• ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ยกฟ้องกรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมย้ำการทำงานยึดหลักกฎหมาย ความถูกต้อง และความเป็นธรรมเป็นสำคัญ
    .
    พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กล่าวว่า ทุกคำพิพากษาและคำวินิจฉัยของศาลถือเป็นกระบวนการตามกฎหมายที่ทุกฝ่ายต้องน้อมรับและปฏิบัติตาม โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมนำแนวคำพิพากษาดังกล่าวมาใช้เป็นบรรทัดฐานในการดำเนินการทางวินัยและทางปกครองกับข้าราชการตำรวจที่กระทำผิดในอนาคต
    .
    ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวจะอ้างอิงตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การใช้ดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาและกระบวนการทางวินัยเป็นไปอย่างมีมาตรฐาน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ โดยมุ่งหวังเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อองค์กรตำรวจ
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002831
    .
    #News1live #News1 #ผบตร #คดีบิ๊กโจ๊ก #วินัยตำรวจ
    ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ยกฟ้องกรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมย้ำการทำงานยึดหลักกฎหมาย ความถูกต้อง และความเป็นธรรมเป็นสำคัญ . พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กล่าวว่า ทุกคำพิพากษาและคำวินิจฉัยของศาลถือเป็นกระบวนการตามกฎหมายที่ทุกฝ่ายต้องน้อมรับและปฏิบัติตาม โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมนำแนวคำพิพากษาดังกล่าวมาใช้เป็นบรรทัดฐานในการดำเนินการทางวินัยและทางปกครองกับข้าราชการตำรวจที่กระทำผิดในอนาคต . ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวจะอ้างอิงตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การใช้ดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาและกระบวนการทางวินัยเป็นไปอย่างมีมาตรฐาน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ โดยมุ่งหวังเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อองค์กรตำรวจ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002831 . #News1live #News1 #ผบตร #คดีบิ๊กโจ๊ก #วินัยตำรวจ
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 108 Views 0 Reviews

  • แฉเหลี่ยมกลับลำ ตั้มเดินหมากถอย จะได้ไม่ติดคุกยาว
    .
    แม้กำลังจะจนตรอก ไม่เหลือหนทางสู้แล้ว แต่หมากล่าสุดที่ก๊วนทนายตั้ม นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ขยับเดิน นับว่าเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวเหมือนเดิม
    .
    เป็นความเคลื่อนไหวแบบ 2 ประสาน ลงมือพร้อมๆ กัน
    .
    สายหนึ่งคือ ทนายปาเกียว นายสายหยุด เพ็งบุญชู จัดการต่อสายถึงทนายความของพี่อ้อย จตุพร อุบลเลิศ เพื่อเปิดเจรจา จะขอคืนเงินทั้งหมดให้พี่อ้อย
    .
    จากเดิมที่ทนายตั้ม เคยโวยใส่ทนายความของพี่อ้อย “กล้าดียังไงมาแจ้งจับผม” ทั้งขู่จะแจ้งความกลับพี่อ้อย โวยว่าทำให้ชื่อเสียงแบรนด์เนมเสียหาย
    .
    ตอนนี้ ทนายตั้มกลับลำ จะขอคืนเงินที่โกงมาทุกบาททุกสตางค์ จนถูกแซวเจ็บๆ “กล้าดียังไงจะคืนเงิน”
    .
    พอพี่อ้อยรับสารจากทนายปาเกียว ก็แจ้งกลับเบื้องต้นไปว่า งานนี้แล้วแต่ “สนธิ ลิ้มทองกุล” จะตัดสินใจ
    .
    ถือว่าพี่อ้อยฝากชีวิต และเชื่อมั่นในสื่ออาวุโส ว่าจะตัดสินใจได้ดีที่สุด
    .
    ถามว่าพี่อ้อย อยากได้เงินกว่า 100 ล้านบาท ที่ถูกทนายตั้มโกงไปหรือไม่? ใครก็คาดเดาได้ว่า ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะนั่นมันแค่เศษเงินของจำนวนทั้งหมดที่พี่อ้อยมี
    .
    อีกทั้งกระบวนการทางคดี ก็เดินหน้ามาไกล จนเกินกว่าจะหันหลังกลับได้แล้ว
    .
    ท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่มโลกโซเชียล พี่อ้อยอย่าไปใจอ่อนให้กับคนเนรคุณเด็ดขาด จัดหนัก “สุดซอย” เท่านั้น
    .
    เพราะต่างแน่ใจ คนอย่างทนายตั้ม เป็นภัยสังคมร้ายแรง ขืนปล่อยออกจากคุก ก็เหมือนปล่อยเสือเข้าป่า จะมีคนต้องตกเป็นเหยื่อของทนายตั้ม อีกไม่รู้เท่าไร
    .
    นอกจากนี้ ทรัพย์สินเงินในธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ที่ ป.ป.ง. อายัดไว้เรียบร้อยแล้วนับร้อยล้านบาทนั้น เมื่อคดีถึงที่สุด ก็ต้องตกเป็นของพี่อ้อยอยู่ดี พี่อ้อยไม่จำเป็นต้องไปรับการชดใช้ใดๆ จากทนายตั้ม
    .
    ในแง่ของจังหวะเวลา ก็ถือว่าสายเกินไป พอรู้ว่าตัวเองจะแพ้แน่นอน จึงจะยอมขอคืนเงิน การแสดงออกแบบนี้ มันไม่น่าสงสาร
    กมลสันดานของโจรที่มาเป็นทนาย ก็คงไม่รู้สึกสำนึกผิดใดๆ การจะขอคืนเงินจึงแค่เป็นหมาก เพื่อหวังดิ้นให้หลุดจากการ “ติดคุกยาว” ก็เท่านั้น
    .
    อีกสายของทนายตั้ม ที่เคลื่อนไหวอย่างสอดประสานกัน คือการปรากฏตัวออกสื่อของพี่ชายคนสนิทที่ชื่อ “โอ๋” คนสมุทรสาครบ้านเดียวกัน ที่ย้ายไปตั้งรกรากที่ จ.เชียงราย
    ก่อนหน้านี้ สนธิ ลิ้มทองกุล ประกาศให้ช่วยกันติดตามค้นหาที่ซ่อนสมบัติของทนายตั้ม ที่ถูกยักย้ายถ่ายเทไป จนตู้เซฟยักษ์เหลือแต่ความว่างเปล่า
    .
    หนึ่งในรายชื่อที่สนธิชี้เป้า ก็คือ นายโอ๋ คนนี้เอง
    .
    โอ๋เหมือนเตรียมตัวมาอย่างดี ในการพูดกับสื่อ ยอมรับว่าสนิทกันจริงกับทนายตั้ม แต่ไม่รู้เรื่องทรัพย์สินใดๆ
    .
    แล้วก็พยายามเคลียร์ให้ทนายตั้ม ดูชั่วช้าสารเลวน้อยลง เช่น อ้างว่าทนายตั้ม ไม่ใช่ลูกน้องของบิ๊กโจ๊ก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล แค่มาร่วมงานกันเท่านั้น
    .
    แต่เมื่อมองย้อนพฤติกรรมของทนายตั้ม ไม่ว่าจะสร้างเรื่องใส่ร้ายบิ๊กแป๊ะ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา สมัยเป็น ผบ.ตร. เรื่องจัดซื้อไบโอเมตริกซ์
    .
    โผล่มาอาละวาดกับบิ๊กต่อ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล หรือไปตอแยยียวนใส่บิ๊กเต่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ระหว่างทำคดีบิ๊กโจ๊กฟอกเงิน
    .
    แต่ละบิ๊กที่ถูกทนายตั้มตามราวี ล้วนแต่เป็นคู่ปรับของบิ๊กโจ๊กทั้งสิ้น และคนที่ได้ประโยชน์เต็มๆ จากลีลาของทนายตั้ม ก็มีแต่บิ๊กโจ๊กคนเดียว
    .
    พฤติกรรมที่ผ่านมามันชัดเจน ไม่มีอะไรต้องสงสัย ทนายตั้มเป็นแค่ “ม้าใช้” ของบิ๊กโจ๊ก
    พี่โอ๋ของน้องตั้ม ยังพยายามเคลียร์ใจสนธิ ลิ้มทองกุล แทนให้ด้วย ถึงขนาดร่ำไห้แบบไม่มีน้ำตาออกมา
    .
    ชาวเนตได้เห็นได้ฟังทุกสิ่งที่โอ๋พร่ำพูดออกมา ก็มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ ว่าคนๆ นี้ เชื่อถือไม่ได้
    .
    หลายคนวิเคราะห์ว่า โอ๋น่าจะกลัวโดนกองปราบฯ ขุดไปถึงตัวเขาทางใดทางหนึ่ง เพราะเขาเองก็ดูร่ำรวย มีทรงของคนไม่ขาวปลอดสักเท่าไร
    .
    ตรรกะง่ายๆ ใครที่จะสนิทสนมซี้ปึ้กกับทนายตั้ม ก็ต้องมีศีลเสมอกัน มิฉะนั้น คงคบกันไม่ได้ยาวนานขนาดนี้
    .
    อย่างพี่อ้อย ไปสนิทกับทนายตั้ม ความสัมพันธ์ก็พังครืนในเวลาแค่ปีเดียวเท่านั้น เพราะทนายตั้มไม่ได้นับพี่อ้อยเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นผู้มีพระคุณใดๆ
    .
    แต่มองพี่อ้อยเป็นเหยื่อโอชะ วางแผนที่จะฮุบทรัพย์สินมหาศาลของพี่อ้อย อย่างเป็นระบบ
    ...........
    Sondhi X
    แฉเหลี่ยมกลับลำ ตั้มเดินหมากถอย จะได้ไม่ติดคุกยาว . แม้กำลังจะจนตรอก ไม่เหลือหนทางสู้แล้ว แต่หมากล่าสุดที่ก๊วนทนายตั้ม นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ขยับเดิน นับว่าเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวเหมือนเดิม . เป็นความเคลื่อนไหวแบบ 2 ประสาน ลงมือพร้อมๆ กัน . สายหนึ่งคือ ทนายปาเกียว นายสายหยุด เพ็งบุญชู จัดการต่อสายถึงทนายความของพี่อ้อย จตุพร อุบลเลิศ เพื่อเปิดเจรจา จะขอคืนเงินทั้งหมดให้พี่อ้อย . จากเดิมที่ทนายตั้ม เคยโวยใส่ทนายความของพี่อ้อย “กล้าดียังไงมาแจ้งจับผม” ทั้งขู่จะแจ้งความกลับพี่อ้อย โวยว่าทำให้ชื่อเสียงแบรนด์เนมเสียหาย . ตอนนี้ ทนายตั้มกลับลำ จะขอคืนเงินที่โกงมาทุกบาททุกสตางค์ จนถูกแซวเจ็บๆ “กล้าดียังไงจะคืนเงิน” . พอพี่อ้อยรับสารจากทนายปาเกียว ก็แจ้งกลับเบื้องต้นไปว่า งานนี้แล้วแต่ “สนธิ ลิ้มทองกุล” จะตัดสินใจ . ถือว่าพี่อ้อยฝากชีวิต และเชื่อมั่นในสื่ออาวุโส ว่าจะตัดสินใจได้ดีที่สุด . ถามว่าพี่อ้อย อยากได้เงินกว่า 100 ล้านบาท ที่ถูกทนายตั้มโกงไปหรือไม่? ใครก็คาดเดาได้ว่า ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะนั่นมันแค่เศษเงินของจำนวนทั้งหมดที่พี่อ้อยมี . อีกทั้งกระบวนการทางคดี ก็เดินหน้ามาไกล จนเกินกว่าจะหันหลังกลับได้แล้ว . ท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่มโลกโซเชียล พี่อ้อยอย่าไปใจอ่อนให้กับคนเนรคุณเด็ดขาด จัดหนัก “สุดซอย” เท่านั้น . เพราะต่างแน่ใจ คนอย่างทนายตั้ม เป็นภัยสังคมร้ายแรง ขืนปล่อยออกจากคุก ก็เหมือนปล่อยเสือเข้าป่า จะมีคนต้องตกเป็นเหยื่อของทนายตั้ม อีกไม่รู้เท่าไร . นอกจากนี้ ทรัพย์สินเงินในธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ ที่ ป.ป.ง. อายัดไว้เรียบร้อยแล้วนับร้อยล้านบาทนั้น เมื่อคดีถึงที่สุด ก็ต้องตกเป็นของพี่อ้อยอยู่ดี พี่อ้อยไม่จำเป็นต้องไปรับการชดใช้ใดๆ จากทนายตั้ม . ในแง่ของจังหวะเวลา ก็ถือว่าสายเกินไป พอรู้ว่าตัวเองจะแพ้แน่นอน จึงจะยอมขอคืนเงิน การแสดงออกแบบนี้ มันไม่น่าสงสาร กมลสันดานของโจรที่มาเป็นทนาย ก็คงไม่รู้สึกสำนึกผิดใดๆ การจะขอคืนเงินจึงแค่เป็นหมาก เพื่อหวังดิ้นให้หลุดจากการ “ติดคุกยาว” ก็เท่านั้น . อีกสายของทนายตั้ม ที่เคลื่อนไหวอย่างสอดประสานกัน คือการปรากฏตัวออกสื่อของพี่ชายคนสนิทที่ชื่อ “โอ๋” คนสมุทรสาครบ้านเดียวกัน ที่ย้ายไปตั้งรกรากที่ จ.เชียงราย ก่อนหน้านี้ สนธิ ลิ้มทองกุล ประกาศให้ช่วยกันติดตามค้นหาที่ซ่อนสมบัติของทนายตั้ม ที่ถูกยักย้ายถ่ายเทไป จนตู้เซฟยักษ์เหลือแต่ความว่างเปล่า . หนึ่งในรายชื่อที่สนธิชี้เป้า ก็คือ นายโอ๋ คนนี้เอง . โอ๋เหมือนเตรียมตัวมาอย่างดี ในการพูดกับสื่อ ยอมรับว่าสนิทกันจริงกับทนายตั้ม แต่ไม่รู้เรื่องทรัพย์สินใดๆ . แล้วก็พยายามเคลียร์ให้ทนายตั้ม ดูชั่วช้าสารเลวน้อยลง เช่น อ้างว่าทนายตั้ม ไม่ใช่ลูกน้องของบิ๊กโจ๊ก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล แค่มาร่วมงานกันเท่านั้น . แต่เมื่อมองย้อนพฤติกรรมของทนายตั้ม ไม่ว่าจะสร้างเรื่องใส่ร้ายบิ๊กแป๊ะ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา สมัยเป็น ผบ.ตร. เรื่องจัดซื้อไบโอเมตริกซ์ . โผล่มาอาละวาดกับบิ๊กต่อ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล หรือไปตอแยยียวนใส่บิ๊กเต่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ระหว่างทำคดีบิ๊กโจ๊กฟอกเงิน . แต่ละบิ๊กที่ถูกทนายตั้มตามราวี ล้วนแต่เป็นคู่ปรับของบิ๊กโจ๊กทั้งสิ้น และคนที่ได้ประโยชน์เต็มๆ จากลีลาของทนายตั้ม ก็มีแต่บิ๊กโจ๊กคนเดียว . พฤติกรรมที่ผ่านมามันชัดเจน ไม่มีอะไรต้องสงสัย ทนายตั้มเป็นแค่ “ม้าใช้” ของบิ๊กโจ๊ก พี่โอ๋ของน้องตั้ม ยังพยายามเคลียร์ใจสนธิ ลิ้มทองกุล แทนให้ด้วย ถึงขนาดร่ำไห้แบบไม่มีน้ำตาออกมา . ชาวเนตได้เห็นได้ฟังทุกสิ่งที่โอ๋พร่ำพูดออกมา ก็มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ ว่าคนๆ นี้ เชื่อถือไม่ได้ . หลายคนวิเคราะห์ว่า โอ๋น่าจะกลัวโดนกองปราบฯ ขุดไปถึงตัวเขาทางใดทางหนึ่ง เพราะเขาเองก็ดูร่ำรวย มีทรงของคนไม่ขาวปลอดสักเท่าไร . ตรรกะง่ายๆ ใครที่จะสนิทสนมซี้ปึ้กกับทนายตั้ม ก็ต้องมีศีลเสมอกัน มิฉะนั้น คงคบกันไม่ได้ยาวนานขนาดนี้ . อย่างพี่อ้อย ไปสนิทกับทนายตั้ม ความสัมพันธ์ก็พังครืนในเวลาแค่ปีเดียวเท่านั้น เพราะทนายตั้มไม่ได้นับพี่อ้อยเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นผู้มีพระคุณใดๆ . แต่มองพี่อ้อยเป็นเหยื่อโอชะ วางแผนที่จะฮุบทรัพย์สินมหาศาลของพี่อ้อย อย่างเป็นระบบ ........... Sondhi X
    Like
    3
    0 Comments 0 Shares 2636 Views 0 Reviews
  • เอกสารหลุด แฉ "บิ๊กป้อม" ครอบงำ ปปช.

    บิ๊กโจ๊ก ก็คือบิ๊กโจ๊ก ยังคงเดินหน้าเล่นเกมเหลี่ยมเชิงทางข้อกฎหมาย เพื่อหวังจะดิ้นหลุดจากคดีฟอกเงินเว็บพนัน

    ล่าสุด มีเอกสารว่อน บิ๊กโจ๊ก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีต รองผบ.ตร. ทำหนังสือร้องเรียนพฤติกรรมของนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ว่ามีคุณสมบัติจะเป็นกรรมการ ป.ป.ช. หรือไม่
    สาเหตุคงเพราะนายสุชาติ เป็น ป.ป.ช.เสียงข้างน้อยหนึ่งเดียว ที่คัดค้านไม่ให้ ป.ป.ช. รับคดีบิ๊กโจ๊กมาพิจารณาเอง
    การที่ตำรวจสักคน จะกลายเป็น “แมวเก้าชีวิต” ใครฆ่าไม่ตาย แถมยังก้าวหน้าพรวดพราวขึ้นมาเป็นแคนดิเดต ผบ.ตร.แบบติดจรวด ขนาดเหลืออายุราชการตั้ง 7-8 ปี อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

    มันเป็นเรื่องผิดปกติวิสัยขององค์กรตำรวจ ต้องมีที่มาที่ไปที่ไม่สมเหตุสมผลอะไรบางอย่าง
    ตอนนี้ก็ยิ่งชัดเจนว่า เพราะบิ๊กโจ๊กเข้าถึงศูนย์กลางอำนาจในเวลานั้นอย่างบิ๊กป้อมได้ เป็นเด็กในคาถาของบิ๊กป้อม
    หรือกล่าวได้ว่า การพิจารณาการเลื่อนขั้นของนายพลตำรวจ เกิดความผิดปกติ เพราะโดนนักการเมืองล้วงลูก ผลักดันลูกสมุนของตัวให้ข้ามหัวใครต่อใคร เหมือนที่ไปล้วงลูก ป.ป.ช.นั่นเอง
    บิ๊กโจ๊กเอง ก็คือมรดกตกทอดของบิ๊กป้อม ซึ่งทิ้งไว้ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องมาลุยกวาดบ้าน วุ่นวายหนักหนาอยู่ในเวลานี้
    เอกสารหลุด แฉ "บิ๊กป้อม" ครอบงำ ปปช. บิ๊กโจ๊ก ก็คือบิ๊กโจ๊ก ยังคงเดินหน้าเล่นเกมเหลี่ยมเชิงทางข้อกฎหมาย เพื่อหวังจะดิ้นหลุดจากคดีฟอกเงินเว็บพนัน ล่าสุด มีเอกสารว่อน บิ๊กโจ๊ก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีต รองผบ.ตร. ทำหนังสือร้องเรียนพฤติกรรมของนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ว่ามีคุณสมบัติจะเป็นกรรมการ ป.ป.ช. หรือไม่ สาเหตุคงเพราะนายสุชาติ เป็น ป.ป.ช.เสียงข้างน้อยหนึ่งเดียว ที่คัดค้านไม่ให้ ป.ป.ช. รับคดีบิ๊กโจ๊กมาพิจารณาเอง การที่ตำรวจสักคน จะกลายเป็น “แมวเก้าชีวิต” ใครฆ่าไม่ตาย แถมยังก้าวหน้าพรวดพราวขึ้นมาเป็นแคนดิเดต ผบ.ตร.แบบติดจรวด ขนาดเหลืออายุราชการตั้ง 7-8 ปี อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน มันเป็นเรื่องผิดปกติวิสัยขององค์กรตำรวจ ต้องมีที่มาที่ไปที่ไม่สมเหตุสมผลอะไรบางอย่าง ตอนนี้ก็ยิ่งชัดเจนว่า เพราะบิ๊กโจ๊กเข้าถึงศูนย์กลางอำนาจในเวลานั้นอย่างบิ๊กป้อมได้ เป็นเด็กในคาถาของบิ๊กป้อม หรือกล่าวได้ว่า การพิจารณาการเลื่อนขั้นของนายพลตำรวจ เกิดความผิดปกติ เพราะโดนนักการเมืองล้วงลูก ผลักดันลูกสมุนของตัวให้ข้ามหัวใครต่อใคร เหมือนที่ไปล้วงลูก ป.ป.ช.นั่นเอง บิ๊กโจ๊กเอง ก็คือมรดกตกทอดของบิ๊กป้อม ซึ่งทิ้งไว้ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องมาลุยกวาดบ้าน วุ่นวายหนักหนาอยู่ในเวลานี้
    Love
    Haha
    3
    0 Comments 0 Shares 2071 Views 0 Reviews