• 🩷 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🩷

    #รวมข่าวIT #20260113 #TechRadar

    แฮ็กเกอร์ไล่เจาะบริการ LLM ผ่านพร็อกซีผิดพลาด
    รายงานเผยว่ามีการโจมตีมากกว่า 91,000 ครั้งต่อระบบ AI ที่เปิดทิ้งไว้ โดยแฮ็กเกอร์พยายามหลอกให้เซิร์ฟเวอร์ “โทรกลับ” เพื่อหาช่องโหว่ รวมถึงการยิงคำสั่งจำนวนมากเพื่อสำรวจว่าระบบใช้โมเดลใดและตั้งค่าอย่างไร เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าบริการ LLM ที่ตั้งค่าพร็อกซีผิดพลาดกำลังกลายเป็นเป้าหมายใหม่ของอาชญากรไซเบอร์อย่างจริงจัง
    https://www.techradar.com/pro/security/hackers-are-going-after-top-llm-services-by-cracking-misconfigured-proxies

    Cloudflare ขู่ถอนเซิร์ฟเวอร์ออกจากอิตาลีหลังโดนปรับ €14M
    Cloudflare ตอบโต้รัฐบาลอิตาลีอย่างดุเดือดหลังถูกปรับเพราะไม่เข้าร่วมระบบ “Piracy Shield” ที่บังคับให้ผู้ให้บริการ DNS บล็อกเว็บละเมิดลิขสิทธิ์ โดย CEO ระบุว่านี่เป็นการคุกคามเสรีภาพอินเทอร์เน็ต และอาจถึงขั้นถอนเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดออกจากประเทศ รวมถึงหยุดสนับสนุนงานโอลิมปิกฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/cloudflare-ceo-threatens-to-pull-servers-from-italy-after-agcoms-eur14m-fine

    Trend Micro ออกแพตช์ด่วนแก้ช่องโหว่ RCE รุนแรงใน Apex Central
    Trend Micro รีบปล่อยแพตช์สำคัญเพื่ออุดช่องโหว่ระดับวิกฤตที่เปิดทางให้แฮ็กเกอร์รันโค้ดจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน ช่องโหว่นี้เกิดจากการโหลด DLL ที่ผู้โจมตีควบคุมได้ ทำให้ผู้ใช้ถูกแนะนำให้รีบอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจถูกเจาะระบบ
    https://www.techradar.com/pro/security/trend-micro-releases-critical-security-fixes-for-apex-central-rce-so-patch-now

    Discord ใช้งานไม่ได้ในอียิปต์ ผู้ใช้แห่สมัคร Proton VPN พุ่ง 103%
    ผู้ใช้อียิปต์พบว่า Discord ถูกบล็อกแบบกะทันหันทั่วประเทศ ทำให้เกิดกระแสใช้งาน VPN เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดย Proton VPN รายงานว่ามีผู้สมัครใช้งานฟรีเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เหตุการณ์นี้สะท้อนแนวโน้มการควบคุมแพลตฟอร์มสื่อสารในภูมิภาค MENA ที่เข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/discord-stopped-working-in-egypt-and-proton-vpn-records-massive-usage-spike

    Lego อาจออกชุด iMac G3 รุ่นคลาสสิกเอาใจสายเรโทร
    โปรเจกต์ Lego iMac G3 ที่สร้างจากตัวต่อกว่า 700 ชิ้นกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อผลิตจริง โดยดีไซน์จำลองเครื่อง iMac รุ่นปี 1998 พร้อมฝาโปร่งใสและรายละเอียดภายในครบถ้วน ทำให้แฟน Apple ยุค 90s ต่างลุ้นให้ชุดนี้ผ่านการอนุมัติและวางขายจริง
    https://www.techradar.com/computing/a-lego-version-of-the-original-imac-g3-could-be-in-the-works-and-it-looks-like-90s-nostalgia-gold

    อุปกรณ์เสริม DJI ราคา $14 ที่สายถ่ายวิดีโอควรมี
    อุปกรณ์ DJI Mic Series Mobile Receiver กลายเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับคนถ่ายวิดีโอด้วยมือถือ เพราะแก้ปัญหาคุณภาพเสียง Bluetooth ที่แย่ การต่ออุปกรณ์ที่เกะกะ และยังเพิ่มความสะดวกด้วยการจ่ายไฟผ่านมือถือ พร้อมช่องชาร์จแบบ passthrough ใช้งานได้ทั้งกับ DJI Mic 2, Mic 3 และ Mini รวมถึงกล้องแอ็กชันรุ่นเก่าอย่าง Action 2 ทำให้การถ่ายวิดีโอคล่องตัวขึ้นมากในราคาเพียง $14 เท่านั้น
    https://www.techradar.com/cameras/camera-accessories/this-usd14-dji-accessory-is-a-vlogging-and-action-cam-essential-heres-why

    AI อังกฤษเตือน: ไม่มีบริษัทไหนหยุดภาพล่อแหลมจาก AI ได้จริง
    CEO ของ Locai Labs ระบุว่าไม่มีโมเดล AI ใดปลอดภัยพอที่จะป้องกันการสร้างภาพไม่เหมาะสมได้ 100% พร้อมประกาศแบนผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปีและงดให้บริการสร้างภาพจนกว่าจะมั่นใจเรื่องความปลอดภัย ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลในสหราชอาณาจักรเริ่มสอบสวน Grok ของ Elon Musk หลังพบการนำไปใช้สร้างภาพไม่เหมาะสมของผู้หญิงและเด็ก สะท้อนความท้าทายด้านจริยธรรมและความปลอดภัยของ AI ในยุคปัจจุบัน
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/no-company-can-stop-nude-ai-images-but-were-the-only-ones-being-honest-about-it-british-ai-rival-to-chatgpt-bans-under-18s-and-refuses-image-generation-over-safety-concerns

    Meta ลบกว่า 500,000 บัญชีวัยรุ่นออสเตรเลีย หลังกฎหมายแบนเด็กต่ำกว่า 16 ใช้โซเชียล
    หลังออสเตรเลียออกกฎหมายแบนผู้ใช้อายุต่ำกว่า 16 ปีบนโซเชียลมีเดีย Meta ลบไปแล้วกว่า 544,000 บัญชีจาก Facebook, Instagram และ Threads แม้จะปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ Meta ย้ำว่าวิธีที่ดีกว่าคือระบบยืนยันอายุระดับร้านแอป เพื่อป้องกันเด็กย้ายไปใช้แพลตฟอร์มที่ควบคุมยากกว่า พร้อมผลักดันมาตรฐานกลางผ่านโครงการ OpenAge Initiative
    https://www.techradar.com/computing/social-media/meta-wipes-over-500-000-australian-teen-accounts-in-a-single-week-but-says-world-first-social-media-crackdown-is-failing

    คู่มือดูถ่ายทอดสดโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 แบบครบจบในที่เดียว
    มหกรรมกีฬา Winter Olympics Milano Cortina 2026 เตรียมเปิดฉากในอิตาลี โดยมีทั้งสกี สเก็ต ฮอกกี้ และกีฬาฤดูหนาวอีกมากมาย พร้อมดาวเด่นอย่าง Lindsay Vonn และ Ilia Malinin ที่แฟนกีฬาจับตา การรับชมทำได้ฟรีในหลายประเทศ เช่น BBC iPlayer, CBC Gem, 9Now และ RTE Player รวมถึงตัวเลือกสตรีมมิงอื่น ๆ พร้อมตารางแข่งขันแบบละเอียดสำหรับผู้ชมทั่วโลก
    https://www.techradar.com/how-to-watch/sport/winter-olympics-2026-live-stream-milano-cortina-2026

    ข่าวดีสำหรับคนไม่ปลื้ม Copilot: ผู้ดูแลระบบเริ่มลบแอปออกจากเครื่องงานได้แล้ว
    Windows 11 Insider Preview ล่าสุดเพิ่มนโยบายให้ผู้ดูแลระบบในองค์กรสามารถลบแอป Copilot เวอร์ชันฟรีออกจากอุปกรณ์ได้ แม้ฟีเจอร์บางส่วนยังคงอยู่และลบได้เฉพาะในเครื่องที่มี Copilot แบบสมัครสมาชิกติดตั้งร่วมกันเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนความพยายามของ Microsoft ในการจัดระเบียบระบบมากกว่าการถอยจากการผลักดัน AI อย่างเต็มตัว
    https://www.techradar.com/pro/good-news-copilot-haters-some-of-you-will-be-able-to-disable-the-ai-tool-on-your-work-device-at-last

    ฐานข้อมูลเว็บแฮ็กเกอร์ BreachForums ถูกเจาะ ข้อมูลผู้ใช้กว่า 3 แสนรายหลุด
    ชุมชนแฮ็กเกอร์ชื่อดัง BreachForums กลายเป็นเหยื่อเสียเองเมื่อมีการเผยแพร่ฐานข้อมูลสมาชิกกว่า 323,000 ราย รวมถึงชื่อผู้ใช้ วันที่สมัคร และ IP address โดยกว่า 70,000 รายเป็น IP จริงที่อาจระบุตัวบุคคลได้ แม้ผู้ดูแลยืนยันว่าเป็นข้อมูลเก่าจากช่วงกู้ระบบในปี 2025 แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้นำข้อมูลออกมา ขณะที่กลุ่ม ShinyHunters ปฏิเสธการเกี่ยวข้องทั้งหมด
    https://www.techradar.com/pro/security/hacking-hub-breachforums-hit-by-data-breach-324-000-accounts-exposed

    นักพัฒนาไม่เชื่อใจโค้ดจาก AI แต่ครึ่งหนึ่งก็ยังไม่ตรวจทาน
    ผลสำรวจเผยว่า 96% ของนักพัฒนาไม่เชื่อว่าโค้ดที่ AI สร้างจะถูกต้องเสมอ แต่กว่า 52% กลับยอมรับว่าไม่ได้ตรวจสอบโค้ดทุกครั้งก่อนใช้งาน แม้ปัจจุบันโค้ดที่สร้างโดย AI จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและถูกนำไปใช้ในงานสำคัญมากขึ้น ทำให้ความเสี่ยงด้านบั๊กและช่องโหว่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยหลายคนยังใช้บัญชีส่วนตัวเข้าถึง AI ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหลอีกชั้นหนึ่ง
    https://www.techradar.com/pro/devs-dont-trust-ai-code-but-many-say-they-still-dont-check-it-anyways

    Apple ยอมรับพลัง AI ของ Google และเตรียมใช้ Gemini ขับเคลื่อน Siri รุ่นใหม่
    Apple และ Google ประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่ โดย Siri เวอร์ชันใหม่และโมเดล AI หลักของ Apple จะทำงานบนเทคโนโลยี Gemini ของ Google หลัง Apple ยอมรับว่า AI ของ Google มีความสามารถเหนือกว่าในตอนนี้ การเปลี่ยนแปลงนี้อาจช่วยให้ Siri กลับมาแข่งขันได้อีกครั้งหลังล่าช้ามาหลายปี แต่ยังต้องรอดูว่าผู้ใช้จะได้สัมผัส Siri รุ่นใหม่จริงเมื่อใด
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/apple-intelligence/apple-gives-up-and-lets-google-take-the-ai-wheel-gemini-will-officially-power-siris-big-ai-upgrade-this-year

    อิหร่านถูกตัดอินเทอร์เน็ตกว่า 96 ชั่วโมง ท่ามกลางการประท้วงทั่วประเทศ
    อิหร่านเข้าสู่ภาวะมืดสนิททางดิจิทัลเป็นวันที่ห้า หลังรัฐบาลตัดอินเทอร์เน็ตทั้งประเทศเพื่อตอบโต้การประท้วงครั้งใหญ่ ส่งผลให้ประชาชนกว่า 90 ล้านคนไม่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์ หรือข้อมูลมือถือได้ แม้ Starlink บางพื้นที่ยังพอใช้งานได้ แต่ก็ถูกแทรกแซงอย่างหนัก ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกเรียกร้องให้รัฐบาลอิหร่านคืนการเชื่อมต่อทันที เพราะนี่คือการ “ตัดประเทศออกจากโลก” อย่างแท้จริง
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/iranians-offline-for-over-90-hours-as-digital-blackout-continues-for-fifth-day-heres-everything-we-know

    ChatGPT เตรียมเพิ่มฟีเจอร์ Jobs ช่วยหางาน–อัปสกิล–เตรียมตัวสมัครงาน
    OpenAI ถูกพบว่ากำลังทดสอบฟีเจอร์ใหม่ชื่อ ChatGPT Jobs ซึ่งจะช่วยผู้ใช้ค้นหางาน เขียนเรซูเม่ แนะนำทักษะที่ควรพัฒนา และเปรียบเทียบโอกาสงานตามเป้าหมายของแต่ละคน โดยอาจทำงานคล้ายแดชบอร์ด Health ที่เพิ่งเปิดตัวก่อนหน้า ฟีเจอร์นี้สอดคล้องกับโครงการ OpenAI Certifications ที่ตั้งเป้ายกระดับทักษะแรงงานกว่า 10 ล้านคนภายในปี 2030
    https://www.techradar.com/pro/openais-new-tool-will-see-chatgpt-try-and-help-you-find-a-new-job

    GPU สายพันธุ์ใหม่ท้าชน Nvidia/AMD ด้วยสถาปัตยกรรม RISC‑V
    Bolt Graphics เดินหน้าพัฒนา Zeus GPU ที่ใช้ RISC‑V เป็นแกนหลักเพื่อท้าชนยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia และ AMD โดยชูจุดเด่นด้านการประมวลผล AI, path tracing และการทำงานแบบสแตนด์อโลนที่รัน Linux ได้ในตัว พร้อมรองรับ CUDA บน RISC‑V ซึ่งช่วยลดกำแพงซอฟต์แวร์ และยังรองรับ Vulkan, DirectX 12 และเอนจินยอดนิยมหลายตัว ทำให้เป็นอีกผู้เล่นที่น่าจับตาในตลาดเร่งความเร็ว AI ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
    https://www.techradar.com/pro/plucky-startup-bolt-graphics-still-wants-to-use-risc-v-to-compete-with-nvidia-amd-in-ai-and-beyond-and-given-cudas-port-on-risc-v-there-may-be-something-there

    AI ผู้ช่วยแพทย์คนใหม่ Claude for Health
    Anthropic เปิดตัว Claude for Healthcare ที่ช่วยผู้ใช้และบุคลากรทางการแพทย์ตีความผลตรวจสุขภาพ อธิบายข้อมูลทางการแพทย์ให้เข้าใจง่าย และลดภาระงานเอกสาร เช่น prior authorization และการตรวจสอบข้อมูลประกัน โดยระบบออกแบบให้เป็นแบบ opt‑in และเน้นความเป็นส่วนตัว ทำให้ AI กลายเป็นผู้ช่วยที่ช่วยให้ทั้งคนไข้และแพทย์ทำงานได้คล่องตัวขึ้น
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/claude-just-joined-your-healthcare-team-and-might-be-ready-to-help-your-doctor-help-you

    RTX 5090 ProArt รุ่นใหม่พร้อมพอร์ตหูฟังสุดเซอร์ไพรส์
    Asus เปิดตัว ProArt RTX 5090 ที่เน้นกลุ่มครีเอเตอร์ด้วยดีไซน์บางกว่าเรือธงทั่วไป ใช้สถาปัตยกรรม Blackwell พร้อม 32GB GDDR7 และพลัง AI TOPs สูงลิ่ว จุดเด่นที่สะดุดตาคือมีช่องเสียบหูฟัง 2.5 มม. บนการ์ดจอ รวมถึงพอร์ต USB‑C สำหรับจอพกพา ถือเป็นการ์ดจอที่ผสมความแรงกับความยืดหยุ่นด้านการใช้งานได้อย่างน่าสนใจ
    https://www.techradar.com/pro/nvidias-latest-rtx-5090-gpu-card-has-an-audio-jack-yes-a-headphone-socket-on-a-video-card-but-no-wooden-trim-or-ssd-like-its-predecessor

    ยุคของ TLC/QLC ครองตลาด SSD เมื่อ MLC ถอยสู่ตลาดเฉพาะทาง
    รายงานจาก TrendForce ระบุว่า MLC NAND กำลังหายไปจากตลาดหลัก เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่ทยอยเลิกผลิตและหันไปลงทุนใน TLC และ QLC ที่ตอบโจทย์ความต้องการความจุสูงและงาน AI มากกว่า ทำให้ MLC เหลือบทบาทในอุตสาหกรรมเฉพาะ เช่น ยานยนต์ อุปกรณ์การแพทย์ และระบบเครือข่าย ขณะที่ PLC ยังห่างไกลจากการใช้งานจริงจนกว่าจะถึงยุค SSD ระดับเพตะไบต์
    https://www.techradar.com/pro/bye-bye-mlc-qlc-and-tlc-to-be-dominant-ssd-technologies-amidst-ai-ravenous-appetite-for-nand-and-plc-wont-probably-happen-till-the-era-of-petabyte-ssds

    Lenovo Yoga Pro 27UD‑10 จอ QD‑OLED พร้อมเว็บแคม 4K ถอดได้
    Lenovo เปิดตัวจอ Yoga Pro 27UD‑10 ที่มาพร้อม QD‑OLED ความละเอียด 4K รีเฟรชเรต 120Hz จุดขายคือเว็บแคม 4K แบบถอดได้พร้อมไมค์ 4 ตัว รองรับ Dolby Vision และ Dolby Atmos รวมถึง USB4 ที่จ่ายไฟได้ 140W และฟีเจอร์ Color Sync ที่ทำงานร่วมกับโน้ตบุ๊ก Lenovo บางรุ่น ทำให้เป็นจอระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์งานสร้างสรรค์และการประชุมออนไลน์
    https://www.techradar.com/pro/this-lenovo-monitor-has-six-speakers-and-is-the-only-windows-pc-monitor-with-dolby-atmos-and-dolby-vision-and-it-even-has-a-4k-detachable-webcam
    📌📡🩷 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🩷📡📌 #รวมข่าวIT #20260113 #TechRadar 🔐 แฮ็กเกอร์ไล่เจาะบริการ LLM ผ่านพร็อกซีผิดพลาด รายงานเผยว่ามีการโจมตีมากกว่า 91,000 ครั้งต่อระบบ AI ที่เปิดทิ้งไว้ โดยแฮ็กเกอร์พยายามหลอกให้เซิร์ฟเวอร์ “โทรกลับ” เพื่อหาช่องโหว่ รวมถึงการยิงคำสั่งจำนวนมากเพื่อสำรวจว่าระบบใช้โมเดลใดและตั้งค่าอย่างไร เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าบริการ LLM ที่ตั้งค่าพร็อกซีผิดพลาดกำลังกลายเป็นเป้าหมายใหม่ของอาชญากรไซเบอร์อย่างจริงจัง 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/hackers-are-going-after-top-llm-services-by-cracking-misconfigured-proxies ⚖️ Cloudflare ขู่ถอนเซิร์ฟเวอร์ออกจากอิตาลีหลังโดนปรับ €14M Cloudflare ตอบโต้รัฐบาลอิตาลีอย่างดุเดือดหลังถูกปรับเพราะไม่เข้าร่วมระบบ “Piracy Shield” ที่บังคับให้ผู้ให้บริการ DNS บล็อกเว็บละเมิดลิขสิทธิ์ โดย CEO ระบุว่านี่เป็นการคุกคามเสรีภาพอินเทอร์เน็ต และอาจถึงขั้นถอนเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดออกจากประเทศ รวมถึงหยุดสนับสนุนงานโอลิมปิกฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/cloudflare-ceo-threatens-to-pull-servers-from-italy-after-agcoms-eur14m-fine 🛡️ Trend Micro ออกแพตช์ด่วนแก้ช่องโหว่ RCE รุนแรงใน Apex Central Trend Micro รีบปล่อยแพตช์สำคัญเพื่ออุดช่องโหว่ระดับวิกฤตที่เปิดทางให้แฮ็กเกอร์รันโค้ดจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน ช่องโหว่นี้เกิดจากการโหลด DLL ที่ผู้โจมตีควบคุมได้ ทำให้ผู้ใช้ถูกแนะนำให้รีบอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจถูกเจาะระบบ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/trend-micro-releases-critical-security-fixes-for-apex-central-rce-so-patch-now 🚫 Discord ใช้งานไม่ได้ในอียิปต์ ผู้ใช้แห่สมัคร Proton VPN พุ่ง 103% ผู้ใช้อียิปต์พบว่า Discord ถูกบล็อกแบบกะทันหันทั่วประเทศ ทำให้เกิดกระแสใช้งาน VPN เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดย Proton VPN รายงานว่ามีผู้สมัครใช้งานฟรีเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เหตุการณ์นี้สะท้อนแนวโน้มการควบคุมแพลตฟอร์มสื่อสารในภูมิภาค MENA ที่เข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/discord-stopped-working-in-egypt-and-proton-vpn-records-massive-usage-spike 🧱 Lego อาจออกชุด iMac G3 รุ่นคลาสสิกเอาใจสายเรโทร โปรเจกต์ Lego iMac G3 ที่สร้างจากตัวต่อกว่า 700 ชิ้นกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อผลิตจริง โดยดีไซน์จำลองเครื่อง iMac รุ่นปี 1998 พร้อมฝาโปร่งใสและรายละเอียดภายในครบถ้วน ทำให้แฟน Apple ยุค 90s ต่างลุ้นให้ชุดนี้ผ่านการอนุมัติและวางขายจริง 🔗 https://www.techradar.com/computing/a-lego-version-of-the-original-imac-g3-could-be-in-the-works-and-it-looks-like-90s-nostalgia-gold 📸 อุปกรณ์เสริม DJI ราคา $14 ที่สายถ่ายวิดีโอควรมี อุปกรณ์ DJI Mic Series Mobile Receiver กลายเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับคนถ่ายวิดีโอด้วยมือถือ เพราะแก้ปัญหาคุณภาพเสียง Bluetooth ที่แย่ การต่ออุปกรณ์ที่เกะกะ และยังเพิ่มความสะดวกด้วยการจ่ายไฟผ่านมือถือ พร้อมช่องชาร์จแบบ passthrough ใช้งานได้ทั้งกับ DJI Mic 2, Mic 3 และ Mini รวมถึงกล้องแอ็กชันรุ่นเก่าอย่าง Action 2 ทำให้การถ่ายวิดีโอคล่องตัวขึ้นมากในราคาเพียง $14 เท่านั้น 🔗 https://www.techradar.com/cameras/camera-accessories/this-usd14-dji-accessory-is-a-vlogging-and-action-cam-essential-heres-why ⚠️ AI อังกฤษเตือน: ไม่มีบริษัทไหนหยุดภาพล่อแหลมจาก AI ได้จริง CEO ของ Locai Labs ระบุว่าไม่มีโมเดล AI ใดปลอดภัยพอที่จะป้องกันการสร้างภาพไม่เหมาะสมได้ 100% พร้อมประกาศแบนผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปีและงดให้บริการสร้างภาพจนกว่าจะมั่นใจเรื่องความปลอดภัย ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลในสหราชอาณาจักรเริ่มสอบสวน Grok ของ Elon Musk หลังพบการนำไปใช้สร้างภาพไม่เหมาะสมของผู้หญิงและเด็ก สะท้อนความท้าทายด้านจริยธรรมและความปลอดภัยของ AI ในยุคปัจจุบัน 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/no-company-can-stop-nude-ai-images-but-were-the-only-ones-being-honest-about-it-british-ai-rival-to-chatgpt-bans-under-18s-and-refuses-image-generation-over-safety-concerns 🧹 Meta ลบกว่า 500,000 บัญชีวัยรุ่นออสเตรเลีย หลังกฎหมายแบนเด็กต่ำกว่า 16 ใช้โซเชียล หลังออสเตรเลียออกกฎหมายแบนผู้ใช้อายุต่ำกว่า 16 ปีบนโซเชียลมีเดีย Meta ลบไปแล้วกว่า 544,000 บัญชีจาก Facebook, Instagram และ Threads แม้จะปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ Meta ย้ำว่าวิธีที่ดีกว่าคือระบบยืนยันอายุระดับร้านแอป เพื่อป้องกันเด็กย้ายไปใช้แพลตฟอร์มที่ควบคุมยากกว่า พร้อมผลักดันมาตรฐานกลางผ่านโครงการ OpenAge Initiative 🔗 https://www.techradar.com/computing/social-media/meta-wipes-over-500-000-australian-teen-accounts-in-a-single-week-but-says-world-first-social-media-crackdown-is-failing 🏂 คู่มือดูถ่ายทอดสดโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 แบบครบจบในที่เดียว มหกรรมกีฬา Winter Olympics Milano Cortina 2026 เตรียมเปิดฉากในอิตาลี โดยมีทั้งสกี สเก็ต ฮอกกี้ และกีฬาฤดูหนาวอีกมากมาย พร้อมดาวเด่นอย่าง Lindsay Vonn และ Ilia Malinin ที่แฟนกีฬาจับตา การรับชมทำได้ฟรีในหลายประเทศ เช่น BBC iPlayer, CBC Gem, 9Now และ RTE Player รวมถึงตัวเลือกสตรีมมิงอื่น ๆ พร้อมตารางแข่งขันแบบละเอียดสำหรับผู้ชมทั่วโลก 🔗 https://www.techradar.com/how-to-watch/sport/winter-olympics-2026-live-stream-milano-cortina-2026 💻 ข่าวดีสำหรับคนไม่ปลื้ม Copilot: ผู้ดูแลระบบเริ่มลบแอปออกจากเครื่องงานได้แล้ว Windows 11 Insider Preview ล่าสุดเพิ่มนโยบายให้ผู้ดูแลระบบในองค์กรสามารถลบแอป Copilot เวอร์ชันฟรีออกจากอุปกรณ์ได้ แม้ฟีเจอร์บางส่วนยังคงอยู่และลบได้เฉพาะในเครื่องที่มี Copilot แบบสมัครสมาชิกติดตั้งร่วมกันเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนความพยายามของ Microsoft ในการจัดระเบียบระบบมากกว่าการถอยจากการผลักดัน AI อย่างเต็มตัว 🔗 https://www.techradar.com/pro/good-news-copilot-haters-some-of-you-will-be-able-to-disable-the-ai-tool-on-your-work-device-at-last 🕵️‍♂️ ฐานข้อมูลเว็บแฮ็กเกอร์ BreachForums ถูกเจาะ ข้อมูลผู้ใช้กว่า 3 แสนรายหลุด ชุมชนแฮ็กเกอร์ชื่อดัง BreachForums กลายเป็นเหยื่อเสียเองเมื่อมีการเผยแพร่ฐานข้อมูลสมาชิกกว่า 323,000 ราย รวมถึงชื่อผู้ใช้ วันที่สมัคร และ IP address โดยกว่า 70,000 รายเป็น IP จริงที่อาจระบุตัวบุคคลได้ แม้ผู้ดูแลยืนยันว่าเป็นข้อมูลเก่าจากช่วงกู้ระบบในปี 2025 แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้นำข้อมูลออกมา ขณะที่กลุ่ม ShinyHunters ปฏิเสธการเกี่ยวข้องทั้งหมด 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/hacking-hub-breachforums-hit-by-data-breach-324-000-accounts-exposed 👨‍💻 นักพัฒนาไม่เชื่อใจโค้ดจาก AI แต่ครึ่งหนึ่งก็ยังไม่ตรวจทาน ผลสำรวจเผยว่า 96% ของนักพัฒนาไม่เชื่อว่าโค้ดที่ AI สร้างจะถูกต้องเสมอ แต่กว่า 52% กลับยอมรับว่าไม่ได้ตรวจสอบโค้ดทุกครั้งก่อนใช้งาน แม้ปัจจุบันโค้ดที่สร้างโดย AI จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและถูกนำไปใช้ในงานสำคัญมากขึ้น ทำให้ความเสี่ยงด้านบั๊กและช่องโหว่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยหลายคนยังใช้บัญชีส่วนตัวเข้าถึง AI ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหลอีกชั้นหนึ่ง 🔗 https://www.techradar.com/pro/devs-dont-trust-ai-code-but-many-say-they-still-dont-check-it-anyways 🍏 Apple ยอมรับพลัง AI ของ Google และเตรียมใช้ Gemini ขับเคลื่อน Siri รุ่นใหม่ Apple และ Google ประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่ โดย Siri เวอร์ชันใหม่และโมเดล AI หลักของ Apple จะทำงานบนเทคโนโลยี Gemini ของ Google หลัง Apple ยอมรับว่า AI ของ Google มีความสามารถเหนือกว่าในตอนนี้ การเปลี่ยนแปลงนี้อาจช่วยให้ Siri กลับมาแข่งขันได้อีกครั้งหลังล่าช้ามาหลายปี แต่ยังต้องรอดูว่าผู้ใช้จะได้สัมผัส Siri รุ่นใหม่จริงเมื่อใด 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/apple-intelligence/apple-gives-up-and-lets-google-take-the-ai-wheel-gemini-will-officially-power-siris-big-ai-upgrade-this-year 🚫 อิหร่านถูกตัดอินเทอร์เน็ตกว่า 96 ชั่วโมง ท่ามกลางการประท้วงทั่วประเทศ อิหร่านเข้าสู่ภาวะมืดสนิททางดิจิทัลเป็นวันที่ห้า หลังรัฐบาลตัดอินเทอร์เน็ตทั้งประเทศเพื่อตอบโต้การประท้วงครั้งใหญ่ ส่งผลให้ประชาชนกว่า 90 ล้านคนไม่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์ หรือข้อมูลมือถือได้ แม้ Starlink บางพื้นที่ยังพอใช้งานได้ แต่ก็ถูกแทรกแซงอย่างหนัก ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกเรียกร้องให้รัฐบาลอิหร่านคืนการเชื่อมต่อทันที เพราะนี่คือการ “ตัดประเทศออกจากโลก” อย่างแท้จริง 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/iranians-offline-for-over-90-hours-as-digital-blackout-continues-for-fifth-day-heres-everything-we-know 💼 ChatGPT เตรียมเพิ่มฟีเจอร์ Jobs ช่วยหางาน–อัปสกิล–เตรียมตัวสมัครงาน OpenAI ถูกพบว่ากำลังทดสอบฟีเจอร์ใหม่ชื่อ ChatGPT Jobs ซึ่งจะช่วยผู้ใช้ค้นหางาน เขียนเรซูเม่ แนะนำทักษะที่ควรพัฒนา และเปรียบเทียบโอกาสงานตามเป้าหมายของแต่ละคน โดยอาจทำงานคล้ายแดชบอร์ด Health ที่เพิ่งเปิดตัวก่อนหน้า ฟีเจอร์นี้สอดคล้องกับโครงการ OpenAI Certifications ที่ตั้งเป้ายกระดับทักษะแรงงานกว่า 10 ล้านคนภายในปี 2030 🔗 https://www.techradar.com/pro/openais-new-tool-will-see-chatgpt-try-and-help-you-find-a-new-job ⚡ GPU สายพันธุ์ใหม่ท้าชน Nvidia/AMD ด้วยสถาปัตยกรรม RISC‑V Bolt Graphics เดินหน้าพัฒนา Zeus GPU ที่ใช้ RISC‑V เป็นแกนหลักเพื่อท้าชนยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia และ AMD โดยชูจุดเด่นด้านการประมวลผล AI, path tracing และการทำงานแบบสแตนด์อโลนที่รัน Linux ได้ในตัว พร้อมรองรับ CUDA บน RISC‑V ซึ่งช่วยลดกำแพงซอฟต์แวร์ และยังรองรับ Vulkan, DirectX 12 และเอนจินยอดนิยมหลายตัว ทำให้เป็นอีกผู้เล่นที่น่าจับตาในตลาดเร่งความเร็ว AI ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 🔗 https://www.techradar.com/pro/plucky-startup-bolt-graphics-still-wants-to-use-risc-v-to-compete-with-nvidia-amd-in-ai-and-beyond-and-given-cudas-port-on-risc-v-there-may-be-something-there 🏥 AI ผู้ช่วยแพทย์คนใหม่ Claude for Health Anthropic เปิดตัว Claude for Healthcare ที่ช่วยผู้ใช้และบุคลากรทางการแพทย์ตีความผลตรวจสุขภาพ อธิบายข้อมูลทางการแพทย์ให้เข้าใจง่าย และลดภาระงานเอกสาร เช่น prior authorization และการตรวจสอบข้อมูลประกัน โดยระบบออกแบบให้เป็นแบบ opt‑in และเน้นความเป็นส่วนตัว ทำให้ AI กลายเป็นผู้ช่วยที่ช่วยให้ทั้งคนไข้และแพทย์ทำงานได้คล่องตัวขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/claude-just-joined-your-healthcare-team-and-might-be-ready-to-help-your-doctor-help-you 🎨 RTX 5090 ProArt รุ่นใหม่พร้อมพอร์ตหูฟังสุดเซอร์ไพรส์ Asus เปิดตัว ProArt RTX 5090 ที่เน้นกลุ่มครีเอเตอร์ด้วยดีไซน์บางกว่าเรือธงทั่วไป ใช้สถาปัตยกรรม Blackwell พร้อม 32GB GDDR7 และพลัง AI TOPs สูงลิ่ว จุดเด่นที่สะดุดตาคือมีช่องเสียบหูฟัง 2.5 มม. บนการ์ดจอ รวมถึงพอร์ต USB‑C สำหรับจอพกพา ถือเป็นการ์ดจอที่ผสมความแรงกับความยืดหยุ่นด้านการใช้งานได้อย่างน่าสนใจ 🔗 https://www.techradar.com/pro/nvidias-latest-rtx-5090-gpu-card-has-an-audio-jack-yes-a-headphone-socket-on-a-video-card-but-no-wooden-trim-or-ssd-like-its-predecessor 💾 ยุคของ TLC/QLC ครองตลาด SSD เมื่อ MLC ถอยสู่ตลาดเฉพาะทาง รายงานจาก TrendForce ระบุว่า MLC NAND กำลังหายไปจากตลาดหลัก เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่ทยอยเลิกผลิตและหันไปลงทุนใน TLC และ QLC ที่ตอบโจทย์ความต้องการความจุสูงและงาน AI มากกว่า ทำให้ MLC เหลือบทบาทในอุตสาหกรรมเฉพาะ เช่น ยานยนต์ อุปกรณ์การแพทย์ และระบบเครือข่าย ขณะที่ PLC ยังห่างไกลจากการใช้งานจริงจนกว่าจะถึงยุค SSD ระดับเพตะไบต์ 🔗 https://www.techradar.com/pro/bye-bye-mlc-qlc-and-tlc-to-be-dominant-ssd-technologies-amidst-ai-ravenous-appetite-for-nand-and-plc-wont-probably-happen-till-the-era-of-petabyte-ssds 🖥️ Lenovo Yoga Pro 27UD‑10 จอ QD‑OLED พร้อมเว็บแคม 4K ถอดได้ Lenovo เปิดตัวจอ Yoga Pro 27UD‑10 ที่มาพร้อม QD‑OLED ความละเอียด 4K รีเฟรชเรต 120Hz จุดขายคือเว็บแคม 4K แบบถอดได้พร้อมไมค์ 4 ตัว รองรับ Dolby Vision และ Dolby Atmos รวมถึง USB4 ที่จ่ายไฟได้ 140W และฟีเจอร์ Color Sync ที่ทำงานร่วมกับโน้ตบุ๊ก Lenovo บางรุ่น ทำให้เป็นจอระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์งานสร้างสรรค์และการประชุมออนไลน์ 🔗 https://www.techradar.com/pro/this-lenovo-monitor-has-six-speakers-and-is-the-only-windows-pc-monitor-with-dolby-atmos-and-dolby-vision-and-it-even-has-a-4k-detachable-webcam
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 101 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลายใบตอง ตอนที่ 5

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลายใบตอง”
    ตอน 5 (จบ)
    อเมริกามีหลายหน้ากาก หลายเสื้อคลุม และหลายบทบาท เราต้องดูลายของอเมริกาให้ออก เพื่อจะได้รับมือกับอเมริกาให้เหมาะสม ไม่ตกเป็นเบี้ยล่างเขาไปตลอด
    อเมริกาสามารถทำตัวให้เห็นว่า เป็นผู้เชิดชู บูชาประชาธิปไตยและเสรีภาพมากกว่าใครในโลก อเมริกาสามารถตอแหล ตลบแตลงแปลงตัวได้สาระพัดรูปแบบ อเมริกาสามารถเล่นบทที่ทำให้แม้แต่ผู้ที่ทำงานด้านนโยบาย ยังงงกับนโยบายของตัวเอง และเป็นอเมริกา ที่ชาวอเมริกันรู้สึกขื่นขม เหมือนถูกหมาเยี่ยวรด เมื่อไม่ได้อะไรอย่างใจ
    มันเป็นอเมริกาเดียวกันทั้งหมดแหละครับ อเมริกาหนึ่งเดียวในโลก อเมริกาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก อเมริกาของแท้ ที่คิดว่าตนเองเท่านั้นเป็นเจ้าของโลกนี้
    นิทาน ตั้งแต่ตอนที่ 1 ถึง 4 ผมเอาข้อมูล รวมทั้งคำสารภาพของเจ้าเบน มาจากบทความชื่อ “We Caved ” เราแพ้ เขียนโดย Michael Crowley ในวารสาร Politico เมื่อต้นเดือนมกราคมนี้เอง Crowley เป็นผู้สื่อข่าวรุ่นใหญ่ทางด้านการเมืองและความมั่นคงระหว่างประเทศ ของวารสาร Politico และเคยเป็นหัวหน้าผู้สื่อข่าวต่างประเทศของหนังสือพิมพ์ Time เป็นบทความที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงว่า เป็นการฉีกหน้าโอบามา และคณะทำงานที่อ่อนหัด ซึ่งโอบามาเป็นผู้เลือกมาเองทั้งสิ้น ….อย่างไม่เหลือชิ้นดี
    หรือไม่เช่นนั้น บทความดังกล่าว….ก็กำลังวาดภาพให้โอบามา รับหน้าที่แพะ ก่อนที่อินทรีจะสยายปีก….
    บทความ พยายามทำให้เราคล้อยตามว่า โอบามานั้น มีความปราถนาอย่างแรงกล้า
    ที่จะเปลี่ยนนโยบายของอเมริกา ที่ใช้การยกทัพไปกวาดล้างผู้ปกครองประเทศที่เป็นเผด็จการ แล้วบังคับให้เป็นประชาธิปไตยแทน อย่างที่คาวบอยบุช ทำนั้น ไม่มีอีกแล้ว จบไปแล้ว เพราะมันไม่ได้ผล มันล้มเหลว โอบามา จึงเปลี่ยนเป็นนโยบายสร้างประชาธิปไตยให้กับโลก ในรูปแบบใหม่แทน โดยการใช้นโยบาย “ปลุก” ปลุกให้มนุษย์รู้สึกว่า การมีเสรีภาพในการแสดงออก และการเป็นประชาธิปไตย เป็นเรื่องของศักดิ์ศรี และเป็นสิทธิของมนุษยชาติ…
    บทความดังกล่าว สรุปชวนให้เชื่อว่า โอบามา นั้น ทำตัวเหมือนเป็นคนยึดถืออุดมการณ์ เหนียวแน่น แต่เอาเข้าจริง กลับเป็นไม้หลักปักอยู่กับเลน แถมการตัดสินใจก็ใช้ไม่ได้ ไม่เด็ดขาด เช่น กรณีของอียิปต์ ที่คณะทำงานของโอบามา มีความเห็นต่างกัน แต่โอบามาก็เอนไปเอนมา ในที่สุด ก็ทำให้อเมริกาเกือบเสีย หรือเสีย อียิปต์ ที่มีความหมายสำหรับอเมริกาอย่างมาก และทำให้ความมั่นคงและผลประโยชน์ของอเมริกาในภูมิภาคนั้น กระทบกระเทือนอย่างรุนแรง จนทำให้คณะทำงานอ่อนหัด ของโอบามาเอง สรุปว่า…
    …เราแพ้… เราไม่สามารถเอาประชาธิปไตยเข้าไปในอียิปต์ได้ แต่กลับต้องส่ง เครื่องบินรบ F-16s ไปกำนัลให้อียิปต์แทน…
    ถ้าเราเห็นบทความทำนองนี้ และสรุปเอาว่า อเมริกานั้นหมดท่าแล้ว เพราะมีผู้นำที่แสนจะห่วย มันก็เป็นเรื่องที่น่าห่วงว่า เรามองอะไรสั้นๆ เฉพาะที่อยู่ตรงข้างหน้าเรา อย่างไม่รอบคอบหรือไม่ และถ้าเรามองทุกเรื่องรอบตัวเรา ในบ้านเรา ในลักษณะนี้ มันก็จะยิ่งน่าห่วงใหญ่
    ที่น่าคิดคือ ในระยะ 2,3 เดือนนี้ บทความทำนองนี้ มันทยอยกันออกมามากพอสมควร แม้กระทั่งถังขยะความคิด CFR ก็เขียนในทำนองใกล้เคียงกันว่า อเมริกาขายประชาธิปไตยไม่ออกแล้ว โอบามา ดำเนินนโยบายผิดพลาด โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับตะวันออกกลาง ไม่ว่า เรื่องซีเรีย อิรัค อิหร่าน อิยิปต์ ตุรกี และกำลังมาถึงคิวของซาอุดิ อารเบีย
    อ่านแวบแรก มันทำให้ผมดีใจ ….สมน้ำหน้ามึง ในที่สุดมึงก็มาถึงวันนี้….
    แต่ความที่มันทยอยออกกันมาใน “ช่วงนี้” หลายๆชิ้น จากค่ายใหญ่ๆทั้งนั้น มันทำให้ผมฉุกคิด และกลับมาทบทวนว่า มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ หรือ อเมริกากำลัง “เล่น” อะไร อเมริกาที่เป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของโลก มีเป้าหมาย และยุทธศาสตร์ ที่จะครองโลกแต่ผู้เดียวอย่างชัดเจนมา 70 ปี จะยอมให้โอบามา เดินนโยบายแกว่งไปแกว่งมา จนลงเหว เสียหมาก เสียพันธมิตร ไปเรื่อยๆมา 7 ปีกว่าเชียวหรือ
    คงต้องย้อนกลับไปมองที่ นโยบายด้านความมั่นคง และพฤติกรรมของโอบามา ในช่วง 7 ปีกว่า ที่ผ่านมา
    ตั้งแต่โอบามา เริ่มหาเสียงเป็นประธานาธิบดี ในปี ค.ศ.2008 เขาบอกว่า พอแล้ว เราจะไม่ใช้วิธีโฉ่งฉ่างแบบคาวบอยบุซ ที่ยกทัพไปกระทืบเหยื่อทำนอง ขี้ช้างจับตั๊กแตนอีกแล้ว แต่เราจะต้อง “เปลี่ยน” นโยบายเป็น “การปลุก” ให้ประชาชนในหลายๆประเทศลุกขึ้นมาสร้างศักดิ์ศรี และรักษาสิทธิของตน
    และหลังจากโอบามาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี ในปี ค.ศ.2009 ได้ไม่ถึงปี การปลุกประชาชนให้ลุกขึ้นมาไล่รัฐบาลเผด็จการ ในประเทศแถบตะวันออกกลางก็เกิดขึ้น ตูนีเซีย ถูกทดลองเป็นประเทศแรก เกิดการจราจลขับไล่รัฐบาล เป็นการจราจลที่เริ่มต้นมาจากประท้วงด้วยการเผาตัวเองของพ่อค้าขายผลไม้ และบานปลาย จนรัฐบาลเผด็จการกระเด็นไปสมใจในปี ค.ศ.2010 ดูเหมือนไม่น่าเป็นไปได้ … แต่เขาก็ทำให้มันเกิดขึ้นได้….
    หลังจากนั้นประชาชนในภูมิภาคแถบตะวันออกกลาง ต่างก็ทยอยรักศักดิ์ศรี
    ของการเป็นประชาธิปไตย โดยการลุกขึ้นมาประท้วง และขับไล่รัฐบาล
    มันเป็นไปตามแผน และวิธีการที่แนบเนียนของผู้สร้างอาหรับสปริง และต่างก็จบลงด้วยความฉิบหายของประชาชน และประเทศของตน จนแทบเหลือเป็นเศษไปเกือบหมดสิ้น เช่นกรณีของลิเบีย ตูนีเซีย เลบานอน อียิปต์ ล่าสุดคือ ซีเรีย และต่อไป อาจจะถึงคิวของเยเมน …และ อาจจะต่อไปอีกเรื่อยๆ ไม่ใช่แต่ในตะวันออกกลางเท่านั้น
    นโยบายแบบนี้ ของโอบามา ฉลาด หรือโง่ เราไม่ได้พูดถึงเรื่อง ดี เลวนะครับ ตกลงโอบามา โง่สุดขีด หรือฉลาดสุดลึก
    อาหรับสปริง เป็นการเดินตามยุทธศาสตร์ใหญ่ของอเมริกาไหม ยุทธศาสตร์ครองโลกน่ะ
    ใช่แน่นอน แต่จะบอกว่า ได้ผลตามเป้าหมายครบถ้วนหรือยัง อาจจะยังตอบไม่ได้
    แต่โอบามา ยังเดินตามยุทธศาสตร์ครองโลกของอเมริกา อย่างไม่ผิดองศาแม้แต่นิดเดียว
    อเมริกาหรือโอบามา เพียงแค่เปลี่ยนนโยบาย ยุทธวิธี หรือวิธีการ ในการ “จัดการ” กับเหยื่อเท่านั้น แต่เป้าหมายใหญ่ หรือยุทธศาสตร์การครองโลกของอเมริกาด้วยการ”ทำลาย” ยังอยู่เหมือนเดิมครบถ้วน ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลย มันไม่ได้มีการ “สร้าง” อะไรเลย นอกจาก “สร้างภาพ” กับ “สร้างสุนทรพจน์” มันเป็นวิธีการหลอกปั่นจิ้งหรีดพันธ์ต่างๆโดยสร้างความขัดแย้ง ความไม่พอใจ ในเรื่องที่โดนใจชาวบ้าน โดยไม่จำเป็นต้องใช้คนมาก แต่ใช้สื่อทางโซเชียลมีเดียทำงานหนักหน่อย โหมสักพัก ก็ได้เรื่อง
    การปั่นหัวจิ้งหรีดแบบนี้ ไม่ต้องใช้เวลานาน เดี๋ยวจิ้งหรีดก็มึนหัว แล้วก็ออก
    มาปะทะกัน และมือที่สร้างเรื่อง ก็สุมควันให้บานปลาย
    การปลุก และปั่น ตามนโยบายที่โอบามาใช้ อาจจะทำลายเหยื่อได้มากกว่าการยกกองทัพของอเมริกาเข้าไปในสนามรบแบบคาวบอยบุ ชเสียอีก เพราะมันสามารถทำลาย
    ไปถึงรากเหง้า ของชาตินั้น ตั้งแต่ คุณค่าของสิ่งที่เป็นที่เคารพรัก วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อมั่นในหลักศาสนา อุดมการณ์ทางการเมือง ฯลฯ สาระพัด
    นี่การทำงานของอาวุธ ที่ อเมริกา เรียกว่า “soft power” เป็นอำนาจ หรือความสามารถ ในสร้างการ กล่อม หลอก หรือ ลวง ให้เป้าหมาย ทำทุกอย่างที่อเมริกาต้องการ โดยไม่ต้องใช้อาวุธ ที่เน้นทางการบังคับ “hard power” ( นี่คือ การลวงหลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ของแท้.ครับ)
    มันเป็นวิธีการหลอกจิ้งหรีด ไม่ว่าพันธุ์ไหนที่แนบเนียนมาก
    ดูไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้นโยบายแบบบุช หรือแบบโอบามา มันก็เป็น
    การผายลมเหมือนเดิม ที่แม้จะต่างเสียง ต่างกลิ่น แต่ก็ออกมาจากลำไส้ใหญ่เส้นเดิมนั่นเอง
    อเมริกากำลังเสี้ยมให้ตะวันออกกลางตีกันเอง มันเป็นการประหยัดงบ ประหยัดคนของตัวเองไปได้แยะ เพื่อรอจังหวะที่ “เหมาะสม”
    จังหวะที่เหมาะสมนั้น คืออะไร..
    อเมริกาดูเหมือนจะเงียบผิดปรกติ นาโต้ก็เงียบผิดปรกติ หลายภูมิภาคเงียบผิดปรกติ มีแต่ตะวันออกกลาง ที่ควันโขมง ข่าวระเบิดที่จาร์กาต้า เหมือนเป็นเรื่องหลอกเด็ก(อีกแล้ว) อเมริกา กำลังคิดอะไร….
    ฉนั้น จึงอย่าเพิ่งด่วนสรุปว่า อเมริกานั้นหมดท่า และถึงอเมริกาอาจจะหมดท่าจริง แต่สันดานอเมริกา ไม่เคยเปลี่ยนครับ และด้วยสันดานแท้ของอเมริกา แม้
    อเมริกาจะหมดท่า แต่ไม่หมดลาย อเมริกาจะไม่มีวันปล่อยมือที่บีบคอเหยื่อง่ายๆ
    การปล่อยมือเป็นกลลวงทั้งสิ้น
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    19 ม.ค. 2559
    ลายใบตอง ตอนที่ 5 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลายใบตอง” ตอน 5 (จบ) อเมริกามีหลายหน้ากาก หลายเสื้อคลุม และหลายบทบาท เราต้องดูลายของอเมริกาให้ออก เพื่อจะได้รับมือกับอเมริกาให้เหมาะสม ไม่ตกเป็นเบี้ยล่างเขาไปตลอด อเมริกาสามารถทำตัวให้เห็นว่า เป็นผู้เชิดชู บูชาประชาธิปไตยและเสรีภาพมากกว่าใครในโลก อเมริกาสามารถตอแหล ตลบแตลงแปลงตัวได้สาระพัดรูปแบบ อเมริกาสามารถเล่นบทที่ทำให้แม้แต่ผู้ที่ทำงานด้านนโยบาย ยังงงกับนโยบายของตัวเอง และเป็นอเมริกา ที่ชาวอเมริกันรู้สึกขื่นขม เหมือนถูกหมาเยี่ยวรด เมื่อไม่ได้อะไรอย่างใจ มันเป็นอเมริกาเดียวกันทั้งหมดแหละครับ อเมริกาหนึ่งเดียวในโลก อเมริกาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก อเมริกาของแท้ ที่คิดว่าตนเองเท่านั้นเป็นเจ้าของโลกนี้ นิทาน ตั้งแต่ตอนที่ 1 ถึง 4 ผมเอาข้อมูล รวมทั้งคำสารภาพของเจ้าเบน มาจากบทความชื่อ “We Caved ” เราแพ้ เขียนโดย Michael Crowley ในวารสาร Politico เมื่อต้นเดือนมกราคมนี้เอง Crowley เป็นผู้สื่อข่าวรุ่นใหญ่ทางด้านการเมืองและความมั่นคงระหว่างประเทศ ของวารสาร Politico และเคยเป็นหัวหน้าผู้สื่อข่าวต่างประเทศของหนังสือพิมพ์ Time เป็นบทความที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงว่า เป็นการฉีกหน้าโอบามา และคณะทำงานที่อ่อนหัด ซึ่งโอบามาเป็นผู้เลือกมาเองทั้งสิ้น ….อย่างไม่เหลือชิ้นดี หรือไม่เช่นนั้น บทความดังกล่าว….ก็กำลังวาดภาพให้โอบามา รับหน้าที่แพะ ก่อนที่อินทรีจะสยายปีก…. บทความ พยายามทำให้เราคล้อยตามว่า โอบามานั้น มีความปราถนาอย่างแรงกล้า ที่จะเปลี่ยนนโยบายของอเมริกา ที่ใช้การยกทัพไปกวาดล้างผู้ปกครองประเทศที่เป็นเผด็จการ แล้วบังคับให้เป็นประชาธิปไตยแทน อย่างที่คาวบอยบุช ทำนั้น ไม่มีอีกแล้ว จบไปแล้ว เพราะมันไม่ได้ผล มันล้มเหลว โอบามา จึงเปลี่ยนเป็นนโยบายสร้างประชาธิปไตยให้กับโลก ในรูปแบบใหม่แทน โดยการใช้นโยบาย “ปลุก” ปลุกให้มนุษย์รู้สึกว่า การมีเสรีภาพในการแสดงออก และการเป็นประชาธิปไตย เป็นเรื่องของศักดิ์ศรี และเป็นสิทธิของมนุษยชาติ… บทความดังกล่าว สรุปชวนให้เชื่อว่า โอบามา นั้น ทำตัวเหมือนเป็นคนยึดถืออุดมการณ์ เหนียวแน่น แต่เอาเข้าจริง กลับเป็นไม้หลักปักอยู่กับเลน แถมการตัดสินใจก็ใช้ไม่ได้ ไม่เด็ดขาด เช่น กรณีของอียิปต์ ที่คณะทำงานของโอบามา มีความเห็นต่างกัน แต่โอบามาก็เอนไปเอนมา ในที่สุด ก็ทำให้อเมริกาเกือบเสีย หรือเสีย อียิปต์ ที่มีความหมายสำหรับอเมริกาอย่างมาก และทำให้ความมั่นคงและผลประโยชน์ของอเมริกาในภูมิภาคนั้น กระทบกระเทือนอย่างรุนแรง จนทำให้คณะทำงานอ่อนหัด ของโอบามาเอง สรุปว่า… …เราแพ้… เราไม่สามารถเอาประชาธิปไตยเข้าไปในอียิปต์ได้ แต่กลับต้องส่ง เครื่องบินรบ F-16s ไปกำนัลให้อียิปต์แทน… ถ้าเราเห็นบทความทำนองนี้ และสรุปเอาว่า อเมริกานั้นหมดท่าแล้ว เพราะมีผู้นำที่แสนจะห่วย มันก็เป็นเรื่องที่น่าห่วงว่า เรามองอะไรสั้นๆ เฉพาะที่อยู่ตรงข้างหน้าเรา อย่างไม่รอบคอบหรือไม่ และถ้าเรามองทุกเรื่องรอบตัวเรา ในบ้านเรา ในลักษณะนี้ มันก็จะยิ่งน่าห่วงใหญ่ ที่น่าคิดคือ ในระยะ 2,3 เดือนนี้ บทความทำนองนี้ มันทยอยกันออกมามากพอสมควร แม้กระทั่งถังขยะความคิด CFR ก็เขียนในทำนองใกล้เคียงกันว่า อเมริกาขายประชาธิปไตยไม่ออกแล้ว โอบามา ดำเนินนโยบายผิดพลาด โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับตะวันออกกลาง ไม่ว่า เรื่องซีเรีย อิรัค อิหร่าน อิยิปต์ ตุรกี และกำลังมาถึงคิวของซาอุดิ อารเบีย อ่านแวบแรก มันทำให้ผมดีใจ ….สมน้ำหน้ามึง ในที่สุดมึงก็มาถึงวันนี้…. แต่ความที่มันทยอยออกกันมาใน “ช่วงนี้” หลายๆชิ้น จากค่ายใหญ่ๆทั้งนั้น มันทำให้ผมฉุกคิด และกลับมาทบทวนว่า มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ หรือ อเมริกากำลัง “เล่น” อะไร อเมริกาที่เป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของโลก มีเป้าหมาย และยุทธศาสตร์ ที่จะครองโลกแต่ผู้เดียวอย่างชัดเจนมา 70 ปี จะยอมให้โอบามา เดินนโยบายแกว่งไปแกว่งมา จนลงเหว เสียหมาก เสียพันธมิตร ไปเรื่อยๆมา 7 ปีกว่าเชียวหรือ คงต้องย้อนกลับไปมองที่ นโยบายด้านความมั่นคง และพฤติกรรมของโอบามา ในช่วง 7 ปีกว่า ที่ผ่านมา ตั้งแต่โอบามา เริ่มหาเสียงเป็นประธานาธิบดี ในปี ค.ศ.2008 เขาบอกว่า พอแล้ว เราจะไม่ใช้วิธีโฉ่งฉ่างแบบคาวบอยบุซ ที่ยกทัพไปกระทืบเหยื่อทำนอง ขี้ช้างจับตั๊กแตนอีกแล้ว แต่เราจะต้อง “เปลี่ยน” นโยบายเป็น “การปลุก” ให้ประชาชนในหลายๆประเทศลุกขึ้นมาสร้างศักดิ์ศรี และรักษาสิทธิของตน และหลังจากโอบามาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี ในปี ค.ศ.2009 ได้ไม่ถึงปี การปลุกประชาชนให้ลุกขึ้นมาไล่รัฐบาลเผด็จการ ในประเทศแถบตะวันออกกลางก็เกิดขึ้น ตูนีเซีย ถูกทดลองเป็นประเทศแรก เกิดการจราจลขับไล่รัฐบาล เป็นการจราจลที่เริ่มต้นมาจากประท้วงด้วยการเผาตัวเองของพ่อค้าขายผลไม้ และบานปลาย จนรัฐบาลเผด็จการกระเด็นไปสมใจในปี ค.ศ.2010 ดูเหมือนไม่น่าเป็นไปได้ … แต่เขาก็ทำให้มันเกิดขึ้นได้…. หลังจากนั้นประชาชนในภูมิภาคแถบตะวันออกกลาง ต่างก็ทยอยรักศักดิ์ศรี ของการเป็นประชาธิปไตย โดยการลุกขึ้นมาประท้วง และขับไล่รัฐบาล มันเป็นไปตามแผน และวิธีการที่แนบเนียนของผู้สร้างอาหรับสปริง และต่างก็จบลงด้วยความฉิบหายของประชาชน และประเทศของตน จนแทบเหลือเป็นเศษไปเกือบหมดสิ้น เช่นกรณีของลิเบีย ตูนีเซีย เลบานอน อียิปต์ ล่าสุดคือ ซีเรีย และต่อไป อาจจะถึงคิวของเยเมน …และ อาจจะต่อไปอีกเรื่อยๆ ไม่ใช่แต่ในตะวันออกกลางเท่านั้น นโยบายแบบนี้ ของโอบามา ฉลาด หรือโง่ เราไม่ได้พูดถึงเรื่อง ดี เลวนะครับ ตกลงโอบามา โง่สุดขีด หรือฉลาดสุดลึก อาหรับสปริง เป็นการเดินตามยุทธศาสตร์ใหญ่ของอเมริกาไหม ยุทธศาสตร์ครองโลกน่ะ ใช่แน่นอน แต่จะบอกว่า ได้ผลตามเป้าหมายครบถ้วนหรือยัง อาจจะยังตอบไม่ได้ แต่โอบามา ยังเดินตามยุทธศาสตร์ครองโลกของอเมริกา อย่างไม่ผิดองศาแม้แต่นิดเดียว อเมริกาหรือโอบามา เพียงแค่เปลี่ยนนโยบาย ยุทธวิธี หรือวิธีการ ในการ “จัดการ” กับเหยื่อเท่านั้น แต่เป้าหมายใหญ่ หรือยุทธศาสตร์การครองโลกของอเมริกาด้วยการ”ทำลาย” ยังอยู่เหมือนเดิมครบถ้วน ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลย มันไม่ได้มีการ “สร้าง” อะไรเลย นอกจาก “สร้างภาพ” กับ “สร้างสุนทรพจน์” มันเป็นวิธีการหลอกปั่นจิ้งหรีดพันธ์ต่างๆโดยสร้างความขัดแย้ง ความไม่พอใจ ในเรื่องที่โดนใจชาวบ้าน โดยไม่จำเป็นต้องใช้คนมาก แต่ใช้สื่อทางโซเชียลมีเดียทำงานหนักหน่อย โหมสักพัก ก็ได้เรื่อง การปั่นหัวจิ้งหรีดแบบนี้ ไม่ต้องใช้เวลานาน เดี๋ยวจิ้งหรีดก็มึนหัว แล้วก็ออก มาปะทะกัน และมือที่สร้างเรื่อง ก็สุมควันให้บานปลาย การปลุก และปั่น ตามนโยบายที่โอบามาใช้ อาจจะทำลายเหยื่อได้มากกว่าการยกกองทัพของอเมริกาเข้าไปในสนามรบแบบคาวบอยบุ ชเสียอีก เพราะมันสามารถทำลาย ไปถึงรากเหง้า ของชาตินั้น ตั้งแต่ คุณค่าของสิ่งที่เป็นที่เคารพรัก วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อมั่นในหลักศาสนา อุดมการณ์ทางการเมือง ฯลฯ สาระพัด นี่การทำงานของอาวุธ ที่ อเมริกา เรียกว่า “soft power” เป็นอำนาจ หรือความสามารถ ในสร้างการ กล่อม หลอก หรือ ลวง ให้เป้าหมาย ทำทุกอย่างที่อเมริกาต้องการ โดยไม่ต้องใช้อาวุธ ที่เน้นทางการบังคับ “hard power” ( นี่คือ การลวงหลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ของแท้.ครับ) มันเป็นวิธีการหลอกจิ้งหรีด ไม่ว่าพันธุ์ไหนที่แนบเนียนมาก ดูไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้นโยบายแบบบุช หรือแบบโอบามา มันก็เป็น การผายลมเหมือนเดิม ที่แม้จะต่างเสียง ต่างกลิ่น แต่ก็ออกมาจากลำไส้ใหญ่เส้นเดิมนั่นเอง อเมริกากำลังเสี้ยมให้ตะวันออกกลางตีกันเอง มันเป็นการประหยัดงบ ประหยัดคนของตัวเองไปได้แยะ เพื่อรอจังหวะที่ “เหมาะสม” จังหวะที่เหมาะสมนั้น คืออะไร.. อเมริกาดูเหมือนจะเงียบผิดปรกติ นาโต้ก็เงียบผิดปรกติ หลายภูมิภาคเงียบผิดปรกติ มีแต่ตะวันออกกลาง ที่ควันโขมง ข่าวระเบิดที่จาร์กาต้า เหมือนเป็นเรื่องหลอกเด็ก(อีกแล้ว) อเมริกา กำลังคิดอะไร…. ฉนั้น จึงอย่าเพิ่งด่วนสรุปว่า อเมริกานั้นหมดท่า และถึงอเมริกาอาจจะหมดท่าจริง แต่สันดานอเมริกา ไม่เคยเปลี่ยนครับ และด้วยสันดานแท้ของอเมริกา แม้ อเมริกาจะหมดท่า แต่ไม่หมดลาย อเมริกาจะไม่มีวันปล่อยมือที่บีบคอเหยื่อง่ายๆ การปล่อยมือเป็นกลลวงทั้งสิ้น สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 19 ม.ค. 2559
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 104 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลายใบตอง ตอนที่ 4

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลายใบตอง”
    ตอน 4
    หลังจากอเมริกาประกาศระงับการช่วยเหลือทางทหาร อียิปต์ตอบโต้ด้วยการพิพากษาจำคุกนักข่าวจากสำนัก อัล จาซีรา ภาคภาษาอังกฤษ 3 คน ข้อหาความผิดทางการเมือง และในเดือนพฤษภาคม ศาลอียิปต์ก็ตัดสินประหารชีวิตอดีตประธานาธิบดีมอร์ซิ ที่อเมริกาให้การสนับสนุนในตอนแรก
    หลังจากนั้น 2 อาทิตย์ เอล ซิซิ ก็จัดให้มีการเลือกตั้ง และตัวเขาได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดี ด้วยคะแนนเสียงท้วมท้นถึง 96.1% ผมไม่ได้ใส่ตัวเลขผิดนะครับ
    ข่าวนี้ ทำให้ท่านที่ปรึกษาเบน ถึงกับเซแซด….
    ย้อนกลับไปถึงสุนทรพจน์ รุ่นแรกๆ ของ พณ. ใบตองแห้งที่มักจะเน้นว่า อเมริกากำลังเริ่มบทบาทใหม่ในตะวันออกกลาง และตะวันออกกลางในช่วงเดือนพฤษภาคม ค.ศ.2011 ก็ดูเหมือนกำลังเริ่มบทบาทใหม่จริงๆ การจราจลเพื่อเปลี่ยนแปลงผู้ปกครองที่อเมริกาบอกว่ากดขี่ประชาชน เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายที่อย่างกับไฟลามทุ่ง ไล่มาตั้งแต่เมืองทริโปลีในลิเบีย มาจนถึงเมืองดามัสคัสของซีเรีย มันทะยอยปะทุขึ้นเรื่อยๆทุกวัน จนสื่อรายงานข่าวแทบไม่ทัน
    ทหารอเมริกาที่ประจำการณ์อยู่แถบนั้น ต่างตื่นเต้น …. เรากำลังจะได้กลับบ้านแล้ว อิรัคทำท่าจะสงบ พวกอัลไดค้าก็กำลังหนีลงรู และไอซิสก็ยังไม่เป็นที่รู้จักมาก ต้องเปิดกูเกิลถึงจะรู้ว่า เขาไม่ได้หมายถึงดอกไม้ แถมมันเกี่ยวโยงไปถึงวอชิงตันโน่น
    พณ. ใบตองแห้งปลาบปลื้ม และเห็นใจพวกที่ออกมาประท้วงเหลือเกิน…. นี่มันเป็นไปตามที่เราพูดเลยเห็นไหม….พณ. ท่าน ฟุ้งต่อ ….. อเมริกากำลังสนับสนุนให้เกิดการปฏิรูปไปทั่วทั้งภูมิภาค และจะสนับสนุนให้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ให้เป็นระบอบประชาธิปไตยให้หมด ….
    ……ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะต้องเปลี่ยนแปลงนโยบายของเรา จากที่เน้นแต่การปกป้องอิสราเอล และการต่อสู้กับผู้ก่อการร้าย มาเป็นการส่งเสริม เสรีภาพในการนับถือศาสนา เสรีภาพในการพูด และสิทธิของสตรีแทน ….การสนับสนุนของเราต่อหลักการเหล่านี้ เป็นเรื่องที่เราให้ความสนใจเป็นลำดับแรก ซึ่งจะต้องมีการแปลงให้เป็นรูปธรรม… ฮู้ย ผมเขียนไปก็ขนลุกไป
    มันเป็นสุนทรพจน์ที่โด่งดัง ยิ่งใหญ่ ของประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ที่แสดงถึงความเป็นประเทศที่รักเสรีภาพอย่างเหลือล้น….
    ไม่นานจากการแสดงสุนทรพจน์อันยิ่งใหญ่ของ พณ. ใบตองแห้ง เทศกาลอาหรับสปริงที่ พณ. ใบตองแห้งชื่นชม ก็เริ่มส่งกลิ่น…เน่า
    ผ่านกลางปี ค.ศ.2013 ไปไม่นานเท่าไหร่ ที่ซีเรีย ก็เกิดสงครามกลางเมือง ที่ผู้คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า มีสาเหตุมาจากการแตกต่างของนิกายทางศาสนา ส่วนที่ลิเบีย หลังจากมีการไล่กัดดาฟีไปแล้ว ลิเบียก็ดูเหมือนจะกลายเป็นเมืองที่ขื่อหายเสาล้มแปหล่น และอัลไคด้า ก็เริ่มไปสร้างรังใหม่อยู่ที่เยเมน ส่วนอียิปต์ การออกมาประท้วงที่ Tahrir square ดูเหมือนจะเป็นเหตุการณ์ประจำวันไปแล้ว
    แล้วในเดือนกันยายน ค.ศ.2013 พณ. ใบตองแห้ง ก็ไปยืนทำหน้าเซียว แถลงต่อที่ประชุมใหญ่ประจำปีของสหประชาชาติว่า … ดูเหมือนการจะให้ประเทศแถบตะวันออกกลางเปลี่ยนการปกครองเป็นประชาธิปไตย เป็นเรื่องลำบากยากยิ่งกว่าที่เราคิด โดยเฉพาะกรณีของอียิปต์ ….
    แต่ พณ. ใบตองแห้งไม่ได้พูดต่อให้โลกรู้ว่า แต่ถึงกระนั้น อเมริกาก็ยังคบกับอียิปต์ต่อไปอย่างไม่ขัดเขิน และส่งเสริมอียิปต์เรื่องอาวุธเหมือนเดิม เพราะอเมริกายังต้องการ “ใช้” อียิปต์ เพื่อดูแลผลประโยชน์ของอเมริกาในภูมิภาคแถบนั้นต่อไป….ถุด
    เดือน กรกฏาคม ค.ศ.2014 ทอม มาลินาวสกี้ Tom Malinowski ที่ปรึกษากระทรวงต่างประเทศของอเมริกา ด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย เดินทางไปบาห์เรน ซึ่งมีเรื่องวุ่นวายไม่สงบมาตั้งแต่ปี ค.ศ.2011 ในที่สุดก็ขยายตัวเป็นการขับไล่พวกราชวงศ์ ที่ปกครองบาห์เรนและเป็นอิสลามสุนหนี่ พวกราชวงศ์ ได้รับการช่วยเหลือจากซาอุดิ อารเบีย ที่เป็นเพื่อนบ้านกัน ส่งกองทัพมาช่วยปราบชาวบาห์เรนชีอะที่ออกมาประท้วงพวกราชวงศ์
    ที่บาห์เรน มีทหารเรืออเมริกันประจำการณ์จำนวน 5,000 คน และมีหน่วยนาวิกโยธินจากกองทัพเรือที่ 5 ของอเมริกาอีกด้วย
    พณ. ใบตองแห้งเต้นเป็นลิง เมื่อมีข่าวออกมาว่า บาห์เรนปราบปรามผู้ออกมาประท้วง ด้วยอาวุธที่อเมริกาจัดส่งให้บาห์เรน พณ. ท่าน สั่งระงับการขายอาวุธให้บาห์เรนทันที… แต่หลังจากนั้นไม่กี่เดือน การซื้อขายอาวุธ ระหว่างอเมริกาก็ดำเนินต่อเหมือนเดิม โดยเฉพาะคอปเตอร์รุ่นพิเศษ Cobra (รุ่นปราบจราจล) ที่บาห์เรนโปรดปรานมาก
    ทอม มาลินาวสกี้วิจารณ์ พณ. ใบตองแห้งอย่างรุนแรงเรื่องการขายอาวุธให้บาห์เรน และบาห์เรนก็ลงบัญชีไว้ และพร้อมที่จะแสดงให้อเมริการู้ว่า บาห์เรนกล้า “เล่นแรง” กับอเมริกา
    เมื่อมาลินาวสกี้เดินทางไปถึงบาห์เรนในเดือนกรกฏาคม เขาแวะไปงานเลี้ยงรับรองที่ศูนย์อำนวยการกลางของนิกายชีอะ เขาอ้างว่า เขาไม่ได้พูดแสดงความเห็นอะไร แค่แวะไปทักทาย แต่แค่นี้มันก็เพียงพอ ที่จะทำให้รัฐมนตรีต่างประเทศบาห์เรน ออกคำสั่งขับไล่มาลินาวสกี้ ให้ออกไปจากบาห์เรนทันที ด้วยข้อหาว่า มาลินาวสกี้ กระทำการอันเป็นการก้าวก่าย ต่อเรื่องภายในประเทศ ของบาห์เรน และวันรุ่งขึ้น มาลินาวสกี้ก็(ต้อง) ขึ้นเครื่องบินออกไปจากบาห์เรน
    เจ้าหน้าที่ของกระทรวงต่างประเทศอเมริกา ทำเรื่องแจ้งไปยัง ซูซาน ไรซ์ อดีตทูตอเมริกัน ประจำสหประชาชาติ ที่มาเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของ พณ. ใบตองแห้ง ขอให้อเมริกาทบทวนความสัมพันธ์กับบาห์เรน และระงับการออกวีซ่า ให้กับชาวบาห์เรน จนกว่าทางบาห์เรนจะส่งคำขอโทษมายังอเมริกา
    แต่คำขอโทษ จากบาห์เรน… ไม่มีมา
    โฆษกกระทรวงต่างประเทศ หนูเจน พาสากิ แถลงข่าวแสดงความไม่พอใจต่อการกระทำของบาห์เรน แต่รับรู้ว่า ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างอเมริกากับบาห์เรน เป็นสิ่งที่อเมริกา….อยากจะรักษาไว้ต่อไป (มี อ อ่าง นะครับ)
    และในเดือนต่อมา เมื่อกษัตริย์บาห์เรน ไม่มาร่วมประชุมระดับผู้นำของพันธมิตรชาวอ่าวที่แคมป์เดวิดของอเมริกา โดยอ้างว่าติดธุระ ดูการแสดงของม้าที่วินด์เซอร์ของอังกฤษ ….พณ. โอบามา ก็สั่งยกเลิกการห้ามขายอาวุธให้กับบาห์เรน….
    นี่มันอเมริกาเดียวกันกับอเมริกาที่มาเสือกทุกเรื่องในบ้านสมันน้อย ชี้นิ้วขู่สมันน้อย ให้ทำโน่นทำนี่ และสมันน้อยก็งกเงิ่น ลนลาน ทำตามที่เขาสั่งหรือเปล่าครับ ผมสงสัยจริงๆ
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    18 ม.ค. 2559
    ลายใบตอง ตอนที่ 4 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลายใบตอง” ตอน 4 หลังจากอเมริกาประกาศระงับการช่วยเหลือทางทหาร อียิปต์ตอบโต้ด้วยการพิพากษาจำคุกนักข่าวจากสำนัก อัล จาซีรา ภาคภาษาอังกฤษ 3 คน ข้อหาความผิดทางการเมือง และในเดือนพฤษภาคม ศาลอียิปต์ก็ตัดสินประหารชีวิตอดีตประธานาธิบดีมอร์ซิ ที่อเมริกาให้การสนับสนุนในตอนแรก หลังจากนั้น 2 อาทิตย์ เอล ซิซิ ก็จัดให้มีการเลือกตั้ง และตัวเขาได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดี ด้วยคะแนนเสียงท้วมท้นถึง 96.1% ผมไม่ได้ใส่ตัวเลขผิดนะครับ ข่าวนี้ ทำให้ท่านที่ปรึกษาเบน ถึงกับเซแซด…. ย้อนกลับไปถึงสุนทรพจน์ รุ่นแรกๆ ของ พณ. ใบตองแห้งที่มักจะเน้นว่า อเมริกากำลังเริ่มบทบาทใหม่ในตะวันออกกลาง และตะวันออกกลางในช่วงเดือนพฤษภาคม ค.ศ.2011 ก็ดูเหมือนกำลังเริ่มบทบาทใหม่จริงๆ การจราจลเพื่อเปลี่ยนแปลงผู้ปกครองที่อเมริกาบอกว่ากดขี่ประชาชน เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายที่อย่างกับไฟลามทุ่ง ไล่มาตั้งแต่เมืองทริโปลีในลิเบีย มาจนถึงเมืองดามัสคัสของซีเรีย มันทะยอยปะทุขึ้นเรื่อยๆทุกวัน จนสื่อรายงานข่าวแทบไม่ทัน ทหารอเมริกาที่ประจำการณ์อยู่แถบนั้น ต่างตื่นเต้น …. เรากำลังจะได้กลับบ้านแล้ว อิรัคทำท่าจะสงบ พวกอัลไดค้าก็กำลังหนีลงรู และไอซิสก็ยังไม่เป็นที่รู้จักมาก ต้องเปิดกูเกิลถึงจะรู้ว่า เขาไม่ได้หมายถึงดอกไม้ แถมมันเกี่ยวโยงไปถึงวอชิงตันโน่น พณ. ใบตองแห้งปลาบปลื้ม และเห็นใจพวกที่ออกมาประท้วงเหลือเกิน…. นี่มันเป็นไปตามที่เราพูดเลยเห็นไหม….พณ. ท่าน ฟุ้งต่อ ….. อเมริกากำลังสนับสนุนให้เกิดการปฏิรูปไปทั่วทั้งภูมิภาค และจะสนับสนุนให้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ให้เป็นระบอบประชาธิปไตยให้หมด …. ……ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะต้องเปลี่ยนแปลงนโยบายของเรา จากที่เน้นแต่การปกป้องอิสราเอล และการต่อสู้กับผู้ก่อการร้าย มาเป็นการส่งเสริม เสรีภาพในการนับถือศาสนา เสรีภาพในการพูด และสิทธิของสตรีแทน ….การสนับสนุนของเราต่อหลักการเหล่านี้ เป็นเรื่องที่เราให้ความสนใจเป็นลำดับแรก ซึ่งจะต้องมีการแปลงให้เป็นรูปธรรม… ฮู้ย ผมเขียนไปก็ขนลุกไป มันเป็นสุนทรพจน์ที่โด่งดัง ยิ่งใหญ่ ของประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ที่แสดงถึงความเป็นประเทศที่รักเสรีภาพอย่างเหลือล้น…. ไม่นานจากการแสดงสุนทรพจน์อันยิ่งใหญ่ของ พณ. ใบตองแห้ง เทศกาลอาหรับสปริงที่ พณ. ใบตองแห้งชื่นชม ก็เริ่มส่งกลิ่น…เน่า ผ่านกลางปี ค.ศ.2013 ไปไม่นานเท่าไหร่ ที่ซีเรีย ก็เกิดสงครามกลางเมือง ที่ผู้คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า มีสาเหตุมาจากการแตกต่างของนิกายทางศาสนา ส่วนที่ลิเบีย หลังจากมีการไล่กัดดาฟีไปแล้ว ลิเบียก็ดูเหมือนจะกลายเป็นเมืองที่ขื่อหายเสาล้มแปหล่น และอัลไคด้า ก็เริ่มไปสร้างรังใหม่อยู่ที่เยเมน ส่วนอียิปต์ การออกมาประท้วงที่ Tahrir square ดูเหมือนจะเป็นเหตุการณ์ประจำวันไปแล้ว แล้วในเดือนกันยายน ค.ศ.2013 พณ. ใบตองแห้ง ก็ไปยืนทำหน้าเซียว แถลงต่อที่ประชุมใหญ่ประจำปีของสหประชาชาติว่า … ดูเหมือนการจะให้ประเทศแถบตะวันออกกลางเปลี่ยนการปกครองเป็นประชาธิปไตย เป็นเรื่องลำบากยากยิ่งกว่าที่เราคิด โดยเฉพาะกรณีของอียิปต์ …. แต่ พณ. ใบตองแห้งไม่ได้พูดต่อให้โลกรู้ว่า แต่ถึงกระนั้น อเมริกาก็ยังคบกับอียิปต์ต่อไปอย่างไม่ขัดเขิน และส่งเสริมอียิปต์เรื่องอาวุธเหมือนเดิม เพราะอเมริกายังต้องการ “ใช้” อียิปต์ เพื่อดูแลผลประโยชน์ของอเมริกาในภูมิภาคแถบนั้นต่อไป….ถุด เดือน กรกฏาคม ค.ศ.2014 ทอม มาลินาวสกี้ Tom Malinowski ที่ปรึกษากระทรวงต่างประเทศของอเมริกา ด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย เดินทางไปบาห์เรน ซึ่งมีเรื่องวุ่นวายไม่สงบมาตั้งแต่ปี ค.ศ.2011 ในที่สุดก็ขยายตัวเป็นการขับไล่พวกราชวงศ์ ที่ปกครองบาห์เรนและเป็นอิสลามสุนหนี่ พวกราชวงศ์ ได้รับการช่วยเหลือจากซาอุดิ อารเบีย ที่เป็นเพื่อนบ้านกัน ส่งกองทัพมาช่วยปราบชาวบาห์เรนชีอะที่ออกมาประท้วงพวกราชวงศ์ ที่บาห์เรน มีทหารเรืออเมริกันประจำการณ์จำนวน 5,000 คน และมีหน่วยนาวิกโยธินจากกองทัพเรือที่ 5 ของอเมริกาอีกด้วย พณ. ใบตองแห้งเต้นเป็นลิง เมื่อมีข่าวออกมาว่า บาห์เรนปราบปรามผู้ออกมาประท้วง ด้วยอาวุธที่อเมริกาจัดส่งให้บาห์เรน พณ. ท่าน สั่งระงับการขายอาวุธให้บาห์เรนทันที… แต่หลังจากนั้นไม่กี่เดือน การซื้อขายอาวุธ ระหว่างอเมริกาก็ดำเนินต่อเหมือนเดิม โดยเฉพาะคอปเตอร์รุ่นพิเศษ Cobra (รุ่นปราบจราจล) ที่บาห์เรนโปรดปรานมาก ทอม มาลินาวสกี้วิจารณ์ พณ. ใบตองแห้งอย่างรุนแรงเรื่องการขายอาวุธให้บาห์เรน และบาห์เรนก็ลงบัญชีไว้ และพร้อมที่จะแสดงให้อเมริการู้ว่า บาห์เรนกล้า “เล่นแรง” กับอเมริกา เมื่อมาลินาวสกี้เดินทางไปถึงบาห์เรนในเดือนกรกฏาคม เขาแวะไปงานเลี้ยงรับรองที่ศูนย์อำนวยการกลางของนิกายชีอะ เขาอ้างว่า เขาไม่ได้พูดแสดงความเห็นอะไร แค่แวะไปทักทาย แต่แค่นี้มันก็เพียงพอ ที่จะทำให้รัฐมนตรีต่างประเทศบาห์เรน ออกคำสั่งขับไล่มาลินาวสกี้ ให้ออกไปจากบาห์เรนทันที ด้วยข้อหาว่า มาลินาวสกี้ กระทำการอันเป็นการก้าวก่าย ต่อเรื่องภายในประเทศ ของบาห์เรน และวันรุ่งขึ้น มาลินาวสกี้ก็(ต้อง) ขึ้นเครื่องบินออกไปจากบาห์เรน เจ้าหน้าที่ของกระทรวงต่างประเทศอเมริกา ทำเรื่องแจ้งไปยัง ซูซาน ไรซ์ อดีตทูตอเมริกัน ประจำสหประชาชาติ ที่มาเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของ พณ. ใบตองแห้ง ขอให้อเมริกาทบทวนความสัมพันธ์กับบาห์เรน และระงับการออกวีซ่า ให้กับชาวบาห์เรน จนกว่าทางบาห์เรนจะส่งคำขอโทษมายังอเมริกา แต่คำขอโทษ จากบาห์เรน… ไม่มีมา โฆษกกระทรวงต่างประเทศ หนูเจน พาสากิ แถลงข่าวแสดงความไม่พอใจต่อการกระทำของบาห์เรน แต่รับรู้ว่า ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างอเมริกากับบาห์เรน เป็นสิ่งที่อเมริกา….อยากจะรักษาไว้ต่อไป (มี อ อ่าง นะครับ) และในเดือนต่อมา เมื่อกษัตริย์บาห์เรน ไม่มาร่วมประชุมระดับผู้นำของพันธมิตรชาวอ่าวที่แคมป์เดวิดของอเมริกา โดยอ้างว่าติดธุระ ดูการแสดงของม้าที่วินด์เซอร์ของอังกฤษ ….พณ. โอบามา ก็สั่งยกเลิกการห้ามขายอาวุธให้กับบาห์เรน…. นี่มันอเมริกาเดียวกันกับอเมริกาที่มาเสือกทุกเรื่องในบ้านสมันน้อย ชี้นิ้วขู่สมันน้อย ให้ทำโน่นทำนี่ และสมันน้อยก็งกเงิ่น ลนลาน ทำตามที่เขาสั่งหรือเปล่าครับ ผมสงสัยจริงๆ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 18 ม.ค. 2559
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 105 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลายใบตอง ตอนที่ 3

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลายใบตอง”
    ตอน 3
    ในวันที่มูบารัค กลายเป็นอดีต คณะทำงานของ พณ. ใบตองแห้ง จัดงานฉลองกันที่ห้องทำงานพวกเขา ไมเคิล แมคฟอล Michael McFaul ที่ปรึกษารุ่นใหญ่ ของพณ. ใบตองแห้ง ทางกิจกรรมรัสเซีย บังเอิญอยู่ตรงนั้นด้วย เขาเล่าภายหลังว่า…. แน่นอน พวกเราฉลองนาทีประวัติศาสตร์กัน ด้วยการดื่มเบียร์ ดื่มว้อดก้า เรามีความสุขกันมาก ไม่ต้องสงสัย แต่ลึกๆ แล้วนะ ผมว่า มันมีอะไรทะแม่งแยะ และมันอาจไม่ใช่เป็นเรื่องที่เราน่าจะฉลองเอาเลยด้วยซ้ำ พอคิดอย่างนั้น ตอนนั้นผมเครียดแทบอ้วก…
    แมคฟอล ก็สมควรจะเครียดแทบอ้วกหรอก เพราะหลังจากนั้นไม่นาน ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอียิปต์ สังคมและธุรกิจของอียิปต์ก็ล่มสลาย อียิปต์ กลายเป็นนรกแตกอยู่นานกว่าปี
    เดือนมิถุนายน ค.ศ.2012 อียิปต์ จัดให้มีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ตามคำแนะนำของอเมริกา และอียิปต์ ก็ได้ มอร์ซิ หัวหน้ากลุ่ม Muslim Brotherhood มาเป็นประธานาธิบดี
    พณ. ใบตองแห้ง ให้การรับรองมอร์ซิ เพราะมาจากการเลือกตั้ง (ตามที่อเมริกาแนะนำ) และมอร์ซิ ก็เริ่มการบริหารประเทศแบบรวบอำนาจตั้งแต่เดือนแรก เขาทำตัวเป็นทั้งผู้บริหาร และศาลเสียเองเอง ชาวอียิปต์ที่ตอนแรกตบมือให้กับ พณ. ใบตองแห้ง ที่ไล่มูบารัคออกไป เริ่มส่งเสียงโวยใส่ พณ.ใบตองแห้งที่สนับสนุน มอร์ซิ ….มันดีกว่ากันตรงไหนวะ …. ก็เขามาจากการเลือกตั้งไง….. คุณนายคลินตัน ได้รับรู้ความรู้สึกของชาวอียิปต์ด้วยตนเอง จากลูกมะเขือเทศ ที่ชาวอียิปต์ระดมปาใส่ขบวนรถคุณนาย อย่างไม่ยั้งมือ เมื่อคุณนายแวะไปไคโร ในเดือนกรกฏาคม ค.ศ.2012
    กลางปี ค.ศ.2013 ชาวอียิปต์ กลับมาชุมนุมกันใหม่ คราวนี้เพื่อขับไล่มอร์ซิ ชุมนุมไปไม่นาน ก็มีการเปิดตัวนายพล เอล ซิซิ ซึ่งออกมาประกาศว่า เขาพร้อมที่จะเป็นรัฐบาลรักษาการ เขาออกโทรทัศน์ในชุดทหาร ติดเหรียญตราเต็มหน้าอก เรียกว่ามาในชุดใหญ่เต็มยศ บอกว่า เขาจะสร้างขบวนการปรองดองแห่งชาติ
    คณะทำงานของ พณ. ใบตองแห้งมึนงง ปวดตับ อีกรอบ… เอาไงดีพวก เราต้องแสดงท่าทีนะ เราจะแสดงท่าไหนดีวะ พณ. ท่านให้พวกเรารีบประเมินสถานการณ์
    …… ถ้ารับรอง ซิซิ ก็แปลว่า อเมริกาสนับสนุนการปฏิวัติของทหาร……แต่ถ้าไม่รับรอง และบอกว่า นี่เป็นการ “ปฏิวัติ” เราก็ต้องตัดงบช่วยเหลือทางทหารที่ให้อียิปต์ตามกฏ แต่เรายังต้องพึ่งเขาอยู่ใช่ไหม … โอ้ย… กูมึน…
    จอห์น แมคเคน John Mccain วุฒิสมาชิกเสียงดัง จากพรรครีพับลิกัน ที่ใครๆ แม้แต่ พณ. ใบตองแห้ง ก็ต้องฟังเขา เขียนบทความในวอชิงตันโพสต์ ว่า….. เราก็เล่นบท….. ว่าเราสนับสนุนการเป็นประชาธิปไตยไปก่อนในตอนแรก(ซิวะ) หลังจากนั้น ความมั่นคงและผลประโยชน์ของประเทศเราก็ต้องมาก่อน (เข้าใจไหม !)
    แต่ พณ. ใบตองแห้ง ยังปรับบทตัวเองไม่ทัน คิดสุนทรพจน์ใหม่ยังไม่ออก ขอตีกรรเชียงไปก่อน
    คณะทำงานของ พณ. ใบตองแห้ง เลยต้องมาประชุมกันต่อ … พณ. ท่าน รับไม่ได้นะ กับคำว่า “ปฏิวัติ” มันขัดกับหลักการ และสุนทรพจน์ที่ท่านพูดมาตลอด …. เรามีทางเลี่ยงเป็นอย่างอื่นใหม….
    คณะทำงานใช้เวลาอยู่หลายอาทิตย์ ในที่สุด วันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ.2013 หนูเจน พาสากิ โฆษกกระทรวงต่างประเทศ ก็ออกมาประกาศ ว่า ….เราตัดสินใจแล้วว่า เรายังไม่จำเป็นต้องมีการตัดสินใจ..เรื่องอียิปต์
    แม่เจ้าโว้ย นี่ไม่ใช่การยียวน กวนซ่นกันนะครับ แต่เป็นการแถลงข่าว ที่แสดงความเป็นอเมริกาที่สุด เป็นการแถลงข่าว ประสาไม้ตีพริก จริงๆ
    หลังจากนั้นไม่นาน ที่อียิปต์ ก็เกิดเหตุการณ์ 14 สิงหา
    เอล ซิซิ สั่งปราบผู้ชุมนุมที่ยังสนับสนุน มอร์ซิ ด้วยการยิงด้วยกระสุนจริง มีคนตายไปประมาณ พันคน ขณะเกิดเหตุ พณ. ใบตองแห้ง กำลังพักผ่อนสบายอารมณ์ อยู่ที่ไร่องุ่นของคุณป้ามาธาร์ นักขายทุกอย่างรวมทั้งชื่อเสียง
    พณ. ใบตองแห้ง ต้องตัดสินใจแล้ว ไม่งั้น สุนทรพจน์ที่พล่ามมาตลอดการดำรงตำแหน่ง มันจะไม่ศักดิ์สิทธิ์
    พณ. ใบตองแห้ง ใช้เวลาเกือบ 2 เดือน กว่าจะตัดสินใจว่า จำเป็นต้องตัดสินใจแล้ว
    วันที่ 9 ตุลาคม ค.ศ.2013 พณ. ใบตองแห้งออกมาแถลงว่า….อเมริกาตัดสินใจระงับการให้งบช่วยเหลือทางทหารแก่ อียิปต์ จนกว่า อียิปต์จะมีการเลือกตั้ง และมีรัฐบาลที่มาจากประชาชน…..
    สื่อเขี้ยวสายการเมืองบอกว่า นี่เป็นการส่งเสียงใส่ใบตองไหว อย่างเบามากนะ มันเป็นการส่งเสียงเชิงสัญลักษณ์นี่หว่า แบบนี้ โรเนียวแจกเอาก็ได้ ไม่ต้องเสียเวลาเชิญมานั่งฟัง
    แต่ที่ไคโร ไม่เป็นอย่างนั้น ชาวอียิปต์บอกว่า เรายกประเทศให้อเมริกาใช้อย่างกับเป็นส้วมมากี่สิบปีแล้ว พอถึงยามยาก มาหันหลังให้กันอย่างนี้หรือ….
    เอล ซิซิ ยังออกมาสำทับกับอเมริกาว่า… คุณหันหลังให้กับชาวอียิปต์ และเขาจะไม่มีวันลืม….
    เรื่องอียิปต์ ทำให้ความเห็นของอเมริกา แบ่งเป็น 2 ค่ายอีกรอบ คราวนี้ เป็นรุ่นใหญ่เบิ้ม คุณนายคลินตันออกไปฟิตตัวเตรียมเลือกตั้งอีกรอบ เลยได้ จอห์นเงี้ยว ของ อ.ทนงมาแทน จอห์นเงี้ยวเป็นเกลอกับ ชัค เฮเกล รม กลาโหม ที่ซี้ปึกกับทหารอียิปต์หลายคน จอห์นกับชัค คิดแบบอเมริกัน ว่า ทุกอย่างซื้อได้ทั้งนั้น ซื้อให้ถูกคน ถูกราคาก็แล้วกัน ซิซิ ก็คงไม่ต่างจากคนอื่นหรอกน่า
    เราเปลี่ยน ซิซิ ได้นะ…..จอห์นเงี้ยวบอกกับทุกคน
    ส่วนเจ้าชัค เฮเกล ยิ่งเง้าหนัก ส่งประวัติของจอร์จ วอชิงตัน ไปให้ซิซิอ่าน ….
    ให้ตายเถอะโรบิน ผมนึกไม่ออกจริงๆ ว่า ไอ้พวกบ้านี่มันเป็นมหาอำนาจได้อย่างไร แสดงว่า เราๆ ต้องยิ่งโง่กว่ามันมากหรือไงนะ
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    17 ม.ค. 2559
    ลายใบตอง ตอนที่ 3 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลายใบตอง” ตอน 3 ในวันที่มูบารัค กลายเป็นอดีต คณะทำงานของ พณ. ใบตองแห้ง จัดงานฉลองกันที่ห้องทำงานพวกเขา ไมเคิล แมคฟอล Michael McFaul ที่ปรึกษารุ่นใหญ่ ของพณ. ใบตองแห้ง ทางกิจกรรมรัสเซีย บังเอิญอยู่ตรงนั้นด้วย เขาเล่าภายหลังว่า…. แน่นอน พวกเราฉลองนาทีประวัติศาสตร์กัน ด้วยการดื่มเบียร์ ดื่มว้อดก้า เรามีความสุขกันมาก ไม่ต้องสงสัย แต่ลึกๆ แล้วนะ ผมว่า มันมีอะไรทะแม่งแยะ และมันอาจไม่ใช่เป็นเรื่องที่เราน่าจะฉลองเอาเลยด้วยซ้ำ พอคิดอย่างนั้น ตอนนั้นผมเครียดแทบอ้วก… แมคฟอล ก็สมควรจะเครียดแทบอ้วกหรอก เพราะหลังจากนั้นไม่นาน ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอียิปต์ สังคมและธุรกิจของอียิปต์ก็ล่มสลาย อียิปต์ กลายเป็นนรกแตกอยู่นานกว่าปี เดือนมิถุนายน ค.ศ.2012 อียิปต์ จัดให้มีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ตามคำแนะนำของอเมริกา และอียิปต์ ก็ได้ มอร์ซิ หัวหน้ากลุ่ม Muslim Brotherhood มาเป็นประธานาธิบดี พณ. ใบตองแห้ง ให้การรับรองมอร์ซิ เพราะมาจากการเลือกตั้ง (ตามที่อเมริกาแนะนำ) และมอร์ซิ ก็เริ่มการบริหารประเทศแบบรวบอำนาจตั้งแต่เดือนแรก เขาทำตัวเป็นทั้งผู้บริหาร และศาลเสียเองเอง ชาวอียิปต์ที่ตอนแรกตบมือให้กับ พณ. ใบตองแห้ง ที่ไล่มูบารัคออกไป เริ่มส่งเสียงโวยใส่ พณ.ใบตองแห้งที่สนับสนุน มอร์ซิ ….มันดีกว่ากันตรงไหนวะ …. ก็เขามาจากการเลือกตั้งไง….. คุณนายคลินตัน ได้รับรู้ความรู้สึกของชาวอียิปต์ด้วยตนเอง จากลูกมะเขือเทศ ที่ชาวอียิปต์ระดมปาใส่ขบวนรถคุณนาย อย่างไม่ยั้งมือ เมื่อคุณนายแวะไปไคโร ในเดือนกรกฏาคม ค.ศ.2012 กลางปี ค.ศ.2013 ชาวอียิปต์ กลับมาชุมนุมกันใหม่ คราวนี้เพื่อขับไล่มอร์ซิ ชุมนุมไปไม่นาน ก็มีการเปิดตัวนายพล เอล ซิซิ ซึ่งออกมาประกาศว่า เขาพร้อมที่จะเป็นรัฐบาลรักษาการ เขาออกโทรทัศน์ในชุดทหาร ติดเหรียญตราเต็มหน้าอก เรียกว่ามาในชุดใหญ่เต็มยศ บอกว่า เขาจะสร้างขบวนการปรองดองแห่งชาติ คณะทำงานของ พณ. ใบตองแห้งมึนงง ปวดตับ อีกรอบ… เอาไงดีพวก เราต้องแสดงท่าทีนะ เราจะแสดงท่าไหนดีวะ พณ. ท่านให้พวกเรารีบประเมินสถานการณ์ …… ถ้ารับรอง ซิซิ ก็แปลว่า อเมริกาสนับสนุนการปฏิวัติของทหาร……แต่ถ้าไม่รับรอง และบอกว่า นี่เป็นการ “ปฏิวัติ” เราก็ต้องตัดงบช่วยเหลือทางทหารที่ให้อียิปต์ตามกฏ แต่เรายังต้องพึ่งเขาอยู่ใช่ไหม … โอ้ย… กูมึน… จอห์น แมคเคน John Mccain วุฒิสมาชิกเสียงดัง จากพรรครีพับลิกัน ที่ใครๆ แม้แต่ พณ. ใบตองแห้ง ก็ต้องฟังเขา เขียนบทความในวอชิงตันโพสต์ ว่า….. เราก็เล่นบท….. ว่าเราสนับสนุนการเป็นประชาธิปไตยไปก่อนในตอนแรก(ซิวะ) หลังจากนั้น ความมั่นคงและผลประโยชน์ของประเทศเราก็ต้องมาก่อน (เข้าใจไหม !) แต่ พณ. ใบตองแห้ง ยังปรับบทตัวเองไม่ทัน คิดสุนทรพจน์ใหม่ยังไม่ออก ขอตีกรรเชียงไปก่อน คณะทำงานของ พณ. ใบตองแห้ง เลยต้องมาประชุมกันต่อ … พณ. ท่าน รับไม่ได้นะ กับคำว่า “ปฏิวัติ” มันขัดกับหลักการ และสุนทรพจน์ที่ท่านพูดมาตลอด …. เรามีทางเลี่ยงเป็นอย่างอื่นใหม…. คณะทำงานใช้เวลาอยู่หลายอาทิตย์ ในที่สุด วันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ.2013 หนูเจน พาสากิ โฆษกกระทรวงต่างประเทศ ก็ออกมาประกาศ ว่า ….เราตัดสินใจแล้วว่า เรายังไม่จำเป็นต้องมีการตัดสินใจ..เรื่องอียิปต์ แม่เจ้าโว้ย นี่ไม่ใช่การยียวน กวนซ่นกันนะครับ แต่เป็นการแถลงข่าว ที่แสดงความเป็นอเมริกาที่สุด เป็นการแถลงข่าว ประสาไม้ตีพริก จริงๆ หลังจากนั้นไม่นาน ที่อียิปต์ ก็เกิดเหตุการณ์ 14 สิงหา เอล ซิซิ สั่งปราบผู้ชุมนุมที่ยังสนับสนุน มอร์ซิ ด้วยการยิงด้วยกระสุนจริง มีคนตายไปประมาณ พันคน ขณะเกิดเหตุ พณ. ใบตองแห้ง กำลังพักผ่อนสบายอารมณ์ อยู่ที่ไร่องุ่นของคุณป้ามาธาร์ นักขายทุกอย่างรวมทั้งชื่อเสียง พณ. ใบตองแห้ง ต้องตัดสินใจแล้ว ไม่งั้น สุนทรพจน์ที่พล่ามมาตลอดการดำรงตำแหน่ง มันจะไม่ศักดิ์สิทธิ์ พณ. ใบตองแห้ง ใช้เวลาเกือบ 2 เดือน กว่าจะตัดสินใจว่า จำเป็นต้องตัดสินใจแล้ว วันที่ 9 ตุลาคม ค.ศ.2013 พณ. ใบตองแห้งออกมาแถลงว่า….อเมริกาตัดสินใจระงับการให้งบช่วยเหลือทางทหารแก่ อียิปต์ จนกว่า อียิปต์จะมีการเลือกตั้ง และมีรัฐบาลที่มาจากประชาชน….. สื่อเขี้ยวสายการเมืองบอกว่า นี่เป็นการส่งเสียงใส่ใบตองไหว อย่างเบามากนะ มันเป็นการส่งเสียงเชิงสัญลักษณ์นี่หว่า แบบนี้ โรเนียวแจกเอาก็ได้ ไม่ต้องเสียเวลาเชิญมานั่งฟัง แต่ที่ไคโร ไม่เป็นอย่างนั้น ชาวอียิปต์บอกว่า เรายกประเทศให้อเมริกาใช้อย่างกับเป็นส้วมมากี่สิบปีแล้ว พอถึงยามยาก มาหันหลังให้กันอย่างนี้หรือ…. เอล ซิซิ ยังออกมาสำทับกับอเมริกาว่า… คุณหันหลังให้กับชาวอียิปต์ และเขาจะไม่มีวันลืม…. เรื่องอียิปต์ ทำให้ความเห็นของอเมริกา แบ่งเป็น 2 ค่ายอีกรอบ คราวนี้ เป็นรุ่นใหญ่เบิ้ม คุณนายคลินตันออกไปฟิตตัวเตรียมเลือกตั้งอีกรอบ เลยได้ จอห์นเงี้ยว ของ อ.ทนงมาแทน จอห์นเงี้ยวเป็นเกลอกับ ชัค เฮเกล รม กลาโหม ที่ซี้ปึกกับทหารอียิปต์หลายคน จอห์นกับชัค คิดแบบอเมริกัน ว่า ทุกอย่างซื้อได้ทั้งนั้น ซื้อให้ถูกคน ถูกราคาก็แล้วกัน ซิซิ ก็คงไม่ต่างจากคนอื่นหรอกน่า เราเปลี่ยน ซิซิ ได้นะ…..จอห์นเงี้ยวบอกกับทุกคน ส่วนเจ้าชัค เฮเกล ยิ่งเง้าหนัก ส่งประวัติของจอร์จ วอชิงตัน ไปให้ซิซิอ่าน …. ให้ตายเถอะโรบิน ผมนึกไม่ออกจริงๆ ว่า ไอ้พวกบ้านี่มันเป็นมหาอำนาจได้อย่างไร แสดงว่า เราๆ ต้องยิ่งโง่กว่ามันมากหรือไงนะ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 17 ม.ค. 2559
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 78 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลายใบตอง ตอนที่ 2

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลายใบตอง”
    ตอน 2
    เบน โรดส์ ที่เริ่มทำงานเป็นมือร่างสุนทรพจน์ให้ โอบามา พณ. ใบตองแห้ง ตั้งแต่สมัยแรก คงจะร่างได้ถูกใจมาก เลยได้เลื่อนชั้น ขึ้นเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงประจำคณะทำงานของ พณ.ใบตองแห้ง เบนเพิ่งสารภาพถึงความรู้สึกของเขา เกี่ยวกับการที่อเมริกาตัดสินใจหยุดบีบไข่อียิปต์ ไม่นานมานี้เอง ว่า
    …. แล้วเราก็เลยเหมือนยืนอยู่ตรงจุดที่หมาตัวไหนเดินผ่าน ก็ยกขาเยี่ยวรดใส่….
    โฮ้ย… ผมชอบใจไอ้เจ้าเบน มาก มึงช่างพูดให้เห็นภาพของอเมริกาผู้ยิ่งใหญ่จริงๆ
    ….ไม่ใช่แค่เรื่องอียิปต์นะ มันเป็นเรื่องปวดหัวสำหรับพวกเราอย่างมาก เจ้าเบนบ่นต่อ…. การจะคุยกับมหามิตรของอเมริกาในตะวันออกกลางตอนนี้น่ะ เป็นเรื่องน่าหนักใจมาก ไล่ไปตั้งริยาร์ด จนถึง ไคโร มันมีการเปลี่ยนไปแยะ เกี่ยวกับตัวผู้นำประเทศ ก็จากเทศกาลอาหรับสปริงนั่นแหล่ะ อเมริกาจะเอาอะไรกันแน่ ระหว่างประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน กับเรื่องความมั่นคง และผลประโยชน์ ของอเมริกา อเมริกาต้องถ่วงน้ำหนักให้ดี ตัดสินใจให้ชัดจะเอาอะไรนำหน้า….
    ไม่ใช่แต่เจ้าเบนที่งง คณะทำงานอีกหลายคน และหน่วยงานอื่นที่ต้องประสานงานใกล้ชิดกับ พณ. ท่านอีกประมาณ 2 โหลกว่า ยังนินทา ว่า พณ. ท่าน น่าจะยังหาเครื่องถ่วงน้ำหนักไม่เจอ พณ. ท่าน เลยออกไปทางพูดเพ้อเจ้อ ใช้ถ้อยคำที่ฟังแล้ว น่าทึ่ง แต่ไม่เป็นสัปปะรดเลยในด้านนโยบาย
    …. แล้วพวกเราคนทำงาน ก็เลยมึนสิ ….ตกลง เรากำลังสนับสนุนพวกเผด็จการในตะวันออกกลาง เพื่อให้ผลประโยชน์ของเราปลอดภัยใช่ไหม….
    ….. เราเข้าใจว่า ตอนเขา (โอบามา) อาสาเข้ามาเป็นประธานาธิบดีรอบแรก เขาพยายามจะแสดงให้โลกเห็นว่า อเมริกาจะไม่ใช้นโยบายแบบคาวบอยบุชอีกแล้ว ไอ้ที่จะยกกองทัพไปปราบพวกเผด็จการไม่มีอีกแล้วนะ เพราะมันไม่ได้ผล มันล้มเหลว เขาบอกว่าจะเปลี่ยนเป็นใช้นโยบาย “สร้าง” โดย “สร้าง” ศักดิ์ศรี ของการเป็นประชาธิปไตย และสิทธิของมนุษยชน…
    ย้อนไป เมื่อปี ค.ศ.2009 พณ. ใบตองแห้งไปเยี่ยมอียิปต์ และไปแสดงปาฐกถาให้กับ Muslim world ที่มหาวิทยาลัยไคโรว่า….. เสรีภาพ ความยุติธรรม รัฐบาลที่สุจริต ไม่ใช่เป็นเพียงความคิดที่เลื่อนลอยของอเมริกา แต่มันเป็นสิทธิ ที่มนุษยชาติทั้งหลายสมควรได้รับ และนั่นเป็นเหตุผลที่เราพยายามสนับสนุนให้ทุกแห่งในโลกมีเช่นนั้น…. (ถ้าผู้อ่านท่านใดจะพักไปกินยาแก้คลื่นไส้ เชิญเลยนะครับ)
    และในช่วงเทอมแรกของ พณ. ใบตองแห้ง คณะทำงานของ พณ. ท่านจึงวุ่นอยู่กับการที่จะกำหนดนโยบายต่างประเทศของอเมริกา ตามแนวทางปาฐกถาอันน่าประทับใจนั้น
    ในที่สุด คณะทำงานก็ออกเอกสารมาชิ้นหนึ่ง เรียกว่า Presidential Study Directive 11 ผมไม่รู้จะแปลว่าอะไรดี มันเหมือนเป็นคำสั่งในการปฏิบัติงาน ตามแนวความคิด ของ พณ. ใบตองแห้ง เอกสารยาวแค่ 18 หน้า แจกให้ทุกหน่วยงานอ่านในเดือนสิงหาคม เมื่อปี ค.ศ.2010 ซึ่งเป็นช่วงเวลา ที่เทศกาลอาหรับสปริงกำลังเริ่ม
    ตอนหนึ่งของเอกสารระบุว่า ….ตะวันออกกลาง กำลังเข้าสู่ช่วงวิกฤติ การเปลี่ยนแปลงใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น ….น่าดีใจอย่างยิ่ง…. ที่ประชาชนในภูมิภาคเริ่มมีความไม่พอใจ กับการปกครองที่ใช้อำนาจแบบเผด็จการ….
    ขณะที่หน่วยงานในอเมริกา กำลังพยายามทำความเข้าใจกับความคิดของท่านใบตองแห้ง เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.2011 รัฐบาลตูนีเซียก็ถูกโค่นล้ม หลังจากนั้นไม่นาน ที่ไคโร ก็มีผู้คนจำนวนมาก ออกมาชุมนุมขับไล่ประธานาธิบดีมูบารัค
    พณ. ใบตองแห้ง แสดงความเห็นใจและสนับสนุน ที่จะให้คนรุ่นใหม่ ที่ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องสื่อสาร ขึ้นมาปกครอง มากกว่าให้เผด็จการรุ่นเก่า อายุ 82 ที่ปกครองประเทศเหมือนรัฐตำรวจ แต่มูบารัค ก็เป็นพันธมิตรเก่าแก่ของอเมริกา ที่ต่อต้านกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงมาตลอด รวมทั้งยอมรับนโยบายสันติภาพกับอิสราเอลตามที่อเมริกาต้องการ และที่สำคัญ มูบารัค เปิดคลองสุเอซให้เพนตากอนใช้งานเหมือนคลองหลังบ้าน….จะหาใครที่ยอมเดินตาม ตูดอเมริกาอย่างนี้ และนานกว่า 30 ปีอย่างเขาง่ายไหม
    บรรดาที่ปรึกษารุ่นใหญ่ ต่างแนะนำให้ พณ. ใบตองแห้ง รับความความจริงว่า อเมริกาควรสนับสนุนมูบารัคต่อไป เพราะผลกระทบจากการเลือกผิดกลุ่ม ผิดคนมันอาจจะมากเกินกว่าจะนึกถึง พวกเขาเปรียบเทียบไปถึงสมัยที่ท่านถั่ว ประธานาธิบดี จิมมี คาร์เตอร์ ถีบทิ้งพระเจ้าชาห์ ในปี ค.ศ.1979 และมาให้การสนับสนุนอยาโตเลาะห์โคไมนี ว่าเป็นอย่างไร จำได้ไหม อเมริการับอย่างนั้นอีกได้ไหม…. บรรดาที่ปรึกษารุ่นใหญ่ถาม
    แต่ พณ. ใบตองแห้ง ถูกใจคำแนะนำของค่ายเจ้าเบน ที่ในตอนนั้น แนะนำว่า ใหม่กว่า ใสกว่าครับท่าน แล้วคืนวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2011 มูบารัค ก็กลายเป็นอดีต
    ไม่ใช่ มูบารัคเท่านั้นที่เป็นอดีต “อำนาจ และอิทธิพล” ของอเมริกาในอียิปต์ ก็มีทีท่าว่า จะกลายเป็นอดีตด้วยเช่นกัน ….
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    16 ม.ค. 2559
    ลายใบตอง ตอนที่ 2 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลายใบตอง” ตอน 2 เบน โรดส์ ที่เริ่มทำงานเป็นมือร่างสุนทรพจน์ให้ โอบามา พณ. ใบตองแห้ง ตั้งแต่สมัยแรก คงจะร่างได้ถูกใจมาก เลยได้เลื่อนชั้น ขึ้นเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงประจำคณะทำงานของ พณ.ใบตองแห้ง เบนเพิ่งสารภาพถึงความรู้สึกของเขา เกี่ยวกับการที่อเมริกาตัดสินใจหยุดบีบไข่อียิปต์ ไม่นานมานี้เอง ว่า …. แล้วเราก็เลยเหมือนยืนอยู่ตรงจุดที่หมาตัวไหนเดินผ่าน ก็ยกขาเยี่ยวรดใส่…. โฮ้ย… ผมชอบใจไอ้เจ้าเบน มาก มึงช่างพูดให้เห็นภาพของอเมริกาผู้ยิ่งใหญ่จริงๆ ….ไม่ใช่แค่เรื่องอียิปต์นะ มันเป็นเรื่องปวดหัวสำหรับพวกเราอย่างมาก เจ้าเบนบ่นต่อ…. การจะคุยกับมหามิตรของอเมริกาในตะวันออกกลางตอนนี้น่ะ เป็นเรื่องน่าหนักใจมาก ไล่ไปตั้งริยาร์ด จนถึง ไคโร มันมีการเปลี่ยนไปแยะ เกี่ยวกับตัวผู้นำประเทศ ก็จากเทศกาลอาหรับสปริงนั่นแหล่ะ อเมริกาจะเอาอะไรกันแน่ ระหว่างประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน กับเรื่องความมั่นคง และผลประโยชน์ ของอเมริกา อเมริกาต้องถ่วงน้ำหนักให้ดี ตัดสินใจให้ชัดจะเอาอะไรนำหน้า…. ไม่ใช่แต่เจ้าเบนที่งง คณะทำงานอีกหลายคน และหน่วยงานอื่นที่ต้องประสานงานใกล้ชิดกับ พณ. ท่านอีกประมาณ 2 โหลกว่า ยังนินทา ว่า พณ. ท่าน น่าจะยังหาเครื่องถ่วงน้ำหนักไม่เจอ พณ. ท่าน เลยออกไปทางพูดเพ้อเจ้อ ใช้ถ้อยคำที่ฟังแล้ว น่าทึ่ง แต่ไม่เป็นสัปปะรดเลยในด้านนโยบาย …. แล้วพวกเราคนทำงาน ก็เลยมึนสิ ….ตกลง เรากำลังสนับสนุนพวกเผด็จการในตะวันออกกลาง เพื่อให้ผลประโยชน์ของเราปลอดภัยใช่ไหม…. ….. เราเข้าใจว่า ตอนเขา (โอบามา) อาสาเข้ามาเป็นประธานาธิบดีรอบแรก เขาพยายามจะแสดงให้โลกเห็นว่า อเมริกาจะไม่ใช้นโยบายแบบคาวบอยบุชอีกแล้ว ไอ้ที่จะยกกองทัพไปปราบพวกเผด็จการไม่มีอีกแล้วนะ เพราะมันไม่ได้ผล มันล้มเหลว เขาบอกว่าจะเปลี่ยนเป็นใช้นโยบาย “สร้าง” โดย “สร้าง” ศักดิ์ศรี ของการเป็นประชาธิปไตย และสิทธิของมนุษยชน… ย้อนไป เมื่อปี ค.ศ.2009 พณ. ใบตองแห้งไปเยี่ยมอียิปต์ และไปแสดงปาฐกถาให้กับ Muslim world ที่มหาวิทยาลัยไคโรว่า….. เสรีภาพ ความยุติธรรม รัฐบาลที่สุจริต ไม่ใช่เป็นเพียงความคิดที่เลื่อนลอยของอเมริกา แต่มันเป็นสิทธิ ที่มนุษยชาติทั้งหลายสมควรได้รับ และนั่นเป็นเหตุผลที่เราพยายามสนับสนุนให้ทุกแห่งในโลกมีเช่นนั้น…. (ถ้าผู้อ่านท่านใดจะพักไปกินยาแก้คลื่นไส้ เชิญเลยนะครับ) และในช่วงเทอมแรกของ พณ. ใบตองแห้ง คณะทำงานของ พณ. ท่านจึงวุ่นอยู่กับการที่จะกำหนดนโยบายต่างประเทศของอเมริกา ตามแนวทางปาฐกถาอันน่าประทับใจนั้น ในที่สุด คณะทำงานก็ออกเอกสารมาชิ้นหนึ่ง เรียกว่า Presidential Study Directive 11 ผมไม่รู้จะแปลว่าอะไรดี มันเหมือนเป็นคำสั่งในการปฏิบัติงาน ตามแนวความคิด ของ พณ. ใบตองแห้ง เอกสารยาวแค่ 18 หน้า แจกให้ทุกหน่วยงานอ่านในเดือนสิงหาคม เมื่อปี ค.ศ.2010 ซึ่งเป็นช่วงเวลา ที่เทศกาลอาหรับสปริงกำลังเริ่ม ตอนหนึ่งของเอกสารระบุว่า ….ตะวันออกกลาง กำลังเข้าสู่ช่วงวิกฤติ การเปลี่ยนแปลงใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น ….น่าดีใจอย่างยิ่ง…. ที่ประชาชนในภูมิภาคเริ่มมีความไม่พอใจ กับการปกครองที่ใช้อำนาจแบบเผด็จการ…. ขณะที่หน่วยงานในอเมริกา กำลังพยายามทำความเข้าใจกับความคิดของท่านใบตองแห้ง เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.2011 รัฐบาลตูนีเซียก็ถูกโค่นล้ม หลังจากนั้นไม่นาน ที่ไคโร ก็มีผู้คนจำนวนมาก ออกมาชุมนุมขับไล่ประธานาธิบดีมูบารัค พณ. ใบตองแห้ง แสดงความเห็นใจและสนับสนุน ที่จะให้คนรุ่นใหม่ ที่ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องสื่อสาร ขึ้นมาปกครอง มากกว่าให้เผด็จการรุ่นเก่า อายุ 82 ที่ปกครองประเทศเหมือนรัฐตำรวจ แต่มูบารัค ก็เป็นพันธมิตรเก่าแก่ของอเมริกา ที่ต่อต้านกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงมาตลอด รวมทั้งยอมรับนโยบายสันติภาพกับอิสราเอลตามที่อเมริกาต้องการ และที่สำคัญ มูบารัค เปิดคลองสุเอซให้เพนตากอนใช้งานเหมือนคลองหลังบ้าน….จะหาใครที่ยอมเดินตาม ตูดอเมริกาอย่างนี้ และนานกว่า 30 ปีอย่างเขาง่ายไหม บรรดาที่ปรึกษารุ่นใหญ่ ต่างแนะนำให้ พณ. ใบตองแห้ง รับความความจริงว่า อเมริกาควรสนับสนุนมูบารัคต่อไป เพราะผลกระทบจากการเลือกผิดกลุ่ม ผิดคนมันอาจจะมากเกินกว่าจะนึกถึง พวกเขาเปรียบเทียบไปถึงสมัยที่ท่านถั่ว ประธานาธิบดี จิมมี คาร์เตอร์ ถีบทิ้งพระเจ้าชาห์ ในปี ค.ศ.1979 และมาให้การสนับสนุนอยาโตเลาะห์โคไมนี ว่าเป็นอย่างไร จำได้ไหม อเมริการับอย่างนั้นอีกได้ไหม…. บรรดาที่ปรึกษารุ่นใหญ่ถาม แต่ พณ. ใบตองแห้ง ถูกใจคำแนะนำของค่ายเจ้าเบน ที่ในตอนนั้น แนะนำว่า ใหม่กว่า ใสกว่าครับท่าน แล้วคืนวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2011 มูบารัค ก็กลายเป็นอดีต ไม่ใช่ มูบารัคเท่านั้นที่เป็นอดีต “อำนาจ และอิทธิพล” ของอเมริกาในอียิปต์ ก็มีทีท่าว่า จะกลายเป็นอดีตด้วยเช่นกัน …. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 16 ม.ค. 2559
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 121 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลายใบตอง ตอนที่ 1

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลายใบตอง”
    ตอน 1
    ที่อียิปต์ เดือนกรกฏาคม ค.ศ.2015 ชาวไคโรต่างแตกตื่น พวกเขาได้ยินเสียงเครื่องยนตร์ดังกระหึ่มลั่นท้องฟ้าของกรุงไคโร พวกเขาไม่แน่ใจว่ามันเป็นเสียงของอะไร หลายคนบอกว่า มันน่าเป็นเสียงเครื่องบินนะ …ชาวไคโรยิ่งตาเหลือก นี่ใครกำลังจะเฉี่ยวมาเจาะกบาลเราหรือไง
    มันเป็นเสียงของฝูงเครื่องบินรบ F-16s จำนวน 8 ลำ ของอเมริกา ใหม่เอี่ยม เพิ่งแกะออกมาจากโรงผลิต ส่งตรงมาจากวอชิงตัน เครื่องบินทั้ง 8 ลำ บินต่ำเมื่อผ่านใจกลางเมืองไคโร หลังจากนั้นก็ปล่อยควัน สีแดง ขาว และดำ เป็นทางยาว…. มันเป็นสีของธงชาติอียิปต์….
    มันมีความหมายมาก สำหรับประธานาธิบดี เอล ซิซิ Abdel Fattah el-Sisi
    มันเป็นเครื่องหมายที่ไม่ใช่แค่แสดงถึงอำนาจของ เอล ซิซิ ในอิยิปต์เท่านั้น แต่มันยังแสดงให้เห็นว่า เอล ซิซิ กำลังขี่คอ พณ. โอบามา ที่พยายามจะบี้เขาทุกวิถีทาง ตั้งแต่เขาทำการปฏิวัติ ในปี ค.ศ.2013 ไล่ตะเพิดประธานาธิบดี มอร์ซิ ที่อเมริกาสนับสนุน ลงจากตำแหน่ง แล้วลากเอามาเข้าคุก ดำเนินคดี และพิพากษาตัดสินประหารชีวิตมอร์ซิอีกด้วย
    แต่นั่น ดูเหมือนจะยังไม่ทำให้ซิซิแน่ใจว่าเขาคุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ไหนๆ ก็ปฏิวัติแล้ว เอล ซิซิ เลยจัดการถอนหนาม ขุดรากโค่นตอ ผู้ที่มาทำการประท้วงการปฏิวัติของเขา ด้วยการจับผู้ประท้วงเข้าคุกไปหลายพันคน รวมทั้งนักการเมืองที่ออกมาต่อต้าน และปราบประชาชนที่ออกมาทำการประท้วง ด้วยการยิงร่วงไปประมาณพันคน
    อเมริกาโกรธ ซิซิ จนพูดแทบไม่ออก พณ. ใบตองแห้งบอกว่า นี่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง และทำลายประชาธิปไตย… อย่างนี้เราจะติดต่อกับอียิปต์ต่อไปได้อย่างไร ในเมื่อเขาไม่เคารพหลักการ ไม่เห็นคุณค่าของอุดมการณ์ อย่างที่เราเห็น….
    เอล ซิซิ เป็นนายพล รุ่นเก๋า เขี้ยวยาว ไม่ต่างกับมูบารัค ที่อเมริกาใช้อย่างกับพรมเช็ดเท้า เมื่อหมดประโยชน์ อเมริกาก็เอาพรมเช็ดเท้าโยนทิ้ง…ปล่อยให้ถูกจับไปเข้าคุก ซิซิ จะมีชะตากรรมเหมือนมูบารัคหรือเปล่า
    ไม่กี่อาทิตย์หลังจากนั้น พณ. ใบตองแห้ง ก็สั่งทำโทษ ซิซิอย่างรุนแรง อเมริการะงับการส่งอาวุธทุกประเภท รถถัง เครื่องบิน รวมทั้งเฮลิคอปเตอร์ สำหรับการรบรุ่นใหม่เอี่ยม ที่เตรียมส่งให้อียิปต์ทั้งหมด และระงับการโอนเงินสดจำนวน 260 ล้านเหรียญอีกด้วย (ข่าวไม่ได้บอกว่าเป็นค่าอะไร! )
    ยังไม่หมด….พณ. ใบตองแห้ง ยังเตรียมการที่จะระงับการส่งงบช่วยเหลือทางการทหาร ที่อเมริกาจ่ายสนับสนุนให้อียิปต์ เป็นรายปี จำนวนปีละ 1.3 พันล้านเหรียญทุกปี เป็นเงินที่ทางไคโร ต้องการอย่างมาก และใช้เกลี้ยงทุกปี
    ข่าวว่า มันเป็นงบช่วยเหลือทางทหาร ที่อเมริกาจ่ายให้สูงสุดมากกว่าประเทศใดๆ ในโลก ยกเว้นแต่ของอิสราเอลเท่านั้น
    ทางวอชิงตันยังพิจารณาต่ออีกว่า มาตรการลงโทษอียิปต์ แค่นี้พอไหม หรือเราควรจะเพิ่มการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเข้าไปด้วย
    ที่ปรึกษา พณ. ใบตองแห้ง เสียงแตก แบ่งเป็น 2 ค่าย ค่ายด้านความมั่นคง นำโดย เบน โรดส์ Ben Rhodes และคุณนายซาแมนต้า พาวเวอร์ Samantha Powers ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชน ปัจจุบันเป็นทูตอเมริกาประจำสหประชาชาติ บอกว่า เราต้องเอาเรื่องงบทหารมาบีบให้ ซิซิ ประพฤติตัวดีขึ้น ทางด้านสิทธิมนุษยชน กับเรื่องประชาธิปไตยด้วยสิ
    แต่อีกค่าย ที่มี รม.ตปท. คนหน้าแก่ จอห์น แครี่ หรือจอห์นเงี้ยว ของ อ ทนง นายชัค เฮเกล รม กลาโหมสมัยนั้น รวมทั้ง คุณหน้าเต้าหูบูดของผม แอช คาร์เตอร์ ต่างสนับสนุนให้ส่งงบ อุ้มอียิปต์ต่อไป อ้างว่า การตัดงบ ไม่ได้เป็นการทำโทษซิซิหรอก แต่อเมริกาเองจะเสียหายมากกว่านะ
    ทั้ง 2 ค่ายทะเลาะกันเองนานเป็นเดือนๆ แต่ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าจะจัดการกับอียิปต์แบบไหน และจะบี้ เอล ซิซิ อย่างไรดี ในที่สุด ทั้ง 2 ค่าย ต่างฝ่ายต่างบีบไข่ซิซิพร้อมกัน แบบนี้ซิซิก็จุกจนหน้าเขียว …. มึงจะเอายังไงกับกู กูมึนไปหมดแล้วนะ เดี๋ยวข้างนึงก็กระตุกให้ทำอย่างโง้น อีกข้างก็กระตุกให้ทำอย่างงี้ …..แบบนี้กูก็ยานหมด แล้วซิซิก็เลยทำทุกอย่าง…. ตามใจตัวเอง ฮา
    แต่แล้วอยู่ดีๆ ประมาณเดือนมีนาคม ค.ศ.2015 ปีที่แล้ว พณ. ใบตองแห้ง ก็ โทรศัพท์ไปหาซิซิ บอกว่า ตกลงอเมริกาจะส่งอาวุธต่างๆ รวมทั้งเครื่องบิน F-16s และโอนเงินสด 260 ล้านเหรียญตามที่ตกลงกันให้นะ อ้อ แล้ว เรื่องที่ว่าอเมริกาจะทบทวน การส่งงบสนับสนุน รายปี 1.3 พันล้านเหรียญ นั่น เราไม่บล๊อกแล้วนะเพื่อน …ทุกอย่างเหมือนเดิม… เออ มาแปลก ไม่รู้ พณ. ใบตองแห้งกำลังคิดอะไร
    เจ้าหน้าที่ระดับสูงในคณะทำงานของ พณ. ใบตองแห้ง ทำหน้าเครียด บอกเมื่อปลายปี 2015
    …จะแปลกอะไร ก็เราแพ้ไง …. ไม่ว่าเราจะใช้นโยบายแบบไหนในอียิปต์ เราก็ไม่สามารถจะ “จัดการ” อียิปต์ได้อย่างที่เราต้องการ ไม่เหมือนสมัยที่มูบารัคปกครองอียิปต์ ….ก็อเมริกาเสือกคลายมือ ที่กำลังบีบไข่ซิซิเสียเองนี่…..
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    15 ม.ค. 2559
    ลายใบตอง ตอนที่ 1 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลายใบตอง” ตอน 1 ที่อียิปต์ เดือนกรกฏาคม ค.ศ.2015 ชาวไคโรต่างแตกตื่น พวกเขาได้ยินเสียงเครื่องยนตร์ดังกระหึ่มลั่นท้องฟ้าของกรุงไคโร พวกเขาไม่แน่ใจว่ามันเป็นเสียงของอะไร หลายคนบอกว่า มันน่าเป็นเสียงเครื่องบินนะ …ชาวไคโรยิ่งตาเหลือก นี่ใครกำลังจะเฉี่ยวมาเจาะกบาลเราหรือไง มันเป็นเสียงของฝูงเครื่องบินรบ F-16s จำนวน 8 ลำ ของอเมริกา ใหม่เอี่ยม เพิ่งแกะออกมาจากโรงผลิต ส่งตรงมาจากวอชิงตัน เครื่องบินทั้ง 8 ลำ บินต่ำเมื่อผ่านใจกลางเมืองไคโร หลังจากนั้นก็ปล่อยควัน สีแดง ขาว และดำ เป็นทางยาว…. มันเป็นสีของธงชาติอียิปต์…. มันมีความหมายมาก สำหรับประธานาธิบดี เอล ซิซิ Abdel Fattah el-Sisi มันเป็นเครื่องหมายที่ไม่ใช่แค่แสดงถึงอำนาจของ เอล ซิซิ ในอิยิปต์เท่านั้น แต่มันยังแสดงให้เห็นว่า เอล ซิซิ กำลังขี่คอ พณ. โอบามา ที่พยายามจะบี้เขาทุกวิถีทาง ตั้งแต่เขาทำการปฏิวัติ ในปี ค.ศ.2013 ไล่ตะเพิดประธานาธิบดี มอร์ซิ ที่อเมริกาสนับสนุน ลงจากตำแหน่ง แล้วลากเอามาเข้าคุก ดำเนินคดี และพิพากษาตัดสินประหารชีวิตมอร์ซิอีกด้วย แต่นั่น ดูเหมือนจะยังไม่ทำให้ซิซิแน่ใจว่าเขาคุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ไหนๆ ก็ปฏิวัติแล้ว เอล ซิซิ เลยจัดการถอนหนาม ขุดรากโค่นตอ ผู้ที่มาทำการประท้วงการปฏิวัติของเขา ด้วยการจับผู้ประท้วงเข้าคุกไปหลายพันคน รวมทั้งนักการเมืองที่ออกมาต่อต้าน และปราบประชาชนที่ออกมาทำการประท้วง ด้วยการยิงร่วงไปประมาณพันคน อเมริกาโกรธ ซิซิ จนพูดแทบไม่ออก พณ. ใบตองแห้งบอกว่า นี่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง และทำลายประชาธิปไตย… อย่างนี้เราจะติดต่อกับอียิปต์ต่อไปได้อย่างไร ในเมื่อเขาไม่เคารพหลักการ ไม่เห็นคุณค่าของอุดมการณ์ อย่างที่เราเห็น…. เอล ซิซิ เป็นนายพล รุ่นเก๋า เขี้ยวยาว ไม่ต่างกับมูบารัค ที่อเมริกาใช้อย่างกับพรมเช็ดเท้า เมื่อหมดประโยชน์ อเมริกาก็เอาพรมเช็ดเท้าโยนทิ้ง…ปล่อยให้ถูกจับไปเข้าคุก ซิซิ จะมีชะตากรรมเหมือนมูบารัคหรือเปล่า ไม่กี่อาทิตย์หลังจากนั้น พณ. ใบตองแห้ง ก็สั่งทำโทษ ซิซิอย่างรุนแรง อเมริการะงับการส่งอาวุธทุกประเภท รถถัง เครื่องบิน รวมทั้งเฮลิคอปเตอร์ สำหรับการรบรุ่นใหม่เอี่ยม ที่เตรียมส่งให้อียิปต์ทั้งหมด และระงับการโอนเงินสดจำนวน 260 ล้านเหรียญอีกด้วย (ข่าวไม่ได้บอกว่าเป็นค่าอะไร! ) ยังไม่หมด….พณ. ใบตองแห้ง ยังเตรียมการที่จะระงับการส่งงบช่วยเหลือทางการทหาร ที่อเมริกาจ่ายสนับสนุนให้อียิปต์ เป็นรายปี จำนวนปีละ 1.3 พันล้านเหรียญทุกปี เป็นเงินที่ทางไคโร ต้องการอย่างมาก และใช้เกลี้ยงทุกปี ข่าวว่า มันเป็นงบช่วยเหลือทางทหาร ที่อเมริกาจ่ายให้สูงสุดมากกว่าประเทศใดๆ ในโลก ยกเว้นแต่ของอิสราเอลเท่านั้น ทางวอชิงตันยังพิจารณาต่ออีกว่า มาตรการลงโทษอียิปต์ แค่นี้พอไหม หรือเราควรจะเพิ่มการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเข้าไปด้วย ที่ปรึกษา พณ. ใบตองแห้ง เสียงแตก แบ่งเป็น 2 ค่าย ค่ายด้านความมั่นคง นำโดย เบน โรดส์ Ben Rhodes และคุณนายซาแมนต้า พาวเวอร์ Samantha Powers ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชน ปัจจุบันเป็นทูตอเมริกาประจำสหประชาชาติ บอกว่า เราต้องเอาเรื่องงบทหารมาบีบให้ ซิซิ ประพฤติตัวดีขึ้น ทางด้านสิทธิมนุษยชน กับเรื่องประชาธิปไตยด้วยสิ แต่อีกค่าย ที่มี รม.ตปท. คนหน้าแก่ จอห์น แครี่ หรือจอห์นเงี้ยว ของ อ ทนง นายชัค เฮเกล รม กลาโหมสมัยนั้น รวมทั้ง คุณหน้าเต้าหูบูดของผม แอช คาร์เตอร์ ต่างสนับสนุนให้ส่งงบ อุ้มอียิปต์ต่อไป อ้างว่า การตัดงบ ไม่ได้เป็นการทำโทษซิซิหรอก แต่อเมริกาเองจะเสียหายมากกว่านะ ทั้ง 2 ค่ายทะเลาะกันเองนานเป็นเดือนๆ แต่ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าจะจัดการกับอียิปต์แบบไหน และจะบี้ เอล ซิซิ อย่างไรดี ในที่สุด ทั้ง 2 ค่าย ต่างฝ่ายต่างบีบไข่ซิซิพร้อมกัน แบบนี้ซิซิก็จุกจนหน้าเขียว …. มึงจะเอายังไงกับกู กูมึนไปหมดแล้วนะ เดี๋ยวข้างนึงก็กระตุกให้ทำอย่างโง้น อีกข้างก็กระตุกให้ทำอย่างงี้ …..แบบนี้กูก็ยานหมด แล้วซิซิก็เลยทำทุกอย่าง…. ตามใจตัวเอง ฮา แต่แล้วอยู่ดีๆ ประมาณเดือนมีนาคม ค.ศ.2015 ปีที่แล้ว พณ. ใบตองแห้ง ก็ โทรศัพท์ไปหาซิซิ บอกว่า ตกลงอเมริกาจะส่งอาวุธต่างๆ รวมทั้งเครื่องบิน F-16s และโอนเงินสด 260 ล้านเหรียญตามที่ตกลงกันให้นะ อ้อ แล้ว เรื่องที่ว่าอเมริกาจะทบทวน การส่งงบสนับสนุน รายปี 1.3 พันล้านเหรียญ นั่น เราไม่บล๊อกแล้วนะเพื่อน …ทุกอย่างเหมือนเดิม… เออ มาแปลก ไม่รู้ พณ. ใบตองแห้งกำลังคิดอะไร เจ้าหน้าที่ระดับสูงในคณะทำงานของ พณ. ใบตองแห้ง ทำหน้าเครียด บอกเมื่อปลายปี 2015 …จะแปลกอะไร ก็เราแพ้ไง …. ไม่ว่าเราจะใช้นโยบายแบบไหนในอียิปต์ เราก็ไม่สามารถจะ “จัดการ” อียิปต์ได้อย่างที่เราต้องการ ไม่เหมือนสมัยที่มูบารัคปกครองอียิปต์ ….ก็อเมริกาเสือกคลายมือ ที่กำลังบีบไข่ซิซิเสียเองนี่….. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 15 ม.ค. 2559
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 112 มุมมอง 0 รีวิว
  • แผนจัญไร ตอนที่ 11

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 11
    ทำไมฝรั่งเศสถึงเจออาถรรพ์ศุกร์ 13 พฤศจิกายน ส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องเรือรบ Mistral แต่เรื่องของฝรั่งเศสไม่ได้มีเพียงแค่นั้น ฝรั่งเศสกำลังทำตัวเหมือนเหยียบเรือสองแคม ลุงโอลองถึงก้นร้อนจนควันออกตูด
    ในปี ค.ศ.2011 เมื่ออเมริกาและกองกำลังนาโต้ ให้กลุ่มอัลไคด้าเล่นละครเป็นกบฏลิเบีย เป้าหมายไม่ใช่เพียงเก็บกัดดาฟี เป้าหมายจริงของฝ่ายอเมริกา คือ คลังอาวุธของกัดดาฟี ที่มีมโหฬารต่างหาก เขาว่าที่กัดดาฟีสร้างเป็นโกดังเก็บอาวุธไว้ใต้ดิน มีเป็นพันแห่ง และก็มีอีกส่วนเป็นโกดังอยู่บนดินเรียงยาวเป็นหลายกิโล
    เมื่อแผนแท้จริงของอเมริกาและพวก คือ การเอาปั๊มไม่เอาคน ไปจนถึงแผนพิฆาตรัสเซีย โดยสร้างผู้ก่อการร้ายพันธุ์ต่างๆ มาสร้างกบฏ สร้างความวุ่นวายตามที่ต่างๆ พวกพันธุ์ต่างๆนั้นมีแล้ว จะเอาจากที่ไหน ก็หลอก หรือจ่ายมาได้ทั้งนั้น แต่อาวุธสิ…ยังไม่มี อเมริกาบอกไม่ยากนี่ ก็สร้างเรื่องไปปล้นเอาอาวุธเขามาก็แค่นั้น แล้วหวยก็ไปออกที่กัดดาฟี ที่ดันมีอาวุธแยะเหลือเกิน
    เมื่อกัดดาฟี ถูกเก็บตามแผนปล้นอาวุธ (ไม่ใช่เพราะเป็นเผด็จการหรอกนะครับ ไอ้นั่นเอาไว้เป็นบทหนังเรื่อง เบงกาซี ของฮอลลีวู้ดก็แล้วกัน) อาวุธกัดดาฟี ก็โดนโจรที่ไปปล้นแย่งชิงกันเอง
    มีรายงานของ สหประชาชาติเกี่ยวกับการควบคุมอาวุธ บอกว่า อาวุธของกัดดาฟี ไปโผล่มากกว่า 12 ประเทศ เป็นอาวุธทันสมัยทั้งสิ้น แต่อาวุธยอดนิยมที่แย่งกันมากในหมู่ผู้ก่อการร้าย คือ man portable surface-to- air missiles (SAMs) แค่แบกบ่าหงายหน้าหน่อยก็สอยเครื่องบินตกได้ อานุภาพของมิสเตอร์แซมแรงขนาดนั้นใครๆก็อยากได้ (ฟรี)
    12 ประเทศมีใครบ้าง สหประชาชาติไม่บอก แต่สำนักข่าวใต้ดินบอกว่า เอาข่าวผมดีกว่าลุง เขาแบ่งกันเป็นกลุ่มแบบนี้เลยนะ
    อาวุธส่วนใหญ่ เจ้ามือชื่ออเมริกาเป็นคนเอาไป (โดยให้ทูตของตัวทำหน้าที่คุมการขนส่ง เยี่ยมจริงๆ เสร็จนาก็ฆ่าควาย) เพื่อเอาไปให้อัลไคด้า ไอซิส ฯลฯ ทำตัวเป็นกบฏซีเรียสู้อัสสาด กับบุกอิรัค เอาน้ำมันมาเป็นทุน ทำสงคราม…อย่างนี้เรียกว่า จัญไรไหมครับ
    อาวุธส่วนสอง เขาว่าโผล่ที่อียิปต์ อัลไคด้าแถวไซไนได้ไปเพียบ เครื่องบินโดยสารรัสเซียตกที่ไซไน อัลไคด้าแถวไซไน บอกฝีมือกูเอง แต่ก่อนอัลไคด้าจะบอก อังกฤษบอกก่อนแล้วว่า ฝีมือผู้ก่อการร้ายแน่นอน รู้ได้ไง ไม่น่าถาม
    ต้องไม่ลืมกันว่า ตอนไปปล้นลิเบีย ประเทศกระดี้เป็นกระดี่ มี อังกฤษและฝรั่งเศส ที่ตามประกบรอส่วนแบ่งตลอด และต้องไม่ลืมอีกด้วยว่า อังกฤษ ไม่มีวันหายแค้น ที่นัสเซอร์ของอียิปต์ เพื่อนซี้ของรัสเซียสมัยก่อน ยึดเอาคลองสุเอซ ที่อังกฤษหวงนักกลับเป็นของอียิปต์ แปลว่า อังกฤษมันยังโกรธ ที่เจ้าของ เขาเอาของเขาคืนครับ อย่างนี้ เรียกว่า จัญไรไหมครับ
    อาวุธส่วนสาม ไปโผล่ที่มาลี! มาแล้วไงมาลี มาลีเคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส เมื่อฝรั่งเศสให้มาลีเป็นไท แต่ออกจะเป็นไทปลอม เพราะฝรั่งเศสก็ยังคุมมาลีเหนือ ที่มีแหล่งน้ำมันต่อไป (สำหรับท่านที่ไม่ชอบศึกษาภูมิศาสตร์ มาลีเป็นประเทศหนึ่ง ที่อยู่ในอาฟริกาครับ)
    Time Magazine ลงข่าวว่า ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่กัดดาฟีตาย ในวันที่ 20 ตุลาคม ค.ศ.2011 นักรบ ชาวตัวเร็ก Tuareg จากมาลี ซึ่งเป็นนักรบรับจ้างที่กัดดาฟีจ้างไว้เป็นหนึ่งในพวกผู้คุ้มกัน ก็ขนอาวุธของกัดดาฟีไปไม่รู้กี่คันรถ หลังจากนั้น พวกนี้ไปร่วมกับกลุ่มอัลไคด้าใน มาเกร็บ Al-Qaeda Islamic Magreb (AQIM)
    ในปลายปี ค.ศ.2012 AQIM และ อันซาร์ ดีน Ansar Dine หัวหน้ากบฏตัวเร็ก ก็บุกมาลีทางเหนือ เพื่อจะแบ่งแยกดินแดน ฝรั่งเศส ขนกองกำลังเข้าไปช่วยรัฐบาลมาลี ในเดือนมกราคม ค.ศ.2013 เพราะฝรั่งเศสเอง ก็อยู่ได้ด้วยน้ำมันจากมาลีเหนือ
    ลองคิดดูนะครับ ตัวเร็กเป็นผู้คุ้มกันกัดดาฟี เจ้านายยังไม่รอด คนเก็บกัดดาฟี จะปล่อยให้ผู้คุ้มกันเดินลอยนวลหนีไป พร้อมอาวุธเป็นคันๆรถหรือ ผมว่าคิดแบบนั้นมันซื่อไปนะ เขาว่า ฝรั่งเศสนั่นแหละ เป็นคนขยิบตาให้เอาไป (ให้) กบฏมาลีเกิดขึ้น แล้วฝรั่งเศสก็เป็นพระเอกขนกองกำลังมาช่วยรัฐบาล สุดท้ายฝรั่งเศสกลับคุมมาลีเหนือเหมือนเดิม อย่าลืมว่าอเมริกาและพวก ซึ่งรวมถึงฝรั่งเศสด้วยเป็นคนเอาอัลไดด้าที่ลิเบีย มาเล่นละครเป็นกบฏลิเบีย หลอกชาวบ้าน อัลไคด้าลิเบีย กับอัลไคด้า มาเกร๊บ ก็พวกกันเอง อู้ย… มันก็เล่นสนุกกันจัง
    รายการบุกโรงแรมแรดิสัน ที่เมืองบามาโก ของมาลีเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา จึงน่าจะเป็นปาหี่ เพื่อเตือนความจำ… มึงจำได้ไหม เรื่องกบฏที่มาลี มึงจะเอากบฏอย่างนั้นอีกไหม แต่คราวนี้ คงไม่ใช่มึงเล่นเป็นพระเอกนะ…. แบบนี้ ลุงโอลองถึงเช็ดเหงื่อหัวล้านแห้งไม่ทัน
    ส่วนตัวประกันชาวจีนตาย น่าจะเป็นของแถม หรือเป็นเป้าหลอกให้ชาวบ้านหลงทางกัน และจริงๆ ไม่เกี่ยวอะไรกับเราเลยครับ
    และถ้าใครที่ตามข่าวเรื่องยึดโรงแรมที่มาลีนี้ คงจะเห็นว่า นอกจากทหารของมาลีที่มาเดินโชว์หน้ากล้องซ้ำซากแล้วแล้ว ที่เข้าไปปฏิบัติการจริง เป็นนักรบรับจ้าง หรือ contractor ของบริษัทในอเมริกา (เห็นจากที่ CNN ไปสัมภาษณ์ครับ มันคงนึกว่า ทั่วโลกเขากินหญ้า ดูไม่ออก ไม่รู้จัก) และกองกำลังของฝรั่งเศส ที่เข้าไปดูแลผลประโยชน์ของตัวเอง นอกจากนี้ ยังมีข่าวจากสื่อฝรั่งว่า ฝรั่งเศสฝากฝั่งกับเบลเยี่ยมด้วยว่า ถ้าข้าแบ่งกำลังจากฝรั่งเศสไปดูมาลีต่อไม่ไหว เอ็งเอากองกำลังเบลเยี่ยมของเอ็ง ที่อยู่ในมาลีรับหน้าไปด้วย แปลว่า ฝรั่งเศสกับเบลเยี่ยมเขารักกันดี และน่าจะมีอะไรเกี่ยวกันเสียด้วย
    เมื่อพูดถึงฝรั่งเศส โดยเฉพาะเรื่องการเหยียบเรือสองแคมของฝรั่งเศสแล้ว ผมก็อดตั้งข้อสงสัยไม่ได้เกี่ยวกับศุกร์ 13 ที่ปารีส ผมทนตามดูข่าว ซีเอนเอน เบ็ดเสร็จประมาณ 3 อาทิตย์ ที่ว่า ตายร้อยกว่า เจ็บหลายร้อย ผมไม่เห็นภาพคนเจ็บคนตายเลยสักคนเดียว และเหตุการณ์อันน่าระทึกใจนั้น เรา “รู้” จากการบรรยายของไอ้พล่ามของ ซีเอนเอน ที่ยกโขยงกันมาทำข่าวแบบ 24 ชั่วโมงอยู่ในปารีส ถึงเวลานึง ไอ้หน้านี้ก็ออกมาพูด เรื่องการตามจับคนร้าย ที่ยังจับไม่หมด ถึงอีกเวลานึง อีหน้านี้ก็ออกมาพูดเรื่องความซวยของชาวปารีส ฯลฯ
    ผมพยายามเข้าใจว่า เขาคงเลี่ยงภาพน่าสมเพช แต่ภาพเหตุการณ์ต้องมีครับ ถ้าไม่มี ไปทำข่าวสดทำบ้าอยู่ทำไม นอกจากไปเล่นหนังให้เราดู และวันที่บอกว่าไปล้อมจับไอ้โหดคนวางแผนได้ แต่ไอ้โหดระเบิดตัวเองตายคาที่ระหว่างคอมมานโดล้อมจับ ผมดูอย่างตื่นเต้น แต่ผมเห็นแต่หน้านักข่าวซีเอนเอน ที่คอยบรรยายกับภาพตึก ที่คอมมานโดยืนอยู่ข้างนอกตึกเต็มไปหมด
    ตกลงศุกร์ 13 นี่มันเป็นเรื่องจริงมากน้อยแค่ไหน หรือเป็นการจัดฉากถามลุงโอลองว่า ตกลงจะยืนอยู่ข้างไหนกันแน่ ยืนไม่ถูกข้าง ศุกร์ 13 ของจริง มันจะแรงกว่านี่นะลุง และคำตอบของลุงคงยังไม่ค่อยถูกใจใครบางคน เลยต้องขนเอาพวกนักรบรับจ้างมาบุกมาลีสำทับอีกหน่อย ขี้คร้านลุงโอลองจะกางเกงเลอะหมด
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    4 ธ.ค. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 11 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 11 ทำไมฝรั่งเศสถึงเจออาถรรพ์ศุกร์ 13 พฤศจิกายน ส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องเรือรบ Mistral แต่เรื่องของฝรั่งเศสไม่ได้มีเพียงแค่นั้น ฝรั่งเศสกำลังทำตัวเหมือนเหยียบเรือสองแคม ลุงโอลองถึงก้นร้อนจนควันออกตูด ในปี ค.ศ.2011 เมื่ออเมริกาและกองกำลังนาโต้ ให้กลุ่มอัลไคด้าเล่นละครเป็นกบฏลิเบีย เป้าหมายไม่ใช่เพียงเก็บกัดดาฟี เป้าหมายจริงของฝ่ายอเมริกา คือ คลังอาวุธของกัดดาฟี ที่มีมโหฬารต่างหาก เขาว่าที่กัดดาฟีสร้างเป็นโกดังเก็บอาวุธไว้ใต้ดิน มีเป็นพันแห่ง และก็มีอีกส่วนเป็นโกดังอยู่บนดินเรียงยาวเป็นหลายกิโล เมื่อแผนแท้จริงของอเมริกาและพวก คือ การเอาปั๊มไม่เอาคน ไปจนถึงแผนพิฆาตรัสเซีย โดยสร้างผู้ก่อการร้ายพันธุ์ต่างๆ มาสร้างกบฏ สร้างความวุ่นวายตามที่ต่างๆ พวกพันธุ์ต่างๆนั้นมีแล้ว จะเอาจากที่ไหน ก็หลอก หรือจ่ายมาได้ทั้งนั้น แต่อาวุธสิ…ยังไม่มี อเมริกาบอกไม่ยากนี่ ก็สร้างเรื่องไปปล้นเอาอาวุธเขามาก็แค่นั้น แล้วหวยก็ไปออกที่กัดดาฟี ที่ดันมีอาวุธแยะเหลือเกิน เมื่อกัดดาฟี ถูกเก็บตามแผนปล้นอาวุธ (ไม่ใช่เพราะเป็นเผด็จการหรอกนะครับ ไอ้นั่นเอาไว้เป็นบทหนังเรื่อง เบงกาซี ของฮอลลีวู้ดก็แล้วกัน) อาวุธกัดดาฟี ก็โดนโจรที่ไปปล้นแย่งชิงกันเอง มีรายงานของ สหประชาชาติเกี่ยวกับการควบคุมอาวุธ บอกว่า อาวุธของกัดดาฟี ไปโผล่มากกว่า 12 ประเทศ เป็นอาวุธทันสมัยทั้งสิ้น แต่อาวุธยอดนิยมที่แย่งกันมากในหมู่ผู้ก่อการร้าย คือ man portable surface-to- air missiles (SAMs) แค่แบกบ่าหงายหน้าหน่อยก็สอยเครื่องบินตกได้ อานุภาพของมิสเตอร์แซมแรงขนาดนั้นใครๆก็อยากได้ (ฟรี) 12 ประเทศมีใครบ้าง สหประชาชาติไม่บอก แต่สำนักข่าวใต้ดินบอกว่า เอาข่าวผมดีกว่าลุง เขาแบ่งกันเป็นกลุ่มแบบนี้เลยนะ อาวุธส่วนใหญ่ เจ้ามือชื่ออเมริกาเป็นคนเอาไป (โดยให้ทูตของตัวทำหน้าที่คุมการขนส่ง เยี่ยมจริงๆ เสร็จนาก็ฆ่าควาย) เพื่อเอาไปให้อัลไคด้า ไอซิส ฯลฯ ทำตัวเป็นกบฏซีเรียสู้อัสสาด กับบุกอิรัค เอาน้ำมันมาเป็นทุน ทำสงคราม…อย่างนี้เรียกว่า จัญไรไหมครับ อาวุธส่วนสอง เขาว่าโผล่ที่อียิปต์ อัลไคด้าแถวไซไนได้ไปเพียบ เครื่องบินโดยสารรัสเซียตกที่ไซไน อัลไคด้าแถวไซไน บอกฝีมือกูเอง แต่ก่อนอัลไคด้าจะบอก อังกฤษบอกก่อนแล้วว่า ฝีมือผู้ก่อการร้ายแน่นอน รู้ได้ไง ไม่น่าถาม ต้องไม่ลืมกันว่า ตอนไปปล้นลิเบีย ประเทศกระดี้เป็นกระดี่ มี อังกฤษและฝรั่งเศส ที่ตามประกบรอส่วนแบ่งตลอด และต้องไม่ลืมอีกด้วยว่า อังกฤษ ไม่มีวันหายแค้น ที่นัสเซอร์ของอียิปต์ เพื่อนซี้ของรัสเซียสมัยก่อน ยึดเอาคลองสุเอซ ที่อังกฤษหวงนักกลับเป็นของอียิปต์ แปลว่า อังกฤษมันยังโกรธ ที่เจ้าของ เขาเอาของเขาคืนครับ อย่างนี้ เรียกว่า จัญไรไหมครับ อาวุธส่วนสาม ไปโผล่ที่มาลี! มาแล้วไงมาลี มาลีเคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส เมื่อฝรั่งเศสให้มาลีเป็นไท แต่ออกจะเป็นไทปลอม เพราะฝรั่งเศสก็ยังคุมมาลีเหนือ ที่มีแหล่งน้ำมันต่อไป (สำหรับท่านที่ไม่ชอบศึกษาภูมิศาสตร์ มาลีเป็นประเทศหนึ่ง ที่อยู่ในอาฟริกาครับ) Time Magazine ลงข่าวว่า ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่กัดดาฟีตาย ในวันที่ 20 ตุลาคม ค.ศ.2011 นักรบ ชาวตัวเร็ก Tuareg จากมาลี ซึ่งเป็นนักรบรับจ้างที่กัดดาฟีจ้างไว้เป็นหนึ่งในพวกผู้คุ้มกัน ก็ขนอาวุธของกัดดาฟีไปไม่รู้กี่คันรถ หลังจากนั้น พวกนี้ไปร่วมกับกลุ่มอัลไคด้าใน มาเกร็บ Al-Qaeda Islamic Magreb (AQIM) ในปลายปี ค.ศ.2012 AQIM และ อันซาร์ ดีน Ansar Dine หัวหน้ากบฏตัวเร็ก ก็บุกมาลีทางเหนือ เพื่อจะแบ่งแยกดินแดน ฝรั่งเศส ขนกองกำลังเข้าไปช่วยรัฐบาลมาลี ในเดือนมกราคม ค.ศ.2013 เพราะฝรั่งเศสเอง ก็อยู่ได้ด้วยน้ำมันจากมาลีเหนือ ลองคิดดูนะครับ ตัวเร็กเป็นผู้คุ้มกันกัดดาฟี เจ้านายยังไม่รอด คนเก็บกัดดาฟี จะปล่อยให้ผู้คุ้มกันเดินลอยนวลหนีไป พร้อมอาวุธเป็นคันๆรถหรือ ผมว่าคิดแบบนั้นมันซื่อไปนะ เขาว่า ฝรั่งเศสนั่นแหละ เป็นคนขยิบตาให้เอาไป (ให้) กบฏมาลีเกิดขึ้น แล้วฝรั่งเศสก็เป็นพระเอกขนกองกำลังมาช่วยรัฐบาล สุดท้ายฝรั่งเศสกลับคุมมาลีเหนือเหมือนเดิม อย่าลืมว่าอเมริกาและพวก ซึ่งรวมถึงฝรั่งเศสด้วยเป็นคนเอาอัลไดด้าที่ลิเบีย มาเล่นละครเป็นกบฏลิเบีย หลอกชาวบ้าน อัลไคด้าลิเบีย กับอัลไคด้า มาเกร๊บ ก็พวกกันเอง อู้ย… มันก็เล่นสนุกกันจัง รายการบุกโรงแรมแรดิสัน ที่เมืองบามาโก ของมาลีเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา จึงน่าจะเป็นปาหี่ เพื่อเตือนความจำ… มึงจำได้ไหม เรื่องกบฏที่มาลี มึงจะเอากบฏอย่างนั้นอีกไหม แต่คราวนี้ คงไม่ใช่มึงเล่นเป็นพระเอกนะ…. แบบนี้ ลุงโอลองถึงเช็ดเหงื่อหัวล้านแห้งไม่ทัน ส่วนตัวประกันชาวจีนตาย น่าจะเป็นของแถม หรือเป็นเป้าหลอกให้ชาวบ้านหลงทางกัน และจริงๆ ไม่เกี่ยวอะไรกับเราเลยครับ และถ้าใครที่ตามข่าวเรื่องยึดโรงแรมที่มาลีนี้ คงจะเห็นว่า นอกจากทหารของมาลีที่มาเดินโชว์หน้ากล้องซ้ำซากแล้วแล้ว ที่เข้าไปปฏิบัติการจริง เป็นนักรบรับจ้าง หรือ contractor ของบริษัทในอเมริกา (เห็นจากที่ CNN ไปสัมภาษณ์ครับ มันคงนึกว่า ทั่วโลกเขากินหญ้า ดูไม่ออก ไม่รู้จัก) และกองกำลังของฝรั่งเศส ที่เข้าไปดูแลผลประโยชน์ของตัวเอง นอกจากนี้ ยังมีข่าวจากสื่อฝรั่งว่า ฝรั่งเศสฝากฝั่งกับเบลเยี่ยมด้วยว่า ถ้าข้าแบ่งกำลังจากฝรั่งเศสไปดูมาลีต่อไม่ไหว เอ็งเอากองกำลังเบลเยี่ยมของเอ็ง ที่อยู่ในมาลีรับหน้าไปด้วย แปลว่า ฝรั่งเศสกับเบลเยี่ยมเขารักกันดี และน่าจะมีอะไรเกี่ยวกันเสียด้วย เมื่อพูดถึงฝรั่งเศส โดยเฉพาะเรื่องการเหยียบเรือสองแคมของฝรั่งเศสแล้ว ผมก็อดตั้งข้อสงสัยไม่ได้เกี่ยวกับศุกร์ 13 ที่ปารีส ผมทนตามดูข่าว ซีเอนเอน เบ็ดเสร็จประมาณ 3 อาทิตย์ ที่ว่า ตายร้อยกว่า เจ็บหลายร้อย ผมไม่เห็นภาพคนเจ็บคนตายเลยสักคนเดียว และเหตุการณ์อันน่าระทึกใจนั้น เรา “รู้” จากการบรรยายของไอ้พล่ามของ ซีเอนเอน ที่ยกโขยงกันมาทำข่าวแบบ 24 ชั่วโมงอยู่ในปารีส ถึงเวลานึง ไอ้หน้านี้ก็ออกมาพูด เรื่องการตามจับคนร้าย ที่ยังจับไม่หมด ถึงอีกเวลานึง อีหน้านี้ก็ออกมาพูดเรื่องความซวยของชาวปารีส ฯลฯ ผมพยายามเข้าใจว่า เขาคงเลี่ยงภาพน่าสมเพช แต่ภาพเหตุการณ์ต้องมีครับ ถ้าไม่มี ไปทำข่าวสดทำบ้าอยู่ทำไม นอกจากไปเล่นหนังให้เราดู และวันที่บอกว่าไปล้อมจับไอ้โหดคนวางแผนได้ แต่ไอ้โหดระเบิดตัวเองตายคาที่ระหว่างคอมมานโดล้อมจับ ผมดูอย่างตื่นเต้น แต่ผมเห็นแต่หน้านักข่าวซีเอนเอน ที่คอยบรรยายกับภาพตึก ที่คอมมานโดยืนอยู่ข้างนอกตึกเต็มไปหมด ตกลงศุกร์ 13 นี่มันเป็นเรื่องจริงมากน้อยแค่ไหน หรือเป็นการจัดฉากถามลุงโอลองว่า ตกลงจะยืนอยู่ข้างไหนกันแน่ ยืนไม่ถูกข้าง ศุกร์ 13 ของจริง มันจะแรงกว่านี่นะลุง และคำตอบของลุงคงยังไม่ค่อยถูกใจใครบางคน เลยต้องขนเอาพวกนักรบรับจ้างมาบุกมาลีสำทับอีกหน่อย ขี้คร้านลุงโอลองจะกางเกงเลอะหมด สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 4 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 269 มุมมอง 0 รีวิว
  • แผนจัญไร ตอนที่ 10

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 10
    เมื่อรัสเซียเข้าไปในซีเรีย ไอ้สามแสบ (อเมริกา อังกฤษ และอิสราเอล) แทบจะนึกไม่ถึงว่า รัสเซียจะกล้าเดินเข้ามาในสนามรบเร็วขนาดนี้ จริงๆ ไอ้สามแสบ ได้กลิ่นความท้าทายที่พวกมันไม่คุ้นมาพักใหญ่แล้ว บวกกับท่าทีและคำพูดของรัสเซียกับพวก ที่ขัดลูกตาพวกมันตั้งแต่วันประชุมสหประชาชาติแล้ว แต่มันยัง “ไม่อยาก” แน่ใจ เพราะไอ้สามแสบยังลับมีดไม่เสร็จ พวกมันยังไม่พร้อม….
    มันถามกันเอง ตกลงรัสเซียยั๊วะเรื่องแก๊สของซีเรีย อิหร่าน หรือมันก้าวข้ามเรื่องแก๊สไปแล้ว
    ไอ้สามแสบคิดหนัก ไม่มีอะไรดีไปกว่า ต้องทดสอบรัสเซีย ดูปฏิกริยาและที่สำคัญ ขอสูดกลิ่นความพร้อมของรัสเซียเสียก่อนว่า อยู่ในระดับไหน ก่อนที่พวกมันจะปรับแผนใหม่
    วันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ.2015 เครื่องบินโดยสารรัสเซียตกที่บริเวณไซไนของอียิปต์ ผู้โดยสารตายยกลำ 224 คน ผ่านไปไม่ถึง 48 ชั่วโมง ไอ้สองแสบออกมาประสานเสียงว่า เครื่องบินโดยสารรัสเซียถูกระเบิดของผู้ก่อการร้าย มันรู้กันเร็วจริง แต่ไอซิสมุดรูอยู่ที่ไหน ทำไมมันไม่เคยเห็น บอมบ์ผิดที่ตลอดเวลา ดาวเทียมมันมีมากเกือบเท่าดวงดาวในท้องฟ้า ทำไมมันถึงหาไอซิสไม่เจอ (แต่แหล่งพลังงานในบ้านเราอยู่ลึกขนาดไหน มันเสือกรู้หมดเลยนะ ไอ้เวร)
    รัสเซียยังไม่เห็นด้วยกับความเห็นที่แส่มาของไอ้สองแสบ ขอรอฟังรายงานการตรวจสอบอย่างเป็นทางการก่อน ระหว่างนั้น รัสเซียเดินหน้าถล่มฝ่ายกบฏของซีเรียต่อไปอย่างไม่วอกแวก
    ทำไมเครื่องบินโดยสารรัสเซียถึงต้องตกในอียิปต์ ผมเขียนเรื่องราวระหว่างรัสเซีย อียิปต์ ฝรั่งเศสไว้แล้วส่วนหนึ่ง ที่เกี่ยวกับเรื่องเรือรบ Mistral ที่รัสเซียจ้างให้ฝรั่งเศสต่อให้ ฝรั่งเศสต่อเสร็จแต่ส่งมอบไม่ได้ เพราะภายใต้การบีบของอเมริกา รัสเซียถูกคว่ำบาตรจากอเมริกาและอียู อียิปต์ไม่อยู่ในอียู เลยเข้ามาร่วมรายการ เป็นผู้ซื้อเรือรบจากฝรั่งเศสเอาไปให้รัสเซียเช่าต่อ (รายละเอียดอยู่ในนิทานเรื่องลมหวนครับ) แต่ขอให้สังเกตดูว่า นับตั้งแต่วันที่เครื่องบินตก ประธานาธิบดี Sisi ของอียิปต์ กลายเป็นบุคคลสาบสูญ หรือเป็นใบ้
    ใครล่ะ ที่มีอานุภาพทำให้อียิปต์เป็นใบ้ ไอซิส ที่อ้างว่าแค่ใช้กระป๋องน้ำโซดาระเบิดเครื่องบินโดยสารรัสเซียหรือ ให้ราคาไอซิสมากไปหรือเปล่า
    ใครล่ะ ที่จัดการเสียจนมูบารัค พรมเช็ดเท้าที่รับใช้อเมริกามากว่า 30 ปี เมื่อถึงเวลาตามแผน อียิปต์ก็เกิดมีเทศกาลอาหรับสปริงกับเขาบ้าง แล้วมูบารัคก็กลายเป็นอดีตประธานาธิบดี แถมต้องคดี ถูกจับไปนอนคุก ใครที่คิดจะรับใช้เป็นขี้ข้าอเมริกา ก็กลับไปทบทวนเรื่องของมูบารัคให้ดีๆแล้วกัน นี่เตือนในฐานะเป็นคนไทยด้วยกันนะครับ
    พอจัดการให้มูบารัคไป อเมริกาก็จัดการเอาประธานาธิบดี มอร์ซิ ของมุสลิมบราเธอร์ฮูดขึ้นมาแทน แรกๆ ก็จี๋จ๋าดี พอเห็นว่า คุณมอร์ซิ คุยกับทุกคน รวมทั้งอิหร่านด้วย คุณมอร์ซิ ก็เลยโดนอาถรรพ์ ต้องเก็บของออกไปเกือบไม่ทันเหมือนกัน
    คุณซิซีมาใหม่ ผมนึกว่าจะเหนียว ที่ไหนได้ แป๊บเดียว แกก็เสียวคอ เดินกลับไปหลบอยู่หลังปิรามิดเสียแล้ว แล้วอย่างนี้ คุณพี่ปูตินของผมจะได้เรือ Mistral มาใช้ไหมหนอ….ไม่ได้ คงไม่มาซีเรียนะครับ….
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    3 ธ.ค. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 10 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 10 เมื่อรัสเซียเข้าไปในซีเรีย ไอ้สามแสบ (อเมริกา อังกฤษ และอิสราเอล) แทบจะนึกไม่ถึงว่า รัสเซียจะกล้าเดินเข้ามาในสนามรบเร็วขนาดนี้ จริงๆ ไอ้สามแสบ ได้กลิ่นความท้าทายที่พวกมันไม่คุ้นมาพักใหญ่แล้ว บวกกับท่าทีและคำพูดของรัสเซียกับพวก ที่ขัดลูกตาพวกมันตั้งแต่วันประชุมสหประชาชาติแล้ว แต่มันยัง “ไม่อยาก” แน่ใจ เพราะไอ้สามแสบยังลับมีดไม่เสร็จ พวกมันยังไม่พร้อม…. มันถามกันเอง ตกลงรัสเซียยั๊วะเรื่องแก๊สของซีเรีย อิหร่าน หรือมันก้าวข้ามเรื่องแก๊สไปแล้ว ไอ้สามแสบคิดหนัก ไม่มีอะไรดีไปกว่า ต้องทดสอบรัสเซีย ดูปฏิกริยาและที่สำคัญ ขอสูดกลิ่นความพร้อมของรัสเซียเสียก่อนว่า อยู่ในระดับไหน ก่อนที่พวกมันจะปรับแผนใหม่ วันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ.2015 เครื่องบินโดยสารรัสเซียตกที่บริเวณไซไนของอียิปต์ ผู้โดยสารตายยกลำ 224 คน ผ่านไปไม่ถึง 48 ชั่วโมง ไอ้สองแสบออกมาประสานเสียงว่า เครื่องบินโดยสารรัสเซียถูกระเบิดของผู้ก่อการร้าย มันรู้กันเร็วจริง แต่ไอซิสมุดรูอยู่ที่ไหน ทำไมมันไม่เคยเห็น บอมบ์ผิดที่ตลอดเวลา ดาวเทียมมันมีมากเกือบเท่าดวงดาวในท้องฟ้า ทำไมมันถึงหาไอซิสไม่เจอ (แต่แหล่งพลังงานในบ้านเราอยู่ลึกขนาดไหน มันเสือกรู้หมดเลยนะ ไอ้เวร) รัสเซียยังไม่เห็นด้วยกับความเห็นที่แส่มาของไอ้สองแสบ ขอรอฟังรายงานการตรวจสอบอย่างเป็นทางการก่อน ระหว่างนั้น รัสเซียเดินหน้าถล่มฝ่ายกบฏของซีเรียต่อไปอย่างไม่วอกแวก ทำไมเครื่องบินโดยสารรัสเซียถึงต้องตกในอียิปต์ ผมเขียนเรื่องราวระหว่างรัสเซีย อียิปต์ ฝรั่งเศสไว้แล้วส่วนหนึ่ง ที่เกี่ยวกับเรื่องเรือรบ Mistral ที่รัสเซียจ้างให้ฝรั่งเศสต่อให้ ฝรั่งเศสต่อเสร็จแต่ส่งมอบไม่ได้ เพราะภายใต้การบีบของอเมริกา รัสเซียถูกคว่ำบาตรจากอเมริกาและอียู อียิปต์ไม่อยู่ในอียู เลยเข้ามาร่วมรายการ เป็นผู้ซื้อเรือรบจากฝรั่งเศสเอาไปให้รัสเซียเช่าต่อ (รายละเอียดอยู่ในนิทานเรื่องลมหวนครับ) แต่ขอให้สังเกตดูว่า นับตั้งแต่วันที่เครื่องบินตก ประธานาธิบดี Sisi ของอียิปต์ กลายเป็นบุคคลสาบสูญ หรือเป็นใบ้ ใครล่ะ ที่มีอานุภาพทำให้อียิปต์เป็นใบ้ ไอซิส ที่อ้างว่าแค่ใช้กระป๋องน้ำโซดาระเบิดเครื่องบินโดยสารรัสเซียหรือ ให้ราคาไอซิสมากไปหรือเปล่า ใครล่ะ ที่จัดการเสียจนมูบารัค พรมเช็ดเท้าที่รับใช้อเมริกามากว่า 30 ปี เมื่อถึงเวลาตามแผน อียิปต์ก็เกิดมีเทศกาลอาหรับสปริงกับเขาบ้าง แล้วมูบารัคก็กลายเป็นอดีตประธานาธิบดี แถมต้องคดี ถูกจับไปนอนคุก ใครที่คิดจะรับใช้เป็นขี้ข้าอเมริกา ก็กลับไปทบทวนเรื่องของมูบารัคให้ดีๆแล้วกัน นี่เตือนในฐานะเป็นคนไทยด้วยกันนะครับ พอจัดการให้มูบารัคไป อเมริกาก็จัดการเอาประธานาธิบดี มอร์ซิ ของมุสลิมบราเธอร์ฮูดขึ้นมาแทน แรกๆ ก็จี๋จ๋าดี พอเห็นว่า คุณมอร์ซิ คุยกับทุกคน รวมทั้งอิหร่านด้วย คุณมอร์ซิ ก็เลยโดนอาถรรพ์ ต้องเก็บของออกไปเกือบไม่ทันเหมือนกัน คุณซิซีมาใหม่ ผมนึกว่าจะเหนียว ที่ไหนได้ แป๊บเดียว แกก็เสียวคอ เดินกลับไปหลบอยู่หลังปิรามิดเสียแล้ว แล้วอย่างนี้ คุณพี่ปูตินของผมจะได้เรือ Mistral มาใช้ไหมหนอ….ไม่ได้ คงไม่มาซีเรียนะครับ…. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 3 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 215 มุมมอง 0 รีวิว
  • แผนจัญไร ตอนที่ 7

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 7
    ทฤษฏีเอาปั้มไม่เอาคนนั้น อเมริกา อังกฤษ และอิสราเอล (ไอ้สามแสบ) ได้สมคบกันคิดมานานแล้ว และมาเปิดเผยอย่างเป็นทางการ เมื่อประมาณปี ค.ศ.2006 โดยคุณนายคอนโดลีสซ่า ไรซ์ Condoleezza Rice เมื่อตอนเป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของอเมริกา สมัยคาวบอยบุชเป็นประธานาธิบดี คุณนายคอนโด เป็นหญิงผิวดำ ที่ออกท่าว่ามีการศึกษาสูง เป็นอาจารย์สอนทางรัฐศาสตร์การเมือง ในมหาวิทยาลัยอันดับนำของอเมริกา
    คุณนายคอนโดให้สัมภาษณ์กับสื่อ ที่เมืองเทลาวิฟ อิสราเอล เมื่อเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ.2006 ในวันทำพิธีเปิดสถานีส่งน้ำมันเส้นทาง Baku-Tbilisi-Ceyhan (BTC)ทางตะวันออกของเมดิเตอร์เรเนียน ว่า…..เรากำลังก้าวไปสู่ ตะวันออกกลางใหม่ “New Middle East” ……และคงไม่ใช่การบังเอิญ วันที่คุณนายให้สัมภาษณ์นั้น อิสราเอลกำลังโจมตีเลบานอน
    คุณนายคอนโดขยายต่อ …. ที่เรากำลังเห็นอยู่ (การโจมตีเลบานอนของอิสราเอล) …..มันอาจจะเป็นการเริ่มต้น ของตะวันออกกลางใหม่ ก็ได้นะ…และไม่ว่าเรา (อเมริกา) จะดำเนินการอย่างไรต่อไป มันหมายความว่า เราจะผลักดันไปสู่ตะวันออกกลางใหม่ ไม่ใช่ ตะวันออกกลางเดิม….อืม….
    แผนสร้างตะวันออกกลางใหม่ New Middle East เป็นแผนที่ปรับปรุงมาจากแผน Greater Middle East Project ที่เป็นการคิดร่วมกันของฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายกองทัพ และกระทรวงต่างประเทศของอเมริกา ในช่วงปี ค.ศ.1996 สมัยท่านประธานาธิบดี คนที่นิยมเด็กฝึกงาน
    การให้สัมภาษณ์ของคุณนายคอนโด เป็นการยืนยันข่าวลือว่า อเมริกา อังกฤษ อิสราเอล ได้ร่วมกันวางแผนมาหลายปีแล้ว ที่จะสร้างการจราจลวุ่นวายให้เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง โดยให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น และขยายตัวตามแนวโค้งของบรรดาประเทศ ที่รายรอบสหภาพโซเวียต…
    ค.ศ.1996 Richard Perle และ Douglas Feith 2 ที่ปรึกษาใหญ่ของเพนตากอน ตั้งแต่สมัยบุชตัวพ่อ ได้เสนอแผนยุทธศาสตร์สำหรับอิสราเอลยุคใหม่ ภายใต้การนำของนายเนทันยาฮู ซึ่งเพิ่งได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีของอิสราเอลหมาดๆ ชื่อแผน A Clean Break: A New Strategy for Securing of the Realm ซึ่งนับเป็นครั้งแรก ที่มีการระบุไว้ในแผนของวอชิงตัน ที่เสนอให้มีการกำจัด ซัดดัม ฮุสเซน ของอิรัค การใช้กำลังทหารกับปาเลสไตน์ และการโจมตีซีเรีย และเลบานอน
    นายเนทันยาฮู เพิ่งขึ้นมานั่งแท่นนายกใหม่ๆ ยังจับอุณหภูมิไม่ถูก บอกว่าแผนนี้เสี่ยงฉิบหาย ยังไม่ทันไร จะให้กูเล่นเกมหนัก แผน Perle- Feith จึงถูกเก็บเข้าลิ้นชัก
    ค.ศ.2001 คาวบอยบุช ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีสมัยแรก มาพร้อมกับคำสั่งพ่อให้เปิดลิ้นชัก เอาแผน Perle-Feith ออกมาปัดฝุ่น บอกว่า นี่คือยุทธศาสตร์สำคัญระดับสูงสุดของเรานะลูกรัก แล้วทีมของลูกรัก ก็ทำการปรับปรุงแต่งหน้าแผน และตั้งชื่อแผนเสียใหม่ว่า Greater Middle East Project ส่วน Douglas Feith ก็ได้รับตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นรางวัล
    Greater Middle East มีฉากหน้า เป็นแผนปฏิรูปตะวันออกกลาง โดยให้ทุกประเทศใส่เสื้อคลุมประชาธิปไตย (ต้มแบบเดิมๆ แต่ก็ยังมีคนเชื่อเหมือนเดิม..เบื่อเขียนจังครับ) แต่ของจริงคือ แผนการควบคุมด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของตะวันออกกลาง รวมทั้งกินไปถึงแนวประเทศต่างๆตั้งแต่โมรอคโค ไปจนถึงเขตแดนของรัสเซียและจีน
    ตามแผนนี้ อเมริกา ด้วยความกระหายน้ำมันและเลือดของกลุ่มเหยี่ยว ที่นำโดยคาวบอยบุช
    เตรียมแผนที่จะควบคุมแหล่งน้ำมัน รวมไปจนถึง การผลิต การขายน้ำมัน ฯลฯ พร้อมทั้งควบคุมสถาบันการเงินในภูมิภาคทั้งหมดด้วย มันคือแผนกินรวบ หรือยึดตะวันออกกลางทั้งหมดเป็นอาณานิคมนั่นเอง….
    อเมริกาเตรียมจะเสนอแผนการนี้ในที่ประชุม G8 ในเดือนมิถุนายน ค.ศ.2004 โดยเรียกเป็นแผนระดับการทำงาน working paper G8-Greater Middle East Partnership เพื่อจัดแถวเรียงคิว
    แต่ G8 คือ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี ญี่ปุ่น รัสเซีย อังกฤษ และอเมริกา เอะ ไม่มีประเทศในตะวันออกกลางอยู่ในรายชื่อเลยนี่หว่า เวร กำลังจะถูกเคี้ยว แต่ยังไม่รู้ตัว แถมกำลังเดินจูงกันไปเข้าปากเขา…
    บังเอิญมีมือดี ส่งร่างแผนกินรวบนี้ไปให้สื่อ Al-Hayat ซึ่งตีพิมพ์เป็นภาษา
    อารบิกมีเครือข่ายกว้างขวาง ส่งออกไปทั่วภูมิภาค แถมมีบทความในนิตยสาร Le Monde Diplomatique เดือนเมษายน ค.ศ.2004 ลงเพิ่มให้อีกว่า นอกจากประเทศในตะวันออกกลาง ที่จะโดนเคี้ยวแล้ว อาฟกานิสถาน อิหร่าน ปากีสถาน ตุรกี ก็อาจโดนไปด้วย เพราะดันไปเรียงแถวกันอยู่ ตามแนวที่ไม่ไม่เป็นมิตรกับอเมริกาอย่างรุนแรง…..หมายถึงใครนะ ที่ไม่เป็นมิตรกับอเมริกา…
    หลังจากแผนกินรวบรั่ว ผู้ที่ออกมาคัดค้านแผนนี้อย่างรุนแรง คือ ประธานาธิบดีมูบารัคของอียิปต์ ตามมาด้วยกษัตริย์อับดุลลา ของซาอุดิอารเบีย คาวบอยบุชจึงสั่งเก็บแผนกินรวบ…. ไว้ชั่วคราวและชื่อของมูบารัค ก็คงถูกกากะบาด ตั้งแต่ตอนนั้น แล้วกษัตริย์อับดุลลาล่ะ ไม่โดนหรือพ่อ รอไปก่อนน่า อย่าเพิ่งใจร้อน ยังต้องเอาไว้ใช้งานอีกแยะ
    อันที่จริง อเมริกาและอังกฤษ เริ่มคิดเกี่ยวกับเรื่องประเทศ ที่มีบริเวณอยู่รายรอบสหภาพโซเวียต มานานเกือบ 40 ปีแล้ว ตั้งแต่สหภาพโซเวียตยังอยู่ดี
    ในปี ค.ศ.1978 นายชบิกเนียฟ เบรซินสกี้ Zbigniew Brzezinski (เป็นอีกหนึ่งตัวแสบ ที่ผมสะอิดสะเอียนมาก เวลาที่ต้องเขียนถึง) ในฐานะที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของท่านประธานาธิบดีถั่ว จิมมี่ คาร์เตอร์ ได้พูดในการบรรยายว่า
    …..เราควรให้ความสนใจต่อ ” an arc of crisis” หรือ แนวโค้งที่จะสร้างวิกฤติได้ คือ บรรดาประเทศที่เรียงรายและมีบริเวณอยู่ติดกับสหภาพโซเวียต เริ่มตั้งแต่แนวชายฝั่งของมหาสมุทรอินเดีย ไล่มาจนถึงตุรกี ลงใต้มาถึงประเทศที่อยู่แถวแหลมอารเบีย และยาวไปจนถึงปลายแหลมของอาฟริกา….
    …..และจุดสำคัญ ที่จะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมต่อของแนวโค้ง คือ อิหร่าน…..
    …..แนวโค้งดังกล่าว มีความเปราะบาง ทั้งทางด้านสังคมและการเมือง แต่จะมีความหมายกับอเมริกาอย่างมากมาย……ความวุ่นวายของประเทศในแนวโค้ง นั้น ไม่ว่าจะมาจากทางการเมือง หรือสังคม สามารถสร้างความปวดหัวให้กับเรา หรือกับฝ่ายตรงกันข้ามของเราได้อย่างมหาศาล…..
    แล้วยุทธศาสตร์ของอเมริกาและอังกฤษ เกี่ยวกับสหภาพโซเวียต ก็มีการเปลี่ยนแปลง เกิดมีแนวความคิดที่จะเอากองกำลังของพวกมุสลิม มาใช้ในการปิดล้อมสหภาพโซเวียต ด้วยการสร้างความวุ่นวายในประเทศตามแนวโค้ง
    ทฤษฏีของเบรซินสกี้ ถูกนำไปขยายเป็นแผนยุทธศาสตร์ในปี ค.ศ.1979 โดย นายเบอร์นาร์ด ลิวอิส Bernard Lewis ชาวอังกฤษ ผู้เชี่ยวชาญด้านงานข่าวกรอง และเป็นนักประวัติศาสตร์ ผู้ชำนาญโดยเฉพาะในบริเวณตะวันออกกลาง และเอเซียกลาง ตามแผนยุทธศาสตร์นี้ อเมริกาจะสร้างกองกำลังของพวกมุสลิม มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการ “ปิดล้อม”สหภาพโซเวียต และ”ควบคุม” ตะวันออกกลางต่อไปด้วย
    ในปี ค.ศ.1992 ลิวอิส เขียนบทความชื่อ “Rethinking the Middle East” (คิดอีกที เรื่องตะวันออกกลาง) ลงในนิตยสาร Foreign Affairs ของถังความคิด Council on Foreign Relations หรือ CFR ที่เป็นเสมือนผู้กำกับรัฐบาลอเมริกัน
    ลิวอิส เสนอความเห็นว่า เรา (แองโกลอเมริกัน) ควรมีนโยบายเกี่ยวกับตะวันออกกลางใหม่ เพื่อเป็นการรองรับการสิ้นสุดของสงครามเย็น และเป็นการจัดระเบียบโลกใหม่ สรุปง่ายๆ แบบภาษาแถวบ้านผม แปลว่า ต้องมีแผนดองรัสเซียไว้ในขวดโหลนั่นแหละครับ
    ย้อนไปในปี ค.ศ.1982 ผู้สื่อข่าวชาวอิสราเอล ชื่อ โอเด็ด ยีนอน Oded Yinon ก็เขียนบทความชิ้นสำคัญออกมา เป็นบทความที่อเมริกาและอังกฤษให้ความสนใจมาก สรุปว่า การล่มสลายของซีเรีย อิรัค และเลบานอน คือเป้าหมายสำคัญของอิสราเอล อิรัคจะแข็งแรงกว่าซีเรีย ถ้าปล่อยให้อยู่นานไป และนั่นเป็นการคุกคามต่อการเป็นอยู่ของอิสราเอล
    ในปี ค.ศ.1996 อเมริกาแจกงาน ให้อิสราเอล ทำหน้าที่ประสานงานใกล้ชิดกับตุรกี และจอร์แดน เผื่อเตรียมแผนปฏิบัติการร่วม ในการเด็ดซัดดัม ให้หลุดออกไปจากขั้วอำนาจในอิรัค
    ปี ค.ศ.2000 อเมริกาออกนโยบายที่เรียกว่า Project for the New American Century (PNAC) ศตวรรษใหม่ของอเมริกา จุดประสงค์เพื่อจัดทัพด้านความมั่นคงของอเมริกาเสียใหม่ โดยเฉพาะเพื่อให้ตะวันออกกลางอยู่ในการครอบครอง หรือควบคุมของอเมริกาอย่างเบ็ดเสร็จ โดยเน้นที่การกำจัด อิรัค และอิหร่าน
    และในที่สุด ในปี ค.ศ.2003 อเมริกาก็บุกอิรัคจริง และกำจัดซัดดัมจริง ทุกอย่างเป็นไปตามแผน
    หลังจากนั้น แผนหรือโครงการ ตะวันออกกลางใหม่ New Middle East ของ “อเมริกา” ก็เปิดตัว ต่อสาธารณะ ในปี ค.ศ.2006….เฮ้อ…
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    1 ธ.ค. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 7 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 7 ทฤษฏีเอาปั้มไม่เอาคนนั้น อเมริกา อังกฤษ และอิสราเอล (ไอ้สามแสบ) ได้สมคบกันคิดมานานแล้ว และมาเปิดเผยอย่างเป็นทางการ เมื่อประมาณปี ค.ศ.2006 โดยคุณนายคอนโดลีสซ่า ไรซ์ Condoleezza Rice เมื่อตอนเป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของอเมริกา สมัยคาวบอยบุชเป็นประธานาธิบดี คุณนายคอนโด เป็นหญิงผิวดำ ที่ออกท่าว่ามีการศึกษาสูง เป็นอาจารย์สอนทางรัฐศาสตร์การเมือง ในมหาวิทยาลัยอันดับนำของอเมริกา คุณนายคอนโดให้สัมภาษณ์กับสื่อ ที่เมืองเทลาวิฟ อิสราเอล เมื่อเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ.2006 ในวันทำพิธีเปิดสถานีส่งน้ำมันเส้นทาง Baku-Tbilisi-Ceyhan (BTC)ทางตะวันออกของเมดิเตอร์เรเนียน ว่า…..เรากำลังก้าวไปสู่ ตะวันออกกลางใหม่ “New Middle East” ……และคงไม่ใช่การบังเอิญ วันที่คุณนายให้สัมภาษณ์นั้น อิสราเอลกำลังโจมตีเลบานอน คุณนายคอนโดขยายต่อ …. ที่เรากำลังเห็นอยู่ (การโจมตีเลบานอนของอิสราเอล) …..มันอาจจะเป็นการเริ่มต้น ของตะวันออกกลางใหม่ ก็ได้นะ…และไม่ว่าเรา (อเมริกา) จะดำเนินการอย่างไรต่อไป มันหมายความว่า เราจะผลักดันไปสู่ตะวันออกกลางใหม่ ไม่ใช่ ตะวันออกกลางเดิม….อืม…. แผนสร้างตะวันออกกลางใหม่ New Middle East เป็นแผนที่ปรับปรุงมาจากแผน Greater Middle East Project ที่เป็นการคิดร่วมกันของฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายกองทัพ และกระทรวงต่างประเทศของอเมริกา ในช่วงปี ค.ศ.1996 สมัยท่านประธานาธิบดี คนที่นิยมเด็กฝึกงาน การให้สัมภาษณ์ของคุณนายคอนโด เป็นการยืนยันข่าวลือว่า อเมริกา อังกฤษ อิสราเอล ได้ร่วมกันวางแผนมาหลายปีแล้ว ที่จะสร้างการจราจลวุ่นวายให้เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง โดยให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น และขยายตัวตามแนวโค้งของบรรดาประเทศ ที่รายรอบสหภาพโซเวียต… ค.ศ.1996 Richard Perle และ Douglas Feith 2 ที่ปรึกษาใหญ่ของเพนตากอน ตั้งแต่สมัยบุชตัวพ่อ ได้เสนอแผนยุทธศาสตร์สำหรับอิสราเอลยุคใหม่ ภายใต้การนำของนายเนทันยาฮู ซึ่งเพิ่งได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีของอิสราเอลหมาดๆ ชื่อแผน A Clean Break: A New Strategy for Securing of the Realm ซึ่งนับเป็นครั้งแรก ที่มีการระบุไว้ในแผนของวอชิงตัน ที่เสนอให้มีการกำจัด ซัดดัม ฮุสเซน ของอิรัค การใช้กำลังทหารกับปาเลสไตน์ และการโจมตีซีเรีย และเลบานอน นายเนทันยาฮู เพิ่งขึ้นมานั่งแท่นนายกใหม่ๆ ยังจับอุณหภูมิไม่ถูก บอกว่าแผนนี้เสี่ยงฉิบหาย ยังไม่ทันไร จะให้กูเล่นเกมหนัก แผน Perle- Feith จึงถูกเก็บเข้าลิ้นชัก ค.ศ.2001 คาวบอยบุช ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีสมัยแรก มาพร้อมกับคำสั่งพ่อให้เปิดลิ้นชัก เอาแผน Perle-Feith ออกมาปัดฝุ่น บอกว่า นี่คือยุทธศาสตร์สำคัญระดับสูงสุดของเรานะลูกรัก แล้วทีมของลูกรัก ก็ทำการปรับปรุงแต่งหน้าแผน และตั้งชื่อแผนเสียใหม่ว่า Greater Middle East Project ส่วน Douglas Feith ก็ได้รับตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นรางวัล Greater Middle East มีฉากหน้า เป็นแผนปฏิรูปตะวันออกกลาง โดยให้ทุกประเทศใส่เสื้อคลุมประชาธิปไตย (ต้มแบบเดิมๆ แต่ก็ยังมีคนเชื่อเหมือนเดิม..เบื่อเขียนจังครับ) แต่ของจริงคือ แผนการควบคุมด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของตะวันออกกลาง รวมทั้งกินไปถึงแนวประเทศต่างๆตั้งแต่โมรอคโค ไปจนถึงเขตแดนของรัสเซียและจีน ตามแผนนี้ อเมริกา ด้วยความกระหายน้ำมันและเลือดของกลุ่มเหยี่ยว ที่นำโดยคาวบอยบุช เตรียมแผนที่จะควบคุมแหล่งน้ำมัน รวมไปจนถึง การผลิต การขายน้ำมัน ฯลฯ พร้อมทั้งควบคุมสถาบันการเงินในภูมิภาคทั้งหมดด้วย มันคือแผนกินรวบ หรือยึดตะวันออกกลางทั้งหมดเป็นอาณานิคมนั่นเอง…. อเมริกาเตรียมจะเสนอแผนการนี้ในที่ประชุม G8 ในเดือนมิถุนายน ค.ศ.2004 โดยเรียกเป็นแผนระดับการทำงาน working paper G8-Greater Middle East Partnership เพื่อจัดแถวเรียงคิว แต่ G8 คือ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี ญี่ปุ่น รัสเซีย อังกฤษ และอเมริกา เอะ ไม่มีประเทศในตะวันออกกลางอยู่ในรายชื่อเลยนี่หว่า เวร กำลังจะถูกเคี้ยว แต่ยังไม่รู้ตัว แถมกำลังเดินจูงกันไปเข้าปากเขา… บังเอิญมีมือดี ส่งร่างแผนกินรวบนี้ไปให้สื่อ Al-Hayat ซึ่งตีพิมพ์เป็นภาษา อารบิกมีเครือข่ายกว้างขวาง ส่งออกไปทั่วภูมิภาค แถมมีบทความในนิตยสาร Le Monde Diplomatique เดือนเมษายน ค.ศ.2004 ลงเพิ่มให้อีกว่า นอกจากประเทศในตะวันออกกลาง ที่จะโดนเคี้ยวแล้ว อาฟกานิสถาน อิหร่าน ปากีสถาน ตุรกี ก็อาจโดนไปด้วย เพราะดันไปเรียงแถวกันอยู่ ตามแนวที่ไม่ไม่เป็นมิตรกับอเมริกาอย่างรุนแรง…..หมายถึงใครนะ ที่ไม่เป็นมิตรกับอเมริกา… หลังจากแผนกินรวบรั่ว ผู้ที่ออกมาคัดค้านแผนนี้อย่างรุนแรง คือ ประธานาธิบดีมูบารัคของอียิปต์ ตามมาด้วยกษัตริย์อับดุลลา ของซาอุดิอารเบีย คาวบอยบุชจึงสั่งเก็บแผนกินรวบ…. ไว้ชั่วคราวและชื่อของมูบารัค ก็คงถูกกากะบาด ตั้งแต่ตอนนั้น แล้วกษัตริย์อับดุลลาล่ะ ไม่โดนหรือพ่อ รอไปก่อนน่า อย่าเพิ่งใจร้อน ยังต้องเอาไว้ใช้งานอีกแยะ อันที่จริง อเมริกาและอังกฤษ เริ่มคิดเกี่ยวกับเรื่องประเทศ ที่มีบริเวณอยู่รายรอบสหภาพโซเวียต มานานเกือบ 40 ปีแล้ว ตั้งแต่สหภาพโซเวียตยังอยู่ดี ในปี ค.ศ.1978 นายชบิกเนียฟ เบรซินสกี้ Zbigniew Brzezinski (เป็นอีกหนึ่งตัวแสบ ที่ผมสะอิดสะเอียนมาก เวลาที่ต้องเขียนถึง) ในฐานะที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของท่านประธานาธิบดีถั่ว จิมมี่ คาร์เตอร์ ได้พูดในการบรรยายว่า …..เราควรให้ความสนใจต่อ ” an arc of crisis” หรือ แนวโค้งที่จะสร้างวิกฤติได้ คือ บรรดาประเทศที่เรียงรายและมีบริเวณอยู่ติดกับสหภาพโซเวียต เริ่มตั้งแต่แนวชายฝั่งของมหาสมุทรอินเดีย ไล่มาจนถึงตุรกี ลงใต้มาถึงประเทศที่อยู่แถวแหลมอารเบีย และยาวไปจนถึงปลายแหลมของอาฟริกา…. …..และจุดสำคัญ ที่จะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมต่อของแนวโค้ง คือ อิหร่าน….. …..แนวโค้งดังกล่าว มีความเปราะบาง ทั้งทางด้านสังคมและการเมือง แต่จะมีความหมายกับอเมริกาอย่างมากมาย……ความวุ่นวายของประเทศในแนวโค้ง นั้น ไม่ว่าจะมาจากทางการเมือง หรือสังคม สามารถสร้างความปวดหัวให้กับเรา หรือกับฝ่ายตรงกันข้ามของเราได้อย่างมหาศาล….. แล้วยุทธศาสตร์ของอเมริกาและอังกฤษ เกี่ยวกับสหภาพโซเวียต ก็มีการเปลี่ยนแปลง เกิดมีแนวความคิดที่จะเอากองกำลังของพวกมุสลิม มาใช้ในการปิดล้อมสหภาพโซเวียต ด้วยการสร้างความวุ่นวายในประเทศตามแนวโค้ง ทฤษฏีของเบรซินสกี้ ถูกนำไปขยายเป็นแผนยุทธศาสตร์ในปี ค.ศ.1979 โดย นายเบอร์นาร์ด ลิวอิส Bernard Lewis ชาวอังกฤษ ผู้เชี่ยวชาญด้านงานข่าวกรอง และเป็นนักประวัติศาสตร์ ผู้ชำนาญโดยเฉพาะในบริเวณตะวันออกกลาง และเอเซียกลาง ตามแผนยุทธศาสตร์นี้ อเมริกาจะสร้างกองกำลังของพวกมุสลิม มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการ “ปิดล้อม”สหภาพโซเวียต และ”ควบคุม” ตะวันออกกลางต่อไปด้วย ในปี ค.ศ.1992 ลิวอิส เขียนบทความชื่อ “Rethinking the Middle East” (คิดอีกที เรื่องตะวันออกกลาง) ลงในนิตยสาร Foreign Affairs ของถังความคิด Council on Foreign Relations หรือ CFR ที่เป็นเสมือนผู้กำกับรัฐบาลอเมริกัน ลิวอิส เสนอความเห็นว่า เรา (แองโกลอเมริกัน) ควรมีนโยบายเกี่ยวกับตะวันออกกลางใหม่ เพื่อเป็นการรองรับการสิ้นสุดของสงครามเย็น และเป็นการจัดระเบียบโลกใหม่ สรุปง่ายๆ แบบภาษาแถวบ้านผม แปลว่า ต้องมีแผนดองรัสเซียไว้ในขวดโหลนั่นแหละครับ ย้อนไปในปี ค.ศ.1982 ผู้สื่อข่าวชาวอิสราเอล ชื่อ โอเด็ด ยีนอน Oded Yinon ก็เขียนบทความชิ้นสำคัญออกมา เป็นบทความที่อเมริกาและอังกฤษให้ความสนใจมาก สรุปว่า การล่มสลายของซีเรีย อิรัค และเลบานอน คือเป้าหมายสำคัญของอิสราเอล อิรัคจะแข็งแรงกว่าซีเรีย ถ้าปล่อยให้อยู่นานไป และนั่นเป็นการคุกคามต่อการเป็นอยู่ของอิสราเอล ในปี ค.ศ.1996 อเมริกาแจกงาน ให้อิสราเอล ทำหน้าที่ประสานงานใกล้ชิดกับตุรกี และจอร์แดน เผื่อเตรียมแผนปฏิบัติการร่วม ในการเด็ดซัดดัม ให้หลุดออกไปจากขั้วอำนาจในอิรัค ปี ค.ศ.2000 อเมริกาออกนโยบายที่เรียกว่า Project for the New American Century (PNAC) ศตวรรษใหม่ของอเมริกา จุดประสงค์เพื่อจัดทัพด้านความมั่นคงของอเมริกาเสียใหม่ โดยเฉพาะเพื่อให้ตะวันออกกลางอยู่ในการครอบครอง หรือควบคุมของอเมริกาอย่างเบ็ดเสร็จ โดยเน้นที่การกำจัด อิรัค และอิหร่าน และในที่สุด ในปี ค.ศ.2003 อเมริกาก็บุกอิรัคจริง และกำจัดซัดดัมจริง ทุกอย่างเป็นไปตามแผน หลังจากนั้น แผนหรือโครงการ ตะวันออกกลางใหม่ New Middle East ของ “อเมริกา” ก็เปิดตัว ต่อสาธารณะ ในปี ค.ศ.2006….เฮ้อ… สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 1 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 457 มุมมอง 0 รีวิว
  • แผนจัญไร ตอนที่ 6

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 6
    ตกลงอเมริกาสร้างหรือปล่อยให้มีการสร้างไอซิส ISIS ขึ้นมาทำไม
    อเมริกาต้องมีแผนแน่นอน แต่แผนของอเมริกามันขนาดไหนล่ะ กินบริเวณแค่แถวตะวันออกกลาง หรือกินบริเวณไกลไปกว่านั้น……
    ลองมาไล่เรียงกันดูว่า มีทฤษฏีอะไรบ้าง ที่ทำให้อเมริกาต้องสร้าง หรือปล่อยให้มีการสร้างไอซิส
    ทฤษฏีแรกคือ การแย่งชิงพลังงานในโลก มันเป็นทฤษฏีเก่าใช้กันมานานตั้งแต่สมัยทำสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่น่าจะโบราณตกรุ่นไปแล้ว แต่ทฤษฏีนี้ยังได้ผลอยู่ครับ ตราบใดที่น้ำมันยังมีส่วนเกี่ยวพันกับชีวิตเราเกือบทุกวัน
    และเพื่อจะรักษาการเป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของตนไว้ อเมริกาจึงพร้อมที่จะทำทุกอย่าง เพื่อที่จะคุมแหล่งพลังงานทั้งโลกไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตามคำกล่าวของนายเฮนรี่ คิสซิงเจอร์ ……ควบคุมน้ำมันได้ คุณก็ควบคุมชาติต่างๆได้ control oil and you control nations…..
    อเมริกามีแหล่งพลังงานของตัวเอง เพียงพอที่จะเลี้ยงประเทศตัวเองไปได้นานหลายปี เช่นเดียวกับรัสเซีย ที่กำลังขึ้นมาท้าทายการเป็นขั้วอำนาจใหม่ในโลกอีกขั้วหนึ่ง ก็มีแหล่งพลังงานเหลือเฟือ แบบนี้อเมริกาก็ต้องเร่งเครื่อง ไม่ให้ใครมาแซง
    แต่บริเวณที่ไม่ใช่ของอเมริกา และไม่ใช่ของรัสเซีย ที่มีแหล่งพลังงานมากที่สุดในโลก ที่มีทั้งน้ำมันและแก๊ส หอมหวลชวนให้ครอบครอง หรือควบคุม คงไม่พ้นตะวันออกกลาง (และน้องใหม่ อาฟริกา) และทั้ง 2 บริเวณนี้ ก็คงไม่มีวันสงบสุข
    อเมริกา ครอบครองและควบคุมประเทศในแถบตะวันออกกลางไว้แล้วกว่าครึ่ง คือ กลุ่มซาอุดิอารเบีย มี บาห์เรน การ์ตา คูเวต เอมิเรต และจอร์แดน
    โอมาน ชาวอ่าวที่น่าจะสังกัดอยู่ในกลุ่มซาอุดิอารเบีย แต่พักหลังดูเหมือนโอมานจะทิ้งระยะห่างจากซาอุ อย่างน่าสังเกต และแถมมีที่ท่าว่าจะวางตัวเป็นกลาง หรือเอียงไปทางอิหร่านด้วยซ้ำ ท้ายที่สุด เชื่อว่าอเมริกาคงไม่ปล่อยมือจากโอมาน และอีกไม่นาน ความไม่สงบก็คงจะเกิดขึ้นในโอมาน
    ส่วนตุรกีนกสองหัว ที่ชอบเล่นเกมเสียว และตอนนี้กำลังได้เสียวสมใจ ถลำลึกลงไปในหลุมที่อเมริกาขุดล่อไว้ …ต่อไป ยังไม่แน่ว่าจะมีเหลือสักหัวไหม ตอนนี้เหมือนจะต้องนับว่าอยู่ในความควบคุมของอเมริกา แต่เกมยังอีกยาว รอดูกันไปอีกหน่อยนะครับ
    สำหรับอิสราเอล คงไม่ต้องบรรยายมาก แม้จะเล่นละครด่ากัน เหน็บกันไปมา กับอเมริกา แก้น้ำลายบูด แต่เชื่อได้เลยว่าอยู่กับอเมริกาเต็มห้าร้อย
    ประเทศที่ชัดเจนว่าไม่เอาอเมริกา คือ อิหร่าน ซีเรีย แม้จะจำนวนแค่ 2 ประเทศแต่ปริมาณพลังงานของอิหร่าน บวกกับของซีเรีย ก็ทำให้อเมริกาและพวกตะวันตก น้ำลายหยดเช็ดไม่ทันเหมือนกัน
    ประเทศที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ ที่จะทำให้อำนาจ และความมั่นคงในตะวันออกกลาง เปลี่ยนแปลงอย่างนึกไม่ถึง คือ ซีเรีย อิรัค เยเมน ปาเลสไตน์และเลบานอน ฝ่ายไหนได้ 5 ประเทศนี้ไป ฝ่ายนั้นได้คุมตะวันออกกลาง เบ็ดเสร็จ
    นอกจากนี้ อียิปต์ แม้จะไม่ใช่ชาวตะวันออกกลาง แต่การที่อียิปต์ มีบริเวณตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับซาอุ และคุมคลองสุเอซ บวกแหล่งแก๊ส Zohr ที่เพิ่งเจอ ทำให้อียิปต์ ราศีจับจนมีคนอิจฉา และถ้าใครคว้าข้อมืออียิปต์ไว้ได้ ก็เหมือนได้ลาภลอย ถ้าคุยกับอืยิปต์รู้เรื่อง
    ถ้าเป็นตามทฤษฏีนี้ ฝ่ายอเมริกาก็คงจะทำทุกอย่าง ที่ให้ได้ ซีเรีย อิรัค เยเมน ปาเลสไตน์ และเลบานอน และเราก็เห็นแล้วว่า ขณะนี้ทั้ง 5 ประเทศ มีการสู้รบ ความวุ่นวายเกิดขึ้นอย่างน่าเศร้าใจขนาดไหน ขณะเดียวกัน อิหร่าน ก็คงต้องดิ้นรนอย่างที่สุด เพื่อไม่ให้ 5 ประเทศนี้ ตกไปอยู่กับฝ่ายตรงข้าม ไม่เช่นนั้นแล้ว อิหร่านเอง ก็จะถูกรุมกินโต๊ะ ถึงขนาดสิ้นชาติได้ทีเดียว
    อันที่จริงอเมริกา จะปล่อยให้ตะวันออกกลาง ตัดสินใจความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากันเองก็ได้ แต่แบบนั้น มันจะทำให้อเมริกาควบคุมตะวันออกกลางไม่เบ็ดเสร็จ ไม่ได้ควบคุมแหล่งพลังงานทั้งหมดตามแผน อเมริกาจึงใช้วิธี แบ่งแยกและยึด Divide and Conquer โดยอเมริกาจับจุดอ่อนของตะวันออกกลาง เกี่ยวกับเรื่องการแตกแยกทางนิกายศาสนาได้ อเมริกาจึงส่งลิ่ม ชื่อไอซิส เข้ามาตอกย้ำในซีเรียและอิรัค ว่า พวกชีอ่ะต้องการทำลายพวกสุนนี่ในซีเรียและอิรัค และขณะเดียวกัน ก็ให้สุนนี่ซาอุดิอารเบีย รับหน้าที่จัดการเยเมน ที่มีหลายเผ่าพันธ์ ส่วนอิสราเอล รับเรื่องเลบานอน ปาเลสไตน์ไป ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับนิกายศาสนา แต่เป็นเรื่องดินแดน ตามแผนที่อังกฤษวางสนุ๊กไว้ ร้อยกว่าปีมาแล้ว
    แต่ แผนแบ่งแยกและยึดตะวันออกกลาง ในความหมายของอเมริกา น่าจะหมายยาวไปกว่าแค่ การยึดได้ตะวันออกกลาง มันคงเป็นตะวันออกกลางแบบ “เอาปั๊ม ไม่เอาคน” ต้มคนตะวันออกกลางอีกต่อ
    อเมริการู้ว่า วันหนึ่งน้ำมันในตะวันออกกลางก็จะต้องหมด และบางประเทศ เช่น ซาอุดิอารเบีย และหลายประเทศแถวอ่าว ก็ใช้น้ำมันอย่างฟุ่มเฟือย เมื่อเทียบกับอิหร่าน บวกกับประชากรที่เพิ่มขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว และบางประเทศสร้างแต่ตึกสูงแบบเศรษฐีทั้งเมือง กินน้ำมันกันจุแบบนี้ อเมริกาทนไม่ได้หรอก แล้วกูจะเหลืออะไร มันถึงต้องวางแผน เอาแต่ปั๊ม ไม่เอาคน
    และเมื่อจะเอาแต่ปั๊มไม่เอาคน มันก็ต้องเป็นการวางแผน ให้ตะวันออกกลางเกิดความอลหม่านวุ่นวายให้มากที่สุด โดยอเมริกาเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยตัวเองน้อยที่สุด ดังนั้น ไม่มีอะไรดีไปกว่าสร้างเครื่องมือชื่อ ไอซิส มาเป็นเป้าล่อ ให้คนในถล่มกันเอง ให้ซีเรีย และอิรัคร่วงก่อน
    ถ้า ซีเรีย อิรัคใกล้ร่วง อิหร่านก็อยู่เฉยไม่ได้ ต้องออกโรง เพราะถ้าอิรัค ซีเรียไป อิหร่านก็ไปด้วย และด้วยการวางแผนเช่นนี้ ในที่สุดตะวันออกกลางก็จะเละสมใจอเมริกาและพวก เหลือแต่ปั๊ม (แทบ) ไม่เหลือคน
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    30 พ.ย. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 6 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 6 ตกลงอเมริกาสร้างหรือปล่อยให้มีการสร้างไอซิส ISIS ขึ้นมาทำไม อเมริกาต้องมีแผนแน่นอน แต่แผนของอเมริกามันขนาดไหนล่ะ กินบริเวณแค่แถวตะวันออกกลาง หรือกินบริเวณไกลไปกว่านั้น…… ลองมาไล่เรียงกันดูว่า มีทฤษฏีอะไรบ้าง ที่ทำให้อเมริกาต้องสร้าง หรือปล่อยให้มีการสร้างไอซิส ทฤษฏีแรกคือ การแย่งชิงพลังงานในโลก มันเป็นทฤษฏีเก่าใช้กันมานานตั้งแต่สมัยทำสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่น่าจะโบราณตกรุ่นไปแล้ว แต่ทฤษฏีนี้ยังได้ผลอยู่ครับ ตราบใดที่น้ำมันยังมีส่วนเกี่ยวพันกับชีวิตเราเกือบทุกวัน และเพื่อจะรักษาการเป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของตนไว้ อเมริกาจึงพร้อมที่จะทำทุกอย่าง เพื่อที่จะคุมแหล่งพลังงานทั้งโลกไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตามคำกล่าวของนายเฮนรี่ คิสซิงเจอร์ ……ควบคุมน้ำมันได้ คุณก็ควบคุมชาติต่างๆได้ control oil and you control nations….. อเมริกามีแหล่งพลังงานของตัวเอง เพียงพอที่จะเลี้ยงประเทศตัวเองไปได้นานหลายปี เช่นเดียวกับรัสเซีย ที่กำลังขึ้นมาท้าทายการเป็นขั้วอำนาจใหม่ในโลกอีกขั้วหนึ่ง ก็มีแหล่งพลังงานเหลือเฟือ แบบนี้อเมริกาก็ต้องเร่งเครื่อง ไม่ให้ใครมาแซง แต่บริเวณที่ไม่ใช่ของอเมริกา และไม่ใช่ของรัสเซีย ที่มีแหล่งพลังงานมากที่สุดในโลก ที่มีทั้งน้ำมันและแก๊ส หอมหวลชวนให้ครอบครอง หรือควบคุม คงไม่พ้นตะวันออกกลาง (และน้องใหม่ อาฟริกา) และทั้ง 2 บริเวณนี้ ก็คงไม่มีวันสงบสุข อเมริกา ครอบครองและควบคุมประเทศในแถบตะวันออกกลางไว้แล้วกว่าครึ่ง คือ กลุ่มซาอุดิอารเบีย มี บาห์เรน การ์ตา คูเวต เอมิเรต และจอร์แดน โอมาน ชาวอ่าวที่น่าจะสังกัดอยู่ในกลุ่มซาอุดิอารเบีย แต่พักหลังดูเหมือนโอมานจะทิ้งระยะห่างจากซาอุ อย่างน่าสังเกต และแถมมีที่ท่าว่าจะวางตัวเป็นกลาง หรือเอียงไปทางอิหร่านด้วยซ้ำ ท้ายที่สุด เชื่อว่าอเมริกาคงไม่ปล่อยมือจากโอมาน และอีกไม่นาน ความไม่สงบก็คงจะเกิดขึ้นในโอมาน ส่วนตุรกีนกสองหัว ที่ชอบเล่นเกมเสียว และตอนนี้กำลังได้เสียวสมใจ ถลำลึกลงไปในหลุมที่อเมริกาขุดล่อไว้ …ต่อไป ยังไม่แน่ว่าจะมีเหลือสักหัวไหม ตอนนี้เหมือนจะต้องนับว่าอยู่ในความควบคุมของอเมริกา แต่เกมยังอีกยาว รอดูกันไปอีกหน่อยนะครับ สำหรับอิสราเอล คงไม่ต้องบรรยายมาก แม้จะเล่นละครด่ากัน เหน็บกันไปมา กับอเมริกา แก้น้ำลายบูด แต่เชื่อได้เลยว่าอยู่กับอเมริกาเต็มห้าร้อย ประเทศที่ชัดเจนว่าไม่เอาอเมริกา คือ อิหร่าน ซีเรีย แม้จะจำนวนแค่ 2 ประเทศแต่ปริมาณพลังงานของอิหร่าน บวกกับของซีเรีย ก็ทำให้อเมริกาและพวกตะวันตก น้ำลายหยดเช็ดไม่ทันเหมือนกัน ประเทศที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ ที่จะทำให้อำนาจ และความมั่นคงในตะวันออกกลาง เปลี่ยนแปลงอย่างนึกไม่ถึง คือ ซีเรีย อิรัค เยเมน ปาเลสไตน์และเลบานอน ฝ่ายไหนได้ 5 ประเทศนี้ไป ฝ่ายนั้นได้คุมตะวันออกกลาง เบ็ดเสร็จ นอกจากนี้ อียิปต์ แม้จะไม่ใช่ชาวตะวันออกกลาง แต่การที่อียิปต์ มีบริเวณตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับซาอุ และคุมคลองสุเอซ บวกแหล่งแก๊ส Zohr ที่เพิ่งเจอ ทำให้อียิปต์ ราศีจับจนมีคนอิจฉา และถ้าใครคว้าข้อมืออียิปต์ไว้ได้ ก็เหมือนได้ลาภลอย ถ้าคุยกับอืยิปต์รู้เรื่อง ถ้าเป็นตามทฤษฏีนี้ ฝ่ายอเมริกาก็คงจะทำทุกอย่าง ที่ให้ได้ ซีเรีย อิรัค เยเมน ปาเลสไตน์ และเลบานอน และเราก็เห็นแล้วว่า ขณะนี้ทั้ง 5 ประเทศ มีการสู้รบ ความวุ่นวายเกิดขึ้นอย่างน่าเศร้าใจขนาดไหน ขณะเดียวกัน อิหร่าน ก็คงต้องดิ้นรนอย่างที่สุด เพื่อไม่ให้ 5 ประเทศนี้ ตกไปอยู่กับฝ่ายตรงข้าม ไม่เช่นนั้นแล้ว อิหร่านเอง ก็จะถูกรุมกินโต๊ะ ถึงขนาดสิ้นชาติได้ทีเดียว อันที่จริงอเมริกา จะปล่อยให้ตะวันออกกลาง ตัดสินใจความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากันเองก็ได้ แต่แบบนั้น มันจะทำให้อเมริกาควบคุมตะวันออกกลางไม่เบ็ดเสร็จ ไม่ได้ควบคุมแหล่งพลังงานทั้งหมดตามแผน อเมริกาจึงใช้วิธี แบ่งแยกและยึด Divide and Conquer โดยอเมริกาจับจุดอ่อนของตะวันออกกลาง เกี่ยวกับเรื่องการแตกแยกทางนิกายศาสนาได้ อเมริกาจึงส่งลิ่ม ชื่อไอซิส เข้ามาตอกย้ำในซีเรียและอิรัค ว่า พวกชีอ่ะต้องการทำลายพวกสุนนี่ในซีเรียและอิรัค และขณะเดียวกัน ก็ให้สุนนี่ซาอุดิอารเบีย รับหน้าที่จัดการเยเมน ที่มีหลายเผ่าพันธ์ ส่วนอิสราเอล รับเรื่องเลบานอน ปาเลสไตน์ไป ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับนิกายศาสนา แต่เป็นเรื่องดินแดน ตามแผนที่อังกฤษวางสนุ๊กไว้ ร้อยกว่าปีมาแล้ว แต่ แผนแบ่งแยกและยึดตะวันออกกลาง ในความหมายของอเมริกา น่าจะหมายยาวไปกว่าแค่ การยึดได้ตะวันออกกลาง มันคงเป็นตะวันออกกลางแบบ “เอาปั๊ม ไม่เอาคน” ต้มคนตะวันออกกลางอีกต่อ อเมริการู้ว่า วันหนึ่งน้ำมันในตะวันออกกลางก็จะต้องหมด และบางประเทศ เช่น ซาอุดิอารเบีย และหลายประเทศแถวอ่าว ก็ใช้น้ำมันอย่างฟุ่มเฟือย เมื่อเทียบกับอิหร่าน บวกกับประชากรที่เพิ่มขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว และบางประเทศสร้างแต่ตึกสูงแบบเศรษฐีทั้งเมือง กินน้ำมันกันจุแบบนี้ อเมริกาทนไม่ได้หรอก แล้วกูจะเหลืออะไร มันถึงต้องวางแผน เอาแต่ปั๊ม ไม่เอาคน และเมื่อจะเอาแต่ปั๊มไม่เอาคน มันก็ต้องเป็นการวางแผน ให้ตะวันออกกลางเกิดความอลหม่านวุ่นวายให้มากที่สุด โดยอเมริกาเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยตัวเองน้อยที่สุด ดังนั้น ไม่มีอะไรดีไปกว่าสร้างเครื่องมือชื่อ ไอซิส มาเป็นเป้าล่อ ให้คนในถล่มกันเอง ให้ซีเรีย และอิรัคร่วงก่อน ถ้า ซีเรีย อิรัคใกล้ร่วง อิหร่านก็อยู่เฉยไม่ได้ ต้องออกโรง เพราะถ้าอิรัค ซีเรียไป อิหร่านก็ไปด้วย และด้วยการวางแผนเช่นนี้ ในที่สุดตะวันออกกลางก็จะเละสมใจอเมริกาและพวก เหลือแต่ปั๊ม (แทบ) ไม่เหลือคน สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 30 พ.ย. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 273 มุมมอง 0 รีวิว
  • แผนจัญไร ตอนที่ 1

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 1
    ปลายฝนต้นหนาว เรื่องราวใหญ่ๆทยอยเกิดขึ้น เหมือนมีไอ้จัญไรที่ไหน ตั้งใจก่อเหตุให้เป็นไปตามแผน….
    เริ่มด้วยเครื่องบินโดยสารรัสเซียถูกยิงตกที่อียิปต์ ผู้โดยสารตายยกลำ ภายหลังมีหลักฐานอ้างว่าเป็นกลุ่มไอซิส ISIS ตามมาด้วยที่ฝรั่งเศส ระหว่างที่ชาวปารีสกำลังพักผ่อนหลังเลิกงานในคืนวันศุกร์ ก็ถูกผู้ก่อการร้าย ที่อ้างว่าเป็นไอซิส ล้อมยิงไล่ยิงกลางกรุงปารีสไม่รู้กี่จุด ทำเอาชาวฝรั่งเศสตายร้อยกว่าคน
    ทางการตามล่าไอซิสที่ว่าเป็นตัวการ แต่หนีไปกบดานถึงกรุงบรัสเซลล์ การไล่จับไอซิสที่บรัสเซลล์ ทำเอาบรัสเซลล์ต้องยกระดับภัยก่อการร้ายขึ้นไปสูงสุด
    ชาวฝรั่งเศสขวัญยังไม่เข้าที่ ส่วนชาวบรัสเซล์ก็ยังไม่หายงุนงงตกใจ จับหัวไม่ชนปลาย ดันมีข่าวใหม่เกิดขึ้นมาอีกว่า มีผู้ก่อการร้ายบุกเข้าไปในโรงแรมหรูที่ มาลี อาฟริกา จับเอาแขกโรงแรมเป็นตัวประกัน คราวนี้บอกไม่ใช่ไอซิส แต่เป็นผู้ก่อการร้ายพันธุ์อะไรไม่รู้ข่าวมั่วจัง แต่ว่ามีคนตายร่วมยี่สิบ สื่อตะวันตกออกข่าวออกน้อยมาก เพราะใบสั่งบอกว่า อัดฝรั่งเศสกับบรัสเซลล์ ให้หนักๆก่อน
    ผมนอนตามข่าวไปเรื่อยๆ คิดจะเขียนนิทานต่อ แต่ใจอยากจะดูอะไรอีกนิด ให้แน่ใจ
    แล้วเมื่อวานซืน (24 พ.ย.) ไอ้อีกนิด…. ก็เกิดขึ้น นักบินตุรกี ยิงเครื่องบินซูกอยของคุณพี่ปูตินร่วงไปหนึ่งลำ รัสเซียอ้างว่า เป็นการยิงในขณะที่เครื่องบินรัสเซีย กำลังบินอยู่ในเขตซีเรีย แต่ตุรกีก็อ้างว่า อยู่ในเขตตุรกี ใครอ้างอย่างไร ในที่สุดหลักฐานคงออกมาบอกเอง แต่ที่ผมสะกิดใจ คุณพี่ปูตินบอกว่า รายการนี้ เหมือน “ถูกแทงข้างหลัง….”
    คำพูดแบบนี้ นักเลงเขาไม่พูดกันง่ายๆ และเมื่อพูดแล้ว ไม่รู้เหตุการณ์ที่เกี่ยวพัน ทั้งทางตรงทางอ้อม จะเป็นอย่างไร เสียวครับ
    เรื่องราวทั้งหมดที่เขียนข้างต้น เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน นับว่าเป็นการเดินเรื่องที่เร็วมาก คำถามคือ เรื่องทั้งหมดเกี่ยวกันไหม ผมว่าเกี่ยว อาจมีบางท่านคิดว่า ที่ มาลีไม่เกี่ยวกัน แต่ผมว่ามันเกี่ยวกันทั้งนั้น
    ….ตอนนี้ คนที่กำลังนั่งเก้าอี้ร้อน ควันออกตูด ไม่ใช่ชื่อปูติน แต่เป็นลุงโอลอง ที่แม้อากาศแถวยุโรปจะเริ่มเย็นลง แต่เหงื่อหัวล้านของลุงโอลองออกจนซับไม่ทัน โอ้ย… ปวดใจนัก เจ็บใจลึก เสียงเหมือนลุงโอลองกำลังครวญคราง
    ศุกร์ 13 พฤศจิกา ที่ปารีส เล่นแรงเหลือเกิน เหมือน เสาร์ 31 ตุลา ที่อียิปต์เลย แต่ในความเหมือน ก็มีความต่างอย่างน่าคิด
    เสาร์ 31 ตุลา เครื่องบินรัสเซียตกที่อียิปต์ ผู้โดยสารเสียชีวิตทั้งลำจำนวน 224 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวรัสเซีย ไม่กี่วัน หลังจากที่เครื่องตก สื่ออังกฤษ รวมทั้งนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ออกมายืนยันว่า เป็นฝีมือผู้ก่อการร้าย หลังจากนั้น อเมริกาออกมาประทับตราว่า โอกาสที่ไม่ใช่ฝีมือผู้ก่อการร้าย แทบไม่มีเลย สื่อตะวันตก รายงานข่าวทั้งวัน แต่รัสเซียกับอียิปต์ ยังขอสงวนสิทธิ ไม่ลงความเห็น รอหลักฐานที่ชัดเจนก่อน
    ข่าวเสาร์ 31 ตุลา ที่สื่อตะวันตกรายงาน มีแต่ภาพซากเครื่องบินตก ถ่ายซ้ำไม่กี่ภาพ กับภาพนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ กำลังเข้าคิวยาวอยู่ที่สนามบินในอียิปต์ รวมทั้งรายการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวอังกฤษว่า ลำบากมากไหม ทางการอียิปต์มาดูแลไหม ส่วนนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวรัสเซีย และก็เป็นลูกค้าขาใหญ่ของอียิปต์ตอนนี้ และน่าจะอยู่ในสภาพขวัญฝ่อ สื่อตะวันตกทำข่าวให้นิดหน่อยอย่างเสียไม่ได้
    ผ่านไปเกือบ 7 วัน คงเพิ่งนึกออกว่า เออมีชาวรัสเซียตายตั้งแยะว่ะ สื่อตะวันตกเลยทำข่าวเพิ่มให้อีกนิด หลังจากนั้น จึงทำข่าวพิธีสวดไว้อาลัยในโบสถ์ที่รัสเซีย ไม่มีการถ่ายทอดข่าวผู้นำชาติไหนออกมาแถลงข่าวเสียใจ หลังจากเกิดเหตุไม่กี่ชั่วโมงว่า เราอยู่เคียงข้างรัสเซียในคราวเคราะห์ร้ายหนักครั้งนี้ ไม่มีใครเปลี่ยนหน้าเฟซ เป็นรูปธงชาติรัสเซีย ชีวิตคนเหมือนมีค่า ตามแต่สื่อจะชึ้นำ…
    แต่ศุกร์ 13 พฤศจิกา ที่ปารีส คงจะยังเป็นข่าว ที่สื่อตะวันตกเล่นต่ออีกพักใหญ่ หลังจากเริ่มรายงานกันแบบเรียลไทม์เกือบทั้งวันมาเกือบเดือนแล้ว ทุกวัน CNN ส่งทีมนักข่าวเบอร์ใหญ่มายื่นพล่ามเอง ปลุกมาหมด และเหมือนเดิม สื่ออังกฤษ รายงานเปรี้ยงก่อนเพื่อนว่า น่าจะเป็นฝีมือผู้ก่อการร้าย ก่อนที่ไอซิสจะออกมาสมอ้าง
    อเมริการับลูก ไอซิสชั่วช้าเลวมาก เลวจนน่าคลื่นไส้ นักวิเคราะห์เปลี่ยนหน้ามาออกความเห็นกันทุกวันว่า ไอซิสทำ ไอซิสทำ และไอซิสก็รีบส่งคำขู่ว่า ป้ายหน้าแวะเยี่ยมวอชิงตันแน่นอน โอ้ย น่ากลัวจัง….
    วันที่ 16 พฤศจิกายน ลุงโอลอง เข้าไปแถลงในรัฐสภาฝรั่งเศส ด้วยสีหน้าเครียด ถึงความโหดของไอซิส และทำให้ฝรั่งเศส จำเป็นต้องประกาศสงคราม… กับไอซิส และขอประกาศภาวะฉุกเฉินต่อไปอีก 3 เดือน ….เราต้องเข้มแข็ง เราต้องจับมือกัน เราต้องเอาชนะ กวาดไอซิสให้เกลี้ยง…. เป็นการพูดที่เข้ม เครียด ลุงโอลองพูดเสร็จ ทั้งสภาลุกขึ้นยืนตบมือ และตามด้วยร้องเพลงชาติร่วมกัน
    ผมดูข่าวด้วยความสงสาร เศร้าใจ และเหนื่อยหน่าย
    ก่อนหน้าจะเข้าไปแถลงที่รัฐสภา หลังจากเกิดเหตุหมาดๆที่ปารีส ท่านใบตองแห้งกำชับลุงโอลองว่า อย่ามัวแต่ลอยชาย ต้องรีบไปบอมบ์ถล่มที่มั่นไอซิส ที่ซีเรีย ด่วนเลยนะ เดี๋ยวเขาจะว่าฝรั่งเศสแหย หรือแตกคอก …. วันรุ่งขึ้น ลุงโอลองรีบส่งเครื่องบินเจ็ท 20 ลำไปถล่มที่มั่นไอซิสในซีเรีย ไม่รู้กี่แห่ง
    ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าว CNN ต่างประสานเสียงว่า งานข่าวกรองฝรั่งเศสห่วยแตกมาก ปล่อยให้เกิดเรื่องขนาดนี้โดยไม่รู้ตัวล่วงหน้าเลยเหรอ ฝรั่งเศสบอกรู้ แต่ไม่หมด
    รายการเครื่องบินโดยสารรัสเซียตกก็เหมือนกัน อังกฤษดูเหมือนรู้ดีจัง ออกมาว่าเป็นฉากๆ แถมบอกอีกว่า สงสัยข่าวกรองรัสเซียทำไมไม่รู้ข่าว คุณพี่ปูตินอัดกลับอังกฤษ ….คุณรู้ข่าวก่อน ทำไมคุณไม่บอกเราล่วงหน้า คุณปล่อยให้เครื่องเราตกก่อน แล้วค่อยบอกที่หลัง ว่ารู้ข่าวก่อนแล้วอย่างนั้นหรือ เล่นถามผ่าหน้าแบบนี้ อังกฤษก็จีบปากตอแหลต่อไม่ออก
    แต่ลุงโอลองไม่เหมือนกับคุณพี่ปูติน สงสัยยังตั้งตัวไม่ติด หรืออะไร มันยังติดคอ นักข่าว CNN เลยถือโอกาสเติมฟืน ระหว่างกำลังรายงานสด เห็นภาพชาวฝรั่งเศสที่กำลังยืนไว้อาลัยบ้าง เอาดอกไม้มาวางที่หน้าร้านอาหารที่เกิดเหตุ แล้วอยู่ดีๆ ฝูงชนเหล่านั้น ก็หน้าตื่นหันไปมา หลังจากนั้นพร้อมใจกัน ขวาหัน วิ่งตั้บๆๆๆ หน้าตื่นหายไปทั้งฝูง เหมือนถูกอะไรไล่มา
    นักข่าวรายงานว่า ไปตรวจสอบแล้ว ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถามตำรวจ ก็บอกว่า ไม่รู้ว่าวิ่งหนีอะไรกัน…. ……นี่เห็นไหม ขนาดตำรวจนะ ยังไม่รู้เรื่องเลย เพิ่งเกิดเหตุร้ายหยกๆ ไม่ตื่นตัว มีแต่ตื่นเต้น แบบนี้ชาวบ้านก็ขวัญเสียหมด…. อีหนูนักข่าว ด่าฉอดๆ ไม่เลิก ฮู้ย บทมันต้องเล่นทั้งจิก ทั้งบี้ ทุกเรื่องแบบนี้เลยหรือครับ
    แต่มันก็มีการหักมุมอย่างเหลือเชื่อ การประชุม จี 20 ช่วงวันที่ 15-16 พ.ย. ที่ดินแดนของนกสองหัวตุรกี ท่านใบตองแห้งยืนแถลงตอนจบ ทำหน้าเครียด (อีกแล้ว) ด่าว่าไอซิส เลวจนเกินคำบรรยาย เราต้องกำจัด ไอซิสไม่ให้เหลือ ฯลฯ ขี้เกียจเขียนยาวครับ มันก็อีหรอบเดิมนะ ด่าเช็ดไม่มีเหลือ
    ….แล้วอเมริกาจะเอายังไงคร้าบ นักข่าวถามกันเซ็งแซ่ เห็นไอซิสขู่ว่า ป้ายหน้าจะไปวอชิงตันไม่ใช่เหรอคร้าบ ….
    ท่านใบตองแห้งทำหน้าขรีม บอกว่า การเอากองทัพ(อเมริกา) เข้าไปในซีเรีย ก็คงไม่ทำให้อะไรดีขึ้น ซีเอนเอน ของท่านใบตองแห้งเอง ถึงกับใช้ประโยคว่า … A troop in Syria would be a mistake… การเอากองทัพ(ของเรา) เข้าไปในซีเรีย จะเป็นเรื่องผิดพลาด…
    .. ..หา…. นักข่าวมองหน้ากันเลิกลั่ก กูฟังผิดหรือเปล่าวะ เฮ้ย ท่านใบตองแห้ง สงสัยหยิบโพยผิด ไหนกำลังดุเดือด บอกว่า เราต้องกำจัดไอซิสไงคร้าบ..
    ท่านใบตองแห้งบอกว่า เรากำลังหาทางออกที่ดีกว่านั้น อ้อ … แปลว่า ยังไม่มีแผน หรือยังบี้ไม่ได้ที่ …
    โอ้ย ปวดจาย… ตาย (ห่า) กันไปเท่าไหร่แล้ว 2 ประเทศ ยังไม่ถึงใจ ยังไม่ได้ที่อีกหรือคร้าบ….
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    27 พ.ย. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 1 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 1 ปลายฝนต้นหนาว เรื่องราวใหญ่ๆทยอยเกิดขึ้น เหมือนมีไอ้จัญไรที่ไหน ตั้งใจก่อเหตุให้เป็นไปตามแผน…. เริ่มด้วยเครื่องบินโดยสารรัสเซียถูกยิงตกที่อียิปต์ ผู้โดยสารตายยกลำ ภายหลังมีหลักฐานอ้างว่าเป็นกลุ่มไอซิส ISIS ตามมาด้วยที่ฝรั่งเศส ระหว่างที่ชาวปารีสกำลังพักผ่อนหลังเลิกงานในคืนวันศุกร์ ก็ถูกผู้ก่อการร้าย ที่อ้างว่าเป็นไอซิส ล้อมยิงไล่ยิงกลางกรุงปารีสไม่รู้กี่จุด ทำเอาชาวฝรั่งเศสตายร้อยกว่าคน ทางการตามล่าไอซิสที่ว่าเป็นตัวการ แต่หนีไปกบดานถึงกรุงบรัสเซลล์ การไล่จับไอซิสที่บรัสเซลล์ ทำเอาบรัสเซลล์ต้องยกระดับภัยก่อการร้ายขึ้นไปสูงสุด ชาวฝรั่งเศสขวัญยังไม่เข้าที่ ส่วนชาวบรัสเซล์ก็ยังไม่หายงุนงงตกใจ จับหัวไม่ชนปลาย ดันมีข่าวใหม่เกิดขึ้นมาอีกว่า มีผู้ก่อการร้ายบุกเข้าไปในโรงแรมหรูที่ มาลี อาฟริกา จับเอาแขกโรงแรมเป็นตัวประกัน คราวนี้บอกไม่ใช่ไอซิส แต่เป็นผู้ก่อการร้ายพันธุ์อะไรไม่รู้ข่าวมั่วจัง แต่ว่ามีคนตายร่วมยี่สิบ สื่อตะวันตกออกข่าวออกน้อยมาก เพราะใบสั่งบอกว่า อัดฝรั่งเศสกับบรัสเซลล์ ให้หนักๆก่อน ผมนอนตามข่าวไปเรื่อยๆ คิดจะเขียนนิทานต่อ แต่ใจอยากจะดูอะไรอีกนิด ให้แน่ใจ แล้วเมื่อวานซืน (24 พ.ย.) ไอ้อีกนิด…. ก็เกิดขึ้น นักบินตุรกี ยิงเครื่องบินซูกอยของคุณพี่ปูตินร่วงไปหนึ่งลำ รัสเซียอ้างว่า เป็นการยิงในขณะที่เครื่องบินรัสเซีย กำลังบินอยู่ในเขตซีเรีย แต่ตุรกีก็อ้างว่า อยู่ในเขตตุรกี ใครอ้างอย่างไร ในที่สุดหลักฐานคงออกมาบอกเอง แต่ที่ผมสะกิดใจ คุณพี่ปูตินบอกว่า รายการนี้ เหมือน “ถูกแทงข้างหลัง….” คำพูดแบบนี้ นักเลงเขาไม่พูดกันง่ายๆ และเมื่อพูดแล้ว ไม่รู้เหตุการณ์ที่เกี่ยวพัน ทั้งทางตรงทางอ้อม จะเป็นอย่างไร เสียวครับ เรื่องราวทั้งหมดที่เขียนข้างต้น เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน นับว่าเป็นการเดินเรื่องที่เร็วมาก คำถามคือ เรื่องทั้งหมดเกี่ยวกันไหม ผมว่าเกี่ยว อาจมีบางท่านคิดว่า ที่ มาลีไม่เกี่ยวกัน แต่ผมว่ามันเกี่ยวกันทั้งนั้น ….ตอนนี้ คนที่กำลังนั่งเก้าอี้ร้อน ควันออกตูด ไม่ใช่ชื่อปูติน แต่เป็นลุงโอลอง ที่แม้อากาศแถวยุโรปจะเริ่มเย็นลง แต่เหงื่อหัวล้านของลุงโอลองออกจนซับไม่ทัน โอ้ย… ปวดใจนัก เจ็บใจลึก เสียงเหมือนลุงโอลองกำลังครวญคราง ศุกร์ 13 พฤศจิกา ที่ปารีส เล่นแรงเหลือเกิน เหมือน เสาร์ 31 ตุลา ที่อียิปต์เลย แต่ในความเหมือน ก็มีความต่างอย่างน่าคิด เสาร์ 31 ตุลา เครื่องบินรัสเซียตกที่อียิปต์ ผู้โดยสารเสียชีวิตทั้งลำจำนวน 224 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวรัสเซีย ไม่กี่วัน หลังจากที่เครื่องตก สื่ออังกฤษ รวมทั้งนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ออกมายืนยันว่า เป็นฝีมือผู้ก่อการร้าย หลังจากนั้น อเมริกาออกมาประทับตราว่า โอกาสที่ไม่ใช่ฝีมือผู้ก่อการร้าย แทบไม่มีเลย สื่อตะวันตก รายงานข่าวทั้งวัน แต่รัสเซียกับอียิปต์ ยังขอสงวนสิทธิ ไม่ลงความเห็น รอหลักฐานที่ชัดเจนก่อน ข่าวเสาร์ 31 ตุลา ที่สื่อตะวันตกรายงาน มีแต่ภาพซากเครื่องบินตก ถ่ายซ้ำไม่กี่ภาพ กับภาพนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ กำลังเข้าคิวยาวอยู่ที่สนามบินในอียิปต์ รวมทั้งรายการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวอังกฤษว่า ลำบากมากไหม ทางการอียิปต์มาดูแลไหม ส่วนนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวรัสเซีย และก็เป็นลูกค้าขาใหญ่ของอียิปต์ตอนนี้ และน่าจะอยู่ในสภาพขวัญฝ่อ สื่อตะวันตกทำข่าวให้นิดหน่อยอย่างเสียไม่ได้ ผ่านไปเกือบ 7 วัน คงเพิ่งนึกออกว่า เออมีชาวรัสเซียตายตั้งแยะว่ะ สื่อตะวันตกเลยทำข่าวเพิ่มให้อีกนิด หลังจากนั้น จึงทำข่าวพิธีสวดไว้อาลัยในโบสถ์ที่รัสเซีย ไม่มีการถ่ายทอดข่าวผู้นำชาติไหนออกมาแถลงข่าวเสียใจ หลังจากเกิดเหตุไม่กี่ชั่วโมงว่า เราอยู่เคียงข้างรัสเซียในคราวเคราะห์ร้ายหนักครั้งนี้ ไม่มีใครเปลี่ยนหน้าเฟซ เป็นรูปธงชาติรัสเซีย ชีวิตคนเหมือนมีค่า ตามแต่สื่อจะชึ้นำ… แต่ศุกร์ 13 พฤศจิกา ที่ปารีส คงจะยังเป็นข่าว ที่สื่อตะวันตกเล่นต่ออีกพักใหญ่ หลังจากเริ่มรายงานกันแบบเรียลไทม์เกือบทั้งวันมาเกือบเดือนแล้ว ทุกวัน CNN ส่งทีมนักข่าวเบอร์ใหญ่มายื่นพล่ามเอง ปลุกมาหมด และเหมือนเดิม สื่ออังกฤษ รายงานเปรี้ยงก่อนเพื่อนว่า น่าจะเป็นฝีมือผู้ก่อการร้าย ก่อนที่ไอซิสจะออกมาสมอ้าง อเมริการับลูก ไอซิสชั่วช้าเลวมาก เลวจนน่าคลื่นไส้ นักวิเคราะห์เปลี่ยนหน้ามาออกความเห็นกันทุกวันว่า ไอซิสทำ ไอซิสทำ และไอซิสก็รีบส่งคำขู่ว่า ป้ายหน้าแวะเยี่ยมวอชิงตันแน่นอน โอ้ย น่ากลัวจัง…. วันที่ 16 พฤศจิกายน ลุงโอลอง เข้าไปแถลงในรัฐสภาฝรั่งเศส ด้วยสีหน้าเครียด ถึงความโหดของไอซิส และทำให้ฝรั่งเศส จำเป็นต้องประกาศสงคราม… กับไอซิส และขอประกาศภาวะฉุกเฉินต่อไปอีก 3 เดือน ….เราต้องเข้มแข็ง เราต้องจับมือกัน เราต้องเอาชนะ กวาดไอซิสให้เกลี้ยง…. เป็นการพูดที่เข้ม เครียด ลุงโอลองพูดเสร็จ ทั้งสภาลุกขึ้นยืนตบมือ และตามด้วยร้องเพลงชาติร่วมกัน ผมดูข่าวด้วยความสงสาร เศร้าใจ และเหนื่อยหน่าย ก่อนหน้าจะเข้าไปแถลงที่รัฐสภา หลังจากเกิดเหตุหมาดๆที่ปารีส ท่านใบตองแห้งกำชับลุงโอลองว่า อย่ามัวแต่ลอยชาย ต้องรีบไปบอมบ์ถล่มที่มั่นไอซิส ที่ซีเรีย ด่วนเลยนะ เดี๋ยวเขาจะว่าฝรั่งเศสแหย หรือแตกคอก …. วันรุ่งขึ้น ลุงโอลองรีบส่งเครื่องบินเจ็ท 20 ลำไปถล่มที่มั่นไอซิสในซีเรีย ไม่รู้กี่แห่ง ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าว CNN ต่างประสานเสียงว่า งานข่าวกรองฝรั่งเศสห่วยแตกมาก ปล่อยให้เกิดเรื่องขนาดนี้โดยไม่รู้ตัวล่วงหน้าเลยเหรอ ฝรั่งเศสบอกรู้ แต่ไม่หมด รายการเครื่องบินโดยสารรัสเซียตกก็เหมือนกัน อังกฤษดูเหมือนรู้ดีจัง ออกมาว่าเป็นฉากๆ แถมบอกอีกว่า สงสัยข่าวกรองรัสเซียทำไมไม่รู้ข่าว คุณพี่ปูตินอัดกลับอังกฤษ ….คุณรู้ข่าวก่อน ทำไมคุณไม่บอกเราล่วงหน้า คุณปล่อยให้เครื่องเราตกก่อน แล้วค่อยบอกที่หลัง ว่ารู้ข่าวก่อนแล้วอย่างนั้นหรือ เล่นถามผ่าหน้าแบบนี้ อังกฤษก็จีบปากตอแหลต่อไม่ออก แต่ลุงโอลองไม่เหมือนกับคุณพี่ปูติน สงสัยยังตั้งตัวไม่ติด หรืออะไร มันยังติดคอ นักข่าว CNN เลยถือโอกาสเติมฟืน ระหว่างกำลังรายงานสด เห็นภาพชาวฝรั่งเศสที่กำลังยืนไว้อาลัยบ้าง เอาดอกไม้มาวางที่หน้าร้านอาหารที่เกิดเหตุ แล้วอยู่ดีๆ ฝูงชนเหล่านั้น ก็หน้าตื่นหันไปมา หลังจากนั้นพร้อมใจกัน ขวาหัน วิ่งตั้บๆๆๆ หน้าตื่นหายไปทั้งฝูง เหมือนถูกอะไรไล่มา นักข่าวรายงานว่า ไปตรวจสอบแล้ว ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถามตำรวจ ก็บอกว่า ไม่รู้ว่าวิ่งหนีอะไรกัน…. ……นี่เห็นไหม ขนาดตำรวจนะ ยังไม่รู้เรื่องเลย เพิ่งเกิดเหตุร้ายหยกๆ ไม่ตื่นตัว มีแต่ตื่นเต้น แบบนี้ชาวบ้านก็ขวัญเสียหมด…. อีหนูนักข่าว ด่าฉอดๆ ไม่เลิก ฮู้ย บทมันต้องเล่นทั้งจิก ทั้งบี้ ทุกเรื่องแบบนี้เลยหรือครับ แต่มันก็มีการหักมุมอย่างเหลือเชื่อ การประชุม จี 20 ช่วงวันที่ 15-16 พ.ย. ที่ดินแดนของนกสองหัวตุรกี ท่านใบตองแห้งยืนแถลงตอนจบ ทำหน้าเครียด (อีกแล้ว) ด่าว่าไอซิส เลวจนเกินคำบรรยาย เราต้องกำจัด ไอซิสไม่ให้เหลือ ฯลฯ ขี้เกียจเขียนยาวครับ มันก็อีหรอบเดิมนะ ด่าเช็ดไม่มีเหลือ ….แล้วอเมริกาจะเอายังไงคร้าบ นักข่าวถามกันเซ็งแซ่ เห็นไอซิสขู่ว่า ป้ายหน้าจะไปวอชิงตันไม่ใช่เหรอคร้าบ …. ท่านใบตองแห้งทำหน้าขรีม บอกว่า การเอากองทัพ(อเมริกา) เข้าไปในซีเรีย ก็คงไม่ทำให้อะไรดีขึ้น ซีเอนเอน ของท่านใบตองแห้งเอง ถึงกับใช้ประโยคว่า … A troop in Syria would be a mistake… การเอากองทัพ(ของเรา) เข้าไปในซีเรีย จะเป็นเรื่องผิดพลาด… .. ..หา…. นักข่าวมองหน้ากันเลิกลั่ก กูฟังผิดหรือเปล่าวะ เฮ้ย ท่านใบตองแห้ง สงสัยหยิบโพยผิด ไหนกำลังดุเดือด บอกว่า เราต้องกำจัดไอซิสไงคร้าบ.. ท่านใบตองแห้งบอกว่า เรากำลังหาทางออกที่ดีกว่านั้น อ้อ … แปลว่า ยังไม่มีแผน หรือยังบี้ไม่ได้ที่ … โอ้ย ปวดจาย… ตาย (ห่า) กันไปเท่าไหร่แล้ว 2 ประเทศ ยังไม่ถึงใจ ยังไม่ได้ที่อีกหรือคร้าบ…. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 27 พ.ย. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 548 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลมหวน ตอนที่ 3

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลมหวน”
    ตอน 3 (จบ)
    ลมหวนอียิปต์รัสเซีย นี่ มันมีเรื่องเหลือเชื่อแยะจริง
    ไม่รู้จำกันได้ไหมครับ เมื่อปี ค.ศ.2010 รัสเซีย จ้างฝรั่งเศสต่อเรือรบ Mistral 2 ลำ
    Mistral ซึ่งเป็นเรือรบแบบทันสมัยมาก เป็นระบบ amphibious สะเทินน้ำสะเทินบก ท๊อปคลาส มีอุปกรณ์ ระบบ อาวุธติดตั้งชั้นเยี่ยมยอดทั้งนั้น บรรจุกำลังพลได้ ถึง 900 กองร้อย รวมทั้งรถถัง และเฮลิคอปเตอร์ 16-25 ลำ เรือแต่ละลำ ยังสามารถรองรับคนได้อีกถึง 25,000 คน คุณพี่ปูตินจะเอาไปทำอะไรครับ เรือขนาดใหญ่อย่างนี้
    เมื่ออเมริกา อียู นาโต้ รู้ข่าวนี้ ก็ช่วยกันรุมด่าฝรั่งเศสให้ล้มเลิกการรับจ้างต่อเรือ มันเหมือนสร้างกระบองให้ยักษ์ เข้าใจไหม แต่ฝรั่งเศสกำลังถังแตก การต่อเรือให้รัสเซีย จะเป็นการหางานให้กับช่างต่อเรือ ฝรั่งเศส 2,500 คน ซึ่งระยะหลัง ไม่มีใครใจถึงจ้างต่อเรือรบ มีแต่ตัดงบ อู่ต่อเรือรบของฝรั่งเศส และยุโรป จึงใกล้จะล้มละลาย หรือทิ้งร้างเสียด้วยซ้ำ ถ้าเป็นอย่างนั้น เมื่อไหร่ที่ฝรั่งเศสต้องการจะต่อเรือรบของตัวเอง จะไปเอาช่างต่อเรือมาจากไหน คิดแบบนี้ ฝรั่งเศสจึงเมินคำด่าของพรรคพวก
    หลังจากการต่อรองอย่างยืดยาว ในที่สุด ฝรั่งเศสตกลงคิดราคา 2 ลำ รวมแล้วประมาณ 1.7 พันล้านเหรียญ กำหนดส่งมอบเรือลำแรก ในปี ค.ศ.2014 เรือสร้างเสร็จตามกำหนด ในเดือนกันยายน 2014 แต่ฝรั่งเศสส่งมอบเรือให้รัสเชียไม่ได้ เพราะอเมริกา อียู ดันเสนอให้สหประชาชาติ ลงมติคว่ำบาตรห้ามค้าขายกับรัสเซียจากกรณียูเครน เรือรบก็เลยค้างส่ง ค่าจ้างก็เลยค้างรับ เหงื่อหัวล้านลุงโอลองแตกพลั่ก
    รัสเซียบอก ถ้าไม่ส่งมอบเรือรบ นอกจากจะไม่จ่ายเงินค่าจ้างที่เหลือแล้ว ตามสัญญา ฝรั่งเศสก็ต้องจ่ายค่าปรับให้รัสเซีย ประมาณ 1.53 พันล้านเหรียญ ลุงโอลอง ร้อง อ๊วกแน่กู ค่าจ้างก็ได้ไม่ครบ ค่าปรับก็ต้องจ่าย งบประมาณกูตูดขาดแน่ ฝรั่งเศสจึงบินไปบินมา เจรจากับคุณพี่ปูตินที่มอสโคว์ ตั้งแต่กลางปี 2014 สื่อเดาว่านี่จะเป็นคู่รักใหม่ คุณพี่ปูตินจะหอมกรุ่นไปหน่อยไหม เปล่าหรอกครับ ฝรั่งเศสลูกหนี้ ไปขอต่อรองรัสเซียเจ้าหนี้ ทั้งขอผ่อนเวลา และราคาค่าปรับ สื่อตะวันตกลงข่าวแบบนี้ให้อ่านกันไหม ไม่ลงหรอกน่า เพราะเสียหน้าฝรั่งเศสหมด
    อเมริการู้ข่าว บอกอย่างนี้ นาโต้ควรรับซื้อเรือรบ 2 ลำนี้ไว้ใช้เอง อย่าให้หลุดมือไปถึงรัสเซียเป็นอันขาด ดีแต่สั่ง แล้วเงินล่ะใครจ่าย มีทั้งค่าซื้อ ค่าปรับ สมาชิกนาโต้ บางคนบอกเรื่องอะไร เราต้องควักกระเป๋าจนๆของเรา ไปให้ฝรั่งเศสรวย แล้วเรื่องนาโต้ซื้อเรือแทน ก็เลยเงียบหายไป
    แต่ฝรั่งเศส เป็นคนคิดสร้างคลองสุเอซให้อียิปต์รวย และได้เป็นเจ้าของจุดยุทธศาสตร์สำคัญ แต่ภายหลัง อียิปต์เสียรู้ สันดานขี้โกงของชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ต้องขายหุ้นคลองสุเอซให้กับอังกฤษ จนนายพลนัสเซอร์ มายึดคลองสุเอซกลับมาเป็นของประเทศอียิปต์อีกที และเป็นส่วนหนึ่ง ที่ทำให้อเมริกาและอังกฤษ เกลียดนัสเซอร์เข้ากระดูกดำที่รู้ทัน และตามประวัติศาสตร์ที่ฝรั่งเขียน นัสเซอร์ก็กลายเป็นไอ้ตัวร้ายในสายตาของตะวันตก แต่ระหว่างอียิปต์กับฝรั่งเศส ยังนับว่า มีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
    ปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา (ค.ศ.2015) อย่างเงียบๆ ระหว่างที่โลกกำลังตื่นเต้นเรื่องคุณพี่ปูตินนำทัพเข้าไปในซีเรีย อียิปต์ก็ลงนามกับฝรั่งเศส ตกลงซื้อเรือรบ Mistral เจ้าปัญหาทั้ง 2 ลำ มาจากฝรั่งเศส และหลังจากนั้นเดือนกว่า การตกลงเรื่องจำนวนค่าชดเชย ระยะเวลาการจ่าย ระหว่างฝรั่งเศสกับรัสเซีย ก็สรุปกันได้ ลุงโอลอง เช็ดเหงื่อหัวล้าน โล่งอก ท่ามกลางความงุนงงในความรวดเร็วของการทำดีลรายการนี้ คุณพี่ปูตินแกแบ่งภาคเข้าฉากได้เก่งนะ
    จริงๆ ฝรั่งเศสปวดหัวกับเรื่องรบ 2 ลำนี้มาก Vladivostok กับ Sevastopol ได้ถูกออกแบบให้มีระบบการติดต่อ ระบบการยิงจรวด และฐานขึ้นลงของเครื่องเฮลิคอปเตอร์ ตามสเปคและระบบ ที่จะให้เข้ากับระบบอื่นๆของรัสเซียได้ ใครที่จะซื้อเรือรบ 2 ลำนี้ ก็ต้องมีระบบที่เข้า หรือรองรับได้ นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ของรัสเซีย ก็ขนมาดูแลการต่อเรืออย่างใกล้ชิด ทั้งในการก่อสร้าง และการติดตั้งระบบ ทำความรู้จักระบบนี้อย่างดี เพื่อสร้างความชำนาญในการใช้ และบำรุงรักษาต่อไป และน่าจะถึงขนาดสร้างเองได้ ไม่ต้องจ้างใครอีก…
    แล้วแบบนี้ รัสเซียจะอยากให้ใครได้เรือรบ 2 ลำ นี้ไป ใครได้ไป ก็เท่ากับรู้ระบบของรัสเซียหมด ขณะเดียวกัน คนซื้อก็คงเสียวไส้ เพราะกลัวรัสเซียที่รู้ระบบ จะสามารถเจาะเข้ามาสกัดการใช้งานของระบบเรือได้หมด จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า จะขายเรือรบเจ้าปัญหานี้ได้ ฝรั่งเศสอาจต้องรื้อระบบทั้งหลายนี้ออก และนั่นหมายถึงค่าใช้จ่ายอีกมหึมา และราคาเรือก็ตก ค่าปรับก็ต้องจ่ายเต็ม วุ้ย คิดทางไหน ก็มีแต่ปวดหัวล้านทั้งนั้น
    รัสเซียไม่อยากให้ใครได้เรือรบ 2 ลำนี้ไป ไม่แปลกนะ เพราะรัสเซียลงทุนให้สร้างเอง เพื่อเข้ากับระบบของรัสเซีย แต่ดันมีคนที่ไม่อยากให้รัสเซีย ได้เรือรบ ที่มีระบบชั้นเยี่ยมนี่ไปด้วยเหมือนกัน คงเอากันออกนะครับว่า เป็นใคร
    ไอ้ที่ส่งมอบเรือรบไม่ได้ มาจากไหนล่ะ การแซงชั่นเริ่มจากใครล่ะ ใครเริ่มเรื่องที่ยูเครน (ของจริง) มันโยงกันหมด กลับไปหานิทานเรื่องก่อนๆมาอ่านหน่อยนะครับ เล่าซ้ำไม่ไหว
    แต่อียิปต์ บอกเรื่องนี้ไม่น่ามีปัญหาสำหรับเรา เพราะเราใช้ระบบความมั่นคงหลายอย่าง ที่คล้ายกับของรัสเซียอยู่แล้ว เอาละ สมมุติว่าเป็นเรื่องจริง แล้วอียิปต์จะเอาเงินมาจากไหนมาซื้อ รวยนักหรือ ตอนแรกมีข่าวลือว่า อียิปต์อาจจะกู้เงินจากซาอุดิอารเบีย โดยซาอุจะใช้เองลำนึง อีกลำให้อียิปต์ใช้ เอาไว้ช่วยป้องกันคลองสุเอซ ที่ก็มีความหมายกับซาอุไม่น้อยเหมือนกัน ก็เป็นเส้นทางส่งน้ำมันของเสี่ยปั๊มใหญ่ออกทะเลแดง ขึ้นเหนือผ่านสุเอซไปให้ยุโรป แต่ข่าวลือนี้ ตัดทิ้งไปได้เลย น่าจะเป็นข่าวปล่อยดูทีท่า ถ้าซาอุให้อียิปต์กู้เพื่อไปซื้อเรือรบนี้ และหรือซาอุจะใช้เรือรบนี้เอง ผมว่าน่าจะมีใครกลับไปเลี้ยงอูฐอย่างเดิมดีกว่า
    เขาว่าคนกลาง ที่จัดการให้การเจรจาซื้อขายรายนี้เกิดขึ้น คือ บริษัท Sistemy Upravleniya ซึ่งผู้ถือหุ้น คือ รัฐบาลรัสเซีย !
    นอกจากนี้ มีข่าวว่า เนื่องจากรัสเซีย ได้สร้างเฮลิคอปเตอร์รุ่นพิเศษ Ka-52k ที่จะใช้กับเรือ 2 ลำนี้ไว้แล้ว ดูเหมือนอียิปต์ก็เลยเตรียมสั่งซื้อ คอปเตอร์รุ่นพิเศษนี้ด้วย
    พอนึกออกไหมครับว่า ในที่สุดแล้ว ใครจะเป็นเจ้าของเรือรบ 2 ลำนี้กันแน่….
    รายการนี้ มันเป็นรายการพิเศษจริงๆ น่าจะเป็นอย่างที่เขาเรียกว่า ได้ด้วยกันหมด ฝรั่งเศสก็ขายเรือได้ ตูดไม่ขาด ไม่เสียหน้า ไม่เสียเงิน แต่เป็นหนี้บุญคุณบางคน ส่วนอียิปต์ก็ได้เพื่อน ได้อาวุธ และรัสเซีย ก็(น่า) จะได้ใช้เรือที่ตัวเองสั่งต่อ โดยมีระบบพิเศษ เข้ากับระบบอื่นๆของตัวเอง รวมทั้งได้เพื่อน และได้บุญคุณ
    ที่สำคัญ รัสเซีย ได้สร้างเครือข่ายสำคัญเพิ่มขึ้น ในบริเวณที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ จุดรัดคอ 3 จุด choke points ในบริเวณตะวันออกกลาง
    จุดสำคัญแรก ที่อ่าวโอมาน น่าจะอยู่มือแล้ว ภายใต้การดูแลของอิหร่าน โดยมีโอมานที่อยู่อีกฟาก ทิ้งชาวอ่าวโหนสิบล้อเกาะท้ายอิหร่านไปเรียบร้อย
    จุดบน ที่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน รัสเซียคุมด้านบน จากฐานทัพของตัวที่ริมฝั่งของซีเรียแล้ว ตอนนี้ ถ้าจับมือกับอียิปต์ จะคุมคลองสุเอซได้อีกด้วย เรื่องนี้มีความสำคัญมาก
    เหลือจุดสุดท้ายคือ ที่เยเมน ที่ตอนนี้เสี่ยปั๊มใหญ่และพรรคพวก กำลังระดมพรรคพวกไปชิง เพราะถ้าเสียเยเมน กลุ่มอ่าวอาจหัวทิ่มทรายตายทั้งเป็นและตายทั้งก๊วน ขึ้นบนก็ลำบาก ลงล่างก็เหนื่อย แล้วจะส่งออกน้ำมันทางไหนคร้าบ
    แบบนี้ รายการสกัดลมหวน จึงรุนแรงเหลือเกิน แต่เรื่องของอียิปต์ รัสเซียจะมีเพียงเท่านี้หรือ….
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    15 พ.ย. 2558
    ลมหวน ตอนที่ 3 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลมหวน” ตอน 3 (จบ) ลมหวนอียิปต์รัสเซีย นี่ มันมีเรื่องเหลือเชื่อแยะจริง ไม่รู้จำกันได้ไหมครับ เมื่อปี ค.ศ.2010 รัสเซีย จ้างฝรั่งเศสต่อเรือรบ Mistral 2 ลำ Mistral ซึ่งเป็นเรือรบแบบทันสมัยมาก เป็นระบบ amphibious สะเทินน้ำสะเทินบก ท๊อปคลาส มีอุปกรณ์ ระบบ อาวุธติดตั้งชั้นเยี่ยมยอดทั้งนั้น บรรจุกำลังพลได้ ถึง 900 กองร้อย รวมทั้งรถถัง และเฮลิคอปเตอร์ 16-25 ลำ เรือแต่ละลำ ยังสามารถรองรับคนได้อีกถึง 25,000 คน คุณพี่ปูตินจะเอาไปทำอะไรครับ เรือขนาดใหญ่อย่างนี้ เมื่ออเมริกา อียู นาโต้ รู้ข่าวนี้ ก็ช่วยกันรุมด่าฝรั่งเศสให้ล้มเลิกการรับจ้างต่อเรือ มันเหมือนสร้างกระบองให้ยักษ์ เข้าใจไหม แต่ฝรั่งเศสกำลังถังแตก การต่อเรือให้รัสเซีย จะเป็นการหางานให้กับช่างต่อเรือ ฝรั่งเศส 2,500 คน ซึ่งระยะหลัง ไม่มีใครใจถึงจ้างต่อเรือรบ มีแต่ตัดงบ อู่ต่อเรือรบของฝรั่งเศส และยุโรป จึงใกล้จะล้มละลาย หรือทิ้งร้างเสียด้วยซ้ำ ถ้าเป็นอย่างนั้น เมื่อไหร่ที่ฝรั่งเศสต้องการจะต่อเรือรบของตัวเอง จะไปเอาช่างต่อเรือมาจากไหน คิดแบบนี้ ฝรั่งเศสจึงเมินคำด่าของพรรคพวก หลังจากการต่อรองอย่างยืดยาว ในที่สุด ฝรั่งเศสตกลงคิดราคา 2 ลำ รวมแล้วประมาณ 1.7 พันล้านเหรียญ กำหนดส่งมอบเรือลำแรก ในปี ค.ศ.2014 เรือสร้างเสร็จตามกำหนด ในเดือนกันยายน 2014 แต่ฝรั่งเศสส่งมอบเรือให้รัสเชียไม่ได้ เพราะอเมริกา อียู ดันเสนอให้สหประชาชาติ ลงมติคว่ำบาตรห้ามค้าขายกับรัสเซียจากกรณียูเครน เรือรบก็เลยค้างส่ง ค่าจ้างก็เลยค้างรับ เหงื่อหัวล้านลุงโอลองแตกพลั่ก รัสเซียบอก ถ้าไม่ส่งมอบเรือรบ นอกจากจะไม่จ่ายเงินค่าจ้างที่เหลือแล้ว ตามสัญญา ฝรั่งเศสก็ต้องจ่ายค่าปรับให้รัสเซีย ประมาณ 1.53 พันล้านเหรียญ ลุงโอลอง ร้อง อ๊วกแน่กู ค่าจ้างก็ได้ไม่ครบ ค่าปรับก็ต้องจ่าย งบประมาณกูตูดขาดแน่ ฝรั่งเศสจึงบินไปบินมา เจรจากับคุณพี่ปูตินที่มอสโคว์ ตั้งแต่กลางปี 2014 สื่อเดาว่านี่จะเป็นคู่รักใหม่ คุณพี่ปูตินจะหอมกรุ่นไปหน่อยไหม เปล่าหรอกครับ ฝรั่งเศสลูกหนี้ ไปขอต่อรองรัสเซียเจ้าหนี้ ทั้งขอผ่อนเวลา และราคาค่าปรับ สื่อตะวันตกลงข่าวแบบนี้ให้อ่านกันไหม ไม่ลงหรอกน่า เพราะเสียหน้าฝรั่งเศสหมด อเมริการู้ข่าว บอกอย่างนี้ นาโต้ควรรับซื้อเรือรบ 2 ลำนี้ไว้ใช้เอง อย่าให้หลุดมือไปถึงรัสเซียเป็นอันขาด ดีแต่สั่ง แล้วเงินล่ะใครจ่าย มีทั้งค่าซื้อ ค่าปรับ สมาชิกนาโต้ บางคนบอกเรื่องอะไร เราต้องควักกระเป๋าจนๆของเรา ไปให้ฝรั่งเศสรวย แล้วเรื่องนาโต้ซื้อเรือแทน ก็เลยเงียบหายไป แต่ฝรั่งเศส เป็นคนคิดสร้างคลองสุเอซให้อียิปต์รวย และได้เป็นเจ้าของจุดยุทธศาสตร์สำคัญ แต่ภายหลัง อียิปต์เสียรู้ สันดานขี้โกงของชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ต้องขายหุ้นคลองสุเอซให้กับอังกฤษ จนนายพลนัสเซอร์ มายึดคลองสุเอซกลับมาเป็นของประเทศอียิปต์อีกที และเป็นส่วนหนึ่ง ที่ทำให้อเมริกาและอังกฤษ เกลียดนัสเซอร์เข้ากระดูกดำที่รู้ทัน และตามประวัติศาสตร์ที่ฝรั่งเขียน นัสเซอร์ก็กลายเป็นไอ้ตัวร้ายในสายตาของตะวันตก แต่ระหว่างอียิปต์กับฝรั่งเศส ยังนับว่า มีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา (ค.ศ.2015) อย่างเงียบๆ ระหว่างที่โลกกำลังตื่นเต้นเรื่องคุณพี่ปูตินนำทัพเข้าไปในซีเรีย อียิปต์ก็ลงนามกับฝรั่งเศส ตกลงซื้อเรือรบ Mistral เจ้าปัญหาทั้ง 2 ลำ มาจากฝรั่งเศส และหลังจากนั้นเดือนกว่า การตกลงเรื่องจำนวนค่าชดเชย ระยะเวลาการจ่าย ระหว่างฝรั่งเศสกับรัสเซีย ก็สรุปกันได้ ลุงโอลอง เช็ดเหงื่อหัวล้าน โล่งอก ท่ามกลางความงุนงงในความรวดเร็วของการทำดีลรายการนี้ คุณพี่ปูตินแกแบ่งภาคเข้าฉากได้เก่งนะ จริงๆ ฝรั่งเศสปวดหัวกับเรื่องรบ 2 ลำนี้มาก Vladivostok กับ Sevastopol ได้ถูกออกแบบให้มีระบบการติดต่อ ระบบการยิงจรวด และฐานขึ้นลงของเครื่องเฮลิคอปเตอร์ ตามสเปคและระบบ ที่จะให้เข้ากับระบบอื่นๆของรัสเซียได้ ใครที่จะซื้อเรือรบ 2 ลำนี้ ก็ต้องมีระบบที่เข้า หรือรองรับได้ นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ของรัสเซีย ก็ขนมาดูแลการต่อเรืออย่างใกล้ชิด ทั้งในการก่อสร้าง และการติดตั้งระบบ ทำความรู้จักระบบนี้อย่างดี เพื่อสร้างความชำนาญในการใช้ และบำรุงรักษาต่อไป และน่าจะถึงขนาดสร้างเองได้ ไม่ต้องจ้างใครอีก… แล้วแบบนี้ รัสเซียจะอยากให้ใครได้เรือรบ 2 ลำ นี้ไป ใครได้ไป ก็เท่ากับรู้ระบบของรัสเซียหมด ขณะเดียวกัน คนซื้อก็คงเสียวไส้ เพราะกลัวรัสเซียที่รู้ระบบ จะสามารถเจาะเข้ามาสกัดการใช้งานของระบบเรือได้หมด จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า จะขายเรือรบเจ้าปัญหานี้ได้ ฝรั่งเศสอาจต้องรื้อระบบทั้งหลายนี้ออก และนั่นหมายถึงค่าใช้จ่ายอีกมหึมา และราคาเรือก็ตก ค่าปรับก็ต้องจ่ายเต็ม วุ้ย คิดทางไหน ก็มีแต่ปวดหัวล้านทั้งนั้น รัสเซียไม่อยากให้ใครได้เรือรบ 2 ลำนี้ไป ไม่แปลกนะ เพราะรัสเซียลงทุนให้สร้างเอง เพื่อเข้ากับระบบของรัสเซีย แต่ดันมีคนที่ไม่อยากให้รัสเซีย ได้เรือรบ ที่มีระบบชั้นเยี่ยมนี่ไปด้วยเหมือนกัน คงเอากันออกนะครับว่า เป็นใคร ไอ้ที่ส่งมอบเรือรบไม่ได้ มาจากไหนล่ะ การแซงชั่นเริ่มจากใครล่ะ ใครเริ่มเรื่องที่ยูเครน (ของจริง) มันโยงกันหมด กลับไปหานิทานเรื่องก่อนๆมาอ่านหน่อยนะครับ เล่าซ้ำไม่ไหว แต่อียิปต์ บอกเรื่องนี้ไม่น่ามีปัญหาสำหรับเรา เพราะเราใช้ระบบความมั่นคงหลายอย่าง ที่คล้ายกับของรัสเซียอยู่แล้ว เอาละ สมมุติว่าเป็นเรื่องจริง แล้วอียิปต์จะเอาเงินมาจากไหนมาซื้อ รวยนักหรือ ตอนแรกมีข่าวลือว่า อียิปต์อาจจะกู้เงินจากซาอุดิอารเบีย โดยซาอุจะใช้เองลำนึง อีกลำให้อียิปต์ใช้ เอาไว้ช่วยป้องกันคลองสุเอซ ที่ก็มีความหมายกับซาอุไม่น้อยเหมือนกัน ก็เป็นเส้นทางส่งน้ำมันของเสี่ยปั๊มใหญ่ออกทะเลแดง ขึ้นเหนือผ่านสุเอซไปให้ยุโรป แต่ข่าวลือนี้ ตัดทิ้งไปได้เลย น่าจะเป็นข่าวปล่อยดูทีท่า ถ้าซาอุให้อียิปต์กู้เพื่อไปซื้อเรือรบนี้ และหรือซาอุจะใช้เรือรบนี้เอง ผมว่าน่าจะมีใครกลับไปเลี้ยงอูฐอย่างเดิมดีกว่า เขาว่าคนกลาง ที่จัดการให้การเจรจาซื้อขายรายนี้เกิดขึ้น คือ บริษัท Sistemy Upravleniya ซึ่งผู้ถือหุ้น คือ รัฐบาลรัสเซีย ! นอกจากนี้ มีข่าวว่า เนื่องจากรัสเซีย ได้สร้างเฮลิคอปเตอร์รุ่นพิเศษ Ka-52k ที่จะใช้กับเรือ 2 ลำนี้ไว้แล้ว ดูเหมือนอียิปต์ก็เลยเตรียมสั่งซื้อ คอปเตอร์รุ่นพิเศษนี้ด้วย พอนึกออกไหมครับว่า ในที่สุดแล้ว ใครจะเป็นเจ้าของเรือรบ 2 ลำนี้กันแน่…. รายการนี้ มันเป็นรายการพิเศษจริงๆ น่าจะเป็นอย่างที่เขาเรียกว่า ได้ด้วยกันหมด ฝรั่งเศสก็ขายเรือได้ ตูดไม่ขาด ไม่เสียหน้า ไม่เสียเงิน แต่เป็นหนี้บุญคุณบางคน ส่วนอียิปต์ก็ได้เพื่อน ได้อาวุธ และรัสเซีย ก็(น่า) จะได้ใช้เรือที่ตัวเองสั่งต่อ โดยมีระบบพิเศษ เข้ากับระบบอื่นๆของตัวเอง รวมทั้งได้เพื่อน และได้บุญคุณ ที่สำคัญ รัสเซีย ได้สร้างเครือข่ายสำคัญเพิ่มขึ้น ในบริเวณที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ จุดรัดคอ 3 จุด choke points ในบริเวณตะวันออกกลาง จุดสำคัญแรก ที่อ่าวโอมาน น่าจะอยู่มือแล้ว ภายใต้การดูแลของอิหร่าน โดยมีโอมานที่อยู่อีกฟาก ทิ้งชาวอ่าวโหนสิบล้อเกาะท้ายอิหร่านไปเรียบร้อย จุดบน ที่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน รัสเซียคุมด้านบน จากฐานทัพของตัวที่ริมฝั่งของซีเรียแล้ว ตอนนี้ ถ้าจับมือกับอียิปต์ จะคุมคลองสุเอซได้อีกด้วย เรื่องนี้มีความสำคัญมาก เหลือจุดสุดท้ายคือ ที่เยเมน ที่ตอนนี้เสี่ยปั๊มใหญ่และพรรคพวก กำลังระดมพรรคพวกไปชิง เพราะถ้าเสียเยเมน กลุ่มอ่าวอาจหัวทิ่มทรายตายทั้งเป็นและตายทั้งก๊วน ขึ้นบนก็ลำบาก ลงล่างก็เหนื่อย แล้วจะส่งออกน้ำมันทางไหนคร้าบ แบบนี้ รายการสกัดลมหวน จึงรุนแรงเหลือเกิน แต่เรื่องของอียิปต์ รัสเซียจะมีเพียงเท่านี้หรือ…. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 15 พ.ย. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 569 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลมหวน ตอนที่ 2

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลมหวน”
    ตอน 2
    เขาว่าคนเราคบเพื่อนดี ย่อมเป็นศรีแก่ตัว
    ตั้งแต่ลมเริ่มหวน ชวนเพื่อนเก่ามานั่งนึกถึงความหลัง อีอิปต์ก็เหมือนชะตาจะเริ่มเปลี่ยน
    เมื่อประมาณ วันที่ 30 สิงหาคม นี้เอง (ค.ศ.2015) บริษัท ENI ยักษ์ใหญ่ทางด้านน้ำมันของอิตาลี ออกข่าวว่า ENI ได้เจอแหล่งแก๊สใหญ่มหึมา Zohr ที่อ่าวลึกของอียิปต์ ในเมดิเตอร์เรเนียน แหล่งแก๊ส Zohr นี้ อาจจะเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดในโลกที่เจอก็ได้ อาจจะทำเอาแหล่งแก๊ส Leviathan ของอิสราเอล ที่ตีปี๊บตอนประกาศไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ว่าใหญ่ที่สุด กลายเป็นของเล่นเด็กไปเลย
    แหล่ง Zohr อยู่ห่างจากริมฝั่งอียิปต์ ประมาณ 100 ไมล์ และอยู่ลึกประมาณ 1,450 เมตร ครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 100 ตาราง กม ประเมินว่า จะมีแก๊สประมาณ 850 พันล้านคิวบิกเมตร หรือเท่ากับน้ำมัน 5.5 พันล้านบาเรล
    ENI บอกว่า นอกจากเจอแก๊สแล้ว อาจจะเจอแหล่งน้ำมันในบริเวณใกล้เคียงอีกด้วย ในปริมาณที่อาจสูงถึง 1.1 ล้านล้านคิวบิกเมตร
    ENI ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของอิตาลี และเป็นผู้ผลิตน้ำมัน และแก๊สรายใหญ่ของอียิปต์ ตั้งแต่ ค.ศ.1954 โดยทำผ่าน IEOC บริษัทลูกได้ทำสัญญากับรัฐบาลอียิปต์ เมื่อเดือนมิถุนายนนี้ โดยตกลงจ่ายเงินให้อิยิปต์ เป็นจำนวน 2 พันล้านเหรียญ สำหรับการสำรวจแหล่งพลังงานในแถบไซนาย อ่าวสุเอซ และแถบเมดิเตอร์เรเนียน และตรงบริเวณสามเหลี่ยมไนล์
    การพบแหล่งแก๊ส Zohr ถือเป็นข่าวดีของทั้ง อิตาลีและอียิปต์ เพราะจะทำให้เศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศ ที่กำลังอ่วม ลืมตาอ้าปากกับเขาได้เสียที และสำหรับอียิปต์ จะเปลี่ยนสถานะจากผู้นำเข้าแก๊ส เป็นผู้ส่งออกแก๊สเสียด้วยซ้ำ
    แต่ข่าวการพบแหล่งแก๊ส Zohr ของอียิปต์ ก็สร้างความแรงกระเพื่อมเอาเรื่อง
    รายแรกที่ออกมาส่งเสียง คงเดากันออก เป็นอิสราเอล ที่เพิ่งนอนฝันหวาน หลังเจอแหล่งแก๊ส Leviathan กับ Tamar รัฐมนตรีพลังงานของอิสราเอล บอกว่า การเจอแหล่ง Zohr ของอียิปต์อาจทำให้แผนส่งออกแก๊สของอิสราเอล กลายเป็นฝันร้าย หรือฝันสลายเลยก็ได้ จะทนไหวหรือครับ ลงทุนกันไปเยอะแยะ ค่าวิ่งล้อบบี้ ค่าหัวคิวก็จ่ายไปแล้ว
    หุ้นส่วนของอิสราเอล ในการสำรวจและผลิตแก๊ส คือ Noble Energy และ Delek Group รายแรกเป็นบริษัทฝั่งอเมริกา รายหลังฝั่งอิสราเอล
    Noble Energy ฝั่งอเมริกา มีชื่อผู้ถือหุ้นน่าสนใจ ชื่อ จอห์น แครี่ รัฐมนตรีต่างประเทศ ของใครไม่รู้ ซึ่งอ้างว่าถือมานานแล้ว ข่าวบอกว่า มูลค่าหุ้นในปี ค.ศ.2013 อยู่ที่ประมาณล้านกว่าเหรียญเอง จิ๊บจ๊อยมาก ก็นั่นมันคงเป็นราคาก่อนประกาศว่าอิสราเอลเจอแก็ส เมื่อถูกสื่อคุ้ยเจอว่าถือหุ้น คุณรัฐมนตรี ก็ตอบแบบโรเนียวว่า ผมมีสมบัติแยะ จำไม่ได้ว่า มีอะไรที่ไหนบ้าง
    นอกจาก Noble Energy จะมีชื่อรัฐมนตรีต่างประเทศของอเมริกาถือหุ้นแล้ว ยังมีกองทุนชื่อ BDS ถือหุ้นในมูลค่า ณ ต้นปี ค.ศ.2015 ประมาณ 118 ล้านเหรียญ เขาว่า เจ้าของกองทุนตัวจริง ชื่อ จอร์จ โซรอส เบื่อหูกับชื่อนี้ไหมครับ กองทุนนี้ เป็นที่สังเกตกันว่า เอาไว้ล่อแมงเม่าในตลาดหุ้น จากสถานการณ์เกี่ยวกับบริษัท
    ตั้งแต่มีข่าวว่าเจอแก๊ส ยังไม่ทันขุดได้ Noble Energy กับ Delek Group ก็มีแต่ข่าวว่ากัดกัน เกี่ยวกับการเป็นเจ้าของ และส่วนแบ่งมาตลอดเวลา ทำให้หุ้นขึ้น หุ้นลงสนุกสนาน แต่ฝ่ายทางการอิสราเอลชักไม่สนุกด้วย แสดงว่ากำลังมีใครคิดจับมือเล่นกลกันหรือยังไง
    ปลายปี ค.ศ.2014 อิสราเอลทำสัญญาว่าจะส่งแก๊สให้จอร์แดน เป็นเวลา 15 ปี ในราคา 1 หมื่น 5 พันล้านเหรียญ จากแหล่ง Leviathan ถือเป็นข้อตกลงทางการค้าระหว่างอิสราเอลกับจอร์แดน ที่ใหญ่ที่สุด แต่แล้วในเดือนธันวาคม ทางการอิสราเอลประกาศว่า จะไม่อนุญาตให้ Noble Energy กับ Delek เป็นผู้ดำเนินการขายแก๊ส ไม่ว่าจากแหล่ง Leviathan หรือ Tamar เพราะมีทีท่าว่า 2 บริษัท กำลังสมคบกันครอบงำตลาดแก๊ส แปลว่า ไอ้ 2 บริษัทจะฮั้วกันน่ะครับ ชาวบ้านก็จุกสิ และสัญญาที่ทำกับจอร์แดน ก็อาจจะต้องยกเลิกด้วย
    อย่างนี้ คุณหน้าตก จอห์น แครี่ ก็ต้องขยับ เดี๋ยวขาดทุนฉิบหาย พณ.ท่าน บอกกับอิสราเอลว่า สัญญาที่ Noble ทำกับจอร์แดนและอียิปต์ น่าจะเป็นผลดีกับอิสราเอลนะ มันเป็นเรื่องความมั่นคงของภูมิภาค เข้าใจไหม อูย….. นานๆที จะเห็นบทเข้มของคุณหน้าตก แต่ไม่ใช่มีแต่ท่านผู้ถือหุ้นหน้าตกที่เข้ามายุ่งนะ เขาว่า ที่จุ้นมาก่อนหน้านั้นคือ คุณผัวเมียคลินตัน ที่ผมยังหาโยงใยชัดๆไม่เจอ ซ่อนเก่งจัง ก็เป็นอดีตทนายทั้งคู่ มีแต่สื่อลงว่า ผัวเมียคู่นี้ ลุ้นเรื่อง Noble จนออกนอกหน้า อ้อ เล่นบทนักล๊อบบี้มีระดับ
    คราวนี้ เนทันยาฮู เข้าใจ มันเป็นเรื่องของความความมั่นคงนี่นะ เพราะฉะนั้น กฏหมายเรื่องการฮั้วกัน ก็เอามาใช้ไม่ได้สิ อย่างนี้ Noble ก็ทำสัญญาได้เหมือนเดิม หารูออกได้เก่งจังคุณยิว
    แต่เรื่องนี้ ทำให้นาย Steinitz รัฐมนตรีพลังงานของอิสราเอลบอกว่า การล่าช้าอย่างไม่เป็นเรื่องของอิสราเอล ทำให้เราเห็นโอกาสวิ่งผ่านหน้า และเลยเราไปแล้ว
    เดิม อิสราเอลมีแผนจะขายแก๊สส่วนหนึ่งให้อียิปต์ เพื่อเป็นการร่วมทุน ให้อียิปต์ไปขายต่อทางยุโรปใต้ เพราะอิยิปต์มีท่อส่งกับอิตาลี แต่ยังติดปัญหาว่า อิสราเอลจะเอาแก๊สจากแหล่ง Leviathan หรือ Tamar ไปขายให้อียิปต์ดีนะ ซึ่งตอนนั้น ผู้ถือหุ้นของทั้ง 2 แหล่ง น่าจะกำลังเล่นละครทะเลาะกันให้แมงเม่าดูอยู่ จนในที่สุด อเมริกา เข้ามาบีบอิสราเอลว่า ให้เอาจากแหล่ง Leviathan (ที่ฝั่งอเมริกาถือหุ้นมากกว่า) ทั้งๆที่ ระยะทางจากแหล่ง Tamar มาถึงอียิปต์ใกล้กว่า และประหยัดต้นทุนให้อียิปต์มากกว่า
    มาถึงตอนนี้ อียิปต์เจอแก๊สเองแล้ว เรื่องแก๊สอิสราเอล จึงน่าจะกลายเป็นไข่ฝ่อฝันค้าง แบบนี้คงมีคนฮึดฮัดขัดใจ
    ตกลงแล้วมันเกี่ยวกับคู่รักลมหวนเขายังไงนะลุง เกี่ยวสิครับ จำไม่ได้หรือ หัวโจกใหญ่ในตะวันออกกลางมี 3 ราย อิหร่าน ซาอุดิอารเบีย และ อิสราเอล แต่ละโจกก็พยายามหาพวกลำแข็งๆ มาสนับสนุนตัวทั้งนั้น ยามนี่ใครจะอยากได้พันธุ์ไม้เลี้อย
    อียิปต์ เคยรุ่ง และก็เคยร่วง ตอนร่วงก็ไม่มีใครสนใจ แถมจะถีบให้ห่างตัวเสียด้วยซ้ำ อิสราเอลส้มหล่นเจอแก๊ส กะจะมาขายอียิปต์ที่อยู่บ้านใกล้กัน เผื่ออียิปต์จะได้หือไม่ออก เพราะเห็นใครๆ ก็กลัวคนมีน้ำมัน คนมีแก๊สกันทั้งนั้น อิสราเอลมีแต่ปากกับเงา คราวนี้ขอใช้ของจริงบ้าง หนอย… อียิปต์ดันเจอแก๊สบ้าง อย่างนี้อิสราเอลก็อ้าปากค้าง อดงับ
    แค่นี้เหมือนยังจะไม่พอให้เห็นชัด อยู่ดีๆ เขาก็ลมหวนกัน แม้ยังไม่รู้ชัดว่าทำไม แต่ธรรมดา ลมมันไม่ค่อยพัดหวนนะครับ ยิ่งหวนแรงๆ ฮู้ย ขนลุกเลยครับ
    อัสสาดของซีเรียกำลังจะหล่น รัสเซียยังยกทัพเข้ามาช่วย ไม่ใช่รัสเซียดีจริง ซีเรียก็ต้องมีของดี คราวนี้ก็เช่นกัน อยู่ดีๆ Sisi บินถี่ ไปคุยกับคุณพี่ปูติน หลังจากนั้น ข่าวของคู่รักลมหวนก็ทยอยออกมา 2-3 เดือนมานี้ ไอ้ลูกกะตาที่จับจ้องอยู่แถวซีเรีย ก็ต้องคงตาแหกกว้าง กวาดไปถึงอียิปต์ด้วย
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    15 พ.ย. 2558
    ลมหวน ตอนที่ 2 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลมหวน” ตอน 2 เขาว่าคนเราคบเพื่อนดี ย่อมเป็นศรีแก่ตัว ตั้งแต่ลมเริ่มหวน ชวนเพื่อนเก่ามานั่งนึกถึงความหลัง อีอิปต์ก็เหมือนชะตาจะเริ่มเปลี่ยน เมื่อประมาณ วันที่ 30 สิงหาคม นี้เอง (ค.ศ.2015) บริษัท ENI ยักษ์ใหญ่ทางด้านน้ำมันของอิตาลี ออกข่าวว่า ENI ได้เจอแหล่งแก๊สใหญ่มหึมา Zohr ที่อ่าวลึกของอียิปต์ ในเมดิเตอร์เรเนียน แหล่งแก๊ส Zohr นี้ อาจจะเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดในโลกที่เจอก็ได้ อาจจะทำเอาแหล่งแก๊ส Leviathan ของอิสราเอล ที่ตีปี๊บตอนประกาศไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ว่าใหญ่ที่สุด กลายเป็นของเล่นเด็กไปเลย แหล่ง Zohr อยู่ห่างจากริมฝั่งอียิปต์ ประมาณ 100 ไมล์ และอยู่ลึกประมาณ 1,450 เมตร ครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 100 ตาราง กม ประเมินว่า จะมีแก๊สประมาณ 850 พันล้านคิวบิกเมตร หรือเท่ากับน้ำมัน 5.5 พันล้านบาเรล ENI บอกว่า นอกจากเจอแก๊สแล้ว อาจจะเจอแหล่งน้ำมันในบริเวณใกล้เคียงอีกด้วย ในปริมาณที่อาจสูงถึง 1.1 ล้านล้านคิวบิกเมตร ENI ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของอิตาลี และเป็นผู้ผลิตน้ำมัน และแก๊สรายใหญ่ของอียิปต์ ตั้งแต่ ค.ศ.1954 โดยทำผ่าน IEOC บริษัทลูกได้ทำสัญญากับรัฐบาลอียิปต์ เมื่อเดือนมิถุนายนนี้ โดยตกลงจ่ายเงินให้อิยิปต์ เป็นจำนวน 2 พันล้านเหรียญ สำหรับการสำรวจแหล่งพลังงานในแถบไซนาย อ่าวสุเอซ และแถบเมดิเตอร์เรเนียน และตรงบริเวณสามเหลี่ยมไนล์ การพบแหล่งแก๊ส Zohr ถือเป็นข่าวดีของทั้ง อิตาลีและอียิปต์ เพราะจะทำให้เศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศ ที่กำลังอ่วม ลืมตาอ้าปากกับเขาได้เสียที และสำหรับอียิปต์ จะเปลี่ยนสถานะจากผู้นำเข้าแก๊ส เป็นผู้ส่งออกแก๊สเสียด้วยซ้ำ แต่ข่าวการพบแหล่งแก๊ส Zohr ของอียิปต์ ก็สร้างความแรงกระเพื่อมเอาเรื่อง รายแรกที่ออกมาส่งเสียง คงเดากันออก เป็นอิสราเอล ที่เพิ่งนอนฝันหวาน หลังเจอแหล่งแก๊ส Leviathan กับ Tamar รัฐมนตรีพลังงานของอิสราเอล บอกว่า การเจอแหล่ง Zohr ของอียิปต์อาจทำให้แผนส่งออกแก๊สของอิสราเอล กลายเป็นฝันร้าย หรือฝันสลายเลยก็ได้ จะทนไหวหรือครับ ลงทุนกันไปเยอะแยะ ค่าวิ่งล้อบบี้ ค่าหัวคิวก็จ่ายไปแล้ว หุ้นส่วนของอิสราเอล ในการสำรวจและผลิตแก๊ส คือ Noble Energy และ Delek Group รายแรกเป็นบริษัทฝั่งอเมริกา รายหลังฝั่งอิสราเอล Noble Energy ฝั่งอเมริกา มีชื่อผู้ถือหุ้นน่าสนใจ ชื่อ จอห์น แครี่ รัฐมนตรีต่างประเทศ ของใครไม่รู้ ซึ่งอ้างว่าถือมานานแล้ว ข่าวบอกว่า มูลค่าหุ้นในปี ค.ศ.2013 อยู่ที่ประมาณล้านกว่าเหรียญเอง จิ๊บจ๊อยมาก ก็นั่นมันคงเป็นราคาก่อนประกาศว่าอิสราเอลเจอแก็ส เมื่อถูกสื่อคุ้ยเจอว่าถือหุ้น คุณรัฐมนตรี ก็ตอบแบบโรเนียวว่า ผมมีสมบัติแยะ จำไม่ได้ว่า มีอะไรที่ไหนบ้าง นอกจาก Noble Energy จะมีชื่อรัฐมนตรีต่างประเทศของอเมริกาถือหุ้นแล้ว ยังมีกองทุนชื่อ BDS ถือหุ้นในมูลค่า ณ ต้นปี ค.ศ.2015 ประมาณ 118 ล้านเหรียญ เขาว่า เจ้าของกองทุนตัวจริง ชื่อ จอร์จ โซรอส เบื่อหูกับชื่อนี้ไหมครับ กองทุนนี้ เป็นที่สังเกตกันว่า เอาไว้ล่อแมงเม่าในตลาดหุ้น จากสถานการณ์เกี่ยวกับบริษัท ตั้งแต่มีข่าวว่าเจอแก๊ส ยังไม่ทันขุดได้ Noble Energy กับ Delek Group ก็มีแต่ข่าวว่ากัดกัน เกี่ยวกับการเป็นเจ้าของ และส่วนแบ่งมาตลอดเวลา ทำให้หุ้นขึ้น หุ้นลงสนุกสนาน แต่ฝ่ายทางการอิสราเอลชักไม่สนุกด้วย แสดงว่ากำลังมีใครคิดจับมือเล่นกลกันหรือยังไง ปลายปี ค.ศ.2014 อิสราเอลทำสัญญาว่าจะส่งแก๊สให้จอร์แดน เป็นเวลา 15 ปี ในราคา 1 หมื่น 5 พันล้านเหรียญ จากแหล่ง Leviathan ถือเป็นข้อตกลงทางการค้าระหว่างอิสราเอลกับจอร์แดน ที่ใหญ่ที่สุด แต่แล้วในเดือนธันวาคม ทางการอิสราเอลประกาศว่า จะไม่อนุญาตให้ Noble Energy กับ Delek เป็นผู้ดำเนินการขายแก๊ส ไม่ว่าจากแหล่ง Leviathan หรือ Tamar เพราะมีทีท่าว่า 2 บริษัท กำลังสมคบกันครอบงำตลาดแก๊ส แปลว่า ไอ้ 2 บริษัทจะฮั้วกันน่ะครับ ชาวบ้านก็จุกสิ และสัญญาที่ทำกับจอร์แดน ก็อาจจะต้องยกเลิกด้วย อย่างนี้ คุณหน้าตก จอห์น แครี่ ก็ต้องขยับ เดี๋ยวขาดทุนฉิบหาย พณ.ท่าน บอกกับอิสราเอลว่า สัญญาที่ Noble ทำกับจอร์แดนและอียิปต์ น่าจะเป็นผลดีกับอิสราเอลนะ มันเป็นเรื่องความมั่นคงของภูมิภาค เข้าใจไหม อูย….. นานๆที จะเห็นบทเข้มของคุณหน้าตก แต่ไม่ใช่มีแต่ท่านผู้ถือหุ้นหน้าตกที่เข้ามายุ่งนะ เขาว่า ที่จุ้นมาก่อนหน้านั้นคือ คุณผัวเมียคลินตัน ที่ผมยังหาโยงใยชัดๆไม่เจอ ซ่อนเก่งจัง ก็เป็นอดีตทนายทั้งคู่ มีแต่สื่อลงว่า ผัวเมียคู่นี้ ลุ้นเรื่อง Noble จนออกนอกหน้า อ้อ เล่นบทนักล๊อบบี้มีระดับ คราวนี้ เนทันยาฮู เข้าใจ มันเป็นเรื่องของความความมั่นคงนี่นะ เพราะฉะนั้น กฏหมายเรื่องการฮั้วกัน ก็เอามาใช้ไม่ได้สิ อย่างนี้ Noble ก็ทำสัญญาได้เหมือนเดิม หารูออกได้เก่งจังคุณยิว แต่เรื่องนี้ ทำให้นาย Steinitz รัฐมนตรีพลังงานของอิสราเอลบอกว่า การล่าช้าอย่างไม่เป็นเรื่องของอิสราเอล ทำให้เราเห็นโอกาสวิ่งผ่านหน้า และเลยเราไปแล้ว เดิม อิสราเอลมีแผนจะขายแก๊สส่วนหนึ่งให้อียิปต์ เพื่อเป็นการร่วมทุน ให้อียิปต์ไปขายต่อทางยุโรปใต้ เพราะอิยิปต์มีท่อส่งกับอิตาลี แต่ยังติดปัญหาว่า อิสราเอลจะเอาแก๊สจากแหล่ง Leviathan หรือ Tamar ไปขายให้อียิปต์ดีนะ ซึ่งตอนนั้น ผู้ถือหุ้นของทั้ง 2 แหล่ง น่าจะกำลังเล่นละครทะเลาะกันให้แมงเม่าดูอยู่ จนในที่สุด อเมริกา เข้ามาบีบอิสราเอลว่า ให้เอาจากแหล่ง Leviathan (ที่ฝั่งอเมริกาถือหุ้นมากกว่า) ทั้งๆที่ ระยะทางจากแหล่ง Tamar มาถึงอียิปต์ใกล้กว่า และประหยัดต้นทุนให้อียิปต์มากกว่า มาถึงตอนนี้ อียิปต์เจอแก๊สเองแล้ว เรื่องแก๊สอิสราเอล จึงน่าจะกลายเป็นไข่ฝ่อฝันค้าง แบบนี้คงมีคนฮึดฮัดขัดใจ ตกลงแล้วมันเกี่ยวกับคู่รักลมหวนเขายังไงนะลุง เกี่ยวสิครับ จำไม่ได้หรือ หัวโจกใหญ่ในตะวันออกกลางมี 3 ราย อิหร่าน ซาอุดิอารเบีย และ อิสราเอล แต่ละโจกก็พยายามหาพวกลำแข็งๆ มาสนับสนุนตัวทั้งนั้น ยามนี่ใครจะอยากได้พันธุ์ไม้เลี้อย อียิปต์ เคยรุ่ง และก็เคยร่วง ตอนร่วงก็ไม่มีใครสนใจ แถมจะถีบให้ห่างตัวเสียด้วยซ้ำ อิสราเอลส้มหล่นเจอแก๊ส กะจะมาขายอียิปต์ที่อยู่บ้านใกล้กัน เผื่ออียิปต์จะได้หือไม่ออก เพราะเห็นใครๆ ก็กลัวคนมีน้ำมัน คนมีแก๊สกันทั้งนั้น อิสราเอลมีแต่ปากกับเงา คราวนี้ขอใช้ของจริงบ้าง หนอย… อียิปต์ดันเจอแก๊สบ้าง อย่างนี้อิสราเอลก็อ้าปากค้าง อดงับ แค่นี้เหมือนยังจะไม่พอให้เห็นชัด อยู่ดีๆ เขาก็ลมหวนกัน แม้ยังไม่รู้ชัดว่าทำไม แต่ธรรมดา ลมมันไม่ค่อยพัดหวนนะครับ ยิ่งหวนแรงๆ ฮู้ย ขนลุกเลยครับ อัสสาดของซีเรียกำลังจะหล่น รัสเซียยังยกทัพเข้ามาช่วย ไม่ใช่รัสเซียดีจริง ซีเรียก็ต้องมีของดี คราวนี้ก็เช่นกัน อยู่ดีๆ Sisi บินถี่ ไปคุยกับคุณพี่ปูติน หลังจากนั้น ข่าวของคู่รักลมหวนก็ทยอยออกมา 2-3 เดือนมานี้ ไอ้ลูกกะตาที่จับจ้องอยู่แถวซีเรีย ก็ต้องคงตาแหกกว้าง กวาดไปถึงอียิปต์ด้วย สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 15 พ.ย. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 479 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลมหวน ตอนที่ 1

    เรื่องนี้ผมเขียนตั้งแต่บ่ายวันศุกร์ ที่ 13 พย ตั้งใจจะเอาลงให้อ่านเช้าวันเสาร์ มาเจอเหตุการณ์ ศุกร์ 13 ที่ปารีส เลยต้องชลอไว้ แต่เห็นว่าเรื่องราวมันต่อเนื่องกัน และต่อเร็วเหลือเกิน เลยเอามาลงให้อ่านรวดเดียว และคงเห็นกันแล้วว่า รายการสกัดลมหวน รวมทั้งคิดบัญชี มันรุนแรงจริงๆ แล้วอย่างนี้ เรื่องมันจะจบ แบบต่างคนต่างอยู่ ได้หรือ……
    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลมหวน”
    ตอน 1
    วันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ.2015 เครื่องบินโดยสารรัสเซียที่มีผู้โดยสารจำนวน 224 คน บินขึ้นจากเมือง Sharm El-Sheikh ในอิยิปต์ มุ่งหน้าไป St Petersburg เกิดเหตุร่วงลงพื้นดิน ผู้โดยสารลูกเรือเสียชีวิตหมด ข่าวสับสนอยู่หลายวัน ถึงสาเหตุของเครื่องบินตก ล่าสุดบอกว่า ถูกระเบิดจากในหรือนอกเครื่อง โดยอังกฤษออกมาปูดก่อนว่า เครื่องบินโดนระเบิด หลังจากนั้น อเมริการับลูก บอกมีความเป็นไปได้สูงมาก แต่อียิปต์ เจ้าของสถานที่ และรัสเซียผู้เสียหายยังไม่เห็นด้วย
    ทำไมต้องเป็นเครื่องบินรัสเซีย ที่มีชาวรัสเซียนั่งมาเต็มเครื่อง และทำไมต้องเกิดเหตุที่อียิปต์
    สื่อตะวันตกหัวรุนแรงบอกว่า นี่น่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อการร้าย ที่ฝัก
    ฝ่ายการ์ตา และมักจะก่อเรื่องวุ่นวายแถบไซนายของในอียิปต์ ถ้าเป็นเรื่องจริง อียิปต์กับการ์ตา คงมองหน้ากันไม่สนิท
    อียิปต์ แม้จะถูกลากไปร่วมรายการถล่มเยเมนกับก๊วนเสี่ยปั๊มใหญ่ ซาอุดิอารเบียตั้งแต่เดือนมีนาคมต้นปี แต่ในเรื่องเกี่ยวกับซีเรีย อียิปต์ไม่ได้คอเดียวกับก๊วนเสี่ยปั๊มใหญ่ และ Adbel Fattah el-Sisi ประธานาธิบดีของอียิปต์ ออกจะไม่เห็นด้วยกับซาอุและการ์ต้าด้วยซ้ำ ที่มุ่งหน้าจะแก้ปัญหาซีเรีย ด้วยการเขี่ยอัสสาดให้พ้นไปจากซีเรียอย่างเดียว
    แต่เรื่องนี้ คงไม่น่าจะทำให้อียิปต์ถึงกับตกเป็น “เป้า”
    อียิปต์ มี “เรื่อง” ที่ทำให้มีคนขัดใจมากกว่านั้น
    นาย Abdel Fattah el- Sisi อดีตรัฐมนตรีกลาโหมของอียิปต์ ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีอียิปต์ ด้วยคะแนนเสียงถล่มทะลายเกือบเอกฉันท์ เมื่อประมาณปลายเดือนพฤษภาคม ค.ศ.2014 และแค่ในช่วง 3 เดือนแรก จากที่รับตำแหน่ง เขาเดินทางไปพบกับคุณพี่ปูตินที่มอสโคว์ ถึง 3 ครั้ง หลังจากนั้น สัมพันธ์อียิปต์-รัสเซีย ก็ถูกสื่อตะวันตกจับจ้อง และตีข่าวว่า หรือ ลมกำลังหวน…
    รัสเซีย (สหภาพโซเวียตในขณะนั้น) กับอียิปต์ เคยเป็นมิตรรักกันมาก่อน ตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเฉพาะสมัยนายพลนัสเซอร์ เป็นประธานาธิบดีอียิปต์ แต่สัมพันธ์อียิปต์-รัสเซีย มาจางลงหลังจากที่ประธานาธิบดีอันวาร์ ซาดัด ที่สังกัดฝ่ายอเมริกาเต็มตัว ขึ้นมาปกครองอียิปต์แทนนัสเซอร์ ท่ามกลางข่าวลือว่า ซาดัต ที่เป็นมือขวาของนัสเซอร์ ดัดหลัง วางยาพิษนัสเซอร์จนเสียชีวิต แต่สื่อออกข่าวว่านัสเซอร์หัวใจวายตาย
    เมื่อซาดัตขึ้นปกครองอียิปต์ รายการแรกๆที่เขาทำคือ สั่งปลดที่ปรึกษาด้านการทหารชาวรัสเซียจำนวน 15,000 คน ส่งกลับบ้านหมด และหลังจากนั้นซาดัต ก็ประกาศสิ้นสุดสนธิสัญญาว่าด้วยความสัมพันธ์กับรัสเซีย ในปึ ค.ศ.1976 และกองทัพอียิปต์ก็กลายเป็นกองทัพ (ยุค) ของอเมริกา
    Sisi เป็นประธานาธิบดีได้แค่ 3 เดือน ไปจู๋จี๋กับคุณพี่ปูตินบ่อยขนาดนั้น ก็ต้องมีคนเขม็งมองจนตาคว่ำ เขาไปคุยอะไรกันนักหนา
    คู่รักลมหวนบอกว่า อียิปต์เป็นประเทศที่นำเข้าข้าวสาลีสูงสุดประเทศหนึ่ง ส่วนรัสเซียก็มีพื้นที่กว้างใหญ่ ปลูกข้าวสาลีส่งให้อียิปต์ถึง 1 ใน 4 ของจำนวนที่อียิปต์ต้องการ เราก็ไปคุยกันเรื่องข้าวสาลี … ไม่จริงมั้ง ซื้อข้าวขายข้าว มันจะต้องบินไปบินมา ไปซื้อขายด้วยตัวเองบ่อยงั้นเชียวหรือ เด็กๆ มันก็ทำได้
    คู่รักลมหวนบอก แล้วเราก็คุยเรื่องอาวุธ อย่าลืมว่า อียิปต์เคยมีกองทัพใหญ่ที่สุดในแถบตะวันออกกลาง ตั้งแต่สมัยที่ใครๆยังเลี้ยงอูฐอยู่เลย แต่ตอนนี้เหตุการณ์แถวบ้านเรา มันห่างกับคำว่า “สงบ” มากมาย เราจึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงด้านกองทัพ และรัสเซียก็มีอาวุธทันสมัยเหมาะกับการใช้ของกองทัพเรา …
    แล้วอียิปต์ก็เลยทำสัญญาซื้ออาวุธจากรัสเซีย รอบแรกประมาณ 3.5 พันล้านเหรียญเท่านั้นเอง อียิปต์ไม่ได้รวยเหมือนเพื่อนบ้านนะ อาวุธที่ซื้อก็มีหลากหลาย ตั้งแต่ระบบสกัดจรวดอันโด่งดัง จนถึงเครื่องบินรุ่น Sukhoi ที่บางกองทัพ ได้ยินชื่อแล้วขยาด ถึงขนาดมีทหารยื่นใบลาออกน่ะ … แน่ะ หลุดมาแล้ว เรื่องอาวุธ มีอะไรอีก บอกมาให้หมด
    อียิปต์ไม่รวยน้ำมัน ไม่มีพลังงานพอสร้างความสว่างให้ประเทศ ที่กำลังต้องฟื้นฟูเรื่องการท่องเที่ยว หลังจากไอ้ชั่วตัวไหนไม่รู้ มันมาจัดเทศกาลอาหรับสปริงแถวนี้ จนฉิบหายไปหมด อียิปต์เลยคิดจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดย Rosatom ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของรัสเซีย รับงานนี้ไปแล้ว … โอ้โห ชิ้นปลามัน นี่เขาคงคู่รักลมหวนจริง ๆนะ เล่นเอามีคนกินแห้วกันเป็นแถวๆ อย่างนี้ คู่รักคู่ขุด มิหงุดหงิด อิจฉาแย่หรือครับ
    มีอีกมั้ย รายการช๊อปปิ้ง ยังอมอะไรไว้ … อ้อ เราก็สั่งซื้อแก๊สจาก Rosnet ของรัสเซียด้วย มันเป็นเรื่องธรรมดานี่นะ เพราะรัสเซียเขาเจ้าพ่อแก๊สอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องตื่นเต้นกันเลย
    สำหรับ Sisi การเป็นเพื่อนกับรัสเซีย มีความหมายกับอียิปต์ ในด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง อย่าลืมว่า สหภาพโซเวียตเป็นคนช่วยสร้างเขื่อนอัสวานให้อียิปต์ หลังจากที่อเมริกาทิ้งอียิปต์ในช่วงนัสเซอร์เป็นประธานาธิบดี สหภาพโซเวียตยังช่วยสร้างอู่ต่อเรือใหญ่ที่อเล็กซานเดรีย โรงถลุงเหล็ก และศูนย์อุตสาหกรรมอลูมิเนียมให้อียิปต์อีกด้วย
    สื่อตะวันตกค่ายชาวเกาะใหญ่บอกว่า ทั้งรัสเซียและอียิปต์ ต่างเจอความขมของตะวันตกเหมือนกัน และคงอยากจะสร้างสัมพันธ์ระหว่างพวกขม ด้วยกัน รัสเซียเจอเรื่องแซงชั่น อียิปต์เจอพิษอาหรับสปริง และ Sisi คงซึ้งในวิธีการโยนทิ้งพรมเช็ดเท้าของอเมริกา จากกรณี มูบารัคและมอร์ซิ ของกลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูด ที่อเมริกาส่งเสริม เปรียบเทียบกับการที่รัสเซียเข้ามาช่วยเพื่อนเก่าอย่างซีเรีย แบบนี้ Sisi ก็คงไม่ต้องคิดมาก ในการเลือกใช้นโยบายลมหวลกับรัสเซีย
    และอียิปต์ก็มีความหมายกับรัสเซีย ไม่น้อยเช่นเดียวกัน
    ในแถบเมดิเตอร์เรเนียน รัสเซียมีฐานทัพเรืออยู่ที่ซีเรียประเทศเดียว นี่ถ้าเหตุการณ์ในซีเรียมันยกระดับขึ้นเรื่อยๆ มีอียิปต์เป็นเพื่อนอยู่ริมทะเลแถบนั้นอีกราย มันก็ไม่เลว จะได้มานั่งรำลึกเรื่องความหลังด้วยกัน
    แน่นอนรายการลมหวนนี้ น่าจะสร้างความกังวล และหงุดหงิดให้แก่หลายคน และหลายมุม
    ขอแถมสักหน่อยครับ อาหรับสปริงในอียิปต์ ก็มาจากการจัดรายการของอเมริกานั่นเอง และเมื่อมอร์ซิ ของกลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูด ที่อเมริกาก็เป็นฝ่ายหนุนอีกนั่นแหละ ขึ้นมาปกครองอียิปต์ อเมริกาก็ตัดความช่วยเหลือทางทหารที่เคยมีให้อียิปต์ทิ้งเสีย เพราะอ้างว่า อิยิปต์ไม่เป็นประชาธิปไตย มอร์ซิ ไม่ยอมจัดการเลือกตั้ง จริงๆ ไอ้มาตรการหลังเขาแบบนี้ของอเมริกา ก็มีดีเหมือนกันนะ ทำให้ท่านใบตองแห้ง มีอาชีพเสริม ทำหน้าที่เป็นพนักงานช่วยขายอาวุธรัสเซียให้คุณพี่ปูติน หมดเทอมเมื่อไหร่ ไปสมัครเป็นพนักงานประจำ ขายอาวุธของรัสเซียได้เลย ฮา
    ท่านใบตองแห้ง อย่าลืมไปทวงค่าคอมจากคุณพี่ปูตินนะครับ แต่จะได้ค่าคอมมาเป็นอะไร ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน….
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    15 พ.ย. 2558
    ลมหวน ตอนที่ 1 เรื่องนี้ผมเขียนตั้งแต่บ่ายวันศุกร์ ที่ 13 พย ตั้งใจจะเอาลงให้อ่านเช้าวันเสาร์ มาเจอเหตุการณ์ ศุกร์ 13 ที่ปารีส เลยต้องชลอไว้ แต่เห็นว่าเรื่องราวมันต่อเนื่องกัน และต่อเร็วเหลือเกิน เลยเอามาลงให้อ่านรวดเดียว และคงเห็นกันแล้วว่า รายการสกัดลมหวน รวมทั้งคิดบัญชี มันรุนแรงจริงๆ แล้วอย่างนี้ เรื่องมันจะจบ แบบต่างคนต่างอยู่ ได้หรือ…… นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลมหวน” ตอน 1 วันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ.2015 เครื่องบินโดยสารรัสเซียที่มีผู้โดยสารจำนวน 224 คน บินขึ้นจากเมือง Sharm El-Sheikh ในอิยิปต์ มุ่งหน้าไป St Petersburg เกิดเหตุร่วงลงพื้นดิน ผู้โดยสารลูกเรือเสียชีวิตหมด ข่าวสับสนอยู่หลายวัน ถึงสาเหตุของเครื่องบินตก ล่าสุดบอกว่า ถูกระเบิดจากในหรือนอกเครื่อง โดยอังกฤษออกมาปูดก่อนว่า เครื่องบินโดนระเบิด หลังจากนั้น อเมริการับลูก บอกมีความเป็นไปได้สูงมาก แต่อียิปต์ เจ้าของสถานที่ และรัสเซียผู้เสียหายยังไม่เห็นด้วย ทำไมต้องเป็นเครื่องบินรัสเซีย ที่มีชาวรัสเซียนั่งมาเต็มเครื่อง และทำไมต้องเกิดเหตุที่อียิปต์ สื่อตะวันตกหัวรุนแรงบอกว่า นี่น่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อการร้าย ที่ฝัก ฝ่ายการ์ตา และมักจะก่อเรื่องวุ่นวายแถบไซนายของในอียิปต์ ถ้าเป็นเรื่องจริง อียิปต์กับการ์ตา คงมองหน้ากันไม่สนิท อียิปต์ แม้จะถูกลากไปร่วมรายการถล่มเยเมนกับก๊วนเสี่ยปั๊มใหญ่ ซาอุดิอารเบียตั้งแต่เดือนมีนาคมต้นปี แต่ในเรื่องเกี่ยวกับซีเรีย อียิปต์ไม่ได้คอเดียวกับก๊วนเสี่ยปั๊มใหญ่ และ Adbel Fattah el-Sisi ประธานาธิบดีของอียิปต์ ออกจะไม่เห็นด้วยกับซาอุและการ์ต้าด้วยซ้ำ ที่มุ่งหน้าจะแก้ปัญหาซีเรีย ด้วยการเขี่ยอัสสาดให้พ้นไปจากซีเรียอย่างเดียว แต่เรื่องนี้ คงไม่น่าจะทำให้อียิปต์ถึงกับตกเป็น “เป้า” อียิปต์ มี “เรื่อง” ที่ทำให้มีคนขัดใจมากกว่านั้น นาย Abdel Fattah el- Sisi อดีตรัฐมนตรีกลาโหมของอียิปต์ ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีอียิปต์ ด้วยคะแนนเสียงถล่มทะลายเกือบเอกฉันท์ เมื่อประมาณปลายเดือนพฤษภาคม ค.ศ.2014 และแค่ในช่วง 3 เดือนแรก จากที่รับตำแหน่ง เขาเดินทางไปพบกับคุณพี่ปูตินที่มอสโคว์ ถึง 3 ครั้ง หลังจากนั้น สัมพันธ์อียิปต์-รัสเซีย ก็ถูกสื่อตะวันตกจับจ้อง และตีข่าวว่า หรือ ลมกำลังหวน… รัสเซีย (สหภาพโซเวียตในขณะนั้น) กับอียิปต์ เคยเป็นมิตรรักกันมาก่อน ตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเฉพาะสมัยนายพลนัสเซอร์ เป็นประธานาธิบดีอียิปต์ แต่สัมพันธ์อียิปต์-รัสเซีย มาจางลงหลังจากที่ประธานาธิบดีอันวาร์ ซาดัด ที่สังกัดฝ่ายอเมริกาเต็มตัว ขึ้นมาปกครองอียิปต์แทนนัสเซอร์ ท่ามกลางข่าวลือว่า ซาดัต ที่เป็นมือขวาของนัสเซอร์ ดัดหลัง วางยาพิษนัสเซอร์จนเสียชีวิต แต่สื่อออกข่าวว่านัสเซอร์หัวใจวายตาย เมื่อซาดัตขึ้นปกครองอียิปต์ รายการแรกๆที่เขาทำคือ สั่งปลดที่ปรึกษาด้านการทหารชาวรัสเซียจำนวน 15,000 คน ส่งกลับบ้านหมด และหลังจากนั้นซาดัต ก็ประกาศสิ้นสุดสนธิสัญญาว่าด้วยความสัมพันธ์กับรัสเซีย ในปึ ค.ศ.1976 และกองทัพอียิปต์ก็กลายเป็นกองทัพ (ยุค) ของอเมริกา Sisi เป็นประธานาธิบดีได้แค่ 3 เดือน ไปจู๋จี๋กับคุณพี่ปูตินบ่อยขนาดนั้น ก็ต้องมีคนเขม็งมองจนตาคว่ำ เขาไปคุยอะไรกันนักหนา คู่รักลมหวนบอกว่า อียิปต์เป็นประเทศที่นำเข้าข้าวสาลีสูงสุดประเทศหนึ่ง ส่วนรัสเซียก็มีพื้นที่กว้างใหญ่ ปลูกข้าวสาลีส่งให้อียิปต์ถึง 1 ใน 4 ของจำนวนที่อียิปต์ต้องการ เราก็ไปคุยกันเรื่องข้าวสาลี … ไม่จริงมั้ง ซื้อข้าวขายข้าว มันจะต้องบินไปบินมา ไปซื้อขายด้วยตัวเองบ่อยงั้นเชียวหรือ เด็กๆ มันก็ทำได้ คู่รักลมหวนบอก แล้วเราก็คุยเรื่องอาวุธ อย่าลืมว่า อียิปต์เคยมีกองทัพใหญ่ที่สุดในแถบตะวันออกกลาง ตั้งแต่สมัยที่ใครๆยังเลี้ยงอูฐอยู่เลย แต่ตอนนี้เหตุการณ์แถวบ้านเรา มันห่างกับคำว่า “สงบ” มากมาย เราจึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงด้านกองทัพ และรัสเซียก็มีอาวุธทันสมัยเหมาะกับการใช้ของกองทัพเรา … แล้วอียิปต์ก็เลยทำสัญญาซื้ออาวุธจากรัสเซีย รอบแรกประมาณ 3.5 พันล้านเหรียญเท่านั้นเอง อียิปต์ไม่ได้รวยเหมือนเพื่อนบ้านนะ อาวุธที่ซื้อก็มีหลากหลาย ตั้งแต่ระบบสกัดจรวดอันโด่งดัง จนถึงเครื่องบินรุ่น Sukhoi ที่บางกองทัพ ได้ยินชื่อแล้วขยาด ถึงขนาดมีทหารยื่นใบลาออกน่ะ … แน่ะ หลุดมาแล้ว เรื่องอาวุธ มีอะไรอีก บอกมาให้หมด อียิปต์ไม่รวยน้ำมัน ไม่มีพลังงานพอสร้างความสว่างให้ประเทศ ที่กำลังต้องฟื้นฟูเรื่องการท่องเที่ยว หลังจากไอ้ชั่วตัวไหนไม่รู้ มันมาจัดเทศกาลอาหรับสปริงแถวนี้ จนฉิบหายไปหมด อียิปต์เลยคิดจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดย Rosatom ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของรัสเซีย รับงานนี้ไปแล้ว … โอ้โห ชิ้นปลามัน นี่เขาคงคู่รักลมหวนจริง ๆนะ เล่นเอามีคนกินแห้วกันเป็นแถวๆ อย่างนี้ คู่รักคู่ขุด มิหงุดหงิด อิจฉาแย่หรือครับ มีอีกมั้ย รายการช๊อปปิ้ง ยังอมอะไรไว้ … อ้อ เราก็สั่งซื้อแก๊สจาก Rosnet ของรัสเซียด้วย มันเป็นเรื่องธรรมดานี่นะ เพราะรัสเซียเขาเจ้าพ่อแก๊สอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องตื่นเต้นกันเลย สำหรับ Sisi การเป็นเพื่อนกับรัสเซีย มีความหมายกับอียิปต์ ในด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง อย่าลืมว่า สหภาพโซเวียตเป็นคนช่วยสร้างเขื่อนอัสวานให้อียิปต์ หลังจากที่อเมริกาทิ้งอียิปต์ในช่วงนัสเซอร์เป็นประธานาธิบดี สหภาพโซเวียตยังช่วยสร้างอู่ต่อเรือใหญ่ที่อเล็กซานเดรีย โรงถลุงเหล็ก และศูนย์อุตสาหกรรมอลูมิเนียมให้อียิปต์อีกด้วย สื่อตะวันตกค่ายชาวเกาะใหญ่บอกว่า ทั้งรัสเซียและอียิปต์ ต่างเจอความขมของตะวันตกเหมือนกัน และคงอยากจะสร้างสัมพันธ์ระหว่างพวกขม ด้วยกัน รัสเซียเจอเรื่องแซงชั่น อียิปต์เจอพิษอาหรับสปริง และ Sisi คงซึ้งในวิธีการโยนทิ้งพรมเช็ดเท้าของอเมริกา จากกรณี มูบารัคและมอร์ซิ ของกลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูด ที่อเมริกาส่งเสริม เปรียบเทียบกับการที่รัสเซียเข้ามาช่วยเพื่อนเก่าอย่างซีเรีย แบบนี้ Sisi ก็คงไม่ต้องคิดมาก ในการเลือกใช้นโยบายลมหวลกับรัสเซีย และอียิปต์ก็มีความหมายกับรัสเซีย ไม่น้อยเช่นเดียวกัน ในแถบเมดิเตอร์เรเนียน รัสเซียมีฐานทัพเรืออยู่ที่ซีเรียประเทศเดียว นี่ถ้าเหตุการณ์ในซีเรียมันยกระดับขึ้นเรื่อยๆ มีอียิปต์เป็นเพื่อนอยู่ริมทะเลแถบนั้นอีกราย มันก็ไม่เลว จะได้มานั่งรำลึกเรื่องความหลังด้วยกัน แน่นอนรายการลมหวนนี้ น่าจะสร้างความกังวล และหงุดหงิดให้แก่หลายคน และหลายมุม ขอแถมสักหน่อยครับ อาหรับสปริงในอียิปต์ ก็มาจากการจัดรายการของอเมริกานั่นเอง และเมื่อมอร์ซิ ของกลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูด ที่อเมริกาก็เป็นฝ่ายหนุนอีกนั่นแหละ ขึ้นมาปกครองอียิปต์ อเมริกาก็ตัดความช่วยเหลือทางทหารที่เคยมีให้อียิปต์ทิ้งเสีย เพราะอ้างว่า อิยิปต์ไม่เป็นประชาธิปไตย มอร์ซิ ไม่ยอมจัดการเลือกตั้ง จริงๆ ไอ้มาตรการหลังเขาแบบนี้ของอเมริกา ก็มีดีเหมือนกันนะ ทำให้ท่านใบตองแห้ง มีอาชีพเสริม ทำหน้าที่เป็นพนักงานช่วยขายอาวุธรัสเซียให้คุณพี่ปูติน หมดเทอมเมื่อไหร่ ไปสมัครเป็นพนักงานประจำ ขายอาวุธของรัสเซียได้เลย ฮา ท่านใบตองแห้ง อย่าลืมไปทวงค่าคอมจากคุณพี่ปูตินนะครับ แต่จะได้ค่าคอมมาเป็นอะไร ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน…. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 15 พ.ย. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 705 มุมมอง 0 รีวิว
  • จินนี่ ตอนที่ 4

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “จินนี่”
    ตอน 4
    อเมริกากำลังคิดอะไรอยู่ หรืออเมริกา รออะไร
    อเมริกาน่าจะกำลัง “ทำความเข้าใจ หรือทำความรู้จัก” กับศักยภาพกองทัพของรัสเซียของจริง จากการรบของรัสเซียในตะวันออกกลาง ไม่ใช่จากกระดาษรายงาน ของเหล่านักวิเคราะห์ ผู้เชี่ยวชาญ หรือถังความคิด รายใดรายหนึ่ง
    เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ประมาณ 2 เดือนหลังจากเฝ้าดูลีลาของรัสเซียในตะวันออกกลาง นาย Richard N Haass ประธานถังขยะความคิดหมายเลขหนึ่งของอเมริกา The Council on Foreign Relations หรือ CFR ถังขยะที่เชื่อกันว่า น่าจะเป็นผู้กำกับฝูงนกอินทรีตัวจริง ก็ลงมือเขียนรายงาน ชื่อ “Testing Putin in Syria ”
    ท่านประธานถังขยะ สรุปว่า ชัดเจนว่าการเข้าไปในตะวันออกกลางของปูติน เหมือนไปต่อท่อหายใจให้กับอัสสาดของซีเรีย แต่ขณะเดียวกัน ปูตินก็ใช้โอกาสนี้ บอกให้โลกรู้ว่า รัสเซียยังอยู่นะ และอยู่แบบแข็งแรงด้วย เป็นการเบี่ยงเบน จากความจริงว่า เศรษฐกิจในบ้านรัสเซียกำลังหดเหี่ยว และเพื่อให้ผู้คนลืมเรื่องยูเครนไปด้วย ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อสร้างคะแนนเสียงให้กับตัวเองในรัสเซียนั่นแหละ
    มีหลายคนเป็นห่วงว่า การที่รัสเซียเข้าไปในซีเรีย ไม่ใช่จะทำให้ อัสสาดเผด็จการจอมโหดแข็งแรงขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้พวกไอซิสโตขึ้นอีกด้วย เพราะการที่รัสเซียมุ่งหน้าแต่จะทำลายศัตรูของอัสสาด เท่ากับเปิดโอกาส ให้ไอซิสขยายพันธ์ง่ายขึ้นอีกด้วย
    นอกจากนี้ยังมีผู้ห่วงว่า รัสเซีย จะเป็นคนเริ่มสงครามเย็นในตะวันออกกลาง ด้วยการปิดล้อม ประเทศที่อยู่คนละฝ่ายกับอัสสาด แต่ท่านประธานถังขยะ บอกว่า ลืมไปได้เลย รัสเซียไม่มีปัญญารับมือกับการเปิดศึกหลายด้านหรอก เพราะนโยบายต่างประเทศแบบนั้น มันมีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งสภาพทางเศรษฐกิจ กับสภาพกองทัพของรัสเซีย ไม่เอื้อให้รัสเซียเล่นได้ขนาดนั้น และก็ไม่แน่ว่า ชาวรัสเซียจะสนับสนุนปูติน ให้ทำเช่นนั้นด้วย
    ก็เหลือแต่ว่าปูติน ยังอยากจะเพลินกับการปกครอง แบบรวบอำนาจของตน ไปอีกนานไหมล่ะ ทุกอย่างมันมีขอบเขต และมีราคาทั้งสิ้น และปูตินอย่าลืมว่า เมื่อไอซิสแข็งแรงขึ้น ไม่นานเกินรอ คงได้เห็นนักรบพลีชีพ ไปก่อระเบิดในมอสโคว์แน่นอน (ขณะที่เขียนนี่ มอสโคว์ยังไม่มีระเบิดพลีชีพ แต่เครื่องบินโดยสารของรัสเซียโดนมือมืดสอยร่วงไปแล้ว นับว่าท่านประธานถังขยะ อ่านเกมขาด.!?)
    ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า ปูตินคิดเรื่องซีเรีย ถึงขนาดไหน ถึงขนาดจะเอาอัสสาดไว้ ไม่ว่าต้วเองจะฉิบหายแค่ไหนอย่างนั้นหรือ หรือเอาแค่ว่า รัสเซียก็สามารถมีส่วน ในการจัดการตะวันออกกลางด้วย โดยไม่ต้องเอาเรื่องอัสสาดมาเกี่ยว
    ประธานถังขยะ แนะนำว่า ระหว่างที่ท่าทีของรัสเซียยังไม่ชัดเจน อเมริกาเอง ควรเลือกดำเนินการ 2 อย่างควบคู่กันไป ทางหนึ่งคือ จัดการดุลยอำนาจในบริเวณซีเรียเสียใหม่ ด้วยการสนับสนุนชาวเคิร์ด กับพวกสุนนี่บางกลุ่มเหมือนเดิม ขณะเดียวกันก็เดินหน้าถล่มไอซิสจากทางอากาศต่อไป เหมือนเดิมอีกเหมือนกัน
    ขณะเดียวกัน ก็พยายามดำเนินการทางการทูต เพื่อนำไปสู่ “การแบ่งซีเรีย” !!!!
    โดยแบ่งซีเรียออกเป็นส่วนๆ และแยกการปกครอง ของแต่ละส่วนออกจากกัน น่าจะเป็นสูตรที่เหมาะสมสำหรับทุกฝ่าย ไม่ว่าอเมริกา หรือใคร ก็คงไม่ได้สนใจจริงจังใช่ไหม ที่จะรักษารัฐบาลของซีเรีย ที่มีอำนาจควบคุมซีเรียทั้งหมดหรอก
    และด้วยการดำเนินการอย่างนี้ อเมริกาก็สามารถที่จะให้รัสเซีย และแม้แต่ อิหร่าน ก็เข้ามามีส่วนร่วมในการแบ่ง (เค๊ก) ซีเรียด้วยกัน แบบนี้ ปูตินก็น่าจะพอใจ เพราะได้หน้ากำลังดี คุ้มกับราคาที่เสียไปในการเข้ามาในซีเรีย
    …ดูเหมือน บทความนี้จะเป็นการโยนหินถามทาง ระหว่างที่ท่านหัวหน้าใบตองแห้งกำลังนั่งกัดเล็บ อยู่ในมุมมืดของห้องทำงานที่ทำเนียบขาว รอผลสรุปจากพวกลูกกระเป๋ง ก่อนจะวางยุทธศาสตร์ หาทางเดินให้ตัวเอง….
    แต่ผมขอเพิ่มสักหน่อยว่า บทความของท่านประธานถังขยะ นี่มันยั่วยวน กวนส้นจริงๆ ส่อสันดานอเมริกาของแท้อย่างชัดเจน ทั้งดูถูกเหยียดหยามคนอื่น ไม่มีใครเก่งวิเศษเท่ามึง ที่ดีแต่ปาก แต่ จริงๆก็ขี้ขลาดเอาตัวรอด งก และยังหน้าด้าน เห็นแก่ได้ แม้กระทั่งลางแพ้รออยู่ข้างหน้า … มึงคิดได้ยังไง อยู่ดีๆจะเสนอแบ่งประเทศเขา….. เราต้องจำวิธีคิดแบบนี้ของไอ้ใบตองแห้งให้ดีๆ นะครับ
    เห็นการวิเคราะห์ของฝั่งวอชิงตันแล้ว คราวนี้ลองไปฟัง การวิเคราะห์ของอีกฝั่งของมหาสมุทรแอตแลนติกกันบ้างครับ
    2 วัน ก่อนหน้าที่เรื่อง คุณจีนนี่ จะออกมาเป็นข่าว ถังขยะความคิดของชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ Chatham House คู่แฝดของ CFR ก็ออกบทความเหมือนกัน ชื่อ Putin’s Gamble in Syria เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ค.ศ.2015
    สรุปว่า ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นสมัยสหภาพโซเวียต หรือเป็นรัสเซียใหม่ ยังไม่เคยมีก้าวไหนของรัสเซียที่ท้าทาย เท่ากับการเข้าไปแทรกแซงเกี่ยวกับซีเรียของนายปูตินครั้งนี้ ส่วนใหญ่ เวลาที่รัสเซียมีกิจกรรมนอกพื้นที่ตัวเอง ก็มักจะเกี่ยวข้องโดยตรง กับเรื่องของรัสเซียเอง แต่ครั้งนี้ ดูเหมือนไม่ใช่เช่นนั้น
    เมื่อวันที่นายปูติน บินไปนิวยอร์ค เพื่อพบหน้ากับนายโอบามา ในการประชุมใหญ่ของสหประชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ปูติน พยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดเวลา 10 ปีที่ผ่านมานั้น ในวันนั้น กองทัพของรัสเซีย เครื่องบินรบ รวมทั้งนาวิกโยธินของรัสเซีย และเรือบรรทุกครื่องบิน Moskva ทั้งหมด ได้ไปประจำการณ์อยู่ที่ท่าเรือ Latakia/Tartous ที่อยู่ทางเหนือของซีเรีย เรียบร้อยหมดแล้ว และเมื่อปูติน
    พบกับโอบามา เขาก็คงจะบอกกับโอบามา ว่ารัสเซียจะใช้ของที่เอาไปอยู่ตรงนั้นอย่างไร และจริงๆ ภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากนั้น ฝูงบิน Sukhoi ของรัสเซีย ก็เริ่มโจมตีกลุ่มไอซิส ที่ al-Rakaa แล้ว รวมทั้งโจมตีกลุ่มกองกำลังฝ่ายกบฏซีเรีย ที่อเมริกาและพวก ที่นำโดยซาอุดิอารเบีย และตุรกี เป็นผู้สนับสนุนอีกด้วย
    การจู่โจมของรัสเซีย นับเป็นปรากฏการณ์ ที่น่าตื่นเต้นอย่างมากในตะวันออกกลาง แม้ว่าจะปูตินจะพารัสเซียเข้าไปอยู่ในความเสี่ยงสูง แต่ก็ต้องยอมรับว่า ปูตินยังมียุทธศาสตร์ ในขณะที่โอบามาเอง กำลังนั่งมึนหาทางไปไม่เจอ แต่ปูตินเข้าไปอยู่ในพื้นที่แล้ว เพื่อให้แน่ใจว่า ตัวเองจะต้องอยู่ตรงนั้น เมื่อวันตัดสินชะตาของซีเรียเกิดขึ้น แต่โอบามา ยังคงนั่งเงียบอยู่
    ผลกระทบในตะวันออกกลาง จากการเข้าไปแทรกแซงเกี่ยวกับซีเรียของรัสเซีย มีสูงยิ่ง เมื่อเปรียบเทียบระหว่างฝ่ายสุนนี่ที่ต่อต้านอัสสาด (ซาอุดิอารเบีย การ์ตา ตุรกี) กับฝ่ายรัสเซีย ที่สนับสนุน อัสสาด รวมทั้งความไม่เด็ดขาดของโอบามา เมื่อเทียบกับปูติน
    ถังขยะของชาวเกาะบอกว่า มีสิ่งที่น่าสนใจอีก 2 รายการ คือ สัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอียิปต์ ที่ดูเหมือนนับวันจะใกล้ชิดกันมากขึ้น ขณะที่อิทธิพลของอเมริกา ที่มีต่ออียิปต์ดูเหมือนจะจางลง (มิน่า เครื่องบินรัสเซีย ถึงต้องถูกสอยร่วงที่อียิปต์ เดี๋ยวจะใกล้ชิดกันมากไป..)
    แต่ที่น่าสนใจที่สุด คือ การที่นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เนทันยาฮู บินไปหา ปูติน เมื่อปลายเดือนสิงหาคม โดยการแจ้งล่วงหน้าเพียง 24 ชั่วโมง
    หนังสือพิมพ์ Haaretz ซึ่งเป็นสื่อมีเสียงดังมากในอิสราเอล สรุปการเดินทางไปมอสโคว์ของเนทันยาฮูว่า “เป็นการแสดงให้เห็นว่า อำนาจของอเมริกาในตะวันออกกลาง เป็นอดีตไปเสียแล้ว…”
    ถังของชาวเกาะ สรุปส่งท้ายว่า โอกาสที่อเมริกา จะกลับมามีอำนาจเหมือนเดิม มีแค่ทางเดียว คือ อเมริกาต้องเคลื่อนตัวเองเข้ามาในตะวันออกกลางเสียใหม่ และอย่างรวดเร็ว และจัดการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในซีเรีย
    เป็นถังขยะแฝดกันก็จริง และทุกทีก็มักจะวิเคราะห์แบบประสานเสียงกัน โดยเฉพาะเวลาร้องเพลงด่ารัสเซีย เอ แต่ทำไมเรื่องรัสเซียอุ้มซีเรียคราวนี้ คู่แฝดเหมือนแตกเสียงกัน แต่จะถึงกับแตกคอกันหรือไม่… ดูไปก่อนนะครับ
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    6 พ.ย. 2558
    จินนี่ ตอนที่ 4 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “จินนี่” ตอน 4 อเมริกากำลังคิดอะไรอยู่ หรืออเมริกา รออะไร อเมริกาน่าจะกำลัง “ทำความเข้าใจ หรือทำความรู้จัก” กับศักยภาพกองทัพของรัสเซียของจริง จากการรบของรัสเซียในตะวันออกกลาง ไม่ใช่จากกระดาษรายงาน ของเหล่านักวิเคราะห์ ผู้เชี่ยวชาญ หรือถังความคิด รายใดรายหนึ่ง เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ประมาณ 2 เดือนหลังจากเฝ้าดูลีลาของรัสเซียในตะวันออกกลาง นาย Richard N Haass ประธานถังขยะความคิดหมายเลขหนึ่งของอเมริกา The Council on Foreign Relations หรือ CFR ถังขยะที่เชื่อกันว่า น่าจะเป็นผู้กำกับฝูงนกอินทรีตัวจริง ก็ลงมือเขียนรายงาน ชื่อ “Testing Putin in Syria ” ท่านประธานถังขยะ สรุปว่า ชัดเจนว่าการเข้าไปในตะวันออกกลางของปูติน เหมือนไปต่อท่อหายใจให้กับอัสสาดของซีเรีย แต่ขณะเดียวกัน ปูตินก็ใช้โอกาสนี้ บอกให้โลกรู้ว่า รัสเซียยังอยู่นะ และอยู่แบบแข็งแรงด้วย เป็นการเบี่ยงเบน จากความจริงว่า เศรษฐกิจในบ้านรัสเซียกำลังหดเหี่ยว และเพื่อให้ผู้คนลืมเรื่องยูเครนไปด้วย ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อสร้างคะแนนเสียงให้กับตัวเองในรัสเซียนั่นแหละ มีหลายคนเป็นห่วงว่า การที่รัสเซียเข้าไปในซีเรีย ไม่ใช่จะทำให้ อัสสาดเผด็จการจอมโหดแข็งแรงขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้พวกไอซิสโตขึ้นอีกด้วย เพราะการที่รัสเซียมุ่งหน้าแต่จะทำลายศัตรูของอัสสาด เท่ากับเปิดโอกาส ให้ไอซิสขยายพันธ์ง่ายขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีผู้ห่วงว่า รัสเซีย จะเป็นคนเริ่มสงครามเย็นในตะวันออกกลาง ด้วยการปิดล้อม ประเทศที่อยู่คนละฝ่ายกับอัสสาด แต่ท่านประธานถังขยะ บอกว่า ลืมไปได้เลย รัสเซียไม่มีปัญญารับมือกับการเปิดศึกหลายด้านหรอก เพราะนโยบายต่างประเทศแบบนั้น มันมีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งสภาพทางเศรษฐกิจ กับสภาพกองทัพของรัสเซีย ไม่เอื้อให้รัสเซียเล่นได้ขนาดนั้น และก็ไม่แน่ว่า ชาวรัสเซียจะสนับสนุนปูติน ให้ทำเช่นนั้นด้วย ก็เหลือแต่ว่าปูติน ยังอยากจะเพลินกับการปกครอง แบบรวบอำนาจของตน ไปอีกนานไหมล่ะ ทุกอย่างมันมีขอบเขต และมีราคาทั้งสิ้น และปูตินอย่าลืมว่า เมื่อไอซิสแข็งแรงขึ้น ไม่นานเกินรอ คงได้เห็นนักรบพลีชีพ ไปก่อระเบิดในมอสโคว์แน่นอน (ขณะที่เขียนนี่ มอสโคว์ยังไม่มีระเบิดพลีชีพ แต่เครื่องบินโดยสารของรัสเซียโดนมือมืดสอยร่วงไปแล้ว นับว่าท่านประธานถังขยะ อ่านเกมขาด.!?) ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า ปูตินคิดเรื่องซีเรีย ถึงขนาดไหน ถึงขนาดจะเอาอัสสาดไว้ ไม่ว่าต้วเองจะฉิบหายแค่ไหนอย่างนั้นหรือ หรือเอาแค่ว่า รัสเซียก็สามารถมีส่วน ในการจัดการตะวันออกกลางด้วย โดยไม่ต้องเอาเรื่องอัสสาดมาเกี่ยว ประธานถังขยะ แนะนำว่า ระหว่างที่ท่าทีของรัสเซียยังไม่ชัดเจน อเมริกาเอง ควรเลือกดำเนินการ 2 อย่างควบคู่กันไป ทางหนึ่งคือ จัดการดุลยอำนาจในบริเวณซีเรียเสียใหม่ ด้วยการสนับสนุนชาวเคิร์ด กับพวกสุนนี่บางกลุ่มเหมือนเดิม ขณะเดียวกันก็เดินหน้าถล่มไอซิสจากทางอากาศต่อไป เหมือนเดิมอีกเหมือนกัน ขณะเดียวกัน ก็พยายามดำเนินการทางการทูต เพื่อนำไปสู่ “การแบ่งซีเรีย” !!!! โดยแบ่งซีเรียออกเป็นส่วนๆ และแยกการปกครอง ของแต่ละส่วนออกจากกัน น่าจะเป็นสูตรที่เหมาะสมสำหรับทุกฝ่าย ไม่ว่าอเมริกา หรือใคร ก็คงไม่ได้สนใจจริงจังใช่ไหม ที่จะรักษารัฐบาลของซีเรีย ที่มีอำนาจควบคุมซีเรียทั้งหมดหรอก และด้วยการดำเนินการอย่างนี้ อเมริกาก็สามารถที่จะให้รัสเซีย และแม้แต่ อิหร่าน ก็เข้ามามีส่วนร่วมในการแบ่ง (เค๊ก) ซีเรียด้วยกัน แบบนี้ ปูตินก็น่าจะพอใจ เพราะได้หน้ากำลังดี คุ้มกับราคาที่เสียไปในการเข้ามาในซีเรีย …ดูเหมือน บทความนี้จะเป็นการโยนหินถามทาง ระหว่างที่ท่านหัวหน้าใบตองแห้งกำลังนั่งกัดเล็บ อยู่ในมุมมืดของห้องทำงานที่ทำเนียบขาว รอผลสรุปจากพวกลูกกระเป๋ง ก่อนจะวางยุทธศาสตร์ หาทางเดินให้ตัวเอง…. แต่ผมขอเพิ่มสักหน่อยว่า บทความของท่านประธานถังขยะ นี่มันยั่วยวน กวนส้นจริงๆ ส่อสันดานอเมริกาของแท้อย่างชัดเจน ทั้งดูถูกเหยียดหยามคนอื่น ไม่มีใครเก่งวิเศษเท่ามึง ที่ดีแต่ปาก แต่ จริงๆก็ขี้ขลาดเอาตัวรอด งก และยังหน้าด้าน เห็นแก่ได้ แม้กระทั่งลางแพ้รออยู่ข้างหน้า … มึงคิดได้ยังไง อยู่ดีๆจะเสนอแบ่งประเทศเขา….. เราต้องจำวิธีคิดแบบนี้ของไอ้ใบตองแห้งให้ดีๆ นะครับ เห็นการวิเคราะห์ของฝั่งวอชิงตันแล้ว คราวนี้ลองไปฟัง การวิเคราะห์ของอีกฝั่งของมหาสมุทรแอตแลนติกกันบ้างครับ 2 วัน ก่อนหน้าที่เรื่อง คุณจีนนี่ จะออกมาเป็นข่าว ถังขยะความคิดของชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ Chatham House คู่แฝดของ CFR ก็ออกบทความเหมือนกัน ชื่อ Putin’s Gamble in Syria เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ค.ศ.2015 สรุปว่า ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นสมัยสหภาพโซเวียต หรือเป็นรัสเซียใหม่ ยังไม่เคยมีก้าวไหนของรัสเซียที่ท้าทาย เท่ากับการเข้าไปแทรกแซงเกี่ยวกับซีเรียของนายปูตินครั้งนี้ ส่วนใหญ่ เวลาที่รัสเซียมีกิจกรรมนอกพื้นที่ตัวเอง ก็มักจะเกี่ยวข้องโดยตรง กับเรื่องของรัสเซียเอง แต่ครั้งนี้ ดูเหมือนไม่ใช่เช่นนั้น เมื่อวันที่นายปูติน บินไปนิวยอร์ค เพื่อพบหน้ากับนายโอบามา ในการประชุมใหญ่ของสหประชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ปูติน พยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดเวลา 10 ปีที่ผ่านมานั้น ในวันนั้น กองทัพของรัสเซีย เครื่องบินรบ รวมทั้งนาวิกโยธินของรัสเซีย และเรือบรรทุกครื่องบิน Moskva ทั้งหมด ได้ไปประจำการณ์อยู่ที่ท่าเรือ Latakia/Tartous ที่อยู่ทางเหนือของซีเรีย เรียบร้อยหมดแล้ว และเมื่อปูติน พบกับโอบามา เขาก็คงจะบอกกับโอบามา ว่ารัสเซียจะใช้ของที่เอาไปอยู่ตรงนั้นอย่างไร และจริงๆ ภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากนั้น ฝูงบิน Sukhoi ของรัสเซีย ก็เริ่มโจมตีกลุ่มไอซิส ที่ al-Rakaa แล้ว รวมทั้งโจมตีกลุ่มกองกำลังฝ่ายกบฏซีเรีย ที่อเมริกาและพวก ที่นำโดยซาอุดิอารเบีย และตุรกี เป็นผู้สนับสนุนอีกด้วย การจู่โจมของรัสเซีย นับเป็นปรากฏการณ์ ที่น่าตื่นเต้นอย่างมากในตะวันออกกลาง แม้ว่าจะปูตินจะพารัสเซียเข้าไปอยู่ในความเสี่ยงสูง แต่ก็ต้องยอมรับว่า ปูตินยังมียุทธศาสตร์ ในขณะที่โอบามาเอง กำลังนั่งมึนหาทางไปไม่เจอ แต่ปูตินเข้าไปอยู่ในพื้นที่แล้ว เพื่อให้แน่ใจว่า ตัวเองจะต้องอยู่ตรงนั้น เมื่อวันตัดสินชะตาของซีเรียเกิดขึ้น แต่โอบามา ยังคงนั่งเงียบอยู่ ผลกระทบในตะวันออกกลาง จากการเข้าไปแทรกแซงเกี่ยวกับซีเรียของรัสเซีย มีสูงยิ่ง เมื่อเปรียบเทียบระหว่างฝ่ายสุนนี่ที่ต่อต้านอัสสาด (ซาอุดิอารเบีย การ์ตา ตุรกี) กับฝ่ายรัสเซีย ที่สนับสนุน อัสสาด รวมทั้งความไม่เด็ดขาดของโอบามา เมื่อเทียบกับปูติน ถังขยะของชาวเกาะบอกว่า มีสิ่งที่น่าสนใจอีก 2 รายการ คือ สัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอียิปต์ ที่ดูเหมือนนับวันจะใกล้ชิดกันมากขึ้น ขณะที่อิทธิพลของอเมริกา ที่มีต่ออียิปต์ดูเหมือนจะจางลง (มิน่า เครื่องบินรัสเซีย ถึงต้องถูกสอยร่วงที่อียิปต์ เดี๋ยวจะใกล้ชิดกันมากไป..) แต่ที่น่าสนใจที่สุด คือ การที่นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เนทันยาฮู บินไปหา ปูติน เมื่อปลายเดือนสิงหาคม โดยการแจ้งล่วงหน้าเพียง 24 ชั่วโมง หนังสือพิมพ์ Haaretz ซึ่งเป็นสื่อมีเสียงดังมากในอิสราเอล สรุปการเดินทางไปมอสโคว์ของเนทันยาฮูว่า “เป็นการแสดงให้เห็นว่า อำนาจของอเมริกาในตะวันออกกลาง เป็นอดีตไปเสียแล้ว…” ถังของชาวเกาะ สรุปส่งท้ายว่า โอกาสที่อเมริกา จะกลับมามีอำนาจเหมือนเดิม มีแค่ทางเดียว คือ อเมริกาต้องเคลื่อนตัวเองเข้ามาในตะวันออกกลางเสียใหม่ และอย่างรวดเร็ว และจัดการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในซีเรีย เป็นถังขยะแฝดกันก็จริง และทุกทีก็มักจะวิเคราะห์แบบประสานเสียงกัน โดยเฉพาะเวลาร้องเพลงด่ารัสเซีย เอ แต่ทำไมเรื่องรัสเซียอุ้มซีเรียคราวนี้ คู่แฝดเหมือนแตกเสียงกัน แต่จะถึงกับแตกคอกันหรือไม่… ดูไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 6 พ.ย. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 688 มุมมอง 0 รีวิว
  • จินนี่ ตอนที่ 1

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “จินนี่”
    ตอน 1
    ตั้งชื่อแบบนี่ อย่านึกว่าผมจะเขียนเรื่องดารานะครับ ยังไม่อยากดังแข่งกับซ้อ….
    จีนนี่ หรือ Genie Energy เป็นชื่อ ของบริษัทน้ำมัน ที่มีเซียนระดับโลก ด้านยุทธศาสตร์การเมืองเขาว่า มันอาจจะเป็นตัวจุดระเบิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ตัวจริงก็ได้ และถ้าจับมาโยงกับเรื่องซีเรีย ฮู้ย… มันยกร่อง เห็นไส้เน่าลากยาวไปถึงไหนๆ ไม่ทำความรู้จัก “จีนนี่” เอาไว้ เดี๋ยวเชยตาย.. อายเขาแย่
    เมื่อวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา (ค.ศ.2015) ระหว่างที่ ฝูงเครื่องบินรบของคุณพี่ปูติน กำลังบินขึ้น บินลง วันละไม่รู้กี่เที่ยว ไล่ถล่มรังไอซิสราบไปเป็นแถบๆ (แต่สื่อตะวันตกไม่ลงให้หรอก เดี๋ยวคุณพี่ปูตินแกจะหล่อมากไป) นาย Yuval Bartov หัวหน้านักธรณีวิทยาประจำบริษัท Afek Oil & Gas ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Genie ก็ไปออกโทรทัศน์ของอิสราเอล ทำเสียงทุ้มบอกว่า ตอนนี้บริษัทของเขาได้พบแหล่งน้ำมันใหญ่มากกกก ในที่ราบสูงโกลาน Golan Heights
    … เสียงทุ้ม โม้ต่ออย่างตื่นเต้นว่า เราเจอน้ำมัน shale oil ใต้ชั้นหินดินดาน ที่หนาถึง 350 เมตร อยู่ที่ด้านใต้ของที่ราบสูงโกลาน ซึ่งโดยทั่วไปหินดินดาน ที่มีน้ำมันแบบนี้ ที่เจอกันส่วนใหญ่จะหนาแค่ประมาณ 20 ถึง 30 เมตรเท่านั้น นี่มันหนา 10 เท่าเชียวนะ เรากำลังเจออะไรที่มันมหึมา และน่าจะปริมาณที่มหาศาล… โอ้ย ตื่นเต้น ตื่นเต้น
    อิสราเอลนี่ โชคดีชะมัด แบบนี้ยิวคงโม้ไม่หยุดว่า พระเจ้าได้ประทานของขวัญชิ้นใหญ่ให้ยิวผู้ซึ่งเป็นชนพันธุ์พิเศษ เอะ แต่ที่ราบสูงโกลานเป็นของยิวแน่หรือครับ ใจคอคิดจะงาบของเขาไปง่ายๆแบบนี้ เจ้าของเขาจะยอมหรือครับ ไม่ใช่ของชิ้นเล็กวางโชว์ เดินผ่าน ก็ยื่นมือฉวยเอาเข้ากระเป๋ากันง่ายๆแบบนั้นนะ ไอ้แบบนั้นก็กุ๊ยแย่พอแล้ว นี่มันแหล่งน้ำมันนะครับ แล้วเป็นแหล่งตั้งใหญ่โตมโหฬารอย่างนี้
    ในปี ค.ศ.1967 กลุ่มประเทศที่มีบริเวณใกล้ชิดกับอิสราเอล คือ อียิปต์ ซีเรีย จอร์แดน ออกอาการเหม็นเบื่อยิว จึงมีการแอบเหยียบตีน หรือยื่นศอกไปซัดกันอยู่เรื่อย อิสราเอล ได้ลูกยุจากฝั่งอเมริกาที่กำลั งกร่างสุด สั่งให้นายพลโมเช่ดายัน ทำหน้าที่พระเอก ยกทัพไปลุยอียิปต์ ที่นำโดยนายพลกามาล นัสเซอร์ พระเอกอีกคน ที่เป็นเพื่อนรักของโซเวียต โดยมี ซีเรีย อิรัค กับจอร์แดน ถือหางข้างอียิปต์ เอาละสิ
    ผลปรากฏว่า อิสราเอลคงมีของดี รบแค่ 6 วัน อียิปต์ถอยกรูด ทำให้ อิสราเอลโม้เรื่องสงคราม 6 วันนี้ไม่เลิก แต่คนที่น่าจะยังจำเรื่องนี้ดี คือ รัสเซีย ที่เป็นลูกพี่ใหญ่ของอียิปต์ และซีเรียในช่วงนั้น เห็นไหมครับ บางเรื่อง มันมีที่มาเยอะ ไม่รู้เรื่องเก่าๆ ก็อาจจะไม่รู้ว่าเรื่องใหม่ที่เขากำลังเล่นกันนั้น จะเล่นกันยาวไกลย้อนเกล็ดกันหนักหนาขนาดไหน
    อิสราเอลนั้น พอรบชนะ ก็ตัวยืดเบ่งกล้าม ถือโอกาสยึดครองพื้นที่ของซีเรียไป 460 ตารางไมล์ตามแนวเขตแดนของซีเรีย โดยรวมเอาที่ราบสูงโกลานของซีเรียไปด้วยอย่างหน้าตาเฉย หรือเขาเรียกว่า หน้าด้าน ผมไม่แน่ใจ
    ที่ราบสูงโกลานในตอนนั้น ก็มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์แล้ว อย่างแรก
    โกลาน มีแหล่งน้ำจืดใหญ่ ที่ไหลลงมาตามแม่น้ำจอร์แดน เลี้ยงหลายประเทศในแถบนั้น รวมทั้งเลี้ยงอิสราเอลด้วย อย่าลืมว่าตะวันออกกลางเป็นทะเลทราย คงหาน้ำจืดยาก แม้คนแถบนั้นจะเคยเป็นคนเลี้ยงอูฐกันมาก่อน ก็ไม่ได้หมายความว่า จะเก็บน้ำไว้ในหนอกคอตัวเองได้อย่างอูฐ น้ำจืดจึงเป็นสิ่งมีค่ามากสำหรับพวกเขา แต่ดันมีไอ้คนใจดำ ยึดน้ำจืด ของชาวบ้านเขาไปอย่างหน้าด้านๆ
    นอกจากนี้ ถ้าเอาเครื่องมือจารกรรม จะแบบลูกกอล์ฟยักษ์ ที่ชอบใช้กันนัก หรือจานใบใหญ่ ไปตั้งไว้บนที่ราบสูงโกลาน ที่อยู่หน้าบ้านดามัสคัส เมืองหลวงของซีเรีย อิสราเอลก็คงเห็นหนังสด ทั้งภาพทั้งเสียงในดามัสคัสชัดเจน แจ๋วแหวว ล้างหูล้างตามั่งนะคุณยิว
    ดูหนังสดข้างบ้านจนติดใจ ในปี ค.ศ.1981 อิสราเอล เลยออกกฏหมาย กำหนดให้ที่ราบสูงโกลานเป็นของตัว อยู่ภายใต้บังคับกฏหมาย และการปกครองของอิสราเอล แม้ว่าจะมีมติของสหประชาชาติที่ 242 ตั้งแต่ปี ค.ศ.1967 บอกว่า การครอบครองที่ราบสูงโกลานของอิสราเอล ไม่ชอบด้วยหลักกฏหมายระหว่างประเทศ ให้อิสราเอลถอนการครอบครองออก ไปจากบริเวณนั้น แต่อิสราเอลไม่สนใจ จะต้องสนใจทำไม ก็ลูกพี่อเมริกา ไม่เห็นว่าอะไรเลย นี่… ให้มันรู้กันเสียบ้างว่า ข้างกูทำได้ทั้งนั้น ไม่มีผิด ไม่มีคว่ำบาตร แต่ข้างมึงอย่า.. เชียวนะ ทีนี้ใครอย่ามาอ้างเรื่องมติสหประชาชาติกับผมนะ ผมจะด่าให้หงายเงิบเลย ( ผมใช้ศัพท์สมัยใหม่แล้วนะ ใช้ถูกไหมครับ)
    ถึงปี ค.ศ.2008 สหประชาชาติ เอาใหม่ มีมติที่ 161-1 ยืนยัน มติเดิม ให้อิสราเอลคืนพื้นที่ให้แก่ซีเรีย และให้กฏหมายที่อิสราเอลออกใช้บังคับ เมื่อปี ค.ศ.1981 นั้นไม่มีผลใช้บังคับ และให้อิสราเอล ทำการปรับพื้นที่บนที่ราบสูงโกลาน กลับสู่สภาพเดิมทั้งหมด และยุติการครอบครอง การก่อสร้าง และยุติการบังคับให้ชาวซีเรียที่อยู่ในพื้นราบสูงโกลาน มาถือสัญชาติและใช้บัตรประจำตัวของอิสราเอลอีกด้วย โห…สั่งได้เข้ม เห็นภาพเลยว่า ชาวซีเรียนี่โดนข่มขืนย่ำยีใน ศักดิ์ศรี ของความเป็นชาติของเขามานานแล้วนะ แล้วเราเคยรู้เรื่องนี้กันไหมครับ ไม่รู้แน่นอน เพราะสื่อกระป๋องสีไม่ว่ายี่ห้อไหน จะออกข่าวแต่เรื่องอัสสาดเป็นเผด็จการ ตามใบสั่งเท่านั้น
    แล้วตกลงมติเข้มของสหประชาชาติได้ผลไหม มีใครทำอะไรอิสราเอลได้ไหม ไม่น่าถาม ไม่มีครับ ใครจะกล้า ลูกพี่ใหญ่ยืนจังก้าอยู่ข้างหลัง เห็นความเป็นธรรมชัดเจนจัง แบบนี้ยังมาพล่ามเรื่อง
    ธรรมาภิบาล สิทธิมนุษยชน ถุด…เดี๋ยวรื้อเรื่องเขาพระวิหารมาเล่นใหม่เสียหรอก
    ตกลงเห็นหน้าเห็นตัวกันแล้วนะครับว่า ใครเป็นเจ้าของตัวจริงของที่ราบสูง
    โกลาน ที่เพิ่งมีการเจอแหล่งน้ำมันมหึมา ไม่ใช่ไอ้ตัวที่ไปงาบเขามา ตั้งแต่ปี ค.ศ.1967
    และแม้สหประชาชาติ จะมีมติให้อิสราเอลคืนที่ราบสูงโกลาน ให้กับซีเรีย นอกจากอิสราเอลจะไม่สนใจแล้ว อิสราเอลยังเดินหน้ามอบสัมปทานบนพื้นที่ดังกล่าวให้บริษัท จีนนี่ อีกด้วย แน่จริงๆ
    แต่ที่แน่กว่านั้น มันเป็นการให้สัมปทานในปี ค.ศ.2013 ในช่วงเวลาที่ซีเรียกำลังถูกรุมกินโต๊ะ และหนึ่งในผู้รุมกินก็คือ อิสราเอล มันเป็นการวางจังหวะ การรุมกินโต๊ะ และการให้สัมปทาน ที่ได้เวลาอย่างที่อัสสาดไม่มีทางประท้วง หรือต่อสู้อะไรเลย เพราะตัวเองก็ยังแทบจะเอาไม่รอดอยู่แล้ว คนวางแผนรายการนี้ ฝีมือร้ายกาจมาก
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    3 พ.ย. 2558
    จินนี่ ตอนที่ 1 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “จินนี่” ตอน 1 ตั้งชื่อแบบนี่ อย่านึกว่าผมจะเขียนเรื่องดารานะครับ ยังไม่อยากดังแข่งกับซ้อ…. จีนนี่ หรือ Genie Energy เป็นชื่อ ของบริษัทน้ำมัน ที่มีเซียนระดับโลก ด้านยุทธศาสตร์การเมืองเขาว่า มันอาจจะเป็นตัวจุดระเบิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ตัวจริงก็ได้ และถ้าจับมาโยงกับเรื่องซีเรีย ฮู้ย… มันยกร่อง เห็นไส้เน่าลากยาวไปถึงไหนๆ ไม่ทำความรู้จัก “จีนนี่” เอาไว้ เดี๋ยวเชยตาย.. อายเขาแย่ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา (ค.ศ.2015) ระหว่างที่ ฝูงเครื่องบินรบของคุณพี่ปูติน กำลังบินขึ้น บินลง วันละไม่รู้กี่เที่ยว ไล่ถล่มรังไอซิสราบไปเป็นแถบๆ (แต่สื่อตะวันตกไม่ลงให้หรอก เดี๋ยวคุณพี่ปูตินแกจะหล่อมากไป) นาย Yuval Bartov หัวหน้านักธรณีวิทยาประจำบริษัท Afek Oil & Gas ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Genie ก็ไปออกโทรทัศน์ของอิสราเอล ทำเสียงทุ้มบอกว่า ตอนนี้บริษัทของเขาได้พบแหล่งน้ำมันใหญ่มากกกก ในที่ราบสูงโกลาน Golan Heights … เสียงทุ้ม โม้ต่ออย่างตื่นเต้นว่า เราเจอน้ำมัน shale oil ใต้ชั้นหินดินดาน ที่หนาถึง 350 เมตร อยู่ที่ด้านใต้ของที่ราบสูงโกลาน ซึ่งโดยทั่วไปหินดินดาน ที่มีน้ำมันแบบนี้ ที่เจอกันส่วนใหญ่จะหนาแค่ประมาณ 20 ถึง 30 เมตรเท่านั้น นี่มันหนา 10 เท่าเชียวนะ เรากำลังเจออะไรที่มันมหึมา และน่าจะปริมาณที่มหาศาล… โอ้ย ตื่นเต้น ตื่นเต้น อิสราเอลนี่ โชคดีชะมัด แบบนี้ยิวคงโม้ไม่หยุดว่า พระเจ้าได้ประทานของขวัญชิ้นใหญ่ให้ยิวผู้ซึ่งเป็นชนพันธุ์พิเศษ เอะ แต่ที่ราบสูงโกลานเป็นของยิวแน่หรือครับ ใจคอคิดจะงาบของเขาไปง่ายๆแบบนี้ เจ้าของเขาจะยอมหรือครับ ไม่ใช่ของชิ้นเล็กวางโชว์ เดินผ่าน ก็ยื่นมือฉวยเอาเข้ากระเป๋ากันง่ายๆแบบนั้นนะ ไอ้แบบนั้นก็กุ๊ยแย่พอแล้ว นี่มันแหล่งน้ำมันนะครับ แล้วเป็นแหล่งตั้งใหญ่โตมโหฬารอย่างนี้ ในปี ค.ศ.1967 กลุ่มประเทศที่มีบริเวณใกล้ชิดกับอิสราเอล คือ อียิปต์ ซีเรีย จอร์แดน ออกอาการเหม็นเบื่อยิว จึงมีการแอบเหยียบตีน หรือยื่นศอกไปซัดกันอยู่เรื่อย อิสราเอล ได้ลูกยุจากฝั่งอเมริกาที่กำลั งกร่างสุด สั่งให้นายพลโมเช่ดายัน ทำหน้าที่พระเอก ยกทัพไปลุยอียิปต์ ที่นำโดยนายพลกามาล นัสเซอร์ พระเอกอีกคน ที่เป็นเพื่อนรักของโซเวียต โดยมี ซีเรีย อิรัค กับจอร์แดน ถือหางข้างอียิปต์ เอาละสิ ผลปรากฏว่า อิสราเอลคงมีของดี รบแค่ 6 วัน อียิปต์ถอยกรูด ทำให้ อิสราเอลโม้เรื่องสงคราม 6 วันนี้ไม่เลิก แต่คนที่น่าจะยังจำเรื่องนี้ดี คือ รัสเซีย ที่เป็นลูกพี่ใหญ่ของอียิปต์ และซีเรียในช่วงนั้น เห็นไหมครับ บางเรื่อง มันมีที่มาเยอะ ไม่รู้เรื่องเก่าๆ ก็อาจจะไม่รู้ว่าเรื่องใหม่ที่เขากำลังเล่นกันนั้น จะเล่นกันยาวไกลย้อนเกล็ดกันหนักหนาขนาดไหน อิสราเอลนั้น พอรบชนะ ก็ตัวยืดเบ่งกล้าม ถือโอกาสยึดครองพื้นที่ของซีเรียไป 460 ตารางไมล์ตามแนวเขตแดนของซีเรีย โดยรวมเอาที่ราบสูงโกลานของซีเรียไปด้วยอย่างหน้าตาเฉย หรือเขาเรียกว่า หน้าด้าน ผมไม่แน่ใจ ที่ราบสูงโกลานในตอนนั้น ก็มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์แล้ว อย่างแรก โกลาน มีแหล่งน้ำจืดใหญ่ ที่ไหลลงมาตามแม่น้ำจอร์แดน เลี้ยงหลายประเทศในแถบนั้น รวมทั้งเลี้ยงอิสราเอลด้วย อย่าลืมว่าตะวันออกกลางเป็นทะเลทราย คงหาน้ำจืดยาก แม้คนแถบนั้นจะเคยเป็นคนเลี้ยงอูฐกันมาก่อน ก็ไม่ได้หมายความว่า จะเก็บน้ำไว้ในหนอกคอตัวเองได้อย่างอูฐ น้ำจืดจึงเป็นสิ่งมีค่ามากสำหรับพวกเขา แต่ดันมีไอ้คนใจดำ ยึดน้ำจืด ของชาวบ้านเขาไปอย่างหน้าด้านๆ นอกจากนี้ ถ้าเอาเครื่องมือจารกรรม จะแบบลูกกอล์ฟยักษ์ ที่ชอบใช้กันนัก หรือจานใบใหญ่ ไปตั้งไว้บนที่ราบสูงโกลาน ที่อยู่หน้าบ้านดามัสคัส เมืองหลวงของซีเรีย อิสราเอลก็คงเห็นหนังสด ทั้งภาพทั้งเสียงในดามัสคัสชัดเจน แจ๋วแหวว ล้างหูล้างตามั่งนะคุณยิว ดูหนังสดข้างบ้านจนติดใจ ในปี ค.ศ.1981 อิสราเอล เลยออกกฏหมาย กำหนดให้ที่ราบสูงโกลานเป็นของตัว อยู่ภายใต้บังคับกฏหมาย และการปกครองของอิสราเอล แม้ว่าจะมีมติของสหประชาชาติที่ 242 ตั้งแต่ปี ค.ศ.1967 บอกว่า การครอบครองที่ราบสูงโกลานของอิสราเอล ไม่ชอบด้วยหลักกฏหมายระหว่างประเทศ ให้อิสราเอลถอนการครอบครองออก ไปจากบริเวณนั้น แต่อิสราเอลไม่สนใจ จะต้องสนใจทำไม ก็ลูกพี่อเมริกา ไม่เห็นว่าอะไรเลย นี่… ให้มันรู้กันเสียบ้างว่า ข้างกูทำได้ทั้งนั้น ไม่มีผิด ไม่มีคว่ำบาตร แต่ข้างมึงอย่า.. เชียวนะ ทีนี้ใครอย่ามาอ้างเรื่องมติสหประชาชาติกับผมนะ ผมจะด่าให้หงายเงิบเลย ( ผมใช้ศัพท์สมัยใหม่แล้วนะ ใช้ถูกไหมครับ) ถึงปี ค.ศ.2008 สหประชาชาติ เอาใหม่ มีมติที่ 161-1 ยืนยัน มติเดิม ให้อิสราเอลคืนพื้นที่ให้แก่ซีเรีย และให้กฏหมายที่อิสราเอลออกใช้บังคับ เมื่อปี ค.ศ.1981 นั้นไม่มีผลใช้บังคับ และให้อิสราเอล ทำการปรับพื้นที่บนที่ราบสูงโกลาน กลับสู่สภาพเดิมทั้งหมด และยุติการครอบครอง การก่อสร้าง และยุติการบังคับให้ชาวซีเรียที่อยู่ในพื้นราบสูงโกลาน มาถือสัญชาติและใช้บัตรประจำตัวของอิสราเอลอีกด้วย โห…สั่งได้เข้ม เห็นภาพเลยว่า ชาวซีเรียนี่โดนข่มขืนย่ำยีใน ศักดิ์ศรี ของความเป็นชาติของเขามานานแล้วนะ แล้วเราเคยรู้เรื่องนี้กันไหมครับ ไม่รู้แน่นอน เพราะสื่อกระป๋องสีไม่ว่ายี่ห้อไหน จะออกข่าวแต่เรื่องอัสสาดเป็นเผด็จการ ตามใบสั่งเท่านั้น แล้วตกลงมติเข้มของสหประชาชาติได้ผลไหม มีใครทำอะไรอิสราเอลได้ไหม ไม่น่าถาม ไม่มีครับ ใครจะกล้า ลูกพี่ใหญ่ยืนจังก้าอยู่ข้างหลัง เห็นความเป็นธรรมชัดเจนจัง แบบนี้ยังมาพล่ามเรื่อง ธรรมาภิบาล สิทธิมนุษยชน ถุด…เดี๋ยวรื้อเรื่องเขาพระวิหารมาเล่นใหม่เสียหรอก ตกลงเห็นหน้าเห็นตัวกันแล้วนะครับว่า ใครเป็นเจ้าของตัวจริงของที่ราบสูง โกลาน ที่เพิ่งมีการเจอแหล่งน้ำมันมหึมา ไม่ใช่ไอ้ตัวที่ไปงาบเขามา ตั้งแต่ปี ค.ศ.1967 และแม้สหประชาชาติ จะมีมติให้อิสราเอลคืนที่ราบสูงโกลาน ให้กับซีเรีย นอกจากอิสราเอลจะไม่สนใจแล้ว อิสราเอลยังเดินหน้ามอบสัมปทานบนพื้นที่ดังกล่าวให้บริษัท จีนนี่ อีกด้วย แน่จริงๆ แต่ที่แน่กว่านั้น มันเป็นการให้สัมปทานในปี ค.ศ.2013 ในช่วงเวลาที่ซีเรียกำลังถูกรุมกินโต๊ะ และหนึ่งในผู้รุมกินก็คือ อิสราเอล มันเป็นการวางจังหวะ การรุมกินโต๊ะ และการให้สัมปทาน ที่ได้เวลาอย่างที่อัสสาดไม่มีทางประท้วง หรือต่อสู้อะไรเลย เพราะตัวเองก็ยังแทบจะเอาไม่รอดอยู่แล้ว คนวางแผนรายการนี้ ฝีมือร้ายกาจมาก สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 3 พ.ย. 2558
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 503 มุมมอง 0 รีวิว
  • รูปปั้นกรีก–โรมัน: สีสันที่หายไปและการตีความใหม่

    งานศิลป์กรีกและโรมันที่เราคุ้นเคยในพิพิธภัณฑ์มักเป็นหินอ่อนสีขาวสะอาด แต่หลักฐานทางโบราณคดีชี้ชัดว่ารูปปั้นเหล่านี้เคยถูกทาสีอย่างสดใส (polychromy) เพียงแต่สีเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา เมื่อมีการทำ reconstruction เช่นในนิทรรศการ Gods in Color ของ Vinzenz Brinkmann ผลลัพธ์กลับทำให้ผู้ชมรู้สึกว่ารูปปั้นดู “น่าเกลียด” และผิดธรรมชาติ

    บทความชี้ว่าคำอธิบายที่นิยมคือ “รสนิยมต่างยุค” — เราในยุคปัจจุบันชอบความขาวสะอาด ขณะที่ชาวกรีก–โรมันชอบสีสด แต่ผู้เขียนโต้แย้งว่า หลักฐานจากภาพวาดและโมเสกโบราณกลับแสดงให้เห็นการใช้สีที่ละเอียดอ่อนและเป็นธรรมชาติ ไม่ได้ฉูดฉาดเหมือน reconstruction ที่เราเห็นในปัจจุบัน

    ทฤษฎีใหม่: ปัญหาคือการทาสีที่ไม่ดี
    ผู้เขียนเสนอว่า เหตุผลที่ reconstruction ดูแย่ไม่ใช่เพราะรสนิยมต่างยุค แต่เพราะการทาสีใหม่ทำได้ “ไม่ดี” — ขาดความละเอียดอ่อนที่ศิลปินโบราณมี และถูกจำกัดด้วยหลักการอนุรักษ์ที่ไม่อนุญาตให้เติมสิ่งที่ไม่มีหลักฐานตรง ๆ ทำให้เหลือเพียงการทาสีตาม pigment ชั้นล่างที่พบ ซึ่งไม่สะท้อนงานจริงที่เสร็จสมบูรณ์

    ตัวอย่างจากศิลปะอียิปต์ เนปาล หรือยุโรปยุคกลาง–บาโรก แสดงให้เห็นว่ารูปปั้นทาสีสามารถดูงดงามและน่าขนลุกในเชิงพิธีกรรม แต่ไม่ถึงขั้น “น่าเกลียด” แบบ reconstruction ของกรีก–โรมันในปัจจุบัน

    มิติทางสังคมและการสื่อสาร
    บทความยังตั้งข้อสังเกตว่า ความสนใจมหาศาลที่เกิดขึ้นอาจมาจาก “ความน่าเกลียด” เองที่ดึงดูดผู้ชม และบางทีนักวิชาการอาจใช้สิ่งนี้เป็นกลยุทธ์เพื่อสร้างการรับรู้ว่ารูปปั้นโบราณเคยถูกทาสีจริง ๆ อย่างไรก็ตาม การนำเสนอที่ทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดว่า “นี่คือหน้าตาที่แท้จริง” อาจบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อผู้เชี่ยวชาญในระยะยาว

    สรุปสาระสำคัญและคำเตือน
    รูปปั้นกรีก–โรมันเคยถูกทาสีจริง
    หลักฐานจาก pigment และภาพวาดโบราณยืนยันการใช้ polychromy

    Reconstruction สมัยใหม่ดูน่าเกลียด
    ตัวอย่างเช่น Augustus of Prima Porta ที่ถูกทาสีใหม่

    ทฤษฎี “รสนิยมต่างยุค” ถูกตั้งคำถาม
    ภาพวาดและโมเสกโบราณแสดงการใช้สีที่ละเอียดอ่อน ไม่ฉูดฉาด

    ทฤษฎีใหม่: ปัญหาคือการทาสีที่ไม่ดี
    Reconstruction อิง pigment ชั้นล่าง ไม่ใช่งานเสร็จสมบูรณ์

    คำเตือนต่อการสื่อสารวิชาการ
    การนำเสนอ reconstruction แบบ garish อาจทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดและลดความเชื่อมั่นต่อผู้เชี่ยวชาญ

    https://worksinprogress.co/issue/were-classical-statues-painted-horribly/
    🎨 รูปปั้นกรีก–โรมัน: สีสันที่หายไปและการตีความใหม่ งานศิลป์กรีกและโรมันที่เราคุ้นเคยในพิพิธภัณฑ์มักเป็นหินอ่อนสีขาวสะอาด แต่หลักฐานทางโบราณคดีชี้ชัดว่ารูปปั้นเหล่านี้เคยถูกทาสีอย่างสดใส (polychromy) เพียงแต่สีเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา เมื่อมีการทำ reconstruction เช่นในนิทรรศการ Gods in Color ของ Vinzenz Brinkmann ผลลัพธ์กลับทำให้ผู้ชมรู้สึกว่ารูปปั้นดู “น่าเกลียด” และผิดธรรมชาติ บทความชี้ว่าคำอธิบายที่นิยมคือ “รสนิยมต่างยุค” — เราในยุคปัจจุบันชอบความขาวสะอาด ขณะที่ชาวกรีก–โรมันชอบสีสด แต่ผู้เขียนโต้แย้งว่า หลักฐานจากภาพวาดและโมเสกโบราณกลับแสดงให้เห็นการใช้สีที่ละเอียดอ่อนและเป็นธรรมชาติ ไม่ได้ฉูดฉาดเหมือน reconstruction ที่เราเห็นในปัจจุบัน 🖌️ ทฤษฎีใหม่: ปัญหาคือการทาสีที่ไม่ดี ผู้เขียนเสนอว่า เหตุผลที่ reconstruction ดูแย่ไม่ใช่เพราะรสนิยมต่างยุค แต่เพราะการทาสีใหม่ทำได้ “ไม่ดี” — ขาดความละเอียดอ่อนที่ศิลปินโบราณมี และถูกจำกัดด้วยหลักการอนุรักษ์ที่ไม่อนุญาตให้เติมสิ่งที่ไม่มีหลักฐานตรง ๆ ทำให้เหลือเพียงการทาสีตาม pigment ชั้นล่างที่พบ ซึ่งไม่สะท้อนงานจริงที่เสร็จสมบูรณ์ ตัวอย่างจากศิลปะอียิปต์ เนปาล หรือยุโรปยุคกลาง–บาโรก แสดงให้เห็นว่ารูปปั้นทาสีสามารถดูงดงามและน่าขนลุกในเชิงพิธีกรรม แต่ไม่ถึงขั้น “น่าเกลียด” แบบ reconstruction ของกรีก–โรมันในปัจจุบัน 🤔 มิติทางสังคมและการสื่อสาร บทความยังตั้งข้อสังเกตว่า ความสนใจมหาศาลที่เกิดขึ้นอาจมาจาก “ความน่าเกลียด” เองที่ดึงดูดผู้ชม และบางทีนักวิชาการอาจใช้สิ่งนี้เป็นกลยุทธ์เพื่อสร้างการรับรู้ว่ารูปปั้นโบราณเคยถูกทาสีจริง ๆ อย่างไรก็ตาม การนำเสนอที่ทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดว่า “นี่คือหน้าตาที่แท้จริง” อาจบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อผู้เชี่ยวชาญในระยะยาว 📌 สรุปสาระสำคัญและคำเตือน ✅ รูปปั้นกรีก–โรมันเคยถูกทาสีจริง ➡️ หลักฐานจาก pigment และภาพวาดโบราณยืนยันการใช้ polychromy ✅ Reconstruction สมัยใหม่ดูน่าเกลียด ➡️ ตัวอย่างเช่น Augustus of Prima Porta ที่ถูกทาสีใหม่ ✅ ทฤษฎี “รสนิยมต่างยุค” ถูกตั้งคำถาม ➡️ ภาพวาดและโมเสกโบราณแสดงการใช้สีที่ละเอียดอ่อน ไม่ฉูดฉาด ✅ ทฤษฎีใหม่: ปัญหาคือการทาสีที่ไม่ดี ➡️ Reconstruction อิง pigment ชั้นล่าง ไม่ใช่งานเสร็จสมบูรณ์ ‼️ คำเตือนต่อการสื่อสารวิชาการ ⛔ การนำเสนอ reconstruction แบบ garish อาจทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดและลดความเชื่อมั่นต่อผู้เชี่ยวชาญ https://worksinprogress.co/issue/were-classical-statues-painted-horribly/
    WORKSINPROGRESS.CO
    Were classical statues painted horribly? - Works in Progress Magazine
    Many claim that modern viewers dislike painted reconstructions of Greek and Roman statues because our taste differs from theirs.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 330 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าวลือ ข่าวลวง ตอนสุดท้าย 1

    “ข่าวลือ ข่าวลวง’
    ตอนสุดท้าย ( มี 5 ตอน)
    ตอนสุดท้าย 1
    ตกลงข่าวเรื่องกษัตริย์ซาลมานป่วยหนัก รวมทั้งข่าวปฏิวัติในซาอุดิอารเบีย ที่ออกมาเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้ มันเป็นข่าวลือ ข่าวลวง โดยใคร และ หวังผลอะไร
    ข่าวที่ว่ากษัตริย์ป่วยหนัก ถึงขนาดไม่รู้ตัว ความจำเสื่อม ทำร้ายตัวเอง จนต้องเอาเข้าไปรักษาตัวในโรง พยาบาล น่าจะเป็นข่าวลือแบบโคมลอย จากผู้ที่ไม่ประสงค์ดี ต่อทั้งตัวกษัตริย์เอง ราชวงศ์ และประเทศซาอุดิอารเบีย เพราะจริงๆแล้ว เมื่อ 2 วันนี้เอง มีข่าวว่ากษัตริย์ซาลมานเพิ่งพูดโทรศัพท์กับคุณพี่ปูตินของรัสเซีย เกี่ยวกับเรื่องซีเรีย และอื่นๆ
    ใครล่ะ ที่จะได้ประโยชน์จากข่าวลือทำนองนี้ ก็เป็นได้ทั้งจากภายในซาอุเอง จากฝ่ายที่เสียประโยชน์เสียอำนาจ ที่มีตั้งแต่พวกราชวงศ์ด้วยกัน และ ไม่ใช่พวกราชวงศ์ แต่เคยมีอำนาจและเสียอำนาจ จากคำสั่งของกษัตริย์ซาลมาน ที่เปลี่ยนแปลงผู้มีหน้าที่สำคัญหลายคน ทั้งในเดือนมกราคม และเดือนเมษายน
    ส่วนจากภายนอกประเทศ อเมริกาคงไม่แคล้วตกเป็นจำเลย ตัวการให้ปล่อยข่าว เพราะสื่อที่ลงข่าวลือ รายแรกคืออิสราเอล ตามมาด้วยสื่อในตะวันออกกลางและสื่ออังกฤษ ก็เป็นพรรคพวกของของอเมริการะดับชั้นต่างๆ ทั้งนั้น
    ถ้าอเมริกาให้ปล่อยข่าวลือ หรือข่าวลวงนี้ แปลว่า อเมริกาต้องมีความไม่พอใจหรือ ต้องการกดดัน ซาอุดิอารเบีย ถ้าพิจารณาจาก บทความของคุณซีไอเอเขี้ยวยาวแล้ว คงพอเห็นอาการเฟืองขัดเกลียวบิ่น ระหว่างซาอุดิ อารเบียกับอเมริกา ค่อนข้างชัดเจน แม้คำชม หรือคำบอกเล่า ก็ยังมีการแฝงหลายนัย เกินกว่าที่จะแปลว่า เขารักกันจริง คงเป็นแค่ ยังทิ้งกันไม่ได้มากกว่า
    และถ้ามีความไม่พอใจ อเมริกาไม่พอใจซาอุดิอารเบีย เกี่ยวกับการเรื่องราชวงศ์ หรือไม่พอใจ ที่ซาอุดิอารเบีย ไปถล่มเยเมน หรืออเมริกาไม่พอใจ ทั้ง 2 เรื่อง
    คงต้องทำความเข้าใจ กับวิธีการคิดของอเมริกาเสียก่อน อเมริกาไม่ได้สนใจการเปลี่ยนแปลงในซาอุดิอารเบียว่า จะดีหรือไม่ดีกับซาอุดิอารเบียอย่างไร อเมริกามองกลับทางว่า การเปลี่ยนแปลงนั้น กระทบกับผลประโยชน์ตัวเองหรือไม่ อย่างไร มากกว่า และด้วยความคิดอย่างนี้ อเมริกาจึงให้ความ “สนใจ” กับความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับราชวงศ์ ซาอุดิอารเบียในระดับสูงมาก เพราะราชวงศ์ซาอูด คือ “อำนาจ” ของซาอุดิอารเบีย และอเมริกา กับซาอุดิอารเบีย ก็มีเรื่องเกี่ยวพันกันมากมาย การเปลี่ยนแปลงของ “อำนาจ” ในซาอุดิอารเบีย จึงอาจจะกระทบกับอเมริกามาก มันไม่ใช่เรื่องอเมริกา ชอบ ไม่ชอบใคร
    จะว่าไป อเมริกาก็สนใจมองความเปลี่ยนแปลง ในทุกเรื่อง โดยเฉพาะเกี่ยวกับ “อำนาจ” ของทุกประเทศ ในวิธีคิดอย่างนี้แหละ สนใจมากน้อย ก็แล้วแต่ “ประโยชน์” ที่อเมริกาจะได้จะเสียในประเทศนั้น มีมากน้อยแค่ไหน และถ้าเราไม่ทำความเข้าใจในความคิดนี้ หรือ “สันดาน” ที่แท้จริงของอเมริกาว่าเป็นอย่างนี้ เราก็คงจะสับสน ไม่เข้าใจพฤติกรรมของอเมริกา และเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง และที่สำคัญ ถ้าเรื่องนั้นมาเกี่ยวกับบ้านเรา และเราสับสนในพฤติกรรมและสันดานของอเมริกาแล้ว เราก็ไม่แคล้ว ที่จะตกเป็นเหยื่อ หรือ ถูกใช้เป็นพรมเช็ดเท้าของอเมริกา อย่างที่เป็นๆกัน
    เริ่มที่ผู้ปกครองคนใหม่ของซาอุดิอารเบีย ไม่ว่าบทความจะเขียนโดยใคร จากถังขยะความคิด หรือหน่วยงานใดของรัฐบาลอเมริกัน สิ่งที่สรุปได้ คือ อเมริกาอยากรู้ว่า จะพูดกับคนที่มาใหม่รู้เรื่องไหม คนมาใหม่ เชื่อฟังอเมริกาแค่ไหน นโยบายใหม่ของคนใหม่ สอดคล้องกับความต้องการของอเมริกาไหม หรือเอาให้ชัดๆ อเมริกา จะ “สั่ง” หรือ “กำกับ” คนปกครองใหม่ ได้มากน้อยแค่ไหน
    เมื่อขึ้นครองราชย์ในเดือนมกราคม ต้นปี ค.ศ.2015 กษัตริย์ซาลมานอายุ 79 ปีแล้ว อเมริกาจึงมองไปที่มงกุฏราชกุมาร อันดับ 1 และอันดับ 2 กับตำแหน่งสำคัญๆ เช่น รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีต่างประเทศ ผู้ที่คุมความมั่นคง และผู้ที่คุมนโยบายน้ำมันของซาอุดิอารเบีย เพราะตำแหน่งเหล่านี้ มีผลกระทบกับผลประโยชน์ของอเมริกา ทั้งในซาอุดิอารเบีย และในอเมริกาเองด้วย (หมายเหตุ: ตามธรรมเนียม กษัตริย์ซาอุดิอารเบียจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเอง)
    สำหรับเจ้าชายมุคริน อายุ 70 ปี มงกุฏราชกุมาร ลำดับที่ 1 อเมริกาคุ้นเคยดี และเห็นว่า “คุย” กันได้ น่าจะมีแนวคิดปฏิรูป ตามที่อเมริกาต้องการ
    มงกุฏราชกุมาร ลำดับที่ 2 เจ้าชาย บิน นาเยฟ อายุ 55 ปี อเมริกาก็คุ้นเคยอีก แม้จะไม่ชอบพ่อ แต่คิดว่า คุยกับลูกได้
    รัฐมนตรีส่วนใหญ่ไม่มีเปลี่ยนแปลง มีเพียงด้านความมั่นคง ที่กษัตริย์ซาลมาน แต่งตั้งให้ลูกชาย คือ เจ้าชาย บิน ซาลมาน คุมด้านความมั่นคง อเมริกาบอก เป็นไก่อ่อน ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่อเมริกาก็ยังไม่ขยับอะไร เพราะอาจสั่งไก่อ่อนซ้ายหัน ขวาหันง่ายดี
    กษัตริย์ใหม่ครองราชย์ยังไม่ถึง 3 เดือนดี ปลายเดือนมีนาคม ค.ศ.2015 ซาอุดิอารเบีย ก็สั่งรวมพล พรรคพวก มีอียิปต์ มอรอคโค จอร์แดน อามิเรต คูเวต การ์ตา บาห์เรน รวมไปถึงซูดาน เพื่อโจมตีพวกฮูตติ ที่ยึดครองเยเมนได้ จากสงครามกลางเมืองในเยเมนที่ยืดเยื้อมาปีกว่า และไล่รัฐบาลเยเมน ที่ซาอุสนับสนุนกระเจิงออกไป
    ซาอุดิอารเบีย ยอมให้พวกฮูตติครอบครองเยเมนไม่ได้ เพราะพวกฮูตตินี้ ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน คู่แข่งสำคัญของซาอุดิ และเยเมนก็อยู่ติดกับซาอุดิอารเบีย ขนาดมองเห็นขนจมูกกัน วันที่ 26 มีนาคม ซาอุอารเบีย จึงสั่งยิงจรวดใส่ฐานทัพอากาศของฮูตติ ที่เมือง Taiz และเมือง Sa’dah
    การยิงจรวดถล่มเยเมน รายการดังกล่าว อเมริการู้เรื่องดี เพราะเป็นคนให้ข้อมูลข่าวกรอง และบอกสภาพพื้นที่แก่ซาอุดิอารเบีย อย่างนี้น่าจะไม่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ส่วนเรื่องเป็นประชาธิปไตย ไม่ต้องพูด เพราะพวกราชวงศ์ซาอูดบอกแล้วว่า ยังไม่อยากเป็นเหมือนควีนเอลิ ซาเบธของอังกฤษ รัฐธรรมนูญก็ยังไม่รู้จัก แต่ก็ไม่เป็นไร มีน้ำมันแยะแบบนี้ จะทำอะไรก็ได้ อเมริกาไม่สั่งคว่ำบาตร ไม่ตัดสัมพันธ์ ไม่เดินสายให้นานาชาติช่วยกันด่า แน่นอน รักกันฉิบหายเลย
    คุณทหารช่วยจำไว้นะครับ เคลื่อนทัพคราวหน้า อย่าทำแค่ปฏิวัติ ปิดช่องแคบมะละกามันด้วยเลย หมดเรื่อง
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    25 ต.ค. 2558
    ข่าวลือ ข่าวลวง ตอนสุดท้าย 1 “ข่าวลือ ข่าวลวง’ ตอนสุดท้าย ( มี 5 ตอน) ตอนสุดท้าย 1 ตกลงข่าวเรื่องกษัตริย์ซาลมานป่วยหนัก รวมทั้งข่าวปฏิวัติในซาอุดิอารเบีย ที่ออกมาเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้ มันเป็นข่าวลือ ข่าวลวง โดยใคร และ หวังผลอะไร ข่าวที่ว่ากษัตริย์ป่วยหนัก ถึงขนาดไม่รู้ตัว ความจำเสื่อม ทำร้ายตัวเอง จนต้องเอาเข้าไปรักษาตัวในโรง พยาบาล น่าจะเป็นข่าวลือแบบโคมลอย จากผู้ที่ไม่ประสงค์ดี ต่อทั้งตัวกษัตริย์เอง ราชวงศ์ และประเทศซาอุดิอารเบีย เพราะจริงๆแล้ว เมื่อ 2 วันนี้เอง มีข่าวว่ากษัตริย์ซาลมานเพิ่งพูดโทรศัพท์กับคุณพี่ปูตินของรัสเซีย เกี่ยวกับเรื่องซีเรีย และอื่นๆ ใครล่ะ ที่จะได้ประโยชน์จากข่าวลือทำนองนี้ ก็เป็นได้ทั้งจากภายในซาอุเอง จากฝ่ายที่เสียประโยชน์เสียอำนาจ ที่มีตั้งแต่พวกราชวงศ์ด้วยกัน และ ไม่ใช่พวกราชวงศ์ แต่เคยมีอำนาจและเสียอำนาจ จากคำสั่งของกษัตริย์ซาลมาน ที่เปลี่ยนแปลงผู้มีหน้าที่สำคัญหลายคน ทั้งในเดือนมกราคม และเดือนเมษายน ส่วนจากภายนอกประเทศ อเมริกาคงไม่แคล้วตกเป็นจำเลย ตัวการให้ปล่อยข่าว เพราะสื่อที่ลงข่าวลือ รายแรกคืออิสราเอล ตามมาด้วยสื่อในตะวันออกกลางและสื่ออังกฤษ ก็เป็นพรรคพวกของของอเมริการะดับชั้นต่างๆ ทั้งนั้น ถ้าอเมริกาให้ปล่อยข่าวลือ หรือข่าวลวงนี้ แปลว่า อเมริกาต้องมีความไม่พอใจหรือ ต้องการกดดัน ซาอุดิอารเบีย ถ้าพิจารณาจาก บทความของคุณซีไอเอเขี้ยวยาวแล้ว คงพอเห็นอาการเฟืองขัดเกลียวบิ่น ระหว่างซาอุดิ อารเบียกับอเมริกา ค่อนข้างชัดเจน แม้คำชม หรือคำบอกเล่า ก็ยังมีการแฝงหลายนัย เกินกว่าที่จะแปลว่า เขารักกันจริง คงเป็นแค่ ยังทิ้งกันไม่ได้มากกว่า และถ้ามีความไม่พอใจ อเมริกาไม่พอใจซาอุดิอารเบีย เกี่ยวกับการเรื่องราชวงศ์ หรือไม่พอใจ ที่ซาอุดิอารเบีย ไปถล่มเยเมน หรืออเมริกาไม่พอใจ ทั้ง 2 เรื่อง คงต้องทำความเข้าใจ กับวิธีการคิดของอเมริกาเสียก่อน อเมริกาไม่ได้สนใจการเปลี่ยนแปลงในซาอุดิอารเบียว่า จะดีหรือไม่ดีกับซาอุดิอารเบียอย่างไร อเมริกามองกลับทางว่า การเปลี่ยนแปลงนั้น กระทบกับผลประโยชน์ตัวเองหรือไม่ อย่างไร มากกว่า และด้วยความคิดอย่างนี้ อเมริกาจึงให้ความ “สนใจ” กับความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับราชวงศ์ ซาอุดิอารเบียในระดับสูงมาก เพราะราชวงศ์ซาอูด คือ “อำนาจ” ของซาอุดิอารเบีย และอเมริกา กับซาอุดิอารเบีย ก็มีเรื่องเกี่ยวพันกันมากมาย การเปลี่ยนแปลงของ “อำนาจ” ในซาอุดิอารเบีย จึงอาจจะกระทบกับอเมริกามาก มันไม่ใช่เรื่องอเมริกา ชอบ ไม่ชอบใคร จะว่าไป อเมริกาก็สนใจมองความเปลี่ยนแปลง ในทุกเรื่อง โดยเฉพาะเกี่ยวกับ “อำนาจ” ของทุกประเทศ ในวิธีคิดอย่างนี้แหละ สนใจมากน้อย ก็แล้วแต่ “ประโยชน์” ที่อเมริกาจะได้จะเสียในประเทศนั้น มีมากน้อยแค่ไหน และถ้าเราไม่ทำความเข้าใจในความคิดนี้ หรือ “สันดาน” ที่แท้จริงของอเมริกาว่าเป็นอย่างนี้ เราก็คงจะสับสน ไม่เข้าใจพฤติกรรมของอเมริกา และเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง และที่สำคัญ ถ้าเรื่องนั้นมาเกี่ยวกับบ้านเรา และเราสับสนในพฤติกรรมและสันดานของอเมริกาแล้ว เราก็ไม่แคล้ว ที่จะตกเป็นเหยื่อ หรือ ถูกใช้เป็นพรมเช็ดเท้าของอเมริกา อย่างที่เป็นๆกัน เริ่มที่ผู้ปกครองคนใหม่ของซาอุดิอารเบีย ไม่ว่าบทความจะเขียนโดยใคร จากถังขยะความคิด หรือหน่วยงานใดของรัฐบาลอเมริกัน สิ่งที่สรุปได้ คือ อเมริกาอยากรู้ว่า จะพูดกับคนที่มาใหม่รู้เรื่องไหม คนมาใหม่ เชื่อฟังอเมริกาแค่ไหน นโยบายใหม่ของคนใหม่ สอดคล้องกับความต้องการของอเมริกาไหม หรือเอาให้ชัดๆ อเมริกา จะ “สั่ง” หรือ “กำกับ” คนปกครองใหม่ ได้มากน้อยแค่ไหน เมื่อขึ้นครองราชย์ในเดือนมกราคม ต้นปี ค.ศ.2015 กษัตริย์ซาลมานอายุ 79 ปีแล้ว อเมริกาจึงมองไปที่มงกุฏราชกุมาร อันดับ 1 และอันดับ 2 กับตำแหน่งสำคัญๆ เช่น รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีต่างประเทศ ผู้ที่คุมความมั่นคง และผู้ที่คุมนโยบายน้ำมันของซาอุดิอารเบีย เพราะตำแหน่งเหล่านี้ มีผลกระทบกับผลประโยชน์ของอเมริกา ทั้งในซาอุดิอารเบีย และในอเมริกาเองด้วย (หมายเหตุ: ตามธรรมเนียม กษัตริย์ซาอุดิอารเบียจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเอง) สำหรับเจ้าชายมุคริน อายุ 70 ปี มงกุฏราชกุมาร ลำดับที่ 1 อเมริกาคุ้นเคยดี และเห็นว่า “คุย” กันได้ น่าจะมีแนวคิดปฏิรูป ตามที่อเมริกาต้องการ มงกุฏราชกุมาร ลำดับที่ 2 เจ้าชาย บิน นาเยฟ อายุ 55 ปี อเมริกาก็คุ้นเคยอีก แม้จะไม่ชอบพ่อ แต่คิดว่า คุยกับลูกได้ รัฐมนตรีส่วนใหญ่ไม่มีเปลี่ยนแปลง มีเพียงด้านความมั่นคง ที่กษัตริย์ซาลมาน แต่งตั้งให้ลูกชาย คือ เจ้าชาย บิน ซาลมาน คุมด้านความมั่นคง อเมริกาบอก เป็นไก่อ่อน ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่อเมริกาก็ยังไม่ขยับอะไร เพราะอาจสั่งไก่อ่อนซ้ายหัน ขวาหันง่ายดี กษัตริย์ใหม่ครองราชย์ยังไม่ถึง 3 เดือนดี ปลายเดือนมีนาคม ค.ศ.2015 ซาอุดิอารเบีย ก็สั่งรวมพล พรรคพวก มีอียิปต์ มอรอคโค จอร์แดน อามิเรต คูเวต การ์ตา บาห์เรน รวมไปถึงซูดาน เพื่อโจมตีพวกฮูตติ ที่ยึดครองเยเมนได้ จากสงครามกลางเมืองในเยเมนที่ยืดเยื้อมาปีกว่า และไล่รัฐบาลเยเมน ที่ซาอุสนับสนุนกระเจิงออกไป ซาอุดิอารเบีย ยอมให้พวกฮูตติครอบครองเยเมนไม่ได้ เพราะพวกฮูตตินี้ ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน คู่แข่งสำคัญของซาอุดิ และเยเมนก็อยู่ติดกับซาอุดิอารเบีย ขนาดมองเห็นขนจมูกกัน วันที่ 26 มีนาคม ซาอุอารเบีย จึงสั่งยิงจรวดใส่ฐานทัพอากาศของฮูตติ ที่เมือง Taiz และเมือง Sa’dah การยิงจรวดถล่มเยเมน รายการดังกล่าว อเมริการู้เรื่องดี เพราะเป็นคนให้ข้อมูลข่าวกรอง และบอกสภาพพื้นที่แก่ซาอุดิอารเบีย อย่างนี้น่าจะไม่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ส่วนเรื่องเป็นประชาธิปไตย ไม่ต้องพูด เพราะพวกราชวงศ์ซาอูดบอกแล้วว่า ยังไม่อยากเป็นเหมือนควีนเอลิ ซาเบธของอังกฤษ รัฐธรรมนูญก็ยังไม่รู้จัก แต่ก็ไม่เป็นไร มีน้ำมันแยะแบบนี้ จะทำอะไรก็ได้ อเมริกาไม่สั่งคว่ำบาตร ไม่ตัดสัมพันธ์ ไม่เดินสายให้นานาชาติช่วยกันด่า แน่นอน รักกันฉิบหายเลย คุณทหารช่วยจำไว้นะครับ เคลื่อนทัพคราวหน้า อย่าทำแค่ปฏิวัติ ปิดช่องแคบมะละกามันด้วยเลย หมดเรื่อง สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 25 ต.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 639 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าวลือ ข่าวลวง ตอนที่ 8
    “ข่าวลือ ข่าวลวง”

    ตอน 8

    เยเมน เป็นเหมือนหนามตำตีน ซาอุดิอารเบียมาตลอดเวลากว่า 70 ปีมาแล้ว

    อิบน์ ซาอูด เคยยกพลไปทำสงครามกับเยเมน เมื่อปี ค.ศ.1934 กองทัพซาอุ ยึดพื้นที่ริมทะเลแดงได้ แต่ไม่สามารถยึดพื้นที่ตามแนวภูเขาและตัวเมืองชั้นในได้สัญญาสงบศึกระหว่าง 2 ประเทศ ที่ทำขึ้น ทำให้เยเมนต้องเสียหลายเมืองตามแนวเขตแดนให้แก่ซาอุดิอารเบีย และทำให้ขบวนการทวงดินแดนของเยเมนไม่เคยหมดไป

    เมื่อตอนปี ค.ศ.1960 ซาอุ สนับสนุนราชวงศ์เซดี ที่ปกครองเยเมน ในการต่อสู้กับฝ่ายอียิปต์ ที่ให้การสนับสนุนขบวนการเป็นสาธารณรัฐของเยเมน ที่ประกาศว่า จะโค่นล้มระบบกษัตริย์ทั้งคาบสมุทรอารเบีย

    แต่พอถึงเดือนมีนาคมปีนี้ (2015) ฝ่ายซาอุ ดันยิงจรวดเข้าถล่มกลุ่มฮูตติ ที่เป็นพวกกับกบฏเซดี ซึ่งกำลังรุกเข้าไปครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ในเยเมนได้ และขับไล่รัฐบาลเยเมนที่พวกซาอุดิอารเบียสนับสนุน พ่ายแพ้หนีออกไปจากเมืองซานะ เข้าไปพึ่งใบบุญของซาอุดิอารเบีย ตั้งแต่ปีที่แล้ว

    โอ้ย วุ่นกันฉิบหาย…. อย่าเพิ่งงงนะครับ อ่านช้าๆ หลายหนก็ได้ เพราะนี่เรากำลังจะเข้าไปสู่จุดชี้ชะตา ของซาอุดิอารเบีย และก็อาจจะเป็นจุดชี้ชะตา ของอเมริกาด้วยก็ได้….

    เขาว่า ซาอุ ตัดสินใจส่งจรวดให้เยเมน เพียงเพราะฝ่ายซาอุไปได้ข่าวมาว่า พวกเซดีตกลงใจที่จะให้เส้นทางบินแก่อิหร่าน ที่จะบินตรงจากเตหะรานมาเยเมน และเยเมนยังตกลงใจที่จะให้อิหร่านใช้ท่าเรือฮูเดดาห์ Hudaydah ของเยเมน แถมกำลังมีการเจรจาจะซื้อน้ำมันราคาถูกระหว่างเยเมนกับอิหร่านอีกด้วย

    สรุปว่า เยเมนได้รับจรวด เพราะซาอุดิอารเบียประสาทกินเรื่องอิหร่าน

    เรื่องนี้ทำให้ซาอุ ออกแขกจริงๆ และไปรวบรวมเพื่อนขี่อูฐด้วยกัน ให้มาไล่ถล่มเยเมน นอกจากพรรคพวกแถวอ่าวแล้ว ยังมี จอร์แดน โมรอคโค และอิยิปต์บอกเอาด้วย แต่ที่น่าสนใจ โอมานและปากีสถาน เพื่อนเก่าบอก ไม่เอากับซาอุด้วย เออ น่าคิด

    สำหรับโอมาน เข้าใจว่าพยายามจะวางตัวเป็นกลาง เพราะยืนอยู่ใกล้ปากอิหร่านเหลือเกิน และยิ่งเป็นอิหร่านที่กำลังมาแรงเสียด้วย ก็ไม่แปลกเท่าไหร่ ที่โอมานจะทิ้งระยะห่างจากซาอุ

    แต่สำหรับปากีสถาน ซึ่งเคยว่าไงว่ากันกับอเมริกา และ อยู่ในบัญชี ประเภทสามารถรูดบัตรเติมเงินกับซาอุดิอารเบียได้มาตลอดนี่ … ยิ่งกว่าน่าสนใจ

    อเมริกาอ้างว่า ตัวเองให้การสนับสนุนซาอุในเรื่องยิงจรวดใส่เยเมนเฉพาะ ด้านงานข่าวกรอง และด้านสภาพพื้นที่ในเยเมน แม้ว่าทางริยาร์ดจะแจ้งทางอเมริกาล่วงหน้า ไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่จะยิงจรวดลูกแรกใส่เยเมน

    การบุกเยเมนในครั้งนี้ของซาอุดิอารเบีย ถือเป็นนโยบายต่างประเทศเชิงรุก มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของซาอุดิอารเบีย ที่ผ่านๆมา ซาอุ จะทำอย่างไม่เปิดเผย แถมซ่อนไปซ้อนมาเสียอีกด้วยซ้ำ

    ในความเห็นของอเมริกา การที่ซาอุดิอารเบียยิงจรวดใส่เยเมนในครั้งนี้ นับว่าเป็นเรื่องอันตรายกับซาอุเองอย่างยิ่ง

    …อ้าว แล้วทำไมไม่เตือนเพื่อนรักกันเลย จริงๆ ต้องด่าด้วยซ้ำ อยู่ๆจะไปยิงจรวดใส่บ้านคนอื่นเขาง่ายๆ อย่างนี้ได้ไงวะ ที่แค่ยังไม่มีการเลือกตั้ง มึงยังเสือกปากเข้ามาไม่เลิก…
    และจนถึงทุกวันนี้ การสู้รบที่เยเมน ก็ไม่ได้เกิดผลดีกับซาอุแต่อย่างใด ต่างฝ่ายต่างยังยันกันอยู่ ฝ่ายซาอุกับพวกอ้างว่าคุมได้แล้วทางอากาศ ชายฝั่งและท่าเรือทางใต้ของเอเดน ขณะที่ฝ่ายซาดีฮูตติและพวก ก็อ้างว่าควบคุมทางเหนือของเยเมนได้เกือบหมดแล้ว

    และระหว่างที่ซาอุและพวกฟาดฟันยุ่งอยู่กับพวกฮูตติ จึงเป็นโอกาสให้อัลไดดาขยายฐานเข้าไปยึดได้เมืองใหญ่ ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นถิ่นเดิม ที่พ่อของบิน ลาเดน เคยอยู่มาก่อนที่จะอพยพไปอยู่ในซาอุดิอารเบีย

    สงครามเยเมน จึงเสมือนเป็นบททดสอบ บทแรกของกษัตริย์ซัลมาน เกี่ยวกับกิจการต่างประเทศ ที่อาจจะมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงของซาอุดิอารเบีย คาบสมุทรอารเบีย และรวมไปถึงภูมิภาคด้วย

    การรบเยเมน มีทั้งมิติเรื่องระหว่างนิกาย และเรื่องชิงความเป็นใหญ่ในภูมิภาค ระหว่างซาอุกับอิหร่าน แต่ที่สำคัญ ในความคิดของอเมริกา สงครามเยเมนยังเป็นสงครามที่แสดงให้เห็นว่า เทศกาลอาหรับสปริง ที่ซาอุดิอารเบียต่อต้านมาตลอดนั้น ยังไม่จบลง…

    อเมริกาเชื่อว่า การต่อสู้ที่เยเมน จะดึงฝ่ายอื่นๆเข้ามาร่วมรายการเพิ่มขึ้นอีก จะยืดเยื้อ และขยายวงออกไปนอกเยเมนถึงประเทศอื่นๆอีกด้วย …เป็นการวิจารณ์ ที่ทำให้มองเห็น เยเมน กำลังเป็นไฟลามทุ่ง….

    นอกจากนี้ อเมริกายังคาดการณ์ เหมือนเป็นลางร้ายอีกว่า เยเมนอาจจบลง อย่างเป็นจุดด่างของการครองราชย์ของกษัตริย์ซาลมาน และเป็นการจบสิ้นของความทะเยอทะยานของทั้ง บิน นาเยฟ และ บิน ซาลมาน ไม่ว่าทั้ง 2 คน จะได้มีส่วนร่วมกับสงครามนี้อย่างไร ชัดเจนว่า บิน ซาลมานที่เป็นรัฐมนตรีกลาโหม คงเป็นคนที่สูญเสียมากที่สุด ที่ผ่านมา เขาเป็นคนที่พ่อเชื่อใจมาก เป็นตัวแทนพ่อ ไปเยี่ยมรัสเซียและฝรั่งเศส และเมื่อกษัตริย์ซาลมาน ยกเลิกแผนที่จะไปพบโอบามา ที่แคมป์เดวิด เพื่อที่จะไปบอกกับโอบามา ว่าตนเองขุ่นเคืองขนาดไหน เกี่ยวกับเรื่องนิวเคลียร์ของอิหร่าน กษัตริย์ซัลมาน ก็ส่งเจ้าชายทั้ง 2 คน ทั้ง MBN และ MBS ไปพบโอบามาแทนตน ซึ่งโอบามา กลับพูดเร่งรัดเรื่องการปฏิรูปประเทศ แต่ก็สนับสนุนเรื่องสงครามกับเยเมน

    และในที่สุด เมื่อถึงเวลาที่กษัตริย์ซัลมานเดินทางไปวอชิงตันเข้าจริงๆ การสนทนากลับสั้น และฝ่ายซาอุกลับเป็นฝ่าย (ต้อง)ฟัง และการสนทนากลับเน้นไปที่ลูกมากกว่าพ่อ

    …แต่ โปรดสังเกตดูรูปภาพการสนทนา ระหว่างนายโอบามา กับ กษัตริย์ซาลมาน ที่ผมเอามาลงประกอบนิทานตอนนี้ ผมกลับเห็นสวนทาง กับไอ้เขี้ยวซีไอเอ ผมดูว่า ใบตองแห้งน่าจะเป็นฝ่าย ใกล้จะลงไปนั่งกับพื้น พนมมือพูดกับกษัตริย์ซาลมานร่อมร่อแล้ว เหมือนกับเป็นตัวปลอม คนละคน กับที่พูด กับคุณพี่ปูติน หรือ อาเฮียสี ช่วงวันประชุมสหประชาชาติ อย่างไม่น่าเชื่อ น่าสนใจนะครับ

    ไอ้เขี้ยวยาวซีไอเอ ยังบอกว่า บิน นาเยฟ อาจจะเป็นคนที่เข้ากับอเมริกันได้มากที่สุด ในจำนวนผู้ที่อยู่ในเส้นทางที่จะครองบัลลังค์ซาอูด และเขาอาจจะเป็นคนที่เก่งเรื่องข่าวกรองมากที่สุดในโลกตะวันออกกลาง ที่อเมริกาชื่นชม ถึงขนาดบอกว่า ฉลาดที่สุดในรุ่นเดียวกัน และต่างกับพ่อของเขา the Black Price และ บิน นาเยฟ ดูเหมือนจะพอทำงานร่วมกับอเมริกันได้ และเข้ากับโอบามาได้ดี ที่แคมป์เดวิด แต่ บิน นาเยฟ มีเรื่องต้องรับผิดชอบมากกว่าทุกคนในรุ่นเดียวกัน และมันจะมากขึ้น หลังเทศกาลอาหรับสปริงจบจริงๆ ในตะวันออกกลาง อเมริกาบอกว่า บิน นาเยฟ น่าจะรู้ดีว่า เขาต้องมีเพื่อนในยามนั้น…

    ที่เล่ามาทั้ง 8 ตอนนี้ สรุปได้ว่า เป็นรายการ ทั้งขู่เข็ญ ทั้งเปิดโปง ทั้งปิดปาก ของอเมริกา ต่อเพื่อนรัก ที่คบกันมากว่า 70 ปี อย่างน่าชื่นชมในฝีมือการเขียน
    ซีไอเอเก๋า เขี้ยวยาวเจ้าของบทความขู่สท้านโลก ตบท้ายว่า…. แต่วอชิงตัน จะทำใจยอมรับ อย่างไม่หลอกตัวเอง ไม่มีภาพลวงตา หรือเหมาเอาเอง ได้หรือไม่ว่า ซาอุดิอารเบียที่เป็นประเทศ ที่ยังปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชที่ใหญ่ที่สุด ที่ยังเหลืออยู่ในโลก กับราชวงศ์ซาอูด จะไม่มีวันยอมเปลี่ยนแปลง การปกครองประเทศของตน ไปจากแบบที่เป็นอยู่ปัจจุบันอย่างง่ายๆ และราชวงศ์ซาอูด ก็จะไม่มีวันตัดขาดกับกลุ่มวะฮาบีและเปลี่ยนแปลงความเชื่อของเขา และไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์ซัลมาน เจ้าชายบิน นาเยฟ หรือเจ้าชายบิน ซาลมาน รวมทั้งราชวงศ์ที่เหลือทุกคน ต่างมีความเชื่อว่า พวกเขาอยู่รอดมาได้เช่นนี้กว่า 250 ปีแล้ว ท่ามกลางการเมืองที่ร้อนระอุ และรุนแรง และพวกเขาก็คิดว่า จะอยู่รอดแบบนี้ ต่อไป…

    ซาอุดิอารเบียและอเมริกา จะจับมือกันต่อไปไหม จะจับมือแบบอยู่รอดด้วยกัน หรือจับมือฉิบหายไปด้วยกัน หรือพวกเขาจะแยกทางกันเดิน และแยกทางกันเละ … รออ่านตอนสุดท้ายของนิทานเรื่องนี้ อย่าพลาดนะครับ!

    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    24 ต.ค. 2558
    ข่าวลือ ข่าวลวง ตอนที่ 8 “ข่าวลือ ข่าวลวง” ตอน 8 เยเมน เป็นเหมือนหนามตำตีน ซาอุดิอารเบียมาตลอดเวลากว่า 70 ปีมาแล้ว อิบน์ ซาอูด เคยยกพลไปทำสงครามกับเยเมน เมื่อปี ค.ศ.1934 กองทัพซาอุ ยึดพื้นที่ริมทะเลแดงได้ แต่ไม่สามารถยึดพื้นที่ตามแนวภูเขาและตัวเมืองชั้นในได้สัญญาสงบศึกระหว่าง 2 ประเทศ ที่ทำขึ้น ทำให้เยเมนต้องเสียหลายเมืองตามแนวเขตแดนให้แก่ซาอุดิอารเบีย และทำให้ขบวนการทวงดินแดนของเยเมนไม่เคยหมดไป เมื่อตอนปี ค.ศ.1960 ซาอุ สนับสนุนราชวงศ์เซดี ที่ปกครองเยเมน ในการต่อสู้กับฝ่ายอียิปต์ ที่ให้การสนับสนุนขบวนการเป็นสาธารณรัฐของเยเมน ที่ประกาศว่า จะโค่นล้มระบบกษัตริย์ทั้งคาบสมุทรอารเบีย แต่พอถึงเดือนมีนาคมปีนี้ (2015) ฝ่ายซาอุ ดันยิงจรวดเข้าถล่มกลุ่มฮูตติ ที่เป็นพวกกับกบฏเซดี ซึ่งกำลังรุกเข้าไปครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ในเยเมนได้ และขับไล่รัฐบาลเยเมนที่พวกซาอุดิอารเบียสนับสนุน พ่ายแพ้หนีออกไปจากเมืองซานะ เข้าไปพึ่งใบบุญของซาอุดิอารเบีย ตั้งแต่ปีที่แล้ว โอ้ย วุ่นกันฉิบหาย…. อย่าเพิ่งงงนะครับ อ่านช้าๆ หลายหนก็ได้ เพราะนี่เรากำลังจะเข้าไปสู่จุดชี้ชะตา ของซาอุดิอารเบีย และก็อาจจะเป็นจุดชี้ชะตา ของอเมริกาด้วยก็ได้…. เขาว่า ซาอุ ตัดสินใจส่งจรวดให้เยเมน เพียงเพราะฝ่ายซาอุไปได้ข่าวมาว่า พวกเซดีตกลงใจที่จะให้เส้นทางบินแก่อิหร่าน ที่จะบินตรงจากเตหะรานมาเยเมน และเยเมนยังตกลงใจที่จะให้อิหร่านใช้ท่าเรือฮูเดดาห์ Hudaydah ของเยเมน แถมกำลังมีการเจรจาจะซื้อน้ำมันราคาถูกระหว่างเยเมนกับอิหร่านอีกด้วย สรุปว่า เยเมนได้รับจรวด เพราะซาอุดิอารเบียประสาทกินเรื่องอิหร่าน เรื่องนี้ทำให้ซาอุ ออกแขกจริงๆ และไปรวบรวมเพื่อนขี่อูฐด้วยกัน ให้มาไล่ถล่มเยเมน นอกจากพรรคพวกแถวอ่าวแล้ว ยังมี จอร์แดน โมรอคโค และอิยิปต์บอกเอาด้วย แต่ที่น่าสนใจ โอมานและปากีสถาน เพื่อนเก่าบอก ไม่เอากับซาอุด้วย เออ น่าคิด สำหรับโอมาน เข้าใจว่าพยายามจะวางตัวเป็นกลาง เพราะยืนอยู่ใกล้ปากอิหร่านเหลือเกิน และยิ่งเป็นอิหร่านที่กำลังมาแรงเสียด้วย ก็ไม่แปลกเท่าไหร่ ที่โอมานจะทิ้งระยะห่างจากซาอุ แต่สำหรับปากีสถาน ซึ่งเคยว่าไงว่ากันกับอเมริกา และ อยู่ในบัญชี ประเภทสามารถรูดบัตรเติมเงินกับซาอุดิอารเบียได้มาตลอดนี่ … ยิ่งกว่าน่าสนใจ อเมริกาอ้างว่า ตัวเองให้การสนับสนุนซาอุในเรื่องยิงจรวดใส่เยเมนเฉพาะ ด้านงานข่าวกรอง และด้านสภาพพื้นที่ในเยเมน แม้ว่าทางริยาร์ดจะแจ้งทางอเมริกาล่วงหน้า ไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่จะยิงจรวดลูกแรกใส่เยเมน การบุกเยเมนในครั้งนี้ของซาอุดิอารเบีย ถือเป็นนโยบายต่างประเทศเชิงรุก มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของซาอุดิอารเบีย ที่ผ่านๆมา ซาอุ จะทำอย่างไม่เปิดเผย แถมซ่อนไปซ้อนมาเสียอีกด้วยซ้ำ ในความเห็นของอเมริกา การที่ซาอุดิอารเบียยิงจรวดใส่เยเมนในครั้งนี้ นับว่าเป็นเรื่องอันตรายกับซาอุเองอย่างยิ่ง …อ้าว แล้วทำไมไม่เตือนเพื่อนรักกันเลย จริงๆ ต้องด่าด้วยซ้ำ อยู่ๆจะไปยิงจรวดใส่บ้านคนอื่นเขาง่ายๆ อย่างนี้ได้ไงวะ ที่แค่ยังไม่มีการเลือกตั้ง มึงยังเสือกปากเข้ามาไม่เลิก… และจนถึงทุกวันนี้ การสู้รบที่เยเมน ก็ไม่ได้เกิดผลดีกับซาอุแต่อย่างใด ต่างฝ่ายต่างยังยันกันอยู่ ฝ่ายซาอุกับพวกอ้างว่าคุมได้แล้วทางอากาศ ชายฝั่งและท่าเรือทางใต้ของเอเดน ขณะที่ฝ่ายซาดีฮูตติและพวก ก็อ้างว่าควบคุมทางเหนือของเยเมนได้เกือบหมดแล้ว และระหว่างที่ซาอุและพวกฟาดฟันยุ่งอยู่กับพวกฮูตติ จึงเป็นโอกาสให้อัลไดดาขยายฐานเข้าไปยึดได้เมืองใหญ่ ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นถิ่นเดิม ที่พ่อของบิน ลาเดน เคยอยู่มาก่อนที่จะอพยพไปอยู่ในซาอุดิอารเบีย สงครามเยเมน จึงเสมือนเป็นบททดสอบ บทแรกของกษัตริย์ซัลมาน เกี่ยวกับกิจการต่างประเทศ ที่อาจจะมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงของซาอุดิอารเบีย คาบสมุทรอารเบีย และรวมไปถึงภูมิภาคด้วย การรบเยเมน มีทั้งมิติเรื่องระหว่างนิกาย และเรื่องชิงความเป็นใหญ่ในภูมิภาค ระหว่างซาอุกับอิหร่าน แต่ที่สำคัญ ในความคิดของอเมริกา สงครามเยเมนยังเป็นสงครามที่แสดงให้เห็นว่า เทศกาลอาหรับสปริง ที่ซาอุดิอารเบียต่อต้านมาตลอดนั้น ยังไม่จบลง… อเมริกาเชื่อว่า การต่อสู้ที่เยเมน จะดึงฝ่ายอื่นๆเข้ามาร่วมรายการเพิ่มขึ้นอีก จะยืดเยื้อ และขยายวงออกไปนอกเยเมนถึงประเทศอื่นๆอีกด้วย …เป็นการวิจารณ์ ที่ทำให้มองเห็น เยเมน กำลังเป็นไฟลามทุ่ง…. นอกจากนี้ อเมริกายังคาดการณ์ เหมือนเป็นลางร้ายอีกว่า เยเมนอาจจบลง อย่างเป็นจุดด่างของการครองราชย์ของกษัตริย์ซาลมาน และเป็นการจบสิ้นของความทะเยอทะยานของทั้ง บิน นาเยฟ และ บิน ซาลมาน ไม่ว่าทั้ง 2 คน จะได้มีส่วนร่วมกับสงครามนี้อย่างไร ชัดเจนว่า บิน ซาลมานที่เป็นรัฐมนตรีกลาโหม คงเป็นคนที่สูญเสียมากที่สุด ที่ผ่านมา เขาเป็นคนที่พ่อเชื่อใจมาก เป็นตัวแทนพ่อ ไปเยี่ยมรัสเซียและฝรั่งเศส และเมื่อกษัตริย์ซาลมาน ยกเลิกแผนที่จะไปพบโอบามา ที่แคมป์เดวิด เพื่อที่จะไปบอกกับโอบามา ว่าตนเองขุ่นเคืองขนาดไหน เกี่ยวกับเรื่องนิวเคลียร์ของอิหร่าน กษัตริย์ซัลมาน ก็ส่งเจ้าชายทั้ง 2 คน ทั้ง MBN และ MBS ไปพบโอบามาแทนตน ซึ่งโอบามา กลับพูดเร่งรัดเรื่องการปฏิรูปประเทศ แต่ก็สนับสนุนเรื่องสงครามกับเยเมน และในที่สุด เมื่อถึงเวลาที่กษัตริย์ซัลมานเดินทางไปวอชิงตันเข้าจริงๆ การสนทนากลับสั้น และฝ่ายซาอุกลับเป็นฝ่าย (ต้อง)ฟัง และการสนทนากลับเน้นไปที่ลูกมากกว่าพ่อ …แต่ โปรดสังเกตดูรูปภาพการสนทนา ระหว่างนายโอบามา กับ กษัตริย์ซาลมาน ที่ผมเอามาลงประกอบนิทานตอนนี้ ผมกลับเห็นสวนทาง กับไอ้เขี้ยวซีไอเอ ผมดูว่า ใบตองแห้งน่าจะเป็นฝ่าย ใกล้จะลงไปนั่งกับพื้น พนมมือพูดกับกษัตริย์ซาลมานร่อมร่อแล้ว เหมือนกับเป็นตัวปลอม คนละคน กับที่พูด กับคุณพี่ปูติน หรือ อาเฮียสี ช่วงวันประชุมสหประชาชาติ อย่างไม่น่าเชื่อ น่าสนใจนะครับ ไอ้เขี้ยวยาวซีไอเอ ยังบอกว่า บิน นาเยฟ อาจจะเป็นคนที่เข้ากับอเมริกันได้มากที่สุด ในจำนวนผู้ที่อยู่ในเส้นทางที่จะครองบัลลังค์ซาอูด และเขาอาจจะเป็นคนที่เก่งเรื่องข่าวกรองมากที่สุดในโลกตะวันออกกลาง ที่อเมริกาชื่นชม ถึงขนาดบอกว่า ฉลาดที่สุดในรุ่นเดียวกัน และต่างกับพ่อของเขา the Black Price และ บิน นาเยฟ ดูเหมือนจะพอทำงานร่วมกับอเมริกันได้ และเข้ากับโอบามาได้ดี ที่แคมป์เดวิด แต่ บิน นาเยฟ มีเรื่องต้องรับผิดชอบมากกว่าทุกคนในรุ่นเดียวกัน และมันจะมากขึ้น หลังเทศกาลอาหรับสปริงจบจริงๆ ในตะวันออกกลาง อเมริกาบอกว่า บิน นาเยฟ น่าจะรู้ดีว่า เขาต้องมีเพื่อนในยามนั้น… ที่เล่ามาทั้ง 8 ตอนนี้ สรุปได้ว่า เป็นรายการ ทั้งขู่เข็ญ ทั้งเปิดโปง ทั้งปิดปาก ของอเมริกา ต่อเพื่อนรัก ที่คบกันมากว่า 70 ปี อย่างน่าชื่นชมในฝีมือการเขียน ซีไอเอเก๋า เขี้ยวยาวเจ้าของบทความขู่สท้านโลก ตบท้ายว่า…. แต่วอชิงตัน จะทำใจยอมรับ อย่างไม่หลอกตัวเอง ไม่มีภาพลวงตา หรือเหมาเอาเอง ได้หรือไม่ว่า ซาอุดิอารเบียที่เป็นประเทศ ที่ยังปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชที่ใหญ่ที่สุด ที่ยังเหลืออยู่ในโลก กับราชวงศ์ซาอูด จะไม่มีวันยอมเปลี่ยนแปลง การปกครองประเทศของตน ไปจากแบบที่เป็นอยู่ปัจจุบันอย่างง่ายๆ และราชวงศ์ซาอูด ก็จะไม่มีวันตัดขาดกับกลุ่มวะฮาบีและเปลี่ยนแปลงความเชื่อของเขา และไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์ซัลมาน เจ้าชายบิน นาเยฟ หรือเจ้าชายบิน ซาลมาน รวมทั้งราชวงศ์ที่เหลือทุกคน ต่างมีความเชื่อว่า พวกเขาอยู่รอดมาได้เช่นนี้กว่า 250 ปีแล้ว ท่ามกลางการเมืองที่ร้อนระอุ และรุนแรง และพวกเขาก็คิดว่า จะอยู่รอดแบบนี้ ต่อไป… ซาอุดิอารเบียและอเมริกา จะจับมือกันต่อไปไหม จะจับมือแบบอยู่รอดด้วยกัน หรือจับมือฉิบหายไปด้วยกัน หรือพวกเขาจะแยกทางกันเดิน และแยกทางกันเละ … รออ่านตอนสุดท้ายของนิทานเรื่องนี้ อย่าพลาดนะครับ! สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 24 ต.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 698 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าวลือ ข่าวลวง ตอนที่ 5

    ” ข่าวลือ ข่าวลวง”
    ตอน 5
    เป็นเวลากว่า 3 ปี ที่ซาอุดิอารเบียใช้เวลากวาดกลุ่มอัลไคดา ให้หมดไปจากบ้านตัวเอง อัลไคดาหมดไปจากซาอุ แต่ไม่ได้สูญพันธ์ กลับขยายตัวแพร่กระจายไปทั่วตะวันออกกลาง และอาฟริกา ในปี ค.ศ.2009 กลุ่มอัลไคดาที่หลบออกไปจากซาอุ ไปโผล่ที่เยเมนแทน และมีแผนที่จะระเบิดเครื่องบินที่จะบินไปอเมริกา บิน นาเยฟ หรือ MBN ตามที่อเมริกาเรียก ได้แจ้งข่าวนี้ไปทางวอชิงตัน และในที่สุดก็จับตัวคนที่พกระเบิดขึ้นเครื่องบินได้ (อ่านรายละเอียดตอนนี้ได้ในนิทานเรื่อง “แผนชั่ว”)
    บิน นาเยฟ ได้รับความชื่นชมจากอเมริกาอย่าง ยิ่ง ถึงขนาดเรียกเขาว่า เป็นเจ้าพ่อข่าวกรอง บิน นาเยฟ ยังแสดงผลงานต่อ เมื่อ อับดุลลา อสิรี Abdullah Asiri อัลไคดา ระดับหัวหน้าคนหนึ่ง ตกลงจะมอบตัว โดยมีเงื่อนไขว่า จะมอบตัวกับ บิน นาเยฟ คนเดียวเท่านั้น และถ้า บิน นาเยฟ ตกลง เขาอาจจะพูดให้พี่ชาย อิบราฮิม อสิรี Ibrahim Asiri มือวางระเบิดคนสำคัญ มามอบตัวอีกด้วย บิน นาเยฟ ตกลง และนัดมอบตัวกัน ในวันที่ 27 สิงหาคม ค.ศ.2009
    เมื่อพบกัน ทั้ง 2 นั่งบนเบาะที่วางบนพื้น หันหน้าเข้าหากัน หลังจากนั้น อสิรี ก็ร้องไห้ และหยิบโทรศัพท์ที่ซ่อนมาในเสื้อคลุม ขอโทรไปหาครอบครัว และพูดกับพี่ชาย พูดเสร็จก็ยื่นโทรศัพท์ให้บิน นาเยฟ บอกว่าพี่ชายจะพูดด้วย ระหว่างที่ บิน นาเยฟ ยื่นมือไปรับโทรศัพท์ พร้อมกล่าวคำทักทาย อิสิรี ก็กดระเบิดที่ซ่อนมาในทวารหนัก ระเบิดเป็นหลุมลึกใต้เบาะที่เขานั่ง ส่วนตัวเขา แหลกละเอียด ตายต่อหน้า บิน นาเยฟ ซึ่งโดนสะเก็ดระเบิดด้วย แต่ไม่สาหัส
    ในปี ค.ศ.2011 เจ้าชายนาเยฟ the Black Prince ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นมงกุฏราชกุมาร ซึ่งทำให้ฝั่งอเมริกาตาเหลือกไปทั้งทำเนียบในวอชิงตัน และ ในปีนั้นเอง ตะวันออกกลางก็เกิดเทศกาลอาหรับสปริง ที่อเมริกาอ้างว่า ได้รับการชื่นชมจากพวกตะวันตก อย่างยิ่ง ที่ผู้นำเผด็จการทั้งหลาย ต่างร่วงผล่อยไปตามๆกัน ไล่มาตั้งแต่ตูนิเซีย อียิปต์ และมาถึง บาห์เรน เพื่อนบ้านของซาอุดิ อารเบีย
    มันเป็นการเขียนเสือให้วัว หรืออูฐ กลัว หรือเปล่านะ
    เจ้าชายนาเยฟ เดือดดาลมาก ที่โอบามา บีบให้มูบารัคประธานาธิบดีของอียิปต์ลาออก และเมื่อบาห์เรน ซึ่งดูเหมือนจะเจอเทศกาลอาหรับสปริงไปด้วย นาเยฟ ไม่ยอมให้บาห์เรนเป็นเหมือนอียิปต์ เขาให้ราชวงศ์ซาอูด ช่วยราชวงศ์ของบาห์เรน ซึ่งเป็นนิกายสุนนีด้วยกัน จึงทำให้เกิดมีการเผชิญหน้ากัน ระหว่างนิกายชีอะ กับสุนนี่ในบาห์เรนอีกด้วย การปราบปรามในบาห์เรนใช้ไม้แข็ง หรือลูกตะกั่ว ซึ่งอเมริกาอ้างว่า ได้ประท้วงการใช้ความรุนแรงอย่างนั้นแล้ว แต่ก็ไม่สำเร็จ และกองทัพของซาอุดิอารเบีย ก็ยังอยู่เต็มในบาห์เรนจนทุกวันนี้
    เจ้าชายนาเยฟ หรือ the Black Prince ในสายตาของอเมริกา ได้ชื่อว่า เป็นผู้ที่เข้มงวด และใช้อำนาจของซาอุดิอารเบียอย่างเต็มอัตรา อเมริกาเหน็บแนมว่า เจ้าชายนาเยฟ กำลังส่งเสริมให้ซาอุดิอารเบียใช้อำนาจของราชวงศ์ซาอูด แบบ “Pax Saudiana” คือสันติภาพและเสรีภาพแบบซาอุดิอารเบีย ใครที่ไม่ปฏิบัติตาม เป็นผู้ก่อการร้ายทั้งสิ้น
    … แล้วต่างอะไรกับ Pax Americana ของอเมริกา ต้องเป็นประชาธิปไตย ต้องมีเสรีภาพ ต้องทำตามที่กูบอกเท่านั้น...ไม่งั้นเป็นผู้ก่อการร้าย….ฮาครับ
    นอกจากนี้ เจ้าชายนาเยฟ ยังถูกอเมริกาวิจารณ์ว่า เจ้าชาย เป็นคนยุ กษัตริย์ อับดุลลาห์ ว่า อย่ายอมใจอ่อน กับพวกที่ต้องการให้มีการปฏิรูป เด็ดขาด ขณะที่กษัตริย์อับดุลลาห์ มีแนวโน้มที่จะเดินสายกลาง โดยพยายามจะเปลี่ยนประเทศ อย่างช้าๆเป็นขั้นตอน เน้นให้ประชาชนมีการศึกษามากขึ้น และ เคยพูดว่า อาจเปิดทางให้ผู้หญิงมีสิทธิขับรถได้ด้วย นอกจากนี้ กษัตริย์อับดุลลาห์ ยังจัดสรรเงินเป็นจำนวนมาก เพื่อปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของชนชั้นกลาง และชั้นล่างของ ซาอุดิอารเบียอีกด้วย
    ถึงกระนั้น ในสายตาของอเมริกา กษัตริย์อับดุลลาห์ ก็ไม่เคยแตะเรื่องที่เกี่ยวกับความเชื่อของศาสนาเลย และเจ้าชาย บิน นาเยฟ ที่รับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีมหาดไทยแทนพ่อ ก็เคร่งครัดเรื่องศาสนา และดำเนินการรุนแรง กับผู้ที่กระทำผิดทางคำสอนของศาสนาเช่นกัน
    อเมริกาบอก บิน นาเยฟ อาจจะเชี่ยวชาญ ในการจัดการกับผู้ก่อการร้ายในราชอาณาจักรซาอุดิอารเบีย แต่ไม่เห็นอันตราย ของการห้ามประชาชนที่จะแสดงความเห็นอย่างอิสระ และทำให้ความพยายามของอับดุลลาห์ ที่จะปฏิรูปประเทศ ก็เลยเหมือนกับค้างอยู่กลางทาง
    เจ้าชายนาเยฟ ขึ้นมาเป็นมงกุฏราชกุมารได้เพียงปีเดียว ใน ปี ค.ศ.2012 ก็ล้มป่วยและสิ้นพระชนม์ในวัย 78 ปี ที่โรงพยาบาลในเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ พร้อมกับเสียงถอนหายใจโล่งอก ดังยาวไปทั้งทางเดินที่ทำเนียบในวอชิงตัน …..นี่ ผมเขียนตามถ้อยคำ ที่คนเขียนบทความเกี่ยวกับ the Black Prince ใช้เลยนะครับ
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    21 ต.ค. 2558
    ข่าวลือ ข่าวลวง ตอนที่ 5 ” ข่าวลือ ข่าวลวง” ตอน 5 เป็นเวลากว่า 3 ปี ที่ซาอุดิอารเบียใช้เวลากวาดกลุ่มอัลไคดา ให้หมดไปจากบ้านตัวเอง อัลไคดาหมดไปจากซาอุ แต่ไม่ได้สูญพันธ์ กลับขยายตัวแพร่กระจายไปทั่วตะวันออกกลาง และอาฟริกา ในปี ค.ศ.2009 กลุ่มอัลไคดาที่หลบออกไปจากซาอุ ไปโผล่ที่เยเมนแทน และมีแผนที่จะระเบิดเครื่องบินที่จะบินไปอเมริกา บิน นาเยฟ หรือ MBN ตามที่อเมริกาเรียก ได้แจ้งข่าวนี้ไปทางวอชิงตัน และในที่สุดก็จับตัวคนที่พกระเบิดขึ้นเครื่องบินได้ (อ่านรายละเอียดตอนนี้ได้ในนิทานเรื่อง “แผนชั่ว”) บิน นาเยฟ ได้รับความชื่นชมจากอเมริกาอย่าง ยิ่ง ถึงขนาดเรียกเขาว่า เป็นเจ้าพ่อข่าวกรอง บิน นาเยฟ ยังแสดงผลงานต่อ เมื่อ อับดุลลา อสิรี Abdullah Asiri อัลไคดา ระดับหัวหน้าคนหนึ่ง ตกลงจะมอบตัว โดยมีเงื่อนไขว่า จะมอบตัวกับ บิน นาเยฟ คนเดียวเท่านั้น และถ้า บิน นาเยฟ ตกลง เขาอาจจะพูดให้พี่ชาย อิบราฮิม อสิรี Ibrahim Asiri มือวางระเบิดคนสำคัญ มามอบตัวอีกด้วย บิน นาเยฟ ตกลง และนัดมอบตัวกัน ในวันที่ 27 สิงหาคม ค.ศ.2009 เมื่อพบกัน ทั้ง 2 นั่งบนเบาะที่วางบนพื้น หันหน้าเข้าหากัน หลังจากนั้น อสิรี ก็ร้องไห้ และหยิบโทรศัพท์ที่ซ่อนมาในเสื้อคลุม ขอโทรไปหาครอบครัว และพูดกับพี่ชาย พูดเสร็จก็ยื่นโทรศัพท์ให้บิน นาเยฟ บอกว่าพี่ชายจะพูดด้วย ระหว่างที่ บิน นาเยฟ ยื่นมือไปรับโทรศัพท์ พร้อมกล่าวคำทักทาย อิสิรี ก็กดระเบิดที่ซ่อนมาในทวารหนัก ระเบิดเป็นหลุมลึกใต้เบาะที่เขานั่ง ส่วนตัวเขา แหลกละเอียด ตายต่อหน้า บิน นาเยฟ ซึ่งโดนสะเก็ดระเบิดด้วย แต่ไม่สาหัส ในปี ค.ศ.2011 เจ้าชายนาเยฟ the Black Prince ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นมงกุฏราชกุมาร ซึ่งทำให้ฝั่งอเมริกาตาเหลือกไปทั้งทำเนียบในวอชิงตัน และ ในปีนั้นเอง ตะวันออกกลางก็เกิดเทศกาลอาหรับสปริง ที่อเมริกาอ้างว่า ได้รับการชื่นชมจากพวกตะวันตก อย่างยิ่ง ที่ผู้นำเผด็จการทั้งหลาย ต่างร่วงผล่อยไปตามๆกัน ไล่มาตั้งแต่ตูนิเซีย อียิปต์ และมาถึง บาห์เรน เพื่อนบ้านของซาอุดิ อารเบีย มันเป็นการเขียนเสือให้วัว หรืออูฐ กลัว หรือเปล่านะ เจ้าชายนาเยฟ เดือดดาลมาก ที่โอบามา บีบให้มูบารัคประธานาธิบดีของอียิปต์ลาออก และเมื่อบาห์เรน ซึ่งดูเหมือนจะเจอเทศกาลอาหรับสปริงไปด้วย นาเยฟ ไม่ยอมให้บาห์เรนเป็นเหมือนอียิปต์ เขาให้ราชวงศ์ซาอูด ช่วยราชวงศ์ของบาห์เรน ซึ่งเป็นนิกายสุนนีด้วยกัน จึงทำให้เกิดมีการเผชิญหน้ากัน ระหว่างนิกายชีอะ กับสุนนี่ในบาห์เรนอีกด้วย การปราบปรามในบาห์เรนใช้ไม้แข็ง หรือลูกตะกั่ว ซึ่งอเมริกาอ้างว่า ได้ประท้วงการใช้ความรุนแรงอย่างนั้นแล้ว แต่ก็ไม่สำเร็จ และกองทัพของซาอุดิอารเบีย ก็ยังอยู่เต็มในบาห์เรนจนทุกวันนี้ เจ้าชายนาเยฟ หรือ the Black Prince ในสายตาของอเมริกา ได้ชื่อว่า เป็นผู้ที่เข้มงวด และใช้อำนาจของซาอุดิอารเบียอย่างเต็มอัตรา อเมริกาเหน็บแนมว่า เจ้าชายนาเยฟ กำลังส่งเสริมให้ซาอุดิอารเบียใช้อำนาจของราชวงศ์ซาอูด แบบ “Pax Saudiana” คือสันติภาพและเสรีภาพแบบซาอุดิอารเบีย ใครที่ไม่ปฏิบัติตาม เป็นผู้ก่อการร้ายทั้งสิ้น … แล้วต่างอะไรกับ Pax Americana ของอเมริกา ต้องเป็นประชาธิปไตย ต้องมีเสรีภาพ ต้องทำตามที่กูบอกเท่านั้น...ไม่งั้นเป็นผู้ก่อการร้าย….ฮาครับ นอกจากนี้ เจ้าชายนาเยฟ ยังถูกอเมริกาวิจารณ์ว่า เจ้าชาย เป็นคนยุ กษัตริย์ อับดุลลาห์ ว่า อย่ายอมใจอ่อน กับพวกที่ต้องการให้มีการปฏิรูป เด็ดขาด ขณะที่กษัตริย์อับดุลลาห์ มีแนวโน้มที่จะเดินสายกลาง โดยพยายามจะเปลี่ยนประเทศ อย่างช้าๆเป็นขั้นตอน เน้นให้ประชาชนมีการศึกษามากขึ้น และ เคยพูดว่า อาจเปิดทางให้ผู้หญิงมีสิทธิขับรถได้ด้วย นอกจากนี้ กษัตริย์อับดุลลาห์ ยังจัดสรรเงินเป็นจำนวนมาก เพื่อปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของชนชั้นกลาง และชั้นล่างของ ซาอุดิอารเบียอีกด้วย ถึงกระนั้น ในสายตาของอเมริกา กษัตริย์อับดุลลาห์ ก็ไม่เคยแตะเรื่องที่เกี่ยวกับความเชื่อของศาสนาเลย และเจ้าชาย บิน นาเยฟ ที่รับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีมหาดไทยแทนพ่อ ก็เคร่งครัดเรื่องศาสนา และดำเนินการรุนแรง กับผู้ที่กระทำผิดทางคำสอนของศาสนาเช่นกัน อเมริกาบอก บิน นาเยฟ อาจจะเชี่ยวชาญ ในการจัดการกับผู้ก่อการร้ายในราชอาณาจักรซาอุดิอารเบีย แต่ไม่เห็นอันตราย ของการห้ามประชาชนที่จะแสดงความเห็นอย่างอิสระ และทำให้ความพยายามของอับดุลลาห์ ที่จะปฏิรูปประเทศ ก็เลยเหมือนกับค้างอยู่กลางทาง เจ้าชายนาเยฟ ขึ้นมาเป็นมงกุฏราชกุมารได้เพียงปีเดียว ใน ปี ค.ศ.2012 ก็ล้มป่วยและสิ้นพระชนม์ในวัย 78 ปี ที่โรงพยาบาลในเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ พร้อมกับเสียงถอนหายใจโล่งอก ดังยาวไปทั้งทางเดินที่ทำเนียบในวอชิงตัน …..นี่ ผมเขียนตามถ้อยคำ ที่คนเขียนบทความเกี่ยวกับ the Black Prince ใช้เลยนะครับ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 21 ต.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 566 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลองเชิง ตอนที่ 9

    “ลองเชิง”
    ตอน 9
    มาถึงตอนนี้ เราคงเห็นแล้วว่า ตัวละครสำคัญในฉากซีเรีย คงไม่พ้นซาอุดิอารเบีย เสี่ยปั๊มใหญ่ แบบนี้ที่เชียร์กัน ให้รัสเซียอุ้มสมซาอุ จะไหวละหรือ
    เอาละ คุณพี่ปูตินอาจจะทำ เพื่อผลประโยชน์ภายหน้า และสะใจบางคน แต่ผมว่าเขาคงไม่อุ้มกันตอนกำลังเล่นฉากซีเรียนี้หรอก
    ทบทวนกันอีกที ตัวละครกลุ่มแรกในฉากซีเรียคือ พวกกลุ่มมุสลิมเคร่ง สาระพัดพันธ์ุ ที่อ้างว่ามีเป้าหมาย จะทำให้ตะวันออกกลางทั้งหมดเป็นรัฐอิสลาม เลยทนซีเรียที่ไม่เคร่งศาสนาไม่ได้
    กลุ่มนี้เรียกกันว่า กลุ่มกบฏซีเรีย ที่มาพวกเขาเป็นอย่างไรรู้กันแล้วนะครับ แต่ที่จะไป ยังไม่รู้ กำลังดูอยู่ว่า ค่ายรัสเซีย จีน อิหร่าน จะเล่นถึงไหน แค่ปัดกวาดกลุ่มนี้ออกจากซีเรีย หรือจะเล่นถึงเก็บเกลี้ยงเกลา
    ตัวละครกลุ่มที่สองคือ กลุ่มไม่รัก หรือศัตรูของซีเรียในตะวันออกกลาง ที่มีอยู่แยะ แต่ตัวเด็ดๆ ก็คือ ซาอุดิอารเบีย อิสราเอล ตุรกี และกาตาร์… นั่นแน่ ค่อยๆโผล่มาเข้าฉาก เสี่ยสำอางค์ซุ่มเงียบ
    เสี่ยปั๊มใหญ่ซาอุ ไม่ชอบเล่นออกหน้า แต่ชอบดันอยู่ข้างหลัง จึงใช้เจ้าชายซุกเข่า บันดาร์ บิน สุลต่าน เป็นคนเดินเกมประสาน
    เสี่บปั๊มใหญ่บอกว่า เรารบอิหร่าน ซีเรีย อยู่รายเดียวนี่ คงเหนื่อย ไปเอาตุรกี นกหลายหัวมาร่วมด้วยดีกว่า อย่างน้อยก็เป็นอิสลามด้วยกัน
    จะหวังพึ่งอืสราเอล ที่คุณพ่อเจ้าของโรงพิมพ์กระดาษสีเขียว ตรานกอินทรีย์ ส่งมา ก็เกรงว่าจะเชื่อใจ ได้แค่เสี้ยวเดียว
    ตุรกีก็คงคิดว่า เออ ดีเหมือนกัน ถ้าอเมริกาสนับสนุนให้ช่วยกันเล่นซีเรีย อิหร่าน เอาให้ร่วง คู่แข็งที่จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าใหญ่ในตะวันออกกลาง ก็จะน้อยลง
    ยิ่งเหลืออย่างเสี่ยปั๊มใหญ่กับเด็กๆ เสี่ยสำอางค์ แหม ไม่อยากพูด ไก่อ่อน ขันยังไม่เป็น คิดจะไปเป็นไก่ชนชิงเมือง เอะ หมายถึงใครนะ ไก่อ่อน
    กาตาร์ รวยจนเบื่อ คงอยากเป็นลูกพี่ มีลูกน้องกับเขาบ้างกระมัง เลยบอกตุรกี งานนี้เราเล่นด้วย เจ้าชายซุกเข่า รู้เข้าก็เต้น เด็กวานซืน เจ้าไม่ต้องมาสะเออะ
    กาตาร์เลยให้ตุรกีออกหน้าแทน ตุรกีไม่ขัดใจ เรื่องใช้เงินคนอื่นสร้างบารมีให้ตัวเองนี่ มีใครไม่เอามั่ง มันมือจะตาย
    นั่นมันเรื่องในช่วง ค.ศ.2011 เล่าย้อนไปถึงตัวละครสำคัญบางตัว ก่อนที่เจ้าชายซุกเข่า จะถูกปลดนะครับ
    ช่วงนั้น อเมริกาเฝ้าดูอยู่อย่างใกล้ชิดจากอีกทวีปหนึ่ง อเมริกาบอก เรา (ยัง) ไม่จำเป็นต้องเข้ามาบุกซีเรีย ให้คนตะวันออกกลาง เขาจัดการกันไปก่อน แต่เรื่องซีเรียก็ไม่ไปถึงไหน อเมริกาชักขี้เกียจรอ เลยคิดใช้ ก็อก 2
    อเมริกาบอก อย่างนี้ต้องใช้มาตรการสากล ผ่านองค์กรนานาชาติคือ สหประชาชาติแล้ว ฟังดูหรูน่าเกรงขามมาก ถุด ลูกกระเป๋งทั้งนั้น นั่งพยักหน้ากันหงึกหงัก ตบมือกราว เวลาคุณพ่อ (พวกมึง) ขึ้นไปพล่าม
    อเมริกาให้ยื่นเรื่องเข้าสหประชาชาติ และขอ (หรือสั่ง) ให้คณะมนตรีความมั่นคง มีมติให้กองกำลังของนาโต้ เข้าไปดำเนินการกับรัฐบาลซีเรีย และ ให้สหประชาชาติ มีมติกำหนดเขตห้ามบินในซีเรีย no fly zone อเมริกาเตรียมแผนทลายซีเรีย โดยใช้แผนเดียวกับที่อเมริกาเคยใช้กับลิเบีย (อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับลิเบีย ในนิทานเรื่อง “แผนชั่ว” ครับ)
    แต่คราวนี้ คำสั่งของอเมริกาไม่ศักดิ์สิทธิเหมือนเดิม ทั้งรัสเซียและจีน ใช้สิทธิคัดค้าน ในคณะมนตรีความมั่นคง ของสหประชาชาติถึง 2 ครั้ง ในวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ.2011 และวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2012 รัสเซียและจีนยืนยันว่า ไม่ยินยอมให้นาโต้บอมบ์ซีเรีย และนี่เป็นสาเหตุให้ เจ้าชาย บิน สุลต่าน บุกไปถึงมอสโคว์ หวังจะข่มขู่คุณพี่ปูตินให้ปล่อยมือที่อุ้มซีเรีย แต่เจ้าชายกลับเยินออกมา
    ตกลงแผนใช้เจ้าชายซุกเข่า จัดตัวละครชุดนักรบ ตัวละครชุดเสี่ยตะวันออกกลาง ก็พายไม่ไป โล้ไม่ออก แผนมติสหประชาชาติก็ฝ่อ คราวนี้อเมริกาเปลี่ยนแผน (อีก) สั่งระดมพล พวกลูกขุนลูกหาบนานาชาติ มาคอยพยัก ตั้งกลุ่มเพื่อนของซีเรีย Friends of Syria เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.2012 ประกาศตัวว่า จะร่วมกันโค่นรัฐบาลอัสสาดให้จงได้
    นี่ จึงนับเป็นตัวละครกลุ่มที่สาม ที่มาเข้าฉากซีเรีย
    กลุ่มที่สาม ลูกหาบนานาชาติ นำโดยนายซาโกซี่ ประธานาธิบดีฝรั่งเศสขณะนั้น รับคำสั่งเป็นตัวต้ังตัวตี จัดกลุ่มขึ้นในช่วงต้นปี ค.ศ.2012 รวบรวมพรรคพวกได้ถึง 70 ประเทศ มีการประชุมกันครั้งแรกเดือนกุมภา ที่ตูนีเซีย พอเมษา ก็ประชุมอีกที่ตุรกี กลางปีมาประชุมที่ปารีส ตามต่อที่การ์ต้า ปลายปีไปประชุมที่มาราเกซ เขาว่า การประชุมทุกครั้ง ไอ้ไก่อ่อน เสี่ยปั๊มสิงห์สำอาง กาตาร์ เป็นคนควักกระเป๋าทั้งนั้น ตกลงเรื่องไล่นายอัสซาด นี่ ดูเหมือนจะเป็นงานหลักของกาตาร์ หรือไงนะ
    เรื่องกลุ่มลูกหาบนานาชาติ นี่ มันสนุกยิ่งกว่าหนังแขก ตอนตั้งใหม่ๆต้นปี ค.ศ.2012 มีพรรคพวกมาร่วม 70 ประเทศ พอถึงปลายปี ตายแล้ว สมาชิกเพิ่มเป็น 114 ประเทศ ไปล่อมาจากไหนจ้ะ แยะจัง สงสัยไก่อ่อนจ่ายอ่วม อ้าว แล้วกัน พอถึงปี 2013 กลุ่มลูกหาบ เหลือ แค่ 11 ประเทศ ผมไม่ได้เขียนผิดครับ ตอนหลังเขาเลยเรียกกันว่า “กลุ่มลอนดอน 11” เหลือแค่ อียิปต์ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี จอร์แดน การ์ต้า ซาอุดิอารเบีย ตุรกี สมาพันธรัฐเอมิเรต อังกฤษ และอเมริกา ดูรายชื่อแล้ว คนอ่านนิทานคงประเมินได้นะครับ ว่า ลอนดอน 11 นี่ มันใครเป็นใคร ไก่อ่อน นี่มันจะเป็นไก่ตุ๋น แล้วยังไม่รู้ตัว ศักยภาพสูงจริงๆ
    เดี๋ยวลืม ขอแถมนิด อัลจาซีรา ของกาตาร์ นี่ คนวางแผน จัดตั้ง จัดรายการ เขียนข่าว รวมทั้งพิธีกร นี่เขาว่า บีบีซีของอังกฤษ รับเหมามาทำให้หมดนะครับ เพราะช่วงนั้น (และช่วงนี้) อังกฤษเศรษฐกิจดีมาก เลิกกิจการไปหลายอย่าง ร่วมทั้งลดขนาดกิจการของบีบีซี กาตาร์ กำลังอยากมีสื่อระดับโลกของตัวเอง เลยเหมาไปหมด ก็คงทำให้เห็นสัมพันธ์ของกลุ่ม 11 ชัดเจนขึ้น และถ้าเราสังเกตกัน กาตาร์ นี่ดูเหมือนกลิ่นจะออกเป็นตะวันตก มากกว่าตะวันออกกลางเสียแล้ว
    เมื่อมติสหประชาชาติ ไม่ออกมา มันก็ถึงคิว ที่กลุ่มไอซิสต้องออกมาแทน
    แล้วไอซิสพันธ์ุโหดก็เริ่มรายการยึดซีเรียในปี ค.ศ.2013 ยึดได้ไปหลายเมือง แต่อัสสาดก็ยังอยู่ แถมในเดือนกรกฏาคม ค.ศ.2013 ไอซิสเริ่มรักษาเมืองที่ไปยึดไว้ไม่ได้ และดันเป็นเมืองที่สำคัญ อัล คูเซร Al-Qusayr
    เรื่องซีเรียใช้อาวุธเคมี จึงออกมาโหมใหม่ ในเดือนสิงหาคม ค.ศ.2013 หลังจากนั้น อัสสาดก็มีชื่อติดอันดับโลก เป็นฆาตกรฆ่าประชาชน ที่โลกรังเกียจอย่างยิ่ง โลกเรียกร้องว่า อเมริกาต้องเข้ามาจัดการแล้ว อเมริกาจะปล่อยให้คนซีเรียถูกฆ่าอย่างนี้ต่อไปหรือ บทเขาต่อเนื่องดีแบบเน่าๆ
    สื่อในตะวันออกกลางลงข่าวว่า ในเดือนกันยายน ค.ศ.2013 อเมริกายิงจรวดใส่ซีเรียจริงๆ ยิงไป 2 ลูก ข้ามทะเลเมดิเตอเรเนียนมา แต่เรดาร์รัสเซียจับได้ ลูกหนึ่งจึงถูกรัสเซียยิงสวนระเบิดกลางอากาศ และอีกลูก ถูกระบบรัสเซียบังคับให้ลงทะเล เรื่องศักยภาพอาวุธมาแล้ว
    เรื่องนี้ สื่อตะวันตกไม่มีแอะออกมาเลย เงียบเหมือนใบ้กิน สื่อตะวันออกกลางลงกันเต็ม เหตุการณ์นี้น่าจะทำให้อเมริกา คิดหนักว่า ถ้าจะเล่นซีเรีย ก็ต้องเจอกับรัสเซียแน่นอน อเมริกาจึงปรับแผน (อีกแล้ว) หันไปตีประตูหลังบ้านรัสเซีย เพื่อให้รัสเซียปั่นป่วนบ้าง แล้วเหตุการณ์ ยูเครนจึงเกิดขึ้นอีก ในปลายเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.2013
    ถ้า ฉากซีเรียยุคใหม่นี้ ยังเล่นอยู่ต่อไป โดยรัสเซียยังเป็นพระเอก อีกไม่นาน เราคงได้เห็นแถบยูเครนก็คงร้อนขึ้นมาใหม่ เหมือนอย่างตอนนี้ ที่อเมริกากำลังจุดเรื่องอาฟกานิสถาน ขึ้นมาอีก เพื่อเตรียมเอากองกำลัง กลับเข้าไปในอาฟกานิสถาน หลังจากประกาศถอนกำลังออกไปไม่นานมานี้
    อเมริกาจะพยายามแหย่ให้รัสเซียปั่นป่วน ห่วงหน้าพะวงหลัง เพราะอเมริกาและพวก คงไม่ปล่อยให้รัสเซียและพวก คุมซีเรียและบริเวณใกล้เคียงแน่นอน
    เขียนยาวมาถึงตอนนี้ ท่านผู้อ่านก็คง งง ลุงเล่ามาในตอนต้นๆ ว่า ทำไมรัสเซีย อิหร่าน จีน ต้องจับมือกัน นั่น มันก็พอมีเหตุผล เกี่ยวกับความอยู่รอด แต่ ไอ้อีกฝ่ายนี่สิ ทำไมมันถึงจองกฐินซีเรีย ติดต่อกันถึง 4 ปีแล้ว ยังไม่เลิก และไอ้กลุ่ม 11 มันทำไมถึงเอาเป็นเอาตายเรื่องซีเรีย ลุงบรรยายเสียยาว ถึงตัวละคร แต่เรื่องมันเหมือนไม่ค่อยมีน้ำหนักนะ อย่าเพิ่งสรุปอย่างนั้นนะครับ ช่วย อดใจรอตอน 10 หน่อย อาจจะถึงบางอ้อ

    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    8 ต.ค. 2558
    ลองเชิง ตอนที่ 9 “ลองเชิง” ตอน 9 มาถึงตอนนี้ เราคงเห็นแล้วว่า ตัวละครสำคัญในฉากซีเรีย คงไม่พ้นซาอุดิอารเบีย เสี่ยปั๊มใหญ่ แบบนี้ที่เชียร์กัน ให้รัสเซียอุ้มสมซาอุ จะไหวละหรือ เอาละ คุณพี่ปูตินอาจจะทำ เพื่อผลประโยชน์ภายหน้า และสะใจบางคน แต่ผมว่าเขาคงไม่อุ้มกันตอนกำลังเล่นฉากซีเรียนี้หรอก ทบทวนกันอีกที ตัวละครกลุ่มแรกในฉากซีเรียคือ พวกกลุ่มมุสลิมเคร่ง สาระพัดพันธ์ุ ที่อ้างว่ามีเป้าหมาย จะทำให้ตะวันออกกลางทั้งหมดเป็นรัฐอิสลาม เลยทนซีเรียที่ไม่เคร่งศาสนาไม่ได้ กลุ่มนี้เรียกกันว่า กลุ่มกบฏซีเรีย ที่มาพวกเขาเป็นอย่างไรรู้กันแล้วนะครับ แต่ที่จะไป ยังไม่รู้ กำลังดูอยู่ว่า ค่ายรัสเซีย จีน อิหร่าน จะเล่นถึงไหน แค่ปัดกวาดกลุ่มนี้ออกจากซีเรีย หรือจะเล่นถึงเก็บเกลี้ยงเกลา ตัวละครกลุ่มที่สองคือ กลุ่มไม่รัก หรือศัตรูของซีเรียในตะวันออกกลาง ที่มีอยู่แยะ แต่ตัวเด็ดๆ ก็คือ ซาอุดิอารเบีย อิสราเอล ตุรกี และกาตาร์… นั่นแน่ ค่อยๆโผล่มาเข้าฉาก เสี่ยสำอางค์ซุ่มเงียบ เสี่ยปั๊มใหญ่ซาอุ ไม่ชอบเล่นออกหน้า แต่ชอบดันอยู่ข้างหลัง จึงใช้เจ้าชายซุกเข่า บันดาร์ บิน สุลต่าน เป็นคนเดินเกมประสาน เสี่บปั๊มใหญ่บอกว่า เรารบอิหร่าน ซีเรีย อยู่รายเดียวนี่ คงเหนื่อย ไปเอาตุรกี นกหลายหัวมาร่วมด้วยดีกว่า อย่างน้อยก็เป็นอิสลามด้วยกัน จะหวังพึ่งอืสราเอล ที่คุณพ่อเจ้าของโรงพิมพ์กระดาษสีเขียว ตรานกอินทรีย์ ส่งมา ก็เกรงว่าจะเชื่อใจ ได้แค่เสี้ยวเดียว ตุรกีก็คงคิดว่า เออ ดีเหมือนกัน ถ้าอเมริกาสนับสนุนให้ช่วยกันเล่นซีเรีย อิหร่าน เอาให้ร่วง คู่แข็งที่จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าใหญ่ในตะวันออกกลาง ก็จะน้อยลง ยิ่งเหลืออย่างเสี่ยปั๊มใหญ่กับเด็กๆ เสี่ยสำอางค์ แหม ไม่อยากพูด ไก่อ่อน ขันยังไม่เป็น คิดจะไปเป็นไก่ชนชิงเมือง เอะ หมายถึงใครนะ ไก่อ่อน กาตาร์ รวยจนเบื่อ คงอยากเป็นลูกพี่ มีลูกน้องกับเขาบ้างกระมัง เลยบอกตุรกี งานนี้เราเล่นด้วย เจ้าชายซุกเข่า รู้เข้าก็เต้น เด็กวานซืน เจ้าไม่ต้องมาสะเออะ กาตาร์เลยให้ตุรกีออกหน้าแทน ตุรกีไม่ขัดใจ เรื่องใช้เงินคนอื่นสร้างบารมีให้ตัวเองนี่ มีใครไม่เอามั่ง มันมือจะตาย นั่นมันเรื่องในช่วง ค.ศ.2011 เล่าย้อนไปถึงตัวละครสำคัญบางตัว ก่อนที่เจ้าชายซุกเข่า จะถูกปลดนะครับ ช่วงนั้น อเมริกาเฝ้าดูอยู่อย่างใกล้ชิดจากอีกทวีปหนึ่ง อเมริกาบอก เรา (ยัง) ไม่จำเป็นต้องเข้ามาบุกซีเรีย ให้คนตะวันออกกลาง เขาจัดการกันไปก่อน แต่เรื่องซีเรียก็ไม่ไปถึงไหน อเมริกาชักขี้เกียจรอ เลยคิดใช้ ก็อก 2 อเมริกาบอก อย่างนี้ต้องใช้มาตรการสากล ผ่านองค์กรนานาชาติคือ สหประชาชาติแล้ว ฟังดูหรูน่าเกรงขามมาก ถุด ลูกกระเป๋งทั้งนั้น นั่งพยักหน้ากันหงึกหงัก ตบมือกราว เวลาคุณพ่อ (พวกมึง) ขึ้นไปพล่าม อเมริกาให้ยื่นเรื่องเข้าสหประชาชาติ และขอ (หรือสั่ง) ให้คณะมนตรีความมั่นคง มีมติให้กองกำลังของนาโต้ เข้าไปดำเนินการกับรัฐบาลซีเรีย และ ให้สหประชาชาติ มีมติกำหนดเขตห้ามบินในซีเรีย no fly zone อเมริกาเตรียมแผนทลายซีเรีย โดยใช้แผนเดียวกับที่อเมริกาเคยใช้กับลิเบีย (อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับลิเบีย ในนิทานเรื่อง “แผนชั่ว” ครับ) แต่คราวนี้ คำสั่งของอเมริกาไม่ศักดิ์สิทธิเหมือนเดิม ทั้งรัสเซียและจีน ใช้สิทธิคัดค้าน ในคณะมนตรีความมั่นคง ของสหประชาชาติถึง 2 ครั้ง ในวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ.2011 และวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2012 รัสเซียและจีนยืนยันว่า ไม่ยินยอมให้นาโต้บอมบ์ซีเรีย และนี่เป็นสาเหตุให้ เจ้าชาย บิน สุลต่าน บุกไปถึงมอสโคว์ หวังจะข่มขู่คุณพี่ปูตินให้ปล่อยมือที่อุ้มซีเรีย แต่เจ้าชายกลับเยินออกมา ตกลงแผนใช้เจ้าชายซุกเข่า จัดตัวละครชุดนักรบ ตัวละครชุดเสี่ยตะวันออกกลาง ก็พายไม่ไป โล้ไม่ออก แผนมติสหประชาชาติก็ฝ่อ คราวนี้อเมริกาเปลี่ยนแผน (อีก) สั่งระดมพล พวกลูกขุนลูกหาบนานาชาติ มาคอยพยัก ตั้งกลุ่มเพื่อนของซีเรีย Friends of Syria เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.2012 ประกาศตัวว่า จะร่วมกันโค่นรัฐบาลอัสสาดให้จงได้ นี่ จึงนับเป็นตัวละครกลุ่มที่สาม ที่มาเข้าฉากซีเรีย กลุ่มที่สาม ลูกหาบนานาชาติ นำโดยนายซาโกซี่ ประธานาธิบดีฝรั่งเศสขณะนั้น รับคำสั่งเป็นตัวต้ังตัวตี จัดกลุ่มขึ้นในช่วงต้นปี ค.ศ.2012 รวบรวมพรรคพวกได้ถึง 70 ประเทศ มีการประชุมกันครั้งแรกเดือนกุมภา ที่ตูนีเซีย พอเมษา ก็ประชุมอีกที่ตุรกี กลางปีมาประชุมที่ปารีส ตามต่อที่การ์ต้า ปลายปีไปประชุมที่มาราเกซ เขาว่า การประชุมทุกครั้ง ไอ้ไก่อ่อน เสี่ยปั๊มสิงห์สำอาง กาตาร์ เป็นคนควักกระเป๋าทั้งนั้น ตกลงเรื่องไล่นายอัสซาด นี่ ดูเหมือนจะเป็นงานหลักของกาตาร์ หรือไงนะ เรื่องกลุ่มลูกหาบนานาชาติ นี่ มันสนุกยิ่งกว่าหนังแขก ตอนตั้งใหม่ๆต้นปี ค.ศ.2012 มีพรรคพวกมาร่วม 70 ประเทศ พอถึงปลายปี ตายแล้ว สมาชิกเพิ่มเป็น 114 ประเทศ ไปล่อมาจากไหนจ้ะ แยะจัง สงสัยไก่อ่อนจ่ายอ่วม อ้าว แล้วกัน พอถึงปี 2013 กลุ่มลูกหาบ เหลือ แค่ 11 ประเทศ ผมไม่ได้เขียนผิดครับ ตอนหลังเขาเลยเรียกกันว่า “กลุ่มลอนดอน 11” เหลือแค่ อียิปต์ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี จอร์แดน การ์ต้า ซาอุดิอารเบีย ตุรกี สมาพันธรัฐเอมิเรต อังกฤษ และอเมริกา ดูรายชื่อแล้ว คนอ่านนิทานคงประเมินได้นะครับ ว่า ลอนดอน 11 นี่ มันใครเป็นใคร ไก่อ่อน นี่มันจะเป็นไก่ตุ๋น แล้วยังไม่รู้ตัว ศักยภาพสูงจริงๆ เดี๋ยวลืม ขอแถมนิด อัลจาซีรา ของกาตาร์ นี่ คนวางแผน จัดตั้ง จัดรายการ เขียนข่าว รวมทั้งพิธีกร นี่เขาว่า บีบีซีของอังกฤษ รับเหมามาทำให้หมดนะครับ เพราะช่วงนั้น (และช่วงนี้) อังกฤษเศรษฐกิจดีมาก เลิกกิจการไปหลายอย่าง ร่วมทั้งลดขนาดกิจการของบีบีซี กาตาร์ กำลังอยากมีสื่อระดับโลกของตัวเอง เลยเหมาไปหมด ก็คงทำให้เห็นสัมพันธ์ของกลุ่ม 11 ชัดเจนขึ้น และถ้าเราสังเกตกัน กาตาร์ นี่ดูเหมือนกลิ่นจะออกเป็นตะวันตก มากกว่าตะวันออกกลางเสียแล้ว เมื่อมติสหประชาชาติ ไม่ออกมา มันก็ถึงคิว ที่กลุ่มไอซิสต้องออกมาแทน แล้วไอซิสพันธ์ุโหดก็เริ่มรายการยึดซีเรียในปี ค.ศ.2013 ยึดได้ไปหลายเมือง แต่อัสสาดก็ยังอยู่ แถมในเดือนกรกฏาคม ค.ศ.2013 ไอซิสเริ่มรักษาเมืองที่ไปยึดไว้ไม่ได้ และดันเป็นเมืองที่สำคัญ อัล คูเซร Al-Qusayr เรื่องซีเรียใช้อาวุธเคมี จึงออกมาโหมใหม่ ในเดือนสิงหาคม ค.ศ.2013 หลังจากนั้น อัสสาดก็มีชื่อติดอันดับโลก เป็นฆาตกรฆ่าประชาชน ที่โลกรังเกียจอย่างยิ่ง โลกเรียกร้องว่า อเมริกาต้องเข้ามาจัดการแล้ว อเมริกาจะปล่อยให้คนซีเรียถูกฆ่าอย่างนี้ต่อไปหรือ บทเขาต่อเนื่องดีแบบเน่าๆ สื่อในตะวันออกกลางลงข่าวว่า ในเดือนกันยายน ค.ศ.2013 อเมริกายิงจรวดใส่ซีเรียจริงๆ ยิงไป 2 ลูก ข้ามทะเลเมดิเตอเรเนียนมา แต่เรดาร์รัสเซียจับได้ ลูกหนึ่งจึงถูกรัสเซียยิงสวนระเบิดกลางอากาศ และอีกลูก ถูกระบบรัสเซียบังคับให้ลงทะเล เรื่องศักยภาพอาวุธมาแล้ว เรื่องนี้ สื่อตะวันตกไม่มีแอะออกมาเลย เงียบเหมือนใบ้กิน สื่อตะวันออกกลางลงกันเต็ม เหตุการณ์นี้น่าจะทำให้อเมริกา คิดหนักว่า ถ้าจะเล่นซีเรีย ก็ต้องเจอกับรัสเซียแน่นอน อเมริกาจึงปรับแผน (อีกแล้ว) หันไปตีประตูหลังบ้านรัสเซีย เพื่อให้รัสเซียปั่นป่วนบ้าง แล้วเหตุการณ์ ยูเครนจึงเกิดขึ้นอีก ในปลายเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.2013 ถ้า ฉากซีเรียยุคใหม่นี้ ยังเล่นอยู่ต่อไป โดยรัสเซียยังเป็นพระเอก อีกไม่นาน เราคงได้เห็นแถบยูเครนก็คงร้อนขึ้นมาใหม่ เหมือนอย่างตอนนี้ ที่อเมริกากำลังจุดเรื่องอาฟกานิสถาน ขึ้นมาอีก เพื่อเตรียมเอากองกำลัง กลับเข้าไปในอาฟกานิสถาน หลังจากประกาศถอนกำลังออกไปไม่นานมานี้ อเมริกาจะพยายามแหย่ให้รัสเซียปั่นป่วน ห่วงหน้าพะวงหลัง เพราะอเมริกาและพวก คงไม่ปล่อยให้รัสเซียและพวก คุมซีเรียและบริเวณใกล้เคียงแน่นอน เขียนยาวมาถึงตอนนี้ ท่านผู้อ่านก็คง งง ลุงเล่ามาในตอนต้นๆ ว่า ทำไมรัสเซีย อิหร่าน จีน ต้องจับมือกัน นั่น มันก็พอมีเหตุผล เกี่ยวกับความอยู่รอด แต่ ไอ้อีกฝ่ายนี่สิ ทำไมมันถึงจองกฐินซีเรีย ติดต่อกันถึง 4 ปีแล้ว ยังไม่เลิก และไอ้กลุ่ม 11 มันทำไมถึงเอาเป็นเอาตายเรื่องซีเรีย ลุงบรรยายเสียยาว ถึงตัวละคร แต่เรื่องมันเหมือนไม่ค่อยมีน้ำหนักนะ อย่าเพิ่งสรุปอย่างนั้นนะครับ ช่วย อดใจรอตอน 10 หน่อย อาจจะถึงบางอ้อ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 8 ต.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 706 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลองเชิง ตอนที่ 8

    “ลองเชิง”
    ตอน 8
    เขาว่ากันว่า สิ่งที่อเมริกาสนใจ และใส่ใจที่สุดในตะวันออกกลางคือ น้ำมัน กับอิสราเอลเท่านั้น ที่เถียงกันคือ ใน 2 สิ่ง อเมริกาห่วงสิ่งไหนมากกว่ากัน
    ที่เขาว่ากันแบบนั้น ก็คงไม่ผิดในเชิงการเมือง แต่ ในเชิงยุทธศาสตร์ ผมว่าอเมริกาคงสนใจแค่ 1 สิ่ง ในตะวันออกกลาง คืออเมริกา “จะต้องได้” ตะวันออกกลางทั้งหมดต่างหาก อย่างที่ผมเกริ่นมาในตอนก่อนๆ แต่อเมริกาจะกินตะวันออกกลางทั้งหมด อเมริกาก็ต้องวางแผนให้ดี เพราะห่วงว่าจะมีใครย้อนศร ส่วจรวดมาใส่ไข่แดงของอเมริกา ที่อยู่ในตะวันออกกลางคือ อิสราเอล จนเละทั้งใบ
    ไม่ใช่อเมริการักอิสราเอลมากนักหรอก แต่ยิวที่ขี่คอรัฐบาลอเมริกานั่นสิ ที่อเมริกาต้องห่วง และยิวในอเมริกาก็มีมากเสียด้วย เรียกดาราดังๆเชื้อสายยิวๆ มาเข้าฉากทั้งหมด รัฐบาลอเมริกันอาจพังง่ายๆ ตั้งแต่ผู้อำนวยการสร้าง ผู้กำกับ ดาราตุ๊กตาทอง สื่อทุกรูปแบบ อยู่ในมือยิวเกือบทั้งนั้น อาวุธที่ทำให้อเมริกาเซได้ โดยไม่ต้องถล่มตลาดหุ้น หรือใช้จรวดยิง ก็คือ ใช้ดารากับสื่อนี่แหละครับ เอาหน้าเด่นๆ ผลัดกันมาออกรายการ ตีข่าวเข้าไปทุกวัน คนบ้าดารา เคลิ้มตาม เดี๋ยวก็ได้มีการลาออก หรือเปลี่ยนนโยบายกันให้เห็น
    แต่ไม่ได้หมายความว่า อเมริกาจะไม่มีวันทิ้งยิว …
    อัสซาด คนพ่อ Hafez Assad นั้น เป็นนักยุทธศาสตร์ตัวยง เหลี่ยมลึก มองไกล เขาดูแล้วว่า อิสราเอลเป็นจุดสำคัญที่สุดของตะวันออกกลาง ผมจึงชื่นชมอังกฤษ ไอ้ชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้ายนักว่า มันสุดยอด(ชั่ว)จริงๆ ที่เอายิวไปอยู่ในตะวันออกกลางได้ และให้อยู่ในจุดนั้น
    ลองกลับไปดูแผนที่นะครับ และนึกถึงข้อตกลงของอังกฤษกับผู้ชนะสงครามโลกครั้งที่ 1 ด้วยว่า สมัยนั้น เขาตกลงแบ่งสมบัติกันอย่างไร สรุปว่า ประเทศที่มีทางออกสู่เมดิเตอร์เรเนียนทั้งหมดคือ ตุรกี ซีเรีย เลบานอน และอิสราเอล ยาวมาจนถึงอียิปต์ ตกอยู่ในความดูแลของอังกฤษกับพวก เพื่ออังกฤษและพวกจะได้คุมทางออกไปทะเล จำไว้นะครับ เรื่องการคุมทางออกทะเล เป็นยุทธศาสตร์สำคัญอันหนึ่ง
    แต่มาภายหลัง เมื่อตุรกี ซีเรีย เลบานอน ได้รับเอกราช สามารถปกครองบ้านเมืองตัวเองได้ โดยไม่ต้องฟังอังกฤษกับพวกแล้ว อเมริกาที่รับไม้ดูแลตะวันออกกลางต่อจากอังกฤษ จึงต้องทุ่มสร้างความมั่นคงให้กับอิสราเอล ไข่แดงของตัว และสร้างความมั่นคงให้อิยิปต์ด้วยในช่วงแรก เพื่อเป็นกำแพงพิงหลังให้อิสราเอล ขณะเดียวกัน อเมริกาก็พยายามซื้อเลบานอนอยู่หลายรอบ สำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง
    อัสซาด คนพ่อ เห็นอย่างนั้นก็รู้ว่า อิสราเอล แม้จะเป็นประเทศเล็ก แต่ถ้าอเมริกาเสริมเหล็กใ้ห้จนแข็งขนาดนั้น ต่อไปซีเรียจะเหนื่อย เขาจึงสนับสนุนให้มีการสร้างกลุ่มเฮสบอลเลาะห์ในเลบานอน ที่อยู่ติดหลังบ้านอิสราเอลขึ้นมา ไว้เป็นด่านกั้นให้ซีเรียชั้นหนึ่งก่อน ส่วนเลบานอนก็ไม่ปฏิเสธ เพราะตัวเองยิ่งแย่ใหญ่ หน้าเกือบจะชนก้นอิสราเอลอยู่แล้ว และนี่ ก็เป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้อิสราเอลเกลียดซีเรีย อย่างไม่มีวันเลิก
    กลับมาที่แผนชั่วของอเมริกาใน ตะวันออกกลาง ตัวละครใหญ่สำคัญที่สุด 3 รายคือ อิหร่าน อิสราเอล และซาอุดิอารเบีย นั้น อเมริกาจับมาอยู่ในมือแล้ว คือ 2 รายหลัง เหลือรายแรกคือ อิหร่าน ที่อเมริกาเพียรจับ แต่จับๆ หลุดๆ ตั้งแต่ช่วง ค.ศ.1950 กว่าๆ แต่ไม่เคยอยู่หมัดอยู่มือถาวร อเมริกาจึงต้องวางแผนใหม่อยู่เรื่อย
    จะครองโลก ไม่ใช่คิดวันนี้ ครองพรุ่งนี้ เขาวางแผนกันมาหลายสิบปี บางทีร้อยปี ก็มี จะต่อสู้หรือต่อต้าน ก็เช่นเดียวกัน เขาก็ต้องวางแผนนาน สนามซีเรีย ช่วงนี้จะนั่งดูรายวัน ก็ควรทำความเข้าใจก่อนว่า ใครเล่นอะไร ที่ไหน เพราะอะไร ไม่อย่างนั้น ก็แค่รู้ แต่ไม่เข้าใจ
    อเมริกาวางแผนที่จะกินอิหร่านหลายรูปแบบ รูปแบบสุดท้าย คือ เรื่องนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นละครซื้อเวลา แผนจริงรุ่นแรก ที่อเมริกาเดินเพื่อกินอิหร่าน คือ แผนบุกอิรัค ของเหยี่ยวกระหายเลือด คาวบอยบุช กับดิกเชนีย์ เมื่อ ปี ค.ศ.2003 ซึ่งเป็นไปตามแผนการจัดระเบียบโลกใหม่ New World Order ที่บุชตัวพ่อ ประกาศ ในปี ค.ศ.1991 เมื่อคิดว่า สหภาพโซเวียตล่มสลายตายสนิท
    แต่ภายหลัง ในช่วงประมาณปี ค.ศ.2000 ไอ้ที่คิดว่าตายสนิท ดันฟื้นเป็นรัสเซีย ที่ทำท่าจะเฟื่องต่อเสียด้วยซ้ำ และไอ้ที่คิดว่าดีแต่ค้าขายอย่างจีน ก็ทำท่าจะโตเร็วเกินไป แผนจัดการอิหร่าน เพื่อยึดตะวันออกกลาง และผ่ากลาง รัสเซียกับจีน จึงต้องรีบดำเนินการ
    แต่อยู่ดีๆ จะไปยึดอิหร่าน ที่ใหญ่เอาเรื่อง และก็ผูกสัมพันธ์กับรัสเซียมาตลอด คงไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะเซ่อซ่าวิ่งลุยเข้าไปง่ายๆ อเมริกาจึงคิดทุบรอบนอกอิหร่านก่อน และยุทธศาสตร์ทุบรอบนอก หรือทุบข้างในให้น่วมก่อนกิน นี่ ดูเหมือนจะเป็นยุทธศาสตร์ยอดนิยมของค่ายตะวันตก
    อิรัคและซัดดัม จึงถูกเลือกเป็นทั้งเป้าหมายจริง และเป็นเป้าหมายหลอกในขณะเดียวกัน อเมริกาไม่เคยกินเด้งเดียว อเมริกาต้องการครอบครองอิรัค เพื่อเอาน้ำมัน และใช้เป็นสะพานเพื่อเข้าไปบุกซีเรียและอิหร่านอีกต่อหนึ่ง ขณะเดียวกัน ก็เป็นการตัดเส้นทางเลี้ยงกลุ่มเฮสบอลเลาะห์ ของเลบานอน ที่อยู่ติดกับประตูหลังบ้านของอิสราเอล ที่ทั้งอิหร่านและซีเรียส่งเสียเลี้ยงดู เพื่ออิสราเอลจะได้ปลอดภัย เห็นความแสบ ซับซ้อนของอเมริกาไหมครับ
    แผนนี้ ถ้าสำเร็จ มันจะเป็นการทลายค่ายต่อต้านอเมริกาอย่างถาวร ได้ดูแลยิว และผ่ารัสเซียจากจีน เป็นการตัดตอน 2 ประเทศใหญ่ เตรียมก้าวไปครองโลก คิดแล้วน่าเคลิ้มใจ
    อเมริกา ยังฝันเฟื่องต่อไปอีกว่า เมื่อยึดอิรัค กำจัดซัดดัมแล้ว จะจัดให้อิรัคมีการเลือกตั้ง เป็นประชาธิปไตย ซึ่งจะทำให้อิรัค เป็นมิตรที่ดีของอิสราเอล คอยช่วยเหลืออิสราเอล และช่วยด่าซีเรีย กับด่าอิหร่าน เป็นการปูพื้น เตรียมการให้อเมริกาบุก 2 ประเทศนั้นต่อ ระหว่างที่อ่านย่อหน้านี้ จะได้อารมณ์มาก ถ้านึกถึงหน้าคาวบอยบุซ ไปด้วยนะครับ จะได้ซึ้งถึงฝันเฟื่องของคาวบอย ว่ามัน
    เห่ย ขนาดไหน
    อเมริกา ไม่ได้เพียงประเมินตัวเองผิด อเมริกายังประเมินคู่ต่อสู้ของตัวผิดอีกด้วย การบุกอิรัค จึงกลายเป็นเรื่องหายนะของอเม ริกา และเป็นหายนะของอิรัคด้วย เพราะตามสูตรของอเมริกา เมื่อครอบครองไม่ได้ ก็ทำลายเสีย แล้วอิรัค ก็กลายเป็นรัฐล้มเหลว เช่นเดียวกับลิเบีย และอื่นๆ
    สำหรับอเมริกา ในการจะบุกซีเรีย อเมริกาต้องใช้สูตรสำเร็จ เอาปูนป้ายหน้า
    อัสซาดก่อนว่า ไอ้หมอนี่เป็นผู้นำที่เลว เผด็จการ ขี้โกง ไร้มนุษยธรรม ฯลฯ เหมือนอย่างที้ป้ายหน้า ซัดดัม กัดดาฟี ทำนองนั้น สูตรสำเร็จนี้ คนอ่านนิทานท่องได้ จำขึ้นใจกันแล้วทั้งนั้น
    แต่สำหรับซีเรีย สูตรสำเร็จแค่นั้นคงไม่พอ เพราะซีเรียก็แหลมคม และมีเพื่อน
    แล้วในปี ค.ศ.2005 จึงเกิดเรื่องการวางระเบิดคาร์บอม ใส่ขบวนรถของนายราฟิค ฮาริริ Rafiq Hariri อดีตนายกรัฐมนตรีเลบานอน ข่าวบอกว่าเป็นฝีมือของกลุ่มเฮสบอลเลาะห์กองกำลังติดอาวุธของเลบานอน ที่อยู่คนละข้างกับกลุ่มของฮาริริ
    บังเอิญ ฮาริริ ดันเป็นคนที่ (มีคนสั่งให้) ซาอุ (จ่าย) สนับสนุนให้เป็นใหญ่ในเลบานอน เอาไว้เป็นหนาม อยู่กลางกลุ่มพวกอิหร่านและซีเรียในเลบานอน เรื่องมันจึงไม่ใช่การวางระเบิดระดับธรรมดา สื่อฟอกย้อม ลงข่าวว่า ซีเรียต้องรับผิดชอบ เพราะตอนนั้นซีเรีย ดูแลด้านความมั่นคงให้แก่เลบานอน ตามสัญญา Taif Accord
    แม้จะดมกลิ่นระเบิดไม่ได้จากมือไหน แต่คาร์บอมรายการนี้ ก็ค่อนข้างชัดว่า น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนป้ายสีให้อัสซาด นอกจากนี้ หัวหน้าอาหรับสายสุนนี่ โดยเฉพาะสุนนี่ในเลบานอน ต่างออกมาประสานเสียงกันว่า ซีเรียต้องรับผิดชอบในการลอบฆ่านี้ ผลสุดท้าย กองทัพซีเรียก็ต้องถอนกำลังออกไปจากเลบานอน และเลบานอนก็อยู่ในความดูแลของ กลุ่มเฮสบอลเลาะห์ กับกองกำลังที่เรียกว่า “กองกำลังร่วม 14 มีนา” ที่ตั้งขึ้นทันที ที่ ฮาริริ ถูกฆ่าตาย และไม่ถูกกับกลุ่มเฮสบอลเลาะห์
    เลบานอน ก็เริ่มมีความวุ่นวาย
    หลังจากนั้น เสียงไม่เอาซีเรีย ไม่เอาอัสซาด ก็เริ่มระบาดดังขึ้นในเลบานอน สื่อในเลบานอน ตีข่าวด่าซีเรียทุกวัน กองกำลังร่วม 14 มีนา ก็แข็งกร้าวขึ้นทุกวัน และกระดาษสีเขียวตรานกอินทรีย์ ปนกลิ่นแพะ ก็ปลิวว่อนในเลบานอน
    นี่คือจุดเริ่มต้นของการรวมกำลังโค่นล้มรัฐบาลอัสซาด ที่มาจากสาระพัดพันธ์ุและสาระพัด เป้าหมาย
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    7 ต.ค. 2558
    ลองเชิง ตอนที่ 8 “ลองเชิง” ตอน 8 เขาว่ากันว่า สิ่งที่อเมริกาสนใจ และใส่ใจที่สุดในตะวันออกกลางคือ น้ำมัน กับอิสราเอลเท่านั้น ที่เถียงกันคือ ใน 2 สิ่ง อเมริกาห่วงสิ่งไหนมากกว่ากัน ที่เขาว่ากันแบบนั้น ก็คงไม่ผิดในเชิงการเมือง แต่ ในเชิงยุทธศาสตร์ ผมว่าอเมริกาคงสนใจแค่ 1 สิ่ง ในตะวันออกกลาง คืออเมริกา “จะต้องได้” ตะวันออกกลางทั้งหมดต่างหาก อย่างที่ผมเกริ่นมาในตอนก่อนๆ แต่อเมริกาจะกินตะวันออกกลางทั้งหมด อเมริกาก็ต้องวางแผนให้ดี เพราะห่วงว่าจะมีใครย้อนศร ส่วจรวดมาใส่ไข่แดงของอเมริกา ที่อยู่ในตะวันออกกลางคือ อิสราเอล จนเละทั้งใบ ไม่ใช่อเมริการักอิสราเอลมากนักหรอก แต่ยิวที่ขี่คอรัฐบาลอเมริกานั่นสิ ที่อเมริกาต้องห่วง และยิวในอเมริกาก็มีมากเสียด้วย เรียกดาราดังๆเชื้อสายยิวๆ มาเข้าฉากทั้งหมด รัฐบาลอเมริกันอาจพังง่ายๆ ตั้งแต่ผู้อำนวยการสร้าง ผู้กำกับ ดาราตุ๊กตาทอง สื่อทุกรูปแบบ อยู่ในมือยิวเกือบทั้งนั้น อาวุธที่ทำให้อเมริกาเซได้ โดยไม่ต้องถล่มตลาดหุ้น หรือใช้จรวดยิง ก็คือ ใช้ดารากับสื่อนี่แหละครับ เอาหน้าเด่นๆ ผลัดกันมาออกรายการ ตีข่าวเข้าไปทุกวัน คนบ้าดารา เคลิ้มตาม เดี๋ยวก็ได้มีการลาออก หรือเปลี่ยนนโยบายกันให้เห็น แต่ไม่ได้หมายความว่า อเมริกาจะไม่มีวันทิ้งยิว … อัสซาด คนพ่อ Hafez Assad นั้น เป็นนักยุทธศาสตร์ตัวยง เหลี่ยมลึก มองไกล เขาดูแล้วว่า อิสราเอลเป็นจุดสำคัญที่สุดของตะวันออกกลาง ผมจึงชื่นชมอังกฤษ ไอ้ชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้ายนักว่า มันสุดยอด(ชั่ว)จริงๆ ที่เอายิวไปอยู่ในตะวันออกกลางได้ และให้อยู่ในจุดนั้น ลองกลับไปดูแผนที่นะครับ และนึกถึงข้อตกลงของอังกฤษกับผู้ชนะสงครามโลกครั้งที่ 1 ด้วยว่า สมัยนั้น เขาตกลงแบ่งสมบัติกันอย่างไร สรุปว่า ประเทศที่มีทางออกสู่เมดิเตอร์เรเนียนทั้งหมดคือ ตุรกี ซีเรีย เลบานอน และอิสราเอล ยาวมาจนถึงอียิปต์ ตกอยู่ในความดูแลของอังกฤษกับพวก เพื่ออังกฤษและพวกจะได้คุมทางออกไปทะเล จำไว้นะครับ เรื่องการคุมทางออกทะเล เป็นยุทธศาสตร์สำคัญอันหนึ่ง แต่มาภายหลัง เมื่อตุรกี ซีเรีย เลบานอน ได้รับเอกราช สามารถปกครองบ้านเมืองตัวเองได้ โดยไม่ต้องฟังอังกฤษกับพวกแล้ว อเมริกาที่รับไม้ดูแลตะวันออกกลางต่อจากอังกฤษ จึงต้องทุ่มสร้างความมั่นคงให้กับอิสราเอล ไข่แดงของตัว และสร้างความมั่นคงให้อิยิปต์ด้วยในช่วงแรก เพื่อเป็นกำแพงพิงหลังให้อิสราเอล ขณะเดียวกัน อเมริกาก็พยายามซื้อเลบานอนอยู่หลายรอบ สำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง อัสซาด คนพ่อ เห็นอย่างนั้นก็รู้ว่า อิสราเอล แม้จะเป็นประเทศเล็ก แต่ถ้าอเมริกาเสริมเหล็กใ้ห้จนแข็งขนาดนั้น ต่อไปซีเรียจะเหนื่อย เขาจึงสนับสนุนให้มีการสร้างกลุ่มเฮสบอลเลาะห์ในเลบานอน ที่อยู่ติดหลังบ้านอิสราเอลขึ้นมา ไว้เป็นด่านกั้นให้ซีเรียชั้นหนึ่งก่อน ส่วนเลบานอนก็ไม่ปฏิเสธ เพราะตัวเองยิ่งแย่ใหญ่ หน้าเกือบจะชนก้นอิสราเอลอยู่แล้ว และนี่ ก็เป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้อิสราเอลเกลียดซีเรีย อย่างไม่มีวันเลิก กลับมาที่แผนชั่วของอเมริกาใน ตะวันออกกลาง ตัวละครใหญ่สำคัญที่สุด 3 รายคือ อิหร่าน อิสราเอล และซาอุดิอารเบีย นั้น อเมริกาจับมาอยู่ในมือแล้ว คือ 2 รายหลัง เหลือรายแรกคือ อิหร่าน ที่อเมริกาเพียรจับ แต่จับๆ หลุดๆ ตั้งแต่ช่วง ค.ศ.1950 กว่าๆ แต่ไม่เคยอยู่หมัดอยู่มือถาวร อเมริกาจึงต้องวางแผนใหม่อยู่เรื่อย จะครองโลก ไม่ใช่คิดวันนี้ ครองพรุ่งนี้ เขาวางแผนกันมาหลายสิบปี บางทีร้อยปี ก็มี จะต่อสู้หรือต่อต้าน ก็เช่นเดียวกัน เขาก็ต้องวางแผนนาน สนามซีเรีย ช่วงนี้จะนั่งดูรายวัน ก็ควรทำความเข้าใจก่อนว่า ใครเล่นอะไร ที่ไหน เพราะอะไร ไม่อย่างนั้น ก็แค่รู้ แต่ไม่เข้าใจ อเมริกาวางแผนที่จะกินอิหร่านหลายรูปแบบ รูปแบบสุดท้าย คือ เรื่องนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นละครซื้อเวลา แผนจริงรุ่นแรก ที่อเมริกาเดินเพื่อกินอิหร่าน คือ แผนบุกอิรัค ของเหยี่ยวกระหายเลือด คาวบอยบุช กับดิกเชนีย์ เมื่อ ปี ค.ศ.2003 ซึ่งเป็นไปตามแผนการจัดระเบียบโลกใหม่ New World Order ที่บุชตัวพ่อ ประกาศ ในปี ค.ศ.1991 เมื่อคิดว่า สหภาพโซเวียตล่มสลายตายสนิท แต่ภายหลัง ในช่วงประมาณปี ค.ศ.2000 ไอ้ที่คิดว่าตายสนิท ดันฟื้นเป็นรัสเซีย ที่ทำท่าจะเฟื่องต่อเสียด้วยซ้ำ และไอ้ที่คิดว่าดีแต่ค้าขายอย่างจีน ก็ทำท่าจะโตเร็วเกินไป แผนจัดการอิหร่าน เพื่อยึดตะวันออกกลาง และผ่ากลาง รัสเซียกับจีน จึงต้องรีบดำเนินการ แต่อยู่ดีๆ จะไปยึดอิหร่าน ที่ใหญ่เอาเรื่อง และก็ผูกสัมพันธ์กับรัสเซียมาตลอด คงไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะเซ่อซ่าวิ่งลุยเข้าไปง่ายๆ อเมริกาจึงคิดทุบรอบนอกอิหร่านก่อน และยุทธศาสตร์ทุบรอบนอก หรือทุบข้างในให้น่วมก่อนกิน นี่ ดูเหมือนจะเป็นยุทธศาสตร์ยอดนิยมของค่ายตะวันตก อิรัคและซัดดัม จึงถูกเลือกเป็นทั้งเป้าหมายจริง และเป็นเป้าหมายหลอกในขณะเดียวกัน อเมริกาไม่เคยกินเด้งเดียว อเมริกาต้องการครอบครองอิรัค เพื่อเอาน้ำมัน และใช้เป็นสะพานเพื่อเข้าไปบุกซีเรียและอิหร่านอีกต่อหนึ่ง ขณะเดียวกัน ก็เป็นการตัดเส้นทางเลี้ยงกลุ่มเฮสบอลเลาะห์ ของเลบานอน ที่อยู่ติดกับประตูหลังบ้านของอิสราเอล ที่ทั้งอิหร่านและซีเรียส่งเสียเลี้ยงดู เพื่ออิสราเอลจะได้ปลอดภัย เห็นความแสบ ซับซ้อนของอเมริกาไหมครับ แผนนี้ ถ้าสำเร็จ มันจะเป็นการทลายค่ายต่อต้านอเมริกาอย่างถาวร ได้ดูแลยิว และผ่ารัสเซียจากจีน เป็นการตัดตอน 2 ประเทศใหญ่ เตรียมก้าวไปครองโลก คิดแล้วน่าเคลิ้มใจ อเมริกา ยังฝันเฟื่องต่อไปอีกว่า เมื่อยึดอิรัค กำจัดซัดดัมแล้ว จะจัดให้อิรัคมีการเลือกตั้ง เป็นประชาธิปไตย ซึ่งจะทำให้อิรัค เป็นมิตรที่ดีของอิสราเอล คอยช่วยเหลืออิสราเอล และช่วยด่าซีเรีย กับด่าอิหร่าน เป็นการปูพื้น เตรียมการให้อเมริกาบุก 2 ประเทศนั้นต่อ ระหว่างที่อ่านย่อหน้านี้ จะได้อารมณ์มาก ถ้านึกถึงหน้าคาวบอยบุซ ไปด้วยนะครับ จะได้ซึ้งถึงฝันเฟื่องของคาวบอย ว่ามัน เห่ย ขนาดไหน อเมริกา ไม่ได้เพียงประเมินตัวเองผิด อเมริกายังประเมินคู่ต่อสู้ของตัวผิดอีกด้วย การบุกอิรัค จึงกลายเป็นเรื่องหายนะของอเม ริกา และเป็นหายนะของอิรัคด้วย เพราะตามสูตรของอเมริกา เมื่อครอบครองไม่ได้ ก็ทำลายเสีย แล้วอิรัค ก็กลายเป็นรัฐล้มเหลว เช่นเดียวกับลิเบีย และอื่นๆ สำหรับอเมริกา ในการจะบุกซีเรีย อเมริกาต้องใช้สูตรสำเร็จ เอาปูนป้ายหน้า อัสซาดก่อนว่า ไอ้หมอนี่เป็นผู้นำที่เลว เผด็จการ ขี้โกง ไร้มนุษยธรรม ฯลฯ เหมือนอย่างที้ป้ายหน้า ซัดดัม กัดดาฟี ทำนองนั้น สูตรสำเร็จนี้ คนอ่านนิทานท่องได้ จำขึ้นใจกันแล้วทั้งนั้น แต่สำหรับซีเรีย สูตรสำเร็จแค่นั้นคงไม่พอ เพราะซีเรียก็แหลมคม และมีเพื่อน แล้วในปี ค.ศ.2005 จึงเกิดเรื่องการวางระเบิดคาร์บอม ใส่ขบวนรถของนายราฟิค ฮาริริ Rafiq Hariri อดีตนายกรัฐมนตรีเลบานอน ข่าวบอกว่าเป็นฝีมือของกลุ่มเฮสบอลเลาะห์กองกำลังติดอาวุธของเลบานอน ที่อยู่คนละข้างกับกลุ่มของฮาริริ บังเอิญ ฮาริริ ดันเป็นคนที่ (มีคนสั่งให้) ซาอุ (จ่าย) สนับสนุนให้เป็นใหญ่ในเลบานอน เอาไว้เป็นหนาม อยู่กลางกลุ่มพวกอิหร่านและซีเรียในเลบานอน เรื่องมันจึงไม่ใช่การวางระเบิดระดับธรรมดา สื่อฟอกย้อม ลงข่าวว่า ซีเรียต้องรับผิดชอบ เพราะตอนนั้นซีเรีย ดูแลด้านความมั่นคงให้แก่เลบานอน ตามสัญญา Taif Accord แม้จะดมกลิ่นระเบิดไม่ได้จากมือไหน แต่คาร์บอมรายการนี้ ก็ค่อนข้างชัดว่า น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนป้ายสีให้อัสซาด นอกจากนี้ หัวหน้าอาหรับสายสุนนี่ โดยเฉพาะสุนนี่ในเลบานอน ต่างออกมาประสานเสียงกันว่า ซีเรียต้องรับผิดชอบในการลอบฆ่านี้ ผลสุดท้าย กองทัพซีเรียก็ต้องถอนกำลังออกไปจากเลบานอน และเลบานอนก็อยู่ในความดูแลของ กลุ่มเฮสบอลเลาะห์ กับกองกำลังที่เรียกว่า “กองกำลังร่วม 14 มีนา” ที่ตั้งขึ้นทันที ที่ ฮาริริ ถูกฆ่าตาย และไม่ถูกกับกลุ่มเฮสบอลเลาะห์ เลบานอน ก็เริ่มมีความวุ่นวาย หลังจากนั้น เสียงไม่เอาซีเรีย ไม่เอาอัสซาด ก็เริ่มระบาดดังขึ้นในเลบานอน สื่อในเลบานอน ตีข่าวด่าซีเรียทุกวัน กองกำลังร่วม 14 มีนา ก็แข็งกร้าวขึ้นทุกวัน และกระดาษสีเขียวตรานกอินทรีย์ ปนกลิ่นแพะ ก็ปลิวว่อนในเลบานอน นี่คือจุดเริ่มต้นของการรวมกำลังโค่นล้มรัฐบาลอัสซาด ที่มาจากสาระพัดพันธ์ุและสาระพัด เป้าหมาย สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 7 ต.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 776 มุมมอง 0 รีวิว
  • สภาพพพพพ เอาไปเคลมอารยธรรมอียิปต์ได้เลย ลองไปหาดูบนกำแพงบ้านพ่อง ว่าก่อนจะมีมัมมี่ อาจมีกัมมี่ - แคมที่แล้วก็ได้
    #คิงส์โพธิ์แดง
    #มัมมี่เขมร
    สภาพพพพพ เอาไปเคลมอารยธรรมอียิปต์ได้เลย ลองไปหาดูบนกำแพงบ้านพ่อง ว่าก่อนจะมีมัมมี่ อาจมีกัมมี่ - แคมที่แล้วก็ได้ #คิงส์โพธิ์แดง #มัมมี่เขมร
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 147 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลองเชิง ตอนที่ 4

    “ลองเชิง”
    ตอน 4
    ตุรกี นกหลายหัว จอมพริ้ว ดูเหมือนจะเป็นประเทศที่ได้ประโยชน์มากที่สุด จากเทศกาลอาหรับสปริง ก่อนปี ค.ศ.2011 ตุรกี ก็ไม่ค่อยมีปัญหากับเพื่อนบ้านเท่าไหร่ และตุรกีค่อยๆขยายฐานการเมือง การค้าขาย และวัฒนธรรมของตัวเองไปอย่างเงียบๆมาตลอดเวลา รับปากไปทั่ว และมักจะเลือกยืนถูกข้างในความขัดแย้ง คือข้างที่กำลังได้เปรียบ
    นายรอญับ ตอยยิบ เอร์โดกาน (Recep Tayyip Erdogan) ที่เป็นนายกรัฐมนตรีของตุรกีขณะนั้น เป็นผู้นำต่างประเทศรายแรก ที่กระซิบดังๆ บอกให้ มูบารัค ของอิยิปต์ เก็บของลาออก กลับไปเลี้ยงหลานที่บ้านได้แล้ว และเขายังเป็นผู้นำต่างชาติคนแรกๆ อีกเหมือนกัน ที่หันหลังให้กับกัดดาฟี ของลิเบีย เมื่อกัดดาฟีถูกกลุ่มกบฏไล่ล่า ไม่ต่างกับที่เขาหันหลังให้อัสสาด ของซีเรียในตอนแรก เมื่อซีเรียเริ่มมีปัญหา
    แต่ เอร์โดกาน เป็นนักการเมืองที่เก๋า เขี้ยวยาว ไม่เสียชื่อเป็นนกหลายหัว เขาเริ่มค่อยๆถอยห่างจากอเมริกาสัก ประมาณ 2 ปีมานี้ และตั้งแต่ถอยห่าง การประท้วงสาระพัดในตุรกี ก็เกิดขึ้นตามสูตร แต่ตุรกีคงมองเห็นว่า ฝ่ายไหนกันแน่ที่กำลังจะได้เปรียบ ทั้งในซีเรีย และตะวันออกกลาง วันนี้ดูเหมือนเขาเลือกข้างแล้ว เป็นข้างที่ไม่ใช่อเมริกาเป็นผู้นำ แต่ก็ยังอึกอักว่าไม่รักอัสซาดของซีเรีย แต่ตอนนี้พวกลูกพี่ที่ตัวมาเกาะใหม่ เขากำลังจะมาช่วยอัสซาด ตุรกี จึงกำลังมึนหัว แต่สงสัยจะสายไปแล้วนะ จะกลับเป็นนกหลายหัวอีก อาจจะไม่เหลือสักหัว
    อีกรายที่ได้ประโยชน์ กระโดดข้ามมาอยู่แถวหน้า ทั้งๆที่เป็นประเทศเล็ก คือ การ์ต้า ซึ่งเริ่มเบ่งรัศมีของตนมาก่อน ค.ศ.2011 ไม่นาน ด้วยการยอมให้อเมริกามาตั้งฐานทัพในประเทศตัว และเมื่อน้ำมันบูม การ์ต้าที่พลเมืองน้อย แต่รวยน้ำมัน ก็เลยกระเป๋าบวมไปด้วย การ์ต้าใช้ความเป็นเสี่ยปั้มรุ่นเล็ก แต่มาแรง บวกกับการตั้งสื่อ อัลจาซีรา Al-Jazeera ของตน กระจายเสียง โฆษณาตัวเอง จนดังไปทั่วโลก คนวางแผนเก่งครับ
    รัฐบาลการ์ต้าเป็นรายแรกๆ ที่ขยับขาอ้าแขนรับเทศกาลอาหรับสปริง อัลจาซีรา รายงานแบบเอียงไปเอียงมา ไม่ต่างกับซีเอนเอน ในเรื่องของกัดดาฟีของลิเบียและอัสสาดของซีเรีย เขาเล่นตีกันเป็นระนาดวง กับซีเอนเอน บีบีซี เอาซะทั้ง กัดดาฟีและอัสซาด เป็นเผด็จการจอมโหดสมควรตาย
    แต่เมื่อบาห์เรนเพื่อนบ้านค่ายเดียวกัน มีปัญหาภายใน เรื่องราวก็คล้ายกัน อัลจาซีรา เกิดเป็นใบ้ หลอดขาด จานดาวเทียมส่งสัญญาณไม่ได้เสียอย่างนั้น ตอนอัลจาซีรา ตั้งขึ้นมาใหม่ๆ ใครไม่อ้างแหล่งข่าวอัลจาซีรานี่เชยสะบั้น แต่ตอนนี้ ใครอ้างอัลจาซีรา ผมว่าไม่เชยนะ แต่ง่าวจัด
    ถึงจะเป็นประเทศเล็ก แต่เงินแยะ และมีสื่อใหญ่ระดับโลกอยู่ในมือ การ์ต้า จึงคิดพองตัว สนับสนุนทั้งเงินทุนและกองกำลัง ไปร่วมโค่นกัดดาฟี และโค่นรัฐบาลในตูนีเซีย หวังให้รัฐบาลใหม่ของ 2 ประเทศ นับตนเองเป็นลูกพี่ เรียนเร็วนะไอ้หนู
    ส่วนประเทศที่ย่อยยับ ไปกับเทศกาลอาหรับสปริง ไม่มีใครเกินอียิปต์ รองมาก็คือซีเรีย และอีกประเทศที่กำลังเหงื่อแตก รีบปรับกระบวนท่าของตัวเองคือ อิสราเอล
    อาหรับสปริง เป็นตัวอย่างของการเดินแผนของอเมริกาในตะวันออกกลาง ที่แย่ที่สุด หรือเยี่ยมที่สุด ที่เราจะต้องค่อยๆดูกันต่อไป
    อิยิปต์ นับเป็นมิตรระดับสำคัญของอเมริกามานานนับ 70 ปี นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 สถานทูตอเมริกาในอิยิปต์ ช่วงหนึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในโลก ย้อนไปก่อนนั้น อิยิปต์ก็มีความหมายมากกับมหา อำนาจตะวันตกอย่างอังกฤษ เช่นเดียวกัน ถึงเวลาหมดประโยชน์ หรือไม่ต้องการใช้ หรือมีแผนใหม่ อเมริกาก็ไล่ มูบารัค ประธานาธิบดีอิยิปต์ ที่อเมริกาใช้เหมือนพรมเช็ดเท้าให้เก็บของออกไปจากทำเนียบ ไม่ได้ออกไปกลับบ้าน แต่ออกไปนอนในคุกอีกด้วย รอดมาจากการโดนตัดสินประหารชีวิต นี่ก็บุญแล้ว แล้วอิยิปต์ ประเทศที่มีวัฒนธรรมอันยาวนาน เป็นประเทศในความฝันของคนที่อยากเห็นแหล่งอารยะธรรม ที่เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ก็เหลือแต่ซาก กับกองขยะ ผลงานใครครับ
    ซีเรีย กำลังตามมาติดๆ แต่อิยิปต์กับซีเรียต่างกัน อิยิปต์ตกเป็นพรมเช็ดเท้า ถึงเวลาพวกพรมเช็ดเท้าด้วยกัน แทนที่จะช่วยประคอง ดันช่วยกันเหยียบซ้ำ ส่วนซีเรีย เลือกอยู่กับค่ายสู้ตาย จับมือกับลูกพี่อิหร่าน ต่อต้านอเมริกามาด้วยกัน วันนี้อิหร่านไม่มีทางทิ้งซีเรีย
    แต่มีไอ้บ้าน้ำลายฟูมปาก ออกมาทำท่าหน้าเครียดตาขึง พูดให้ชาวโลกฟังในที่ประชุมสหประชาติ เมื่อสามสี่วันก่อน ว่า ซีเรียเป็นอย่างนี้ เพราะมีผู้นำฆ่าประชาชนของตัวเอง แบบนี้เลวมาก เออ … แล้วผู้นำประเทศอื่น ที่ทั้งฆ่าประชาชนของประเทศอื่น และทำลายประเทศของเขา จนแทบไม่เหลือที่ให้ประชาชนซุกหัว กี่ประเทศแล้วมึง ไม่ผิด ไม่เลว งั้นหรือครับ พวกมึงมันเกินสัตว์นรก เกินกว่าผมจะหาคำมาด่าแล้ว...
    อิสราเอล แม้จะไม่มีปัญหาในบ้าน แต่เทศกาลอาหรับสปริง ก็ทำให้อิสราเอลเหนื่อยขึ้นแยะ แม้ว่าจะมีกองทัพที่ดูเหมือนจะเข้มแข็งที่สุดในภูมิภาค เพราะได้รับการดูแลอย่างดีจากอเมริกา ก็เริ่มจะถูกโดดเดี่ยว นี่ก็เป็นเรื่องน่าสนใจ
    อิสราเอล เคยอาศัยอิยิปต์ เป็นทั้งกำแพงและตัวเชื่อมกับกลุ่มมุสลิม เมื่อ อิยิปต์ถูกจัดอันดับใหม่ ได้มุสลิมหัวรุนแรงมาปกครอง อิสราเอลก็ขาดตัวเชื่อม เป็นยิวอยู่ในดงมุสลิม ก็คงหาเพื่อนยาก ตุรกี ซึ่งเคยพอพูดกันได้ ก็ดันไปสนับสนุนกลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูด Muslim Brotherhood รัฐบาลใหม่ ของอิยิปต์ อิสราเอลเลยหมดผู้ที่จะไปพูดด้วยได้ในตะวันออกกลาง
    อย่างนี้ ต้องชื่นชมคนออกแบบอาหรับสปริง เลว ลึกซึ้งมาก
    นอกจากนี้ อาหรับสปริงยังทำให้กลุ่ม ฮามาส Hamas และฟัตตาห์ Fatah กองกำลังติดอาวุธในปาเลสไตน์ ได้อาวุธ ที่ใครไม่รู้ ยึดมาจากลิเบีย และเอามาแบ่งให้กลุ่มฮามาสด้วย 2 กลุ่มนี้ จึงเหมือนติดปีก พร้อมลุยอิสราเอล แถมกลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูด ที่ขึ้นมาปกครองอียิปต์ต่อจากมูบารัค ยังทำท่าเห็นใจ สนับสนุน พวกฮามาส อีกด้วย แบบนี้ อิสราเอลก็ต้องลดความกร่าง กลับไปใช้ภาษาดอกไม้กับอเมริกามากขึ้น เกมนี้แน่จริงพี่
    มาถึงคู่แข่งสำคัญ อิหร่านกับซาอุดิอารเบีย ที่ไม่มีวันจะรักกัน ใหญ่กันอยู่คนละมุม ต่างก็ถูกกระทบจากเทศกาลอาหรับสปริง ทั้งทางลบและทางบวก
    ฝ่ายซาอุ กล่าวหาว่าอิหร่าน ฉวยโอกาส จากการระส่ำระสายจากเทศกาลอาหรับสปริง เข้าไปดูแลอิรัค ส่วนที่นับถือนิกายชีอะห์ด้วยกัน อิรัคที่ยังไม่ฟื้น จากการถูกอเมริกากระทืบ ก็ย่อมไม่ปฏิเสธความช่วยเหลือของอิหร่าน ทำให้เครือข่ายชีอะห์ของอิหร่านขยายใหญ่ เป็นการกดดัน ซาอุ ทางอ้อม และ โดยสภาพทางภูมิศาสตร์ ซีเรียบวกอิรัค ยังเป็นแนวที่อิหร่านใช้ยันกับ อิสราเอล และซาอุดิอารเบียกับพวกเสี่ยปั้มสิงห์สำอางทั้งหลาย ได้อีกด้วย
    ข้อกล่าวหาของซาอุ ฟังขึ้น เพราะอิหร่านก็ดูเหมือนจะทำจริง นอกจากจะสนับสนุนอิรัคแล้ว
    อิหร่านยังสนับสนุน ทั้งกลุ่มฮามาส กลุ่มเฮสบอลเลาะห์ พันธุ์ดุทั้งนั้น เอาไว้ต้านกลุ่มเสี่ยปั้ม และอิสราเอล หรือจริงๆ ก็เอาไว้ต้านอิทธิพลของอเมริกานั่นเอง
    นอกจากนี้ ทั้งอิหร่าน อิรัค ซีเรีย ตุรกี เลบานอน ยังเป็นแนวรอบนอก ที่ทำให้การเข้าไปถึงรัสเซียทาง ด้านนี้ยากขึ้นด้วย ส่วนอีก 2 ด้านสำคัญ ที่จะเข้าถึงรัสเซีย คือ ทางยูเครนและอาฟกานิสถาน และคงไม่ยากที่จะเข้าใจ ว่า ทำไมเรื่องยูเครนถึงยืดเยื้อ และเมื่อรัสเซียเข้ามาถึงซีเรีย ทางด้านอาฟกานิสถานก็อาจจะร้อนขึ้นมาอีก
    ด้วยความเกี่ยวพัน พึ่งพากันเช่นนี้ รัสเซียและอิหร่าน จึงคงเป็นเพื่อนที่จะไม่ทิ้งกันอีกคู่หนึ่ง
    ซาอุดิอารเบีย เสี่ยปั้มใหญ่ ไม่ถนัดออกหน้า ถนัดแต่ชี้นิ้ว และขี้บ่น เขาว่าเป็นนิสัยประจำตัวของคนที่นึกว่ารวยแล้ว มีแต่คนง้อ คนเอาใจ แต่เงินไม่ได้ซื้อได้ทุกอย่าง และการมีบ่อน้ำมัน บางครั้งก็เหมือนมีลาภลอย แบบสามล้อถูกหวย ถ้าไม่รู้จักเก็บรักษาให้ดี ไม่ถูกปล้นจนหมดตัว ก็มือเติบใช้จนหมดตูด กลับไปถีบสามล้อเหมือนเดิม
    หลังอาหรับสปริง เมื่อมูบารัคของอียิปต์ถูกย้ายจากทำเนียบไปอยู่ในคุก บาห์เรน เสี่ยปั้มในค่ายเอาอเมริกาอีกรายก็เกิดเรื่อง เล่นเอาซาอุดิประสาทแดก รีบส่งกองกำลังเข้าไปในบาห์เรน พร้อมควักกระเป๋าอีก 2 หมื่นล้านเหรียญให้บาห์เรนกับโอมาน ไป “คุย” กับเยเมนให้รู้เรื่อง ในฐานะบ้านอยู่ติดกัน แถมมีสภาพคุมปากอ่าวเหมือนกัน และตอนนั้น เยเมนก็กำลังระส่ำไม่รู้ใครสร้าง
    เอะ เยเมนอยู่ปากอ่าว คุมเส้นทางส่งน้ำมันของซาอุ ที่จะออกมาทางมหาสมุทรอินเดีย เหมือนอิยิปต์ที่คุมเส้นทางส่งออกน้ำมันของซาอุไปทางเมดิเตอร์เรเนียน มองเห็นอะไรไหมครับ
    แต่ซาอุ คงอ่านไม่แตกฉาน ใช้เวลากับประสาทแดกเรื่องอิหร่านมากไปหน่อย แทนที่จะคิดสร้างความเข้มแข็งให้เกิดในประเทศตัว ไม่ใช่คอยแต่หวังพึ่งคนนอก ซาอุ ไม่ใช่รวยธรรมดา รวยน้ำมันที่สุดในโลกด้วย แต่กลับทำตัวเหมือนเป็นสามล้อถูกหวย น่าเสียดาย
    น่าคิด และน่าสนใจไหมครับว่า ตลอดเวลาที่อเมริกาแซงชั้นอิหร่าน อิหร่านไม่ได้อยู่อย่างหรุหราสุขสบายอย่างพวกเสี่ยปั้มใหญ่ ปั้มเล็ก แต่อิหร่านอยู่ได้ และแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน มาถึงวันนี้ แกร่งถึงขนาด ตัดสินใจเข้าฉาก เล่นเรื่องซีเรีย เล่นฉากนี้เหมือนตั้งใจฉีกหน้าอเมริกาโดยตรง แสดงว่าอิหร่านต้องมีดี
    อิหร่านมีรัสเซีย และจีน เป็นเพื่อนที่ช่วยเหลือยามยาก ในยามที่อิหร่านถูกแซงชั่น อย่างใจดำและเป็นเวลานาน เราคงพอมองเห็น ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ มันต้องอดทน ทนอด ไม่ท้อถ้อยทั้งนั้น ไม่งั้นก็เป็นพรมเช็ดเท้าเขาไปตลอด
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    3 ต.ค. 2558
    ลองเชิง ตอนที่ 4 “ลองเชิง” ตอน 4 ตุรกี นกหลายหัว จอมพริ้ว ดูเหมือนจะเป็นประเทศที่ได้ประโยชน์มากที่สุด จากเทศกาลอาหรับสปริง ก่อนปี ค.ศ.2011 ตุรกี ก็ไม่ค่อยมีปัญหากับเพื่อนบ้านเท่าไหร่ และตุรกีค่อยๆขยายฐานการเมือง การค้าขาย และวัฒนธรรมของตัวเองไปอย่างเงียบๆมาตลอดเวลา รับปากไปทั่ว และมักจะเลือกยืนถูกข้างในความขัดแย้ง คือข้างที่กำลังได้เปรียบ นายรอญับ ตอยยิบ เอร์โดกาน (Recep Tayyip Erdogan) ที่เป็นนายกรัฐมนตรีของตุรกีขณะนั้น เป็นผู้นำต่างประเทศรายแรก ที่กระซิบดังๆ บอกให้ มูบารัค ของอิยิปต์ เก็บของลาออก กลับไปเลี้ยงหลานที่บ้านได้แล้ว และเขายังเป็นผู้นำต่างชาติคนแรกๆ อีกเหมือนกัน ที่หันหลังให้กับกัดดาฟี ของลิเบีย เมื่อกัดดาฟีถูกกลุ่มกบฏไล่ล่า ไม่ต่างกับที่เขาหันหลังให้อัสสาด ของซีเรียในตอนแรก เมื่อซีเรียเริ่มมีปัญหา แต่ เอร์โดกาน เป็นนักการเมืองที่เก๋า เขี้ยวยาว ไม่เสียชื่อเป็นนกหลายหัว เขาเริ่มค่อยๆถอยห่างจากอเมริกาสัก ประมาณ 2 ปีมานี้ และตั้งแต่ถอยห่าง การประท้วงสาระพัดในตุรกี ก็เกิดขึ้นตามสูตร แต่ตุรกีคงมองเห็นว่า ฝ่ายไหนกันแน่ที่กำลังจะได้เปรียบ ทั้งในซีเรีย และตะวันออกกลาง วันนี้ดูเหมือนเขาเลือกข้างแล้ว เป็นข้างที่ไม่ใช่อเมริกาเป็นผู้นำ แต่ก็ยังอึกอักว่าไม่รักอัสซาดของซีเรีย แต่ตอนนี้พวกลูกพี่ที่ตัวมาเกาะใหม่ เขากำลังจะมาช่วยอัสซาด ตุรกี จึงกำลังมึนหัว แต่สงสัยจะสายไปแล้วนะ จะกลับเป็นนกหลายหัวอีก อาจจะไม่เหลือสักหัว อีกรายที่ได้ประโยชน์ กระโดดข้ามมาอยู่แถวหน้า ทั้งๆที่เป็นประเทศเล็ก คือ การ์ต้า ซึ่งเริ่มเบ่งรัศมีของตนมาก่อน ค.ศ.2011 ไม่นาน ด้วยการยอมให้อเมริกามาตั้งฐานทัพในประเทศตัว และเมื่อน้ำมันบูม การ์ต้าที่พลเมืองน้อย แต่รวยน้ำมัน ก็เลยกระเป๋าบวมไปด้วย การ์ต้าใช้ความเป็นเสี่ยปั้มรุ่นเล็ก แต่มาแรง บวกกับการตั้งสื่อ อัลจาซีรา Al-Jazeera ของตน กระจายเสียง โฆษณาตัวเอง จนดังไปทั่วโลก คนวางแผนเก่งครับ รัฐบาลการ์ต้าเป็นรายแรกๆ ที่ขยับขาอ้าแขนรับเทศกาลอาหรับสปริง อัลจาซีรา รายงานแบบเอียงไปเอียงมา ไม่ต่างกับซีเอนเอน ในเรื่องของกัดดาฟีของลิเบียและอัสสาดของซีเรีย เขาเล่นตีกันเป็นระนาดวง กับซีเอนเอน บีบีซี เอาซะทั้ง กัดดาฟีและอัสซาด เป็นเผด็จการจอมโหดสมควรตาย แต่เมื่อบาห์เรนเพื่อนบ้านค่ายเดียวกัน มีปัญหาภายใน เรื่องราวก็คล้ายกัน อัลจาซีรา เกิดเป็นใบ้ หลอดขาด จานดาวเทียมส่งสัญญาณไม่ได้เสียอย่างนั้น ตอนอัลจาซีรา ตั้งขึ้นมาใหม่ๆ ใครไม่อ้างแหล่งข่าวอัลจาซีรานี่เชยสะบั้น แต่ตอนนี้ ใครอ้างอัลจาซีรา ผมว่าไม่เชยนะ แต่ง่าวจัด ถึงจะเป็นประเทศเล็ก แต่เงินแยะ และมีสื่อใหญ่ระดับโลกอยู่ในมือ การ์ต้า จึงคิดพองตัว สนับสนุนทั้งเงินทุนและกองกำลัง ไปร่วมโค่นกัดดาฟี และโค่นรัฐบาลในตูนีเซีย หวังให้รัฐบาลใหม่ของ 2 ประเทศ นับตนเองเป็นลูกพี่ เรียนเร็วนะไอ้หนู ส่วนประเทศที่ย่อยยับ ไปกับเทศกาลอาหรับสปริง ไม่มีใครเกินอียิปต์ รองมาก็คือซีเรีย และอีกประเทศที่กำลังเหงื่อแตก รีบปรับกระบวนท่าของตัวเองคือ อิสราเอล อาหรับสปริง เป็นตัวอย่างของการเดินแผนของอเมริกาในตะวันออกกลาง ที่แย่ที่สุด หรือเยี่ยมที่สุด ที่เราจะต้องค่อยๆดูกันต่อไป อิยิปต์ นับเป็นมิตรระดับสำคัญของอเมริกามานานนับ 70 ปี นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 สถานทูตอเมริกาในอิยิปต์ ช่วงหนึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในโลก ย้อนไปก่อนนั้น อิยิปต์ก็มีความหมายมากกับมหา อำนาจตะวันตกอย่างอังกฤษ เช่นเดียวกัน ถึงเวลาหมดประโยชน์ หรือไม่ต้องการใช้ หรือมีแผนใหม่ อเมริกาก็ไล่ มูบารัค ประธานาธิบดีอิยิปต์ ที่อเมริกาใช้เหมือนพรมเช็ดเท้าให้เก็บของออกไปจากทำเนียบ ไม่ได้ออกไปกลับบ้าน แต่ออกไปนอนในคุกอีกด้วย รอดมาจากการโดนตัดสินประหารชีวิต นี่ก็บุญแล้ว แล้วอิยิปต์ ประเทศที่มีวัฒนธรรมอันยาวนาน เป็นประเทศในความฝันของคนที่อยากเห็นแหล่งอารยะธรรม ที่เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ก็เหลือแต่ซาก กับกองขยะ ผลงานใครครับ ซีเรีย กำลังตามมาติดๆ แต่อิยิปต์กับซีเรียต่างกัน อิยิปต์ตกเป็นพรมเช็ดเท้า ถึงเวลาพวกพรมเช็ดเท้าด้วยกัน แทนที่จะช่วยประคอง ดันช่วยกันเหยียบซ้ำ ส่วนซีเรีย เลือกอยู่กับค่ายสู้ตาย จับมือกับลูกพี่อิหร่าน ต่อต้านอเมริกามาด้วยกัน วันนี้อิหร่านไม่มีทางทิ้งซีเรีย แต่มีไอ้บ้าน้ำลายฟูมปาก ออกมาทำท่าหน้าเครียดตาขึง พูดให้ชาวโลกฟังในที่ประชุมสหประชาติ เมื่อสามสี่วันก่อน ว่า ซีเรียเป็นอย่างนี้ เพราะมีผู้นำฆ่าประชาชนของตัวเอง แบบนี้เลวมาก เออ … แล้วผู้นำประเทศอื่น ที่ทั้งฆ่าประชาชนของประเทศอื่น และทำลายประเทศของเขา จนแทบไม่เหลือที่ให้ประชาชนซุกหัว กี่ประเทศแล้วมึง ไม่ผิด ไม่เลว งั้นหรือครับ พวกมึงมันเกินสัตว์นรก เกินกว่าผมจะหาคำมาด่าแล้ว... อิสราเอล แม้จะไม่มีปัญหาในบ้าน แต่เทศกาลอาหรับสปริง ก็ทำให้อิสราเอลเหนื่อยขึ้นแยะ แม้ว่าจะมีกองทัพที่ดูเหมือนจะเข้มแข็งที่สุดในภูมิภาค เพราะได้รับการดูแลอย่างดีจากอเมริกา ก็เริ่มจะถูกโดดเดี่ยว นี่ก็เป็นเรื่องน่าสนใจ อิสราเอล เคยอาศัยอิยิปต์ เป็นทั้งกำแพงและตัวเชื่อมกับกลุ่มมุสลิม เมื่อ อิยิปต์ถูกจัดอันดับใหม่ ได้มุสลิมหัวรุนแรงมาปกครอง อิสราเอลก็ขาดตัวเชื่อม เป็นยิวอยู่ในดงมุสลิม ก็คงหาเพื่อนยาก ตุรกี ซึ่งเคยพอพูดกันได้ ก็ดันไปสนับสนุนกลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูด Muslim Brotherhood รัฐบาลใหม่ ของอิยิปต์ อิสราเอลเลยหมดผู้ที่จะไปพูดด้วยได้ในตะวันออกกลาง อย่างนี้ ต้องชื่นชมคนออกแบบอาหรับสปริง เลว ลึกซึ้งมาก นอกจากนี้ อาหรับสปริงยังทำให้กลุ่ม ฮามาส Hamas และฟัตตาห์ Fatah กองกำลังติดอาวุธในปาเลสไตน์ ได้อาวุธ ที่ใครไม่รู้ ยึดมาจากลิเบีย และเอามาแบ่งให้กลุ่มฮามาสด้วย 2 กลุ่มนี้ จึงเหมือนติดปีก พร้อมลุยอิสราเอล แถมกลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูด ที่ขึ้นมาปกครองอียิปต์ต่อจากมูบารัค ยังทำท่าเห็นใจ สนับสนุน พวกฮามาส อีกด้วย แบบนี้ อิสราเอลก็ต้องลดความกร่าง กลับไปใช้ภาษาดอกไม้กับอเมริกามากขึ้น เกมนี้แน่จริงพี่ มาถึงคู่แข่งสำคัญ อิหร่านกับซาอุดิอารเบีย ที่ไม่มีวันจะรักกัน ใหญ่กันอยู่คนละมุม ต่างก็ถูกกระทบจากเทศกาลอาหรับสปริง ทั้งทางลบและทางบวก ฝ่ายซาอุ กล่าวหาว่าอิหร่าน ฉวยโอกาส จากการระส่ำระสายจากเทศกาลอาหรับสปริง เข้าไปดูแลอิรัค ส่วนที่นับถือนิกายชีอะห์ด้วยกัน อิรัคที่ยังไม่ฟื้น จากการถูกอเมริกากระทืบ ก็ย่อมไม่ปฏิเสธความช่วยเหลือของอิหร่าน ทำให้เครือข่ายชีอะห์ของอิหร่านขยายใหญ่ เป็นการกดดัน ซาอุ ทางอ้อม และ โดยสภาพทางภูมิศาสตร์ ซีเรียบวกอิรัค ยังเป็นแนวที่อิหร่านใช้ยันกับ อิสราเอล และซาอุดิอารเบียกับพวกเสี่ยปั้มสิงห์สำอางทั้งหลาย ได้อีกด้วย ข้อกล่าวหาของซาอุ ฟังขึ้น เพราะอิหร่านก็ดูเหมือนจะทำจริง นอกจากจะสนับสนุนอิรัคแล้ว อิหร่านยังสนับสนุน ทั้งกลุ่มฮามาส กลุ่มเฮสบอลเลาะห์ พันธุ์ดุทั้งนั้น เอาไว้ต้านกลุ่มเสี่ยปั้ม และอิสราเอล หรือจริงๆ ก็เอาไว้ต้านอิทธิพลของอเมริกานั่นเอง นอกจากนี้ ทั้งอิหร่าน อิรัค ซีเรีย ตุรกี เลบานอน ยังเป็นแนวรอบนอก ที่ทำให้การเข้าไปถึงรัสเซียทาง ด้านนี้ยากขึ้นด้วย ส่วนอีก 2 ด้านสำคัญ ที่จะเข้าถึงรัสเซีย คือ ทางยูเครนและอาฟกานิสถาน และคงไม่ยากที่จะเข้าใจ ว่า ทำไมเรื่องยูเครนถึงยืดเยื้อ และเมื่อรัสเซียเข้ามาถึงซีเรีย ทางด้านอาฟกานิสถานก็อาจจะร้อนขึ้นมาอีก ด้วยความเกี่ยวพัน พึ่งพากันเช่นนี้ รัสเซียและอิหร่าน จึงคงเป็นเพื่อนที่จะไม่ทิ้งกันอีกคู่หนึ่ง ซาอุดิอารเบีย เสี่ยปั้มใหญ่ ไม่ถนัดออกหน้า ถนัดแต่ชี้นิ้ว และขี้บ่น เขาว่าเป็นนิสัยประจำตัวของคนที่นึกว่ารวยแล้ว มีแต่คนง้อ คนเอาใจ แต่เงินไม่ได้ซื้อได้ทุกอย่าง และการมีบ่อน้ำมัน บางครั้งก็เหมือนมีลาภลอย แบบสามล้อถูกหวย ถ้าไม่รู้จักเก็บรักษาให้ดี ไม่ถูกปล้นจนหมดตัว ก็มือเติบใช้จนหมดตูด กลับไปถีบสามล้อเหมือนเดิม หลังอาหรับสปริง เมื่อมูบารัคของอียิปต์ถูกย้ายจากทำเนียบไปอยู่ในคุก บาห์เรน เสี่ยปั้มในค่ายเอาอเมริกาอีกรายก็เกิดเรื่อง เล่นเอาซาอุดิประสาทแดก รีบส่งกองกำลังเข้าไปในบาห์เรน พร้อมควักกระเป๋าอีก 2 หมื่นล้านเหรียญให้บาห์เรนกับโอมาน ไป “คุย” กับเยเมนให้รู้เรื่อง ในฐานะบ้านอยู่ติดกัน แถมมีสภาพคุมปากอ่าวเหมือนกัน และตอนนั้น เยเมนก็กำลังระส่ำไม่รู้ใครสร้าง เอะ เยเมนอยู่ปากอ่าว คุมเส้นทางส่งน้ำมันของซาอุ ที่จะออกมาทางมหาสมุทรอินเดีย เหมือนอิยิปต์ที่คุมเส้นทางส่งออกน้ำมันของซาอุไปทางเมดิเตอร์เรเนียน มองเห็นอะไรไหมครับ แต่ซาอุ คงอ่านไม่แตกฉาน ใช้เวลากับประสาทแดกเรื่องอิหร่านมากไปหน่อย แทนที่จะคิดสร้างความเข้มแข็งให้เกิดในประเทศตัว ไม่ใช่คอยแต่หวังพึ่งคนนอก ซาอุ ไม่ใช่รวยธรรมดา รวยน้ำมันที่สุดในโลกด้วย แต่กลับทำตัวเหมือนเป็นสามล้อถูกหวย น่าเสียดาย น่าคิด และน่าสนใจไหมครับว่า ตลอดเวลาที่อเมริกาแซงชั้นอิหร่าน อิหร่านไม่ได้อยู่อย่างหรุหราสุขสบายอย่างพวกเสี่ยปั้มใหญ่ ปั้มเล็ก แต่อิหร่านอยู่ได้ และแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน มาถึงวันนี้ แกร่งถึงขนาด ตัดสินใจเข้าฉาก เล่นเรื่องซีเรีย เล่นฉากนี้เหมือนตั้งใจฉีกหน้าอเมริกาโดยตรง แสดงว่าอิหร่านต้องมีดี อิหร่านมีรัสเซีย และจีน เป็นเพื่อนที่ช่วยเหลือยามยาก ในยามที่อิหร่านถูกแซงชั่น อย่างใจดำและเป็นเวลานาน เราคงพอมองเห็น ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ มันต้องอดทน ทนอด ไม่ท้อถ้อยทั้งนั้น ไม่งั้นก็เป็นพรมเช็ดเท้าเขาไปตลอด สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 3 ต.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 790 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลองเชิง ตอนที่ 3

    “ลองเชิง”
    ตอน 3
    ซีเรีย ทำท่าจะกลายเป็นหนังฟอร์มใหญ่ ผู้กำกับมากันเพียบ ผู้อำนวยการสร้างก็จากหลายแหล่ง ตอนนี้ดูเหมือนกำลังซุบซิบ กั้นเขตหรือกินเขตกันอยู่ ไม่รู้ตกลงใครจะสร้างโรงถ่ายตรงไหน ส่วนไหนของตะวันออกกลาง ไม่ใช่แค่บริเวณซีเรีย ซี่งคงจะกลายเป็นสนามประลองยุทธ์ที่น่าติดตาม ดาราใหญ่จะเข้าฉากเล่นเอง หรือให้ดาราเล็กๆ เล่นกันไปก่อนยังไม่แน่ บางค่ายราคาคุยแยะ ส่งแต่สตั้นท์แมนรับจ้างมาเข้าฉาก เขาจะเล่น กันขนาดไหนยังไม่รู้ แต่อย่างน้อย เราควรรู้กันไว้บ้างว่า ใครเป็นใคร ใครเป็นพวกกับใคร ใครน่าจะรับบทไหน จะได้ดูหนังเรื่องซีเรีย ตะวันออกกลางรู้เรื่อง เดี๋ยวจะชวนกันออกอ่าวสนุกสนาน อย่าออกอ่าวไปไกลนักครับ เดี๋ยวกลับไม่ถูก ผมจะขอเอาเรือรบรัสเซีย เรือรบจีนไปรับ เขาก็บอกว่าไม่ว่าง ตอนนี้ต่างก็ติดภาระกิจยุ่งกันทั้งนั้น 555
    เพื่อความเข้าใจ สถานะและความสัมพันธ์ของตัวละคร เกี่ยวกับตะวันออกกลาง ผมขอย้อนหลังไปหน่อย
    หลังเหตุการณ์ 9/11 การถล่มตึกเวิลด์เทรดเซนเตอร์ เมื่อปี ค.ศ.2001 อเมริกาถือโอกาสใช้เป็นข้ออ้างเข้าไปแทรกแซงในตะวันออกกลางอย่างเต็มสูบ ในช่วง ค.ศ.2003 และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประเทศในแถบตะวันออกกลางและภูมิภาคใกล้เคียงแตกแยกชัดเจน แบ่งเป็น 2 ค่าย กับอีก 3 เสี้ยว
    ค่ายหนึ่งคือ ค่ายที่เอาอเมริกา นำโดยเสี่ยปั้มใหญ่ ซาอุดิอารเบียกับพวกเสี่ยปั้มหนุ่มสำอางค์ทั้งหลายแถบอ่าว ไล่มาตั้งแต่ คูเวต บาห์เรน การต้า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมาน เดิมมีอิรัคด้วย แต่ปัจจุบัน อิรัคน่าจะย้ายค่ายไปอยู่ฝั่งไม่เอาอเมริกาไปแล้ว เสี่ยปั้มใหญ่คงกลัวเสียหน้า ลูกน้องหนี เลยเอาจอร์แดนมารวมด้วย แต่ก็รวมอย่างเขินๆ เพราะจอร์แดนถือว่าตัวเองควรเป็นเจ้าของตะวันออกกลางทั้งหมดเสียด้วยซ้ำ เพราะถูกอังกฤษหลอกต้มเอาไว้อย่างนั้น มาอยู่ใต้ปีกเสี่ยปั้มนี่ ออกจะเสียหน้า แต่คงพอทนเพราะมีค่าทนชดเชย (อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องอังกฤษต้มตะวันออกกลาง ได้ในนิทานเรื่อง “เหยื่อ” ครับ ตามลิงค์นี้ https://www.dropbox.com/s/i3psv6qf7v9iqew/victim.pdf)
    อีกค่ายหนึ่ง เป็นค่ายที่ไม่เอาอเมริกา ค่ายนี้ ไม่ใช่แค่ไม่เอาเฉยๆ เขาต่อต้านอเมริกาอย่างเปิดเผย และไม่หยุดยั้งด้วย มีตัวยืนโรงตัวใหญ่ คืออิหร่าน ซีเรีย เลบานอน (กลุ่มเฮซบอลเล์าะ) ปาเลสไตน์( กลุ่มกองกำลังปาเลสไตน์ คือ พวกฮามาส) และเยเมนส่วนใต้
    สำหรับชาวโลกทั่วไป ฟังจากข่าวฟอกย้อมของตะวันตก คงมองค่ายหลังนี้ เป็นตัวร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือฆาตกรไปแล้ว
    อีกเสี้ยวหนึ่ง คือ อิสราเอล อยู่ในตะวันออกกลาง แต่ไม่ถือว่าตนเองเป็นคนตะวันอ อกกลาง ไม่รักซาอุ เกลียดอิหร่าน และไม่ชอบใครเลย ชอบแต่ยิวด้วยกัน ประเทศที่มียิวไปอยู่แยะ ก็ใช่ว่าจะชอบ แค่หลอกใช้ อิสราเอลคือต้นไม้พิษ ที่อังกฤษเอาไปปลูกไว้ในตะวันออกกลาง แต่ให้อเมริกาเลี้ยงให้ การเอาอิสราเอลไปอยู่ตรงนั้น ถือเป็นยุทธศาสตร์ สุดยอด (ชั่ว) ของอังกฤษเลยทีเดียว
    เสี้ยวที่ 2 คือ ตุรกี ที่ก็ไม่นับว่าตนเองเป็นพวกตะวันออกกลาง แบบพวกเสี่ยปั้มทั้งหลาย ตุรกี ดูเหมือนทำตัวเป็นขี้ข้าอเมริกามาตลอด แต่จริงๆ ตุรกีเป็นนกหลายหัว และนกพันธุ์แสบไม่ธรรมดา ลูกเล่นแยะมาก แต่ล่าสุด ดูเหมือนจะเลือกค่ายแล้ว
    เสี้ยวที่ 3 คือ อียิปต์ ที่แม้จะไม่ได้อยู่ในตะวันออกกลาง แต่โดยภูมิศาสตร์ อียิปต์อยู่ติดกับอิสราเอล และที่สำคัญ เป็นเจ้าของคลองสุเอซ ที่เป็นเส้นทางใหญ่ที่บรรดาเสี่ยปั้มใช้ขนส่งน้ำมันไปทางเมดิเตอร์เรเนียน อียิปต์จึงถูกล็อกคอ มาอยู่ในมืออเมริกา เพื่อกันไว้ไม่ให้ใครมายุ่งกับน้ำมันของพวกเสี่ยปั้ม ที่อเมริกาคุมอีกต่อ
    ค่ายใหญ่ 2 ค่าย มักมีเรื่องขัดแย้ง ขัดคอ แข่งขันกันอยู่เสมอ ทั้งในทางการเมือง และทางสื่อ เพื่อชิงความเป็นผู้นำในภูมิภาค โดยบริวณขัดแย้ง มักอยู่ที่ เลบานอน อิรัค และปาเลสไตน์
    และที่สำคัญ หัวหน้าค่ายใหญ่ของทั้ง 2 ค่าย คือ อิหร่าน และซาอุดิอารเบีย ไม่เคยถูกกันเลย ไม่เคยรักกัน และไม่มีวันจะรักกัน ซาอุดิอารเบีย แสดงอาการไม่ชอบใจ ไม่ไว้ใจ บ่น ด่า ซ้ำซาก ถึงอิหร่านอยู่ตลอดเวลา ว่า อิหร่านกำลังข่มขู่ชาวตะวันออกกลาง ด้วยการสร้างนิวเคลียร์ และ พยายามทำตัวเป็นพี่เบิ้มของตะวันออกกลาง เพราะฉนั้น ที่คิดว่า ซาอุ จะมาฝากผีฝากไข้ไว้กับรัสเซีย คิดว่าเป็นเรื่องเป็นไปได้หรือครับ ซาอุอาจจะมาพูดกับรัสเซีย รัสเซียก็คงฟัง เหมือนวันที่รัสเซียกำลังพูดกับอิสราเอล แล้วเรือรบจีน ไปจอดอยู่หน้าบ้านอิสราเอล ไม่กี่วันต่อมา ฟังทำนองนั้นแหละ ครับ
    รัสเซีย จีน อิหร่าน กว่าจะมาถึงวันนี้ เขาลงเรือลำเดียวกัน ฝ่าดงหนาม ดงตีน ที่อเมริกา อียู และพวกลูกกระเป๋ง ประเคนมาให้เท่าไหร่ เชื่อว่าไม่มีใครโดดหนีกลางทาง และไม่น่าจะรับผู้โดยสารระหว่างทาง ที่เพื่อนรังเกียจ หรือรังเกียจเพื่อน ขึ้นเรือมาด้วย ถึงที่หมายแล้ว ค่อยว่ากันอีกที แต่เป็นทีแบบไหน ก็ดูกันต่อไป
    ส่วนอิสราเอล ไม่สังกัด ไม่เข้าค่ายใด เพราะถือตัวว่าเป็นเส้นใหญ่สายตรงของอเมริกา ก็ไม่ชอบ ทั้งซาอุดิอารเบียและอิหร่าน แต่รู้สึกอิหร่านจะได้รับคำเอ่ยถึงในทางลบมากกว่า
    ส่วนอิหร่านก็ดูถูกซาอุดิว่า มีดีแค่รวยอย่างเดียว อยู่ทะเลทรายเสียเปล่า แต่ดันชอบเป็นชาวเกาะ เกาะอเมริกาเหมือนตัวเป็นลูกอ่อน และอิหร่านก็เห็นอิสราเอลเป็นคนนอก ที่เข้ามาแย่งที่ แถมข่มขู่คนในที่เป็นเจ้าของของเดิม แบบนี้ ก็คงไม่ได้แปลว่าอิหร่านพอใจอิสราเอล
    แต่หลังจากที่อเมริกา (อีกนั่นแหละ) จัดเทศกาลอาหรับสปริง ตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ.2011 ตะวันออกกลาง ก็มีความมีความเปลี่ยนแปลงอีกรอบหนึ่ง และเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ที่อาจเป็นสาเหตุหนึ่ง ของ การประลองยุทธ ที่กำลังดำเนินอยู่ในซีเรีย ตอนนี้
    หลังอาหรับสปริง ประเทศที่อยู่แถวหน้า เช่น ซาอุดิอารเบีย อิหร่าน และอิสราเอล ต่างได้รับผลกระทบ มีทั้งบวก ทั้งลบ แล้วแต่สถานการณ์จะสร้างผู้กล้า หรือสร้างผู้ขลาด ส่วนประเทศที่เคยยืนอยู่แถวหลังในภูมิภาค อย่างตุรกี และการ์ต้า กลับใช้โอกาส เพิ่มรัศมี เพิ่มอิทธิพล
    ส่วนประเทศใหญ่อีก 2 ประเทศ อิยิปต์ หรือซีเรีย กลับเซระเนระนาด จากความไม่สงบ ที่เกิดขึ้นในประเทศของตน และทำท่าจะยืดเยื้อลากยาว กระทบความมั่นคงของทั้ง 2 ประเทศ ไปอีกนาน
    ผลที่ตามมา คือ 2 ค่ายในตะวันออกกลาง และทุกเสี้ยวที่กล่าวมาข้างต้น เกิดการแข่งขัน ขัดแย้ง รุนแรงเพิ่มขึ้น ทั้งทางด้านการเมือง ความมั่นคง และความแตกต่างทางนิกายศาสนา ที่อาหรับสปริง เพาะเชื้อไว้ อย่างแนบเนียน…
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    2 ต.ค. 2558
    ลองเชิง ตอนที่ 3 “ลองเชิง” ตอน 3 ซีเรีย ทำท่าจะกลายเป็นหนังฟอร์มใหญ่ ผู้กำกับมากันเพียบ ผู้อำนวยการสร้างก็จากหลายแหล่ง ตอนนี้ดูเหมือนกำลังซุบซิบ กั้นเขตหรือกินเขตกันอยู่ ไม่รู้ตกลงใครจะสร้างโรงถ่ายตรงไหน ส่วนไหนของตะวันออกกลาง ไม่ใช่แค่บริเวณซีเรีย ซี่งคงจะกลายเป็นสนามประลองยุทธ์ที่น่าติดตาม ดาราใหญ่จะเข้าฉากเล่นเอง หรือให้ดาราเล็กๆ เล่นกันไปก่อนยังไม่แน่ บางค่ายราคาคุยแยะ ส่งแต่สตั้นท์แมนรับจ้างมาเข้าฉาก เขาจะเล่น กันขนาดไหนยังไม่รู้ แต่อย่างน้อย เราควรรู้กันไว้บ้างว่า ใครเป็นใคร ใครเป็นพวกกับใคร ใครน่าจะรับบทไหน จะได้ดูหนังเรื่องซีเรีย ตะวันออกกลางรู้เรื่อง เดี๋ยวจะชวนกันออกอ่าวสนุกสนาน อย่าออกอ่าวไปไกลนักครับ เดี๋ยวกลับไม่ถูก ผมจะขอเอาเรือรบรัสเซีย เรือรบจีนไปรับ เขาก็บอกว่าไม่ว่าง ตอนนี้ต่างก็ติดภาระกิจยุ่งกันทั้งนั้น 555 เพื่อความเข้าใจ สถานะและความสัมพันธ์ของตัวละคร เกี่ยวกับตะวันออกกลาง ผมขอย้อนหลังไปหน่อย หลังเหตุการณ์ 9/11 การถล่มตึกเวิลด์เทรดเซนเตอร์ เมื่อปี ค.ศ.2001 อเมริกาถือโอกาสใช้เป็นข้ออ้างเข้าไปแทรกแซงในตะวันออกกลางอย่างเต็มสูบ ในช่วง ค.ศ.2003 และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประเทศในแถบตะวันออกกลางและภูมิภาคใกล้เคียงแตกแยกชัดเจน แบ่งเป็น 2 ค่าย กับอีก 3 เสี้ยว ค่ายหนึ่งคือ ค่ายที่เอาอเมริกา นำโดยเสี่ยปั้มใหญ่ ซาอุดิอารเบียกับพวกเสี่ยปั้มหนุ่มสำอางค์ทั้งหลายแถบอ่าว ไล่มาตั้งแต่ คูเวต บาห์เรน การต้า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมาน เดิมมีอิรัคด้วย แต่ปัจจุบัน อิรัคน่าจะย้ายค่ายไปอยู่ฝั่งไม่เอาอเมริกาไปแล้ว เสี่ยปั้มใหญ่คงกลัวเสียหน้า ลูกน้องหนี เลยเอาจอร์แดนมารวมด้วย แต่ก็รวมอย่างเขินๆ เพราะจอร์แดนถือว่าตัวเองควรเป็นเจ้าของตะวันออกกลางทั้งหมดเสียด้วยซ้ำ เพราะถูกอังกฤษหลอกต้มเอาไว้อย่างนั้น มาอยู่ใต้ปีกเสี่ยปั้มนี่ ออกจะเสียหน้า แต่คงพอทนเพราะมีค่าทนชดเชย (อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องอังกฤษต้มตะวันออกกลาง ได้ในนิทานเรื่อง “เหยื่อ” ครับ ตามลิงค์นี้ https://www.dropbox.com/s/i3psv6qf7v9iqew/victim.pdf) อีกค่ายหนึ่ง เป็นค่ายที่ไม่เอาอเมริกา ค่ายนี้ ไม่ใช่แค่ไม่เอาเฉยๆ เขาต่อต้านอเมริกาอย่างเปิดเผย และไม่หยุดยั้งด้วย มีตัวยืนโรงตัวใหญ่ คืออิหร่าน ซีเรีย เลบานอน (กลุ่มเฮซบอลเล์าะ) ปาเลสไตน์( กลุ่มกองกำลังปาเลสไตน์ คือ พวกฮามาส) และเยเมนส่วนใต้ สำหรับชาวโลกทั่วไป ฟังจากข่าวฟอกย้อมของตะวันตก คงมองค่ายหลังนี้ เป็นตัวร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือฆาตกรไปแล้ว อีกเสี้ยวหนึ่ง คือ อิสราเอล อยู่ในตะวันออกกลาง แต่ไม่ถือว่าตนเองเป็นคนตะวันอ อกกลาง ไม่รักซาอุ เกลียดอิหร่าน และไม่ชอบใครเลย ชอบแต่ยิวด้วยกัน ประเทศที่มียิวไปอยู่แยะ ก็ใช่ว่าจะชอบ แค่หลอกใช้ อิสราเอลคือต้นไม้พิษ ที่อังกฤษเอาไปปลูกไว้ในตะวันออกกลาง แต่ให้อเมริกาเลี้ยงให้ การเอาอิสราเอลไปอยู่ตรงนั้น ถือเป็นยุทธศาสตร์ สุดยอด (ชั่ว) ของอังกฤษเลยทีเดียว เสี้ยวที่ 2 คือ ตุรกี ที่ก็ไม่นับว่าตนเองเป็นพวกตะวันออกกลาง แบบพวกเสี่ยปั้มทั้งหลาย ตุรกี ดูเหมือนทำตัวเป็นขี้ข้าอเมริกามาตลอด แต่จริงๆ ตุรกีเป็นนกหลายหัว และนกพันธุ์แสบไม่ธรรมดา ลูกเล่นแยะมาก แต่ล่าสุด ดูเหมือนจะเลือกค่ายแล้ว เสี้ยวที่ 3 คือ อียิปต์ ที่แม้จะไม่ได้อยู่ในตะวันออกกลาง แต่โดยภูมิศาสตร์ อียิปต์อยู่ติดกับอิสราเอล และที่สำคัญ เป็นเจ้าของคลองสุเอซ ที่เป็นเส้นทางใหญ่ที่บรรดาเสี่ยปั้มใช้ขนส่งน้ำมันไปทางเมดิเตอร์เรเนียน อียิปต์จึงถูกล็อกคอ มาอยู่ในมืออเมริกา เพื่อกันไว้ไม่ให้ใครมายุ่งกับน้ำมันของพวกเสี่ยปั้ม ที่อเมริกาคุมอีกต่อ ค่ายใหญ่ 2 ค่าย มักมีเรื่องขัดแย้ง ขัดคอ แข่งขันกันอยู่เสมอ ทั้งในทางการเมือง และทางสื่อ เพื่อชิงความเป็นผู้นำในภูมิภาค โดยบริวณขัดแย้ง มักอยู่ที่ เลบานอน อิรัค และปาเลสไตน์ และที่สำคัญ หัวหน้าค่ายใหญ่ของทั้ง 2 ค่าย คือ อิหร่าน และซาอุดิอารเบีย ไม่เคยถูกกันเลย ไม่เคยรักกัน และไม่มีวันจะรักกัน ซาอุดิอารเบีย แสดงอาการไม่ชอบใจ ไม่ไว้ใจ บ่น ด่า ซ้ำซาก ถึงอิหร่านอยู่ตลอดเวลา ว่า อิหร่านกำลังข่มขู่ชาวตะวันออกกลาง ด้วยการสร้างนิวเคลียร์ และ พยายามทำตัวเป็นพี่เบิ้มของตะวันออกกลาง เพราะฉนั้น ที่คิดว่า ซาอุ จะมาฝากผีฝากไข้ไว้กับรัสเซีย คิดว่าเป็นเรื่องเป็นไปได้หรือครับ ซาอุอาจจะมาพูดกับรัสเซีย รัสเซียก็คงฟัง เหมือนวันที่รัสเซียกำลังพูดกับอิสราเอล แล้วเรือรบจีน ไปจอดอยู่หน้าบ้านอิสราเอล ไม่กี่วันต่อมา ฟังทำนองนั้นแหละ ครับ รัสเซีย จีน อิหร่าน กว่าจะมาถึงวันนี้ เขาลงเรือลำเดียวกัน ฝ่าดงหนาม ดงตีน ที่อเมริกา อียู และพวกลูกกระเป๋ง ประเคนมาให้เท่าไหร่ เชื่อว่าไม่มีใครโดดหนีกลางทาง และไม่น่าจะรับผู้โดยสารระหว่างทาง ที่เพื่อนรังเกียจ หรือรังเกียจเพื่อน ขึ้นเรือมาด้วย ถึงที่หมายแล้ว ค่อยว่ากันอีกที แต่เป็นทีแบบไหน ก็ดูกันต่อไป ส่วนอิสราเอล ไม่สังกัด ไม่เข้าค่ายใด เพราะถือตัวว่าเป็นเส้นใหญ่สายตรงของอเมริกา ก็ไม่ชอบ ทั้งซาอุดิอารเบียและอิหร่าน แต่รู้สึกอิหร่านจะได้รับคำเอ่ยถึงในทางลบมากกว่า ส่วนอิหร่านก็ดูถูกซาอุดิว่า มีดีแค่รวยอย่างเดียว อยู่ทะเลทรายเสียเปล่า แต่ดันชอบเป็นชาวเกาะ เกาะอเมริกาเหมือนตัวเป็นลูกอ่อน และอิหร่านก็เห็นอิสราเอลเป็นคนนอก ที่เข้ามาแย่งที่ แถมข่มขู่คนในที่เป็นเจ้าของของเดิม แบบนี้ ก็คงไม่ได้แปลว่าอิหร่านพอใจอิสราเอล แต่หลังจากที่อเมริกา (อีกนั่นแหละ) จัดเทศกาลอาหรับสปริง ตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ.2011 ตะวันออกกลาง ก็มีความมีความเปลี่ยนแปลงอีกรอบหนึ่ง และเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ที่อาจเป็นสาเหตุหนึ่ง ของ การประลองยุทธ ที่กำลังดำเนินอยู่ในซีเรีย ตอนนี้ หลังอาหรับสปริง ประเทศที่อยู่แถวหน้า เช่น ซาอุดิอารเบีย อิหร่าน และอิสราเอล ต่างได้รับผลกระทบ มีทั้งบวก ทั้งลบ แล้วแต่สถานการณ์จะสร้างผู้กล้า หรือสร้างผู้ขลาด ส่วนประเทศที่เคยยืนอยู่แถวหลังในภูมิภาค อย่างตุรกี และการ์ต้า กลับใช้โอกาส เพิ่มรัศมี เพิ่มอิทธิพล ส่วนประเทศใหญ่อีก 2 ประเทศ อิยิปต์ หรือซีเรีย กลับเซระเนระนาด จากความไม่สงบ ที่เกิดขึ้นในประเทศของตน และทำท่าจะยืดเยื้อลากยาว กระทบความมั่นคงของทั้ง 2 ประเทศ ไปอีกนาน ผลที่ตามมา คือ 2 ค่ายในตะวันออกกลาง และทุกเสี้ยวที่กล่าวมาข้างต้น เกิดการแข่งขัน ขัดแย้ง รุนแรงเพิ่มขึ้น ทั้งทางด้านการเมือง ความมั่นคง และความแตกต่างทางนิกายศาสนา ที่อาหรับสปริง เพาะเชื้อไว้ อย่างแนบเนียน… สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 2 ต.ค. 2558
    WWW.DROPBOX.COM
    victim.pdf
    Shared with Dropbox
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 546 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts