินญาน์ อภินารานิธิวงศ์” นางเอกเอ็มวีเพลงฮิต “นะหน้าทอง” ทำหลายคนมองโจอี้เปลี่ยนไป เพราะดูโจอี้เป็นคนคลั่งรักเอามากๆ ซึ่ง โจอี้ เผยเรื่องนี้ว่า… • “ผมไม่เคยปิดเลย ผมรู้สึกว่าใช้ชีวิตประจำวัน การมีแฟนมีคู่เป็นธรรมชาติของวัยรุ่น หลังๆ ก็ลงโซเชียลเหมือนวัยรุ่น เราไม่ได้บอกว่าเรามีแฟนหรือไม่มีแฟน ก็เห็นเดินตามตลาดจูงมือกัน ก็นั่นแหละแฟนผม หรือผมโพสต์รูปลงก็เป็นแฟน ผมว่าเป็นธรรมดาปกติของชีวิตวัยหนุ่มของผม ผมไม่ได้เป็นคนโรแมนติกเลย เป็นคนน่ารักให้เขา แบบที่เห็นนี่แหละครับ เขาชอบผมครับ เราจีบกันและกันนั่นแหละ” • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/entertainment/detail/9680000023874 • #MGROnline #โจอี้ภูวศิษฐ์ #เจนเนลินญาน์
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 331 มุมมอง 0 รีวิว
  • แว่นตาอัจฉริยะ Amazon Echo Frames รุ่นที่ 3 เป็นอุปกรณ์ที่รวมฟีเจอร์ AI ผู้ช่วย Alexa ไว้ในแว่นตาดีไซน์เรียบง่าย เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ทั้งการควบคุมบ้านอัจฉริยะ รับสายโทรศัพท์ ฟังพอดแคสต์ หรือแม้แต่จัดการข้อความ นอกจากนี้ ยังมีดีไซน์น้ำหนักเบาและอายุแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยปัจจุบันวางจำหน่ายในราคาลดพิเศษที่ $180

    จุดเด่นของแว่นตารุ่นนี้คือ การออกแบบที่เน้นความเรียบง่าย จนดูเหมือนแว่นสายตาปกติ ต่างจาก Meta Ray-Ban ที่มีฟีเจอร์กล้องถ่ายรูปในตัว ซึ่งอาจทำให้ถูกตั้งคำถามในเรื่องความเป็นส่วนตัวเมื่อใช้งานในที่สาธารณะ เช่น ในสนามบินหรือที่ทำงาน นอกจากนี้ Echo Frames ยังเน้นการใช้งานด้านเสียง เช่น การฟังเพลงหรือพอดแคสต์ โดยเน้นช่วงความถี่กลางและสูง จึงเหมาะสำหรับเนื้อหาแบบเสียงล้วนมากกว่าดนตรีที่ซับซ้อน

    สิ่งที่ควรทราบคือ ระบบชาร์จของแว่นตานี้ออกแบบมาเป็นฐานวางเฉพาะ แตกต่างจากการใช้งาน USB-C ทั่วไป ซึ่งอาจทำให้ไม่สะดวกสำหรับผู้ใช้บางราย อีกทั้งยังไม่มีฟีเจอร์การแสดงผล XR หรือ AI กล้องที่หลายคนคาดหวัง

    อย่างไรก็ตาม ด้วยราคาที่เข้าถึงได้และการผสมผสาน Alexa ในตัว ทำให้แว่นนี้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการทดลองใช้แว่นอัจฉริยะ รวมถึงผู้ที่สนใจระบบบ้านอัจฉริยะที่ Alexa รองรับอย่างกว้างขวาง

    https://www.zdnet.com/article/these-alexa-enabled-smart-glasses-beat-the-meta-ray-bans-in-key-ways-and-theyre-on-sale-for-180-now/
    แว่นตาอัจฉริยะ Amazon Echo Frames รุ่นที่ 3 เป็นอุปกรณ์ที่รวมฟีเจอร์ AI ผู้ช่วย Alexa ไว้ในแว่นตาดีไซน์เรียบง่าย เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ทั้งการควบคุมบ้านอัจฉริยะ รับสายโทรศัพท์ ฟังพอดแคสต์ หรือแม้แต่จัดการข้อความ นอกจากนี้ ยังมีดีไซน์น้ำหนักเบาและอายุแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยปัจจุบันวางจำหน่ายในราคาลดพิเศษที่ $180 จุดเด่นของแว่นตารุ่นนี้คือ การออกแบบที่เน้นความเรียบง่าย จนดูเหมือนแว่นสายตาปกติ ต่างจาก Meta Ray-Ban ที่มีฟีเจอร์กล้องถ่ายรูปในตัว ซึ่งอาจทำให้ถูกตั้งคำถามในเรื่องความเป็นส่วนตัวเมื่อใช้งานในที่สาธารณะ เช่น ในสนามบินหรือที่ทำงาน นอกจากนี้ Echo Frames ยังเน้นการใช้งานด้านเสียง เช่น การฟังเพลงหรือพอดแคสต์ โดยเน้นช่วงความถี่กลางและสูง จึงเหมาะสำหรับเนื้อหาแบบเสียงล้วนมากกว่าดนตรีที่ซับซ้อน สิ่งที่ควรทราบคือ ระบบชาร์จของแว่นตานี้ออกแบบมาเป็นฐานวางเฉพาะ แตกต่างจากการใช้งาน USB-C ทั่วไป ซึ่งอาจทำให้ไม่สะดวกสำหรับผู้ใช้บางราย อีกทั้งยังไม่มีฟีเจอร์การแสดงผล XR หรือ AI กล้องที่หลายคนคาดหวัง อย่างไรก็ตาม ด้วยราคาที่เข้าถึงได้และการผสมผสาน Alexa ในตัว ทำให้แว่นนี้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการทดลองใช้แว่นอัจฉริยะ รวมถึงผู้ที่สนใจระบบบ้านอัจฉริยะที่ Alexa รองรับอย่างกว้างขวาง https://www.zdnet.com/article/these-alexa-enabled-smart-glasses-beat-the-meta-ray-bans-in-key-ways-and-theyre-on-sale-for-180-now/
    WWW.ZDNET.COM
    These Alexa-enabled smart glasses beat the Meta Ray-Bans in key ways, and they're on sale for $180 now
    The Amazon Echo Frames (3rd Gen) may be the most subtle-looking pair of smart glasses on the market, and they're $90 off now.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 192 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts