• รีโพสต์เพจมูลนิธิบูรณะนิเวศ 4 เมษายน 2568 พิรุธใหม่ “ซินเคอหยวน” ซุก “ฝุ่นแดง” เกือบครึ่งแสนตัน.จากกรณีการเกิดแผ่นดินไหวจนอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ถล่มลง ชื่อของบริษัททุนจีนที่ปรากฏเป็นข่าวและถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง นอกจากบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) แล้ว ยังมีชื่อของบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด เคียงคู่มาด้วย ในฐานะเจ้าของผลิตภัณฑ์เหล็กเส้นยี่ห้อ SKY.ทั้งนี้ เหล็กข้ออ้อยขนาด 20 และ 32 มิลลิเมตรที่กระทรวงอุตสาหกรรมเก็บตัวอย่างมาจากตึก สตง. ซึ่งทดสอบแล้วพบว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) ก็คือเหล็ก SKY นั่นเอง.จากผลการตรวจพบข้อเท็จจริงดังกล่าว ทำให้เมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมา คณะตรวจการสุดซอยกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เข้าตรวจสอบโรงงานซินเคอหยวน ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง โดยตั้งเป้าตรวจสอบใน 2 ประเด็นหลัก.นั่นคือ 1. ตรวจสอบว่าเหล็กตกมาตรฐานของบริษัทที่เคยถูกยึดอายัดไว้เดือนธันวาคม 2567 ยังอยู่ครบหรือไม่ 2. บริษัทซึ่งถูกสั่งปิดปรับปรุงตั้งแต่ปลายปีนั้น มีการลักลอบประกอบกิจการหรือไม่.ผลการตรวจสอบในประเด็นแรกพบว่า เหล็กของกลางที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดอายัดไว้ยังอยู่ครบถ้วน ไม่มีการเคลื่อนย้าย ส่วนการตรวจในประเด็นที่ 2 ในวันที่ลงตรวจก็ไม่พบการประกอบกิจการ.อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มสื่อมวลชนที่ติดตามประเด็น ต่างตั้งข้อสังเกตว่า สภาพโรงงานดู “สะอาดเรียบร้อย” พร้อมรับการตรวจราวทราบล่วงหน้า รวมทั้งผู้เป็นตัวแทนบริษัทได้แสดงความมั่นใจ และบางช่วงได้ทักทายผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า “เป็นไงนักข่าวได้ข่าวอะไรไหม”.กระนั้นก็ตาม จากการที่คณะตรวจการสุดซอยฯ ตรวจสอบการใช้ไฟฟ้าในโรงงานจากบิลค่าไฟ แม้พบว่า ค่าไฟในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2568 จะลดลงอย่างมาก จากค่าเฉลี่ยเดิมที่ประมาณเดือนละ 150 ล้านบาท คงเหลือที่ 1.2 ล้านบาท 0.64 ล้านบาท และ 6.4 ล้านบาท ตามลำดับ แต่ตัวเลขของเดือนล่าสุดก็ยังมีความน่าสงสัย.แต่สำหรับประเด็นชวนกังขาที่แท้จริงกลับอยู่ที่ “ฝุ่นแดง” ที่ทางบริษัทมีอยู่ในครอบครอง ซึ่งเจ้าหน้าที่ประเมินว่าน่าจะมีจำนวนมากกว่า 43,000 ตัน ในขณะที่จำนวนที่บริษัทแจ้งต่อภาครัฐมีเพียง 2,245 ตันต่อปี อีกทั้งในปี 2567 บริษัทฯ ไม่มีการแจ้งหรือรายงานการกักเก็บฝุ่นแดงแต่อย่างใด .อนึ่ง ฝุ่นแดงคือฝุ่นที่เกิดจากเตาหลอมเหล็ก ซึ่งในระดับนานาชาติถือว่าเป็นของเสียอันตรายที่ต้องควบคุมการก่อเกิด การเคลื่อนย้าย และการกำจัดอย่างเข้มงวด เนื่องจากมีส่วนประกอบเป็นโลหะหนักที่สามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม.การมีฝุ่นแดงในครอบครองในกรณีของซินเคอหยวนจึงถือว่าเป็นเรื่องปกติ ในฐานะของเสียจากกระบวนการผลิต เพียงแต่ปริมาณที่แตกต่างมหาศาล จากระดับ 2,000 ตัน กลายเป็น 40,000 ตัน ก่อให้เกิดคำถามใหญ่และสำคัญว่า ฝุ่นแดงส่วนเกินนั้นมาจากไหน และฝุ่นแดงเหล่านั้นเข้ามาอยู่ในโรงงานของบริษัทในฐานะอะไร เรื่องนี้จึงถือว่าเป็นข้อพิรุธใหญ่ที่จำเป็นต้องมีการสืบสวนสอบสวนต่ออย่างเอาจริงเอาจัง.เท่าที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิบูรณะนิเวศสังเกตดูกองถุงบิ๊กแบกบรรจุฝุ่นแดงภายในโรงงานของซินเคอหยวน พบว่าลักษณะของถุงมีความแตกต่างกัน ส่วนที่กองอยู่ในฟากหนึ่งเป็นถุงสีขาวออกน้ำตาลที่มีดูหมองและเก่า หลายจุดมีมีหยากไย่เกาะปกคลุม .ในขณะที่อีกฟากมีถุงบิ๊กแบกสีดำที่มีอักษรจีนกำกับ ซึ่งลักษณะดูใหม่กว่า และส่วนใหญ่จะวางทับถุงสีขาวน้ำตาล คล้ายกับว่าถุงเหล่านี้ถูกนำหรือเคลื่อนย้ายเข้ามาทีหลัง.สำหรับถุงบิ๊กแบกสีดำที่ที่มีอักษรจีนเป็นแบบเดียวกับเราเคยพบมาก่อนจากการลงพื้นที่โรงงานในจังหวัดสมุทรสาคร โดยเป็นถุงบรรจุฝุ่นแดงเช่นเดียวกัน.ทั้งนี้ เมื่อวานนี้ (3 เมษายน 2568) ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้ประสานดีเอสไอรับประเด็นเรื่องฝุ่นแดงกรณีบริษัทซินเคอหยวนนี้เป็นคดีพิเศษแล้ว ซึ่งทางเพจจะนำเสนอประเด็นเกี่ยวเนื่องอื่นๆ และความคืบหน้าต่อไป......เรื่องและภาพโดย นราธิป ทองถนอม มูลนิธิบูรณะนิเวศ
    รีโพสต์เพจมูลนิธิบูรณะนิเวศ 4 เมษายน 2568 พิรุธใหม่ “ซินเคอหยวน” ซุก “ฝุ่นแดง” เกือบครึ่งแสนตัน.จากกรณีการเกิดแผ่นดินไหวจนอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ถล่มลง ชื่อของบริษัททุนจีนที่ปรากฏเป็นข่าวและถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง นอกจากบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) แล้ว ยังมีชื่อของบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด เคียงคู่มาด้วย ในฐานะเจ้าของผลิตภัณฑ์เหล็กเส้นยี่ห้อ SKY.ทั้งนี้ เหล็กข้ออ้อยขนาด 20 และ 32 มิลลิเมตรที่กระทรวงอุตสาหกรรมเก็บตัวอย่างมาจากตึก สตง. ซึ่งทดสอบแล้วพบว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) ก็คือเหล็ก SKY นั่นเอง.จากผลการตรวจพบข้อเท็จจริงดังกล่าว ทำให้เมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมา คณะตรวจการสุดซอยกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เข้าตรวจสอบโรงงานซินเคอหยวน ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง โดยตั้งเป้าตรวจสอบใน 2 ประเด็นหลัก.นั่นคือ 1. ตรวจสอบว่าเหล็กตกมาตรฐานของบริษัทที่เคยถูกยึดอายัดไว้เดือนธันวาคม 2567 ยังอยู่ครบหรือไม่ 2. บริษัทซึ่งถูกสั่งปิดปรับปรุงตั้งแต่ปลายปีนั้น มีการลักลอบประกอบกิจการหรือไม่.ผลการตรวจสอบในประเด็นแรกพบว่า เหล็กของกลางที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดอายัดไว้ยังอยู่ครบถ้วน ไม่มีการเคลื่อนย้าย ส่วนการตรวจในประเด็นที่ 2 ในวันที่ลงตรวจก็ไม่พบการประกอบกิจการ.อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มสื่อมวลชนที่ติดตามประเด็น ต่างตั้งข้อสังเกตว่า สภาพโรงงานดู “สะอาดเรียบร้อย” พร้อมรับการตรวจราวทราบล่วงหน้า รวมทั้งผู้เป็นตัวแทนบริษัทได้แสดงความมั่นใจ และบางช่วงได้ทักทายผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า “เป็นไงนักข่าวได้ข่าวอะไรไหม”.กระนั้นก็ตาม จากการที่คณะตรวจการสุดซอยฯ ตรวจสอบการใช้ไฟฟ้าในโรงงานจากบิลค่าไฟ แม้พบว่า ค่าไฟในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2568 จะลดลงอย่างมาก จากค่าเฉลี่ยเดิมที่ประมาณเดือนละ 150 ล้านบาท คงเหลือที่ 1.2 ล้านบาท 0.64 ล้านบาท และ 6.4 ล้านบาท ตามลำดับ แต่ตัวเลขของเดือนล่าสุดก็ยังมีความน่าสงสัย.แต่สำหรับประเด็นชวนกังขาที่แท้จริงกลับอยู่ที่ “ฝุ่นแดง” ที่ทางบริษัทมีอยู่ในครอบครอง ซึ่งเจ้าหน้าที่ประเมินว่าน่าจะมีจำนวนมากกว่า 43,000 ตัน ในขณะที่จำนวนที่บริษัทแจ้งต่อภาครัฐมีเพียง 2,245 ตันต่อปี อีกทั้งในปี 2567 บริษัทฯ ไม่มีการแจ้งหรือรายงานการกักเก็บฝุ่นแดงแต่อย่างใด .อนึ่ง ฝุ่นแดงคือฝุ่นที่เกิดจากเตาหลอมเหล็ก ซึ่งในระดับนานาชาติถือว่าเป็นของเสียอันตรายที่ต้องควบคุมการก่อเกิด การเคลื่อนย้าย และการกำจัดอย่างเข้มงวด เนื่องจากมีส่วนประกอบเป็นโลหะหนักที่สามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม.การมีฝุ่นแดงในครอบครองในกรณีของซินเคอหยวนจึงถือว่าเป็นเรื่องปกติ ในฐานะของเสียจากกระบวนการผลิต เพียงแต่ปริมาณที่แตกต่างมหาศาล จากระดับ 2,000 ตัน กลายเป็น 40,000 ตัน ก่อให้เกิดคำถามใหญ่และสำคัญว่า ฝุ่นแดงส่วนเกินนั้นมาจากไหน และฝุ่นแดงเหล่านั้นเข้ามาอยู่ในโรงงานของบริษัทในฐานะอะไร เรื่องนี้จึงถือว่าเป็นข้อพิรุธใหญ่ที่จำเป็นต้องมีการสืบสวนสอบสวนต่ออย่างเอาจริงเอาจัง.เท่าที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิบูรณะนิเวศสังเกตดูกองถุงบิ๊กแบกบรรจุฝุ่นแดงภายในโรงงานของซินเคอหยวน พบว่าลักษณะของถุงมีความแตกต่างกัน ส่วนที่กองอยู่ในฟากหนึ่งเป็นถุงสีขาวออกน้ำตาลที่มีดูหมองและเก่า หลายจุดมีมีหยากไย่เกาะปกคลุม .ในขณะที่อีกฟากมีถุงบิ๊กแบกสีดำที่มีอักษรจีนกำกับ ซึ่งลักษณะดูใหม่กว่า และส่วนใหญ่จะวางทับถุงสีขาวน้ำตาล คล้ายกับว่าถุงเหล่านี้ถูกนำหรือเคลื่อนย้ายเข้ามาทีหลัง.สำหรับถุงบิ๊กแบกสีดำที่ที่มีอักษรจีนเป็นแบบเดียวกับเราเคยพบมาก่อนจากการลงพื้นที่โรงงานในจังหวัดสมุทรสาคร โดยเป็นถุงบรรจุฝุ่นแดงเช่นเดียวกัน.ทั้งนี้ เมื่อวานนี้ (3 เมษายน 2568) ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้ประสานดีเอสไอรับประเด็นเรื่องฝุ่นแดงกรณีบริษัทซินเคอหยวนนี้เป็นคดีพิเศษแล้ว ซึ่งทางเพจจะนำเสนอประเด็นเกี่ยวเนื่องอื่นๆ และความคืบหน้าต่อไป......เรื่องและภาพโดย นราธิป ทองถนอม มูลนิธิบูรณะนิเวศ
    Angry
    1
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 74 มุมมอง 0 รีวิว
  • SpaceX ได้ประกาศว่าครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของโครงการ Starship บริษัทจะนำ Super Heavy Booster ที่เคยบินมาแล้วกลับมาใช้ใหม่ใน Starship Flight 9 โดยก่อนหน้านี้บูสเตอร์ตัวนี้เคยถูกใช้ใน Flight 7 และผ่านการทดสอบ Static Fire ล่าสุดเพื่อเตรียมความพร้อม

    ✅ SpaceX ทดสอบบูสเตอร์ที่มี 29 จาก 33 เครื่องยนต์ที่ผ่านการบินจริงมาแล้ว
    - บูสเตอร์นี้เป็นตัวแรกที่ นำกลับมาใช้ใหม่ในระบบที่มีมากกว่า 24 เครื่องยนต์
    - การใช้ซ้ำช่วยให้ ลดต้นทุนการผลิตและเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจในอนาคต

    ✅ Flight 9 เป็นภารกิจสำคัญ—ทดสอบยานเวทีที่สองรุ่นใหม่หลังความล้มเหลวสองครั้งก่อนหน้า
    - ยานเวทีที่สองล้มเหลวในเที่ยวบิน Flight 7 และ Flight 8 ก่อนหน้านี้
    - หากประสบความสำเร็จใน Flight 9 อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำหรับโครงการ Starship

    ✅ ก่อนหน้านี้ SpaceX พยายามใช้ระบบจับบูสเตอร์ด้วยหอปล่อยจรวด
    - ระบบจับได้รับการทดสอบก่อน Flight 7 แต่ยังไม่มีการจับบูสเตอร์ได้จริง
    - หากการใช้ซ้ำสำเร็จ จะช่วยให้ SpaceX มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเวทีที่สองต่อไป

    ✅ การทดสอบ Static Fire ไม่ได้บอกถึงวันปล่อยจรวดแน่นอน
    - SpaceX เคยทำการทดสอบแบบ Static Fire หลายเดือนก่อนการปล่อยจริง
    - ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดเกี่ยวกับการปรับแต่งเครื่องยนต์หลังการทดสอบ

    https://wccftech.com/spacex-confirms-super-heavy-booster-re-use-on-starship-flight-9-fires-up-232-feet-rocket/
    SpaceX ได้ประกาศว่าครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของโครงการ Starship บริษัทจะนำ Super Heavy Booster ที่เคยบินมาแล้วกลับมาใช้ใหม่ใน Starship Flight 9 โดยก่อนหน้านี้บูสเตอร์ตัวนี้เคยถูกใช้ใน Flight 7 และผ่านการทดสอบ Static Fire ล่าสุดเพื่อเตรียมความพร้อม ✅ SpaceX ทดสอบบูสเตอร์ที่มี 29 จาก 33 เครื่องยนต์ที่ผ่านการบินจริงมาแล้ว - บูสเตอร์นี้เป็นตัวแรกที่ นำกลับมาใช้ใหม่ในระบบที่มีมากกว่า 24 เครื่องยนต์ - การใช้ซ้ำช่วยให้ ลดต้นทุนการผลิตและเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจในอนาคต ✅ Flight 9 เป็นภารกิจสำคัญ—ทดสอบยานเวทีที่สองรุ่นใหม่หลังความล้มเหลวสองครั้งก่อนหน้า - ยานเวทีที่สองล้มเหลวในเที่ยวบิน Flight 7 และ Flight 8 ก่อนหน้านี้ - หากประสบความสำเร็จใน Flight 9 อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำหรับโครงการ Starship ✅ ก่อนหน้านี้ SpaceX พยายามใช้ระบบจับบูสเตอร์ด้วยหอปล่อยจรวด - ระบบจับได้รับการทดสอบก่อน Flight 7 แต่ยังไม่มีการจับบูสเตอร์ได้จริง - หากการใช้ซ้ำสำเร็จ จะช่วยให้ SpaceX มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเวทีที่สองต่อไป ✅ การทดสอบ Static Fire ไม่ได้บอกถึงวันปล่อยจรวดแน่นอน - SpaceX เคยทำการทดสอบแบบ Static Fire หลายเดือนก่อนการปล่อยจริง - ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดเกี่ยวกับการปรับแต่งเครื่องยนต์หลังการทดสอบ https://wccftech.com/spacex-confirms-super-heavy-booster-re-use-on-starship-flight-9-fires-up-232-feet-rocket/
    WCCFTECH.COM
    SpaceX Confirms Super Heavy Booster Re-Use On Starship Flight 9 & Fires Up 232-Feet Rocket!
    SpaceX confirms that Starship Flight 9 will be the first to re-use a rocket booster for the Starship test program.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 50 มุมมอง 0 รีวิว
  • สหรัฐฯ แบน Kaspersky ตั้งแต่กรกฎาคม 2024 เนื่องจากกังวลว่ารัฐบาลรัสเซียอาจบังคับให้บริษัทให้ข้อมูลหรือควบคุมระบบที่ใช้ซอฟต์แวร์นี้ ส่งผลให้ Kaspersky ไม่สามารถออกอัปเดตใหม่ได้ ทำให้ผู้ใช้ที่ยังติดตั้งโปรแกรมเสี่ยงต่อมัลแวร์และช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ผู้ใช้ที่เคยติดตั้ง Kaspersky ควร ตรวจสอบว่า Windows Defender ไม่อยู่ในโหมด Passive และพิจารณาการใช้แอนติไวรัสอื่น เพื่อป้องกันภัยไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้น

    ✅ ก่อนถูกแบน Kaspersky มีส่วนแบ่งตลาดแอนติไวรัสในสหรัฐฯ สูงถึง 35%
    - หลังจากถูกแบน Kaspersky ส่งมอบลูกค้าให้ Pango Group ซึ่งติดตั้ง UltraAV เป็นบริการทดแทน
    - อย่างไรก็ตาม UltraAV ยังไม่มีคะแนนรีวิวจากห้องปฏิบัติการทดสอบแอนติไวรัสชั้นนำ และผู้ใช้หลายรายรายงานว่า ซอฟต์แวร์ทำงานไม่ดีเท่ากับ Kaspersky

    ✅ ผู้ใช้ Kaspersky ที่ยังคงใช้ซอฟต์แวร์เดิมอาจเสี่ยงต่อภัยคุกคาม
    - การแบนทำให้ Kaspersky ไม่สามารถออกแพตช์ความปลอดภัยใหม่ได้ หมายความว่าผู้ใช้ที่ยังคงติดตั้งซอฟต์แวร์นี้ ไม่ได้รับการป้องกันจากมัลแวร์และช่องโหว่ใหม่ ๆ

    ✅ Windows Defender อาจยังอยู่ในโหมด Passive หากเคยติดตั้ง Kaspersky
    - ผู้ใช้ที่มี Windows ควรตรวจสอบว่า Windows Defender Antivirus ไม่ได้อยู่ในโหมด Passive เนื่องจากเมื่อ Kaspersky ถูกติดตั้ง Windows Defender จะลดระดับการทำงานลง

    ✅ แนวทางในการป้องกันตนเองจากภัยคุกคาม
    - ตรวจสอบว่า ระบบป้องกันไวรัสของอุปกรณ์เปิดใช้งานและเป็นรุ่นล่าสุด
    - พิจารณาการใช้แอนติไวรัสที่มีฟีเจอร์เสริม เช่น VPN, การป้องกันฟิชชิ่ง และระบบจัดการรหัสผ่าน
    - ควรเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำ และใช้ ตัวช่วยสร้างรหัสผ่านแบบสุ่ม

    https://www.techradar.com/pro/security/why-you-should-replace-your-kaspersky-antivirus
    สหรัฐฯ แบน Kaspersky ตั้งแต่กรกฎาคม 2024 เนื่องจากกังวลว่ารัฐบาลรัสเซียอาจบังคับให้บริษัทให้ข้อมูลหรือควบคุมระบบที่ใช้ซอฟต์แวร์นี้ ส่งผลให้ Kaspersky ไม่สามารถออกอัปเดตใหม่ได้ ทำให้ผู้ใช้ที่ยังติดตั้งโปรแกรมเสี่ยงต่อมัลแวร์และช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ผู้ใช้ที่เคยติดตั้ง Kaspersky ควร ตรวจสอบว่า Windows Defender ไม่อยู่ในโหมด Passive และพิจารณาการใช้แอนติไวรัสอื่น เพื่อป้องกันภัยไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้น ✅ ก่อนถูกแบน Kaspersky มีส่วนแบ่งตลาดแอนติไวรัสในสหรัฐฯ สูงถึง 35% - หลังจากถูกแบน Kaspersky ส่งมอบลูกค้าให้ Pango Group ซึ่งติดตั้ง UltraAV เป็นบริการทดแทน - อย่างไรก็ตาม UltraAV ยังไม่มีคะแนนรีวิวจากห้องปฏิบัติการทดสอบแอนติไวรัสชั้นนำ และผู้ใช้หลายรายรายงานว่า ซอฟต์แวร์ทำงานไม่ดีเท่ากับ Kaspersky ✅ ผู้ใช้ Kaspersky ที่ยังคงใช้ซอฟต์แวร์เดิมอาจเสี่ยงต่อภัยคุกคาม - การแบนทำให้ Kaspersky ไม่สามารถออกแพตช์ความปลอดภัยใหม่ได้ หมายความว่าผู้ใช้ที่ยังคงติดตั้งซอฟต์แวร์นี้ ไม่ได้รับการป้องกันจากมัลแวร์และช่องโหว่ใหม่ ๆ ✅ Windows Defender อาจยังอยู่ในโหมด Passive หากเคยติดตั้ง Kaspersky - ผู้ใช้ที่มี Windows ควรตรวจสอบว่า Windows Defender Antivirus ไม่ได้อยู่ในโหมด Passive เนื่องจากเมื่อ Kaspersky ถูกติดตั้ง Windows Defender จะลดระดับการทำงานลง ✅ แนวทางในการป้องกันตนเองจากภัยคุกคาม - ตรวจสอบว่า ระบบป้องกันไวรัสของอุปกรณ์เปิดใช้งานและเป็นรุ่นล่าสุด - พิจารณาการใช้แอนติไวรัสที่มีฟีเจอร์เสริม เช่น VPN, การป้องกันฟิชชิ่ง และระบบจัดการรหัสผ่าน - ควรเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำ และใช้ ตัวช่วยสร้างรหัสผ่านแบบสุ่ม https://www.techradar.com/pro/security/why-you-should-replace-your-kaspersky-antivirus
    WWW.TECHRADAR.COM
    Why you should replace your Kaspersky antivirus
    Should I keep my Kaspersky antivirus in 2025?
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 49 มุมมอง 0 รีวิว
  • Windows Defender Antivirus บน Windows 11 ทำงานได้ดีในการป้องกันมัลแวร์ แต่มีข้อจำกัด เช่น ไม่มี VPN และฟีเจอร์เสริมที่บริการแอนติไวรัสอื่นมี แม้ในการทดสอบล่าสุดจะตรวจจับมัลแวร์ได้ 100% แต่ด้วย ภัยคุกคามที่ซับซ้อนขึ้นจาก AI และแรนซัมแวร์ การเลือกใช้โปรแกรมแอนติไวรัสเพิ่มเติม อาจให้การปกป้องที่ครอบคลุมมากขึ้น นอกจากนี้ Windows Defender สามารถใช้ร่วมกับโปรแกรมแอนติไวรัสอื่นได้ในโหมด Passive เพื่อเพิ่มชั้นความปลอดภัย

    ✅ Windows 10 จะหมดอายุในปี 2025—การอัปเกรดเป็น Windows 11 จำเป็นเพื่อรับแพตช์ความปลอดภัย
    - เมื่อ Windows 10 หยุดอัปเดตในเดือนตุลาคม 2025 ระบบจะไม่มีแพตช์รักษาความปลอดภัยใหม่
    - การอัปเกรดเป็น Windows 11 ช่วยให้ได้รับการปกป้องจากช่องโหว่ล่าสุด

    ✅ Windows Defender Antivirus ทำงานได้ดี แต่มีข้อจำกัด
    - ในการทดสอบล่าสุดโดย AV-TEST Windows Defender ตรวจจับมัลแวร์ได้ 100%
    - อย่างไรก็ตาม มันเป็นโซลูชันพื้นฐานที่ไม่มีฟีเจอร์เพิ่มเติม เช่น VPN หรือระบบควบคุมการใช้งานสำหรับผู้ปกครอง

    ✅ ภัยคุกคามที่มากขึ้นในปี 2025—AI ช่วยให้แฮกเกอร์สร้างมัลแวร์ที่แนบเนียนขึ้น
    - รายงานจาก Malwarebytes ระบุว่า การโจมตีแบบแรนซัมแวร์เพิ่มขึ้น 13% และแนวโน้มยังคงสูงขึ้น
    - แฮกเกอร์ใช้ AI เพื่อสร้างอีเมลฟิชชิ่งที่ดูสมจริงและยากต่อการตรวจจับ

    ✅ การใช้แอนติไวรัสจากบริษัทอื่นอาจให้ความปลอดภัยที่ครอบคลุมกว่า
    - บริการแอนติไวรัสระดับพรีเมียม มักมาพร้อมฟีเจอร์พิเศษ เช่น Password Manager, VPN และการป้องกันฟิชชิ่งขั้นสูง
    - ผู้ใช้สามารถ ติดตั้งแอนติไวรัสฟรี และใช้ร่วมกับ Windows Defender ได้ในโหมด Passive

    https://www.techradar.com/pro/security/do-i-really-need-antivirus-for-windows-11
    Windows Defender Antivirus บน Windows 11 ทำงานได้ดีในการป้องกันมัลแวร์ แต่มีข้อจำกัด เช่น ไม่มี VPN และฟีเจอร์เสริมที่บริการแอนติไวรัสอื่นมี แม้ในการทดสอบล่าสุดจะตรวจจับมัลแวร์ได้ 100% แต่ด้วย ภัยคุกคามที่ซับซ้อนขึ้นจาก AI และแรนซัมแวร์ การเลือกใช้โปรแกรมแอนติไวรัสเพิ่มเติม อาจให้การปกป้องที่ครอบคลุมมากขึ้น นอกจากนี้ Windows Defender สามารถใช้ร่วมกับโปรแกรมแอนติไวรัสอื่นได้ในโหมด Passive เพื่อเพิ่มชั้นความปลอดภัย ✅ Windows 10 จะหมดอายุในปี 2025—การอัปเกรดเป็น Windows 11 จำเป็นเพื่อรับแพตช์ความปลอดภัย - เมื่อ Windows 10 หยุดอัปเดตในเดือนตุลาคม 2025 ระบบจะไม่มีแพตช์รักษาความปลอดภัยใหม่ - การอัปเกรดเป็น Windows 11 ช่วยให้ได้รับการปกป้องจากช่องโหว่ล่าสุด ✅ Windows Defender Antivirus ทำงานได้ดี แต่มีข้อจำกัด - ในการทดสอบล่าสุดโดย AV-TEST Windows Defender ตรวจจับมัลแวร์ได้ 100% - อย่างไรก็ตาม มันเป็นโซลูชันพื้นฐานที่ไม่มีฟีเจอร์เพิ่มเติม เช่น VPN หรือระบบควบคุมการใช้งานสำหรับผู้ปกครอง ✅ ภัยคุกคามที่มากขึ้นในปี 2025—AI ช่วยให้แฮกเกอร์สร้างมัลแวร์ที่แนบเนียนขึ้น - รายงานจาก Malwarebytes ระบุว่า การโจมตีแบบแรนซัมแวร์เพิ่มขึ้น 13% และแนวโน้มยังคงสูงขึ้น - แฮกเกอร์ใช้ AI เพื่อสร้างอีเมลฟิชชิ่งที่ดูสมจริงและยากต่อการตรวจจับ ✅ การใช้แอนติไวรัสจากบริษัทอื่นอาจให้ความปลอดภัยที่ครอบคลุมกว่า - บริการแอนติไวรัสระดับพรีเมียม มักมาพร้อมฟีเจอร์พิเศษ เช่น Password Manager, VPN และการป้องกันฟิชชิ่งขั้นสูง - ผู้ใช้สามารถ ติดตั้งแอนติไวรัสฟรี และใช้ร่วมกับ Windows Defender ได้ในโหมด Passive https://www.techradar.com/pro/security/do-i-really-need-antivirus-for-windows-11
    WWW.TECHRADAR.COM
    Do I really need antivirus for Windows 11?
    Keep your device secured against malware and intricate attack vectors
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 51 มุมมอง 0 รีวิว
  • Nintendo Switch 2 ใช้ชิปกราฟิกของ Nvidia ที่รองรับ DLSS และ Ray Tracing ซึ่งช่วยให้ภาพเกมมีคุณภาพดีขึ้น Nvidia เคลมว่าเครื่องรุ่นใหม่มีพลังกราฟิกแรงกว่ารุ่นก่อนถึง 10 เท่า อย่างไรก็ตาม ผู้พัฒนาเกมต้องปรับให้รองรับเอง และอาจใช้เวลาพอสมควร นอกจากนี้ ราคาตัวเครื่องและเกมที่แพงขึ้น อาจทำให้แฟน ๆ ลังเลที่จะอัปเกรด

    ✅ Nintendo ไม่เปิดเผยสเปคของชิปโดยละเอียด
    - เปิดเผยเพียงว่า รองรับ 120fps บนเครื่อง และ 4K 60fps บนจอทีวี

    ✅ Ray Tracing จะทำให้ภาพเกมสมจริงขึ้น
    - เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ การสะท้อนแสงและเงามีความสมจริง แต่ต้องรอให้เกมต่าง ๆ ใช้งานฟีเจอร์นี้

    ✅ DLSS จะช่วยเพิ่มคุณภาพกราฟิกโดยไม่ลดประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง
    - เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยเร่งความละเอียดของภาพให้ดีขึ้นโดยใช้ AI Upscaling

    ✅ Nvidia เคลมว่า Switch 2 มีพลังกราฟิกแรงกว่ารุ่นเดิมถึง 10 เท่า
    - นี่เป็นเพราะ ชิปกราฟิกใช้ Tensor Cores ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยประมวลผลภาพขั้นสูง

    ✅ เกม Elden Ring จะเปิดตัวบน Switch 2—ใช้ DLSS และ Ray Tracing
    - จะเป็นเกมทดสอบความสามารถของเครื่องในด้าน การแสดงผลและเฟรมเรต

    ✅ ผู้พัฒนาเกมอาจไม่ใช้ฟีเจอร์ใหม่ทันที
    - แม้ Switch 2 รองรับ DLSS และ Ray Tracing แต่ผู้พัฒนาต้องปรับเกมให้รองรับเอง ซึ่งอาจต้องใช้เวลา

    ✅ ปัญหาสำคัญของ Switch 2 คือราคาและค่าตัวเกม
    - ราคาจำหน่ายอยู่ที่ $450 ซึ่งสูงกว่ารุ่นแรกมาก
    - เกมใหม่มีราคาสูงถึง $70-80 ทำให้แฟน ๆ กังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพในการเล่นเกม

    https://www.techspot.com/news/107410-nvidia-claims-10x-graphical-performance-switch-2-over.html
    Nintendo Switch 2 ใช้ชิปกราฟิกของ Nvidia ที่รองรับ DLSS และ Ray Tracing ซึ่งช่วยให้ภาพเกมมีคุณภาพดีขึ้น Nvidia เคลมว่าเครื่องรุ่นใหม่มีพลังกราฟิกแรงกว่ารุ่นก่อนถึง 10 เท่า อย่างไรก็ตาม ผู้พัฒนาเกมต้องปรับให้รองรับเอง และอาจใช้เวลาพอสมควร นอกจากนี้ ราคาตัวเครื่องและเกมที่แพงขึ้น อาจทำให้แฟน ๆ ลังเลที่จะอัปเกรด ✅ Nintendo ไม่เปิดเผยสเปคของชิปโดยละเอียด - เปิดเผยเพียงว่า รองรับ 120fps บนเครื่อง และ 4K 60fps บนจอทีวี ✅ Ray Tracing จะทำให้ภาพเกมสมจริงขึ้น - เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ การสะท้อนแสงและเงามีความสมจริง แต่ต้องรอให้เกมต่าง ๆ ใช้งานฟีเจอร์นี้ ✅ DLSS จะช่วยเพิ่มคุณภาพกราฟิกโดยไม่ลดประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง - เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยเร่งความละเอียดของภาพให้ดีขึ้นโดยใช้ AI Upscaling ✅ Nvidia เคลมว่า Switch 2 มีพลังกราฟิกแรงกว่ารุ่นเดิมถึง 10 เท่า - นี่เป็นเพราะ ชิปกราฟิกใช้ Tensor Cores ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยประมวลผลภาพขั้นสูง ✅ เกม Elden Ring จะเปิดตัวบน Switch 2—ใช้ DLSS และ Ray Tracing - จะเป็นเกมทดสอบความสามารถของเครื่องในด้าน การแสดงผลและเฟรมเรต ✅ ผู้พัฒนาเกมอาจไม่ใช้ฟีเจอร์ใหม่ทันที - แม้ Switch 2 รองรับ DLSS และ Ray Tracing แต่ผู้พัฒนาต้องปรับเกมให้รองรับเอง ซึ่งอาจต้องใช้เวลา ✅ ปัญหาสำคัญของ Switch 2 คือราคาและค่าตัวเกม - ราคาจำหน่ายอยู่ที่ $450 ซึ่งสูงกว่ารุ่นแรกมาก - เกมใหม่มีราคาสูงถึง $70-80 ทำให้แฟน ๆ กังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพในการเล่นเกม https://www.techspot.com/news/107410-nvidia-claims-10x-graphical-performance-switch-2-over.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Nvidia claims 10x graphics performance boost on Switch 2, with DLSS and ray tracing support
    Nvidia has posted a blog highlighting the features offered by their hardware powering the Switch 2 beyond the information Nintendo provided. Among them is ray tracing support.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 24 มุมมอง 0 รีวิว
  • Intel และ TSMC บรรลุข้อตกลงร่วมทุน โดย TSMC ถือหุ้น 20% ในบริษัทใหม่ที่บริหารโรงงานของ Intel ในสหรัฐฯ ทำเนียบขาวผลักดันให้เกิดข้อตกลงนี้เพื่อช่วยให้ Intel กลับมาแข็งแกร่งในตลาด ขณะที่ TSMC วางแผนลงทุน $100 พันล้านสร้างโรงงานเพิ่มอีก 5 แห่งในสหรัฐฯ ข้อตกลงนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการพลิกฟื้นอุตสาหกรรมชิปในอเมริกา

    ✅ รัฐบาลสหรัฐฯ กดดันให้ Intel และ TSMC ตกลงร่วมทุน
    - ทำเนียบขาวและกระทรวงพาณิชย์ ผลักดันให้เกิดความร่วมมือครั้งนี้
    - ความร่วมมือนี้จะช่วยให้ Intel ฟื้นตัวจากวิกฤติ และแข่งขันกับผู้ผลิตชิปรายอื่นได้ดีขึ้น

    ✅ TSMC เคยเสนอให้ Nvidia, AMD และ Broadcom เข้าร่วมโครงการนี้
    - มีรายงานว่า TSMC เคยเชิญบริษัทชั้นนำเข้าร่วมถือหุ้นในโรงงานของ Intel แต่ไม่มีข้อตกลงเกิดขึ้น
    - ข้อตกลงนี้จึงถือเป็นการจับมือกันระหว่างผู้ผลิตชิปอันดับต้น ๆ ของโลก

    ✅ Intel กำลังเผชิญปัญหาหลังพลาดโอกาสในยุค AI
    - Intel มุ่งเน้นพัฒนาโรงงานผลิตชิปของตัวเองมาหลายปี แต่ ไม่สามารถให้บริการลูกค้าได้ดีเท่า TSMC
    - ส่งผลให้ เกิดความล่าช้าและการทดสอบล้มเหลว จนทำให้บริษัทขาดทุน

    ✅ Lip-Bu Tan ถูกแต่งตั้งเป็น CEO เพื่อพลิกฟื้นสถานการณ์ของ Intel
    - เขาเป็นอดีตสมาชิกบอร์ดและผู้เชี่ยวชาญในวงการชิป ซึ่งอาจช่วยให้ Intel กลับมาแข่งขันได้อีกครั้ง

    ✅ TSMC วางแผนลงทุน $100 พันล้านในสหรัฐฯ
    - การลงทุนนี้รวมถึงการสร้าง โรงงานผลิตชิป 5 แห่งเพิ่มเติม ซึ่งอาจช่วยเร่งฟื้นฟูอุตสาหกรรมชิปในอเมริกา

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/04/intel-tsmc-tentatively-agree-to-form-chipmaking-joint-venture-information-reports
    Intel และ TSMC บรรลุข้อตกลงร่วมทุน โดย TSMC ถือหุ้น 20% ในบริษัทใหม่ที่บริหารโรงงานของ Intel ในสหรัฐฯ ทำเนียบขาวผลักดันให้เกิดข้อตกลงนี้เพื่อช่วยให้ Intel กลับมาแข็งแกร่งในตลาด ขณะที่ TSMC วางแผนลงทุน $100 พันล้านสร้างโรงงานเพิ่มอีก 5 แห่งในสหรัฐฯ ข้อตกลงนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการพลิกฟื้นอุตสาหกรรมชิปในอเมริกา ✅ รัฐบาลสหรัฐฯ กดดันให้ Intel และ TSMC ตกลงร่วมทุน - ทำเนียบขาวและกระทรวงพาณิชย์ ผลักดันให้เกิดความร่วมมือครั้งนี้ - ความร่วมมือนี้จะช่วยให้ Intel ฟื้นตัวจากวิกฤติ และแข่งขันกับผู้ผลิตชิปรายอื่นได้ดีขึ้น ✅ TSMC เคยเสนอให้ Nvidia, AMD และ Broadcom เข้าร่วมโครงการนี้ - มีรายงานว่า TSMC เคยเชิญบริษัทชั้นนำเข้าร่วมถือหุ้นในโรงงานของ Intel แต่ไม่มีข้อตกลงเกิดขึ้น - ข้อตกลงนี้จึงถือเป็นการจับมือกันระหว่างผู้ผลิตชิปอันดับต้น ๆ ของโลก ✅ Intel กำลังเผชิญปัญหาหลังพลาดโอกาสในยุค AI - Intel มุ่งเน้นพัฒนาโรงงานผลิตชิปของตัวเองมาหลายปี แต่ ไม่สามารถให้บริการลูกค้าได้ดีเท่า TSMC - ส่งผลให้ เกิดความล่าช้าและการทดสอบล้มเหลว จนทำให้บริษัทขาดทุน ✅ Lip-Bu Tan ถูกแต่งตั้งเป็น CEO เพื่อพลิกฟื้นสถานการณ์ของ Intel - เขาเป็นอดีตสมาชิกบอร์ดและผู้เชี่ยวชาญในวงการชิป ซึ่งอาจช่วยให้ Intel กลับมาแข่งขันได้อีกครั้ง ✅ TSMC วางแผนลงทุน $100 พันล้านในสหรัฐฯ - การลงทุนนี้รวมถึงการสร้าง โรงงานผลิตชิป 5 แห่งเพิ่มเติม ซึ่งอาจช่วยเร่งฟื้นฟูอุตสาหกรรมชิปในอเมริกา https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/04/intel-tsmc-tentatively-agree-to-form-chipmaking-joint-venture-information-reports
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Intel, TSMC tentatively agree to form chipmaking joint venture, Information reports
    (Reuters) - Intel and Taiwan Semiconductor Manufacturing Co have reached a preliminary agreement to form a joint venture to operate the U.S. chipmaker's factories, the Information reported on Thursday, citing two people involved in the discussions.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 36 มุมมอง 0 รีวิว
  • โครงการ HAARP PROJECT อาวุธ
    ของพระเจ้าในมือของมนุษย์
    HAARP High Frequency Active Auroral
    Research Program คือศูนย์วิจัยไอโอโนสเฟร์
    (ionosphere คทอชั้นบรรยากาศช่วงที่อยู่ห่าง ระหว่าง 80-1000 กม. จากพื้นผิวโลก)ในเมือง Gakona รัฐ Alaskaซึางได้รับความร่วมมือ
    และเงินทุนมหาวิทยาลัยอลาสก้า U.S.AirForce
    the U.S. Navy และDefense Advanced
    Research Projects Agency [DARPA] ใช้เงินลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท (290ล้านเหรียญสหรัฐ)
    ——-
    ตั้งอยู่บนแนวคิดของนาย bernaed eastlund
    เจ้าของสิทธิบัตร3ใบที่จดในอเมริกา
    ชื่อของสิทธิบัตรของเขาได้แก่: วิธีการและเครื่องมือในการเตรียมแปลงบริเวณในชั้นบรรยากาศของโลก.วิธีการและเครื่องมือในการสร้างเครื่อง
    เครื่องเร่งอิเล็คตรอนไซโคลตรอน ด้วยความร้อนพลาสม่า,วิธีการผลิตอนุภาคสัมพัทธภาพ
    เหนือพื้นผิวโลก ซึ่งจริงๆแล้วทษฏีเหล่านี้ เป็นการค้นคว้าต่อจากทษฏีของนาย Nicola Tasla นักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะที่โลกลืม ชาว Croatia แทบทั้งนั้น Dr.Nicoli tesla (นิโค ไล เทศล่า)เป็นชาวเซิร์บย้ายถิ่นฐานมาที่รัฐนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ในช่วงปี1950 แต่โครงการนี้จริงๆเริ่มต้นในช่วงศตวรรษปี 1900 ถูกพัฒนาอย่างจริงจังจนเป็นผลสำเร็จโดย ดร. เทสล่า โดยการสนับสนุนเงินทุนจากนาย ธนาคาร ชั่ว ที่ชื่อ j.p. morgan นั่นเองจึงทำให้เทคโนโลยีถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดด้วยการสร้างภัยพิบัติต่างๆ เพื่อทำร้ายมนุษย์ชาติโดยกันเอง ในคลิปแรกจะแสดงการทำงานของ Tesla Coil ซึ่งเป็นงานวิจัยเพื่อจำลองและสร้างปรากฏการณ์ฟ้าผ่าขึ้น
    บ่มาได้มีการกล่าวอ้างจากแหล่งข่าวมากมายว่ามีการทำการทดลองโครงการ Haarp ของประเทศสหรัฐอเมริกา และถูกประณามออกมาจากหลายประเทศว่าเป็นการทำร้ายมนุษยชาติครั้งใหญ่ทำให้สภาพภูมิภูมิอากาศแปรปรวน จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่งั้นก็ต้องรอพิสูจน์ข้อเท็จจริงตอนต่อไป เมื่อไม่นานมานี้ผู้นำเวเนซุเอลา กล่าวหาสหรัฐอเมริกาเป็นต้นตอของหายนะ ในเฮติ จากการทดสอบอาวุธ อันก่อ ให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงที่คร่าชีวิตคนเรือนับแสนคน ทั้งนี้โครงการ HAARP (high Frequency Active Auroral Research Project) คือศูนย์วิจัย ไอโอโนสเฟีนร์ ในมลรัฐอะแลสกา จุดมุ่งหมายสำรวจทรัพยากรชั้นบรรยากาศโลกและพัฒนาระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม

    HAARP เป็นโครงการทดลองทางวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลสหรัฐเพื่อสร้างและควบคุมสภาพภูมิอากาศโดยการยิงคลืนแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่ขึ้นไปที่ชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์ แล้วให้สะท้อน
    กลับมายังพื้นผิวโลก ไปยังเป้าหมายที่ต้องการในจำนวนนั้นรวม ไปถึงส่งพลังงานนั้นลงไปสู่ชั้นหินใต้ดินเพื่อก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนหรือแผ่นดินไหวนั้นเอง
    โครงการ HAARP PROJECT อาวุธ ของพระเจ้าในมือของมนุษย์ HAARP High Frequency Active Auroral Research Program คือศูนย์วิจัยไอโอโนสเฟร์ (ionosphere คทอชั้นบรรยากาศช่วงที่อยู่ห่าง ระหว่าง 80-1000 กม. จากพื้นผิวโลก)ในเมือง Gakona รัฐ Alaskaซึางได้รับความร่วมมือ และเงินทุนมหาวิทยาลัยอลาสก้า U.S.AirForce the U.S. Navy และDefense Advanced Research Projects Agency [DARPA] ใช้เงินลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท (290ล้านเหรียญสหรัฐ) ——- ตั้งอยู่บนแนวคิดของนาย bernaed eastlund เจ้าของสิทธิบัตร3ใบที่จดในอเมริกา ชื่อของสิทธิบัตรของเขาได้แก่: วิธีการและเครื่องมือในการเตรียมแปลงบริเวณในชั้นบรรยากาศของโลก.วิธีการและเครื่องมือในการสร้างเครื่อง เครื่องเร่งอิเล็คตรอนไซโคลตรอน ด้วยความร้อนพลาสม่า,วิธีการผลิตอนุภาคสัมพัทธภาพ เหนือพื้นผิวโลก ซึ่งจริงๆแล้วทษฏีเหล่านี้ เป็นการค้นคว้าต่อจากทษฏีของนาย Nicola Tasla นักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะที่โลกลืม ชาว Croatia แทบทั้งนั้น Dr.Nicoli tesla (นิโค ไล เทศล่า)เป็นชาวเซิร์บย้ายถิ่นฐานมาที่รัฐนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ในช่วงปี1950 แต่โครงการนี้จริงๆเริ่มต้นในช่วงศตวรรษปี 1900 ถูกพัฒนาอย่างจริงจังจนเป็นผลสำเร็จโดย ดร. เทสล่า โดยการสนับสนุนเงินทุนจากนาย ธนาคาร ชั่ว ที่ชื่อ j.p. morgan นั่นเองจึงทำให้เทคโนโลยีถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดด้วยการสร้างภัยพิบัติต่างๆ เพื่อทำร้ายมนุษย์ชาติโดยกันเอง ในคลิปแรกจะแสดงการทำงานของ Tesla Coil ซึ่งเป็นงานวิจัยเพื่อจำลองและสร้างปรากฏการณ์ฟ้าผ่าขึ้น บ่มาได้มีการกล่าวอ้างจากแหล่งข่าวมากมายว่ามีการทำการทดลองโครงการ Haarp ของประเทศสหรัฐอเมริกา และถูกประณามออกมาจากหลายประเทศว่าเป็นการทำร้ายมนุษยชาติครั้งใหญ่ทำให้สภาพภูมิภูมิอากาศแปรปรวน จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่งั้นก็ต้องรอพิสูจน์ข้อเท็จจริงตอนต่อไป เมื่อไม่นานมานี้ผู้นำเวเนซุเอลา กล่าวหาสหรัฐอเมริกาเป็นต้นตอของหายนะ ในเฮติ จากการทดสอบอาวุธ อันก่อ ให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงที่คร่าชีวิตคนเรือนับแสนคน ทั้งนี้โครงการ HAARP (high Frequency Active Auroral Research Project) คือศูนย์วิจัย ไอโอโนสเฟีนร์ ในมลรัฐอะแลสกา จุดมุ่งหมายสำรวจทรัพยากรชั้นบรรยากาศโลกและพัฒนาระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม HAARP เป็นโครงการทดลองทางวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลสหรัฐเพื่อสร้างและควบคุมสภาพภูมิอากาศโดยการยิงคลืนแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่ขึ้นไปที่ชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์ แล้วให้สะท้อน กลับมายังพื้นผิวโลก ไปยังเป้าหมายที่ต้องการในจำนวนนั้นรวม ไปถึงส่งพลังงานนั้นลงไปสู่ชั้นหินใต้ดินเพื่อก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนหรือแผ่นดินไหวนั้นเอง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 134 มุมมอง 0 รีวิว
  • เนทันยาฮูเดินทางถึงฮังการีแล้วแม้จะมีหมายจับของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC)

    นายกรัฐมนตรีออร์บันของฮังการี ปรพกาศว่าบูดาเปสต์จะไม่ดำเนินการตามคำตัดสินของศาลอาญาระหว่างประเทศ แม้ว่าฮังการีจะเป็นภาคี ICC ก็ตาม


    👉เนทันยาฮู กำลังท้าทาย ICC โดยใช้ฮังการีเป็นบททดสอบ และเหตุใดจึงเป็นฮังการี ทั้งที่ก่อนหน้านี้เนทันยาฮูปฏิเสธเดินทางไปร่วมงานครบรอยค่ายกักกันชาวยิวในโปแลนด์เพราะเกรงกลัวหมายจับ

    👉เนื่องจากออร์บัน ผู้นำฮังการีมีสัมพันธ์ที่ดีกับทรัมป์ ก่อนที่เขาจะกลับมามีอำนาจในสมัยที่สอง ทั้งสองคนต่างมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน มีการพบปะกันหลายครั้ง

    👉การเยือนฮังการีของเนทันยาฮูจึงมีความปลอดภัยจากหมายจับของ ICC เพราะทั้งทรัมป์และออร์บันคือผู้รับประกันจากหมายจับครั้งนี้

    👉ภาพการชูป้ายประท้วงเนทันยาฮู เกิดขึ้นที่หน้าสถานกงสุลฮังการีในเมืองคลูจ ประเทศโรมาเนีย ในขณะที่ภายในฮังการีไม่มีรายงานประท้วงการมาของเนทันยาฮูแต่อย่างใด
    เนทันยาฮูเดินทางถึงฮังการีแล้วแม้จะมีหมายจับของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) นายกรัฐมนตรีออร์บันของฮังการี ปรพกาศว่าบูดาเปสต์จะไม่ดำเนินการตามคำตัดสินของศาลอาญาระหว่างประเทศ แม้ว่าฮังการีจะเป็นภาคี ICC ก็ตาม 👉เนทันยาฮู กำลังท้าทาย ICC โดยใช้ฮังการีเป็นบททดสอบ และเหตุใดจึงเป็นฮังการี ทั้งที่ก่อนหน้านี้เนทันยาฮูปฏิเสธเดินทางไปร่วมงานครบรอยค่ายกักกันชาวยิวในโปแลนด์เพราะเกรงกลัวหมายจับ 👉เนื่องจากออร์บัน ผู้นำฮังการีมีสัมพันธ์ที่ดีกับทรัมป์ ก่อนที่เขาจะกลับมามีอำนาจในสมัยที่สอง ทั้งสองคนต่างมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน มีการพบปะกันหลายครั้ง 👉การเยือนฮังการีของเนทันยาฮูจึงมีความปลอดภัยจากหมายจับของ ICC เพราะทั้งทรัมป์และออร์บันคือผู้รับประกันจากหมายจับครั้งนี้ 👉ภาพการชูป้ายประท้วงเนทันยาฮู เกิดขึ้นที่หน้าสถานกงสุลฮังการีในเมืองคลูจ ประเทศโรมาเนีย ในขณะที่ภายในฮังการีไม่มีรายงานประท้วงการมาของเนทันยาฮูแต่อย่างใด
    Sad
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 116 มุมมอง 0 รีวิว
  • Google กำลังพัฒนา Gemini เวอร์ชันสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี โดยเน้นช่วยเด็ก เรียนรู้, ทำการบ้าน และสร้างเรื่องราว พร้อมมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น ข้อมูลล่าสุดพบว่า Google อาจกำลังทดสอบโค้ดที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้เด็ก แต่ยังไม่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ หน่วยงานกำกับดูแลอาจเข้ามาควบคุมการเข้าถึง AI สำหรับเด็กเพื่อลดความเสี่ยงด้านเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม

    ✅ Gemini เวอร์ชันสำหรับเด็กอาจมาพร้อมฟีเจอร์ช่วยเรียนรู้
    - เด็กสามารถ ถามคำถามเกี่ยวกับการบ้านและได้รับคำอธิบายที่เหมาะสมกับวัย
    - มีเครื่องมือช่วย สร้างเรื่องราว เพื่อกระตุ้น ความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนาทักษะการเขียน

    ✅ Google เพิ่มมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น
    - เนื้อหาที่แสดงจะถูก กรองให้เหมาะสมกับวัย โดยหลีกเลี่ยงข้อมูลที่ไม่เหมาะสม
    - Gemini สำหรับเด็กจะใช้ กฎความปลอดภัยที่เข้มงวดกว่าสำหรับผู้ใช้ที่มีอายุ 13-18 ปี

    ✅ หลักฐานบ่งชี้ว่าโครงการนี้อาจกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา
    - นักวิเคราะห์พบ โค้ดที่เกี่ยวข้องกับ "kid users" ในแอป Google บน Android
    - ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการจาก Google ว่า Gemini เวอร์ชันเด็กจะเปิดตัวเมื่อไร

    ✅ ภาครัฐอาจมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการเข้าถึง AI ของเด็ก
    - หลายหน่วยงานทั่วโลก ต้องการควบคุมการเข้าถึงบริการออนไลน์สำหรับเด็ก
    - มีความเป็นไปได้ว่า Gemini เวอร์ชันเด็กอาจต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวด

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/03/could-children-under-13-soon-get-their-own-ai-chatbot
    Google กำลังพัฒนา Gemini เวอร์ชันสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี โดยเน้นช่วยเด็ก เรียนรู้, ทำการบ้าน และสร้างเรื่องราว พร้อมมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น ข้อมูลล่าสุดพบว่า Google อาจกำลังทดสอบโค้ดที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้เด็ก แต่ยังไม่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ หน่วยงานกำกับดูแลอาจเข้ามาควบคุมการเข้าถึง AI สำหรับเด็กเพื่อลดความเสี่ยงด้านเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ✅ Gemini เวอร์ชันสำหรับเด็กอาจมาพร้อมฟีเจอร์ช่วยเรียนรู้ - เด็กสามารถ ถามคำถามเกี่ยวกับการบ้านและได้รับคำอธิบายที่เหมาะสมกับวัย - มีเครื่องมือช่วย สร้างเรื่องราว เพื่อกระตุ้น ความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนาทักษะการเขียน ✅ Google เพิ่มมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น - เนื้อหาที่แสดงจะถูก กรองให้เหมาะสมกับวัย โดยหลีกเลี่ยงข้อมูลที่ไม่เหมาะสม - Gemini สำหรับเด็กจะใช้ กฎความปลอดภัยที่เข้มงวดกว่าสำหรับผู้ใช้ที่มีอายุ 13-18 ปี ✅ หลักฐานบ่งชี้ว่าโครงการนี้อาจกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา - นักวิเคราะห์พบ โค้ดที่เกี่ยวข้องกับ "kid users" ในแอป Google บน Android - ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการจาก Google ว่า Gemini เวอร์ชันเด็กจะเปิดตัวเมื่อไร ✅ ภาครัฐอาจมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการเข้าถึง AI ของเด็ก - หลายหน่วยงานทั่วโลก ต้องการควบคุมการเข้าถึงบริการออนไลน์สำหรับเด็ก - มีความเป็นไปได้ว่า Gemini เวอร์ชันเด็กอาจต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวด https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/03/could-children-under-13-soon-get-their-own-ai-chatbot
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Could children under 13 soon get their own AI chatbot?
    Google could soon extend access to its Gemini generative artificial intelligence chatbot to children. Currently reserved for users over the age of 13, Gemini is reportedly being adapted to meet the needs of younger users.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 42 มุมมอง 0 รีวิว
  • ตั้งข้อสังเกต

    กู้ภัยจีนที่มีความถนัดเรื่องแผ่นดินไหว​มาตั้งแต่วันแรก​ ถูกสั่งให้สแตนบายไม่ให้เข้าพื้นที่.. กลัวพบอะไรหรือไม่
    ครบ​ 72ชั่วโมงยื้อสถานการณ์​ไม่ยอมให้เครนเข้ายกปูนแผ่นใหญ่ออก​ เหมือนจะยื้อเวลาให้คนที่ติดอยู่เสียชีวิตทั้งหมดเพื่อปิดปาก
    ให้หน่วยรบพิเศษ​ของอเมริกาอิสราเอล​เข้าสแกนค้นหาอะไรบางอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า
    มีผู้รอดชีวิตบางคนบอกว่าได้ยินเสียงระเบิดจากชั้นสองของตึก
    ลักษณะ​การถล่มของตึก​ เหมือนการรื้อถอนตึกเก่าจากการวางระเบิด​ ไม่มีการเอียงเหมือนตึกถล่มจากแผ่นดิน​ไหว
    ถ้าการวางระเบิดเป็นเรื่องจริงก็​ ซตพ.ว่าแผ่นดินไหว​ครั้งนี้ไม่ใช่ธรรมชาติ​ แต่มีการกระตุ้นจากรอยร้าวที่แอคทีฟสูง​ สามารถกำหนดเวลาได้
    รัสเซีย​ต้องการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์​ที่พม่า​ .. แก๊งสาม​ อ.ยอมไม่ได้
    พังตึก​ สตง.เพื่อดิสเครดิตจีน
    ทดสอบเครื่องที่เพิ่งติดตั้งที่กงสุลเชียงใหม่
    ตั้งข้อสังเกต กู้ภัยจีนที่มีความถนัดเรื่องแผ่นดินไหว​มาตั้งแต่วันแรก​ ถูกสั่งให้สแตนบายไม่ให้เข้าพื้นที่.. กลัวพบอะไรหรือไม่ ครบ​ 72ชั่วโมงยื้อสถานการณ์​ไม่ยอมให้เครนเข้ายกปูนแผ่นใหญ่ออก​ เหมือนจะยื้อเวลาให้คนที่ติดอยู่เสียชีวิตทั้งหมดเพื่อปิดปาก ให้หน่วยรบพิเศษ​ของอเมริกาอิสราเอล​เข้าสแกนค้นหาอะไรบางอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีผู้รอดชีวิตบางคนบอกว่าได้ยินเสียงระเบิดจากชั้นสองของตึก ลักษณะ​การถล่มของตึก​ เหมือนการรื้อถอนตึกเก่าจากการวางระเบิด​ ไม่มีการเอียงเหมือนตึกถล่มจากแผ่นดิน​ไหว ถ้าการวางระเบิดเป็นเรื่องจริงก็​ ซตพ.ว่าแผ่นดินไหว​ครั้งนี้ไม่ใช่ธรรมชาติ​ แต่มีการกระตุ้นจากรอยร้าวที่แอคทีฟสูง​ สามารถกำหนดเวลาได้ รัสเซีย​ต้องการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์​ที่พม่า​ .. แก๊งสาม​ อ.ยอมไม่ได้ พังตึก​ สตง.เพื่อดิสเครดิตจีน ทดสอบเครื่องที่เพิ่งติดตั้งที่กงสุลเชียงใหม่
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 73 มุมมอง 0 รีวิว
  • ตั้งข้อสังเกต

    กู้ภัยจีนที่มีความถนัดเรื่องแผ่นดินไหว​มาตั้งแต่วันแรก​ ถูกสั่งให้สแตนบายไม่ให้เข้าพื้นที่.. กลัวพบอะไรหรือไม่
    ครบ​ 72ชั่วโมงยื้อสถานการณ์​ไม่ยอมให้เครนเข้ายกปูนแผ่นใหญ่ออก​ เหมือนจะยื้อเวลาให้คนที่ติดอยู่เสียชีวิตทั้งหมดเพื่อปิดปาก
    ให้หน่วยรบพิเศษ​ของอเมริกาอิสราเอล​เข้าสแกนค้นหาอะไรบางอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า
    มีผู้รอดชีวิตบางคนบอกว่าได้ยินเสียงระเบิดจากชั้นสองของตึก
    ลักษณะ​การถล่มของตึก​ เหมือนการรื้อถอนตึกเก่าจากการวางระเบิด​ ไม่มีการเอียงเหมือนตึกถล่มจากแผ่นดิน​ไหว
    ถ้าการวางระเบิดเป็นเรื่องจริงก็​ ซตพ.ว่าแผ่นดินไหว​ครั้งนี้ไม่ใช่ธรรมชาติ​ แต่มีการกระตุ้นจากรอยร้าวที่แอคทีฟสูง​ สามารถกำหนดเวลาได้
    รัสเซีย​ต้องการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์​ที่พม่า​ .. แก๊งสาม​ อ.ยอมไม่ได้
    พังตึก​ สตง.เพื่อดิสเครดิตจีน
    ทดสอบเครื่องที่เพิ่งติดตั้งที่กงสุลเชียงใหม่
    ตั้งข้อสังเกต กู้ภัยจีนที่มีความถนัดเรื่องแผ่นดินไหว​มาตั้งแต่วันแรก​ ถูกสั่งให้สแตนบายไม่ให้เข้าพื้นที่.. กลัวพบอะไรหรือไม่ ครบ​ 72ชั่วโมงยื้อสถานการณ์​ไม่ยอมให้เครนเข้ายกปูนแผ่นใหญ่ออก​ เหมือนจะยื้อเวลาให้คนที่ติดอยู่เสียชีวิตทั้งหมดเพื่อปิดปาก ให้หน่วยรบพิเศษ​ของอเมริกาอิสราเอล​เข้าสแกนค้นหาอะไรบางอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีผู้รอดชีวิตบางคนบอกว่าได้ยินเสียงระเบิดจากชั้นสองของตึก ลักษณะ​การถล่มของตึก​ เหมือนการรื้อถอนตึกเก่าจากการวางระเบิด​ ไม่มีการเอียงเหมือนตึกถล่มจากแผ่นดิน​ไหว ถ้าการวางระเบิดเป็นเรื่องจริงก็​ ซตพ.ว่าแผ่นดินไหว​ครั้งนี้ไม่ใช่ธรรมชาติ​ แต่มีการกระตุ้นจากรอยร้าวที่แอคทีฟสูง​ สามารถกำหนดเวลาได้ รัสเซีย​ต้องการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์​ที่พม่า​ .. แก๊งสาม​ อ.ยอมไม่ได้ พังตึก​ สตง.เพื่อดิสเครดิตจีน ทดสอบเครื่องที่เพิ่งติดตั้งที่กงสุลเชียงใหม่
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 70 มุมมอง 0 รีวิว
  • 10 แนวทางบริหารจัดการช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ CISOs แนะนำ 🔒🛡️

    ปัจจุบันองค์กรทั่วโลกให้ความสำคัญกับ การจัดการช่องโหว่ด้านความปลอดภัย (Vulnerability Management) มากขึ้น เนื่องจากการละเลยในอดีตทำให้เกิด ความเสี่ยงทางธุรกิจ อย่างมหาศาล โดย CISOs (Chief Information Security Officers) หลายคนได้แบ่งปันบทเรียนและแนวทางที่ช่วยให้องค์กรสามารถลดความเสี่ยงจากช่องโหว่ทางไซเบอร์ได้

    ✅ 1. สร้างวัฒนธรรมไซเบอร์ซีเคียวริตี้ในองค์กร
    - องค์กรต้องมี แนวคิดที่เน้นความปลอดภัย โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง เช่น การโจมตี Log4J หรือ Ransomware
    - CISOs ย้ำว่า ต้องทำให้ความปลอดภัยเป็นวาระสำคัญระดับ CEO และคณะกรรมการบริษัท

    ✅ 2. เอกสารและกระบวนการที่ชัดเจน
    - ทุกขั้นตอนต้องมีการ บันทึกและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการช่องโหว่

    ✅ 3. กำหนดกระบวนการที่เป็นมาตรฐาน
    - หลายองค์กรใช้กรอบงาน NIST หรือ ISO 27001 และปรับให้เข้ากับความต้องการขององค์กร
    - บางบริษัทมี ระบบบูรณาการที่สามารถปรับเปลี่ยนได้เมื่อมีการควบรวมกิจการ

    ✅ 4. ระบุข้อมูลความปลอดภัยที่จำเป็น
    - ไม่ใช่แค่การตรวจสอบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ แต่ต้องกำหนด ข้อมูลที่จำเป็นต่อการบริหารความเสี่ยง

    ✅ 5. บูรณาการข้อมูลให้เป็นระบบ
    - CISOs ต้องเข้าใจว่า ข้อมูลเกี่ยวกับช่องโหว่ควรส่งถึงใครบ้าง และต้องดำเนินการอย่างไรเมื่อได้รับข้อมูล

    ✅ 6. ตั้งค่ามาตรวัดเพื่อจัดลำดับความสำคัญ
    - ระบบต้องมีการ ประเมินมูลค่าธุรกิจของสินทรัพย์ที่มีช่องโหว่ และพิจารณาว่า มีมาตรการป้องกันที่เพียงพอหรือไม่

    ✅ 7. ตั้งค่า SLA เพื่อกำหนดขอบเขตเวลาแก้ไขปัญหา
    - ต้องมี Service Level Agreements (SLA) เพื่อกำหนดระยะเวลาที่ต้องแก้ไขช่องโหว่
    - หากทีมไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตามกำหนด ต้องมีการตรวจสอบและปรับปรุงกระบวนการต่อไป

    ✅ 8. พัฒนาแผนฉุกเฉินสำหรับแพตช์ระบบ
    - กรณี Log4Shell และ SolarWinds เป็นบทเรียนว่าองค์กรต้องมี แผนฉุกเฉินสำหรับการแพตช์ระบบในเหตุการณ์เร่งด่วน

    ✅ 9. ปรับเป้าหมายและแรงจูงใจให้สอดคล้องกัน
    - ต้องมี การทำงานร่วมกันระหว่างฝ่าย IT, DevOps, Security และฝ่ายธุรกิจ
    - บางองค์กรใช้ ค่าตอบแทนและโบนัสเพื่อกระตุ้นให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับความปลอดภัย

    ✅ 10. ทดสอบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง
    - เปลี่ยนจาก Penetration Testing แบบรายปี เป็น Continuous Security Testing
    - ใช้แนวทาง Threat-Informed Defense เพื่อ ทดสอบความสามารถของมาตรการป้องกัน

    https://www.csoonline.com/article/3853759/10-best-practices-for-vulnerability-management-according-to-cisos.html
    10 แนวทางบริหารจัดการช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ CISOs แนะนำ 🔒🛡️ ปัจจุบันองค์กรทั่วโลกให้ความสำคัญกับ การจัดการช่องโหว่ด้านความปลอดภัย (Vulnerability Management) มากขึ้น เนื่องจากการละเลยในอดีตทำให้เกิด ความเสี่ยงทางธุรกิจ อย่างมหาศาล โดย CISOs (Chief Information Security Officers) หลายคนได้แบ่งปันบทเรียนและแนวทางที่ช่วยให้องค์กรสามารถลดความเสี่ยงจากช่องโหว่ทางไซเบอร์ได้ ✅ 1. สร้างวัฒนธรรมไซเบอร์ซีเคียวริตี้ในองค์กร - องค์กรต้องมี แนวคิดที่เน้นความปลอดภัย โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง เช่น การโจมตี Log4J หรือ Ransomware - CISOs ย้ำว่า ต้องทำให้ความปลอดภัยเป็นวาระสำคัญระดับ CEO และคณะกรรมการบริษัท ✅ 2. เอกสารและกระบวนการที่ชัดเจน - ทุกขั้นตอนต้องมีการ บันทึกและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการช่องโหว่ ✅ 3. กำหนดกระบวนการที่เป็นมาตรฐาน - หลายองค์กรใช้กรอบงาน NIST หรือ ISO 27001 และปรับให้เข้ากับความต้องการขององค์กร - บางบริษัทมี ระบบบูรณาการที่สามารถปรับเปลี่ยนได้เมื่อมีการควบรวมกิจการ ✅ 4. ระบุข้อมูลความปลอดภัยที่จำเป็น - ไม่ใช่แค่การตรวจสอบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ แต่ต้องกำหนด ข้อมูลที่จำเป็นต่อการบริหารความเสี่ยง ✅ 5. บูรณาการข้อมูลให้เป็นระบบ - CISOs ต้องเข้าใจว่า ข้อมูลเกี่ยวกับช่องโหว่ควรส่งถึงใครบ้าง และต้องดำเนินการอย่างไรเมื่อได้รับข้อมูล ✅ 6. ตั้งค่ามาตรวัดเพื่อจัดลำดับความสำคัญ - ระบบต้องมีการ ประเมินมูลค่าธุรกิจของสินทรัพย์ที่มีช่องโหว่ และพิจารณาว่า มีมาตรการป้องกันที่เพียงพอหรือไม่ ✅ 7. ตั้งค่า SLA เพื่อกำหนดขอบเขตเวลาแก้ไขปัญหา - ต้องมี Service Level Agreements (SLA) เพื่อกำหนดระยะเวลาที่ต้องแก้ไขช่องโหว่ - หากทีมไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตามกำหนด ต้องมีการตรวจสอบและปรับปรุงกระบวนการต่อไป ✅ 8. พัฒนาแผนฉุกเฉินสำหรับแพตช์ระบบ - กรณี Log4Shell และ SolarWinds เป็นบทเรียนว่าองค์กรต้องมี แผนฉุกเฉินสำหรับการแพตช์ระบบในเหตุการณ์เร่งด่วน ✅ 9. ปรับเป้าหมายและแรงจูงใจให้สอดคล้องกัน - ต้องมี การทำงานร่วมกันระหว่างฝ่าย IT, DevOps, Security และฝ่ายธุรกิจ - บางองค์กรใช้ ค่าตอบแทนและโบนัสเพื่อกระตุ้นให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ✅ 10. ทดสอบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง - เปลี่ยนจาก Penetration Testing แบบรายปี เป็น Continuous Security Testing - ใช้แนวทาง Threat-Informed Defense เพื่อ ทดสอบความสามารถของมาตรการป้องกัน https://www.csoonline.com/article/3853759/10-best-practices-for-vulnerability-management-according-to-cisos.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    10 best practices for vulnerability management according to CISOs
    After years of neglect, organizations are investing in vulnerability management programs to address business risk. A dozen CISOs offer lessons learned and best practices.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 140 มุมมอง 0 รีวิว
  • Microsoft ได้เปิดตัว Windows Hotpatch บน Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตั้ง อัปเดตความปลอดภัยได้ทันทีโดยไม่ต้องรีบูตเครื่อง ฟีเจอร์นี้เคยมีเฉพาะบน Windows Server แต่ตอนนี้เริ่มถูกนำมาใช้กับ Windows 11 Enterprise เพื่อให้การอัปเดตเป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่น

    ✅ Windows Hotpatch ทำงานอย่างไร?
    - แทนที่จะต้องรีบูตเครื่องทุกครั้งเมื่อมีอัปเดตสำคัญ Windows Hotpatch จะใช้เทคนิคการอัปเดตกระบวนการที่ทำงานอยู่ในหน่วยความจำ (in-memory processes)
    - ผู้ใช้ยังต้องรีสตาร์ททุก ๆ 3 เดือน เพื่อรับ Baseline Update แต่ Hotpatches รายเดือนจะไม่ต้องรีบูตเครื่อง

    ✅ ข้อดีสำหรับองค์กร
    - IT Admin ไม่ต้องกังวลว่าพนักงานจะ เลื่อนการอัปเดตออกไป
    - ช่วยลดปัญหาที่เกิดจาก ระบบที่ยังไม่ได้รับแพตช์ล่าสุด และทำให้ระบบมีความปลอดภัยสูงขึ้น

    ✅ ข้อจำกัดของ Windows Hotpatch
    - รองรับเฉพาะ Windows 11 Enterprise เวอร์ชัน 24H2 เช่น Enterprise E3, E5, F3 และ Education A3, A5
    - Windows 11 Home และ Professional ไม่สามารถใช้ฟีเจอร์นี้ได้
    - อุปกรณ์ที่ใช้ ARM CPUs ยังอยู่ในช่วงทดลอง และต้องรออัปเดตเพิ่มเติมจาก Microsoft

    ✅ Microsoft กำลังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่สำหรับทุกเวอร์ชันของ Windows 11
    - Quick Machine Recovery (QMR) จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถ แก้ไขเครื่องที่บูตไม่ติดโดยติดตั้งแพตช์จาก Windows RE
    - QMR อยู่ระหว่างการทดสอบ และจะรองรับ Windows 11 Home และ Professional

    https://www.neowin.net/news/windows-11-can-now-install-security-updates-without-asking-you-to-reboot/
    Microsoft ได้เปิดตัว Windows Hotpatch บน Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตั้ง อัปเดตความปลอดภัยได้ทันทีโดยไม่ต้องรีบูตเครื่อง ฟีเจอร์นี้เคยมีเฉพาะบน Windows Server แต่ตอนนี้เริ่มถูกนำมาใช้กับ Windows 11 Enterprise เพื่อให้การอัปเดตเป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่น ✅ Windows Hotpatch ทำงานอย่างไร? - แทนที่จะต้องรีบูตเครื่องทุกครั้งเมื่อมีอัปเดตสำคัญ Windows Hotpatch จะใช้เทคนิคการอัปเดตกระบวนการที่ทำงานอยู่ในหน่วยความจำ (in-memory processes) - ผู้ใช้ยังต้องรีสตาร์ททุก ๆ 3 เดือน เพื่อรับ Baseline Update แต่ Hotpatches รายเดือนจะไม่ต้องรีบูตเครื่อง ✅ ข้อดีสำหรับองค์กร - IT Admin ไม่ต้องกังวลว่าพนักงานจะ เลื่อนการอัปเดตออกไป - ช่วยลดปัญหาที่เกิดจาก ระบบที่ยังไม่ได้รับแพตช์ล่าสุด และทำให้ระบบมีความปลอดภัยสูงขึ้น ✅ ข้อจำกัดของ Windows Hotpatch - รองรับเฉพาะ Windows 11 Enterprise เวอร์ชัน 24H2 เช่น Enterprise E3, E5, F3 และ Education A3, A5 - Windows 11 Home และ Professional ไม่สามารถใช้ฟีเจอร์นี้ได้ - อุปกรณ์ที่ใช้ ARM CPUs ยังอยู่ในช่วงทดลอง และต้องรออัปเดตเพิ่มเติมจาก Microsoft ✅ Microsoft กำลังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่สำหรับทุกเวอร์ชันของ Windows 11 - Quick Machine Recovery (QMR) จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถ แก้ไขเครื่องที่บูตไม่ติดโดยติดตั้งแพตช์จาก Windows RE - QMR อยู่ระหว่างการทดสอบ และจะรองรับ Windows 11 Home และ Professional https://www.neowin.net/news/windows-11-can-now-install-security-updates-without-asking-you-to-reboot/
    WWW.NEOWIN.NET
    Windows 11 can now install security updates without asking you to reboot
    Are you tired of Windows 11 constantly asking you to restart to apply updates? Good news: the latest feature is here to fix that, but there is a catch.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 55 มุมมอง 0 รีวิว
  • หลังจากการโจมตีทางไซเบอร์โดยกลุ่ม Salt Typhoon หลายฝ่ายเรียกร้องให้สหรัฐฯ ตอบโต้จีน อย่างไรก็ตาม Marcus Hutchins เตือนว่าการตอบโต้ไซเบอร์อาจทำให้สหรัฐฯ เสี่ยงต่อการโจมตีครั้งใหญ่จากจีน เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ ล้าสมัยและไม่ได้รับการปกป้องที่เพียงพอ Hutchins เสนอให้สหรัฐฯ ลงทุนในระบบป้องกันไซเบอร์ก่อนดำเนินยุทธวิธีตอบโต้

    ✅ Salt Typhoon เจาะระบบผ่านช่องโหว่ของกฎหมาย CALEA
    - กฎหมาย Communications Assistance for Law Enforcement Act (CALEA) ที่ออกในปี 1994 กำหนดให้มี ช่องทางเข้าถึงข้อมูลสื่อสารของผู้ต้องสงสัย
    - อย่างไรก็ตาม ระบบที่ออกแบบเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามอาชญากร กลับกลายเป็นช่องโหว่ที่แฮกเกอร์สามารถใช้โจมตี

    ✅ สหรัฐฯ มีขีดความสามารถในการโจมตีไซเบอร์ แต่ไม่พร้อมรับมือการตอบโต้จากจีน
    - Hutchins เตือนว่า โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของสหรัฐฯ ล้าสมัย และไม่ได้รับการปกป้องที่เพียงพอ
    - ะบบบางส่วน ไม่ได้รับการอัปเดตมานานกว่า 10 ปี ทำให้จีนสามารถใช้การโจมตีขนาดใหญ่เพื่อตอบโต้ได้ทันที

    ✅ จีนใช้เวลากว่าทศวรรษในการศึกษาระบบของสหรัฐฯ
    - นักวิเคราะห์เชื่อว่ากลุ่ม Typhoon ใช้การโจมตีขนาดเล็กเพื่อทดสอบความสามารถในการตอบโต้ของสหรัฐฯ
    - หากเกิดความขัดแย้งระดับสูง จีนสามารถใช้ข้อมูลที่เก็บสะสมไว้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ ได้อย่างแม่นยำ

    ✅ ภาคเอกชนของสหรัฐฯ ไม่มีมาตรการป้องกันที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน
    - ในสหรัฐฯ แต่ละองค์กรต้องรับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยไซเบอร์ของตนเอง
    - Hutchins วิจารณ์ว่า ภาคเอกชนมักมองว่าการเพิกเฉยต่อการโจมตีไซเบอร์มีต้นทุนต่ำกว่าการป้องกัน

    ✅ ข้อเสนอให้สหรัฐฯ ปรับปรุงมาตรการป้องกันก่อนดำเนินยุทธวิธีตอบโต้
    - Hutchins ย้ำว่า สหรัฐฯ ควรสร้างระบบป้องกันที่แข็งแกร่งก่อนเข้าสู่สงครามไซเบอร์
    - นักวิเคราะห์หลายคนเห็นด้วยว่า การโจมตีจีนโดยไม่มีการป้องกันที่ดี อาจกลายเป็นหายนะสำหรับสหรัฐฯ เอง

    https://www.techradar.com/pro/security/american-cyber-brass-calls-for-retaliatory-strikes-against-china-but-is-the-us-really-ready
    หลังจากการโจมตีทางไซเบอร์โดยกลุ่ม Salt Typhoon หลายฝ่ายเรียกร้องให้สหรัฐฯ ตอบโต้จีน อย่างไรก็ตาม Marcus Hutchins เตือนว่าการตอบโต้ไซเบอร์อาจทำให้สหรัฐฯ เสี่ยงต่อการโจมตีครั้งใหญ่จากจีน เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ ล้าสมัยและไม่ได้รับการปกป้องที่เพียงพอ Hutchins เสนอให้สหรัฐฯ ลงทุนในระบบป้องกันไซเบอร์ก่อนดำเนินยุทธวิธีตอบโต้ ✅ Salt Typhoon เจาะระบบผ่านช่องโหว่ของกฎหมาย CALEA - กฎหมาย Communications Assistance for Law Enforcement Act (CALEA) ที่ออกในปี 1994 กำหนดให้มี ช่องทางเข้าถึงข้อมูลสื่อสารของผู้ต้องสงสัย - อย่างไรก็ตาม ระบบที่ออกแบบเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามอาชญากร กลับกลายเป็นช่องโหว่ที่แฮกเกอร์สามารถใช้โจมตี ✅ สหรัฐฯ มีขีดความสามารถในการโจมตีไซเบอร์ แต่ไม่พร้อมรับมือการตอบโต้จากจีน - Hutchins เตือนว่า โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของสหรัฐฯ ล้าสมัย และไม่ได้รับการปกป้องที่เพียงพอ - ะบบบางส่วน ไม่ได้รับการอัปเดตมานานกว่า 10 ปี ทำให้จีนสามารถใช้การโจมตีขนาดใหญ่เพื่อตอบโต้ได้ทันที ✅ จีนใช้เวลากว่าทศวรรษในการศึกษาระบบของสหรัฐฯ - นักวิเคราะห์เชื่อว่ากลุ่ม Typhoon ใช้การโจมตีขนาดเล็กเพื่อทดสอบความสามารถในการตอบโต้ของสหรัฐฯ - หากเกิดความขัดแย้งระดับสูง จีนสามารถใช้ข้อมูลที่เก็บสะสมไว้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ ได้อย่างแม่นยำ ✅ ภาคเอกชนของสหรัฐฯ ไม่มีมาตรการป้องกันที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน - ในสหรัฐฯ แต่ละองค์กรต้องรับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยไซเบอร์ของตนเอง - Hutchins วิจารณ์ว่า ภาคเอกชนมักมองว่าการเพิกเฉยต่อการโจมตีไซเบอร์มีต้นทุนต่ำกว่าการป้องกัน ✅ ข้อเสนอให้สหรัฐฯ ปรับปรุงมาตรการป้องกันก่อนดำเนินยุทธวิธีตอบโต้ - Hutchins ย้ำว่า สหรัฐฯ ควรสร้างระบบป้องกันที่แข็งแกร่งก่อนเข้าสู่สงครามไซเบอร์ - นักวิเคราะห์หลายคนเห็นด้วยว่า การโจมตีจีนโดยไม่มีการป้องกันที่ดี อาจกลายเป็นหายนะสำหรับสหรัฐฯ เอง https://www.techradar.com/pro/security/american-cyber-brass-calls-for-retaliatory-strikes-against-china-but-is-the-us-really-ready
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 112 มุมมอง 0 รีวิว
  • นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโอซากะเสนอแนวคิดใช้เนื้อเยื่อมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของระบบคอมพิวเตอร์ โดยใช้ คุณสมบัติของกล้ามเนื้อที่ตอบสนองต่อแรงกด เพื่อช่วยประมวลผลข้อมูล แนวคิดนี้อาจนำไปใช้ใน อุปกรณ์สวมใส่ เช่น สมาร์ทวอทช์ โดยที่ร่างกายทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบคำนวณ นักวิจัยพบว่า เทคนิคนี้มีความแม่นยำสูงกว่าวิธีดั้งเดิม แต่ยังต้องมีการศึกษาต่อไป

    ✅ หลักการของ reservoir computing และเนื้อเยื่อมนุษย์
    - ระบบนี้ใช้ เนื้อเยื่ออ่อนที่สามารถตอบสนองต่อแรงกดและความเครียดทางกายภาพ เพื่อทำหน้าที่เป็น "reservoir" ในการประมวลผลข้อมูล
    - นักวิจัยใช้ อัลตราซาวด์เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของข้อมือ และพบว่า รูปแบบการบิดตัวของกล้ามเนื้อสามารถอ่านค่าเป็นข้อมูลได้

    ✅ ศักยภาพของเทคโนโลยีนี้—อาจนำไปใช้ในอุปกรณ์สวมใส่
    - นักวิจัยเสนอว่า เทคโนโลยีนี้สามารถนำไปใช้ในอุปกรณ์สวมใส่ เช่น สมาร์ทวอทช์
    - แทนที่อุปกรณ์จะใช้ ซีพียูภายนอก ระบบอาจสามารถประมวลผลโดยใช้ เนื้อเยื่อของมนุษย์เอง

    ✅ การทดสอบพบว่ามีความแม่นยำสูงกว่าโมเดลที่ไม่ได้พิจารณาคุณสมบัติเนื้อเยื่อ
    - ระบบสามารถ คาดการณ์ผลลัพธ์ในระบบไดนามิกที่ไม่เป็นเชิงเส้นได้แม่นยำกว่าปกติ
    - โมเดลนี้อาจช่วยให้ AI สามารถทำงานร่วมกับร่างกายมนุษย์ได้ดีขึ้น

    ✅ แนวคิดนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม
    - นักวิจัยระบุว่า ยังมีงานวิจัยอีกมากที่ต้องดำเนินการ ก่อนที่จะสามารถนำไปใช้จริงได้
    - อาจต้องศึกษาว่า เนื้อเยื่อของมนุษย์สามารถทำงานในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดีเพียงใด

    https://www.techradar.com/pro/humans-as-hardware-no-not-the-name-of-a-new-matrix-movie-prequel-but-a-shocking-idea-about-human-tissue
    นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโอซากะเสนอแนวคิดใช้เนื้อเยื่อมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของระบบคอมพิวเตอร์ โดยใช้ คุณสมบัติของกล้ามเนื้อที่ตอบสนองต่อแรงกด เพื่อช่วยประมวลผลข้อมูล แนวคิดนี้อาจนำไปใช้ใน อุปกรณ์สวมใส่ เช่น สมาร์ทวอทช์ โดยที่ร่างกายทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบคำนวณ นักวิจัยพบว่า เทคนิคนี้มีความแม่นยำสูงกว่าวิธีดั้งเดิม แต่ยังต้องมีการศึกษาต่อไป ✅ หลักการของ reservoir computing และเนื้อเยื่อมนุษย์ - ระบบนี้ใช้ เนื้อเยื่ออ่อนที่สามารถตอบสนองต่อแรงกดและความเครียดทางกายภาพ เพื่อทำหน้าที่เป็น "reservoir" ในการประมวลผลข้อมูล - นักวิจัยใช้ อัลตราซาวด์เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของข้อมือ และพบว่า รูปแบบการบิดตัวของกล้ามเนื้อสามารถอ่านค่าเป็นข้อมูลได้ ✅ ศักยภาพของเทคโนโลยีนี้—อาจนำไปใช้ในอุปกรณ์สวมใส่ - นักวิจัยเสนอว่า เทคโนโลยีนี้สามารถนำไปใช้ในอุปกรณ์สวมใส่ เช่น สมาร์ทวอทช์ - แทนที่อุปกรณ์จะใช้ ซีพียูภายนอก ระบบอาจสามารถประมวลผลโดยใช้ เนื้อเยื่อของมนุษย์เอง ✅ การทดสอบพบว่ามีความแม่นยำสูงกว่าโมเดลที่ไม่ได้พิจารณาคุณสมบัติเนื้อเยื่อ - ระบบสามารถ คาดการณ์ผลลัพธ์ในระบบไดนามิกที่ไม่เป็นเชิงเส้นได้แม่นยำกว่าปกติ - โมเดลนี้อาจช่วยให้ AI สามารถทำงานร่วมกับร่างกายมนุษย์ได้ดีขึ้น ✅ แนวคิดนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม - นักวิจัยระบุว่า ยังมีงานวิจัยอีกมากที่ต้องดำเนินการ ก่อนที่จะสามารถนำไปใช้จริงได้ - อาจต้องศึกษาว่า เนื้อเยื่อของมนุษย์สามารถทำงานในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดีเพียงใด https://www.techradar.com/pro/humans-as-hardware-no-not-the-name-of-a-new-matrix-movie-prequel-but-a-shocking-idea-about-human-tissue
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 168 มุมมอง 0 รีวิว
  • APIsec ซึ่งเป็นบริษัทด้าน API Security Testing พบว่าฐานข้อมูลลูกค้าของตนถูกเปิดให้เข้าถึงโดยไม่มีรหัสผ่าน นักวิจัยจาก UpGuard ค้นพบและแจ้งเตือน APIsec ซึ่งได้ล็อกระบบหลังจากปล่อยให้ข้อมูลเปิดเป็นเวลาหลายวัน แม้ว่า APIsec จะพยายามลดความสำคัญของเหตุการณ์นี้ในตอนแรก แต่ต่อมายอมรับว่าข้อมูลลูกค้าถูกเปิดเผย อย่างไรก็ตาม APIsec ยังไม่เปิดเผยจำนวนคนที่ได้รับผลกระทบ หรือสำเนาจดหมายแจ้งเหตุการณ์นี้

    ✅ ข้อมูลที่หลุดออกมา
    - ข้อมูลประกอบด้วย ชื่อผู้ใช้, อีเมล และรายละเอียดเกี่ยวกับระดับความปลอดภัยของ API
    - มีข้อมูลเกี่ยวกับว่า แต่ละบัญชีเปิดใช้การยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2FA) หรือไม่ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์สำหรับแฮกเกอร์

    ✅ APIsec เคยพยายามลดความสำคัญของเหตุการณ์นี้
    - ในช่วงแรก APIsec กล่าวว่าฐานข้อมูลที่หลุดออกมาเป็นเพียง "ข้อมูลทดสอบ" และไม่ใช่ข้อมูลลูกค้าจริง
    - อย่างไรก็ตาม หลังจาก UpGuard นำหลักฐานมายืนยัน APIsec ยอมรับว่ามีข้อมูลของลูกค้ารวมอยู่ด้วย

    ✅ ยังไม่มีข้อมูลว่ามีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนเท่าใด
    - APIsec แจ้งว่าตนได้ แจ้งเตือนลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ แต่ไม่ได้เปิดเผยจำนวนคนที่ได้รับผลกระทบ
    - ไม่ได้เผยแพร่สำเนาของจดหมายแจ้งเหตุการณ์ที่ส่งให้ลูกค้า

    ✅ ปัญหาฐานข้อมูลที่ไม่มีการป้องกัน—ภัยคุกคามสำคัญที่องค์กรควรระวัง
    - บริษัทรวมถึง APIsec ใช้ Cloud Hosting ซึ่งต้องมีการป้องกันเป็นพิเศษ
    - ระบบ Cloud ใช้ Shared Responsibility Model—องค์กรต้องรับผิดชอบส่วนหนึ่งของความปลอดภัยเอง
    - ปัญหานี้เกิดขึ้นบ่อยในหลายบริษัทที่ไม่กำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดเพียงพอ


    https://www.techradar.com/pro/security/top-api-testing-firm-apisec-exposed-customer-data-during-security-lapse
    APIsec ซึ่งเป็นบริษัทด้าน API Security Testing พบว่าฐานข้อมูลลูกค้าของตนถูกเปิดให้เข้าถึงโดยไม่มีรหัสผ่าน นักวิจัยจาก UpGuard ค้นพบและแจ้งเตือน APIsec ซึ่งได้ล็อกระบบหลังจากปล่อยให้ข้อมูลเปิดเป็นเวลาหลายวัน แม้ว่า APIsec จะพยายามลดความสำคัญของเหตุการณ์นี้ในตอนแรก แต่ต่อมายอมรับว่าข้อมูลลูกค้าถูกเปิดเผย อย่างไรก็ตาม APIsec ยังไม่เปิดเผยจำนวนคนที่ได้รับผลกระทบ หรือสำเนาจดหมายแจ้งเหตุการณ์นี้ ✅ ข้อมูลที่หลุดออกมา - ข้อมูลประกอบด้วย ชื่อผู้ใช้, อีเมล และรายละเอียดเกี่ยวกับระดับความปลอดภัยของ API - มีข้อมูลเกี่ยวกับว่า แต่ละบัญชีเปิดใช้การยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2FA) หรือไม่ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์สำหรับแฮกเกอร์ ✅ APIsec เคยพยายามลดความสำคัญของเหตุการณ์นี้ - ในช่วงแรก APIsec กล่าวว่าฐานข้อมูลที่หลุดออกมาเป็นเพียง "ข้อมูลทดสอบ" และไม่ใช่ข้อมูลลูกค้าจริง - อย่างไรก็ตาม หลังจาก UpGuard นำหลักฐานมายืนยัน APIsec ยอมรับว่ามีข้อมูลของลูกค้ารวมอยู่ด้วย ✅ ยังไม่มีข้อมูลว่ามีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนเท่าใด - APIsec แจ้งว่าตนได้ แจ้งเตือนลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ แต่ไม่ได้เปิดเผยจำนวนคนที่ได้รับผลกระทบ - ไม่ได้เผยแพร่สำเนาของจดหมายแจ้งเหตุการณ์ที่ส่งให้ลูกค้า ✅ ปัญหาฐานข้อมูลที่ไม่มีการป้องกัน—ภัยคุกคามสำคัญที่องค์กรควรระวัง - บริษัทรวมถึง APIsec ใช้ Cloud Hosting ซึ่งต้องมีการป้องกันเป็นพิเศษ - ระบบ Cloud ใช้ Shared Responsibility Model—องค์กรต้องรับผิดชอบส่วนหนึ่งของความปลอดภัยเอง - ปัญหานี้เกิดขึ้นบ่อยในหลายบริษัทที่ไม่กำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดเพียงพอ https://www.techradar.com/pro/security/top-api-testing-firm-apisec-exposed-customer-data-during-security-lapse
    WWW.TECHRADAR.COM
    Top API testing firm APIsec exposed customer data during security lapse
    Unprotected APIsec database found sitting unprotected online
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 197 มุมมอง 0 รีวิว
  • TSMC กำลังเตรียมอุปกรณ์สำหรับ การทดลองผลิตชิป 1.4 nm ที่โรงงาน P2 Baoshan โดยแผนนี้เป็นการต่อยอดจาก 2 nm ที่กำลังเข้าสู่ Mass Production ในปี 2025 มีการคาดการณ์ว่า โรงงาน P3 และ P4 จะเข้าร่วมการผลิตเต็มรูปแบบภายในปี 2027 และ P1 อาจเริ่มการผลิตทดสอบได้ในปี 2027 ขณะที่ Intel และ Samsung กำลังเร่งพัฒนา 14A และ SF2/SF3P เพื่อต่อกรกับ N2 และ 1.4 nm ของ TSMC

    ✅ P2 Baoshan จะเป็นศูนย์กลางการทดลองผลิตก่อนขยายไปยัง P3 และ P4
    - TSMC วางแผนใช้ โรงงาน Fab 20 ใน Baoshan สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยี 1.4 nm
    - แหล่งข่าวระบุว่า โรงงาน P3 และ P4 อาจเข้าร่วมการผลิตเต็มรูปแบบภายในปี 2027

    ✅ TSMC เร่งพัฒนา 2 nm พร้อมเตรียมขยายไปสู่ 1.4 nm
    - กระบวนการผลิต 2 nm (N2) กำลังจะเข้าสู่ Mass Production ในครึ่งหลังของปี 2025
    - การทดลองผลิต 1.4 nm จะเป็นการต่อยอดจาก N2 และขยายไปยังโรงงานอื่น ๆ ในอนาคต

    ✅ โรงงาน Fab 25 อาจมีส่วนร่วมในการทดลองผลิต 1.4 nm ด้วย
    - รายงานระบุว่า Fab 25 ใน Central Taiwan Science Park อาจเข้าร่วมโครงการนี้
    - มีการคาดการณ์ว่า 4 โรงงานจะทำงานร่วมกันในการพัฒนาชิป 1.4 nm

    ✅ แหล่งข่าวคาดว่า "P1" จะเริ่มการผลิตทดสอบภายในปี 2027
    - ตามข้อมูลของ TrendForce กระบวนการ Risk Trial Production ของ P1 จะเริ่มในปี 2027
    - อาจมีการผลิตเต็มรูปแบบในปีถัดไป เพื่อเข้าสู่ตลาดในปี 2028

    ✅ การแข่งขันในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เข้มข้นขึ้น
    - Intel และ Samsung กำลังพัฒนา 14A และ SF2/SF3P เพื่อต่อกรกับ N2 และ 1.4 nm ของ TSMC
    - นักวิเคราะห์จาก TechInsights คาดว่า N2 ของ TSMC จะมีความหนาแน่นทรานซิสเตอร์สูงกว่าคู่แข่ง
    - อัตรา High-Density (HD) Cell Density ของ N2 สูงถึง 313 MTr/mm² ขณะที่ Intel 18A มี 238 MTr/mm² และ Samsung SF2/SF3P อยู่ที่ 231 MTr/mm²

    https://www.techpowerup.com/334931/tsmc-reportedly-preparing-new-equipment-for-1-4-nm-trial-run-at-p2-baoshan-plant
    TSMC กำลังเตรียมอุปกรณ์สำหรับ การทดลองผลิตชิป 1.4 nm ที่โรงงาน P2 Baoshan โดยแผนนี้เป็นการต่อยอดจาก 2 nm ที่กำลังเข้าสู่ Mass Production ในปี 2025 มีการคาดการณ์ว่า โรงงาน P3 และ P4 จะเข้าร่วมการผลิตเต็มรูปแบบภายในปี 2027 และ P1 อาจเริ่มการผลิตทดสอบได้ในปี 2027 ขณะที่ Intel และ Samsung กำลังเร่งพัฒนา 14A และ SF2/SF3P เพื่อต่อกรกับ N2 และ 1.4 nm ของ TSMC ✅ P2 Baoshan จะเป็นศูนย์กลางการทดลองผลิตก่อนขยายไปยัง P3 และ P4 - TSMC วางแผนใช้ โรงงาน Fab 20 ใน Baoshan สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยี 1.4 nm - แหล่งข่าวระบุว่า โรงงาน P3 และ P4 อาจเข้าร่วมการผลิตเต็มรูปแบบภายในปี 2027 ✅ TSMC เร่งพัฒนา 2 nm พร้อมเตรียมขยายไปสู่ 1.4 nm - กระบวนการผลิต 2 nm (N2) กำลังจะเข้าสู่ Mass Production ในครึ่งหลังของปี 2025 - การทดลองผลิต 1.4 nm จะเป็นการต่อยอดจาก N2 และขยายไปยังโรงงานอื่น ๆ ในอนาคต ✅ โรงงาน Fab 25 อาจมีส่วนร่วมในการทดลองผลิต 1.4 nm ด้วย - รายงานระบุว่า Fab 25 ใน Central Taiwan Science Park อาจเข้าร่วมโครงการนี้ - มีการคาดการณ์ว่า 4 โรงงานจะทำงานร่วมกันในการพัฒนาชิป 1.4 nm ✅ แหล่งข่าวคาดว่า "P1" จะเริ่มการผลิตทดสอบภายในปี 2027 - ตามข้อมูลของ TrendForce กระบวนการ Risk Trial Production ของ P1 จะเริ่มในปี 2027 - อาจมีการผลิตเต็มรูปแบบในปีถัดไป เพื่อเข้าสู่ตลาดในปี 2028 ✅ การแข่งขันในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เข้มข้นขึ้น - Intel และ Samsung กำลังพัฒนา 14A และ SF2/SF3P เพื่อต่อกรกับ N2 และ 1.4 nm ของ TSMC - นักวิเคราะห์จาก TechInsights คาดว่า N2 ของ TSMC จะมีความหนาแน่นทรานซิสเตอร์สูงกว่าคู่แข่ง - อัตรา High-Density (HD) Cell Density ของ N2 สูงถึง 313 MTr/mm² ขณะที่ Intel 18A มี 238 MTr/mm² และ Samsung SF2/SF3P อยู่ที่ 231 MTr/mm² https://www.techpowerup.com/334931/tsmc-reportedly-preparing-new-equipment-for-1-4-nm-trial-run-at-p2-baoshan-plant
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    TSMC Reportedly Preparing New Equipment for 1.4 nm Trial Run at "P2" Baoshan Plant
    Industry insiders posit that TSMC's two flagship fabrication facilities are running ahead of schedule with the development of an advanced 2 nm (N2) process node. A cross-facility mass production phase is tipped to begin later this year, which leaves room for next-level experiments. Taiwan's Economic...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 165 มุมมอง 0 รีวิว
  • Intel ยืนยันว่า Core Ultra 300 'Panther Lake' จะเปิดตัวในช่วงต้นปี 2026 แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยปฏิเสธข่าวลือเรื่องการล่าช้า CEO Lip-Bu Tan ย้ำว่าเทคโนโลยี 18A Node ของ Intel ไม่ได้มีปัญหา และกำลังเดินหน้าตามแผน การผลิตจำนวนมากจะเริ่มก่อนสิ้นปี 2025 และในเดือนตุลาคมจะมี การเปิดตัวจำนวนจำกัดผ่านโปรแกรม EEP ขณะที่ Nova Lake จะเปิดตัวในปี 2026 เป็นรุ่นต่อจาก Panther Lake

    ✅ Panther Lake จะเปิดตัวในช่วงต้นปี 2026 ไม่ใช่ปลายปี 2025 ตามที่เคยกล่าวไว้
    - ก่อนหน้านี้ Intel เคยยืนยันว่า Panther Lake จะเปิดตัวในครึ่งหลังของปี 2025
    - ข้อมูลใหม่จากงาน Vision 2025 ระบุว่า Panther Lake จะเข้าสู่ตลาดในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026

    ✅ ผู้บริหารยืนยันว่าการพัฒนา 18A Node ไม่ได้มีปัญหา
    - ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า ปัญหาการผลิตบนเทคโนโลยี 18A อาจทำให้ Panther Lake ล่าช้า
    - อย่างไรก็ตาม Lip-Bu Tan CEO ของ Intel ระบุว่า โครงการเดินหน้าไปได้ดี และจะมีการผลิตจำนวนมากก่อนสิ้นปี 2025

    ✅ Intel กำลังทดสอบการผลิตแบบ Early Enablement Program (EEP)
    - Intel วางแผนเปิดตัว Panther Lake ในจำนวนจำกัดผ่านโปรแกรม EEP ในเดือนตุลาคม 2025
    - การผลิตจำนวนมากจะเริ่มในช่วงต้นปี 2026

    ✅ Panther Lake ได้รับการออกแบบให้รวมพลังของ Lunar Lake และ Arrow Lake
    - รองประธานกลุ่ม Client Computing ระบุว่า Panther Lake จะใช้พลังงานต่ำเหมือน Lunar Lake
    - มีประสิทธิภาพการประมวลผลสูงเทียบเท่า Arrow Lake
    - เป็น CPU รุ่นแรกของ Intel ที่ใช้เทคโนโลยี 18A เต็มรูปแบบ

    ✅ Nova Lake จะเปิดตัวในปี 2026 เป็นรุ่นต่อจาก Panther Lake
    - Nova Lake จะมาพร้อม สถาปัตยกรรมใหม่และโครงสร้างชิปแบบแยกส่วน
    - คาดว่าจะเป็นซีพียูสำหรับเดสก์ท็อปที่ใช้ N3 ของ TSMC ร่วมกับการออกแบบของ Intel

    https://www.techpowerup.com/334929/intel-vision-presentation-labels-core-ultra-300-panther-lake-cpu-series-as-2026-products
    Intel ยืนยันว่า Core Ultra 300 'Panther Lake' จะเปิดตัวในช่วงต้นปี 2026 แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยปฏิเสธข่าวลือเรื่องการล่าช้า CEO Lip-Bu Tan ย้ำว่าเทคโนโลยี 18A Node ของ Intel ไม่ได้มีปัญหา และกำลังเดินหน้าตามแผน การผลิตจำนวนมากจะเริ่มก่อนสิ้นปี 2025 และในเดือนตุลาคมจะมี การเปิดตัวจำนวนจำกัดผ่านโปรแกรม EEP ขณะที่ Nova Lake จะเปิดตัวในปี 2026 เป็นรุ่นต่อจาก Panther Lake ✅ Panther Lake จะเปิดตัวในช่วงต้นปี 2026 ไม่ใช่ปลายปี 2025 ตามที่เคยกล่าวไว้ - ก่อนหน้านี้ Intel เคยยืนยันว่า Panther Lake จะเปิดตัวในครึ่งหลังของปี 2025 - ข้อมูลใหม่จากงาน Vision 2025 ระบุว่า Panther Lake จะเข้าสู่ตลาดในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 ✅ ผู้บริหารยืนยันว่าการพัฒนา 18A Node ไม่ได้มีปัญหา - ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า ปัญหาการผลิตบนเทคโนโลยี 18A อาจทำให้ Panther Lake ล่าช้า - อย่างไรก็ตาม Lip-Bu Tan CEO ของ Intel ระบุว่า โครงการเดินหน้าไปได้ดี และจะมีการผลิตจำนวนมากก่อนสิ้นปี 2025 ✅ Intel กำลังทดสอบการผลิตแบบ Early Enablement Program (EEP) - Intel วางแผนเปิดตัว Panther Lake ในจำนวนจำกัดผ่านโปรแกรม EEP ในเดือนตุลาคม 2025 - การผลิตจำนวนมากจะเริ่มในช่วงต้นปี 2026 ✅ Panther Lake ได้รับการออกแบบให้รวมพลังของ Lunar Lake และ Arrow Lake - รองประธานกลุ่ม Client Computing ระบุว่า Panther Lake จะใช้พลังงานต่ำเหมือน Lunar Lake - มีประสิทธิภาพการประมวลผลสูงเทียบเท่า Arrow Lake - เป็น CPU รุ่นแรกของ Intel ที่ใช้เทคโนโลยี 18A เต็มรูปแบบ ✅ Nova Lake จะเปิดตัวในปี 2026 เป็นรุ่นต่อจาก Panther Lake - Nova Lake จะมาพร้อม สถาปัตยกรรมใหม่และโครงสร้างชิปแบบแยกส่วน - คาดว่าจะเป็นซีพียูสำหรับเดสก์ท็อปที่ใช้ N3 ของ TSMC ร่วมกับการออกแบบของ Intel https://www.techpowerup.com/334929/intel-vision-presentation-labels-core-ultra-300-panther-lake-cpu-series-as-2026-products
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    Intel Vision Presentation Labels Core Ultra 300 "Panther Lake" CPU Series as 2026 Products
    Intel's freshly concluded Vision 2025 "Products Update and GTM" showcase included a segment dedicated to forthcoming Core Ultra 300 "Panther Lake" client processors. Industry watchdogs have grabbed a select few screenshots from Team Blue's broadcast from Las Vegas, Nevada—one backdropped slide confi...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 164 มุมมอง 0 รีวิว
  • ร้านค้าปลีก Alternate อธิบายว่าการขาย RTX 5090 'B-stock' ที่มี ROP Units ขาดหายไป เป็นเพียงข้อผิดพลาดของระบบ และสินค้านี้เป็นสินค้าคืนจากลูกค้า แม้ว่าราคาถูกตั้งไว้ที่ $3,100 เทียบเท่ากับรุ่นปกติ Nvidia ระบุว่าปัญหานี้กระทบการ์ดจอเพียง 0.5% ของ RTX 5090 และ RTX 5070 Ti และแนะนำให้ลูกค้าติดต่อผู้ผลิตบอร์ดเพื่อเปลี่ยนสินค้า

    ✅ ROP Units มีบทบาทสำคัญต่อการแสดงผลของ GPU
    - ROP (Render Output Unit) ทำหน้าที่ประมวลผลพิกเซล รวมถึงการเบลนด์ภาพและแอนตี้แรสเตอร์ไลซ์
    - หาก ROP หายไป อาจทำให้ ประสิทธิภาพการ์ดจอลดลงถึง 11% ตามการทดสอบของ Gamer's Nexus

    ✅ ข้อผิดพลาดของ Alternate ทำให้ GPU มีราคาสูงเกินจริง
    - Alternate ลงขาย RTX 5090 'B-stock' ที่มี 168 ROP จาก 176 ที่ควรมี
    - ราคาถูกตั้งไว้ที่ €2,899 ($3,100) ซึ่งเทียบเท่ากับรุ่นปกติที่ไม่มีข้อบกพร่อง

    ✅ Nvidia ชี้แจงว่าปัญหานี้กระทบเพียง 0.5% ของ RTX 5090 และ RTX 5070 Ti
    - Nvidia ขอให้ลูกค้าติดต่อผู้ผลิตบอร์ด (AIB Partners) เพื่อรับการเปลี่ยนสินค้า
    - ผลกระทบจากข้อบกพร่องนี้พบใน RTX 5080 ด้วย

    ✅ ตลาด Blackwell ยังคงขาดแคลนและราคาสูง
    - แม้ว่าการผลิตจะเริ่มดีขึ้น แต่ ราคาตลาดยังสูงกว่าที่ควรจะเป็น
    - RTX 5090 Founders Edition บน eBay มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ $4,000

    ✅ Alternate อธิบายว่าเป็นความผิดพลาดของระบบภายใน
    - บริษัทชี้แจงว่าการ์ดจอที่ขายเป็น สินค้าคืนจากลูกค้า และไม่ได้ตั้งใจนำออกขาย
    - ระบบการตั้งราคาผิดพลาด โดยใช้ราคาของ RTX 5090 รุ่นใหม่แทน

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/retailer-clarifies-rtx-5090-b-stock-listing-with-missing-rops-was-a-system-error
    ร้านค้าปลีก Alternate อธิบายว่าการขาย RTX 5090 'B-stock' ที่มี ROP Units ขาดหายไป เป็นเพียงข้อผิดพลาดของระบบ และสินค้านี้เป็นสินค้าคืนจากลูกค้า แม้ว่าราคาถูกตั้งไว้ที่ $3,100 เทียบเท่ากับรุ่นปกติ Nvidia ระบุว่าปัญหานี้กระทบการ์ดจอเพียง 0.5% ของ RTX 5090 และ RTX 5070 Ti และแนะนำให้ลูกค้าติดต่อผู้ผลิตบอร์ดเพื่อเปลี่ยนสินค้า ✅ ROP Units มีบทบาทสำคัญต่อการแสดงผลของ GPU - ROP (Render Output Unit) ทำหน้าที่ประมวลผลพิกเซล รวมถึงการเบลนด์ภาพและแอนตี้แรสเตอร์ไลซ์ - หาก ROP หายไป อาจทำให้ ประสิทธิภาพการ์ดจอลดลงถึง 11% ตามการทดสอบของ Gamer's Nexus ✅ ข้อผิดพลาดของ Alternate ทำให้ GPU มีราคาสูงเกินจริง - Alternate ลงขาย RTX 5090 'B-stock' ที่มี 168 ROP จาก 176 ที่ควรมี - ราคาถูกตั้งไว้ที่ €2,899 ($3,100) ซึ่งเทียบเท่ากับรุ่นปกติที่ไม่มีข้อบกพร่อง ✅ Nvidia ชี้แจงว่าปัญหานี้กระทบเพียง 0.5% ของ RTX 5090 และ RTX 5070 Ti - Nvidia ขอให้ลูกค้าติดต่อผู้ผลิตบอร์ด (AIB Partners) เพื่อรับการเปลี่ยนสินค้า - ผลกระทบจากข้อบกพร่องนี้พบใน RTX 5080 ด้วย ✅ ตลาด Blackwell ยังคงขาดแคลนและราคาสูง - แม้ว่าการผลิตจะเริ่มดีขึ้น แต่ ราคาตลาดยังสูงกว่าที่ควรจะเป็น - RTX 5090 Founders Edition บน eBay มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ $4,000 ✅ Alternate อธิบายว่าเป็นความผิดพลาดของระบบภายใน - บริษัทชี้แจงว่าการ์ดจอที่ขายเป็น สินค้าคืนจากลูกค้า และไม่ได้ตั้งใจนำออกขาย - ระบบการตั้งราคาผิดพลาด โดยใช้ราคาของ RTX 5090 รุ่นใหม่แทน https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/retailer-clarifies-rtx-5090-b-stock-listing-with-missing-rops-was-a-system-error
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Retailer clarifies RTX 5090 'B-stock' listing with missing ROPs was a system error
    The GPU was sourced from a customer return and was never intended for sale.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 159 มุมมอง 0 รีวิว
  • Intel ได้เริ่มการผลิตชิป 18A ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยที่สุด โดยใช้ Gate-All-Around Transistors และ Backside Power Delivery Panther Lake จะเป็นชิปรุ่นแรกที่ใช้ 18A และอาจช่วยให้ Intel แข่งขันกับ TSMC ได้ดีกว่าเดิม ขณะที่ Nvidia และ Broadcom กำลังทดสอบเวเฟอร์ของ Intel และ TSMC กำลังเตรียมเปิดตัว N2 node ในปีนี้

    ✅ Risk Production คืออะไร?
    - Risk Production เป็นกระบวนการ ทดสอบการผลิตในปริมาณน้อย ก่อนเข้าสู่การผลิตเต็มรูปแบบ
    - Intel กำลังขยายกำลังการผลิตจาก หลักร้อยเป็นหลักพันแผ่นเวเฟอร์ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการผลิตเชิงพาณิชย์

    ✅ Panther Lake CPUs จะเป็นชิปรุ่นแรกที่ใช้ 18A
    - คาดว่า Panther Lake จะมี AI Performance ดีขึ้นอย่างมาก เมื่อเทียบกับ Core Ultra 200V
    - Intel ตั้งเป้าผลิตจำนวนมากก่อนสิ้นปีนี้

    ✅ เทคโนโลยี 18A ล้ำกว่าคู่แข่งอย่างไร?
    - Intel ใช้ Gate-All-Around (GAA) Transistors และ Backside Power Delivery
    - GAA ลดการรั่วไหลของพลังงาน ขณะที่ Backside Power Delivery ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์
    - TSMC จะนำ GAA มาใช้ใน N2 node ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงผลิตเร็ว ๆ นี้

    ✅ อนาคตของ Intel กับ 28A และ Nova Lake
    - Intel จะเริ่มออกแบบ 28A node ในครึ่งแรกของปี 2025
    - ชิป Nova Lake และ Clearwater Forest จะตามมาในปี 2026
    - Nova Lake จะใช้ ซิลิคอนจาก TSMC ขณะที่ Clearwater Forest จะเป็นชิป 18A สำหรับตลาดเซิร์ฟเวอร์

    ✅ คู่แข่งที่กำลังจับตาดู 18A ของ Intel
    - Nvidia และ Broadcom กำลังทดสอบ เวเฟอร์ 18A แต่ยังไม่ชัดเจนว่าพวกเขาจะใช้ในการผลิตจริง
    - Apple เป็นลูกค้าหลักของ TSMC N2 และอาจใช้ใน iPhone 18 Pro ที่เปิดตัวปี 2026

    https://www.techspot.com/news/107380-intel-18a-node-enters-risk-production-paving-way.html
    Intel ได้เริ่มการผลิตชิป 18A ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยที่สุด โดยใช้ Gate-All-Around Transistors และ Backside Power Delivery Panther Lake จะเป็นชิปรุ่นแรกที่ใช้ 18A และอาจช่วยให้ Intel แข่งขันกับ TSMC ได้ดีกว่าเดิม ขณะที่ Nvidia และ Broadcom กำลังทดสอบเวเฟอร์ของ Intel และ TSMC กำลังเตรียมเปิดตัว N2 node ในปีนี้ ✅ Risk Production คืออะไร? - Risk Production เป็นกระบวนการ ทดสอบการผลิตในปริมาณน้อย ก่อนเข้าสู่การผลิตเต็มรูปแบบ - Intel กำลังขยายกำลังการผลิตจาก หลักร้อยเป็นหลักพันแผ่นเวเฟอร์ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการผลิตเชิงพาณิชย์ ✅ Panther Lake CPUs จะเป็นชิปรุ่นแรกที่ใช้ 18A - คาดว่า Panther Lake จะมี AI Performance ดีขึ้นอย่างมาก เมื่อเทียบกับ Core Ultra 200V - Intel ตั้งเป้าผลิตจำนวนมากก่อนสิ้นปีนี้ ✅ เทคโนโลยี 18A ล้ำกว่าคู่แข่งอย่างไร? - Intel ใช้ Gate-All-Around (GAA) Transistors และ Backside Power Delivery - GAA ลดการรั่วไหลของพลังงาน ขณะที่ Backside Power Delivery ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์ - TSMC จะนำ GAA มาใช้ใน N2 node ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงผลิตเร็ว ๆ นี้ ✅ อนาคตของ Intel กับ 28A และ Nova Lake - Intel จะเริ่มออกแบบ 28A node ในครึ่งแรกของปี 2025 - ชิป Nova Lake และ Clearwater Forest จะตามมาในปี 2026 - Nova Lake จะใช้ ซิลิคอนจาก TSMC ขณะที่ Clearwater Forest จะเป็นชิป 18A สำหรับตลาดเซิร์ฟเวอร์ ✅ คู่แข่งที่กำลังจับตาดู 18A ของ Intel - Nvidia และ Broadcom กำลังทดสอบ เวเฟอร์ 18A แต่ยังไม่ชัดเจนว่าพวกเขาจะใช้ในการผลิตจริง - Apple เป็นลูกค้าหลักของ TSMC N2 และอาจใช้ใน iPhone 18 Pro ที่เปิดตัวปี 2026 https://www.techspot.com/news/107380-intel-18a-node-enters-risk-production-paving-way.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Intel's 18A node enters risk production, paving the way for Panther Lake
    Kevin O'Buckley, senior vice president and general manager of Intel Foundry Services, confirmed that risk production has begun for the company's upcoming 18A semiconductor node. The announcement,...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 180 มุมมอง 0 รีวิว
  • JR West ได้สร้างสถานีรถไฟ Hatsushima ด้วย เทคโนโลยี 3D Printing ซึ่งช่วยลดต้นทุนการก่อสร้างลง 50% และใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง ในการประกอบสถานี ขณะที่การออกแบบสะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่น การทดลองนี้จะช่วยให้ญี่ปุ่นสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรางด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยยิ่งขึ้น

    ✅ กระบวนการสร้างอาคารสถานี 3D Printing
    - ใช้เทคนิค พิมพ์ปูนมอร์ตาร์เป็นชั้น ๆ และสร้างแบบแม่พิมพ์สำหรับโครงสร้างภายนอก
    - เสริมความแข็งแรงด้วย เหล็กภายในโครงสร้างก่อนเทคอนกรีต เพื่อให้มีความทนทานต่อแผ่นดินไหว

    ✅ ติดตั้งเสร็จในเวลาเพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง
    - ชิ้นส่วนหลักของอาคาร เช่น หลังคาและผนัง ถูกพิมพ์ล่วงหน้าและขนส่งไปยังพื้นที่ก่อสร้าง
    - ทีมงานสามารถประกอบโครงสร้างทั้งหมด ภายในช่วงเวลาที่ไม่มีรถไฟวิ่ง (กลางคืนถึงเช้า)

    ✅ การออกแบบสะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น
    - ผนังอาคารมีภาพศิลปะที่แสดงถึง มikan (ส้มญี่ปุ่น) และ tachiuo (ปลากระบอกยาว) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมือง Arida
    - JR West ต้องการให้สถานีแห่งนี้เป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงชุมชนกับระบบขนส่ง

    ✅ เหตุผลที่เลือกสถานี Hatsushima เป็นโครงการนำร่อง
    - พื้นที่นี้อยู่ติดชายฝั่ง ทำให้สามารถทดสอบ ความทนทานต่อไอเค็มจากทะเล
    - JR West จะใช้ข้อมูลจากสถานีนี้เพื่อประเมินต้นทุนการบำรุงรักษาและประสิทธิภาพของเทคโนโลยี

    ✅ อนาคตของ 3D Printing ในโครงสร้างพื้นฐานของญี่ปุ่น
    - หากการทดสอบสำเร็จ JR West อาจขยาย เทคโนโลยี 3D Printing ไปยังสถานีอื่น ๆ ในเครือข่าย
    - บริษัทวางเป้าหมายให้ระบบขนส่งมีความ ปลอดภัย ทนทาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

    https://www.techspot.com/news/107363-japan-first-3d-printed-train-station-assembled-record.html
    JR West ได้สร้างสถานีรถไฟ Hatsushima ด้วย เทคโนโลยี 3D Printing ซึ่งช่วยลดต้นทุนการก่อสร้างลง 50% และใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง ในการประกอบสถานี ขณะที่การออกแบบสะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่น การทดลองนี้จะช่วยให้ญี่ปุ่นสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรางด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยยิ่งขึ้น ✅ กระบวนการสร้างอาคารสถานี 3D Printing - ใช้เทคนิค พิมพ์ปูนมอร์ตาร์เป็นชั้น ๆ และสร้างแบบแม่พิมพ์สำหรับโครงสร้างภายนอก - เสริมความแข็งแรงด้วย เหล็กภายในโครงสร้างก่อนเทคอนกรีต เพื่อให้มีความทนทานต่อแผ่นดินไหว ✅ ติดตั้งเสร็จในเวลาเพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง - ชิ้นส่วนหลักของอาคาร เช่น หลังคาและผนัง ถูกพิมพ์ล่วงหน้าและขนส่งไปยังพื้นที่ก่อสร้าง - ทีมงานสามารถประกอบโครงสร้างทั้งหมด ภายในช่วงเวลาที่ไม่มีรถไฟวิ่ง (กลางคืนถึงเช้า) ✅ การออกแบบสะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น - ผนังอาคารมีภาพศิลปะที่แสดงถึง มikan (ส้มญี่ปุ่น) และ tachiuo (ปลากระบอกยาว) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมือง Arida - JR West ต้องการให้สถานีแห่งนี้เป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงชุมชนกับระบบขนส่ง ✅ เหตุผลที่เลือกสถานี Hatsushima เป็นโครงการนำร่อง - พื้นที่นี้อยู่ติดชายฝั่ง ทำให้สามารถทดสอบ ความทนทานต่อไอเค็มจากทะเล - JR West จะใช้ข้อมูลจากสถานีนี้เพื่อประเมินต้นทุนการบำรุงรักษาและประสิทธิภาพของเทคโนโลยี ✅ อนาคตของ 3D Printing ในโครงสร้างพื้นฐานของญี่ปุ่น - หากการทดสอบสำเร็จ JR West อาจขยาย เทคโนโลยี 3D Printing ไปยังสถานีอื่น ๆ ในเครือข่าย - บริษัทวางเป้าหมายให้ระบบขนส่งมีความ ปลอดภัย ทนทาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม https://www.techspot.com/news/107363-japan-first-3d-printed-train-station-assembled-record.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    First 3D-printed train station in Japan was assembled in record time
    The new station building, set to open in July, replaces an aging wooden structure that had served the rural community for years. Standing 2.6 meters tall, 6.3...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 179 มุมมอง 0 รีวิว
  • Microsoft กำลังทดสอบ Quick Machine Recovery ซึ่งช่วยให้ IT ทีมสามารถกู้คืน Windows 11 ที่บูตไม่ได้จากระยะไกล ฟีเจอร์นี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันเหตุการณ์แบบ CrowdStrike ปีที่แล้ว ที่ทำให้เครื่องนับล้านพบ BSOD ฟีเจอร์จะทำให้เครื่องบูตเข้าสู่ Windows Recovery Environment เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และส่งข้อมูลไปยัง Microsoft เพื่อรับแพตช์แก้ไขโดยอัตโนมัติ

    ✅ ฟีเจอร์นี้ทำงานอย่างไร?
    - หากอุปกรณ์ บูตไม่ขึ้น ระบบจะเข้าสู่ Windows Recovery Environment (Windows RE) โดยอัตโนมัติ
    - อุปกรณ์จะเชื่อมต่อเครือข่ายผ่าน Wi-Fi หรือ Ethernet และส่งข้อมูลวิเคราะห์ความผิดพลาดไปยัง Microsoft
    - Microsoft ใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อระบุปัญหาที่เกิดขึ้น และพัฒนา แพตช์แก้ไข ซึ่งจะถูกส่งผ่าน Windows Update ไปยังอุปกรณ์ทั้งหมด

    ✅ เปรียบเทียบกับกรณี CrowdStrike ปีที่แล้ว
    - ใน กรกฎาคม 2024 อัปเดตจาก CrowdStrike ทำให้เครื่อง Windows จำนวนมากพบ Blue Screen of Death (BSOD)
    - IT ทีมต้องเดินทางไปยังแต่ละเครื่องเพื่อแก้ไขปัญหา
    - Quick Machine Recovery จะช่วยให้ การแก้ไขสามารถทำได้จากระยะไกล และลดภาระงานของ IT ทีม

    ✅ ใครสามารถใช้ฟีเจอร์นี้?
    - ฟีเจอร์นี้เปิดใช้งานโดย ค่าเริ่มต้น ใน Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 Insider Preview
    - ผู้ใช้ Windows Pro และ Enterprise สามารถ ปรับแต่งการตั้งค่า ผ่าน Command Prompt หรือ RemoteRemediation CSP
    - ผู้ดูแลระบบสามารถ ตั้งค่าเครือข่ายล่วงหน้า และกำหนดระยะเวลาการสแกน (แนะนำทุก 30 นาที) รวมถึงระยะเวลาการหมดเวลา (Timeout) (72 ชั่วโมง)

    ✅ อนาคตของระบบความปลอดภัยของ Windows
    - Microsoft วางแผน ยกเลิกการให้ Security Software เข้าถึง Kernel เพื่อป้องกันการโจมตีแบบลึก
    - Antivirus และ Security Tools จะต้อง ทำงานใน User Mode แทน

    https://www.techspot.com/news/107372-new-microsoft-feature-aims-prevent-crowdstrike-like-outages.html
    Microsoft กำลังทดสอบ Quick Machine Recovery ซึ่งช่วยให้ IT ทีมสามารถกู้คืน Windows 11 ที่บูตไม่ได้จากระยะไกล ฟีเจอร์นี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันเหตุการณ์แบบ CrowdStrike ปีที่แล้ว ที่ทำให้เครื่องนับล้านพบ BSOD ฟีเจอร์จะทำให้เครื่องบูตเข้าสู่ Windows Recovery Environment เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และส่งข้อมูลไปยัง Microsoft เพื่อรับแพตช์แก้ไขโดยอัตโนมัติ ✅ ฟีเจอร์นี้ทำงานอย่างไร? - หากอุปกรณ์ บูตไม่ขึ้น ระบบจะเข้าสู่ Windows Recovery Environment (Windows RE) โดยอัตโนมัติ - อุปกรณ์จะเชื่อมต่อเครือข่ายผ่าน Wi-Fi หรือ Ethernet และส่งข้อมูลวิเคราะห์ความผิดพลาดไปยัง Microsoft - Microsoft ใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อระบุปัญหาที่เกิดขึ้น และพัฒนา แพตช์แก้ไข ซึ่งจะถูกส่งผ่าน Windows Update ไปยังอุปกรณ์ทั้งหมด ✅ เปรียบเทียบกับกรณี CrowdStrike ปีที่แล้ว - ใน กรกฎาคม 2024 อัปเดตจาก CrowdStrike ทำให้เครื่อง Windows จำนวนมากพบ Blue Screen of Death (BSOD) - IT ทีมต้องเดินทางไปยังแต่ละเครื่องเพื่อแก้ไขปัญหา - Quick Machine Recovery จะช่วยให้ การแก้ไขสามารถทำได้จากระยะไกล และลดภาระงานของ IT ทีม ✅ ใครสามารถใช้ฟีเจอร์นี้? - ฟีเจอร์นี้เปิดใช้งานโดย ค่าเริ่มต้น ใน Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 Insider Preview - ผู้ใช้ Windows Pro และ Enterprise สามารถ ปรับแต่งการตั้งค่า ผ่าน Command Prompt หรือ RemoteRemediation CSP - ผู้ดูแลระบบสามารถ ตั้งค่าเครือข่ายล่วงหน้า และกำหนดระยะเวลาการสแกน (แนะนำทุก 30 นาที) รวมถึงระยะเวลาการหมดเวลา (Timeout) (72 ชั่วโมง) ✅ อนาคตของระบบความปลอดภัยของ Windows - Microsoft วางแผน ยกเลิกการให้ Security Software เข้าถึง Kernel เพื่อป้องกันการโจมตีแบบลึก - Antivirus และ Security Tools จะต้อง ทำงานใน User Mode แทน https://www.techspot.com/news/107372-new-microsoft-feature-aims-prevent-crowdstrike-like-outages.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    New Microsoft Windows recovery feature aims to prevent CrowdStrike-like outages
    The feature, part of Microsoft's Windows Resiliency Initiative, was first announced last year. It's now being tested as part of the latest Windows Insider Preview build –...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 111 มุมมอง 0 รีวิว
  • Intel ได้ทำการแก้ไขปัญหาใน Linux Kernel หลังจากที่ Linus Torvalds ผู้พัฒนาหลักของ Linux แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงโค้ดที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการคอมไพล์ โดยปัญหานี้เกี่ยวข้องกับ Direct Rendering Manager (DRM) สำหรับ Intel Xe Graphics Driver ซึ่งมีการเพิ่มไฟล์ทดสอบที่สร้างปัญหาให้กับกระบวนการสร้างเคอร์เนล

    HDRTest Files สร้างปัญหาต่อกระบวนการคอมไพล์
    - Torvalds ชี้ให้เห็นว่าไฟล์ hdrtest ไม่ควรอยู่ในการคอมไพล์หลัก เพราะทำให้ระบบ ทำงานช้าลงและสร้างไฟล์ขยะในไดเรกทอรี
    - ไฟล์เหล่านี้ทำให้คำสั่ง git status แจ้งเตือนว่าไฟล์ไม่ได้ถูก ignore และส่งผลให้ผู้ใช้พบไฟล์ที่ไม่จำเป็นในระบบ

    ปฏิกิริยาจาก Intel
    - Jani Nikula วิศวกร Linux ของ Intel ตอบโต้ด้วยการบอกว่า จะ "ซ่อนไฟล์ขยะเหล่านี้" ไว้ในไดเรกทอรีย่อย และเพิ่มตัวเลือก Kconfig เพื่อควบคุมการตรวจสอบโค้ด
    - การแก้ไขนี้ช่วยให้โค้ดทำงานเร็วขึ้นและลดปัญหาการรบกวนของไฟล์ที่ไม่จำเป็น

    Torvalds ยืนยันว่าไฟล์ HDRTest ควรถูกกำจัดออกไป
    - แม้ว่า Intel จะเสนอทางออกในการซ่อนไฟล์เหล่านี้ Torvalds ยืนยันว่าควรลบออกไปเลย
    - เขาแนะนำให้ Intel แยกการทดสอบเหล่านี้เป็น make drm-hdrtest เพื่อให้สามารถรันได้แยกจากการคอมไพล์หลัก

    การปรับปรุงโค้ดสำหรับ Linux Kernel 6.15
    - การเปลี่ยนแปลงนี้จะถูกบรรจุใน Linux Kernel 6.15 ซึ่งจะช่วยให้การคอมไพล์ทำงานได้เร็วขึ้นและไม่มีไฟล์ขยะที่รบกวนระบบ

    https://www.neowin.net/news/intel-gives-linus-torvalds-funny-taste-of-his-own-language-to-hide-disgusting-broken-turds/
    Intel ได้ทำการแก้ไขปัญหาใน Linux Kernel หลังจากที่ Linus Torvalds ผู้พัฒนาหลักของ Linux แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงโค้ดที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการคอมไพล์ โดยปัญหานี้เกี่ยวข้องกับ Direct Rendering Manager (DRM) สำหรับ Intel Xe Graphics Driver ซึ่งมีการเพิ่มไฟล์ทดสอบที่สร้างปัญหาให้กับกระบวนการสร้างเคอร์เนล HDRTest Files สร้างปัญหาต่อกระบวนการคอมไพล์ - Torvalds ชี้ให้เห็นว่าไฟล์ hdrtest ไม่ควรอยู่ในการคอมไพล์หลัก เพราะทำให้ระบบ ทำงานช้าลงและสร้างไฟล์ขยะในไดเรกทอรี - ไฟล์เหล่านี้ทำให้คำสั่ง git status แจ้งเตือนว่าไฟล์ไม่ได้ถูก ignore และส่งผลให้ผู้ใช้พบไฟล์ที่ไม่จำเป็นในระบบ ปฏิกิริยาจาก Intel - Jani Nikula วิศวกร Linux ของ Intel ตอบโต้ด้วยการบอกว่า จะ "ซ่อนไฟล์ขยะเหล่านี้" ไว้ในไดเรกทอรีย่อย และเพิ่มตัวเลือก Kconfig เพื่อควบคุมการตรวจสอบโค้ด - การแก้ไขนี้ช่วยให้โค้ดทำงานเร็วขึ้นและลดปัญหาการรบกวนของไฟล์ที่ไม่จำเป็น Torvalds ยืนยันว่าไฟล์ HDRTest ควรถูกกำจัดออกไป - แม้ว่า Intel จะเสนอทางออกในการซ่อนไฟล์เหล่านี้ Torvalds ยืนยันว่าควรลบออกไปเลย - เขาแนะนำให้ Intel แยกการทดสอบเหล่านี้เป็น make drm-hdrtest เพื่อให้สามารถรันได้แยกจากการคอมไพล์หลัก การปรับปรุงโค้ดสำหรับ Linux Kernel 6.15 - การเปลี่ยนแปลงนี้จะถูกบรรจุใน Linux Kernel 6.15 ซึ่งจะช่วยให้การคอมไพล์ทำงานได้เร็วขึ้นและไม่มีไฟล์ขยะที่รบกวนระบบ https://www.neowin.net/news/intel-gives-linus-torvalds-funny-taste-of-his-own-language-to-hide-disgusting-broken-turds/
    WWW.NEOWIN.NET
    Intel gives Linus Torvalds funny taste of his own language to "hide disgusting broken turds"
    An Intel employee has given a funny response to Linus Torvalds as they clean up the "disgusted broken turd" pointed out by Torvalds.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 118 มุมมอง 0 รีวิว
  • Intel เปิดตัว AI Assistant ที่ช่วยให้คำแนะนำในเกม Black Myth: Wukong โดยใช้ NPU ลดภาระบน GPU และเพิ่มเฟรมเรต อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการทดสอบจริงว่าระบบนี้ใช้งานได้ดีแค่ไหน ในขณะที่ Microsoft และ Nvidia ก็กำลังพัฒนา AI ผู้ช่วยสำหรับเกมของตัวเอง คาดว่าเทคโนโลยีนี้จะพัฒนาขึ้นเมื่อชิปใหม่อย่าง Lunar Lake Core Ultra 200V และ AMD Ryzen AI 300 เปิดตัว

    Microsoft และ Nvidia กำลังพัฒนา AI ผู้ช่วยสำหรับเกม
    - Microsoft กำลังพัฒนา Copilot Gaming AI Coach สำหรับเกม Minecraft และ Overwatch
    - Nvidia เปิดตัว AI Assistant ที่เน้นปรับแต่งประสิทธิภาพ ไม่ใช่การให้คำแนะนำการเล่น

    ผลกระทบต่อเฟรมเรตเกม
    - Intel แสดงให้เห็นว่าเมื่อใช้ AI Assistant ผ่าน NPU เฟรมเรตเพิ่มขึ้นจาก 103 FPS เป็น 108 FPS
    - แต่เมื่อรันผ่าน GPU เฟรมเรตลดลงเหลือ 94 FPS

    อนาคตของ AI ในเกมบนแพลตฟอร์มใหม่
    - ชิปใหม่อย่าง Intel Lunar Lake Core Ultra 200V และ AMD Strix Point Ryzen AI 300 จะมีประสิทธิภาพสูงขึ้น (50 TOPS) ซึ่งอาจช่วยให้ AI Assistant ทำงานได้ดียิ่งขึ้น

    คำถามสำคัญที่ยังไม่มีคำตอบ
    - Intel ยังไม่ยืนยันว่า Black Myth: Wukong ที่ใช้สาธิตเป็นเกมจริงหรือเป็นวิดีโอแนวคิด
    - AI Assistant ยังไม่ได้รับการทดสอบในสถานการณ์จริง

    https://www.techspot.com/news/107358-intel-shows-off-game-ai-assistant-running-core.html
    Intel เปิดตัว AI Assistant ที่ช่วยให้คำแนะนำในเกม Black Myth: Wukong โดยใช้ NPU ลดภาระบน GPU และเพิ่มเฟรมเรต อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการทดสอบจริงว่าระบบนี้ใช้งานได้ดีแค่ไหน ในขณะที่ Microsoft และ Nvidia ก็กำลังพัฒนา AI ผู้ช่วยสำหรับเกมของตัวเอง คาดว่าเทคโนโลยีนี้จะพัฒนาขึ้นเมื่อชิปใหม่อย่าง Lunar Lake Core Ultra 200V และ AMD Ryzen AI 300 เปิดตัว Microsoft และ Nvidia กำลังพัฒนา AI ผู้ช่วยสำหรับเกม - Microsoft กำลังพัฒนา Copilot Gaming AI Coach สำหรับเกม Minecraft และ Overwatch - Nvidia เปิดตัว AI Assistant ที่เน้นปรับแต่งประสิทธิภาพ ไม่ใช่การให้คำแนะนำการเล่น ผลกระทบต่อเฟรมเรตเกม - Intel แสดงให้เห็นว่าเมื่อใช้ AI Assistant ผ่าน NPU เฟรมเรตเพิ่มขึ้นจาก 103 FPS เป็น 108 FPS - แต่เมื่อรันผ่าน GPU เฟรมเรตลดลงเหลือ 94 FPS อนาคตของ AI ในเกมบนแพลตฟอร์มใหม่ - ชิปใหม่อย่าง Intel Lunar Lake Core Ultra 200V และ AMD Strix Point Ryzen AI 300 จะมีประสิทธิภาพสูงขึ้น (50 TOPS) ซึ่งอาจช่วยให้ AI Assistant ทำงานได้ดียิ่งขึ้น คำถามสำคัญที่ยังไม่มีคำตอบ - Intel ยังไม่ยืนยันว่า Black Myth: Wukong ที่ใช้สาธิตเป็นเกมจริงหรือเป็นวิดีโอแนวคิด - AI Assistant ยังไม่ได้รับการทดสอบในสถานการณ์จริง https://www.techspot.com/news/107358-intel-shows-off-game-ai-assistant-running-core.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Intel shows off in-game AI assistant running on Core Ultra 200HX
    Intel recently showcased how running generative AI programs on its new NPUs might benefit gamers. Although several companies have promoted the gaming-related potential of NPUs, these benefits...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 171 มุมมอง 0 รีวิว
  • V-Color เปิดตัวชุดหน่วยความจำใหม่ที่มีความเร็วสูงสุด 9000 MT/s ซึ่งถือเป็นชุด 64GB CUDIMM DDR5 รุ่นแรกของโลก ออกแบบมาเพื่อใช้งานร่วมกับ Intel Z890 platform และรองรับ XMP 3.0 การเปิดตัวครั้งนี้ช่วยยกระดับมาตรฐานของหน่วยความจำ DDR5 โดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด

    รองรับ Gear 2 Mode แต่ลดอัตราหน่วงเวลา
    - หน่วยความจำชุดใหม่นี้สามารถทำงานที่ 9000 MT/s โดยใช้ Gear 2 mode ซึ่งมักส่งผลให้มีอัตราหน่วงเวลาสูงขึ้น
    - อย่างไรก็ตาม V-Color ระบุว่าหน่วยความจำยังสามารถทำงานที่อัตราหน่วงเวลาที่เหมาะสม ได้แก่ CL48-64-64-140

    ทดสอบเสถียรภาพผ่าน RunMemtestPro
    - ใช้ Intel Core Ultra 7 265K และเมนบอร์ด MSI MEG Z890 Unify-X ผ่านการทดสอบด้านเสถียรภาพโดย RunMemtestPro
    - แม้แต่บน เมนบอร์ด MSI Pro Z890-P Wi-Fi (4x DIMMs) ก็สามารถทำความเร็วที่ 8800 MT/s ด้วยอัตราหน่วงเวลาเท่ากัน

    เปรียบเทียบกับรุ่นก่อน
    - หน่วยความจำรุ่นก่อนหน้าสามารถทำความเร็วได้ 10,000 MT/s แต่ต้องอาศัยเทคนิคการโอเวอร์คล็อกขั้นสูง
    - รุ่นใหม่นี้ออกแบบให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นและรองรับผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการความเร็วสูง

    การวางจำหน่ายทั่วโลก
    - ชุดหน่วยความจำ V-Color Manta XFinity O CUDIMM DDR5 ขนาด 64GB จะเริ่มวางจำหน่ายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2025
    - วางจำหน่ายผ่าน เว็บไซต์ทางการของ V-Color, Amazon, Newegg และตัวแทนจำหน่ายอื่น ๆ

    https://wccftech.com/v-color-debuts-worlds-first-64-gb-ddr5-o-cudimm-memory-kit-with-speeds-of-up-to-9000-mt-s/
    V-Color เปิดตัวชุดหน่วยความจำใหม่ที่มีความเร็วสูงสุด 9000 MT/s ซึ่งถือเป็นชุด 64GB CUDIMM DDR5 รุ่นแรกของโลก ออกแบบมาเพื่อใช้งานร่วมกับ Intel Z890 platform และรองรับ XMP 3.0 การเปิดตัวครั้งนี้ช่วยยกระดับมาตรฐานของหน่วยความจำ DDR5 โดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด รองรับ Gear 2 Mode แต่ลดอัตราหน่วงเวลา - หน่วยความจำชุดใหม่นี้สามารถทำงานที่ 9000 MT/s โดยใช้ Gear 2 mode ซึ่งมักส่งผลให้มีอัตราหน่วงเวลาสูงขึ้น - อย่างไรก็ตาม V-Color ระบุว่าหน่วยความจำยังสามารถทำงานที่อัตราหน่วงเวลาที่เหมาะสม ได้แก่ CL48-64-64-140 ทดสอบเสถียรภาพผ่าน RunMemtestPro - ใช้ Intel Core Ultra 7 265K และเมนบอร์ด MSI MEG Z890 Unify-X ผ่านการทดสอบด้านเสถียรภาพโดย RunMemtestPro - แม้แต่บน เมนบอร์ด MSI Pro Z890-P Wi-Fi (4x DIMMs) ก็สามารถทำความเร็วที่ 8800 MT/s ด้วยอัตราหน่วงเวลาเท่ากัน เปรียบเทียบกับรุ่นก่อน - หน่วยความจำรุ่นก่อนหน้าสามารถทำความเร็วได้ 10,000 MT/s แต่ต้องอาศัยเทคนิคการโอเวอร์คล็อกขั้นสูง - รุ่นใหม่นี้ออกแบบให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นและรองรับผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการความเร็วสูง การวางจำหน่ายทั่วโลก - ชุดหน่วยความจำ V-Color Manta XFinity O CUDIMM DDR5 ขนาด 64GB จะเริ่มวางจำหน่ายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2025 - วางจำหน่ายผ่าน เว็บไซต์ทางการของ V-Color, Amazon, Newegg และตัวแทนจำหน่ายอื่น ๆ https://wccftech.com/v-color-debuts-worlds-first-64-gb-ddr5-o-cudimm-memory-kit-with-speeds-of-up-to-9000-mt-s/
    WCCFTECH.COM
    V-Color Debuts World's First 64 GB DDR5 O CUDIMM Memory Kit With Speeds Of Up To 9000 MT/s
    The memory maker, V-Color, has launched world's first 64 GB (32 GB x 2) DDR5 O CUDIMM memory kit, running at up to 9000 MT/s.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 100 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts