• สาวเขมรร่ำไห้กลางตลาด หลังถูกจับกุมแรงงานเถื่อน ไม่อยากถูกผลักดันกลับกัมพูชา
    .
    ตำรวจพัทยา สนธิกำลังหลายหน่วย ทั้งตำรวจท่องเที่ยว และตรวจคนเข้าเมือง ลงพื้นที่กวาดล้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ภายในตลาดรัตนากร ถนนเทพประสิทธิ์ เมืองพัทยา
    .
    จากการตรวจสอบแผงขายผลไม้ 8 แผง พบแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ได้แก่ ลาว กัมพูชา และเมียนมา รวม 25 คน เป็นชาย 17 คน หญิง 8 คน ในจำนวนนี้มีเอกสารถูกต้อง 21 คน ที่เหลือเป็นกลุ่มโอเวอร์สเตย์และหลบหนีเข้าเมือง
    .
    เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวแรงงานที่กระทำผิด ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย ก่อนผลักดันออกนอกราชอาณาจักร ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
    .
    ระหว่างการจับกุม ปรากฏภาพหญิงชาวกัมพูชารายหนึ่งถึงกับร่ำไห้ บอกไม่อยากกลับประเทศบ้านเกิด ระบุว่าเข้ามาทำงานในประเทศไทยตั้งแต่อายุ 18 ปี ทำงานส่งเงินกลับครอบครัวในกัมพูชามานานกว่า 10 ปี และรักประเทศไทยเหมือนบ้านหลังที่สอง
    .
    ด้านตำรวจยืนยัน การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายควบคุมแรงงานต่างด้าว เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรม และดูแลความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมเดินหน้ากวดขันอย่างต่อเนื่อง
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001861
    .
    #News1 #News1live #แรงงานเถื่อน #พัทยา #แรงงานกัมพูชา #กวาดล้างแรงงาน #ตำรวจพัทยา
    สาวเขมรร่ำไห้กลางตลาด หลังถูกจับกุมแรงงานเถื่อน ไม่อยากถูกผลักดันกลับกัมพูชา . ตำรวจพัทยา สนธิกำลังหลายหน่วย ทั้งตำรวจท่องเที่ยว และตรวจคนเข้าเมือง ลงพื้นที่กวาดล้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ภายในตลาดรัตนากร ถนนเทพประสิทธิ์ เมืองพัทยา . จากการตรวจสอบแผงขายผลไม้ 8 แผง พบแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ได้แก่ ลาว กัมพูชา และเมียนมา รวม 25 คน เป็นชาย 17 คน หญิง 8 คน ในจำนวนนี้มีเอกสารถูกต้อง 21 คน ที่เหลือเป็นกลุ่มโอเวอร์สเตย์และหลบหนีเข้าเมือง . เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวแรงงานที่กระทำผิด ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย ก่อนผลักดันออกนอกราชอาณาจักร ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ . ระหว่างการจับกุม ปรากฏภาพหญิงชาวกัมพูชารายหนึ่งถึงกับร่ำไห้ บอกไม่อยากกลับประเทศบ้านเกิด ระบุว่าเข้ามาทำงานในประเทศไทยตั้งแต่อายุ 18 ปี ทำงานส่งเงินกลับครอบครัวในกัมพูชามานานกว่า 10 ปี และรักประเทศไทยเหมือนบ้านหลังที่สอง . ด้านตำรวจยืนยัน การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายควบคุมแรงงานต่างด้าว เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรม และดูแลความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมเดินหน้ากวดขันอย่างต่อเนื่อง . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001861 . #News1 #News1live #แรงงานเถื่อน #พัทยา #แรงงานกัมพูชา #กวาดล้างแรงงาน #ตำรวจพัทยา
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 51 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 5

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 5
    ตลอด 70 ปี ที่ผ่านมา ยุทธศาสตร์ของอเมริกาชัดเจนว่า เป็นยุทธศาสตร์เพื่อการครองโลกแต่ผู้เดียวของอเมริกา ดังนั้นแผนดำเนินการ หรือการเดินหมากของอเมริกา จึงเน้นที่การปิดล้อมและการปิดกั้น ผู้ที่อาจจะขึ้นมาเป็นคู่แข่งในการครองโลกของตน ไม่ให้มีโอกาสเข้าไปถึงแหล่งทรัพยากร ที่จะทำให้คู่แข่ง มีโอกาส หรือมีอำนาจมากกว่า หรือขึ้นมาเทียบ
    และด้วยการคิดแบบนี้ ย่ำอยู่กับที่มา 70 ปีแล้ว อเมริกา จึงเน้นแต่การสร้างเครือข่ายด้านการทหาร โดยสร้างฐานทัพ พัฒนาศักยภาพและเพิ่มกำลังอาวุธ กำลังพล รูปแบบต่างๆ ที่มีทั้งเป็นทหารในระบบสังกัดกองทัพ และทหารนอกระบบ เช่นทหารรับจ้าง หรือพวก contractor อย่างพวกน้ำดำ Blackwater รวมไปถึงกองกำลังนอกระบบที่เรียกว่า พวกปฏิบัติการหลังฉาก หรือพวก stay behind และตอนนี้ก็เห็นกันแล้วว่า อเมริกาสร้างแม้กระทั่งเครือข่ายผู้ก่อการร้าย
    ความคิดของอเมริกา ที่นำมาสร้างเป็นยุทธศาสตร์ครองโลกนั้น มันเป็นความคิดที่เก่าตกรุ่น ไม่มีมิติ ของการสร้างสรร และที่สำคัญ มันเป็นความคิด หรือยุทธศาสตร์ที่มุ่งหมายที่จะทำลายล้างผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบาย หรือความต้องการของอเมริกา มันเป็นยุทธศาสตร์เชิงทำลาย ….
    บทความชื่อ ” The rise of US nuclear primacy” เขียนโดย Kier Lieber และ Daryl Press ในนิตยสาร Foreign Affairs ของถังขยะความคิด CFR ฉบับเดือนมีนาคม/เมษนยน ค.ศ.2006 น่าจะยืนยันได้ดีถึงยุทธศาสตร์เชิงทำลายของอเมริกา ซึ่งสรุปว่า…..
    …. วันนี้ เป็นครั้งแรกในเวลากว่า 50 ปี ที่สามารถกล่าวได้เต็มปากว่า อเมริกาคือสุดยอดของการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ เป็นไปได้ว่าอีกไม่ช้านี้ ที่อเมริกาจะเป็นผู้ลงมือก่อน (first strike) ในการทำลายอาวุธนิวเคลียร์ระยะไกล ของรัสเซีย หรือจีน
    …..การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ มาจากการปรับปรุงระบบนิวเคลียร์ของอเมริกาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่การพัฒนาทางอาวุธของรัสเซียเสื่อมถอยลงแบบตกเขา ส่วนจีนเองการพัฒนาอาวุธให้ทันสมัย ไปถึงระดับนิวเคลียร์ก็เป็นไปอย่างช้ามาก …..ยกเว้นแต่อเมริกาจะเปลี่ยนแปลงนโยบายของตัว หรือรัสเซีย จีนจะรีบเร่งเครื่อง เพื่อสร้างขนาดและความพร้อมของกองทัพตัวเองเสียใหม่ ……ไม่เช่นนั้น รัสเซีย จีน และทั้งหมดในโลกนี้ จะต้องอยู่ภายใต้เงาของอเมริกา ที่เป็นเจ้าของสุดยอดของอาวุธนิวเคลียร์ ไปอีกนานนนนน….
    คน(โปร)อเมริกันอ่านแล้ว คงภูมิใจฉิบหายเลยนะครับ
    บทความข้างต้น คงไม่ผิดความจริงมากนัก เพราะเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ.2002 รัฐบาลคาวบอยบุช ก็ประกาศว่า
    ….. อเมริกากำลังใช้ยุทธศาสตร์สู่ความเป็นเลิศ ด้วยการสร้างกองทัพที่ยิ่งใหญ่ มันเป็นโครงการใหญ่และมีความสำคัญลำดับแรกๆ ของรัฐบาลคาวบอย นั่นคือ การสร้างระบบการต่อสู้ด้วยจรวด อเมริกาบอกกับพลเมืองของตนว่า เราต้องทำ เพื่อเตรียมรับมือกับการก่อการร้าย…..
    แต่น่าสังเกตว่า ที่อเมริกากำลังสร้างนั้น มันเป็นระบบรุก offensive ไม่ใช่เป็นระบบป้องกัน defensive ดังนั้น เป้าหมายจริง น่าจะเป็นการเตรียมการส่งให้แก่ รัสเซีย จีน
    เสียละมากกว่า
    และก็ต้องนับว่าอเมริกา นี่ลื่นมาก ใช้ผู้ก่อการ้ายมาเป็นข้ออ้างมาตั้งแต่ตอนโน้นเลย แต่ พอมีการก่อการร้ายเกิดขึ้นจริงๆ ดันสูดกลิ่นไม่ได้ หาไม่เจอ ปราบไม่สำเร็จ… ได้แต่ทำหน้าเครียด ตาขวางขู่ผ่านสื่อว่า you are next….ใคร ใคร (วะ) ฮาชะมัด
    ส่วนรัสเซีย ตั้งแต่สหภาพโซเวียตล่มสลาย ในปี ค.ศ.1991 การพัฒนาอาวุธของรัสเซียที่เป็นทายาท ตามข่าวเหมือนจะแผ่วลงไป เพราะรัสเซียกำลังคร่ำเคร่งในการประคองตัวให้ยืนได้เสียก่อน
    และน่าสนใจว่า เพราะยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อทำลาย ของอเมริกานั่นเอง ที่ทำให้รัสเซียและจีน หันมาจับมือกันแน่นเป็นแนวร่วมที่เข้มแข็ง
    รัสเซียและจีน น่าจะคิดไม่ต่างกัน ต่างมีนโยบายที่ต้องการสร้างประเทศให้เข้มแข็ง ช่วยตัวเองได้ พึ่งพาปัจจัยภายนอกให้น้อยที่สุด และสร้างแนวร่วมที่สามารถจะช่วยเหลือเกื้อหนุนกันเอง
    ปี ค.ศ.2001 รัสเซีย จีน ทำสัญญา Russia China Friendship and Cooperation Treaty เป็นสัญญาทวิภาคีฉบับแรกระหว่างกัน นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1950
    สัญญานี้ เน้นการร่วมมือระหว่างทั้ง 2 ประเทศ เพื่อรับมือกับการทำตัวเสมือนเป็นเจ้าของโลกของอเมริกา โดยรัสเซีย จีน ตกลงที่จะให้ร่วมมือกันทั้งด้านความมั่นคง และด้านเศรษฐกิจ
    รัสเซียเริ่มแบ่งข้อมูลของตัว เกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านการพัฒนาอาวุธให้แก่จีน และจีน จอมแกะแบบและจอมก๊อบ ก็แกะ และก๊อบ และช่วยพัฒนากลับให้กับรัสเซีย ด้วยวิธีนี้ ทั้งรัสเซียและจีน จึงก้าวไปข้างหน้าด้วยกันด้านอาวุธ รัสเซียและจีนน่าจะขอบใจ ไอ้ปากมอมที่มาช่วยเตือนว่า คนหนึ่งกำลังดิ่งลงหน้าผา ส่วนอีกคนหนึ่งก็เดินช้าเหมือนเต่า
    ขณะเดียวกัน รัสเซียมองดูตัวเอง เหมือนคนที่ต้องเริ่มตั้งตัวใหม่ หลังจากฉิบหายบ้านแตกสาแหรกขาด แถมล้มละลายอีกต่างหาก สมบัติติดตัวมีค่า คือทรัพย์ในดิน รัสเซียมีแหล่งแก๊สใหญ่ที่สุดในโลก มีบ่อน้ำมันมากกว่า 130,000 บ่อ ยังมีแหล่งน้ำมันและแก๊ส ที่ยังไม่ได้สำรวจอีกประมาณ 2,000 แห่ง ทางรอดของรัสเซียคือ สร้างประเทศ ที่เละจากการถูกรุมตี ซ้ำแล้วซ้ำอีก ให้ยืนขึ้นมาใหม่ให้ได้จากทรัพย์ในดินของตัวเอง ไม่ใช่คิดแต่สร้างอาวุธ เพื่อเอาไปใช้ปล้นสมบัติคนอื่น ปล้นเสร็จก็ฆ่าเจ้าของทิ้ง พร้อมกับเผาบ้านทำลายหลักฐาน เหมือนที่ไอ้บางพวกมันชอบทำกัน
    รัสเซียจึงเริ่มต้นสร้างประเทศให้แข็งแรง ด้วยยุทธศาสตร์การสร้างเครือข่ายเหมือนกัน มันไม่ใช่เครือข่ายด้านกำลังทหาร แต่เป็นเครือข่ายท่อส่งแก๊ส และน้ำมัน !!! ให้กับเพื่อนและลูกค้า ที่น่าจะเป็นการช่วยให้สถานะของตนเองเป็นอันตรายน้อยลง และมีอำนาจต่อรองมากขึ้น ฟังดูไม่น่าตื่นเต้น แต่น่าสนใจครับ
    ปี ค.ศ.1997 (พ.ศ.2540) รัสเซีย ในสมัยที่นายบอริส เยลซิน เป็นประธานาธิบดี ก็เกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในบ้าน ไม่น่าเชื่อว่ามันมาจากพิษต้มยำกุ้ง ที่ลามข้ามทวีป จนเป็นโอกาสให้ไอเอมเอฟ เข้ามาจัดการรัสเซีย ด้วยการใช้นโยบายแปรรูปกิจการรัฐ เอาออกขายให้พวกขายชาติไม่กี่ตัว ที่สมคบกับต่างชาติ ซื้อเอาเป็นกิจการส่วนตัว เล่นเอาเศรษฐกิจรัสเซีย ซึ่งกำลังเปราะบางเหมือนข้าวเกรียบว่าว ก็แตกกระจาย นี่ผมเขียนเรื่องรัสเซียนะครับ แต่มันเหมือนกับบ้านเราอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ที่ไม่เหมือน คือวิธีแก้เกม วิธีพาประเทศออกจากกับดักอเมริกา ของรัสเซีย กับของสมันน้อย ต่างกันยังกับหนังคนละม้วน (ตอนนั้นเป็นสมันน้อยจริงๆ ตอนนี้ “หวัง” ว่าจะไม่ใช่แล้ว)
    และในปีนั้น คุณพี่ปูติน ซึ่งอยู่ในคณะทำงานของรัฐบาลรัสเซีย ก็เสนอนโยบายให้กับรัฐบาล ให้แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการให้รัฐเป็นผู้ควบคุมแหล่งพลังงาน และทรัพยากรของประเทศเสียเอง รวมทั้ง เป็นผู้ดำเนินการผลิตน้ำมันและแก๊ส ขาย และส่งออกเองด้วย เพื่อเป็นการลดต้นทุน จากการค้ากำไรของพ่อค้า และจะทำให้ชาวรัสเซียได้ใช้น้ำมันและแก๊สของรัสเซียเองในราคาถูก เป็นการช่วยเหลือเศรษฐกิจในประเทศส่วนหนึ่ง และนำกำไรจากการขายส่งออกพลังงาน ให้กลับมาอยู่ที่รัฐบาล เพื่อเอามาสร้างประเทศต่อไป
    นอกจากนั้น คุณพี่ปูติน ยังเสนอให้ มีการออกกฏหมายห้ามการค้าแบบผูกขาด ไม่ว่าจะผูกโดยธุรกิจใน หรือนอกประเทศ และห้ามต่างประเทศเข้ามามีส่วนถือหุ้นหรือลงทุน ในการทำธุรกิจที่เกี่ยวกับพลังงาน ทรัพย์ในดินของประเทศ
    สรุปสั้นๆ ว่า คุณพี่ปูติน ไม่เห็นด้วยกับการแปรรูป การเอาทรัพย์สินสำคัญของชาติออกขายให้ต่างชาติ ไม่เห็นด้วยกับการค้าเสรี ฯลฯ ที่อเมริกาเอามาแพร่เชื้อ ที่ไอเอมเอฟเอามารัดคอ และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รัสเซียฉิบหายหนักขึ้นจนในที่สุดถึงล้มละลาย ข้อเสนอของคุณพี่ปูติน เป็น การหักดิบ ตัดขาด จาก นโยบาย ความคิดและทฤษฏีลวงของอเมริกา อย่างสิ้นเชิง
    ปี ค.ศ.2000 คุณพี่ปูติน ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี นโยบายสำคัญลำดับแรกของรัฐบาลปูตินคือ จัดการโอนเอากิจการสำคัญกลับมาเป็นของรัฐ โดยเฉพาะ Gazprom ที่จะต้องมาทำหน้าที่เป็นเจ้าของเครือข่ายท่อส่งแก๊สของรัฐ ต่อจากนั้น เขาพยายามระงับการขายหุ้นใหญ่ของบริษัทน้ำมัน Yokos และ Sibneft ที่กำลังเตรียมการ ที่จะขายให้กับบริษัทอเมริกัน (หน้าม้าของคาวบอยบุช)
    แค่ 2 เรื่องนี่ ก็คงพอทำให้อเมริกาและสื่อตะวันตก ช่วยกันประทับตราคุณพี่ปูติน ว่าเป็นคนเลวอย่างที่สุดแล้ว เพราะเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติตน มากกว่าเสรีภาพของมนุษย์ในการแสดงออก ฮา
    ขั้นตอนต่อไป คุณพี่ปูตินจัดการรวมเอานักเศรษฐศาสตร์ นักวิชาการ นักธุรกิจ ที่รัสเซียเรียกว่า ” siloviki” หรือ nationalist พวกชาตินิยม มาเป็นผู้ร่วมร่างแผนการฟื้นฟูประเทศ และบริหารองค์กรสำคัญที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรของชาติ แต่ตะวันตกบอก เป็นพวก เคจีบี หรือ อยู่ฝ่ายความมั่นคงต่างหาก และด่าปูตินว่า กำลังดำเนินการฟื้นฟูจักรวรรดิรัสเซีย ทำแบบนี้แถวบ้านเรา คงถูกเรียกว่า เป็นพวกเผด็จการคลั่งชาติ
    แต่คุณพี่ปูตินไม่สนใจ เดินหน้าสร้างเครือข่ายท่อส่งแก็ส ตามยุทธศาสตร์ ที่ทำให้รัสเซียเหมือนใส่หมวกกันน๊อก กันถูกตักดีหัว หรือ ล้มอีกทีต้องหัวไม่แตก
    รัสเซียสร้างเครือข่ายท่อส่งที่โยงใยไปทั่ว เป็นระยะทางทั้งหมดไม่น้อยกว่า 150,000 กม เครือข่ายท่อส่งนี้ มี Gazprom ที่เป็นของรัฐ เป็นเจ้าของ และเป็นผู้มีสิทธิใช้แต่ผู้เดียว
    แค่ในปี ค.ศ.2009 แก๊สของรัสเซียส่งออกไปให้ยุโรป ผ่านท่อส่ง 12 เส้น
    3 ท่อส่ง วิ่งตรงไปยัง ฟินแลนด์ แอสโทเนีย และลัตเวีย
    4 ท่อส่ง ผ่านเข้าไปที่เบราลุส และส่งออกต่อไปยัง ลิทัวเนีย และ โปแลนด์
    5 ท่อส่ง ผ่านเข้าไปที่ยูเครน เพื่อให้ยูเครน ส่งต่อให้ สโลวาเกีย โรมาเนีย ฮังการี และ โปแลนด์
    เห็นจำนวนท่อส่งและสถานที่รับแก๊สแล้ว คงพอเข้าใจนะครับ ว่า ทำไมยูเครน ถึงต้องมีปฏิวัติ เพื่อเอาคนของอเมริกามาคุมยูเครน และเรื่องยูเครนก็จะไม่มีวันสงบง่ายๆ และ รัสเซียก็จะเดินหน้าเรื่องท่อส่งแก๊สมาที่ยุโรป แบบมีเชือกคอยกระตุกให้หงายท้องอยู่ตลอดเวลา
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    26 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 5 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 5 ตลอด 70 ปี ที่ผ่านมา ยุทธศาสตร์ของอเมริกาชัดเจนว่า เป็นยุทธศาสตร์เพื่อการครองโลกแต่ผู้เดียวของอเมริกา ดังนั้นแผนดำเนินการ หรือการเดินหมากของอเมริกา จึงเน้นที่การปิดล้อมและการปิดกั้น ผู้ที่อาจจะขึ้นมาเป็นคู่แข่งในการครองโลกของตน ไม่ให้มีโอกาสเข้าไปถึงแหล่งทรัพยากร ที่จะทำให้คู่แข่ง มีโอกาส หรือมีอำนาจมากกว่า หรือขึ้นมาเทียบ และด้วยการคิดแบบนี้ ย่ำอยู่กับที่มา 70 ปีแล้ว อเมริกา จึงเน้นแต่การสร้างเครือข่ายด้านการทหาร โดยสร้างฐานทัพ พัฒนาศักยภาพและเพิ่มกำลังอาวุธ กำลังพล รูปแบบต่างๆ ที่มีทั้งเป็นทหารในระบบสังกัดกองทัพ และทหารนอกระบบ เช่นทหารรับจ้าง หรือพวก contractor อย่างพวกน้ำดำ Blackwater รวมไปถึงกองกำลังนอกระบบที่เรียกว่า พวกปฏิบัติการหลังฉาก หรือพวก stay behind และตอนนี้ก็เห็นกันแล้วว่า อเมริกาสร้างแม้กระทั่งเครือข่ายผู้ก่อการร้าย ความคิดของอเมริกา ที่นำมาสร้างเป็นยุทธศาสตร์ครองโลกนั้น มันเป็นความคิดที่เก่าตกรุ่น ไม่มีมิติ ของการสร้างสรร และที่สำคัญ มันเป็นความคิด หรือยุทธศาสตร์ที่มุ่งหมายที่จะทำลายล้างผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบาย หรือความต้องการของอเมริกา มันเป็นยุทธศาสตร์เชิงทำลาย …. บทความชื่อ ” The rise of US nuclear primacy” เขียนโดย Kier Lieber และ Daryl Press ในนิตยสาร Foreign Affairs ของถังขยะความคิด CFR ฉบับเดือนมีนาคม/เมษนยน ค.ศ.2006 น่าจะยืนยันได้ดีถึงยุทธศาสตร์เชิงทำลายของอเมริกา ซึ่งสรุปว่า….. …. วันนี้ เป็นครั้งแรกในเวลากว่า 50 ปี ที่สามารถกล่าวได้เต็มปากว่า อเมริกาคือสุดยอดของการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ เป็นไปได้ว่าอีกไม่ช้านี้ ที่อเมริกาจะเป็นผู้ลงมือก่อน (first strike) ในการทำลายอาวุธนิวเคลียร์ระยะไกล ของรัสเซีย หรือจีน …..การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ มาจากการปรับปรุงระบบนิวเคลียร์ของอเมริกาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่การพัฒนาทางอาวุธของรัสเซียเสื่อมถอยลงแบบตกเขา ส่วนจีนเองการพัฒนาอาวุธให้ทันสมัย ไปถึงระดับนิวเคลียร์ก็เป็นไปอย่างช้ามาก …..ยกเว้นแต่อเมริกาจะเปลี่ยนแปลงนโยบายของตัว หรือรัสเซีย จีนจะรีบเร่งเครื่อง เพื่อสร้างขนาดและความพร้อมของกองทัพตัวเองเสียใหม่ ……ไม่เช่นนั้น รัสเซีย จีน และทั้งหมดในโลกนี้ จะต้องอยู่ภายใต้เงาของอเมริกา ที่เป็นเจ้าของสุดยอดของอาวุธนิวเคลียร์ ไปอีกนานนนนน…. คน(โปร)อเมริกันอ่านแล้ว คงภูมิใจฉิบหายเลยนะครับ บทความข้างต้น คงไม่ผิดความจริงมากนัก เพราะเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ.2002 รัฐบาลคาวบอยบุช ก็ประกาศว่า ….. อเมริกากำลังใช้ยุทธศาสตร์สู่ความเป็นเลิศ ด้วยการสร้างกองทัพที่ยิ่งใหญ่ มันเป็นโครงการใหญ่และมีความสำคัญลำดับแรกๆ ของรัฐบาลคาวบอย นั่นคือ การสร้างระบบการต่อสู้ด้วยจรวด อเมริกาบอกกับพลเมืองของตนว่า เราต้องทำ เพื่อเตรียมรับมือกับการก่อการร้าย….. แต่น่าสังเกตว่า ที่อเมริกากำลังสร้างนั้น มันเป็นระบบรุก offensive ไม่ใช่เป็นระบบป้องกัน defensive ดังนั้น เป้าหมายจริง น่าจะเป็นการเตรียมการส่งให้แก่ รัสเซีย จีน เสียละมากกว่า และก็ต้องนับว่าอเมริกา นี่ลื่นมาก ใช้ผู้ก่อการ้ายมาเป็นข้ออ้างมาตั้งแต่ตอนโน้นเลย แต่ พอมีการก่อการร้ายเกิดขึ้นจริงๆ ดันสูดกลิ่นไม่ได้ หาไม่เจอ ปราบไม่สำเร็จ… ได้แต่ทำหน้าเครียด ตาขวางขู่ผ่านสื่อว่า you are next….ใคร ใคร (วะ) ฮาชะมัด ส่วนรัสเซีย ตั้งแต่สหภาพโซเวียตล่มสลาย ในปี ค.ศ.1991 การพัฒนาอาวุธของรัสเซียที่เป็นทายาท ตามข่าวเหมือนจะแผ่วลงไป เพราะรัสเซียกำลังคร่ำเคร่งในการประคองตัวให้ยืนได้เสียก่อน และน่าสนใจว่า เพราะยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อทำลาย ของอเมริกานั่นเอง ที่ทำให้รัสเซียและจีน หันมาจับมือกันแน่นเป็นแนวร่วมที่เข้มแข็ง รัสเซียและจีน น่าจะคิดไม่ต่างกัน ต่างมีนโยบายที่ต้องการสร้างประเทศให้เข้มแข็ง ช่วยตัวเองได้ พึ่งพาปัจจัยภายนอกให้น้อยที่สุด และสร้างแนวร่วมที่สามารถจะช่วยเหลือเกื้อหนุนกันเอง ปี ค.ศ.2001 รัสเซีย จีน ทำสัญญา Russia China Friendship and Cooperation Treaty เป็นสัญญาทวิภาคีฉบับแรกระหว่างกัน นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1950 สัญญานี้ เน้นการร่วมมือระหว่างทั้ง 2 ประเทศ เพื่อรับมือกับการทำตัวเสมือนเป็นเจ้าของโลกของอเมริกา โดยรัสเซีย จีน ตกลงที่จะให้ร่วมมือกันทั้งด้านความมั่นคง และด้านเศรษฐกิจ รัสเซียเริ่มแบ่งข้อมูลของตัว เกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านการพัฒนาอาวุธให้แก่จีน และจีน จอมแกะแบบและจอมก๊อบ ก็แกะ และก๊อบ และช่วยพัฒนากลับให้กับรัสเซีย ด้วยวิธีนี้ ทั้งรัสเซียและจีน จึงก้าวไปข้างหน้าด้วยกันด้านอาวุธ รัสเซียและจีนน่าจะขอบใจ ไอ้ปากมอมที่มาช่วยเตือนว่า คนหนึ่งกำลังดิ่งลงหน้าผา ส่วนอีกคนหนึ่งก็เดินช้าเหมือนเต่า ขณะเดียวกัน รัสเซียมองดูตัวเอง เหมือนคนที่ต้องเริ่มตั้งตัวใหม่ หลังจากฉิบหายบ้านแตกสาแหรกขาด แถมล้มละลายอีกต่างหาก สมบัติติดตัวมีค่า คือทรัพย์ในดิน รัสเซียมีแหล่งแก๊สใหญ่ที่สุดในโลก มีบ่อน้ำมันมากกว่า 130,000 บ่อ ยังมีแหล่งน้ำมันและแก๊ส ที่ยังไม่ได้สำรวจอีกประมาณ 2,000 แห่ง ทางรอดของรัสเซียคือ สร้างประเทศ ที่เละจากการถูกรุมตี ซ้ำแล้วซ้ำอีก ให้ยืนขึ้นมาใหม่ให้ได้จากทรัพย์ในดินของตัวเอง ไม่ใช่คิดแต่สร้างอาวุธ เพื่อเอาไปใช้ปล้นสมบัติคนอื่น ปล้นเสร็จก็ฆ่าเจ้าของทิ้ง พร้อมกับเผาบ้านทำลายหลักฐาน เหมือนที่ไอ้บางพวกมันชอบทำกัน รัสเซียจึงเริ่มต้นสร้างประเทศให้แข็งแรง ด้วยยุทธศาสตร์การสร้างเครือข่ายเหมือนกัน มันไม่ใช่เครือข่ายด้านกำลังทหาร แต่เป็นเครือข่ายท่อส่งแก๊ส และน้ำมัน !!! ให้กับเพื่อนและลูกค้า ที่น่าจะเป็นการช่วยให้สถานะของตนเองเป็นอันตรายน้อยลง และมีอำนาจต่อรองมากขึ้น ฟังดูไม่น่าตื่นเต้น แต่น่าสนใจครับ ปี ค.ศ.1997 (พ.ศ.2540) รัสเซีย ในสมัยที่นายบอริส เยลซิน เป็นประธานาธิบดี ก็เกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในบ้าน ไม่น่าเชื่อว่ามันมาจากพิษต้มยำกุ้ง ที่ลามข้ามทวีป จนเป็นโอกาสให้ไอเอมเอฟ เข้ามาจัดการรัสเซีย ด้วยการใช้นโยบายแปรรูปกิจการรัฐ เอาออกขายให้พวกขายชาติไม่กี่ตัว ที่สมคบกับต่างชาติ ซื้อเอาเป็นกิจการส่วนตัว เล่นเอาเศรษฐกิจรัสเซีย ซึ่งกำลังเปราะบางเหมือนข้าวเกรียบว่าว ก็แตกกระจาย นี่ผมเขียนเรื่องรัสเซียนะครับ แต่มันเหมือนกับบ้านเราอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ที่ไม่เหมือน คือวิธีแก้เกม วิธีพาประเทศออกจากกับดักอเมริกา ของรัสเซีย กับของสมันน้อย ต่างกันยังกับหนังคนละม้วน (ตอนนั้นเป็นสมันน้อยจริงๆ ตอนนี้ “หวัง” ว่าจะไม่ใช่แล้ว) และในปีนั้น คุณพี่ปูติน ซึ่งอยู่ในคณะทำงานของรัฐบาลรัสเซีย ก็เสนอนโยบายให้กับรัฐบาล ให้แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการให้รัฐเป็นผู้ควบคุมแหล่งพลังงาน และทรัพยากรของประเทศเสียเอง รวมทั้ง เป็นผู้ดำเนินการผลิตน้ำมันและแก๊ส ขาย และส่งออกเองด้วย เพื่อเป็นการลดต้นทุน จากการค้ากำไรของพ่อค้า และจะทำให้ชาวรัสเซียได้ใช้น้ำมันและแก๊สของรัสเซียเองในราคาถูก เป็นการช่วยเหลือเศรษฐกิจในประเทศส่วนหนึ่ง และนำกำไรจากการขายส่งออกพลังงาน ให้กลับมาอยู่ที่รัฐบาล เพื่อเอามาสร้างประเทศต่อไป นอกจากนั้น คุณพี่ปูติน ยังเสนอให้ มีการออกกฏหมายห้ามการค้าแบบผูกขาด ไม่ว่าจะผูกโดยธุรกิจใน หรือนอกประเทศ และห้ามต่างประเทศเข้ามามีส่วนถือหุ้นหรือลงทุน ในการทำธุรกิจที่เกี่ยวกับพลังงาน ทรัพย์ในดินของประเทศ สรุปสั้นๆ ว่า คุณพี่ปูติน ไม่เห็นด้วยกับการแปรรูป การเอาทรัพย์สินสำคัญของชาติออกขายให้ต่างชาติ ไม่เห็นด้วยกับการค้าเสรี ฯลฯ ที่อเมริกาเอามาแพร่เชื้อ ที่ไอเอมเอฟเอามารัดคอ และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รัสเซียฉิบหายหนักขึ้นจนในที่สุดถึงล้มละลาย ข้อเสนอของคุณพี่ปูติน เป็น การหักดิบ ตัดขาด จาก นโยบาย ความคิดและทฤษฏีลวงของอเมริกา อย่างสิ้นเชิง ปี ค.ศ.2000 คุณพี่ปูติน ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี นโยบายสำคัญลำดับแรกของรัฐบาลปูตินคือ จัดการโอนเอากิจการสำคัญกลับมาเป็นของรัฐ โดยเฉพาะ Gazprom ที่จะต้องมาทำหน้าที่เป็นเจ้าของเครือข่ายท่อส่งแก๊สของรัฐ ต่อจากนั้น เขาพยายามระงับการขายหุ้นใหญ่ของบริษัทน้ำมัน Yokos และ Sibneft ที่กำลังเตรียมการ ที่จะขายให้กับบริษัทอเมริกัน (หน้าม้าของคาวบอยบุช) แค่ 2 เรื่องนี่ ก็คงพอทำให้อเมริกาและสื่อตะวันตก ช่วยกันประทับตราคุณพี่ปูติน ว่าเป็นคนเลวอย่างที่สุดแล้ว เพราะเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติตน มากกว่าเสรีภาพของมนุษย์ในการแสดงออก ฮา ขั้นตอนต่อไป คุณพี่ปูตินจัดการรวมเอานักเศรษฐศาสตร์ นักวิชาการ นักธุรกิจ ที่รัสเซียเรียกว่า ” siloviki” หรือ nationalist พวกชาตินิยม มาเป็นผู้ร่วมร่างแผนการฟื้นฟูประเทศ และบริหารองค์กรสำคัญที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรของชาติ แต่ตะวันตกบอก เป็นพวก เคจีบี หรือ อยู่ฝ่ายความมั่นคงต่างหาก และด่าปูตินว่า กำลังดำเนินการฟื้นฟูจักรวรรดิรัสเซีย ทำแบบนี้แถวบ้านเรา คงถูกเรียกว่า เป็นพวกเผด็จการคลั่งชาติ แต่คุณพี่ปูตินไม่สนใจ เดินหน้าสร้างเครือข่ายท่อส่งแก็ส ตามยุทธศาสตร์ ที่ทำให้รัสเซียเหมือนใส่หมวกกันน๊อก กันถูกตักดีหัว หรือ ล้มอีกทีต้องหัวไม่แตก รัสเซียสร้างเครือข่ายท่อส่งที่โยงใยไปทั่ว เป็นระยะทางทั้งหมดไม่น้อยกว่า 150,000 กม เครือข่ายท่อส่งนี้ มี Gazprom ที่เป็นของรัฐ เป็นเจ้าของ และเป็นผู้มีสิทธิใช้แต่ผู้เดียว แค่ในปี ค.ศ.2009 แก๊สของรัสเซียส่งออกไปให้ยุโรป ผ่านท่อส่ง 12 เส้น 3 ท่อส่ง วิ่งตรงไปยัง ฟินแลนด์ แอสโทเนีย และลัตเวีย 4 ท่อส่ง ผ่านเข้าไปที่เบราลุส และส่งออกต่อไปยัง ลิทัวเนีย และ โปแลนด์ 5 ท่อส่ง ผ่านเข้าไปที่ยูเครน เพื่อให้ยูเครน ส่งต่อให้ สโลวาเกีย โรมาเนีย ฮังการี และ โปแลนด์ เห็นจำนวนท่อส่งและสถานที่รับแก๊สแล้ว คงพอเข้าใจนะครับ ว่า ทำไมยูเครน ถึงต้องมีปฏิวัติ เพื่อเอาคนของอเมริกามาคุมยูเครน และเรื่องยูเครนก็จะไม่มีวันสงบง่ายๆ และ รัสเซียก็จะเดินหน้าเรื่องท่อส่งแก๊สมาที่ยุโรป แบบมีเชือกคอยกระตุกให้หงายท้องอยู่ตลอดเวลา สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 26 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 59 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20260107 #TechRadar

    OpenAI เผยมีผู้ใช้ ChatGPT ด้านสุขภาพกว่า 40 ล้านครั้งต่อวัน
    รายงานใหม่ของ OpenAI ระบุว่าผู้คนทั่วโลกกว่า 40 ล้านครั้งต่อวันใช้ ChatGPT เพื่อถามคำถามด้านสุขภาพ ตั้งแต่ตรวจสอบอาการ ไปจนถึงทำความเข้าใจคำแนะนำทางการแพทย์ โดยบริษัทมองว่า AI กำลังกลายเป็น “ผู้ช่วยด้านสุขภาพ” ที่ช่วยจัดระเบียบข้อมูลและลดความสับสน แม้จะยังมีข้อกังวลเรื่องความแม่นยำและความเสี่ยงหากผู้ใช้เชื่อข้อมูลมากเกินไป แต่ตัวเลขการใช้งานสะท้อนว่าผู้คนจำนวนมากเลือกพึ่งพา AI ในช่วงเวลาที่เข้าถึงแพทย์ได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/openai/openai-says-40-million-people-use-chatgpt-for-healthcare-every-day

    Samsung โชว์จอพับไร้รอยพับครั้งแรก คาดเป็นสัญญาณถึง iPhone Fold
    ซัมซุงเปิดตัวเทคโนโลยีจอพับแบบไร้รอยพับที่ CES 2026 ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ใน iPhone Fold รุ่นแรกของ Apple ก่อนที่ซัมซุงเองจะนำไปใช้ในรุ่นถัดไป โดยจอนี้ถูกนำมาเทียบกับ Galaxy Z Fold 7 ให้เห็นชัดว่ารอยพับหายไปเกือบหมด ทำให้ตลาดมือถือพับได้อาจเข้าสู่ยุคใหม่ที่ทั้งสวยงามและทนทานกว่าเดิม พร้อมคาดการณ์ว่า iPhone Fold อาจเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้
    https://www.techradar.com/phones/iphone/samsung-just-revealed-the-first-creaseless-foldable-screen-and-it-could-be-a-serious-hint-towards-the-iphone-fold

    Google เตรียมยุติการรองรับ POP3 ใน Gmail ปี 2026
    Google ประกาศว่าจะหยุดรองรับ POP3 ใน Gmail ตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถดึงอีเมลจากผู้ให้บริการอื่นเข้ามาใน Gmail ได้อีกต่อไป รวมถึงยุติฟีเจอร์ Gmailify ที่เคยช่วยเพิ่มระบบกันสแปมและฟีเจอร์ขั้นสูงให้บัญชีอีเมลภายนอก โดย Google แนะนำให้ใช้ IMAP แทน แม้จะมีข้อจำกัดมากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะกระทบผู้ใช้ทั่วไปมากกว่าธุรกิจที่มีเครื่องมือย้ายข้อมูลใน Workspace อยู่แล้ว
    https://www.techradar.com/pro/google-set-to-end-pop3-support-heres-what-we-know

    ข่าวลือ OpenAI อาจซื้อ Pinterest จุดกระแสไม่พอใจจากผู้ใช้
    เพียงแค่บทความคาดการณ์ว่า OpenAI อาจเข้าซื้อ Pinterest ก็ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากออกมาแสดงความไม่พอใจทันที เพราะกังวลว่าแพลตฟอร์มที่เน้นการคัดสรรด้วยมือจะถูกกลืนด้วย AI และข้อมูลบนบอร์ดของพวกเขาอาจถูกนำไปใช้ฝึกโมเดล แม้จะยังไม่มีดีลจริง แต่กระแสต่อต้านสะท้อนว่าผู้ใช้ยังต้องการพื้นที่สร้างสรรค์ที่ไม่ถูกครอบงำด้วย AI ขณะที่หุ้น Pinterest กลับพุ่งขึ้นเพียงเพราะข่าวลือดังกล่าว
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/openais-rumored-acquisition-plans-for-pinterest-provoke-fury-among-some-users

    HP เปิดตัวคีย์บอร์ดที่เป็นคอมพิวเตอร์เต็มรูปแบบ รองรับ Copilot+
    HP เปิดตัว EliteBoard G1a คีย์บอร์ดที่ภายในบรรจุพีซีครบชุด ใช้ชิป AMD Ryzen AI 300 พร้อมพลังประมวลผล AI มากพอสำหรับฟีเจอร์ Copilot+ บน Windows 11 แม้ตัวเครื่องจะบางเพียง 12 มม. แต่รองรับ RAM สูงสุด 64GB, SSD 2TB, ต่อจอ 4K ได้สองจอ และมีแบตเตอรี่ในตัว ทำให้เป็นแนวคิดใหม่ของพีซีแบบพกพาที่รวมทุกอย่างไว้ในคีย์บอร์ดเดียว
    https://www.techradar.com/computing/keyboards/hp-just-squeezed-a-desktop-computer-into-a-keyboard-and-its-powerful-enough-to-be-a-copilot-pc

    Deepfakes และความเชื่อมั่นดิจิทัลกำลังถูกท้าทาย
    ยุคที่ดีปเฟกและการปลอมแปลงด้วย AI แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทำให้สังคม เศรษฐกิจ และสถาบันการเงินเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง ทั้งการหลอกลวงด้วยใบหน้าเสียงปลอม การใช้วิดีโอปลอมในเหตุฉุกเฉิน ไปจนถึงการโจมตีองค์กรที่สร้างความเสียหายมหาศาล จึงเกิดแนวคิด “Proof of Humanness” เพื่อยืนยันว่าผู้ใช้งานเป็นมนุษย์จริงโดยไม่ต้องเก็บข้อมูลชีวมิติ ซึ่งถูกมองว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของความเชื่อมั่นดิจิทัลในอนาคต และเป็นทางรอดจากโลกที่แยกของจริงออกจากของปลอมได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ
    https://www.techradar.com/pro/deepfakes-and-distrust-how-human-provenance-can-rebuild-digital-confidence

    ความสับสนเรื่องการรีแบรนด์ Microsoft Office → Microsoft 365 Copilot
    ผู้ใช้จำนวนมากเกิดความงุนงงเมื่อพบว่า Office.com ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Microsoft 365 Copilot ทั้งที่การรีแบรนด์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2022 แล้ว โดย Microsoft ต้องการผลักดัน Copilot ให้เป็นศูนย์กลางการทำงาน แต่การเปลี่ยนแปลงนี้กลับสร้างความไม่พอใจ เพราะผู้ใช้รู้สึกว่าถูกบังคับให้ใช้ AI มากเกินไป รวมถึงความกังวลว่าชื่อ “Office” อาจหายไปจากวงการซอฟต์แวร์ในที่สุด
    https://www.techradar.com/pro/microsoft-office-has-been-rebranded-to-microsoft-365-copilot-or-has-it

    มัลแวร์ปลอม Blue Screen of Death หลอกเหยื่อให้ติดตั้งตัวเอง
    แฮ็กเกอร์ที่เชื่อมโยงกับรัสเซียใช้แคมเปญ ClickFix รูปแบบใหม่ ส่งอีเมลปลอมเรื่องการจองโรงแรมเพื่อหลอกให้เหยื่อกดลิงก์ ก่อนแสดงหน้าจอ BSOD ปลอมเพื่อทำให้ตื่นตระหนกและรันสคริปต์ที่เป็นมัลแวร์จริง ซึ่งสามารถปิด Defender ขโมยรหัสผ่าน และดึงข้อมูลคลิปบอร์ดได้ ถือเป็นการโจมตีที่ผสมผสานจิตวิทยาและเทคนิคขั้นสูงเพื่อหลบการตรวจจับ
    https://www.techradar.com/pro/security/hackers-use-blue-screen-of-death-malware-to-target-victims

    มือถือ Android พร้อมคีย์บอร์ดจริงแบบ BlackBerry กลับมาแล้ว
    Clicks Communicator เปิดตัวมือถือ Android พร้อมคีย์บอร์ดจริงด้านล่างและหน้าจอ AMOLED ขนาดกะทัดรัด ให้กลิ่นอาย BlackBerry ยุคทอง เน้นการพิมพ์และการทำงานเป็นหลัก มาพร้อมช่องหูฟัง 3.5 มม. และ microSD สูงสุด 2TB เหมาะสำหรับคนที่คิดถึงความรู้สึกการพิมพ์แบบปุ่มจริง และต้องการมือถือเครื่องที่สองสำหรับงาน Productivity
    https://www.techradar.com/phones/android/missing-your-blackberry-the-clicks-communicator-brings-back-the-physical-keyboard-and-a-3-5mm-headphone-jack

    Edge ถูกรีดีไซน์ให้คล้าย Copilot และผู้ใช้ไม่ปลื้ม
    Microsoft กำลังทดสอบดีไซน์ใหม่ของ Edge ที่ยืมสไตล์จาก Copilot ทั้งโทนสี ฟอนต์ และเมนูต่าง ๆ แม้ผู้ใช้จะไม่ได้เปิดโหมด Copilot ก็ตาม ทำให้เกิดกระแสต่อต้านว่า Microsoft กำลังยัดเยียด AI มากเกินไป และยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ “Microslop” แพร่กระจาย เพราะผู้ใช้รู้สึกว่าประสบการณ์ใช้งานถูกบังคับให้เดินตามทิศทาง AI โดยไม่ฟังเสียงชุมชน
    https://www.techradar.com/computing/windows/microslop-is-heading-for-edge-major-browser-redesign-is-inspired-by-copilot-and-its-already-seriously-unpopular

    ช่องโหว่ WebUI เปิดทางให้แฮ็กเกอร์ยึดบัญชีและรันโค้ดระยะไกล
    Open WebUI ถูกพบช่องโหว่ร้ายแรงระดับ 8/10 (CVE‑2025‑64496) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีฉีดโค้ดผ่าน Direct Connection และขโมยโทเคนเพื่อยึดบัญชี รวมถึงอาจลุกลามไปสู่การรันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์ได้ โดยปัญหาเกิดจากการเชื่อมต่อไปยังโมเดลภายนอกที่ไม่ปลอดภัย และสามารถถูกหลอกให้เพิ่ม URL อันตรายได้ง่าย ผู้ใช้ถูกแนะนำให้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 0.6.35 และจำกัดสิทธิ์การใช้เครื่องมือให้เฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น
    https://www.techradar.com/pro/security/this-webui-vulnerability-allows-remote-code-execution-heres-how-to-stay-safe

    องค์กรกว่า 50 แห่งถูกขโมยข้อมูลเพราะไม่เปิดใช้ MFA
    รายงานเผยว่าบริษัทใหญ่ระดับ Deloitte, KPMG และ Samsung ตกเป็นเหยื่อแฮ็กเกอร์ “Zestix” หลังไม่มีการบังคับใช้ MFA ทำให้ข้อมูลล็อกอินที่ถูกขโมยจากมัลแวร์อย่าง RedLine, Lumma และ Vidar ถูกนำไปใช้เข้าถึงคลาวด์และดูดข้อมูลจำนวนมาก บางองค์กรใช้รหัสผ่านเดิมมานานหลายปี ทำให้ความเสียหายขยายวงกว้าง เช่น Pickett & Associates สูญข้อมูลกว่า 139GB
    https://www.techradar.com/pro/security/dozens-of-organizations-fall-victim-to-infostealers-after-failing-to-enforce-mfa

    งานวิจัยเตือน AI อาจทำให้มนุษย์ต้องรับผิดชอบงานมากขึ้น แต่ค่าตอบแทนไม่เพิ่ม
    บทความจาก Occupational Medicine ชี้ว่าการนำ AI มาใช้ช่วยงานอาจทำให้มนุษย์ต้องรับบท “ผู้จัดการ AI” เพิ่มภาระ ตรวจสอบความผิดพลาด และรับความเครียดมากขึ้น แม้งานจะถูกมองว่าง่ายขึ้นก็ตาม ส่งผลให้ค่าตอบแทนไม่สอดคล้องกับความรับผิดชอบ พร้อมเตือนว่าการจัดการที่ไม่ดีอาจกระทบต่อสุขภาพ ผลิตภาพ และโครงสร้างแรงงานในอนาคต
    https://www.techradar.com/pro/new-report-on-ai-adoption-warns-workers-could-face-more-complex-responsibilities-for-lower-pay

    กลุ่มแฮ็กเกอร์ SLH กลับมาอีกครั้ง แต่ดันโดนล่อเข้ากับดัก Honeypot
    กลุ่ม Scattered Lapsus$ Hunters อ้างว่าบุกระบบ Resecurity ได้สำเร็จ แต่สุดท้ายถูกเปิดโปงว่าตกหลุม Honeypot ที่สร้างข้อมูลปลอมไว้ล่อ ทำให้ Resecurity สามารถเก็บ IP, บัญชีที่เชื่อมโยง และหลักฐานต่าง ๆ ส่งต่อให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ถือเป็นการพลิกเกมที่ทำให้กลุ่มแฮ็กเกอร์เสี่ยงถูกจับกุมมากขึ้น
    https://www.techradar.com/pro/security/notorious-hacking-collective-returns-but-researchers-say-they-fell-for-a-honeypot

    AMD ประกาศยุค “YottaScale” ชี้ AI จะต้องการพลังประมวลผลระดับมหาศาล
    Lisa Su ซีอีโอ AMD กล่าวบนเวที CES 2026 ว่าโลกกำลังก้าวสู่ยุคที่ AI ต้องการพลังประมวลผลระดับ YottaFLOPS ซึ่งมากกว่าปัจจุบันถึง 10,000 เท่า พร้อมเปิดตัวชิปและโซลูชันใหม่ เช่น MI455 GPU และ EPYC Venice ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ โดยย้ำว่า AI จะกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่สุดในรอบ 50 ปี
    https://www.techradar.com/pro/amd-ceo-welcomes-us-to-the-yottascale-era-lisa-su-says-ai-will-need-yottaflops-of-compute-power-soon

    Lenovo เปิดตัวชุดเครื่องมือ AI ใหม่ยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน
    Lenovo เปิดตัวแพลตฟอร์ม AI ใหม่ชื่อ Qira ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อการทำงานระหว่างสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และพีซีอย่างไร้รอยต่อ พร้อมฟีเจอร์ Smart Modes, Smart Share และ Smart Care ที่ช่วยปรับแต่งระบบ แชร์ไฟล์เร็วขึ้น และแก้ปัญหาเครื่องด้วย AI รวมถึงโซลูชัน AI สำหรับธุรกิจ SMB ที่เน้นความปลอดภัยและการประมวลผลบนอุปกรณ์โดยตรง ทั้งหมดนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของ Lenovo ที่ผลักดัน AI ให้เป็นหัวใจของการทำงานยุคใหม่
    https://www.techradar.com/pro/lenovo-unveils-the-ai-tools-it-hopes-will-supercharge-your-productivity-at-work

    ตำนาน Conner หวนคืนวงการสตอเรจใน CES 2026
    แบรนด์ Conner ผู้บุกเบิกฮาร์ดดิสก์ 3.5 นิ้วในยุค 80–90 กลับมาอีกครั้งใน CES 2026 ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เน้นสตอเรจพกพา เช่น SSD ขนาดเล็ก อุปกรณ์สำรองข้อมูลมือถือ และรุ่นที่ผสานพาวเวอร์แบงก์ โดยมุ่งตอบโจทย์ผู้ใช้ยุคโมบายมากกว่าตลาดพีซีแบบเดิม แม้ตลาดแข่งขันสูง แต่การกลับมาครั้งนี้ก็สร้างความสนใจว่าบรรดาแบรนด์ในตำนานอื่น ๆ อาจตามกลับมาเช่นกัน
    https://www.techradar.com/pro/legendary-hdd-brand-that-created-3-5-inch-format-makes-surprising-comeback-at-ces-could-illustrious-names-like-maxtor-iomega-or-syquest-be-next

    OWC เปิดตัว SSD Thunderbolt 5 ความจุ 8TB เร็วแรงทะลุ 6000MB/s
    OWC เปิดตัว Envoy Ultra Thunderbolt 5 SSD ความจุ 8TB ที่รองรับความเร็วสูงกว่า 6000MB/s โดยไม่ต้องใช้แหล่งจ่ายไฟภายนอก ตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียมไร้พัดลม ทนฝุ่นและน้ำระดับ IP67 และรองรับทั้ง Mac, Windows, iPad Pro และ Chromebook แม้ราคาจะสูงถึง $1,699 แต่ถูกวางตำแหน่งเป็นอุปกรณ์สำหรับมืออาชีพที่ต้องการความเร็วและความจุระดับสูงสุดในตลาดปัจจุบัน
    https://www.techradar.com/pro/owc-debuts-pcie-gen4-class-8tb-thunderbolt-5-external-ssd-the-largest-and-fastest-in-its-category-but-it-wont-be-cheap

    ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ถูกกล่าวหาว่าถูกแฮกข้อมูลลูกค้ากว่า 1 ล้านราย
    Brightspeed หนึ่งในผู้ให้บริการไฟเบอร์รายใหญ่ของสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบเหตุการณ์ที่กลุ่มแฮกเกอร์ Crimson Collective อ้างว่าขโมยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ากว่า 1 ล้านราย รวมถึงชื่อ อีเมล เบอร์โทร และข้อมูลการชำระเงินบางส่วน แม้บริษัทจะยังไม่ยืนยันเหตุการณ์ แต่ระบุว่ากำลังสืบสวนอย่างจริงจัง เหตุการณ์นี้สะท้อนความเสี่ยงด้านไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตในสหรัฐฯ
    https://www.techradar.com/pro/security/one-of-the-largest-us-broadband-providers-investigates-breach

    หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Roborock รุ่นใหม่มี “ขา” ปีนบันไดได้จริง
    Roborock เปิดตัว Saros Rover หุ่นยนต์ดูดฝุ่นต้นแบบที่มาพร้อมขาแบบสติลท์ สามารถปีนบันได หมุนตัวบนขั้นบันได เดินบนพื้นต่างระดับ และหลบสิ่งกีดขวางอย่างคล่องตัว แม้ยังเป็นต้นแบบที่ต้องปรับปรุง แต่ถือเป็นก้าวสำคัญของหุ่นยนต์ทำความสะอาดที่สามารถทำงานในบ้านหลายระดับได้จริง และอาจเปลี่ยนมาตรฐานของตลาดหุ่นยนต์ดูดฝุ่นในอนาคต
    https://www.techradar.com/home/robot-vacuums/i-just-saw-roborocks-new-robot-vacuum-with-legs-and-its-going-to-make-no-go-zones-a-thing-of-the-past

    AI Bubble – ฟองสบู่ที่แตกได้ แต่เทคโนโลยีไม่หายไป
    บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าแม้กระแสการลงทุนด้าน AI จะพองโตเกินจริงและอาจยุบตัวลงในไม่ช้า แต่ตัวเทคโนโลยีเองจะยังคงอยู่และเติบโตต่อไป เพราะ AI ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการทำงาน การวิเคราะห์ข้อมูล และการตัดสินใจในองค์กรทั่วโลก โดยประเทศต่าง ๆ มีท่าทีต่อ AI แตกต่างกัน—สหรัฐฯ เร่งนวัตกรรม จีนเน้นลอกเลียนแบบ ส่วนยุโรปออกกฎเข้ม—และผู้ชนะในยุคนี้จะเป็นองค์กรที่ใช้ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพคน ไม่ใช่ลดคนทำงาน
    https://www.techradar.com/pro/the-ai-bubble-it-will-burst-but-ai-will-still-be-here

    Philips Hue SpatialAware – ระบบไฟอัจฉริยะที่เข้าใจตำแหน่งจริงในห้อง
    Philips Hue เปิดตัวฟีเจอร์ SpatialAware ที่ทำให้ระบบไฟสามารถรับรู้ตำแหน่งของหลอดไฟแต่ละดวงในห้องผ่านการสแกนด้วยกล้องมือถือ แล้วปรับโทนสีและความสว่างให้สมจริงขึ้น เช่น การจำลองแสงพระอาทิตย์ตกหรือท้องฟ้าสว่าง พร้อมอัปเดตให้ Bridge Pro รองรับอุปกรณ์มากขึ้น และเพิ่มความสามารถของผู้ช่วย AI รวมถึงรองรับ Apple Home ได้ดีขึ้น ทำให้บ้านอัจฉริยะมีความลื่นไหลและเป็นธรรมชาติกว่าเดิม
    https://www.techradar.com/home/smart-lights/the-philips-hue-app-can-now-customize-lighting-scenes-so-they-suit-the-layout-of-your-rooms

    Lenovo Yoga Mini i – พีซีทรงกระบอกจิ๋ว รองรับ 4 จอ พร้อมพลัง AI
    Lenovo เปิดตัว Yoga Mini i พีซีขนาดเล็กเพียง 600 กรัม แต่รองรับจอภายนอกได้ถึง 4 จอ ใช้ชิป Intel Core Ultra X7 พร้อม RAM สูงสุด 32GB และ SSD สูงสุด 2TB ทำงานร่วมกับฟีเจอร์ Copilot+ เพื่อรองรับงาน AI และมัลติทาสก์ได้ดี แม้จะไม่เล็กเท่า ThinkCentre M75n Nano รุ่นในตำนาน แต่ก็เป็นตัวเลือกที่ทรงพลังสำหรับผู้ต้องการพีซีพกพาที่ทำงานจริงจังได้ครบเครื่อง
    https://www.techradar.com/pro/lenovo-adds-copilot-mac-mini-rival-to-yoga-product-line-but-i-am-so-disappointed-that-it-didnt-revive-the-nano-m75n-the-smallest-pc-ever

    Lenovo ThinkCentre X Tower – เวิร์กสเตชันคู่ GPU พร้อมการ์ด AI 1TB ลึกลับ
    ThinkCentre X Tower รุ่นใหม่ของ Lenovo กลับมาพร้อมระบบรองรับ GPU คู่แบบ RTX 5060 Ti รวม VRAM 32GB เพื่อประมวลผลโมเดล AI ขนาดใหญ่ได้ในเครื่องเดียว และยังมี “AI Fusion Card” ขนาด 1TB ที่ช่วยให้ทำ post-training โมเดลระดับ 70B parameters ได้ในเครื่อง พร้อมสเปกจัดเต็มทั้ง Intel Ultra 9, RAM สูงสุด 256GB และพื้นที่เก็บข้อมูล M.2 สูงสุด 6TB เหมาะสำหรับงาน AI inference และงานข้อมูลหนักระดับองค์กร
    https://www.techradar.com/pro/return-of-the-sli-lenovos-new-workstation-pc-supports-up-to-2-rtx-5060-ti-gpus-for-ai-inference-but-im-more-interested-in-the-secretive-1tb-ai-fusion-card

    Motorola Razr Fold – มือถือพับจอใหญ่ 8.1 นิ้ว พร้อมปากกาและกล้องจัดเต็ม
    Motorola เปิดตัว Razr Fold มือถือพับรุ่นใหม่ที่ขยายสู่ตลาดแท็บเล็ตพับได้ ด้วยหน้าจอใหญ่ 8.1 นิ้วและจอหน้าปก 6.6 นิ้ว รองรับปากกา Moto Pen Ultra ซึ่งเป็นจุดที่เหนือกว่า Galaxy Fold 7 พร้อมชุดกล้อง 5 ตัว รวมถึงกล้องหน้า 20MP และกล้องเซลฟี่ 32MP ที่ให้ความยืดหยุ่นด้านการถ่ายภาพสูง แม้ยังไม่เปิดเผยสเปกชิปหรือราคา แต่ดีไซน์ ฟีเจอร์ AI และความสามารถด้านมัลติทาสก์ทำให้รุ่นนี้น่าจับตามองมากในตลาดพับได้
    https://www.techradar.com/phones/motorola-phones/motorola-razr-fold-is-mostly-a-mystery-but-it-already-outdoes-the-galaxy-fold-7-in-one-key-way

    Nvidia เปิดตัว G‑Sync Pulsar: ยกระดับความคมชัดการเคลื่อนไหวสำหรับเกมเมอร์
    Nvidia เผยโฉม G‑Sync Pulsar เทคโนโลยีใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดปัญหา motion blur โดยใช้ระบบ backlight แบบแบ่งโซนและการสแกนแบบ rolling scan ทำให้ภาพเคลื่อนไหวคมชัดขึ้นอย่างมากจนการเล่นเกม 250fps ให้ความรู้สึกเหมือนจอ 1,000Hz พร้อมเปิดตัวในจอรุ่นใหม่จาก Acer, Asus, AOC และ MSI ในวันที่ 7 มกราคม 2026 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของ VRR รุ่นถัดไปสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความลื่นไหลสูงสุด
    https://www.techradar.com/computing/monitors/nvidias-new-g-sync-pulsar-update-for-motion-clarity-is-a-big-win-for-pc-gamers-and-heres-why

    Motorola Signature: เรือธงสุดแกร่งที่สเปกจัดเต็ม แต่ชิปยังไม่สุด
    Motorola เปิดตัว Motorola Signature สมาร์ทโฟนเรือธงดีไซน์พรีเมียมที่มาพร้อมกล้อง 50MP ทั้งสี่ตัว หน้าจอ AMOLED 165Hz ความสว่างสูงสุด 6,200 nits แบต 5,200mAh และชาร์จเร็ว 90W พร้อมความทนทานระดับ IP68/IP69 แต่จุดอ่อนคือชิป Snapdragon 8 Gen 5 ที่ยังไม่ใช่รุ่นท็อป ทำให้ประสิทธิภาพไม่โดดเด่นเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับราคาที่ใกล้เคียงคู่แข่งระดับไฮเอนด์ แม้โดยรวมยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความครบเครื่องและอัปเดตยาว 7 ปี
    https://www.techradar.com/phones/motorola-phones/the-motorola-signature-is-a-stunning-rugged-samsung-galaxy-s25-rival-with-one-unfortunate-weakness

    เตือนภัย! แคมเปญมัลแวร์ใหม่ขโมยแชต AI ผ่านส่วนขยาย Chrome ปลอม
    นักวิจัยพบส่วนขยาย Chrome ปลอมสองตัวที่มีผู้ใช้รวมเกือบ 900,000 ราย แอบดึงข้อมูลการสนทนากับ AI และ URL ของแท็บทุก 30 นาที ส่งกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ควบคุม โดยปลอมตัวเป็นส่วนขยายยอดนิยมด้าน AI ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความเสี่ยงของส่วนขยายที่แม้จะอยู่ในร้านค้าอย่างเป็นทางการก็ยังอาจเป็นอันตรายได้ จึงควรตรวจสอบสิทธิ์และความน่าเชื่อถือก่อนติดตั้งเสมอ
    https://www.techradar.com/pro/security/this-new-malware-campaign-is-stealing-chat-logs-via-chrome-extensions

    Intel Arc B390: iGPU ตัวเปลี่ยนเกมที่ทำให้โน้ตบุ๊กบางเบาเล่นเกมลื่นระดับสูงได้จริง
    Intel เปิดตัวชิป Core Ultra series 3 พร้อม iGPU Arc B390 ที่สร้างความประทับใจด้วยประสิทธิภาพการเล่นเกมระดับสูง สามารถรันเกมอย่าง Battlefield 6 และ Dying Light: The Beast ที่ 1080p ด้วยเฟรมเรตสูงเกินคาด แม้ไม่มีการ์ดจอแยก ทำให้โน้ตบุ๊กบางเบาในปี 2026 กลายเป็นตัวเลือกที่เล่นเกมได้จริงจังมากขึ้น และอาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาด ultrabook ที่ต้องการทั้งความบางและพลังกราฟิกในตัวเดียว
    https://www.techradar.com/computing/cpu/the-intel-core-ultra-series-3-processors-look-impressive-enough-but-the-arc-b390-igpu-is-the-real-game-changer-here

    เสียงชัดคือหัวใจของการทำงานร่วมกับ AI — ถ้า AI ฟังคุณไม่ได้ มันก็ช่วยคุณไม่ได้
    บทความชี้ให้เห็นว่าในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในที่ทำงาน การมีระบบเสียงที่คมชัดเป็นสิ่งจำเป็น เพราะ AI ต้องอาศัยเสียงที่ถูกต้องเพื่อประมวลผล ฟังอารมณ์ และตอบสนองได้อย่างแม่นยำ ทั้งในการประชุม การแปลภาษาแบบเรียลไทม์ และการทำงานร่วมกันระหว่างทีมทั่วโลก องค์กรที่ลงทุนในไมโครโฟนและระบบประมวลผลเสียงคุณภาพสูงจึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสาร ลดความผิดพลาด และปลดล็อกศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มที่
    https://www.techradar.com/pro/if-ai-cant-hear-you-it-cant-help-you-why-clear-audio-drives-real-productivity
    📌📡🟢 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🟢📡📌 #รวมข่าวIT #20260107 #TechRadar 🏥 OpenAI เผยมีผู้ใช้ ChatGPT ด้านสุขภาพกว่า 40 ล้านครั้งต่อวัน รายงานใหม่ของ OpenAI ระบุว่าผู้คนทั่วโลกกว่า 40 ล้านครั้งต่อวันใช้ ChatGPT เพื่อถามคำถามด้านสุขภาพ ตั้งแต่ตรวจสอบอาการ ไปจนถึงทำความเข้าใจคำแนะนำทางการแพทย์ โดยบริษัทมองว่า AI กำลังกลายเป็น “ผู้ช่วยด้านสุขภาพ” ที่ช่วยจัดระเบียบข้อมูลและลดความสับสน แม้จะยังมีข้อกังวลเรื่องความแม่นยำและความเสี่ยงหากผู้ใช้เชื่อข้อมูลมากเกินไป แต่ตัวเลขการใช้งานสะท้อนว่าผู้คนจำนวนมากเลือกพึ่งพา AI ในช่วงเวลาที่เข้าถึงแพทย์ได้ยากขึ้นเรื่อยๆ 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/openai/openai-says-40-million-people-use-chatgpt-for-healthcare-every-day 📱 Samsung โชว์จอพับไร้รอยพับครั้งแรก คาดเป็นสัญญาณถึง iPhone Fold ซัมซุงเปิดตัวเทคโนโลยีจอพับแบบไร้รอยพับที่ CES 2026 ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ใน iPhone Fold รุ่นแรกของ Apple ก่อนที่ซัมซุงเองจะนำไปใช้ในรุ่นถัดไป โดยจอนี้ถูกนำมาเทียบกับ Galaxy Z Fold 7 ให้เห็นชัดว่ารอยพับหายไปเกือบหมด ทำให้ตลาดมือถือพับได้อาจเข้าสู่ยุคใหม่ที่ทั้งสวยงามและทนทานกว่าเดิม พร้อมคาดการณ์ว่า iPhone Fold อาจเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้ 🔗 https://www.techradar.com/phones/iphone/samsung-just-revealed-the-first-creaseless-foldable-screen-and-it-could-be-a-serious-hint-towards-the-iphone-fold 📧 Google เตรียมยุติการรองรับ POP3 ใน Gmail ปี 2026 Google ประกาศว่าจะหยุดรองรับ POP3 ใน Gmail ตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถดึงอีเมลจากผู้ให้บริการอื่นเข้ามาใน Gmail ได้อีกต่อไป รวมถึงยุติฟีเจอร์ Gmailify ที่เคยช่วยเพิ่มระบบกันสแปมและฟีเจอร์ขั้นสูงให้บัญชีอีเมลภายนอก โดย Google แนะนำให้ใช้ IMAP แทน แม้จะมีข้อจำกัดมากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะกระทบผู้ใช้ทั่วไปมากกว่าธุรกิจที่มีเครื่องมือย้ายข้อมูลใน Workspace อยู่แล้ว 🔗 https://www.techradar.com/pro/google-set-to-end-pop3-support-heres-what-we-know 🎨 ข่าวลือ OpenAI อาจซื้อ Pinterest จุดกระแสไม่พอใจจากผู้ใช้ เพียงแค่บทความคาดการณ์ว่า OpenAI อาจเข้าซื้อ Pinterest ก็ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากออกมาแสดงความไม่พอใจทันที เพราะกังวลว่าแพลตฟอร์มที่เน้นการคัดสรรด้วยมือจะถูกกลืนด้วย AI และข้อมูลบนบอร์ดของพวกเขาอาจถูกนำไปใช้ฝึกโมเดล แม้จะยังไม่มีดีลจริง แต่กระแสต่อต้านสะท้อนว่าผู้ใช้ยังต้องการพื้นที่สร้างสรรค์ที่ไม่ถูกครอบงำด้วย AI ขณะที่หุ้น Pinterest กลับพุ่งขึ้นเพียงเพราะข่าวลือดังกล่าว 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/openais-rumored-acquisition-plans-for-pinterest-provoke-fury-among-some-users ⌨️ HP เปิดตัวคีย์บอร์ดที่เป็นคอมพิวเตอร์เต็มรูปแบบ รองรับ Copilot+ HP เปิดตัว EliteBoard G1a คีย์บอร์ดที่ภายในบรรจุพีซีครบชุด ใช้ชิป AMD Ryzen AI 300 พร้อมพลังประมวลผล AI มากพอสำหรับฟีเจอร์ Copilot+ บน Windows 11 แม้ตัวเครื่องจะบางเพียง 12 มม. แต่รองรับ RAM สูงสุด 64GB, SSD 2TB, ต่อจอ 4K ได้สองจอ และมีแบตเตอรี่ในตัว ทำให้เป็นแนวคิดใหม่ของพีซีแบบพกพาที่รวมทุกอย่างไว้ในคีย์บอร์ดเดียว 🔗 https://www.techradar.com/computing/keyboards/hp-just-squeezed-a-desktop-computer-into-a-keyboard-and-its-powerful-enough-to-be-a-copilot-pc 🧩 Deepfakes และความเชื่อมั่นดิจิทัลกำลังถูกท้าทาย ยุคที่ดีปเฟกและการปลอมแปลงด้วย AI แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทำให้สังคม เศรษฐกิจ และสถาบันการเงินเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง ทั้งการหลอกลวงด้วยใบหน้าเสียงปลอม การใช้วิดีโอปลอมในเหตุฉุกเฉิน ไปจนถึงการโจมตีองค์กรที่สร้างความเสียหายมหาศาล จึงเกิดแนวคิด “Proof of Humanness” เพื่อยืนยันว่าผู้ใช้งานเป็นมนุษย์จริงโดยไม่ต้องเก็บข้อมูลชีวมิติ ซึ่งถูกมองว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของความเชื่อมั่นดิจิทัลในอนาคต และเป็นทางรอดจากโลกที่แยกของจริงออกจากของปลอมได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ 🔗 https://www.techradar.com/pro/deepfakes-and-distrust-how-human-provenance-can-rebuild-digital-confidence 🌀 ความสับสนเรื่องการรีแบรนด์ Microsoft Office → Microsoft 365 Copilot ผู้ใช้จำนวนมากเกิดความงุนงงเมื่อพบว่า Office.com ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Microsoft 365 Copilot ทั้งที่การรีแบรนด์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2022 แล้ว โดย Microsoft ต้องการผลักดัน Copilot ให้เป็นศูนย์กลางการทำงาน แต่การเปลี่ยนแปลงนี้กลับสร้างความไม่พอใจ เพราะผู้ใช้รู้สึกว่าถูกบังคับให้ใช้ AI มากเกินไป รวมถึงความกังวลว่าชื่อ “Office” อาจหายไปจากวงการซอฟต์แวร์ในที่สุด 🔗 https://www.techradar.com/pro/microsoft-office-has-been-rebranded-to-microsoft-365-copilot-or-has-it 💀 มัลแวร์ปลอม Blue Screen of Death หลอกเหยื่อให้ติดตั้งตัวเอง แฮ็กเกอร์ที่เชื่อมโยงกับรัสเซียใช้แคมเปญ ClickFix รูปแบบใหม่ ส่งอีเมลปลอมเรื่องการจองโรงแรมเพื่อหลอกให้เหยื่อกดลิงก์ ก่อนแสดงหน้าจอ BSOD ปลอมเพื่อทำให้ตื่นตระหนกและรันสคริปต์ที่เป็นมัลแวร์จริง ซึ่งสามารถปิด Defender ขโมยรหัสผ่าน และดึงข้อมูลคลิปบอร์ดได้ ถือเป็นการโจมตีที่ผสมผสานจิตวิทยาและเทคนิคขั้นสูงเพื่อหลบการตรวจจับ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/hackers-use-blue-screen-of-death-malware-to-target-victims ⌨️ มือถือ Android พร้อมคีย์บอร์ดจริงแบบ BlackBerry กลับมาแล้ว Clicks Communicator เปิดตัวมือถือ Android พร้อมคีย์บอร์ดจริงด้านล่างและหน้าจอ AMOLED ขนาดกะทัดรัด ให้กลิ่นอาย BlackBerry ยุคทอง เน้นการพิมพ์และการทำงานเป็นหลัก มาพร้อมช่องหูฟัง 3.5 มม. และ microSD สูงสุด 2TB เหมาะสำหรับคนที่คิดถึงความรู้สึกการพิมพ์แบบปุ่มจริง และต้องการมือถือเครื่องที่สองสำหรับงาน Productivity 🔗 https://www.techradar.com/phones/android/missing-your-blackberry-the-clicks-communicator-brings-back-the-physical-keyboard-and-a-3-5mm-headphone-jack 🧭 Edge ถูกรีดีไซน์ให้คล้าย Copilot และผู้ใช้ไม่ปลื้ม Microsoft กำลังทดสอบดีไซน์ใหม่ของ Edge ที่ยืมสไตล์จาก Copilot ทั้งโทนสี ฟอนต์ และเมนูต่าง ๆ แม้ผู้ใช้จะไม่ได้เปิดโหมด Copilot ก็ตาม ทำให้เกิดกระแสต่อต้านว่า Microsoft กำลังยัดเยียด AI มากเกินไป และยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ “Microslop” แพร่กระจาย เพราะผู้ใช้รู้สึกว่าประสบการณ์ใช้งานถูกบังคับให้เดินตามทิศทาง AI โดยไม่ฟังเสียงชุมชน 🔗 https://www.techradar.com/computing/windows/microslop-is-heading-for-edge-major-browser-redesign-is-inspired-by-copilot-and-its-already-seriously-unpopular ⚠️ ช่องโหว่ WebUI เปิดทางให้แฮ็กเกอร์ยึดบัญชีและรันโค้ดระยะไกล Open WebUI ถูกพบช่องโหว่ร้ายแรงระดับ 8/10 (CVE‑2025‑64496) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีฉีดโค้ดผ่าน Direct Connection และขโมยโทเคนเพื่อยึดบัญชี รวมถึงอาจลุกลามไปสู่การรันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์ได้ โดยปัญหาเกิดจากการเชื่อมต่อไปยังโมเดลภายนอกที่ไม่ปลอดภัย และสามารถถูกหลอกให้เพิ่ม URL อันตรายได้ง่าย ผู้ใช้ถูกแนะนำให้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 0.6.35 และจำกัดสิทธิ์การใช้เครื่องมือให้เฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/this-webui-vulnerability-allows-remote-code-execution-heres-how-to-stay-safe 🔐 องค์กรกว่า 50 แห่งถูกขโมยข้อมูลเพราะไม่เปิดใช้ MFA รายงานเผยว่าบริษัทใหญ่ระดับ Deloitte, KPMG และ Samsung ตกเป็นเหยื่อแฮ็กเกอร์ “Zestix” หลังไม่มีการบังคับใช้ MFA ทำให้ข้อมูลล็อกอินที่ถูกขโมยจากมัลแวร์อย่าง RedLine, Lumma และ Vidar ถูกนำไปใช้เข้าถึงคลาวด์และดูดข้อมูลจำนวนมาก บางองค์กรใช้รหัสผ่านเดิมมานานหลายปี ทำให้ความเสียหายขยายวงกว้าง เช่น Pickett & Associates สูญข้อมูลกว่า 139GB 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/dozens-of-organizations-fall-victim-to-infostealers-after-failing-to-enforce-mfa 🧠 งานวิจัยเตือน AI อาจทำให้มนุษย์ต้องรับผิดชอบงานมากขึ้น แต่ค่าตอบแทนไม่เพิ่ม บทความจาก Occupational Medicine ชี้ว่าการนำ AI มาใช้ช่วยงานอาจทำให้มนุษย์ต้องรับบท “ผู้จัดการ AI” เพิ่มภาระ ตรวจสอบความผิดพลาด และรับความเครียดมากขึ้น แม้งานจะถูกมองว่าง่ายขึ้นก็ตาม ส่งผลให้ค่าตอบแทนไม่สอดคล้องกับความรับผิดชอบ พร้อมเตือนว่าการจัดการที่ไม่ดีอาจกระทบต่อสุขภาพ ผลิตภาพ และโครงสร้างแรงงานในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/pro/new-report-on-ai-adoption-warns-workers-could-face-more-complex-responsibilities-for-lower-pay 🎣 กลุ่มแฮ็กเกอร์ SLH กลับมาอีกครั้ง แต่ดันโดนล่อเข้ากับดัก Honeypot กลุ่ม Scattered Lapsus$ Hunters อ้างว่าบุกระบบ Resecurity ได้สำเร็จ แต่สุดท้ายถูกเปิดโปงว่าตกหลุม Honeypot ที่สร้างข้อมูลปลอมไว้ล่อ ทำให้ Resecurity สามารถเก็บ IP, บัญชีที่เชื่อมโยง และหลักฐานต่าง ๆ ส่งต่อให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ถือเป็นการพลิกเกมที่ทำให้กลุ่มแฮ็กเกอร์เสี่ยงถูกจับกุมมากขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/notorious-hacking-collective-returns-but-researchers-say-they-fell-for-a-honeypot 🚀 AMD ประกาศยุค “YottaScale” ชี้ AI จะต้องการพลังประมวลผลระดับมหาศาล Lisa Su ซีอีโอ AMD กล่าวบนเวที CES 2026 ว่าโลกกำลังก้าวสู่ยุคที่ AI ต้องการพลังประมวลผลระดับ YottaFLOPS ซึ่งมากกว่าปัจจุบันถึง 10,000 เท่า พร้อมเปิดตัวชิปและโซลูชันใหม่ เช่น MI455 GPU และ EPYC Venice ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ โดยย้ำว่า AI จะกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่สุดในรอบ 50 ปี 🔗 https://www.techradar.com/pro/amd-ceo-welcomes-us-to-the-yottascale-era-lisa-su-says-ai-will-need-yottaflops-of-compute-power-soon 🧠✨ Lenovo เปิดตัวชุดเครื่องมือ AI ใหม่ยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน Lenovo เปิดตัวแพลตฟอร์ม AI ใหม่ชื่อ Qira ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อการทำงานระหว่างสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และพีซีอย่างไร้รอยต่อ พร้อมฟีเจอร์ Smart Modes, Smart Share และ Smart Care ที่ช่วยปรับแต่งระบบ แชร์ไฟล์เร็วขึ้น และแก้ปัญหาเครื่องด้วย AI รวมถึงโซลูชัน AI สำหรับธุรกิจ SMB ที่เน้นความปลอดภัยและการประมวลผลบนอุปกรณ์โดยตรง ทั้งหมดนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของ Lenovo ที่ผลักดัน AI ให้เป็นหัวใจของการทำงานยุคใหม่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/lenovo-unveils-the-ai-tools-it-hopes-will-supercharge-your-productivity-at-work 💾📦 ตำนาน Conner หวนคืนวงการสตอเรจใน CES 2026 แบรนด์ Conner ผู้บุกเบิกฮาร์ดดิสก์ 3.5 นิ้วในยุค 80–90 กลับมาอีกครั้งใน CES 2026 ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เน้นสตอเรจพกพา เช่น SSD ขนาดเล็ก อุปกรณ์สำรองข้อมูลมือถือ และรุ่นที่ผสานพาวเวอร์แบงก์ โดยมุ่งตอบโจทย์ผู้ใช้ยุคโมบายมากกว่าตลาดพีซีแบบเดิม แม้ตลาดแข่งขันสูง แต่การกลับมาครั้งนี้ก็สร้างความสนใจว่าบรรดาแบรนด์ในตำนานอื่น ๆ อาจตามกลับมาเช่นกัน 🔗 https://www.techradar.com/pro/legendary-hdd-brand-that-created-3-5-inch-format-makes-surprising-comeback-at-ces-could-illustrious-names-like-maxtor-iomega-or-syquest-be-next ⚡🚀 OWC เปิดตัว SSD Thunderbolt 5 ความจุ 8TB เร็วแรงทะลุ 6000MB/s OWC เปิดตัว Envoy Ultra Thunderbolt 5 SSD ความจุ 8TB ที่รองรับความเร็วสูงกว่า 6000MB/s โดยไม่ต้องใช้แหล่งจ่ายไฟภายนอก ตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียมไร้พัดลม ทนฝุ่นและน้ำระดับ IP67 และรองรับทั้ง Mac, Windows, iPad Pro และ Chromebook แม้ราคาจะสูงถึง $1,699 แต่ถูกวางตำแหน่งเป็นอุปกรณ์สำหรับมืออาชีพที่ต้องการความเร็วและความจุระดับสูงสุดในตลาดปัจจุบัน 🔗 https://www.techradar.com/pro/owc-debuts-pcie-gen4-class-8tb-thunderbolt-5-external-ssd-the-largest-and-fastest-in-its-category-but-it-wont-be-cheap 🔐⚠️ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ถูกกล่าวหาว่าถูกแฮกข้อมูลลูกค้ากว่า 1 ล้านราย Brightspeed หนึ่งในผู้ให้บริการไฟเบอร์รายใหญ่ของสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบเหตุการณ์ที่กลุ่มแฮกเกอร์ Crimson Collective อ้างว่าขโมยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ากว่า 1 ล้านราย รวมถึงชื่อ อีเมล เบอร์โทร และข้อมูลการชำระเงินบางส่วน แม้บริษัทจะยังไม่ยืนยันเหตุการณ์ แต่ระบุว่ากำลังสืบสวนอย่างจริงจัง เหตุการณ์นี้สะท้อนความเสี่ยงด้านไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตในสหรัฐฯ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/one-of-the-largest-us-broadband-providers-investigates-breach 🤖🦵 หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Roborock รุ่นใหม่มี “ขา” ปีนบันไดได้จริง Roborock เปิดตัว Saros Rover หุ่นยนต์ดูดฝุ่นต้นแบบที่มาพร้อมขาแบบสติลท์ สามารถปีนบันได หมุนตัวบนขั้นบันได เดินบนพื้นต่างระดับ และหลบสิ่งกีดขวางอย่างคล่องตัว แม้ยังเป็นต้นแบบที่ต้องปรับปรุง แต่ถือเป็นก้าวสำคัญของหุ่นยนต์ทำความสะอาดที่สามารถทำงานในบ้านหลายระดับได้จริง และอาจเปลี่ยนมาตรฐานของตลาดหุ่นยนต์ดูดฝุ่นในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/home/robot-vacuums/i-just-saw-roborocks-new-robot-vacuum-with-legs-and-its-going-to-make-no-go-zones-a-thing-of-the-past 🧠 AI Bubble – ฟองสบู่ที่แตกได้ แต่เทคโนโลยีไม่หายไป บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าแม้กระแสการลงทุนด้าน AI จะพองโตเกินจริงและอาจยุบตัวลงในไม่ช้า แต่ตัวเทคโนโลยีเองจะยังคงอยู่และเติบโตต่อไป เพราะ AI ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการทำงาน การวิเคราะห์ข้อมูล และการตัดสินใจในองค์กรทั่วโลก โดยประเทศต่าง ๆ มีท่าทีต่อ AI แตกต่างกัน—สหรัฐฯ เร่งนวัตกรรม จีนเน้นลอกเลียนแบบ ส่วนยุโรปออกกฎเข้ม—และผู้ชนะในยุคนี้จะเป็นองค์กรที่ใช้ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพคน ไม่ใช่ลดคนทำงาน 🔗 https://www.techradar.com/pro/the-ai-bubble-it-will-burst-but-ai-will-still-be-here 💡 Philips Hue SpatialAware – ระบบไฟอัจฉริยะที่เข้าใจตำแหน่งจริงในห้อง Philips Hue เปิดตัวฟีเจอร์ SpatialAware ที่ทำให้ระบบไฟสามารถรับรู้ตำแหน่งของหลอดไฟแต่ละดวงในห้องผ่านการสแกนด้วยกล้องมือถือ แล้วปรับโทนสีและความสว่างให้สมจริงขึ้น เช่น การจำลองแสงพระอาทิตย์ตกหรือท้องฟ้าสว่าง พร้อมอัปเดตให้ Bridge Pro รองรับอุปกรณ์มากขึ้น และเพิ่มความสามารถของผู้ช่วย AI รวมถึงรองรับ Apple Home ได้ดีขึ้น ทำให้บ้านอัจฉริยะมีความลื่นไหลและเป็นธรรมชาติกว่าเดิม 🔗 https://www.techradar.com/home/smart-lights/the-philips-hue-app-can-now-customize-lighting-scenes-so-they-suit-the-layout-of-your-rooms 🖥️ Lenovo Yoga Mini i – พีซีทรงกระบอกจิ๋ว รองรับ 4 จอ พร้อมพลัง AI Lenovo เปิดตัว Yoga Mini i พีซีขนาดเล็กเพียง 600 กรัม แต่รองรับจอภายนอกได้ถึง 4 จอ ใช้ชิป Intel Core Ultra X7 พร้อม RAM สูงสุด 32GB และ SSD สูงสุด 2TB ทำงานร่วมกับฟีเจอร์ Copilot+ เพื่อรองรับงาน AI และมัลติทาสก์ได้ดี แม้จะไม่เล็กเท่า ThinkCentre M75n Nano รุ่นในตำนาน แต่ก็เป็นตัวเลือกที่ทรงพลังสำหรับผู้ต้องการพีซีพกพาที่ทำงานจริงจังได้ครบเครื่อง 🔗 https://www.techradar.com/pro/lenovo-adds-copilot-mac-mini-rival-to-yoga-product-line-but-i-am-so-disappointed-that-it-didnt-revive-the-nano-m75n-the-smallest-pc-ever 🚀 Lenovo ThinkCentre X Tower – เวิร์กสเตชันคู่ GPU พร้อมการ์ด AI 1TB ลึกลับ ThinkCentre X Tower รุ่นใหม่ของ Lenovo กลับมาพร้อมระบบรองรับ GPU คู่แบบ RTX 5060 Ti รวม VRAM 32GB เพื่อประมวลผลโมเดล AI ขนาดใหญ่ได้ในเครื่องเดียว และยังมี “AI Fusion Card” ขนาด 1TB ที่ช่วยให้ทำ post-training โมเดลระดับ 70B parameters ได้ในเครื่อง พร้อมสเปกจัดเต็มทั้ง Intel Ultra 9, RAM สูงสุด 256GB และพื้นที่เก็บข้อมูล M.2 สูงสุด 6TB เหมาะสำหรับงาน AI inference และงานข้อมูลหนักระดับองค์กร 🔗 https://www.techradar.com/pro/return-of-the-sli-lenovos-new-workstation-pc-supports-up-to-2-rtx-5060-ti-gpus-for-ai-inference-but-im-more-interested-in-the-secretive-1tb-ai-fusion-card 📱 Motorola Razr Fold – มือถือพับจอใหญ่ 8.1 นิ้ว พร้อมปากกาและกล้องจัดเต็ม Motorola เปิดตัว Razr Fold มือถือพับรุ่นใหม่ที่ขยายสู่ตลาดแท็บเล็ตพับได้ ด้วยหน้าจอใหญ่ 8.1 นิ้วและจอหน้าปก 6.6 นิ้ว รองรับปากกา Moto Pen Ultra ซึ่งเป็นจุดที่เหนือกว่า Galaxy Fold 7 พร้อมชุดกล้อง 5 ตัว รวมถึงกล้องหน้า 20MP และกล้องเซลฟี่ 32MP ที่ให้ความยืดหยุ่นด้านการถ่ายภาพสูง แม้ยังไม่เปิดเผยสเปกชิปหรือราคา แต่ดีไซน์ ฟีเจอร์ AI และความสามารถด้านมัลติทาสก์ทำให้รุ่นนี้น่าจับตามองมากในตลาดพับได้ 🔗 https://www.techradar.com/phones/motorola-phones/motorola-razr-fold-is-mostly-a-mystery-but-it-already-outdoes-the-galaxy-fold-7-in-one-key-way 🖥️ Nvidia เปิดตัว G‑Sync Pulsar: ยกระดับความคมชัดการเคลื่อนไหวสำหรับเกมเมอร์ Nvidia เผยโฉม G‑Sync Pulsar เทคโนโลยีใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดปัญหา motion blur โดยใช้ระบบ backlight แบบแบ่งโซนและการสแกนแบบ rolling scan ทำให้ภาพเคลื่อนไหวคมชัดขึ้นอย่างมากจนการเล่นเกม 250fps ให้ความรู้สึกเหมือนจอ 1,000Hz พร้อมเปิดตัวในจอรุ่นใหม่จาก Acer, Asus, AOC และ MSI ในวันที่ 7 มกราคม 2026 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของ VRR รุ่นถัดไปสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความลื่นไหลสูงสุด 🔗 https://www.techradar.com/computing/monitors/nvidias-new-g-sync-pulsar-update-for-motion-clarity-is-a-big-win-for-pc-gamers-and-heres-why 📱 Motorola Signature: เรือธงสุดแกร่งที่สเปกจัดเต็ม แต่ชิปยังไม่สุด Motorola เปิดตัว Motorola Signature สมาร์ทโฟนเรือธงดีไซน์พรีเมียมที่มาพร้อมกล้อง 50MP ทั้งสี่ตัว หน้าจอ AMOLED 165Hz ความสว่างสูงสุด 6,200 nits แบต 5,200mAh และชาร์จเร็ว 90W พร้อมความทนทานระดับ IP68/IP69 แต่จุดอ่อนคือชิป Snapdragon 8 Gen 5 ที่ยังไม่ใช่รุ่นท็อป ทำให้ประสิทธิภาพไม่โดดเด่นเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับราคาที่ใกล้เคียงคู่แข่งระดับไฮเอนด์ แม้โดยรวมยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความครบเครื่องและอัปเดตยาว 7 ปี 🔗 https://www.techradar.com/phones/motorola-phones/the-motorola-signature-is-a-stunning-rugged-samsung-galaxy-s25-rival-with-one-unfortunate-weakness 🔐 เตือนภัย! แคมเปญมัลแวร์ใหม่ขโมยแชต AI ผ่านส่วนขยาย Chrome ปลอม นักวิจัยพบส่วนขยาย Chrome ปลอมสองตัวที่มีผู้ใช้รวมเกือบ 900,000 ราย แอบดึงข้อมูลการสนทนากับ AI และ URL ของแท็บทุก 30 นาที ส่งกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ควบคุม โดยปลอมตัวเป็นส่วนขยายยอดนิยมด้าน AI ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความเสี่ยงของส่วนขยายที่แม้จะอยู่ในร้านค้าอย่างเป็นทางการก็ยังอาจเป็นอันตรายได้ จึงควรตรวจสอบสิทธิ์และความน่าเชื่อถือก่อนติดตั้งเสมอ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/this-new-malware-campaign-is-stealing-chat-logs-via-chrome-extensions ⚡ Intel Arc B390: iGPU ตัวเปลี่ยนเกมที่ทำให้โน้ตบุ๊กบางเบาเล่นเกมลื่นระดับสูงได้จริง Intel เปิดตัวชิป Core Ultra series 3 พร้อม iGPU Arc B390 ที่สร้างความประทับใจด้วยประสิทธิภาพการเล่นเกมระดับสูง สามารถรันเกมอย่าง Battlefield 6 และ Dying Light: The Beast ที่ 1080p ด้วยเฟรมเรตสูงเกินคาด แม้ไม่มีการ์ดจอแยก ทำให้โน้ตบุ๊กบางเบาในปี 2026 กลายเป็นตัวเลือกที่เล่นเกมได้จริงจังมากขึ้น และอาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาด ultrabook ที่ต้องการทั้งความบางและพลังกราฟิกในตัวเดียว 🔗 https://www.techradar.com/computing/cpu/the-intel-core-ultra-series-3-processors-look-impressive-enough-but-the-arc-b390-igpu-is-the-real-game-changer-here 🎙️ เสียงชัดคือหัวใจของการทำงานร่วมกับ AI — ถ้า AI ฟังคุณไม่ได้ มันก็ช่วยคุณไม่ได้ บทความชี้ให้เห็นว่าในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในที่ทำงาน การมีระบบเสียงที่คมชัดเป็นสิ่งจำเป็น เพราะ AI ต้องอาศัยเสียงที่ถูกต้องเพื่อประมวลผล ฟังอารมณ์ และตอบสนองได้อย่างแม่นยำ ทั้งในการประชุม การแปลภาษาแบบเรียลไทม์ และการทำงานร่วมกันระหว่างทีมทั่วโลก องค์กรที่ลงทุนในไมโครโฟนและระบบประมวลผลเสียงคุณภาพสูงจึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสาร ลดความผิดพลาด และปลดล็อกศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มที่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/if-ai-cant-hear-you-it-cant-help-you-why-clear-audio-drives-real-productivity
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 72 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline

    #รวมข่าวIT #20260107 #securityonline


    NVIDIA เปิดตัว G‑SYNC Pulsar และ DLSS 4.5: ก้าวกระโดดสู่ภาพลื่นระดับ 1000Hz
    NVIDIA เผยโฉมเทคโนโลยี G‑SYNC Pulsar ที่ยกระดับความคมชัดของภาพเคลื่อนไหวให้เทียบเท่าจอ 1000Hz ผ่านเทคนิค Rolling Scan และระบบควบคุมแสงแบบอัจฉริยะ พร้อมเปิดตัว DLSS 4.5 ที่เพิ่มเฟรมเรตได้สูงสุด 6 เท่าและลดปัญหา ghosting อย่างเห็นผล รวมถึงโชว์การใช้งาน ACE AI Assistant ในเกมจริงครั้งแรก ทำให้การเล่นเกมยุคใหม่ทั้งลื่น คม และฉลาดขึ้นอย่างชัดเจน
    https://securityonline.info/the-1000hz-illusion-nvidia-unveils-g-sync-pulsar-and-dlss-4-5-at-ces-2026

    Qualcomm เปิดตัว Agentic AI และแพลตฟอร์ม Dual‑Elite: สมองกลางของรถยนต์ยุคใหม่
    Qualcomm ประกาศความร่วมมือเชิงลึกกับ Google พร้อมเปิดตัวสถาปัตยกรรม Agentic AI และคอนโทรลเลอร์แบบ Dual Snapdragon Elite ที่รวมสมองกลรถยนต์ทุกระบบไว้ในศูนย์กลางเดียว รองรับทั้งจอหลายชุด กล้องจำนวนมาก และระบบขับขี่อัตโนมัติระดับสูง โดยมี Leapmotor และ Toyota เป็นพันธมิตรรายแรก ๆ ที่นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ที่คิด วิเคราะห์ และตอบสนองได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น
    https://securityonline.info/the-central-brain-qualcomm-unveils-agentic-ai-and-dual-elite-platforms-at-ces-2026

    Boston Dynamics จับมือ Google DeepMind สร้าง Atlas รุ่นใหม่ที่ทั้ง “คิดเป็นและเคลื่อนไหวเหนือมนุษย์”
    Boston Dynamics และ Google DeepMind ผนึกกำลังนำโมเดล Gemini Robotics มาเสริมสมองให้หุ่นยนต์ Atlas รุ่นใหม่ที่มีความแข็งแรงระดับยกของ 50 กก. พร้อมความสามารถด้านการรับรู้และเหตุผลขั้นสูง โดย Hyundai เตรียมนำไปทดสอบในสายการผลิตจริงภายในปีนี้ เป้าหมายคือหุ่นยนต์ที่ทั้งคล่องตัวและฉลาดพอสำหรับงานอุตสาหกรรมในอนาคตอันใกล้
    https://securityonline.info/brain-meets-brawn-boston-dynamics-and-google-deepmind-unite-for-the-new-atlas

    “รถยนต์ 10 ปี” ของ Qualcomm x Google: ยุคใหม่ของรถที่อัปเดตได้เหมือนสมาร์ตโฟน
    Qualcomm และ Google เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ของรถยนต์แบบ Software‑Defined Vehicle ผ่านการผสาน Snapdragon Digital Chassis เข้ากับ Android Automotive OS และระบบคลาวด์ของ Google ทำให้รถสามารถอัปเดตฟีเจอร์ได้ยาวนานถึง 10 ปี รองรับ AI ผู้ช่วยในรถแบบเรียลไทม์ และเปิดให้พัฒนาแอปบน vSoC ผ่านคลาวด์โดยไม่ต้องใช้ฮาร์ดแวร์จริง ถือเป็นก้าวสำคัญสู่รถยนต์ที่ฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุการใช้งาน
    https://securityonline.info/the-ten-year-car-qualcomm-and-google-unveil-the-future-of-ai-powered-mobility

    MediaTek เปิดตัว Filogic 8000: ชิป Wi‑Fi 8 ที่เน้นความเสถียรมากกว่าความเร็ว
    MediaTek เปิดตัวแพลตฟอร์ม Wi‑Fi 8 Filogic 8000 ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสภาพแวดล้อมที่มีอุปกรณ์หนาแน่นและงาน AI‑intensive โดยเน้นความเสถียร ความหน่วงต่ำ และประสิทธิภาพการใช้งานจริงมากกว่าความเร็วสูงสุด ด้วยเทคโนโลยี Multi‑AP Coordination, Spectral Efficiency และ Long‑Range Enhancement ทำให้เหมาะกับบ้านอัจฉริยะ องค์กร และอุปกรณ์ยุคใหม่ที่ต้องการการเชื่อมต่อที่ไม่สะดุดแม้ในพื้นที่แออัด
    https://securityonline.info/reliability-over-speed-mediatek-debuts-filogic-8000-to-power-the-wi-fi-8-revolution

    Google อุดช่องโหว่ WebView รุนแรงใน Chrome 143
    Google ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยครั้งสำคัญให้ Chrome เวอร์ชัน 143 เพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับรุนแรง CVE-2026-0628 ซึ่งเกิดจากการบังคับใช้นโยบายใน WebView ไม่เพียงพอ ทำให้ผู้โจมตีอาจหลุดออกจาก sandbox และเลี่ยงข้อจำกัดด้านความปลอดภัยได้ โดยช่องโหว่นี้ถูกรายงานตั้งแต่ปลายปี 2025 และ Google จำกัดการเปิดเผยรายละเอียดจนกว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่จะอัปเดตเพื่อป้องกันการย้อนรอยโจมตี
    https://securityonline.info/google-patches-high-severity-webview-flaw-in-chrome-143

    ช่องโหว่ Forcepoint DLP เปิดทางรันโค้ดผ่าน Python ที่ถูกจำกัด
    พบช่องโหว่ CVE-2025-14026 ใน Forcepoint One DLP Client ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถกู้คืนความสามารถของ Python ที่ถูกจำกัดไว้ และโหลด ctypes กลับมาใช้งานเพื่อรันโค้ดอันตรายได้ ส่งผลให้สามารถปิดระบบป้องกันข้อมูลหรือดัดแปลงพฤติกรรมของไคลเอนต์ได้ โดย Forcepoint แก้ปัญหาด้วยการลบ Python runtime ออกจากเวอร์ชันใหม่ทั้งหมด
    https://securityonline.info/cve-2025-14026-forcepoint-dlp-flaw-lets-attackers-unchain-restricted-python

    แคมเปญ PHALT#BLYX หลอกโรงแรมด้วย BSOD ปลอมเพื่อติดตั้ง DCRat
    แคมเปญโจมตี PHALT#BLYX ใช้การหลอกลวงแบบ “click-fix” ผ่านอีเมลปลอมจาก Booking.com พาเหยื่อไปหน้า CAPTCHA ปลอมที่นำไปสู่ Blue Screen ปลอม ก่อนหลอกให้รัน PowerShell เพื่อติดตั้งมัลแวร์ DCRat และ AsyncRAT โดยใช้เครื่องมือ Windows จริงเพื่อหลบการตรวจจับ พร้อมพบร่องรอยเชื่อมโยงกลุ่มผู้โจมตีที่ใช้ภาษารัสเซีย
    https://securityonline.info/the-clickfix-trap-phaltblyx-targets-hotels-with-fake-blue-screens-and-dcrat

    Utility ชื่อดังในจีนถูกแอบฝังปลั๊กอิน Mltab เพื่อดักข้อมูลเบราว์เซอร์
    เครื่องมือ Office Assistant ที่นิยมในจีนถูกพบว่าถูกฝังโค้ดอันตรายตั้งแต่ปี 2024 โดยโหลดปลั๊กอิน Mltab ที่มีลายเซ็นดิจิทัลปลอมเพื่อดักข้อมูลผู้ใช้และเปลี่ยนเส้นทางทราฟฟิก รวมถึงแก้ไขหน้า New Tab และลิงก์ต่าง ๆ เพื่อสร้างรายได้จากการรีไดเรกต์ โดยมีผู้ติดเชื้อเกือบหนึ่งล้านเครื่อง และปลั๊กอินยังคงอยู่ใน Edge Add-on Store ในช่วงเวลาที่รายงาน
    https://securityonline.info/popular-chinese-utility-hijacked-to-deploy-browser-malware

    ช่องโหว่ Dify ทำ API Key หลุดแบบ plaintext ให้ผู้ใช้ทั่วไปเห็นได้
    แพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์ส Dify พบช่องโหว่ CVE-2025-67732 ที่ทำให้ API key ของผู้ให้บริการโมเดล เช่น OpenAI ถูกส่งกลับไปยัง frontend แบบไม่ปิดบัง ทำให้ผู้ใช้ที่ไม่ใช่แอดมินสามารถดึงคีย์ไปใช้สร้างค่าใช้จ่ายหรือเข้าถึงบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ทีมพัฒนาได้แก้ไขแล้วในเวอร์ชัน 1.11.0 และแนะนำให้อัปเดตทันที
    https://securityonline.info/cve-2025-67732-dify-patch-fixes-high-severity-plaintext-api-key-exposure

    wolfSSH พบช่องโหว่ตรรกะร้ายแรงทำรหัสผ่านลูกค้ารั่วแบบไม่เข้ารหัส
    รายงานเตือนภัยล่าสุดเผยว่า wolfSSH มีช่องโหว่ด้านตรรกะที่ทำให้รหัสผ่านของผู้ใช้ถูกส่งแบบข้อความล้วน ซึ่งอาจถูกดักจับได้ง่ายในสภาพแวดล้อมเครือข่ายที่ไม่ปลอดภัย โดยช่องโหว่นี้กระทบระบบที่ใช้ SCP/SSH และอุปกรณ์ embedded หลายประเภท ทำให้ผู้ดูแลระบบจำเป็นต้องตรวจสอบการใช้งานและอัปเดตการตั้งค่าความปลอดภัยทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการโจมตีแบบดักฟังหรือสอดแนมข้อมูลสำคัญขององค์กร
    https://securityonline.info/wolfssh-alert-critical-logic-flaw-exposes-client-passwords-in-clear-text

    Microsoft เตือนภัยการปลอมโดเมนภายในพุ่งสูง ใช้ช่องโหว่การตั้งค่าอีเมล
    Microsoft รายงานว่ามีการโจมตีฟิชชิงรูปแบบใหม่ที่ปลอมอีเมลให้เหมือนส่งมาจากภายในองค์กร โดยอาศัยการตั้งค่า MX และ DMARC ที่ผิดพลาดในระบบที่ไม่ได้ชี้ตรงไปยัง Office 365 ทำให้ผู้โจมตีสามารถส่งอีเมลปลอมที่ดูน่าเชื่อถือมาก พร้อมแนบไฟล์ปลอม เช่น ใบแจ้งหนี้หรือเอกสารภาษี เพื่อหลอกให้เหยื่อโอนเงินหรือกรอกข้อมูลสำคัญ ซึ่ง Microsoft แนะนำให้องค์กรตั้งค่า DMARC แบบ reject และ SPF แบบ hard fail เพื่อปิดช่องโหว่นี้ทันที
    https://securityonline.info/microsoft-warns-of-surge-in-internal-domain-spoofing

    ช่องโหว่ RCE ร้ายแรงโจมตีเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่า แก้ไขไม่ได้อีกต่อไป
    พบช่องโหว่ CVE-2026-0625 ที่เปิดให้ผู้โจมตีสามารถสั่งรันโค้ดจากระยะไกลบนเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่าที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว โดยเกิดจากการตรวจสอบข้อมูลใน dnscfg.cgi ที่ไม่รัดกุม ทำให้ผู้โจมตีสามารถส่งคำสั่งระบบได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และมีรายงานว่าถูกใช้โจมตีจริงตั้งแต่ปลายปี 2025 ทำให้ผู้ใช้จำเป็นต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่เท่านั้นเพราะไม่มีแพตช์แก้ไขใด ๆ อีกต่อไป
    https://securityonline.info/cve-2026-0625-critical-actively-exploited-rce-hits-unpatchable-d-link-routers

    TOTOLINK EX200 เปิด Telnet root เองเมื่ออัปเดตเฟิร์มแวร์ผิดพลาด
    ช่องโหว่ CVE-2025-65606 ถูกพบใน TOTOLINK EX200 ซึ่งเมื่ออัปโหลดไฟล์เฟิร์มแวร์ที่ผิดรูปแบบ อุปกรณ์จะเข้าสู่โหมดผิดปกติและเปิดบริการ Telnet ด้วยสิทธิ์ root โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน ทำให้ผู้โจมตีที่เข้าถึงหน้าเว็บจัดการได้สามารถยกระดับสิทธิ์เป็นผู้ควบคุมระบบเต็มรูปแบบ และเนื่องจากอุปกรณ์หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว ผู้ใช้ควรเลิกใช้งานหรือแยกเครือข่ายอย่างเข้มงวดทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงร้ายแรง
    https://securityonline.info/cve-2025-65606-totolink-ex200-error-opens-root-telnet-door

    n8n พบช่องโหว่ CVSS 10.0 เปิดทางยึดระบบเต็มรูปแบบผ่านการเขียนไฟล์
    แพลตฟอร์ม workflow automation อย่าง n8n ประกาศเตือนช่องโหว่ร้ายแรง CVE-2026-21877 ที่เปิดให้ผู้ใช้ที่ผ่านการยืนยันตัวตนสามารถเขียนไฟล์อันตรายลงระบบและสั่งรันโค้ดได้ ทำให้ผู้โจมตีสามารถยึดระบบทั้งเซิร์ฟเวอร์ได้ทันที โดยคาดว่าช่องโหว่มาจากฟีเจอร์ Git node ซึ่งแนะนำให้ปิดการใช้งานชั่วคราวหากยังไม่สามารถอัปเดตเป็นเวอร์ชัน 1.121.3 หรือใหม่กว่าได้ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่มีผู้ใช้หลายคนร่วมกัน
    ​​​​​​​ https://securityonline.info/cvss-10-0-alert-critical-n8n-flaw-cve-2026-21877-grants-total-control
    📌🔐🟢 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🟢🔐📌 #รวมข่าวIT #20260107 #securityonline ⚡ NVIDIA เปิดตัว G‑SYNC Pulsar และ DLSS 4.5: ก้าวกระโดดสู่ภาพลื่นระดับ 1000Hz NVIDIA เผยโฉมเทคโนโลยี G‑SYNC Pulsar ที่ยกระดับความคมชัดของภาพเคลื่อนไหวให้เทียบเท่าจอ 1000Hz ผ่านเทคนิค Rolling Scan และระบบควบคุมแสงแบบอัจฉริยะ พร้อมเปิดตัว DLSS 4.5 ที่เพิ่มเฟรมเรตได้สูงสุด 6 เท่าและลดปัญหา ghosting อย่างเห็นผล รวมถึงโชว์การใช้งาน ACE AI Assistant ในเกมจริงครั้งแรก ทำให้การเล่นเกมยุคใหม่ทั้งลื่น คม และฉลาดขึ้นอย่างชัดเจน 🔗 https://securityonline.info/the-1000hz-illusion-nvidia-unveils-g-sync-pulsar-and-dlss-4-5-at-ces-2026 🚗🧠 Qualcomm เปิดตัว Agentic AI และแพลตฟอร์ม Dual‑Elite: สมองกลางของรถยนต์ยุคใหม่ Qualcomm ประกาศความร่วมมือเชิงลึกกับ Google พร้อมเปิดตัวสถาปัตยกรรม Agentic AI และคอนโทรลเลอร์แบบ Dual Snapdragon Elite ที่รวมสมองกลรถยนต์ทุกระบบไว้ในศูนย์กลางเดียว รองรับทั้งจอหลายชุด กล้องจำนวนมาก และระบบขับขี่อัตโนมัติระดับสูง โดยมี Leapmotor และ Toyota เป็นพันธมิตรรายแรก ๆ ที่นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ที่คิด วิเคราะห์ และตอบสนองได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น 🔗 https://securityonline.info/the-central-brain-qualcomm-unveils-agentic-ai-and-dual-elite-platforms-at-ces-2026 🤖✨ Boston Dynamics จับมือ Google DeepMind สร้าง Atlas รุ่นใหม่ที่ทั้ง “คิดเป็นและเคลื่อนไหวเหนือมนุษย์” Boston Dynamics และ Google DeepMind ผนึกกำลังนำโมเดล Gemini Robotics มาเสริมสมองให้หุ่นยนต์ Atlas รุ่นใหม่ที่มีความแข็งแรงระดับยกของ 50 กก. พร้อมความสามารถด้านการรับรู้และเหตุผลขั้นสูง โดย Hyundai เตรียมนำไปทดสอบในสายการผลิตจริงภายในปีนี้ เป้าหมายคือหุ่นยนต์ที่ทั้งคล่องตัวและฉลาดพอสำหรับงานอุตสาหกรรมในอนาคตอันใกล้ 🔗 https://securityonline.info/brain-meets-brawn-boston-dynamics-and-google-deepmind-unite-for-the-new-atlas 🚘🌐 “รถยนต์ 10 ปี” ของ Qualcomm x Google: ยุคใหม่ของรถที่อัปเดตได้เหมือนสมาร์ตโฟน Qualcomm และ Google เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ของรถยนต์แบบ Software‑Defined Vehicle ผ่านการผสาน Snapdragon Digital Chassis เข้ากับ Android Automotive OS และระบบคลาวด์ของ Google ทำให้รถสามารถอัปเดตฟีเจอร์ได้ยาวนานถึง 10 ปี รองรับ AI ผู้ช่วยในรถแบบเรียลไทม์ และเปิดให้พัฒนาแอปบน vSoC ผ่านคลาวด์โดยไม่ต้องใช้ฮาร์ดแวร์จริง ถือเป็นก้าวสำคัญสู่รถยนต์ที่ฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุการใช้งาน 🔗 https://securityonline.info/the-ten-year-car-qualcomm-and-google-unveil-the-future-of-ai-powered-mobility 📶🚀 MediaTek เปิดตัว Filogic 8000: ชิป Wi‑Fi 8 ที่เน้นความเสถียรมากกว่าความเร็ว MediaTek เปิดตัวแพลตฟอร์ม Wi‑Fi 8 Filogic 8000 ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสภาพแวดล้อมที่มีอุปกรณ์หนาแน่นและงาน AI‑intensive โดยเน้นความเสถียร ความหน่วงต่ำ และประสิทธิภาพการใช้งานจริงมากกว่าความเร็วสูงสุด ด้วยเทคโนโลยี Multi‑AP Coordination, Spectral Efficiency และ Long‑Range Enhancement ทำให้เหมาะกับบ้านอัจฉริยะ องค์กร และอุปกรณ์ยุคใหม่ที่ต้องการการเชื่อมต่อที่ไม่สะดุดแม้ในพื้นที่แออัด 🔗 https://securityonline.info/reliability-over-speed-mediatek-debuts-filogic-8000-to-power-the-wi-fi-8-revolution 🛡️ Google อุดช่องโหว่ WebView รุนแรงใน Chrome 143 Google ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยครั้งสำคัญให้ Chrome เวอร์ชัน 143 เพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับรุนแรง CVE-2026-0628 ซึ่งเกิดจากการบังคับใช้นโยบายใน WebView ไม่เพียงพอ ทำให้ผู้โจมตีอาจหลุดออกจาก sandbox และเลี่ยงข้อจำกัดด้านความปลอดภัยได้ โดยช่องโหว่นี้ถูกรายงานตั้งแต่ปลายปี 2025 และ Google จำกัดการเปิดเผยรายละเอียดจนกว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่จะอัปเดตเพื่อป้องกันการย้อนรอยโจมตี 🔗 https://securityonline.info/google-patches-high-severity-webview-flaw-in-chrome-143 🐍🔓 ช่องโหว่ Forcepoint DLP เปิดทางรันโค้ดผ่าน Python ที่ถูกจำกัด พบช่องโหว่ CVE-2025-14026 ใน Forcepoint One DLP Client ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถกู้คืนความสามารถของ Python ที่ถูกจำกัดไว้ และโหลด ctypes กลับมาใช้งานเพื่อรันโค้ดอันตรายได้ ส่งผลให้สามารถปิดระบบป้องกันข้อมูลหรือดัดแปลงพฤติกรรมของไคลเอนต์ได้ โดย Forcepoint แก้ปัญหาด้วยการลบ Python runtime ออกจากเวอร์ชันใหม่ทั้งหมด 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-14026-forcepoint-dlp-flaw-lets-attackers-unchain-restricted-python 🏨💀 แคมเปญ PHALT#BLYX หลอกโรงแรมด้วย BSOD ปลอมเพื่อติดตั้ง DCRat แคมเปญโจมตี PHALT#BLYX ใช้การหลอกลวงแบบ “click-fix” ผ่านอีเมลปลอมจาก Booking.com พาเหยื่อไปหน้า CAPTCHA ปลอมที่นำไปสู่ Blue Screen ปลอม ก่อนหลอกให้รัน PowerShell เพื่อติดตั้งมัลแวร์ DCRat และ AsyncRAT โดยใช้เครื่องมือ Windows จริงเพื่อหลบการตรวจจับ พร้อมพบร่องรอยเชื่อมโยงกลุ่มผู้โจมตีที่ใช้ภาษารัสเซีย 🔗 https://securityonline.info/the-clickfix-trap-phaltblyx-targets-hotels-with-fake-blue-screens-and-dcrat 🧰🕵️‍♂️ Utility ชื่อดังในจีนถูกแอบฝังปลั๊กอิน Mltab เพื่อดักข้อมูลเบราว์เซอร์ เครื่องมือ Office Assistant ที่นิยมในจีนถูกพบว่าถูกฝังโค้ดอันตรายตั้งแต่ปี 2024 โดยโหลดปลั๊กอิน Mltab ที่มีลายเซ็นดิจิทัลปลอมเพื่อดักข้อมูลผู้ใช้และเปลี่ยนเส้นทางทราฟฟิก รวมถึงแก้ไขหน้า New Tab และลิงก์ต่าง ๆ เพื่อสร้างรายได้จากการรีไดเรกต์ โดยมีผู้ติดเชื้อเกือบหนึ่งล้านเครื่อง และปลั๊กอินยังคงอยู่ใน Edge Add-on Store ในช่วงเวลาที่รายงาน 🔗 https://securityonline.info/popular-chinese-utility-hijacked-to-deploy-browser-malware 🔑⚠️ ช่องโหว่ Dify ทำ API Key หลุดแบบ plaintext ให้ผู้ใช้ทั่วไปเห็นได้ แพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์ส Dify พบช่องโหว่ CVE-2025-67732 ที่ทำให้ API key ของผู้ให้บริการโมเดล เช่น OpenAI ถูกส่งกลับไปยัง frontend แบบไม่ปิดบัง ทำให้ผู้ใช้ที่ไม่ใช่แอดมินสามารถดึงคีย์ไปใช้สร้างค่าใช้จ่ายหรือเข้าถึงบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ทีมพัฒนาได้แก้ไขแล้วในเวอร์ชัน 1.11.0 และแนะนำให้อัปเดตทันที 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-67732-dify-patch-fixes-high-severity-plaintext-api-key-exposure 🔐 wolfSSH พบช่องโหว่ตรรกะร้ายแรงทำรหัสผ่านลูกค้ารั่วแบบไม่เข้ารหัส รายงานเตือนภัยล่าสุดเผยว่า wolfSSH มีช่องโหว่ด้านตรรกะที่ทำให้รหัสผ่านของผู้ใช้ถูกส่งแบบข้อความล้วน ซึ่งอาจถูกดักจับได้ง่ายในสภาพแวดล้อมเครือข่ายที่ไม่ปลอดภัย โดยช่องโหว่นี้กระทบระบบที่ใช้ SCP/SSH และอุปกรณ์ embedded หลายประเภท ทำให้ผู้ดูแลระบบจำเป็นต้องตรวจสอบการใช้งานและอัปเดตการตั้งค่าความปลอดภัยทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการโจมตีแบบดักฟังหรือสอดแนมข้อมูลสำคัญขององค์กร 🔗 https://securityonline.info/wolfssh-alert-critical-logic-flaw-exposes-client-passwords-in-clear-text 📧 Microsoft เตือนภัยการปลอมโดเมนภายในพุ่งสูง ใช้ช่องโหว่การตั้งค่าอีเมล Microsoft รายงานว่ามีการโจมตีฟิชชิงรูปแบบใหม่ที่ปลอมอีเมลให้เหมือนส่งมาจากภายในองค์กร โดยอาศัยการตั้งค่า MX และ DMARC ที่ผิดพลาดในระบบที่ไม่ได้ชี้ตรงไปยัง Office 365 ทำให้ผู้โจมตีสามารถส่งอีเมลปลอมที่ดูน่าเชื่อถือมาก พร้อมแนบไฟล์ปลอม เช่น ใบแจ้งหนี้หรือเอกสารภาษี เพื่อหลอกให้เหยื่อโอนเงินหรือกรอกข้อมูลสำคัญ ซึ่ง Microsoft แนะนำให้องค์กรตั้งค่า DMARC แบบ reject และ SPF แบบ hard fail เพื่อปิดช่องโหว่นี้ทันที 🔗 https://securityonline.info/microsoft-warns-of-surge-in-internal-domain-spoofing 📡 ช่องโหว่ RCE ร้ายแรงโจมตีเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่า แก้ไขไม่ได้อีกต่อไป พบช่องโหว่ CVE-2026-0625 ที่เปิดให้ผู้โจมตีสามารถสั่งรันโค้ดจากระยะไกลบนเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่าที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว โดยเกิดจากการตรวจสอบข้อมูลใน dnscfg.cgi ที่ไม่รัดกุม ทำให้ผู้โจมตีสามารถส่งคำสั่งระบบได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และมีรายงานว่าถูกใช้โจมตีจริงตั้งแต่ปลายปี 2025 ทำให้ผู้ใช้จำเป็นต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่เท่านั้นเพราะไม่มีแพตช์แก้ไขใด ๆ อีกต่อไป 🔗 https://securityonline.info/cve-2026-0625-critical-actively-exploited-rce-hits-unpatchable-d-link-routers 📶 TOTOLINK EX200 เปิด Telnet root เองเมื่ออัปเดตเฟิร์มแวร์ผิดพลาด ช่องโหว่ CVE-2025-65606 ถูกพบใน TOTOLINK EX200 ซึ่งเมื่ออัปโหลดไฟล์เฟิร์มแวร์ที่ผิดรูปแบบ อุปกรณ์จะเข้าสู่โหมดผิดปกติและเปิดบริการ Telnet ด้วยสิทธิ์ root โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน ทำให้ผู้โจมตีที่เข้าถึงหน้าเว็บจัดการได้สามารถยกระดับสิทธิ์เป็นผู้ควบคุมระบบเต็มรูปแบบ และเนื่องจากอุปกรณ์หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว ผู้ใช้ควรเลิกใช้งานหรือแยกเครือข่ายอย่างเข้มงวดทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงร้ายแรง 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-65606-totolink-ex200-error-opens-root-telnet-door ⚠️ n8n พบช่องโหว่ CVSS 10.0 เปิดทางยึดระบบเต็มรูปแบบผ่านการเขียนไฟล์ แพลตฟอร์ม workflow automation อย่าง n8n ประกาศเตือนช่องโหว่ร้ายแรง CVE-2026-21877 ที่เปิดให้ผู้ใช้ที่ผ่านการยืนยันตัวตนสามารถเขียนไฟล์อันตรายลงระบบและสั่งรันโค้ดได้ ทำให้ผู้โจมตีสามารถยึดระบบทั้งเซิร์ฟเวอร์ได้ทันที โดยคาดว่าช่องโหว่มาจากฟีเจอร์ Git node ซึ่งแนะนำให้ปิดการใช้งานชั่วคราวหากยังไม่สามารถอัปเดตเป็นเวอร์ชัน 1.121.3 หรือใหม่กว่าได้ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่มีผู้ใช้หลายคนร่วมกัน ​​​​​​​🔗 https://securityonline.info/cvss-10-0-alert-critical-n8n-flaw-cve-2026-21877-grants-total-control
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 55 มุมมอง 0 รีวิว
  • เปิดตัวว่าที่รัฐมนตรีพรรคส้ม 2 คน ก็ส่อเค้าก่อปัญหาแล้ว
    #คิงส์โพธิ์แดง
    เปิดตัวว่าที่รัฐมนตรีพรรคส้ม 2 คน ก็ส่อเค้าก่อปัญหาแล้ว #คิงส์โพธิ์แดง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 17 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • “ยศชนัน” เผยผลโพลภายในพรรคเพื่อไทย คะแนนนิยมในพื้นที่กรุงเทพมหานครปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังลงพื้นที่พบปะประชาชนสม่ำเสมอ ชูนโยบายลดรายจ่าย เพิ่มโอกาสการเดินทาง และย้ำว่าจำนวนนโยบายไม่สำคัญเท่าการทำได้จริง
    .
    นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ระบุว่า การลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องทำให้เข้าใจปัญหาของคนกรุงเทพฯ มากขึ้น โดยเฉพาะค่าครองชีพ การเดินทาง ยาเสพติด และความเหลื่อมล้ำ ซึ่งพรรคพยายามออกแบบนโยบายให้เป็นรูปธรรมและตอบโจทย์ชีวิตจริง
    .
    ยกตัวอย่างนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย การลดค่าไฟฟ้าผ่านการใช้พลังงานทดแทน รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มรายได้ให้ประชาชน พร้อมย้ำว่าการลดรายจ่าย ปลดหนี้ และเพิ่มรายได้ คือหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาเมืองหลวง
    .
    ขณะเดียวกัน ยังเผยว่าเวทีปราศรัยใหญ่กรุงเทพมหานครในวันพรุ่งนี้ จะเปิดนโยบายด้านสังคมและการลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเป็นประเด็นที่พรรคให้ความสำคัญและลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นมาอย่างต่อเนื่อง
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001709
    .
    #News1 #News1live #เพื่อไทย #ยศชนัน #เลือกตั้ง2569 #การเมืองกรุงเทพ #นโยบายลดรายจ่าย
    “ยศชนัน” เผยผลโพลภายในพรรคเพื่อไทย คะแนนนิยมในพื้นที่กรุงเทพมหานครปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังลงพื้นที่พบปะประชาชนสม่ำเสมอ ชูนโยบายลดรายจ่าย เพิ่มโอกาสการเดินทาง และย้ำว่าจำนวนนโยบายไม่สำคัญเท่าการทำได้จริง . นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ระบุว่า การลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องทำให้เข้าใจปัญหาของคนกรุงเทพฯ มากขึ้น โดยเฉพาะค่าครองชีพ การเดินทาง ยาเสพติด และความเหลื่อมล้ำ ซึ่งพรรคพยายามออกแบบนโยบายให้เป็นรูปธรรมและตอบโจทย์ชีวิตจริง . ยกตัวอย่างนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย การลดค่าไฟฟ้าผ่านการใช้พลังงานทดแทน รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มรายได้ให้ประชาชน พร้อมย้ำว่าการลดรายจ่าย ปลดหนี้ และเพิ่มรายได้ คือหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาเมืองหลวง . ขณะเดียวกัน ยังเผยว่าเวทีปราศรัยใหญ่กรุงเทพมหานครในวันพรุ่งนี้ จะเปิดนโยบายด้านสังคมและการลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเป็นประเด็นที่พรรคให้ความสำคัญและลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นมาอย่างต่อเนื่อง . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001709 . #News1 #News1live #เพื่อไทย #ยศชนัน #เลือกตั้ง2569 #การเมืองกรุงเทพ #นโยบายลดรายจ่าย
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 110 มุมมอง 0 รีวิว
  • “อภิสิทธิ์” นำทีมพรรคประชาธิปัตย์ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ช่วยผู้สมัคร สส.เขต 9 “ชาญวัฒนา” หาเสียง พร้อมย้ำจุดยืนทำการเมืองสุจริต ไม่ซื้อเสียง และขอแรงประชาชนร่วมกันปราบทุนเทา
    .
    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังคงยึดมั่นอุดมการณ์และความผูกพันกับพี่น้องชาวภาคใต้อย่างยาวนาน พร้อมยืนยันว่าพรรคพร้อมกลับมาเป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชน โดยเฉพาะการผลักดันนโยบายด้านปากท้อง ทั้งยางพารา ปาล์มน้ำมัน และการประมง
    .
    นอกจากนี้ ยังชูนโยบายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งมอเตอร์เวย์และระบบรถไฟ เพื่อยกระดับการคมนาคมให้เข้าถึงทุกพื้นที่อย่างทั่วถึงมากขึ้น
    .
    หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ประเทศว่า รัฐบาลทำงานล่าช้าในหลายประเด็น จนทำให้ต่างชาติต้องเข้ามามีบทบาทจัดการปัญหาสแกมเมอร์ พร้อมชวนประชาชนเลือกการเมืองที่สุจริต โปร่งใส และไม่รับเงินซื้อเสียง
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001701
    .
    #News1 #News1live #ประชาธิปัตย์ #อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ #เลือกตั้ง2569 #นครศรีธรรมราช #การเมืองสุจริต
    “อภิสิทธิ์” นำทีมพรรคประชาธิปัตย์ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ช่วยผู้สมัคร สส.เขต 9 “ชาญวัฒนา” หาเสียง พร้อมย้ำจุดยืนทำการเมืองสุจริต ไม่ซื้อเสียง และขอแรงประชาชนร่วมกันปราบทุนเทา . นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังคงยึดมั่นอุดมการณ์และความผูกพันกับพี่น้องชาวภาคใต้อย่างยาวนาน พร้อมยืนยันว่าพรรคพร้อมกลับมาเป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชน โดยเฉพาะการผลักดันนโยบายด้านปากท้อง ทั้งยางพารา ปาล์มน้ำมัน และการประมง . นอกจากนี้ ยังชูนโยบายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งมอเตอร์เวย์และระบบรถไฟ เพื่อยกระดับการคมนาคมให้เข้าถึงทุกพื้นที่อย่างทั่วถึงมากขึ้น . หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ประเทศว่า รัฐบาลทำงานล่าช้าในหลายประเด็น จนทำให้ต่างชาติต้องเข้ามามีบทบาทจัดการปัญหาสแกมเมอร์ พร้อมชวนประชาชนเลือกการเมืองที่สุจริต โปร่งใส และไม่รับเงินซื้อเสียง . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001701 . #News1 #News1live #ประชาธิปัตย์ #อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ #เลือกตั้ง2569 #นครศรีธรรมราช #การเมืองสุจริต
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 106 มุมมอง 0 รีวิว
  • ตำรวจรวบหนุ่มใหญ่วัย 51 ปี ก่อเหตุแทง รปภ.เพื่อนร่วมงานเสียชีวิต ภายในบริษัทชื่อดังย่านบางกะปิ หลังมีปัญหาขัดแย้งสะสมเรื่องการเข้าเวรผลัดดึก ก่อนหลบหนีข้ามจังหวัด
    .
    เหตุเกิดเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2568 พบศพ รปภ.ชายวัย 51 ปี เสียชีวิตภายในป้อมรักษาความปลอดภัย ซอยรามคำแหง 26 สภาพถูกแทงด้วยอาวุธมีคมหลายแผล เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบที่เกิดเหตุและรวบรวมพยานหลักฐาน
    .
    ความคืบหน้าล่าสุด ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หลังหลบหนีผ่านหลายจังหวัด โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่า มีปัญหาทะเลาะกับผู้ตายมานานจากเรื่องงานและการจัดเวรดึก
    .
    คืนเกิดเหตุ ผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์ไปหาผู้ตาย ก่อนมีปากเสียงและใช้อาวุธมีดแทงจนเสียชีวิต แล้วหลบหนีออกจากพื้นที่ เบื้องต้นถูกแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” และพกพาอาวุธมีดในที่สาธารณะ
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001639
    .
    #News1 #News1live #อาชญากรรม #แทงกันตาย #บางกะปิ #รปภ
    ตำรวจรวบหนุ่มใหญ่วัย 51 ปี ก่อเหตุแทง รปภ.เพื่อนร่วมงานเสียชีวิต ภายในบริษัทชื่อดังย่านบางกะปิ หลังมีปัญหาขัดแย้งสะสมเรื่องการเข้าเวรผลัดดึก ก่อนหลบหนีข้ามจังหวัด . เหตุเกิดเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2568 พบศพ รปภ.ชายวัย 51 ปี เสียชีวิตภายในป้อมรักษาความปลอดภัย ซอยรามคำแหง 26 สภาพถูกแทงด้วยอาวุธมีคมหลายแผล เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบที่เกิดเหตุและรวบรวมพยานหลักฐาน . ความคืบหน้าล่าสุด ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หลังหลบหนีผ่านหลายจังหวัด โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่า มีปัญหาทะเลาะกับผู้ตายมานานจากเรื่องงานและการจัดเวรดึก . คืนเกิดเหตุ ผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์ไปหาผู้ตาย ก่อนมีปากเสียงและใช้อาวุธมีดแทงจนเสียชีวิต แล้วหลบหนีออกจากพื้นที่ เบื้องต้นถูกแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” และพกพาอาวุธมีดในที่สาธารณะ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001639 . #News1 #News1live #อาชญากรรม #แทงกันตาย #บางกะปิ #รปภ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 98 มุมมอง 0 รีวิว
  • พรรคประชาชน เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเร่งตรวจสอบกรณีมีการติดป้ายข้อความ “ไม่เลือกพรรคประชาชนเขมร” ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ระบุไม่ควรใช้การหาเสียงที่สร้างความเกลียดชังในช่วงเลือกตั้ง
    .
    นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้จัดทำป้ายดังกล่าว พร้อมย้ำว่าการหาเสียงควรอยู่บนพื้นฐานของการนำเสนอนโยบายและจุดยืนทางการเมืองอย่างตรงไปตรงมา และขอให้ กกต. ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อรักษาความโปร่งใสของการเลือกตั้ง
    .
    นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่ากระแสตอบรับของพรรคยังอยู่ในระดับดี แม้จะถูกตั้งคำถามในหลายพื้นที่ พร้อมระบุว่าพรรคประชาชนให้ความสำคัญกับนโยบายเศรษฐกิจและปัญหาปากท้องควบคู่กับประเด็นอื่น และจะใช้เวทีปราศรัยสื่อสารนโยบายกับประชาชนให้มากขึ้น
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001635
    .
    #News1live #News1 #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #กกต #การเมือง
    พรรคประชาชน เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเร่งตรวจสอบกรณีมีการติดป้ายข้อความ “ไม่เลือกพรรคประชาชนเขมร” ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ระบุไม่ควรใช้การหาเสียงที่สร้างความเกลียดชังในช่วงเลือกตั้ง . นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้จัดทำป้ายดังกล่าว พร้อมย้ำว่าการหาเสียงควรอยู่บนพื้นฐานของการนำเสนอนโยบายและจุดยืนทางการเมืองอย่างตรงไปตรงมา และขอให้ กกต. ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อรักษาความโปร่งใสของการเลือกตั้ง . นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่ากระแสตอบรับของพรรคยังอยู่ในระดับดี แม้จะถูกตั้งคำถามในหลายพื้นที่ พร้อมระบุว่าพรรคประชาชนให้ความสำคัญกับนโยบายเศรษฐกิจและปัญหาปากท้องควบคู่กับประเด็นอื่น และจะใช้เวทีปราศรัยสื่อสารนโยบายกับประชาชนให้มากขึ้น . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001635 . #News1live #News1 #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #กกต #การเมือง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 93 มุมมอง 0 รีวิว
  • เพจ “Drama-addict” เผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์พยายามลักพาตัวกลางเมืองสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา เกิดขึ้นในช่วงกลางวันแสก ๆ โดยมีประชาชนบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้
    .
    ทางเพจระบุว่า เหตุลักษณะดังกล่าวเป็นภาพที่คนในพื้นที่พบเห็นจนชินตา และคาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจผิดกฎหมายในพื้นที่ ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกัมพูชากำลังขอเบาะแสจากผู้ที่เห็นเหตุการณ์
    .
    หลังคลิปถูกเผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก สะท้อนความกังวลต่อความปลอดภัยและปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่สีหนุวิลล์
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001570
    .
    #News1live #News1 #สีหนุวิลล์ #กัมพูชา #อาชญากรรม #ข่าวต่างประเทศ
    เพจ “Drama-addict” เผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์พยายามลักพาตัวกลางเมืองสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา เกิดขึ้นในช่วงกลางวันแสก ๆ โดยมีประชาชนบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้ . ทางเพจระบุว่า เหตุลักษณะดังกล่าวเป็นภาพที่คนในพื้นที่พบเห็นจนชินตา และคาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจผิดกฎหมายในพื้นที่ ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกัมพูชากำลังขอเบาะแสจากผู้ที่เห็นเหตุการณ์ . หลังคลิปถูกเผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก สะท้อนความกังวลต่อความปลอดภัยและปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่สีหนุวิลล์ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001570 . #News1live #News1 #สีหนุวิลล์ #กัมพูชา #อาชญากรรม #ข่าวต่างประเทศ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 67 มุมมอง 0 รีวิว
  • กัมพูชายอมรับผ่านแถลงการณ์ว่า อาวุธที่กองทัพไทยตรวจยึดได้ในพื้นที่กาสิโนทมอดา เป็นของฝ่ายกัมพูชาเอง หลังจากก่อนหน้านี้ปฏิเสธและกล่าวหาว่าไทยรุกล้ำอธิปไตย พร้อมอ้างว่าการยึดอาวุธเป็นการปล้นจากเจ้าหน้าที่กัมพูชา
    .
    โฆษกกองทัพเรือ ระบุว่า จากการเข้าควบคุมพื้นที่ที่ฝ่ายกัมพูชารุกล้ำอธิปไตยไทย นาวิกโยธินตรวจพบคลังอาวุธจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่ดัดแปลงจากทุ่นระเบิดรถถังและกระสุนปืนใหญ่ เข้าข่ายอาวุธต้องห้ามตามอนุสัญญาออตตาวาอย่างชัดเจน
    .
    กองทัพเรือย้ำว่า การปฏิบัติของฝ่ายไทยเป็นไปเพื่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ชายแดน สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้กัมพูชาปฏิบัติตามพันธกรณีที่ตนเป็นภาคี ยุติการบิดเบือนข้อเท็จจริง และร่วมแก้ไขปัญหาชายแดนด้วยสันติวิธี
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001539
    .
    #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #ทมอดา #ความมั่นคง #การเมืองระหว่างประเทศ
    กัมพูชายอมรับผ่านแถลงการณ์ว่า อาวุธที่กองทัพไทยตรวจยึดได้ในพื้นที่กาสิโนทมอดา เป็นของฝ่ายกัมพูชาเอง หลังจากก่อนหน้านี้ปฏิเสธและกล่าวหาว่าไทยรุกล้ำอธิปไตย พร้อมอ้างว่าการยึดอาวุธเป็นการปล้นจากเจ้าหน้าที่กัมพูชา . โฆษกกองทัพเรือ ระบุว่า จากการเข้าควบคุมพื้นที่ที่ฝ่ายกัมพูชารุกล้ำอธิปไตยไทย นาวิกโยธินตรวจพบคลังอาวุธจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่ดัดแปลงจากทุ่นระเบิดรถถังและกระสุนปืนใหญ่ เข้าข่ายอาวุธต้องห้ามตามอนุสัญญาออตตาวาอย่างชัดเจน . กองทัพเรือย้ำว่า การปฏิบัติของฝ่ายไทยเป็นไปเพื่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ชายแดน สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้กัมพูชาปฏิบัติตามพันธกรณีที่ตนเป็นภาคี ยุติการบิดเบือนข้อเท็จจริง และร่วมแก้ไขปัญหาชายแดนด้วยสันติวิธี . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001539 . #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #ทมอดา #ความมั่นคง #การเมืองระหว่างประเทศ
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 52 มุมมอง 0 รีวิว
  • ที่ทำงานไม่ใช่ที่ที่เราจะเลือกคนมาอยู่รอบตัวเองได้เสมอ บางคนเรารู้สึกดีตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ แต่บางคน...แค่เห็นหน้าก็รู้สึกไม่อยากเข้าใกล้แล้ว

    แม้จะไม่เคยมีปัญหาอะไรกันตรง ๆ แต่พลังงานบางอย่างก็บอกเราว่า “ไม่ชอบเขาเลย” แล้วพอได้ร่วมงานกันจริง ๆ มันก็ยิ่งชัดขึ้นทุกวัน ว่านี่แหละคือคนที่เราไม่อยากเจอ ไม่อยากคุยด้วย และไม่อยากต้องพึ่งพากันเลยสักนิด

    แต่เพราะเราทำงานอยู่ในที่เดียวกัน มีโปรเจกต์ร่วมกัน มีทีมเดียวกัน เราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี

    บางคนเลือกเงียบ บางคนเลือกฝืนยิ้ม บางคนพูดแค่เท่าที่จำเป็น บางคนพยายามทำเหมือนไม่มีอะไร แต่ไม่ว่าจะแสดงออกแบบไหน ข้างในใจก็ยังเหนื่อยเหมือนเดิม

    ทำไมเราถึงไม่ชอบเขา? ทั้งที่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิดชัด ๆ

    บางคนเสียงดังเกินไป ชอบพูดแทรกเวลาคนอื่นกำลังเสนอไอเดีย บางคนชอบพูดประชด ใส่น้ำเสียงขัดใจตลอด บางคนชอบโยนงาน หรือรับปากไว้แล้วหาย บางคนพยายามทำตัวเด่นเกิน จนกลายเป็นทำลายบรรยากาศของทีม

    และบางครั้ง เขาอาจไม่ได้ทำอะไรผิดเลย แค่เรารู้สึกไม่คลิก ไม่อยากอยู่ใกล้ แค่นั้นจริง ๆ

    ไม่ผิดหรอกที่เราจะไม่ชอบใคร แต่เมื่อเรายังต้องทำงานร่วมกัน เราควรหาวิธี “อยู่ให้ไหว โดยไม่ทำร้ายใจตัวเอง” มากกว่าแค่ทนไปวัน ๆ

    เขียนกันชวนอ่าน "อยู่ให้ไหว เมื่อต้องทำงานกับคนที่ไม่ชอบหน้า: เข้าใจความรู้สึก และจัดการอย่างมืออาชีพ" ได้บนเว็บไซต์
    https://www.keangun.com/article/13056
    #บทความ
    #การทำงาน
    #การจัดการอารมณ์
    #ความรู้
    #แนวคิด
    #การจัดการตนเอง
    #ฮาวทู
    #เคล็ดลับ
    #เขียนกันดอทคอม
    #Keangun
    ที่ทำงานไม่ใช่ที่ที่เราจะเลือกคนมาอยู่รอบตัวเองได้เสมอ บางคนเรารู้สึกดีตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ แต่บางคน...แค่เห็นหน้าก็รู้สึกไม่อยากเข้าใกล้แล้ว แม้จะไม่เคยมีปัญหาอะไรกันตรง ๆ แต่พลังงานบางอย่างก็บอกเราว่า “ไม่ชอบเขาเลย” แล้วพอได้ร่วมงานกันจริง ๆ มันก็ยิ่งชัดขึ้นทุกวัน ว่านี่แหละคือคนที่เราไม่อยากเจอ ไม่อยากคุยด้วย และไม่อยากต้องพึ่งพากันเลยสักนิด แต่เพราะเราทำงานอยู่ในที่เดียวกัน มีโปรเจกต์ร่วมกัน มีทีมเดียวกัน เราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี บางคนเลือกเงียบ บางคนเลือกฝืนยิ้ม บางคนพูดแค่เท่าที่จำเป็น บางคนพยายามทำเหมือนไม่มีอะไร แต่ไม่ว่าจะแสดงออกแบบไหน ข้างในใจก็ยังเหนื่อยเหมือนเดิม ทำไมเราถึงไม่ชอบเขา? ทั้งที่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิดชัด ๆ บางคนเสียงดังเกินไป ชอบพูดแทรกเวลาคนอื่นกำลังเสนอไอเดีย บางคนชอบพูดประชด ใส่น้ำเสียงขัดใจตลอด บางคนชอบโยนงาน หรือรับปากไว้แล้วหาย บางคนพยายามทำตัวเด่นเกิน จนกลายเป็นทำลายบรรยากาศของทีม และบางครั้ง เขาอาจไม่ได้ทำอะไรผิดเลย แค่เรารู้สึกไม่คลิก ไม่อยากอยู่ใกล้ แค่นั้นจริง ๆ ไม่ผิดหรอกที่เราจะไม่ชอบใคร แต่เมื่อเรายังต้องทำงานร่วมกัน เราควรหาวิธี “อยู่ให้ไหว โดยไม่ทำร้ายใจตัวเอง” มากกว่าแค่ทนไปวัน ๆ เขียนกันชวนอ่าน "อยู่ให้ไหว เมื่อต้องทำงานกับคนที่ไม่ชอบหน้า: เข้าใจความรู้สึก และจัดการอย่างมืออาชีพ" ได้บนเว็บไซต์ https://www.keangun.com/article/13056 #บทความ #การทำงาน #การจัดการอารมณ์ #ความรู้ #แนวคิด #การจัดการตนเอง #ฮาวทู #เคล็ดลับ #เขียนกันดอทคอม #Keangun
    WWW.KEANGUN.COM
    อยู่ให้ไหว เมื่อต้องทำงานกับคนที่ไม่ชอบหน้า: เข้าใจความรู้สึก และจัดการอย่างมืออาชีพ
    ที่ทำงานไม่ใช่ที่ที่เราจะเลือกคนมาอยู่รอบตัวเองได้เสมอ บางคนเรารู้สึกดีตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ แต่บางคน...แค่เห็นหน้าก็รู้สึกไม่อยากเข้าใกล้แล้ว แม้จะไม่เคยมีปัญหาอะไรกันตรง ๆ แต่พลังงานบางอย่างก็บอกเราว่า “ไม่ชอบเขาเลย” แล้วพอได้ร่วมงานกันจริง ๆ มันก็ยิ่งชัดขึ้นทุกวัน ว่านี่แหละคือคนที่เราไม่อยากเจอ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 21 มุมมอง 0 รีวิว
  • Pebble Round 2 กลับมาแล้ว! บางเฉียบเหมือนเดิม แต่จอใหญ่ขึ้น แบตอึดขึ้น และยังคงความเป็น Pebble แบบต้นฉบับ

    Pebble เปิดตัว Pebble Round 2 อย่างเป็นทางการ ถือเป็นการคืนชีพหนึ่งในนาฬิกาที่แฟน ๆ รอคอยมากที่สุดตั้งแต่ยุค Pebble Time Round ปี 2015 รุ่นใหม่ยังคงความบางเฉียบเหมือนเดิม แต่แก้ปัญหาใหญ่ของรุ่นก่อนทั้งหมด ทั้งเรื่องแบตเตอรี่ที่สั้นและขอบจอที่หนาเกินไป โดย Pebble Round 2 มาพร้อม จอ e‑paper สีขนาด 1.3 นิ้วแบบไร้ขอบ, แบตใช้งานได้ ประมาณ 2 สัปดาห์, ตัวเรือนสเตนเลส และยังคงใช้ PebbleOS แบบโอเพ่นซอร์ส ที่แฟน ๆ ชื่นชอบ

    Pebble Round 2 ยังรองรับปุ่มกด 4 ปุ่มแบบดั้งเดิม พร้อมทัชสกรีนที่ “ไม่จำเป็นต้องใช้” ทำให้ยังคงความเป็นนาฬิกาที่ใช้งานง่ายแม้ไม่ต้องมองจอ นอกจากนี้ยังมีไมโครโฟนคู่สำหรับสั่งงาน AI และตอบข้อความ (Android พร้อมใช้ทันที ส่วน iOS จะตามมาใน EU) พร้อมฟีเจอร์พื้นฐานอย่างนับก้าว นอน และแสงไฟพื้นหลัง

    Pebble ระบุว่าการพัฒนารุ่นนี้ง่ายขึ้นมากเพราะนำดีไซน์ไฟฟ้าจาก Pebble Time 2 และโครงสร้างจาก Pebble Time Round มาผสมกับ PebbleOS ที่เป็นโอเพ่นซอร์ส ทำให้ทีมสามารถทำให้ระบบทำงานได้ภายใน “ไม่กี่วัน” หลังเริ่มโปรเจกต์ในเดือนมีนาคม 2025 ตอนนี้ Pebble Round 2 อยู่ในขั้น DVT (Design Verification Test) และพร้อมให้พรีออเดอร์ในราคา $199 โดยจะเริ่มส่งมอบในเดือน พฤษภาคม 2026

    Pebble ยังเปิดตัวสายแบบใหม่หลายแบบ ทั้งซิลิโคนและหนัง พร้อมรองรับสายมาตรฐาน 14mm และ 20mm ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งได้ตามใจ และยังเชิญชวนแฟน ๆ ไปชมตัวจริงที่บูธ Pebble ในงาน CES 2026 ที่ลาสเวกัสอีกด้วย

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ไฮไลต์ของ Pebble Round 2
    จอ 1.3" color e‑paper แบบไร้ขอบ
    แบตอึด ประมาณ 2 สัปดาห์
    บางเฉียบเพียง 8.1 มม.
    ตัวเรือนสเตนเลส 3 สี: ดำ / เงิน / โรสโกลด์
    รองรับ iOS และ Android
    ใช้ PebbleOS แบบโอเพ่นซอร์ส

    ข้อควรรู้
    ไม่ใช่นาฬิกาเน้นฟิตเนส (มีแค่ก้าว & นอน)
    iOS รองรับไมโครโฟนเฉพาะใน EU ช่วงแรก
    ยังอยู่ในขั้น DVT อาจมีการเปลี่ยนแปลงก่อนผลิตจริง

    ตัวเลือกและอุปกรณ์เสริม
    มี 4 รุ่น: Black 20mm / Silver 20mm / Silver 14mm / Rose Gold 14mm
    รองรับสายมาตรฐาน 14mm และ 20mm
    มีสายซิลิโคนและหนังแบบใหม่

    สิ่งที่ต้องระวัง
    ต้องเลือกขนาดสายให้ตรงกับรุ่น (14mm ↔ 20mm ใช้แทนกันไม่ได้)
    รุ่น 14mm อาจมีตัวเลือกสายน้อยกว่า

    สถานะการผลิตและการเปิดตัว
    เริ่มพัฒนาเดือนมีนาคม 2025
    ตอนนี้อยู่ในขั้น DVT
    พรีออเดอร์ราคา $199
    ส่งมอบ พฤษภาคม 2026
    โชว์ตัวจริงที่ CES 2026

    ความเสี่ยงก่อนวางขายจริง
    สเปกอาจมีการปรับเล็กน้อยในขั้น EVT/PVT
    จำนวนผลิตล็อตแรกอาจจำกัด

    https://repebble.com/blog/pebble-round-2-the-most-stylish-pebble-ever
    🕒✨ Pebble Round 2 กลับมาแล้ว! บางเฉียบเหมือนเดิม แต่จอใหญ่ขึ้น แบตอึดขึ้น และยังคงความเป็น Pebble แบบต้นฉบับ Pebble เปิดตัว Pebble Round 2 อย่างเป็นทางการ ถือเป็นการคืนชีพหนึ่งในนาฬิกาที่แฟน ๆ รอคอยมากที่สุดตั้งแต่ยุค Pebble Time Round ปี 2015 รุ่นใหม่ยังคงความบางเฉียบเหมือนเดิม แต่แก้ปัญหาใหญ่ของรุ่นก่อนทั้งหมด ทั้งเรื่องแบตเตอรี่ที่สั้นและขอบจอที่หนาเกินไป โดย Pebble Round 2 มาพร้อม จอ e‑paper สีขนาด 1.3 นิ้วแบบไร้ขอบ, แบตใช้งานได้ ประมาณ 2 สัปดาห์, ตัวเรือนสเตนเลส และยังคงใช้ PebbleOS แบบโอเพ่นซอร์ส ที่แฟน ๆ ชื่นชอบ Pebble Round 2 ยังรองรับปุ่มกด 4 ปุ่มแบบดั้งเดิม พร้อมทัชสกรีนที่ “ไม่จำเป็นต้องใช้” ทำให้ยังคงความเป็นนาฬิกาที่ใช้งานง่ายแม้ไม่ต้องมองจอ นอกจากนี้ยังมีไมโครโฟนคู่สำหรับสั่งงาน AI และตอบข้อความ (Android พร้อมใช้ทันที ส่วน iOS จะตามมาใน EU) พร้อมฟีเจอร์พื้นฐานอย่างนับก้าว นอน และแสงไฟพื้นหลัง Pebble ระบุว่าการพัฒนารุ่นนี้ง่ายขึ้นมากเพราะนำดีไซน์ไฟฟ้าจาก Pebble Time 2 และโครงสร้างจาก Pebble Time Round มาผสมกับ PebbleOS ที่เป็นโอเพ่นซอร์ส ทำให้ทีมสามารถทำให้ระบบทำงานได้ภายใน “ไม่กี่วัน” หลังเริ่มโปรเจกต์ในเดือนมีนาคม 2025 ตอนนี้ Pebble Round 2 อยู่ในขั้น DVT (Design Verification Test) และพร้อมให้พรีออเดอร์ในราคา $199 โดยจะเริ่มส่งมอบในเดือน พฤษภาคม 2026 Pebble ยังเปิดตัวสายแบบใหม่หลายแบบ ทั้งซิลิโคนและหนัง พร้อมรองรับสายมาตรฐาน 14mm และ 20mm ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งได้ตามใจ และยังเชิญชวนแฟน ๆ ไปชมตัวจริงที่บูธ Pebble ในงาน CES 2026 ที่ลาสเวกัสอีกด้วย 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ไฮไลต์ของ Pebble Round 2 ➡️ จอ 1.3" color e‑paper แบบไร้ขอบ ➡️ แบตอึด ประมาณ 2 สัปดาห์ ➡️ บางเฉียบเพียง 8.1 มม. ➡️ ตัวเรือนสเตนเลส 3 สี: ดำ / เงิน / โรสโกลด์ ➡️ รองรับ iOS และ Android ➡️ ใช้ PebbleOS แบบโอเพ่นซอร์ส ‼️ ข้อควรรู้ ⛔ ไม่ใช่นาฬิกาเน้นฟิตเนส (มีแค่ก้าว & นอน) ⛔ iOS รองรับไมโครโฟนเฉพาะใน EU ช่วงแรก ⛔ ยังอยู่ในขั้น DVT อาจมีการเปลี่ยนแปลงก่อนผลิตจริง ✅ ตัวเลือกและอุปกรณ์เสริม ➡️ มี 4 รุ่น: Black 20mm / Silver 20mm / Silver 14mm / Rose Gold 14mm ➡️ รองรับสายมาตรฐาน 14mm และ 20mm ➡️ มีสายซิลิโคนและหนังแบบใหม่ ‼️ สิ่งที่ต้องระวัง ⛔ ต้องเลือกขนาดสายให้ตรงกับรุ่น (14mm ↔ 20mm ใช้แทนกันไม่ได้) ⛔ รุ่น 14mm อาจมีตัวเลือกสายน้อยกว่า ✅ สถานะการผลิตและการเปิดตัว ➡️ เริ่มพัฒนาเดือนมีนาคม 2025 ➡️ ตอนนี้อยู่ในขั้น DVT ➡️ พรีออเดอร์ราคา $199 ➡️ ส่งมอบ พฤษภาคม 2026 ➡️ โชว์ตัวจริงที่ CES 2026 ‼️ ความเสี่ยงก่อนวางขายจริง ⛔ สเปกอาจมีการปรับเล็กน้อยในขั้น EVT/PVT ⛔ จำนวนผลิตล็อตแรกอาจจำกัด https://repebble.com/blog/pebble-round-2-the-most-stylish-pebble-ever
    REPEBBLE.COM
    Pebble Round 2 - The Most Stylish Pebble Ever
    Pebble Round 2 - The Most Stylish Pebble Ever
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 56 มุมมอง 0 รีวิว
  • นักพัฒนาเปลี่ยนจาก VSCode มาใช้ Zed แบบถาวร — เร็วกว่า เบากว่า และไม่มี AI ยัดเยียด

    Victor Skvortsov นักพัฒนาที่ใช้ VSCode มานานหลายปีตัดสินใจย้ายมาใช้ Zed แบบเต็มตัวในปลายปี 2025 หลังจากรู้สึกว่า VSCode เริ่ม “หนัก ช้า และเต็มไปด้วยฟีเจอร์ AI ที่รบกวนการทำงาน” โดยเฉพาะการบังคับใช้ Copilot แม้จะปิดไปแล้วก็ตาม เขาเล่าว่าอัปเดตแต่ละครั้งมักเพิ่มฟีเจอร์ AI ใหม่ ๆ ที่ต้องคอยปิดเอง ทำให้ settings.json ของเขายาวขึ้นเรื่อย ๆ และตัวโปรแกรมก็เริ่ม crash บ่อยขึ้น

    เมื่อทดลองใช้ Zed เขาพบว่า UI คุ้นเคยเหมือน VSCode แต่ เร็วกว่า เสถียรกว่า และไม่มีฟีเจอร์ AI ที่ยัดเยียด การทำงานลื่นไหลจนทำให้เขารู้สึก “กลับมามีความสุขกับการเขียนโค้ดอีกครั้ง” อย่างไรก็ตาม การตั้งค่า Python บน Zed ยังไม่สมบูรณ์แบบและต้องปรับแต่งเอง โดยเฉพาะเรื่อง type checking ของ Basedpyright ที่ทำงานต่างจาก Pyright ใน VSCode

    แม้จะมีจุดที่ต้องเรียนรู้ แต่ Zed ทำงานได้ดีมากกับ Go และภาษาอื่น ๆ โดยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่ม เขายังชื่นชมว่า Zed เสถียร ไม่มีอาการค้างหรือ crash ตลอดสองสัปดาห์ที่ใช้งาน และ ecosystem แม้จะเล็กกว่า VSCode มาก แต่ก็เพียงพอสำหรับงานจริงของเขา

    สุดท้าย Victor เชื่อว่า Zed คือคู่แข่งที่ “จริงจังที่สุด” ของ VSCode ในรอบหลายปี และหวังว่า Microsoft จะกลับมาทำให้ VSCode “ใช้งานง่ายเหมือนเดิม” อีกครั้ง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ทำไมถึงเลิกใช้ VSCode
    ฟีเจอร์ AI (Copilot) ถูกบังคับแม้ปิดแล้ว
    อัปเดตแต่ละครั้งเพิ่มสิ่งที่ต้องปิดเอง
    โปรแกรมเริ่มช้า หน่วง และ crash บ่อย

    ปัญหาที่เกิดขึ้น
    Inline suggestions รบกวน shell
    ต้องเพิ่ม opt-out ใน settings.json จำนวนมาก
    ความเสถียรลดลงหลังเน้นฟีเจอร์ AI

    สิ่งที่ชอบใน Zed
    เร็วมาก ตอบสนองทันที
    UI คล้าย VSCode ใช้งานต่อได้ทันที
    ไม่มี AI รบกวน และฟีเจอร์ AI ถูกซ่อนไว้ ไม่บังคับ
    เสถียร ไม่ crash ตลอดหลายสัปดาห์

    จุดที่ต้องปรับตัว
    ไม่มีแถบ “Open Editors” แบบ VSCode
    ต้องใช้ file search (Cmd+P) เป็นหลัก
    ecosystem เล็กกว่า VSCode มาก

    การตั้งค่า Python บน Zed
    ใช้ Basedpyright เป็น default
    ต้องตั้งค่า typeCheckingMode เองใน pyproject.toml
    ปิด pull diagnostics เพื่อให้ error อัปเดตแบบเรียลไทม์

    ปัญหาที่พบ
    การตั้งค่าใน settings.json ไม่ทำงานถ้ามี [tool.pyright]
    ต้องแก้ทีละโปรเจกต์
    เอกสารของ Zed ยังไม่ชัดเจนในบางจุด

    บทสรุปของผู้เขียน
    Zed กลายเป็น IDE หลักสำหรับ Python และ Go
    ใช้งานง่าย เร็ว และให้ความรู้สึก “สนุกกับการเขียนโค้ด”
    VSCode ได้คู่แข่งที่แท้จริงแล้ว

    https://tenthousandmeters.com/blog/i-switched-from-vscode-to-zed/
    🧑‍💻⚡ นักพัฒนาเปลี่ยนจาก VSCode มาใช้ Zed แบบถาวร — เร็วกว่า เบากว่า และไม่มี AI ยัดเยียด Victor Skvortsov นักพัฒนาที่ใช้ VSCode มานานหลายปีตัดสินใจย้ายมาใช้ Zed แบบเต็มตัวในปลายปี 2025 หลังจากรู้สึกว่า VSCode เริ่ม “หนัก ช้า และเต็มไปด้วยฟีเจอร์ AI ที่รบกวนการทำงาน” โดยเฉพาะการบังคับใช้ Copilot แม้จะปิดไปแล้วก็ตาม เขาเล่าว่าอัปเดตแต่ละครั้งมักเพิ่มฟีเจอร์ AI ใหม่ ๆ ที่ต้องคอยปิดเอง ทำให้ settings.json ของเขายาวขึ้นเรื่อย ๆ และตัวโปรแกรมก็เริ่ม crash บ่อยขึ้น เมื่อทดลองใช้ Zed เขาพบว่า UI คุ้นเคยเหมือน VSCode แต่ เร็วกว่า เสถียรกว่า และไม่มีฟีเจอร์ AI ที่ยัดเยียด การทำงานลื่นไหลจนทำให้เขารู้สึก “กลับมามีความสุขกับการเขียนโค้ดอีกครั้ง” อย่างไรก็ตาม การตั้งค่า Python บน Zed ยังไม่สมบูรณ์แบบและต้องปรับแต่งเอง โดยเฉพาะเรื่อง type checking ของ Basedpyright ที่ทำงานต่างจาก Pyright ใน VSCode แม้จะมีจุดที่ต้องเรียนรู้ แต่ Zed ทำงานได้ดีมากกับ Go และภาษาอื่น ๆ โดยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่ม เขายังชื่นชมว่า Zed เสถียร ไม่มีอาการค้างหรือ crash ตลอดสองสัปดาห์ที่ใช้งาน และ ecosystem แม้จะเล็กกว่า VSCode มาก แต่ก็เพียงพอสำหรับงานจริงของเขา สุดท้าย Victor เชื่อว่า Zed คือคู่แข่งที่ “จริงจังที่สุด” ของ VSCode ในรอบหลายปี และหวังว่า Microsoft จะกลับมาทำให้ VSCode “ใช้งานง่ายเหมือนเดิม” อีกครั้ง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ทำไมถึงเลิกใช้ VSCode ➡️ ฟีเจอร์ AI (Copilot) ถูกบังคับแม้ปิดแล้ว ➡️ อัปเดตแต่ละครั้งเพิ่มสิ่งที่ต้องปิดเอง ➡️ โปรแกรมเริ่มช้า หน่วง และ crash บ่อย ‼️ ปัญหาที่เกิดขึ้น ⛔ Inline suggestions รบกวน shell ⛔ ต้องเพิ่ม opt-out ใน settings.json จำนวนมาก ⛔ ความเสถียรลดลงหลังเน้นฟีเจอร์ AI ✅ สิ่งที่ชอบใน Zed ➡️ เร็วมาก ตอบสนองทันที ➡️ UI คล้าย VSCode ใช้งานต่อได้ทันที ➡️ ไม่มี AI รบกวน และฟีเจอร์ AI ถูกซ่อนไว้ ไม่บังคับ ➡️ เสถียร ไม่ crash ตลอดหลายสัปดาห์ ‼️ จุดที่ต้องปรับตัว ⛔ ไม่มีแถบ “Open Editors” แบบ VSCode ⛔ ต้องใช้ file search (Cmd+P) เป็นหลัก ⛔ ecosystem เล็กกว่า VSCode มาก ✅ การตั้งค่า Python บน Zed ➡️ ใช้ Basedpyright เป็น default ➡️ ต้องตั้งค่า typeCheckingMode เองใน pyproject.toml ➡️ ปิด pull diagnostics เพื่อให้ error อัปเดตแบบเรียลไทม์ ‼️ ปัญหาที่พบ ⛔ การตั้งค่าใน settings.json ไม่ทำงานถ้ามี [tool.pyright] ⛔ ต้องแก้ทีละโปรเจกต์ ⛔ เอกสารของ Zed ยังไม่ชัดเจนในบางจุด ✅ บทสรุปของผู้เขียน ➡️ Zed กลายเป็น IDE หลักสำหรับ Python และ Go ➡️ ใช้งานง่าย เร็ว และให้ความรู้สึก “สนุกกับการเขียนโค้ด” ➡️ VSCode ได้คู่แข่งที่แท้จริงแล้ว https://tenthousandmeters.com/blog/i-switched-from-vscode-to-zed/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 30 มุมมอง 0 รีวิว
  • เมื่อ Google ไม่เหมือนเดิม — นักเขียนถูกปฏิเสธ DMCA ทั้งที่เป็นเจ้าของผลงานจริง

    Jeff Starr นักพัฒนาเว็บและผู้เขียนหนังสือชื่อดังในวงการ WordPress เล่าเหตุการณ์สะเทือนใจว่า Google ซึ่งเคยช่วยลบลิงก์ละเมิดลิขสิทธิ์ให้เขามาตลอดหลายปี กลับปฏิเสธคำร้อง DMCA ของเขาอย่างไม่คาดคิดในปี 2026 ทั้งที่เขาเป็นเจ้าของผลงานจริงและเคยยืนยันตัวตนผ่าน Search Console แล้วหลายครั้ง การตอบกลับของ Google เต็มไปด้วยความคลุมเครือ ตั้งแต่การ “ไม่มั่นใจว่าเขาเป็นผู้เขียน” ไปจนถึง “ไม่เชื่อว่าเขาเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์” โดยไม่บอกวิธีพิสูจน์ตัวตนหรือขั้นตอนที่ต้องทำแต่อย่างใด

    Jeff พยายามส่งหลักฐานจำนวนมาก ทั้งเว็บไซต์ที่เขาเป็นเจ้าของ บัญชี Search Console ที่ยืนยันแล้ว และโซเชียลมีเดียที่เชื่อมโยงกับตัวตนของเขา แต่ Google ยังคงตอบแบบกำกวมและโยนภาระให้เขา “อธิบายเพิ่มเติม” โดยไม่บอกว่าต้องทำอย่างไร สุดท้าย Google ตอบกลับว่า “จะไม่ดำเนินการใด ๆ” และแนะนำให้เขาติดต่อเว็บมาสเตอร์ของเว็บไซต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์เอง หรือดำเนินคดีทางกฎหมายแทน

    เหตุการณ์นี้ทำให้ Jeff รู้สึกเหมือนถูกทรยศจากบริษัทที่เขาเคยเชื่อใจ เขาเล่าว่า Google เคยเป็นพันธมิตรที่ดี ช่วยเหลือผู้สร้างคอนเทนต์รายเล็กอย่างเขามาโดยตลอด แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นองค์กรยักษ์ที่ไม่สนใจเสียงร้องขอของผู้สร้างผลงานอีกต่อไป ความผิดหวังนี้สะท้อนผ่านคอมเมนต์จำนวนมากที่เห็นด้วยว่า Google ไม่เหมือนเดิม และหลายคนแนะนำให้เขาหาทนายด้านลิขสิทธิ์ แม้เจ้าตัวจะบอกว่า “ไม่มีงบพอจะทำแบบนั้น”

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่เกิดขึ้น
    Jeff ยื่น DMCA เพื่อให้ Google ลบลิงก์ละเมิดลิขสิทธิ์หนังสือของเขา
    Google ปฏิเสธ โดยอ้างว่า “ไม่มั่นใจว่าเขาเป็นผู้เขียน”
    แม้เขาจะให้หลักฐานจำนวนมาก Google ก็ยังไม่ดำเนินการ

    ปัญหาและความเสี่ยง
    Google ไม่บอกวิธีพิสูจน์ตัวตนหรือขั้นตอนที่ต้องทำ
    ผู้สร้างคอนเทนต์รายเล็กอาจถูกละเลยหรือถูกปฏิเสธแบบไม่เป็นธรรม
    ลิงก์ละเมิดลิขสิทธิ์ยังคงอยู่ ทำให้เจ้าของผลงานเสียรายได้

    สิ่งที่ Jeff พยายามทำ
    ส่งเว็บไซต์ที่เขาเป็นเจ้าของทั้งหมด
    ใช้บัญชี Search Console ที่ยืนยันแล้ว
    ส่งข้อมูลโซเชียลมีเดียเพื่อยืนยันตัวตน

    สิ่งที่ Google ตอบกลับ
    ขอ “หลักฐานเพิ่มเติม” โดยไม่บอกว่าต้องการอะไร
    ปฏิเสธคำร้อง DMCA โดยไม่ให้เหตุผลชัดเจน
    แนะนำให้เขาไปคุยกับเว็บมาสเตอร์เองหรือฟ้องร้อง

    ปฏิกิริยาจากชุมชน
    หลายคนเห็นด้วยว่า Google ไม่เหมือนเดิม
    มีคนแนะนำให้หาทนายด้านลิขสิทธิ์
    เรื่องนี้กลายเป็นกระทู้ดังบน Hacker News

    ความกังวลที่กว้างขึ้น
    ผู้สร้างผลงานอาจถูกละเลยในระบบอัตโนมัติของบริษัทใหญ่
    กระบวนการ DMCA ของ Google อาจไม่โปร่งใส
    ความเชื่อมั่นต่อแพลตฟอร์มลดลง

    https://perishablepress.com/google-broke-my-heart/
    💔🔍 เมื่อ Google ไม่เหมือนเดิม — นักเขียนถูกปฏิเสธ DMCA ทั้งที่เป็นเจ้าของผลงานจริง Jeff Starr นักพัฒนาเว็บและผู้เขียนหนังสือชื่อดังในวงการ WordPress เล่าเหตุการณ์สะเทือนใจว่า Google ซึ่งเคยช่วยลบลิงก์ละเมิดลิขสิทธิ์ให้เขามาตลอดหลายปี กลับปฏิเสธคำร้อง DMCA ของเขาอย่างไม่คาดคิดในปี 2026 ทั้งที่เขาเป็นเจ้าของผลงานจริงและเคยยืนยันตัวตนผ่าน Search Console แล้วหลายครั้ง การตอบกลับของ Google เต็มไปด้วยความคลุมเครือ ตั้งแต่การ “ไม่มั่นใจว่าเขาเป็นผู้เขียน” ไปจนถึง “ไม่เชื่อว่าเขาเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์” โดยไม่บอกวิธีพิสูจน์ตัวตนหรือขั้นตอนที่ต้องทำแต่อย่างใด Jeff พยายามส่งหลักฐานจำนวนมาก ทั้งเว็บไซต์ที่เขาเป็นเจ้าของ บัญชี Search Console ที่ยืนยันแล้ว และโซเชียลมีเดียที่เชื่อมโยงกับตัวตนของเขา แต่ Google ยังคงตอบแบบกำกวมและโยนภาระให้เขา “อธิบายเพิ่มเติม” โดยไม่บอกว่าต้องทำอย่างไร สุดท้าย Google ตอบกลับว่า “จะไม่ดำเนินการใด ๆ” และแนะนำให้เขาติดต่อเว็บมาสเตอร์ของเว็บไซต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์เอง หรือดำเนินคดีทางกฎหมายแทน เหตุการณ์นี้ทำให้ Jeff รู้สึกเหมือนถูกทรยศจากบริษัทที่เขาเคยเชื่อใจ เขาเล่าว่า Google เคยเป็นพันธมิตรที่ดี ช่วยเหลือผู้สร้างคอนเทนต์รายเล็กอย่างเขามาโดยตลอด แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นองค์กรยักษ์ที่ไม่สนใจเสียงร้องขอของผู้สร้างผลงานอีกต่อไป ความผิดหวังนี้สะท้อนผ่านคอมเมนต์จำนวนมากที่เห็นด้วยว่า Google ไม่เหมือนเดิม และหลายคนแนะนำให้เขาหาทนายด้านลิขสิทธิ์ แม้เจ้าตัวจะบอกว่า “ไม่มีงบพอจะทำแบบนั้น” 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่เกิดขึ้น ➡️ Jeff ยื่น DMCA เพื่อให้ Google ลบลิงก์ละเมิดลิขสิทธิ์หนังสือของเขา ➡️ Google ปฏิเสธ โดยอ้างว่า “ไม่มั่นใจว่าเขาเป็นผู้เขียน” ➡️ แม้เขาจะให้หลักฐานจำนวนมาก Google ก็ยังไม่ดำเนินการ ‼️ ปัญหาและความเสี่ยง ⛔ Google ไม่บอกวิธีพิสูจน์ตัวตนหรือขั้นตอนที่ต้องทำ ⛔ ผู้สร้างคอนเทนต์รายเล็กอาจถูกละเลยหรือถูกปฏิเสธแบบไม่เป็นธรรม ⛔ ลิงก์ละเมิดลิขสิทธิ์ยังคงอยู่ ทำให้เจ้าของผลงานเสียรายได้ ✅ สิ่งที่ Jeff พยายามทำ ➡️ ส่งเว็บไซต์ที่เขาเป็นเจ้าของทั้งหมด ➡️ ใช้บัญชี Search Console ที่ยืนยันแล้ว ➡️ ส่งข้อมูลโซเชียลมีเดียเพื่อยืนยันตัวตน ‼️ สิ่งที่ Google ตอบกลับ ⛔ ขอ “หลักฐานเพิ่มเติม” โดยไม่บอกว่าต้องการอะไร ⛔ ปฏิเสธคำร้อง DMCA โดยไม่ให้เหตุผลชัดเจน ⛔ แนะนำให้เขาไปคุยกับเว็บมาสเตอร์เองหรือฟ้องร้อง ✅ ปฏิกิริยาจากชุมชน ➡️ หลายคนเห็นด้วยว่า Google ไม่เหมือนเดิม ➡️ มีคนแนะนำให้หาทนายด้านลิขสิทธิ์ ➡️ เรื่องนี้กลายเป็นกระทู้ดังบน Hacker News ‼️ ความกังวลที่กว้างขึ้น ⛔ ผู้สร้างผลงานอาจถูกละเลยในระบบอัตโนมัติของบริษัทใหญ่ ⛔ กระบวนการ DMCA ของ Google อาจไม่โปร่งใส ⛔ ความเชื่อมั่นต่อแพลตฟอร์มลดลง https://perishablepress.com/google-broke-my-heart/
    PERISHABLEPRESS.COM
    Google Broke My Heart | Perishable Press
    For years, I thought of Google as a trustworthy helper on the Web. Especially where it mattered most, removing pirated copies of my books from Google...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 35 มุมมอง 0 รีวิว
  • AWS ปรับขึ้นราคา GPU Capacity Blocks 15% แบบเงียบ ๆ — เขย่าวงการคลาวด์ ML ทั่วโลก

    AWS ได้ปรับขึ้นราคา EC2 Capacity Blocks for ML ประมาณ 15% แบบไม่ประกาศล่วงหน้า และที่สำคัญคือทำในวันเสาร์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หลายองค์กรไม่ทันสังเกต การขึ้นราคานี้ส่งผลโดยตรงต่อผู้ใช้งาน GPU สำหรับงาน Machine Learning ระดับองค์กร โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการการันตี GPU สำหรับงานเทรนนิ่งที่ต้องใช้เวลานานและไม่สามารถเสี่ยงกับ Spot Instance ได้

    ราคาของอินสแตนซ์ยอดนิยมอย่าง p5e.48xlarge (8× NVIDIA H200) เพิ่มจาก $34.61 → $39.80 ต่อชั่วโมง ส่วน p5en.48xlarge เพิ่มจาก $36.18 → $41.61 และในบางภูมิภาค เช่น US West (N. California) ราคาพุ่งสูงกว่านั้นอีก การขึ้นราคานี้เกิดขึ้นเพียง 7 เดือนหลังจาก AWS เคยประกาศ “ลดราคา GPU สูงสุด 45%” แต่ครั้งนั้นเป็นการลดเฉพาะ On‑Demand และ Savings Plans ไม่ใช่ Capacity Blocks

    AWS ระบุว่าการขึ้นราคาครั้งนี้สะท้อน “อุปสงค์‑อุปทาน” ของไตรมาสปัจจุบัน แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่านี่อาจเป็นสัญญาณว่า ยุคที่ AWS ลดราคาอย่างเดียวกำลังจะจบลง และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการขึ้นราคาในบริการอื่น ๆ โดยเฉพาะทรัพยากรที่ขาดแคลน เช่น GPU และ RAM ซึ่งเป็นหัวใจของงาน AI

    การขึ้นราคานี้ยังเปิดโอกาสให้คู่แข่งอย่าง Azure และ Google Cloud ใช้เป็นจุดโจมตีทางการตลาด แม้พวกเขาเองก็ประสบปัญหาขาดแคลน GPU เช่นกัน แต่ perception มีผลมากในดีลระดับองค์กร ทำให้ AWS อาจต้องเผชิญแรงกดดันจากลูกค้ารายใหญ่ที่มีสัญญา EDP ซึ่งผูกส่วนลดไว้กับ “ราคา public” ที่ตอนนี้เพิ่มขึ้นแล้ว

    สรุปประเด็นสำคัญ
    รายละเอียดการขึ้นราคา
    AWS ปรับขึ้นราคา EC2 Capacity Blocks for ML ~15%
    p5e.48xlarge: $34.61 → $39.80/hr
    p5en.48xlarge: $36.18 → $41.61/hr
    ภูมิภาค US West (N. California) ขึ้นสูงกว่าเฉลี่ย

    ผลกระทบต่อผู้ใช้
    ค่าใช้จ่าย ML training เพิ่มขึ้นทันที
    ลูกค้าที่มี Enterprise Discount Program (EDP) อาจต้องจ่ายแพงขึ้น เพราะส่วนลดอิงราคาปัจจุบัน
    คู่แข่งสามารถใช้ข่าวนี้โจมตี AWS ในดีลองค์กร

    เหตุผลที่ AWS อ้าง
    ราคาสะท้อน “อุปสงค์‑อุปทาน” ของไตรมาสนี้
    GPU ขาดแคลนทั่วโลก ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น

    ความเสี่ยงในอนาคต
    อาจเป็นสัญญาณว่าบริการอื่น เช่น RAM‑heavy instances อาจขึ้นราคาตาม
    ทำลายความเชื่อที่ว่า “ราคาคลาวด์มีแต่ลดลง” ซึ่ง AWS สร้างมานานกว่า 20 ปี

    มุมมองเชิงกลยุทธ์
    Capacity Blocks เป็นบริการสำหรับองค์กร ML ระดับใหญ่ ไม่ใช่ผู้ใช้ทั่วไป
    การขึ้นราคาครั้งนี้อาจเป็น “จุดเปลี่ยน” ของตลาดคลาวด์ AI

    ความเสี่ยงเชิงอุตสาหกรรม
    หาก AWS ขึ้นราคาแล้วไม่มีผลกระทบมาก การขึ้นครั้งต่อไปจะง่ายขึ้น
    อาจเกิด “โดมิโน” ให้ผู้ให้บริการคลาวด์รายอื่นขึ้นราคาตาม

    https://www.theregister.com/2026/01/05/aws_price_increase/
    💸🔥 AWS ปรับขึ้นราคา GPU Capacity Blocks 15% แบบเงียบ ๆ — เขย่าวงการคลาวด์ ML ทั่วโลก AWS ได้ปรับขึ้นราคา EC2 Capacity Blocks for ML ประมาณ 15% แบบไม่ประกาศล่วงหน้า และที่สำคัญคือทำในวันเสาร์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หลายองค์กรไม่ทันสังเกต การขึ้นราคานี้ส่งผลโดยตรงต่อผู้ใช้งาน GPU สำหรับงาน Machine Learning ระดับองค์กร โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการการันตี GPU สำหรับงานเทรนนิ่งที่ต้องใช้เวลานานและไม่สามารถเสี่ยงกับ Spot Instance ได้ ราคาของอินสแตนซ์ยอดนิยมอย่าง p5e.48xlarge (8× NVIDIA H200) เพิ่มจาก $34.61 → $39.80 ต่อชั่วโมง ส่วน p5en.48xlarge เพิ่มจาก $36.18 → $41.61 และในบางภูมิภาค เช่น US West (N. California) ราคาพุ่งสูงกว่านั้นอีก การขึ้นราคานี้เกิดขึ้นเพียง 7 เดือนหลังจาก AWS เคยประกาศ “ลดราคา GPU สูงสุด 45%” แต่ครั้งนั้นเป็นการลดเฉพาะ On‑Demand และ Savings Plans ไม่ใช่ Capacity Blocks AWS ระบุว่าการขึ้นราคาครั้งนี้สะท้อน “อุปสงค์‑อุปทาน” ของไตรมาสปัจจุบัน แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่านี่อาจเป็นสัญญาณว่า ยุคที่ AWS ลดราคาอย่างเดียวกำลังจะจบลง และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการขึ้นราคาในบริการอื่น ๆ โดยเฉพาะทรัพยากรที่ขาดแคลน เช่น GPU และ RAM ซึ่งเป็นหัวใจของงาน AI การขึ้นราคานี้ยังเปิดโอกาสให้คู่แข่งอย่าง Azure และ Google Cloud ใช้เป็นจุดโจมตีทางการตลาด แม้พวกเขาเองก็ประสบปัญหาขาดแคลน GPU เช่นกัน แต่ perception มีผลมากในดีลระดับองค์กร ทำให้ AWS อาจต้องเผชิญแรงกดดันจากลูกค้ารายใหญ่ที่มีสัญญา EDP ซึ่งผูกส่วนลดไว้กับ “ราคา public” ที่ตอนนี้เพิ่มขึ้นแล้ว 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ รายละเอียดการขึ้นราคา ➡️ AWS ปรับขึ้นราคา EC2 Capacity Blocks for ML ~15% ➡️ p5e.48xlarge: $34.61 → $39.80/hr ➡️ p5en.48xlarge: $36.18 → $41.61/hr ➡️ ภูมิภาค US West (N. California) ขึ้นสูงกว่าเฉลี่ย ‼️ ผลกระทบต่อผู้ใช้ ⛔ ค่าใช้จ่าย ML training เพิ่มขึ้นทันที ⛔ ลูกค้าที่มี Enterprise Discount Program (EDP) อาจต้องจ่ายแพงขึ้น เพราะส่วนลดอิงราคาปัจจุบัน ⛔ คู่แข่งสามารถใช้ข่าวนี้โจมตี AWS ในดีลองค์กร ✅ เหตุผลที่ AWS อ้าง ➡️ ราคาสะท้อน “อุปสงค์‑อุปทาน” ของไตรมาสนี้ ➡️ GPU ขาดแคลนทั่วโลก ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ‼️ ความเสี่ยงในอนาคต ⛔ อาจเป็นสัญญาณว่าบริการอื่น เช่น RAM‑heavy instances อาจขึ้นราคาตาม ⛔ ทำลายความเชื่อที่ว่า “ราคาคลาวด์มีแต่ลดลง” ซึ่ง AWS สร้างมานานกว่า 20 ปี ✅ มุมมองเชิงกลยุทธ์ ➡️ Capacity Blocks เป็นบริการสำหรับองค์กร ML ระดับใหญ่ ไม่ใช่ผู้ใช้ทั่วไป ➡️ การขึ้นราคาครั้งนี้อาจเป็น “จุดเปลี่ยน” ของตลาดคลาวด์ AI ‼️ ความเสี่ยงเชิงอุตสาหกรรม ⛔ หาก AWS ขึ้นราคาแล้วไม่มีผลกระทบมาก การขึ้นครั้งต่อไปจะง่ายขึ้น ⛔ อาจเกิด “โดมิโน” ให้ผู้ให้บริการคลาวด์รายอื่นขึ้นราคาตาม https://www.theregister.com/2026/01/05/aws_price_increase/
    WWW.THEREGISTER.COM
    AWS raises GPU prices 15% on a Saturday
    : An anomaly or the beginning of a new trend? My bet's on the latter
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 39 มุมมอง 0 รีวิว
  • เวียดนามประกาศแบนโฆษณาบังคับดู! บังคับปุ่ม Skip ภายใน 5 วินาที เริ่มใช้ ก.พ. 2026

    เวียดนามออก Decree No. 342 ซึ่งเป็นข้อกำหนดใหม่ภายใต้กฎหมายโฆษณา และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2026 โดยมีเป้าหมายเพื่อควบคุมโฆษณาออนไลน์ให้โปร่งใสขึ้น ปกป้องผู้บริโภค และลดโฆษณาที่ผิดกฎหมาย หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการ จำกัดเวลาโฆษณาที่บังคับดูไม่เกิน 5 วินาที ก่อนที่ผู้ชมจะสามารถกดข้ามได้ ส่วนโฆษณาแบบภาพนิ่งต้องสามารถปิดได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเลย

    นอกจากนี้ กฎหมายใหม่ยังบังคับให้แพลตฟอร์มออนไลน์ต้องมีปุ่มปิดโฆษณาที่ชัดเจน ไม่ใช้สัญลักษณ์หลอกลวง และต้องมีระบบรายงานโฆษณาที่ผิดกฎหมายอย่างง่ายและมองเห็นได้ชัดเจน ผู้ใช้ต้องสามารถปิดหรือปฏิเสธโฆษณาที่ไม่เหมาะสมได้ด้วยการกดเพียงครั้งเดียว ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐาน UX ของโฆษณาออนไลน์ในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

    นอกจากเรื่องประสบการณ์ผู้ใช้แล้ว กฎหมายยังเข้มงวดกับโฆษณาใน 11 กลุ่มสินค้าและบริการที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เช่น เครื่องสำอาง อาหาร เครื่องดื่ม นมเด็ก ยาฆ่าแมลง อุปกรณ์การแพทย์ บริการสุขภาพ ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ ยา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นหมวดที่มักถูกใช้โฆษณาเกินจริงหรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดได้ง่าย

    มาตรการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของเวียดนามในการสร้างสภาพแวดล้อมโฆษณาที่ปลอดภัย โปร่งใส และเป็นมิตรกับผู้ใช้มากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่โฆษณาออนไลน์มีจำนวนมากและมักใช้เทคนิคหลอกล่อผู้ชม การบังคับให้ปิดโฆษณาได้ง่ายขึ้นอาจเป็นแรงกดดันให้แพลตฟอร์มระดับโลก เช่น YouTube และ Facebook ต้องปรับระบบโฆษณาให้สอดคล้องกับกฎหมายท้องถิ่นมากขึ้น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    กฎหมายใหม่เกี่ยวกับโฆษณาออนไลน์
    จำกัดโฆษณาวิดีโอ/แอนิเมชันให้กดข้ามได้ภายใน 5 วินาที
    โฆษณาภาพนิ่งต้องปิดได้ทันที
    ห้ามใช้ปุ่มหรือสัญลักษณ์ที่ทำให้ผู้ใช้สับสน

    ความเสี่ยงและปัญหาที่ต้องระวัง
    โฆษณาที่หลอกลวงหรือปิดยากอาจถูกลงโทษตามกฎหมาย
    แพลตฟอร์มที่ไม่ปรับระบบอาจถูกมองว่าละเมิดกฎหมายท้องถิ่น

    สิ่งที่แพลตฟอร์มต้องทำ
    เพิ่มปุ่มปิดโฆษณาที่ชัดเจนและใช้งานง่าย
    มีระบบรายงานโฆษณาที่ผิดกฎหมายแบบ one‑click
    อนุญาตให้ผู้ใช้ปิดหรือปฏิเสธโฆษณาที่ไม่เหมาะสมได้

    ความเสี่ยงหากไม่ปฏิบัติตาม
    อาจถูกตรวจสอบหรือถูกลงโทษโดยหน่วยงานรัฐ
    ผู้ใช้สูญเสียความเชื่อมั่นในแพลตฟอร์ม

    กลุ่มสินค้าที่ถูกควบคุมเข้มงวด
    เครื่องสำอาง อาหาร เครื่องดื่ม นมเด็ก
    ยาฆ่าแมลง อุปกรณ์การแพทย์ บริการสุขภาพ
    ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ ยา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    เหตุผลที่ต้องควบคุม
    เป็นสินค้าที่มีผลต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
    มักถูกใช้โฆษณาเกินจริงหรือทำให้เข้าใจผิด

    https://saigoneer.com/vietnam-news/28652-vienam-bans-unskippable-ads,-requires-skip-button-to-appear-after-5-seconds
    🎬🚫 เวียดนามประกาศแบนโฆษณาบังคับดู! บังคับปุ่ม Skip ภายใน 5 วินาที เริ่มใช้ ก.พ. 2026 เวียดนามออก Decree No. 342 ซึ่งเป็นข้อกำหนดใหม่ภายใต้กฎหมายโฆษณา และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2026 โดยมีเป้าหมายเพื่อควบคุมโฆษณาออนไลน์ให้โปร่งใสขึ้น ปกป้องผู้บริโภค และลดโฆษณาที่ผิดกฎหมาย หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการ จำกัดเวลาโฆษณาที่บังคับดูไม่เกิน 5 วินาที ก่อนที่ผู้ชมจะสามารถกดข้ามได้ ส่วนโฆษณาแบบภาพนิ่งต้องสามารถปิดได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเลย นอกจากนี้ กฎหมายใหม่ยังบังคับให้แพลตฟอร์มออนไลน์ต้องมีปุ่มปิดโฆษณาที่ชัดเจน ไม่ใช้สัญลักษณ์หลอกลวง และต้องมีระบบรายงานโฆษณาที่ผิดกฎหมายอย่างง่ายและมองเห็นได้ชัดเจน ผู้ใช้ต้องสามารถปิดหรือปฏิเสธโฆษณาที่ไม่เหมาะสมได้ด้วยการกดเพียงครั้งเดียว ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐาน UX ของโฆษณาออนไลน์ในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากเรื่องประสบการณ์ผู้ใช้แล้ว กฎหมายยังเข้มงวดกับโฆษณาใน 11 กลุ่มสินค้าและบริการที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เช่น เครื่องสำอาง อาหาร เครื่องดื่ม นมเด็ก ยาฆ่าแมลง อุปกรณ์การแพทย์ บริการสุขภาพ ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ ยา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นหมวดที่มักถูกใช้โฆษณาเกินจริงหรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดได้ง่าย มาตรการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของเวียดนามในการสร้างสภาพแวดล้อมโฆษณาที่ปลอดภัย โปร่งใส และเป็นมิตรกับผู้ใช้มากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่โฆษณาออนไลน์มีจำนวนมากและมักใช้เทคนิคหลอกล่อผู้ชม การบังคับให้ปิดโฆษณาได้ง่ายขึ้นอาจเป็นแรงกดดันให้แพลตฟอร์มระดับโลก เช่น YouTube และ Facebook ต้องปรับระบบโฆษณาให้สอดคล้องกับกฎหมายท้องถิ่นมากขึ้น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ กฎหมายใหม่เกี่ยวกับโฆษณาออนไลน์ ➡️ จำกัดโฆษณาวิดีโอ/แอนิเมชันให้กดข้ามได้ภายใน 5 วินาที ➡️ โฆษณาภาพนิ่งต้องปิดได้ทันที ➡️ ห้ามใช้ปุ่มหรือสัญลักษณ์ที่ทำให้ผู้ใช้สับสน ‼️ ความเสี่ยงและปัญหาที่ต้องระวัง ⛔ โฆษณาที่หลอกลวงหรือปิดยากอาจถูกลงโทษตามกฎหมาย ⛔ แพลตฟอร์มที่ไม่ปรับระบบอาจถูกมองว่าละเมิดกฎหมายท้องถิ่น ✅ สิ่งที่แพลตฟอร์มต้องทำ ➡️ เพิ่มปุ่มปิดโฆษณาที่ชัดเจนและใช้งานง่าย ➡️ มีระบบรายงานโฆษณาที่ผิดกฎหมายแบบ one‑click ➡️ อนุญาตให้ผู้ใช้ปิดหรือปฏิเสธโฆษณาที่ไม่เหมาะสมได้ ‼️ ความเสี่ยงหากไม่ปฏิบัติตาม ⛔ อาจถูกตรวจสอบหรือถูกลงโทษโดยหน่วยงานรัฐ ⛔ ผู้ใช้สูญเสียความเชื่อมั่นในแพลตฟอร์ม ✅ กลุ่มสินค้าที่ถูกควบคุมเข้มงวด ➡️ เครื่องสำอาง อาหาร เครื่องดื่ม นมเด็ก ➡️ ยาฆ่าแมลง อุปกรณ์การแพทย์ บริการสุขภาพ ➡️ ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ ยา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ‼️ เหตุผลที่ต้องควบคุม ⛔ เป็นสินค้าที่มีผลต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ⛔ มักถูกใช้โฆษณาเกินจริงหรือทำให้เข้าใจผิด https://saigoneer.com/vietnam-news/28652-vienam-bans-unskippable-ads,-requires-skip-button-to-appear-after-5-seconds
    SAIGONEER.COM
    Vienam Bans Unskippable Ads, Requires Skip Button to Appear After 5 Seconds | Saigoneer
    If things go our way, YouTube’s notorious unskippable ads might be a thing of the past come this February. ...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 26 มุมมอง 0 รีวิว
  • 5 แอปที่ช่วยชุบชีวิตให้ Windows เครื่องเก่า — เบา เร็ว และฟรี!

    คอมพิวเตอร์ Windows ที่ใช้งานมานานมักจะเริ่มช้าลงเพราะไฟล์ขยะสะสม แอปที่รันเบื้องหลังโดยไม่จำเป็น และระบบที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม บทความนี้แนะนำ 5 แอปฟรีที่ช่วยเพิ่มความเร็วให้เครื่องเก่าได้จริง ตั้งแต่การเคลียร์ไฟล์ขยะ การค้นหาไฟล์แบบทันที ไปจนถึงการลบแอปแบบถอนรากถอนโคน พร้อมทั้งแนะนำเบราว์เซอร์ที่เบากว่า Chrome เพื่อช่วยลดภาระเครื่อง

    นอกจากแอปที่แนะนำในบทความแล้ว ปัจจุบันยังมีเทคนิคเสริมที่ผู้ใช้ Windows นิยมใช้ เช่น การเปิดใช้งาน Storage Sense, การปิด Startup Apps ที่ไม่จำเป็น, และการอัปเกรด SSD ซึ่งช่วยเพิ่มความเร็วได้แบบเห็นผลทันที แม้จะเป็นเครื่องเก่าก็ตาม การใช้แอปเหล่านี้ร่วมกับการดูแลระบบพื้นฐานจะช่วยให้เครื่องกลับมาลื่นไหลเหมือนใหม่

    แอปทั้ง 5 ตัวนี้เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่ถนัดด้านเทคนิค เพราะใช้งานง่าย ปลอดภัย และไม่ต้องปรับแต่งซับซ้อน โดยเฉพาะ Microsoft PC Manager ที่ออกแบบโดย Microsoft เอง ทำให้เข้ากันได้ดีกับ Windows 10 และ 11 ส่วนแอปอย่าง Everything และ Thorium Browser ก็ช่วยลดภาระเครื่องได้มากสำหรับผู้ที่ใช้ HDD หรือ RAM น้อย

    สุดท้าย หากคุณมีเครื่องเก่าที่เริ่มอืด การลองใช้ชุดเครื่องมือเหล่านี้ก่อนซื้อเครื่องใหม่เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ามาก เพราะหลายครั้งปัญหาไม่ได้มาจากฮาร์ดแวร์ แต่เกิดจากซอฟต์แวร์ที่สะสมมานานจนทำให้ระบบทำงานช้าลง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    แอปที่ช่วยเพิ่มความเร็วให้ Windows เครื่องเก่า
    Microsoft PC Manager — เคลียร์ไฟล์ขยะ, จัดการ RAM, มี Deep Uninstall
    Everything — ค้นหาไฟล์เร็วมาก ใช้ทรัพยากรน้อย
    Chris Titus Tech’s Windows Utility — Debloat Windows แบบลึก
    Thorium Browser — เบากว่า Chrome แต่ยังรองรับ Extensions
    Bulk Crap Uninstaller (BCU) — ลบแอปพร้อมไฟล์ตกค้างทั้งหมด

    ข้อควรระวังในการใช้งาน
    เครื่องมือ Debloat อย่าง Chris Titus Utility ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง
    การลบแอปจำนวนมากอาจทำให้ระบบเสียหายหากไม่สร้าง Restore Point
    Thorium Browser แม้เบา แต่บางเว็บอาจไม่รองรับ 100%

    เทคนิคเสริมที่ช่วยให้เครื่องเร็วขึ้น (เพิ่มเติมจากบทความ)
    เปิด Storage Sense เพื่อลบไฟล์อัตโนมัติ
    ปิด Startup Apps ที่ไม่จำเป็น
    อัปเดต Windows และไดรเวอร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด

    ความเสี่ยงหากละเลยการดูแลระบบ
    ไฟล์ขยะสะสมจนทำให้เครื่องช้าและค้างบ่อย
    แอปที่รันเบื้องหลังอาจกิน RAM และ CPU โดยไม่รู้ตัว
    ระบบอาจเสี่ยงต่อมัลแวร์หากไม่อัปเดต

    เหมาะกับใคร
    ผู้ใช้ที่มีเครื่องเก่า RAM น้อย หรือยังใช้ HDD
    คนที่ต้องการเพิ่มความเร็วโดยไม่เสียเงินซื้อเครื่องใหม่
    ผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการเครื่องมือใช้งานง่าย

    ไม่เหมาะกับใคร
    ผู้ที่ต้องการปรับแต่งระบบแบบลึกแต่ไม่มั่นใจด้านเทคนิค
    ผู้ที่ต้องการความเสถียรสูงมาก เช่น เครื่องสำหรับงานเซิร์ฟเวอร์

    https://www.slashgear.com/2065210/apps-speed-up-old-windows-pc/
    ⚡🖥️ 5 แอปที่ช่วยชุบชีวิตให้ Windows เครื่องเก่า — เบา เร็ว และฟรี! คอมพิวเตอร์ Windows ที่ใช้งานมานานมักจะเริ่มช้าลงเพราะไฟล์ขยะสะสม แอปที่รันเบื้องหลังโดยไม่จำเป็น และระบบที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม บทความนี้แนะนำ 5 แอปฟรีที่ช่วยเพิ่มความเร็วให้เครื่องเก่าได้จริง ตั้งแต่การเคลียร์ไฟล์ขยะ การค้นหาไฟล์แบบทันที ไปจนถึงการลบแอปแบบถอนรากถอนโคน พร้อมทั้งแนะนำเบราว์เซอร์ที่เบากว่า Chrome เพื่อช่วยลดภาระเครื่อง นอกจากแอปที่แนะนำในบทความแล้ว ปัจจุบันยังมีเทคนิคเสริมที่ผู้ใช้ Windows นิยมใช้ เช่น การเปิดใช้งาน Storage Sense, การปิด Startup Apps ที่ไม่จำเป็น, และการอัปเกรด SSD ซึ่งช่วยเพิ่มความเร็วได้แบบเห็นผลทันที แม้จะเป็นเครื่องเก่าก็ตาม การใช้แอปเหล่านี้ร่วมกับการดูแลระบบพื้นฐานจะช่วยให้เครื่องกลับมาลื่นไหลเหมือนใหม่ แอปทั้ง 5 ตัวนี้เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่ถนัดด้านเทคนิค เพราะใช้งานง่าย ปลอดภัย และไม่ต้องปรับแต่งซับซ้อน โดยเฉพาะ Microsoft PC Manager ที่ออกแบบโดย Microsoft เอง ทำให้เข้ากันได้ดีกับ Windows 10 และ 11 ส่วนแอปอย่าง Everything และ Thorium Browser ก็ช่วยลดภาระเครื่องได้มากสำหรับผู้ที่ใช้ HDD หรือ RAM น้อย สุดท้าย หากคุณมีเครื่องเก่าที่เริ่มอืด การลองใช้ชุดเครื่องมือเหล่านี้ก่อนซื้อเครื่องใหม่เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ามาก เพราะหลายครั้งปัญหาไม่ได้มาจากฮาร์ดแวร์ แต่เกิดจากซอฟต์แวร์ที่สะสมมานานจนทำให้ระบบทำงานช้าลง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ แอปที่ช่วยเพิ่มความเร็วให้ Windows เครื่องเก่า ➡️ Microsoft PC Manager — เคลียร์ไฟล์ขยะ, จัดการ RAM, มี Deep Uninstall ➡️ Everything — ค้นหาไฟล์เร็วมาก ใช้ทรัพยากรน้อย ➡️ Chris Titus Tech’s Windows Utility — Debloat Windows แบบลึก ➡️ Thorium Browser — เบากว่า Chrome แต่ยังรองรับ Extensions ➡️ Bulk Crap Uninstaller (BCU) — ลบแอปพร้อมไฟล์ตกค้างทั้งหมด ‼️ ข้อควรระวังในการใช้งาน ⛔ เครื่องมือ Debloat อย่าง Chris Titus Utility ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ⛔ การลบแอปจำนวนมากอาจทำให้ระบบเสียหายหากไม่สร้าง Restore Point ⛔ Thorium Browser แม้เบา แต่บางเว็บอาจไม่รองรับ 100% ✅ เทคนิคเสริมที่ช่วยให้เครื่องเร็วขึ้น (เพิ่มเติมจากบทความ) ➡️ เปิด Storage Sense เพื่อลบไฟล์อัตโนมัติ ➡️ ปิด Startup Apps ที่ไม่จำเป็น ➡️ อัปเดต Windows และไดรเวอร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด ‼️ ความเสี่ยงหากละเลยการดูแลระบบ ⛔ ไฟล์ขยะสะสมจนทำให้เครื่องช้าและค้างบ่อย ⛔ แอปที่รันเบื้องหลังอาจกิน RAM และ CPU โดยไม่รู้ตัว ⛔ ระบบอาจเสี่ยงต่อมัลแวร์หากไม่อัปเดต ✅ เหมาะกับใคร ➡️ ผู้ใช้ที่มีเครื่องเก่า RAM น้อย หรือยังใช้ HDD ➡️ คนที่ต้องการเพิ่มความเร็วโดยไม่เสียเงินซื้อเครื่องใหม่ ➡️ ผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการเครื่องมือใช้งานง่าย ‼️ ไม่เหมาะกับใคร ⛔ ผู้ที่ต้องการปรับแต่งระบบแบบลึกแต่ไม่มั่นใจด้านเทคนิค ⛔ ผู้ที่ต้องการความเสถียรสูงมาก เช่น เครื่องสำหรับงานเซิร์ฟเวอร์ https://www.slashgear.com/2065210/apps-speed-up-old-windows-pc/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    5 Apps That Can Breathe New Life Into Your Old Windows PC - SlashGear
    Struggling with sluggish startups and leftover app trash? This lineup of optimizers, uninstallers, and tweaks frees up your Windows PC's potential effortlessly.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 42 มุมมอง 0 รีวิว
  • eSIM สะดวก ปลอดภัย และทันสมัยกว่าเดิม — แต่ก็ยังมีข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนเปลี่ยน

    eSIM กลายเป็นเทคโนโลยีหลักในสมาร์ทโฟนยุคใหม่ โดยเฉพาะรุ่นเรือธงที่เริ่มตัดถาดซิมออกไปแล้ว จุดเด่นสำคัญคือความสะดวกในการเปิดใช้งาน ความปลอดภัยที่สูงขึ้น และการรองรับหลายโปรไฟล์ซิมในเครื่องเดียว ทำให้เหมาะกับผู้ที่เดินทางบ่อยหรือไม่อยากพกซิมหลายใบ อย่างไรก็ตาม eSIM ก็ยังมีข้อจำกัด เช่น ความยุ่งยากในการย้ายเครื่อง ความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ และความจำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตตอนเปิดใช้งานครั้งแรก ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคในบางสถานการณ์

    ในด้านความสะดวก eSIM ช่วยลดขั้นตอนการไปศูนย์บริการหรือรอซิมส่งถึงบ้าน เพียงสแกน QR code ก็เปิดใช้งานได้ทันที นอกจากนี้ยังเก็บโปรไฟล์ซิมได้หลายใบในเครื่องเดียว ทำให้สลับใช้งานได้รวดเร็วโดยไม่ต้องถอดซิมจริง อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ผลิตเพิ่มพื้นที่ภายในเครื่องสำหรับแบตเตอรี่หรือระบบกันน้ำที่ดีขึ้น เช่น iPhone 17 Pro รุ่น eSIM‑only ที่ใช้งานได้นานขึ้นกว่าเดิมถึง 2 ชั่วโมงในการเล่นวิดีโอ

    แต่ข้อเสียก็มีไม่น้อย เช่น การย้าย eSIM ไปเครื่องใหม่ที่ต้องทำผ่านเมนูตั้งค่า ไม่สามารถ “ดึงซิมออกแล้วเสียบเครื่องใหม่” แบบเดิมได้ทันที รวมถึงความเสี่ยงเรื่องความเข้ากันได้ หากซื้อเครื่องใหม่ที่ไม่รองรับ eSIM ก็ต้องติดต่อผู้ให้บริการเพื่อขอแปลงกลับเป็นซิมจริง นอกจากนี้ การเปิดใช้งาน eSIM ครั้งแรกจำเป็นต้องมีอินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจเป็นปัญหาในพื้นที่สัญญาณอ่อนหรือในต่างประเทศ

    โดยรวม eSIM เป็นเทคโนโลยีที่สะดวกและปลอดภัยกว่าเดิม แต่ยังไม่ใช่คำตอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกคน ผู้ใช้ควรพิจารณาความต้องการของตนเองก่อนตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้แบบ eSIM เต็มรูปแบบ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อดีของ eSIM
    เปิดใช้งานง่าย เพียงสแกน QR code ไม่ต้องรอซิมจริง
    เก็บหลายโปรไฟล์ซิมในเครื่องเดียว สลับใช้งานได้รวดเร็ว
    ปลอดภัยกว่า เพราะไม่สามารถถอดซิมไปใช้ในเครื่องอื่นได้
    ช่วยเพิ่มพื้นที่ภายในเครื่อง เช่น แบตใหญ่ขึ้นหรือกันน้ำดีขึ้น

    ข้อควรระวัง
    การย้ายเครื่องยุ่งยากกว่า ต้องทำผ่านเมนูตั้งค่า
    อุปกรณ์ใหม่ต้องรองรับ eSIM ไม่เช่นนั้นต้องติดต่อค่ายเพื่อแปลงกลับ
    ต้องมีอินเทอร์เน็ตตอนเปิดใช้งานครั้งแรก ซึ่งอาจไม่สะดวกในบางพื้นที่

    เหมาะกับใคร
    ผู้ที่เดินทางบ่อยและต้องสลับซิมหลายประเทศ
    ผู้ที่ต้องการความปลอดภัยเพิ่มขึ้น
    ผู้ใช้ที่ต้องการเครื่องบาง กันน้ำดี หรือแบตอึดขึ้น

    ไม่เหมาะกับใคร
    ผู้ที่เปลี่ยนเครื่องบ่อยและต้องการย้ายซิมแบบรวดเร็ว
    ผู้ที่อยู่ในพื้นที่อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร
    ผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟนรุ่นเก่าหรือรุ่นที่ไม่รองรับ eSIM

    https://www.slashgear.com/2067395/esim-phone-pros-cons-explained/
    📱✨ eSIM สะดวก ปลอดภัย และทันสมัยกว่าเดิม — แต่ก็ยังมีข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนเปลี่ยน eSIM กลายเป็นเทคโนโลยีหลักในสมาร์ทโฟนยุคใหม่ โดยเฉพาะรุ่นเรือธงที่เริ่มตัดถาดซิมออกไปแล้ว จุดเด่นสำคัญคือความสะดวกในการเปิดใช้งาน ความปลอดภัยที่สูงขึ้น และการรองรับหลายโปรไฟล์ซิมในเครื่องเดียว ทำให้เหมาะกับผู้ที่เดินทางบ่อยหรือไม่อยากพกซิมหลายใบ อย่างไรก็ตาม eSIM ก็ยังมีข้อจำกัด เช่น ความยุ่งยากในการย้ายเครื่อง ความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ และความจำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตตอนเปิดใช้งานครั้งแรก ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคในบางสถานการณ์ ในด้านความสะดวก eSIM ช่วยลดขั้นตอนการไปศูนย์บริการหรือรอซิมส่งถึงบ้าน เพียงสแกน QR code ก็เปิดใช้งานได้ทันที นอกจากนี้ยังเก็บโปรไฟล์ซิมได้หลายใบในเครื่องเดียว ทำให้สลับใช้งานได้รวดเร็วโดยไม่ต้องถอดซิมจริง อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ผลิตเพิ่มพื้นที่ภายในเครื่องสำหรับแบตเตอรี่หรือระบบกันน้ำที่ดีขึ้น เช่น iPhone 17 Pro รุ่น eSIM‑only ที่ใช้งานได้นานขึ้นกว่าเดิมถึง 2 ชั่วโมงในการเล่นวิดีโอ แต่ข้อเสียก็มีไม่น้อย เช่น การย้าย eSIM ไปเครื่องใหม่ที่ต้องทำผ่านเมนูตั้งค่า ไม่สามารถ “ดึงซิมออกแล้วเสียบเครื่องใหม่” แบบเดิมได้ทันที รวมถึงความเสี่ยงเรื่องความเข้ากันได้ หากซื้อเครื่องใหม่ที่ไม่รองรับ eSIM ก็ต้องติดต่อผู้ให้บริการเพื่อขอแปลงกลับเป็นซิมจริง นอกจากนี้ การเปิดใช้งาน eSIM ครั้งแรกจำเป็นต้องมีอินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจเป็นปัญหาในพื้นที่สัญญาณอ่อนหรือในต่างประเทศ โดยรวม eSIM เป็นเทคโนโลยีที่สะดวกและปลอดภัยกว่าเดิม แต่ยังไม่ใช่คำตอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกคน ผู้ใช้ควรพิจารณาความต้องการของตนเองก่อนตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้แบบ eSIM เต็มรูปแบบ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อดีของ eSIM ➡️ เปิดใช้งานง่าย เพียงสแกน QR code ไม่ต้องรอซิมจริง ➡️ เก็บหลายโปรไฟล์ซิมในเครื่องเดียว สลับใช้งานได้รวดเร็ว ➡️ ปลอดภัยกว่า เพราะไม่สามารถถอดซิมไปใช้ในเครื่องอื่นได้ ➡️ ช่วยเพิ่มพื้นที่ภายในเครื่อง เช่น แบตใหญ่ขึ้นหรือกันน้ำดีขึ้น ‼️ ข้อควรระวัง ⛔ การย้ายเครื่องยุ่งยากกว่า ต้องทำผ่านเมนูตั้งค่า ⛔ อุปกรณ์ใหม่ต้องรองรับ eSIM ไม่เช่นนั้นต้องติดต่อค่ายเพื่อแปลงกลับ ⛔ ต้องมีอินเทอร์เน็ตตอนเปิดใช้งานครั้งแรก ซึ่งอาจไม่สะดวกในบางพื้นที่ ✅ เหมาะกับใคร ➡️ ผู้ที่เดินทางบ่อยและต้องสลับซิมหลายประเทศ ➡️ ผู้ที่ต้องการความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ➡️ ผู้ใช้ที่ต้องการเครื่องบาง กันน้ำดี หรือแบตอึดขึ้น ‼️ ไม่เหมาะกับใคร ⛔ ผู้ที่เปลี่ยนเครื่องบ่อยและต้องการย้ายซิมแบบรวดเร็ว ⛔ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร ⛔ ผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟนรุ่นเก่าหรือรุ่นที่ไม่รองรับ eSIM https://www.slashgear.com/2067395/esim-phone-pros-cons-explained/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    eSim Phones Have Their Pros, But It's Not All Roses - SlashGear
    eSIMs offer faster activation, better security, and easy travel SIMs, but drawbacks include harder transfers, carrier limits, and compatibility issues.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 30 มุมมอง 0 รีวิว
  • Android ปี 2026 เล่นเกม PC ได้จริง! Valve ปูทางด้วย FeX ทำให้มือถือกลายเป็น “พีซีพกพา”

    ปี 2026 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการเกม เมื่อ Android สามารถ “รันเกม PC แบบเนทีฟ” ได้จริง ไม่ใช่การสตรีม ไม่ใช่การเอมูเลชัน แต่ใช้พลังประมวลผลของมือถือโดยตรง ทั้งหมดเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีแปลคำสั่ง x86 → ARM64 ของ Valve ที่ชื่อ FeX ซึ่งเป็นรากฐานเดียวกับที่ทำให้ Steam Deck ประสบความสำเร็จบน Linux มาก่อนหน้านี้ การมาถึงของ FeX บน Android ทำให้มือถือระดับเรือธงกลายเป็นเครื่องเล่นเกม PC แบบพกพาที่ทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อ

    เครื่องมือหลักที่ทำให้ทุกอย่างเป็นจริงคือ GameHub, GameHub Lite, และ GameNative ซึ่งช่วยติดตั้งและรันเกม Steam บน Android ได้โดยตรง แม้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ประสบการณ์ใช้งานถือว่าดีเกินคาด โดยเฉพาะเกมอินดี้ที่ทำงานได้ลื่นไหลแทบไม่ต้องปรับแต่งอะไรเลย ส่วนเกม AAA ยังมีข้อจำกัดด้านไดรเวอร์, ประสิทธิภาพ และระบบ anti‑cheat ที่ยังไม่รองรับ ARM อย่างเต็มรูปแบบ

    อย่างไรก็ตาม การเล่นเกม PC บน Android ยังมีความท้าทาย เช่น ความร้อน, RAM ไม่พอ, พื้นที่จัดเก็บจำกัด และความเข้ากันได้ของเกมที่ยังไม่สมบูรณ์ แต่ด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ FeX, Lepton และชิป ARM รุ่นใหม่ ทำให้อนาคตของ “Android = พีซีเกมมิ่งพกพา” ดูสดใสกว่าที่เคย โดยเฉพาะเมื่อ Valve เตรียมเปิดตัวอุปกรณ์ ARM ตัวใหม่อย่าง Steam Frame ในปี 2026 ซึ่งอาจเป็นตัวเร่งให้วงการนี้เติบโตแบบก้าวกระโดด

    ท้ายที่สุด Android อาจไม่มาแทนที่ Windows หรือ Steam Deck แต่จะกลายเป็น “อีกหนึ่งแพลตฟอร์มเกม PC” ที่เข้าถึงง่าย ราคาถูก และพกพาสะดวกที่สุดในโลก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Android เล่นเกม PC ได้จริงในปี 2026
    ใช้เทคโนโลยีแปลคำสั่ง FeX ของ Valve
    ไม่ใช่การสตรีม แต่รันเกมด้วยพลังของมือถือโดยตรง

    ข้อจำกัดที่ยังต้องระวัง
    เกม AAA ส่วนใหญ่ยังไม่ลื่นไหลหรือไม่รันเลย
    ระบบ anti‑cheat ยังไม่รองรับ ARM ทำให้เกมออนไลน์เล่นไม่ได้

    แอปที่ใช้รันเกม PC บน Android
    GameHub / GameHub Lite ใช้งานง่าย มี preset ให้เลือก
    GameNative ยืดหยุ่นกว่า รองรับ external storage

    ความเสี่ยงจากการตั้งค่าผิด
    ปรับโหมด Extreme/Performance อาจทำให้เกมเปิดไม่ได้
    ต้องลองผิดลองถูกเพราะแต่ละเกมต้องการค่าต่างกัน

    ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพ
    RAM 12–16GB ช่วยให้เกมทำงานได้ดีขึ้นมาก
    มือถือที่มีพัดลมเสริมช่วยลดการ throttle

    ปัญหาที่พบบ่อย
    มือถือร้อนเร็ว ทำให้เฟรมเรตตก
    พื้นที่เก็บข้อมูลไม่พอสำหรับเกม PC ขนาดใหญ่

    เกมที่เหมาะกับ Android ตอนนี้
    เกมอินดี้ทำงานได้ดีแทบทุกเกม
    เกม AAA รุ่นเก่า เช่น GTA V, Bioshock Infinite รันได้ลื่น

    เกมที่ยังไม่เหมาะ
    เกม AAA ใหม่ ๆ เช่น DOOM: The Dark Ages ยังเกินกำลังมือถือ
    เกมที่ใช้ anti‑cheat แบบเข้มงวด

    https://www.slashgear.com/2068348/how-to-play-pc-games-on-android-in-2026/
    🎮🔥 Android ปี 2026 เล่นเกม PC ได้จริง! Valve ปูทางด้วย FeX ทำให้มือถือกลายเป็น “พีซีพกพา” ปี 2026 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการเกม เมื่อ Android สามารถ “รันเกม PC แบบเนทีฟ” ได้จริง ไม่ใช่การสตรีม ไม่ใช่การเอมูเลชัน แต่ใช้พลังประมวลผลของมือถือโดยตรง ทั้งหมดเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีแปลคำสั่ง x86 → ARM64 ของ Valve ที่ชื่อ FeX ซึ่งเป็นรากฐานเดียวกับที่ทำให้ Steam Deck ประสบความสำเร็จบน Linux มาก่อนหน้านี้ การมาถึงของ FeX บน Android ทำให้มือถือระดับเรือธงกลายเป็นเครื่องเล่นเกม PC แบบพกพาที่ทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อ เครื่องมือหลักที่ทำให้ทุกอย่างเป็นจริงคือ GameHub, GameHub Lite, และ GameNative ซึ่งช่วยติดตั้งและรันเกม Steam บน Android ได้โดยตรง แม้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ประสบการณ์ใช้งานถือว่าดีเกินคาด โดยเฉพาะเกมอินดี้ที่ทำงานได้ลื่นไหลแทบไม่ต้องปรับแต่งอะไรเลย ส่วนเกม AAA ยังมีข้อจำกัดด้านไดรเวอร์, ประสิทธิภาพ และระบบ anti‑cheat ที่ยังไม่รองรับ ARM อย่างเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตาม การเล่นเกม PC บน Android ยังมีความท้าทาย เช่น ความร้อน, RAM ไม่พอ, พื้นที่จัดเก็บจำกัด และความเข้ากันได้ของเกมที่ยังไม่สมบูรณ์ แต่ด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ FeX, Lepton และชิป ARM รุ่นใหม่ ทำให้อนาคตของ “Android = พีซีเกมมิ่งพกพา” ดูสดใสกว่าที่เคย โดยเฉพาะเมื่อ Valve เตรียมเปิดตัวอุปกรณ์ ARM ตัวใหม่อย่าง Steam Frame ในปี 2026 ซึ่งอาจเป็นตัวเร่งให้วงการนี้เติบโตแบบก้าวกระโดด ท้ายที่สุด Android อาจไม่มาแทนที่ Windows หรือ Steam Deck แต่จะกลายเป็น “อีกหนึ่งแพลตฟอร์มเกม PC” ที่เข้าถึงง่าย ราคาถูก และพกพาสะดวกที่สุดในโลก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Android เล่นเกม PC ได้จริงในปี 2026 ➡️ ใช้เทคโนโลยีแปลคำสั่ง FeX ของ Valve ➡️ ไม่ใช่การสตรีม แต่รันเกมด้วยพลังของมือถือโดยตรง ‼️ ข้อจำกัดที่ยังต้องระวัง ⛔ เกม AAA ส่วนใหญ่ยังไม่ลื่นไหลหรือไม่รันเลย ⛔ ระบบ anti‑cheat ยังไม่รองรับ ARM ทำให้เกมออนไลน์เล่นไม่ได้ ✅ แอปที่ใช้รันเกม PC บน Android ➡️ GameHub / GameHub Lite ใช้งานง่าย มี preset ให้เลือก ➡️ GameNative ยืดหยุ่นกว่า รองรับ external storage ‼️ ความเสี่ยงจากการตั้งค่าผิด ⛔ ปรับโหมด Extreme/Performance อาจทำให้เกมเปิดไม่ได้ ⛔ ต้องลองผิดลองถูกเพราะแต่ละเกมต้องการค่าต่างกัน ✅ ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพ ➡️ RAM 12–16GB ช่วยให้เกมทำงานได้ดีขึ้นมาก ➡️ มือถือที่มีพัดลมเสริมช่วยลดการ throttle ‼️ ปัญหาที่พบบ่อย ⛔ มือถือร้อนเร็ว ทำให้เฟรมเรตตก ⛔ พื้นที่เก็บข้อมูลไม่พอสำหรับเกม PC ขนาดใหญ่ ✅ เกมที่เหมาะกับ Android ตอนนี้ ➡️ เกมอินดี้ทำงานได้ดีแทบทุกเกม ➡️ เกม AAA รุ่นเก่า เช่น GTA V, Bioshock Infinite รันได้ลื่น ‼️ เกมที่ยังไม่เหมาะ ⛔ เกม AAA ใหม่ ๆ เช่น DOOM: The Dark Ages ยังเกินกำลังมือถือ ⛔ เกมที่ใช้ anti‑cheat แบบเข้มงวด https://www.slashgear.com/2068348/how-to-play-pc-games-on-android-in-2026/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    How To Play PC Games On Your Android Device In 2026 - SlashGear
    Android gaming has come a long way -- long enough to enable you to play some of your PC games on Android devices. Here's how to do it in 2026.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 35 มุมมอง 0 รีวิว
  • Chrome 143 ออกแพตช์ด่วน! อุดช่องโหว่ WebView ระดับร้ายแรงที่เสี่ยงหลุด Sandbox

    Google ได้ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยสำคัญสำหรับ Chrome เวอร์ชัน 143 เพื่อแก้ไขช่องโหว่ร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับ WebView tag ซึ่งอาจทำให้ผู้โจมตีสามารถหลบเลี่ยงนโยบายความปลอดภัยของเบราว์เซอร์ได้ ช่องโหว่นี้ถูกระบุเป็น CVE‑2026‑0628 และถูกจัดระดับ High Severity โดยมีผลกระทบต่อผู้ใช้ Windows, macOS และ Linux ทั่วโลก การอัปเดตนี้ถูกผลักเข้าสู่ Stable Channel แล้ว และผู้ใช้ควรอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการโจมตี

    WebView เป็นองค์ประกอบที่ทรงพลังใน Chrome Apps ที่ใช้ฝังเนื้อหาเว็บแบบแยกกระบวนการ แต่ด้วยการบังคับใช้นโยบายที่ไม่สมบูรณ์ อาจเปิดช่องให้เนื้อหาที่เป็นอันตรายหลุดออกจาก sandbox หรือเข้าถึงข้อมูลที่ไม่ควรเข้าถึงได้ ช่องโหว่นี้ถูกค้นพบโดยนักวิจัยด้านความปลอดภัย Gal Weizman เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2025 และอยู่ระหว่างการประเมินรางวัลจาก Google’s Vulnerability Reward Program

    Google ระบุว่ารายละเอียดเชิงลึกของบั๊กจะถูกปิดไว้ชั่วคราวจนกว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่จะอัปเดตเสร็จ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่หวังดีย้อนรอยแพตช์และสร้าง exploit ขึ้นมาโจมตี ผู้ใช้สามารถตรวจสอบและอัปเดตได้ด้วยตนเองผ่านเมนู Help > About Google Chrome ซึ่งจะเริ่มดาวน์โหลดอัปเดตโดยอัตโนมัติ

    การอัปเดตครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดการช่องโหว่ในส่วนประกอบที่ดูเหมือนเล็กน้อยอย่าง WebView แต่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยโดยรวมของเบราว์เซอร์อย่างมาก โดยเฉพาะในยุคที่เว็บแอปและ Chrome Apps ถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย

    สรุปประเด็นสำคัญ
    รายละเอียดช่องโหว่
    ช่องโหว่ถูกระบุเป็น CVE‑2026‑0628
    เป็นปัญหา Insufficient policy enforcement ใน WebView tag

    ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น
    อาจทำให้เนื้อหาที่เป็นอันตรายหลุดออกจาก sandbox
    เสี่ยงต่อการ bypass นโยบายความปลอดภัยของ Chrome

    การอัปเดตที่ปล่อยออกมา
    Chrome เวอร์ชันที่ได้รับแพตช์: 143.0.7499.192/.193 บน Windows/macOS และ 143.0.7499.192 บน Linux
    อัปเดตอยู่ใน Stable Channel และทยอยปล่อยให้ผู้ใช้ทั่วโลก

    ความเสี่ยงหากไม่อัปเดต
    ผู้โจมตีอาจ reverse-engineer แพตช์เพื่อสร้าง exploit
    ผู้ใช้ที่ยังไม่อัปเดตเสี่ยงถูกโจมตีแบบ zero‑day

    ข้อมูลจากนักวิจัย
    ช่องโหว่ถูกรายงานโดย Gal Weizman เมื่อ 23 พ.ย. 2025
    อยู่ระหว่างการประเมินรางวัลจาก Google VRP

    ผลกระทบต่อผู้ใช้
    ผู้ใช้ Chrome Apps ที่ใช้ WebView เสี่ยงมากเป็นพิเศษ
    อาจถูกใช้เป็นช่องทางโจมตีระบบอื่นต่อเนื่อง

    คำแนะนำ
    อัปเดต Chrome ผ่าน Help > About Google Chrome
    ตรวจสอบว่าเวอร์ชันเป็น 143.0.7499.192/.193 หรือใหม่กว่า

    ความเสี่ยงหากละเลย
    ระบบอาจถูกโจมตีผ่าน WebView โดยไม่รู้ตัว
    อาจสูญเสียข้อมูลหรือถูกเข้าควบคุมผ่านช่องโหว่

    https://securityonline.info/google-patches-high-severity-webview-flaw-in-chrome-143/
    🛡️ Chrome 143 ออกแพตช์ด่วน! อุดช่องโหว่ WebView ระดับร้ายแรงที่เสี่ยงหลุด Sandbox Google ได้ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยสำคัญสำหรับ Chrome เวอร์ชัน 143 เพื่อแก้ไขช่องโหว่ร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับ WebView tag ซึ่งอาจทำให้ผู้โจมตีสามารถหลบเลี่ยงนโยบายความปลอดภัยของเบราว์เซอร์ได้ ช่องโหว่นี้ถูกระบุเป็น CVE‑2026‑0628 และถูกจัดระดับ High Severity โดยมีผลกระทบต่อผู้ใช้ Windows, macOS และ Linux ทั่วโลก การอัปเดตนี้ถูกผลักเข้าสู่ Stable Channel แล้ว และผู้ใช้ควรอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการโจมตี WebView เป็นองค์ประกอบที่ทรงพลังใน Chrome Apps ที่ใช้ฝังเนื้อหาเว็บแบบแยกกระบวนการ แต่ด้วยการบังคับใช้นโยบายที่ไม่สมบูรณ์ อาจเปิดช่องให้เนื้อหาที่เป็นอันตรายหลุดออกจาก sandbox หรือเข้าถึงข้อมูลที่ไม่ควรเข้าถึงได้ ช่องโหว่นี้ถูกค้นพบโดยนักวิจัยด้านความปลอดภัย Gal Weizman เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2025 และอยู่ระหว่างการประเมินรางวัลจาก Google’s Vulnerability Reward Program Google ระบุว่ารายละเอียดเชิงลึกของบั๊กจะถูกปิดไว้ชั่วคราวจนกว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่จะอัปเดตเสร็จ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่หวังดีย้อนรอยแพตช์และสร้าง exploit ขึ้นมาโจมตี ผู้ใช้สามารถตรวจสอบและอัปเดตได้ด้วยตนเองผ่านเมนู Help > About Google Chrome ซึ่งจะเริ่มดาวน์โหลดอัปเดตโดยอัตโนมัติ การอัปเดตครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดการช่องโหว่ในส่วนประกอบที่ดูเหมือนเล็กน้อยอย่าง WebView แต่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยโดยรวมของเบราว์เซอร์อย่างมาก โดยเฉพาะในยุคที่เว็บแอปและ Chrome Apps ถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ รายละเอียดช่องโหว่ ➡️ ช่องโหว่ถูกระบุเป็น CVE‑2026‑0628 ➡️ เป็นปัญหา Insufficient policy enforcement ใน WebView tag ‼️ ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ⛔ อาจทำให้เนื้อหาที่เป็นอันตรายหลุดออกจาก sandbox ⛔ เสี่ยงต่อการ bypass นโยบายความปลอดภัยของ Chrome ✅ การอัปเดตที่ปล่อยออกมา ➡️ Chrome เวอร์ชันที่ได้รับแพตช์: 143.0.7499.192/.193 บน Windows/macOS และ 143.0.7499.192 บน Linux ➡️ อัปเดตอยู่ใน Stable Channel และทยอยปล่อยให้ผู้ใช้ทั่วโลก ‼️ ความเสี่ยงหากไม่อัปเดต ⛔ ผู้โจมตีอาจ reverse-engineer แพตช์เพื่อสร้าง exploit ⛔ ผู้ใช้ที่ยังไม่อัปเดตเสี่ยงถูกโจมตีแบบ zero‑day ✅ ข้อมูลจากนักวิจัย ➡️ ช่องโหว่ถูกรายงานโดย Gal Weizman เมื่อ 23 พ.ย. 2025 ➡️ อยู่ระหว่างการประเมินรางวัลจาก Google VRP ‼️ ผลกระทบต่อผู้ใช้ ⛔ ผู้ใช้ Chrome Apps ที่ใช้ WebView เสี่ยงมากเป็นพิเศษ ⛔ อาจถูกใช้เป็นช่องทางโจมตีระบบอื่นต่อเนื่อง ✅ คำแนะนำ ➡️ อัปเดต Chrome ผ่าน Help > About Google Chrome ➡️ ตรวจสอบว่าเวอร์ชันเป็น 143.0.7499.192/.193 หรือใหม่กว่า ‼️ ความเสี่ยงหากละเลย ⛔ ระบบอาจถูกโจมตีผ่าน WebView โดยไม่รู้ตัว ⛔ อาจสูญเสียข้อมูลหรือถูกเข้าควบคุมผ่านช่องโหว่ https://securityonline.info/google-patches-high-severity-webview-flaw-in-chrome-143/
    SECURITYONLINE.INFO
    Google Patches High-Severity "WebView" Flaw in Chrome 143
    Google's Chrome 143 update fixes high-severity flaw CVE-2026-0628. The "WebView" vulnerability allows policy bypass. Update your browser immediately.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 40 มุมมอง 0 รีวิว
  • Zero‑Day “Chronomaly” เขย่าโลก Linux — ช่องโหว่ใหม่เปิดทางสู่ Root Access

    ช่องโหว่ความปลอดภัยล่าสุดที่ถูกตั้งชื่อว่า Chronomaly กำลังสร้างความกังวลในวงการความปลอดภัยไซเบอร์ เนื่องจากเป็น Zero‑Day ที่ถูกใช้โจมตีจริงแล้วบน Linux Kernel สาย 5.10.x โดยเฉพาะในอุปกรณ์ Android หลายรุ่น ช่องโหว่นี้ถูกติดตามภายใต้รหัส CVE‑2025‑38352 ซึ่งเป็นช่องโหว่ระดับ High Severity (CVSS 7.4) และถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Elevation of Privilege (EoP) ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีสามารถยกระดับสิทธิ์ขึ้นเป็น Root ได้

    ต้นตอของปัญหาเกิดจาก race condition ใน POSIX CPU timers ซึ่งทำให้กระบวนการ cleanup ของ task ทำงานผิดพลาดจนเกิด memory corruption เมื่อถูกโจมตีสำเร็จ อาจนำไปสู่การล่มของระบบ (crash), การโจมตีแบบ DoS หรือการยึดสิทธิ์ Root แบบสมบูรณ์ นักวิจัย farazsth98 ได้เผยแพร่ exploit สาธารณะชื่อ “Chronomaly” ซึ่งสามารถทำงานได้บน Linux kernel v5.10.157 และคาดว่าจะใช้ได้กับทุกเวอร์ชันในสาย 5.10.x เพราะไม่ต้องพึ่งพา memory offset เฉพาะรุ่น

    Google ยืนยันว่าช่องโหว่นี้ถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ limited, targeted exploitation ซึ่งหมายความว่าเป็นการโจมตีแบบเจาะจงเป้าหมาย โดยกลุ่มผู้โจมตีระดับสูง (APT) อาจเป็นผู้ใช้ช่องโหว่นี้ก่อนที่แพตช์จะถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ การอัปเดตความปลอดภัยประจำเดือนกันยายน 2025 ได้ออกแพตช์แก้ไขแล้ว และผู้ใช้อุปกรณ์ Android ที่ใช้ kernel สายนี้ควรอัปเดตทันทีเพื่อปิดช่องโหว่

    ผลกระทบของ Chronomaly ไม่ได้จำกัดแค่ Android เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความเสี่ยงของระบบที่ใช้ Linux kernel รุ่นเก่าในองค์กรต่าง ๆ โดยเฉพาะอุปกรณ์ IoT, ระบบฝังตัว และเซิร์ฟเวอร์ที่ยังไม่ได้อัปเดต การโจมตีแบบ local privilege escalation แม้จะต้องเข้าถึงเครื่องก่อน แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการยึดระบบทั้งหมดได้อย่างง่ายดายหากผู้โจมตีมี foothold อยู่แล้ว

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ช่องโหว่และรายละเอียดทางเทคนิค
    CVE‑2025‑38352 เป็นช่องโหว่ EoP ระดับ High Severity
    เกิดจาก race condition ใน POSIX CPU timers ทำให้เกิด memory corruption

    ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น
    ผู้โจมตีสามารถยกระดับสิทธิ์เป็น Root ได้
    อาจทำให้ระบบ crash หรือถูก DoS

    การโจมตีและ exploit ที่ถูกเผยแพร่
    exploit “Chronomaly” ใช้งานได้บน Linux kernel v5.10.157
    คาดว่าจะใช้ได้กับทุก kernel ในสาย 5.10.x

    ความเสี่ยงจากการมี exploit สาธารณะ
    เพิ่มโอกาสให้ผู้โจมตีทั่วไปนำไปใช้
    ระบบที่ยังไม่อัปเดตมีความเสี่ยงสูงขึ้นทันที

    การยืนยันจาก Google
    ตรวจพบการโจมตีจริงแบบ targeted exploitation
    แพตช์แก้ไขถูกปล่อยในอัปเดตความปลอดภัยเดือนกันยายน 2025

    ผลกระทบต่อผู้ใช้
    อุปกรณ์ Android ที่ยังไม่อัปเดตเสี่ยงถูกโจมตี
    องค์กรที่ใช้ Linux kernel รุ่นเก่าอาจถูกเจาะระบบได้ง่ายขึ้น

    ข้อแนะนำด้านความปลอดภัย
    อัปเดตแพตช์ล่าสุดทันที
    ตรวจสอบระบบที่ใช้ kernel 5.10.x เป็นพิเศษ

    ความเสี่ยงหากไม่อัปเดต
    ผู้โจมตีสามารถยึดระบบได้จากการเข้าถึงเพียงเล็กน้อย
    อาจถูกใช้เป็นฐานโจมตีระบบอื่นในเครือข่าย

    https://securityonline.info/zero-day-chronomaly-exploit-grants-root-access-to-vulnerable-linux-kernels/
    🛡️ Zero‑Day “Chronomaly” เขย่าโลก Linux — ช่องโหว่ใหม่เปิดทางสู่ Root Access ช่องโหว่ความปลอดภัยล่าสุดที่ถูกตั้งชื่อว่า Chronomaly กำลังสร้างความกังวลในวงการความปลอดภัยไซเบอร์ เนื่องจากเป็น Zero‑Day ที่ถูกใช้โจมตีจริงแล้วบน Linux Kernel สาย 5.10.x โดยเฉพาะในอุปกรณ์ Android หลายรุ่น ช่องโหว่นี้ถูกติดตามภายใต้รหัส CVE‑2025‑38352 ซึ่งเป็นช่องโหว่ระดับ High Severity (CVSS 7.4) และถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Elevation of Privilege (EoP) ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีสามารถยกระดับสิทธิ์ขึ้นเป็น Root ได้ ต้นตอของปัญหาเกิดจาก race condition ใน POSIX CPU timers ซึ่งทำให้กระบวนการ cleanup ของ task ทำงานผิดพลาดจนเกิด memory corruption เมื่อถูกโจมตีสำเร็จ อาจนำไปสู่การล่มของระบบ (crash), การโจมตีแบบ DoS หรือการยึดสิทธิ์ Root แบบสมบูรณ์ นักวิจัย farazsth98 ได้เผยแพร่ exploit สาธารณะชื่อ “Chronomaly” ซึ่งสามารถทำงานได้บน Linux kernel v5.10.157 และคาดว่าจะใช้ได้กับทุกเวอร์ชันในสาย 5.10.x เพราะไม่ต้องพึ่งพา memory offset เฉพาะรุ่น Google ยืนยันว่าช่องโหว่นี้ถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ limited, targeted exploitation ซึ่งหมายความว่าเป็นการโจมตีแบบเจาะจงเป้าหมาย โดยกลุ่มผู้โจมตีระดับสูง (APT) อาจเป็นผู้ใช้ช่องโหว่นี้ก่อนที่แพตช์จะถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ การอัปเดตความปลอดภัยประจำเดือนกันยายน 2025 ได้ออกแพตช์แก้ไขแล้ว และผู้ใช้อุปกรณ์ Android ที่ใช้ kernel สายนี้ควรอัปเดตทันทีเพื่อปิดช่องโหว่ ผลกระทบของ Chronomaly ไม่ได้จำกัดแค่ Android เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความเสี่ยงของระบบที่ใช้ Linux kernel รุ่นเก่าในองค์กรต่าง ๆ โดยเฉพาะอุปกรณ์ IoT, ระบบฝังตัว และเซิร์ฟเวอร์ที่ยังไม่ได้อัปเดต การโจมตีแบบ local privilege escalation แม้จะต้องเข้าถึงเครื่องก่อน แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการยึดระบบทั้งหมดได้อย่างง่ายดายหากผู้โจมตีมี foothold อยู่แล้ว 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ช่องโหว่และรายละเอียดทางเทคนิค ➡️ CVE‑2025‑38352 เป็นช่องโหว่ EoP ระดับ High Severity ➡️ เกิดจาก race condition ใน POSIX CPU timers ทำให้เกิด memory corruption ‼️ ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ⛔ ผู้โจมตีสามารถยกระดับสิทธิ์เป็น Root ได้ ⛔ อาจทำให้ระบบ crash หรือถูก DoS ✅ การโจมตีและ exploit ที่ถูกเผยแพร่ ➡️ exploit “Chronomaly” ใช้งานได้บน Linux kernel v5.10.157 ➡️ คาดว่าจะใช้ได้กับทุก kernel ในสาย 5.10.x ‼️ ความเสี่ยงจากการมี exploit สาธารณะ ⛔ เพิ่มโอกาสให้ผู้โจมตีทั่วไปนำไปใช้ ⛔ ระบบที่ยังไม่อัปเดตมีความเสี่ยงสูงขึ้นทันที ✅ การยืนยันจาก Google ➡️ ตรวจพบการโจมตีจริงแบบ targeted exploitation ➡️ แพตช์แก้ไขถูกปล่อยในอัปเดตความปลอดภัยเดือนกันยายน 2025 ‼️ ผลกระทบต่อผู้ใช้ ⛔ อุปกรณ์ Android ที่ยังไม่อัปเดตเสี่ยงถูกโจมตี ⛔ องค์กรที่ใช้ Linux kernel รุ่นเก่าอาจถูกเจาะระบบได้ง่ายขึ้น ✅ ข้อแนะนำด้านความปลอดภัย ➡️ อัปเดตแพตช์ล่าสุดทันที ➡️ ตรวจสอบระบบที่ใช้ kernel 5.10.x เป็นพิเศษ ‼️ ความเสี่ยงหากไม่อัปเดต ⛔ ผู้โจมตีสามารถยึดระบบได้จากการเข้าถึงเพียงเล็กน้อย ⛔ อาจถูกใช้เป็นฐานโจมตีระบบอื่นในเครือข่าย https://securityonline.info/zero-day-chronomaly-exploit-grants-root-access-to-vulnerable-linux-kernels/
    SECURITYONLINE.INFO
    Zero-Day Chronomaly Exploit Grants Root Access to Vulnerable Linux Kernels
    The Chronomaly exploit weaponizes CVE-2025-38352, a Linux kernel race condition. It allows any local user to gain root access across Android and Linux.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 33 มุมมอง 0 รีวิว
  • เลือกโฮสติ้งให้ถูก…อนาคตของงานประมวลผลหนักอยู่ที่ความปลอดภัยและความเสถียร

    การเลือกแพลตฟอร์มโฮสติ้งสำหรับงานประมวลผลประสิทธิภาพสูง (High‑Performance Applications) ไม่ใช่แค่เรื่อง “สเปกแรง” อีกต่อไป แต่เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อความปลอดภัย ความเสถียร และต้นทุนระยะยาวขององค์กรหรือทีมพัฒนาโดยตรง เนื้อหาในหน้าเว็บชี้ให้เห็นว่าการใช้งาน GPU สำหรับงาน Machine Learning, Simulation, 3D Rendering หรือ Data Processing ทำให้โครงสร้างพื้นฐานกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวผลิตภัณฑ์เอง และการเลือกผิดเพียงครั้งเดียวอาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายแฝงจำนวนมากในอนาคต

    หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ “ราคาถูกไม่ได้แปลว่าคุ้มค่า” เพราะผู้ให้บริการบางรายลดต้นทุนด้วยการใช้ฮาร์ดแวร์เก่า จำกัดการตั้งค่าระบบ หรือมีนโยบายบิลลิ่งที่ไม่ยืดหยุ่น ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาเมื่อรันงานจริงเป็นเวลานานหรือมีโหลดพุ่งขึ้นแบบไม่คาดคิด การจ่ายแพงขึ้นเล็กน้อยอาจแลกมากับเสถียรภาพที่สูงกว่าและเวลาที่ทีมวิศวกรไม่ต้องเสียไปกับการแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน

    ด้านความปลอดภัยก็เป็นอีกแกนหลักที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะการแยกทรัพยากร GPU อย่างเหมาะสม การควบคุม Firewall และการเข้ารหัสข้อมูลทั้งขณะส่งผ่านและขณะจัดเก็บ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ควรมีในทุกแพลตฟอร์มที่รองรับงานข้อมูลสำคัญหรือโมเดลที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญา นอกจากนี้ ความสามารถของทีมซัพพอร์ตและความชัดเจนของนโยบาย Uptime ก็เป็นตัวชี้วัดความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการได้อย่างดี

    สุดท้าย การทดสอบจริง (Benchmark + Trial) คือขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ เพราะสเปกบนกระดาษไม่เคยบอกความจริงทั้งหมด การรันโมเดลจริง โหลดข้อมูลจริง และดูพฤติกรรมระบบในสถานการณ์จำลอง จะช่วยให้ทีมตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้นว่าระบบนั้นรองรับงานของตนได้จริงหรือไม่

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ความหมายของต้นทุนที่แท้จริง
    ราคาถูกอาจซ่อนข้อจำกัด เช่น ฮาร์ดแวร์เก่า หรือการตั้งค่าที่ไม่ยืดหยุ่น
    ค่าใช้จ่ายที่แท้จริงคือ “ประสิทธิภาพที่ใช้งานได้จริง” ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนใบเสนอราคา

    ความเสี่ยงจากการเลือกโฮสติ้งราคาต่ำ
    อาจเกิด Downtime บ่อย ทำให้เสียเวลาการทำงาน
    ทีมวิศวกรต้องเสียเวลาแก้ปัญหาแทนที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์

    ความปลอดภัยของระบบเป็นหัวใจหลัก
    ควรมีการแยก GPU อย่างเหมาะสมเพื่อป้องกัน Cross‑Tenant Access
    ต้องรองรับ Firewall Rules, การจำกัดพอร์ต และการเข้ารหัสข้อมูล

    ความเสี่ยงด้านข้อมูล
    หากไม่มีการเข้ารหัส อาจเสี่ยงต่อการรั่วไหลของโมเดลหรือข้อมูลสำคัญ
    การตั้งค่าความปลอดภัยที่ไม่ดีอาจเปิดช่องให้ถูกโจมตีทางเครือข่าย

    ความเสถียรและคุณภาพการซัพพอร์ต
    ผู้ให้บริการที่ดีควรมีนโยบาย Uptime ชัดเจน
    ทีมซัพพอร์ตที่ตอบเร็วช่วยลดผลกระทบจากเหตุขัดข้อง

    ความเสี่ยงจากซัพพอร์ตที่ไม่พร้อม
    ปัญหาเล็กอาจกลายเป็นวิกฤตหากไม่มีผู้ช่วยเหลือทันที
    การขาดเอกสารหรือ Knowledge Base ทำให้แก้ปัญหาได้ช้าลง

    ความยืดหยุ่นของสถาปัตยกรรม
    รองรับทั้ง Vertical Scaling และ Horizontal Scaling
    ควรให้สิทธิ์ Root Access และรองรับ Custom Drivers

    ความเสี่ยงจากระบบที่ขยายไม่ได้
    เมื่อโหลดเพิ่มขึ้น อาจต้องย้ายระบบใหม่ทั้งหมด
    ทำให้เสียเวลาและต้นทุนสูงขึ้นในระยะยาว

    ความสำคัญของการทดสอบจริง
    Benchmark ช่วยเปิดเผยปัญหาที่สเปกบนกระดาษไม่เคยบอก
    การทดสอบด้วยโมเดลจริงช่วยประเมินเสถียรภาพภายใต้โหลดจริง

    ความเสี่ยงหากไม่ทดสอบก่อนใช้งานจริง
    อาจเจอปัญหาคอขวดหลัง Deploy
    ทำให้ต้องแก้ไขระบบใหม่ทั้งชุดในภายหลัง

    https://securityonline.info/how-to-select-a-secure-hosting-platform-for-high-performance-applications/
    ⚙️ เลือกโฮสติ้งให้ถูก…อนาคตของงานประมวลผลหนักอยู่ที่ความปลอดภัยและความเสถียร การเลือกแพลตฟอร์มโฮสติ้งสำหรับงานประมวลผลประสิทธิภาพสูง (High‑Performance Applications) ไม่ใช่แค่เรื่อง “สเปกแรง” อีกต่อไป แต่เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อความปลอดภัย ความเสถียร และต้นทุนระยะยาวขององค์กรหรือทีมพัฒนาโดยตรง เนื้อหาในหน้าเว็บชี้ให้เห็นว่าการใช้งาน GPU สำหรับงาน Machine Learning, Simulation, 3D Rendering หรือ Data Processing ทำให้โครงสร้างพื้นฐานกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวผลิตภัณฑ์เอง และการเลือกผิดเพียงครั้งเดียวอาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายแฝงจำนวนมากในอนาคต หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ “ราคาถูกไม่ได้แปลว่าคุ้มค่า” เพราะผู้ให้บริการบางรายลดต้นทุนด้วยการใช้ฮาร์ดแวร์เก่า จำกัดการตั้งค่าระบบ หรือมีนโยบายบิลลิ่งที่ไม่ยืดหยุ่น ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาเมื่อรันงานจริงเป็นเวลานานหรือมีโหลดพุ่งขึ้นแบบไม่คาดคิด การจ่ายแพงขึ้นเล็กน้อยอาจแลกมากับเสถียรภาพที่สูงกว่าและเวลาที่ทีมวิศวกรไม่ต้องเสียไปกับการแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านความปลอดภัยก็เป็นอีกแกนหลักที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะการแยกทรัพยากร GPU อย่างเหมาะสม การควบคุม Firewall และการเข้ารหัสข้อมูลทั้งขณะส่งผ่านและขณะจัดเก็บ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ควรมีในทุกแพลตฟอร์มที่รองรับงานข้อมูลสำคัญหรือโมเดลที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญา นอกจากนี้ ความสามารถของทีมซัพพอร์ตและความชัดเจนของนโยบาย Uptime ก็เป็นตัวชี้วัดความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการได้อย่างดี สุดท้าย การทดสอบจริง (Benchmark + Trial) คือขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ เพราะสเปกบนกระดาษไม่เคยบอกความจริงทั้งหมด การรันโมเดลจริง โหลดข้อมูลจริง และดูพฤติกรรมระบบในสถานการณ์จำลอง จะช่วยให้ทีมตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้นว่าระบบนั้นรองรับงานของตนได้จริงหรือไม่ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ความหมายของต้นทุนที่แท้จริง ➡️ ราคาถูกอาจซ่อนข้อจำกัด เช่น ฮาร์ดแวร์เก่า หรือการตั้งค่าที่ไม่ยืดหยุ่น ➡️ ค่าใช้จ่ายที่แท้จริงคือ “ประสิทธิภาพที่ใช้งานได้จริง” ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนใบเสนอราคา ‼️ ความเสี่ยงจากการเลือกโฮสติ้งราคาต่ำ ⛔ อาจเกิด Downtime บ่อย ทำให้เสียเวลาการทำงาน ⛔ ทีมวิศวกรต้องเสียเวลาแก้ปัญหาแทนที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ ✅ ความปลอดภัยของระบบเป็นหัวใจหลัก ➡️ ควรมีการแยก GPU อย่างเหมาะสมเพื่อป้องกัน Cross‑Tenant Access ➡️ ต้องรองรับ Firewall Rules, การจำกัดพอร์ต และการเข้ารหัสข้อมูล ‼️ ความเสี่ยงด้านข้อมูล ⛔ หากไม่มีการเข้ารหัส อาจเสี่ยงต่อการรั่วไหลของโมเดลหรือข้อมูลสำคัญ ⛔ การตั้งค่าความปลอดภัยที่ไม่ดีอาจเปิดช่องให้ถูกโจมตีทางเครือข่าย ✅ ความเสถียรและคุณภาพการซัพพอร์ต ➡️ ผู้ให้บริการที่ดีควรมีนโยบาย Uptime ชัดเจน ➡️ ทีมซัพพอร์ตที่ตอบเร็วช่วยลดผลกระทบจากเหตุขัดข้อง ‼️ ความเสี่ยงจากซัพพอร์ตที่ไม่พร้อม ⛔ ปัญหาเล็กอาจกลายเป็นวิกฤตหากไม่มีผู้ช่วยเหลือทันที ⛔ การขาดเอกสารหรือ Knowledge Base ทำให้แก้ปัญหาได้ช้าลง ✅ ความยืดหยุ่นของสถาปัตยกรรม ➡️ รองรับทั้ง Vertical Scaling และ Horizontal Scaling ➡️ ควรให้สิทธิ์ Root Access และรองรับ Custom Drivers ‼️ ความเสี่ยงจากระบบที่ขยายไม่ได้ ⛔ เมื่อโหลดเพิ่มขึ้น อาจต้องย้ายระบบใหม่ทั้งหมด ⛔ ทำให้เสียเวลาและต้นทุนสูงขึ้นในระยะยาว ✅ ความสำคัญของการทดสอบจริง ➡️ Benchmark ช่วยเปิดเผยปัญหาที่สเปกบนกระดาษไม่เคยบอก ➡️ การทดสอบด้วยโมเดลจริงช่วยประเมินเสถียรภาพภายใต้โหลดจริง ‼️ ความเสี่ยงหากไม่ทดสอบก่อนใช้งานจริง ⛔ อาจเจอปัญหาคอขวดหลัง Deploy ⛔ ทำให้ต้องแก้ไขระบบใหม่ทั้งชุดในภายหลัง https://securityonline.info/how-to-select-a-secure-hosting-platform-for-high-performance-applications/
    SECURITYONLINE.INFO
    How to select a secure hosting platform for high-performance applications
    Choosing a hosting platform for high-performance applications is rarely a simple technical decision. When projects rely on GPUs
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 46 มุมมอง 0 รีวิว
  • ท่องเที่ยวไทยขาลง หมดยุคทองทัวร์จีน

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภาพรวมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในปี 2568 พบว่ามีจำนวน 32,974,321 คน ลดลง 7.23% จากปีที่ผ่านมา (35.54 ล้านคน) สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.53 ล้านล้านบาท ลดลง 4.71% จากปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2567) นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวสูงสุด กลับเป็นมาเลเซีย 4,520,856 คน ลดลง 9.54% จากปีที่ผ่านมา 4,952,078 คน

    ส่วนอันดับสอง จีน ลดลงจาก 6,733,162 คน ในปีที่ผ่านมา เหลือ 4,473,992 คน หรือลดลง 33.55% อันดับสาม อินเดีย 2,487,319 คน เพิ่มขึ้น 16.82% จากปีที่ผ่านมา 2,129,149 คน อันดับสี่ รัสเซีย 1,898,837 คน เพิ่มขึ้น 8.80% จากปีที่ผ่านมา 1,745,327 คน และอันดับห้า เกาหลีใต้ 1,555,227 คน ลดลง 16.79% จากปีที่ผ่านมา 1,868,945 คน

    เหตุที่นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงมีหลายปัจจัย เริ่มจากปัญหาสแกมเมอร์ตามแนวชายแดน ที่นักแสดงจีน ซิง ซิง ถูกหลอกไปที่ชายแดนฝั่งเมียนมา ทำให้ชาวจีนไม่กล้ามาไทยเพราะกังวลความปลอดภัย, สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเกิดการปะทะตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. 2568 เป็นต้นมา เหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ในช่วงฤดูการท่องเที่ยว โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

    ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น กระทบต่อค่าครองชีพ ลดแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายในไทยน้อยลง รวมทั้งมาตรการสกัดฟรีวีซ่ารัน (Free-visa Run) ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ไม่นับรวมปัญหาการเมืองในประเทศจากการเปลี่ยนรัฐบาลในช่วงกลางปี ทำให้นโยบายไม่ต่อเนื่อง

    ในปี 2569 ททท. ว่าจ้างศิลปินชื่อดัง ลิซ่า ลลิษา มโนบาล เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ Amazing Thailand ในเวทีโลก ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 ม.ค. พร้อมเชิญสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ และผู้นำความคิดเห็นจากต่างประเทศเกือบ 100 รายเข้าร่วมงาน เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาโปรโมทการท่องเที่ยวไทย และล่าสุด นำศิลปินและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังชาวอังกฤษ Henry Moodie เจาะตลาดยุโรปโดยเฉพาะ

    นอกจากนี้ ททท. เตรียมปรับเป้าหมายโดยใช้แนวคิด Value over Volume ไม่เน้นเติบโตเชิงตัวเลข แต่เน้นเติบโตจากการสร้างประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness & Medical Tourism), เศรษฐกิจวัฒนธรรมย่อย (Sub-Culture Economy) ตามความสนใจเฉพาะกลุ่ม, เศรษฐกิจยามค่ำคืน (Night Economy), เศรษฐกิจปลอดภาษีจากการชอปปิ้ง (Tax-free Economy), จัดตั้ง Tax-Free Zone ในเมืองหลัก เมืองรอง เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวคุณภาพ

    #Newskit
    ท่องเที่ยวไทยขาลง หมดยุคทองทัวร์จีน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภาพรวมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในปี 2568 พบว่ามีจำนวน 32,974,321 คน ลดลง 7.23% จากปีที่ผ่านมา (35.54 ล้านคน) สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.53 ล้านล้านบาท ลดลง 4.71% จากปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2567) นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวสูงสุด กลับเป็นมาเลเซีย 4,520,856 คน ลดลง 9.54% จากปีที่ผ่านมา 4,952,078 คน ส่วนอันดับสอง จีน ลดลงจาก 6,733,162 คน ในปีที่ผ่านมา เหลือ 4,473,992 คน หรือลดลง 33.55% อันดับสาม อินเดีย 2,487,319 คน เพิ่มขึ้น 16.82% จากปีที่ผ่านมา 2,129,149 คน อันดับสี่ รัสเซีย 1,898,837 คน เพิ่มขึ้น 8.80% จากปีที่ผ่านมา 1,745,327 คน และอันดับห้า เกาหลีใต้ 1,555,227 คน ลดลง 16.79% จากปีที่ผ่านมา 1,868,945 คน เหตุที่นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงมีหลายปัจจัย เริ่มจากปัญหาสแกมเมอร์ตามแนวชายแดน ที่นักแสดงจีน ซิง ซิง ถูกหลอกไปที่ชายแดนฝั่งเมียนมา ทำให้ชาวจีนไม่กล้ามาไทยเพราะกังวลความปลอดภัย, สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเกิดการปะทะตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. 2568 เป็นต้นมา เหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ในช่วงฤดูการท่องเที่ยว โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น กระทบต่อค่าครองชีพ ลดแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายในไทยน้อยลง รวมทั้งมาตรการสกัดฟรีวีซ่ารัน (Free-visa Run) ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ไม่นับรวมปัญหาการเมืองในประเทศจากการเปลี่ยนรัฐบาลในช่วงกลางปี ทำให้นโยบายไม่ต่อเนื่อง ในปี 2569 ททท. ว่าจ้างศิลปินชื่อดัง ลิซ่า ลลิษา มโนบาล เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ Amazing Thailand ในเวทีโลก ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 ม.ค. พร้อมเชิญสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ และผู้นำความคิดเห็นจากต่างประเทศเกือบ 100 รายเข้าร่วมงาน เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาโปรโมทการท่องเที่ยวไทย และล่าสุด นำศิลปินและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังชาวอังกฤษ Henry Moodie เจาะตลาดยุโรปโดยเฉพาะ นอกจากนี้ ททท. เตรียมปรับเป้าหมายโดยใช้แนวคิด Value over Volume ไม่เน้นเติบโตเชิงตัวเลข แต่เน้นเติบโตจากการสร้างประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness & Medical Tourism), เศรษฐกิจวัฒนธรรมย่อย (Sub-Culture Economy) ตามความสนใจเฉพาะกลุ่ม, เศรษฐกิจยามค่ำคืน (Night Economy), เศรษฐกิจปลอดภาษีจากการชอปปิ้ง (Tax-free Economy), จัดตั้ง Tax-Free Zone ในเมืองหลัก เมืองรอง เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวคุณภาพ #Newskit
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 83 มุมมอง 0 รีวิว
  • Apple ตุน NAND ล่วงหน้าถึงต้นปี 2026 – เดินหน้าเจรจา DRAM ต่อเนื่อง พร้อมได้ดีลราคาพิเศษจาก TSMC

    Apple กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับความต้องการชิปหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ โดยเฉพาะ iPhone, iPad, Mac และอุปกรณ์ AI รุ่นถัดไป รายงานระบุว่า Apple ได้ ล็อกสัญญาจัดหาชิป NAND แบบยาวไปจนถึงไตรมาส 1 ปี 2026 เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากราคาตลาดที่ผันผวนและปัญหาซัพพลายเชนที่เกิดขึ้นทั่วโลกในช่วงปีที่ผ่านมา

    ในขณะเดียวกัน Apple ยังคง เจรจากับผู้ผลิต DRAM รายใหญ่ เพื่อให้ได้ราคาที่มั่นคงและปริมาณที่เพียงพอสำหรับผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ที่ต้องใช้ RAM มากขึ้น เช่น Vision Pro รุ่นถัดไป และ Mac ที่ใช้ชิป Apple Silicon รุ่นใหม่ที่มีสถาปัตยกรรมเน้น AI/ML มากขึ้น ความต้องการ DRAM ต่อเครื่องจึงสูงกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน

    รายงานยังระบุว่า TSMC เตรียมเสนอราคาพิเศษให้ Apple สำหรับกระบวนการผลิตชิปรุ่นใหม่ เช่น 2nm และ 3nm รุ่นปรับปรุง เพื่อรักษา Apple เป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของบริษัท การให้ราคาพิเศษนี้ช่วยให้ Apple ควบคุมต้นทุนของชิปตระกูล A‑Series และ M‑Series ได้ดีขึ้น แม้ต้นทุนวัตถุดิบทั่วโลกจะเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม

    ภาพรวมแล้ว Apple กำลังวางแผนซัพพลายเชนระยะยาวอย่างเข้มข้น เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้หน่วยความจำมากขึ้น และเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากตลาด DRAM/NAND ที่มีความผันผวนสูงในช่วงปี 2024–2026

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Apple ตุน NAND ล่วงหน้าถึง Q1 2026
    เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านราคาและปัญหาซัพพลายเชน
    รองรับความต้องการหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นในอุปกรณ์รุ่นใหม่

    ยังเจรจา DRAM ต่อเนื่อง
    ผลิตภัณฑ์ใหม่ต้องใช้ RAM มากขึ้น เช่น Vision Pro, Mac รุ่นใหม่
    ต้องการดีลราคาที่มั่นคงในระยะยาว

    TSMC เสนอราคาพิเศษให้ Apple
    สำหรับกระบวนการผลิต 2nm / 3nm รุ่นใหม่
    เพื่อรักษาสถานะลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของบริษัท

    ความเสี่ยงที่ยังต้องจับตา
    ตลาด DRAM/NAND ยังผันผวนสูงจากดีมานด์ AI และเซิร์ฟเวอร์
    หากเจรจา DRAM ไม่สำเร็จ อาจกระทบต้นทุนผลิตภัณฑ์บางรุ่น

    https://wccftech.com/apple-has-secured-access-to-nand-through-q1-2026-continues-to-negotiate-dram-access-tsmc-to-offer-favorable-pricing/
    🍏 Apple ตุน NAND ล่วงหน้าถึงต้นปี 2026 – เดินหน้าเจรจา DRAM ต่อเนื่อง พร้อมได้ดีลราคาพิเศษจาก TSMC Apple กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับความต้องการชิปหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ โดยเฉพาะ iPhone, iPad, Mac และอุปกรณ์ AI รุ่นถัดไป รายงานระบุว่า Apple ได้ ล็อกสัญญาจัดหาชิป NAND แบบยาวไปจนถึงไตรมาส 1 ปี 2026 เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากราคาตลาดที่ผันผวนและปัญหาซัพพลายเชนที่เกิดขึ้นทั่วโลกในช่วงปีที่ผ่านมา ในขณะเดียวกัน Apple ยังคง เจรจากับผู้ผลิต DRAM รายใหญ่ เพื่อให้ได้ราคาที่มั่นคงและปริมาณที่เพียงพอสำหรับผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ที่ต้องใช้ RAM มากขึ้น เช่น Vision Pro รุ่นถัดไป และ Mac ที่ใช้ชิป Apple Silicon รุ่นใหม่ที่มีสถาปัตยกรรมเน้น AI/ML มากขึ้น ความต้องการ DRAM ต่อเครื่องจึงสูงกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน รายงานยังระบุว่า TSMC เตรียมเสนอราคาพิเศษให้ Apple สำหรับกระบวนการผลิตชิปรุ่นใหม่ เช่น 2nm และ 3nm รุ่นปรับปรุง เพื่อรักษา Apple เป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของบริษัท การให้ราคาพิเศษนี้ช่วยให้ Apple ควบคุมต้นทุนของชิปตระกูล A‑Series และ M‑Series ได้ดีขึ้น แม้ต้นทุนวัตถุดิบทั่วโลกจะเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม ภาพรวมแล้ว Apple กำลังวางแผนซัพพลายเชนระยะยาวอย่างเข้มข้น เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้หน่วยความจำมากขึ้น และเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากตลาด DRAM/NAND ที่มีความผันผวนสูงในช่วงปี 2024–2026 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Apple ตุน NAND ล่วงหน้าถึง Q1 2026 ➡️ เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านราคาและปัญหาซัพพลายเชน ➡️ รองรับความต้องการหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นในอุปกรณ์รุ่นใหม่ ✅ ยังเจรจา DRAM ต่อเนื่อง ➡️ ผลิตภัณฑ์ใหม่ต้องใช้ RAM มากขึ้น เช่น Vision Pro, Mac รุ่นใหม่ ➡️ ต้องการดีลราคาที่มั่นคงในระยะยาว ✅ TSMC เสนอราคาพิเศษให้ Apple ➡️ สำหรับกระบวนการผลิต 2nm / 3nm รุ่นใหม่ ➡️ เพื่อรักษาสถานะลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของบริษัท ‼️ ความเสี่ยงที่ยังต้องจับตา ⛔ ตลาด DRAM/NAND ยังผันผวนสูงจากดีมานด์ AI และเซิร์ฟเวอร์ ⛔ หากเจรจา DRAM ไม่สำเร็จ อาจกระทบต้นทุนผลิตภัณฑ์บางรุ่น https://wccftech.com/apple-has-secured-access-to-nand-through-q1-2026-continues-to-negotiate-dram-access-tsmc-to-offer-favorable-pricing/
    WCCFTECH.COM
    Apple Just Staged A Coup On TSMC's Pricing For The A20 Chip
    Morgan Stanley now expects Apple's upcoming A20 chips to cost just 30 percent more than the 3nm-based A19 chips found in the iPhone 17 lineup.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 45 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts