• อย่าพก “หมู” ไปไต้หวันเด็ดขาด!

    กรณีล่าสุด แชร์ประสบการณ์เกือบโดนปรับ 200,000 เหรียญไต้หวัน (กว่า 2 แสนบาท) หลังคนในทริปพก *แหนมหมู* ติดกระเป๋ามาด้วย

    ไต้หวัน **เข้มงวดมาก** ห้ามนำอาหารที่มีเนื้อสัตว์ทุกชนิดเข้า ไม่ว่าจะเป็น
    เนื้อหมูสด / แช่แข็ง / แปรรูป
    มาม่าหมูสับ
    แซนวิชที่มีไส้หมู (ถึงแม้จะเหลือครึ่งเดียวก็ไม่ได้)

    โทษปรับหนัก
    * ครั้งแรก: ปรับสูงสุด 200,000 TWD (\~230,000 บาท)
    * หากไม่จ่าย → อาจถูกส่งตัวกลับประเทศทันที!

    ใครมีแพลนไปเที่ยวไต้หวัน อย่าลืมเช็กสัมภาระให้ดี เอาไปเฉพาะขนม ของฝากที่ ไม่มีส่วนผสมเนื้อสัตว์ เท่านั้น จะได้ไม่เจอเหตุการณ์เสียวๆ แบบนี้

    #Taiwan #ไต้หวัน #ห้ามพกหมู #ท่องเที่ยวปลอดภัย #eTravelway
    🚨❌ อย่าพก “หมู” ไปไต้หวันเด็ดขาด! กรณีล่าสุด แชร์ประสบการณ์เกือบโดนปรับ 200,000 เหรียญไต้หวัน (กว่า 2 แสนบาท) หลังคนในทริปพก *แหนมหมู* ติดกระเป๋ามาด้วย 😱 🇹🇼 ไต้หวัน **เข้มงวดมาก** ห้ามนำอาหารที่มีเนื้อสัตว์ทุกชนิดเข้า ไม่ว่าจะเป็น 🥩 เนื้อหมูสด / แช่แข็ง / แปรรูป 🍜 มาม่าหมูสับ 🥪 แซนวิชที่มีไส้หมู (ถึงแม้จะเหลือครึ่งเดียวก็ไม่ได้) ⚠️ โทษปรับหนัก * ครั้งแรก: ปรับสูงสุด 200,000 TWD (\~230,000 บาท) * หากไม่จ่าย → อาจถูกส่งตัวกลับประเทศทันที! ✈️ ใครมีแพลนไปเที่ยวไต้หวัน อย่าลืมเช็กสัมภาระให้ดี เอาไปเฉพาะขนม ของฝากที่ ไม่มีส่วนผสมเนื้อสัตว์ เท่านั้น จะได้ไม่เจอเหตุการณ์เสียวๆ แบบนี้ #Taiwan #ไต้หวัน #ห้ามพกหมู #ท่องเที่ยวปลอดภัย #eTravelway
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 27 มุมมอง 0 รีวิว
  • เรื่องเล่าจากเวทีการค้าระดับโลก: เมื่อสหรัฐฯ เสนอเงื่อนไขสุดโหดให้ TSMC เพื่อช่วย Intel และลดภาษีให้ไต้หวัน

    ในช่วงที่สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับหลายประเทศยังคุกรุ่น รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี Donald Trump ได้ใช้ภาษีศุลกากรเป็นเครื่องมือหลักในการลดการขาดดุลการค้า โดยเฉพาะกับไต้หวัน ซึ่งปัจจุบันถูกเก็บภาษีสูงถึง 20% ขณะที่ประเทศอื่นอย่างญี่ปุ่นจ่ายเพียง 15%

    เพื่อแลกกับการลดภาษีเหล่านี้ สหรัฐฯ ได้เสนอเงื่อนไขที่หนักหน่วงให้กับไต้หวันผ่านบริษัท TSMC ได้แก่:

    1️⃣ให้ TSMC ซื้อหุ้น 49% ของ Intel

    2️⃣ ให้ TSMC ลงทุนเพิ่มอีก $400 พันล้านในสหรัฐฯ

    แม้ TSMC จะลงทุนในสหรัฐฯ ไปแล้วกว่า $165 พันล้าน ทั้งในโรงงานผลิตชิปที่ Arizona และศูนย์วิจัย แต่เงื่อนไขใหม่นี้ถือว่าเกินขีดความสามารถทางการเงินและยุทธศาสตร์ของบริษัท

    เบื้องหลังของข้อเสนอนี้คือความพยายามของสหรัฐฯ ที่จะช่วย Intel ซึ่งกำลังตกต่ำอย่างหนัก รายได้ลดลงจาก $79 พันล้านในปี 2021 เหลือเพียง $53 พันล้านในปี 2024 และโรงงานใหม่ในรัฐโอไฮโอก็ถูกเลื่อนเปิดจากปี 2025 ไปเป็น 2030

    สหรัฐฯ เสนอให้ TSMC ซื้อหุ้น 49% ของ Intel
    เป็นเงื่อนไขในการลดภาษีศุลกากรสำหรับไต้หวัน

    TSMC ต้องลงทุนเพิ่มอีก $400 พันล้านในสหรัฐฯ
    นอกเหนือจากการลงทุนเดิม $165 พันล้าน

    Intel กำลังประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก
    รายได้ลดลง 33% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

    โรงงานใหม่ของ Intel ในโอไฮโอถูกเลื่อนเปิดเป็นปี 2030
    สะท้อนปัญหาการจัดการเงินทุนและการสนับสนุนจากภาครัฐ

    TSMC มีโรงงานและศูนย์วิจัยในสหรัฐฯ อยู่แล้ว
    รวมถึงโรงงานที่เริ่มผลิตในปี 2024 และอีกสองแห่งที่กำลังก่อสร้าง

    การถือหุ้น 49% ไม่ได้ให้สิทธิ์ควบคุมกิจการ
    TSMC จะไม่มีอำนาจในการบริหาร Intel โดยตรง

    Intel มีการขายหุ้นโรงงานให้กับบริษัทเอกชนแล้ว
    เช่น Brookfield Asset Management ถือหุ้นบางส่วน

    TSMC เป็นบริษัท foundry แบบ pure-play
    ไม่ได้มีธุรกิจ consumer product แบบ Intel

    การควบรวมอาจไม่เกิด synergy ที่แท้จริง
    เพราะโมเดลธุรกิจของทั้งสองบริษัทต่างกัน

    https://www.notebookcheck.net/Desperate-measures-to-save-Intel-US-reportedly-forcing-TSMC-to-buy-49-stake-in-Intel-to-secure-tariff-relief-for-Taiwan.1079424.0.html
    🇺🇸💻 เรื่องเล่าจากเวทีการค้าระดับโลก: เมื่อสหรัฐฯ เสนอเงื่อนไขสุดโหดให้ TSMC เพื่อช่วย Intel และลดภาษีให้ไต้หวัน ในช่วงที่สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับหลายประเทศยังคุกรุ่น รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี Donald Trump ได้ใช้ภาษีศุลกากรเป็นเครื่องมือหลักในการลดการขาดดุลการค้า โดยเฉพาะกับไต้หวัน ซึ่งปัจจุบันถูกเก็บภาษีสูงถึง 20% ขณะที่ประเทศอื่นอย่างญี่ปุ่นจ่ายเพียง 15% เพื่อแลกกับการลดภาษีเหล่านี้ สหรัฐฯ ได้เสนอเงื่อนไขที่หนักหน่วงให้กับไต้หวันผ่านบริษัท TSMC ได้แก่: 1️⃣ให้ TSMC ซื้อหุ้น 49% ของ Intel 2️⃣ ให้ TSMC ลงทุนเพิ่มอีก $400 พันล้านในสหรัฐฯ แม้ TSMC จะลงทุนในสหรัฐฯ ไปแล้วกว่า $165 พันล้าน ทั้งในโรงงานผลิตชิปที่ Arizona และศูนย์วิจัย แต่เงื่อนไขใหม่นี้ถือว่าเกินขีดความสามารถทางการเงินและยุทธศาสตร์ของบริษัท เบื้องหลังของข้อเสนอนี้คือความพยายามของสหรัฐฯ ที่จะช่วย Intel ซึ่งกำลังตกต่ำอย่างหนัก รายได้ลดลงจาก $79 พันล้านในปี 2021 เหลือเพียง $53 พันล้านในปี 2024 และโรงงานใหม่ในรัฐโอไฮโอก็ถูกเลื่อนเปิดจากปี 2025 ไปเป็น 2030 ✅ สหรัฐฯ เสนอให้ TSMC ซื้อหุ้น 49% ของ Intel ➡️ เป็นเงื่อนไขในการลดภาษีศุลกากรสำหรับไต้หวัน ✅ TSMC ต้องลงทุนเพิ่มอีก $400 พันล้านในสหรัฐฯ ➡️ นอกเหนือจากการลงทุนเดิม $165 พันล้าน ✅ Intel กำลังประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก ➡️ รายได้ลดลง 33% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ✅ โรงงานใหม่ของ Intel ในโอไฮโอถูกเลื่อนเปิดเป็นปี 2030 ➡️ สะท้อนปัญหาการจัดการเงินทุนและการสนับสนุนจากภาครัฐ ✅ TSMC มีโรงงานและศูนย์วิจัยในสหรัฐฯ อยู่แล้ว ➡️ รวมถึงโรงงานที่เริ่มผลิตในปี 2024 และอีกสองแห่งที่กำลังก่อสร้าง ✅ การถือหุ้น 49% ไม่ได้ให้สิทธิ์ควบคุมกิจการ ➡️ TSMC จะไม่มีอำนาจในการบริหาร Intel โดยตรง ✅ Intel มีการขายหุ้นโรงงานให้กับบริษัทเอกชนแล้ว ➡️ เช่น Brookfield Asset Management ถือหุ้นบางส่วน ✅ TSMC เป็นบริษัท foundry แบบ pure-play ➡️ ไม่ได้มีธุรกิจ consumer product แบบ Intel ✅ การควบรวมอาจไม่เกิด synergy ที่แท้จริง ➡️ เพราะโมเดลธุรกิจของทั้งสองบริษัทต่างกัน https://www.notebookcheck.net/Desperate-measures-to-save-Intel-US-reportedly-forcing-TSMC-to-buy-49-stake-in-Intel-to-secure-tariff-relief-for-Taiwan.1079424.0.html
    WWW.NOTEBOOKCHECK.NET
    Desperate measures to save Intel: US reportedly forcing TSMC to buy 49% stake in Intel to secure tariff relief for Taiwan
    A new report out of Taiwan has revealed that the current US administration is tying the reduction on trade of trade tariffs on Taiwan to significant TSMC investment in the US. This investment includes a 49% stake in Intel.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 283 มุมมอง 0 รีวิว
  • เรื่องเล่าจากโลกไซเบอร์: เมื่อจีนใช้ phishing โจมตีอุตสาหกรรมชิปของไต้หวัน

    Proofpoint รายงานว่ามีอย่างน้อย 3 กลุ่มแฮกเกอร์ใหม่ ได้แก่ UNK_FistBump, UNK_DropPitch และ UNK_SparkyCarp ที่ร่วมกันโจมตีบริษัทในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงมิถุนายน 2025 โดยใช้เทคนิค spear phishing เพื่อหลอกให้เหยื่อเปิดอีเมลที่มีมัลแวร์

    เป้าหมายของการโจมตีคือบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการผลิต ออกแบบ และทดสอบชิป รวมถึงบริษัทในห่วงโซ่อุปทานและนักวิเคราะห์การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับตลาดเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน

    กลุ่มแฮกเกอร์ใช้เครื่องมือหลากหลาย เช่น Cobalt Strike, Voldemort (backdoor แบบ custom ที่เขียนด้วยภาษา C), HealthKick (backdoor ที่สามารถรันคำสั่ง) และ Spark (Remote Access Trojan) ซึ่งใช้โดยกลุ่มที่สี่ชื่อ UNK_ColtCentury หรือ TAG-100 (Storm-2077)

    นักวิจัยเชื่อว่าการโจมตีเหล่านี้สะท้อนยุทธศาสตร์ของจีนที่ต้องการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ และไต้หวัน ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของโลก

    Proofpoint พบการโจมตีจากกลุ่มแฮกเกอร์จีน 3 กลุ่มหลัก
    ได้แก่ UNK_FistBump, UNK_DropPitch และ UNK_SparkyCarp

    เป้าหมายคือบริษัทผลิต ออกแบบ และทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ในไต้หวัน
    รวมถึงบริษัทในห่วงโซ่อุปทานและนักวิเคราะห์การลงทุน

    ใช้เทคนิค spear phishing เพื่อหลอกให้เปิดอีเมลที่มีมัลแวร์
    เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการเจาะระบบองค์กร

    เครื่องมือที่ใช้รวมถึง Cobalt Strike, Voldemort, HealthKick และ Spark
    เป็นมัลแวร์ที่สามารถควบคุมระบบจากระยะไกลและขโมยข้อมูล

    กลุ่ม UNK_ColtCentury (TAG-100 / Storm-2077) ใช้เทคนิคสร้างความไว้ใจก่อนโจมตี
    เป็นกลยุทธ์ที่เน้นการหลอกล่อแบบเชิงจิตวิทยา

    การโจมตีสะท้อนยุทธศาสตร์จีนในการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี
    โดยเฉพาะในช่วงที่มีการควบคุมการส่งออกจากสหรัฐฯ และไต้หวัน

    การโจมตีแบบ spear phishing ยังเป็นภัยคุกคามหลักต่อองค์กร
    พนักงานควรได้รับการฝึกอบรมเพื่อระวังอีเมลหลอกลวง

    มัลแวร์ที่ใช้มีความสามารถในการควบคุมระบบและขโมยข้อมูลลึก
    อาจทำให้เกิดการรั่วไหลของข้อมูลเชิงพาณิชย์และเทคโนโลยีสำคัญ

    การโจมตีมีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ระดับประเทศ
    อาจส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของไต้หวัน

    การใช้เครื่องมือเช่น Cobalt Strike อาจหลบเลี่ยงระบบรักษาความปลอดภัยทั่วไป
    ต้องใช้ระบบตรวจจับภัยคุกคามขั้นสูงเพื่อป้องกัน

    https://www.techradar.com/pro/security/chinese-hackers-hit-taiwan-semiconductor-manufacturing-in-spear-phishing-campaign
    🎙️ เรื่องเล่าจากโลกไซเบอร์: เมื่อจีนใช้ phishing โจมตีอุตสาหกรรมชิปของไต้หวัน Proofpoint รายงานว่ามีอย่างน้อย 3 กลุ่มแฮกเกอร์ใหม่ ได้แก่ UNK_FistBump, UNK_DropPitch และ UNK_SparkyCarp ที่ร่วมกันโจมตีบริษัทในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงมิถุนายน 2025 โดยใช้เทคนิค spear phishing เพื่อหลอกให้เหยื่อเปิดอีเมลที่มีมัลแวร์ เป้าหมายของการโจมตีคือบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการผลิต ออกแบบ และทดสอบชิป รวมถึงบริษัทในห่วงโซ่อุปทานและนักวิเคราะห์การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับตลาดเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน กลุ่มแฮกเกอร์ใช้เครื่องมือหลากหลาย เช่น Cobalt Strike, Voldemort (backdoor แบบ custom ที่เขียนด้วยภาษา C), HealthKick (backdoor ที่สามารถรันคำสั่ง) และ Spark (Remote Access Trojan) ซึ่งใช้โดยกลุ่มที่สี่ชื่อ UNK_ColtCentury หรือ TAG-100 (Storm-2077) นักวิจัยเชื่อว่าการโจมตีเหล่านี้สะท้อนยุทธศาสตร์ของจีนที่ต้องการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ และไต้หวัน ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของโลก ✅ Proofpoint พบการโจมตีจากกลุ่มแฮกเกอร์จีน 3 กลุ่มหลัก ➡️ ได้แก่ UNK_FistBump, UNK_DropPitch และ UNK_SparkyCarp ✅ เป้าหมายคือบริษัทผลิต ออกแบบ และทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ในไต้หวัน ➡️ รวมถึงบริษัทในห่วงโซ่อุปทานและนักวิเคราะห์การลงทุน ✅ ใช้เทคนิค spear phishing เพื่อหลอกให้เปิดอีเมลที่มีมัลแวร์ ➡️ เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการเจาะระบบองค์กร ✅ เครื่องมือที่ใช้รวมถึง Cobalt Strike, Voldemort, HealthKick และ Spark ➡️ เป็นมัลแวร์ที่สามารถควบคุมระบบจากระยะไกลและขโมยข้อมูล ✅ กลุ่ม UNK_ColtCentury (TAG-100 / Storm-2077) ใช้เทคนิคสร้างความไว้ใจก่อนโจมตี ➡️ เป็นกลยุทธ์ที่เน้นการหลอกล่อแบบเชิงจิตวิทยา ✅ การโจมตีสะท้อนยุทธศาสตร์จีนในการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี ➡️ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการควบคุมการส่งออกจากสหรัฐฯ และไต้หวัน ‼️ การโจมตีแบบ spear phishing ยังเป็นภัยคุกคามหลักต่อองค์กร ⛔ พนักงานควรได้รับการฝึกอบรมเพื่อระวังอีเมลหลอกลวง ‼️ มัลแวร์ที่ใช้มีความสามารถในการควบคุมระบบและขโมยข้อมูลลึก ⛔ อาจทำให้เกิดการรั่วไหลของข้อมูลเชิงพาณิชย์และเทคโนโลยีสำคัญ ‼️ การโจมตีมีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ระดับประเทศ ⛔ อาจส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของไต้หวัน ‼️ การใช้เครื่องมือเช่น Cobalt Strike อาจหลบเลี่ยงระบบรักษาความปลอดภัยทั่วไป ⛔ ต้องใช้ระบบตรวจจับภัยคุกคามขั้นสูงเพื่อป้องกัน https://www.techradar.com/pro/security/chinese-hackers-hit-taiwan-semiconductor-manufacturing-in-spear-phishing-campaign
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 382 มุมมอง 0 รีวิว
  • ภาพเหตุการณ์ระเบิดครั้งใหญ่วันนี้ เวลาประมาณ 5:04 น. ที่โรงงานแบตเตอรี่ซานหยวน เอนเนอร์จี เทคโนโลยี (San Yuan Energy Technology) ในเขตเสี่ยวกัง (Xiaogang District) เมืองเกาสง (Kaohsiung) ของไต้หวัน

    โรงงานแห่งนี้ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะ "โรงงานซูเปอร์แบตเตอรี่" ผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน โดยส่วนใหญ่ใช้สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและอากาศยาน

    ทางการไต้หวันออกประกาศคำแนะนำให้ประชาชนอพยพออกนอกพื้นที่ หรือให้อยู่ในบ้านโดยปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด เนื่องจากปริมาณฝุ่น PM2.5 ที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมทั้งปริมาณไฮโดรเจนฟลูออไรด์ ซึ่งเป็นสารระคายเคืองที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ผิวหนัง และดวงตา

    มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 16 ราย แบ่งเป็นคนงานของโรงงาน 12 ราย และเจ้าหน้าที่ดับเพลิง 4 ราย

    สาเหตุของการระเบิดยังอยู่ระหว่างการสอบสวน โดยมีการคาดเดาที่ยังไม่ได้รับการยืนยันบนแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น X ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจเป็นการก่อวินาศกรรม แม้ว่าจะยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการสนับสนุนข้อกล่าวอ้างนี้

    โรงงานแห่งนี้ซึ่งดำเนินการโดย San Yuan Energy Technology (หรือที่รู้จักกันในชื่อ Molicel ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Taiwan Cement Corporation) เป็นผู้ผลิตรายสำคัญในการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน
    ภาพเหตุการณ์ระเบิดครั้งใหญ่วันนี้ เวลาประมาณ 5:04 น. ที่โรงงานแบตเตอรี่ซานหยวน เอนเนอร์จี เทคโนโลยี (San Yuan Energy Technology) ในเขตเสี่ยวกัง (Xiaogang District) เมืองเกาสง (Kaohsiung) ของไต้หวัน โรงงานแห่งนี้ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะ "โรงงานซูเปอร์แบตเตอรี่" ผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน โดยส่วนใหญ่ใช้สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและอากาศยาน ทางการไต้หวันออกประกาศคำแนะนำให้ประชาชนอพยพออกนอกพื้นที่ หรือให้อยู่ในบ้านโดยปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด เนื่องจากปริมาณฝุ่น PM2.5 ที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมทั้งปริมาณไฮโดรเจนฟลูออไรด์ ซึ่งเป็นสารระคายเคืองที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ผิวหนัง และดวงตา มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 16 ราย แบ่งเป็นคนงานของโรงงาน 12 ราย และเจ้าหน้าที่ดับเพลิง 4 ราย สาเหตุของการระเบิดยังอยู่ระหว่างการสอบสวน โดยมีการคาดเดาที่ยังไม่ได้รับการยืนยันบนแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น X ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจเป็นการก่อวินาศกรรม แม้ว่าจะยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการสนับสนุนข้อกล่าวอ้างนี้ โรงงานแห่งนี้ซึ่งดำเนินการโดย San Yuan Energy Technology (หรือที่รู้จักกันในชื่อ Molicel ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Taiwan Cement Corporation) เป็นผู้ผลิตรายสำคัญในการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 391 มุมมอง 0 รีวิว
  • ก่อนหน้านี้ เรามักนึกถึง Alibaba, Huawei, Tencent ว่าเป็น “ยักษ์ใหญ่จีนในจีน” แต่วันนี้พวกเขามีเป้าหมายชัดเจนว่าจะขยายตัวสู่ตลาดโลก โดยเฉพาะในช่วงที่เทรนด์ AI Infrastructure กำลังระเบิด → ทุกประเทศต่างแย่งกันสร้างศูนย์ข้อมูล รัน LLMs และติดอาวุธให้ธุรกิจด้วย AI

    จากรายงานของ Taiwan Economic Daily ระบุว่า:
    - Alibaba Cloud ลงทุนกว่า ¥400 ล้านหยวนเพื่อขยายฐาน AI ทั่วโลก
    - Huawei เริ่มปักหมุด Ascend Chips ในมาเลเซีย
    - Tencent ก็เตรียมเปิดศูนย์ข้อมูลในต่างประเทศเพิ่มเติม

    แม้จะสู้ Big Tech อย่าง AWS, Azure, Google Cloud ในเรื่อง CapEx ยังไม่ได้ แต่ ฝั่งจีนชูจุดขายด้าน “นวัตกรรมวิศวกรรม” และราคาย่อมเยา แถมมีโมเดล AI ที่เริ่มตีตื้น LLM ฝั่งตะวันตก เช่น Qwen2.5-Max, DeepSeek R1/R2

    โดยเฉพาะในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกกลาง ซึ่งยังเปิดกว้าง และไม่ยึดติดกับเทคโนโลยีจากฝั่งสหรัฐฯ → กลายเป็นสนามประลองใหม่ของ CSP จีนและอเมริกา

    Alibaba Cloud ลงทุนกว่า 400 ล้านหยวน (ราว 2 พันล้านบาท) ขยายบริการ AI Infrastructure สู่ต่างประเทศ  
    • เปิดศูนย์ข้อมูลในกว่า 29 ภูมิภาคนอกจีน  
    • เจาะตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง อย่างมาเลเซีย ไทย ฯลฯ

    Huawei ส่งชิป AI “Ascend” ลงพื้นที่ เช่นในมาเลเซีย เพื่อทดแทน GPU จากตะวันตก  
    • ใช้เป็นทางเลือกในการฝึกและรัน LLM แบบ sovereign AI

    Tencent และ Alibaba มี LLM รุ่นล่าสุดที่แข่งขันกับ GPT–Claude ได้ในบาง benchmark
    • เช่น Qwen2.5-Max, DeepSeek R1/R2  
    • แม้จะใช้ฮาร์ดแวร์ที่ “ด้อยกว่า” แต่ยังสร้างผลงานเทียบเคียงกันได้

    วิศวกรรม + ราคา ถูกชูเป็นข้อได้เปรียบเพื่อเจาะตลาดต่างประเทศ  
    • ไม่เน้น CapEx หนักแบบ AWS แต่ใช้ “โซลูชันเฉพาะกลุ่ม”

    ตลาดเป้าหมายหลักคือ: เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, อ่าวเปอร์เซีย, ประเทศกำลังพัฒนา

    https://wccftech.com/china-big-tech-csp-are-accelerating-their-overseas-expansion/
    ก่อนหน้านี้ เรามักนึกถึง Alibaba, Huawei, Tencent ว่าเป็น “ยักษ์ใหญ่จีนในจีน” แต่วันนี้พวกเขามีเป้าหมายชัดเจนว่าจะขยายตัวสู่ตลาดโลก โดยเฉพาะในช่วงที่เทรนด์ AI Infrastructure กำลังระเบิด → ทุกประเทศต่างแย่งกันสร้างศูนย์ข้อมูล รัน LLMs และติดอาวุธให้ธุรกิจด้วย AI 📌 จากรายงานของ Taiwan Economic Daily ระบุว่า: - Alibaba Cloud ลงทุนกว่า ¥400 ล้านหยวนเพื่อขยายฐาน AI ทั่วโลก - Huawei เริ่มปักหมุด Ascend Chips ในมาเลเซีย - Tencent ก็เตรียมเปิดศูนย์ข้อมูลในต่างประเทศเพิ่มเติม แม้จะสู้ Big Tech อย่าง AWS, Azure, Google Cloud ในเรื่อง CapEx ยังไม่ได้ แต่ ฝั่งจีนชูจุดขายด้าน “นวัตกรรมวิศวกรรม” และราคาย่อมเยา แถมมีโมเดล AI ที่เริ่มตีตื้น LLM ฝั่งตะวันตก เช่น Qwen2.5-Max, DeepSeek R1/R2 📍 โดยเฉพาะในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกกลาง ซึ่งยังเปิดกว้าง และไม่ยึดติดกับเทคโนโลยีจากฝั่งสหรัฐฯ → กลายเป็นสนามประลองใหม่ของ CSP จีนและอเมริกา ✅ Alibaba Cloud ลงทุนกว่า 400 ล้านหยวน (ราว 2 พันล้านบาท) ขยายบริการ AI Infrastructure สู่ต่างประเทศ   • เปิดศูนย์ข้อมูลในกว่า 29 ภูมิภาคนอกจีน   • เจาะตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง อย่างมาเลเซีย ไทย ฯลฯ ✅ Huawei ส่งชิป AI “Ascend” ลงพื้นที่ เช่นในมาเลเซีย เพื่อทดแทน GPU จากตะวันตก   • ใช้เป็นทางเลือกในการฝึกและรัน LLM แบบ sovereign AI ✅ Tencent และ Alibaba มี LLM รุ่นล่าสุดที่แข่งขันกับ GPT–Claude ได้ในบาง benchmark • เช่น Qwen2.5-Max, DeepSeek R1/R2   • แม้จะใช้ฮาร์ดแวร์ที่ “ด้อยกว่า” แต่ยังสร้างผลงานเทียบเคียงกันได้ ✅ วิศวกรรม + ราคา ถูกชูเป็นข้อได้เปรียบเพื่อเจาะตลาดต่างประเทศ   • ไม่เน้น CapEx หนักแบบ AWS แต่ใช้ “โซลูชันเฉพาะกลุ่ม” ✅ ตลาดเป้าหมายหลักคือ: เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, อ่าวเปอร์เซีย, ประเทศกำลังพัฒนา https://wccftech.com/china-big-tech-csp-are-accelerating-their-overseas-expansion/
    WCCFTECH.COM
    China's "Big Tech" CSPs Are Accelerating Their Overseas Expansion; Alibaba, Huawei & Tencent To Spend Billions On Global AI Infrastructure
    Major Chinese CSPs are now pushing towards making moves in the global AI markets, as Huawei, Tencent, and others allocate massive capital.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 336 มุมมอง 0 รีวิว
  • ตอนที่พูดถึง “งานเงินดีในวงการเซมิคอนดักเตอร์” ส่วนใหญ่คนมักจะนึกถึง TSMC — เจ้าพ่อโรงงานผลิตชิปของโลกที่รับผลิตให้ Apple, Nvidia ฯลฯ แต่ข้อมูลล่าสุดจากรายงานของ ITHome กลับเผยสิ่งตรงกันข้ามเล็กน้อย: → พนักงานทั่วไป (non-executive, full-time) ที่ MediaTek ได้เงินเดือนเฉลี่ยสูงสุดในไต้หวัน คือ NT$4.31 ล้าน/ปี (~$149,000) → ขณะที่ TSMC อยู่อันดับ 7 เท่านั้น ด้วยค่าเฉลี่ย NT$3.391 ล้าน/ปี (~$117,000) → Realtek ตามมาในอันดับ 2 ด้วย NT$3.915 ล้าน/ปี (~$135,000)

    นั่นหมายความว่า MediaTek เป็นบริษัทเดียวที่จ่ายเกิน 4 ล้านไต้หวันดอลลาร์/ปี ให้พนักงานทั่วไป และที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือ… ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นถึง 14.81% จากปี 2023 สวนทางกับหลายบริษัทที่กำลังรัดเข็มขัด

    เหตุผลอาจมาจากหลายด้าน เช่น
    - MediaTek มีพนักงานเพียง ~22,000 คน เทียบกับ TSMC ที่มีมากถึง ~83,000 คน
    - แปลว่าอาจบริหารสัดส่วนค่าตอบแทน–ประสิทธิภาพเฉลี่ยได้เข้มข้นกว่า
    - และที่สำคัญ — MediaTek ยังได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน “บริษัทน่าทำงานด้วยที่สุด” ของไต้หวันด้วย

    https://wccftech.com/mediatek-only-taiwan-listed-company-whose-employees-are-paid-nt4-million-annually/
    ตอนที่พูดถึง “งานเงินดีในวงการเซมิคอนดักเตอร์” ส่วนใหญ่คนมักจะนึกถึง TSMC — เจ้าพ่อโรงงานผลิตชิปของโลกที่รับผลิตให้ Apple, Nvidia ฯลฯ แต่ข้อมูลล่าสุดจากรายงานของ ITHome กลับเผยสิ่งตรงกันข้ามเล็กน้อย: → พนักงานทั่วไป (non-executive, full-time) ที่ MediaTek ได้เงินเดือนเฉลี่ยสูงสุดในไต้หวัน คือ NT$4.31 ล้าน/ปี (~$149,000) → ขณะที่ TSMC อยู่อันดับ 7 เท่านั้น ด้วยค่าเฉลี่ย NT$3.391 ล้าน/ปี (~$117,000) → Realtek ตามมาในอันดับ 2 ด้วย NT$3.915 ล้าน/ปี (~$135,000) นั่นหมายความว่า MediaTek เป็นบริษัทเดียวที่จ่ายเกิน 4 ล้านไต้หวันดอลลาร์/ปี ให้พนักงานทั่วไป และที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือ… ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นถึง 14.81% จากปี 2023 สวนทางกับหลายบริษัทที่กำลังรัดเข็มขัด เหตุผลอาจมาจากหลายด้าน เช่น - MediaTek มีพนักงานเพียง ~22,000 คน เทียบกับ TSMC ที่มีมากถึง ~83,000 คน - แปลว่าอาจบริหารสัดส่วนค่าตอบแทน–ประสิทธิภาพเฉลี่ยได้เข้มข้นกว่า - และที่สำคัญ — MediaTek ยังได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน “บริษัทน่าทำงานด้วยที่สุด” ของไต้หวันด้วย https://wccftech.com/mediatek-only-taiwan-listed-company-whose-employees-are-paid-nt4-million-annually/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 210 มุมมอง 0 รีวิว
  • ถึงแม้สหรัฐจะคว่ำบาตรจีน ห้ามส่งออกเครื่องจักรลิธอกราฟีรุ่นใหม่ หรือซอฟต์แวร์ออกแบบชิป แต่จีนกลับใช้วิธี “ลงทุนสร้างโรงงานมากขึ้น” เพื่อเร่งความพึ่งพาตนเอง

    ตอนนี้จีนมีโรงงานผลิตเวเฟอร์ (fab) จำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะบริษัทอย่าง Huahong Semiconductor ที่เพิ่งเปิดโรงงานขนาด 12 นิ้วที่เมือง Wuxi และแค่ในปี 2024 ปีเดียว จีนผลิตเวเฟอร์ได้ถึง 8.85 ล้านแผ่นต่อเดือน เพิ่มขึ้น 15% จากปีที่แล้ว และคาดว่าจะทะลุ 10.1 ล้านแผ่น/เดือนในปี 2025

    บริษัทวิจัย Yole Group คาดว่าภายในปี 2030 จีนจะถือกำลังการผลิตเวเฟอร์ทั่วโลกถึง 30% แซงหน้าไต้หวัน (23%) และเกาหลีใต้ (19%) ซึ่งหมายความว่า จีนจะกลายเป็น hub การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก

    แม้จะมีจุดอ่อนเรื่องการผลิต “ชิประดับแนวหน้า” (เพราะถูกจำกัดเทคโนโลยี) แต่การที่จีนควบคุมการผลิต “จำนวนมาก” ได้ ย่อมสร้างอำนาจต่อรองในตลาดโลกอย่างมหาศาล

    จีนคาดว่าจะมีส่วนแบ่งกำลังผลิตเวเฟอร์ทั่วโลกถึง 30% ภายในปี 2030  
    • แซงหน้าไต้หวัน (23%) และเกาหลีใต้ (19%)  
    • ตามข้อมูลของบริษัทวิเคราะห์ Yole Group

    ปัจจุบันจีนมีส่วนแบ่งการผลิตเวเฟอร์อยู่ที่ 21% (ไต้หวันนำที่ 23%)  
    • ญี่ปุ่น 13%, สหรัฐ 10%, ยุโรป 8%

    จีนผลิตเวเฟอร์ได้ 8.85 ล้านแผ่น/เดือนในปี 2024 → คาดว่าจะเพิ่มเป็น 10.1 ล้านในปี 2025  
    • เติบโต ~15% ต่อปี แม้เผชิญข้อจำกัดจากการคว่ำบาตร

    มีการเปิดโรงงานใหม่อย่างน้อย 18 แห่งในปีที่ผ่านมา  
    • รวมถึงโรงงานใหม่ของ Huahong Semiconductor ในเมือง Wuxi

    สหรัฐใช้เซมิคอนดักเตอร์มากที่สุด (57% ของความต้องการโลก) แต่ผลิตได้แค่ 10% ของโลก  
    • ต้องนำเข้าจากจีน, ไต้หวัน, เกาหลีใต้ เป็นหลัก

    ยุโรปและญี่ปุ่นผลิตพอใช้ภายในประเทศเป็นส่วนใหญ่  
    • ขณะที่สิงคโปร์และมาเลเซียมีส่วนแบ่ง ~6% โดยส่วนใหญ่ผลิตให้ตลาดต่างประเทศ

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/china-could-be-the-worlds-top-semiconductor-foundry-hub-by-2030-despite-us-curbs-nation-to-hold-30-percent-of-global-installed-capacity-surpassing-taiwan
    ถึงแม้สหรัฐจะคว่ำบาตรจีน ห้ามส่งออกเครื่องจักรลิธอกราฟีรุ่นใหม่ หรือซอฟต์แวร์ออกแบบชิป แต่จีนกลับใช้วิธี “ลงทุนสร้างโรงงานมากขึ้น” เพื่อเร่งความพึ่งพาตนเอง ตอนนี้จีนมีโรงงานผลิตเวเฟอร์ (fab) จำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะบริษัทอย่าง Huahong Semiconductor ที่เพิ่งเปิดโรงงานขนาด 12 นิ้วที่เมือง Wuxi และแค่ในปี 2024 ปีเดียว จีนผลิตเวเฟอร์ได้ถึง 8.85 ล้านแผ่นต่อเดือน เพิ่มขึ้น 15% จากปีที่แล้ว และคาดว่าจะทะลุ 10.1 ล้านแผ่น/เดือนในปี 2025 บริษัทวิจัย Yole Group คาดว่าภายในปี 2030 จีนจะถือกำลังการผลิตเวเฟอร์ทั่วโลกถึง 30% แซงหน้าไต้หวัน (23%) และเกาหลีใต้ (19%) ซึ่งหมายความว่า จีนจะกลายเป็น hub การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก แม้จะมีจุดอ่อนเรื่องการผลิต “ชิประดับแนวหน้า” (เพราะถูกจำกัดเทคโนโลยี) แต่การที่จีนควบคุมการผลิต “จำนวนมาก” ได้ ย่อมสร้างอำนาจต่อรองในตลาดโลกอย่างมหาศาล ✅ จีนคาดว่าจะมีส่วนแบ่งกำลังผลิตเวเฟอร์ทั่วโลกถึง 30% ภายในปี 2030   • แซงหน้าไต้หวัน (23%) และเกาหลีใต้ (19%)   • ตามข้อมูลของบริษัทวิเคราะห์ Yole Group ✅ ปัจจุบันจีนมีส่วนแบ่งการผลิตเวเฟอร์อยู่ที่ 21% (ไต้หวันนำที่ 23%)   • ญี่ปุ่น 13%, สหรัฐ 10%, ยุโรป 8% ✅ จีนผลิตเวเฟอร์ได้ 8.85 ล้านแผ่น/เดือนในปี 2024 → คาดว่าจะเพิ่มเป็น 10.1 ล้านในปี 2025   • เติบโต ~15% ต่อปี แม้เผชิญข้อจำกัดจากการคว่ำบาตร ✅ มีการเปิดโรงงานใหม่อย่างน้อย 18 แห่งในปีที่ผ่านมา   • รวมถึงโรงงานใหม่ของ Huahong Semiconductor ในเมือง Wuxi ✅ สหรัฐใช้เซมิคอนดักเตอร์มากที่สุด (57% ของความต้องการโลก) แต่ผลิตได้แค่ 10% ของโลก   • ต้องนำเข้าจากจีน, ไต้หวัน, เกาหลีใต้ เป็นหลัก ✅ ยุโรปและญี่ปุ่นผลิตพอใช้ภายในประเทศเป็นส่วนใหญ่   • ขณะที่สิงคโปร์และมาเลเซียมีส่วนแบ่ง ~6% โดยส่วนใหญ่ผลิตให้ตลาดต่างประเทศ https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/china-could-be-the-worlds-top-semiconductor-foundry-hub-by-2030-despite-us-curbs-nation-to-hold-30-percent-of-global-installed-capacity-surpassing-taiwan
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 362 มุมมอง 0 รีวิว
  • ไต้หวันโดยกระทรวงเศรษฐกิจอัปเดตรายชื่อบริษัทจีนที่ถูกจำกัดการส่งออก “สินค้าหรือเทคโนโลยีสำคัญ” เพิ่มอีก 601 แห่ง โดยมีเป้าหมายใหญ่คือพวกที่เกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึง Huawei และ SMIC ซึ่งเคยซื้อชิปจาก TSMC มาก่อน

    บริษัทเหล่านี้ต้องขอใบอนุญาตจากรัฐก่อนถึงจะนำเข้าเทคโนโลยีชิปจากบริษัทไต้หวันได้ — ถ้าไม่มีใบอนุญาต ด่านศุลกากรจะสกัดทันที

    แม้ไม่ได้บอกว่า “ห้ามส่งออกโดยสิ้นเชิง” แต่ก็นับว่าเป็นการ “บล็อกกลาย ๆ” และเป็นการเดินเกมตามแนวทางของสหรัฐฯ ที่ต้องการจำกัดเทคโนโลยีจีนในระดับโลก

    จีนไม่พอใจทันที — โดยโฆษกของสภารัฐกิจของจีนใช้คำว่า “ต่ำช้า” และเตือนว่าจะมีการตอบโต้เพื่อ “ปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของประเทศ”

    มาตรการโต้กลับที่เป็นไปได้มีตั้งแต่:
    - จำกัดการนำเข้าผลิตภัณฑ์ non-tech จากไต้หวัน
    - ห้ามบริษัทไต้หวันในจีนทำธุรกิจ
    - บล็อกการใช้แรร์เอิร์ธหรือวัตถุดิบสำคัญสำหรับไต้หวัน
    - เร่งผลิตชิปราคาถูก (mature node) มาทำลายราคาตลาดชิป

    และที่น่ากังวลกว่านั้นคือความตึงเครียดระหว่างช่องแคบไต้หวันอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองเชิงกลยุทธ์มากขึ้นเรื่อย ๆ

    ไต้หวันเพิ่มรายชื่อบริษัทจีนที่ถูกจำกัดการส่งออกเป็น 601 ราย  
    • รวมถึง Huawei และ SMIC ผู้เล่นหลักของวงการชิปจีน  
    • ต้องขอใบอนุญาตก่อนนำเข้าสินค้า/บริการจากไต้หวัน

    เป้าหมายคือการจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงของจีน  
    • เดินเกมสอดคล้องกับนโยบายสหรัฐและชาติพันธมิตร

    จีนแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง โดยระบุว่าเป็นการละเมิดความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองฟากฝั่ง  
    • เรียกการกระทำว่า “น่ารังเกียจและน่าประณามที่สุด”

    โฆษกสภารัฐกิจจีนระบุว่าจะใช้ “มาตรการที่รุนแรง” เพื่อตอบโต้และปกป้องห่วงโซ่การผลิตเทคโนโลยีของตัวเอง

    จุดเริ่มต้นของการจำกัดนี้มาจากการที่ Huawei ลักลอบสั่งซื้อชิป TSMC ผ่านช่องทางที่แหกกฎของสหรัฐ

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/china-vows-to-retaliate-against-taiwan-for-blacklisting-huawei-smic-from-chip-tech-such-despicable-acts-are-utterly-contemptible-says-china-spokesperson
    ไต้หวันโดยกระทรวงเศรษฐกิจอัปเดตรายชื่อบริษัทจีนที่ถูกจำกัดการส่งออก “สินค้าหรือเทคโนโลยีสำคัญ” เพิ่มอีก 601 แห่ง โดยมีเป้าหมายใหญ่คือพวกที่เกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึง Huawei และ SMIC ซึ่งเคยซื้อชิปจาก TSMC มาก่อน บริษัทเหล่านี้ต้องขอใบอนุญาตจากรัฐก่อนถึงจะนำเข้าเทคโนโลยีชิปจากบริษัทไต้หวันได้ — ถ้าไม่มีใบอนุญาต ด่านศุลกากรจะสกัดทันที แม้ไม่ได้บอกว่า “ห้ามส่งออกโดยสิ้นเชิง” แต่ก็นับว่าเป็นการ “บล็อกกลาย ๆ” และเป็นการเดินเกมตามแนวทางของสหรัฐฯ ที่ต้องการจำกัดเทคโนโลยีจีนในระดับโลก จีนไม่พอใจทันที — โดยโฆษกของสภารัฐกิจของจีนใช้คำว่า “ต่ำช้า” และเตือนว่าจะมีการตอบโต้เพื่อ “ปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของประเทศ” มาตรการโต้กลับที่เป็นไปได้มีตั้งแต่: - จำกัดการนำเข้าผลิตภัณฑ์ non-tech จากไต้หวัน - ห้ามบริษัทไต้หวันในจีนทำธุรกิจ - บล็อกการใช้แรร์เอิร์ธหรือวัตถุดิบสำคัญสำหรับไต้หวัน - เร่งผลิตชิปราคาถูก (mature node) มาทำลายราคาตลาดชิป และที่น่ากังวลกว่านั้นคือความตึงเครียดระหว่างช่องแคบไต้หวันอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองเชิงกลยุทธ์มากขึ้นเรื่อย ๆ ✅ ไต้หวันเพิ่มรายชื่อบริษัทจีนที่ถูกจำกัดการส่งออกเป็น 601 ราย   • รวมถึง Huawei และ SMIC ผู้เล่นหลักของวงการชิปจีน   • ต้องขอใบอนุญาตก่อนนำเข้าสินค้า/บริการจากไต้หวัน ✅ เป้าหมายคือการจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงของจีน   • เดินเกมสอดคล้องกับนโยบายสหรัฐและชาติพันธมิตร ✅ จีนแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง โดยระบุว่าเป็นการละเมิดความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองฟากฝั่ง   • เรียกการกระทำว่า “น่ารังเกียจและน่าประณามที่สุด” ✅ โฆษกสภารัฐกิจจีนระบุว่าจะใช้ “มาตรการที่รุนแรง” เพื่อตอบโต้และปกป้องห่วงโซ่การผลิตเทคโนโลยีของตัวเอง ✅ จุดเริ่มต้นของการจำกัดนี้มาจากการที่ Huawei ลักลอบสั่งซื้อชิป TSMC ผ่านช่องทางที่แหกกฎของสหรัฐ https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/china-vows-to-retaliate-against-taiwan-for-blacklisting-huawei-smic-from-chip-tech-such-despicable-acts-are-utterly-contemptible-says-china-spokesperson
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 278 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าวดีสำหรับสายเที่ยว! ไต้หวันต่ออายุ “ฟรีวีซ่า” สำหรับคนไทยอีก 1 ปี

    ตั้งแต่ 1 ส.ค. 2568 - 31 ก.ค. 2569 คนไทยเที่ยวไต้หวันได้ **ไม่ต้องขอวีซ่า**
    ใช้แค่พาสปอร์ต ก็จองตั๋วบินตรงได้เลย ไม่ต้องรอ!
    มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการกวนหง” ที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวจากอาเซียน
    เดินทางง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้น เที่ยวได้มั่นใจขึ้น!

    #ฟรีวีซ่าไต้หวัน #เที่ยวไต้หวัน #TaiwanTravel #ข่าวดีสำหรับคนไทย #เที่ยวสบายไม่ต้องขอวีซ่า #เที่ยวเอเชีย #อัพเดทข่าวท่องเที่ยว #NEW #Travel
    🎉 ข่าวดีสำหรับสายเที่ยว! ไต้หวันต่ออายุ “ฟรีวีซ่า” สำหรับคนไทยอีก 1 ปี ✈️ 📌 ตั้งแต่ 1 ส.ค. 2568 - 31 ก.ค. 2569 คนไทยเที่ยวไต้หวันได้ **ไม่ต้องขอวีซ่า** 💼 ใช้แค่พาสปอร์ต ก็จองตั๋วบินตรงได้เลย ไม่ต้องรอ! 🌏 มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการกวนหง” ที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวจากอาเซียน 💡 เดินทางง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้น เที่ยวได้มั่นใจขึ้น! #ฟรีวีซ่าไต้หวัน #เที่ยวไต้หวัน #TaiwanTravel #ข่าวดีสำหรับคนไทย #เที่ยวสบายไม่ต้องขอวีซ่า #เที่ยวเอเชีย #อัพเดทข่าวท่องเที่ยว #NEW #Travel
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 351 มุมมอง 0 รีวิว
  • ไต้หวันแบนการส่งออกชิปให้ Huawei และ SMIC
    รัฐบาลไต้หวันได้เพิ่ม Huawei และ SMIC เข้าไปในรายชื่อบริษัทที่ถูกควบคุมการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งเป็นมาตรการที่เข้มงวดขึ้นหลังจากพบว่า Huaweiใช้บริษัทตัวกลางเพื่อหลอกให้ TSMC ผลิตชิป AI จำนวน 2 ล้านตัว แม้จะถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรไปแล้ว

    รายละเอียดมาตรการแบน
    - Huawei และ SMIC ต้อง ขอใบอนุญาตส่งออก จากบริษัทไต้หวันก่อนรับสินค้า
    - รายชื่อบริษัทที่ถูกแบนของไต้หวันรวมถึง Taliban, al-Qaeda, อิหร่าน, รัสเซีย, อัฟกานิสถาน และเกาหลีเหนือ
    - การแบนนี้เกิดขึ้นหลังจาก TSMC ถูกปรับเงินจำนวนมาก เนื่องจากผลิตชิปให้ Huawei โดยไม่ได้ตั้งใจ
    - บริษัทอื่นๆ เช่น UMC, ASE, SPIL และ Nanya ก็ต้องปฏิบัติตามข้อจำกัดใหม่

    ข้อควรระวัง
    - Huawei อาจหาทางเลี่ยงมาตรการแบน โดยใช้บริษัทตัวกลางอื่นๆ
    - การแบนอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของจีน ทำให้ต้องพึ่งพาการผลิตภายในประเทศมากขึ้น
    - อาจเกิดความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและไต้หวัน ซึ่งอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก

    ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
    แนวโน้มตลาดชิป
    - สหรัฐฯ ได้ขอให้ TSMC หยุดส่งออกชิปขั้นสูงให้จีน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
    - มีการคาดการณ์ว่า จีนอาจเร่งพัฒนาเทคโนโลยีชิปของตนเอง เพื่อลดการพึ่งพาต่างประเทศ
    - บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ในไต้หวันอาจได้รับผลกระทบ จากการลดคำสั่งซื้อจากจีน

    ข้อควรระวังเกี่ยวกับตลาดชิป
    - การควบคุมการส่งออกอาจทำให้เกิดการลักลอบนำเข้าชิป ผ่านช่องทางที่ไม่เป็นทางการ
    - จีนอาจตอบโต้ด้วยมาตรการทางเศรษฐกิจ เช่น การจำกัดการส่งออกแร่หายากที่ใช้ผลิตชิป
    - ต้องจับตาดูการพัฒนาเทคโนโลยีของจีน ว่าจะสามารถแข่งขันกับไต้หวันและสหรัฐฯ ได้หรือไม่

    แนวทางการควบคุมเทคโนโลยีขั้นสูง
    มาตรการของสหรัฐฯ และไต้หวัน
    - สหรัฐฯ ได้ออกมาตรการ ห้ามใช้ชิป Huawei Ascend ในหลายประเทศ
    - ไต้หวันกำลังพิจารณา เพิ่มข้อจำกัดในการส่งออกเทคโนโลยีการผลิตชิปขั้นสูง
    - มีการคาดการณ์ว่า มาตรการแบนอาจขยายไปถึงบริษัทอื่นๆ ในจีน ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา AI

    ข้อควรระวังเกี่ยวกับการควบคุมเทคโนโลยี
    - อาจเกิดการแข่งขันด้านเทคโนโลยีที่รุนแรงขึ้น ระหว่างจีนและตะวันตก
    - การควบคุมที่เข้มงวดอาจทำให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีแบบปิดกั้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม
    - ต้องมีการกำหนดมาตรฐานที่ชัดเจน เพื่อให้การควบคุมเทคโนโลยีเป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรม

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/taiwan-bans-chip-exports-to-huawei-smic-ban-comes-after-huawei-tricked-tsmc-into-making-one-million-ai-processors-despite-us-restrictions
    🔍 ไต้หวันแบนการส่งออกชิปให้ Huawei และ SMIC รัฐบาลไต้หวันได้เพิ่ม Huawei และ SMIC เข้าไปในรายชื่อบริษัทที่ถูกควบคุมการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งเป็นมาตรการที่เข้มงวดขึ้นหลังจากพบว่า Huaweiใช้บริษัทตัวกลางเพื่อหลอกให้ TSMC ผลิตชิป AI จำนวน 2 ล้านตัว แม้จะถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรไปแล้ว ✅ รายละเอียดมาตรการแบน - Huawei และ SMIC ต้อง ขอใบอนุญาตส่งออก จากบริษัทไต้หวันก่อนรับสินค้า - รายชื่อบริษัทที่ถูกแบนของไต้หวันรวมถึง Taliban, al-Qaeda, อิหร่าน, รัสเซีย, อัฟกานิสถาน และเกาหลีเหนือ - การแบนนี้เกิดขึ้นหลังจาก TSMC ถูกปรับเงินจำนวนมาก เนื่องจากผลิตชิปให้ Huawei โดยไม่ได้ตั้งใจ - บริษัทอื่นๆ เช่น UMC, ASE, SPIL และ Nanya ก็ต้องปฏิบัติตามข้อจำกัดใหม่ ‼️ ข้อควรระวัง - Huawei อาจหาทางเลี่ยงมาตรการแบน โดยใช้บริษัทตัวกลางอื่นๆ - การแบนอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของจีน ทำให้ต้องพึ่งพาการผลิตภายในประเทศมากขึ้น - อาจเกิดความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและไต้หวัน ซึ่งอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก 🌍 ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ✅ แนวโน้มตลาดชิป - สหรัฐฯ ได้ขอให้ TSMC หยุดส่งออกชิปขั้นสูงให้จีน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา - มีการคาดการณ์ว่า จีนอาจเร่งพัฒนาเทคโนโลยีชิปของตนเอง เพื่อลดการพึ่งพาต่างประเทศ - บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ในไต้หวันอาจได้รับผลกระทบ จากการลดคำสั่งซื้อจากจีน ‼️ ข้อควรระวังเกี่ยวกับตลาดชิป - การควบคุมการส่งออกอาจทำให้เกิดการลักลอบนำเข้าชิป ผ่านช่องทางที่ไม่เป็นทางการ - จีนอาจตอบโต้ด้วยมาตรการทางเศรษฐกิจ เช่น การจำกัดการส่งออกแร่หายากที่ใช้ผลิตชิป - ต้องจับตาดูการพัฒนาเทคโนโลยีของจีน ว่าจะสามารถแข่งขันกับไต้หวันและสหรัฐฯ ได้หรือไม่ 🛡️ แนวทางการควบคุมเทคโนโลยีขั้นสูง ✅ มาตรการของสหรัฐฯ และไต้หวัน - สหรัฐฯ ได้ออกมาตรการ ห้ามใช้ชิป Huawei Ascend ในหลายประเทศ - ไต้หวันกำลังพิจารณา เพิ่มข้อจำกัดในการส่งออกเทคโนโลยีการผลิตชิปขั้นสูง - มีการคาดการณ์ว่า มาตรการแบนอาจขยายไปถึงบริษัทอื่นๆ ในจีน ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา AI ‼️ ข้อควรระวังเกี่ยวกับการควบคุมเทคโนโลยี - อาจเกิดการแข่งขันด้านเทคโนโลยีที่รุนแรงขึ้น ระหว่างจีนและตะวันตก - การควบคุมที่เข้มงวดอาจทำให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีแบบปิดกั้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม - ต้องมีการกำหนดมาตรฐานที่ชัดเจน เพื่อให้การควบคุมเทคโนโลยีเป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรม https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/taiwan-bans-chip-exports-to-huawei-smic-ban-comes-after-huawei-tricked-tsmc-into-making-one-million-ai-processors-despite-us-restrictions
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 371 มุมมอง 0 รีวิว
  • CV รัฐบาลอเมริกาล่าสุด:

    ไม่มีสงครามใหญ่ใดๆ ที่จักรวรรดิ์นิยมอเมริกาไม่มีเอี่ยว

    ๑.อเมริกาเป็นต้นเหตุของสงครามรัสเซีย-ยูเครนทั้งหมด
    https://www.youtube.com/watch?v=uE7FikutsUk
    ๒.อเมริกาเป็นผู้สนับสนุนรายสำคัญให้เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์
    ๓.อเมริกากำลังหาเรื่องก่อสงครามที่ทะเลจีนใต้กับจีน
    ๔.อเมริกากำลังหาเรื่องก่อสงครามกับอิหร่าน

    ล่าสุด หลังจากปั่นกระแสสงครามที่ยูเครนและไต้หวันแล้ว

    ๑.ต้นเดือนที่แล้ว ทรัมป์อนุมัติให้ขายอาวุธแก่ยูเครน มีมูลค่า ๕๐ พันล้านดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา ยุให้ยูเครนทำสงครามกับรัสเซียต่อ แต่ต่อหน้าสาธารณชน ทำทีเป็นอยากให้สงครามยุติ

    https://www.pravda.com.ua/eng/news/2025/05/1/7510031/

    ๒.ปลายเดือนที่แล้ว โดนัลด์ ทรัมป์อนุมัติขายอาวุธให้ไต้หวัน มูลค่า ๑๘.๓ พันล้านดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา

    https://www.reuters.com/world/china/trump-aims-exceed-first-terms-weapons-sales-taiwan-officials-say-2025-05-30/

    จักรวรรดิ์นิยมอเมริกายุให้นานาชาติก่อสงคราม แล้วตนเองก็เป็นนายหน้าค้าขายอาวุธให้บรรษัทผลิตอาวุธที่ยิวหรือเครือข่ายยิวเป็นเจ้าของ โดยที่บรรษัทผลิตอาวุธเหล่านี้ นักการเมืองถือหุ้นได้ด้วย

    ถ้ามีการชิงรางวัล *ผู้นำสาระเลวแห่งปี* (The Bastard Leadership Award of the Year) ทรัมป์น่าจะได้ร่วมครองกับเนตันยาฮูของอิสราเอลโดยไม่ต้องสงสัย
    CV รัฐบาลอเมริกาล่าสุด: ไม่มีสงครามใหญ่ใดๆ ที่จักรวรรดิ์นิยมอเมริกาไม่มีเอี่ยว ๑.อเมริกาเป็นต้นเหตุของสงครามรัสเซีย-ยูเครนทั้งหมด https://www.youtube.com/watch?v=uE7FikutsUk ๒.อเมริกาเป็นผู้สนับสนุนรายสำคัญให้เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ ๓.อเมริกากำลังหาเรื่องก่อสงครามที่ทะเลจีนใต้กับจีน ๔.อเมริกากำลังหาเรื่องก่อสงครามกับอิหร่าน ล่าสุด หลังจากปั่นกระแสสงครามที่ยูเครนและไต้หวันแล้ว ๑.ต้นเดือนที่แล้ว ทรัมป์อนุมัติให้ขายอาวุธแก่ยูเครน มีมูลค่า ๕๐ พันล้านดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา ยุให้ยูเครนทำสงครามกับรัสเซียต่อ แต่ต่อหน้าสาธารณชน ทำทีเป็นอยากให้สงครามยุติ https://www.pravda.com.ua/eng/news/2025/05/1/7510031/ ๒.ปลายเดือนที่แล้ว โดนัลด์ ทรัมป์อนุมัติขายอาวุธให้ไต้หวัน มูลค่า ๑๘.๓ พันล้านดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา https://www.reuters.com/world/china/trump-aims-exceed-first-terms-weapons-sales-taiwan-officials-say-2025-05-30/ จักรวรรดิ์นิยมอเมริกายุให้นานาชาติก่อสงคราม แล้วตนเองก็เป็นนายหน้าค้าขายอาวุธให้บรรษัทผลิตอาวุธที่ยิวหรือเครือข่ายยิวเป็นเจ้าของ โดยที่บรรษัทผลิตอาวุธเหล่านี้ นักการเมืองถือหุ้นได้ด้วย ถ้ามีการชิงรางวัล *ผู้นำสาระเลวแห่งปี* (The Bastard Leadership Award of the Year) ทรัมป์น่าจะได้ร่วมครองกับเนตันยาฮูของอิสราเอลโดยไม่ต้องสงสัย
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 408 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลุงหล่ะงงใจกับไต้หวัน บอกว่าตัวเองไม่ใช่จีน แต่จะทำอะไรต้องไปหารือสหรัฐฯ ?! คืออยากรัฐของอเมริกามากกว่า !??!

    TSMC อาจสร้างโรงงานผลิตชิปใน UAE: การเจรจากับสหรัฐฯ กลับมาอีกครั้ง

    Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) กำลังอยู่ในขั้นตอนการเจรจากับ รัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อพิจารณาการสร้าง โรงงานผลิตชิปในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซึ่งอาจมีขนาดใกล้เคียงกับโรงงานที่กำลังสร้างใน รัฐแอริโซนา

    TSMC ได้พบกับ Steve Witkoff ทูตพิเศษของสหรัฐฯ ประจำตะวันออกกลาง และ MGX บริษัทลงทุนของรัฐบาล UAE เพื่อหารือเกี่ยวกับ การลงทุนและการสร้างโรงงานผลิตชิป

    ก่อนหน้านี้ Samsung และ TSMC เคยพิจารณาสร้างโรงงานใน UAE ในไตรมาสที่ 3 ปี 2024 แต่การเจรจาในอดีตไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจาก รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการควบคุมโรงงานโดยตรง ซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับของ UAE

    ข้อมูลจากข่าว
    - TSMC กำลังเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อสร้างโรงงานผลิตชิปใน UAE
    - โรงงานอาจมีขนาดใกล้เคียงกับโรงงานที่กำลังสร้างในรัฐแอริโซนา
    - TSMC พบกับ Steve Witkoff และ MGX เพื่อหารือเกี่ยวกับการลงทุน
    - Samsung และ TSMC เคยพิจารณาสร้างโรงงานใน UAE ในปี 2024 แต่การเจรจาไม่สำเร็จ
    - UAE ต้องการเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของตะวันออกกลาง และได้รับอนุมัติให้ซื้อ Nvidia AI GPUs ผ่าน G42

    คำเตือนที่ควรพิจารณา
    - รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการควบคุมโรงงานโดยตรง ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการเจรจา
    - UAE ไม่มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเพียงพอในการสร้างและดำเนินงานโรงงานผลิตชิป
    - การดึงบุคลากรจากโรงงานอื่นของ TSMC อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในสหรัฐฯ
    - ความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่าง UAE กับจีนและอิหร่านอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ

    UAE กำลังผลักดันให้ กลายเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของตะวันออกกลาง และหากโครงการนี้สำเร็จ อาจช่วยให้ภูมิภาคมีความสามารถในการผลิตชิปขั้นสูง อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามว่าการเจรจาจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้หรือไม่

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/tsmc-reopening-discussions-with-washington-to-build-chip-manufacturing-plant-in-uae-report
    ลุงหล่ะงงใจกับไต้หวัน บอกว่าตัวเองไม่ใช่จีน แต่จะทำอะไรต้องไปหารือสหรัฐฯ ?! คืออยากรัฐของอเมริกามากกว่า !??! 🏭 TSMC อาจสร้างโรงงานผลิตชิปใน UAE: การเจรจากับสหรัฐฯ กลับมาอีกครั้ง Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) กำลังอยู่ในขั้นตอนการเจรจากับ รัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อพิจารณาการสร้าง โรงงานผลิตชิปในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซึ่งอาจมีขนาดใกล้เคียงกับโรงงานที่กำลังสร้างใน รัฐแอริโซนา TSMC ได้พบกับ Steve Witkoff ทูตพิเศษของสหรัฐฯ ประจำตะวันออกกลาง และ MGX บริษัทลงทุนของรัฐบาล UAE เพื่อหารือเกี่ยวกับ การลงทุนและการสร้างโรงงานผลิตชิป ก่อนหน้านี้ Samsung และ TSMC เคยพิจารณาสร้างโรงงานใน UAE ในไตรมาสที่ 3 ปี 2024 แต่การเจรจาในอดีตไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจาก รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการควบคุมโรงงานโดยตรง ซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับของ UAE ✅ ข้อมูลจากข่าว - TSMC กำลังเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อสร้างโรงงานผลิตชิปใน UAE - โรงงานอาจมีขนาดใกล้เคียงกับโรงงานที่กำลังสร้างในรัฐแอริโซนา - TSMC พบกับ Steve Witkoff และ MGX เพื่อหารือเกี่ยวกับการลงทุน - Samsung และ TSMC เคยพิจารณาสร้างโรงงานใน UAE ในปี 2024 แต่การเจรจาไม่สำเร็จ - UAE ต้องการเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของตะวันออกกลาง และได้รับอนุมัติให้ซื้อ Nvidia AI GPUs ผ่าน G42 ‼️ คำเตือนที่ควรพิจารณา - รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการควบคุมโรงงานโดยตรง ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการเจรจา - UAE ไม่มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเพียงพอในการสร้างและดำเนินงานโรงงานผลิตชิป - การดึงบุคลากรจากโรงงานอื่นของ TSMC อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในสหรัฐฯ - ความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่าง UAE กับจีนและอิหร่านอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ UAE กำลังผลักดันให้ กลายเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของตะวันออกกลาง และหากโครงการนี้สำเร็จ อาจช่วยให้ภูมิภาคมีความสามารถในการผลิตชิปขั้นสูง อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามว่าการเจรจาจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้หรือไม่ https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/tsmc-reopening-discussions-with-washington-to-build-chip-manufacturing-plant-in-uae-report
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 366 มุมมอง 0 รีวิว
  • Nvidia เตรียมเปิดตัวเทคโนโลยี AI ใหม่ที่งาน Computex 2025

    Jensen Huang CEO ของ Nvidia จะเปิดงาน Computex 2025 ในไต้หวัน โดยคาดว่าเขาจะนำเสนอ ความก้าวหน้าล่าสุดของบริษัทในด้านระบบเซิร์ฟเวอร์ AI, ผลิตภัณฑ์คลาวด์คอมพิวติ้ง และหุ่นยนต์ งานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญที่ Nvidia ใช้เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ ๆ

    รายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับการนำเสนอของ Nvidia ที่ Computex 2025
    Huang จะกล่าวสุนทรพจน์ 90 นาทีที่ Taipei Music Hall
    - เริ่มเวลา 11:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

    Nvidia เติบโตจากบริษัทผลิตชิปกราฟิกสำหรับเกม สู่ผู้นำด้าน AI
    - หลังจาก ChatGPT เปิดตัวในปี 2022 ความต้องการชิป AI เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

    บริษัทกำลังออกแบบ CPU ที่ใช้เทคโนโลยีของ Arm Holdings
    - คาดว่า จะสามารถรันระบบปฏิบัติการ Windows ได้

    เปิดตัวชิป AI รุ่นใหม่ Blackwell Ultra และ Rubin
    - Blackwell Ultra จะวางจำหน่ายภายในปีนี้
    - Rubin จะตามมาด้วย Feynman processors ในปี 2028

    Nvidia เปิดตัว DGX Spark ซึ่งเป็นชิป AI สำหรับนักวิจัย
    - ออกแบบมาเพื่อ ช่วยพัฒนาโมเดล AI ขนาดใหญ่

    Computex 2025 มีผู้เข้าร่วมกว่า 1,400 ราย
    - เป็นงานใหญ่ครั้งแรกในเอเชียหลังจากที่ ทรัมป์ขู่จะเพิ่มภาษีเพื่อกระตุ้นการผลิตในสหรัฐฯ

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/05/19/nvidia039s-huang-set-to-showcase-latest-ai-tech-at-taiwan039s-computex
    Nvidia เตรียมเปิดตัวเทคโนโลยี AI ใหม่ที่งาน Computex 2025 Jensen Huang CEO ของ Nvidia จะเปิดงาน Computex 2025 ในไต้หวัน โดยคาดว่าเขาจะนำเสนอ ความก้าวหน้าล่าสุดของบริษัทในด้านระบบเซิร์ฟเวอร์ AI, ผลิตภัณฑ์คลาวด์คอมพิวติ้ง และหุ่นยนต์ งานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญที่ Nvidia ใช้เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ ๆ 🔍 รายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับการนำเสนอของ Nvidia ที่ Computex 2025 ✅ Huang จะกล่าวสุนทรพจน์ 90 นาทีที่ Taipei Music Hall - เริ่มเวลา 11:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ✅ Nvidia เติบโตจากบริษัทผลิตชิปกราฟิกสำหรับเกม สู่ผู้นำด้าน AI - หลังจาก ChatGPT เปิดตัวในปี 2022 ความต้องการชิป AI เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ✅ บริษัทกำลังออกแบบ CPU ที่ใช้เทคโนโลยีของ Arm Holdings - คาดว่า จะสามารถรันระบบปฏิบัติการ Windows ได้ ✅ เปิดตัวชิป AI รุ่นใหม่ Blackwell Ultra และ Rubin - Blackwell Ultra จะวางจำหน่ายภายในปีนี้ - Rubin จะตามมาด้วย Feynman processors ในปี 2028 ✅ Nvidia เปิดตัว DGX Spark ซึ่งเป็นชิป AI สำหรับนักวิจัย - ออกแบบมาเพื่อ ช่วยพัฒนาโมเดล AI ขนาดใหญ่ ✅ Computex 2025 มีผู้เข้าร่วมกว่า 1,400 ราย - เป็นงานใหญ่ครั้งแรกในเอเชียหลังจากที่ ทรัมป์ขู่จะเพิ่มภาษีเพื่อกระตุ้นการผลิตในสหรัฐฯ https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/05/19/nvidia039s-huang-set-to-showcase-latest-ai-tech-at-taiwan039s-computex
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Nvidia's Huang set to showcase latest AI tech at Taiwan's Computex
    TAIPEI (Reuters) -Nvidia chief executive Jensen Huang is set to open the Computex trade show in Taiwan on Monday, where he is expected to discuss the company's advancements in artificial intelligence server systems, cloud computing products and robotics.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 491 มุมมอง 0 รีวิว
  • Jensen Huang จัดงานเลี้ยง "Iconic Dinner" ในไต้หวัน พร้อมเผยแผนอนาคตของ NVIDIA

    Jensen Huang CEO ของ NVIDIA จัดงานเลี้ยงกับผู้บริหารระดับสูงในไต้หวัน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วง Computex โดยในปีนี้ เขาได้พบกับผู้บริหารจาก TSMC, MediaTek และ Quanta พร้อมเผยว่า TSMC จะมีงานจำนวนมากในอนาคต เนื่องจากความต้องการชิป AI ที่เพิ่มขึ้น

    รายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับงานเลี้ยงของ Jensen Huang
    Jensen Huang พบกับผู้บริหารจาก TSMC, MediaTek และ Quanta
    - เพื่อ หารือเกี่ยวกับกลยุทธ์ของ NVIDIA ในอนาคต

    TSMC จะมีงานจำนวนมากในอนาคต เนื่องจากความต้องการชิป AI ที่เพิ่มขึ้น
    - โดยเฉพาะ จากบริษัทในตะวันออกกลางที่เริ่มลงทุนใน AI

    NVIDIA วางแผนสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ในไต้หวัน
    - เพื่อ รองรับการเติบโตของธุรกิจ AI

    Jensen Huang เผยว่า NVIDIA กำลังทำงานร่วมกับพันธมิตรในจีน
    - คาดว่าจะมี "โซลูชันใหม่" สำหรับตลาดจีนเร็ว ๆ นี้

    Jensen Huang มีปฏิสัมพันธ์กับสื่อและแจกของที่ระลึกให้กับนักข่าว
    - แสดงให้เห็นถึง บุคลิกที่เป็นมิตรและเข้าถึงง่ายของเขา

    https://wccftech.com/nvidia-ceo-jensen-huang-held-the-iconic-dinner-in-taiwan-with-several-executives/
    Jensen Huang จัดงานเลี้ยง "Iconic Dinner" ในไต้หวัน พร้อมเผยแผนอนาคตของ NVIDIA Jensen Huang CEO ของ NVIDIA จัดงานเลี้ยงกับผู้บริหารระดับสูงในไต้หวัน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วง Computex โดยในปีนี้ เขาได้พบกับผู้บริหารจาก TSMC, MediaTek และ Quanta พร้อมเผยว่า TSMC จะมีงานจำนวนมากในอนาคต เนื่องจากความต้องการชิป AI ที่เพิ่มขึ้น 🔍 รายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับงานเลี้ยงของ Jensen Huang ✅ Jensen Huang พบกับผู้บริหารจาก TSMC, MediaTek และ Quanta - เพื่อ หารือเกี่ยวกับกลยุทธ์ของ NVIDIA ในอนาคต ✅ TSMC จะมีงานจำนวนมากในอนาคต เนื่องจากความต้องการชิป AI ที่เพิ่มขึ้น - โดยเฉพาะ จากบริษัทในตะวันออกกลางที่เริ่มลงทุนใน AI ✅ NVIDIA วางแผนสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ในไต้หวัน - เพื่อ รองรับการเติบโตของธุรกิจ AI ✅ Jensen Huang เผยว่า NVIDIA กำลังทำงานร่วมกับพันธมิตรในจีน - คาดว่าจะมี "โซลูชันใหม่" สำหรับตลาดจีนเร็ว ๆ นี้ ✅ Jensen Huang มีปฏิสัมพันธ์กับสื่อและแจกของที่ระลึกให้กับนักข่าว - แสดงให้เห็นถึง บุคลิกที่เป็นมิตรและเข้าถึงง่ายของเขา https://wccftech.com/nvidia-ceo-jensen-huang-held-the-iconic-dinner-in-taiwan-with-several-executives/
    WCCFTECH.COM
    NVIDIA's CEO Jensen Huang Finally Held The "Iconic" Dinner In Taiwan With Several Executives; Spotted Distributing Souvenirs To The Media
    NVIDIA CEO's visit to Taiwan around the Computex timeline is indeed a memorable moment, especially when it comes to the iconic dinner.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 187 มุมมอง 0 รีวิว
  • การนำเข้า GPU ไปยังมาเลเซียเพิ่มขึ้น 3,400% ในปี 2025: สัญญาณเตือนเกี่ยวกับการลักลอบนำเข้า

    มาเลเซียกำลังเผชิญกับ การเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลของการนำเข้า GPU โดยในเดือนเมษายน 2025 มีการนำเข้า มูลค่ารวม 2.74 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 3,400% จากปี 2023 ข้อมูลนี้มาจาก Taiwan’s International Trade Administration และถูกเผยแพร่โดยผู้ใช้ X @kakashiii111

    การนำเข้า GPU ในมาเลเซียเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้นปี 2025
    - มกราคม: 1.12 พันล้านดอลลาร์ (+700% YoY)
    - กุมภาพันธ์: 627 ล้านดอลลาร์
    - มีนาคม: 1.96 พันล้านดอลลาร์ (+3,400% YoY)
    - เมษายน: 2.74 พันล้านดอลลาร์ (+3,400% YoY)

    การนำเข้า GPU ในมาเลเซียอาจเกี่ยวข้องกับการลักลอบนำเข้าสู่จีน
    - สหรัฐฯ ได้ขอให้มาเลเซีย เพิ่มมาตรการตรวจสอบการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงไปยังจีน

    AI Diffusion Rule จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2025
    - อาจทำให้มาเลเซียกลายเป็น ช่องทางลับสำหรับการนำเข้าเทคโนโลยีที่ถูกจำกัด

    Nvidia อาจไม่เปิดเผยปริมาณการส่งออก GPU ไปยังมาเลเซียอย่างชัดเจน
    - เนื่องจาก ใช้ระบบรายงานรายได้ตามสถานที่เรียกเก็บเงินของลูกค้าแทนที่จะเป็นปลายทางจริงของสินค้า

    การนำเข้า GPU และอุปกรณ์ AI อาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนขยายโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ของมาเลเซีย
    - หรืออาจเป็น ช่องทางสำหรับผู้ซื้อชาวจีนในการหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/gpu-imports-to-malaysia-surge-by-3-400-percent-in-2025-raising-alarm-amid-smuggling-investigations
    การนำเข้า GPU ไปยังมาเลเซียเพิ่มขึ้น 3,400% ในปี 2025: สัญญาณเตือนเกี่ยวกับการลักลอบนำเข้า มาเลเซียกำลังเผชิญกับ การเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลของการนำเข้า GPU โดยในเดือนเมษายน 2025 มีการนำเข้า มูลค่ารวม 2.74 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 3,400% จากปี 2023 ข้อมูลนี้มาจาก Taiwan’s International Trade Administration และถูกเผยแพร่โดยผู้ใช้ X @kakashiii111 ✅ การนำเข้า GPU ในมาเลเซียเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้นปี 2025 - มกราคม: 1.12 พันล้านดอลลาร์ (+700% YoY) - กุมภาพันธ์: 627 ล้านดอลลาร์ - มีนาคม: 1.96 พันล้านดอลลาร์ (+3,400% YoY) - เมษายน: 2.74 พันล้านดอลลาร์ (+3,400% YoY) ✅ การนำเข้า GPU ในมาเลเซียอาจเกี่ยวข้องกับการลักลอบนำเข้าสู่จีน - สหรัฐฯ ได้ขอให้มาเลเซีย เพิ่มมาตรการตรวจสอบการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงไปยังจีน ✅ AI Diffusion Rule จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2025 - อาจทำให้มาเลเซียกลายเป็น ช่องทางลับสำหรับการนำเข้าเทคโนโลยีที่ถูกจำกัด ✅ Nvidia อาจไม่เปิดเผยปริมาณการส่งออก GPU ไปยังมาเลเซียอย่างชัดเจน - เนื่องจาก ใช้ระบบรายงานรายได้ตามสถานที่เรียกเก็บเงินของลูกค้าแทนที่จะเป็นปลายทางจริงของสินค้า ✅ การนำเข้า GPU และอุปกรณ์ AI อาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนขยายโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ของมาเลเซีย - หรืออาจเป็น ช่องทางสำหรับผู้ซื้อชาวจีนในการหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/gpu-imports-to-malaysia-surge-by-3-400-percent-in-2025-raising-alarm-amid-smuggling-investigations
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 370 มุมมอง 0 รีวิว
  • ค่าเงิน ดอลลาร์ไต้หวัน (TWD) แข็งค่าขึ้น 10% เทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD) ซึ่งเป็นการแข็งค่าที่รุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี ส่งผลให้ราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ที่ผลิตในไต้หวันอาจสูงขึ้น

    บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของไต้หวัน เช่น Acer, Asus, Pegatron, Wistron และ Foxconn มีการถือครองพอร์ตสกุลเงินที่หลากหลายเพื่อป้องกันความผันผวน อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของ TWD ครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อ อัตรากำไรของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ เช่น TSMC และ UMC

    ค่าเงินดอลลาร์ไต้หวันแข็งค่าขึ้น 10% เทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
    - เป็นการแข็งค่าที่รุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี
    - อาจทำให้ราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์สูงขึ้น

    บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของไต้หวันมีการถือครองพอร์ตสกุลเงินที่หลากหลาย
    - Acer, Asus, Pegatron, Wistron และ Foxconn พยายามลดผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงิน
    - แต่การแข็งค่าครั้งนี้อาจส่งผลต่อ อัตรากำไรของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ เช่น TSMC และ UMC

    ธนาคารกลางไต้หวันออกแถลงการณ์เพื่อควบคุมสถานการณ์
    - ระบุว่าการแข็งค่าของ TWD เกิดจาก การคาดการณ์เกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างไต้หวันและสหรัฐฯ
    - เตือนให้ระวัง นักเก็งกำไรที่อาจสร้างความผันผวนในตลาด

    ผลกระทบต่อราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในสหรัฐฯ
    - หากค่าเงิน TWD ยังคงแข็งค่า อาจทำให้ ราคาชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สูงขึ้น

    https://www.tomshardware.com/pc-components/10-percent-surge-in-taiwanese-currency-vs-us-dollar-could-hurt-pc-and-components-pricing
    ค่าเงิน ดอลลาร์ไต้หวัน (TWD) แข็งค่าขึ้น 10% เทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD) ซึ่งเป็นการแข็งค่าที่รุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี ส่งผลให้ราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ที่ผลิตในไต้หวันอาจสูงขึ้น บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของไต้หวัน เช่น Acer, Asus, Pegatron, Wistron และ Foxconn มีการถือครองพอร์ตสกุลเงินที่หลากหลายเพื่อป้องกันความผันผวน อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของ TWD ครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อ อัตรากำไรของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ เช่น TSMC และ UMC ✅ ค่าเงินดอลลาร์ไต้หวันแข็งค่าขึ้น 10% เทียบกับดอลลาร์สหรัฐ - เป็นการแข็งค่าที่รุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี - อาจทำให้ราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์สูงขึ้น ✅ บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของไต้หวันมีการถือครองพอร์ตสกุลเงินที่หลากหลาย - Acer, Asus, Pegatron, Wistron และ Foxconn พยายามลดผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงิน - แต่การแข็งค่าครั้งนี้อาจส่งผลต่อ อัตรากำไรของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ เช่น TSMC และ UMC ✅ ธนาคารกลางไต้หวันออกแถลงการณ์เพื่อควบคุมสถานการณ์ - ระบุว่าการแข็งค่าของ TWD เกิดจาก การคาดการณ์เกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างไต้หวันและสหรัฐฯ - เตือนให้ระวัง นักเก็งกำไรที่อาจสร้างความผันผวนในตลาด ✅ ผลกระทบต่อราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในสหรัฐฯ - หากค่าเงิน TWD ยังคงแข็งค่า อาจทำให้ ราคาชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สูงขึ้น https://www.tomshardware.com/pc-components/10-percent-surge-in-taiwanese-currency-vs-us-dollar-could-hurt-pc-and-components-pricing
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    10% surge in Taiwanese currency vs US dollar could hurt PC and components pricing
    We are witnessing the most powerful Taiwan Dollar appreciation in over 30 years.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 216 มุมมอง 0 รีวิว
  • อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยจีนมีส่วนแบ่งตลาดอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้นจาก 6% ในปี 2010 เป็น 38% ในปี 2024 ขณะที่ไต้หวัน, เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นมีส่วนแบ่งตลาดลดลง

    ไต้หวันเริ่มสร้างโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ใน สหรัฐฯ และยุโรป ส่วนญี่ปุ่นมีโครงการโรงงานใหม่เพียงไม่กี่แห่ง แม้ว่า TSMC จะมีแผนสร้างโรงงานใน คุมาโมโตะ

    แม้ว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จีนจะชะลอตัวลงระหว่างปี 2019-2023 เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ต่อ Huawei แต่จีนยังคงเติบโตที่ 9-10% ต่อปี และมีแนวโน้มจะเติบโตต่อไป

    จีนกำลังพัฒนา ระบบลิโทกราฟี EUV ภายในประเทศ โดยใช้เทคโนโลยี laser-induced discharge plasma ซึ่งจะเริ่มทดลองผลิตในไตรมาสที่ 3 ปี 2025 และมีแผนผลิตจำนวนมากในปี 2026

    ส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้น
    - จีนมีส่วนแบ่งตลาดอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้นจาก 6% ในปี 2010 เป็น 38% ในปี 2024
    - ไต้หวัน, เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นมีส่วนแบ่งตลาดลดลง

    การขยายตัวของโรงงานผลิต
    - ไต้หวันเริ่มสร้างโรงงานใน สหรัฐฯ และยุโรป
    - ญี่ปุ่นมีโครงการโรงงานใหม่เพียงไม่กี่แห่ง แม้ว่า TSMC จะมีแผนสร้างโรงงานใน คุมาโมโตะ

    ผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ
    - การเติบโตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จีนชะลอตัวลงระหว่างปี 2019-2023
    - Huawei ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่จีนยังคงเติบโตที่ 9-10% ต่อปี

    การพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศ
    - จีนกำลังพัฒนา ระบบลิโทกราฟี EUV โดยใช้ laser-induced discharge plasma
    - เริ่มทดลองผลิตในไตรมาสที่ 3 ปี 2025 และมีแผนผลิตจำนวนมากในปี 2026

    https://www.techpowerup.com/336222/chinas-semiconductor-equipment-market-share-rises-as-taiwan-korea-and-japan-decline
    อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยจีนมีส่วนแบ่งตลาดอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้นจาก 6% ในปี 2010 เป็น 38% ในปี 2024 ขณะที่ไต้หวัน, เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นมีส่วนแบ่งตลาดลดลง ไต้หวันเริ่มสร้างโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ใน สหรัฐฯ และยุโรป ส่วนญี่ปุ่นมีโครงการโรงงานใหม่เพียงไม่กี่แห่ง แม้ว่า TSMC จะมีแผนสร้างโรงงานใน คุมาโมโตะ แม้ว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จีนจะชะลอตัวลงระหว่างปี 2019-2023 เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ต่อ Huawei แต่จีนยังคงเติบโตที่ 9-10% ต่อปี และมีแนวโน้มจะเติบโตต่อไป จีนกำลังพัฒนา ระบบลิโทกราฟี EUV ภายในประเทศ โดยใช้เทคโนโลยี laser-induced discharge plasma ซึ่งจะเริ่มทดลองผลิตในไตรมาสที่ 3 ปี 2025 และมีแผนผลิตจำนวนมากในปี 2026 ✅ ส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้น - จีนมีส่วนแบ่งตลาดอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้นจาก 6% ในปี 2010 เป็น 38% ในปี 2024 - ไต้หวัน, เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นมีส่วนแบ่งตลาดลดลง ✅ การขยายตัวของโรงงานผลิต - ไต้หวันเริ่มสร้างโรงงานใน สหรัฐฯ และยุโรป - ญี่ปุ่นมีโครงการโรงงานใหม่เพียงไม่กี่แห่ง แม้ว่า TSMC จะมีแผนสร้างโรงงานใน คุมาโมโตะ ✅ ผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ - การเติบโตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จีนชะลอตัวลงระหว่างปี 2019-2023 - Huawei ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่จีนยังคงเติบโตที่ 9-10% ต่อปี ✅ การพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศ - จีนกำลังพัฒนา ระบบลิโทกราฟี EUV โดยใช้ laser-induced discharge plasma - เริ่มทดลองผลิตในไตรมาสที่ 3 ปี 2025 และมีแผนผลิตจำนวนมากในปี 2026 https://www.techpowerup.com/336222/chinas-semiconductor-equipment-market-share-rises-as-taiwan-korea-and-japan-decline
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    China's Semiconductor Equipment Market Share Rises as Taiwan, Korea and Japan Decline
    The global semiconductor industry is experiencing notable shifts, largely influenced by the rapid expansion of the Mainland China market. From 2010 to 2024, China's share of global semiconductor equipment sales rose significantly, from just 6% in 2010 to 38% in 2024. On the other side McKinsey repor...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 315 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลุงคิดว่าเป็นแนวทางที่ฉลาดมาก ไม่งั้นอเมริกาจะได้ทุกอย่างแล้วทิ้งไต้หวันไว้กลางทางได้ แต่ลุงก็คิดว่าทรัมป์ก็คงไม่ยอมเช่นกัน

    รัฐบาลไต้หวันได้ประกาศมาตรการใหม่เพื่อเสริมสร้าง "โล่ซิลิคอน" โดยการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีการผลิตชิปขั้นสูงของ TSMC และการลงทุนในต่างประเทศ มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อปกป้องความมั่นคงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของประเทศ โดยมีการบังคับใช้ข้อจำกัด "N-1" ซึ่งอนุญาตให้ส่งออกเทคโนโลยีการผลิตที่ล้าหลังไปหนึ่งรุ่นเท่านั้น

    มาตรการนี้จะมีผลกระทบต่อการผลิตชิปในสหรัฐฯ ของ TSMC ซึ่งจะถูกจำกัดให้ใช้เทคโนโลยีที่ล้าหลังไปหนึ่งรุ่นจากเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในไต้หวัน นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีสิทธิ์ปฏิเสธหรือยกเลิกการลงทุนในต่างประเทศหากพบว่ามีความเสี่ยงต่อความมั่นคงของประเทศ

    ข้อจำกัด "N-1"
    - จำกัดการส่งออกเทคโนโลยีการผลิตชิปขั้นสูงของ TSMC
    - อนุญาตให้ส่งออกเทคโนโลยีที่ล้าหลังไปหนึ่งรุ่นเท่านั้น

    ผลกระทบต่อ TSMC
    - การผลิตชิปในสหรัฐฯ จะถูกจำกัดให้ใช้เทคโนโลยีที่ล้าหลังไปหนึ่งรุ่น
    - TSMC วางแผนที่จะเพิ่มการลงทุนในสหรัฐฯ เป็น $165 พันล้าน

    การควบคุมการลงทุนในต่างประเทศ
    - รัฐบาลมีสิทธิ์ปฏิเสธหรือยกเลิกการลงทุนที่เสี่ยงต่อความมั่นคงของประเทศ
    - บริษัทที่ลงทุนโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจถูกปรับสูงสุด NT$10 ล้าน

    เป้าหมายของมาตรการ
    - ปกป้องความมั่นคงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของประเทศ

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/taiwans-government-strengthens-silicon-shield-restricts-exports-of-tsmcs-most-advanced-process-technologies
    ลุงคิดว่าเป็นแนวทางที่ฉลาดมาก ไม่งั้นอเมริกาจะได้ทุกอย่างแล้วทิ้งไต้หวันไว้กลางทางได้ แต่ลุงก็คิดว่าทรัมป์ก็คงไม่ยอมเช่นกัน รัฐบาลไต้หวันได้ประกาศมาตรการใหม่เพื่อเสริมสร้าง "โล่ซิลิคอน" โดยการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีการผลิตชิปขั้นสูงของ TSMC และการลงทุนในต่างประเทศ มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อปกป้องความมั่นคงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของประเทศ โดยมีการบังคับใช้ข้อจำกัด "N-1" ซึ่งอนุญาตให้ส่งออกเทคโนโลยีการผลิตที่ล้าหลังไปหนึ่งรุ่นเท่านั้น มาตรการนี้จะมีผลกระทบต่อการผลิตชิปในสหรัฐฯ ของ TSMC ซึ่งจะถูกจำกัดให้ใช้เทคโนโลยีที่ล้าหลังไปหนึ่งรุ่นจากเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในไต้หวัน นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีสิทธิ์ปฏิเสธหรือยกเลิกการลงทุนในต่างประเทศหากพบว่ามีความเสี่ยงต่อความมั่นคงของประเทศ ✅ ข้อจำกัด "N-1" - จำกัดการส่งออกเทคโนโลยีการผลิตชิปขั้นสูงของ TSMC - อนุญาตให้ส่งออกเทคโนโลยีที่ล้าหลังไปหนึ่งรุ่นเท่านั้น ✅ ผลกระทบต่อ TSMC - การผลิตชิปในสหรัฐฯ จะถูกจำกัดให้ใช้เทคโนโลยีที่ล้าหลังไปหนึ่งรุ่น - TSMC วางแผนที่จะเพิ่มการลงทุนในสหรัฐฯ เป็น $165 พันล้าน ✅ การควบคุมการลงทุนในต่างประเทศ - รัฐบาลมีสิทธิ์ปฏิเสธหรือยกเลิกการลงทุนที่เสี่ยงต่อความมั่นคงของประเทศ - บริษัทที่ลงทุนโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจถูกปรับสูงสุด NT$10 ล้าน ✅ เป้าหมายของมาตรการ - ปกป้องความมั่นคงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของประเทศ https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/taiwans-government-strengthens-silicon-shield-restricts-exports-of-tsmcs-most-advanced-process-technologies
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 324 มุมมอง 0 รีวิว
  • บทความนี้กล่าวถึงการตอบสนองของ TSMC (Taiwan Semiconductor Manufacturing Company) ต่อรายงานที่ระบุว่าบริษัทได้จัดส่งชิป AI ขั้นสูงให้กับ Huawei ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีของจีน แม้ว่าจะมีข้อจำกัดจากรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ห้ามการส่งออกชิปขั้นสูงไปยัง Huawei ตั้งแต่ปี 2020 โดย TSMC ยืนยันว่าไม่ได้จัดส่งผลิตภัณฑ์ใดๆ ให้กับ Huawei ตั้งแต่เดือนกันยายน 2020 และได้ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

    TSMC ยืนยันว่าไม่ได้จัดส่งชิปให้ Huawei ตั้งแต่ปี 2020
    - การห้ามส่งออกชิปขั้นสูงไปยัง Huawei เริ่มต้นในเดือนพฤษภาคม 2020 ภายใต้การบริหารของรัฐบาล Trump
    - TSMC ระบุว่าได้หยุดการจัดส่งผลิตภัณฑ์ทั้งหมดให้กับ Huawei ตั้งแต่เดือนกันยายน 2020

    TSMC ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับอย่างเคร่งครัด
    - บริษัทได้สื่อสารกับกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ เกี่ยวกับคำสั่งซื้อที่น่าสงสัย
    - หากพบคำสั่งซื้อที่น่าสงสัย TSMC จะดำเนินการตรวจสอบและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    รายงานระบุว่า Huawei อาจผลิตชิป Ascend ได้เอง
    - มีรายงานว่า Huawei ได้รับแม่พิมพ์ (dies) สำหรับการผลิตชิปก่อนที่ข้อจำกัดจะมีผลบังคับใช้

    TSMC ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง
    - ปัจจุบัน TSMC ใช้กระบวนการผลิต 3 นาโนเมตรสำหรับชิปที่ใช้พลังงานต่ำ เช่น โปรเซสเซอร์สมาร์ทโฟน

    https://wccftech.com/tsmc-breaks-silence-on-reports-it-shipped-advanced-ai-chips-to-chinas-huawei/
    บทความนี้กล่าวถึงการตอบสนองของ TSMC (Taiwan Semiconductor Manufacturing Company) ต่อรายงานที่ระบุว่าบริษัทได้จัดส่งชิป AI ขั้นสูงให้กับ Huawei ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีของจีน แม้ว่าจะมีข้อจำกัดจากรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ห้ามการส่งออกชิปขั้นสูงไปยัง Huawei ตั้งแต่ปี 2020 โดย TSMC ยืนยันว่าไม่ได้จัดส่งผลิตภัณฑ์ใดๆ ให้กับ Huawei ตั้งแต่เดือนกันยายน 2020 และได้ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ✅ TSMC ยืนยันว่าไม่ได้จัดส่งชิปให้ Huawei ตั้งแต่ปี 2020 - การห้ามส่งออกชิปขั้นสูงไปยัง Huawei เริ่มต้นในเดือนพฤษภาคม 2020 ภายใต้การบริหารของรัฐบาล Trump - TSMC ระบุว่าได้หยุดการจัดส่งผลิตภัณฑ์ทั้งหมดให้กับ Huawei ตั้งแต่เดือนกันยายน 2020 ✅ TSMC ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับอย่างเคร่งครัด - บริษัทได้สื่อสารกับกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ เกี่ยวกับคำสั่งซื้อที่น่าสงสัย - หากพบคำสั่งซื้อที่น่าสงสัย TSMC จะดำเนินการตรวจสอบและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ✅ รายงานระบุว่า Huawei อาจผลิตชิป Ascend ได้เอง - มีรายงานว่า Huawei ได้รับแม่พิมพ์ (dies) สำหรับการผลิตชิปก่อนที่ข้อจำกัดจะมีผลบังคับใช้ ✅ TSMC ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง - ปัจจุบัน TSMC ใช้กระบวนการผลิต 3 นาโนเมตรสำหรับชิปที่ใช้พลังงานต่ำ เช่น โปรเซสเซอร์สมาร์ทโฟน https://wccftech.com/tsmc-breaks-silence-on-reports-it-shipped-advanced-ai-chips-to-chinas-huawei/
    WCCFTECH.COM
    TSMC Breaks Silence On Reports It Shipped Advanced AI Chips To China's Huawei
    TSMC breaks silence on reports that Huawei has acquired advanced AI chips built by the firm's manufacturing technologies.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 332 มุมมอง 0 รีวิว
  • จีนได้เปลี่ยนแปลงกฎการนำเข้าชิป โดยกำหนดให้สถานที่ผลิตแผ่นเวเฟอร์เป็นตัวกำหนดประเทศต้นกำเนิดของชิป ซึ่งหมายความว่าชิปที่ผลิตในไต้หวันจะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า 125% ที่จีนกำหนดสำหรับสินค้าจากสหรัฐฯ ในขณะที่ชิปที่ผลิตในสหรัฐฯ จะต้องเสียภาษีดังกล่าว

    การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบต่อบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐฯ เช่น Intel, GlobalFoundries และ Texas Instruments ซึ่งผลิตชิปในสหรัฐฯ และต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น ในทางกลับกัน บริษัทในไต้หวัน เช่น TSMC และ UMC ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนี้

    นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงนี้ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของจีนในการสนับสนุนบริษัทในไต้หวันและจีนเอง รวมถึงการแสดงจุดยืนว่าจีนถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของตน

    การเปลี่ยนแปลงกฎการนำเข้าชิปของจีน
    - กำหนดให้สถานที่ผลิตแผ่นเวเฟอร์เป็นตัวกำหนดประเทศต้นกำเนิดของชิป
    - ชิปที่ผลิตในไต้หวันได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า 125%

    ผลกระทบต่อบริษัทเซมิคอนดักเตอร์
    - บริษัทในสหรัฐฯ เช่น Intel และ Texas Instruments ต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น
    - บริษัทในไต้หวัน เช่น TSMC และ UMC ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนี้

    จุดยืนของจีน
    - จีนแสดงจุดยืนว่าถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของตน
    - สนับสนุนบริษัทในไต้หวันและจีนเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

    ความเสี่ยงต่อบริษัทในสหรัฐฯ
    - บริษัทในสหรัฐฯ อาจต้องหาทางเลือกใหม่ในการผลิตชิปเพื่อหลีกเลี่ยงต้นทุนที่สูงขึ้น
    - การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

    ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
    - การเปลี่ยนแปลงนี้อาจเพิ่มความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐฯ
    - อาจส่งผลต่อการเจรจาทางการค้าและความร่วมมือในอนาคต

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/chinas-new-semiconductor-rule-spares-taiwan-fabs-punishes-intel-globalfoundries-and-texas-instruments
    จีนได้เปลี่ยนแปลงกฎการนำเข้าชิป โดยกำหนดให้สถานที่ผลิตแผ่นเวเฟอร์เป็นตัวกำหนดประเทศต้นกำเนิดของชิป ซึ่งหมายความว่าชิปที่ผลิตในไต้หวันจะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า 125% ที่จีนกำหนดสำหรับสินค้าจากสหรัฐฯ ในขณะที่ชิปที่ผลิตในสหรัฐฯ จะต้องเสียภาษีดังกล่าว การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบต่อบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐฯ เช่น Intel, GlobalFoundries และ Texas Instruments ซึ่งผลิตชิปในสหรัฐฯ และต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น ในทางกลับกัน บริษัทในไต้หวัน เช่น TSMC และ UMC ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนี้ นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงนี้ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของจีนในการสนับสนุนบริษัทในไต้หวันและจีนเอง รวมถึงการแสดงจุดยืนว่าจีนถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของตน ✅ การเปลี่ยนแปลงกฎการนำเข้าชิปของจีน - กำหนดให้สถานที่ผลิตแผ่นเวเฟอร์เป็นตัวกำหนดประเทศต้นกำเนิดของชิป - ชิปที่ผลิตในไต้หวันได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า 125% ✅ ผลกระทบต่อบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ - บริษัทในสหรัฐฯ เช่น Intel และ Texas Instruments ต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น - บริษัทในไต้หวัน เช่น TSMC และ UMC ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนี้ ✅ จุดยืนของจีน - จีนแสดงจุดยืนว่าถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของตน - สนับสนุนบริษัทในไต้หวันและจีนเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ℹ️ ความเสี่ยงต่อบริษัทในสหรัฐฯ - บริษัทในสหรัฐฯ อาจต้องหาทางเลือกใหม่ในการผลิตชิปเพื่อหลีกเลี่ยงต้นทุนที่สูงขึ้น - การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก ℹ️ ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ - การเปลี่ยนแปลงนี้อาจเพิ่มความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐฯ - อาจส่งผลต่อการเจรจาทางการค้าและความร่วมมือในอนาคต https://www.tomshardware.com/tech-industry/chinas-new-semiconductor-rule-spares-taiwan-fabs-punishes-intel-globalfoundries-and-texas-instruments
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 283 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทัวร์ไต้หวัน - TAIWAN FREE DAY 1 วันเต็มม!!
    4 วัน 3 คืน เดินทางโดยสายการบิน SL-ไทยไลอ้อนแอร์
    🗓 เดินทางช่วงวันหยุด 1-4 พ.ค. 68

    ไฮไลต์เด็ดห้ามพลาด!
    ชมปราสาทนีน่าข้อคโกแลต สุดน่ารัก เหมือนหลุดเข้าไปในเทพนิยาย
    สัมผัสความอลังการของตึกไทเป 101 แลนด์มาร์กระดับโลก

    ชิลล์เต็มวัน เที่ยวอิสระ ช้อปจุใจ กินจุกๆ ไม่ต้องรีบ! 🛍
    ทริปดีๆ แบบนี้ ห้ามพลาดเลยน้าา

    รีบจองก่อนเต็ม!
    #ทัวร์ไต้หวัน #TaiwanFreeDay #เที่ยวไต้หวัน #วันหยุดยาว #ไทเป101 #ปราสาทช็อกโกแลต #ไทยไลอ้อนแอร์ #เที่ยวฟินกินเพลิน #รีบจองก่อนเต็ม

    ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
    https://78s.me/e0b61d

    ดูทัวร์ไต้หวันทั้งหมดได้ที่
    https://78s.me/b999ee

    LINE ID: @etravelway 78s.me/d0c307
    Facebook: etravelway 78s.me/8a4061
    Twitter: @eTravelWay 78s.me/e603f5
    Tiktok : https://78s.me/543eb9
    : etravelway 78s.me/05e8da
    : 0 2116 6395
    ✨ ทัวร์ไต้หวัน - TAIWAN FREE DAY 1 วันเต็มม!! ✨ 📅 4 วัน 3 คืน เดินทางโดยสายการบิน SL-ไทยไลอ้อนแอร์ 🗓 เดินทางช่วงวันหยุด 1-4 พ.ค. 68 🎡 ไฮไลต์เด็ดห้ามพลาด! 🏰 ชมปราสาทนีน่าข้อคโกแลต สุดน่ารัก เหมือนหลุดเข้าไปในเทพนิยาย 🗼 สัมผัสความอลังการของตึกไทเป 101 แลนด์มาร์กระดับโลก ชิลล์เต็มวัน เที่ยวอิสระ ช้อปจุใจ กินจุกๆ ไม่ต้องรีบ! 😋🛍 ทริปดีๆ แบบนี้ ห้ามพลาดเลยน้าา 📌 รีบจองก่อนเต็ม! #ทัวร์ไต้หวัน #TaiwanFreeDay #เที่ยวไต้หวัน #วันหยุดยาว #ไทเป101 #ปราสาทช็อกโกแลต #ไทยไลอ้อนแอร์ #เที่ยวฟินกินเพลิน #รีบจองก่อนเต็ม ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://78s.me/e0b61d ดูทัวร์ไต้หวันทั้งหมดได้ที่ https://78s.me/b999ee LINE ID: @etravelway 78s.me/d0c307 Facebook: etravelway 78s.me/8a4061 Twitter: @eTravelWay 78s.me/e603f5 Tiktok : https://78s.me/543eb9 📷: etravelway 78s.me/05e8da ☎️: 0 2116 6395
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 694 มุมมอง 0 รีวิว
  • บริษัท Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) อาจเผชิญกับโทษปรับจากกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกาสูงกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ หลังมีรายงานว่าได้จัดหาชิปเล็ตรุ่นหนึ่งให้กับบริษัท Huawei ซึ่งอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ โดยไม่ได้ตั้งใจ ชิปเล็ตรุ่นดังกล่าวถูกพบว่าอยู่ในตัวเร่งประมวลผล AI รุ่น HiSilicon Ascend 910B ของ Huawei

    รายงานจากสำนักข่าว Reuters ระบุว่า หลังจากที่ Huawei ไม่สามารถทำงานร่วมกับ TSMC ได้เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ บริษัทจึงได้ส่งแบบแปลนการออกแบบชิปของตนไปให้ Sophgo บริษัทออกแบบชิปของจีนแทน จากนั้น Sophgo ได้นำแบบแปลนเหล่านั้นไปให้ TSMC ผลิต โดยอ้างว่าเป็นการออกแบบของตนเอง

    TSMC ได้ระงับการจัดส่งชิปให้ Sophgo หลังจากค้นพบว่าชิปเล็ตรุ่นที่ตนผลิตนั้นเป็นส่วนหนึ่งของชิป AI ซีรีส์ HiSilicon Ascend 910 ของ Huawei ซึ่งเป็นการละเมิดข้อกำหนดด้านการส่งออกของสหรัฐฯ ที่สามารถกำหนดโทษปรับได้สูงถึงสองเท่าของมูลค่าการทำธุรกรรมที่ละเมิดกฎ

    ที่มา : https://www.enterpriseitpro.net/tsmc-faces-1-billion-u-s-fine-over-chip-used-in-huawei-processor/
    บริษัท Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) อาจเผชิญกับโทษปรับจากกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกาสูงกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ หลังมีรายงานว่าได้จัดหาชิปเล็ตรุ่นหนึ่งให้กับบริษัท Huawei ซึ่งอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ โดยไม่ได้ตั้งใจ ชิปเล็ตรุ่นดังกล่าวถูกพบว่าอยู่ในตัวเร่งประมวลผล AI รุ่น HiSilicon Ascend 910B ของ Huawei รายงานจากสำนักข่าว Reuters ระบุว่า หลังจากที่ Huawei ไม่สามารถทำงานร่วมกับ TSMC ได้เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ บริษัทจึงได้ส่งแบบแปลนการออกแบบชิปของตนไปให้ Sophgo บริษัทออกแบบชิปของจีนแทน จากนั้น Sophgo ได้นำแบบแปลนเหล่านั้นไปให้ TSMC ผลิต โดยอ้างว่าเป็นการออกแบบของตนเอง TSMC ได้ระงับการจัดส่งชิปให้ Sophgo หลังจากค้นพบว่าชิปเล็ตรุ่นที่ตนผลิตนั้นเป็นส่วนหนึ่งของชิป AI ซีรีส์ HiSilicon Ascend 910 ของ Huawei ซึ่งเป็นการละเมิดข้อกำหนดด้านการส่งออกของสหรัฐฯ ที่สามารถกำหนดโทษปรับได้สูงถึงสองเท่าของมูลค่าการทำธุรกรรมที่ละเมิดกฎ ที่มา : https://www.enterpriseitpro.net/tsmc-faces-1-billion-u-s-fine-over-chip-used-in-huawei-processor/
    WWW.ENTERPRISEITPRO.NET
    TSMC อาจถูกสหรัฐฯ ปรับกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ หลังพบว่าจัดหาชิปให้ Huawei (ไม่ตั้งใจ) - Enterprise IT Pro
    บริษัท Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) อาจเผชิญกับโทษปรับจากกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกาสูงกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ หลังมีรายงานว่าได้จัดหาชิปเล็ตรุ่นหนึ่งให้กับบริษัท Huawei ซึ่งอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ โดยไม่ได้ตั้งใจ
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 351 มุมมอง 0 รีวิว
  • Donald Trump อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวในงาน Republican National Congressional Committee ว่าเขาเคยข่มขู่ Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) ว่าจะต้องเสียภาษีสูงถึง 100% หากไม่สร้างโรงงานในสหรัฐฯ โดยการเคลื่อนไหวนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศ

    บทบาทของ TSMC ในอุตสาหกรรม: TSMC ซึ่งถือเป็นบริษัทผลิตชิปที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ประกาศแผนลงทุนกว่า 100 พันล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ 5 แห่งในสหรัฐฯ หลังเผชิญแรงกดดันจากรัฐบาล

    ท่าทีของ Trump:
    - Trump วิจารณ์การตัดสินใจของรัฐบาล Biden ที่เคยมอบ เงินช่วยเหลือกว่า 6.6 พันล้านดอลลาร์ ให้กับ TSMC สหรัฐฯ โดยเขาย้ำว่า บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ไม่จำเป็นต้องใช้เงินช่วยเหลือ แต่ควรปรับตัวผ่านแรงจูงใจทางเศรษฐกิจแทน

    ประเด็นการส่งออกและ Huawei: ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า TSMC อาจต้องจ่ายค่าปรับกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า จากกรณีที่ชิปที่ผลิตโดยบริษัทถูกพบว่าเป็นส่วนหนึ่งของ AI Processor ของ Huawei ซึ่งเป็นเป้าหมายของการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/09/trump-says-he-told-tsmc-it-would-pay-100-tax-if-it-doesn039t-build-in-us
    Donald Trump อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวในงาน Republican National Congressional Committee ว่าเขาเคยข่มขู่ Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) ว่าจะต้องเสียภาษีสูงถึง 100% หากไม่สร้างโรงงานในสหรัฐฯ โดยการเคลื่อนไหวนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศ ✅ บทบาทของ TSMC ในอุตสาหกรรม: TSMC ซึ่งถือเป็นบริษัทผลิตชิปที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ประกาศแผนลงทุนกว่า 100 พันล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ 5 แห่งในสหรัฐฯ หลังเผชิญแรงกดดันจากรัฐบาล ✅ ท่าทีของ Trump: - Trump วิจารณ์การตัดสินใจของรัฐบาล Biden ที่เคยมอบ เงินช่วยเหลือกว่า 6.6 พันล้านดอลลาร์ ให้กับ TSMC สหรัฐฯ โดยเขาย้ำว่า บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ไม่จำเป็นต้องใช้เงินช่วยเหลือ แต่ควรปรับตัวผ่านแรงจูงใจทางเศรษฐกิจแทน ✅ ประเด็นการส่งออกและ Huawei: ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า TSMC อาจต้องจ่ายค่าปรับกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า จากกรณีที่ชิปที่ผลิตโดยบริษัทถูกพบว่าเป็นส่วนหนึ่งของ AI Processor ของ Huawei ซึ่งเป็นเป้าหมายของการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/09/trump-says-he-told-tsmc-it-would-pay-100-tax-if-it-doesn039t-build-in-us
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Trump says he told TSMC it would pay 100% tax if it doesn't build in US
    (Reuters) - President Donald Trump on Tuesday said he told the Taiwan Semiconductor Manufacturing Company, which has pledged to build new factories in the United States, it would pay a tax of up to 100% if it didn't build its plants in the country.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 275 มุมมอง 0 รีวิว
  • ตลาดหุ้นไต้หวัน ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงถึง 10% ในวันเดียว หลังจากการประกาศมาตรการภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump ซึ่งเพิ่มอัตราภาษีสำหรับสินค้านำเข้าจากไต้หวันถึง 32% มาตรการนี้กระทบกับ TSMC และ Foxconn บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของไต้หวันโดยตรง ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจในประเทศ

    == ผลกระทบที่สำคัญต่อบริษัทใหญ่ ==
    Foxconn:
    - Foxconn รับผิดชอบการประกอบสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เช่น iPhone, MacBook และ AI Servers
    - ด้วยอัตราภาษีใหม่ Foxconn เผชิญต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น กระทบต่อ กำไรและขีดความสามารถในการแข่งขัน อย่างชัดเจน

    TSMC:
    - แม้ว่าชิปเซมิคอนดักเตอร์จะไม่ได้ถูกรวมในภาษีรอบนี้ แต่รายได้ของ TSMC มีความเชื่อมโยงกับสินค้าที่ใช้ชิป ซึ่งการลดลงของยอดขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อาจส่งผลกระทบอย่างมากในอนาคต

    == การตอบสนองจากรัฐบาลและความช่วยเหลือในประเทศ ==
    กองทุนช่วยเหลือ:
    - รัฐบาลไต้หวันจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือมูลค่า 2.65 พันล้านดอลลาร์ เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากภาษีสหรัฐฯ

    มาตรการควบคุมตลาด:
    - มีการจำกัดการขายชอร์ต (Short Selling) เพื่อควบคุมความผันผวนของตลาด

    คำมั่นจากผู้นำประเทศ:
    - ประธานาธิบดี Lai Ching-te ให้คำมั่นในการเพิ่มความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างไต้หวันและสหรัฐฯ เพื่อบรรเทาความตึงเครียด และมุ่งหวังให้เกิดการลดภาษีในอนาคต

    == คำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญ ==
    นักวิเคราะห์เตือนถึง ความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจถดถอย หากสถานการณ์ยืดเยื้อ Goldman Sachs ถึงขั้นลดอันดับความน่าเชื่อถือของไต้หวันในเอเชีย พร้อมเน้นถึงการพึ่งพาการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ที่อาจเป็นจุดอ่อนในระยะยาว

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/tsmc-and-foxconn-hit-hard-in-taiwan-following-trumps-tariffs-announcement
    ตลาดหุ้นไต้หวัน ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงถึง 10% ในวันเดียว หลังจากการประกาศมาตรการภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump ซึ่งเพิ่มอัตราภาษีสำหรับสินค้านำเข้าจากไต้หวันถึง 32% มาตรการนี้กระทบกับ TSMC และ Foxconn บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของไต้หวันโดยตรง ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจในประเทศ == ผลกระทบที่สำคัญต่อบริษัทใหญ่ == ✅ Foxconn: - Foxconn รับผิดชอบการประกอบสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เช่น iPhone, MacBook และ AI Servers - ด้วยอัตราภาษีใหม่ Foxconn เผชิญต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น กระทบต่อ กำไรและขีดความสามารถในการแข่งขัน อย่างชัดเจน ✅ TSMC: - แม้ว่าชิปเซมิคอนดักเตอร์จะไม่ได้ถูกรวมในภาษีรอบนี้ แต่รายได้ของ TSMC มีความเชื่อมโยงกับสินค้าที่ใช้ชิป ซึ่งการลดลงของยอดขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อาจส่งผลกระทบอย่างมากในอนาคต == การตอบสนองจากรัฐบาลและความช่วยเหลือในประเทศ == ✅ กองทุนช่วยเหลือ: - รัฐบาลไต้หวันจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือมูลค่า 2.65 พันล้านดอลลาร์ เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากภาษีสหรัฐฯ ✅ มาตรการควบคุมตลาด: - มีการจำกัดการขายชอร์ต (Short Selling) เพื่อควบคุมความผันผวนของตลาด ✅ คำมั่นจากผู้นำประเทศ: - ประธานาธิบดี Lai Ching-te ให้คำมั่นในการเพิ่มความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างไต้หวันและสหรัฐฯ เพื่อบรรเทาความตึงเครียด และมุ่งหวังให้เกิดการลดภาษีในอนาคต == คำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญ == ✅ นักวิเคราะห์เตือนถึง ความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจถดถอย หากสถานการณ์ยืดเยื้อ Goldman Sachs ถึงขั้นลดอันดับความน่าเชื่อถือของไต้หวันในเอเชีย พร้อมเน้นถึงการพึ่งพาการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ที่อาจเป็นจุดอ่อนในระยะยาว https://www.tomshardware.com/tech-industry/tsmc-and-foxconn-hit-hard-in-taiwan-following-trumps-tariffs-announcement
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 452 มุมมอง 0 รีวิว
  • Lai Ching-te ประธานาธิบดีไต้หวัน ได้หารือกับผู้บริหารด้านเทคโนโลยีชั้นนำเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2025 เกี่ยวกับมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงภาษีสูงถึง 32% สำหรับสินค้าจากไต้หวัน เนื่องจากไต้หวันมีการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ มากเป็นอันดับต้น ๆ อย่างไรก็ตาม ภาษีดังกล่าวไม่ครอบคลุม เซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นสินค้าหลักที่ไต้หวันส่งออก

    เน้นความสามารถในการแข่งขันและปกป้องผลประโยชน์ของชาติ
    - ประธานาธิบดี Lai เน้นย้ำการสนับสนุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของประเทศ เพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและป้องกันผลกระทบจากภาษี
    - มีการหารือเกี่ยวกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและการค้าระดับโลกที่เกิดจากมาตรการภาษี

    การประชุมกับผู้บริหารเทคโนโลยีหลายราย
    - แม้ไม่มีการเปิดเผยรายชื่อบริษัทที่เข้าร่วม แต่คาดว่าเป็นตัวแทนจากอุตสาหกรรม ICT (Information and Communications Technology) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจสำคัญของไต้หวัน

    TSMC เป็นผู้เล่นหลักในตลาดโลกที่ยังได้รับผลกระทบ
    - ไต้หวันเป็นบ้านของ TSMC บริษัทผลิตชิประดับโลกที่ให้บริการแก่ Apple และ Nvidia
    - TSMC กำลังอยู่ในช่วงเตรียมประกาศรายได้ไตรมาสแรกในวันที่ 17 เมษายน

    มาตรการสนับสนุนจากรัฐบาลไต้หวัน
    - รัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือทางการเงินกว่า T$88 พันล้าน (2.67 พันล้านดอลลาร์) สำหรับบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากภาษี
    - ขณะเดียวกัน ไต้หวันยังคงหารือกับสหรัฐฯ เพื่อหาทางลดผลกระทบ และยังไม่ประกาศมาตรการตอบโต้

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/05/taiwan-president-discusses-us-tariff-response-with-tech-execs
    Lai Ching-te ประธานาธิบดีไต้หวัน ได้หารือกับผู้บริหารด้านเทคโนโลยีชั้นนำเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2025 เกี่ยวกับมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงภาษีสูงถึง 32% สำหรับสินค้าจากไต้หวัน เนื่องจากไต้หวันมีการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ มากเป็นอันดับต้น ๆ อย่างไรก็ตาม ภาษีดังกล่าวไม่ครอบคลุม เซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นสินค้าหลักที่ไต้หวันส่งออก ✅ เน้นความสามารถในการแข่งขันและปกป้องผลประโยชน์ของชาติ - ประธานาธิบดี Lai เน้นย้ำการสนับสนุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของประเทศ เพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและป้องกันผลกระทบจากภาษี - มีการหารือเกี่ยวกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและการค้าระดับโลกที่เกิดจากมาตรการภาษี ✅ การประชุมกับผู้บริหารเทคโนโลยีหลายราย - แม้ไม่มีการเปิดเผยรายชื่อบริษัทที่เข้าร่วม แต่คาดว่าเป็นตัวแทนจากอุตสาหกรรม ICT (Information and Communications Technology) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจสำคัญของไต้หวัน ✅ TSMC เป็นผู้เล่นหลักในตลาดโลกที่ยังได้รับผลกระทบ - ไต้หวันเป็นบ้านของ TSMC บริษัทผลิตชิประดับโลกที่ให้บริการแก่ Apple และ Nvidia - TSMC กำลังอยู่ในช่วงเตรียมประกาศรายได้ไตรมาสแรกในวันที่ 17 เมษายน ✅ มาตรการสนับสนุนจากรัฐบาลไต้หวัน - รัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือทางการเงินกว่า T$88 พันล้าน (2.67 พันล้านดอลลาร์) สำหรับบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากภาษี - ขณะเดียวกัน ไต้หวันยังคงหารือกับสหรัฐฯ เพื่อหาทางลดผลกระทบ และยังไม่ประกาศมาตรการตอบโต้ https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/05/taiwan-president-discusses-us-tariff-response-with-tech-execs
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Taiwan president discusses US tariff response with tech execs
    TAIPEI (Reuters) - Taiwan President Lai Ching-te met tech executives on Saturday to discuss how to respond to new U.S. tariffs, promising to ensure Taiwan's global competitiveness and safeguard the island's interests.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 382 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts