• เปิดทรัพย์สิน "บิ๊กอ๊อบ" พล.อ.ทรงวิทย์ นั่ง ผบ.สส.ครบ 3 ปี รวย 326.4 ล้าน ที่ดิน-พระเครื่อง-ปืนเพียบ ปี 67 ขายที่ดิน-พระ รับทรัพย์ 20.8 ล้าน ด้านภรรยาลงทุนหุ้น-กองทุนกว่า 148 ล้าน

    วันนี้(10 มี.ค.)สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินหนี้สินพลเอกทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กรณีดำรงตำแหน่งครบ 3 ปี โดยพลเอกทรงวิทย์ และ ปัญญดา หนุนภักดี คู่สมรส แจ้งมีทรัพย์สินรวม 326,482,272 บาท แบ่งเป็นทรัพย์สินของพลเอกทรงวิทย์ 100,548,815 บาท ประกอบด้วยเงินสด 400,000 บาทเงินฝาก 5 บัญชีรวม 4,551,232 บาท เงินลงทุน 25,400,309 บาท ส่วนใหญ่ลงทุนในกองทุนรวมและกองทุนเปิดต่างๆ ที่ดิน 41 แปลง ส่วนใหญ่ใน อ.สามเงา จ.ตาก และ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี อ.แม่ริมจ.เชียงใหม่ และเขตมีนบุรี กทม.รวมมูลค่า 32,144,995 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างเป็น ตึกแถว บ้านพัก และห้องชุด ทั้งในกทม จ.ภูเก็ต เชียงใหม่สระบุรี รวม 6 หลังมูลค่า 11,650,000 บาท ยานพาหนะเป็นรถกระบะ Toyota Vigo 1 คันมูลค่า 200,000 บาท สิทธิและสัมปทานเป็นประกันชีวิตและสมาชิกสนามกอล์ฟตลอดชีพ 3 แห่งรวม 14,577,358 บาท ทรัพย์สินอื่น 11,625,000 บาท และมีหนี้สินเป็นเงินเบิกเกินบัญชี 1,961 บาท

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/politics/detail/9680000022967

    #MGROnline #บิ๊กอ๊อบ #บัญชีทรัพย์สิน
    เปิดทรัพย์สิน "บิ๊กอ๊อบ" พล.อ.ทรงวิทย์ นั่ง ผบ.สส.ครบ 3 ปี รวย 326.4 ล้าน ที่ดิน-พระเครื่อง-ปืนเพียบ ปี 67 ขายที่ดิน-พระ รับทรัพย์ 20.8 ล้าน ด้านภรรยาลงทุนหุ้น-กองทุนกว่า 148 ล้าน • วันนี้(10 มี.ค.)สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินหนี้สินพลเอกทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กรณีดำรงตำแหน่งครบ 3 ปี โดยพลเอกทรงวิทย์ และ ปัญญดา หนุนภักดี คู่สมรส แจ้งมีทรัพย์สินรวม 326,482,272 บาท แบ่งเป็นทรัพย์สินของพลเอกทรงวิทย์ 100,548,815 บาท ประกอบด้วยเงินสด 400,000 บาทเงินฝาก 5 บัญชีรวม 4,551,232 บาท เงินลงทุน 25,400,309 บาท ส่วนใหญ่ลงทุนในกองทุนรวมและกองทุนเปิดต่างๆ ที่ดิน 41 แปลง ส่วนใหญ่ใน อ.สามเงา จ.ตาก และ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี อ.แม่ริมจ.เชียงใหม่ และเขตมีนบุรี กทม.รวมมูลค่า 32,144,995 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างเป็น ตึกแถว บ้านพัก และห้องชุด ทั้งในกทม จ.ภูเก็ต เชียงใหม่สระบุรี รวม 6 หลังมูลค่า 11,650,000 บาท ยานพาหนะเป็นรถกระบะ Toyota Vigo 1 คันมูลค่า 200,000 บาท สิทธิและสัมปทานเป็นประกันชีวิตและสมาชิกสนามกอล์ฟตลอดชีพ 3 แห่งรวม 14,577,358 บาท ทรัพย์สินอื่น 11,625,000 บาท และมีหนี้สินเป็นเงินเบิกเกินบัญชี 1,961 บาท • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/politics/detail/9680000022967 • #MGROnline #บิ๊กอ๊อบ #บัญชีทรัพย์สิน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 400 มุมมอง 0 รีวิว
  • ซื้อขายที่ดิน
    ซื้อขายที่ดิน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 107 มุมมอง 0 รีวิว
  • ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาหากใครได้ขับรถไปทางเส้นสุขุมวิท บริเวณจุดเชื่อมต่อระยอง – จันทบุรี เราอาจได้เห็นล้งทุเรียนมากมายริมถนนสุขุมวิท และยิ่งใครได้เดินทางมาช่วงมีนาคม – เมษายน ก็จะได้สัมผัสประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยรถขนทุเรียนรายล้อม ล้งทุเรียนที่คึกคักตลอดวันตลอดคืน หรือแม้แต่การชิงตัดราคากันบนถนนระหว่างรถจอดติดไฟแดงเอง ก็เป็นเหตุการณ์ที่คนในพื้นที่คุ้นเคยกันดี หรือหลายคนอาจจะเคยได้ยินอย่างอาชีพคนวิ่งทุเรียนย้อนกลับไปก่อนการเฟื่องฟูของล้งทุเรียนที่หมายถึงพ่อค้าคนกลางที่เป็นเหมือนโรงคัดแยกและบรรจุทุเรียนเพื่อส่งไปขายต่อ จริงๆ แล้ว ‘ล้ง’ นั้นถูกใช้งานกับการเป็นพ่อค้าคนกลางสำหรับผลไม้ประเภทอื่นๆ ด้วยจากข้อมูลในรายงานศึกษา ได้ชี้ให้เห็นตัวเลขว่า ก่อนปี พ.ศ. 2550 ทุเรียนส่วนใหญ่ยังเน้นบริโภคในประเทศ โดยส่งออกน้อยกว่า 30% ของผลผลิตทั้งหมด แต่หลังปี พ.ศ. 2555 เป็นต้นมา เมื่อเริ่มมีความต้องการจากตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน ทำให้ล้งเพิ่มจำนวนมากขึ้น โดยแรกเริ่มมีล้งของคนไทย ล้งของคนจีน และล้งของคนเวียดนาม จนกระทั่งตัวเลขการส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 70% ของผลผลิตทั้งหมด นำไปสู่การเปลี่ยนวิถีการขายทุเรียนที่เน้นเหมาสวนส่งให้ล้ง มีนายหน้าตกลงราคาก่อนผลผลิตจะออกผลและส่งขายโดยข้อมูลในวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 กองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร ได้แสดงสถิติไว้ว่า ล้งที่ส่งออกไปขายที่จีนทั่วประเทศมีจำนวนทั้งสิ้น 2,122 ราย หากสโคปลงมาที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออกแบ่งเป็น จันทบุรี 909 ราย ระยอง 50 ราย และตราด 29 ราย รวมเป็น 988 ราย หรือคิดเป็น 42.84% ของจำนวนล้งทั้งประเทศแต่นี่เป็นเพียงตัวเลขที่มีการขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานรัฐเท่านั้น เพราะตามรายงานศึกษาของ Land Watch และ EEC Watch พบว่า ในการรายงานข่าวจากสำนักข่าว ThaiPBS ได้ลงพื้นที่สอบถามเจ้าของสวนทุเรียน และพบว่าจำนวนล้งใน 3 จังหวัด จันทบุรี ระยอง ตราด นั้นมีมากกว่า 1,200 ล้งในรายงานศึกษายังได้อธิบายรูปแบบการทำธุรกิจของล้ง โดยแบ่งเป็น 3 รูปแบบ คือ ล้งจีน ล้งไทย และล้งไทยที่มีการร่วมทุนกับต่างชาติ (ซึ่งก็คือจีน) โดยในรูปแบบที่เป็นการร่วมทุน จะมาในลักษณะของ ทุนต่างชาติเป็นผู้ลงเงิน ส่วนคนไทยจะเป็นคนจัดหาลูกทุเรียน และจัดการเรื่องส่งออกโดยข้อมูลจากแหล่งข้อมูลในพื้นที่กรณีศึกษา พบว่า ล้งที่เป็นการร่วมทุนจะตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเขาคิชกูฏ จ.จันทบุรี ในขณะที่ล้งจีน 100% จะพบได้ที่อำเภอท่าใหม่ และอำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี โดยใช้ทุนหมุนเวียนวันละไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านบาท โดยใน 3 จังหวัดภาคตะวันออกมีการคาดการณ์ว่ามีล้งจีนกว่า 600 ล้ง ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร แต่ก็ยังมีที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนอีกมากเช่นกันในขณะที่ล้งไทยส่วนใหญ่ จะเป็นคนมีตำแหน่งอย่างผู้ใหญ่บ้าน หรือกำนัน โดยจะเป็นพ่อค้าคนกลางส่งต่อให้กับบริษัทส่งออกของจีนอีกทอดหนึ่ง และมักใช้วิธีการซื้อผ่านการ ‘เกี๊ยว’ หรือมัดจำเอาไว้กับสวนทุเรียนตั้งแต่ช่วงออกดอกหรือที่เรียกว่าช่วง หางแย้ โดยอาศัยความเป็นคนในพื้นที่ในการมีข้อมูลว่าบ้านไหนทำสวน และล้งไทยจะต้องหาให้ได้ตามดีลที่มักนับหน่วยเป็นเต็ม 1 ตู้คอนเทนเนอร์ หรือประมาณ 18 ตันปัจจุบันจากรายงานข่าวของ ThaiPBS ในเดือนมีนาคม 2567 พบว่าในจังหวัดจันทบุรีมีล้งไทยเหลือไม่ถึง 10% ของจำนวนล้งในจันทบุรี ส่วนใหญ่ได้ผันตัวเป็นล้งที่ร่วมทุนระหว่างไทย-จีน ไปแล้วแต่ดูเหมือนว่าแม้ล้งจะเป็นผู้กำหนดราคาคนสำคัญ แต่ทุนจีนมองการณ์ไกลกว่านั้น โดยเริ่มทำล้งที่มีสวนทุเรียนไปด้วยนั่นเอง‘เขา’ มาซื้อสวนทุเรียนจากปลายน้ำอย่างการรับซื้อผลทุเรียน สู่กลางน้ำที่เป็นพ่อค้าคนกลางเองในการเป็นล้ง การทำธุรกิจทุเรียนของจีนได้รุกคืบเข้ามาในอุตสาหกรรมทุเรียนของไทยสู่ต้นน้ำ หรือคือการเป็นผู้ผลิตเสียเอง โดยเริ่มมีการครอบครองสวนทุเรียนโดยทุนจีน ซึ่งจากรายงานศึกษานี้พบว่ากลุ่มทุนจีนที่มาทำธุรกิจล้งทุเรียนมักเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่มาซื้อสวนทุเรียนและทั้งหมดนี้ก็เพื่อเป็นการรับประกันว่าจะมีผลผลิตสำหรับการส่งออกที่เพียงพอ แต่อีกเหตุผลที่สำคัญกว่าก็คือการทำกำไรมหาศาล เนื่องจากสามารถกำหนดราคาได้เอง และควบคุมตลาดได้เบ็ดเสร็จโดยในรายงานศึกษาได้นำเสนอวิธีการครอบครองที่ดินของทุนจีน โดยพื้นที่ที่ทุนจีนเล็งไว้มักมีลักษณะที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำเนื่องจากทุเรียนต้องใช้น้ำจำนวนมากในการดูแล นอกจากนี้ทุนจีนมักไม่สนใจที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์เนื่องจากมีราคาสูง แต่มักเลือกที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ เช่นในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติซึ่งการเริ่มต้นเข้าไปครอบครองทำสวนทุเรียนจะเริ่มจากมีนายหน้าคนไทยที่คอยเป็นนอมินีให้ทุนจีนโพสต์ตามหาที่ดินตามกบุ่มซื้อ-ขายที่ดินในโซเชียลมีเดีย และมีนายหน้าคนไทยเข้ามาคอมเมนต์เสนอขายที่ดิน ซึ่งนายหน้าที่มาขายที่ดินส่วนใหญ่ก็มักเป็นผู้นำชุมชน ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่บ้าน กำนันที่รู้จักพื้นที่เป็นอย่างดีหลังจากได้ข้อมูลที่ดินก็จะมีการนัดแนะ และคนจีนจะเข้าไปดูพื้นที่และตัดสินใจด้วยตัวเองทันทีไม่ผ่านนายหน้า โดยมีข้อสังเกตว่าบางครั้งในการซื้อขายบนโซเชียลมีเดียเอง ก็อาจเป็นคนจีนที่ใช้แอคเคาต์อวตารเป็นคนไทยเพื่อลดค่าใช้จ่ายผ่านนายหน้า ซึ่งที่ดินที่ทุนจีนสนใจมักเป็นสวนที่ต้นทุเรียนให้ผลผลิตแล้ว หลังจากถูกใจในที่ดินก็มีการตกลงซื้อขาย ทำสัญญาเป็นภาษาจีนและภาษาอังกฤษ มีทนายมาร่วมในกระบวนการ โดยจะดำเนินการทำสัญญาที่บ้านของผู้ใหญ่บ้าน และมีผู้ใหญ่บ้านเป็นพยาน เพื่อเป็นหลักประกันว่าที่ดินนี้เชื่อถือได้ โดยผู้ใหญ่บ้านก็จะได้รับเงินในการทำสัญญาครั้งละ 3,000 – 5,000 บาทhttps://epigramnews.co/environment/cross-border-land-acquisition-by-chinese-capital/
    ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาหากใครได้ขับรถไปทางเส้นสุขุมวิท บริเวณจุดเชื่อมต่อระยอง – จันทบุรี เราอาจได้เห็นล้งทุเรียนมากมายริมถนนสุขุมวิท และยิ่งใครได้เดินทางมาช่วงมีนาคม – เมษายน ก็จะได้สัมผัสประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยรถขนทุเรียนรายล้อม ล้งทุเรียนที่คึกคักตลอดวันตลอดคืน หรือแม้แต่การชิงตัดราคากันบนถนนระหว่างรถจอดติดไฟแดงเอง ก็เป็นเหตุการณ์ที่คนในพื้นที่คุ้นเคยกันดี หรือหลายคนอาจจะเคยได้ยินอย่างอาชีพคนวิ่งทุเรียนย้อนกลับไปก่อนการเฟื่องฟูของล้งทุเรียนที่หมายถึงพ่อค้าคนกลางที่เป็นเหมือนโรงคัดแยกและบรรจุทุเรียนเพื่อส่งไปขายต่อ จริงๆ แล้ว ‘ล้ง’ นั้นถูกใช้งานกับการเป็นพ่อค้าคนกลางสำหรับผลไม้ประเภทอื่นๆ ด้วยจากข้อมูลในรายงานศึกษา ได้ชี้ให้เห็นตัวเลขว่า ก่อนปี พ.ศ. 2550 ทุเรียนส่วนใหญ่ยังเน้นบริโภคในประเทศ โดยส่งออกน้อยกว่า 30% ของผลผลิตทั้งหมด แต่หลังปี พ.ศ. 2555 เป็นต้นมา เมื่อเริ่มมีความต้องการจากตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน ทำให้ล้งเพิ่มจำนวนมากขึ้น โดยแรกเริ่มมีล้งของคนไทย ล้งของคนจีน และล้งของคนเวียดนาม จนกระทั่งตัวเลขการส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 70% ของผลผลิตทั้งหมด นำไปสู่การเปลี่ยนวิถีการขายทุเรียนที่เน้นเหมาสวนส่งให้ล้ง มีนายหน้าตกลงราคาก่อนผลผลิตจะออกผลและส่งขายโดยข้อมูลในวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 กองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร ได้แสดงสถิติไว้ว่า ล้งที่ส่งออกไปขายที่จีนทั่วประเทศมีจำนวนทั้งสิ้น 2,122 ราย หากสโคปลงมาที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออกแบ่งเป็น จันทบุรี 909 ราย ระยอง 50 ราย และตราด 29 ราย รวมเป็น 988 ราย หรือคิดเป็น 42.84% ของจำนวนล้งทั้งประเทศแต่นี่เป็นเพียงตัวเลขที่มีการขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานรัฐเท่านั้น เพราะตามรายงานศึกษาของ Land Watch และ EEC Watch พบว่า ในการรายงานข่าวจากสำนักข่าว ThaiPBS ได้ลงพื้นที่สอบถามเจ้าของสวนทุเรียน และพบว่าจำนวนล้งใน 3 จังหวัด จันทบุรี ระยอง ตราด นั้นมีมากกว่า 1,200 ล้งในรายงานศึกษายังได้อธิบายรูปแบบการทำธุรกิจของล้ง โดยแบ่งเป็น 3 รูปแบบ คือ ล้งจีน ล้งไทย และล้งไทยที่มีการร่วมทุนกับต่างชาติ (ซึ่งก็คือจีน) โดยในรูปแบบที่เป็นการร่วมทุน จะมาในลักษณะของ ทุนต่างชาติเป็นผู้ลงเงิน ส่วนคนไทยจะเป็นคนจัดหาลูกทุเรียน และจัดการเรื่องส่งออกโดยข้อมูลจากแหล่งข้อมูลในพื้นที่กรณีศึกษา พบว่า ล้งที่เป็นการร่วมทุนจะตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเขาคิชกูฏ จ.จันทบุรี ในขณะที่ล้งจีน 100% จะพบได้ที่อำเภอท่าใหม่ และอำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี โดยใช้ทุนหมุนเวียนวันละไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านบาท โดยใน 3 จังหวัดภาคตะวันออกมีการคาดการณ์ว่ามีล้งจีนกว่า 600 ล้ง ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร แต่ก็ยังมีที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนอีกมากเช่นกันในขณะที่ล้งไทยส่วนใหญ่ จะเป็นคนมีตำแหน่งอย่างผู้ใหญ่บ้าน หรือกำนัน โดยจะเป็นพ่อค้าคนกลางส่งต่อให้กับบริษัทส่งออกของจีนอีกทอดหนึ่ง และมักใช้วิธีการซื้อผ่านการ ‘เกี๊ยว’ หรือมัดจำเอาไว้กับสวนทุเรียนตั้งแต่ช่วงออกดอกหรือที่เรียกว่าช่วง หางแย้ โดยอาศัยความเป็นคนในพื้นที่ในการมีข้อมูลว่าบ้านไหนทำสวน และล้งไทยจะต้องหาให้ได้ตามดีลที่มักนับหน่วยเป็นเต็ม 1 ตู้คอนเทนเนอร์ หรือประมาณ 18 ตันปัจจุบันจากรายงานข่าวของ ThaiPBS ในเดือนมีนาคม 2567 พบว่าในจังหวัดจันทบุรีมีล้งไทยเหลือไม่ถึง 10% ของจำนวนล้งในจันทบุรี ส่วนใหญ่ได้ผันตัวเป็นล้งที่ร่วมทุนระหว่างไทย-จีน ไปแล้วแต่ดูเหมือนว่าแม้ล้งจะเป็นผู้กำหนดราคาคนสำคัญ แต่ทุนจีนมองการณ์ไกลกว่านั้น โดยเริ่มทำล้งที่มีสวนทุเรียนไปด้วยนั่นเอง‘เขา’ มาซื้อสวนทุเรียนจากปลายน้ำอย่างการรับซื้อผลทุเรียน สู่กลางน้ำที่เป็นพ่อค้าคนกลางเองในการเป็นล้ง การทำธุรกิจทุเรียนของจีนได้รุกคืบเข้ามาในอุตสาหกรรมทุเรียนของไทยสู่ต้นน้ำ หรือคือการเป็นผู้ผลิตเสียเอง โดยเริ่มมีการครอบครองสวนทุเรียนโดยทุนจีน ซึ่งจากรายงานศึกษานี้พบว่ากลุ่มทุนจีนที่มาทำธุรกิจล้งทุเรียนมักเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่มาซื้อสวนทุเรียนและทั้งหมดนี้ก็เพื่อเป็นการรับประกันว่าจะมีผลผลิตสำหรับการส่งออกที่เพียงพอ แต่อีกเหตุผลที่สำคัญกว่าก็คือการทำกำไรมหาศาล เนื่องจากสามารถกำหนดราคาได้เอง และควบคุมตลาดได้เบ็ดเสร็จโดยในรายงานศึกษาได้นำเสนอวิธีการครอบครองที่ดินของทุนจีน โดยพื้นที่ที่ทุนจีนเล็งไว้มักมีลักษณะที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำเนื่องจากทุเรียนต้องใช้น้ำจำนวนมากในการดูแล นอกจากนี้ทุนจีนมักไม่สนใจที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์เนื่องจากมีราคาสูง แต่มักเลือกที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ เช่นในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติซึ่งการเริ่มต้นเข้าไปครอบครองทำสวนทุเรียนจะเริ่มจากมีนายหน้าคนไทยที่คอยเป็นนอมินีให้ทุนจีนโพสต์ตามหาที่ดินตามกบุ่มซื้อ-ขายที่ดินในโซเชียลมีเดีย และมีนายหน้าคนไทยเข้ามาคอมเมนต์เสนอขายที่ดิน ซึ่งนายหน้าที่มาขายที่ดินส่วนใหญ่ก็มักเป็นผู้นำชุมชน ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่บ้าน กำนันที่รู้จักพื้นที่เป็นอย่างดีหลังจากได้ข้อมูลที่ดินก็จะมีการนัดแนะ และคนจีนจะเข้าไปดูพื้นที่และตัดสินใจด้วยตัวเองทันทีไม่ผ่านนายหน้า โดยมีข้อสังเกตว่าบางครั้งในการซื้อขายบนโซเชียลมีเดียเอง ก็อาจเป็นคนจีนที่ใช้แอคเคาต์อวตารเป็นคนไทยเพื่อลดค่าใช้จ่ายผ่านนายหน้า ซึ่งที่ดินที่ทุนจีนสนใจมักเป็นสวนที่ต้นทุเรียนให้ผลผลิตแล้ว หลังจากถูกใจในที่ดินก็มีการตกลงซื้อขาย ทำสัญญาเป็นภาษาจีนและภาษาอังกฤษ มีทนายมาร่วมในกระบวนการ โดยจะดำเนินการทำสัญญาที่บ้านของผู้ใหญ่บ้าน และมีผู้ใหญ่บ้านเป็นพยาน เพื่อเป็นหลักประกันว่าที่ดินนี้เชื่อถือได้ โดยผู้ใหญ่บ้านก็จะได้รับเงินในการทำสัญญาครั้งละ 3,000 – 5,000 บาทhttps://epigramnews.co/environment/cross-border-land-acquisition-by-chinese-capital/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 416 มุมมอง 0 รีวิว
  • #การพนันนำมาซึ่ง ขายลูกขายเมีย ขายสมบัติ ขายที่ดินให้ต่างชาติ
    #รัฐบาลไม่เห็นความคืบหน้าว่าฟังเสียงคัดค้าน แต่เห็นความคืบหน้าว่าจะทำเอนเทอร์เทนเมนต์

    https://www.youtube.com/live/rDSnNiPeO84?si=Kso8ed3YLjFhyjaC
    #การพนันนำมาซึ่ง ขายลูกขายเมีย ขายสมบัติ ขายที่ดินให้ต่างชาติ #รัฐบาลไม่เห็นความคืบหน้าว่าฟังเสียงคัดค้าน แต่เห็นความคืบหน้าว่าจะทำเอนเทอร์เทนเมนต์ https://www.youtube.com/live/rDSnNiPeO84?si=Kso8ed3YLjFhyjaC
    - YouTube
    เพลิดเพลินไปกับวิดีโอและเพลงที่คุณชอบ อัปโหลดเนื้อหาต้นฉบับ และแชร์เนื้อหาทั้งหมดกับเพื่อน ครอบครัว และผู้คนทั่วโลกบน YouTube
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 197 มุมมอง 0 รีวิว
  • #ป่าใครหนา

    ทุกวันนี้ ป่าดงพงไพรในประเทศไทยทยอยลดลงอย่างเห็นได้ชัด ผู้คนยังคงตัดไม้และทำลายป่าอย่างไม่หยุดหย่อน บางคราวภูเขาอันร่มรื่นน่าชื่นชมก็กลายเป็นสวนลิ้นจี่ ไร่ข้าวโพด หรือสวนลำไยในเวลาอันรวดเร็ว หรือว่าพวกเราจะยกย่องเรื่องนี้เป็นซอฟเพาเวอร์หรือนี่

    จากปี 2566 ถึงปี 2567 พบว่า ผืนป่าของไทยลดลงมากที่สุดในรอบ 10 ปี มีการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ถึง 317,819.20 ไร่ ซึ่งปัจจุบันนี้ประเทศไทยมีพื้นที่ป่าไม้ 101,818,155.76 ไร่ หรือคิดเป็น 31.47% ของพื้นที่ประเทศ โดยสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้พื้นที่ป่าลดลง คือ การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน จะขอยกตัวอย่างเช่น การตัดไม้เพื่อปลูกแปลงพืชพลทางการเกษตร ตัดไม้เพื่อปลูกบ้านเรือนของตน

    แต่สิ่งที่รับไม่ได้ที่สุดเลยคือการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน ซึ่งจะขอยกตัวอย่างเคสที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาโปลกหล่น โดยมีนายทุนทำถนนคอนกรีตขึ้นไปบนภูเขาและสร้างที่พักรีสอร์ต หรือ ดราม่าการเฉือนพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน 2.6 แสนไร่ โดยหากเกิดการให้เพิกถอนพื้นที่มันจะเป็นการเอื้อให้นายทุนทั้งหลายเข้ามาซื้อขายที่ดินเพื่อสร้างโรงแรม รีสอร์ท บ้านพักตากอากาศ และจะกระทบต่อแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ และกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรืออีกเคสหนึ่งที่มีสส.หญิงรุกป่าทำฟาร์มไก่ โดยการกระทำในรูปแบบนี้เข้าข่ายการทำประโยชน์ส่วนตน

    การลดลงของผืนป่าไม่ใช่แค่เรื่องของการตัดไม้เพียงเท่านั้น แต่เป็นการสูญเสียมรดกธรรมชาติที่สะท้อนถึง "นิเวศสำนึก" ของสังคม การที่พื้นที่ป่าถูกเปลี่ยนสภาพเพื่อรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แม้จะตอบโจทย์ด้านรายได้ในระยะสั้น แต่ในระยะยาว สิ่งเหล่านี้กลับส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพอย่างแน่นอน

    ที่จริงอยากจะประท้วงรัฐบาลให้ออกนโยบายเกี่ยวกับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติในประเทศอย่างเคร่งครัด หรือ รณรงค์ให้ทุกคนหันมาสนใจธรรมชาติอย่างจริงจัง อยากยกตัวอย่างเคสของอาสืบ นาคะเสถียร ที่เสียสละชีวิตของตัวเอง เรียกผู้คนในสังคมไทยให้หันกลับมารับรู้ปัญหาการคุกคามผืนป่าและสัตว์ป่าที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงเวลานั้น

    แต่โปรดเชื่อเถอะใคร ๆ ก็ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นอีก ถ้าเราไม่ดูแลรักษาระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติ มิเช่นนั้นเราคงจะได้สูดอากาศอันบริสุทธิ์จากกระป๋องแล้วกระมัง
    .
    #ป่าใครหนา ทุกวันนี้ ป่าดงพงไพรในประเทศไทยทยอยลดลงอย่างเห็นได้ชัด ผู้คนยังคงตัดไม้และทำลายป่าอย่างไม่หยุดหย่อน บางคราวภูเขาอันร่มรื่นน่าชื่นชมก็กลายเป็นสวนลิ้นจี่ ไร่ข้าวโพด หรือสวนลำไยในเวลาอันรวดเร็ว หรือว่าพวกเราจะยกย่องเรื่องนี้เป็นซอฟเพาเวอร์หรือนี่ จากปี 2566 ถึงปี 2567 พบว่า ผืนป่าของไทยลดลงมากที่สุดในรอบ 10 ปี มีการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ถึง 317,819.20 ไร่ ซึ่งปัจจุบันนี้ประเทศไทยมีพื้นที่ป่าไม้ 101,818,155.76 ไร่ หรือคิดเป็น 31.47% ของพื้นที่ประเทศ โดยสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้พื้นที่ป่าลดลง คือ การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน จะขอยกตัวอย่างเช่น การตัดไม้เพื่อปลูกแปลงพืชพลทางการเกษตร ตัดไม้เพื่อปลูกบ้านเรือนของตน แต่สิ่งที่รับไม่ได้ที่สุดเลยคือการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน ซึ่งจะขอยกตัวอย่างเคสที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาโปลกหล่น โดยมีนายทุนทำถนนคอนกรีตขึ้นไปบนภูเขาและสร้างที่พักรีสอร์ต หรือ ดราม่าการเฉือนพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน 2.6 แสนไร่ โดยหากเกิดการให้เพิกถอนพื้นที่มันจะเป็นการเอื้อให้นายทุนทั้งหลายเข้ามาซื้อขายที่ดินเพื่อสร้างโรงแรม รีสอร์ท บ้านพักตากอากาศ และจะกระทบต่อแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ และกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรืออีกเคสหนึ่งที่มีสส.หญิงรุกป่าทำฟาร์มไก่ โดยการกระทำในรูปแบบนี้เข้าข่ายการทำประโยชน์ส่วนตน การลดลงของผืนป่าไม่ใช่แค่เรื่องของการตัดไม้เพียงเท่านั้น แต่เป็นการสูญเสียมรดกธรรมชาติที่สะท้อนถึง "นิเวศสำนึก" ของสังคม การที่พื้นที่ป่าถูกเปลี่ยนสภาพเพื่อรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แม้จะตอบโจทย์ด้านรายได้ในระยะสั้น แต่ในระยะยาว สิ่งเหล่านี้กลับส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพอย่างแน่นอน ที่จริงอยากจะประท้วงรัฐบาลให้ออกนโยบายเกี่ยวกับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติในประเทศอย่างเคร่งครัด หรือ รณรงค์ให้ทุกคนหันมาสนใจธรรมชาติอย่างจริงจัง อยากยกตัวอย่างเคสของอาสืบ นาคะเสถียร ที่เสียสละชีวิตของตัวเอง เรียกผู้คนในสังคมไทยให้หันกลับมารับรู้ปัญหาการคุกคามผืนป่าและสัตว์ป่าที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงเวลานั้น แต่โปรดเชื่อเถอะใคร ๆ ก็ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นอีก ถ้าเราไม่ดูแลรักษาระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติ มิเช่นนั้นเราคงจะได้สูดอากาศอันบริสุทธิ์จากกระป๋องแล้วกระมัง .
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 632 มุมมอง 0 รีวิว
  • ครอบครัวรัตนพันธ์ แห่โลงศwคุณย่า บุกทำเนียบ ทวงคืนความยุติธรรมจากกรณีบริษัท SC Asset ใช้กลลวงซื้อขายที่ดิน จนครอบครัวบ้านแตก แถมนายกอิ๊งยังหนีหมายศาล นี่ขนาดแค่ซื้อขายที่ดินจากคนไทยด้วยกัน พวกเมิงยังโGงเค้า แล้วเจรจากับเขมรเราจะไปไว้ใจอะไรพวกมันได้อีก
    #คิงส์โพธิ์แดง
    #คิงส์โพธิ์แดงสำรอง
    ครอบครัวรัตนพันธ์ แห่โลงศwคุณย่า บุกทำเนียบ ทวงคืนความยุติธรรมจากกรณีบริษัท SC Asset ใช้กลลวงซื้อขายที่ดิน จนครอบครัวบ้านแตก แถมนายกอิ๊งยังหนีหมายศาล นี่ขนาดแค่ซื้อขายที่ดินจากคนไทยด้วยกัน พวกเมิงยังโGงเค้า แล้วเจรจากับเขมรเราจะไปไว้ใจอะไรพวกมันได้อีก #คิงส์โพธิ์แดง #คิงส์โพธิ์แดงสำรอง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 298 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลำปาง - ผู้ใหญ่บ้านหลิ่งก้าน เมืองรถม้า เผย..“เบิร์ด วันว่างๆ” สมัยเด็กลำบากตระเวนไปกับพ่อพักอยู่บ้านพักคนงานในสวนพ่อเลี้ยงลำปาง แทบไม่เชื่อว่าจะเป็นคนเดียวกัน

    นายเส็ง วงค์ต่อม ผญบ.หลิ่งก้าน ม.3 ต.หนองหล่ม อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ได้นำผู้สื่อข่าวลุยถนนดินแดงเข้าไปดูอดีตที่เคยเป็นสวนของพ่อเลี้ยงธง พ่อเลี้ยงลำปาง ที่พ่อของ “เบิร์ด วันว่างๆ” เคยพาเบิร์ดมาพักอาศัยและทำงานเป็นคนสวนอยู่ที่นี่เมื่อกว่า 20 ปีก่อน สมัยเบิร์ดเป็นเด็ก

    ซึ่งปัจจุบันสวนดังกล่าว กลายเป็นสวนร้าง เนื่องจากพ่อเลี้ยงธงได้เสียชีวิตไปแล้วและบุตรหลานได้ขายสวนแห่งนี้ให้กับเจ้าของใหม่ แต่ก็ยังเหลือบ้านพักคนงานที่ปล่อยร้างไว้อยู่

    ผู้ใหญ่บ้านบอกว่าพื้นเพเดิมก็ไม่รู้ว่าพ่อลูกคู่นี้มาจากไหน แต่พ่อของเบิร์ดก็พาเบิร์ดตระเวนทำงาน เป็นคนงานทำสวนของพ่อเลี้ยงธงหลายปี เบิร์ดก็เรียนหนังสือชั้นประถมจนถึงชั้นประถม6 ที่โรงเรียนหลิ่งก้านแห่งนี้ ซึ่งก็ถือว่าลำบากไม่มีบ้านอยู่

    พ่อเบิร์ดชอบกินเหล้าจนสุดท้ายหน้าหนาวจำปีไม่ได้ เขากินเหล้าจนตาย ก็นำศพมาทำพิธีที่วัด จากนั้นเบิร์ดก็อาศัยอยู่กับพ่อเลี้ยงธง ระยะหนึ่งจนพ่อเลี้ยงธงเสียและมีการขายที่ดินแห่งนี้ไปจากนั้นก็ไม่เห็นหน้าอีกเลย จนกระทั่งเป็นข่าวก็กว่า 20 ปี คือแทบจำหน้าไม่ได้

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>
    https://mgronline.com/local/detail/9670000124876

    #MGROnline #ลำปาง #ผู้ใหญ่บ้าน #เบิร์ดวันว่างๆ
    ลำปาง - ผู้ใหญ่บ้านหลิ่งก้าน เมืองรถม้า เผย..“เบิร์ด วันว่างๆ” สมัยเด็กลำบากตระเวนไปกับพ่อพักอยู่บ้านพักคนงานในสวนพ่อเลี้ยงลำปาง แทบไม่เชื่อว่าจะเป็นคนเดียวกัน • นายเส็ง วงค์ต่อม ผญบ.หลิ่งก้าน ม.3 ต.หนองหล่ม อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ได้นำผู้สื่อข่าวลุยถนนดินแดงเข้าไปดูอดีตที่เคยเป็นสวนของพ่อเลี้ยงธง พ่อเลี้ยงลำปาง ที่พ่อของ “เบิร์ด วันว่างๆ” เคยพาเบิร์ดมาพักอาศัยและทำงานเป็นคนสวนอยู่ที่นี่เมื่อกว่า 20 ปีก่อน สมัยเบิร์ดเป็นเด็ก • ซึ่งปัจจุบันสวนดังกล่าว กลายเป็นสวนร้าง เนื่องจากพ่อเลี้ยงธงได้เสียชีวิตไปแล้วและบุตรหลานได้ขายสวนแห่งนี้ให้กับเจ้าของใหม่ แต่ก็ยังเหลือบ้านพักคนงานที่ปล่อยร้างไว้อยู่ • ผู้ใหญ่บ้านบอกว่าพื้นเพเดิมก็ไม่รู้ว่าพ่อลูกคู่นี้มาจากไหน แต่พ่อของเบิร์ดก็พาเบิร์ดตระเวนทำงาน เป็นคนงานทำสวนของพ่อเลี้ยงธงหลายปี เบิร์ดก็เรียนหนังสือชั้นประถมจนถึงชั้นประถม6 ที่โรงเรียนหลิ่งก้านแห่งนี้ ซึ่งก็ถือว่าลำบากไม่มีบ้านอยู่ • พ่อเบิร์ดชอบกินเหล้าจนสุดท้ายหน้าหนาวจำปีไม่ได้ เขากินเหล้าจนตาย ก็นำศพมาทำพิธีที่วัด จากนั้นเบิร์ดก็อาศัยอยู่กับพ่อเลี้ยงธง ระยะหนึ่งจนพ่อเลี้ยงธงเสียและมีการขายที่ดินแห่งนี้ไปจากนั้นก็ไม่เห็นหน้าอีกเลย จนกระทั่งเป็นข่าวก็กว่า 20 ปี คือแทบจำหน้าไม่ได้ • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/local/detail/9670000124876 • #MGROnline #ลำปาง #ผู้ใหญ่บ้าน #เบิร์ดวันว่างๆ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 504 มุมมอง 0 รีวิว
  • ประตูเปิดทางทิศตะวันออกเฉียงใต้

    เดือนนี้ ประกอบกิจการอสังหาริมทรัพย์ดำเนินงานธุรกิจค้าขายที่ดินจะพบอุปสรรคประสบปัญหาต้องระวัง อีกทั้งบริวารและลูกน้องจะทรยศหักหลัง มีทั้งเรื่องขัดแย้งทะเลาะเบาะแว้งให้ไม่ลงรอยต่อกัน ควรควบคุมอย่างรัดกุมกับการรับของโจรของผิดกฏหมายจักได้ไม่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลเป็นคดีความติดตัว เด็กวัยรุ่นจะอยู่บ้านไม่ติดเพราะแม่ลูกมักจะมีแนวคิดคนละทิศทางให้ไม่เข้าใจกัน รู้สึกเบื่อหน่ายแต่อย่าหมดกำลังใจ ส่วนสาวใหญ่จะถูกชายหนุ่มหลอกทำร้ายให้เสียหายเดือดร้อน ควรดูแลเอาใจใส่ระบบช่องท้อง ระบบทางเดินอาหาร ระบบประสาท ตลอดจนตับ คอ มือ และเท้า เพราะสุขภาพร่างกายมีโอกาสจะอ่อนแอ ตลอดจนการขับขี่เดินทางควรระมัดระวังภัยอุบัติเหตุเพื่อป้องปรามความสูญเสียก่อนที่จะเกิดขึ้น
    เสริมความมงคล : วางพรมสีแดง
    ___________________________________
    FengshuiBizDesigner
    ฮวงจุ้ย...ออกแบบได้

    🔮 เช็คฮวงจุ้ยให้ธุรกิจ แอดเลย!! คลิก👉 https://lin.ee/nyL0NuG
    ติดต่อ : 066-095-4524 (จิม) , 081-625-2587(ด็อง)
    .
    .
    #ดูดวงธุรกิจ #โลโก้ดี #ออกแบบโลโก้ #เช็คฮวงจุ้ยให้ธุรกิจ #ฮวงจุ้ย #พี่อ๋า #สมศักดิ์ #ชาคริตฐากูร
    #FengshuiBiz #FengshuiBizDesigner
    ประตูเปิดทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เดือนนี้ ประกอบกิจการอสังหาริมทรัพย์ดำเนินงานธุรกิจค้าขายที่ดินจะพบอุปสรรคประสบปัญหาต้องระวัง อีกทั้งบริวารและลูกน้องจะทรยศหักหลัง มีทั้งเรื่องขัดแย้งทะเลาะเบาะแว้งให้ไม่ลงรอยต่อกัน ควรควบคุมอย่างรัดกุมกับการรับของโจรของผิดกฏหมายจักได้ไม่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลเป็นคดีความติดตัว เด็กวัยรุ่นจะอยู่บ้านไม่ติดเพราะแม่ลูกมักจะมีแนวคิดคนละทิศทางให้ไม่เข้าใจกัน รู้สึกเบื่อหน่ายแต่อย่าหมดกำลังใจ ส่วนสาวใหญ่จะถูกชายหนุ่มหลอกทำร้ายให้เสียหายเดือดร้อน ควรดูแลเอาใจใส่ระบบช่องท้อง ระบบทางเดินอาหาร ระบบประสาท ตลอดจนตับ คอ มือ และเท้า เพราะสุขภาพร่างกายมีโอกาสจะอ่อนแอ ตลอดจนการขับขี่เดินทางควรระมัดระวังภัยอุบัติเหตุเพื่อป้องปรามความสูญเสียก่อนที่จะเกิดขึ้น เสริมความมงคล : วางพรมสีแดง ___________________________________ FengshuiBizDesigner ฮวงจุ้ย...ออกแบบได้ 🔮 เช็คฮวงจุ้ยให้ธุรกิจ แอดเลย!! คลิก👉 https://lin.ee/nyL0NuG ติดต่อ : 066-095-4524 (จิม) , 081-625-2587(ด็อง) . . #ดูดวงธุรกิจ #โลโก้ดี #ออกแบบโลโก้ #เช็คฮวงจุ้ยให้ธุรกิจ #ฮวงจุ้ย #พี่อ๋า #สมศักดิ์ #ชาคริตฐากูร #FengshuiBiz #FengshuiBizDesigner
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 370 มุมมอง 0 รีวิว
  • 🤡 นายกรัฐมนตรีอังกฤษ คีร์ สตาร์เมอร์ วิจารณ์ X หลังจากพบกับ แลร์รี ฟิงค์ ซีอีโอของแบล็คร็อค

    🗣️"ผมมุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโต, สร้างความมั่งคั่ง, และเพิ่มเงินในกระเป๋าของผู้คน," สตาร์เมอร์ โพสต์บนบัญชี X ของเขา "สิ่งนี้จะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อทำงานร่วมกับธุรกิจชั้นนำ, เช่น แบล็คร็อค, เพื่อใช้ประโยชน์จากตำแหน่งของสหราชอาณาจักรในฐานะศูนย์กลางการลงทุนชั้นนำของโลก

    แต่ประชาชนชาวอังกฤษไม่พอใจกับความร่วมมือนี้:

    💬เขาภูมิใจจริงๆที่ขายเราให้กับ Blackrock นี่มันไม่น่าเชื่อ

    💬คุณน่าอายนะ, นายกรัฐมนตรี

    💬ไอ้เวรฟัคเอ๊ย ไอ้หุ่นเชิด WEF! พวกเรารู้ว่าแกมีเจ้านายที่จ่ายเงินให้ แกไม่ได้รับใช้คนอังกฤษ แต่รับใช้ Blackrock, บริษัทการลงทุน และกลุ่มโลกาภิวัตน์

    💬คุณเป็นคนน่าละอายมาก และสิ่งที่คุณทำกับผู้รับบำนาญนั้นน่าละอายและน่ารังเกียจ

    💬บิล เกตส์ และ แบล็กร็อค คือเจ้านายของคุณ…

    💬สหราชอาณาจักรไม่ควรต้องรอจนถึงปี ๒๐๒๙ ถึงกำจัดคุณ

    💬หมายเหตุ, นายกรัฐมนตรีไม่ได้บอกว่าเขา “ตั้งใจ” ที่จะ “ใส่เงินเพิ่ม” ใน “กระเป๋าของผู้คน” คนไหน

    การประชุมดังกล่าว จัดขึ้นท่ามกลางการประท้วงของเกษตรกรชาวอังกฤษต่อมาตรการในงบประมาณฉบับแรกของรัฐบาลพรรคแรงงาน ในการเรียกเก็บภาษีมรดกจากที่ดินเกษตรกรรม, ซึ่งอาจบังคับให้ครอบครัวต่างๆ ต้องขายที่ดินและคุกคามความมั่นคงด้านอาหารของประเทศ
    .
    🤡 BRITISH PRIME MINISTER KEIR STARMER ROASTED ON X AFTER MEETING BLACKROCK CEO LARRY FINK

    🗣️"I'm determined to deliver growth, create wealth, and put more money in people’s pockets," Starmer posted on his X account. "This can only be achieved by working in partnership with leading businesses, like BlackRock, to capitalize on the UK’s position as a world-leading hub for investment"

    But the British public were not pleased with the partnership:

    💬He's actually proud to be selling us out to Blackrock. Unreal

    💬You’re an embarrassment, Prime Minister

    💬You sick f*** You WEF puppet! We knew you had pay masters. You don’t serve the British people you serve Blackrock, the investment companies and the globalists

    💬You are an absolute disgrace and what you have done to pensioners is shameful and sickening

    💬Bill Gates and BlackRock are your masters…

    💬The UK must not wait until 2029 to get rid of you

    💬Note, the Prime Minister does not say which “people’s pockets” he is “determined” to “put more money in”

    The meeting took place against the backdrop of protests by British farmers opposed to measures in the Labour government’s first budget to charge inheritance tax on agricultural land, which could force families to sell up and threaten the country’s food security.
    .
    3:38 AM · Nov 23, 2024 · 3,139 Views
    https://x.com/SputnikInt/status/1860060286377480384
    🤡 นายกรัฐมนตรีอังกฤษ คีร์ สตาร์เมอร์ วิจารณ์ X หลังจากพบกับ แลร์รี ฟิงค์ ซีอีโอของแบล็คร็อค 🗣️"ผมมุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโต, สร้างความมั่งคั่ง, และเพิ่มเงินในกระเป๋าของผู้คน," สตาร์เมอร์ โพสต์บนบัญชี X ของเขา "สิ่งนี้จะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อทำงานร่วมกับธุรกิจชั้นนำ, เช่น แบล็คร็อค, เพื่อใช้ประโยชน์จากตำแหน่งของสหราชอาณาจักรในฐานะศูนย์กลางการลงทุนชั้นนำของโลก แต่ประชาชนชาวอังกฤษไม่พอใจกับความร่วมมือนี้: 💬เขาภูมิใจจริงๆที่ขายเราให้กับ Blackrock นี่มันไม่น่าเชื่อ 💬คุณน่าอายนะ, นายกรัฐมนตรี 💬ไอ้เวรฟัคเอ๊ย ไอ้หุ่นเชิด WEF! พวกเรารู้ว่าแกมีเจ้านายที่จ่ายเงินให้ แกไม่ได้รับใช้คนอังกฤษ แต่รับใช้ Blackrock, บริษัทการลงทุน และกลุ่มโลกาภิวัตน์ 💬คุณเป็นคนน่าละอายมาก และสิ่งที่คุณทำกับผู้รับบำนาญนั้นน่าละอายและน่ารังเกียจ 💬บิล เกตส์ และ แบล็กร็อค คือเจ้านายของคุณ… 💬สหราชอาณาจักรไม่ควรต้องรอจนถึงปี ๒๐๒๙ ถึงกำจัดคุณ 💬หมายเหตุ, นายกรัฐมนตรีไม่ได้บอกว่าเขา “ตั้งใจ” ที่จะ “ใส่เงินเพิ่ม” ใน “กระเป๋าของผู้คน” คนไหน การประชุมดังกล่าว จัดขึ้นท่ามกลางการประท้วงของเกษตรกรชาวอังกฤษต่อมาตรการในงบประมาณฉบับแรกของรัฐบาลพรรคแรงงาน ในการเรียกเก็บภาษีมรดกจากที่ดินเกษตรกรรม, ซึ่งอาจบังคับให้ครอบครัวต่างๆ ต้องขายที่ดินและคุกคามความมั่นคงด้านอาหารของประเทศ . 🤡 BRITISH PRIME MINISTER KEIR STARMER ROASTED ON X AFTER MEETING BLACKROCK CEO LARRY FINK 🗣️"I'm determined to deliver growth, create wealth, and put more money in people’s pockets," Starmer posted on his X account. "This can only be achieved by working in partnership with leading businesses, like BlackRock, to capitalize on the UK’s position as a world-leading hub for investment" But the British public were not pleased with the partnership: 💬He's actually proud to be selling us out to Blackrock. Unreal 💬You’re an embarrassment, Prime Minister 💬You sick f*** You WEF puppet! We knew you had pay masters. You don’t serve the British people you serve Blackrock, the investment companies and the globalists 💬You are an absolute disgrace and what you have done to pensioners is shameful and sickening 💬Bill Gates and BlackRock are your masters… 💬The UK must not wait until 2029 to get rid of you 💬Note, the Prime Minister does not say which “people’s pockets” he is “determined” to “put more money in” The meeting took place against the backdrop of protests by British farmers opposed to measures in the Labour government’s first budget to charge inheritance tax on agricultural land, which could force families to sell up and threaten the country’s food security. . 3:38 AM · Nov 23, 2024 · 3,139 Views https://x.com/SputnikInt/status/1860060286377480384
    Haha
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1011 มุมมอง 0 รีวิว
  • Land for Sale with Building in Prime Location ❗️❗️ 583 sq.m (145.8 Sq.w)

    Property Code : MP7057

    Property Info: Located on the main road with spacious interior and ample usable space. Previously used as a timber trading business.

    Krabi Road, Pak Nam Subdistrict, Mueang District, Krabi
    Map: Location https://maps.apple.com/?ll=8.071266,98.906703&q=Unknown%20Location&t=m

    Price: 12,000,000 THB
    (Negotiable directly with the landowner)

    Contact ☎️
    Ella: 092-553-6147 (Thai, English, Dutch)

    Details:

    • Size: 145.8 sq.wah (583 sq.m)
    • Width: 20 meters, Length: 30 meters
    • Close to the community
    • West-facing property
    • Convenient transportation access
    • Only 4.9 km from Central Krabi development site
    • 14 km from Ao Nang Beach
    • 15 km from Krabi Airport
    • 3.6 km from Krabi Town’s Vogue Department Store
    • 2 km from Krabi Nakharin International Hospital
    __________________________________
    Realty One Estate (Thailand) Public Company Limited, Phuket Branch
    Network: Member of the Thai Real Estate Broker Association and ASEAN Real Estate Consultants Confederation
    REALTY ONE .co.th
    ----------------------------------------
    ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ทำเลดี❗️❗️ 145.8 ตารางวา ( 583 ตร.ม )

    ข้อมูลทรัพย์ : ติดถนนเส้นหลักถึงหน้าแปลง ข้างในกว้างขวางพื้นที่ใช้สอยเหลือเยอะ เดิมๆเป็นธุรกิจค้าขายไม้

    ถ.กระบี่ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่
    Map: https://maps.apple.com/?ll=8.071266,98.906703&q=Unknown%20Location&t=m
    ** ราคา 12,000,000 บาท **
    (ราคาเจ้าของที่ดิน ต่อรองได้โดยตรง)

    Contact ☎️ 092-553-6147
    คุณเอลล่า (Thai, English, Dutch)

    รายละเอียด
    - ขนาด 145.8 ตารางวา
    - กว้าง 20เมตร ยาว 30เมตร
    - อยู่ใกล้แหล่งชุมชน
    - ทรัพย์หันหน้าทิศตะวันตก
    - ทำเล ช่องทางการคมนาคมมีความสะดวก
    - ใกล้ทำเลสร้าง Central Krabi แค่4.9 กิโลเมตร
    - ห่างจากหาดอ่าวนาง 14 กิโลเมตร
    - ห่างจากสนามบินกระบี่ 15 กิโลเมตร
    - ห่างจากจุดศูนย์กลางเมืองกระบี่ห้างโวค 3.6 กิโลเมตร
    - ห่างจากโรงพยาบาลเอกชนกระบี่นครินทร์อินเตอร์ 2 กิโลเมตร

    _____________________

    รหัส- MP 7057
    บริษัท เรียลตี้วัน เอสเตท (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สาขาภูเก็ต
    เครือข่าย: สมาชิกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทยและสมาพันธ์ที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์อาเซียน
    REALTY ONE .co.th
    .................................................
    Land for Sale with Building in Prime Location ❗️❗️ 583 sq.m (145.8 Sq.w) Property Code : MP7057 Property Info: Located on the main road with spacious interior and ample usable space. Previously used as a timber trading business. Krabi Road, Pak Nam Subdistrict, Mueang District, Krabi Map: Location https://maps.apple.com/?ll=8.071266,98.906703&q=Unknown%20Location&t=m Price: 12,000,000 THB (Negotiable directly with the landowner) Contact ☎️ Ella: 092-553-6147 (Thai, English, Dutch) Details: • Size: 145.8 sq.wah (583 sq.m) • Width: 20 meters, Length: 30 meters • Close to the community • West-facing property • Convenient transportation access • Only 4.9 km from Central Krabi development site • 14 km from Ao Nang Beach • 15 km from Krabi Airport • 3.6 km from Krabi Town’s Vogue Department Store • 2 km from Krabi Nakharin International Hospital __________________________________ Realty One Estate (Thailand) Public Company Limited, Phuket Branch Network: Member of the Thai Real Estate Broker Association and ASEAN Real Estate Consultants Confederation REALTY ONE .co.th ---------------------------------------- ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ทำเลดี❗️❗️ 145.8 ตารางวา ( 583 ตร.ม ) ข้อมูลทรัพย์ : ติดถนนเส้นหลักถึงหน้าแปลง ข้างในกว้างขวางพื้นที่ใช้สอยเหลือเยอะ เดิมๆเป็นธุรกิจค้าขายไม้ ถ.กระบี่ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ Map: https://maps.apple.com/?ll=8.071266,98.906703&q=Unknown%20Location&t=m ** ราคา 12,000,000 บาท ** (ราคาเจ้าของที่ดิน ต่อรองได้โดยตรง) Contact ☎️ 092-553-6147 คุณเอลล่า (Thai, English, Dutch) รายละเอียด - ขนาด 145.8 ตารางวา - กว้าง 20เมตร ยาว 30เมตร - อยู่ใกล้แหล่งชุมชน - ทรัพย์หันหน้าทิศตะวันตก - ทำเล ช่องทางการคมนาคมมีความสะดวก - ใกล้ทำเลสร้าง Central Krabi แค่4.9 กิโลเมตร - ห่างจากหาดอ่าวนาง 14 กิโลเมตร - ห่างจากสนามบินกระบี่ 15 กิโลเมตร - ห่างจากจุดศูนย์กลางเมืองกระบี่ห้างโวค 3.6 กิโลเมตร - ห่างจากโรงพยาบาลเอกชนกระบี่นครินทร์อินเตอร์ 2 กิโลเมตร _____________________ รหัส- MP 7057 บริษัท เรียลตี้วัน เอสเตท (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สาขาภูเก็ต เครือข่าย: สมาชิกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทยและสมาพันธ์ที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์อาเซียน REALTY ONE .co.th .................................................
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 992 มุมมอง 0 รีวิว
  • อาชีพขายที่ดินความจริงใจสำคัญที่สุดครับ #ที่ดินนครปฐมผ่อนได้
    อาชีพขายที่ดินความจริงใจสำคัญที่สุดครับ #ที่ดินนครปฐมผ่อนได้
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 268 มุมมอง 0 รีวิว
  • ขายที่ดินผังสีชมพู อ.ดอนตูม จ.นครปฐม
    ขายที่ดินผังสีชมพู อ.ดอนตูม จ.นครปฐม
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 216 มุมมอง 0 รีวิว
  • ผู้เสียหายตัวจริงโร่แจ้งความ“อดีตพระกะรันยา” เจ้าเมือง“อมตะมหานคร”แห่งลัทธิสีรุ้งประหลาด ชักชวนหลอกลงทุนหุ้นดิจิทัล อ้างได้ผลตอบแทนสูง จนต้องไปกู้ยืมเงินและขายที่ดินมาร่วมลงทุน กลายเป็นหนี้สูญเกือบล้าน พยายามทวงถามแต่ไม่ได้เงินคืน พร้อมเปิดคลิปเสียงแฉ เจ้าเมืองโวเป็นการลงทุนใหญ่ระดับโลก และทำมานานกว่า 20 ปีแล้ว อ้างกลุ่มตัวเองมีหลักทรัพย์เกือบ 50 ล้าน

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9670000103303

    #News1feed #News1 #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes
    ผู้เสียหายตัวจริงโร่แจ้งความ“อดีตพระกะรันยา” เจ้าเมือง“อมตะมหานคร”แห่งลัทธิสีรุ้งประหลาด ชักชวนหลอกลงทุนหุ้นดิจิทัล อ้างได้ผลตอบแทนสูง จนต้องไปกู้ยืมเงินและขายที่ดินมาร่วมลงทุน กลายเป็นหนี้สูญเกือบล้าน พยายามทวงถามแต่ไม่ได้เงินคืน พร้อมเปิดคลิปเสียงแฉ เจ้าเมืองโวเป็นการลงทุนใหญ่ระดับโลก และทำมานานกว่า 20 ปีแล้ว อ้างกลุ่มตัวเองมีหลักทรัพย์เกือบ 50 ล้าน อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9670000103303 #News1feed #News1 #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes
    Like
    Haha
    Sad
    Yay
    Wow
    25
    4 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 3508 มุมมอง 0 รีวิว
  • “เอกราช ช่างเหลา” สส.พรรคภูมิใจไทย แถลงต่อศาลจังหวัดขอนแก่น ปฏิเสธข้อหาในส่วนคดีอาญา และปฏิเสธที่จะชำระหลักทรัพย์ 130 ล้านบาท หรือจ่ายเงินสด 100 ล้านบาท ซึ่งครบกำหนดชำระในงวดเดือน พ.ย.นี้อีก 50 ล้านบาท อ้างว่ารอขายที่ดินทำเลทองบริเวณร้านแสงทองเดิม (ใกล้ศาลหลักเมือง) มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ณ ขณะนี้ศาลยังไม่มีคำตัดสินจากศาลออกมา

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9670000095488

    #News1feed #News1 #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes
    “เอกราช ช่างเหลา” สส.พรรคภูมิใจไทย แถลงต่อศาลจังหวัดขอนแก่น ปฏิเสธข้อหาในส่วนคดีอาญา และปฏิเสธที่จะชำระหลักทรัพย์ 130 ล้านบาท หรือจ่ายเงินสด 100 ล้านบาท ซึ่งครบกำหนดชำระในงวดเดือน พ.ย.นี้อีก 50 ล้านบาท อ้างว่ารอขายที่ดินทำเลทองบริเวณร้านแสงทองเดิม (ใกล้ศาลหลักเมือง) มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ณ ขณะนี้ศาลยังไม่มีคำตัดสินจากศาลออกมา อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9670000095488 #News1feed #News1 #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes
    Like
    Sad
    Haha
    Angry
    23
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 2434 มุมมอง 0 รีวิว
  • เสนอขายที่ดินพท.สีน้ำตาล712 วาๆละ4.2แสน ในซ.7 นาทอง
    https://maps.app.goo.gl/RphTdXczVZrzvG7T9?g_st=il
    เสนอขายที่ดินพท.สีน้ำตาล712 วาๆละ4.2แสน ในซ.7 นาทอง https://maps.app.goo.gl/RphTdXczVZrzvG7T9?g_st=il
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 207 มุมมอง 0 รีวิว
  • เสนอขายที่ดินพร้อมบ้านเลขที่64ชั้นเดียว102ตรวในซ.2_18ในซ.รามอินทรา65ราคา4.5ล้าน 0891198622 โอฬาร
    เสนอขายที่ดินพร้อมบ้านเลขที่64ชั้นเดียว102ตรวในซ.2_18ในซ.รามอินทรา65ราคา4.5ล้าน 0891198622 โอฬาร
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 202 มุมมอง 0 รีวิว
  • ขายที่ดิน เขต อำเภอชนแดนและในตัวเมืองเพชรบูณ์สวยหลายแปลงครับ เเต่แปลงนี่ขายราคาไร่ล่ะ100,000
    บาทมี 360+350แปลงติดกันเหมาะกับการทำเกษตรผมว่าสวยและราคาไม่เเพง สนใจติดต่อ0661145639 ป๊อป
    รึสนใจแปลงเล็กๆในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ ก่ติดต่อมาได้น่ะครับ
    ขายที่ดิน เขต อำเภอชนแดนและในตัวเมืองเพชรบูณ์สวยหลายแปลงครับ เเต่แปลงนี่ขายราคาไร่ล่ะ100,000 บาทมี 360+350แปลงติดกันเหมาะกับการทำเกษตรผมว่าสวยและราคาไม่เเพง สนใจติดต่อ0661145639 ป๊อป รึสนใจแปลงเล็กๆในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ ก่ติดต่อมาได้น่ะครับ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 196 มุมมอง 0 รีวิว
  • #คนไทยที่ยังไม่รู้เรื่องเช่าที่อยู่ หรือขายที่ดิน#เปิดประตูต่างชาติไม่ต้องรอถึง 99ปี
    ดูความร้ายกาจของ 3อ. ที่ทำกับมนุษยชาติเผ่าพันธุ์อื่น

    https://youtu.be/rBhsy5frIyo?si=Qo4zzp5kuVtTTd3w
    #คนไทยที่ยังไม่รู้เรื่องเช่าที่อยู่ หรือขายที่ดิน#เปิดประตูต่างชาติไม่ต้องรอถึง 99ปี ดูความร้ายกาจของ 3อ. ที่ทำกับมนุษยชาติเผ่าพันธุ์อื่น https://youtu.be/rBhsy5frIyo?si=Qo4zzp5kuVtTTd3w
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 234 มุมมอง 0 รีวิว
  • ขายที่ดินสวยต.ท่าบุญมี​ อ.เกาะจันทร์​ จ.ชลบุรี​ ยกแปลง​ 17ไร่​ 18ล้านบาท​ โซนสีส้มครับ​ ห่างทล.331เพียง1กม.ครับ
    ขายที่ดินสวยต.ท่าบุญมี​ อ.เกาะจันทร์​ จ.ชลบุรี​ ยกแปลง​ 17ไร่​ 18ล้านบาท​ โซนสีส้มครับ​ ห่างทล.331เพียง1กม.ครับ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 260 มุมมอง 0 รีวิว
  • ขายที่ดินประจวบฯ 100 ตารางวา 790,000 บาท
    ขายที่ดินประจวบฯ 100 ตารางวา 790,000 บาท
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 208 มุมมอง 0 รีวิว
  • 🤠#เวียดนามเหนือและเวียดนามใต้จะแบ่งแยกประเทศอีกครั้งหรือไม่ ตอน02🤠

    ในความเป็นจริงมีความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างภาคเหนือและภาคใต้ในการพัฒนาเศรษฐกิจของเวียดนาม โดยทั่วไปการพัฒนาของภาคเหนือค่อนข้างล้าหลัง ในขณะที่ภาคใต้ค่อนข้างมั่งคั่งและมีนโยบายทางเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นมากขึ้น

    แหล่งที่มาของความแตกต่างทางเศรษฐกิจระหว่างภาคเหนือและภาคใต้ ไม่เพียงได้รับผลกระทบจากสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติเท่านั้น มันยังได้รับการตรวจสอบและปรับสมดุลด้วยพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ด้วย ตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 เป็นมาเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ถูกแบ่งแยกมากกว่าการรวมเป็นหนึ่งเดียว

    สถานการณ์การแบ่งแยกและการปกครองในระยะยาวได้ก่อให้เกิดความแตกต่างอย่างชัดเจนในระดับภูมิภาคในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของเวียดนาม ซึ่งส่งผลกระทบมาจนถึงทุกวันนี้

    โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาของการเผชิญหน้าระหว่างเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ระหว่างปีค.ศ. 1955 ถึงค.ศ. 1975 ในยุคปัจจุบัน ความแตกต่างในระบบการเมืองและเศรษฐกิจทำให้ช่องว่างการพัฒนาระหว่างภาคเหนือและภาคใต้รุนแรงขึ้น

    ในช่วงการแบ่งแยก รูปแบบทางเศรษฐกิจของภาคใต้มีความหลากหลาย มีองค์ประกอบทางเศรษฐกิจแบบทุนนิยมหลายประการ เช่น ระบบทุนนิยมแบบราชการและระบบทุนนิยมแห่งชาติ ระบบกรรมสิทธิ์ในที่ดินของระบบศักดินาก็ยังคงอยู่ นอกจากนี้ยังมีอุตสาหกรรมขนาดเล็กและการพาณิชย์กระจายอยู่ทั่วบริเวณ

    ในชนบท ภาคใต้ยังคงรักษานโยบายเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดินของเอกชน เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากเกษตรกร ทั้งแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติตอนใต้และระบอบการปกครองไซง่อนจึงต่างให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อเรื่องกรรมสิทธิ์ของเกษตรกรและจัดสรรพื้นที่เพาะปลูกให้กับเกษตรกร

    ตัวอย่างเช่น ระบอบการปกครองไซ่ง่อนด้วยความช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกา จึงประกาศใช้พระราชบัญญัติที่ดินเรื่องเกษตรกรมีที่ดินทำกินของตนเองในปี ค.ศ. 1970 บนพื้นฐานของการปกป้องผลประโยชน์ของเจ้าของที่ดิน รัฐบาลให้ทุนสนับสนุนการซื้อที่ดินจากเจ้าของที่ดินและแจกจ่ายให้กับเกษตรกรฟรี

    หลังจากที่เจ้าของที่ดินได้รับเงินทุนจากขายที่ดินแล้ว ด้วยความช่วยเหลือและให้กำลังใจสนับสนุนจากรัฐบาล พวกเขาก็นำทุนลงทุนในอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ ก่อให้เกิดส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจทุนนิยมในชนบท

    เนื่องจากปัจจัยด้านสงคราม ภาคเหนือจึงเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมหนัก และละเลยการพัฒนาอุตสาหกรรมเบาพลเรือน นอกจากนี้ระหว่างอุตสาหกรรมและการเกษตรยังไม่มีการสนับสนุนการพัฒนา จึงไม่สามารถส่งเสริมซึ่งกันและกันได้

    สิ่งนี้คล้ายกับสหภาพโซเวียตมาก อดีตสหภาพโซเวียตซึ่งเดินผ่านออกมาจากไฟสงครามให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมหนัก แต่พวกเขาไม่สนใจในการพัฒนาเศรษฐกิจการดำรงชีวิตของผู้คนมากนัก ซึ่งทำให้มาตรฐานการครองชีพของผู้อยู่อาศัยทางอ้อมลดลง

    ด้วยเหตุผลหลายประการ เมื่อภาคเหนือและภาคใต้รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ระดับการผลิตทางอุตสาหกรรมและการเกษตรในเวียดนามตอนใต้จึงสูงกว่าทางตอนเหนือ และเศรษฐกิจสินค้าโภคภัณฑ์ก็ได้รับการพัฒนาเช่นกัน

    ภาคใต้มีด้านอุตสาหกรรมเบาเป็นหลัก รายการนี้คิดเป็นเกือบ 90% ของการผลิตภาคอุตสาหกรรมทั้งหมด การค้าก็เจริญรุ่งเรืองมากเช่นกัน ตั้งแต่ตลาดในชนบทไปจนถึงซูเปอร์มาร์เก็ตในเมืองและย่านการค้า ร้านค้าต่างๆ กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ทั้งในเมืองและชนบท

    นอกจากนี้ เนื่องจากการยั่วยุของเวียดนามต่อจีนหลังจากการรวมชาติ ทำให้เกิดการตอบโต้การป้องกันตนเองต่อเวียดนาม สงครามครั้งนี้เกือบจะทำลายอุตสาหกรรมหนักทางตอนเหนือของเวียดนาม เป็นเรื่องยากที่จะฟื้นคืนสภาพเดิมในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้ความไม่สมดุลในการพัฒนาระหว่างภาคเหนือและภาคใต้รุนแรงขึ้น

    สำหรับเวียดนาม แม้ว่าเวียดนามจะมีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ความสำเร็จดังกล่าวกลับทำให้ช่องว่างระหว่างภาคเหนือและภาคใต้กว้างขึ้นเท่านั้น

    และเวียดนามไม่มีนโยบายการโอนภาษีภูมิภาคเช่นจีน เพื่อสร้างสมดุลทางการเงินในท้องถิ่น ลดความแตกต่างในระดับภูมิภาค ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนจะเพิ่มมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    เมื่อเวลาผ่านไป มันจะทำลายสังคมเวียดนามอย่างรุนแรง และยังนำไปสู่การแตกแยกระหว่างภาคเหนือและภาคใต้ได้อย่างง่ายดาย

    ปัจจุบันช่องว่างระหว่างภาคเหนือและภาคใต้ของเวียดนามไม่ได้แคบลงแต่เริ่มกว้างขึ้น

    😎โปรดติดตามบทความที่น่าสนใจต่อไป.ในโอกาสหน้า😎

    🥰กราบขออภัยในความผิดพลาดและกราบขอบพระคุณของข้อชี้แนะ🥰
    🤠#เวียดนามเหนือและเวียดนามใต้จะแบ่งแยกประเทศอีกครั้งหรือไม่ ตอน02🤠 ในความเป็นจริงมีความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างภาคเหนือและภาคใต้ในการพัฒนาเศรษฐกิจของเวียดนาม โดยทั่วไปการพัฒนาของภาคเหนือค่อนข้างล้าหลัง ในขณะที่ภาคใต้ค่อนข้างมั่งคั่งและมีนโยบายทางเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นมากขึ้น แหล่งที่มาของความแตกต่างทางเศรษฐกิจระหว่างภาคเหนือและภาคใต้ ไม่เพียงได้รับผลกระทบจากสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติเท่านั้น มันยังได้รับการตรวจสอบและปรับสมดุลด้วยพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ด้วย ตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 เป็นมาเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ถูกแบ่งแยกมากกว่าการรวมเป็นหนึ่งเดียว สถานการณ์การแบ่งแยกและการปกครองในระยะยาวได้ก่อให้เกิดความแตกต่างอย่างชัดเจนในระดับภูมิภาคในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของเวียดนาม ซึ่งส่งผลกระทบมาจนถึงทุกวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาของการเผชิญหน้าระหว่างเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ระหว่างปีค.ศ. 1955 ถึงค.ศ. 1975 ในยุคปัจจุบัน ความแตกต่างในระบบการเมืองและเศรษฐกิจทำให้ช่องว่างการพัฒนาระหว่างภาคเหนือและภาคใต้รุนแรงขึ้น ในช่วงการแบ่งแยก รูปแบบทางเศรษฐกิจของภาคใต้มีความหลากหลาย มีองค์ประกอบทางเศรษฐกิจแบบทุนนิยมหลายประการ เช่น ระบบทุนนิยมแบบราชการและระบบทุนนิยมแห่งชาติ ระบบกรรมสิทธิ์ในที่ดินของระบบศักดินาก็ยังคงอยู่ นอกจากนี้ยังมีอุตสาหกรรมขนาดเล็กและการพาณิชย์กระจายอยู่ทั่วบริเวณ ในชนบท ภาคใต้ยังคงรักษานโยบายเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดินของเอกชน เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากเกษตรกร ทั้งแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติตอนใต้และระบอบการปกครองไซง่อนจึงต่างให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อเรื่องกรรมสิทธิ์ของเกษตรกรและจัดสรรพื้นที่เพาะปลูกให้กับเกษตรกร ตัวอย่างเช่น ระบอบการปกครองไซ่ง่อนด้วยความช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกา จึงประกาศใช้พระราชบัญญัติที่ดินเรื่องเกษตรกรมีที่ดินทำกินของตนเองในปี ค.ศ. 1970 บนพื้นฐานของการปกป้องผลประโยชน์ของเจ้าของที่ดิน รัฐบาลให้ทุนสนับสนุนการซื้อที่ดินจากเจ้าของที่ดินและแจกจ่ายให้กับเกษตรกรฟรี หลังจากที่เจ้าของที่ดินได้รับเงินทุนจากขายที่ดินแล้ว ด้วยความช่วยเหลือและให้กำลังใจสนับสนุนจากรัฐบาล พวกเขาก็นำทุนลงทุนในอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ ก่อให้เกิดส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจทุนนิยมในชนบท เนื่องจากปัจจัยด้านสงคราม ภาคเหนือจึงเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมหนัก และละเลยการพัฒนาอุตสาหกรรมเบาพลเรือน นอกจากนี้ระหว่างอุตสาหกรรมและการเกษตรยังไม่มีการสนับสนุนการพัฒนา จึงไม่สามารถส่งเสริมซึ่งกันและกันได้ สิ่งนี้คล้ายกับสหภาพโซเวียตมาก อดีตสหภาพโซเวียตซึ่งเดินผ่านออกมาจากไฟสงครามให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมหนัก แต่พวกเขาไม่สนใจในการพัฒนาเศรษฐกิจการดำรงชีวิตของผู้คนมากนัก ซึ่งทำให้มาตรฐานการครองชีพของผู้อยู่อาศัยทางอ้อมลดลง ด้วยเหตุผลหลายประการ เมื่อภาคเหนือและภาคใต้รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ระดับการผลิตทางอุตสาหกรรมและการเกษตรในเวียดนามตอนใต้จึงสูงกว่าทางตอนเหนือ และเศรษฐกิจสินค้าโภคภัณฑ์ก็ได้รับการพัฒนาเช่นกัน ภาคใต้มีด้านอุตสาหกรรมเบาเป็นหลัก รายการนี้คิดเป็นเกือบ 90% ของการผลิตภาคอุตสาหกรรมทั้งหมด การค้าก็เจริญรุ่งเรืองมากเช่นกัน ตั้งแต่ตลาดในชนบทไปจนถึงซูเปอร์มาร์เก็ตในเมืองและย่านการค้า ร้านค้าต่างๆ กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ทั้งในเมืองและชนบท นอกจากนี้ เนื่องจากการยั่วยุของเวียดนามต่อจีนหลังจากการรวมชาติ ทำให้เกิดการตอบโต้การป้องกันตนเองต่อเวียดนาม สงครามครั้งนี้เกือบจะทำลายอุตสาหกรรมหนักทางตอนเหนือของเวียดนาม เป็นเรื่องยากที่จะฟื้นคืนสภาพเดิมในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้ความไม่สมดุลในการพัฒนาระหว่างภาคเหนือและภาคใต้รุนแรงขึ้น สำหรับเวียดนาม แม้ว่าเวียดนามจะมีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ความสำเร็จดังกล่าวกลับทำให้ช่องว่างระหว่างภาคเหนือและภาคใต้กว้างขึ้นเท่านั้น และเวียดนามไม่มีนโยบายการโอนภาษีภูมิภาคเช่นจีน เพื่อสร้างสมดุลทางการเงินในท้องถิ่น ลดความแตกต่างในระดับภูมิภาค ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนจะเพิ่มมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเวลาผ่านไป มันจะทำลายสังคมเวียดนามอย่างรุนแรง และยังนำไปสู่การแตกแยกระหว่างภาคเหนือและภาคใต้ได้อย่างง่ายดาย ปัจจุบันช่องว่างระหว่างภาคเหนือและภาคใต้ของเวียดนามไม่ได้แคบลงแต่เริ่มกว้างขึ้น 😎โปรดติดตามบทความที่น่าสนใจต่อไป.ในโอกาสหน้า😎 🥰กราบขออภัยในความผิดพลาดและกราบขอบพระคุณของข้อชี้แนะ🥰
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 798 มุมมอง 0 รีวิว
  • สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
    ทรงตระหนักถึงความสำคัญของชาวไร่ชาวนาผู้ผลิตอาหาร ซึ่งนับเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของมนุษย์
    จึงทรงพระราชดำริที่จะจัดหาอาชีพเสริมให้แก่เกษตรกรเหล่านี้ เพื่อให้เกษตรกรมีกำลังใจที่จะทำนาทำไร่ต่อไป ไม่ต้องขายที่ดิน ไม่ต้องเป็นหนี้สิน และไม่ต้องทิ้งถิ่นไปทำมาหากินตามเมืองใหญ่
    สิ่งที่จะเป็นอาชีพเสริมนั้น จะต้องเป็นอาชีพที่ประกอบอยู่ที่บ้านได้ในเวลาที่ว่างจากการทำไร่ทำนา หรือเมื่อดินฟ้าอากาศไม่อำนวยให้เพาะปลูก หรือแม้แต่ผู้ไม่มีดินจะเพาะปลูก ก็จะสามารถประกอบอาชีพเสริมนี้ได้ด้วยทรัพยากรธรรมชาติหรือวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นของตน และด้วยภูมิปัญญาตลอดจนด้วยฝีมือของเขาเอง
    นี่คือที่มาของพระราชดำริในการนำศิลปหัตถกรรมมาเป็นอาชีพเสริมให้แก่ชาวไร่ชาวนาไทย
    ■■■■■■■■■■■■
    #พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง #เทิดทูลสถาบันพระมหากษัติริย์ #พระมหากรุณาธิคุณเพื่อปวงชนชาวไทย #ทรงพระเจริญ #ร้อยดวงใจคนไทยภักดี #เรารักสถาบันพระมหากษัตริย์ #พระพันปีหลวงของปวงไทย #ศิลปาชีพ #thaitimes #thaitimesมะนาวก้าวเดิน #thaitimesmanowjourney #thaitimesเทิดทูลสถาบันพระมหากษัติริย์
    สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงตระหนักถึงความสำคัญของชาวไร่ชาวนาผู้ผลิตอาหาร ซึ่งนับเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของมนุษย์ จึงทรงพระราชดำริที่จะจัดหาอาชีพเสริมให้แก่เกษตรกรเหล่านี้ เพื่อให้เกษตรกรมีกำลังใจที่จะทำนาทำไร่ต่อไป ไม่ต้องขายที่ดิน ไม่ต้องเป็นหนี้สิน และไม่ต้องทิ้งถิ่นไปทำมาหากินตามเมืองใหญ่ สิ่งที่จะเป็นอาชีพเสริมนั้น จะต้องเป็นอาชีพที่ประกอบอยู่ที่บ้านได้ในเวลาที่ว่างจากการทำไร่ทำนา หรือเมื่อดินฟ้าอากาศไม่อำนวยให้เพาะปลูก หรือแม้แต่ผู้ไม่มีดินจะเพาะปลูก ก็จะสามารถประกอบอาชีพเสริมนี้ได้ด้วยทรัพยากรธรรมชาติหรือวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นของตน และด้วยภูมิปัญญาตลอดจนด้วยฝีมือของเขาเอง นี่คือที่มาของพระราชดำริในการนำศิลปหัตถกรรมมาเป็นอาชีพเสริมให้แก่ชาวไร่ชาวนาไทย ■■■■■■■■■■■■ #พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง #เทิดทูลสถาบันพระมหากษัติริย์ #พระมหากรุณาธิคุณเพื่อปวงชนชาวไทย #ทรงพระเจริญ #ร้อยดวงใจคนไทยภักดี #เรารักสถาบันพระมหากษัตริย์ #พระพันปีหลวงของปวงไทย #ศิลปาชีพ #thaitimes #thaitimesมะนาวก้าวเดิน #thaitimesmanowjourney #thaitimesเทิดทูลสถาบันพระมหากษัติริย์
    Love
    Like
    6
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 2036 มุมมอง 381 0 รีวิว
  • สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
    ทรงตระหนักถึงความสำคัญของชาวไร่ชาวนาผู้ผลิตอาหาร ซึ่งนับเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของมนุษย์
    จึงทรงพระราชดำริที่จะจัดหาอาชีพเสริมให้แก่เกษตรกรเหล่านี้ เพื่อให้เกษตรกรมีกำลังใจที่จะทำนาทำไร่ต่อไป ไม่ต้องขายที่ดิน ไม่ต้องเป็นหนี้สิน และไม่ต้องทิ้งถิ่นไปทำมาหากินตามเมืองใหญ่
    สิ่งที่จะเป็นอาชีพเสริมนั้น จะต้องเป็นอาชีพที่ประกอบอยู่ที่บ้านได้ในเวลาที่ว่างจากการทำไร่ทำนา หรือเมื่อดินฟ้าอากาศไม่อำนวยให้เพาะปลูก หรือแม้แต่ผู้ไม่มีดินจะเพาะปลูก ก็จะสามารถประกอบอาชีพเสริมนี้ได้ด้วยทรัพยากรธรรมชาติหรือวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นของตน และด้วยภูมิปัญญาตลอดจนด้วยฝีมือของเขาเอง
    นี่คือที่มาของพระราชดำริในการนำศิลปหัตถกรรมมาเป็นอาชีพเสริมให้แก่ชาวไร่ชาวนาไทย
    ■■■■■■■■■■□
    #พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง #เทิดทูลสถาบันพระมหากษัติริย์ #พระมหากรุณาธิคุณเพื่อปวงชนชาวไทย #ทรงพระเจริญ #ร้อยดวงใจคนไทยภักดี #เรารักสถาบันพระมหากษัตริย์ #พระพันปีหลวงของปวงไทย #ศิลปาชีพ #thaitimes #thaitimesmanowjourney #thaitimesมะนาวก้าวเดิน #thaitimesเทิดทูลสถาบันพระมหากษัติริย์
    สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงตระหนักถึงความสำคัญของชาวไร่ชาวนาผู้ผลิตอาหาร ซึ่งนับเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของมนุษย์ จึงทรงพระราชดำริที่จะจัดหาอาชีพเสริมให้แก่เกษตรกรเหล่านี้ เพื่อให้เกษตรกรมีกำลังใจที่จะทำนาทำไร่ต่อไป ไม่ต้องขายที่ดิน ไม่ต้องเป็นหนี้สิน และไม่ต้องทิ้งถิ่นไปทำมาหากินตามเมืองใหญ่ สิ่งที่จะเป็นอาชีพเสริมนั้น จะต้องเป็นอาชีพที่ประกอบอยู่ที่บ้านได้ในเวลาที่ว่างจากการทำไร่ทำนา หรือเมื่อดินฟ้าอากาศไม่อำนวยให้เพาะปลูก หรือแม้แต่ผู้ไม่มีดินจะเพาะปลูก ก็จะสามารถประกอบอาชีพเสริมนี้ได้ด้วยทรัพยากรธรรมชาติหรือวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นของตน และด้วยภูมิปัญญาตลอดจนด้วยฝีมือของเขาเอง นี่คือที่มาของพระราชดำริในการนำศิลปหัตถกรรมมาเป็นอาชีพเสริมให้แก่ชาวไร่ชาวนาไทย ■■■■■■■■■■□ #พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง #เทิดทูลสถาบันพระมหากษัติริย์ #พระมหากรุณาธิคุณเพื่อปวงชนชาวไทย #ทรงพระเจริญ #ร้อยดวงใจคนไทยภักดี #เรารักสถาบันพระมหากษัตริย์ #พระพันปีหลวงของปวงไทย #ศิลปาชีพ #thaitimes #thaitimesmanowjourney #thaitimesมะนาวก้าวเดิน #thaitimesเทิดทูลสถาบันพระมหากษัติริย์
    Love
    Like
    5
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 2028 มุมมอง 358 0 รีวิว
  • 🛑 มีคนหลงเชื่อจำนวนไม่น้อย
    หลายปีก่อน ผู้เขียนได้รับโทรศัพท์จากญาติ ที่จ. ลำพูน ว่า มีพระชนะประกวดพร้อมใบ มากมาย ซื้อสะสมไว้ หลายล้านบาท ตอนที่ได้เงินจากการขายที่ดิน เราก็ไปดู แต่ใจไม่ได้คาดหวังพระกบุ่มนี้เลย แต่คาดหวังจะเจอพระบูา พวกเขียวแสน เชียงใหม่ จึงไปดู ปรากฏว่า เป็นพระเก๊ทั้งหมด ใบก็เก๊ ไม่ก็ใบประกาศงานภูธร เล็กๆ..ถามได้ความว่า ซื้อมาตั้งแต่หลักหมื่น ยันหลักแสน**
    ....
    มาทำเข้าใจกัน งานประกวด ใบประกาศ ใครๆก็จัดได้ เป็นการหาเงินช่องทางนึงของผู้จัด ค่าส่งตรวจ 300 ต่อชิ้น ทำเงินได้มากมาย อีกทางนึงที่นิยมทำกันมากในยุคนี้ คือ เอาพระที่ตัวเอง และพวกพ้อง ปั้น หรือดัน ให้กลายเป็นพระมาตรฐาน ก็จับยัดไปในรายการประกวด กรรมการก็ของตนเอง สั่งได้ วิธีนี้หาเงินได้มากมาย ได้ขายของตัวเองด้วย ได้ค่าตรวจเช็คด้วย..
    _งานประกวดที่ยอมรับกัน และมีมาตรฐานและทำให้พระราคาขึ้นจริง ปีนึงมีไม่กี่ครั้ง และส่วนใหญ่เป็นงานของสมาคม..
    ..คือได้ใบสมาคมก็มีเครดิตมากกว่าอย่างอื่น
    #ต่อ Ep2
    🛑 มีคนหลงเชื่อจำนวนไม่น้อย หลายปีก่อน ผู้เขียนได้รับโทรศัพท์จากญาติ ที่จ. ลำพูน ว่า มีพระชนะประกวดพร้อมใบ มากมาย ซื้อสะสมไว้ หลายล้านบาท ตอนที่ได้เงินจากการขายที่ดิน เราก็ไปดู แต่ใจไม่ได้คาดหวังพระกบุ่มนี้เลย แต่คาดหวังจะเจอพระบูา พวกเขียวแสน เชียงใหม่ จึงไปดู ปรากฏว่า เป็นพระเก๊ทั้งหมด ใบก็เก๊ ไม่ก็ใบประกาศงานภูธร เล็กๆ..ถามได้ความว่า ซื้อมาตั้งแต่หลักหมื่น ยันหลักแสน** .... มาทำเข้าใจกัน งานประกวด ใบประกาศ ใครๆก็จัดได้ เป็นการหาเงินช่องทางนึงของผู้จัด ค่าส่งตรวจ 300 ต่อชิ้น ทำเงินได้มากมาย อีกทางนึงที่นิยมทำกันมากในยุคนี้ คือ เอาพระที่ตัวเอง และพวกพ้อง ปั้น หรือดัน ให้กลายเป็นพระมาตรฐาน ก็จับยัดไปในรายการประกวด กรรมการก็ของตนเอง สั่งได้ วิธีนี้หาเงินได้มากมาย ได้ขายของตัวเองด้วย ได้ค่าตรวจเช็คด้วย.. _งานประกวดที่ยอมรับกัน และมีมาตรฐานและทำให้พระราคาขึ้นจริง ปีนึงมีไม่กี่ครั้ง และส่วนใหญ่เป็นงานของสมาคม.. ..คือได้ใบสมาคมก็มีเครดิตมากกว่าอย่างอื่น #ต่อ Ep2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 253 มุมมอง 0 รีวิว