• ในขณะที่สหรัฐและอิสราเอลกำลังร่วมมือกันถล่มเยเมน เลบานอน ซีเรีย และกาซาให้ย่อยยับ

    อีกฟากหนึ่ง! กระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินของรัสเซีย (EMERCOM) ได้ส่งเครื่องบิน 2 ลำพร้อมทีมกู้ภัยและแพทย์พร้อมสิ่งของช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปที่เมียนมาร์ ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง
    ในขณะที่สหรัฐและอิสราเอลกำลังร่วมมือกันถล่มเยเมน เลบานอน ซีเรีย และกาซาให้ย่อยยับ อีกฟากหนึ่ง! กระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินของรัสเซีย (EMERCOM) ได้ส่งเครื่องบิน 2 ลำพร้อมทีมกู้ภัยและแพทย์พร้อมสิ่งของช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปที่เมียนมาร์ ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 31 มุมมอง 3 0 รีวิว
  • รีโพสต์จากเพจEnvironman 28 มีนาคม 2568 “ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี แผ่นดินไหว แต่เห็นได้ชัดเลยว่าประเทศไทยและรัฐบาลยังไม่ไหว.เหตุการณ์วันนี้ยิ่งสาดส่องสปอตไลท์ในสิ่งที่ชัดอยู่แล้วให้ชัดยิ่งขึ้นไปอีก ว่าเราไม่มีความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่รู้ว่าจะถอดกันอีกกี่บทเรียน กว่าที่รัฐจะมีมาตรการเตรียมพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์อะไรแบบนี้ .ใครมีความคิดเห็น มีอะไรจะเพิ่มก็เต็มที่เลยนะ แต่นี่คือสิ่งที่รับรู้ได้จากเหตุการณ์ครั้งนี้และนี่ไม่ใช่การถอดบทเรียนอะไรทั้งนั้น นี่คือการเล่าระบายล้วน ๆ.⚫️ 1. ประชาชนต้อง Emergency Alert กันเอง.จนถึงตอนนี้ ณ เวลาที่กำลังเขียน (19:52 น.) ข้าพเจ้ายังไม่ได้ SMS จากกระทรวงทบวงกรมใดๆ เลยขอรับ คือเข้าใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องปกติที่เกิดขึ้นบ่อย แต่หลังจากท่านนายกออกมาแถลงว่าจะมีการแจ้งเตือนตั้งแต่ช่วงบ่ายสอง ตอนนี้อาฟเตอร์กันไปแล้วไม่รู้กี่ช็อค ก็ยังเงียบกริบ .อีกพาร์ทนึงก็ต้องชมคนไทยที่ใส่ใจโซเชียล ที่ช่วยกันอัพเดท แชร์ข้อมูล คอยรายงานให้ได้ติดตามกัน แต่มันคือช่วงเวลาแบบนี้ไม่ใช่หรอ ที่ประชาชนอย่างเราจะหันไปหวังพึ่งรัฐ ที่ผู้เสียภาษีอย่างเราจะหวังพึ่งคุณภาพชีวิตพื้นฐานที่ควรได้รับ กลายเป็นว่าเราต้องเช็คกันเองว่าเกิดอะไรขึ้น เอาตรงๆ คือผมเป็นคนหนึ่งที่หาแถลงการณ์จากรัฐตอนเกิดเหตุ เพราะบางทีก็กลัวว่าชาวเน็ตบางกลุ่มจะเฟคนิวส์ล่อเอ็นเกจ แต่ก็ต้องผิดหวังต่อไป.⚫️ 2. หน้ามืด นอนน้อยกันทั้งแผ่นดิน.เชื่อแล้วว่าคนไทยทำงานหนักครับ 90% พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘คิดว่าตัวเองไม่สบาย’ ไม่มีใครคิดว่ามันคือแผ่นดินไหวเลย แต่ก็เข้าใจได้ ใครจะไปคิดว่าจะมีแผ่นดินไหวในไทย โดยเฉพาะชาวกทม. คือทุกคนเทไปว่าตัวเองโหมงาน นอนน้อยกันหมด ซึ่งก็เป็นเรื่องที่แอบเศร้าหน่อย ๆ นะ.ส่วนอีกเรื่องคือ 90% ของคนที่อยู่คอนโดอพาร์ตเม้นตท์ มีสัตว์เลี้ยงที่นิติไม่รู้ แต่จะมารู้ก็วันนี้แหละ ถ้าพูดให้ไม่ติดตลก ผมคิดว่าอยากให้สถานที่คำนึงถึงความเป็น Pet-Friendly ให้มากขึ้น ปัจจุบันมีคนมีสัตว์เลี้ยงเยอะมาก จะด้วยเพื่อแก้เหงาหรือเป็นยุคที่ไม่ค่อยอยากมีลูกหรืออะไรก็ว่าไป แต่ผมเห็นว่าพื้นที่ที่สามารถพาสัตว์ไปร่วมกิจกรรมกับเจ้าของนั้นมีน้อยมาก.⚫️ 3. ระบบขนส่งสาธารณะล่มสลาย.สัญชาตญาณแรกของคนหลังเกิดแผ่นดินไหวคือหาที่ปลอดภัย ซึ่งส่วนมากก็น่าจะนึกถึงบ้าน แต่ระบบขนส่งสาธารณะทั้งหมดดูเหมือนจะไม่เพียงพอ ไม่มีแผนสำรอง ไม่มีโปรโตคอลฉุกเฉิน ไม่มีช่องทางพิเศษ ไม่มีอะไรเลย การจราจรติดแหง็ก ผู้คนติดแหง็ก ไร้ทางออก เกิดอะไรขึ้นก็ไม่บอก จะเดินทางไปไหนก็ไม่ได้ .ญี่ปุ่นเวลาเจอแผ่นดินไหว ประเทศเขาจะสวิตช์เป็นโหมดฉุกเฉินทันที รถไฟฟ้าก็จะมีมาตรการฉุกเฉินในการรับมือ รัฐมีการตกลงกับบริษัทขนส่งเอกชน แท็กซี่ ให้ออกมาช่วยอพยพหรือขนถ่ายคนในช่วงที่รถไฟฟ้าไม่สามารถใช้งานได้ มีการจัดการควบคุมจราจรอย่างเข้มงวดให้คนไม่ติดแหง็กอยู่อย่างนั้น อีกเรื่องคือญี่ปุ่นมีศูนย์พักพิง คือใครที่ยังกลับบ้านไม่ได้ ก็มาพักรอก่อนได้ เอาจริงศูนย์พักพิงญี่ปุ่นคือมีอาหาร มีน้ำ มีอุปกรณ์พื้นฐานให้พร้อม ไม่ปล่อยให้ใครต้องเร่ร่อนอยู่บนถนน.ผมดักไว้ก่อนเลยว่าจะมีคนอ้างว่า ญี่ปุ่นเจอกับแผ่นดินไหวบ่อยจนชิน ของเรานี่แทบจะเป็นครั้งแรกในชีวิตของใครหลายคนเลยนะ จะวิจารณ์ขนาดนั้นก็เกินไป แต่ต้องบอกว่าตอนนี้โลกเรารวนไปหมดแล้ว ปีนี้เราเห็นว่าเกิดภัยพิบัติที่รุนแรงมากมายทั่วโลก อยากลองชวนคนที่แย้งเรื่องทำไมผมถึงเอาเราไปเทียบกับญี่ปุ่น มาแลกเปลี่ยนโต้แย้งเกี่ยวกับการจัดการเหตุฉุกเฉินพื้นฐานของบ้านเรามากกว่า พื้นฐานที่ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนก็ควรรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเกิดแผ่นดินไหวหรือเกิดภัยพิบัติอื่นใดก็ตาม เพราะนี่คือโครงสร้างที่เราต้องมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เราติดท็อป 10 ของประเทศที่จะได้รับผลกระทบจาก Climate Change ซึ่งจะมาในรูปแบบใดบ้างก็ไม่รู้.⚫️ 4. ระบบสาธารณสุขยังเปราะบาง.อันนี้เรามีบทเรียนจากโควิด-19 มาแล้ว แต่เหมือนจะยังถอดบทเรียนกันไม่เสร็จ การอพยพผู้ป่วยในยามฉุกเฉิน หรือโซนที่ให้โรงพยาบาลยังสามารถดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัยในช่วงวิกฤต ตามข่าวยังเห็นโรงพยาบาลเอาคนไข้ออกมาผ่าตัดกลางแจ้งเพราะเป็นเคสด่วนอยู่เลย ซึ่งนี่คือคำถาม นี่คือโจทย์ที่เราเอามาคิดตั้งแต่ตอนนี้จนถึงอนาคตว่าเมื่อมีเหตุการณ์เช่นนี้ เราจะรับมือและจะมีมาตรการอย่างไร .นี่ไม่ใช่การสักแต่ว่าจะด่าก็ด่านะครับ และใครจะหาว่าการเมืองก็เอาเถอะ แต่นี่เห็นได้ชัดเลยว่ารัฐบาลขาดความพร้อมอย่างมากในการรับมือ จริงอยู่ที่เราไม่ได้เจอแผ่นดินไหวเป็นประจำ แต่นั่นก็ยิ่งทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้น่ากลัวมาก ผมคิดว่ายิ่งช่วงเวลาแบบนี้ที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดนี่แหละ ที่จะยิ่งเป็นตัววัดว่าเราโครงสร้างพื้นฐานเราพร้อมแค่ไหน ซึ่งผมคิดว่าไม่มีใครใกล้เคียงกับพร้อมเลย ไม่รู้ทุกคนว่ายังไง.เรื่องความปลอดภัยมันมากับความเชื่อมั่นด้วยนะ วันนี้ในกรุ๊ปแชทก็คือมีเพื่อนๆ พิมพ์มาว่า ‘กูจะมั่นใจโครงสร้างตึกไทยได้มากขนาดไหน’ ซึ่งเป็นตลกร้ายมาก ๆ ที่ตอนนี้เรามีความเชื่อมั่นกับอะไรพวกนี้ต่ำมาก ทั้ง ๆ ที่ควรจะเป็นตรงกันข้าม .วันนี้เป็นวันที่ทุกคนควรจะมีคำถาม เราเคยเจอน้ำท่วม เจอพายุ เจอโควิด แต่เราได้เรียนรู้อะไรจากมันบ้าง ‘หรือเปล่า’ ? ผมเองมีคำว่าทำไมเยอะมาก ทำไมการแจ้งเตือนล่าช้ามาก ทำไมระบบขนส่งสาธารณะและสาธารณสุขถึงไม่พร้อม ทำไมคุณภาพชีวิตของเรามันเปราะบางขนาดนี้ ขออภัยที่ยาวและวนยืดเยื้อ แต่มันคือความอัดอั้นที่อยากแชร์ออกมา.สุดท้ายนี้ เราขอแสดงความเสียใจให้กับผู้ที่สูญเสียจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ด้วยนะครับและขอให้ทุกชีวิตปลอดภัยครับ
    รีโพสต์จากเพจEnvironman 28 มีนาคม 2568 “ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี แผ่นดินไหว แต่เห็นได้ชัดเลยว่าประเทศไทยและรัฐบาลยังไม่ไหว.เหตุการณ์วันนี้ยิ่งสาดส่องสปอตไลท์ในสิ่งที่ชัดอยู่แล้วให้ชัดยิ่งขึ้นไปอีก ว่าเราไม่มีความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่รู้ว่าจะถอดกันอีกกี่บทเรียน กว่าที่รัฐจะมีมาตรการเตรียมพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์อะไรแบบนี้ .ใครมีความคิดเห็น มีอะไรจะเพิ่มก็เต็มที่เลยนะ แต่นี่คือสิ่งที่รับรู้ได้จากเหตุการณ์ครั้งนี้และนี่ไม่ใช่การถอดบทเรียนอะไรทั้งนั้น นี่คือการเล่าระบายล้วน ๆ.⚫️ 1. ประชาชนต้อง Emergency Alert กันเอง.จนถึงตอนนี้ ณ เวลาที่กำลังเขียน (19:52 น.) ข้าพเจ้ายังไม่ได้ SMS จากกระทรวงทบวงกรมใดๆ เลยขอรับ คือเข้าใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องปกติที่เกิดขึ้นบ่อย แต่หลังจากท่านนายกออกมาแถลงว่าจะมีการแจ้งเตือนตั้งแต่ช่วงบ่ายสอง ตอนนี้อาฟเตอร์กันไปแล้วไม่รู้กี่ช็อค ก็ยังเงียบกริบ .อีกพาร์ทนึงก็ต้องชมคนไทยที่ใส่ใจโซเชียล ที่ช่วยกันอัพเดท แชร์ข้อมูล คอยรายงานให้ได้ติดตามกัน แต่มันคือช่วงเวลาแบบนี้ไม่ใช่หรอ ที่ประชาชนอย่างเราจะหันไปหวังพึ่งรัฐ ที่ผู้เสียภาษีอย่างเราจะหวังพึ่งคุณภาพชีวิตพื้นฐานที่ควรได้รับ กลายเป็นว่าเราต้องเช็คกันเองว่าเกิดอะไรขึ้น เอาตรงๆ คือผมเป็นคนหนึ่งที่หาแถลงการณ์จากรัฐตอนเกิดเหตุ เพราะบางทีก็กลัวว่าชาวเน็ตบางกลุ่มจะเฟคนิวส์ล่อเอ็นเกจ แต่ก็ต้องผิดหวังต่อไป.⚫️ 2. หน้ามืด นอนน้อยกันทั้งแผ่นดิน.เชื่อแล้วว่าคนไทยทำงานหนักครับ 90% พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘คิดว่าตัวเองไม่สบาย’ ไม่มีใครคิดว่ามันคือแผ่นดินไหวเลย แต่ก็เข้าใจได้ ใครจะไปคิดว่าจะมีแผ่นดินไหวในไทย โดยเฉพาะชาวกทม. คือทุกคนเทไปว่าตัวเองโหมงาน นอนน้อยกันหมด ซึ่งก็เป็นเรื่องที่แอบเศร้าหน่อย ๆ นะ.ส่วนอีกเรื่องคือ 90% ของคนที่อยู่คอนโดอพาร์ตเม้นตท์ มีสัตว์เลี้ยงที่นิติไม่รู้ แต่จะมารู้ก็วันนี้แหละ ถ้าพูดให้ไม่ติดตลก ผมคิดว่าอยากให้สถานที่คำนึงถึงความเป็น Pet-Friendly ให้มากขึ้น ปัจจุบันมีคนมีสัตว์เลี้ยงเยอะมาก จะด้วยเพื่อแก้เหงาหรือเป็นยุคที่ไม่ค่อยอยากมีลูกหรืออะไรก็ว่าไป แต่ผมเห็นว่าพื้นที่ที่สามารถพาสัตว์ไปร่วมกิจกรรมกับเจ้าของนั้นมีน้อยมาก.⚫️ 3. ระบบขนส่งสาธารณะล่มสลาย.สัญชาตญาณแรกของคนหลังเกิดแผ่นดินไหวคือหาที่ปลอดภัย ซึ่งส่วนมากก็น่าจะนึกถึงบ้าน แต่ระบบขนส่งสาธารณะทั้งหมดดูเหมือนจะไม่เพียงพอ ไม่มีแผนสำรอง ไม่มีโปรโตคอลฉุกเฉิน ไม่มีช่องทางพิเศษ ไม่มีอะไรเลย การจราจรติดแหง็ก ผู้คนติดแหง็ก ไร้ทางออก เกิดอะไรขึ้นก็ไม่บอก จะเดินทางไปไหนก็ไม่ได้ .ญี่ปุ่นเวลาเจอแผ่นดินไหว ประเทศเขาจะสวิตช์เป็นโหมดฉุกเฉินทันที รถไฟฟ้าก็จะมีมาตรการฉุกเฉินในการรับมือ รัฐมีการตกลงกับบริษัทขนส่งเอกชน แท็กซี่ ให้ออกมาช่วยอพยพหรือขนถ่ายคนในช่วงที่รถไฟฟ้าไม่สามารถใช้งานได้ มีการจัดการควบคุมจราจรอย่างเข้มงวดให้คนไม่ติดแหง็กอยู่อย่างนั้น อีกเรื่องคือญี่ปุ่นมีศูนย์พักพิง คือใครที่ยังกลับบ้านไม่ได้ ก็มาพักรอก่อนได้ เอาจริงศูนย์พักพิงญี่ปุ่นคือมีอาหาร มีน้ำ มีอุปกรณ์พื้นฐานให้พร้อม ไม่ปล่อยให้ใครต้องเร่ร่อนอยู่บนถนน.ผมดักไว้ก่อนเลยว่าจะมีคนอ้างว่า ญี่ปุ่นเจอกับแผ่นดินไหวบ่อยจนชิน ของเรานี่แทบจะเป็นครั้งแรกในชีวิตของใครหลายคนเลยนะ จะวิจารณ์ขนาดนั้นก็เกินไป แต่ต้องบอกว่าตอนนี้โลกเรารวนไปหมดแล้ว ปีนี้เราเห็นว่าเกิดภัยพิบัติที่รุนแรงมากมายทั่วโลก อยากลองชวนคนที่แย้งเรื่องทำไมผมถึงเอาเราไปเทียบกับญี่ปุ่น มาแลกเปลี่ยนโต้แย้งเกี่ยวกับการจัดการเหตุฉุกเฉินพื้นฐานของบ้านเรามากกว่า พื้นฐานที่ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนก็ควรรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเกิดแผ่นดินไหวหรือเกิดภัยพิบัติอื่นใดก็ตาม เพราะนี่คือโครงสร้างที่เราต้องมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เราติดท็อป 10 ของประเทศที่จะได้รับผลกระทบจาก Climate Change ซึ่งจะมาในรูปแบบใดบ้างก็ไม่รู้.⚫️ 4. ระบบสาธารณสุขยังเปราะบาง.อันนี้เรามีบทเรียนจากโควิด-19 มาแล้ว แต่เหมือนจะยังถอดบทเรียนกันไม่เสร็จ การอพยพผู้ป่วยในยามฉุกเฉิน หรือโซนที่ให้โรงพยาบาลยังสามารถดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัยในช่วงวิกฤต ตามข่าวยังเห็นโรงพยาบาลเอาคนไข้ออกมาผ่าตัดกลางแจ้งเพราะเป็นเคสด่วนอยู่เลย ซึ่งนี่คือคำถาม นี่คือโจทย์ที่เราเอามาคิดตั้งแต่ตอนนี้จนถึงอนาคตว่าเมื่อมีเหตุการณ์เช่นนี้ เราจะรับมือและจะมีมาตรการอย่างไร .นี่ไม่ใช่การสักแต่ว่าจะด่าก็ด่านะครับ และใครจะหาว่าการเมืองก็เอาเถอะ แต่นี่เห็นได้ชัดเลยว่ารัฐบาลขาดความพร้อมอย่างมากในการรับมือ จริงอยู่ที่เราไม่ได้เจอแผ่นดินไหวเป็นประจำ แต่นั่นก็ยิ่งทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้น่ากลัวมาก ผมคิดว่ายิ่งช่วงเวลาแบบนี้ที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดนี่แหละ ที่จะยิ่งเป็นตัววัดว่าเราโครงสร้างพื้นฐานเราพร้อมแค่ไหน ซึ่งผมคิดว่าไม่มีใครใกล้เคียงกับพร้อมเลย ไม่รู้ทุกคนว่ายังไง.เรื่องความปลอดภัยมันมากับความเชื่อมั่นด้วยนะ วันนี้ในกรุ๊ปแชทก็คือมีเพื่อนๆ พิมพ์มาว่า ‘กูจะมั่นใจโครงสร้างตึกไทยได้มากขนาดไหน’ ซึ่งเป็นตลกร้ายมาก ๆ ที่ตอนนี้เรามีความเชื่อมั่นกับอะไรพวกนี้ต่ำมาก ทั้ง ๆ ที่ควรจะเป็นตรงกันข้าม .วันนี้เป็นวันที่ทุกคนควรจะมีคำถาม เราเคยเจอน้ำท่วม เจอพายุ เจอโควิด แต่เราได้เรียนรู้อะไรจากมันบ้าง ‘หรือเปล่า’ ? ผมเองมีคำว่าทำไมเยอะมาก ทำไมการแจ้งเตือนล่าช้ามาก ทำไมระบบขนส่งสาธารณะและสาธารณสุขถึงไม่พร้อม ทำไมคุณภาพชีวิตของเรามันเปราะบางขนาดนี้ ขออภัยที่ยาวและวนยืดเยื้อ แต่มันคือความอัดอั้นที่อยากแชร์ออกมา.สุดท้ายนี้ เราขอแสดงความเสียใจให้กับผู้ที่สูญเสียจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ด้วยนะครับและขอให้ทุกชีวิตปลอดภัยครับ
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 67 มุมมอง 0 รีวิว
  • กทม. ออกประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยในพื้นที่ ระดับ 2 ด้วยวันที่ 28 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 13.20 น. ได้เกิดสถานการณ์แผ่นดินไหว ขนาดประมาณ 7.5 ใกล้เมืองมัณดาเลย์ ประเทศเมียนมา ห่างจากอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประมาณ 366 กิโลเมตร และแรงสั่นสะเทือนส่งผลถึงประเทศไทยภาคเหนือ ภาคกลาง โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานครหลายจุด ซึ่งมีผลกระทบกับอาคารต่างๆ ในพื้นที่หลายเขต ซึ่งขณะนี้สถานการณ์แผ่นดินไหวดังกล่าวยังอาจสามารถก่อให้เกิดอาฟเตอร์ช็อกได้ ทำให้กรุงเทพมหานครยังคงต้องเร่งสำรวจพื้นที่ความเสียหาย และเฝ้าระวังในหลายพื้นที่ พร้อมทั้งเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนพร้อมการแก้ไขพื้นที่ที่อาจยังมีอันตรายและมีผลกระทบต่อสาธารณชน อันเป็นสาธารณภัยตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการจัดการสาธารณภัยให้เป็นไปตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2564- 2570 ผู้อำนวยการกรุงเทพมหานคร จึงประกาศให้พื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อให้ส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในเขตพื้นที่ประสบภัยดังกล่าว ภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2564- 2570 และแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร ในการบริหารจัดการสาธารณภัยระดับที่สอง โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้บัญชาการ หรือแผนอื่นที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกฎหมายระเบียบ คำสั่งประกาศ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องโดยเร็วต่อไปประกาศ ณ วันที่ 28 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2568
    กทม. ออกประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยในพื้นที่ ระดับ 2 ด้วยวันที่ 28 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 13.20 น. ได้เกิดสถานการณ์แผ่นดินไหว ขนาดประมาณ 7.5 ใกล้เมืองมัณดาเลย์ ประเทศเมียนมา ห่างจากอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประมาณ 366 กิโลเมตร และแรงสั่นสะเทือนส่งผลถึงประเทศไทยภาคเหนือ ภาคกลาง โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานครหลายจุด ซึ่งมีผลกระทบกับอาคารต่างๆ ในพื้นที่หลายเขต ซึ่งขณะนี้สถานการณ์แผ่นดินไหวดังกล่าวยังอาจสามารถก่อให้เกิดอาฟเตอร์ช็อกได้ ทำให้กรุงเทพมหานครยังคงต้องเร่งสำรวจพื้นที่ความเสียหาย และเฝ้าระวังในหลายพื้นที่ พร้อมทั้งเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนพร้อมการแก้ไขพื้นที่ที่อาจยังมีอันตรายและมีผลกระทบต่อสาธารณชน อันเป็นสาธารณภัยตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการจัดการสาธารณภัยให้เป็นไปตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2564- 2570 ผู้อำนวยการกรุงเทพมหานคร จึงประกาศให้พื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อให้ส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในเขตพื้นที่ประสบภัยดังกล่าว ภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2564- 2570 และแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร ในการบริหารจัดการสาธารณภัยระดับที่สอง โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้บัญชาการ หรือแผนอื่นที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกฎหมายระเบียบ คำสั่งประกาศ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องโดยเร็วต่อไปประกาศ ณ วันที่ 28 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2568
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 64 มุมมอง 0 รีวิว
  • เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.7 ลึก 10 กม.พิกัด 96.12°E 22.07°N ที่ประเทศพม่า ขณะเกิดแผ่นดินไหวนั้นประชาชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนทั้ง 13 อำเภอ โดยแรงสั่นสะเทือนที่รับรู้ได้นานประมาณ 2 วินาที ขณะที่ 2 เขื่อนยักษ์ ไร้ผลกระทบ

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000029596
    เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.7 ลึก 10 กม.พิกัด 96.12°E 22.07°N ที่ประเทศพม่า ขณะเกิดแผ่นดินไหวนั้นประชาชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนทั้ง 13 อำเภอ โดยแรงสั่นสะเทือนที่รับรู้ได้นานประมาณ 2 วินาที ขณะที่ 2 เขื่อนยักษ์ ไร้ผลกระทบ อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000029596
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 253 มุมมอง 0 รีวิว
  • 📌 ปภ. แนะข้อปฏิบัติตนอย่างปลอดภัยกรณีเกิดแผ่นดินไหว
    วันนี้ (28 มี.ค.68 เวลา 14.25 น.) นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขอแนะนำวิธีการปฏิบัติตนอย่างปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวขึ้น โดยให้ประชาชนยึดหลัก “หมอบ – ป้อง – เกาะ” โดยการหมอบลงใต้โต๊ะหรือจุดที่มีโครงสร้างมั่นคงแข็งแรงให้พ้นจากแนวที่สิ่งของอาจหล่นใส่ และป้องกันของตกกระแทกด้วยการหมอบราบกับพื้นหรือก้มต่ำโดยแขนหรือมือกำบังศีรษะ รวมถึงเกาะโต๊ะหรือที่กำบังให้แน่น และเร่งอพยพออกจากอาคารสูงทันที และเมื่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวสิ้นสุด ขอให้ตรวจเช็กความปลอดภัยของคนรอบข้าง และอย่าเพิ่งรีบกลับเข้าไปในอาคารทันที ให้ตรวจสอบโครงสร้างอาคารและสภาพความมั่นคงปลอดภัยของสิ่งปลูกสร้างโดยรอบ หรือรอฟังคำสั่งจากทางราชการ เมื่อมั่นใจว่าปลอดภัยแล้วจึงค่อยเข้าไปในอาคารและตรวจสอบความเสียหายต่อไป
    โดยในกรณีแผ่นดินไหวในครั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ประสานให้จังหวัดที่มีรายงานรับรู้แรงสั่นสะเทือน ติดตามสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่เพื่อลดความตื่นตระหนก ประชาสัมพันธ์แนวทางการปฏิบัติตนให้ปลอดภัยและการให้ความช่วยเหลือของทางราชการ ตลอดจนเร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่อไป
    ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์และข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และหากได้รับความเดือดร้อนจากเหตุแผ่นดินไหวดังกล่าวสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM รวมถึงสายด่วนนิรภัย1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป
    📌 ปภ. แนะข้อปฏิบัติตนอย่างปลอดภัยกรณีเกิดแผ่นดินไหว วันนี้ (28 มี.ค.68 เวลา 14.25 น.) นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขอแนะนำวิธีการปฏิบัติตนอย่างปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวขึ้น โดยให้ประชาชนยึดหลัก “หมอบ – ป้อง – เกาะ” โดยการหมอบลงใต้โต๊ะหรือจุดที่มีโครงสร้างมั่นคงแข็งแรงให้พ้นจากแนวที่สิ่งของอาจหล่นใส่ และป้องกันของตกกระแทกด้วยการหมอบราบกับพื้นหรือก้มต่ำโดยแขนหรือมือกำบังศีรษะ รวมถึงเกาะโต๊ะหรือที่กำบังให้แน่น และเร่งอพยพออกจากอาคารสูงทันที และเมื่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวสิ้นสุด ขอให้ตรวจเช็กความปลอดภัยของคนรอบข้าง และอย่าเพิ่งรีบกลับเข้าไปในอาคารทันที ให้ตรวจสอบโครงสร้างอาคารและสภาพความมั่นคงปลอดภัยของสิ่งปลูกสร้างโดยรอบ หรือรอฟังคำสั่งจากทางราชการ เมื่อมั่นใจว่าปลอดภัยแล้วจึงค่อยเข้าไปในอาคารและตรวจสอบความเสียหายต่อไป โดยในกรณีแผ่นดินไหวในครั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ประสานให้จังหวัดที่มีรายงานรับรู้แรงสั่นสะเทือน ติดตามสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่เพื่อลดความตื่นตระหนก ประชาสัมพันธ์แนวทางการปฏิบัติตนให้ปลอดภัยและการให้ความช่วยเหลือของทางราชการ ตลอดจนเร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์และข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และหากได้รับความเดือดร้อนจากเหตุแผ่นดินไหวดังกล่าวสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM รวมถึงสายด่วนนิรภัย1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 46 มุมมอง 0 รีวิว
  • หลังจากมีผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าวปลอมเกี่ยวกับเขื่อนวชิราลงกรณได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว

    นายสกล อักษรธนาวัฒน์ ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ ยืนยันแผ่นดินไหว ประเทศพม่าไม่กระทบเขื่อนวชิราลงกรณ เขื่อนยังมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย

    https://web.facebook.com/share/p/151hKbPucu/
    หลังจากมีผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าวปลอมเกี่ยวกับเขื่อนวชิราลงกรณได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว นายสกล อักษรธนาวัฒน์ ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ ยืนยันแผ่นดินไหว ประเทศพม่าไม่กระทบเขื่อนวชิราลงกรณ เขื่อนยังมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย https://web.facebook.com/share/p/151hKbPucu/
    Angry
    1
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 86 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าวนี้รายงานว่าเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก (NYU) ถูกแฮกโดยกลุ่มแฮกเกอร์ที่อ้างว่าต้องการเปิดเผยความไม่เท่าเทียมทางเชื้อชาติในระบบการรับสมัครนักศึกษา โดยเว็บไซต์ถูกเปลี่ยนแปลงไปแสดงข้อมูลที่กลุ่มแฮกเกอร์กล่าวอ้างถึงคะแนน SAT, ACT และ GPA เฉลี่ยของนักศึกษาที่ได้รับการตอบรับในปี 2024-2025 พร้อมทั้งอ้างว่ามีความแตกต่างของคะแนนระหว่างกลุ่มเชื้อชาติ แต่เหตุการณ์นี้กลับนำไปสู่การรั่วไหลของข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับนักศึกษากว่า 3 ล้านคนตั้งแต่ปี 1989

    ข้อมูลที่ถูกเปิดเผย:
    - ข้อมูลที่หลุดออกมารวมถึงชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์, อีเมล, คะแนน GPA และข้อมูลด้านการเงินของผู้สมัคร นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับการสมัครแบบ Early Decision และข้อมูลสมาชิกในครอบครัว.

    การจัดการเหตุการณ์:
    - ทีมไอทีของ NYU สามารถกู้คืนระบบได้ภายใน 2 ชั่วโมงหลังจากเว็บไซต์ถูกแฮก แต่ข้อมูลที่หลุดไปก็ยังเป็นปัญหาที่ต้องจัดการในระยะยาว.

    มุมมองที่ซับซ้อน:
    - การโจมตีครั้งนี้มุ่งประเด็นไปที่การใช้นโยบาย Affirmative Action ซึ่งศาลสูงสหรัฐฯ ได้ยุติไปในปี 2023 อย่างไรก็ตาม กลุ่มแฮกเกอร์กล่าวว่า NYU ยังคงมีการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวอยู่.

    ผลกระทบต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง:
    - นักศึกษาที่ได้รับผลกระทบสามารถตรวจสอบว่าข้อมูลของตนรั่วไหลหรือไม่ ผ่านแพลตฟอร์ม DataBreach.com ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเผยว่ากลุ่มแฮกเกอร์พยายามลบข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนได้ แต่ยังคงมีข้อมูลสำคัญบางส่วนที่ถูกเปิดเผย.

    https://www.techradar.com/pro/security/nyu-website-defaced-as-hacker-leaks-info-on-a-million-students
    ข่าวนี้รายงานว่าเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก (NYU) ถูกแฮกโดยกลุ่มแฮกเกอร์ที่อ้างว่าต้องการเปิดเผยความไม่เท่าเทียมทางเชื้อชาติในระบบการรับสมัครนักศึกษา โดยเว็บไซต์ถูกเปลี่ยนแปลงไปแสดงข้อมูลที่กลุ่มแฮกเกอร์กล่าวอ้างถึงคะแนน SAT, ACT และ GPA เฉลี่ยของนักศึกษาที่ได้รับการตอบรับในปี 2024-2025 พร้อมทั้งอ้างว่ามีความแตกต่างของคะแนนระหว่างกลุ่มเชื้อชาติ แต่เหตุการณ์นี้กลับนำไปสู่การรั่วไหลของข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับนักศึกษากว่า 3 ล้านคนตั้งแต่ปี 1989 ข้อมูลที่ถูกเปิดเผย: - ข้อมูลที่หลุดออกมารวมถึงชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์, อีเมล, คะแนน GPA และข้อมูลด้านการเงินของผู้สมัคร นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับการสมัครแบบ Early Decision และข้อมูลสมาชิกในครอบครัว. การจัดการเหตุการณ์: - ทีมไอทีของ NYU สามารถกู้คืนระบบได้ภายใน 2 ชั่วโมงหลังจากเว็บไซต์ถูกแฮก แต่ข้อมูลที่หลุดไปก็ยังเป็นปัญหาที่ต้องจัดการในระยะยาว. มุมมองที่ซับซ้อน: - การโจมตีครั้งนี้มุ่งประเด็นไปที่การใช้นโยบาย Affirmative Action ซึ่งศาลสูงสหรัฐฯ ได้ยุติไปในปี 2023 อย่างไรก็ตาม กลุ่มแฮกเกอร์กล่าวว่า NYU ยังคงมีการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวอยู่. ผลกระทบต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง: - นักศึกษาที่ได้รับผลกระทบสามารถตรวจสอบว่าข้อมูลของตนรั่วไหลหรือไม่ ผ่านแพลตฟอร์ม DataBreach.com ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเผยว่ากลุ่มแฮกเกอร์พยายามลบข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนได้ แต่ยังคงมีข้อมูลสำคัญบางส่วนที่ถูกเปิดเผย. https://www.techradar.com/pro/security/nyu-website-defaced-as-hacker-leaks-info-on-a-million-students
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 70 มุมมอง 0 รีวิว
  • TSMC เร่งแผนการสร้างโรงงานผลิตชิปในอเมริกา โดยใช้ประสบการณ์จากอดีตเพื่อปรับปรุงกระบวนการก่อสร้างให้เร็วขึ้น โรงงานใหม่จะรองรับเทคโนโลยีระดับ 2 นาโนเมตร และมีเป้าหมายเสริมความมั่นคงให้กับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐฯ แม้จะมีอุปสรรคด้านการจัดหาอุปกรณ์ แต่การปรับตัวครั้งนี้อาจเปลี่ยนโฉมการผลิตชิปในอเมริกาอย่างมีนัยสำคัญ

    การสร้างโรงงานใหม่:
    - TSMC มีแผนเริ่มก่อสร้างโรงงานผลิตชิป Fab 21 แห่งที่สามในปีนี้ โดยตั้งเป้าจะเริ่มการผลิตทดลองในปี 2028 และเข้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2029 ด้วยเทคโนโลยีการผลิตระดับ 2 นาโนเมตร (N2) และ 1.6 นาโนเมตร (A16).

    ผลกระทบของการเร่งการผลิต:
    - แม้ TSMC จะเร่งสร้างโรงงาน แต่การได้รับอุปกรณ์ที่จำเป็นจากซัพพลายเออร์ เช่น ASML อาจเป็นอุปสรรค เนื่องจากปัจจุบันซัพพลายเออร์เหล่านี้มีรายการคำสั่งซื้อที่ยังรอผลิตอยู่อีกหลายพันล้านดอลลาร์.

    การเรียนรู้จากอดีต:
    - การก่อสร้างโรงงาน Fab 21 แห่งแรกของ TSMC ใช้เวลากว่า 5 ปี เนื่องจากปัญหาแรงงานและต้นทุนสูง แต่ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมา บริษัทสามารถปรับกระบวนการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น.

    ผลลัพธ์ในอนาคต:
    - หากการก่อสร้างเป็นไปตามแผน โรงงานเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทานของเซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐฯ และลดการพึ่งพาการนำเข้าจากเอเชีย.

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/tsmc-to-reportedly-speed-up-fab-building-in-the-us-third-fab-to-begin-construction-this-year
    TSMC เร่งแผนการสร้างโรงงานผลิตชิปในอเมริกา โดยใช้ประสบการณ์จากอดีตเพื่อปรับปรุงกระบวนการก่อสร้างให้เร็วขึ้น โรงงานใหม่จะรองรับเทคโนโลยีระดับ 2 นาโนเมตร และมีเป้าหมายเสริมความมั่นคงให้กับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐฯ แม้จะมีอุปสรรคด้านการจัดหาอุปกรณ์ แต่การปรับตัวครั้งนี้อาจเปลี่ยนโฉมการผลิตชิปในอเมริกาอย่างมีนัยสำคัญ การสร้างโรงงานใหม่: - TSMC มีแผนเริ่มก่อสร้างโรงงานผลิตชิป Fab 21 แห่งที่สามในปีนี้ โดยตั้งเป้าจะเริ่มการผลิตทดลองในปี 2028 และเข้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2029 ด้วยเทคโนโลยีการผลิตระดับ 2 นาโนเมตร (N2) และ 1.6 นาโนเมตร (A16). ผลกระทบของการเร่งการผลิต: - แม้ TSMC จะเร่งสร้างโรงงาน แต่การได้รับอุปกรณ์ที่จำเป็นจากซัพพลายเออร์ เช่น ASML อาจเป็นอุปสรรค เนื่องจากปัจจุบันซัพพลายเออร์เหล่านี้มีรายการคำสั่งซื้อที่ยังรอผลิตอยู่อีกหลายพันล้านดอลลาร์. การเรียนรู้จากอดีต: - การก่อสร้างโรงงาน Fab 21 แห่งแรกของ TSMC ใช้เวลากว่า 5 ปี เนื่องจากปัญหาแรงงานและต้นทุนสูง แต่ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมา บริษัทสามารถปรับกระบวนการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น. ผลลัพธ์ในอนาคต: - หากการก่อสร้างเป็นไปตามแผน โรงงานเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทานของเซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐฯ และลดการพึ่งพาการนำเข้าจากเอเชีย. https://www.tomshardware.com/tech-industry/tsmc-to-reportedly-speed-up-fab-building-in-the-us-third-fab-to-begin-construction-this-year
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 129 มุมมอง 0 รีวิว
  • TSMC ลงทุนครั้งใหญ่ในอเมริกาเพื่อสร้างโรงงานผลิตชิปและศูนย์วิจัย แต่ Pat Gelsinger อดีต CEO ของ Intel ชี้ว่า แม้จะช่วยปรับปรุงห่วงโซ่อุปทาน แต่การขาด R&D ขั้นสูงในประเทศยังคงเป็นอุปสรรคต่อการเป็นผู้นำในเทคโนโลยีกระบวนการผลิต การลงทุนนี้จึงสะท้อนถึงความสำคัญของการวิจัยในประเทศในการพัฒนานวัตกรรม

    ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการลงทุนของ TSMC:
    - TSMC มีแผนสร้างโรงงานผลิตชิป 6 แห่ง รวมถึงศูนย์วิจัยและพัฒนาในรัฐแอริโซนา แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าการวิจัยขั้นสูงจะถูกย้ายมายังสหรัฐฯ หรือไม่.

    ความสำคัญของการวิจัยและพัฒนา (R&D):
    - Gelsinger ชี้ว่า การมี R&D ในประเทศเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้อเมริกาสามารถพัฒนาเทคโนโลยีรุ่นใหม่ได้ เช่น กระบวนการผลิตแบบ N3X หรือ N4 ที่ TSMC พัฒนาอยู่ในไต้หวัน.

    การปฏิสัมพันธ์ระหว่างการผลิตและ R&D:
    - โรงงานผลิตชิปและศูนย์วิจัยมีความเชื่อมโยงกัน โดยเฉพาะการพัฒนากระบวนการผลิตที่ต้องมีการทดลองและปรับแต่งอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง TSMC ยังเน้นที่ไต้หวันเป็นหลัก.

    ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์:
    - การลงทุนของ TSMC อาจช่วยให้โรงงานในสหรัฐฯ สามารถผลิตชิปแบบกระบวนการขั้นสูงได้เร็วขึ้น แต่การขาด R&D ภายในประเทศอาจจำกัดการเติบโตและการเป็นผู้นำในระยะยาว.

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/ex-intel-ceo-gelsinger-warns-tsmcs-usd165b-investment-will-not-restore-u-s-semiconductor-leadership
    TSMC ลงทุนครั้งใหญ่ในอเมริกาเพื่อสร้างโรงงานผลิตชิปและศูนย์วิจัย แต่ Pat Gelsinger อดีต CEO ของ Intel ชี้ว่า แม้จะช่วยปรับปรุงห่วงโซ่อุปทาน แต่การขาด R&D ขั้นสูงในประเทศยังคงเป็นอุปสรรคต่อการเป็นผู้นำในเทคโนโลยีกระบวนการผลิต การลงทุนนี้จึงสะท้อนถึงความสำคัญของการวิจัยในประเทศในการพัฒนานวัตกรรม ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการลงทุนของ TSMC: - TSMC มีแผนสร้างโรงงานผลิตชิป 6 แห่ง รวมถึงศูนย์วิจัยและพัฒนาในรัฐแอริโซนา แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าการวิจัยขั้นสูงจะถูกย้ายมายังสหรัฐฯ หรือไม่. ความสำคัญของการวิจัยและพัฒนา (R&D): - Gelsinger ชี้ว่า การมี R&D ในประเทศเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้อเมริกาสามารถพัฒนาเทคโนโลยีรุ่นใหม่ได้ เช่น กระบวนการผลิตแบบ N3X หรือ N4 ที่ TSMC พัฒนาอยู่ในไต้หวัน. การปฏิสัมพันธ์ระหว่างการผลิตและ R&D: - โรงงานผลิตชิปและศูนย์วิจัยมีความเชื่อมโยงกัน โดยเฉพาะการพัฒนากระบวนการผลิตที่ต้องมีการทดลองและปรับแต่งอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง TSMC ยังเน้นที่ไต้หวันเป็นหลัก. ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์: - การลงทุนของ TSMC อาจช่วยให้โรงงานในสหรัฐฯ สามารถผลิตชิปแบบกระบวนการขั้นสูงได้เร็วขึ้น แต่การขาด R&D ภายในประเทศอาจจำกัดการเติบโตและการเป็นผู้นำในระยะยาว. https://www.tomshardware.com/tech-industry/ex-intel-ceo-gelsinger-warns-tsmcs-usd165b-investment-will-not-restore-u-s-semiconductor-leadership
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 123 มุมมอง 0 รีวิว
  • นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Keio ในญี่ปุ่นประสบความสำเร็จในการใช้เซลล์ต้นกำเนิดแบบ Pluripotent (iPS) เพื่อช่วยฟื้นฟูความสามารถในการเคลื่อนไหวบางส่วนในผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บไขสันหลัง การทดลองครั้งแรกนี้นำไปใช้กับผู้ป่วย 4 คน โดยในจำนวนนี้ 2 คนมีการฟื้นฟูบางส่วน เช่น การสามารถยืนด้วยตัวช่วยพยุง ซึ่งถือว่าเป็นความก้าวหน้าที่น่าชื่นชม แม้จะยังไม่ได้ผลเต็มที่สำหรับทุกคน

    เบื้องหลังเทคโนโลยี:
    - เซลล์ต้นกำเนิด iPS นี้ถูกค้นพบโดย Shinya Yamanaka ในปี 2006 และทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบลจากความสามารถในการรีโปรแกรมเซลล์ผู้ใหญ่กลับสู่สถานะเซลล์ต้นกำเนิด ช่วยในการสร้างเซลล์ประสาทใหม่จำนวนมาก.

    ผลการทดลองแรก:
    - ผู้ป่วยที่เข้าร่วมได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด iPS พร้อมยากดภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันการปฏิเสธ แม้ 2 คนยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน แต่ทุกคนไม่ได้รับผลข้างเคียงหรือการเติบโตผิดปกติในเซลล์.

    ผลกระทบเชิงศักยภาพ:
    - ญี่ปุ่นมีผู้ป่วยไขสันหลังบาดเจ็บราว 100,000 ราย ซึ่งปัจจุบันการบำบัดยังให้ผลที่จำกัด (เพียง 10-12% ฟื้นฟูบางส่วน) เทคโนโลยีนี้อาจช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์ได้อย่างชัดเจนในอนาคต.

    ทิศทางการวิจัยในอนาคต:
    - ทีมนักวิจัยวางแผนทำการทดลองขนาดใหญ่ในอนาคต ร่วมมือกับบริษัท K Pharma ที่ก่อตั้งโดยมหาวิทยาลัย Keio เพื่อพัฒนาวิธีการรักษาให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น.

    https://www.techspot.com/news/107317-pluripotent-stem-cells-aid-partial-motor-recovery-spinal.html
    นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Keio ในญี่ปุ่นประสบความสำเร็จในการใช้เซลล์ต้นกำเนิดแบบ Pluripotent (iPS) เพื่อช่วยฟื้นฟูความสามารถในการเคลื่อนไหวบางส่วนในผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บไขสันหลัง การทดลองครั้งแรกนี้นำไปใช้กับผู้ป่วย 4 คน โดยในจำนวนนี้ 2 คนมีการฟื้นฟูบางส่วน เช่น การสามารถยืนด้วยตัวช่วยพยุง ซึ่งถือว่าเป็นความก้าวหน้าที่น่าชื่นชม แม้จะยังไม่ได้ผลเต็มที่สำหรับทุกคน เบื้องหลังเทคโนโลยี: - เซลล์ต้นกำเนิด iPS นี้ถูกค้นพบโดย Shinya Yamanaka ในปี 2006 และทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบลจากความสามารถในการรีโปรแกรมเซลล์ผู้ใหญ่กลับสู่สถานะเซลล์ต้นกำเนิด ช่วยในการสร้างเซลล์ประสาทใหม่จำนวนมาก. ผลการทดลองแรก: - ผู้ป่วยที่เข้าร่วมได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด iPS พร้อมยากดภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันการปฏิเสธ แม้ 2 คนยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน แต่ทุกคนไม่ได้รับผลข้างเคียงหรือการเติบโตผิดปกติในเซลล์. ผลกระทบเชิงศักยภาพ: - ญี่ปุ่นมีผู้ป่วยไขสันหลังบาดเจ็บราว 100,000 ราย ซึ่งปัจจุบันการบำบัดยังให้ผลที่จำกัด (เพียง 10-12% ฟื้นฟูบางส่วน) เทคโนโลยีนี้อาจช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์ได้อย่างชัดเจนในอนาคต. ทิศทางการวิจัยในอนาคต: - ทีมนักวิจัยวางแผนทำการทดลองขนาดใหญ่ในอนาคต ร่วมมือกับบริษัท K Pharma ที่ก่อตั้งโดยมหาวิทยาลัย Keio เพื่อพัฒนาวิธีการรักษาให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น. https://www.techspot.com/news/107317-pluripotent-stem-cells-aid-partial-motor-recovery-spinal.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Pluripotent stem cells aid partial motor recovery in spinal cord injury patients
    Researchers at Keio University have begun using induced pluripotent stem cells (iPS) to treat and maybe even cure severe spinal cord injuries. The iPS technology was first...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 48 มุมมอง 0 รีวิว
  • การแบน TikTok ในสหรัฐฯ กำลังขาดแรงสนับสนุน เนื่องจากประชาชนส่วนหนึ่งมองว่าการแบนอาจกระทบเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและความเป็นอยู่ของผู้ใช้ที่สร้างรายได้จากแพลตฟอร์มนี้ ขณะที่อีกด้านยังมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลและการควบคุมโดยจีน ในขณะนี้ TikTok กำลังเผชิญเส้นตายสำคัญและพยายามหาวิธีหลีกเลี่ยงการแบนด้วยการหาผู้ซื้อในสหรัฐฯ

    การเปรียบเทียบผู้ใช้งาน:
    - ผู้ที่ไม่ได้ใช้งาน TikTok มีแนวโน้มสนับสนุนการแบนสูงถึง 45% ขณะที่ผู้ใช้งาน TikTok มีเพียง 12% ที่เห็นด้วยกับการแบน.

    ผลกระทบต่อผู้สร้างรายได้:
    - ผู้คัดค้านกังวลว่าการแบน TikTok จะกระทบต่อผู้ใช้ที่พึ่งพาแพลตฟอร์มนี้ในการสร้างรายได้โดยเฉพาะผู้ที่เป็นครีเอเตอร์.

    สถานการณ์ปัจจุบัน:
    - TikTok เคยถูกแบนชั่วคราวในเดือนมกราคมที่ผ่านมา และกำลังเผชิญกับเส้นตายที่อาจถูกแบนอีกครั้งในวันที่ 5 เมษายน หากบริษัท ByteDance ไม่สามารถหาผู้ซื้อเพื่อบริหาร TikTok ในสหรัฐฯ ได้.

    การเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงการแบน:
    - ByteDance กำลังเจรจากับกลุ่มต่าง ๆ เช่น Perplexity ซึ่งแสดงความสนใจซื้อ TikTok โดยให้คำมั่นที่จะปรับปรุงระบบอัลกอริทึมและเพิ่มความโปร่งใส.

    https://www.techspot.com/news/107316-tiktok-ban-loses-momentum-fewer-americans-view-security.html
    การแบน TikTok ในสหรัฐฯ กำลังขาดแรงสนับสนุน เนื่องจากประชาชนส่วนหนึ่งมองว่าการแบนอาจกระทบเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและความเป็นอยู่ของผู้ใช้ที่สร้างรายได้จากแพลตฟอร์มนี้ ขณะที่อีกด้านยังมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลและการควบคุมโดยจีน ในขณะนี้ TikTok กำลังเผชิญเส้นตายสำคัญและพยายามหาวิธีหลีกเลี่ยงการแบนด้วยการหาผู้ซื้อในสหรัฐฯ การเปรียบเทียบผู้ใช้งาน: - ผู้ที่ไม่ได้ใช้งาน TikTok มีแนวโน้มสนับสนุนการแบนสูงถึง 45% ขณะที่ผู้ใช้งาน TikTok มีเพียง 12% ที่เห็นด้วยกับการแบน. ผลกระทบต่อผู้สร้างรายได้: - ผู้คัดค้านกังวลว่าการแบน TikTok จะกระทบต่อผู้ใช้ที่พึ่งพาแพลตฟอร์มนี้ในการสร้างรายได้โดยเฉพาะผู้ที่เป็นครีเอเตอร์. สถานการณ์ปัจจุบัน: - TikTok เคยถูกแบนชั่วคราวในเดือนมกราคมที่ผ่านมา และกำลังเผชิญกับเส้นตายที่อาจถูกแบนอีกครั้งในวันที่ 5 เมษายน หากบริษัท ByteDance ไม่สามารถหาผู้ซื้อเพื่อบริหาร TikTok ในสหรัฐฯ ได้. การเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงการแบน: - ByteDance กำลังเจรจากับกลุ่มต่าง ๆ เช่น Perplexity ซึ่งแสดงความสนใจซื้อ TikTok โดยให้คำมั่นที่จะปรับปรุงระบบอัลกอริทึมและเพิ่มความโปร่งใส. https://www.techspot.com/news/107316-tiktok-ban-loses-momentum-fewer-americans-view-security.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    TikTok ban loses momentum as fewer Americans view it as a security threat
    Among those who support a ban, data security and the platform's Chinese ownership were cited as top concerns. Others took issue with the amount of inaccurate information...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 58 มุมมอง 0 รีวิว
  • Google กำลังปรับวิธีการพัฒนา Android โดยเปลี่ยนเป็นงานภายในทั้งหมด เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและลดความผิดพลาดในกระบวนการ แม้ว่าชิ้นส่วนบางอย่างจะเผยแพร่ช้าลง แต่ Android ยังคงเป็นโอเพ่นซอร์สที่นักพัฒนาภายนอกสามารถมีส่วนร่วมได้ เป้าหมายหลักคือการพัฒนาแพลตฟอร์มให้ยั่งยืนและตอบโจทย์ผู้ใช้มากยิ่งขึ้น

    เหตุผลของการเปลี่ยนแปลง:
    - Google ระบุว่ากระบวนการพัฒนาแบบเดิมสร้างความล่าช้าในการปล่อยฟีเจอร์ใหม่และแก้ไขปัญหาความปลอดภัย เนื่องจากการผสานโค้ดระหว่างสองส่วนมักก่อให้เกิดข้อผิดพลาด.

    ผลกระทบต่อชุมชนนักพัฒนา:
    - การเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้การเผยแพร่ซอร์สโค้ดบางส่วนล่าช้าลง แต่การพัฒนา Android โดยรวมไม่น่าจะได้รับผลกระทบ เนื่องจากบริษัทผู้ผลิตที่มีข้อตกลง GMS เช่น Samsung และ Xiaomi ยังคงสามารถเข้าถึงฟีเจอร์ใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง.

    ความคุ้มค่าในระยะยาว:
    - Google ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เป็นการปิดกั้นนักพัฒนาภายนอก แต่เพื่อรักษาความเป็นโอเพ่นซอร์สของ Android พร้อมทั้งเพิ่มความรวดเร็วและลดข้อผิดพลาดในกระบวนการพัฒนา.

    https://www.techspot.com/news/107314-google-confirms-android-development-soon-become-fully-private.html
    Google กำลังปรับวิธีการพัฒนา Android โดยเปลี่ยนเป็นงานภายในทั้งหมด เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและลดความผิดพลาดในกระบวนการ แม้ว่าชิ้นส่วนบางอย่างจะเผยแพร่ช้าลง แต่ Android ยังคงเป็นโอเพ่นซอร์สที่นักพัฒนาภายนอกสามารถมีส่วนร่วมได้ เป้าหมายหลักคือการพัฒนาแพลตฟอร์มให้ยั่งยืนและตอบโจทย์ผู้ใช้มากยิ่งขึ้น เหตุผลของการเปลี่ยนแปลง: - Google ระบุว่ากระบวนการพัฒนาแบบเดิมสร้างความล่าช้าในการปล่อยฟีเจอร์ใหม่และแก้ไขปัญหาความปลอดภัย เนื่องจากการผสานโค้ดระหว่างสองส่วนมักก่อให้เกิดข้อผิดพลาด. ผลกระทบต่อชุมชนนักพัฒนา: - การเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้การเผยแพร่ซอร์สโค้ดบางส่วนล่าช้าลง แต่การพัฒนา Android โดยรวมไม่น่าจะได้รับผลกระทบ เนื่องจากบริษัทผู้ผลิตที่มีข้อตกลง GMS เช่น Samsung และ Xiaomi ยังคงสามารถเข้าถึงฟีเจอร์ใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง. ความคุ้มค่าในระยะยาว: - Google ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เป็นการปิดกั้นนักพัฒนาภายนอก แต่เพื่อรักษาความเป็นโอเพ่นซอร์สของ Android พร้อมทั้งเพิ่มความรวดเร็วและลดข้อผิดพลาดในกระบวนการพัฒนา. https://www.techspot.com/news/107314-google-confirms-android-development-soon-become-fully-private.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Google confirms Android development will soon become fully private
    Google told Android Authority that it will move all Android development to its internal branches next week, marking a significant shift from the system that has been...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 53 มุมมอง 0 รีวิว
  • Broadcom ยื่นฟ้อง Siemens โดยกล่าวหาว่าใช้ซอฟต์แวร์ VMware โดยไม่มีใบอนุญาตที่เหมาะสม คดีนี้เปิดเผยให้เห็นถึงปัญหาการจัดการลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งอาจนำมาสู่ผลกระทบทางกฎหมายและความตึงเครียดในธุรกิจ Broadcom ต้องการให้ Siemens ชี้แจงข้อเท็จจริงและชดเชยค่าเสียหาย พร้อมกับเรียกร้องกำไรจากการใช้งานซอฟต์แวร์โดยมิชอบ

    การตอบสนองจาก Broadcom:
    - Broadcom อ้างว่า Siemens ยืนยันว่ารายการซอฟต์แวร์ที่ใช้งานถูกต้องตามจริง แต่ไม่สามารถอธิบายความแตกต่างระหว่างจำนวนใบอนุญาตและการใช้งานจริงได้ อีกทั้ง Siemens ยังปฏิเสธการตรวจสอบระบบภายนอกที่อาจพิสูจน์ข้อเท็จจริง.

    ผลกระทบต่อ Broadcom และ VMware:
    - คดีนี้เน้นให้เห็นถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่าง VMware และลูกค้าบางราย หลังจาก Broadcom ปรับกลยุทธ์มุ่งเน้นลูกค้ารายใหญ่เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ โดยที่การเปลี่ยนแปลงนี้สร้างความไม่พอใจให้ลูกค้าเก่า.

    คำขอของ Broadcom:
    - Broadcom เรียกร้องค่าเสียหาย และส่วนแบ่งกำไรที่ Siemens ได้จากการใช้ซอฟต์แวร์ VMware โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมทั้งผลักดันคดีให้เข้าสู่การพิจารณาคดีโดยคณะลูกขุน.

    มุมมองในเชิงธุรกิจ:
    - เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความซับซ้อนในการบริหารจัดการใบอนุญาตซอฟต์แวร์ในองค์กรขนาดใหญ่ และความสำคัญของการตรวจสอบและจัดการซอฟต์แวร์ที่ใช้อย่างถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมาย.

    https://www.techspot.com/news/107310-broadcom-suing-siemens-allegedly-using-thousands-unlicensed-vmware.html
    Broadcom ยื่นฟ้อง Siemens โดยกล่าวหาว่าใช้ซอฟต์แวร์ VMware โดยไม่มีใบอนุญาตที่เหมาะสม คดีนี้เปิดเผยให้เห็นถึงปัญหาการจัดการลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งอาจนำมาสู่ผลกระทบทางกฎหมายและความตึงเครียดในธุรกิจ Broadcom ต้องการให้ Siemens ชี้แจงข้อเท็จจริงและชดเชยค่าเสียหาย พร้อมกับเรียกร้องกำไรจากการใช้งานซอฟต์แวร์โดยมิชอบ การตอบสนองจาก Broadcom: - Broadcom อ้างว่า Siemens ยืนยันว่ารายการซอฟต์แวร์ที่ใช้งานถูกต้องตามจริง แต่ไม่สามารถอธิบายความแตกต่างระหว่างจำนวนใบอนุญาตและการใช้งานจริงได้ อีกทั้ง Siemens ยังปฏิเสธการตรวจสอบระบบภายนอกที่อาจพิสูจน์ข้อเท็จจริง. ผลกระทบต่อ Broadcom และ VMware: - คดีนี้เน้นให้เห็นถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่าง VMware และลูกค้าบางราย หลังจาก Broadcom ปรับกลยุทธ์มุ่งเน้นลูกค้ารายใหญ่เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ โดยที่การเปลี่ยนแปลงนี้สร้างความไม่พอใจให้ลูกค้าเก่า. คำขอของ Broadcom: - Broadcom เรียกร้องค่าเสียหาย และส่วนแบ่งกำไรที่ Siemens ได้จากการใช้ซอฟต์แวร์ VMware โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมทั้งผลักดันคดีให้เข้าสู่การพิจารณาคดีโดยคณะลูกขุน. มุมมองในเชิงธุรกิจ: - เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความซับซ้อนในการบริหารจัดการใบอนุญาตซอฟต์แวร์ในองค์กรขนาดใหญ่ และความสำคัญของการตรวจสอบและจัดการซอฟต์แวร์ที่ใช้อย่างถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมาย. https://www.techspot.com/news/107310-broadcom-suing-siemens-allegedly-using-thousands-unlicensed-vmware.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Broadcom is suing Siemens for allegedly using thousands of unlicensed VMware products
    Broadcom has filed a lawsuit against the US arm of Siemens AG, accusing the German conglomerate of using "thousands" of VMware products without proper licenses. According to...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 107 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าวนี้กล่าวถึงสถานการณ์ของคนรุ่น Gen Z (เกิดระหว่างปี 1997-2012) ที่กำลังเผชิญปัญหาการว่างงานทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร มีคนรุ่นนี้กว่า 4.3 ล้านคนในสหรัฐฯ ที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษา การฝึกอบรม หรือการจ้างงาน (NEETs) ซึ่งผู้เชี่ยวชาญบางคนชี้ว่าเป็นผลมาจากหลักสูตรปริญญามหาวิทยาลัยที่ไม่มีคุณค่าเพียงพอสำหรับตลาดงานในปัจจุบัน

    ผลกระทบของการศึกษา:
    - การศึกษาพบว่าบางสาขาปริญญา เช่น ปรัชญา, ประวัติศาสตร์, การออกแบบแฟชั่น, ศิลปะ ฯลฯ มีโอกาสในการจ้างงานต่ำเมื่อเทียบกับสายสุขภาพที่มีรายได้เริ่มต้นเฉลี่ยปีละ $41,000 ขณะที่สายมนุษยศาสตร์และศิลปศาสตร์เริ่มต้นที่เพียง $29,000.

    อิทธิพลของ AI ต่อการจ้างงาน:
    - เทคโนโลยี AI ส่งผลกระทบต่อสายงานคอมพิวเตอร์และการเขียนโค้ด ซึ่งเคยเป็นที่นิยม ขณะที่อาชีพด้านสุขภาพ เช่น ผู้ช่วยดูแลสุขภาพและพยาบาลวิชาชีพ ยังคงมีความต้องการสูงและกำลังเติบโต.

    ปัญหาเพิ่มเติมของ Gen Z:
    - ค่าใช้จ่ายสูงในการดำรงชีวิต เช่น ค่าเดินทางและการคมนาคม ส่งผลให้หลายคนเลือกที่จะไม่เข้าทำงานที่รายได้ต่ำ นอกจากนี้ยังมีข้อกล่าวหาว่าคนรุ่นนี้บางส่วนเลือกงานที่ "เหมาะสม" และมองข้ามโอกาสที่ต้องเริ่มจากตำแหน่งล่าง.

    การศึกษาและการปรับตัว:
    - สถาบันการศึกษาและองค์กรต่าง ๆ ต้องมองหาวิธีปรับตัวเพื่อเตรียมบุคลากรให้ตอบโจทย์ตลาดงานในยุคที่ AI และเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น.

    https://www.techspot.com/news/107312-millions-gen-z-jobless-ndash-useless-university-degrees.html
    ข่าวนี้กล่าวถึงสถานการณ์ของคนรุ่น Gen Z (เกิดระหว่างปี 1997-2012) ที่กำลังเผชิญปัญหาการว่างงานทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร มีคนรุ่นนี้กว่า 4.3 ล้านคนในสหรัฐฯ ที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษา การฝึกอบรม หรือการจ้างงาน (NEETs) ซึ่งผู้เชี่ยวชาญบางคนชี้ว่าเป็นผลมาจากหลักสูตรปริญญามหาวิทยาลัยที่ไม่มีคุณค่าเพียงพอสำหรับตลาดงานในปัจจุบัน ผลกระทบของการศึกษา: - การศึกษาพบว่าบางสาขาปริญญา เช่น ปรัชญา, ประวัติศาสตร์, การออกแบบแฟชั่น, ศิลปะ ฯลฯ มีโอกาสในการจ้างงานต่ำเมื่อเทียบกับสายสุขภาพที่มีรายได้เริ่มต้นเฉลี่ยปีละ $41,000 ขณะที่สายมนุษยศาสตร์และศิลปศาสตร์เริ่มต้นที่เพียง $29,000. อิทธิพลของ AI ต่อการจ้างงาน: - เทคโนโลยี AI ส่งผลกระทบต่อสายงานคอมพิวเตอร์และการเขียนโค้ด ซึ่งเคยเป็นที่นิยม ขณะที่อาชีพด้านสุขภาพ เช่น ผู้ช่วยดูแลสุขภาพและพยาบาลวิชาชีพ ยังคงมีความต้องการสูงและกำลังเติบโต. ปัญหาเพิ่มเติมของ Gen Z: - ค่าใช้จ่ายสูงในการดำรงชีวิต เช่น ค่าเดินทางและการคมนาคม ส่งผลให้หลายคนเลือกที่จะไม่เข้าทำงานที่รายได้ต่ำ นอกจากนี้ยังมีข้อกล่าวหาว่าคนรุ่นนี้บางส่วนเลือกงานที่ "เหมาะสม" และมองข้ามโอกาสที่ต้องเริ่มจากตำแหน่งล่าง. การศึกษาและการปรับตัว: - สถาบันการศึกษาและองค์กรต่าง ๆ ต้องมองหาวิธีปรับตัวเพื่อเตรียมบุคลากรให้ตอบโจทย์ตลาดงานในยุคที่ AI และเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น. https://www.techspot.com/news/107312-millions-gen-z-jobless-ndash-useless-university-degrees.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Millions of Gen Z are jobless – are useless university degrees to blame?
    It's estimated that more than 4.3 million young people in the US are classified as NEETs – not in employment, education, or training. The UK is facing...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 57 มุมมอง 0 รีวิว
  • นี่คือสิ่งที่ลุงกลัวและเป็นเหตุผลที่ลุงจะไม่ซื้อของที่เป็นมือสองหรือจากร้านที่ไม่มีชื่อเสียง

    ผู้บริโภคต้องระวังการ์ดจอปลอมที่ถูกออกแบบให้เหมือน RTX 4090 แต่แท้จริงใช้ชิป GA102 ของ RTX 3090 โดยมักถูกขายในราคาที่ถูกกว่า RTX 4090 มาก การดัดแปลงทำได้อย่างแนบเนียนจนผู้ซื้อที่ไม่เชี่ยวชาญอาจไม่สามารถแยกแยะได้ อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบชิ้นส่วนภายในและการทดสอบไดรเวอร์สามารถช่วยยืนยันได้ว่าการ์ดนั้นเป็นของแท้หรือไม่

    การตรวจสอบการปลอมแปลง:
    - การปลอมแปลงทำได้เนียนจนแทบจะไม่มีใครสังเกตเห็นได้ง่าย นอกจากผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ที่คุ้นเคยกับชิ้นส่วนภายในของการ์ดจอ โดยพบว่าตำแหน่งของตัวเก็บประจุ (capacitor) ไม่ตรงกับของแท้ รวมถึงการออกแบบ MLCC ที่เหมือน RTX 3090 มากกว่า RTX 4090.

    ผลกระทบต่อผู้บริโภค:
    - ผู้ใช้ที่ซื้อการ์ดปลอมมักจะพบปัญหา เช่น การ์ดไม่สามารถทำงานได้ และการตรวจสอบผ่านไดรเวอร์ของ Nvidia จะแสดงความผิดปกติ.

    ประวัติของการโกงการ์ดจอ:
    - นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดกรณีลักษณะนี้ การปลอมแปลง RTX 4090 เคยปรากฏในกรณีที่มีการดัดแปลงการ์ดจอโดยใช้ชิป GA102 หรือขายโดยไม่มีชิป GPU และหน่วยความจำในตัว.

    https://www.techspot.com/news/107311-fake-rtx-4090-graphics-card-looks-real-ndash.html
    นี่คือสิ่งที่ลุงกลัวและเป็นเหตุผลที่ลุงจะไม่ซื้อของที่เป็นมือสองหรือจากร้านที่ไม่มีชื่อเสียง ผู้บริโภคต้องระวังการ์ดจอปลอมที่ถูกออกแบบให้เหมือน RTX 4090 แต่แท้จริงใช้ชิป GA102 ของ RTX 3090 โดยมักถูกขายในราคาที่ถูกกว่า RTX 4090 มาก การดัดแปลงทำได้อย่างแนบเนียนจนผู้ซื้อที่ไม่เชี่ยวชาญอาจไม่สามารถแยกแยะได้ อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบชิ้นส่วนภายในและการทดสอบไดรเวอร์สามารถช่วยยืนยันได้ว่าการ์ดนั้นเป็นของแท้หรือไม่ การตรวจสอบการปลอมแปลง: - การปลอมแปลงทำได้เนียนจนแทบจะไม่มีใครสังเกตเห็นได้ง่าย นอกจากผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ที่คุ้นเคยกับชิ้นส่วนภายในของการ์ดจอ โดยพบว่าตำแหน่งของตัวเก็บประจุ (capacitor) ไม่ตรงกับของแท้ รวมถึงการออกแบบ MLCC ที่เหมือน RTX 3090 มากกว่า RTX 4090. ผลกระทบต่อผู้บริโภค: - ผู้ใช้ที่ซื้อการ์ดปลอมมักจะพบปัญหา เช่น การ์ดไม่สามารถทำงานได้ และการตรวจสอบผ่านไดรเวอร์ของ Nvidia จะแสดงความผิดปกติ. ประวัติของการโกงการ์ดจอ: - นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดกรณีลักษณะนี้ การปลอมแปลง RTX 4090 เคยปรากฏในกรณีที่มีการดัดแปลงการ์ดจอโดยใช้ชิป GA102 หรือขายโดยไม่มีชิป GPU และหน่วยความจำในตัว. https://www.techspot.com/news/107311-fake-rtx-4090-graphics-card-looks-real-ndash.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Fake RTX 4090 graphics card looks real – but hides an RTX 3090 GPU
    A user on Chinese video-sharing platform Bilibili (via Tom's Hardware) shared a video of what appears to be an unboxing of a Palit RTX 4090 graphics card.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 35 มุมมอง 0 รีวิว
  • NASA และ Boeing เตรียมทดสอบยาน Starliner ใหม่หลังเกิดปัญหาระบบขับเคลื่อนในภารกิจแรกที่ใช้เวลานานถึง 9 เดือน ยานนี้ได้รับการปรับปรุงและเตรียมพร้อมสำหรับการบินที่มีเป้าหมายในปลายปีนี้หรือต้นปี 2026 ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพการเดินทางในอวกาศและเพิ่มตัวเลือกสำหรับภารกิจส่งมนุษย์ในอนาคต

    บทเรียนจากภารกิจแรก:
    - ภารกิจแรกที่ควรจะใช้เวลา 8 วัน กลับต้องยืดเวลาเป็น 9 เดือน เนื่องจากข้อบกพร่องของระบบขับเคลื่อน ทำให้นักบินอวกาศของ NASA อย่าง Butch Wilmore และ Suni Williams ต้องกลับมายังโลกด้วยยานของ SpaceX.

    แผนการทดสอบในปีนี้:
    - NASA และ Boeing กำลังพัฒนาตารางการทดสอบระบบขับเคลื่อนและวิเคราะห์ข้อมูลในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการบินครั้งหน้า.

    ผลกระทบด้านการเงิน:
    - โครงการ Starliner เป็นหนึ่งในความท้าทายของ Boeing ที่ทำให้บริษัทต้องใช้งบประมาณมหาศาล ในขณะเดียวกันก็เป็นการเปิดโอกาสในการพัฒนานวัตกรรมอวกาศอย่างต่อเนื่อง.

    เป้าหมายการรับรอง:
    - NASA วางเป้าหมายการรับรองยาน CST-100 Starliner สำหรับภารกิจที่มีลูกเรือ เพื่อใช้สำหรับการเดินทางไปยังสถานีอวกาศในอนาคต ซึ่งจะช่วยเพิ่มตัวเลือกและประสิทธิภาพในการส่งมนุษย์ไปในอวกาศ.

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/28/nasa-boeing-to-start-testing-starliner-for-next-flight-aimed-at-early-2026
    NASA และ Boeing เตรียมทดสอบยาน Starliner ใหม่หลังเกิดปัญหาระบบขับเคลื่อนในภารกิจแรกที่ใช้เวลานานถึง 9 เดือน ยานนี้ได้รับการปรับปรุงและเตรียมพร้อมสำหรับการบินที่มีเป้าหมายในปลายปีนี้หรือต้นปี 2026 ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพการเดินทางในอวกาศและเพิ่มตัวเลือกสำหรับภารกิจส่งมนุษย์ในอนาคต บทเรียนจากภารกิจแรก: - ภารกิจแรกที่ควรจะใช้เวลา 8 วัน กลับต้องยืดเวลาเป็น 9 เดือน เนื่องจากข้อบกพร่องของระบบขับเคลื่อน ทำให้นักบินอวกาศของ NASA อย่าง Butch Wilmore และ Suni Williams ต้องกลับมายังโลกด้วยยานของ SpaceX. แผนการทดสอบในปีนี้: - NASA และ Boeing กำลังพัฒนาตารางการทดสอบระบบขับเคลื่อนและวิเคราะห์ข้อมูลในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการบินครั้งหน้า. ผลกระทบด้านการเงิน: - โครงการ Starliner เป็นหนึ่งในความท้าทายของ Boeing ที่ทำให้บริษัทต้องใช้งบประมาณมหาศาล ในขณะเดียวกันก็เป็นการเปิดโอกาสในการพัฒนานวัตกรรมอวกาศอย่างต่อเนื่อง. เป้าหมายการรับรอง: - NASA วางเป้าหมายการรับรองยาน CST-100 Starliner สำหรับภารกิจที่มีลูกเรือ เพื่อใช้สำหรับการเดินทางไปยังสถานีอวกาศในอนาคต ซึ่งจะช่วยเพิ่มตัวเลือกและประสิทธิภาพในการส่งมนุษย์ไปในอวกาศ. https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/28/nasa-boeing-to-start-testing-starliner-for-next-flight-aimed-at-early-2026
    WWW.THESTAR.COM.MY
    NASA, Boeing to start testing Starliner for next flight aimed at early 2026
    (Reuters) - NASA said on Thursday it was moving toward certifying Boeing's CST-100 Starliner for crewed flights later this year or by early 2026 after its inaugural mission to the International Space Station was marred by a system fault, forcing an extended stay.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 117 มุมมอง 0 รีวิว
  • รัฐบาลอิตาลีเสนอชื่อ Marcello Sala เข้าร่วมคณะกรรมการกำกับดูแลของ STMicroelectronics บริษัทผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่มีรัฐบาลอิตาลีและฝรั่งเศสถือหุ้นรวมกัน 27.5% ในช่วงที่บริษัทกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านการลดต้นทุนและการปลดพนักงานในอิตาลี การประชุมสำคัญในเดือนเมษายนจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ช่วยกำหนดอนาคตของบริษัทและแรงงานในประเทศ

    บทบาทของ Marcello Sala:
    - Sala มีบทบาทสำคัญในการจัดการทรัพย์สินของรัฐ เช่น การลดสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคาร Monte dei Paschi di Siena ซึ่งช่วยให้รัฐบาลอิตาลีปฏิบัติตามข้อตกลงกับคณะกรรมาธิการยุโรป.

    ความไม่พอใจต่อ CEO ของ STMicroelectronics:
    - มีรายงานว่ารัฐบาลอิตาลีไม่พอใจต่อการบริหารงานของ Jean-Marc Chery CEO ของบริษัท โดยเฉพาะแผนการลดพนักงานที่ส่งผลกระทบต่อแรงงานในประเทศ.

    การประชุมสำคัญในเดือนเมษายน:
    - รัฐมนตรีเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของอิตาลีได้เรียกประชุมตัวแทนจาก STMicroelectronics และสหภาพแรงงานในวันที่ 3 เมษายน เพื่อหารือเกี่ยวกับอนาคตของบริษัทในประเทศ.

    การเปลี่ยนแปลงในคณะกรรมการกำกับดูแล:
    - Sala และ Simonetta Acri ถูกเสนอชื่อให้แทนที่ Maurizio Tamagnini และ Donatella Sciuto ในคณะกรรมการกำกับดูแล ซึ่งมีหน้าที่ให้คำแนะนำและตรวจสอบนโยบายของคณะกรรมการบริหาร.

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/28/italian-top-government-official-seen-joining-stmicroelectronics-supervisory-board
    รัฐบาลอิตาลีเสนอชื่อ Marcello Sala เข้าร่วมคณะกรรมการกำกับดูแลของ STMicroelectronics บริษัทผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่มีรัฐบาลอิตาลีและฝรั่งเศสถือหุ้นรวมกัน 27.5% ในช่วงที่บริษัทกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านการลดต้นทุนและการปลดพนักงานในอิตาลี การประชุมสำคัญในเดือนเมษายนจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ช่วยกำหนดอนาคตของบริษัทและแรงงานในประเทศ บทบาทของ Marcello Sala: - Sala มีบทบาทสำคัญในการจัดการทรัพย์สินของรัฐ เช่น การลดสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคาร Monte dei Paschi di Siena ซึ่งช่วยให้รัฐบาลอิตาลีปฏิบัติตามข้อตกลงกับคณะกรรมาธิการยุโรป. ความไม่พอใจต่อ CEO ของ STMicroelectronics: - มีรายงานว่ารัฐบาลอิตาลีไม่พอใจต่อการบริหารงานของ Jean-Marc Chery CEO ของบริษัท โดยเฉพาะแผนการลดพนักงานที่ส่งผลกระทบต่อแรงงานในประเทศ. การประชุมสำคัญในเดือนเมษายน: - รัฐมนตรีเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของอิตาลีได้เรียกประชุมตัวแทนจาก STMicroelectronics และสหภาพแรงงานในวันที่ 3 เมษายน เพื่อหารือเกี่ยวกับอนาคตของบริษัทในประเทศ. การเปลี่ยนแปลงในคณะกรรมการกำกับดูแล: - Sala และ Simonetta Acri ถูกเสนอชื่อให้แทนที่ Maurizio Tamagnini และ Donatella Sciuto ในคณะกรรมการกำกับดูแล ซึ่งมีหน้าที่ให้คำแนะนำและตรวจสอบนโยบายของคณะกรรมการบริหาร. https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/28/italian-top-government-official-seen-joining-stmicroelectronics-supervisory-board
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Italian top government official seen joining STMicroelectronics supervisory board
    ROME (Reuters) - Italy intends to appoint Marcello Sala, head of an economy ministry department that manages state-run firms and asset disposals, as a supervisory board member at chip maker STMicroelectronics, three sources said.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 132 มุมมอง 0 รีวิว
  • วันที่ 27 มีนาคม เวลา 13.30 น. ตามเวลาเกาหลี ทนายความ พูจีซอก จากสำนักงานกฎหมาย Buyou ได้จัดแถลงข่าว ณ Space Share ใกล้สถานีคังนัม ย่านซอโชดง กรุงโซล ในนามของครอบครัวผู้ล่วงลับ คิมแซรน นักแสดงสาวที่จากไปก่อนวัยอันควร โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อขอความเห็นใจจากสังคม และชี้แจงข้อเท็จจริงที่ทำให้ครอบครัวต้องเผชิญกับความทุกข์อย่างแสนสาหัส

    “ช่วงหลังมานี้ มีการเปิดเผยเรื่องส่วนตัวของคิมแซรนอย่างไม่ยั้งคิดบนโลกออนไลน์แทบทุกวัน นำมาซึ่งคำวิพากษ์วิจารณ์และการคาดเดาอย่างไม่สิ้นสุด ซึ่งได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงทั้งด้านร่างกายและจิตใจต่อครอบครัวของผู้ล่วงลับ” ทนายพูเปิดเผย

    เขาระบุว่าจุดประสงค์ของการแถลงข่าวครั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อเปิดเผยสาเหตุการตัดสินใจจบชีวิตของคิมแซรน แต่เพื่อขอให้สังคมหยุดโจมตีครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมย้ำว่าทางครอบครัวไม่ต้องการยืดเยื้อหรือโต้แย้งเรื่องข้อเท็จจริงในสื่ออีกต่อไป

    ทนายพูยังเปิดเผยว่า ครอบครัวจำเป็นต้องเปิดเผยว่า คิมซูฮยอน นักแสดงหนุ่มชื่อดัง เคยมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับคิมแซรนตั้งแต่เธอยังไม่บรรลุนิติภาวะ โดยเหตุที่จำต้องเปิดเผยเรื่องนี้ เนื่องจากครอบครัวกำลังเตรียมดำเนินคดีทางกฎหมายกับยูทูบเบอร์ อีจินโฮ ซึ่งเผยแพร่ข้อมูลเท็จและดูหมิ่นผู้ล่วงลับจนทำให้เธอทุกข์ทรมานทางจิตใจอย่างหนัก

    อย่างไรก็ตาม ฝ่ายคิมซูฮยอนกลับปฏิเสธว่าไม่เคยคบหากับคิมแซรน ก่อนที่จะมีหลักฐานยืนยันความสัมพันธ์ และถึงแม้จะมีหลักฐานดังกล่าวแล้ว เขาก็ยังไม่เคยออกมาขอโทษใดๆ และยืนกรานว่าเริ่มคบกันหลังคิมแซรนเป็นผู้ใหญ่แล้ว

    ทนายยังกล่าวหาร่วมว่าอีจินโฮและบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จงใจขุดคุ้ยเรื่องส่วนตัวของคิมแซรน พร้อมใส่ความโดยไร้หลักฐานอย่างต่อเนื่อง

    ล่าสุดในงานแถลง ทนายพูได้เปิดเผยภาพข้อความแชต KakaoTalk ระหว่างคิมแซรนและคิมซูฮยอนลงวันที่ 24 มิถุนายน 2559 (ขณะคิมแซรนอายุเพียง 17 ปี) ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่เกินกว่าความเป็นพี่น้องหรือเพื่อนร่วมงาน

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/entertainment/detail/9680000029159

    #MGROnline #คิมซูฮยอน #คิมแซรน #คิมแซรอน #KimSooHyun #KimSaeron
    วันที่ 27 มีนาคม เวลา 13.30 น. ตามเวลาเกาหลี ทนายความ พูจีซอก จากสำนักงานกฎหมาย Buyou ได้จัดแถลงข่าว ณ Space Share ใกล้สถานีคังนัม ย่านซอโชดง กรุงโซล ในนามของครอบครัวผู้ล่วงลับ คิมแซรน นักแสดงสาวที่จากไปก่อนวัยอันควร โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อขอความเห็นใจจากสังคม และชี้แจงข้อเท็จจริงที่ทำให้ครอบครัวต้องเผชิญกับความทุกข์อย่างแสนสาหัส • “ช่วงหลังมานี้ มีการเปิดเผยเรื่องส่วนตัวของคิมแซรนอย่างไม่ยั้งคิดบนโลกออนไลน์แทบทุกวัน นำมาซึ่งคำวิพากษ์วิจารณ์และการคาดเดาอย่างไม่สิ้นสุด ซึ่งได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงทั้งด้านร่างกายและจิตใจต่อครอบครัวของผู้ล่วงลับ” ทนายพูเปิดเผย • เขาระบุว่าจุดประสงค์ของการแถลงข่าวครั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อเปิดเผยสาเหตุการตัดสินใจจบชีวิตของคิมแซรน แต่เพื่อขอให้สังคมหยุดโจมตีครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมย้ำว่าทางครอบครัวไม่ต้องการยืดเยื้อหรือโต้แย้งเรื่องข้อเท็จจริงในสื่ออีกต่อไป • ทนายพูยังเปิดเผยว่า ครอบครัวจำเป็นต้องเปิดเผยว่า คิมซูฮยอน นักแสดงหนุ่มชื่อดัง เคยมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับคิมแซรนตั้งแต่เธอยังไม่บรรลุนิติภาวะ โดยเหตุที่จำต้องเปิดเผยเรื่องนี้ เนื่องจากครอบครัวกำลังเตรียมดำเนินคดีทางกฎหมายกับยูทูบเบอร์ อีจินโฮ ซึ่งเผยแพร่ข้อมูลเท็จและดูหมิ่นผู้ล่วงลับจนทำให้เธอทุกข์ทรมานทางจิตใจอย่างหนัก • อย่างไรก็ตาม ฝ่ายคิมซูฮยอนกลับปฏิเสธว่าไม่เคยคบหากับคิมแซรน ก่อนที่จะมีหลักฐานยืนยันความสัมพันธ์ และถึงแม้จะมีหลักฐานดังกล่าวแล้ว เขาก็ยังไม่เคยออกมาขอโทษใดๆ และยืนกรานว่าเริ่มคบกันหลังคิมแซรนเป็นผู้ใหญ่แล้ว • ทนายยังกล่าวหาร่วมว่าอีจินโฮและบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จงใจขุดคุ้ยเรื่องส่วนตัวของคิมแซรน พร้อมใส่ความโดยไร้หลักฐานอย่างต่อเนื่อง • ล่าสุดในงานแถลง ทนายพูได้เปิดเผยภาพข้อความแชต KakaoTalk ระหว่างคิมแซรนและคิมซูฮยอนลงวันที่ 24 มิถุนายน 2559 (ขณะคิมแซรนอายุเพียง 17 ปี) ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่เกินกว่าความเป็นพี่น้องหรือเพื่อนร่วมงาน • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/entertainment/detail/9680000029159 • #MGROnline #คิมซูฮยอน #คิมแซรน #คิมแซรอน #KimSooHyun #KimSaeron
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 127 มุมมอง 0 รีวิว
  • Generative AI กำลังเปลี่ยนแปลงทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบระบบ การโยกย้ายข้อมูล หรือการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่การขาดกลยุทธ์ในการใช้งานอาจทำให้องค์กรเจอปัญหาความปลอดภัยที่เกิดจาก Shadow AI ในยุคนี้ เราต้องมีแนวทางชัดเจนในการปรับตัวและใช้งาน AI อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์

    การปรับตัวของอินเทอร์เฟซในอนาคต:
    - จาก Chatbots สู่ระบบ Generative UI ที่ตอบสนองความต้องการผู้ใช้ได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งอาจเปลี่ยนโฉมหน้าการออกแบบแอปพลิเคชันและการใช้งานเทคโนโลยีในองค์กร.

    การโยกย้ายระบบด้วย AI:
    - Generative AI ช่วยลดงานที่ซับซ้อน เช่น การโยกย้ายแอปพลิเคชันจากระบบเก่าไปยังระบบใหม่ ด้วยการลดเวลาและทรัพยากรที่จำเป็น.

    ความเสี่ยงของ Shadow AI:
    - แม้บริษัทอาจไม่ได้สนับสนุนการใช้ AI แต่พนักงานกลับใช้เครื่องมือ AI สาธารณะอย่าง ChatGPT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งอาจนำไปสู่การเปิดเผยข้อมูลสำคัญขององค์กรโดยไม่ได้ตั้งใจ.

    ผลกระทบต่อชุมชนนักพัฒนา:
    - การใช้ Generative AI อาจทำให้ชุมชนออนไลน์เช่น Stack Overflow มีบทบาทน้อยลงในกลุ่มนักพัฒนารุ่นใหม่ เนื่องจากพวกเขาเลือก AI เป็นแหล่งคำตอบมากกว่า.

    https://www.infoworld.com/article/3849576/everyone-needs-a-genai-strategy-now.html
    Generative AI กำลังเปลี่ยนแปลงทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบระบบ การโยกย้ายข้อมูล หรือการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่การขาดกลยุทธ์ในการใช้งานอาจทำให้องค์กรเจอปัญหาความปลอดภัยที่เกิดจาก Shadow AI ในยุคนี้ เราต้องมีแนวทางชัดเจนในการปรับตัวและใช้งาน AI อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ การปรับตัวของอินเทอร์เฟซในอนาคต: - จาก Chatbots สู่ระบบ Generative UI ที่ตอบสนองความต้องการผู้ใช้ได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งอาจเปลี่ยนโฉมหน้าการออกแบบแอปพลิเคชันและการใช้งานเทคโนโลยีในองค์กร. การโยกย้ายระบบด้วย AI: - Generative AI ช่วยลดงานที่ซับซ้อน เช่น การโยกย้ายแอปพลิเคชันจากระบบเก่าไปยังระบบใหม่ ด้วยการลดเวลาและทรัพยากรที่จำเป็น. ความเสี่ยงของ Shadow AI: - แม้บริษัทอาจไม่ได้สนับสนุนการใช้ AI แต่พนักงานกลับใช้เครื่องมือ AI สาธารณะอย่าง ChatGPT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งอาจนำไปสู่การเปิดเผยข้อมูลสำคัญขององค์กรโดยไม่ได้ตั้งใจ. ผลกระทบต่อชุมชนนักพัฒนา: - การใช้ Generative AI อาจทำให้ชุมชนออนไลน์เช่น Stack Overflow มีบทบาทน้อยลงในกลุ่มนักพัฒนารุ่นใหม่ เนื่องจากพวกเขาเลือก AI เป็นแหล่งคำตอบมากกว่า. https://www.infoworld.com/article/3849576/everyone-needs-a-genai-strategy-now.html
    WWW.INFOWORLD.COM
    Everyone needs a genAI strategy now
    Generative AI's popular appeal makes it difficult for companies to control the tools their employees are using, but that's only part of the story. This month's report looks at why having a generative AI strategy is important for everyone—from company leaders to developers to everyday users.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 48 มุมมอง 0 รีวิว
  • VMware ได้แก้ไขช่องโหว่ระดับสูงใน VMware Tools สำหรับ Windows ที่อาจทำให้ผู้โจมตียกระดับสิทธิ์และดำเนินการที่อันตรายภายในระบบ การโจมตีนี้มีความซับซ้อนต่ำและเปิดช่องให้เกิดความเสี่ยงที่รุนแรง อย่างไรก็ตาม แพตช์เวอร์ชัน 12.5.1 ได้ออกมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้ ผู้ใช้งานจึงควรรีบอัปเดตเพื่อรักษาความปลอดภัยของระบบ

    ผลกระทบที่ร้ายแรง:
    - ช่องโหว่นี้เปิดช่องให้ผู้โจมตีสามารถหลบหนีออกจาก VM เพื่อโจมตีโฮสต์, ขยายการเข้าถึงไปยัง VM อื่น หรือสร้าง VM ที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาจส่งผลต่อการรักษาความปลอดภัยในศูนย์ข้อมูลหรือระบบคลาวด์.

    ความสำคัญในการอัปเดต:
    - Broadcom ย้ำว่าช่องโหว่นี้ไม่มีวิธีแก้ไขชั่วคราว ผู้ใช้งานต้องติดตั้งแพตช์เวอร์ชัน 12.5.1 เพื่อแก้ไขปัญหาโดยทันที VMware Tools บน Linux และ macOS ไม่ได้รับผลกระทบ.

    แรงจูงใจของผู้โจมตี:
    - ระบบที่ใช้ VMware นับเป็นเป้าหมายสำคัญสำหรับผู้โจมตี เนื่องจากการใช้งานที่แพร่หลายในองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งการโจมตีสามารถนำไปสู่การรบกวนบริการที่สำคัญและสร้างโอกาสในการเคลื่อนไหวระหว่างระบบเสมือนจริง.

    https://www.csoonline.com/article/3854374/vmware-plugs-a-high-risk-vulnerability-affecting-its-windows-based-virtualization.html
    VMware ได้แก้ไขช่องโหว่ระดับสูงใน VMware Tools สำหรับ Windows ที่อาจทำให้ผู้โจมตียกระดับสิทธิ์และดำเนินการที่อันตรายภายในระบบ การโจมตีนี้มีความซับซ้อนต่ำและเปิดช่องให้เกิดความเสี่ยงที่รุนแรง อย่างไรก็ตาม แพตช์เวอร์ชัน 12.5.1 ได้ออกมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้ ผู้ใช้งานจึงควรรีบอัปเดตเพื่อรักษาความปลอดภัยของระบบ ผลกระทบที่ร้ายแรง: - ช่องโหว่นี้เปิดช่องให้ผู้โจมตีสามารถหลบหนีออกจาก VM เพื่อโจมตีโฮสต์, ขยายการเข้าถึงไปยัง VM อื่น หรือสร้าง VM ที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาจส่งผลต่อการรักษาความปลอดภัยในศูนย์ข้อมูลหรือระบบคลาวด์. ความสำคัญในการอัปเดต: - Broadcom ย้ำว่าช่องโหว่นี้ไม่มีวิธีแก้ไขชั่วคราว ผู้ใช้งานต้องติดตั้งแพตช์เวอร์ชัน 12.5.1 เพื่อแก้ไขปัญหาโดยทันที VMware Tools บน Linux และ macOS ไม่ได้รับผลกระทบ. แรงจูงใจของผู้โจมตี: - ระบบที่ใช้ VMware นับเป็นเป้าหมายสำคัญสำหรับผู้โจมตี เนื่องจากการใช้งานที่แพร่หลายในองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งการโจมตีสามารถนำไปสู่การรบกวนบริการที่สำคัญและสร้างโอกาสในการเคลื่อนไหวระหว่างระบบเสมือนจริง. https://www.csoonline.com/article/3854374/vmware-plugs-a-high-risk-vulnerability-affecting-its-windows-based-virtualization.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    VMware plugs a high-risk vulnerability affecting its Windows-based virtualization
    Improper access control issues in VMware Tools for Windows could allow privilege escalation on affected virtual machines.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 102 มุมมอง 0 รีวิว
  • ช่องโหว่ CVE-2025-29927 ใน Next.js ส่งผลให้ผู้ดูแลระบบต้องรีบอัปเดตแพลตฟอร์มเพื่อป้องกันการข้ามขั้นตอนตรวจสอบสิทธิ์ที่อาจเกิดขึ้น หากคุณใช้งานเวอร์ชัน 11.1.4 ขึ้นไป ควรรีบติดตั้งเวอร์ชัน 15.2.3 หรือ 14.2.25 เพื่อความปลอดภัย และหากยังอัปเดตไม่ได้ ให้ปิดกั้นคำขอที่มี x-middleware-subrequest header เพื่อป้องกันการโจมตีในระหว่างนี้

    ผลกระทบที่รุนแรง:
    - ช่องโหว่นี้ส่งผลกระทบต่อ Next.js ทุกเวอร์ชันตั้งแต่ 11.1.4 เป็นต้นมา ทำให้ผู้ใช้ที่ไม่ได้อัปเดตมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่ใช้ฟังก์ชัน middleware ในการควบคุมสิทธิ์.

    การแก้ไข:
    - ผู้พัฒนาและผู้ดูแลระบบที่ใช้ Next.js ควรอัปเดตเป็นเวอร์ชัน 15.2.3 สำหรับผู้ที่อยู่บนสาย 15.x หรือเวอร์ชัน 14.2.25 สำหรับสาย 14.x เพื่อปิดช่องโหว่นี้.

    คำแนะนำจาก Vercel:
    - หากไม่สามารถติดตั้งการอัปเดตได้ในทันที ผู้ใช้งานควรกำหนดให้เซิร์ฟเวอร์ปิดกั้นคำขอที่มี x-middleware-subrequest header เพื่อลดความเสี่ยงที่ผู้โจมตีอาจใช้ช่องโหว่นี้.

    ความกังวลในวงกว้าง:
    - ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ช่องโหว่ลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นในเฟรมเวิร์คอื่น ๆ ซึ่งเน้นการเชื่อมต่อระหว่างองค์ประกอบต่าง ๆ ในระบบเพื่อให้บริการได้รวดเร็ว แต่หากจัดการไม่ดี อาจสร้างช่องโหว่เช่นเดียวกัน.

    https://www.infoworld.com/article/3853904/warning-for-developers-web-admins-update-next-js-to-prevent-exploit.html
    ช่องโหว่ CVE-2025-29927 ใน Next.js ส่งผลให้ผู้ดูแลระบบต้องรีบอัปเดตแพลตฟอร์มเพื่อป้องกันการข้ามขั้นตอนตรวจสอบสิทธิ์ที่อาจเกิดขึ้น หากคุณใช้งานเวอร์ชัน 11.1.4 ขึ้นไป ควรรีบติดตั้งเวอร์ชัน 15.2.3 หรือ 14.2.25 เพื่อความปลอดภัย และหากยังอัปเดตไม่ได้ ให้ปิดกั้นคำขอที่มี x-middleware-subrequest header เพื่อป้องกันการโจมตีในระหว่างนี้ ผลกระทบที่รุนแรง: - ช่องโหว่นี้ส่งผลกระทบต่อ Next.js ทุกเวอร์ชันตั้งแต่ 11.1.4 เป็นต้นมา ทำให้ผู้ใช้ที่ไม่ได้อัปเดตมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่ใช้ฟังก์ชัน middleware ในการควบคุมสิทธิ์. การแก้ไข: - ผู้พัฒนาและผู้ดูแลระบบที่ใช้ Next.js ควรอัปเดตเป็นเวอร์ชัน 15.2.3 สำหรับผู้ที่อยู่บนสาย 15.x หรือเวอร์ชัน 14.2.25 สำหรับสาย 14.x เพื่อปิดช่องโหว่นี้. คำแนะนำจาก Vercel: - หากไม่สามารถติดตั้งการอัปเดตได้ในทันที ผู้ใช้งานควรกำหนดให้เซิร์ฟเวอร์ปิดกั้นคำขอที่มี x-middleware-subrequest header เพื่อลดความเสี่ยงที่ผู้โจมตีอาจใช้ช่องโหว่นี้. ความกังวลในวงกว้าง: - ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ช่องโหว่ลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นในเฟรมเวิร์คอื่น ๆ ซึ่งเน้นการเชื่อมต่อระหว่างองค์ประกอบต่าง ๆ ในระบบเพื่อให้บริการได้รวดเร็ว แต่หากจัดการไม่ดี อาจสร้างช่องโหว่เช่นเดียวกัน. https://www.infoworld.com/article/3853904/warning-for-developers-web-admins-update-next-js-to-prevent-exploit.html
    WWW.INFOWORLD.COM
    Warning for developers, web admins: update Next.js to prevent exploit
    Install the latest version to close critical authorization bypass vulnerability.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 101 มุมมอง 0 รีวิว
  • การโกงการเงินแบบใหม่ใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลที่สร้างขึ้นจากการหลอกลวงทางออนไลน์ โดยมิจฉาชีพในจีนใช้แอป Z-NFC ส่งธุรกรรมจากมือถือในจีนไปยังร้านค้าในสหรัฐฯ ผ่านระบบ Tap-to-Pay ทำให้สามารถซื้อบัตรของขวัญได้อย่างรวดเร็วแม้ไม่ได้อยู่ในประเทศ เหตุการณ์นี้เน้นให้เห็นถึงความจำเป็นในการป้องกันภัยฟิชชิงและเพิ่มความปลอดภัยของระบบกระเป๋าเงินดิจิทัล

    เทคนิคที่ใช้ในการหลอกลวง:
    - ฟิชชิงมีรูปแบบที่หลากหลาย เช่น การส่งข้อความปลอมจากบริการไปรษณีย์หรือระบบเก็บค่าผ่านทาง ข้อมูลบัตรเครดิตที่หลอกลวงเหล่านี้ถูกเชื่อมต่อกับกระเป๋าเงินดิจิทัลผ่านรหัส OTP ที่เหยื่อได้รับและส่งให้มิจฉาชีพ.

    เทคโนโลยีที่สนับสนุนการโกง:
    - แอป Z-NFC ที่ใช้งานในกระบวนการโกงสามารถถ่ายโอนธุรกรรมผ่าน NFC จากอุปกรณ์ที่อยู่ในจีนไปยังเครื่องอ่านในสหรัฐฯ มิจฉาชีพจึงสามารถชำระเงินผ่านกระเป๋าเงินปลอมได้โดยไม่ต้องอยู่ในสถานที่จริง.

    บทบาทของแพลตฟอร์ม Telegram:
    - กลุ่มมิจฉาชีพขายโทรศัพท์ที่มีการตั้งค่ากระเป๋าเงินหลอกใน Telegram โดยมีมูลค่าการขายต่ออุปกรณ์ที่สูง พร้อมการสนับสนุนทางเทคนิคตลอด 24 ชั่วโมง.

    ผลกระทบในวงกว้าง:
    - บัตรของขวัญมูลค่ากว่า $23,000 ถูกซื้อผ่านข้อมูลบัตรที่ขโมยมา และการโกงนี้เป็นการขยายตัวของอาชญากรรมไซเบอร์ที่เน้นการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง.

    https://krebsonsecurity.com/2025/03/arrests-in-tap-to-pay-scheme-powered-by-phishing/
    การโกงการเงินแบบใหม่ใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลที่สร้างขึ้นจากการหลอกลวงทางออนไลน์ โดยมิจฉาชีพในจีนใช้แอป Z-NFC ส่งธุรกรรมจากมือถือในจีนไปยังร้านค้าในสหรัฐฯ ผ่านระบบ Tap-to-Pay ทำให้สามารถซื้อบัตรของขวัญได้อย่างรวดเร็วแม้ไม่ได้อยู่ในประเทศ เหตุการณ์นี้เน้นให้เห็นถึงความจำเป็นในการป้องกันภัยฟิชชิงและเพิ่มความปลอดภัยของระบบกระเป๋าเงินดิจิทัล เทคนิคที่ใช้ในการหลอกลวง: - ฟิชชิงมีรูปแบบที่หลากหลาย เช่น การส่งข้อความปลอมจากบริการไปรษณีย์หรือระบบเก็บค่าผ่านทาง ข้อมูลบัตรเครดิตที่หลอกลวงเหล่านี้ถูกเชื่อมต่อกับกระเป๋าเงินดิจิทัลผ่านรหัส OTP ที่เหยื่อได้รับและส่งให้มิจฉาชีพ. เทคโนโลยีที่สนับสนุนการโกง: - แอป Z-NFC ที่ใช้งานในกระบวนการโกงสามารถถ่ายโอนธุรกรรมผ่าน NFC จากอุปกรณ์ที่อยู่ในจีนไปยังเครื่องอ่านในสหรัฐฯ มิจฉาชีพจึงสามารถชำระเงินผ่านกระเป๋าเงินปลอมได้โดยไม่ต้องอยู่ในสถานที่จริง. บทบาทของแพลตฟอร์ม Telegram: - กลุ่มมิจฉาชีพขายโทรศัพท์ที่มีการตั้งค่ากระเป๋าเงินหลอกใน Telegram โดยมีมูลค่าการขายต่ออุปกรณ์ที่สูง พร้อมการสนับสนุนทางเทคนิคตลอด 24 ชั่วโมง. ผลกระทบในวงกว้าง: - บัตรของขวัญมูลค่ากว่า $23,000 ถูกซื้อผ่านข้อมูลบัตรที่ขโมยมา และการโกงนี้เป็นการขยายตัวของอาชญากรรมไซเบอร์ที่เน้นการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง. https://krebsonsecurity.com/2025/03/arrests-in-tap-to-pay-scheme-powered-by-phishing/
    KREBSONSECURITY.COM
    Arrests in Tap-to-Pay Scheme Powered by Phishing
    Authorities in at least two U.S. states last week independently announced arrests of Chinese nationals accused of perpetrating a novel form of tap-to-pay fraud using mobile devices. Details released by authorities so far indicate the mobile wallets being used by…
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 100 มุมมอง 0 รีวิว
  • NVIDIA กำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่ เมื่อรัฐบาลจีนเตรียมกำหนดข้อกำหนดด้านพลังงานที่อาจห้ามการขาย GPU H20 ในประเทศ ทำให้รายได้ของ NVIDIA จากตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดหลักสำหรับ AI อาจลดลงอย่างมาก ในขณะเดียวกัน คู่แข่งอย่าง Huawei ก็เตรียมเปิดตัวชิประดับสูงที่สามารถแข่งกับ NVIDIA ได้โดยตรง ทำให้สถานการณ์นี้กลายเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับอนาคตของบริษัท

    มาตรการของจีน:
    - รัฐบาลจีนมีเป้าหมายที่จะลดการพึ่งพาชิปต่างประเทศ โดยตั้งข้อกำหนดด้านพลังงานเพื่อสนับสนุนผู้ผลิตในประเทศ เช่น Huawei ซึ่งเตรียมเปิดตัวชิป AI รุ่น Ascend 910C ที่ทัดเทียมกับ NVIDIA H100.

    ผลกระทบต่อ NVIDIA:
    - NVIDIA ได้เริ่มเจรจากับคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) และกำลังพิจารณาการลดประสิทธิภาพของ H20 เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านพลังงาน แต่ทางเลือกนี้อาจทำให้คู่แข่งมีความได้เปรียบในตลาด.

    ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ:
    - ที่ผ่านมา NVIDIA ต้องเผชิญข้อจำกัดจากรัฐบาลสหรัฐฯ ในการขายชิป AI ให้จีน การเพิ่มกฎระเบียบจากฝั่งจีนเองยิ่งเพิ่มความซับซ้อนและผลกระทบทางการค้า.

    ตลาดคู่แข่งในจีน:
    - Huawei กลายเป็นคู่แข่งสำคัญในตลาด AI ของจีน โดย Jensen Huang CEO ของ NVIDIA ยอมรับถึงความก้าวหน้าของ Huawei ในด้านนี้และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น.

    https://wccftech.com/nvidia-h20-ai-gpu-might-be-banned-from-being-sold-in-china-but-this-time-it-is-not-the-us-fault/
    NVIDIA กำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่ เมื่อรัฐบาลจีนเตรียมกำหนดข้อกำหนดด้านพลังงานที่อาจห้ามการขาย GPU H20 ในประเทศ ทำให้รายได้ของ NVIDIA จากตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดหลักสำหรับ AI อาจลดลงอย่างมาก ในขณะเดียวกัน คู่แข่งอย่าง Huawei ก็เตรียมเปิดตัวชิประดับสูงที่สามารถแข่งกับ NVIDIA ได้โดยตรง ทำให้สถานการณ์นี้กลายเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับอนาคตของบริษัท มาตรการของจีน: - รัฐบาลจีนมีเป้าหมายที่จะลดการพึ่งพาชิปต่างประเทศ โดยตั้งข้อกำหนดด้านพลังงานเพื่อสนับสนุนผู้ผลิตในประเทศ เช่น Huawei ซึ่งเตรียมเปิดตัวชิป AI รุ่น Ascend 910C ที่ทัดเทียมกับ NVIDIA H100. ผลกระทบต่อ NVIDIA: - NVIDIA ได้เริ่มเจรจากับคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) และกำลังพิจารณาการลดประสิทธิภาพของ H20 เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านพลังงาน แต่ทางเลือกนี้อาจทำให้คู่แข่งมีความได้เปรียบในตลาด. ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ: - ที่ผ่านมา NVIDIA ต้องเผชิญข้อจำกัดจากรัฐบาลสหรัฐฯ ในการขายชิป AI ให้จีน การเพิ่มกฎระเบียบจากฝั่งจีนเองยิ่งเพิ่มความซับซ้อนและผลกระทบทางการค้า. ตลาดคู่แข่งในจีน: - Huawei กลายเป็นคู่แข่งสำคัญในตลาด AI ของจีน โดย Jensen Huang CEO ของ NVIDIA ยอมรับถึงความก้าวหน้าของ Huawei ในด้านนี้และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น. https://wccftech.com/nvidia-h20-ai-gpu-might-be-banned-from-being-sold-in-china-but-this-time-it-is-not-the-us-fault/
    WCCFTECH.COM
    NVIDIA's H20 AI GPU Might Be Banned From Being Sold In China, But This Time, It Is Not The US's Fault
    NVIDIA's hot-selling H20 AI accelerator might just be banned from being sold in China, amid Beijing's new energy efficiency rules.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 142 มุมมอง 0 รีวิว
  • Opera ได้แนะนำฟีเจอร์ใหม่ในเบราว์เซอร์ Opera One ที่ใช้ AI ชื่อ "AI Tab Commands" เพื่อจัดการแท็บต่าง ๆ ของผู้ใช้งาน ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสั่ง Aria ผู้ช่วย AI ให้ปิด จัดกลุ่ม หรือจัดระเบียบแท็บต่าง ๆ ได้ด้วยคำสั่งภาษาธรรมชาติ เช่น การสั่งให้ "ปิดแท็บ Wikipedia ทั้งหมด" หรือ "จัดกลุ่มแท็บ TechRadar" การอัปเดตครั้งนี้ทำให้ Aria ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ช่วยที่สามารถดำเนินงานเชิงปฏิบัติได้ แทนที่จะเป็นแค่การตอบคำถามเชิงข้อมูล

    การพัฒนาผู้ช่วย AI Aria:
    - Aria กำลังถูกปรับปรุงให้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์เบราว์เซอร์ เช่น การเพิ่มโหมด "Writing Mode" สำหรับการเขียนอีเมลโดยไม่ต้องออกจากเบราว์เซอร์.

    ความสะดวกในการใช้งาน:
    - ผู้ใช้สามารถเรียกใช้ฟีเจอร์นี้ผ่านคำสั่ง Ctrl + / บน Windows หรือ Cmd + / บน Mac และเลือกจัดการแท็บผ่านคำสั่งที่ง่ายต่อการเข้าใจ.

    ความใส่ใจในความเป็นส่วนตัว:
    - แม้ฟีเจอร์นี้จะมีการส่งคำสั่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ Opera แต่ข้อมูลอื่น ๆ เช่น รายการแท็บที่เปิดจะถูกเก็บไว้ในเครื่องเท่านั้น.

    ผลกระทบต่อตลาดเบราว์เซอร์:
    - Opera กำลังผลักดันการพัฒนาฟีเจอร์ AI อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งาน เช่น การสร้างภาพด้วย AI และการเพิ่มผู้ช่วยในแอปบนมือถือ ซึ่งอาจช่วยดึงดูดผู้ใช้งานใหม่เข้าสู่แพลตฟอร์ม.

    https://www.techradar.com/computing/artificial-intelligence/operas-new-ai-feature-brings-order-to-your-browser-tab-chaos
    Opera ได้แนะนำฟีเจอร์ใหม่ในเบราว์เซอร์ Opera One ที่ใช้ AI ชื่อ "AI Tab Commands" เพื่อจัดการแท็บต่าง ๆ ของผู้ใช้งาน ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสั่ง Aria ผู้ช่วย AI ให้ปิด จัดกลุ่ม หรือจัดระเบียบแท็บต่าง ๆ ได้ด้วยคำสั่งภาษาธรรมชาติ เช่น การสั่งให้ "ปิดแท็บ Wikipedia ทั้งหมด" หรือ "จัดกลุ่มแท็บ TechRadar" การอัปเดตครั้งนี้ทำให้ Aria ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ช่วยที่สามารถดำเนินงานเชิงปฏิบัติได้ แทนที่จะเป็นแค่การตอบคำถามเชิงข้อมูล การพัฒนาผู้ช่วย AI Aria: - Aria กำลังถูกปรับปรุงให้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์เบราว์เซอร์ เช่น การเพิ่มโหมด "Writing Mode" สำหรับการเขียนอีเมลโดยไม่ต้องออกจากเบราว์เซอร์. ความสะดวกในการใช้งาน: - ผู้ใช้สามารถเรียกใช้ฟีเจอร์นี้ผ่านคำสั่ง Ctrl + / บน Windows หรือ Cmd + / บน Mac และเลือกจัดการแท็บผ่านคำสั่งที่ง่ายต่อการเข้าใจ. ความใส่ใจในความเป็นส่วนตัว: - แม้ฟีเจอร์นี้จะมีการส่งคำสั่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ Opera แต่ข้อมูลอื่น ๆ เช่น รายการแท็บที่เปิดจะถูกเก็บไว้ในเครื่องเท่านั้น. ผลกระทบต่อตลาดเบราว์เซอร์: - Opera กำลังผลักดันการพัฒนาฟีเจอร์ AI อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งาน เช่น การสร้างภาพด้วย AI และการเพิ่มผู้ช่วยในแอปบนมือถือ ซึ่งอาจช่วยดึงดูดผู้ใช้งานใหม่เข้าสู่แพลตฟอร์ม. https://www.techradar.com/computing/artificial-intelligence/operas-new-ai-feature-brings-order-to-your-browser-tab-chaos
    WWW.TECHRADAR.COM
    Opera's new AI feature brings order to your browser tab chaos
    The AI Tab Commands can find and sort every tab you've forgotten why you opened but know is something you plan to get back to someday
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 99 มุมมอง 0 รีวิว
  • ประเทศสวิตเซอร์แลนด์กำลังพิจารณาแก้ไขกฎหมายการเฝ้าระวัง ที่อาจกระทบถึงผู้ให้บริการ VPN และแอปส่งข้อความที่เข้ารหัส เช่น Threema และ ProtonVPN กฎหมายฉบับใหม่จะเน้นการติดตามว่าใครติดต่อกับใครบ้าง โดยไม่ได้เข้าถึงเนื้อหาการสนทนาโดยตรง อย่างไรก็ตาม บริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้เริ่มรวมพลังกันเพื่อต่อต้านการเปลี่ยนแปลงที่อาจกระทบต่อสิทธิความเป็นส่วนตัวออนไลน์

    ความเสี่ยงต่อความปลอดภัยออนไลน์:
    - Alexis Roussel, ผู้ร่วมก่อตั้ง NymVPN ชี้ให้เห็นว่าการลดความเป็นนิรนามออนไลน์จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูล และอาจเปิดช่องทางให้เกิดการโจมตีไซเบอร์มากขึ้น.

    เป้าหมายของการเฝ้าระวัง:
    - แม้รัฐบาลอ้างว่ามุ่งเน้นความปลอดภัยและการจับกุมผู้กระทำผิด แต่กฎหมายใหม่นี้ไม่ได้เน้นการเข้าถึงเนื้อหาในการสื่อสารโดยตรง แต่เน้นไปที่การติดตามว่าใครติดต่อกับใคร.

    ความพยายามในการคัดค้าน:
    - Proton และ Threema ร่วมมือกับ NymVPN วางกลยุทธ์เพื่อแสดงผลกระทบต่อความปลอดภัยของพลเมืองและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในประเทศ โดยหวังว่าการสนับสนุนจากประชาชนจะช่วยยับยั้งการเปลี่ยนแปลงนี้ได้.

    ข้อถกเถียงเรื่องสิทธิความเป็นส่วนตัว:
    - นักวิจารณ์ชี้ว่าการเพิ่มอำนาจการเฝ้าระวังในลักษณะนี้สะท้อนถึงการลดความสำคัญของสิทธิความเป็นส่วนตัวในยุคดิจิทัล.

    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/secure-encryption-and-online-anonymity-are-now-at-risk-in-switzerland-heres-what-you-need-to-know
    ประเทศสวิตเซอร์แลนด์กำลังพิจารณาแก้ไขกฎหมายการเฝ้าระวัง ที่อาจกระทบถึงผู้ให้บริการ VPN และแอปส่งข้อความที่เข้ารหัส เช่น Threema และ ProtonVPN กฎหมายฉบับใหม่จะเน้นการติดตามว่าใครติดต่อกับใครบ้าง โดยไม่ได้เข้าถึงเนื้อหาการสนทนาโดยตรง อย่างไรก็ตาม บริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้เริ่มรวมพลังกันเพื่อต่อต้านการเปลี่ยนแปลงที่อาจกระทบต่อสิทธิความเป็นส่วนตัวออนไลน์ ความเสี่ยงต่อความปลอดภัยออนไลน์: - Alexis Roussel, ผู้ร่วมก่อตั้ง NymVPN ชี้ให้เห็นว่าการลดความเป็นนิรนามออนไลน์จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูล และอาจเปิดช่องทางให้เกิดการโจมตีไซเบอร์มากขึ้น. เป้าหมายของการเฝ้าระวัง: - แม้รัฐบาลอ้างว่ามุ่งเน้นความปลอดภัยและการจับกุมผู้กระทำผิด แต่กฎหมายใหม่นี้ไม่ได้เน้นการเข้าถึงเนื้อหาในการสื่อสารโดยตรง แต่เน้นไปที่การติดตามว่าใครติดต่อกับใคร. ความพยายามในการคัดค้าน: - Proton และ Threema ร่วมมือกับ NymVPN วางกลยุทธ์เพื่อแสดงผลกระทบต่อความปลอดภัยของพลเมืองและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในประเทศ โดยหวังว่าการสนับสนุนจากประชาชนจะช่วยยับยั้งการเปลี่ยนแปลงนี้ได้. ข้อถกเถียงเรื่องสิทธิความเป็นส่วนตัว: - นักวิจารณ์ชี้ว่าการเพิ่มอำนาจการเฝ้าระวังในลักษณะนี้สะท้อนถึงการลดความสำคัญของสิทธิความเป็นส่วนตัวในยุคดิจิทัล. https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/secure-encryption-and-online-anonymity-are-now-at-risk-in-switzerland-heres-what-you-need-to-know
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 43 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts