• CEO ของ Nvidia ชี้ว่าการใช้เทคโนโลยี GAA ในอนาคตจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของ GPU ได้ถึง 20% แต่ยังยืนยันว่าการพัฒนาสถาปัตยกรรมและนวัตกรรมซอฟต์แวร์คือปัจจัยสำคัญที่แท้จริง ในยุคที่ศูนย์ข้อมูลมุ่งเน้นประสิทธิภาพต่อวัตต์ Nvidia ได้ปรับบทบาทมาเน้นการเป็นผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI และอัลกอริทึมอย่างเต็มที่

    มุมมองต่อการพัฒนาเทคโนโลยี:
    - Huang ยอมรับว่าการปรับปรุงจากเทคโนโลยีใหม่ เช่น GAA มีความสำคัญ แต่มองว่าไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่ "ปฏิวัติวงการ" โดยเฉพาะในยุคที่การเติบโตของกฎของมัวร์ (Moore’s Law) ช้าลงอย่างชัดเจน.

    การใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพในยุค AI:
    - ขณะที่ศูนย์ข้อมูลต่าง ๆ เน้นที่ประสิทธิภาพต่อวัตต์ (performance per watt) Nvidia มุ่งไปที่การจัดการประสิทธิภาพของระบบโดยรวมมากกว่าที่จะเน้นเฉพาะการปรับปรุงความเร็วหรือพลังงานของแต่ละหน่วยประมวลผล.

    การคาดการณ์สำหรับอนาคต:
    - Nvidia คาดว่า GPU รุ่นใหม่ในอนาคต (ชื่อรหัส Feynman) อาจใช้เทคโนโลยี GAA เช่น N2P หรือ A16 ซึ่งจะเปิดตัวในปี 2028 โดยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้ถึง 20% หรือมากกว่านั้น ทั้งนี้ต้องพิจารณาความสมดุลระหว่างพลังงานและประสิทธิภาพตามความต้องการของตลาด AI.

    การเปลี่ยนแปลงบทบาทของ Nvidia:
    - Huang ย้ำว่า Nvidia กำลังเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นเพียงบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ โดยเน้นการพัฒนาสูตรอัลกอริทึมในด้านกราฟิก คอมพิวเตอร์ และโรโบติกส์.

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/nvidias-jesnen-huang-expects-gaa-based-technologies-to-bring-a-20-percent-performance-uplift
    CEO ของ Nvidia ชี้ว่าการใช้เทคโนโลยี GAA ในอนาคตจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของ GPU ได้ถึง 20% แต่ยังยืนยันว่าการพัฒนาสถาปัตยกรรมและนวัตกรรมซอฟต์แวร์คือปัจจัยสำคัญที่แท้จริง ในยุคที่ศูนย์ข้อมูลมุ่งเน้นประสิทธิภาพต่อวัตต์ Nvidia ได้ปรับบทบาทมาเน้นการเป็นผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI และอัลกอริทึมอย่างเต็มที่ มุมมองต่อการพัฒนาเทคโนโลยี: - Huang ยอมรับว่าการปรับปรุงจากเทคโนโลยีใหม่ เช่น GAA มีความสำคัญ แต่มองว่าไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่ "ปฏิวัติวงการ" โดยเฉพาะในยุคที่การเติบโตของกฎของมัวร์ (Moore’s Law) ช้าลงอย่างชัดเจน. การใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพในยุค AI: - ขณะที่ศูนย์ข้อมูลต่าง ๆ เน้นที่ประสิทธิภาพต่อวัตต์ (performance per watt) Nvidia มุ่งไปที่การจัดการประสิทธิภาพของระบบโดยรวมมากกว่าที่จะเน้นเฉพาะการปรับปรุงความเร็วหรือพลังงานของแต่ละหน่วยประมวลผล. การคาดการณ์สำหรับอนาคต: - Nvidia คาดว่า GPU รุ่นใหม่ในอนาคต (ชื่อรหัส Feynman) อาจใช้เทคโนโลยี GAA เช่น N2P หรือ A16 ซึ่งจะเปิดตัวในปี 2028 โดยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้ถึง 20% หรือมากกว่านั้น ทั้งนี้ต้องพิจารณาความสมดุลระหว่างพลังงานและประสิทธิภาพตามความต้องการของตลาด AI. การเปลี่ยนแปลงบทบาทของ Nvidia: - Huang ย้ำว่า Nvidia กำลังเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นเพียงบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ โดยเน้นการพัฒนาสูตรอัลกอริทึมในด้านกราฟิก คอมพิวเตอร์ และโรโบติกส์. https://www.tomshardware.com/tech-industry/nvidias-jesnen-huang-expects-gaa-based-technologies-to-bring-a-20-percent-performance-uplift
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 121 มุมมอง 0 รีวิว
  • AMD กำลังพัฒนา RDNA 3.5 สำหรับหน่วยประมวลผล APU รุ่นใหม่ที่ชื่อ Medusa Point และ Gorgon Point ซึ่งใช้สถาปัตยกรรม Zen 6 และ Zen 5 การเปิดตัวครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงความพยายามของ AMD ในการขยายความสามารถของกราฟิกใน APU และการปรับปรุงประสิทธิภาพสำหรับงาน AI อย่างต่อเนื่อง

    การเปลี่ยนแปลงใน RDNA 3.5:
    - RDNA 3.5 เคยใช้ใน Ryzen AI เช่น Strix Halo และ Strix Point แต่ใน Medusa Point คาดว่าจะมีการปรับปรุงเพื่อให้เหมาะกับการประมวลผลกราฟิกที่เข้มข้นขึ้น.

    มุมมองต่ออนาคตของ RDNA 4:
    - RDNA 4 ดูเหมือนจะออกแบบมาสำหรับเดสก์ท็อปเป็นหลัก ทำให้ RDNA 3.5 กลายเป็นแกนสำคัญในชิป APU ของ AMD ในระยะเวลาอันใกล้.

    ประสิทธิภาพของ APU ในงาน AI:
    - RDNA 3.5 มีประสิทธิภาพสูงในงานที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยรองรับการประมวลผลในระดับที่ครอบคลุมการใช้งานหลายรูปแบบ.

    บทบาทของ GFX1153 ในอนาคต:
    - ชิปที่ใช้ GFX1153 ถูกคาดหวังว่าจะเป็น GPU ในตัวสำหรับ Medusa Point ซึ่งถือเป็นการก้าวไปอีกขั้นในตลาดหน่วยประมวลผลแบบครบวงจร.

    https://www.techpowerup.com/334691/gfx1153-target-spotted-in-amdgpu-library-amendment-rdna-3-5-again-linked-to-medusa-point-apu
    AMD กำลังพัฒนา RDNA 3.5 สำหรับหน่วยประมวลผล APU รุ่นใหม่ที่ชื่อ Medusa Point และ Gorgon Point ซึ่งใช้สถาปัตยกรรม Zen 6 และ Zen 5 การเปิดตัวครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงความพยายามของ AMD ในการขยายความสามารถของกราฟิกใน APU และการปรับปรุงประสิทธิภาพสำหรับงาน AI อย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงใน RDNA 3.5: - RDNA 3.5 เคยใช้ใน Ryzen AI เช่น Strix Halo และ Strix Point แต่ใน Medusa Point คาดว่าจะมีการปรับปรุงเพื่อให้เหมาะกับการประมวลผลกราฟิกที่เข้มข้นขึ้น. มุมมองต่ออนาคตของ RDNA 4: - RDNA 4 ดูเหมือนจะออกแบบมาสำหรับเดสก์ท็อปเป็นหลัก ทำให้ RDNA 3.5 กลายเป็นแกนสำคัญในชิป APU ของ AMD ในระยะเวลาอันใกล้. ประสิทธิภาพของ APU ในงาน AI: - RDNA 3.5 มีประสิทธิภาพสูงในงานที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยรองรับการประมวลผลในระดับที่ครอบคลุมการใช้งานหลายรูปแบบ. บทบาทของ GFX1153 ในอนาคต: - ชิปที่ใช้ GFX1153 ถูกคาดหวังว่าจะเป็น GPU ในตัวสำหรับ Medusa Point ซึ่งถือเป็นการก้าวไปอีกขั้นในตลาดหน่วยประมวลผลแบบครบวงจร. https://www.techpowerup.com/334691/gfx1153-target-spotted-in-amdgpu-library-amendment-rdna-3-5-again-linked-to-medusa-point-apu
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    "GFX1153" Target Spotted in AMDGPU Library Amendment, RDNA 3.5 Again Linked to "Medusa Point" APU
    At the tail end of 2024, AMD technical staffers added the "GFX1153" target to their first-party GPU supported chip list. Almost three months later, PC hardware news outlets and online enthusiasts have just picked up on this development. "GFX1150" family IPs were previously linked to Team Red's RDNA ...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 44 มุมมอง 0 รีวิว
  • Intel กำลังทดสอบ CPU ตัวอย่างที่เรียกว่า Q46W ซึ่งใช้สถาปัตยกรรม Meteor Lake-S แต่ไม่มี Hyper-Threading แม้จะไม่ถูกเปิดตัวในวงกว้าง แต่มีการขายในตลาดมือสองพร้อมรายงานว่าต้องการเมนบอร์ดเฉพาะ ทาง Intel ยังคงสำรวจศักยภาพของเทคโนโลยีนี้เพื่อสร้าง CPU Desktop ที่มีประสิทธิภาพในอนาคต

    ความพิเศษของ Q46W:
    - โปรเซสเซอร์นี้ไม่มี Hyper-Threading ซึ่งแตกต่างจากรุ่นทั่วไปของ Intel ที่มักใช้ฟีเจอร์นี้เพื่อเพิ่มการทำงานหลายหน้าพร้อมกัน.

    ข้อจำกัดของการใช้งาน:
    - ตัวอย่าง Q46W จำเป็นต้องใช้เมนบอร์ดพิเศษที่ยังไม่มีในท้องตลาด ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ Intel ไม่ได้เปิดตัวในวงกว้าง.

    การขายในตลาดมือสอง:
    - มีรายงานว่าชิปตัวอย่างนี้ถูกขายใน Taobao โดยระบุว่าเป็น Intel Confidential ซึ่งยืนยันถึงความสนใจจากนักสะสมและผู้ที่สนใจเทคโนโลยีล้ำหน้า.

    สถานการณ์ของ Meteor Lake-S:
    - แม้จะมีข่าวลือว่า Intel ยกเลิกการพัฒนา Meteor Lake-S แต่ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการพัฒนาและทดสอบเทคโนโลยีนี้อย่างต่อเนื่อง.

    https://www.techpowerup.com/334688/intel-q46w-engineering-sample-seems-to-be-meteor-lake-s-desktop-cpu-minus-hyper-threading
    Intel กำลังทดสอบ CPU ตัวอย่างที่เรียกว่า Q46W ซึ่งใช้สถาปัตยกรรม Meteor Lake-S แต่ไม่มี Hyper-Threading แม้จะไม่ถูกเปิดตัวในวงกว้าง แต่มีการขายในตลาดมือสองพร้อมรายงานว่าต้องการเมนบอร์ดเฉพาะ ทาง Intel ยังคงสำรวจศักยภาพของเทคโนโลยีนี้เพื่อสร้าง CPU Desktop ที่มีประสิทธิภาพในอนาคต ความพิเศษของ Q46W: - โปรเซสเซอร์นี้ไม่มี Hyper-Threading ซึ่งแตกต่างจากรุ่นทั่วไปของ Intel ที่มักใช้ฟีเจอร์นี้เพื่อเพิ่มการทำงานหลายหน้าพร้อมกัน. ข้อจำกัดของการใช้งาน: - ตัวอย่าง Q46W จำเป็นต้องใช้เมนบอร์ดพิเศษที่ยังไม่มีในท้องตลาด ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ Intel ไม่ได้เปิดตัวในวงกว้าง. การขายในตลาดมือสอง: - มีรายงานว่าชิปตัวอย่างนี้ถูกขายใน Taobao โดยระบุว่าเป็น Intel Confidential ซึ่งยืนยันถึงความสนใจจากนักสะสมและผู้ที่สนใจเทคโนโลยีล้ำหน้า. สถานการณ์ของ Meteor Lake-S: - แม้จะมีข่าวลือว่า Intel ยกเลิกการพัฒนา Meteor Lake-S แต่ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการพัฒนาและทดสอบเทคโนโลยีนี้อย่างต่อเนื่อง. https://www.techpowerup.com/334688/intel-q46w-engineering-sample-seems-to-be-meteor-lake-s-desktop-cpu-minus-hyper-threading
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    Intel "Q46W" Engineering Sample Seems to be "Meteor Lake-S" Desktop CPU minus Hyper-Threading
    The status of Intel "Meteor Lake-S" (MTL-S) desktop processors was the subject of much speculation throughout 2023—by September of that year, Team Blue leadership projected an upcoming launch in 2024. Technically, Meteor Lake was deployed to "sort-of desktops" platforms—albeit in mini-PCs that utili...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 95 มุมมอง 0 รีวิว
  • Seagate ได้เปิดตัว NVMe HDD รุ่นใหม่ที่ออกแบบเพื่อใช้งานในศูนย์ข้อมูลและงาน AI โดยฮาร์ดแวร์นี้ช่วยลดพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บข้อมูล ระบบต้นแบบยังมีการผสาน SSD และเทคโนโลยี GPU ของ Nvidia เพื่อลดความล่าช้าในกระบวนการทำงาน การออกแบบนี้อาจเป็นก้าวสำคัญในอนาคตสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยี AI และการจัดเก็บข้อมูล

    ข้อดีของ NVMe HDD:
    - NVMe HDD รุ่นใหม่ช่วยลดพลังงานและต้นทุนการจัดเก็บได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยมีประสิทธิภาพด้านพลังงาน มากกว่า SSD ถึง 10 เท่า และยังลดการใช้ทรัพยากรคาร์บอนต่อเทราไบต์.

    การผสมผสานฮาร์ดแวร์ที่ทันสมัย:
    - ระบบต้นแบบของ Seagate ใช้ NVMe HDD ควบคู่กับ SSD เพื่อการเก็บข้อมูลที่ใช้งานบ่อยและ HDD สำหรับข้อมูลระยะยาวในงาน AI เช่น การฝึกโมเดล.

    ข้อแตกต่างจากระบบเดิม:
    - NVMe HDD ได้รับการออกแบบให้สามารถสื่อสารกับ GPU โดยตรง และไม่ต้องใช้ HBA หรือโปรโตคอลบริดจ์ ซึ่งช่วยลดความยุ่งยากในสถาปัตยกรรมระบบ.

    ศักยภาพในการประยุกต์ใช้:
    - แม้ยังไม่มีแผนวางจำหน่าย Seagate กำลังทำงานร่วมกับลูกค้าเพื่อศึกษาโซลูชันการจัดเก็บข้อมูลที่รองรับเทคโนโลยี NVMe สำหรับยุคถัดไป.

    https://www.techradar.com/pro/seagate-teams-with-nvidia-to-build-an-nvme-hard-drive-proof-of-concept-more-than-3-years-after-the-last-one
    Seagate ได้เปิดตัว NVMe HDD รุ่นใหม่ที่ออกแบบเพื่อใช้งานในศูนย์ข้อมูลและงาน AI โดยฮาร์ดแวร์นี้ช่วยลดพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บข้อมูล ระบบต้นแบบยังมีการผสาน SSD และเทคโนโลยี GPU ของ Nvidia เพื่อลดความล่าช้าในกระบวนการทำงาน การออกแบบนี้อาจเป็นก้าวสำคัญในอนาคตสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยี AI และการจัดเก็บข้อมูล ข้อดีของ NVMe HDD: - NVMe HDD รุ่นใหม่ช่วยลดพลังงานและต้นทุนการจัดเก็บได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยมีประสิทธิภาพด้านพลังงาน มากกว่า SSD ถึง 10 เท่า และยังลดการใช้ทรัพยากรคาร์บอนต่อเทราไบต์. การผสมผสานฮาร์ดแวร์ที่ทันสมัย: - ระบบต้นแบบของ Seagate ใช้ NVMe HDD ควบคู่กับ SSD เพื่อการเก็บข้อมูลที่ใช้งานบ่อยและ HDD สำหรับข้อมูลระยะยาวในงาน AI เช่น การฝึกโมเดล. ข้อแตกต่างจากระบบเดิม: - NVMe HDD ได้รับการออกแบบให้สามารถสื่อสารกับ GPU โดยตรง และไม่ต้องใช้ HBA หรือโปรโตคอลบริดจ์ ซึ่งช่วยลดความยุ่งยากในสถาปัตยกรรมระบบ. ศักยภาพในการประยุกต์ใช้: - แม้ยังไม่มีแผนวางจำหน่าย Seagate กำลังทำงานร่วมกับลูกค้าเพื่อศึกษาโซลูชันการจัดเก็บข้อมูลที่รองรับเทคโนโลยี NVMe สำหรับยุคถัดไป. https://www.techradar.com/pro/seagate-teams-with-nvidia-to-build-an-nvme-hard-drive-proof-of-concept-more-than-3-years-after-the-last-one
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 59 มุมมอง 0 รีวิว
  • Intel กำลังพิจารณาเปิดตัว Arrow Lake Refresh ซึ่งเป็นการปรับปรุงชิปในตระกูล Core Ultra 300 series โดยเน้นเฉพาะรุ่น K และ KF เท่านั้น แม้ว่าการออกแบบครั้งแรกจะถูกยกเลิก แต่การกลับมาครั้งนี้มาพร้อมกับแผนแก้ไขปัญหาเดิม เช่น ความล่าช้าของหน่วยควบคุมความจำและความถี่ ring-bus ที่ต่ำ ทั้งนี้ ชิปใหม่ยังคาดว่าจะมีฟีเจอร์ปรับแต่ง BIOS เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแบบไม่เสียประกัน รวมถึงเทคโนโลยี IPO (Intel Performance Optimization) เพื่อเพิ่มความเสถียรในการใช้งาน

    ปัญหาดั้งเดิมของ Arrow Lake:
    - Arrow Lake รุ่นก่อนหน้าประสบปัญหาในการแข่งขันกับ Raptor Lake และ Ryzen X3D โดยมีปัญหาเชิงสถาปัตยกรรมที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในด้านการเล่นเกมและการประมวลผล.

    การออกแบบใหม่ใน Arrow Lake Refresh:
    - รุ่นใหม่มีการปรับปรุงในเรื่องของประสิทธิภาพและลดผลกระทบจากความล่าช้า นอกจากนี้ยังมี BIOS presets ที่ช่วยให้ผู้ใช้เพิ่มสมรรถนะโดยไม่ทำให้เสียประกัน.

    การเปิดตัวที่อาจจะเกิดขึ้น:
    - Arrow Lake Refresh คาดว่าจะเปิดตัวก่อน Nova Lake ในปี 2026 และอาจเป็นความพยายามครั้งสุดท้ายที่จะรักษาแพลตฟอร์ม LGA 1851 ไม่ให้เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่มีอายุสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Intel.

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/an-arrow-lake-refresh-may-still-be-on-the-cards-with-only-k-and-kf-models-claims-leaker
    Intel กำลังพิจารณาเปิดตัว Arrow Lake Refresh ซึ่งเป็นการปรับปรุงชิปในตระกูล Core Ultra 300 series โดยเน้นเฉพาะรุ่น K และ KF เท่านั้น แม้ว่าการออกแบบครั้งแรกจะถูกยกเลิก แต่การกลับมาครั้งนี้มาพร้อมกับแผนแก้ไขปัญหาเดิม เช่น ความล่าช้าของหน่วยควบคุมความจำและความถี่ ring-bus ที่ต่ำ ทั้งนี้ ชิปใหม่ยังคาดว่าจะมีฟีเจอร์ปรับแต่ง BIOS เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแบบไม่เสียประกัน รวมถึงเทคโนโลยี IPO (Intel Performance Optimization) เพื่อเพิ่มความเสถียรในการใช้งาน ปัญหาดั้งเดิมของ Arrow Lake: - Arrow Lake รุ่นก่อนหน้าประสบปัญหาในการแข่งขันกับ Raptor Lake และ Ryzen X3D โดยมีปัญหาเชิงสถาปัตยกรรมที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในด้านการเล่นเกมและการประมวลผล. การออกแบบใหม่ใน Arrow Lake Refresh: - รุ่นใหม่มีการปรับปรุงในเรื่องของประสิทธิภาพและลดผลกระทบจากความล่าช้า นอกจากนี้ยังมี BIOS presets ที่ช่วยให้ผู้ใช้เพิ่มสมรรถนะโดยไม่ทำให้เสียประกัน. การเปิดตัวที่อาจจะเกิดขึ้น: - Arrow Lake Refresh คาดว่าจะเปิดตัวก่อน Nova Lake ในปี 2026 และอาจเป็นความพยายามครั้งสุดท้ายที่จะรักษาแพลตฟอร์ม LGA 1851 ไม่ให้เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่มีอายุสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Intel. https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/an-arrow-lake-refresh-may-still-be-on-the-cards-with-only-k-and-kf-models-claims-leaker
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 70 มุมมอง 0 รีวิว
  • Qualcomm กำลังเปิดตัวแคมเปญต่อต้านการผูกขาดระดับโลกต่อ Arm Holdings โดยกล่าวหา Arm ว่าจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีและเปลี่ยนรูปแบบการอนุญาตใช้งานเพื่อทำลายการแข่งขัน ข้อกล่าวหานี้เน้นว่า Arm พยายามใช้การควบคุมเทคโนโลยีเพื่อประโยชน์ในการออกแบบชิปของตนเอง โดยเฉพาะ CSS (Compute Subsystems) ที่เป็นดีไซน์อ้างอิงสำหรับโปรเซสเซอร์ในระดับลูกค้าและดาต้าเซ็นเตอร์ ทั้งสองบริษัทเคยมีข้อพิพาททางกฎหมาย ซึ่ง Qualcomm ชนะในศาลเดลาแวร์ และ Arm ได้ยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่

    การดำเนินงานในระดับสากล:
    - Qualcomm ได้ยื่นร้องเรียนต่อนโยบายของ Arm ไปยังหน่วยงานกำกับดูแลทั้งในยุโรป สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ โดยหวังว่าจะปกป้องการเข้าถึงสถาปัตยกรรมเทคโนโลยีของ Arm สำหรับนักพัฒนาชิปรายใหญ่.

    ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการละเมิดข้อตกลง:
    - Qualcomm อ้างว่า Arm ละเมิดข้อตกลงด้านสิทธิ์การใช้งาน โดยจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีที่เคยช่วยสร้างระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่แข็งแกร่ง.

    ความสำคัญของคดีในศาลเดลาแวร์:
    - ศาลตัดสินว่า Qualcomm ไม่ละเมิดข้อกำหนดของข้อตกลงการอนุญาตใช้งานเมื่อทำการเข้าซื้อ Nuvia และนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ใน Snapdragon X โปรเซสเซอร์.

    มุมมองจาก Arm:
    - Arm ปฏิเสธข้อกล่าวหาและระบุว่าข้อร้องเรียนของ Qualcomm เป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อหันเหความสนใจจากข้อพิพาททางการค้าระหว่างสองบริษัท.

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/qualcomm-launches-global-antitrust-campaign-against-arm-accuses-arm-of-restricting-access-to-technology
    Qualcomm กำลังเปิดตัวแคมเปญต่อต้านการผูกขาดระดับโลกต่อ Arm Holdings โดยกล่าวหา Arm ว่าจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีและเปลี่ยนรูปแบบการอนุญาตใช้งานเพื่อทำลายการแข่งขัน ข้อกล่าวหานี้เน้นว่า Arm พยายามใช้การควบคุมเทคโนโลยีเพื่อประโยชน์ในการออกแบบชิปของตนเอง โดยเฉพาะ CSS (Compute Subsystems) ที่เป็นดีไซน์อ้างอิงสำหรับโปรเซสเซอร์ในระดับลูกค้าและดาต้าเซ็นเตอร์ ทั้งสองบริษัทเคยมีข้อพิพาททางกฎหมาย ซึ่ง Qualcomm ชนะในศาลเดลาแวร์ และ Arm ได้ยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ การดำเนินงานในระดับสากล: - Qualcomm ได้ยื่นร้องเรียนต่อนโยบายของ Arm ไปยังหน่วยงานกำกับดูแลทั้งในยุโรป สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ โดยหวังว่าจะปกป้องการเข้าถึงสถาปัตยกรรมเทคโนโลยีของ Arm สำหรับนักพัฒนาชิปรายใหญ่. ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการละเมิดข้อตกลง: - Qualcomm อ้างว่า Arm ละเมิดข้อตกลงด้านสิทธิ์การใช้งาน โดยจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีที่เคยช่วยสร้างระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่แข็งแกร่ง. ความสำคัญของคดีในศาลเดลาแวร์: - ศาลตัดสินว่า Qualcomm ไม่ละเมิดข้อกำหนดของข้อตกลงการอนุญาตใช้งานเมื่อทำการเข้าซื้อ Nuvia และนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ใน Snapdragon X โปรเซสเซอร์. มุมมองจาก Arm: - Arm ปฏิเสธข้อกล่าวหาและระบุว่าข้อร้องเรียนของ Qualcomm เป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อหันเหความสนใจจากข้อพิพาททางการค้าระหว่างสองบริษัท. https://www.tomshardware.com/tech-industry/qualcomm-launches-global-antitrust-campaign-against-arm-accuses-arm-of-restricting-access-to-technology
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 63 มุมมอง 0 รีวิว
  • Toshiba เปิดตัวศูนย์พัฒนา HDD แห่งใหม่ในยุโรปเพื่อช่วยองค์กรปรับแต่งระบบจัดเก็บข้อมูลให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น พวกเขาแสดงให้เห็นว่าการรวม HDD หลายตัวสามารถเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายได้อย่างมหาศาล โดย HDD ยังคงมีบทบาทสำคัญในยุคที่ความต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลกำลังเติบโตสูง ใครที่มองหาโซลูชันจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ต้องติดตามข่าวนี้อย่างใกล้ชิด

    แนวทางแก้ไขปัญหาในอุตสาหกรรม:
    - HDD ยังคงเป็นตัวเลือกที่สำคัญในอุตสาหกรรมที่ต้องการความจุสูง เนื่องจากเทคโนโลยี SSD ยังมีข้อจำกัดด้านต้นทุนและการผลิตที่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการในปริมาณมากได้.

    ศักยภาพของการรวม HDD หลายตัว:
    - Toshiba พบว่าการรวม HDD จำนวนมากในระบบ เช่น 60 HDD ใน ZFS storage สามารถใช้ประโยชน์เต็มที่ของเครือข่าย 100GbE และระบบ NAS ในองค์กรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้โดยการใช้ HDD เพียงไม่กี่ตัว.

    การสนับสนุนความรู้:
    - นอกจากการทดสอบฮาร์ดแวร์และพัฒนาสถาปัตยกรรมแล้ว Toshiba ยังมีการจัดทำรายงานและเผยแพร่ข้อมูลในรูปแบบ whitepapers เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับโซลูชันของตน.

    https://www.techradar.com/pro/how-to-make-hard-drives-faster-simple-just-bunch-dozens-of-them-together-says-toshiba
    Toshiba เปิดตัวศูนย์พัฒนา HDD แห่งใหม่ในยุโรปเพื่อช่วยองค์กรปรับแต่งระบบจัดเก็บข้อมูลให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น พวกเขาแสดงให้เห็นว่าการรวม HDD หลายตัวสามารถเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายได้อย่างมหาศาล โดย HDD ยังคงมีบทบาทสำคัญในยุคที่ความต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลกำลังเติบโตสูง ใครที่มองหาโซลูชันจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ต้องติดตามข่าวนี้อย่างใกล้ชิด แนวทางแก้ไขปัญหาในอุตสาหกรรม: - HDD ยังคงเป็นตัวเลือกที่สำคัญในอุตสาหกรรมที่ต้องการความจุสูง เนื่องจากเทคโนโลยี SSD ยังมีข้อจำกัดด้านต้นทุนและการผลิตที่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการในปริมาณมากได้. ศักยภาพของการรวม HDD หลายตัว: - Toshiba พบว่าการรวม HDD จำนวนมากในระบบ เช่น 60 HDD ใน ZFS storage สามารถใช้ประโยชน์เต็มที่ของเครือข่าย 100GbE และระบบ NAS ในองค์กรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้โดยการใช้ HDD เพียงไม่กี่ตัว. การสนับสนุนความรู้: - นอกจากการทดสอบฮาร์ดแวร์และพัฒนาสถาปัตยกรรมแล้ว Toshiba ยังมีการจัดทำรายงานและเผยแพร่ข้อมูลในรูปแบบ whitepapers เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับโซลูชันของตน. https://www.techradar.com/pro/how-to-make-hard-drives-faster-simple-just-bunch-dozens-of-them-together-says-toshiba
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 110 มุมมอง 0 รีวิว
  • AMD เตรียมส่ง APU ใหม่ในชื่อ Gorgon Point "Ryzen AI" ที่ออกแบบมาสำหรับโน้ตบุ๊กพรีเมียม มีประสิทธิภาพสูงขึ้นพร้อมกำลังประมวลผล AI ที่เหนือกว่าเดิม ซีรีส์นี้ยังใช้สถาปัตยกรรม Zen 5 และ RDNA 3.5 ในขณะที่ Medusa "Ryzen AI MAX" จะมาถึงปีหน้า พร้อม Zen 6 และเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอีกขั้น ใครที่กำลังมองหา APU สำหรับงานหนักหรือการประมวลผล AI ต้องไม่พลาดการเปิดตัวครั้งนี้

    https://wccftech.com/amd-gorgon-point-ryzen-ai-refresh-apu-lineup-leak-higher-clocks-55-tops-npu-ryzen-ai-max-medusa-zen-6-confirmed/
    AMD เตรียมส่ง APU ใหม่ในชื่อ Gorgon Point "Ryzen AI" ที่ออกแบบมาสำหรับโน้ตบุ๊กพรีเมียม มีประสิทธิภาพสูงขึ้นพร้อมกำลังประมวลผล AI ที่เหนือกว่าเดิม ซีรีส์นี้ยังใช้สถาปัตยกรรม Zen 5 และ RDNA 3.5 ในขณะที่ Medusa "Ryzen AI MAX" จะมาถึงปีหน้า พร้อม Zen 6 และเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอีกขั้น ใครที่กำลังมองหา APU สำหรับงานหนักหรือการประมวลผล AI ต้องไม่พลาดการเปิดตัวครั้งนี้ https://wccftech.com/amd-gorgon-point-ryzen-ai-refresh-apu-lineup-leak-higher-clocks-55-tops-npu-ryzen-ai-max-medusa-zen-6-confirmed/
    WCCFTECH.COM
    AMD Gorgon Point "Ryzen AI" Refresh APU Lineup Leaks Out With Higher Clocks & Over 55 TOPS NPU, Ryzen AI MAX "Medusa/Zen 6" Series Confirmed
    AMD's refreshed Gorgon Point "Ryzen AI" APUs have leaked out, with the company also confirming next-gen Medusa "Ryzen AI MAX" Halo chips.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 96 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าวล่าสุดเผยว่า AMD เตรียมเปิดตัว APU รุ่นใหม่ที่ชื่อ Medusa Point แต่จะใช้สถาปัตยกรรม RDNA 3.5 แทน RDNA 4 ซึ่งถูกใช้งานเฉพาะบนการ์ดจอแยกเท่านั้น หมายความว่าเทคโนโลยีปรับภาพใหม่อย่าง FSR 4 อาจไม่สามารถใช้งานบน APU ได้ แต่ยังคงมีศักยภาพในด้านประสิทธิภาพเกมด้วย Zen 6 และ RDNA 3.5 อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้บางคนผิดหวังที่หวังเห็นฟีเจอร์ใหม่ ๆ ในอุปกรณ์พกพา

    https://www.techradar.com/computing/cpu/its-not-looking-bright-for-next-gen-systems-using-amds-medusa-point-apus-they-reportedly-wont-use-rdna-4-architecture-potentially-meaning-no-fsr-4
    ข่าวล่าสุดเผยว่า AMD เตรียมเปิดตัว APU รุ่นใหม่ที่ชื่อ Medusa Point แต่จะใช้สถาปัตยกรรม RDNA 3.5 แทน RDNA 4 ซึ่งถูกใช้งานเฉพาะบนการ์ดจอแยกเท่านั้น หมายความว่าเทคโนโลยีปรับภาพใหม่อย่าง FSR 4 อาจไม่สามารถใช้งานบน APU ได้ แต่ยังคงมีศักยภาพในด้านประสิทธิภาพเกมด้วย Zen 6 และ RDNA 3.5 อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้บางคนผิดหวังที่หวังเห็นฟีเจอร์ใหม่ ๆ ในอุปกรณ์พกพา https://www.techradar.com/computing/cpu/its-not-looking-bright-for-next-gen-systems-using-amds-medusa-point-apus-they-reportedly-wont-use-rdna-4-architecture-potentially-meaning-no-fsr-4
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 196 มุมมอง 0 รีวิว
  • Tencent กำลังเตรียมเปิดตัว Hunyuan T1 โมเดล AI ขนาดใหญ่สุดล้ำที่ใช้สถาปัตยกรรม Mamba ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในงานประมวลผลข้อมูลระดับสูง โมเดลนี้ต่อยอดจาก Hunyuan Turbo S ที่ติดอันดับในแพลตฟอร์มการจัดอันดับ AI และอาจกลายเป็นเกมเปลี่ยนสำคัญในอุตสาหกรรม

    ความสามารถของโมเดล Hunyuan T1:
    - มุ่งเน้นการประมวลผลเชิงการให้เหตุผลที่มีความซับซ้อนสูงและรวดเร็ว ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ในแอปพลิเคชันและบริการหลากหลาย เช่น แชทบอท, การค้นหา, และระบบวิเคราะห์ข้อมูล.

    การแข่งขันในอุตสาหกรรม AI:
    - Hunyuan Turbo S ของ Tencent เคยติดอันดับที่ 15 ใน Chatbot Arena LLM Leaderboard ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่จัดอันดับโมเดลจากการโหวตของผู้ใช้จริงในเรื่องคุณภาพการตอบกลับ โดยอันดับปัจจุบันของ DeepSeek R1 อยู่อันดับที่ 7.

    จุดเด่นของ Mamba Architecture:
    - สถาปัตยกรรมนี้เน้นการกระจายการประมวลผลและลดความสูญเสียของข้อมูลในระหว่างการคำนวณ ทำให้เหมาะกับการพัฒนาโมเดลขนาดใหญ่และการทำงานร่วมกับข้อมูลปริมาณมหาศาล.

    เป้าหมายของ Tencent ในอนาคต:
    - Tencent วางแผนที่จะขยายการใช้งานโมเดล Hunyuan T1 ในหลายธุรกิจ ตั้งแต่เทคโนโลยีการศึกษา ระบบสุขภาพ ไปจนถึงบริการอีคอมเมิร์ซ.

    https://www.techpowerup.com/334375/tencent-will-launch-hunyuan-t1-inference-model-on-march-21
    Tencent กำลังเตรียมเปิดตัว Hunyuan T1 โมเดล AI ขนาดใหญ่สุดล้ำที่ใช้สถาปัตยกรรม Mamba ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในงานประมวลผลข้อมูลระดับสูง โมเดลนี้ต่อยอดจาก Hunyuan Turbo S ที่ติดอันดับในแพลตฟอร์มการจัดอันดับ AI และอาจกลายเป็นเกมเปลี่ยนสำคัญในอุตสาหกรรม ความสามารถของโมเดล Hunyuan T1: - มุ่งเน้นการประมวลผลเชิงการให้เหตุผลที่มีความซับซ้อนสูงและรวดเร็ว ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ในแอปพลิเคชันและบริการหลากหลาย เช่น แชทบอท, การค้นหา, และระบบวิเคราะห์ข้อมูล. การแข่งขันในอุตสาหกรรม AI: - Hunyuan Turbo S ของ Tencent เคยติดอันดับที่ 15 ใน Chatbot Arena LLM Leaderboard ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่จัดอันดับโมเดลจากการโหวตของผู้ใช้จริงในเรื่องคุณภาพการตอบกลับ โดยอันดับปัจจุบันของ DeepSeek R1 อยู่อันดับที่ 7. จุดเด่นของ Mamba Architecture: - สถาปัตยกรรมนี้เน้นการกระจายการประมวลผลและลดความสูญเสียของข้อมูลในระหว่างการคำนวณ ทำให้เหมาะกับการพัฒนาโมเดลขนาดใหญ่และการทำงานร่วมกับข้อมูลปริมาณมหาศาล. เป้าหมายของ Tencent ในอนาคต: - Tencent วางแผนที่จะขยายการใช้งานโมเดล Hunyuan T1 ในหลายธุรกิจ ตั้งแต่เทคโนโลยีการศึกษา ระบบสุขภาพ ไปจนถึงบริการอีคอมเมิร์ซ. https://www.techpowerup.com/334375/tencent-will-launch-hunyuan-t1-inference-model-on-march-21
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    Tencent Will Launch Hunyuan T1 Inference Model on March 21
    Tencent's large language model (LLM) specialist division has announced the imminent launch of their T1 AI inference model. The Chinese technology giant's Hunyuan social media accounts revealed a grand arrival, scheduled to take place on Friday (March 21). A friendly reminder was issued to interested...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 168 มุมมอง 0 รีวิว
  • Pat Gelsinger อดีตหัวหน้าของ Intel ได้ออกมายอมรับในงาน GTC 2025 ว่า Nvidia ประสบความสำเร็จในยุค AI ด้วยการยึดมั่นในสถาปัตยกรรม GPU ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงานแบบขนานอย่างเต็มที่ ขณะที่ Intel เองพลาดท่าในโครงการ Larrabee ที่พยายามผสาน CPU และ GPU ในยุคที่ CPU ยังครองตลาด นี่เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับ Intel ในการกลับมาพัฒนาการ์ดที่เหมาะกับงาน AI ในอนาคต

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/artificial-intelligence/at-nvidias-gtc-event-pat-gelsinger-reiterated-that-jensen-got-lucky-with-ai-intel-missed-the-boat-with-larrabee
    Pat Gelsinger อดีตหัวหน้าของ Intel ได้ออกมายอมรับในงาน GTC 2025 ว่า Nvidia ประสบความสำเร็จในยุค AI ด้วยการยึดมั่นในสถาปัตยกรรม GPU ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงานแบบขนานอย่างเต็มที่ ขณะที่ Intel เองพลาดท่าในโครงการ Larrabee ที่พยายามผสาน CPU และ GPU ในยุคที่ CPU ยังครองตลาด นี่เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับ Intel ในการกลับมาพัฒนาการ์ดที่เหมาะกับงาน AI ในอนาคต https://www.tomshardware.com/tech-industry/artificial-intelligence/at-nvidias-gtc-event-pat-gelsinger-reiterated-that-jensen-got-lucky-with-ai-intel-missed-the-boat-with-larrabee
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 185 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าวนี้เผยถึงความคืบหน้าในโครงการพัฒนาชิป AI ของ Meta หรือบริษัทแม่ของ Facebook ซึ่งกำลังดำเนินการทดสอบชิปที่ออกแบบมาใช้สำหรับงานปัญญาประดิษฐ์โดยเฉพาะ ชิปนี้พัฒนาโดยความร่วมมือกับ TSMC ผู้ผลิตชั้นนำจากไต้หวัน และมีชื่ออยู่ในโปรแกรมที่เรียกว่า Meta Training and Inference Accelerator (MTIA) โดยเป้าหมายสำคัญคือการลดการพึ่งพาอุปกรณ์จาก Nvidia ซึ่งเป็นผู้ผลิต GPU รายใหญ่

    == รายละเอียดที่น่าสนใจเกี่ยวกับชิป AI ของ Meta ==
    1) การออกแบบเพื่อประสิทธิภาพเฉพาะด้าน ชิปนี้ถูกออกแบบให้เหมาะสำหรับการฝึกและประมวลผลโมเดล AI โดยใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้ GPU แบบทั่วไป

    2) การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2023 Meta ได้เปิดตัวชิป AI รุ่นแรกที่รองรับการจัดอันดับและระบบคำแนะนำสำหรับ Facebook และ Instagram จากนั้นในปี 2024 บริษัทได้เผยชิปเวอร์ชันใหม่ที่เพิ่มประสิทธิภาพการคำนวณและแบนด์วิดท์หน่วยความจำเป็นสองเท่า

    3) การใช้งานสถาปัตยกรรม RISC-V ชิปนี้ใช้สถาปัตยกรรม RISC-V แบบโอเพ่นซอร์ส ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการพัฒนา AI ที่ต้องการเสถียรภาพและต้นทุนที่เหมาะสม

    ความเคลื่อนไหวนี้ไม่เพียงแค่ลดต้นทุนการพึ่งพา Nvidia แต่ยังสะท้อนถึงการแข่งขันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่เน้นการควบคุมโครงสร้างพื้นฐานของตนเอง หากการทดสอบสำเร็จลุล่วง Meta วางแผนจะใช้ชิปนี้อย่างเต็มรูปแบบในปีถัดไป เพื่อเสริมศักยภาพระบบ AI ของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย


    https://www.techradar.com/pro/meta-powers-ahead-with-conscious-chip-uncoupling-with-nvidia-as-it-tests-its-first-in-house-training-ai-pu
    ข่าวนี้เผยถึงความคืบหน้าในโครงการพัฒนาชิป AI ของ Meta หรือบริษัทแม่ของ Facebook ซึ่งกำลังดำเนินการทดสอบชิปที่ออกแบบมาใช้สำหรับงานปัญญาประดิษฐ์โดยเฉพาะ ชิปนี้พัฒนาโดยความร่วมมือกับ TSMC ผู้ผลิตชั้นนำจากไต้หวัน และมีชื่ออยู่ในโปรแกรมที่เรียกว่า Meta Training and Inference Accelerator (MTIA) โดยเป้าหมายสำคัญคือการลดการพึ่งพาอุปกรณ์จาก Nvidia ซึ่งเป็นผู้ผลิต GPU รายใหญ่ == รายละเอียดที่น่าสนใจเกี่ยวกับชิป AI ของ Meta == 1) การออกแบบเพื่อประสิทธิภาพเฉพาะด้าน ชิปนี้ถูกออกแบบให้เหมาะสำหรับการฝึกและประมวลผลโมเดล AI โดยใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้ GPU แบบทั่วไป 2) การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2023 Meta ได้เปิดตัวชิป AI รุ่นแรกที่รองรับการจัดอันดับและระบบคำแนะนำสำหรับ Facebook และ Instagram จากนั้นในปี 2024 บริษัทได้เผยชิปเวอร์ชันใหม่ที่เพิ่มประสิทธิภาพการคำนวณและแบนด์วิดท์หน่วยความจำเป็นสองเท่า 3) การใช้งานสถาปัตยกรรม RISC-V ชิปนี้ใช้สถาปัตยกรรม RISC-V แบบโอเพ่นซอร์ส ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการพัฒนา AI ที่ต้องการเสถียรภาพและต้นทุนที่เหมาะสม ความเคลื่อนไหวนี้ไม่เพียงแค่ลดต้นทุนการพึ่งพา Nvidia แต่ยังสะท้อนถึงการแข่งขันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่เน้นการควบคุมโครงสร้างพื้นฐานของตนเอง หากการทดสอบสำเร็จลุล่วง Meta วางแผนจะใช้ชิปนี้อย่างเต็มรูปแบบในปีถัดไป เพื่อเสริมศักยภาพระบบ AI ของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย https://www.techradar.com/pro/meta-powers-ahead-with-conscious-chip-uncoupling-with-nvidia-as-it-tests-its-first-in-house-training-ai-pu
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 323 มุมมอง 0 รีวิว
  • Intel เตรียมเปิดตัวซีพียูรุ่นปรับปรุง Arrow Lake-S Refresh สำหรับเดสก์ท็อปในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 โดยเป็นการนำซีพียู Arrow Lake รุ่นปัจจุบันมาปรับปรุงประสิทธิภาพบางส่วน จุดเด่นของรุ่นใหม่นี้คือการใช้สถาปัตยกรรม NPU5 ที่สามารถประมวลผลได้ถึง 18-50 TOPS ซึ่งเหนือกว่ารุ่นก่อนหน้า NPU4 ที่ทำได้ 40-48 TOPS นอกจากนี้ยังมีการรองรับ AI และประสิทธิภาพการเล่นเกมที่สูงขึ้น

    Intel ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยี NPU ต่อเนื่อง โดยในอนาคตมีแผนจะเปิดตัวสถาปัตยกรรม NPU6 ที่สามารถประมวลผลได้ถึง 75 TOPS ซึ่งจะกลายเป็นก้าวสำคัญในการปรับตัวให้ทันต่อการแข่งขันในตลาดเทคโนโลยี AI และการประมวลผลยุคใหม่

    อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ Arrow Lake-S Refresh จะยังคงใช้แพลตฟอร์มเดิม LGA 1851 ที่รองรับหน่วยความจำ DDR5 และ PCIe 5.0 ทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์เสริมใหม่ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวซีพียูรุ่นปรับปรุงนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกับการเปิดตัวซีพียูรุ่นใหม่ Nova Lake ในปี 2026 ซึ่งอาจสร้างคำถามเกี่ยวกับการตัดสินใจของ Intel ในการปล่อย Arrow Lake-S Refresh

    https://wccftech.com/intel-arrow-lake-s-desktop-cpu-refresh-back-on-the-menu-minor-upgrades-faster-npu/
    Intel เตรียมเปิดตัวซีพียูรุ่นปรับปรุง Arrow Lake-S Refresh สำหรับเดสก์ท็อปในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 โดยเป็นการนำซีพียู Arrow Lake รุ่นปัจจุบันมาปรับปรุงประสิทธิภาพบางส่วน จุดเด่นของรุ่นใหม่นี้คือการใช้สถาปัตยกรรม NPU5 ที่สามารถประมวลผลได้ถึง 18-50 TOPS ซึ่งเหนือกว่ารุ่นก่อนหน้า NPU4 ที่ทำได้ 40-48 TOPS นอกจากนี้ยังมีการรองรับ AI และประสิทธิภาพการเล่นเกมที่สูงขึ้น Intel ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยี NPU ต่อเนื่อง โดยในอนาคตมีแผนจะเปิดตัวสถาปัตยกรรม NPU6 ที่สามารถประมวลผลได้ถึง 75 TOPS ซึ่งจะกลายเป็นก้าวสำคัญในการปรับตัวให้ทันต่อการแข่งขันในตลาดเทคโนโลยี AI และการประมวลผลยุคใหม่ อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ Arrow Lake-S Refresh จะยังคงใช้แพลตฟอร์มเดิม LGA 1851 ที่รองรับหน่วยความจำ DDR5 และ PCIe 5.0 ทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์เสริมใหม่ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวซีพียูรุ่นปรับปรุงนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกับการเปิดตัวซีพียูรุ่นใหม่ Nova Lake ในปี 2026 ซึ่งอาจสร้างคำถามเกี่ยวกับการตัดสินใจของ Intel ในการปล่อย Arrow Lake-S Refresh https://wccftech.com/intel-arrow-lake-s-desktop-cpu-refresh-back-on-the-menu-minor-upgrades-faster-npu/
    WCCFTECH.COM
    Intel Arrow Lake-S Desktop CPU Refresh Is Back On The Menu - Minor Upgrades Including Faster NPU
    Intel is once again planning to release a refresh of its Arrow Lake-S Desktop lineup which will offer some minor upgrades.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 189 มุมมอง 0 รีวิว
  • เรื่องนี้พูดถึงความท้าทายของ Microsoft กับการพัฒนา ชิปควอนตัม Majorana 1 ซึ่งอ้างว่าสามารถบรรจุควอนตัมบิต (qubits) ได้ถึงหนึ่งล้านหน่วยในโปรเซสเซอร์เดียว โดยใช้สถาปัตยกรรมที่เรียกว่า Topological Core แต่ผลงานนี้กลับถูกตั้งข้อสงสัยจากนักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มที่มองว่ามีปัญหาในด้านการพิสูจน์ความถูกต้องตามหลักฟิสิกส์พื้นฐาน

    จุดที่ถูกตั้งคำถาม:
    1) ความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์: ศาสตราจารย์ Sergey Frolov จากมหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์กระบุว่าชิปนี้อิงกับฟิสิกส์ที่ยังไม่มีการพิสูจน์ และเคยมีกรณีการถอนบทความที่เกี่ยวข้องในปี 2018 ซึ่งทำให้นักวิทยาศาสตร์กังวลเรื่องความน่าเชื่อถือ

    2) การขาดข้อมูลสำคัญ: การนำเสนอของ Microsoft ขาดรายละเอียดบางส่วนที่จำเป็นสำหรับการตรวจสอบ โดยนักวิจัยที่ได้รับข้อมูลมาก็ให้ความเห็นในเชิงวิจารณ์

    3) การมีอยู่ของอนุภาค Majorana: แม้อนุภาคนี้จะถูกตั้งสมมุติฐานมาตั้งแต่ปี 1937 แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าอนุภาคนี้มีอยู่จริง การที่ Microsoft อ้างว่าสามารถใช้อนุภาคนี้ในควอนตัมโปรเซสเซอร์ได้ ทำให้เกิดข้อกังขาอย่างมาก

    Microsoft มีแผนจะนำเสนอบทความวิจัยในงาน American Physical Society Global Physics Summit ซึ่งคาดว่าจะเปิดเผยความก้าวหน้าเพิ่มเติม แต่ก็มีการแสดงความไม่มั่นใจว่าข้อมูลใหม่นี้จะเพียงพอต่อการตอบข้อกังวลหรือไม่

    ควอนตัมคอมพิวเตอร์มีศักยภาพในการประมวลผลที่เร็วกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไปอย่างมหาศาล ซึ่งตลาดคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 20-30 พันล้านดอลลาร์ในปี 2030 การแข่งขันในวงการนี้รุนแรง โดยมีบริษัทอย่าง IBM, Quantum Brilliance และ QCI ที่ต่างพยายามพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อครองตลาดที่กำลังเติบโต

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/quantum-computing/microsofts-latest-quantum-computing-claims-have-been-named-unreliable-by-scientists
    เรื่องนี้พูดถึงความท้าทายของ Microsoft กับการพัฒนา ชิปควอนตัม Majorana 1 ซึ่งอ้างว่าสามารถบรรจุควอนตัมบิต (qubits) ได้ถึงหนึ่งล้านหน่วยในโปรเซสเซอร์เดียว โดยใช้สถาปัตยกรรมที่เรียกว่า Topological Core แต่ผลงานนี้กลับถูกตั้งข้อสงสัยจากนักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มที่มองว่ามีปัญหาในด้านการพิสูจน์ความถูกต้องตามหลักฟิสิกส์พื้นฐาน จุดที่ถูกตั้งคำถาม: 1) ความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์: ศาสตราจารย์ Sergey Frolov จากมหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์กระบุว่าชิปนี้อิงกับฟิสิกส์ที่ยังไม่มีการพิสูจน์ และเคยมีกรณีการถอนบทความที่เกี่ยวข้องในปี 2018 ซึ่งทำให้นักวิทยาศาสตร์กังวลเรื่องความน่าเชื่อถือ 2) การขาดข้อมูลสำคัญ: การนำเสนอของ Microsoft ขาดรายละเอียดบางส่วนที่จำเป็นสำหรับการตรวจสอบ โดยนักวิจัยที่ได้รับข้อมูลมาก็ให้ความเห็นในเชิงวิจารณ์ 3) การมีอยู่ของอนุภาค Majorana: แม้อนุภาคนี้จะถูกตั้งสมมุติฐานมาตั้งแต่ปี 1937 แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าอนุภาคนี้มีอยู่จริง การที่ Microsoft อ้างว่าสามารถใช้อนุภาคนี้ในควอนตัมโปรเซสเซอร์ได้ ทำให้เกิดข้อกังขาอย่างมาก Microsoft มีแผนจะนำเสนอบทความวิจัยในงาน American Physical Society Global Physics Summit ซึ่งคาดว่าจะเปิดเผยความก้าวหน้าเพิ่มเติม แต่ก็มีการแสดงความไม่มั่นใจว่าข้อมูลใหม่นี้จะเพียงพอต่อการตอบข้อกังวลหรือไม่ ควอนตัมคอมพิวเตอร์มีศักยภาพในการประมวลผลที่เร็วกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไปอย่างมหาศาล ซึ่งตลาดคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 20-30 พันล้านดอลลาร์ในปี 2030 การแข่งขันในวงการนี้รุนแรง โดยมีบริษัทอย่าง IBM, Quantum Brilliance และ QCI ที่ต่างพยายามพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อครองตลาดที่กำลังเติบโต https://www.tomshardware.com/tech-industry/quantum-computing/microsofts-latest-quantum-computing-claims-have-been-named-unreliable-by-scientists
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Microsoft's latest Quantum computing claims have been named 'unreliable' by scientists
    Microsoft got the science wrong, according to one physics and astronomy professor.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 295 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าวนี้พูดถึงการเปิดตัวหน่วยประมวลผลฝังตัวรุ่นใหม่ของ AMD ในตระกูล EPYC Embedded 9005 "Turin" ซึ่งออกแบบมาสำหรับเซิร์ฟเวอร์และการใช้งานในระดับองค์กร โดยโปรเซสเซอร์เหล่านี้ใช้สถาปัตยกรรม Zen 5 และ Zen 5c ซึ่งเป็นรุ่นที่ทันสมัยที่สุดของ AMD ในขณะนี้

    ความน่าสนใจของรุ่นนี้คือ การที่มันมาในรูปแบบ BGA (Ball Grid Array) ที่ไม่สามารถเปลี่ยนหรืออัปเกรดได้ ทำให้เหมาะสำหรับระบบที่ต้องการความเสถียรและประสิทธิภาพสูงโดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ นอกจากนี้ ยังรองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่าง Non-Transparent Bridging (NTB) ซึ่งช่วยถ่ายโอนข้อมูลระหว่างโปรเซสเซอร์สองตัวได้อย่างรวดเร็วผ่าน PCI-Express 5.0 x16 อีกทั้งยังมีระบบ DRAM flush สำหรับลดผลกระทบจากการสูญเสียพลังงาน โดยสามารถบันทึกข้อมูลจาก DRAM ลงใน NVMe SSD เพื่อกู้คืนข้อมูลได้ในภายหลัง

    ตัวโปรเซสเซอร์ในซีรีส์นี้มีให้เลือกตั้งแต่ 8 คอร์ไปจนถึง 192 คอร์ พร้อมแคช L3 ขนาดสูงสุดถึง 512 MB และช่องหน่วยความจำ DDR5 ถึง 12 ช่อง ทำให้สามารถรองรับแบนด์วิดท์ได้สูงถึง 614 GB/s นอกจากนี้ ยังมีความยืดหยุ่นในการใช้งานผ่านการฝังระบบปฏิบัติการแบบเบาไว้ในแฟลช ROM ขนาด 64 MB เพื่อช่วยในกระบวนการบูตระบบได้อย่างรวดเร็ว

    ทั้งหมดนี้บ่งบอกถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ AMD นำเสนอเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมเซิร์ฟเวอร์และองค์กร เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในงานที่ต้องการการประมวลผลสูง แต่ยังลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากระบบขัดข้องหรือพลังงานหมดในกระบวนการทำงาน

    https://www.techpowerup.com/333913/amd-launches-the-epyc-embedded-9005-turin-family-of-server-processors
    ข่าวนี้พูดถึงการเปิดตัวหน่วยประมวลผลฝังตัวรุ่นใหม่ของ AMD ในตระกูล EPYC Embedded 9005 "Turin" ซึ่งออกแบบมาสำหรับเซิร์ฟเวอร์และการใช้งานในระดับองค์กร โดยโปรเซสเซอร์เหล่านี้ใช้สถาปัตยกรรม Zen 5 และ Zen 5c ซึ่งเป็นรุ่นที่ทันสมัยที่สุดของ AMD ในขณะนี้ ความน่าสนใจของรุ่นนี้คือ การที่มันมาในรูปแบบ BGA (Ball Grid Array) ที่ไม่สามารถเปลี่ยนหรืออัปเกรดได้ ทำให้เหมาะสำหรับระบบที่ต้องการความเสถียรและประสิทธิภาพสูงโดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ นอกจากนี้ ยังรองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่าง Non-Transparent Bridging (NTB) ซึ่งช่วยถ่ายโอนข้อมูลระหว่างโปรเซสเซอร์สองตัวได้อย่างรวดเร็วผ่าน PCI-Express 5.0 x16 อีกทั้งยังมีระบบ DRAM flush สำหรับลดผลกระทบจากการสูญเสียพลังงาน โดยสามารถบันทึกข้อมูลจาก DRAM ลงใน NVMe SSD เพื่อกู้คืนข้อมูลได้ในภายหลัง ตัวโปรเซสเซอร์ในซีรีส์นี้มีให้เลือกตั้งแต่ 8 คอร์ไปจนถึง 192 คอร์ พร้อมแคช L3 ขนาดสูงสุดถึง 512 MB และช่องหน่วยความจำ DDR5 ถึง 12 ช่อง ทำให้สามารถรองรับแบนด์วิดท์ได้สูงถึง 614 GB/s นอกจากนี้ ยังมีความยืดหยุ่นในการใช้งานผ่านการฝังระบบปฏิบัติการแบบเบาไว้ในแฟลช ROM ขนาด 64 MB เพื่อช่วยในกระบวนการบูตระบบได้อย่างรวดเร็ว ทั้งหมดนี้บ่งบอกถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ AMD นำเสนอเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมเซิร์ฟเวอร์และองค์กร เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในงานที่ต้องการการประมวลผลสูง แต่ยังลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากระบบขัดข้องหรือพลังงานหมดในกระบวนการทำงาน https://www.techpowerup.com/333913/amd-launches-the-epyc-embedded-9005-turin-family-of-server-processors
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    AMD Launches the EPYC Embedded 9005 "Turin" Family of Server Processors
    AMD today launched the EPYC Embedded 9005 line of server processors in the embedded form-factor. These are non-socketed variants of the EPYC 9005 "Turin" server processors. The chips are intended for servers and other enterprise applications where processor replacements or upgradability are not a co...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 333 มุมมอง 0 รีวิว
  • Meta เริ่มทดสอบชิปรุ่นแรกที่ออกแบบโดยใช้สถาปัตยกรรม RISC-V สำหรับการฝึกปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชิปใหม่นี้ถูกพัฒนาร่วมกับ Broadcom และผลิตตัวอย่างแรกโดย TSMC ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้ Meta ลดการพึ่งพา GPU จาก Nvidia เช่น H100 และ B100 ในการฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่

    ชิปนี้ใช้สถาปัตยกรรมแบบ systolic array ที่มีการจัดเรียงหน่วยประมวลผลเป็นเครือข่ายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคำนวณ โดยคาดว่าจะมีหน่วยความจำ HBM3 หรือ HBM3E ซึ่งเหมาะสำหรับการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ Meta หวังว่าชิปนี้จะมีประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือเหนือกว่า GPU AI ของ Nvidia ทั้งในด้านการประมวลผลและการใช้พลังงาน

    แม้ในอดีต Meta เคยหยุดการพัฒนาชิปประเภทนี้เนื่องจากไม่สามารถทำตามเป้าหมายด้านพลังงานและประสิทธิภาพได้ แต่ Meta ยังคงผลักดันโปรแกรม MTIA (Meta Training and Inference Accelerator) และตั้งเป้าเริ่มใช้งานชิปใหม่สำหรับการฝึก AI ภายในปี 2026

    ความน่าสนใจของชิปนี้คือการใช้สถาปัตยกรรมแบบโอเพ่นซอร์ส RISC-V ทำให้ Meta สามารถปรับแต่งชุดคำสั่งได้ตามต้องการโดยไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ใด ๆ ถือเป็นการพัฒนาที่อาจเปลี่ยนโฉมวงการ AI และความเป็นอิสระด้านฮาร์ดแวร์

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/artificial-intelligence/meta-is-reportedly-testing-its-first-rsic-v-based-ai-chip-for-ai-training
    Meta เริ่มทดสอบชิปรุ่นแรกที่ออกแบบโดยใช้สถาปัตยกรรม RISC-V สำหรับการฝึกปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชิปใหม่นี้ถูกพัฒนาร่วมกับ Broadcom และผลิตตัวอย่างแรกโดย TSMC ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้ Meta ลดการพึ่งพา GPU จาก Nvidia เช่น H100 และ B100 ในการฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่ ชิปนี้ใช้สถาปัตยกรรมแบบ systolic array ที่มีการจัดเรียงหน่วยประมวลผลเป็นเครือข่ายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคำนวณ โดยคาดว่าจะมีหน่วยความจำ HBM3 หรือ HBM3E ซึ่งเหมาะสำหรับการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ Meta หวังว่าชิปนี้จะมีประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือเหนือกว่า GPU AI ของ Nvidia ทั้งในด้านการประมวลผลและการใช้พลังงาน แม้ในอดีต Meta เคยหยุดการพัฒนาชิปประเภทนี้เนื่องจากไม่สามารถทำตามเป้าหมายด้านพลังงานและประสิทธิภาพได้ แต่ Meta ยังคงผลักดันโปรแกรม MTIA (Meta Training and Inference Accelerator) และตั้งเป้าเริ่มใช้งานชิปใหม่สำหรับการฝึก AI ภายในปี 2026 ความน่าสนใจของชิปนี้คือการใช้สถาปัตยกรรมแบบโอเพ่นซอร์ส RISC-V ทำให้ Meta สามารถปรับแต่งชุดคำสั่งได้ตามต้องการโดยไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ใด ๆ ถือเป็นการพัฒนาที่อาจเปลี่ยนโฉมวงการ AI และความเป็นอิสระด้านฮาร์ดแวร์ https://www.tomshardware.com/tech-industry/artificial-intelligence/meta-is-reportedly-testing-its-first-rsic-v-based-ai-chip-for-ai-training
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Meta is reportedly testing its first RISC-V based AI chip for AI training
    Could be one of the industry's first RISC-V-based accelerator for AI training.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 223 มุมมอง 0 รีวิว
  • เฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปีของ Radeon เทคโนโลยีกราฟิกชื่อดังของ AMD โดย David McAfee จาก AMD ได้นำเสนอการเปลี่ยนแปลงอันน่าทึ่งของ Radeon ตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2000 ด้วยการ์ด ATI Radeon DDR ที่มีหน่วยความจำเพียง 32 MB และความเร็วสัญญาณนาฬิกา 143 MHz ไปจนถึงการ์ด RDNA 3 ในปัจจุบันที่มาพร้อมกับหน่วยความจำ 24 GB และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย

    ในโอกาสนี้ AMD ยังได้เปิดตัวกราฟิกการ์ดรุ่นใหม่ที่ใช้สถาปัตยกรรม RDNA 4 ได้แก่ Radeon RX 9070 XT และ Radeon RX 9070 ซึ่งมีจุดเด่นด้านประสิทธิภาพการแสดงผลที่ดีขึ้น การทำ Ray Tracing ที่ทรงพลังมากขึ้นเป็นสองเท่า และการเพิ่มประสิทธิภาพ Machine Learning ถึง 8 เท่า พร้อมกับการเปิดตัว FSR 4 เทคโนโลยีอัพสเกลที่ช่วยเพิ่มอัตราเฟรมเรตได้ 3-4 เท่าโดยไม่ลดคุณภาพของภาพ

    การพัฒนาของ Radeon ตลอด 25 ปี Radeon เริ่มต้นด้วยเป้าหมายในการนำเสนอกราฟิกการ์ดที่เหมาะสมกับการเล่นเกมในราคาที่คุ้มค่า และปัจจุบันยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์ทั้งในด้านราคาและประสิทธิภาพสำหรับนักเล่นเกมทั่วไป

    ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา Radeon ได้สร้างนวัตกรรมที่เปลี่ยนโฉมหน้าการเล่นเกม และ RDNA 4 เป็นก้าวสำคัญในทิศทางดังกล่าว ไม่เพียงแต่ช่วยให้เกมเมอร์ได้สัมผัสประสบการณ์การเล่นที่ยอดเยี่ยมในราคาที่สมเหตุสมผล แต่ยังชี้ให้เห็นถึงอนาคตที่น่าตื่นเต้นของวงการเทคโนโลยีกราฟิกด้วย

    https://www.techpowerup.com/333891/amds-david-mcafee-celebrates-25th-anniversary-of-radeon-graphics-technology
    เฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปีของ Radeon เทคโนโลยีกราฟิกชื่อดังของ AMD โดย David McAfee จาก AMD ได้นำเสนอการเปลี่ยนแปลงอันน่าทึ่งของ Radeon ตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2000 ด้วยการ์ด ATI Radeon DDR ที่มีหน่วยความจำเพียง 32 MB และความเร็วสัญญาณนาฬิกา 143 MHz ไปจนถึงการ์ด RDNA 3 ในปัจจุบันที่มาพร้อมกับหน่วยความจำ 24 GB และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ในโอกาสนี้ AMD ยังได้เปิดตัวกราฟิกการ์ดรุ่นใหม่ที่ใช้สถาปัตยกรรม RDNA 4 ได้แก่ Radeon RX 9070 XT และ Radeon RX 9070 ซึ่งมีจุดเด่นด้านประสิทธิภาพการแสดงผลที่ดีขึ้น การทำ Ray Tracing ที่ทรงพลังมากขึ้นเป็นสองเท่า และการเพิ่มประสิทธิภาพ Machine Learning ถึง 8 เท่า พร้อมกับการเปิดตัว FSR 4 เทคโนโลยีอัพสเกลที่ช่วยเพิ่มอัตราเฟรมเรตได้ 3-4 เท่าโดยไม่ลดคุณภาพของภาพ การพัฒนาของ Radeon ตลอด 25 ปี Radeon เริ่มต้นด้วยเป้าหมายในการนำเสนอกราฟิกการ์ดที่เหมาะสมกับการเล่นเกมในราคาที่คุ้มค่า และปัจจุบันยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์ทั้งในด้านราคาและประสิทธิภาพสำหรับนักเล่นเกมทั่วไป ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา Radeon ได้สร้างนวัตกรรมที่เปลี่ยนโฉมหน้าการเล่นเกม และ RDNA 4 เป็นก้าวสำคัญในทิศทางดังกล่าว ไม่เพียงแต่ช่วยให้เกมเมอร์ได้สัมผัสประสบการณ์การเล่นที่ยอดเยี่ยมในราคาที่สมเหตุสมผล แต่ยังชี้ให้เห็นถึงอนาคตที่น่าตื่นเต้นของวงการเทคโนโลยีกราฟิกด้วย https://www.techpowerup.com/333891/amds-david-mcafee-celebrates-25th-anniversary-of-radeon-graphics-technology
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    AMD's David McAfee Celebrates 25th Anniversary of Radeon Graphics Technology
    This month, we at AMD celebrate two significant milestones in the Radeon story. First, the 25th anniversary of Radeon, a journey that began in 2000 with the ATI Radeon DDR card. Back then, 32 MB of VRAM, a 143 MHz clocks, and 30M transistors were cutting-edge tools that sparked your early adventures...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 234 มุมมอง 0 รีวิว
  • ไม่นานมานี้มีการค้นพบข้อมูลการจัดส่งจาก NBD ที่เผยให้เห็น GPU ใหม่ของ NVIDIA ในชื่อ RTX PRO 6000 X ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์ Blackwell PRO ที่มาพร้อมกับ VRAM ขนาดใหญ่ถึง 96 GB GDDR7 ทำให้เป็น GPU ที่มุ่งเน้นรองรับงานประมวลผลที่หนักหน่วงเช่น AI และเวิร์กโหลดที่ต้องการประสิทธิภาพสูง

    คุณสมบัติเด่นของ RTX PRO 6000 X
    - หน่วยประมวลผล GB202-870: RTX PRO 6000 X ใช้หน่วยประมวลผล GB202-870 ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรม Blackwell ที่ทรงพลัง
    - VRAM ขนาดใหญ่ 96 GB GDDR7: มาพร้อมกับหน่วยความจำที่มากถึง 96 GB GDDR7 บนบัสความกว้าง 512 บิต ซึ่งเหมาะสำหรับงานที่ต้องการความจุหน่วยความจำสูง เช่น การประมวลผล AI และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่
    - พลังงาน (TBP) 600W: มีการใช้พลังงานที่สูงถึง 600W ซึ่งมากกว่า RTX 5090 เพียง 25W แต่จำเป็นสำหรับการดึงประสิทธิภาพสูงสุดจากการ์ดใบนี้

    ข้อมูลการจัดส่งแสดงให้เห็นว่า RTX PRO 6000 X ถูกส่งไปยังอินเดียเพื่อทดสอบ โดยมีบริษัทสองแห่งชื่อ N*ON และ ND ที่ส่งการ์ดนี้เพื่อการทดลอง ทั้งนี้ยังมีรุ่นที่มีความจุหน่วยความจำ 48 GB GDDR7 ซึ่งใช้อินเตอร์เฟซความจำขนาด 384 บิต แต่ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรุ่นนี้

    การเปิดตัว GPU รุ่นใหม่นี้แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าในวงการประมวลผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูง เช่น AI และการวิเคราะห์ข้อมูล การที่ NVIDIA ขยายตลาดของการ์ดจอระดับมืออาชีพด้วยรุ่นที่มีความจุ VRAM สูงนี้เป็นการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่ต้องการประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมและความยืดหยุ่นในการใช้งาน

    https://wccftech.com/nvidia-rtx-pro-6000-x-blackwell-leak-96-gb-gddr7-600w/
    ไม่นานมานี้มีการค้นพบข้อมูลการจัดส่งจาก NBD ที่เผยให้เห็น GPU ใหม่ของ NVIDIA ในชื่อ RTX PRO 6000 X ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์ Blackwell PRO ที่มาพร้อมกับ VRAM ขนาดใหญ่ถึง 96 GB GDDR7 ทำให้เป็น GPU ที่มุ่งเน้นรองรับงานประมวลผลที่หนักหน่วงเช่น AI และเวิร์กโหลดที่ต้องการประสิทธิภาพสูง คุณสมบัติเด่นของ RTX PRO 6000 X - หน่วยประมวลผล GB202-870: RTX PRO 6000 X ใช้หน่วยประมวลผล GB202-870 ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรม Blackwell ที่ทรงพลัง - VRAM ขนาดใหญ่ 96 GB GDDR7: มาพร้อมกับหน่วยความจำที่มากถึง 96 GB GDDR7 บนบัสความกว้าง 512 บิต ซึ่งเหมาะสำหรับงานที่ต้องการความจุหน่วยความจำสูง เช่น การประมวลผล AI และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ - พลังงาน (TBP) 600W: มีการใช้พลังงานที่สูงถึง 600W ซึ่งมากกว่า RTX 5090 เพียง 25W แต่จำเป็นสำหรับการดึงประสิทธิภาพสูงสุดจากการ์ดใบนี้ ข้อมูลการจัดส่งแสดงให้เห็นว่า RTX PRO 6000 X ถูกส่งไปยังอินเดียเพื่อทดสอบ โดยมีบริษัทสองแห่งชื่อ N*ON และ ND ที่ส่งการ์ดนี้เพื่อการทดลอง ทั้งนี้ยังมีรุ่นที่มีความจุหน่วยความจำ 48 GB GDDR7 ซึ่งใช้อินเตอร์เฟซความจำขนาด 384 บิต แต่ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรุ่นนี้ การเปิดตัว GPU รุ่นใหม่นี้แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าในวงการประมวลผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูง เช่น AI และการวิเคราะห์ข้อมูล การที่ NVIDIA ขยายตลาดของการ์ดจอระดับมืออาชีพด้วยรุ่นที่มีความจุ VRAM สูงนี้เป็นการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่ต้องการประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมและความยืดหยุ่นในการใช้งาน https://wccftech.com/nvidia-rtx-pro-6000-x-blackwell-leak-96-gb-gddr7-600w/
    WCCFTECH.COM
    NVIDIA RTX "PRO" 6000 X Blackwell GPU Spotted In Shipping Log: GB202 Die, 96 GB VRAM, & TBP of 600W
    In an NBD shipping manifest, the NVIDIA RTX PRO 6000 X Blackwell was spotted, featuring the GB202 die, 96 GB VRAM, and TBP of 600W.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 172 มุมมอง 0 รีวิว
  • MicroTik บริษัทจากลัตเวียที่เชี่ยวชาญในด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เครือข่าย ได้เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ใหม่ที่ชื่อว่า ROSE Data Server RDS2216 ซึ่งเป็นการรวมโซลูชั่นด้านการจัดเก็บข้อมูล, การเชื่อมต่อเครือข่าย, และการประมวลผลเข้าไว้ในอุปกรณ์เดียว โดยเซิร์ฟเวอร์รุ่นนี้ทำงานบน AWS Graviton 1 Arm CPU ที่พัฒนาโดย Annapurna Labs ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Amazon

    คุณสมบัติเด่นของ ROSE Data Server RDS2216
    - สถาปัตยกรรมและหน่วยประมวลผล: RDS2216 ใช้ CPU ARMv8 แบบ 16 คอร์ ความเร็ว 2GHz พร้อมด้วย RAM 32GB และ NAND storage ขนาด 128MB ซึ่งรองรับการทำงานของเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการประสิทธิภาพสูง
    - การเชื่อมต่อที่หลากหลาย: มีพอร์ตเชื่อมต่อทั้งหมด 16 พอร์ต รวมถึงสองพอร์ต 100G QSFP28, สี่พอร์ต 25G SFP28, สี่พอร์ต 10G SFP+, และสองพอร์ต 10G Ethernet นอกจากนี้ยังมีช่องสำหรับเก็บข้อมูล U.2 NVMe สูงสุดถึง 20 ช่อง
    - ความยืดหยุ่นและการขยายตัว: รองรับการใช้งาน MinIO, Nextcloud, และการเข้ารหัสข้อมูล โดยไม่มีการเก็บค่าสมาชิกหรือการเรียกเก็บเงินเพิ่มเติม
    - การใช้งานหลากหลาย: RDS2216 สามารถใช้ในงานต่าง ๆ เช่น การเก็บข้อมูลแบบ self-hosted, การโฮสต์คลาวด์ในองค์กร, การสำรองข้อมูลความเร็วสูง, และการขยายการจัดเก็บข้อมูลสาขาย่อย

    AWS Graviton 1 เป็น CPU ที่พัฒนาโดย Annapurna Labs ภายใต้ Amazon และถูกนำมาใช้ในเซิร์ฟเวอร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลและการจัดเก็บข้อมูล CPU นี้มีความสามารถในการเร่งการเข้ารหัส (IPsec hardware acceleration) เพื่อให้การเชื่อมต่อข้อมูลเป็นไปอย่างปลอดภัยและไม่มีการขัดข้อง

    การเปิดตัว ROSE Data Server RDS2216 ของ MicroTik แสดงถึงความร่วมมือที่น่าสนใจระหว่าง MicroTik และ Amazon ซึ่งเปิดทางเลือกใหม่ในการจัดการข้อมูลและการเชื่อมต่อเครือข่ายในองค์กร โดยเทคโนโลยีจาก AWS Graviton 1 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการประมวลผลข้อมูล นอกจากนี้ยังมีความยืดหยุ่นในการใช้งานที่หลากหลาย ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานในองค์กรต่าง ๆ

    https://www.techradar.com/pro/this-is-amazons-first-foray-in-servers-and-certainly-not-the-last-microtik-franken-router-is-powered-by-the-aws-graviton-1-arm-cpu
    MicroTik บริษัทจากลัตเวียที่เชี่ยวชาญในด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เครือข่าย ได้เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ใหม่ที่ชื่อว่า ROSE Data Server RDS2216 ซึ่งเป็นการรวมโซลูชั่นด้านการจัดเก็บข้อมูล, การเชื่อมต่อเครือข่าย, และการประมวลผลเข้าไว้ในอุปกรณ์เดียว โดยเซิร์ฟเวอร์รุ่นนี้ทำงานบน AWS Graviton 1 Arm CPU ที่พัฒนาโดย Annapurna Labs ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Amazon คุณสมบัติเด่นของ ROSE Data Server RDS2216 - สถาปัตยกรรมและหน่วยประมวลผล: RDS2216 ใช้ CPU ARMv8 แบบ 16 คอร์ ความเร็ว 2GHz พร้อมด้วย RAM 32GB และ NAND storage ขนาด 128MB ซึ่งรองรับการทำงานของเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการประสิทธิภาพสูง - การเชื่อมต่อที่หลากหลาย: มีพอร์ตเชื่อมต่อทั้งหมด 16 พอร์ต รวมถึงสองพอร์ต 100G QSFP28, สี่พอร์ต 25G SFP28, สี่พอร์ต 10G SFP+, และสองพอร์ต 10G Ethernet นอกจากนี้ยังมีช่องสำหรับเก็บข้อมูล U.2 NVMe สูงสุดถึง 20 ช่อง - ความยืดหยุ่นและการขยายตัว: รองรับการใช้งาน MinIO, Nextcloud, และการเข้ารหัสข้อมูล โดยไม่มีการเก็บค่าสมาชิกหรือการเรียกเก็บเงินเพิ่มเติม - การใช้งานหลากหลาย: RDS2216 สามารถใช้ในงานต่าง ๆ เช่น การเก็บข้อมูลแบบ self-hosted, การโฮสต์คลาวด์ในองค์กร, การสำรองข้อมูลความเร็วสูง, และการขยายการจัดเก็บข้อมูลสาขาย่อย AWS Graviton 1 เป็น CPU ที่พัฒนาโดย Annapurna Labs ภายใต้ Amazon และถูกนำมาใช้ในเซิร์ฟเวอร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลและการจัดเก็บข้อมูล CPU นี้มีความสามารถในการเร่งการเข้ารหัส (IPsec hardware acceleration) เพื่อให้การเชื่อมต่อข้อมูลเป็นไปอย่างปลอดภัยและไม่มีการขัดข้อง การเปิดตัว ROSE Data Server RDS2216 ของ MicroTik แสดงถึงความร่วมมือที่น่าสนใจระหว่าง MicroTik และ Amazon ซึ่งเปิดทางเลือกใหม่ในการจัดการข้อมูลและการเชื่อมต่อเครือข่ายในองค์กร โดยเทคโนโลยีจาก AWS Graviton 1 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการประมวลผลข้อมูล นอกจากนี้ยังมีความยืดหยุ่นในการใช้งานที่หลากหลาย ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานในองค์กรต่าง ๆ https://www.techradar.com/pro/this-is-amazons-first-foray-in-servers-and-certainly-not-the-last-microtik-franken-router-is-powered-by-the-aws-graviton-1-arm-cpu
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 281 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทีมวิจัยจาก Google ที่ทำงานร่วมกับ AMD ได้ค้นพบช่องโหว่ที่สำคัญใน CPU ที่ใช้สถาปัตยกรรม Zen รุ่นที่ 1 ถึงรุ่นที่ 4 ช่องโหว่นี้ช่วยให้ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์แอดมินสามารถเขียนและดันอัปเดตไมโครโค้ดไปยัง CPU ที่ได้รับผลกระทบได้

    ช่องโหว่นี้ที่ถูกเรียกว่า EntrySign ทำให้ผู้ใช้สามารถส่งไมโครโค้ดที่กำหนดเองไปยัง CPU Zen 1 ถึง Zen 4 ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงการทำงานของโปรเซสเซอร์ได้อย่างสมบูรณ์ ตั้งแต่การเข้าถึงบัฟเฟอร์ภายในของ CPU ไปจนถึงการเพิ่มหรือลดความปลอดภัยสำหรับเครื่องเวอร์ชวล (VMs)

    แม้ว่า AMD จะปล่อยการอัปเดต BIOS เพื่อแก้ไขช่องโหว่นี้ในภายหลัง แต่ CPU ที่ไม่ได้รับการอัปเดตก่อนวันที่ 17 ธันวาคม 2024 ยังคงมีความเสี่ยง ผู้ที่กังวลเรื่องนี้ควรอัปเดตระบบของตนให้เป็นเวอร์ชัน BIOS ล่าสุดเพื่อป้องกันช่องโหว่นี้

    ไมโครโค้ดเป็นคำสั่งระดับต่ำที่กำหนดวิธีการทำงานของ CPU โดย AMD และ Intel ได้พัฒนาเซตคำสั่ง RISC ของตนเองเพื่อใช้งานใน CPU ของตน ซึ่งช่องโหว่ EntrySign สามารถเจาะผ่านความปลอดภัยที่ AMD ตั้งไว้โดยใช้การเข้ารหัส AES-CMAC ที่ถูกใช้งานในรูปแบบที่ไม่มาตรฐาน ทำให้นักวิจัยจาก Google สามารถย้อนกลับและสร้างกุญแจความปลอดภัยที่ใช้ป้องกันไมโครโค้ดที่ไม่ได้ลงชื่อได้

    ประเด็นที่น่าสนใจเพิ่มเติม
    - การตรวจสอบและการเซ็นชื่อไมโครโค้ด: ช่องโหว่นี้เกิดจากการที่ AMD ใช้กุญแจตัวอย่างจาก NIST ที่เข้าถึงได้ทั่วไปในการเข้ารหัส ซึ่งทำให้นักวิจัยจาก Google สามารถเจาะผ่านความปลอดภัยได้
    - การทดสอบและการใช้งาน: โชคดีที่การอัปเดตไมโครโค้ดไม่คงอยู่ถาวรหลังจากการรีบูตเครื่อง ทำให้การทดลองนี้ส่วนใหญ่ไม่มีผลกระทบที่เป็นอันตราย

    ผู้ใช้งานที่มี CPU จาก Zen 1 ถึง Zen 4 ควรตรวจสอบและอัปเดต BIOS ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อป้องกันช่องโหว่นี้ การวิจัยนี้ยังแสดงถึงความสำคัญของการตรวจสอบความปลอดภัยและการอัปเดตไมโครโค้ดอย่างสม่ำเสมอ

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/you-can-now-jailbreak-your-amd-cpu-google-researchers-release-kit-to-exploit-microcode-vulnerability-in-zen-1-to-zen-4-chips
    ทีมวิจัยจาก Google ที่ทำงานร่วมกับ AMD ได้ค้นพบช่องโหว่ที่สำคัญใน CPU ที่ใช้สถาปัตยกรรม Zen รุ่นที่ 1 ถึงรุ่นที่ 4 ช่องโหว่นี้ช่วยให้ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์แอดมินสามารถเขียนและดันอัปเดตไมโครโค้ดไปยัง CPU ที่ได้รับผลกระทบได้ ช่องโหว่นี้ที่ถูกเรียกว่า EntrySign ทำให้ผู้ใช้สามารถส่งไมโครโค้ดที่กำหนดเองไปยัง CPU Zen 1 ถึง Zen 4 ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงการทำงานของโปรเซสเซอร์ได้อย่างสมบูรณ์ ตั้งแต่การเข้าถึงบัฟเฟอร์ภายในของ CPU ไปจนถึงการเพิ่มหรือลดความปลอดภัยสำหรับเครื่องเวอร์ชวล (VMs) แม้ว่า AMD จะปล่อยการอัปเดต BIOS เพื่อแก้ไขช่องโหว่นี้ในภายหลัง แต่ CPU ที่ไม่ได้รับการอัปเดตก่อนวันที่ 17 ธันวาคม 2024 ยังคงมีความเสี่ยง ผู้ที่กังวลเรื่องนี้ควรอัปเดตระบบของตนให้เป็นเวอร์ชัน BIOS ล่าสุดเพื่อป้องกันช่องโหว่นี้ ไมโครโค้ดเป็นคำสั่งระดับต่ำที่กำหนดวิธีการทำงานของ CPU โดย AMD และ Intel ได้พัฒนาเซตคำสั่ง RISC ของตนเองเพื่อใช้งานใน CPU ของตน ซึ่งช่องโหว่ EntrySign สามารถเจาะผ่านความปลอดภัยที่ AMD ตั้งไว้โดยใช้การเข้ารหัส AES-CMAC ที่ถูกใช้งานในรูปแบบที่ไม่มาตรฐาน ทำให้นักวิจัยจาก Google สามารถย้อนกลับและสร้างกุญแจความปลอดภัยที่ใช้ป้องกันไมโครโค้ดที่ไม่ได้ลงชื่อได้ ประเด็นที่น่าสนใจเพิ่มเติม - การตรวจสอบและการเซ็นชื่อไมโครโค้ด: ช่องโหว่นี้เกิดจากการที่ AMD ใช้กุญแจตัวอย่างจาก NIST ที่เข้าถึงได้ทั่วไปในการเข้ารหัส ซึ่งทำให้นักวิจัยจาก Google สามารถเจาะผ่านความปลอดภัยได้ - การทดสอบและการใช้งาน: โชคดีที่การอัปเดตไมโครโค้ดไม่คงอยู่ถาวรหลังจากการรีบูตเครื่อง ทำให้การทดลองนี้ส่วนใหญ่ไม่มีผลกระทบที่เป็นอันตราย ผู้ใช้งานที่มี CPU จาก Zen 1 ถึง Zen 4 ควรตรวจสอบและอัปเดต BIOS ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อป้องกันช่องโหว่นี้ การวิจัยนี้ยังแสดงถึงความสำคัญของการตรวจสอบความปลอดภัยและการอัปเดตไมโครโค้ดอย่างสม่ำเสมอ https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/you-can-now-jailbreak-your-amd-cpu-google-researchers-release-kit-to-exploit-microcode-vulnerability-in-zen-1-to-zen-4-chips
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 339 มุมมอง 0 รีวิว
  • AMD ได้เปิดตัวการ์ดจอรุ่นใหม่ RX 9070 และ RX 9070 XT ซึ่งทำงานบนสถาปัตยกรรม RDNA 4 โดย RX 9070 ถูกตั้งราคาสุดคุ้มที่ $549 ซึ่งเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับเกมเมอร์ อย่างไรก็ตาม ข่าวล่าสุดชี้ว่า ราคานี้จะมีให้เฉพาะสำหรับชุดล็อตแรกของการ์ดจอนี้เท่านั้น หลังจากนี้ ผู้ผลิตและร้านค้าต่าง ๆ จะมีสิทธิ์กำหนดราคาใหม่ที่อาจสูงขึ้น

    ในกรณีนี้ ผู้ค้าปลีกจากหลายประเทศ เช่น สวีเดน และสหราชอาณาจักร ได้เปิดเผยว่า การ์ดจอ RX 9070 จะคงราคา MSRP ($549) เฉพาะสำหรับล็อตแรกของการผลิตเท่านั้น ตัวอย่างเช่น ร้าน Inet.se ในสวีเดนได้ชี้แจงว่าหลังจากล็อตแรกหมด ราคาจะถูกปรับเพิ่มขึ้นจากผู้ผลิตบางราย เช่น PowerColor ซึ่งได้ยืนยันว่า สินค้าจากล็อตสองจะมีราคาสูงขึ้น และไม่สามารถขายในราคามาตรฐานได้อีก

    ปัจจุบัน RX 9070 มีราคาถูกกว่า RX 9070 XT เพียง $50 (XT ราคา $599) การที่ RX 9070 มีราคาที่ใกล้เคียงกับ XT ทำให้ความน่าสนใจลดลง หากเกมเมอร์พลาดโอกาสล็อตแรกในราคา $549 ก็อาจต้องจ่ายแพงขึ้น ซึ่งในกรณีนี้ RX 9070 XT อาจดูคุ้มค่ากว่า เกมเมอร์ที่ต้องการ RX 9070 ในราคามาตรฐานควรรีบตัดสินใจซื้อในล็อตแรกก่อนที่ราคาจะปรับขึ้น

    การตั้งราคาของ RX 9070 ที่ต่ำกว่า NVIDIA RTX ซีรีส์ 50 แสดงให้เห็นว่า AMD พยายามแข่งขันในตลาดการ์ดจอกลุ่มราคาประหยัด แต่นโยบายการปรับราคานี้อาจสร้างความสับสนและส่งผลกระทบต่อความไว้วางใจของผู้บริโภคในระยะยาว

    การ์ดจอ RX 9070 รุ่นแรกในราคาสุดคุ้มนี้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจสำหรับเกมเมอร์ที่มองหาประสิทธิภาพสูงในราคาสมเหตุสมผล หากคุณสนใจและอยากเป็นเจ้าของ อย่าลืมติดตามร้านค้าต่าง ๆ ที่ยังมีล็อตแรกเหลืออยู่

    https://www.techradar.com/computing/gpu/bad-news-pc-gamers-it-seems-amds-aggressively-low-price-for-its-radeon-rx-9070-gpu-will-only-be-for-a-limited-time
    AMD ได้เปิดตัวการ์ดจอรุ่นใหม่ RX 9070 และ RX 9070 XT ซึ่งทำงานบนสถาปัตยกรรม RDNA 4 โดย RX 9070 ถูกตั้งราคาสุดคุ้มที่ $549 ซึ่งเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับเกมเมอร์ อย่างไรก็ตาม ข่าวล่าสุดชี้ว่า ราคานี้จะมีให้เฉพาะสำหรับชุดล็อตแรกของการ์ดจอนี้เท่านั้น หลังจากนี้ ผู้ผลิตและร้านค้าต่าง ๆ จะมีสิทธิ์กำหนดราคาใหม่ที่อาจสูงขึ้น ในกรณีนี้ ผู้ค้าปลีกจากหลายประเทศ เช่น สวีเดน และสหราชอาณาจักร ได้เปิดเผยว่า การ์ดจอ RX 9070 จะคงราคา MSRP ($549) เฉพาะสำหรับล็อตแรกของการผลิตเท่านั้น ตัวอย่างเช่น ร้าน Inet.se ในสวีเดนได้ชี้แจงว่าหลังจากล็อตแรกหมด ราคาจะถูกปรับเพิ่มขึ้นจากผู้ผลิตบางราย เช่น PowerColor ซึ่งได้ยืนยันว่า สินค้าจากล็อตสองจะมีราคาสูงขึ้น และไม่สามารถขายในราคามาตรฐานได้อีก ปัจจุบัน RX 9070 มีราคาถูกกว่า RX 9070 XT เพียง $50 (XT ราคา $599) การที่ RX 9070 มีราคาที่ใกล้เคียงกับ XT ทำให้ความน่าสนใจลดลง หากเกมเมอร์พลาดโอกาสล็อตแรกในราคา $549 ก็อาจต้องจ่ายแพงขึ้น ซึ่งในกรณีนี้ RX 9070 XT อาจดูคุ้มค่ากว่า เกมเมอร์ที่ต้องการ RX 9070 ในราคามาตรฐานควรรีบตัดสินใจซื้อในล็อตแรกก่อนที่ราคาจะปรับขึ้น การตั้งราคาของ RX 9070 ที่ต่ำกว่า NVIDIA RTX ซีรีส์ 50 แสดงให้เห็นว่า AMD พยายามแข่งขันในตลาดการ์ดจอกลุ่มราคาประหยัด แต่นโยบายการปรับราคานี้อาจสร้างความสับสนและส่งผลกระทบต่อความไว้วางใจของผู้บริโภคในระยะยาว การ์ดจอ RX 9070 รุ่นแรกในราคาสุดคุ้มนี้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจสำหรับเกมเมอร์ที่มองหาประสิทธิภาพสูงในราคาสมเหตุสมผล หากคุณสนใจและอยากเป็นเจ้าของ อย่าลืมติดตามร้านค้าต่าง ๆ ที่ยังมีล็อตแรกเหลืออยู่ https://www.techradar.com/computing/gpu/bad-news-pc-gamers-it-seems-amds-aggressively-low-price-for-its-radeon-rx-9070-gpu-will-only-be-for-a-limited-time
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 254 มุมมอง 0 รีวิว
  • มีคนได้ทำการดัดแปลงเครื่อง Nintendo GameCube ให้สามารถใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows NT PowerPC และยังสามารถเล่นเกม Doom ได้ด้วย แนวคิดนี้น่าสนใจเพราะ GameCube ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับระบบปฏิบัติการ Windows

    การดัดแปลงนี้เริ่มต้นจากการสร้างเวอร์ชันใหม่ของ Windows NT สำหรับ PowerPC ที่ปรับให้เหมาะสมกับเครื่อง GameCube และ Wii ของ Nintendo เนื่องจากเครื่องเหล่านี้ใช้สถาปัตยกรรม PowerPC ที่รองรับ Windows NT PowerPC เดิม โดยเรียกว่า Entii for WorkCubes และมีอยู่ใน GitHub

    น่าเสียดายที่ในการทดสอบการใช้งานกับ GameCube และ Wii ไม่สามารถเล่นเสียงได้ แม้ว่าจะมีการดัดแปลงให้สามารถใช้งานฟังก์ชันอื่นๆ เช่น การตั้งค่าวอลเปเปอร์แบบ 3D Maze หรือเปิดหน้าแรกของ Internet Explorer ได้ แต่การเล่น Doom ในความละเอียดต่ำสุด (320 x 200) ยังคงประสบปัญหาการไม่มีเสียง

    อย่างไรก็ตาม การทดลองนี้ทำให้เห็นความสามารถของระบบ Windows NT และ PowerPC ในยุคก่อนที่จะมี Windows NT 3.5 ในอนาคต ถ้าหากสามารถรองรับ Wii U ที่มี RAM 1GB และ CPU PowerPC 3 แกน การเล่นเกมและการใช้งานอาจจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    สำหรับผู้ที่สนใจการทดลองนี้ ควรทราบว่า GameCube มี RAM ขนาด 24MB เท่านั้น แต่ยังมีการจัดสรร RAM เพิ่มเติมสำหรับวิดีโอและ I/O ทำให้สามารถรองรับการทำงานของระบบปฏิบัติการได้ในระดับหนึ่ง

    https://www.tomshardware.com/video-games/nintendo/nintendo-gamecube-modified-to-run-powerpc-windows-nt-and-doom
    มีคนได้ทำการดัดแปลงเครื่อง Nintendo GameCube ให้สามารถใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows NT PowerPC และยังสามารถเล่นเกม Doom ได้ด้วย แนวคิดนี้น่าสนใจเพราะ GameCube ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับระบบปฏิบัติการ Windows การดัดแปลงนี้เริ่มต้นจากการสร้างเวอร์ชันใหม่ของ Windows NT สำหรับ PowerPC ที่ปรับให้เหมาะสมกับเครื่อง GameCube และ Wii ของ Nintendo เนื่องจากเครื่องเหล่านี้ใช้สถาปัตยกรรม PowerPC ที่รองรับ Windows NT PowerPC เดิม โดยเรียกว่า Entii for WorkCubes และมีอยู่ใน GitHub น่าเสียดายที่ในการทดสอบการใช้งานกับ GameCube และ Wii ไม่สามารถเล่นเสียงได้ แม้ว่าจะมีการดัดแปลงให้สามารถใช้งานฟังก์ชันอื่นๆ เช่น การตั้งค่าวอลเปเปอร์แบบ 3D Maze หรือเปิดหน้าแรกของ Internet Explorer ได้ แต่การเล่น Doom ในความละเอียดต่ำสุด (320 x 200) ยังคงประสบปัญหาการไม่มีเสียง อย่างไรก็ตาม การทดลองนี้ทำให้เห็นความสามารถของระบบ Windows NT และ PowerPC ในยุคก่อนที่จะมี Windows NT 3.5 ในอนาคต ถ้าหากสามารถรองรับ Wii U ที่มี RAM 1GB และ CPU PowerPC 3 แกน การเล่นเกมและการใช้งานอาจจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับผู้ที่สนใจการทดลองนี้ ควรทราบว่า GameCube มี RAM ขนาด 24MB เท่านั้น แต่ยังมีการจัดสรร RAM เพิ่มเติมสำหรับวิดีโอและ I/O ทำให้สามารถรองรับการทำงานของระบบปฏิบัติการได้ในระดับหนึ่ง https://www.tomshardware.com/video-games/nintendo/nintendo-gamecube-modified-to-run-powerpc-windows-nt-and-doom
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Nintendo GameCube modified to run PowerPC Windows NT and Doom
    Also works on Wii, but no sound on either generation of Nintendo-PowerPC hardware
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 167 มุมมอง 0 รีวิว
  • เมื่อไม่นานมานี้ AMD ได้ประกาศเปิดตัวกราฟิกการ์ดรุ่นใหม่ RX 9070 ที่ใช้สถาปัตยกรรม RDNA 4 โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ใช้งานจะต้องมีระบบที่รองรับ UEFI สำหรับการใช้งานที่สมบูรณ์แบบ เท่ากับว่า AMD จะไม่สนับสนุนการใช้งานกราฟิกการ์ดตัวใหม่นี้กับระบบที่ยังใช้ BIOS หรือโหมด CSM ซึ่งเป็นระบบเก่าอีกต่อไป

    ก่อนหน้านี้ BIOS เป็นระบบที่ใช้ในเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์เพื่อทำการบูตเครื่อง แต่ว่า UEFI ได้เข้ามาแทนที่ด้วยความสามารถที่มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการมี GUI (Graphic User Interface) ที่สวยงามและใช้งานง่ายขึ้น การสนับสนุนฮาร์ดดิสก์ขนาดใหญ่กว่า 2.2TB และระบบ Secure Boot ที่ทำให้การใช้งานคอมพิวเตอร์มีความปลอดภัยมากขึ้น

    ในปัจจุบัน CPU และเมนบอร์ดส่วนใหญ่ที่ผลิตออกมารองรับระบบ UEFI ทั้งหมด แต่สิ่งที่ต้องระวังคือการแบ่งพาร์ติชันฮาร์ดดิสก์ของคุณ หากยังใช้แบบ MBR คุณจะต้องเปลี่ยนเป็นแบบ GPT ซึ่งเป็นที่จำเป็นสำหรับ UEFI ในการบูตเครื่อง

    ด้วยการเปลี่ยนแปลงนี้ AMD ต้องการให้ผู้ใช้งานกราฟิกการ์ด RX 9070 มีประสบการณ์การใช้งานที่สมบูรณ์แบบที่สุด โดยมีฟีเจอร์ที่สำคัญอย่าง Smart Access Memory ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกราฟิกการ์ด และลดปัญหาการใช้งานที่อาจเกิดขึ้น เช่น การเกิดหน้าจอสีน้ำเงิน (BSOD)

    ดังนั้น หากคุณกำลังวางแผนจะซื้อกราฟิกการ์ด RX 9070 อย่าลืมตรวจสอบระบบของคุณให้แน่ใจว่ารองรับ UEFI และได้ทำการตั้งค่าฮาร์ดดิสก์ให้เป็นแบบ GPT แล้ว เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับประสิทธิภาพสูงสุดจากกราฟิกการ์ดตัวใหม่นี้

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/amds-new-rx-9000-gpus-only-officially-support-uefi-systems
    เมื่อไม่นานมานี้ AMD ได้ประกาศเปิดตัวกราฟิกการ์ดรุ่นใหม่ RX 9070 ที่ใช้สถาปัตยกรรม RDNA 4 โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ใช้งานจะต้องมีระบบที่รองรับ UEFI สำหรับการใช้งานที่สมบูรณ์แบบ เท่ากับว่า AMD จะไม่สนับสนุนการใช้งานกราฟิกการ์ดตัวใหม่นี้กับระบบที่ยังใช้ BIOS หรือโหมด CSM ซึ่งเป็นระบบเก่าอีกต่อไป ก่อนหน้านี้ BIOS เป็นระบบที่ใช้ในเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์เพื่อทำการบูตเครื่อง แต่ว่า UEFI ได้เข้ามาแทนที่ด้วยความสามารถที่มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการมี GUI (Graphic User Interface) ที่สวยงามและใช้งานง่ายขึ้น การสนับสนุนฮาร์ดดิสก์ขนาดใหญ่กว่า 2.2TB และระบบ Secure Boot ที่ทำให้การใช้งานคอมพิวเตอร์มีความปลอดภัยมากขึ้น ในปัจจุบัน CPU และเมนบอร์ดส่วนใหญ่ที่ผลิตออกมารองรับระบบ UEFI ทั้งหมด แต่สิ่งที่ต้องระวังคือการแบ่งพาร์ติชันฮาร์ดดิสก์ของคุณ หากยังใช้แบบ MBR คุณจะต้องเปลี่ยนเป็นแบบ GPT ซึ่งเป็นที่จำเป็นสำหรับ UEFI ในการบูตเครื่อง ด้วยการเปลี่ยนแปลงนี้ AMD ต้องการให้ผู้ใช้งานกราฟิกการ์ด RX 9070 มีประสบการณ์การใช้งานที่สมบูรณ์แบบที่สุด โดยมีฟีเจอร์ที่สำคัญอย่าง Smart Access Memory ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกราฟิกการ์ด และลดปัญหาการใช้งานที่อาจเกิดขึ้น เช่น การเกิดหน้าจอสีน้ำเงิน (BSOD) ดังนั้น หากคุณกำลังวางแผนจะซื้อกราฟิกการ์ด RX 9070 อย่าลืมตรวจสอบระบบของคุณให้แน่ใจว่ารองรับ UEFI และได้ทำการตั้งค่าฮาร์ดดิสก์ให้เป็นแบบ GPT แล้ว เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับประสิทธิภาพสูงสุดจากกราฟิกการ์ดตัวใหม่นี้ https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/amds-new-rx-9000-gpus-only-officially-support-uefi-systems
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 220 มุมมอง 0 รีวิว
  • มีการเปิดตัวชิปประมวลผลเซิร์ฟเวอร์ใหม่จาก Alibaba ที่ชื่อว่า "XuanTie C930" ซึ่งใช้สถาปัตยกรรม RISC-V ที่พัฒนามาเพื่อการประมวลผล AI และ HPC (High Performance Computing) ชิปนี้ได้รับการเผยแพร่ที่การประชุม China RISC-V Ecosystem Conference ในกรุงปักกิ่ง โดยวิศวกรของ Alibaba มองว่าชิปนี้จะเปิดทางให้กับการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคต

    แม้ว่าเราจะยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับจำนวนคอร์ ความเร็วของชิป หรือขนาดแคช แต่ Alibaba มีประวัติในการพัฒนาชิปที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น Yitian 710 ที่เป็นชิปที่เร็วที่สุดสำหรับคลาวด์เซิร์ฟเวอร์เมื่อปีที่แล้ว การเปิดตัว XuanTie C930 นี้จึงถือว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้ Alibaba มีส่วนสำคัญในตลาดชิปประมวลผล

    นอกจากนี้ Alibaba ยังได้ประกาศแผนการลงทุนมูลค่า 52 พันล้านดอลลาร์ในโครงสร้างพื้นฐาน AI และคลาวด์ในอีกสามปีข้างหน้า รวมถึงการพัฒนาชิป RISC-V รุ่นอื่น ๆ ที่จะตามมา ได้แก่ C908X, R908A และ XL200 ซึ่งออกแบบมาสำหรับการเร่งความเร็ว AI, การใช้งานในยานยนต์ และการเชื่อมต่อความเร็วสูงตามลำดับ

    สิ่งที่น่าสนใจคือการนำสถาปัตยกรรม RISC-V ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมเปิดมาใช้ เนื่องจากการนำเข้าสถาปัตยกรรมที่มีอยู่จากสหรัฐฯ ถูกจำกัดโดยกฎหมายการส่งออกที่เข้มงวดของสหรัฐฯ การพัฒนา RISC-V ของจีนจึงถือว่าเป็นการสร้างเส้นทางใหม่ในการพัฒนาชิปที่ไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/alibaba-launches-risc-v-based-xuantie-c930-server-cpu-ai-hpc-chip-ships-this-month-more-designs-to-follow
    มีการเปิดตัวชิปประมวลผลเซิร์ฟเวอร์ใหม่จาก Alibaba ที่ชื่อว่า "XuanTie C930" ซึ่งใช้สถาปัตยกรรม RISC-V ที่พัฒนามาเพื่อการประมวลผล AI และ HPC (High Performance Computing) ชิปนี้ได้รับการเผยแพร่ที่การประชุม China RISC-V Ecosystem Conference ในกรุงปักกิ่ง โดยวิศวกรของ Alibaba มองว่าชิปนี้จะเปิดทางให้กับการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคต แม้ว่าเราจะยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับจำนวนคอร์ ความเร็วของชิป หรือขนาดแคช แต่ Alibaba มีประวัติในการพัฒนาชิปที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น Yitian 710 ที่เป็นชิปที่เร็วที่สุดสำหรับคลาวด์เซิร์ฟเวอร์เมื่อปีที่แล้ว การเปิดตัว XuanTie C930 นี้จึงถือว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้ Alibaba มีส่วนสำคัญในตลาดชิปประมวลผล นอกจากนี้ Alibaba ยังได้ประกาศแผนการลงทุนมูลค่า 52 พันล้านดอลลาร์ในโครงสร้างพื้นฐาน AI และคลาวด์ในอีกสามปีข้างหน้า รวมถึงการพัฒนาชิป RISC-V รุ่นอื่น ๆ ที่จะตามมา ได้แก่ C908X, R908A และ XL200 ซึ่งออกแบบมาสำหรับการเร่งความเร็ว AI, การใช้งานในยานยนต์ และการเชื่อมต่อความเร็วสูงตามลำดับ สิ่งที่น่าสนใจคือการนำสถาปัตยกรรม RISC-V ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมเปิดมาใช้ เนื่องจากการนำเข้าสถาปัตยกรรมที่มีอยู่จากสหรัฐฯ ถูกจำกัดโดยกฎหมายการส่งออกที่เข้มงวดของสหรัฐฯ การพัฒนา RISC-V ของจีนจึงถือว่าเป็นการสร้างเส้นทางใหม่ในการพัฒนาชิปที่ไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/alibaba-launches-risc-v-based-xuantie-c930-server-cpu-ai-hpc-chip-ships-this-month-more-designs-to-follow
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 201 มุมมอง 0 รีวิว
  • มีข่าวล่าสุดจากการประชุม 2025 China RISC-V Ecosystem Conference ที่จัดขึ้นในกรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ 2025 โดยบริษัท SOPHGO ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรุ่นที่พัฒนาขึ้นจากชิป SG2044 ซึ่งเป็นชิปประสิทธิภาพสูงที่ใช้ในเซิร์ฟเวอร์และการประมวลผล AI นอกจากนี้ SOPHGO ยังได้นำเสนอการพัฒนาในด้านการรวมกันของสถาปัตยกรรม RISC-V และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ก้าวหน้าอย่างมาก

    รองประธานของ SOPHGO RISC-V ได้กล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับ "การบุกเบิกของ RISC-V ด้วย AI: การรวมกันและนวัตกรรมเฮเทอโรจีนัส" (heterogeneous) โดยได้เน้นถึงความสำเร็จในการรวมสถาปัตยกรรม RISC-V กับเทคโนโลยี AI ซึ่งได้เปิดทางให้การประมวลผลและการใช้พลังงานคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล รวมถึงการพัฒนาโมเดลการทำนายขนาดใหญ่

    SOPHGO ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์สมรรถนะสูงรุ่นใหม่ที่ใช้ชิป SG2044 แบ่งเป็น 3 ซีรีส์ ได้แก่:
    1) เซิร์ฟเวอร์การประมวลผล SRA3-40: รองรับการประมวลผลหลายแกน และการคำนวณที่แม่นยำหลากหลายรูปแบบ
    2) เซิร์ฟเวอร์การเก็บข้อมูล SRB3-40: รองรับไดรฟ์หลายตัว ความจุใหญ่ และการโอนถ่ายข้อมูลความเร็วสูง
    3) เซิร์ฟเวอร์รวมการทำงาน SRM3-40: รองรับการทำนายโมเดลขนาดใหญ่ พลังการประมวลผลสูง และประหยัดพลังงาน

    เซิร์ฟเวอร์รุ่น SRA3-40 จะเป็นเซิร์ฟเวอร์ RISC-V สมรรถนะสูงรุ่นแรกที่รวมเข้ากับเฟรมเวิร์ก DeepSeek อย่างลึกซึ้ง การใช้เซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ชิป RISC-V นี้จะเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ให้กับบริษัทที่ต้องการใช้พลังการประมวลผลในระดับสูง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ต้องการการคำนวณที่รวดเร็วและแม่นยำ

    ในงานแสดงสินค้าที่จัดขึ้น SOPHGO ได้มีการแสดงสินค้าและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ดึงดูดความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก บริษัทมีเป้าหมายที่จะขยายการใช้งานของ RISC-V ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น การประมวลผลประสิทธิภาพสูงและเทอร์มินัลอัจฉริยะ

    การพัฒนาเทคโนโลยีของ SOPHGO นี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการก้าวสู่การเป็นผู้นำในด้านการรวมเทคโนโลยี RISC-V และ AI

    https://www.techpowerup.com/333496/sophgo-unveils-new-products-at-the-2025-china-risc-v-ecosystem-conference
    มีข่าวล่าสุดจากการประชุม 2025 China RISC-V Ecosystem Conference ที่จัดขึ้นในกรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ 2025 โดยบริษัท SOPHGO ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรุ่นที่พัฒนาขึ้นจากชิป SG2044 ซึ่งเป็นชิปประสิทธิภาพสูงที่ใช้ในเซิร์ฟเวอร์และการประมวลผล AI นอกจากนี้ SOPHGO ยังได้นำเสนอการพัฒนาในด้านการรวมกันของสถาปัตยกรรม RISC-V และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ก้าวหน้าอย่างมาก รองประธานของ SOPHGO RISC-V ได้กล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับ "การบุกเบิกของ RISC-V ด้วย AI: การรวมกันและนวัตกรรมเฮเทอโรจีนัส" (heterogeneous) โดยได้เน้นถึงความสำเร็จในการรวมสถาปัตยกรรม RISC-V กับเทคโนโลยี AI ซึ่งได้เปิดทางให้การประมวลผลและการใช้พลังงานคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล รวมถึงการพัฒนาโมเดลการทำนายขนาดใหญ่ SOPHGO ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์สมรรถนะสูงรุ่นใหม่ที่ใช้ชิป SG2044 แบ่งเป็น 3 ซีรีส์ ได้แก่: 1) เซิร์ฟเวอร์การประมวลผล SRA3-40: รองรับการประมวลผลหลายแกน และการคำนวณที่แม่นยำหลากหลายรูปแบบ 2) เซิร์ฟเวอร์การเก็บข้อมูล SRB3-40: รองรับไดรฟ์หลายตัว ความจุใหญ่ และการโอนถ่ายข้อมูลความเร็วสูง 3) เซิร์ฟเวอร์รวมการทำงาน SRM3-40: รองรับการทำนายโมเดลขนาดใหญ่ พลังการประมวลผลสูง และประหยัดพลังงาน เซิร์ฟเวอร์รุ่น SRA3-40 จะเป็นเซิร์ฟเวอร์ RISC-V สมรรถนะสูงรุ่นแรกที่รวมเข้ากับเฟรมเวิร์ก DeepSeek อย่างลึกซึ้ง การใช้เซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ชิป RISC-V นี้จะเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ให้กับบริษัทที่ต้องการใช้พลังการประมวลผลในระดับสูง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ต้องการการคำนวณที่รวดเร็วและแม่นยำ ในงานแสดงสินค้าที่จัดขึ้น SOPHGO ได้มีการแสดงสินค้าและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ดึงดูดความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก บริษัทมีเป้าหมายที่จะขยายการใช้งานของ RISC-V ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น การประมวลผลประสิทธิภาพสูงและเทอร์มินัลอัจฉริยะ การพัฒนาเทคโนโลยีของ SOPHGO นี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการก้าวสู่การเป็นผู้นำในด้านการรวมเทคโนโลยี RISC-V และ AI https://www.techpowerup.com/333496/sophgo-unveils-new-products-at-the-2025-china-risc-v-ecosystem-conference
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    SOPHGO Unveils New Products at the 2025 China RISC-V Ecosystem Conference
    On February 27-28, the 2025 China RISC-V Ecosystem Conference was grandly held at the Zhongguancun International Innovation Center in Beijing. As a core promoter in the RISC-V field, SOPHGO was invited to deliver a speech and prominently launch a series of new products based on the SG2044 chip, shar...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 287 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts