• CPU‑Z อัปเดตใหม่! รองรับ Ryzen 9850X3D, Medusa Point และ Intel Arrow Lake Refresh อย่างเป็นทางการ

    CPU‑Z เวอร์ชัน 2.18 ได้รับการอัปเดตครั้งใหญ่เพื่อรองรับซีพียูรุ่นใหม่ทั้งจาก AMD และ Intel ตามข้อมูลจากหน้าเว็บที่คุณเปิดอยู่ การอัปเดตนี้ไม่เพียงเพิ่มการรองรับซีพียูที่เปิดตัวแล้ว แต่ยังรวมถึงซีพียูที่ยังไม่วางขายอย่าง Medusa Point และ Arrow Lake Refresh อีกด้วย ทำให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบสเปกและข้อมูลเชิงลึกของชิปใหม่ ๆ ได้อย่างถูกต้องตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว

    ฝั่ง AMD นั้น CPU‑Z เพิ่มการรองรับ Ryzen 7 9850X3D ซึ่งเป็นซีพียูเกมมิ่งตัวแรงที่เพิ่งเปิดตัวในงาน CES พร้อมบูสต์คลอกสูงกว่า 9800X3D นอกจากนี้ยังรองรับ Ryzen 5 7500X3D และซีพียูโมบายล์รุ่นใหม่ Medusa Point (Zen 6) แบบ preliminary ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้โน้ตบุ๊กเจเนอเรชันถัดไปจะสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ทันทีเมื่อวางขาย

    ในส่วนของ Intel CPU‑Z ได้เพิ่มการรองรับซีพียู Arrow Lake Refresh หรือที่เรียกว่า Core Ultra “Plus” เช่น Core Ultra 9 290K Plus, Ultra 7 270K Plus และ Ultra 5 250K Plus แม้ Intel ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการในงาน CES แต่ข้อมูลจากเครื่องมือระบุว่าซีพียูเหล่านี้จะเปิดตัวภายในไตรมาสนี้ ทำให้ตลาดเดสก์ท็อปกลับมาคึกคักอีกครั้ง

    การอัปเดตนี้ยังมาพร้อมการรองรับ LPDDR5X CAMM2 แบบ “improved support” ซึ่งเป็นมาตรฐานหน่วยความจำใหม่ที่เน้นประสิทธิภาพสูงและอัปเกรดง่ายกว่าเดิม เหมาะสำหรับโน้ตบุ๊กยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความแรงและความบางเบา ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ CPU‑Z ในการรองรับเทคโนโลยีล่าสุดของปี 2026

    สรุปประเด็นสำคัญ
    การอัปเดต CPU‑Z เวอร์ชัน 2.18
    รองรับซีพียู AMD และ Intel รุ่นใหม่หลายตัว
    เพิ่มความแม่นยำของข้อมูลสำหรับผู้ใช้และนักโอเวอร์คล็อก

    ฝั่ง AMD
    รองรับ Ryzen 7 9850X3D และ Ryzen 5 7500X3D
    เพิ่ม preliminary support สำหรับ Medusa Point (Zen 6)

    ฝั่ง Intel
    รองรับ Arrow Lake Refresh (Core Ultra “Plus”) เช่น 290K Plus, 270K Plus, 250K Plus
    คาดเปิดตัวภายในไตรมาสนี้

    ฟีเจอร์เพิ่มเติม
    ปรับปรุงการรองรับ LPDDR5X CAMM2 สำหรับโน้ตบุ๊กยุคใหม่

    ประเด็นที่ควรระวัง
    ข้อมูลบางส่วนยังเป็น preliminary
    ซีพียูที่ยังไม่เปิดตัวอาจมีสเปกเปลี่ยนแปลงได้

    ความเข้ากันได้ของระบบ
    เมนบอร์ดบางรุ่นอาจต้องอัปเดต BIOS เพื่อรองรับซีพียูใหม่

    การตีความข้อมูล
    ค่าเซนเซอร์หรือสเปกบางอย่างอาจยังไม่สมบูรณ์ในเวอร์ชันแรก

    https://wccftech.com/cpuid-adds-support-for-ryzen-9850x3d-medusa-point-and-arrow-lake-refresh-cpus-to-cpu-z/
    🧠⚙️ CPU‑Z อัปเดตใหม่! รองรับ Ryzen 9850X3D, Medusa Point และ Intel Arrow Lake Refresh อย่างเป็นทางการ CPU‑Z เวอร์ชัน 2.18 ได้รับการอัปเดตครั้งใหญ่เพื่อรองรับซีพียูรุ่นใหม่ทั้งจาก AMD และ Intel ตามข้อมูลจากหน้าเว็บที่คุณเปิดอยู่ การอัปเดตนี้ไม่เพียงเพิ่มการรองรับซีพียูที่เปิดตัวแล้ว แต่ยังรวมถึงซีพียูที่ยังไม่วางขายอย่าง Medusa Point และ Arrow Lake Refresh อีกด้วย ทำให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบสเปกและข้อมูลเชิงลึกของชิปใหม่ ๆ ได้อย่างถูกต้องตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว ฝั่ง AMD นั้น CPU‑Z เพิ่มการรองรับ Ryzen 7 9850X3D ซึ่งเป็นซีพียูเกมมิ่งตัวแรงที่เพิ่งเปิดตัวในงาน CES พร้อมบูสต์คลอกสูงกว่า 9800X3D นอกจากนี้ยังรองรับ Ryzen 5 7500X3D และซีพียูโมบายล์รุ่นใหม่ Medusa Point (Zen 6) แบบ preliminary ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้โน้ตบุ๊กเจเนอเรชันถัดไปจะสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ทันทีเมื่อวางขาย ในส่วนของ Intel CPU‑Z ได้เพิ่มการรองรับซีพียู Arrow Lake Refresh หรือที่เรียกว่า Core Ultra “Plus” เช่น Core Ultra 9 290K Plus, Ultra 7 270K Plus และ Ultra 5 250K Plus แม้ Intel ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการในงาน CES แต่ข้อมูลจากเครื่องมือระบุว่าซีพียูเหล่านี้จะเปิดตัวภายในไตรมาสนี้ ทำให้ตลาดเดสก์ท็อปกลับมาคึกคักอีกครั้ง การอัปเดตนี้ยังมาพร้อมการรองรับ LPDDR5X CAMM2 แบบ “improved support” ซึ่งเป็นมาตรฐานหน่วยความจำใหม่ที่เน้นประสิทธิภาพสูงและอัปเกรดง่ายกว่าเดิม เหมาะสำหรับโน้ตบุ๊กยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความแรงและความบางเบา ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ CPU‑Z ในการรองรับเทคโนโลยีล่าสุดของปี 2026 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ การอัปเดต CPU‑Z เวอร์ชัน 2.18 ➡️ รองรับซีพียู AMD และ Intel รุ่นใหม่หลายตัว ➡️ เพิ่มความแม่นยำของข้อมูลสำหรับผู้ใช้และนักโอเวอร์คล็อก ✅ ฝั่ง AMD ➡️ รองรับ Ryzen 7 9850X3D และ Ryzen 5 7500X3D ➡️ เพิ่ม preliminary support สำหรับ Medusa Point (Zen 6) ✅ ฝั่ง Intel ➡️ รองรับ Arrow Lake Refresh (Core Ultra “Plus”) เช่น 290K Plus, 270K Plus, 250K Plus ➡️ คาดเปิดตัวภายในไตรมาสนี้ ✅ ฟีเจอร์เพิ่มเติม ➡️ ปรับปรุงการรองรับ LPDDR5X CAMM2 สำหรับโน้ตบุ๊กยุคใหม่ ⚠️ ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ ข้อมูลบางส่วนยังเป็น preliminary ⛔ ซีพียูที่ยังไม่เปิดตัวอาจมีสเปกเปลี่ยนแปลงได้ ‼️ ความเข้ากันได้ของระบบ ⛔ เมนบอร์ดบางรุ่นอาจต้องอัปเดต BIOS เพื่อรองรับซีพียูใหม่ ‼️ การตีความข้อมูล ⛔ ค่าเซนเซอร์หรือสเปกบางอย่างอาจยังไม่สมบูรณ์ในเวอร์ชันแรก https://wccftech.com/cpuid-adds-support-for-ryzen-9850x3d-medusa-point-and-arrow-lake-refresh-cpus-to-cpu-z/
    WCCFTECH.COM
    CPUID Adds Support For Ryzen 9850X3D, Medusa Point, And Arrow Lake Refresh CPUs To CPU-Z
    The latest CPU-Z software version has been released, offering support to the newly released Ryzen 9850X3D and upcoming Arrow Lake Refresh.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 101 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20260108 #TechRadar

    อุปกรณ์ เพิ่ม/ขยายสัญญาณ Wifi ที่ดีที่สุดในปี 2025
    บทความนี้อธิบายภาพรวมตลาด Wi‑Fi extender ปี 2025 ที่แม้จะมีรุ่นใหม่ออกมาน้อยลงเพราะผู้ผลิตหันไปโฟกัสระบบ Mesh Wi‑Fi แต่ก็ยังมีตัวเลือกคุณภาพสูงอย่าง TP‑Link RE700X, RE605X และ Netgear Nighthawk AX8 ซึ่งโดดเด่นด้านความเร็ว ความครอบคลุม และความง่ายในการติดตั้ง เหมาะสำหรับบ้านที่ยังมีจุดอับสัญญาณหรือไม่ต้องการเปลี่ยนเราเตอร์ใหม่ทั้งหมด โดยบทความยังให้คำแนะนำการเลือกซื้อและเปรียบเทียบกับระบบ Mesh เพื่อช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
    https://www.techradar.com/computing/wi-fi-broadband/the-best-wi-fi-extenders-in-2025-top-devices-for-boosting-your-wifi-network

    TV ที่ดีที่สุดในปี 2025
    ผู้เชี่ยวชาญด้านการคาลิเบรตทีวีได้จัดอันดับทีวีที่ดีที่สุดในปี 2025 ตั้งแต่รุ่นคุ้มค่าไปจนถึงระดับพรีเมียม เช่น LG C5, Roku Plus Series, Hisense U8QG, TCL QM6K และ Samsung S95F โดยเน้นคุณภาพภาพ ความสว่าง ความแม่นยำสี ฟีเจอร์สำหรับเกมเมอร์ และความคุ้มค่าต่อราคา ทำให้ผู้อ่านสามารถเลือกทีวีที่เหมาะกับงบและการใช้งานได้ง่ายขึ้นในตลาดที่มีตัวเลือกหลากหลายมากขึ้นทุกปี
    https://www.techradar.com/televisions/im-a-trained-tv-calibrator-and-here-are-the-best-tvs-you-can-buy

    Lenovo Legion Go 2 (SteamOS) เปิดตัวพร้อมราคาแรง
    Lenovo เปิดตัว Legion Go 2 รุ่นใหม่ที่มาพร้อม SteamOS อย่างเป็นทางการในงาน CES 2026 แต่กลับถูกวิจารณ์หนักเรื่องราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิม โดยเริ่มต้นที่ $1,119 แม้จะใช้สเปกแรงอย่าง Ryzen Z2 / Z2 Extreme และ RAM สูงสุด 32GB แต่ราคาที่แตะระดับเกิน $1,000 ทำให้หลายคนมองว่าไม่คุ้มเมื่อเทียบกับเครื่องพกพาอื่นในตลาด แม้การหันมาใช้ SteamOS จะเป็นก้าวที่ดีสำหรับผู้ใช้สายเกมพกพาก็ตาม
    https://www.techradar.com/computing/gaming-pcs/i-love-that-lenovo-has-finally-chosen-steamos-for-the-legion-go-2-but-its-kidding-itself-with-that-price-tag

    Kentucky เปิดตัว Digital ID บน iPhone และเตรียมเข้า Apple Wallet
    รัฐ Kentucky เปิดตัวแอป Digital ID ที่ให้ประชาชนเก็บบัตรประจำตัว เช่น ใบขับขี่ ไว้ในมือถือ พร้อมระบบยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์ และเตรียมรองรับ Apple Wallet, Google Wallet และ Samsung Wallet ในช่วงซัมเมอร์ 2026 แม้จะช่วยให้ใช้งานสะดวกขึ้น แต่ผู้ใช้ยังต้องพกบัตรจริงในบางสถานการณ์ เช่น การตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่รัฐ
    https://www.techradar.com/phones/kentucky-just-launched-digital-id-on-iphones-and-its-coming-to-apple-wallet-soon

    Klipsch และ Onkyo ฉลอง 80 ปี ด้วยหูฟังและลำโพงรุ่นใหม่
    Klipsch และ Onkyo เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ฉลองครบรอบ 80 ปี นำโดย Klipsch Atlas Series หูฟังแบบ over‑ear รุ่นใหม่ครั้งแรกในรอบทศวรรษ ทั้งรุ่น HP‑1, HP‑2 และ HP‑3 ที่เน้นคุณภาพเสียงระดับออดิโอไฟล์ พร้อมลำโพงและซาวด์บาร์รุ่นใหม่ รวมถึงโปรเจกต์ลับอย่าง “Project Apollo” ที่มุ่งยกระดับดีไซน์และคุณภาพเสียงสำหรับผู้ฟังระดับจริงจัง
    https://www.techradar.com/audio/headphones/klipsch-and-onkyo-celebrate-80-years-of-audio-with-the-first-klipsch-headphones-in-a-decade-plus-some-cool-new-concepts

    กฎหมายคุ้มครองเยาวชนเวอร์จิเนียจุดชนวนดีเบตเรื่องความเป็นส่วนตัว
    เวอร์จิเนียเริ่มบังคับใช้กฎหมายใหม่ที่บังคับให้แพลตฟอร์มโซเชียลจำกัดเวลาการใช้งานและการเก็บข้อมูลของผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี พร้อมสั่งปิดฟีดแบบเสพติดอย่างการเลื่อนแบบไม่รู้จบ ส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวออกมาโต้แย้งว่ากฎหมายนี้อาจบังคับให้ทุกคนต้องยืนยันตัวตนและทำลายการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบไม่ระบุตัวตน ขณะที่คดีฟ้องร้องจาก NetChoice กำลังดำเนินอยู่ แต่กฎหมายก็มีผลบังคับใช้แล้ว ทำให้ผู้ใช้อาจต้องพิสูจน์ตัวตนก่อนเข้าใช้งานโซเชียลในรัฐนี้
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/new-virginia-teen-safety-law-sparks-privacy-debate-and-fresh-legal-challenges

    อังกฤษทุ่มงบ £210 ล้านแก้วิกฤตไซเบอร์ หลังยอมรับเสี่ยง “วิกฤติขั้นสูง”
    รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศแผน Cyber Action Plan พร้อมงบ £210 ล้าน หลังยอมรับว่านโยบายไซเบอร์ก่อนหน้านี้ล้มเหลวและไม่สามารถทำให้หน่วยงานรัฐปลอดภัยภายในปี 2030 ได้ โดยปัญหาหลักคือระบบไอทีเก่า การขาดมาตรฐานบังคับ และการโจมตีจริงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง เช่น เหตุ NHS และ British Library ถูกแรนซัมแวร์ รัฐบาลเตรียมตั้งหน่วย Cyber Unit ใหม่และอาจถือผู้บริหารระดับสูงรับผิดชอบโดยตรงต่อเหตุไซเบอร์ในอนาคต
    https://www.techradar.com/pro/security/uk-government-pledges-gbp210m-to-new-cyber-action-plan-admitting-critically-high-cyber-risk-remains

    Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ใหม่ที่ตั้งใจ “เป็น Windows แบบไร้ Microsoft”
    นักพัฒนาญี่ปุ่นเปิดตัวแนวคิด Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ที่ตั้งใจให้เดสก์ท็อปทั้งหมดเป็น Win32 รันผ่าน WINE เพื่อให้ผู้ใช้ดาวน์โหลด .exe แล้วใช้งานได้เหมือน Windows จริง แต่ทำงานบนแกน Linux แนวคิดนี้หวังแก้ปัญหาความเข้ากันได้ของ ReactOS และอาจเป็นอีกแรงผลักดันให้ผู้ใช้หนีจาก Windows 11 ที่ถูกวิจารณ์หนัก แม้ยังอยู่ในขั้นต้นและต้องแก้ปัญหาความเสถียรอีกมาก แต่ก็เป็นสัญญาณว่ากระแส “เบื่อ Microslop” กำลังผลักผู้ใช้ไปหาลินุกซ์มากขึ้น
    https://www.techradar.com/computing/software/sick-of-microslop-new-linux-distro-could-win-over-windows-11-haters

    เทรนด์เดินแบบญี่ปุ่นกำลังมา พร้อมรองเท้าเดินประสิทธิภาพสูงจาก Clarks
    นักเขียนทดลองเปลี่ยนจากการวิ่งมาเป็น “Japanese Walking” หรือการเดินแบบอินเทอร์วัล พร้อมรองเท้า Clarks Pace ที่ออกแบบมาเพื่อการเดินโดยเฉพาะ ทั้งโฟมสองชั้น แคปซูลช่วยส่งแรง และดีไซน์รองรับการก้าวเดิน แม้รองเท้าจะให้ความรู้สึกสบายและช่วยเร่งจังหวะได้ดี แต่ยังมีปัญหาเรื่องการยึดเกาะบนพื้นเปียก และราคาที่สูงเมื่อเทียบกับรองเท้าวิ่งที่ใช้งานได้อเนกประสงค์กว่า ทำให้ยังไม่แน่ชัดว่าจะคุ้มค่าสำหรับผู้ใช้ทั่วไปหรือไม่
    https://www.techradar.com/health-fitness/i-swapped-running-for-the-japanese-walking-workout-complete-with-a-purpose-built-high-performance-walking-shoe

    พบช่องโหว่ร้ายแรงในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่า เสี่ยงถูกยึดระบบจากระยะไกล
    นักวิจัยพบช่องโหว่ CVE-2026-0625 ในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่าหลายรุ่นที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถสั่งรันโค้ดจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และมีหลักฐานว่าถูกโจมตีจริงตั้งแต่ปลายปี 2025 ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากถูกเจาะ ระบบเครือข่ายทั้งหมดอาจถูกควบคุม ขโมยข้อมูล หรือถูกใช้เป็นบอตเน็ต จึงแนะนำให้ผู้ใช้รีบเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทันที
    https://www.techradar.com/pro/security/this-critical-severity-flaw-in-d-link-dsl-gateway-devices-could-allow-for-remote-code-execution

    AI กำลังเปลี่ยนเป้าหมายจาก “ประสิทธิภาพ” สู่ “การเติบโต”
    องค์กรทั่วโลกกว่า 77% หันมาใช้ AI เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตแทนการลดต้นทุน โดยผู้บริหารจำนวนมากคาดหวังรายได้เพิ่มขึ้นในปีหน้า และกว่า 50% แต่งตั้ง Chief AI Officer เพื่อเร่งกลยุทธ์ด้าน AI แม้ผู้บริโภคยังมีความกังวล แต่ข้อมูลชี้ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยสร้างรายได้ใหม่จาก AI แล้ว ทำให้ภาพรวมสะท้อนว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ แต่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่
    https://www.techradar.com/pro/growth-not-efficiency-is-the-new-ai-goal

    องค์กรพบการละเมิดนโยบายข้อมูลจาก GenAI กว่า 200 ครั้งต่อเดือน
    รายงานใหม่เผยว่าองค์กรกำลังเผชิญความเสี่ยงจาก “Shadow AI” อย่างหนัก เมื่อพนักงานใช้แอป AI ส่วนตัวโดยไม่ผ่านการอนุมัติ ทำให้ข้อมูลสำคัญรั่วไหลเพิ่มขึ้นเท่าตัว และมีเหตุการณ์ละเมิดนโยบายเฉลี่ย 223 ครั้งต่อเดือน ขณะที่การใช้งาน GenAI เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในปีเดียว สร้างความท้าทายด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลข้อมูลอย่างมาก
    https://www.techradar.com/pro/security/average-organization-now-reporting-over-200-genai-related-data-policy-violations-each-month

    ชาวสหรัฐฯ อาจได้รับเงินคืนสูงสุด $52 จากคดี Amazon Prime
    หลัง Amazon ถูกปรับ 2.5 พันล้านดอลลาร์จากการสมัครสมาชิก Prime โดยไม่ได้รับความยินยอม ผู้ใช้จำนวนมากจะได้รับเงินคืนอัตโนมัติ แต่หากยังไม่ได้รับ สามารถยื่นคำร้องได้ภายใน 180 วัน โดยต้องตรวจสอบอีเมลหรือจดหมายแจ้งสิทธิ์ ทั้งนี้ FTC เตือนว่า “จะไม่มีการเรียกเก็บเงินใด ๆ” ในกระบวนการคืนเงิน เพื่อป้องกันการหลอกลวง
    https://www.techradar.com/tech/heres-how-to-claim-a-refund-up-to-usd52-from-amazon-for-its-prime-settlement-and-how-to-check-if-youre-eligible-for-one

    นักวิจัยคิดวิธี “วางยาข้อมูล” เพื่อทำให้ AI ที่ขโมยข้อมูลใช้ไม่ได้
    นักวิจัยจากจีนและสิงคโปร์พัฒนาเทคนิค AURA ที่จงใจใส่ข้อมูลผิดใน knowledge graph เพื่อให้ AI ที่ขโมยข้อมูลไปเกิดอาการหลอนและตอบผิด โดยผู้ที่มี “กุญแจลับ” เท่านั้นจึงจะได้คำตอบที่ถูกต้อง วิธีนี้ช่วยปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาในระบบ GraphRAG ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงถึง 94%
    https://www.techradar.com/pro/security/researchers-poison-their-own-data-when-stolen-by-an-ai-to-ruin-results

    ปากีสถานเริ่มบล็อก VPN ที่ไม่ได้ลงทะเบียน กระทบผู้ใช้จำนวนมาก
    รัฐบาลปากีสถานเริ่มจำกัดการใช้งาน VPN ที่ไม่ได้รับใบอนุญาต ส่งผลให้บริการดังอย่าง Proton VPN ถูกบล็อกตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ใช้จำนวนมากต้องพึ่ง VPN เพื่อเข้าถึงโซเชียลมีเดียที่ถูกปิดกั้น การบล็อกครั้งนี้จึงกระทบเสรีภาพทางดิจิทัลอย่างหนัก แม้ผู้ให้บริการบางรายยังหาวิธีหลบการบล็อกผ่านโปรโตคอลพิเศษอยู่ก็ตาม
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/pakistan-begins-blocking-unregistered-vpn-apps-and-this-popular-service-is-among-the-casualties

    ราคาหน่วยความจำพุ่งแรงเหมือนคริปโต
    ราคาของ RAM โดยเฉพาะ DDR4 และ DDR5 กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากช่วงเสถียรยาวนาน โดย DDR4 หลายรุ่นขยับจากระดับร้อยเหรียญไปแตะหลักหลายร้อยในเวลาไม่กี่เดือน เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่หันไปให้ความสำคัญกับความต้องการของบริษัทด้าน AI มากกว่าผู้บริโภคทั่วไป ทำให้การประกอบคอมพิวเตอร์ใหม่หรืออัปเกรดต้องใช้งบสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจทำให้ RAM กลายเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่แพงที่สุดในระบบในอนาคตอันใกล้
    https://www.techradar.com/pro/is-ram-the-new-bitcoin-ddr4-memory-prices-are-rising-so-fast-some-tracker-graphs-are-running-out-of-space-and-i-fear-2026-could-well-see-a-10x-price-rise

    Meta ซื้อ Manus เจอแรงสั่นสะเทือนจากจีน
    ดีลที่ Meta เตรียมเข้าซื้อบริษัท AI อย่าง Manus มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์กำลังถูกจับตาอย่างหนักจากหน่วยงานจีน เนื่องจากกังวลว่าการย้ายบริษัทจากจีนไปสิงคโปร์อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี ซึ่งอาจทำให้ดีลล่าช้าหรือถูกระงับ ขณะเดียวกัน Manus จะยังคงดำเนินงานแยกอิสระ แต่ Meta จะได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญด้าน AI ของ Manus เพื่อเร่งพัฒนา AI agents รุ่นใหม่
    https://www.techradar.com/pro/metas-usd2b-manus-acquisition-sparks-concerns-from-chinese-regulators

    Razer เปิดตัวเวิร์กสเตชัน AI และตัวเร่งความแรงภายนอก
    Razer ขยายบทบาทจากแบรนด์เกมมิ่งสู่ฮาร์ดแวร์ AI เต็มตัว ด้วยการเปิดตัว Forge AI Dev Workstation สำหรับงานเทรนโมเดลและประมวลผล AI แบบออน-พรีมิส พร้อมอุปกรณ์ External AI Accelerator ที่ร่วมพัฒนากับ Tenstorrent เพื่อเพิ่มพลังประมวลผลให้โน้ตบุ๊กผ่าน Thunderbolt รองรับการต่อพ่วงหลายตัวเพื่อสร้างคลัสเตอร์ขนาดเล็ก เหมาะสำหรับนักพัฒนา AI ที่ต้องการพลังประมวลผลแบบพกพาและควบคุมข้อมูลได้เอง
    https://www.techradar.com/pro/razer-joins-ai-bandwagon-with-external-ai-accelerator-backed-by-iconic-amd-chip-architect

    แคมเปญฟิชชิงปลอมเป็นอีเมลภายในองค์กร
    แฮกเกอร์กำลังใช้ช่องโหว่การตั้งค่าอีเมลของหลายองค์กรเพื่อส่งอีเมลปลอมที่ดูเหมือนส่งมาจากภายในบริษัท ทำให้หลอกเหยื่อให้กรอกข้อมูลสำคัญได้ง่ายขึ้น โดยอาศัยการตั้งค่า SPF, DKIM และ DMARC ที่ไม่เข้มงวด รวมถึงใช้ชุดเครื่องมือฟิชชิงอย่าง Tycoon2FA เพื่อสร้างอีเมลปลอมในธีม HR, เอกสารแชร์ หรือแจ้งเตือนรหัสผ่าน ซึ่งนำไปสู่การขโมยบัญชีและโจมตีแบบ BEC ต่อเนื่องในวงกว้าง
    https://www.techradar.com/pro/security/this-phishing-campaign-spoofs-internal-messages-heres-what-we-know

    โครงการ Cyber Trust Mark สะเทือน หลังผู้ดูแลถอนตัวเพราะโยงจีน
    UL Solutions ผู้ทำหน้าที่เป็น Lead Administrator ของโครงการ US Cyber Trust Mark ได้ถอนตัวออกจากบทบาทหลังถูกตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับบริษัทร่วมทุนในจีน ซึ่งอาจเสี่ยงต่อความมั่นคงไซเบอร์ของสหรัฐ โครงการนี้มีเป้าหมายรับรองความปลอดภัยของอุปกรณ์ IoT ทั่วประเทศ แต่การถอนตัวครั้งนี้ทำให้ FCC ต้องเร่งหาผู้ดูแลรายใหม่เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่นก่อนเส้นตายปี 2027
    https://www.techradar.com/pro/security/firm-overseeing-fccs-cyber-trust-mark-program-withdraws-over-ties-to-china

    Google TV อัปเกรด Gemini ให้ฉลาดขึ้นแบบก้าวกระโดด
    Google เปิดตัว Gemini เวอร์ชันใหม่บน Google TV ที่ทำให้ทีวูกลายเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะเต็มรูปแบบ ทั้งตอบคำถามพร้อมภาพและวิดีโอ ปรับภาพ–เสียงอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้บอกปัญหา ค้นรูปจาก Google Photos ได้ทันที รวมถึงสร้างภาพและวิดีโอด้วย AI ผ่าน Nano Banana และ Google Veo ทำให้ทีวูกลายเป็นศูนย์กลาง AI ในบ้านที่เข้าใจการใช้งานของผู้ชมมากขึ้นอย่างชัดเจน
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/google-tv-gets-a-gemini-glow-up-with-a-ton-of-new-upgrades

    LawnBot ปีนเขาได้! Mammotion LUBA 3 AWD โชว์พลังสุดล้ำ
    Mammotion เปิดตัว LUBA 3 AWD หุ่นยนต์ตัดหญ้ารุ่นใหม่ที่ CES 2026 พร้อมระบบนำทาง Tri-Fusion ที่แม่นยำระดับ ±1 ซม. ใช้ LiDAR + RTK + AI Vision ทำแผนที่สวนแบบ 3D และหลบสิ่งกีดขวางได้ถึง 300 รายการ แถมปีนเนินชัน 80% ได้สบาย พร้อมพลังมอเตอร์แรง แบตอึด และระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ ทำให้เป็นหนึ่งใน lawnbot ที่ทรงพลังที่สุดในตลาดตอนนี้
    https://www.techradar.com/home/smart-home/i-just-watched-mammotions-new-flagship-lawnbot-scale-an-astroturf-mountain-and-it-was-mesmerizing

    Roborock เปิดตัวระบบถูพื้นแบบใหม่ Saros 20 Sonic ที่ถูได้ถึงขอบจริง
    Roborock เผยโฉม Saros 20 Sonic หุ่นยนต์ดูด–ถูที่ใช้แผ่นถูแบบ D‑shape ขนาดใหญ่ซึ่งสามารถ “ดีดออกด้านข้าง” เพื่อถูถึงขอบผนังได้จริง พร้อมแรงกดสูง การสั่น 4,000 ครั้งต่อนาที และระบบปรับน้ำ–แรงสั่นแยกอิสระ รวมถึงฐาน RockDock ที่ล้างด้วยน้ำร้อน 100°C และเป่าแห้งอัตโนมัติ ทำให้การดูแลพื้นบ้านสะอาดล้ำลึกแบบไม่ต้องลงมือเอง
    https://www.techradar.com/home/robot-vacuums/roborock-just-introduced-an-innovative-new-robot-vac-mopping-system-and-it-looks-seriously-good

    Nvidia อัปเดต DGX Spark ให้เป็นตัวเร่ง AI ภายนอกสำหรับ MacBook Pro
    Nvidia เตรียมปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์ให้ DGX Spark เพื่อให้ทำงานเป็น external AI accelerator สำหรับ MacBook Pro ช่วยประมวลผลงาน AI หนัก ๆ ได้เร็วขึ้นหลายเท่า พร้อมรองรับเฟรมเวิร์กโอเพ่นซอร์สอย่าง PyTorch, vLLM, llama.cpp และโมเดลจากหลายค่าย รวมถึงเพิ่ม playbook สำหรับตั้งค่าระบบแบบสำเร็จรูป ทำให้ Spark กลายเป็นโหนด AI อเนกประสงค์สำหรับงานท้องถิ่นและเวิร์กสเตชัน
    https://www.techradar.com/pro/nvidia-quietly-launches-free-software-update-for-its-ai-mini-pc-which-turns-it-into-an-external-ai-accelerator-for-apples-macbook-pro

    Rokid เปิดตัวแว่น AI แบบไร้จอ เบา ถูก และท้าชน Meta Ray‑Ban
    Rokid เปิดตัว AI Glasses Style แว่นอัจฉริยะไร้หน้าจอที่เน้นสั่งงานด้วยเสียง ใช้ ChatGPT‑5 เป็นสมองหลัก น้ำหนักเพียง 38.5 กรัม ถ่ายภาพ–วิดีโอ 4K ได้ผ่านคำสั่งเสียง ใช้ได้ยาว 12 ชั่วโมง และมีเคสชาร์จเสริม จุดเด่นคือราคาถูกกว่า Meta Ray‑Ban ถึง 80 ดอลลาร์ และมุ่งสู่ยุคใหม่ของอุปกรณ์ AI แบบ screenless ที่ช่วยให้ผู้ใช้พึ่งพามือถือให้น้อยลง
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/rokids-new-ai-glasses-are-lighter-cheaper-and-ready-to-challenge-metas-ray-bans
    📌📡🟠 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🟠📡📌 #รวมข่าวIT #20260108 #TechRadar 📡 อุปกรณ์ เพิ่ม/ขยายสัญญาณ Wifi ที่ดีที่สุดในปี 2025 บทความนี้อธิบายภาพรวมตลาด Wi‑Fi extender ปี 2025 ที่แม้จะมีรุ่นใหม่ออกมาน้อยลงเพราะผู้ผลิตหันไปโฟกัสระบบ Mesh Wi‑Fi แต่ก็ยังมีตัวเลือกคุณภาพสูงอย่าง TP‑Link RE700X, RE605X และ Netgear Nighthawk AX8 ซึ่งโดดเด่นด้านความเร็ว ความครอบคลุม และความง่ายในการติดตั้ง เหมาะสำหรับบ้านที่ยังมีจุดอับสัญญาณหรือไม่ต้องการเปลี่ยนเราเตอร์ใหม่ทั้งหมด โดยบทความยังให้คำแนะนำการเลือกซื้อและเปรียบเทียบกับระบบ Mesh เพื่อช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/computing/wi-fi-broadband/the-best-wi-fi-extenders-in-2025-top-devices-for-boosting-your-wifi-network 📺 TV ที่ดีที่สุดในปี 2025 ผู้เชี่ยวชาญด้านการคาลิเบรตทีวีได้จัดอันดับทีวีที่ดีที่สุดในปี 2025 ตั้งแต่รุ่นคุ้มค่าไปจนถึงระดับพรีเมียม เช่น LG C5, Roku Plus Series, Hisense U8QG, TCL QM6K และ Samsung S95F โดยเน้นคุณภาพภาพ ความสว่าง ความแม่นยำสี ฟีเจอร์สำหรับเกมเมอร์ และความคุ้มค่าต่อราคา ทำให้ผู้อ่านสามารถเลือกทีวีที่เหมาะกับงบและการใช้งานได้ง่ายขึ้นในตลาดที่มีตัวเลือกหลากหลายมากขึ้นทุกปี 🔗 https://www.techradar.com/televisions/im-a-trained-tv-calibrator-and-here-are-the-best-tvs-you-can-buy 🎮 Lenovo Legion Go 2 (SteamOS) เปิดตัวพร้อมราคาแรง Lenovo เปิดตัว Legion Go 2 รุ่นใหม่ที่มาพร้อม SteamOS อย่างเป็นทางการในงาน CES 2026 แต่กลับถูกวิจารณ์หนักเรื่องราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิม โดยเริ่มต้นที่ $1,119 แม้จะใช้สเปกแรงอย่าง Ryzen Z2 / Z2 Extreme และ RAM สูงสุด 32GB แต่ราคาที่แตะระดับเกิน $1,000 ทำให้หลายคนมองว่าไม่คุ้มเมื่อเทียบกับเครื่องพกพาอื่นในตลาด แม้การหันมาใช้ SteamOS จะเป็นก้าวที่ดีสำหรับผู้ใช้สายเกมพกพาก็ตาม 🔗 https://www.techradar.com/computing/gaming-pcs/i-love-that-lenovo-has-finally-chosen-steamos-for-the-legion-go-2-but-its-kidding-itself-with-that-price-tag 📱 Kentucky เปิดตัว Digital ID บน iPhone และเตรียมเข้า Apple Wallet รัฐ Kentucky เปิดตัวแอป Digital ID ที่ให้ประชาชนเก็บบัตรประจำตัว เช่น ใบขับขี่ ไว้ในมือถือ พร้อมระบบยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์ และเตรียมรองรับ Apple Wallet, Google Wallet และ Samsung Wallet ในช่วงซัมเมอร์ 2026 แม้จะช่วยให้ใช้งานสะดวกขึ้น แต่ผู้ใช้ยังต้องพกบัตรจริงในบางสถานการณ์ เช่น การตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่รัฐ 🔗 https://www.techradar.com/phones/kentucky-just-launched-digital-id-on-iphones-and-its-coming-to-apple-wallet-soon 🎧 Klipsch และ Onkyo ฉลอง 80 ปี ด้วยหูฟังและลำโพงรุ่นใหม่ Klipsch และ Onkyo เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ฉลองครบรอบ 80 ปี นำโดย Klipsch Atlas Series หูฟังแบบ over‑ear รุ่นใหม่ครั้งแรกในรอบทศวรรษ ทั้งรุ่น HP‑1, HP‑2 และ HP‑3 ที่เน้นคุณภาพเสียงระดับออดิโอไฟล์ พร้อมลำโพงและซาวด์บาร์รุ่นใหม่ รวมถึงโปรเจกต์ลับอย่าง “Project Apollo” ที่มุ่งยกระดับดีไซน์และคุณภาพเสียงสำหรับผู้ฟังระดับจริงจัง 🔗 https://www.techradar.com/audio/headphones/klipsch-and-onkyo-celebrate-80-years-of-audio-with-the-first-klipsch-headphones-in-a-decade-plus-some-cool-new-concepts 🛡️ กฎหมายคุ้มครองเยาวชนเวอร์จิเนียจุดชนวนดีเบตเรื่องความเป็นส่วนตัว เวอร์จิเนียเริ่มบังคับใช้กฎหมายใหม่ที่บังคับให้แพลตฟอร์มโซเชียลจำกัดเวลาการใช้งานและการเก็บข้อมูลของผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี พร้อมสั่งปิดฟีดแบบเสพติดอย่างการเลื่อนแบบไม่รู้จบ ส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวออกมาโต้แย้งว่ากฎหมายนี้อาจบังคับให้ทุกคนต้องยืนยันตัวตนและทำลายการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบไม่ระบุตัวตน ขณะที่คดีฟ้องร้องจาก NetChoice กำลังดำเนินอยู่ แต่กฎหมายก็มีผลบังคับใช้แล้ว ทำให้ผู้ใช้อาจต้องพิสูจน์ตัวตนก่อนเข้าใช้งานโซเชียลในรัฐนี้ 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/new-virginia-teen-safety-law-sparks-privacy-debate-and-fresh-legal-challenges 🇬🇧💻 อังกฤษทุ่มงบ £210 ล้านแก้วิกฤตไซเบอร์ หลังยอมรับเสี่ยง “วิกฤติขั้นสูง” รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศแผน Cyber Action Plan พร้อมงบ £210 ล้าน หลังยอมรับว่านโยบายไซเบอร์ก่อนหน้านี้ล้มเหลวและไม่สามารถทำให้หน่วยงานรัฐปลอดภัยภายในปี 2030 ได้ โดยปัญหาหลักคือระบบไอทีเก่า การขาดมาตรฐานบังคับ และการโจมตีจริงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง เช่น เหตุ NHS และ British Library ถูกแรนซัมแวร์ รัฐบาลเตรียมตั้งหน่วย Cyber Unit ใหม่และอาจถือผู้บริหารระดับสูงรับผิดชอบโดยตรงต่อเหตุไซเบอร์ในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/uk-government-pledges-gbp210m-to-new-cyber-action-plan-admitting-critically-high-cyber-risk-remains 🐧💥 Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ใหม่ที่ตั้งใจ “เป็น Windows แบบไร้ Microsoft” นักพัฒนาญี่ปุ่นเปิดตัวแนวคิด Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ที่ตั้งใจให้เดสก์ท็อปทั้งหมดเป็น Win32 รันผ่าน WINE เพื่อให้ผู้ใช้ดาวน์โหลด .exe แล้วใช้งานได้เหมือน Windows จริง แต่ทำงานบนแกน Linux แนวคิดนี้หวังแก้ปัญหาความเข้ากันได้ของ ReactOS และอาจเป็นอีกแรงผลักดันให้ผู้ใช้หนีจาก Windows 11 ที่ถูกวิจารณ์หนัก แม้ยังอยู่ในขั้นต้นและต้องแก้ปัญหาความเสถียรอีกมาก แต่ก็เป็นสัญญาณว่ากระแส “เบื่อ Microslop” กำลังผลักผู้ใช้ไปหาลินุกซ์มากขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/computing/software/sick-of-microslop-new-linux-distro-could-win-over-windows-11-haters 👟🇯🇵 เทรนด์เดินแบบญี่ปุ่นกำลังมา พร้อมรองเท้าเดินประสิทธิภาพสูงจาก Clarks นักเขียนทดลองเปลี่ยนจากการวิ่งมาเป็น “Japanese Walking” หรือการเดินแบบอินเทอร์วัล พร้อมรองเท้า Clarks Pace ที่ออกแบบมาเพื่อการเดินโดยเฉพาะ ทั้งโฟมสองชั้น แคปซูลช่วยส่งแรง และดีไซน์รองรับการก้าวเดิน แม้รองเท้าจะให้ความรู้สึกสบายและช่วยเร่งจังหวะได้ดี แต่ยังมีปัญหาเรื่องการยึดเกาะบนพื้นเปียก และราคาที่สูงเมื่อเทียบกับรองเท้าวิ่งที่ใช้งานได้อเนกประสงค์กว่า ทำให้ยังไม่แน่ชัดว่าจะคุ้มค่าสำหรับผู้ใช้ทั่วไปหรือไม่ 🔗 https://www.techradar.com/health-fitness/i-swapped-running-for-the-japanese-walking-workout-complete-with-a-purpose-built-high-performance-walking-shoe 🔓⚠️ พบช่องโหว่ร้ายแรงในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่า เสี่ยงถูกยึดระบบจากระยะไกล นักวิจัยพบช่องโหว่ CVE-2026-0625 ในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่าหลายรุ่นที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถสั่งรันโค้ดจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และมีหลักฐานว่าถูกโจมตีจริงตั้งแต่ปลายปี 2025 ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากถูกเจาะ ระบบเครือข่ายทั้งหมดอาจถูกควบคุม ขโมยข้อมูล หรือถูกใช้เป็นบอตเน็ต จึงแนะนำให้ผู้ใช้รีบเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทันที 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/this-critical-severity-flaw-in-d-link-dsl-gateway-devices-could-allow-for-remote-code-execution 🚀 AI กำลังเปลี่ยนเป้าหมายจาก “ประสิทธิภาพ” สู่ “การเติบโต” องค์กรทั่วโลกกว่า 77% หันมาใช้ AI เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตแทนการลดต้นทุน โดยผู้บริหารจำนวนมากคาดหวังรายได้เพิ่มขึ้นในปีหน้า และกว่า 50% แต่งตั้ง Chief AI Officer เพื่อเร่งกลยุทธ์ด้าน AI แม้ผู้บริโภคยังมีความกังวล แต่ข้อมูลชี้ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยสร้างรายได้ใหม่จาก AI แล้ว ทำให้ภาพรวมสะท้อนว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ แต่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/growth-not-efficiency-is-the-new-ai-goal 🔐 องค์กรพบการละเมิดนโยบายข้อมูลจาก GenAI กว่า 200 ครั้งต่อเดือน รายงานใหม่เผยว่าองค์กรกำลังเผชิญความเสี่ยงจาก “Shadow AI” อย่างหนัก เมื่อพนักงานใช้แอป AI ส่วนตัวโดยไม่ผ่านการอนุมัติ ทำให้ข้อมูลสำคัญรั่วไหลเพิ่มขึ้นเท่าตัว และมีเหตุการณ์ละเมิดนโยบายเฉลี่ย 223 ครั้งต่อเดือน ขณะที่การใช้งาน GenAI เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในปีเดียว สร้างความท้าทายด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลข้อมูลอย่างมาก 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/average-organization-now-reporting-over-200-genai-related-data-policy-violations-each-month 💵 ชาวสหรัฐฯ อาจได้รับเงินคืนสูงสุด $52 จากคดี Amazon Prime หลัง Amazon ถูกปรับ 2.5 พันล้านดอลลาร์จากการสมัครสมาชิก Prime โดยไม่ได้รับความยินยอม ผู้ใช้จำนวนมากจะได้รับเงินคืนอัตโนมัติ แต่หากยังไม่ได้รับ สามารถยื่นคำร้องได้ภายใน 180 วัน โดยต้องตรวจสอบอีเมลหรือจดหมายแจ้งสิทธิ์ ทั้งนี้ FTC เตือนว่า “จะไม่มีการเรียกเก็บเงินใด ๆ” ในกระบวนการคืนเงิน เพื่อป้องกันการหลอกลวง 🔗 https://www.techradar.com/tech/heres-how-to-claim-a-refund-up-to-usd52-from-amazon-for-its-prime-settlement-and-how-to-check-if-youre-eligible-for-one 🧪 นักวิจัยคิดวิธี “วางยาข้อมูล” เพื่อทำให้ AI ที่ขโมยข้อมูลใช้ไม่ได้ นักวิจัยจากจีนและสิงคโปร์พัฒนาเทคนิค AURA ที่จงใจใส่ข้อมูลผิดใน knowledge graph เพื่อให้ AI ที่ขโมยข้อมูลไปเกิดอาการหลอนและตอบผิด โดยผู้ที่มี “กุญแจลับ” เท่านั้นจึงจะได้คำตอบที่ถูกต้อง วิธีนี้ช่วยปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาในระบบ GraphRAG ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงถึง 94% 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/researchers-poison-their-own-data-when-stolen-by-an-ai-to-ruin-results 🌐 ปากีสถานเริ่มบล็อก VPN ที่ไม่ได้ลงทะเบียน กระทบผู้ใช้จำนวนมาก รัฐบาลปากีสถานเริ่มจำกัดการใช้งาน VPN ที่ไม่ได้รับใบอนุญาต ส่งผลให้บริการดังอย่าง Proton VPN ถูกบล็อกตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ใช้จำนวนมากต้องพึ่ง VPN เพื่อเข้าถึงโซเชียลมีเดียที่ถูกปิดกั้น การบล็อกครั้งนี้จึงกระทบเสรีภาพทางดิจิทัลอย่างหนัก แม้ผู้ให้บริการบางรายยังหาวิธีหลบการบล็อกผ่านโปรโตคอลพิเศษอยู่ก็ตาม 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/pakistan-begins-blocking-unregistered-vpn-apps-and-this-popular-service-is-among-the-casualties 💸 ราคาหน่วยความจำพุ่งแรงเหมือนคริปโต ราคาของ RAM โดยเฉพาะ DDR4 และ DDR5 กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากช่วงเสถียรยาวนาน โดย DDR4 หลายรุ่นขยับจากระดับร้อยเหรียญไปแตะหลักหลายร้อยในเวลาไม่กี่เดือน เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่หันไปให้ความสำคัญกับความต้องการของบริษัทด้าน AI มากกว่าผู้บริโภคทั่วไป ทำให้การประกอบคอมพิวเตอร์ใหม่หรืออัปเกรดต้องใช้งบสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจทำให้ RAM กลายเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่แพงที่สุดในระบบในอนาคตอันใกล้ 🔗 https://www.techradar.com/pro/is-ram-the-new-bitcoin-ddr4-memory-prices-are-rising-so-fast-some-tracker-graphs-are-running-out-of-space-and-i-fear-2026-could-well-see-a-10x-price-rise ⚖️ Meta ซื้อ Manus เจอแรงสั่นสะเทือนจากจีน ดีลที่ Meta เตรียมเข้าซื้อบริษัท AI อย่าง Manus มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์กำลังถูกจับตาอย่างหนักจากหน่วยงานจีน เนื่องจากกังวลว่าการย้ายบริษัทจากจีนไปสิงคโปร์อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี ซึ่งอาจทำให้ดีลล่าช้าหรือถูกระงับ ขณะเดียวกัน Manus จะยังคงดำเนินงานแยกอิสระ แต่ Meta จะได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญด้าน AI ของ Manus เพื่อเร่งพัฒนา AI agents รุ่นใหม่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/metas-usd2b-manus-acquisition-sparks-concerns-from-chinese-regulators ⚡ Razer เปิดตัวเวิร์กสเตชัน AI และตัวเร่งความแรงภายนอก Razer ขยายบทบาทจากแบรนด์เกมมิ่งสู่ฮาร์ดแวร์ AI เต็มตัว ด้วยการเปิดตัว Forge AI Dev Workstation สำหรับงานเทรนโมเดลและประมวลผล AI แบบออน-พรีมิส พร้อมอุปกรณ์ External AI Accelerator ที่ร่วมพัฒนากับ Tenstorrent เพื่อเพิ่มพลังประมวลผลให้โน้ตบุ๊กผ่าน Thunderbolt รองรับการต่อพ่วงหลายตัวเพื่อสร้างคลัสเตอร์ขนาดเล็ก เหมาะสำหรับนักพัฒนา AI ที่ต้องการพลังประมวลผลแบบพกพาและควบคุมข้อมูลได้เอง 🔗 https://www.techradar.com/pro/razer-joins-ai-bandwagon-with-external-ai-accelerator-backed-by-iconic-amd-chip-architect 📧 แคมเปญฟิชชิงปลอมเป็นอีเมลภายในองค์กร แฮกเกอร์กำลังใช้ช่องโหว่การตั้งค่าอีเมลของหลายองค์กรเพื่อส่งอีเมลปลอมที่ดูเหมือนส่งมาจากภายในบริษัท ทำให้หลอกเหยื่อให้กรอกข้อมูลสำคัญได้ง่ายขึ้น โดยอาศัยการตั้งค่า SPF, DKIM และ DMARC ที่ไม่เข้มงวด รวมถึงใช้ชุดเครื่องมือฟิชชิงอย่าง Tycoon2FA เพื่อสร้างอีเมลปลอมในธีม HR, เอกสารแชร์ หรือแจ้งเตือนรหัสผ่าน ซึ่งนำไปสู่การขโมยบัญชีและโจมตีแบบ BEC ต่อเนื่องในวงกว้าง 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/this-phishing-campaign-spoofs-internal-messages-heres-what-we-know 🔍 โครงการ Cyber Trust Mark สะเทือน หลังผู้ดูแลถอนตัวเพราะโยงจีน UL Solutions ผู้ทำหน้าที่เป็น Lead Administrator ของโครงการ US Cyber Trust Mark ได้ถอนตัวออกจากบทบาทหลังถูกตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับบริษัทร่วมทุนในจีน ซึ่งอาจเสี่ยงต่อความมั่นคงไซเบอร์ของสหรัฐ โครงการนี้มีเป้าหมายรับรองความปลอดภัยของอุปกรณ์ IoT ทั่วประเทศ แต่การถอนตัวครั้งนี้ทำให้ FCC ต้องเร่งหาผู้ดูแลรายใหม่เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่นก่อนเส้นตายปี 2027 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/firm-overseeing-fccs-cyber-trust-mark-program-withdraws-over-ties-to-china 📺 Google TV อัปเกรด Gemini ให้ฉลาดขึ้นแบบก้าวกระโดด Google เปิดตัว Gemini เวอร์ชันใหม่บน Google TV ที่ทำให้ทีวูกลายเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะเต็มรูปแบบ ทั้งตอบคำถามพร้อมภาพและวิดีโอ ปรับภาพ–เสียงอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้บอกปัญหา ค้นรูปจาก Google Photos ได้ทันที รวมถึงสร้างภาพและวิดีโอด้วย AI ผ่าน Nano Banana และ Google Veo ทำให้ทีวูกลายเป็นศูนย์กลาง AI ในบ้านที่เข้าใจการใช้งานของผู้ชมมากขึ้นอย่างชัดเจน 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/google-tv-gets-a-gemini-glow-up-with-a-ton-of-new-upgrades 🤖 LawnBot ปีนเขาได้! Mammotion LUBA 3 AWD โชว์พลังสุดล้ำ Mammotion เปิดตัว LUBA 3 AWD หุ่นยนต์ตัดหญ้ารุ่นใหม่ที่ CES 2026 พร้อมระบบนำทาง Tri-Fusion ที่แม่นยำระดับ ±1 ซม. ใช้ LiDAR + RTK + AI Vision ทำแผนที่สวนแบบ 3D และหลบสิ่งกีดขวางได้ถึง 300 รายการ แถมปีนเนินชัน 80% ได้สบาย พร้อมพลังมอเตอร์แรง แบตอึด และระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ ทำให้เป็นหนึ่งใน lawnbot ที่ทรงพลังที่สุดในตลาดตอนนี้ 🔗 https://www.techradar.com/home/smart-home/i-just-watched-mammotions-new-flagship-lawnbot-scale-an-astroturf-mountain-and-it-was-mesmerizing 🧹 Roborock เปิดตัวระบบถูพื้นแบบใหม่ Saros 20 Sonic ที่ถูได้ถึงขอบจริง Roborock เผยโฉม Saros 20 Sonic หุ่นยนต์ดูด–ถูที่ใช้แผ่นถูแบบ D‑shape ขนาดใหญ่ซึ่งสามารถ “ดีดออกด้านข้าง” เพื่อถูถึงขอบผนังได้จริง พร้อมแรงกดสูง การสั่น 4,000 ครั้งต่อนาที และระบบปรับน้ำ–แรงสั่นแยกอิสระ รวมถึงฐาน RockDock ที่ล้างด้วยน้ำร้อน 100°C และเป่าแห้งอัตโนมัติ ทำให้การดูแลพื้นบ้านสะอาดล้ำลึกแบบไม่ต้องลงมือเอง 🔗 https://www.techradar.com/home/robot-vacuums/roborock-just-introduced-an-innovative-new-robot-vac-mopping-system-and-it-looks-seriously-good ⚡ Nvidia อัปเดต DGX Spark ให้เป็นตัวเร่ง AI ภายนอกสำหรับ MacBook Pro Nvidia เตรียมปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์ให้ DGX Spark เพื่อให้ทำงานเป็น external AI accelerator สำหรับ MacBook Pro ช่วยประมวลผลงาน AI หนัก ๆ ได้เร็วขึ้นหลายเท่า พร้อมรองรับเฟรมเวิร์กโอเพ่นซอร์สอย่าง PyTorch, vLLM, llama.cpp และโมเดลจากหลายค่าย รวมถึงเพิ่ม playbook สำหรับตั้งค่าระบบแบบสำเร็จรูป ทำให้ Spark กลายเป็นโหนด AI อเนกประสงค์สำหรับงานท้องถิ่นและเวิร์กสเตชัน 🔗 https://www.techradar.com/pro/nvidia-quietly-launches-free-software-update-for-its-ai-mini-pc-which-turns-it-into-an-external-ai-accelerator-for-apples-macbook-pro 🕶️ Rokid เปิดตัวแว่น AI แบบไร้จอ เบา ถูก และท้าชน Meta Ray‑Ban Rokid เปิดตัว AI Glasses Style แว่นอัจฉริยะไร้หน้าจอที่เน้นสั่งงานด้วยเสียง ใช้ ChatGPT‑5 เป็นสมองหลัก น้ำหนักเพียง 38.5 กรัม ถ่ายภาพ–วิดีโอ 4K ได้ผ่านคำสั่งเสียง ใช้ได้ยาว 12 ชั่วโมง และมีเคสชาร์จเสริม จุดเด่นคือราคาถูกกว่า Meta Ray‑Ban ถึง 80 ดอลลาร์ และมุ่งสู่ยุคใหม่ของอุปกรณ์ AI แบบ screenless ที่ช่วยให้ผู้ใช้พึ่งพามือถือให้น้อยลง 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/rokids-new-ai-glasses-are-lighter-cheaper-and-ready-to-challenge-metas-ray-bans
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 512 มุมมอง 0 รีวิว
  • Fresh – Terminal Editor รุ่นใหม่ที่ง่ายกว่า Nano

    โลกของ Linux เต็มไปด้วย text editor ใน terminal เช่น Vim, Emacs และ Nano แต่หลายตัวมี learning curve สูงสำหรับผู้เริ่มต้น Fresh จึงถูกพัฒนาขึ้นด้วยภาษา Rust เพื่อให้ใช้งานง่ายเหมือน GUI editor แต่ทำงานใน terminal โดยใช้ standard keybindings ที่ผู้ใช้คุ้นเคย เช่น Ctrl+S สำหรับบันทึก, Ctrl+F สำหรับค้นหา และ Ctrl+Z สำหรับ undo.

    สิ่งที่ทำให้ Fresh “สดใหม่” คือ mouse support เต็มรูปแบบ ผู้ใช้สามารถคลิกเพื่อวาง cursor หรือ drag เพื่อเลือกข้อความได้เหมือนใน editor บน desktop นอกจากนี้ยังมี command palette (Ctrl+P) สำหรับค้นหาคำสั่ง และ file explorer (Ctrl+E) ที่เปิดด้านซ้ายเพื่อจัดการไฟล์และโฟลเดอร์ได้สะดวก พร้อม split-pane layout ที่ช่วยให้ทำงานหลายไฟล์ได้ง่ายขึ้น.

    Fresh ยังรองรับ Language Server Protocol (LSP) ทำให้สามารถใช้ฟีเจอร์อย่าง go-to-definition, hover documentation และ diagnostics ได้ทันทีโดยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่ม รองรับไฟล์ขนาดใหญ่กว่า 10 GB และมีฟีเจอร์เสริม เช่น line numbers, word wrap, embedded terminal และ markdown preview อีกทั้งยังมีระบบ plugin ที่ใช้ TypeScript และทำงานใน sandboxed Deno environment.

    การติดตั้ง Fresh ทำได้ง่ายบน Debian, Ubuntu และดิสโทรอื่น ๆ ผ่าน .deb package หรือ App Center โดยผู้ใช้สามารถเรียกใช้งานด้วยคำสั่ง fresh หลังติดตั้งเสร็จ มีธีมให้เลือกหลายแบบ เช่น “Dark” ที่ได้รับความนิยม และมีเอกสารประกอบที่ช่วยให้ผู้ใช้ใหม่เริ่มต้นได้อย่างรวดเร็ว.

    สรุปสาระสำคัญ
    Fresh: Terminal Editor รุ่นใหม่
    เขียนด้วย Rust ใช้ง่ายกว่า Nano
    ใช้ keybindings มาตรฐาน เช่น Ctrl+S, Ctrl+F, Ctrl+Z

    ฟีเจอร์ทันสมัยแบบ GUI
    รองรับ mouse support เต็มรูปแบบ
    มี command palette และ file explorer

    ความสามารถขั้นสูง
    รองรับ LSP สำหรับการเขียนโค้ด
    จัดการไฟล์ใหญ่กว่า 10 GB ได้ มี plugin system ด้วย TypeScript

    คำเตือนสำหรับผู้ใช้ใหม่
    ยังเป็น editor ใหม่ อาจมีบั๊กหรือ ecosystem plugin ที่ยังไม่สมบูรณ์
    ผู้ใช้ที่คุ้นเคยกับ Vim/Emacs อาจต้องปรับตัวกับ workflow ที่ต่างออกไป

    https://itsfoss.com/fresh-terminal-text-editor/
    ✨ Fresh – Terminal Editor รุ่นใหม่ที่ง่ายกว่า Nano โลกของ Linux เต็มไปด้วย text editor ใน terminal เช่น Vim, Emacs และ Nano แต่หลายตัวมี learning curve สูงสำหรับผู้เริ่มต้น Fresh จึงถูกพัฒนาขึ้นด้วยภาษา Rust เพื่อให้ใช้งานง่ายเหมือน GUI editor แต่ทำงานใน terminal โดยใช้ standard keybindings ที่ผู้ใช้คุ้นเคย เช่น Ctrl+S สำหรับบันทึก, Ctrl+F สำหรับค้นหา และ Ctrl+Z สำหรับ undo. สิ่งที่ทำให้ Fresh “สดใหม่” คือ mouse support เต็มรูปแบบ ผู้ใช้สามารถคลิกเพื่อวาง cursor หรือ drag เพื่อเลือกข้อความได้เหมือนใน editor บน desktop นอกจากนี้ยังมี command palette (Ctrl+P) สำหรับค้นหาคำสั่ง และ file explorer (Ctrl+E) ที่เปิดด้านซ้ายเพื่อจัดการไฟล์และโฟลเดอร์ได้สะดวก พร้อม split-pane layout ที่ช่วยให้ทำงานหลายไฟล์ได้ง่ายขึ้น. Fresh ยังรองรับ Language Server Protocol (LSP) ทำให้สามารถใช้ฟีเจอร์อย่าง go-to-definition, hover documentation และ diagnostics ได้ทันทีโดยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่ม รองรับไฟล์ขนาดใหญ่กว่า 10 GB และมีฟีเจอร์เสริม เช่น line numbers, word wrap, embedded terminal และ markdown preview อีกทั้งยังมีระบบ plugin ที่ใช้ TypeScript และทำงานใน sandboxed Deno environment. การติดตั้ง Fresh ทำได้ง่ายบน Debian, Ubuntu และดิสโทรอื่น ๆ ผ่าน .deb package หรือ App Center โดยผู้ใช้สามารถเรียกใช้งานด้วยคำสั่ง fresh หลังติดตั้งเสร็จ มีธีมให้เลือกหลายแบบ เช่น “Dark” ที่ได้รับความนิยม และมีเอกสารประกอบที่ช่วยให้ผู้ใช้ใหม่เริ่มต้นได้อย่างรวดเร็ว. 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ Fresh: Terminal Editor รุ่นใหม่ ➡️ เขียนด้วย Rust ใช้ง่ายกว่า Nano ➡️ ใช้ keybindings มาตรฐาน เช่น Ctrl+S, Ctrl+F, Ctrl+Z ✅ ฟีเจอร์ทันสมัยแบบ GUI ➡️ รองรับ mouse support เต็มรูปแบบ ➡️ มี command palette และ file explorer ✅ ความสามารถขั้นสูง ➡️ รองรับ LSP สำหรับการเขียนโค้ด ➡️ จัดการไฟล์ใหญ่กว่า 10 GB ได้ ➡️ มี plugin system ด้วย TypeScript ‼️ คำเตือนสำหรับผู้ใช้ใหม่ ⛔ ยังเป็น editor ใหม่ อาจมีบั๊กหรือ ecosystem plugin ที่ยังไม่สมบูรณ์ ⛔ ผู้ใช้ที่คุ้นเคยกับ Vim/Emacs อาจต้องปรับตัวกับ workflow ที่ต่างออกไป https://itsfoss.com/fresh-terminal-text-editor/
    ITSFOSS.COM
    Easier Than Nano! Fresh is a 'Fresh' New Rust-based Terminal Editor for Linux
    Rust-based editor combines fast performance with GUI-style shortcuts that just work.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 384 มุมมอง 0 รีวิว
  • Microsoft แนะนำสเปก PC สำหรับ Windows 11 Gaming

    Microsoft ได้ออกเอกสารแนะนำสเปก PC ที่เหมาะสมสำหรับการเล่นเกมบน Windows 11 โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ เริ่มต้น (1080p), กลาง (1440p) และ สูงสุด (4K) เพื่อช่วยให้ผู้เล่นเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับงบประมาณและประสบการณ์การเล่นเกมที่ต้องการ โดยเน้นความสมดุลระหว่าง CPU, GPU, RAM และ SSD ที่ทันสมัย

    รายละเอียดสเปกที่แนะนำ
    ระดับเริ่มต้น (1080p, medium settings): CPU อย่าง Ryzen 5 5600 หรือ Intel i5-12400 และ GPU GTX 1660 Super หรือ Radeon RX 6600

    ระดับกลาง (1440p, high settings): CPU Ryzen 5 7600 หรือ Intel i5-13600K พร้อม GPU RTX 3060 Ti/4060 Ti หรือ Radeon RX 6700 XT

    ระดับสูง (4K, ultra settings): CPU Ryzen 7 7800X3D หรือ Intel i7-13700K และ GPU RTX 4080 หรือ Radeon RX 7900 XTX

    นอกจากนี้ Microsoft ยังแนะนำ RAM 16GB เป็นมาตรฐาน และ 32GB สำหรับเกมที่ใช้ทรัพยากรสูงหรือมี mod จำนวนมาก รวมถึงการใช้ NVMe SSD เพื่อรองรับเทคโนโลยี DirectStorage ที่ช่วยลดเวลาโหลดเกมได้อย่างมาก

    จอภาพและประสบการณ์เล่นเกม
    Microsoft เน้นว่า จอภาพ Refresh Rate 144Hz ถือเป็นมาตรฐานที่ดีสำหรับการเล่นเกมที่ลื่นไหล แต่หากเป็นเกมแข่งขันที่ต้องการความเร็วสูง ควรเลือกจอที่มี Refresh Rate 160–240Hz พร้อม Response Time 1–3ms เพื่อลดการเบลอและ ghosting ขณะเคลื่อนไหวเร็ว

    มุมมองเพิ่มเติมจากวงการเกม
    นักวิเคราะห์เกมมองว่าคู่มือนี้สะท้อนถึงแนวโน้มที่เกม AAA สมัยใหม่ต้องการสเปกสูงขึ้นเรื่อย ๆ และการใช้ SSD ความจุ 1TB ขึ้นไป กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ เนื่องจากไฟล์เกมมีขนาดใหญ่ขึ้นมาก การลงทุนในอุปกรณ์ที่เหมาะสมจึงไม่ใช่แค่เรื่องความแรง แต่ยังเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตของเกมที่ซับซ้อนและสมจริงยิ่งขึ้น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สเปก PC ที่ Microsoft แนะนำ
    เริ่มต้น: Ryzen 5 5600 / i5-12400 + GTX 1660 Super / RX 6600
    กลาง: Ryzen 5 7600 / i5-13600K + RTX 3060 Ti / RX 6700 XT
    สูงสุด: Ryzen 7 7800X3D / i7-13700K + RTX 4080 / RX 7900 XTX

    อุปกรณ์เสริมที่ควรมี
    RAM 16GB เป็นมาตรฐาน, 32GB สำหรับเกมหนัก
    SSD แบบ NVMe 1TB ขึ้นไปเพื่อรองรับ DirectStorage

    จอภาพสำหรับเกมเมอร์
    Refresh Rate 144Hz เป็นมาตรฐาน
    160–240Hz สำหรับเกมแข่งขัน พร้อม Response Time 1–3ms

    คำเตือนสำหรับผู้ใช้
    การลงทุนใน GPU ที่แรงเกินไปโดยใช้จอภาพ Refresh Rate ต่ำ จะทำให้ศักยภาพสูญเปล่า

    https://securityonline.info/windows-11-gaming-guide-microsofts-recommended-pc-specs-for-1080p-to-4k/
    🎮 Microsoft แนะนำสเปก PC สำหรับ Windows 11 Gaming Microsoft ได้ออกเอกสารแนะนำสเปก PC ที่เหมาะสมสำหรับการเล่นเกมบน Windows 11 โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ เริ่มต้น (1080p), กลาง (1440p) และ สูงสุด (4K) เพื่อช่วยให้ผู้เล่นเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับงบประมาณและประสบการณ์การเล่นเกมที่ต้องการ โดยเน้นความสมดุลระหว่าง CPU, GPU, RAM และ SSD ที่ทันสมัย ⚡ รายละเอียดสเปกที่แนะนำ ⚙️ ระดับเริ่มต้น (1080p, medium settings): CPU อย่าง Ryzen 5 5600 หรือ Intel i5-12400 และ GPU GTX 1660 Super หรือ Radeon RX 6600 ⚙️ ระดับกลาง (1440p, high settings): CPU Ryzen 5 7600 หรือ Intel i5-13600K พร้อม GPU RTX 3060 Ti/4060 Ti หรือ Radeon RX 6700 XT ⚙️ ระดับสูง (4K, ultra settings): CPU Ryzen 7 7800X3D หรือ Intel i7-13700K และ GPU RTX 4080 หรือ Radeon RX 7900 XTX นอกจากนี้ Microsoft ยังแนะนำ RAM 16GB เป็นมาตรฐาน และ 32GB สำหรับเกมที่ใช้ทรัพยากรสูงหรือมี mod จำนวนมาก รวมถึงการใช้ NVMe SSD เพื่อรองรับเทคโนโลยี DirectStorage ที่ช่วยลดเวลาโหลดเกมได้อย่างมาก 🖥️ จอภาพและประสบการณ์เล่นเกม Microsoft เน้นว่า จอภาพ Refresh Rate 144Hz ถือเป็นมาตรฐานที่ดีสำหรับการเล่นเกมที่ลื่นไหล แต่หากเป็นเกมแข่งขันที่ต้องการความเร็วสูง ควรเลือกจอที่มี Refresh Rate 160–240Hz พร้อม Response Time 1–3ms เพื่อลดการเบลอและ ghosting ขณะเคลื่อนไหวเร็ว 🌐 มุมมองเพิ่มเติมจากวงการเกม นักวิเคราะห์เกมมองว่าคู่มือนี้สะท้อนถึงแนวโน้มที่เกม AAA สมัยใหม่ต้องการสเปกสูงขึ้นเรื่อย ๆ และการใช้ SSD ความจุ 1TB ขึ้นไป กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ เนื่องจากไฟล์เกมมีขนาดใหญ่ขึ้นมาก การลงทุนในอุปกรณ์ที่เหมาะสมจึงไม่ใช่แค่เรื่องความแรง แต่ยังเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตของเกมที่ซับซ้อนและสมจริงยิ่งขึ้น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สเปก PC ที่ Microsoft แนะนำ ➡️ เริ่มต้น: Ryzen 5 5600 / i5-12400 + GTX 1660 Super / RX 6600 ➡️ กลาง: Ryzen 5 7600 / i5-13600K + RTX 3060 Ti / RX 6700 XT ➡️ สูงสุด: Ryzen 7 7800X3D / i7-13700K + RTX 4080 / RX 7900 XTX ✅ อุปกรณ์เสริมที่ควรมี ➡️ RAM 16GB เป็นมาตรฐาน, 32GB สำหรับเกมหนัก ➡️ SSD แบบ NVMe 1TB ขึ้นไปเพื่อรองรับ DirectStorage ✅ จอภาพสำหรับเกมเมอร์ ➡️ Refresh Rate 144Hz เป็นมาตรฐาน ➡️ 160–240Hz สำหรับเกมแข่งขัน พร้อม Response Time 1–3ms ‼️ คำเตือนสำหรับผู้ใช้ ⛔ การลงทุนใน GPU ที่แรงเกินไปโดยใช้จอภาพ Refresh Rate ต่ำ จะทำให้ศักยภาพสูญเปล่า https://securityonline.info/windows-11-gaming-guide-microsofts-recommended-pc-specs-for-1080p-to-4k/
    SECURITYONLINE.INFO
    Windows 11 Gaming Guide: Microsoft’s Recommended PC Specs for 1080p to 4K
    Microsoft published a guide outlining recommended Windows 11 gaming PC specs from entry-level 1080p to high-end 4K, emphasizing NVMe SSDs for DirectStorage.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 324 มุมมอง 0 รีวิว
  • ครบรอบ 35 ปี Commander Keen – จุดเริ่มต้นของ id Software

    เมื่อ 35 ปีก่อน Commander Keen in Invasion of the Vorticons ได้ถือกำเนิดขึ้นในปี 1990 และกลายเป็นเกมแรกของทีมพัฒนา id Software ที่ต่อมาจะสร้างตำนานอย่าง Wolfenstein 3D และ Doom ความสำเร็จของเกมนี้ไม่เพียงแต่เปิดทางให้บริษัทเล็ก ๆ ก้าวสู่การเป็นสตูดิโอระดับโลก แต่ยังเป็นการปฏิวัติเทคนิคการเลื่อนฉาก (side-scrolling) บนเครื่อง PC ที่ก่อนหน้านั้นทำได้ยากมาก

    นวัตกรรมของ John Carmack
    สิ่งที่ทำให้ Commander Keen โดดเด่นคือเทคนิค adaptive tile refresh ที่ John Carmack พัฒนาขึ้นเพื่อให้การเลื่อนฉากบนกราฟิก EGA ทำได้อย่างลื่นไหล เทคโนโลยีนี้เดิมถูกออกแบบเพื่อพอร์ต Super Mario Bros. 3 มาลง PC แต่เมื่อ Nintendo ปฏิเสธ ทีมงานจึงสร้างเกมใหม่ขึ้นมาแทน และผลลัพธ์คือการเปิดตัว IP ที่กลายเป็นรากฐานของ id Software

    โมเดลธุรกิจที่พลิกวงการ
    เกมนี้ถูกเผยแพร่ผ่านโมเดล shareware ของ Apogee ซึ่งอนุญาตให้ผู้เล่นดาวน์โหลดตอนแรกฟรี และซื้อภาคต่อหากสนใจ ผลลัพธ์คือยอดขายพุ่งทะยานถึง 30,000 ดอลลาร์ในสองสัปดาห์แรก และต่อมาเพิ่มเป็น 60,000 ดอลลาร์ต่อเดือน ความสำเร็จนี้ทำให้ทีมงานมีความมั่นใจลาออกจากงานเดิมที่ Softdisk และตั้งบริษัท id Software อย่างเต็มตัว

    ผลกระทบต่อวงการเกม
    จาก Commander Keen ทีมงานได้ก้าวสู่การสร้างเกม 3D ที่เปลี่ยนโลกอย่าง Wolfenstein 3D (1992) และ Doom (1993) ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างแนวเกม FPS แต่ยังผลักดันให้ PC กลายเป็นแพลตฟอร์มหลักของเกมยุคใหม่ พร้อมกระตุ้นการพัฒนา GPU และฮาร์ดแวร์กราฟิกในเวลาต่อมา

    สรุปสาระสำคัญ
    Commander Keen (1990)
    เกมแรกของ id Software
    ใช้เทคนิค adaptive tile refresh

    ความสำเร็จทางธุรกิจ
    โมเดล shareware ของ Apogee
    รายได้สูงถึง 60,000 ดอลลาร์ต่อเดือน

    ผลกระทบต่อวงการ
    ปูทางสู่ Wolfenstein 3D และ Doom
    กระตุ้นการพัฒนา PC และ GPU

    ข้อควรระวังในมุมธุรกิจ
    โมเดล shareware แม้ประสบความสำเร็จ แต่เสี่ยงต่อการละเมิดลิขสิทธิ์
    การพึ่งพาเทคโนโลยีเฉพาะอาจทำให้เกมใหม่ต้องใช้เวลาพัฒนานาน

    https://www.tomshardware.com/video-games/retro-gaming/id-software-released-its-first-game-35-years-ago-today-commander-keen-title-showcased-john-carmacks-breakthrough-side-scroller-engine
    🎮 ครบรอบ 35 ปี Commander Keen – จุดเริ่มต้นของ id Software เมื่อ 35 ปีก่อน Commander Keen in Invasion of the Vorticons ได้ถือกำเนิดขึ้นในปี 1990 และกลายเป็นเกมแรกของทีมพัฒนา id Software ที่ต่อมาจะสร้างตำนานอย่าง Wolfenstein 3D และ Doom ความสำเร็จของเกมนี้ไม่เพียงแต่เปิดทางให้บริษัทเล็ก ๆ ก้าวสู่การเป็นสตูดิโอระดับโลก แต่ยังเป็นการปฏิวัติเทคนิคการเลื่อนฉาก (side-scrolling) บนเครื่อง PC ที่ก่อนหน้านั้นทำได้ยากมาก 🧑‍💻 นวัตกรรมของ John Carmack สิ่งที่ทำให้ Commander Keen โดดเด่นคือเทคนิค adaptive tile refresh ที่ John Carmack พัฒนาขึ้นเพื่อให้การเลื่อนฉากบนกราฟิก EGA ทำได้อย่างลื่นไหล เทคโนโลยีนี้เดิมถูกออกแบบเพื่อพอร์ต Super Mario Bros. 3 มาลง PC แต่เมื่อ Nintendo ปฏิเสธ ทีมงานจึงสร้างเกมใหม่ขึ้นมาแทน และผลลัพธ์คือการเปิดตัว IP ที่กลายเป็นรากฐานของ id Software 💰 โมเดลธุรกิจที่พลิกวงการ เกมนี้ถูกเผยแพร่ผ่านโมเดล shareware ของ Apogee ซึ่งอนุญาตให้ผู้เล่นดาวน์โหลดตอนแรกฟรี และซื้อภาคต่อหากสนใจ ผลลัพธ์คือยอดขายพุ่งทะยานถึง 30,000 ดอลลาร์ในสองสัปดาห์แรก และต่อมาเพิ่มเป็น 60,000 ดอลลาร์ต่อเดือน ความสำเร็จนี้ทำให้ทีมงานมีความมั่นใจลาออกจากงานเดิมที่ Softdisk และตั้งบริษัท id Software อย่างเต็มตัว 🚀 ผลกระทบต่อวงการเกม จาก Commander Keen ทีมงานได้ก้าวสู่การสร้างเกม 3D ที่เปลี่ยนโลกอย่าง Wolfenstein 3D (1992) และ Doom (1993) ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างแนวเกม FPS แต่ยังผลักดันให้ PC กลายเป็นแพลตฟอร์มหลักของเกมยุคใหม่ พร้อมกระตุ้นการพัฒนา GPU และฮาร์ดแวร์กราฟิกในเวลาต่อมา 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ Commander Keen (1990) ➡️ เกมแรกของ id Software ➡️ ใช้เทคนิค adaptive tile refresh ✅ ความสำเร็จทางธุรกิจ ➡️ โมเดล shareware ของ Apogee ➡️ รายได้สูงถึง 60,000 ดอลลาร์ต่อเดือน ✅ ผลกระทบต่อวงการ ➡️ ปูทางสู่ Wolfenstein 3D และ Doom ➡️ กระตุ้นการพัฒนา PC และ GPU ‼️ ข้อควรระวังในมุมธุรกิจ ⛔ โมเดล shareware แม้ประสบความสำเร็จ แต่เสี่ยงต่อการละเมิดลิขสิทธิ์ ⛔ การพึ่งพาเทคโนโลยีเฉพาะอาจทำให้เกมใหม่ต้องใช้เวลาพัฒนานาน https://www.tomshardware.com/video-games/retro-gaming/id-software-released-its-first-game-35-years-ago-today-commander-keen-title-showcased-john-carmacks-breakthrough-side-scroller-engine
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 369 มุมมอง 0 รีวิว
  • การพบเห็นซีพียูใหม่ Intel Core Ultra 7 270K Plus และ Core Ultra 9 290K Plus ในอินเดีย

    รายงานจาก Tom’s Hardware ระบุว่า Core Ultra 7 270K Plus และ Core Ultra 9 290K Plus ถูกเพิ่มเข้ารายการสินค้าของร้านค้าปลีกในอินเดีย แม้ไม่มีรายละเอียดด้านราคาและสเปกเต็ม แต่การปรากฏชื่อรุ่นถือเป็นการยืนยันว่า Intel เตรียมเปิดตัวซีพียูรุ่นใหม่ในตระกูล Arrow Lake Refresh

    การต่อยอดจาก Arrow Lake
    ซีพียูรุ่น "Plus" นี้คาดว่าจะเป็นการปรับปรุงจาก Arrow Lake รุ่นแรก ที่เปิดตัวในปี 2024 โดยอาจมีการเพิ่มความเร็วสัญญาณนาฬิกา (clock speed) และปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดการพลังงาน เพื่อแข่งขันกับ AMD Ryzen รุ่นล่าสุดในตลาด high-end desktop

    ตลาดและกลยุทธ์ Intel
    การพบเห็นในอินเดียสะท้อนว่า Intel กำลังเตรียมกระจายสินค้าไปยังตลาดเกิดใหม่ที่มีความต้องการสูง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ที่เน้นการประกอบเครื่องเอง (DIY PC) ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของซีพียู high-end การเปิดตัวรุ่น "Plus" อาจเป็นการรักษาความสดใหม่ของไลน์ผลิตภัณฑ์ก่อนการมาถึงของสถาปัตยกรรมใหม่ในปี 2026

    แนวโน้มในอนาคต
    แม้ยังไม่มีข้อมูลราคา แต่คาดว่า Core Ultra 9 290K Plus จะเป็นรุ่นท็อปที่แข่งขันกับ Ryzen 9 series ส่วน Core Ultra 7 270K Plus จะจับตลาดระดับกลางถึงสูง การเปิดตัวอย่างเป็นทางการอาจเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2026 ซึ่งจะเป็นการต่อยอดกลยุทธ์ของ Intel ในการรักษาส่วนแบ่งตลาดซีพียูเดสก์ท็อป

    สรุปประเด็นสำคัญ
    การพบเห็นซีพียูใหม่
    Core Ultra 7 270K Plus และ Core Ultra 9 290K Plus
    รายชื่อสินค้าปรากฏในร้านค้าปลีกอินเดีย

    การต่อยอดจาก Arrow Lake
    รุ่น "Plus" อาจเพิ่ม clock speed และปรับปรุงพลังงาน
    แข่งขันกับ AMD Ryzen รุ่นล่าสุด

    กลยุทธ์ตลาด
    เน้นตลาด DIY PC และตลาดเกิดใหม่
    รักษาความสดใหม่ของไลน์ผลิตภัณฑ์ก่อนสถาปัตยกรรมใหม่

    แนวโน้มอนาคต
    Core Ultra 9 290K Plus จับตลาด high-end
    Core Ultra 7 270K Plus จับตลาด mid-high segment

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/intel-core-ultra-7-270k-plus-and-core-ultra-9-290k-plus-spotted-at-indian-retailer-listings-appear-to-corroborate-prior-leaks-but-dont-reveal-pricing-or-new-info-for-upcoming-arrow-lake-refresh
    🖥️ การพบเห็นซีพียูใหม่ Intel Core Ultra 7 270K Plus และ Core Ultra 9 290K Plus ในอินเดีย รายงานจาก Tom’s Hardware ระบุว่า Core Ultra 7 270K Plus และ Core Ultra 9 290K Plus ถูกเพิ่มเข้ารายการสินค้าของร้านค้าปลีกในอินเดีย แม้ไม่มีรายละเอียดด้านราคาและสเปกเต็ม แต่การปรากฏชื่อรุ่นถือเป็นการยืนยันว่า Intel เตรียมเปิดตัวซีพียูรุ่นใหม่ในตระกูล Arrow Lake Refresh ⚙️ การต่อยอดจาก Arrow Lake ซีพียูรุ่น "Plus" นี้คาดว่าจะเป็นการปรับปรุงจาก Arrow Lake รุ่นแรก ที่เปิดตัวในปี 2024 โดยอาจมีการเพิ่มความเร็วสัญญาณนาฬิกา (clock speed) และปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดการพลังงาน เพื่อแข่งขันกับ AMD Ryzen รุ่นล่าสุดในตลาด high-end desktop 🌐 ตลาดและกลยุทธ์ Intel การพบเห็นในอินเดียสะท้อนว่า Intel กำลังเตรียมกระจายสินค้าไปยังตลาดเกิดใหม่ที่มีความต้องการสูง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ที่เน้นการประกอบเครื่องเอง (DIY PC) ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของซีพียู high-end การเปิดตัวรุ่น "Plus" อาจเป็นการรักษาความสดใหม่ของไลน์ผลิตภัณฑ์ก่อนการมาถึงของสถาปัตยกรรมใหม่ในปี 2026 🔮 แนวโน้มในอนาคต แม้ยังไม่มีข้อมูลราคา แต่คาดว่า Core Ultra 9 290K Plus จะเป็นรุ่นท็อปที่แข่งขันกับ Ryzen 9 series ส่วน Core Ultra 7 270K Plus จะจับตลาดระดับกลางถึงสูง การเปิดตัวอย่างเป็นทางการอาจเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2026 ซึ่งจะเป็นการต่อยอดกลยุทธ์ของ Intel ในการรักษาส่วนแบ่งตลาดซีพียูเดสก์ท็อป 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ การพบเห็นซีพียูใหม่ ➡️ Core Ultra 7 270K Plus และ Core Ultra 9 290K Plus ➡️ รายชื่อสินค้าปรากฏในร้านค้าปลีกอินเดีย ✅ การต่อยอดจาก Arrow Lake ➡️ รุ่น "Plus" อาจเพิ่ม clock speed และปรับปรุงพลังงาน ➡️ แข่งขันกับ AMD Ryzen รุ่นล่าสุด ✅ กลยุทธ์ตลาด ➡️ เน้นตลาด DIY PC และตลาดเกิดใหม่ ➡️ รักษาความสดใหม่ของไลน์ผลิตภัณฑ์ก่อนสถาปัตยกรรมใหม่ ✅ แนวโน้มอนาคต ➡️ Core Ultra 9 290K Plus จับตลาด high-end ➡️ Core Ultra 7 270K Plus จับตลาด mid-high segment https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/intel-core-ultra-7-270k-plus-and-core-ultra-9-290k-plus-spotted-at-indian-retailer-listings-appear-to-corroborate-prior-leaks-but-dont-reveal-pricing-or-new-info-for-upcoming-arrow-lake-refresh
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 309 มุมมอง 0 รีวิว
  • Battering RAM – ฮาร์ดแวร์แฮ็กเจาะทะลุ Secure CPU Enclaves

    นักวิจัยจาก KU Leuven University ได้สาธิตการโจมตีใหม่ชื่อว่า Battering RAM ในงาน Black Hat Europe 2025 โดยใช้ DDR4 interposer ราคาประมาณ 50 ดอลลาร์ เพื่อปรับเปลี่ยนการแมปหน่วยความจำ ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ควรจะถูกเข้ารหัสและป้องกันไว้ใน secure enclaves ของ CPU ได้.

    Secure enclaves เช่น Intel SGX (Software Guard Extensions) และ AMD SEV (Secure Encrypted Virtualization) ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันข้อมูลแม้ในกรณีที่ผู้โจมตีมีสิทธิ์ระดับสูงหรือเข้าถึงเครื่องทางกายภาพ แต่การโจมตีนี้สามารถ อ่าน/เขียนข้อมูล plaintext และแม้กระทั่ง ดึง platform provisioning key ออกมาได้ ซึ่งเปิดทางให้สร้าง attestation reports ปลอมและฝัง backdoor ถาวรใน VM.

    สิ่งที่น่ากังวลคือการโจมตีนี้ทำงานใน runtime ทำให้หลบเลี่ยงการป้องกันที่ Intel และ AMD เคยออกแบบไว้สำหรับการโจมตีแบบ aliasing ในอดีต และทั้งสองบริษัทก็ระบุว่าเป็นการโจมตีที่อยู่นอกขอบเขตการป้องกัน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการดัดแปลงฮาร์ดแวร์โดยตรง.

    นักวิจัยเตือนว่าหากผู้โจมตีสามารถแทรกโมดูลหน่วยความจำที่ถูกดัดแปลงเข้าไปใน supply chain ก็จะสามารถใช้ช่องโหว่นี้เพื่อโจมตีระบบคลาวด์ที่พึ่งพา confidential computing ได้อย่างรุนแรง และเสนอว่าการแก้ไขในอนาคตควรเพิ่ม cryptographic freshness protections เพื่อป้องกันการโจมตีลักษณะนี้.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    การค้นพบใหม่จาก KU Leuven
    การโจมตี Battering RAM ใช้ DDR4 interposer ราคาถูก
    สามารถเจาะ secure enclaves ของ Intel SGX และ AMD SEV

    ผลกระทบต่อระบบคลาวด์
    อ่าน/เขียนข้อมูล plaintext และดึง provisioning key ได้
    เปิดทางให้สร้าง attestation reports ปลอมและฝัง backdoor

    ข้อจำกัดของการป้องกันปัจจุบัน
    การโจมตีทำงานใน runtime หลบเลี่ยง mitigations เดิม
    Intel และ AMD ระบุว่าอยู่นอกขอบเขตการป้องกัน

    ความเสี่ยงใน supply chain
    หากโมดูลหน่วยความจำถูกดัดแปลงและแทรกใน supply chain
    อาจนำไปสู่การโจมตีระบบคลาวด์ที่ใช้ confidential computing

    https://www.csoonline.com/article/4105022/battering-ram-hardware-hack-breaks-secure-cpu-enclaves.html
    🔓 Battering RAM – ฮาร์ดแวร์แฮ็กเจาะทะลุ Secure CPU Enclaves นักวิจัยจาก KU Leuven University ได้สาธิตการโจมตีใหม่ชื่อว่า Battering RAM ในงาน Black Hat Europe 2025 โดยใช้ DDR4 interposer ราคาประมาณ 50 ดอลลาร์ เพื่อปรับเปลี่ยนการแมปหน่วยความจำ ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ควรจะถูกเข้ารหัสและป้องกันไว้ใน secure enclaves ของ CPU ได้. Secure enclaves เช่น Intel SGX (Software Guard Extensions) และ AMD SEV (Secure Encrypted Virtualization) ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันข้อมูลแม้ในกรณีที่ผู้โจมตีมีสิทธิ์ระดับสูงหรือเข้าถึงเครื่องทางกายภาพ แต่การโจมตีนี้สามารถ อ่าน/เขียนข้อมูล plaintext และแม้กระทั่ง ดึง platform provisioning key ออกมาได้ ซึ่งเปิดทางให้สร้าง attestation reports ปลอมและฝัง backdoor ถาวรใน VM. สิ่งที่น่ากังวลคือการโจมตีนี้ทำงานใน runtime ทำให้หลบเลี่ยงการป้องกันที่ Intel และ AMD เคยออกแบบไว้สำหรับการโจมตีแบบ aliasing ในอดีต และทั้งสองบริษัทก็ระบุว่าเป็นการโจมตีที่อยู่นอกขอบเขตการป้องกัน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการดัดแปลงฮาร์ดแวร์โดยตรง. นักวิจัยเตือนว่าหากผู้โจมตีสามารถแทรกโมดูลหน่วยความจำที่ถูกดัดแปลงเข้าไปใน supply chain ก็จะสามารถใช้ช่องโหว่นี้เพื่อโจมตีระบบคลาวด์ที่พึ่งพา confidential computing ได้อย่างรุนแรง และเสนอว่าการแก้ไขในอนาคตควรเพิ่ม cryptographic freshness protections เพื่อป้องกันการโจมตีลักษณะนี้. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ การค้นพบใหม่จาก KU Leuven ➡️ การโจมตี Battering RAM ใช้ DDR4 interposer ราคาถูก ➡️ สามารถเจาะ secure enclaves ของ Intel SGX และ AMD SEV ✅ ผลกระทบต่อระบบคลาวด์ ➡️ อ่าน/เขียนข้อมูล plaintext และดึง provisioning key ได้ ➡️ เปิดทางให้สร้าง attestation reports ปลอมและฝัง backdoor ✅ ข้อจำกัดของการป้องกันปัจจุบัน ➡️ การโจมตีทำงานใน runtime หลบเลี่ยง mitigations เดิม ➡️ Intel และ AMD ระบุว่าอยู่นอกขอบเขตการป้องกัน ‼️ ความเสี่ยงใน supply chain ⛔ หากโมดูลหน่วยความจำถูกดัดแปลงและแทรกใน supply chain ⛔ อาจนำไปสู่การโจมตีระบบคลาวด์ที่ใช้ confidential computing https://www.csoonline.com/article/4105022/battering-ram-hardware-hack-breaks-secure-cpu-enclaves.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    Battering RAM hardware hack breaks secure CPU enclaves
    Black Hat Europe 2025: Low-cost hardware hack opens the door to supply chain attacks against confidential computing servers in cloud environments.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 366 มุมมอง 0 รีวิว
  • HWiNFO ยืนยันการเปิดตัว Intel Nova Lake H และ HX รวมถึง Arrow Lake Refresh

    HWiNFO เวอร์ชันใหม่ (8.35) ได้เพิ่มข้อมูลรองรับซีพียู Nova Lake H และ Nova Lake HX ลงในฐานข้อมูล ซึ่งถือเป็นการยืนยันว่าชิปเหล่านี้กำลังถูกเตรียมสำหรับการเปิดตัวจริง แม้จะยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการจาก Intel แต่ HWiNFO มักเป็นหนึ่งในซอฟต์แวร์ที่เผยข้อมูลล่วงหน้าของซีพียูรุ่นใหม่เสมอ

    รายละเอียดของ Nova Lake H และ HX
    Nova Lake H จะมาแทนที่ตระกูล Panther Lake H โดยมีการออกแบบแบบ hybrid สูงสุด 16 คอร์ (4 P-Core + 8 E-Core + 4 LP-E Core)

    Nova Lake HX จะเป็นรุ่นที่ใหญ่กว่า รองรับสูงสุดถึง 28 คอร์ โดยเพิ่มจำนวน P-Core และ E-Core เป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับรุ่น H

    Nova Lake HX ใช้ซ็อกเก็ต BGA 2540 ซึ่งใหญ่กว่าซ็อกเก็ต BGA 2114 ของ Arrow Lake HX ประมาณ 20%

    Arrow Lake Refresh
    นอกจาก Nova Lake แล้ว HWiNFO ยังเพิ่มการรองรับ Arrow Lake Refresh ซึ่งคาดว่าจะมีรุ่นใหม่ เช่น Core Ultra 9 290K Plus, Core Ultra 7 270K Plus และ Core Ultra 5 250K Plus โดยทั้งหมดจะมาพร้อมความเร็วสัญญาณนาฬิกาที่สูงขึ้นและจำนวนคอร์ที่มากกว่าเดิม

    ความหมายต่อวงการซีพียู
    การที่ HWiNFO เพิ่มการรองรับซีพียูเหล่านี้สะท้อนว่า Intel กำลังเร่งพัฒนาตระกูลใหม่เพื่อแข่งขันกับ AMD โดยเฉพาะในตลาดโน้ตบุ๊กและเดสก์ท็อประดับสูง Nova Lake HX ที่มี 28 คอร์จะเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ และ Arrow Lake Refresh จะช่วยต่ออายุแพลตฟอร์มปัจจุบันให้แข็งแกร่งขึ้น

    สรุปเป็นหัวข้อ
    การยืนยันจาก HWiNFO
    เวอร์ชัน 8.35 เพิ่มการรองรับ Nova Lake H/HX และ Arrow Lake Refresh

    รายละเอียด Nova Lake H
    แทนที่ Panther Lake H
    สูงสุด 16 คอร์ (4P + 8E + 4LP-E)

    รายละเอียด Nova Lake HX
    สูงสุด 28 คอร์
    ใช้ซ็อกเก็ต BGA 2540 ใหญ่กว่า Arrow Lake HX

    Arrow Lake Refresh
    รุ่นใหม่ Core Ultra 9 290K Plus, 7 270K Plus, 5 250K Plus
    เพิ่มความเร็วและจำนวนคอร์

    ข้อจำกัดและคำเตือน
    ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการจาก Intel
    ข้อมูลจาก HWiNFO ไม่ได้การันตีวันเปิดตัวจริง
    ต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องสเปกและราคา

    https://wccftech.com/hwinfo-confirms-nova-lake-h-and-hx-also-adds-support-for-arrow-lake-refresh/
    🖥️ HWiNFO ยืนยันการเปิดตัว Intel Nova Lake H และ HX รวมถึง Arrow Lake Refresh HWiNFO เวอร์ชันใหม่ (8.35) ได้เพิ่มข้อมูลรองรับซีพียู Nova Lake H และ Nova Lake HX ลงในฐานข้อมูล ซึ่งถือเป็นการยืนยันว่าชิปเหล่านี้กำลังถูกเตรียมสำหรับการเปิดตัวจริง แม้จะยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการจาก Intel แต่ HWiNFO มักเป็นหนึ่งในซอฟต์แวร์ที่เผยข้อมูลล่วงหน้าของซีพียูรุ่นใหม่เสมอ ⚡ รายละเอียดของ Nova Lake H และ HX 💠 Nova Lake H จะมาแทนที่ตระกูล Panther Lake H โดยมีการออกแบบแบบ hybrid สูงสุด 16 คอร์ (4 P-Core + 8 E-Core + 4 LP-E Core) 💠 Nova Lake HX จะเป็นรุ่นที่ใหญ่กว่า รองรับสูงสุดถึง 28 คอร์ โดยเพิ่มจำนวน P-Core และ E-Core เป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับรุ่น H 💠 Nova Lake HX ใช้ซ็อกเก็ต BGA 2540 ซึ่งใหญ่กว่าซ็อกเก็ต BGA 2114 ของ Arrow Lake HX ประมาณ 20% 🔧 Arrow Lake Refresh นอกจาก Nova Lake แล้ว HWiNFO ยังเพิ่มการรองรับ Arrow Lake Refresh ซึ่งคาดว่าจะมีรุ่นใหม่ เช่น Core Ultra 9 290K Plus, Core Ultra 7 270K Plus และ Core Ultra 5 250K Plus โดยทั้งหมดจะมาพร้อมความเร็วสัญญาณนาฬิกาที่สูงขึ้นและจำนวนคอร์ที่มากกว่าเดิม 🔍 ความหมายต่อวงการซีพียู การที่ HWiNFO เพิ่มการรองรับซีพียูเหล่านี้สะท้อนว่า Intel กำลังเร่งพัฒนาตระกูลใหม่เพื่อแข่งขันกับ AMD โดยเฉพาะในตลาดโน้ตบุ๊กและเดสก์ท็อประดับสูง Nova Lake HX ที่มี 28 คอร์จะเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ และ Arrow Lake Refresh จะช่วยต่ออายุแพลตฟอร์มปัจจุบันให้แข็งแกร่งขึ้น 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ การยืนยันจาก HWiNFO ➡️ เวอร์ชัน 8.35 เพิ่มการรองรับ Nova Lake H/HX และ Arrow Lake Refresh ✅ รายละเอียด Nova Lake H ➡️ แทนที่ Panther Lake H ➡️ สูงสุด 16 คอร์ (4P + 8E + 4LP-E) ✅ รายละเอียด Nova Lake HX ➡️ สูงสุด 28 คอร์ ➡️ ใช้ซ็อกเก็ต BGA 2540 ใหญ่กว่า Arrow Lake HX ✅ Arrow Lake Refresh ➡️ รุ่นใหม่ Core Ultra 9 290K Plus, 7 270K Plus, 5 250K Plus ➡️ เพิ่มความเร็วและจำนวนคอร์ ‼️ ข้อจำกัดและคำเตือน ⛔ ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการจาก Intel ⛔ ข้อมูลจาก HWiNFO ไม่ได้การันตีวันเปิดตัวจริง ⛔ ต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องสเปกและราคา https://wccftech.com/hwinfo-confirms-nova-lake-h-and-hx-also-adds-support-for-arrow-lake-refresh/
    WCCFTECH.COM
    HWiNFO Confirms Nova Lake H And HX; Also Adds Support For Arrow Lake Refresh
    The upcoming HWiNFO software version will support the Arrow lake Refresh as well as confirms the Intel Nova Lake H and HX series.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 152 มุมมอง 0 รีวิว
  • Intel Core Ultra 7 270K Plus โผล่บน Geekbench แรงกว่า 265K

    รายงานจาก Tom’s Hardware เผยผลทดสอบ Intel Core Ultra 7 270K Plus รุ่นรีเฟรชจากตระกูล Arrow Lake ที่เพิ่งหลุดบน Geekbench โดยชิปใหม่นี้ทำคะแนนได้สูงกว่า Core Ultra 7 265K ถึง 5.6% ในการทดสอบ single-core และ 4.2% ใน multi-core แม้จะใช้หน่วยความจำ DDR5 ที่ช้ากว่า

    สเปกและการปรับปรุง
    Core Ultra 7 270K Plus มาพร้อม 24 คอร์ (8 P-cores + 16 E-cores) เทียบกับรุ่นเดิม 265K ที่มี 20 คอร์
    เพิ่มความเร็ว base และ turbo ของ E-core ขึ้นอีก 100 MHz
    รองรับ DDR5 ความเร็วสูงขึ้นจาก 6400 MT/s → 7200 MT/s
    ความเร็วสูงสุดที่ทดสอบได้เกือบ 5.5 GHz

    ผลการทดสอบ Geekbench
    Single-core: 3,235 คะแนน
    Multi-core: 21,368 คะแนน
    ทดสอบบน Gigabyte Z890 Eagle WiFi7 motherboard พร้อม RAM DDR5 4800 MT/s ขนาด 64 GB
    คาดว่าหากใช้ RAM ที่เร็วขึ้น คะแนนจะสูงกว่านี้อีก

    มุมมองตลาด
    แม้จะเป็นการอัปเดตที่ดี แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า Arrow Lake Refresh เป็นเพียง “stopgap” หรือการต่ออายุผลิตภัณฑ์ชั่วคราว ก่อนที่ Intel จะเปิดตัวสถาปัตยกรรมใหม่ Nova Lake ในปี 2026 เนื่องจาก AMD ยังคงครองตลาดด้วยชิปที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าในหลายด้าน

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สเปกใหม่ของ Core Ultra 7 270K Plus
    24 คอร์ (8P + 16E)
    เพิ่มความเร็ว E-core และรองรับ DDR5 7200 MT/s

    ผลทดสอบ Geekbench
    Single-core 3,235 / Multi-core 21,368
    แรงกว่า 265K ถึง 5.6% และ 4.2%

    สถานการณ์ตลาด
    ใช้ LGA 1851 socket สามารถอัปเกรดได้ง่าย
    ถูกมองว่าเป็น stopgap รอ Nova Lake ในปี 2026

    คำเตือน
    หากผู้ใช้มี CPU Gen 14/15 อยู่แล้ว อัปเกรดอาจไม่คุ้มค่า
    การแข่งขันกับ AMD ยังเป็นความท้าทายใหญ่ของ Intel

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/geekbench-leak-sees-intels-upcoming-core-ultra-7-270k-comfortably-ahead-of-core-ultra-265k-alleged-result-shows-arrow-lake-refresh-chip-5-6-percent-ahead-of-the-265k
    🔍 Intel Core Ultra 7 270K Plus โผล่บน Geekbench แรงกว่า 265K รายงานจาก Tom’s Hardware เผยผลทดสอบ Intel Core Ultra 7 270K Plus รุ่นรีเฟรชจากตระกูล Arrow Lake ที่เพิ่งหลุดบน Geekbench โดยชิปใหม่นี้ทำคะแนนได้สูงกว่า Core Ultra 7 265K ถึง 5.6% ในการทดสอบ single-core และ 4.2% ใน multi-core แม้จะใช้หน่วยความจำ DDR5 ที่ช้ากว่า ⚙️ สเปกและการปรับปรุง 💠 Core Ultra 7 270K Plus มาพร้อม 24 คอร์ (8 P-cores + 16 E-cores) เทียบกับรุ่นเดิม 265K ที่มี 20 คอร์ 💠 เพิ่มความเร็ว base และ turbo ของ E-core ขึ้นอีก 100 MHz 💠 รองรับ DDR5 ความเร็วสูงขึ้นจาก 6400 MT/s → 7200 MT/s 💠 ความเร็วสูงสุดที่ทดสอบได้เกือบ 5.5 GHz 📊 ผลการทดสอบ Geekbench 💠 Single-core: 3,235 คะแนน 💠 Multi-core: 21,368 คะแนน 💠 ทดสอบบน Gigabyte Z890 Eagle WiFi7 motherboard พร้อม RAM DDR5 4800 MT/s ขนาด 64 GB 💠 คาดว่าหากใช้ RAM ที่เร็วขึ้น คะแนนจะสูงกว่านี้อีก 🔮 มุมมองตลาด แม้จะเป็นการอัปเดตที่ดี แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า Arrow Lake Refresh เป็นเพียง “stopgap” หรือการต่ออายุผลิตภัณฑ์ชั่วคราว ก่อนที่ Intel จะเปิดตัวสถาปัตยกรรมใหม่ Nova Lake ในปี 2026 เนื่องจาก AMD ยังคงครองตลาดด้วยชิปที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าในหลายด้าน 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สเปกใหม่ของ Core Ultra 7 270K Plus ➡️ 24 คอร์ (8P + 16E) ➡️ เพิ่มความเร็ว E-core และรองรับ DDR5 7200 MT/s ✅ ผลทดสอบ Geekbench ➡️ Single-core 3,235 / Multi-core 21,368 ➡️ แรงกว่า 265K ถึง 5.6% และ 4.2% ✅ สถานการณ์ตลาด ➡️ ใช้ LGA 1851 socket สามารถอัปเกรดได้ง่าย ➡️ ถูกมองว่าเป็น stopgap รอ Nova Lake ในปี 2026 ‼️ คำเตือน ⛔ หากผู้ใช้มี CPU Gen 14/15 อยู่แล้ว อัปเกรดอาจไม่คุ้มค่า ⛔ การแข่งขันกับ AMD ยังเป็นความท้าทายใหญ่ของ Intel https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/geekbench-leak-sees-intels-upcoming-core-ultra-7-270k-comfortably-ahead-of-core-ultra-265k-alleged-result-shows-arrow-lake-refresh-chip-5-6-percent-ahead-of-the-265k
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 232 มุมมอง 0 รีวิว
  • Ryzen AI Max Refresh

    รายงานจาก Wccftech ระบุว่า AMD จะไม่หยุดที่ Strix Halo แต่จะขยายไลน์ด้วย Ryzen AI Max Refresh SKUs ที่เจาะตลาด mid-range และ high-end โดยยังคงใช้กราฟิกในตัวที่ทรงพลังเหมือนเดิม แต่เพิ่มความเร็วหน่วยความจำเป็น 8533 MT/s เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพโดยรวม【edge_current_page_context】

    รายละเอียดทางเทคนิค
    ใช้สถาปัตยกรรมเดียวกับ Strix Halo แต่เพิ่ม clock speed และปรับสเปกเล็กน้อย
    รองรับ LPDDR5X-8533 MT/s (เพิ่มจาก 8000 MT/s)
    คาดว่าจะมีรุ่น Ryzen AI Max+ 388 และ 392 แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะอยู่ใน Refresh หรือ Strix Halo เดิม
    อาจมีการเปิดตัวหรือ “tease” ที่งาน CES 2026

    ผลกระทบต่อผู้ใช้และตลาด
    รุ่น Refresh จะช่วยให้ AMD มีตัวเลือกที่หลากหลายขึ้นสำหรับ โน้ตบุ๊กและเครื่องพกพา
    แม้จะไม่ใช่การอัปเกรดครั้งใหญ่ แต่การเพิ่มความเร็วหน่วยความจำจะช่วยให้การทำงานด้าน AI และกราฟิก มีประสิทธิภาพดีขึ้น
    ตลาด mid-range จะได้ประโยชน์มากที่สุด เพราะรุ่น Refresh อาจมี สมดุลระหว่างราคาและประสิทธิภาพ ที่ดีกว่า

    ความท้าทาย
    การอัปเดตครั้งนี้อาจถูกมองว่า “incremental” ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง
    คู่แข่งอย่าง Intel และ Qualcomm กำลังเร่งพัฒนา AI PC ของตนเอง ทำให้ AMD ต้องรักษาความได้เปรียบด้านกราฟิกและหน่วยความจำ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Ryzen AI Max Refresh จะรองรับ LPDDR5X-8533 MT/s
    เป้าหมายตลาด mid-range และ high-end
    อาจเปิดตัวที่ CES 2026
    เป็นการอัปเดต incremental ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงใหญ่

    https://wccftech.com/ryzen-ai-max-refresh-lpddr5x-8533-memory/
    📰 Ryzen AI Max Refresh รายงานจาก Wccftech ระบุว่า AMD จะไม่หยุดที่ Strix Halo แต่จะขยายไลน์ด้วย Ryzen AI Max Refresh SKUs ที่เจาะตลาด mid-range และ high-end โดยยังคงใช้กราฟิกในตัวที่ทรงพลังเหมือนเดิม แต่เพิ่มความเร็วหน่วยความจำเป็น 8533 MT/s เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพโดยรวม【edge_current_page_context】 🔧 รายละเอียดทางเทคนิค 💠 ใช้สถาปัตยกรรมเดียวกับ Strix Halo แต่เพิ่ม clock speed และปรับสเปกเล็กน้อย 💠 รองรับ LPDDR5X-8533 MT/s (เพิ่มจาก 8000 MT/s) 💠 คาดว่าจะมีรุ่น Ryzen AI Max+ 388 และ 392 แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะอยู่ใน Refresh หรือ Strix Halo เดิม 💠 อาจมีการเปิดตัวหรือ “tease” ที่งาน CES 2026 🌍 ผลกระทบต่อผู้ใช้และตลาด 🎗️ รุ่น Refresh จะช่วยให้ AMD มีตัวเลือกที่หลากหลายขึ้นสำหรับ โน้ตบุ๊กและเครื่องพกพา 🎗️ แม้จะไม่ใช่การอัปเกรดครั้งใหญ่ แต่การเพิ่มความเร็วหน่วยความจำจะช่วยให้การทำงานด้าน AI และกราฟิก มีประสิทธิภาพดีขึ้น 🎗️ ตลาด mid-range จะได้ประโยชน์มากที่สุด เพราะรุ่น Refresh อาจมี สมดุลระหว่างราคาและประสิทธิภาพ ที่ดีกว่า ⚠️ ความท้าทาย 🎗️ การอัปเดตครั้งนี้อาจถูกมองว่า “incremental” ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง 🎗️ คู่แข่งอย่าง Intel และ Qualcomm กำลังเร่งพัฒนา AI PC ของตนเอง ทำให้ AMD ต้องรักษาความได้เปรียบด้านกราฟิกและหน่วยความจำ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Ryzen AI Max Refresh จะรองรับ LPDDR5X-8533 MT/s ✅ เป้าหมายตลาด mid-range และ high-end ✅ อาจเปิดตัวที่ CES 2026 ‼️ เป็นการอัปเดต incremental ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงใหญ่ https://wccftech.com/ryzen-ai-max-refresh-lpddr5x-8533-memory/
    WCCFTECH.COM
    AMD Ryzen AI Max "Refresh" Launch Expected Next Year With Support Up To 8533 MT/s Memory
    As per our source, AMD is going to release Ryzen AI Max "Refresh" series soon, and is expected to support 8533 MT/s memory speed.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 201 มุมมอง 0 รีวิว
  • "Ryzen 7 9850X3D – แรงขึ้นแต่กินไฟเท่าเดิม"

    ข้อมูลจาก shipping manifest ที่รั่วไหล ยืนยันว่า Ryzen 7 9850X3D จะมี 8 คอร์ 16 เธรด เช่นเดียวกับรุ่น 9800X3D แต่เพิ่มความเร็วบูสต์สูงสุดเป็น 5.6 GHz จากเดิม 5.2 GHz โดยยังคง TDP ที่ 120W เท่าเดิม ถือเป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพโดยไม่เพิ่มภาระด้านพลังงาน.

    ซีพียูรุ่นใหม่นี้ยังคงใช้ 96MB L3 cache และมี iGPU เหมือนเดิม โดยอาศัยเทคโนโลยี 3D V-Cache ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมให้สูงขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า.

    AMD ใช้เทคนิคการผลิตใหม่ เช่น TSMC advanced packaging และการปรับแต่งเฟิร์มแวร์ เพื่อให้สามารถเพิ่มความเร็วได้โดยไม่ต้องเพิ่มพลังงานหรือความร้อนมากนัก ซึ่งคาดว่าจะทำให้ FPS ในเกมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในทุก ๆ การทดสอบ.

    แม้ยังไม่มีข้อมูลราคาและวันวางจำหน่าย แต่คาดว่า Ryzen 7 9850X3D จะอยู่ในช่วง ประมาณ 450 ดอลลาร์สหรัฐ และจะเป็นรุ่นต่อยอดจาก 9800X3D โดยไม่ใช่การปรับใหญ่ แต่เป็นการรีเฟรชที่เน้นประสิทธิภาพต่อวัตต์.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    Ryzen 7 9850X3D: 8 คอร์ 16 เธรด
    Boost clock เพิ่มจาก 5.2 → 5.6 GHz
    TDP คงที่ 120W เท่ากับ 9800X3D
    ใช้ 96MB L3 cache และ iGPU เดิม
    คาดว่าราคา ~450 ดอลลาร์

    ข้อมูลเสริมจาก Internet
    AMD X3D series ได้รับความนิยมสูงในตลาดเกมมิ่งเพราะ 3D V-Cache
    คู่แข่งหลักคือ Intel Core i7 และ i9 รุ่นล่าสุดที่เน้นความเร็ว single-core
    ตลาดซีพียูเกมมิ่งคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง 7% ต่อปีในช่วง 2025–2030

    คำเตือนจากข่าว
    ยังไม่มีข้อมูลวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
    การเพิ่มความเร็วเพียงเล็กน้อยอาจไม่คุ้มค่าสำหรับผู้ใช้ที่มี 9800X3D อยู่แล้ว
    หากราคาสูงเกินไป อาจทำให้ผู้ใช้หันไปเลือก Intel หรือ Ryzen รุ่น non-X3D

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/upcoming-amd-ryzen-7-9850x3d-has-120w-tdp-leaked-shipping-manifest-states-zen-5-x3d-refresh-will-maintain-the-same-power-draw-as-9800x3d
    ⚡ "Ryzen 7 9850X3D – แรงขึ้นแต่กินไฟเท่าเดิม" ข้อมูลจาก shipping manifest ที่รั่วไหล ยืนยันว่า Ryzen 7 9850X3D จะมี 8 คอร์ 16 เธรด เช่นเดียวกับรุ่น 9800X3D แต่เพิ่มความเร็วบูสต์สูงสุดเป็น 5.6 GHz จากเดิม 5.2 GHz โดยยังคง TDP ที่ 120W เท่าเดิม ถือเป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพโดยไม่เพิ่มภาระด้านพลังงาน. ซีพียูรุ่นใหม่นี้ยังคงใช้ 96MB L3 cache และมี iGPU เหมือนเดิม โดยอาศัยเทคโนโลยี 3D V-Cache ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมให้สูงขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า. AMD ใช้เทคนิคการผลิตใหม่ เช่น TSMC advanced packaging และการปรับแต่งเฟิร์มแวร์ เพื่อให้สามารถเพิ่มความเร็วได้โดยไม่ต้องเพิ่มพลังงานหรือความร้อนมากนัก ซึ่งคาดว่าจะทำให้ FPS ในเกมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในทุก ๆ การทดสอบ. แม้ยังไม่มีข้อมูลราคาและวันวางจำหน่าย แต่คาดว่า Ryzen 7 9850X3D จะอยู่ในช่วง ประมาณ 450 ดอลลาร์สหรัฐ และจะเป็นรุ่นต่อยอดจาก 9800X3D โดยไม่ใช่การปรับใหญ่ แต่เป็นการรีเฟรชที่เน้นประสิทธิภาพต่อวัตต์. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ Ryzen 7 9850X3D: 8 คอร์ 16 เธรด ➡️ Boost clock เพิ่มจาก 5.2 → 5.6 GHz ➡️ TDP คงที่ 120W เท่ากับ 9800X3D ➡️ ใช้ 96MB L3 cache และ iGPU เดิม ➡️ คาดว่าราคา ~450 ดอลลาร์ ✅ ข้อมูลเสริมจาก Internet ➡️ AMD X3D series ได้รับความนิยมสูงในตลาดเกมมิ่งเพราะ 3D V-Cache ➡️ คู่แข่งหลักคือ Intel Core i7 และ i9 รุ่นล่าสุดที่เน้นความเร็ว single-core ➡️ ตลาดซีพียูเกมมิ่งคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง 7% ต่อปีในช่วง 2025–2030 ‼️ คำเตือนจากข่าว ⛔ ยังไม่มีข้อมูลวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ⛔ การเพิ่มความเร็วเพียงเล็กน้อยอาจไม่คุ้มค่าสำหรับผู้ใช้ที่มี 9800X3D อยู่แล้ว ⛔ หากราคาสูงเกินไป อาจทำให้ผู้ใช้หันไปเลือก Intel หรือ Ryzen รุ่น non-X3D https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/upcoming-amd-ryzen-7-9850x3d-has-120w-tdp-leaked-shipping-manifest-states-zen-5-x3d-refresh-will-maintain-the-same-power-draw-as-9800x3d
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 302 มุมมอง 0 รีวิว
  • KDE Plasma 6.8 เตรียมยุติการรองรับ X11

    ทีมพัฒนา KDE Plasma ประกาศว่าในเวอร์ชัน Plasma 6.8 จะยุติการรองรับ X11 session อย่างเป็นทางการ และจะเปลี่ยนไปใช้ Wayland เพียงอย่างเดียว โดย X11 ซึ่งเป็นระบบหน้าต่างที่ใช้กันมายาวนานกว่า 30 ปี กำลังถูกแทนที่ด้วย Wayland ที่มีความทันสมัย ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากกว่า

    เหตุผลของการเปลี่ยนแปลง
    นักพัฒนา KDE ระบุว่าการคงไว้ซึ่ง X11 ทำให้การพัฒนา Plasma ช้าลง เนื่องจากต้องแบกรับภาระการดูแลระบบเก่าที่เต็มไปด้วยข้อจำกัด การย้ายไปใช้ Wayland เพียงอย่างเดียวจะช่วยให้ทีมสามารถปรับปรุงเสถียรภาพและฟีเจอร์ใหม่ ๆ ได้รวดเร็วขึ้น โดยยังมี Xwayland เป็นชั้นกลางเพื่อให้แอปพลิเคชันที่ยังต้องใช้ X11 สามารถทำงานได้บน Wayland

    ผลกระทบต่อผู้ใช้
    สำหรับผู้ใช้ทั่วไป การเปลี่ยนแปลงนี้จะไม่กระทบมากนัก เพราะส่วนใหญ่ได้ใช้ Wayland เป็นค่าเริ่มต้นอยู่แล้ว โดยเฉพาะบนดิสโทรยอดนิยม เช่น Fedora และ Ubuntu นอกจากนี้ Wayland ยังมีข้อดีด้าน การเล่นเกม เช่น รองรับ adaptive sync, high-refresh-rate, multi-monitor และ HDR gaming ได้ดีกว่าเดิม รวมถึงการรองรับ GPU NVIDIA ที่มีความเสถียรมากขึ้น

    ทางเลือกสำหรับผู้ที่ยังต้องการ X11
    แม้ Plasma 6.8 จะไม่รองรับ X11 session แต่ผู้ใช้ที่ยังต้องการสามารถเลือกใช้ distro แบบ Long-Term Support (LTS) เช่น AlmaLinux 9 ที่ยังคงมี Plasma X11 session และจะได้รับการดูแลไปจนถึงปี 2032 ทำให้ยังมีเวลาในการปรับตัวก่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

    สรุปสาระสำคัญ
    KDE Plasma 6.8 จะยุติการรองรับ X11 session
    ใช้ Wayland เป็นค่าเริ่มต้นเพียงอย่างเดียว

    Xwayland จะช่วยให้แอปที่ยังต้องใช้ X11 ทำงานได้บน Wayland
    ลดผลกระทบต่อผู้ใช้และนักพัฒนา

    Wayland มีข้อดีด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัย
    รองรับ adaptive sync, HDR gaming, multi-monitor และ NVIDIA GPU ได้ดีขึ้น

    ผู้ใช้ทั่วไปส่วนใหญ่ใช้งาน Wayland อยู่แล้ว
    การเปลี่ยนแปลงจึงไม่กระทบมากนัก

    Plasma X11 session จะถูกเลิกสนับสนุนหลังปี 2027
    ผู้ใช้ที่ยังพึ่งพา X11 ต้องหาทางเลือกอื่น

    แอปพลิเคชันบางตัวยังไม่รองรับ Wayland เต็มรูปแบบ
    อาจเกิดปัญหาการใช้งานในช่วงเปลี่ยนผ่าน

    https://itsfoss.com/news/kde-plasma-to-drop-x11-support/
    🖥️ KDE Plasma 6.8 เตรียมยุติการรองรับ X11 ทีมพัฒนา KDE Plasma ประกาศว่าในเวอร์ชัน Plasma 6.8 จะยุติการรองรับ X11 session อย่างเป็นทางการ และจะเปลี่ยนไปใช้ Wayland เพียงอย่างเดียว โดย X11 ซึ่งเป็นระบบหน้าต่างที่ใช้กันมายาวนานกว่า 30 ปี กำลังถูกแทนที่ด้วย Wayland ที่มีความทันสมัย ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากกว่า ⚡ เหตุผลของการเปลี่ยนแปลง นักพัฒนา KDE ระบุว่าการคงไว้ซึ่ง X11 ทำให้การพัฒนา Plasma ช้าลง เนื่องจากต้องแบกรับภาระการดูแลระบบเก่าที่เต็มไปด้วยข้อจำกัด การย้ายไปใช้ Wayland เพียงอย่างเดียวจะช่วยให้ทีมสามารถปรับปรุงเสถียรภาพและฟีเจอร์ใหม่ ๆ ได้รวดเร็วขึ้น โดยยังมี Xwayland เป็นชั้นกลางเพื่อให้แอปพลิเคชันที่ยังต้องใช้ X11 สามารถทำงานได้บน Wayland 🎮 ผลกระทบต่อผู้ใช้ สำหรับผู้ใช้ทั่วไป การเปลี่ยนแปลงนี้จะไม่กระทบมากนัก เพราะส่วนใหญ่ได้ใช้ Wayland เป็นค่าเริ่มต้นอยู่แล้ว โดยเฉพาะบนดิสโทรยอดนิยม เช่น Fedora และ Ubuntu นอกจากนี้ Wayland ยังมีข้อดีด้าน การเล่นเกม เช่น รองรับ adaptive sync, high-refresh-rate, multi-monitor และ HDR gaming ได้ดีกว่าเดิม รวมถึงการรองรับ GPU NVIDIA ที่มีความเสถียรมากขึ้น 🛡️ ทางเลือกสำหรับผู้ที่ยังต้องการ X11 แม้ Plasma 6.8 จะไม่รองรับ X11 session แต่ผู้ใช้ที่ยังต้องการสามารถเลือกใช้ distro แบบ Long-Term Support (LTS) เช่น AlmaLinux 9 ที่ยังคงมี Plasma X11 session และจะได้รับการดูแลไปจนถึงปี 2032 ทำให้ยังมีเวลาในการปรับตัวก่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ KDE Plasma 6.8 จะยุติการรองรับ X11 session ➡️ ใช้ Wayland เป็นค่าเริ่มต้นเพียงอย่างเดียว ✅ Xwayland จะช่วยให้แอปที่ยังต้องใช้ X11 ทำงานได้บน Wayland ➡️ ลดผลกระทบต่อผู้ใช้และนักพัฒนา ✅ Wayland มีข้อดีด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัย ➡️ รองรับ adaptive sync, HDR gaming, multi-monitor และ NVIDIA GPU ได้ดีขึ้น ✅ ผู้ใช้ทั่วไปส่วนใหญ่ใช้งาน Wayland อยู่แล้ว ➡️ การเปลี่ยนแปลงจึงไม่กระทบมากนัก ‼️ Plasma X11 session จะถูกเลิกสนับสนุนหลังปี 2027 ⛔ ผู้ใช้ที่ยังพึ่งพา X11 ต้องหาทางเลือกอื่น ‼️ แอปพลิเคชันบางตัวยังไม่รองรับ Wayland เต็มรูปแบบ ⛔ อาจเกิดปัญหาการใช้งานในช่วงเปลี่ยนผ่าน https://itsfoss.com/news/kde-plasma-to-drop-x11-support/
    ITSFOSS.COM
    KDE Plasma 6.8 to Drop X11 Support, Goes All-In on Wayland
    Long transition nears completion as developers address remaining concerns.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 195 มุมมอง 0 รีวิว
  • การปรับปรุงหน่วยความจำใน Arrow Lake Refresh

    Intel ยืนยันว่า Arrow Lake Refresh จะรองรับ DDR5-7200 CUDIMM ในการใช้งานแบบ 1 DIMM ต่อช่อง (1 DPC) ซึ่งเร็วกว่ารุ่น Arrow Lake เดิมที่รองรับ DDR5-6400 การเพิ่มความเร็วนี้ช่วยเพิ่ม bandwidth ของระบบ ทำให้เหมาะกับงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูง เช่น AI และการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่

    ข้อจำกัดของ DIMM และ SO-DIMM
    แม้จะมีการปรับปรุงสำหรับ CUDIMM แต่ DIMM และ SO-DIMM มาตรฐานยังคงรองรับ DDR5-5600 เท่านั้น ส่วน CSODIMM (SO-DIMM ที่มี clock driver) ยังคงอยู่ที่ DDR5-6400 ไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่ได้รับประโยชน์เต็มที่จากการอัปเกรดครั้งนี้ เว้นแต่จะใช้ CUDIMM ที่ออกแบบมาเฉพาะ

    ผลกระทบต่อผู้ใช้และตลาด
    การรองรับ DDR5-7200 จะถูกนำไปใช้เป็นจุดขายสำคัญของ Intel ในการแข่งขันกับ AMD Ryzen รุ่นใหม่ อย่างไรก็ตาม ราคาของ DDR5-7200 CUDIMM สูงมากและหายากในตลาด เนื่องจากความต้องการหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นจากการใช้งาน AI ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่สามารถเข้าถึงได้ง่าย

    ความหมายเชิงกลยุทธ์
    แม้การอัปเดตนี้จะเป็นเพียงการปรับปรุงกลางรอบ (mid-cycle refresh) แต่ก็ช่วยให้ Intel มีจุดเด่นในการแข่งขันกับ AMD โดยเฉพาะในตลาด high-end ที่ต้องการ memory bandwidth สูง การรองรับ DDR5-7200 native อาจกลายเป็นจุดขายที่ช่วยให้ Arrow Lake Refresh มีความน่าสนใจมากขึ้น

    สรุปสาระสำคัญ

    Arrow Lake Refresh รองรับ DDR5-7200 CUDIMM
    เร็วขึ้น 12.5% เมื่อเทียบกับ DDR5-6400 เดิม
    ใช้งานได้ในโหมด 1 DIMM ต่อช่อง (1 DPC)

    ข้อจำกัดของ DIMM และ SO-DIMM
    DIMM/SO-DIMM มาตรฐานยังคงที่ DDR5-5600
    CSODIMM รองรับ DDR5-6400 ไม่เปลี่ยนแปลง

    ผลกระทบต่อตลาด
    DDR5-7200 CUDIMM มีราคาสูงและหายาก
    Intel ใช้เป็นจุดขายแข่งขันกับ AMD Ryzen รุ่นใหม่

    ความหมายเชิงกลยุทธ์
    เป็น mid-cycle refresh ที่เพิ่มความน่าสนใจให้กับ Arrow Lake
    ช่วยให้ Intel มีจุดเด่นในตลาด high-end

    คำเตือนต่อผู้ใช้
    DDR5-7200 CUDIMM อาจหาซื้อยากและมีราคาสูง
    ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่ได้รับประโยชน์เต็มที่จากการอัปเกรด

    https://www.tomshardware.com/pc-components/ram/intel-arrow-lake-refresh-cpus-arrive-with-native-ddr5-7200-cudimm-support-12-5-percent-higher-speeds-than-initial-arrow-lake-chips
    ⚡ การปรับปรุงหน่วยความจำใน Arrow Lake Refresh Intel ยืนยันว่า Arrow Lake Refresh จะรองรับ DDR5-7200 CUDIMM ในการใช้งานแบบ 1 DIMM ต่อช่อง (1 DPC) ซึ่งเร็วกว่ารุ่น Arrow Lake เดิมที่รองรับ DDR5-6400 การเพิ่มความเร็วนี้ช่วยเพิ่ม bandwidth ของระบบ ทำให้เหมาะกับงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูง เช่น AI และการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ 🏭 ข้อจำกัดของ DIMM และ SO-DIMM แม้จะมีการปรับปรุงสำหรับ CUDIMM แต่ DIMM และ SO-DIMM มาตรฐานยังคงรองรับ DDR5-5600 เท่านั้น ส่วน CSODIMM (SO-DIMM ที่มี clock driver) ยังคงอยู่ที่ DDR5-6400 ไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่ได้รับประโยชน์เต็มที่จากการอัปเกรดครั้งนี้ เว้นแต่จะใช้ CUDIMM ที่ออกแบบมาเฉพาะ 🌍 ผลกระทบต่อผู้ใช้และตลาด การรองรับ DDR5-7200 จะถูกนำไปใช้เป็นจุดขายสำคัญของ Intel ในการแข่งขันกับ AMD Ryzen รุ่นใหม่ อย่างไรก็ตาม ราคาของ DDR5-7200 CUDIMM สูงมากและหายากในตลาด เนื่องจากความต้องการหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นจากการใช้งาน AI ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่สามารถเข้าถึงได้ง่าย 🔒 ความหมายเชิงกลยุทธ์ แม้การอัปเดตนี้จะเป็นเพียงการปรับปรุงกลางรอบ (mid-cycle refresh) แต่ก็ช่วยให้ Intel มีจุดเด่นในการแข่งขันกับ AMD โดยเฉพาะในตลาด high-end ที่ต้องการ memory bandwidth สูง การรองรับ DDR5-7200 native อาจกลายเป็นจุดขายที่ช่วยให้ Arrow Lake Refresh มีความน่าสนใจมากขึ้น 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ Arrow Lake Refresh รองรับ DDR5-7200 CUDIMM ➡️ เร็วขึ้น 12.5% เมื่อเทียบกับ DDR5-6400 เดิม ➡️ ใช้งานได้ในโหมด 1 DIMM ต่อช่อง (1 DPC) ✅ ข้อจำกัดของ DIMM และ SO-DIMM ➡️ DIMM/SO-DIMM มาตรฐานยังคงที่ DDR5-5600 ➡️ CSODIMM รองรับ DDR5-6400 ไม่เปลี่ยนแปลง ✅ ผลกระทบต่อตลาด ➡️ DDR5-7200 CUDIMM มีราคาสูงและหายาก ➡️ Intel ใช้เป็นจุดขายแข่งขันกับ AMD Ryzen รุ่นใหม่ ✅ ความหมายเชิงกลยุทธ์ ➡️ เป็น mid-cycle refresh ที่เพิ่มความน่าสนใจให้กับ Arrow Lake ➡️ ช่วยให้ Intel มีจุดเด่นในตลาด high-end ‼️ คำเตือนต่อผู้ใช้ ⛔ DDR5-7200 CUDIMM อาจหาซื้อยากและมีราคาสูง ⛔ ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่ได้รับประโยชน์เต็มที่จากการอัปเกรด https://www.tomshardware.com/pc-components/ram/intel-arrow-lake-refresh-cpus-arrive-with-native-ddr5-7200-cudimm-support-12-5-percent-higher-speeds-than-initial-arrow-lake-chips
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 207 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar
    #รวมข่าวIT #20251126 #TechRadar

    Amazon ทุ่มงบ 50 พันล้านดอลลาร์เพื่อสร้างระบบ AI และ HPC สำหรับรัฐบาลสหรัฐฯ
    เรื่องนี้เป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของ Amazon ที่ต้องการยกระดับศักยภาพด้านการประมวลผลให้กับหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ โดยจะเน้นไปที่งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ความมั่นคงไซเบอร์ พลังงาน และการแพทย์ การลงทุนนี้จะเพิ่มกำลังการประมวลผลกว่า 1.3 กิกะวัตต์ในระบบคลาวด์ของรัฐบาล ทำให้สามารถทำงานจำลองและวิเคราะห์ข้อมูลได้เร็วขึ้นมาก AWS CEO กล่าวว่านี่คือการเปิดทางให้หน่วยงานรัฐเข้าถึง AI ขั้นสูงเพื่อเร่งภารกิจสำคัญของประเทศ
    https://www.techradar.com/pro/talk-about-an-upgrade-amazon-is-spending-usd50-billion-on-new-ai-and-hpc-hardware-for-the-us-government

    ข่าวลือราคา iPhone พับได้ อาจสูงถึง $2,399 ทำให้ iPad Mini 8 ดูคุ้มกว่า
    มีรายงานจาก Fubon Research ว่า iPhone รุ่นพับได้ที่คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2026 อาจมีราคาสูงถึง $2,399 ซึ่งถือว่าแพงกว่าที่หลายคนคาดไว้ แม้จะมีข่าวดีว่าหน้าจออาจไร้รอยพับ แต่ราคาที่สูงขนาดนี้ทำให้หลายคนมองว่าซื้อ iPhone รุ่นปกติพร้อม iPad Mini 8 อาจจะคุ้มกว่า เพราะได้สองหน้าจอในราคาที่ใกล้เคียงกัน การเปิดตัวคาดว่าจะใช้ชื่อ “iPhone Fold” และอยู่ในขั้นตอนการทดสอบก่อนผลิตจริง
    https://www.techradar.com/phones/iphone/if-the-latest-foldable-iphone-price-rumor-is-correct-the-ipad-mini-8-will-be-the-only-sensible-choice

    ช่องโหว่ที่ซ่อนอยู่ในระบบ Cloud Security
    บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าการใช้ระบบคลาวด์หลายเจ้า (multicloud) และการนำ AI หรือ container มาใช้งาน ทำให้เกิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่องค์กรอาจมองไม่เห็น โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายข้อมูลภายใน (east-west traffic) และการส่งข้อมูลออกไปภายนอก (egress traffic) ที่มักไม่มีการควบคุมอย่างเข้มงวด ผู้เชี่ยวชาญเสนอแนวคิดใหม่ “Cloud Native Security Fabric” ที่ฝังระบบรักษาความปลอดภัยเข้าไปในโครงสร้างเครือข่ายโดยตรง เพื่อให้สามารถปรับตัวได้ตามการเปลี่ยนแปลงของ workload แบบเรียลไทม์
    https://www.techradar.com/pro/the-hidden-gaps-in-your-cloud-security-fabric

    Gemini 3 กับ Nano Banana Pro: AI ที่เปลี่ยนการแต่งภาพให้เหมือนงานศิลป์
    Google เปิดตัวเครื่องมือแก้ไขภาพด้วย AI ที่ชื่อ Nano Banana Pro ซึ่งใช้พลังจาก Gemini 3 จุดเด่นคือสามารถปรับแสงเหมือนเปลี่ยนบรรยากาศจริง เช่น จากภาพธรรมดาให้กลายเป็นช่วง golden hour หรือเปลี่ยนฉากหลังโดยไม่ทำให้ตัวแบบดูหลุดออกจากภาพ นอกจากนี้ยังสามารถย้ายวัตถุหรือปรับโครงสร้างภาพได้อย่างสมจริง ทำให้การแก้ไขภาพซับซ้อนกลายเป็นเรื่องง่ายเพียงแค่บอกคำสั่งเหมือนเล่าให้คนเข้าใจ
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/gemini/gemini-3s-nano-banana-pro-photo-editing-is-amazing-here-are-3-ways-to-make-the-most-of-it

    สิ้นสุดการสนับสนุน vSphere 7: Broadcom ปรับโมเดลราคาใหม่จนลูกค้าหนักใจ
    หลังจาก Broadcom เข้าซื้อ VMware ด้วยมูลค่า 61 พันล้านดอลลาร์ ก็มีการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ ทั้งการยกเลิกการขายแบบ perpetual license และเปลี่ยนเป็น subscription bundles ทำให้ต้นทุนของลูกค้าเพิ่มขึ้นหลายเท่า การสิ้นสุดการสนับสนุน vSphere 7 ในเดือนตุลาคม 2025 ยิ่งสร้างแรงกดดันให้ธุรกิจต้องหาทางเลือกใหม่ หลายองค์กรเริ่มมองหาผู้ให้บริการรายอื่นหรือใช้ third-party support เพื่อคงระบบเดิมไว้โดยไม่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายสูงตามโมเดลใหม่
    https://www.techradar.com/pro/vsphere-7-support-ends-the-challenges-of-broadcoms-new-licensing-and-pricing-models

    Linux OS มียอดดาวน์โหลดทะลุหนึ่งล้านครั้งหลัง Windows 10 หมดการสนับสนุน
    หลังจาก Microsoft ยุติการสนับสนุน Windows 10 ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากหันไปหา Linux OS ทางเลือกใหม่ที่มีความปลอดภัยและเสถียร โดยมีรายงานว่ามียอดดาวน์โหลดทะลุหนึ่งล้านครั้งในเวลาไม่นาน ความนิยมนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้ใช้เริ่มมองหาทางเลือกที่ไม่ต้องพึ่งพา Windows และยังได้ฟีเจอร์ที่ทันสมัยพร้อมการอัปเดตต่อเนื่องจากชุมชนโอเพ่นซอร์ส
    https://www.techradar.com/computing/windows/this-linux-os-has-got-a-million-downloads-since-windows-10-support-ended-should-microsoft-start-worrying-now

    ChatGPT เปิดตัวฟีเจอร์ Agent ให้ผู้ใช้สั่งงานแล้วปล่อยให้ทำเอง
    ฟีเจอร์ใหม่ของ ChatGPT ที่ชื่อว่า Agent ช่วยให้ผู้ใช้สามารถตั้งภารกิจ เช่น ค้นหาข้อมูลหรือจัดการงาน แล้วปล่อยให้ระบบทำงานต่อเองโดยไม่ต้องติดตามตลอดเวลา ถือเป็นการยกระดับจากการสนทนาแบบโต้ตอบไปสู่การทำงานอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ทำให้ผู้ใช้สามารถโฟกัสกับงานอื่นได้ในขณะที่ AI ทำงานเบื้องหลัง
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/chatgpt/chatgpts-agent-feature-lets-you-assign-tasks-and-walk-away-heres-how-it-works

    มหาวิทยาลัย Harvard เผยข้อมูลรั่วไหลกระทบศิษย์เก่าและผู้บริจาค
    Harvard University ประกาศว่ามีการโจมตีทางไซเบอร์ที่ทำให้ข้อมูลของศิษย์เก่าและผู้บริจาคถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลอย่างมากต่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลและการเงินของผู้ที่เกี่ยวข้อง มหาวิทยาลัยกำลังดำเนินการตรวจสอบและเสริมมาตรการความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก
    https://www.techradar.com/pro/security/harvard-university-reveals-data-breach-hitting-alumni-and-donors

    Zero Trust มี 3 ระดับความเร็วในการปรับใช้
    แนวคิด Zero Trust ที่เน้นการตรวจสอบทุกการเข้าถึงระบบ ไม่ว่าจะมาจากภายในหรือภายนอกองค์กร ถูกแบ่งออกเป็น 3 ระดับความเร็วในการนำไปใช้ ได้แก่ ระดับเริ่มต้นที่เน้นการควบคุมพื้นฐาน ระดับกลางที่เริ่มใช้ระบบอัตโนมัติ และระดับสูงสุดที่ผสาน AI และการวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อสร้างความปลอดภัยแบบครบวงจร องค์กรสามารถเลือกปรับใช้ตามความพร้อมและทรัพยากรที่มี
    https://www.techradar.com/pro/the-three-speeds-of-zero-trust

    iLamp พลังงานแสงอาทิตย์ เปลี่ยนเสาไฟให้กลายเป็นศูนย์กลาง AI
    นวัตกรรมใหม่ที่ชื่อว่า iLamp ใช้พลังงานแสงอาทิตย์และติดตั้งระบบ AI ภายในเสาไฟ ทำให้สามารถทำหน้าที่มากกว่าแค่ให้แสงสว่าง เช่น การตรวจสอบสภาพแวดล้อม การเชื่อมต่อกับระบบเมืองอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ ถือเป็นการเปลี่ยนเสาไฟธรรมดาให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเมืองในอนาคต
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/solar-powered-ilamp-turns-the-humble-lamppost-into-an-ai-hub

    CEO Salesforce หันหลังให้ ChatGPT หันไปหา Gemini 3
    Marc Benioff ซีอีโอของ Salesforce สร้างความฮือฮาเมื่อประกาศเลิกใช้ ChatGPT หลังจากได้ลอง Google Gemini 3 เพียงสองชั่วโมง เขายกย่อง Gemini 3 ว่าเหนือกว่าในด้านความเร็ว การให้เหตุผล และความสามารถแบบมัลติโหมดที่รองรับทั้งข้อความ ภาพ เสียง และวิดีโอ การเปลี่ยนใจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่ดุเดือดในโลก AI และอาจส่งผลต่อทิศทางการใช้งาน AI ในองค์กรระดับโลก
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/gemini/the-leap-is-insane-salesforce-ceo-swaps-chatgpt-for-gemini-3-and-says-hes-not-going-back

    โน้ตบุ๊ก Geekom GeekBook X14 Pro เบาแต่แรง
    Geekom เปิดตัวโน้ตบุ๊กใหม่ GeekBook X14 Pro ที่มีน้ำหนักไม่ถึงหนึ่งกิโลกรัม แต่สเปกจัดเต็มด้วย Intel Core Ultra 9 และ Intel Arc GPU ที่รองรับการเร่งผลกราฟิกด้วย AI หน้าจอ OLED ขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K พร้อมรีเฟรชเรต 120Hz ทำให้ภาพคมชัดและสดใส แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานถึง 16 ชั่วโมง และรองรับชาร์จเร็ว จุดเด่นคือความเบาและพกพาสะดวก แต่ยังคงประสิทธิภาพสูงสำหรับงานหนักและงานสร้างสรรค์
    https://www.techradar.com/pro/geekoms-new-laptop-offers-a-bright-and-wide-screen-impressive-hardware-but-it-weighs-less-than-a-bag-of-sugar

    บั๊ก Windows 11 เล่นงานการ์ดจอ Nvidia RTX 5090
    การอัปเดต Windows 11 เดือนตุลาคมทำให้เกิดปัญหากับเกมเมอร์ โดยเฉพาะเกม Assassin’s Creed Shadows ที่เฟรมเรตตกลงถึง 50% แม้ใช้การ์ดจอระดับเทพ RTX 5090 Nvidia ต้องรีบออกแพตช์แก้ไขฉุกเฉิน แต่ยังไม่ชัดเจนว่าต้นเหตุจริง ๆ มาจาก Microsoft หรือ Nvidia เอง ปัญหานี้ทำให้ผู้ใช้หลายคนต้องหาทางแก้ชั่วคราว เช่น ปิดฟีเจอร์ Resizable Bar เพื่อให้เล่นเกมได้ลื่นขึ้น
    https://www.techradar.com/computing/gpu/possible-windows-11-bug-with-nvidia-gpus-tanks-assassins-creed-shadows-performance-bringing-even-an-rtx-5090-to-its-knees

    แฟนเทคโนโลยีย้อนยุคสร้างเครื่องอ่านเทปเจาะรู
    นักประดิษฐ์สายเรโทรได้สร้างเครื่องอ่านเทปเจาะรูขึ้นใหม่ โดยใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์และเซ็นเซอร์แสงสมัยใหม่แทนกลไกเก่า ๆ เครื่องนี้สามารถอ่านข้อมูลจากเทปกระดาษได้ แม้ความเร็วจะอยู่ที่ประมาณ 50 ไบต์ต่อวินาที ซึ่งถือว่าช้ามากเมื่อเทียบกับมาตรฐานปัจจุบัน แต่ก็เป็นการรื้อฟื้นเทคโนโลยีเก่าที่เคยมีบทบาทสำคัญในยุคแรกของคอมพิวเตอร์ จุดประสงค์หลักคือการทดลองและอนุรักษ์ ไม่ใช่การใช้งานจริง
    https://www.techradar.com/pro/retro-computer-boffin-creates-a-freshly-created-perforated-tape-reader-just-dont-expect-high-data-reading-speeds

    DeepSeek-R1 ผู้ช่วย AI จากจีนเริ่มสะดุด DeepSeek-R1 ที่เคยถูกยกย่องว่าเป็นดาวรุ่งแห่งวงการ AI ตอนนี้กลับถูกวิจารณ์หนัก เพราะไม่สามารถจัดการกับหัวข้ออ่อนไหวได้ดี แถมยังสร้างโค้ดที่ผิดพลาดและมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย นักพัฒนาองค์กรที่เคยหวังพึ่งพากลับต้องระวังมากขึ้น เพราะความผิดพลาดเหล่านี้อาจนำไปสู่หายนะด้านความปลอดภัยในระบบใหญ่ ๆ ได้ เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนา AI ไม่ใช่แค่เรื่องความฉลาด แต่ต้องมั่นคงและปลอดภัยด้วย https://www.techradar.com/pro/deepseek-took-off-as-an-ai-superstar-a-year-ago-but-could-it-also-be-a-major-security-risk-these-experts-think-so

    แฮกเกอร์ปลอมตัวเป็นนักข่าว TechCrunch
    มีการเปิดโปงว่าแฮกเกอร์จำนวนมากกำลังสวมรอยเป็นผู้สื่อข่าวจาก TechCrunch เพื่อหลอกบริษัทต่าง ๆ ให้เปิดเผยข้อมูลลับ ทั้งผ่านอีเมลและการโทรศัพท์ พวกเขาใช้ความน่าเชื่อถือของสื่อใหญ่เป็นเครื่องมือในการโจมตี ทำให้หลายองค์กรตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่าการตรวจสอบแหล่งที่มาของการติดต่อเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในยุคที่ข้อมูลคือทรัพย์สินล้ำค่า
    https://www.techradar.com/pro/hackers-impersonate-techcrunch-reporters-to-steal-sensitive-information-but-you-can-always-trust-us

    แผน AI ระดับโลกของรัฐบาล Trump
    รัฐบาลสหรัฐภายใต้ Donald Trump ได้เปิดตัวแผนการครอบครองความเป็นผู้นำด้าน AI ระดับโลก โดยมีเป้าหมายผลักดันให้สหรัฐเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยี AI ที่เหนือกว่าประเทศอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายคนตั้งคำถามว่าแผนนี้อาจมีช่องโหว่และความเสี่ยง ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และความปลอดภัย เพราะการเร่งรีบเพื่อครองความเป็นใหญ่ อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/the-trump-administration-just-launched-its-own-plan-for-global-ai-dominance-and-what-could-go-wrong

    Meta เปิดโปรแกรมแลกเปลี่ยน Ray-Ban Smart Glasses
    Meta เปิดตัวโปรแกรมใหม่ที่ให้ผู้ใช้สามารถนำ AirPods มาแลกเป็นแว่นตาอัจฉริยะ Ray-Ban ได้ แต่มีเงื่อนไขบางอย่างที่ต้องระวัง เช่น รุ่นที่สามารถแลกได้ และข้อจำกัดในการใช้งาน แม้จะเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากลองเทคโนโลยีใหม่ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้สิทธิ์นี้ทันที
    ​​​​​​​ https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/metas-new-ray-ban-trade-in-program-lets-you-swap-your-airpods-for-smart-glasses-but-theres-a-catch
    📌📡🟢 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🟢📡📌 #รวมข่าวIT #20251126 #TechRadar 🖥️ Amazon ทุ่มงบ 50 พันล้านดอลลาร์เพื่อสร้างระบบ AI และ HPC สำหรับรัฐบาลสหรัฐฯ เรื่องนี้เป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของ Amazon ที่ต้องการยกระดับศักยภาพด้านการประมวลผลให้กับหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ โดยจะเน้นไปที่งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ความมั่นคงไซเบอร์ พลังงาน และการแพทย์ การลงทุนนี้จะเพิ่มกำลังการประมวลผลกว่า 1.3 กิกะวัตต์ในระบบคลาวด์ของรัฐบาล ทำให้สามารถทำงานจำลองและวิเคราะห์ข้อมูลได้เร็วขึ้นมาก AWS CEO กล่าวว่านี่คือการเปิดทางให้หน่วยงานรัฐเข้าถึง AI ขั้นสูงเพื่อเร่งภารกิจสำคัญของประเทศ 🔗 https://www.techradar.com/pro/talk-about-an-upgrade-amazon-is-spending-usd50-billion-on-new-ai-and-hpc-hardware-for-the-us-government 📱 ข่าวลือราคา iPhone พับได้ อาจสูงถึง $2,399 ทำให้ iPad Mini 8 ดูคุ้มกว่า มีรายงานจาก Fubon Research ว่า iPhone รุ่นพับได้ที่คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2026 อาจมีราคาสูงถึง $2,399 ซึ่งถือว่าแพงกว่าที่หลายคนคาดไว้ แม้จะมีข่าวดีว่าหน้าจออาจไร้รอยพับ แต่ราคาที่สูงขนาดนี้ทำให้หลายคนมองว่าซื้อ iPhone รุ่นปกติพร้อม iPad Mini 8 อาจจะคุ้มกว่า เพราะได้สองหน้าจอในราคาที่ใกล้เคียงกัน การเปิดตัวคาดว่าจะใช้ชื่อ “iPhone Fold” และอยู่ในขั้นตอนการทดสอบก่อนผลิตจริง 🔗 https://www.techradar.com/phones/iphone/if-the-latest-foldable-iphone-price-rumor-is-correct-the-ipad-mini-8-will-be-the-only-sensible-choice 🔒 ช่องโหว่ที่ซ่อนอยู่ในระบบ Cloud Security บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าการใช้ระบบคลาวด์หลายเจ้า (multicloud) และการนำ AI หรือ container มาใช้งาน ทำให้เกิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่องค์กรอาจมองไม่เห็น โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายข้อมูลภายใน (east-west traffic) และการส่งข้อมูลออกไปภายนอก (egress traffic) ที่มักไม่มีการควบคุมอย่างเข้มงวด ผู้เชี่ยวชาญเสนอแนวคิดใหม่ “Cloud Native Security Fabric” ที่ฝังระบบรักษาความปลอดภัยเข้าไปในโครงสร้างเครือข่ายโดยตรง เพื่อให้สามารถปรับตัวได้ตามการเปลี่ยนแปลงของ workload แบบเรียลไทม์ 🔗 https://www.techradar.com/pro/the-hidden-gaps-in-your-cloud-security-fabric 🎨 Gemini 3 กับ Nano Banana Pro: AI ที่เปลี่ยนการแต่งภาพให้เหมือนงานศิลป์ Google เปิดตัวเครื่องมือแก้ไขภาพด้วย AI ที่ชื่อ Nano Banana Pro ซึ่งใช้พลังจาก Gemini 3 จุดเด่นคือสามารถปรับแสงเหมือนเปลี่ยนบรรยากาศจริง เช่น จากภาพธรรมดาให้กลายเป็นช่วง golden hour หรือเปลี่ยนฉากหลังโดยไม่ทำให้ตัวแบบดูหลุดออกจากภาพ นอกจากนี้ยังสามารถย้ายวัตถุหรือปรับโครงสร้างภาพได้อย่างสมจริง ทำให้การแก้ไขภาพซับซ้อนกลายเป็นเรื่องง่ายเพียงแค่บอกคำสั่งเหมือนเล่าให้คนเข้าใจ 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/gemini/gemini-3s-nano-banana-pro-photo-editing-is-amazing-here-are-3-ways-to-make-the-most-of-it 💸 สิ้นสุดการสนับสนุน vSphere 7: Broadcom ปรับโมเดลราคาใหม่จนลูกค้าหนักใจ หลังจาก Broadcom เข้าซื้อ VMware ด้วยมูลค่า 61 พันล้านดอลลาร์ ก็มีการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ ทั้งการยกเลิกการขายแบบ perpetual license และเปลี่ยนเป็น subscription bundles ทำให้ต้นทุนของลูกค้าเพิ่มขึ้นหลายเท่า การสิ้นสุดการสนับสนุน vSphere 7 ในเดือนตุลาคม 2025 ยิ่งสร้างแรงกดดันให้ธุรกิจต้องหาทางเลือกใหม่ หลายองค์กรเริ่มมองหาผู้ให้บริการรายอื่นหรือใช้ third-party support เพื่อคงระบบเดิมไว้โดยไม่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายสูงตามโมเดลใหม่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/vsphere-7-support-ends-the-challenges-of-broadcoms-new-licensing-and-pricing-models 🐧 Linux OS มียอดดาวน์โหลดทะลุหนึ่งล้านครั้งหลัง Windows 10 หมดการสนับสนุน หลังจาก Microsoft ยุติการสนับสนุน Windows 10 ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากหันไปหา Linux OS ทางเลือกใหม่ที่มีความปลอดภัยและเสถียร โดยมีรายงานว่ามียอดดาวน์โหลดทะลุหนึ่งล้านครั้งในเวลาไม่นาน ความนิยมนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้ใช้เริ่มมองหาทางเลือกที่ไม่ต้องพึ่งพา Windows และยังได้ฟีเจอร์ที่ทันสมัยพร้อมการอัปเดตต่อเนื่องจากชุมชนโอเพ่นซอร์ส 🔗 https://www.techradar.com/computing/windows/this-linux-os-has-got-a-million-downloads-since-windows-10-support-ended-should-microsoft-start-worrying-now 🤖 ChatGPT เปิดตัวฟีเจอร์ Agent ให้ผู้ใช้สั่งงานแล้วปล่อยให้ทำเอง ฟีเจอร์ใหม่ของ ChatGPT ที่ชื่อว่า Agent ช่วยให้ผู้ใช้สามารถตั้งภารกิจ เช่น ค้นหาข้อมูลหรือจัดการงาน แล้วปล่อยให้ระบบทำงานต่อเองโดยไม่ต้องติดตามตลอดเวลา ถือเป็นการยกระดับจากการสนทนาแบบโต้ตอบไปสู่การทำงานอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ทำให้ผู้ใช้สามารถโฟกัสกับงานอื่นได้ในขณะที่ AI ทำงานเบื้องหลัง 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/chatgpt/chatgpts-agent-feature-lets-you-assign-tasks-and-walk-away-heres-how-it-works 🏫 มหาวิทยาลัย Harvard เผยข้อมูลรั่วไหลกระทบศิษย์เก่าและผู้บริจาค Harvard University ประกาศว่ามีการโจมตีทางไซเบอร์ที่ทำให้ข้อมูลของศิษย์เก่าและผู้บริจาคถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลอย่างมากต่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลและการเงินของผู้ที่เกี่ยวข้อง มหาวิทยาลัยกำลังดำเนินการตรวจสอบและเสริมมาตรการความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/harvard-university-reveals-data-breach-hitting-alumni-and-donors 🛡️ Zero Trust มี 3 ระดับความเร็วในการปรับใช้ แนวคิด Zero Trust ที่เน้นการตรวจสอบทุกการเข้าถึงระบบ ไม่ว่าจะมาจากภายในหรือภายนอกองค์กร ถูกแบ่งออกเป็น 3 ระดับความเร็วในการนำไปใช้ ได้แก่ ระดับเริ่มต้นที่เน้นการควบคุมพื้นฐาน ระดับกลางที่เริ่มใช้ระบบอัตโนมัติ และระดับสูงสุดที่ผสาน AI และการวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อสร้างความปลอดภัยแบบครบวงจร องค์กรสามารถเลือกปรับใช้ตามความพร้อมและทรัพยากรที่มี 🔗 https://www.techradar.com/pro/the-three-speeds-of-zero-trust 🌞 iLamp พลังงานแสงอาทิตย์ เปลี่ยนเสาไฟให้กลายเป็นศูนย์กลาง AI นวัตกรรมใหม่ที่ชื่อว่า iLamp ใช้พลังงานแสงอาทิตย์และติดตั้งระบบ AI ภายในเสาไฟ ทำให้สามารถทำหน้าที่มากกว่าแค่ให้แสงสว่าง เช่น การตรวจสอบสภาพแวดล้อม การเชื่อมต่อกับระบบเมืองอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ ถือเป็นการเปลี่ยนเสาไฟธรรมดาให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเมืองในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/solar-powered-ilamp-turns-the-humble-lamppost-into-an-ai-hub 🤖 CEO Salesforce หันหลังให้ ChatGPT หันไปหา Gemini 3 Marc Benioff ซีอีโอของ Salesforce สร้างความฮือฮาเมื่อประกาศเลิกใช้ ChatGPT หลังจากได้ลอง Google Gemini 3 เพียงสองชั่วโมง เขายกย่อง Gemini 3 ว่าเหนือกว่าในด้านความเร็ว การให้เหตุผล และความสามารถแบบมัลติโหมดที่รองรับทั้งข้อความ ภาพ เสียง และวิดีโอ การเปลี่ยนใจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่ดุเดือดในโลก AI และอาจส่งผลต่อทิศทางการใช้งาน AI ในองค์กรระดับโลก 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/gemini/the-leap-is-insane-salesforce-ceo-swaps-chatgpt-for-gemini-3-and-says-hes-not-going-back 💻 โน้ตบุ๊ก Geekom GeekBook X14 Pro เบาแต่แรง Geekom เปิดตัวโน้ตบุ๊กใหม่ GeekBook X14 Pro ที่มีน้ำหนักไม่ถึงหนึ่งกิโลกรัม แต่สเปกจัดเต็มด้วย Intel Core Ultra 9 และ Intel Arc GPU ที่รองรับการเร่งผลกราฟิกด้วย AI หน้าจอ OLED ขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K พร้อมรีเฟรชเรต 120Hz ทำให้ภาพคมชัดและสดใส แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานถึง 16 ชั่วโมง และรองรับชาร์จเร็ว จุดเด่นคือความเบาและพกพาสะดวก แต่ยังคงประสิทธิภาพสูงสำหรับงานหนักและงานสร้างสรรค์ 🔗 https://www.techradar.com/pro/geekoms-new-laptop-offers-a-bright-and-wide-screen-impressive-hardware-but-it-weighs-less-than-a-bag-of-sugar 🎮 บั๊ก Windows 11 เล่นงานการ์ดจอ Nvidia RTX 5090 การอัปเดต Windows 11 เดือนตุลาคมทำให้เกิดปัญหากับเกมเมอร์ โดยเฉพาะเกม Assassin’s Creed Shadows ที่เฟรมเรตตกลงถึง 50% แม้ใช้การ์ดจอระดับเทพ RTX 5090 Nvidia ต้องรีบออกแพตช์แก้ไขฉุกเฉิน แต่ยังไม่ชัดเจนว่าต้นเหตุจริง ๆ มาจาก Microsoft หรือ Nvidia เอง ปัญหานี้ทำให้ผู้ใช้หลายคนต้องหาทางแก้ชั่วคราว เช่น ปิดฟีเจอร์ Resizable Bar เพื่อให้เล่นเกมได้ลื่นขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/computing/gpu/possible-windows-11-bug-with-nvidia-gpus-tanks-assassins-creed-shadows-performance-bringing-even-an-rtx-5090-to-its-knees 📼 แฟนเทคโนโลยีย้อนยุคสร้างเครื่องอ่านเทปเจาะรู นักประดิษฐ์สายเรโทรได้สร้างเครื่องอ่านเทปเจาะรูขึ้นใหม่ โดยใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์และเซ็นเซอร์แสงสมัยใหม่แทนกลไกเก่า ๆ เครื่องนี้สามารถอ่านข้อมูลจากเทปกระดาษได้ แม้ความเร็วจะอยู่ที่ประมาณ 50 ไบต์ต่อวินาที ซึ่งถือว่าช้ามากเมื่อเทียบกับมาตรฐานปัจจุบัน แต่ก็เป็นการรื้อฟื้นเทคโนโลยีเก่าที่เคยมีบทบาทสำคัญในยุคแรกของคอมพิวเตอร์ จุดประสงค์หลักคือการทดลองและอนุรักษ์ ไม่ใช่การใช้งานจริง 🔗 https://www.techradar.com/pro/retro-computer-boffin-creates-a-freshly-created-perforated-tape-reader-just-dont-expect-high-data-reading-speeds 🧠 DeepSeek-R1 ผู้ช่วย AI จากจีนเริ่มสะดุด DeepSeek-R1 ที่เคยถูกยกย่องว่าเป็นดาวรุ่งแห่งวงการ AI ตอนนี้กลับถูกวิจารณ์หนัก เพราะไม่สามารถจัดการกับหัวข้ออ่อนไหวได้ดี แถมยังสร้างโค้ดที่ผิดพลาดและมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย นักพัฒนาองค์กรที่เคยหวังพึ่งพากลับต้องระวังมากขึ้น เพราะความผิดพลาดเหล่านี้อาจนำไปสู่หายนะด้านความปลอดภัยในระบบใหญ่ ๆ ได้ เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนา AI ไม่ใช่แค่เรื่องความฉลาด แต่ต้องมั่นคงและปลอดภัยด้วย 🔗 https://www.techradar.com/pro/deepseek-took-off-as-an-ai-superstar-a-year-ago-but-could-it-also-be-a-major-security-risk-these-experts-think-so 🕵️‍♂️ แฮกเกอร์ปลอมตัวเป็นนักข่าว TechCrunch มีการเปิดโปงว่าแฮกเกอร์จำนวนมากกำลังสวมรอยเป็นผู้สื่อข่าวจาก TechCrunch เพื่อหลอกบริษัทต่าง ๆ ให้เปิดเผยข้อมูลลับ ทั้งผ่านอีเมลและการโทรศัพท์ พวกเขาใช้ความน่าเชื่อถือของสื่อใหญ่เป็นเครื่องมือในการโจมตี ทำให้หลายองค์กรตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่าการตรวจสอบแหล่งที่มาของการติดต่อเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในยุคที่ข้อมูลคือทรัพย์สินล้ำค่า 🔗 https://www.techradar.com/pro/hackers-impersonate-techcrunch-reporters-to-steal-sensitive-information-but-you-can-always-trust-us 🌍 แผน AI ระดับโลกของรัฐบาล Trump รัฐบาลสหรัฐภายใต้ Donald Trump ได้เปิดตัวแผนการครอบครองความเป็นผู้นำด้าน AI ระดับโลก โดยมีเป้าหมายผลักดันให้สหรัฐเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยี AI ที่เหนือกว่าประเทศอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายคนตั้งคำถามว่าแผนนี้อาจมีช่องโหว่และความเสี่ยง ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และความปลอดภัย เพราะการเร่งรีบเพื่อครองความเป็นใหญ่ อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/the-trump-administration-just-launched-its-own-plan-for-global-ai-dominance-and-what-could-go-wrong 👓 Meta เปิดโปรแกรมแลกเปลี่ยน Ray-Ban Smart Glasses Meta เปิดตัวโปรแกรมใหม่ที่ให้ผู้ใช้สามารถนำ AirPods มาแลกเป็นแว่นตาอัจฉริยะ Ray-Ban ได้ แต่มีเงื่อนไขบางอย่างที่ต้องระวัง เช่น รุ่นที่สามารถแลกได้ และข้อจำกัดในการใช้งาน แม้จะเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากลองเทคโนโลยีใหม่ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้สิทธิ์นี้ทันที ​​​​​​​🔗 https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/metas-new-ray-ban-trade-in-program-lets-you-swap-your-airpods-for-smart-glasses-but-theres-a-catch
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1350 มุมมอง 0 รีวิว
  • Raspberry Pi Imager 2.0 เปิดตัวพร้อม UI ใหม่และระบบตรวจจับอุปกรณ์

    Raspberry Pi Project ได้ปล่อย Raspberry Pi Imager 2.0 ซึ่งถือเป็นการอัปเดตครั้งใหญ่ของเครื่องมือสร้างสื่อบูตสำหรับ Raspberry Pi โดยมาพร้อม UI แบบใหม่ในรูปแบบ Wizard ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งระบบปฏิบัติการได้ง่ายขึ้น และเพิ่มฟีเจอร์ device detection ที่สามารถตรวจสอบรุ่นของ Raspberry Pi ที่เชื่อมต่ออยู่ได้โดยอัตโนมัติ

    ฟีเจอร์ใหม่ที่โดดเด่น
    Wizard Interface: ผู้ใช้จะถูกนำทางผ่านขั้นตอนการเลือก OS และการตั้งค่าต่าง ๆ อย่างเป็นลำดับ ทำให้การปรับแต่งง่ายขึ้น
    Device Detection: Imager สามารถตรวจสอบรุ่นของ Raspberry Pi ที่เชื่อมต่อ และแนะนำการตั้งค่าที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติ
    Cloud-Init & Raspberry Pi Connect: รองรับการตั้งค่า cloud-init และการเชื่อมต่อกับ Raspberry Pi Connect ได้ทันที
    Accessibility Improvements: เพิ่มการรองรับการใช้งานโดยไม่ต้องใช้เมาส์ และปรับปรุงการนำทางด้วยคีย์บอร์ด
    Diskpart Utility (Windows): เพิ่มการรองรับ Diskpart สำหรับการล้างดิสก์บน Windows
    การจัดการ Drive และ Error Handling ที่ดีขึ้น

    การปรับปรุงด้านเทคนิค
    นอกจาก UI ใหม่แล้ว Imager 2.0 ยังมีการ refactor dependencies และ drive formatting เพื่อเพิ่มความเสถียร รวมถึงการปรับปรุง SSH configuration handling, timezone management, และ automatic OS list refresh ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกและติดตั้งระบบปฏิบัติการได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น

    นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงด้านการแสดงผล เช่น สีใหม่, ปุ่ม Reset ใน Options, native file dialog และการแก้ไขบั๊กจำนวนมากที่ผู้ใช้รายงานจากเวอร์ชันก่อนหน้า

    สรุปสาระสำคัญ
    ฟีเจอร์ใหม่ใน Raspberry Pi Imager 2.0
    UI แบบ Wizard ใช้งานง่าย
    ระบบตรวจจับอุปกรณ์อัตโนมัติ
    รองรับ cloud-init และ Raspberry Pi Connect

    การปรับปรุงด้านเทคนิค
    Refactor dependencies และ drive formatting
    ปรับปรุง SSH configuration และ timezone management
    เพิ่ม Diskpart utility สำหรับ Windows

    การใช้งานที่สะดวกขึ้น
    Accessibility improvements รองรับการใช้งานด้วยคีย์บอร์ด
    ปรับปรุงการจัดการ drive และ error handling
    ปรับปรุง UI เช่น สีใหม่และ native file dialog

    คำเตือนสำหรับผู้ใช้
    AppImage bundle ต้องรันด้วยสิทธิ์ root
    หากไม่อัปเดต อาจพลาดการแก้ไขบั๊กและการปรับปรุงความปลอดภัย
    ผู้ใช้ที่คุ้นเคยกับ UI เดิมอาจต้องปรับตัวกับ wizard interface ใหม่

    https://9to5linux.com/raspberry-pi-imager-2-0-released-with-revamped-ui-and-device-detection
    🖥️ Raspberry Pi Imager 2.0 เปิดตัวพร้อม UI ใหม่และระบบตรวจจับอุปกรณ์ Raspberry Pi Project ได้ปล่อย Raspberry Pi Imager 2.0 ซึ่งถือเป็นการอัปเดตครั้งใหญ่ของเครื่องมือสร้างสื่อบูตสำหรับ Raspberry Pi โดยมาพร้อม UI แบบใหม่ในรูปแบบ Wizard ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งระบบปฏิบัติการได้ง่ายขึ้น และเพิ่มฟีเจอร์ device detection ที่สามารถตรวจสอบรุ่นของ Raspberry Pi ที่เชื่อมต่ออยู่ได้โดยอัตโนมัติ 🎨 ฟีเจอร์ใหม่ที่โดดเด่น 💠 Wizard Interface: ผู้ใช้จะถูกนำทางผ่านขั้นตอนการเลือก OS และการตั้งค่าต่าง ๆ อย่างเป็นลำดับ ทำให้การปรับแต่งง่ายขึ้น 💠 Device Detection: Imager สามารถตรวจสอบรุ่นของ Raspberry Pi ที่เชื่อมต่อ และแนะนำการตั้งค่าที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติ 💠 Cloud-Init & Raspberry Pi Connect: รองรับการตั้งค่า cloud-init และการเชื่อมต่อกับ Raspberry Pi Connect ได้ทันที 💠 Accessibility Improvements: เพิ่มการรองรับการใช้งานโดยไม่ต้องใช้เมาส์ และปรับปรุงการนำทางด้วยคีย์บอร์ด 💠 Diskpart Utility (Windows): เพิ่มการรองรับ Diskpart สำหรับการล้างดิสก์บน Windows 💠 การจัดการ Drive และ Error Handling ที่ดีขึ้น ⚙️ การปรับปรุงด้านเทคนิค นอกจาก UI ใหม่แล้ว Imager 2.0 ยังมีการ refactor dependencies และ drive formatting เพื่อเพิ่มความเสถียร รวมถึงการปรับปรุง SSH configuration handling, timezone management, และ automatic OS list refresh ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกและติดตั้งระบบปฏิบัติการได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงด้านการแสดงผล เช่น สีใหม่, ปุ่ม Reset ใน Options, native file dialog และการแก้ไขบั๊กจำนวนมากที่ผู้ใช้รายงานจากเวอร์ชันก่อนหน้า 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ ฟีเจอร์ใหม่ใน Raspberry Pi Imager 2.0 ➡️ UI แบบ Wizard ใช้งานง่าย ➡️ ระบบตรวจจับอุปกรณ์อัตโนมัติ ➡️ รองรับ cloud-init และ Raspberry Pi Connect ✅ การปรับปรุงด้านเทคนิค ➡️ Refactor dependencies และ drive formatting ➡️ ปรับปรุง SSH configuration และ timezone management ➡️ เพิ่ม Diskpart utility สำหรับ Windows ✅ การใช้งานที่สะดวกขึ้น ➡️ Accessibility improvements รองรับการใช้งานด้วยคีย์บอร์ด ➡️ ปรับปรุงการจัดการ drive และ error handling ➡️ ปรับปรุง UI เช่น สีใหม่และ native file dialog ‼️ คำเตือนสำหรับผู้ใช้ ⛔ AppImage bundle ต้องรันด้วยสิทธิ์ root ⛔ หากไม่อัปเดต อาจพลาดการแก้ไขบั๊กและการปรับปรุงความปลอดภัย ⛔ ผู้ใช้ที่คุ้นเคยกับ UI เดิมอาจต้องปรับตัวกับ wizard interface ใหม่ https://9to5linux.com/raspberry-pi-imager-2-0-released-with-revamped-ui-and-device-detection
    9TO5LINUX.COM
    Raspberry Pi Imager 2.0 Released with Revamped UI and Device Detection - 9to5Linux
    Raspberry Pi Imager 2.0 is now available for download with a new wizard UI, device detection, accessibility improvements, and more.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 222 มุมมอง 0 รีวิว
  • Nvidia ปล่อย Hotfix Driver ฉุกเฉิน

    Nvidia ได้ออก GeForce Hotfix Display Driver 581.94 เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจาก Microsoft ปล่อยอัปเดต KB5066835 สำหรับ Windows 11 เวอร์ชัน 25H2 และ 24H2 ซึ่งทำให้เกมบางเกมมี FPS ลดลงอย่างชัดเจน การอัปเดตนี้ถือเป็นการแก้ไขเร่งด่วน เนื่องจากผู้ใช้จำนวนมากรายงานว่าประสบปัญหาการเล่นเกมไม่ลื่นไหล

    ผลกระทบต่อเกมและผู้ใช้
    ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลให้เกมยอดนิยมอย่าง Assassin’s Creed: Shadows และ CS2 มีอาการกระตุกและ FPS ลดลง ผู้ใช้บางรายยังพบว่า Windows Update ทำให้ระบบ Recovery Environment ไม่สามารถใช้คีย์บอร์ดหรือเมาส์ได้ รวมถึงบางเครื่องถูกบังคับให้เข้าหน้า BitLocker Recovery โดยไม่คาดคิด ซึ่งสร้างความยุ่งยากให้กับผู้ใช้ที่ไม่มีคีย์รีคอฟเวอรี

    Microsoft Update ที่ถูกเรียกว่า “Cursed Update”
    อัปเดต KB5066835 ถูกเรียกว่าเป็นหนึ่งใน “Cursed Update” เพราะนอกจากจะกระทบต่อเกมแล้ว ยังทำให้ระบบ localhost (HTTP.sys) ใช้งานไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อผู้พัฒนาและองค์กรที่ต้องใช้ IIS ในการทดสอบระบบ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าบางเครื่องถูกบังคับลด Refresh Rate ลงเหลือ 60Hz พร้อมการกะพริบหน้าจอโดยไม่ทราบสาเหตุ

    แนวทางแก้ไขและสิ่งที่ควรทำ
    ผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบควรรีบดาวน์โหลดและติดตั้ง Hotfix Driver 581.94 จากเว็บไซต์ Nvidia เพื่อแก้ไขปัญหา FPS และความเสถียรของเกม แม้ว่า Microsoft จะยังไม่ประกาศยอมรับปัญหานี้อย่างเป็นทางการ แต่การอัปเดตไดรเวอร์ถือเป็นวิธีแก้ไขที่ได้ผลในทันที อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรระวังว่า Hotfix เป็นเวอร์ชันเบต้าและอาจยังมีบั๊กอื่น ๆ ที่ไม่ได้รับการแก้ไข

    สรุปประเด็นสำคัญ
    การออก Hotfix Driver ของ Nvidia
    GeForce Hotfix Display Driver 581.94 แก้ปัญหา FPS ลดลงหลังอัปเดต Windows 11 KB5066835

    ผลกระทบต่อเกมและระบบ
    เกม Assassin’s Creed: Shadows และ CS2 มี FPS ลดลง
    ระบบ Recovery Environment ไม่รองรับคีย์บอร์ด/เมาส์
    BitLocker Recovery ถูกเรียกใช้งานโดยไม่ตั้งใจ

    Microsoft Update ที่มีปัญหา
    KB5066835 ทำให้ localhost (HTTP.sys) ใช้งานไม่ได้
    หน้าจอถูกบังคับลด Refresh Rate เหลือ 60Hz

    คำเตือนสำหรับผู้ใช้
    หากไม่อัปเดต Hotfix อาจยังคงเจอ FPS ลดลงและระบบไม่เสถียร
    ผู้ใช้ที่ไม่มีคีย์ BitLocker Recovery อาจต้องล้างข้อมูลทั้งเครื่อง
    Hotfix เป็นเวอร์ชันเบต้า อาจยังมีบั๊กอื่นที่ไม่ได้แก้ไข

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpu-drivers/nvidia-releases-emergency-driver-update-for-windows-11-25h2-and-24h2-fixes-reduced-gaming-performance-driven-by-botched-windows-updates
    🖥️ Nvidia ปล่อย Hotfix Driver ฉุกเฉิน Nvidia ได้ออก GeForce Hotfix Display Driver 581.94 เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจาก Microsoft ปล่อยอัปเดต KB5066835 สำหรับ Windows 11 เวอร์ชัน 25H2 และ 24H2 ซึ่งทำให้เกมบางเกมมี FPS ลดลงอย่างชัดเจน การอัปเดตนี้ถือเป็นการแก้ไขเร่งด่วน เนื่องจากผู้ใช้จำนวนมากรายงานว่าประสบปัญหาการเล่นเกมไม่ลื่นไหล 🎮 ผลกระทบต่อเกมและผู้ใช้ ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลให้เกมยอดนิยมอย่าง Assassin’s Creed: Shadows และ CS2 มีอาการกระตุกและ FPS ลดลง ผู้ใช้บางรายยังพบว่า Windows Update ทำให้ระบบ Recovery Environment ไม่สามารถใช้คีย์บอร์ดหรือเมาส์ได้ รวมถึงบางเครื่องถูกบังคับให้เข้าหน้า BitLocker Recovery โดยไม่คาดคิด ซึ่งสร้างความยุ่งยากให้กับผู้ใช้ที่ไม่มีคีย์รีคอฟเวอรี ⚠️ Microsoft Update ที่ถูกเรียกว่า “Cursed Update” อัปเดต KB5066835 ถูกเรียกว่าเป็นหนึ่งใน “Cursed Update” เพราะนอกจากจะกระทบต่อเกมแล้ว ยังทำให้ระบบ localhost (HTTP.sys) ใช้งานไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อผู้พัฒนาและองค์กรที่ต้องใช้ IIS ในการทดสอบระบบ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าบางเครื่องถูกบังคับลด Refresh Rate ลงเหลือ 60Hz พร้อมการกะพริบหน้าจอโดยไม่ทราบสาเหตุ 🔧 แนวทางแก้ไขและสิ่งที่ควรทำ ผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบควรรีบดาวน์โหลดและติดตั้ง Hotfix Driver 581.94 จากเว็บไซต์ Nvidia เพื่อแก้ไขปัญหา FPS และความเสถียรของเกม แม้ว่า Microsoft จะยังไม่ประกาศยอมรับปัญหานี้อย่างเป็นทางการ แต่การอัปเดตไดรเวอร์ถือเป็นวิธีแก้ไขที่ได้ผลในทันที อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรระวังว่า Hotfix เป็นเวอร์ชันเบต้าและอาจยังมีบั๊กอื่น ๆ ที่ไม่ได้รับการแก้ไข 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ การออก Hotfix Driver ของ Nvidia ➡️ GeForce Hotfix Display Driver 581.94 แก้ปัญหา FPS ลดลงหลังอัปเดต Windows 11 KB5066835 ✅ ผลกระทบต่อเกมและระบบ ➡️ เกม Assassin’s Creed: Shadows และ CS2 มี FPS ลดลง ➡️ ระบบ Recovery Environment ไม่รองรับคีย์บอร์ด/เมาส์ ➡️ BitLocker Recovery ถูกเรียกใช้งานโดยไม่ตั้งใจ ✅ Microsoft Update ที่มีปัญหา ➡️ KB5066835 ทำให้ localhost (HTTP.sys) ใช้งานไม่ได้ ➡️ หน้าจอถูกบังคับลด Refresh Rate เหลือ 60Hz ‼️ คำเตือนสำหรับผู้ใช้ ⛔ หากไม่อัปเดต Hotfix อาจยังคงเจอ FPS ลดลงและระบบไม่เสถียร ⛔ ผู้ใช้ที่ไม่มีคีย์ BitLocker Recovery อาจต้องล้างข้อมูลทั้งเครื่อง ⛔ Hotfix เป็นเวอร์ชันเบต้า อาจยังมีบั๊กอื่นที่ไม่ได้แก้ไข https://www.tomshardware.com/pc-components/gpu-drivers/nvidia-releases-emergency-driver-update-for-windows-11-25h2-and-24h2-fixes-reduced-gaming-performance-driven-by-botched-windows-updates
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 277 มุมมอง 0 รีวิว
  • AI Boom: ความร้อนแรงในตลาดการเงิน

    การประชุม Reuters Momentum AI 2026 ที่นิวยอร์กเผยว่า AI กลายเป็น “หัวข้ออันดับหนึ่ง” ของทั้งนักลงทุนและผู้บริหารบริษัท หลายองค์กรเร่งสร้างกลยุทธ์ AI โดยเลือกซื้อกิจการหรือฐานข้อมูลเฉพาะทางแทนการพัฒนาเอง ส่งผลให้การประเมินมูลค่าบริษัทพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ นักลงทุนจำนวนมากยอมจ่ายเพื่อ “อนาคต” มากกว่าพื้นฐานทางการเงินในปัจจุบัน

    เงินทุนมหาศาลและการเติบโตของ Nvidia
    McKinsey คาดว่าอุตสาหกรรม AI จะต้องใช้เงินทุนกว่า 7 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกัน Nvidia ซึ่งเป็นผู้นำด้านชิป AI รายงานรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 65% เมื่อเทียบปีต่อปี ทำให้หุ้นพุ่งขึ้นกว่า 5% ในการซื้อขายก่อนตลาดเปิด

    ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่
    Joanna Welsh จาก Citadel เตือนว่า ตลาดสมัยใหม่ขยายแรงกระแทกเร็วและแรงขึ้น ความเสี่ยงในตลาดเครดิตเริ่ม “ซ้อนทับกัน” เช่น การออกพันธบัตรระยะยาว 30-40 ปี เพื่อซื้อสินทรัพย์ที่มีอายุใช้งานเพียง 4 ปี ทำให้บริษัทต้องแบกรับหนี้นานกว่าสินทรัพย์ที่ใช้จริง นอกจากนี้ยังมีการออกพันธบัตรแบบ zero-coupon convertible bonds โดยบริษัทเทคโนโลยีที่มีเครดิตต่ำ ซึ่งเป็นสัญญาณคล้ายกับช่วงก่อนฟองสบู่ปี 2001 และ 2021

    สรุปประเด็นสำคัญ
    AI เป็นหัวข้อร้อนแรงในตลาด
    นักลงทุนและผู้บริหารเร่งหากลยุทธ์ AI
    การประเมินมูลค่าพุ่งสูงเกินพื้นฐานจริง

    เงินทุนและการเติบโต
    อุตสาหกรรมต้องใช้เงินกว่า 7 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030
    Nvidia รายงานกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 65% และหุ้นพุ่งกว่า 5%

    คำเตือนด้านความเสี่ยง
    พันธบัตรระยะยาวไม่สอดคล้องกับอายุสินทรัพย์
    การออก zero-coupon bonds โดยบริษัทเครดิตต่ำอาจนำไปสู่ความเปราะบาง

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/11/20/ai-boom-brings-fresh-risks-to-us-markets-and-more-money-to-ma
    📈 AI Boom: ความร้อนแรงในตลาดการเงิน การประชุม Reuters Momentum AI 2026 ที่นิวยอร์กเผยว่า AI กลายเป็น “หัวข้ออันดับหนึ่ง” ของทั้งนักลงทุนและผู้บริหารบริษัท หลายองค์กรเร่งสร้างกลยุทธ์ AI โดยเลือกซื้อกิจการหรือฐานข้อมูลเฉพาะทางแทนการพัฒนาเอง ส่งผลให้การประเมินมูลค่าบริษัทพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ นักลงทุนจำนวนมากยอมจ่ายเพื่อ “อนาคต” มากกว่าพื้นฐานทางการเงินในปัจจุบัน 💰 เงินทุนมหาศาลและการเติบโตของ Nvidia McKinsey คาดว่าอุตสาหกรรม AI จะต้องใช้เงินทุนกว่า 7 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกัน Nvidia ซึ่งเป็นผู้นำด้านชิป AI รายงานรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 65% เมื่อเทียบปีต่อปี ทำให้หุ้นพุ่งขึ้นกว่า 5% ในการซื้อขายก่อนตลาดเปิด ⚠️ ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ Joanna Welsh จาก Citadel เตือนว่า ตลาดสมัยใหม่ขยายแรงกระแทกเร็วและแรงขึ้น ความเสี่ยงในตลาดเครดิตเริ่ม “ซ้อนทับกัน” เช่น การออกพันธบัตรระยะยาว 30-40 ปี เพื่อซื้อสินทรัพย์ที่มีอายุใช้งานเพียง 4 ปี ทำให้บริษัทต้องแบกรับหนี้นานกว่าสินทรัพย์ที่ใช้จริง นอกจากนี้ยังมีการออกพันธบัตรแบบ zero-coupon convertible bonds โดยบริษัทเทคโนโลยีที่มีเครดิตต่ำ ซึ่งเป็นสัญญาณคล้ายกับช่วงก่อนฟองสบู่ปี 2001 และ 2021 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ AI เป็นหัวข้อร้อนแรงในตลาด ➡️ นักลงทุนและผู้บริหารเร่งหากลยุทธ์ AI ➡️ การประเมินมูลค่าพุ่งสูงเกินพื้นฐานจริง ✅ เงินทุนและการเติบโต ➡️ อุตสาหกรรมต้องใช้เงินกว่า 7 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ➡️ Nvidia รายงานกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 65% และหุ้นพุ่งกว่า 5% ‼️ คำเตือนด้านความเสี่ยง ⛔ พันธบัตรระยะยาวไม่สอดคล้องกับอายุสินทรัพย์ ⛔ การออก zero-coupon bonds โดยบริษัทเครดิตต่ำอาจนำไปสู่ความเปราะบาง https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/11/20/ai-boom-brings-fresh-risks-to-us-markets-and-more-money-to-ma
    WWW.THESTAR.COM.MY
    AI boom brings fresh risks to US markets, and more money to M&A
    NEW YORK (Reuters) -The AI boom is bringing new risks to the financial markets as investors flock to tech stocks and executives pay steep premiums to buy AI technology they cannot build in-house, warned two top finance executives.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 322 มุมมอง 0 รีวิว
  • 5 การตั้งค่าที่ควรเปลี่ยนบน E-Ink Tablet

    แท็บเล็ต E-Ink เช่น Kindle และ Kobo ได้รับความนิยมเพราะให้ประสบการณ์การอ่านที่ใกล้เคียงกับกระดาษจริง แต่หลายคนไม่รู้ว่าการปรับแต่งการตั้งค่าบางอย่างสามารถทำให้การใช้งานดียิ่งขึ้น บทความจาก SlashGear แนะนำ 5 การตั้งค่าที่ควรเปลี่ยนทันที เพื่อเพิ่มความสะดวกและยืดอายุการใช้งาน

    ปรับ Page Refresh
    หน้าจอ E-Ink มักเกิดปัญหา ghosting หรือร่องรอยข้อความจากหน้าก่อน การเปิดใช้งาน Page Refresh บ่อยขึ้นช่วยลบสิ่งเหล่านี้ แต่ต้องแลกกับแบตเตอรี่ที่หมดเร็วขึ้นและอายุการใช้งานจอที่สั้นลง

    ตั้ง Sleep Timer ให้นานขึ้น
    ค่าเริ่มต้นของ Kindle คือ 10 นาที แต่สามารถปรับเป็น 15–30 นาทีได้ โดยไม่กระทบแบตเตอรี่มากนัก เหมาะสำหรับคนที่อ่านต่อเนื่องและไม่อยากให้เครื่องดับเองบ่อย ๆ

    ปรับ Color Temperature ให้อุ่นขึ้น
    การใช้แสงสีขาวอาจทำให้ตาล้า การปรับเป็นโทนสีอุ่น (Warm Light) จะช่วยให้การอ่านสบายตา โดย Kindle และ Kobo มีฟีเจอร์ปรับอัตโนมัติตามพระอาทิตย์ขึ้น–ตก

    เปิด Airplane Mode
    การปิด Wi-Fi และ Bluetooth จะช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้มาก บางคนสามารถใช้งาน Kindle ได้ 5–6 เดือนต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง หากเปิด Airplane Mode ตลอดเวลา

    ตั้งรหัสผ่าน (Passcode/PIN)
    แม้แท็บเล็ต E-Ink มักไม่ได้เก็บข้อมูลสำคัญ แต่การตั้งรหัสผ่านช่วยป้องกันไม่ให้คนอื่นเข้ามาเปลี่ยนการตั้งค่า หรือซื้อหนังสือโดยไม่ได้รับอนุญาต

    https://www.slashgear.com/2027122/e-ink-tablet-settings-you-should-immediately-change/
    📖 5 การตั้งค่าที่ควรเปลี่ยนบน E-Ink Tablet แท็บเล็ต E-Ink เช่น Kindle และ Kobo ได้รับความนิยมเพราะให้ประสบการณ์การอ่านที่ใกล้เคียงกับกระดาษจริง แต่หลายคนไม่รู้ว่าการปรับแต่งการตั้งค่าบางอย่างสามารถทำให้การใช้งานดียิ่งขึ้น บทความจาก SlashGear แนะนำ 5 การตั้งค่าที่ควรเปลี่ยนทันที เพื่อเพิ่มความสะดวกและยืดอายุการใช้งาน 🔄 ปรับ Page Refresh หน้าจอ E-Ink มักเกิดปัญหา ghosting หรือร่องรอยข้อความจากหน้าก่อน การเปิดใช้งาน Page Refresh บ่อยขึ้นช่วยลบสิ่งเหล่านี้ แต่ต้องแลกกับแบตเตอรี่ที่หมดเร็วขึ้นและอายุการใช้งานจอที่สั้นลง ⏱️ ตั้ง Sleep Timer ให้นานขึ้น ค่าเริ่มต้นของ Kindle คือ 10 นาที แต่สามารถปรับเป็น 15–30 นาทีได้ โดยไม่กระทบแบตเตอรี่มากนัก เหมาะสำหรับคนที่อ่านต่อเนื่องและไม่อยากให้เครื่องดับเองบ่อย ๆ 🌙 ปรับ Color Temperature ให้อุ่นขึ้น การใช้แสงสีขาวอาจทำให้ตาล้า การปรับเป็นโทนสีอุ่น (Warm Light) จะช่วยให้การอ่านสบายตา โดย Kindle และ Kobo มีฟีเจอร์ปรับอัตโนมัติตามพระอาทิตย์ขึ้น–ตก ✈️ เปิด Airplane Mode การปิด Wi-Fi และ Bluetooth จะช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้มาก บางคนสามารถใช้งาน Kindle ได้ 5–6 เดือนต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง หากเปิด Airplane Mode ตลอดเวลา 🔒 ตั้งรหัสผ่าน (Passcode/PIN) แม้แท็บเล็ต E-Ink มักไม่ได้เก็บข้อมูลสำคัญ แต่การตั้งรหัสผ่านช่วยป้องกันไม่ให้คนอื่นเข้ามาเปลี่ยนการตั้งค่า หรือซื้อหนังสือโดยไม่ได้รับอนุญาต https://www.slashgear.com/2027122/e-ink-tablet-settings-you-should-immediately-change/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    5 Settings You Should Immediately Change On Any E-Ink Tablet - SlashGear
    Your e-ink tablet can run longer, look cleaner, and stay more comfortable to read with a few smart adjustments. A practical walkthrough for everyday use.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 215 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข้อเสีย 5 ข้อที่อาจจะทำให้คุณไม่อยากจะใช้สาย HDMI

    บทความจาก SlashGear ชี้ให้เห็นว่าแม้ HDMI จะยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อภาพและเสียงที่แพร่หลาย แต่ก็มีข้อจำกัดหลายด้าน เช่น ความยาวสาย, แบนด์วิดท์, การรองรับหลายจอ, ความทนทาน และการเปลี่ยนแปลงไปสู่ USB-C

    1️⃣ ข้อจำกัดด้านความยาวสาย
    HDMI มีข้อจำกัดเรื่องความยาวสาย โดยสายทั่วไปที่ยาวเกิน 25 ฟุต มักจะเริ่มมีปัญหาสัญญาณ เช่น ภาพแตก, เสียงดีเลย์ หรือแม้กระทั่งสัญญาณหายไป หากต้องการคุณภาพ 4K ที่เสถียร ความยาวที่เหมาะสมคือ ไม่เกิน 10 ฟุต ขณะที่ DisplayPort หรือ SDI สามารถส่งสัญญาณได้ไกลกว่ามาก (SDI ถึง ~980 ฟุต)

    2️⃣ แบนด์วิดท์ต่ำกว่า DisplayPort
    แม้ HDMI 2.1 จะรองรับ 48 Gbps และ HDMI 2.2 ที่เปิดตัวใน CES 2025 จะรองรับ 96 Gbps แต่ก็ยังด้อยกว่า DisplayPort 2.1 ที่รองรับ 80 Gbps พร้อม multi-stream transport (MST) ซึ่งสามารถเชื่อมต่อหลายจอพร้อมกันและรองรับ refresh rate สูงกว่า เหมาะสำหรับงาน เกมแข่งขันและการสร้างคอนเทนต์ระดับมืออาชีพ

    3️⃣ การรองรับหลายจอที่ซับซ้อน
    HDMI ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานกับจอเดียว หากต้องการหลายจอจะต้องใช้ splitters หรือ adapters ซึ่งทำให้เกิดความยุ่งยากและสายระโยงระยาง ในทางตรงกันข้าม DisplayPort รองรับ daisy-chaining หลายจอโดยตรง ทำให้เหมาะกับนักออกแบบ, นักพัฒนา และเกมเมอร์ที่ใช้หลายจอพร้อมกัน

    4️⃣ ความทนทานและการเสื่อมสภาพ
    สาย HDMI มีแนวโน้มเสื่อมสภาพเมื่อใช้งานไปนานๆ โดยเฉพาะเมื่อเจอ ความร้อน, ฝุ่น, ความชื้น หรือการบิดงอ ทำให้เกิดสัญญาณรบกวน (EMI/RFI) และคุณภาพลดลง แม้จะมีสายไฟเบอร์ออปติก HDMI ที่ทนทานกว่า แต่ก็มีราคาสูงและไม่แพร่หลายเท่า DisplayPort หรือ SDI

    5️⃣ การเปลี่ยนแปลงสู่ USB-C
    แม้ HDMI จะยังเป็นมาตรฐานหลักในทีวีและคอนโซลเกม แต่ USB-C กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยรองรับ DisplayPort Alt Mode, การส่งข้อมูลความเร็วสูง และการชาร์จไฟในสายเดียว อีกทั้งยังมี หัวเสียบแบบ reversible ที่ใช้ง่ายกว่า HDMI ทำให้เป็นมาตรฐานใหม่สำหรับ โน้ตบุ๊ก, สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต

    https://www.slashgear.com/2025900/reasons-to-stop-using-hdmi-cables/
    📺 ข้อเสีย 5 ข้อที่อาจจะทำให้คุณไม่อยากจะใช้สาย HDMI บทความจาก SlashGear ชี้ให้เห็นว่าแม้ HDMI จะยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อภาพและเสียงที่แพร่หลาย แต่ก็มีข้อจำกัดหลายด้าน เช่น ความยาวสาย, แบนด์วิดท์, การรองรับหลายจอ, ความทนทาน และการเปลี่ยนแปลงไปสู่ USB-C 1️⃣ 📏 ข้อจำกัดด้านความยาวสาย HDMI มีข้อจำกัดเรื่องความยาวสาย โดยสายทั่วไปที่ยาวเกิน 25 ฟุต มักจะเริ่มมีปัญหาสัญญาณ เช่น ภาพแตก, เสียงดีเลย์ หรือแม้กระทั่งสัญญาณหายไป หากต้องการคุณภาพ 4K ที่เสถียร ความยาวที่เหมาะสมคือ ไม่เกิน 10 ฟุต ขณะที่ DisplayPort หรือ SDI สามารถส่งสัญญาณได้ไกลกว่ามาก (SDI ถึง ~980 ฟุต) 2️⃣ ⚡ แบนด์วิดท์ต่ำกว่า DisplayPort แม้ HDMI 2.1 จะรองรับ 48 Gbps และ HDMI 2.2 ที่เปิดตัวใน CES 2025 จะรองรับ 96 Gbps แต่ก็ยังด้อยกว่า DisplayPort 2.1 ที่รองรับ 80 Gbps พร้อม multi-stream transport (MST) ซึ่งสามารถเชื่อมต่อหลายจอพร้อมกันและรองรับ refresh rate สูงกว่า เหมาะสำหรับงาน เกมแข่งขันและการสร้างคอนเทนต์ระดับมืออาชีพ 3️⃣ 🖥️ การรองรับหลายจอที่ซับซ้อน HDMI ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานกับจอเดียว หากต้องการหลายจอจะต้องใช้ splitters หรือ adapters ซึ่งทำให้เกิดความยุ่งยากและสายระโยงระยาง ในทางตรงกันข้าม DisplayPort รองรับ daisy-chaining หลายจอโดยตรง ทำให้เหมาะกับนักออกแบบ, นักพัฒนา และเกมเมอร์ที่ใช้หลายจอพร้อมกัน 4️⃣ 📉 ความทนทานและการเสื่อมสภาพ สาย HDMI มีแนวโน้มเสื่อมสภาพเมื่อใช้งานไปนานๆ โดยเฉพาะเมื่อเจอ ความร้อน, ฝุ่น, ความชื้น หรือการบิดงอ ทำให้เกิดสัญญาณรบกวน (EMI/RFI) และคุณภาพลดลง แม้จะมีสายไฟเบอร์ออปติก HDMI ที่ทนทานกว่า แต่ก็มีราคาสูงและไม่แพร่หลายเท่า DisplayPort หรือ SDI 5️⃣ 🔌 การเปลี่ยนแปลงสู่ USB-C แม้ HDMI จะยังเป็นมาตรฐานหลักในทีวีและคอนโซลเกม แต่ USB-C กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยรองรับ DisplayPort Alt Mode, การส่งข้อมูลความเร็วสูง และการชาร์จไฟในสายเดียว อีกทั้งยังมี หัวเสียบแบบ reversible ที่ใช้ง่ายกว่า HDMI ทำให้เป็นมาตรฐานใหม่สำหรับ โน้ตบุ๊ก, สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต https://www.slashgear.com/2025900/reasons-to-stop-using-hdmi-cables/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    5 Reasons You Might Want To Stop Using HDMI Cables - SlashGear
    HDMI is pretty much the global standard in A/V connection these days, but that doesn't mean it's a perfect solution for everyone — far from it, in fact.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 265 มุมมอง 0 รีวิว
  • Intel เตรียมรีเฟรช Arrow Lake-S รุ่นใหม่ เพิ่มความแรงเล็กน้อยก่อนเปลี่ยน Socket

    Intel กำลังจะเปิดตัวซีพียูรุ่นรีเฟรชในตระกูล Arrow Lake-S ได้แก่ Core Ultra 290K Plus, 270K Plus และ 250K Plus ซึ่งถือเป็น “รุ่นสุดท้าย” ที่ใช้ Socket LGA 1851 ก่อนจะเปลี่ยนไปสู่ LGA 1954 ในยุค Nova Lake รุ่นใหม่ การอัปเดตครั้งนี้แม้จะไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่ก็มีการปรับปรุงความเร็ว Turbo และเพิ่มจำนวน E-Core เพื่อให้ตอบโจทย์การแข่งขันกับ AMD ได้ดียิ่งขึ้น

    รายละเอียดการปรับปรุง
    Core Ultra 290K Plus จะมาแทนรุ่น 285K โดยยังคงโครงสร้าง 8P+16E แต่เพิ่มความเร็ว P-Core Turbo เป็น 5.6 GHz และ E-Core Turbo เป็น 4.8 GHz พร้อม Thermal Velocity Boost สูงสุด 5.8 GHz ส่วน Core Ultra 270K Plus เพิ่มจำนวน E-Core จาก 12 เป็น 16 แต่ลด Base Clock ลงเล็กน้อย ขณะที่ Core Ultra 250K Plus ปรับจาก 6P+8E เป็น 6P+12E และเพิ่มความเร็ว Turbo เล็กน้อย

    จุดเด่นและข้อสังเกต
    ซีพียูทั้งสามรุ่นรองรับ DDR5-7200 ซึ่งสูงกว่ารุ่นก่อนที่รองรับเพียง DDR5-6400 แต่การขาดแคลนหน่วยความจำในตลาดอาจทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถสัมผัสประสิทธิภาพเต็มที่ได้ นอกจากนี้ Intel ยังคงกำหนดค่า Power Limit เท่าเดิมกับรุ่นก่อนหน้า ทำให้การอัปเดตครั้งนี้เป็นเพียง “การปรับแต่งเล็กน้อย” มากกว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง

    มุมมองจากตลาดโลก
    การแข่งขันกับ AMD ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่บีบให้ Intel ต้องรีเฟรช Arrow Lake-S เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด แม้การอัปเดตจะไม่หวือหวา แต่การตั้งราคาจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าซีพียูเหล่านี้จะได้รับความนิยมเพียงใด โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดคอมพิวเตอร์กำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนหน่วยความจำและความต้องการด้านพลังงานที่สูงขึ้น

    สรุปสาระสำคัญ
    การเปิดตัวซีพียู Arrow Lake-S รุ่นรีเฟรช
    Core Ultra 290K Plus, 270K Plus และ 250K Plus
    ใช้ Socket LGA 1851 เป็นรุ่นสุดท้าย ก่อนเปลี่ยนไป LGA 1954

    รายละเอียดการปรับปรุงแต่ละรุ่น
    290K Plus: Turbo สูงสุด 5.8 GHz
    270K Plus: เพิ่ม E-Core เป็น 16 แต่ลด Base Clock
    250K Plus: ปรับเป็น 6P+12E พร้อม Turbo เพิ่มขึ้น

    การรองรับหน่วยความจำ DDR5-7200
    สูงกว่ารุ่นก่อนที่รองรับ DDR5-6400
    อาจไม่เห็นผลเต็มที่เพราะตลาดขาดแคลน RAM

    พลังงานและการตลาด
    Power Limit เท่าเดิมกับรุ่นก่อน
    การตั้งราคาจะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ

    ข้อควรระวังและข้อจำกัด
    การขาดแคลนหน่วยความจำ DDR5 อาจทำให้ผู้ใช้ไม่ได้ประสิทธิภาพเต็มที่
    การอัปเดตครั้งนี้เป็นเพียงการปรับแต่งเล็กน้อย ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงใหญ่
    หากราคาสูงเกินไป อาจเสียเปรียบในการแข่งขันกับ AMD

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/intels-upcoming-arrow-lake-desktop-refresh-detailed-in-new-leak-core-ultra-290k-plus-270k-plus-and-250k-plus-will-ship-with-improved-clocks-and-more-e-cores-along-with-ddr5-7200-support
    🖥️ Intel เตรียมรีเฟรช Arrow Lake-S รุ่นใหม่ เพิ่มความแรงเล็กน้อยก่อนเปลี่ยน Socket Intel กำลังจะเปิดตัวซีพียูรุ่นรีเฟรชในตระกูล Arrow Lake-S ได้แก่ Core Ultra 290K Plus, 270K Plus และ 250K Plus ซึ่งถือเป็น “รุ่นสุดท้าย” ที่ใช้ Socket LGA 1851 ก่อนจะเปลี่ยนไปสู่ LGA 1954 ในยุค Nova Lake รุ่นใหม่ การอัปเดตครั้งนี้แม้จะไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่ก็มีการปรับปรุงความเร็ว Turbo และเพิ่มจำนวน E-Core เพื่อให้ตอบโจทย์การแข่งขันกับ AMD ได้ดียิ่งขึ้น ⚡ รายละเอียดการปรับปรุง Core Ultra 290K Plus จะมาแทนรุ่น 285K โดยยังคงโครงสร้าง 8P+16E แต่เพิ่มความเร็ว P-Core Turbo เป็น 5.6 GHz และ E-Core Turbo เป็น 4.8 GHz พร้อม Thermal Velocity Boost สูงสุด 5.8 GHz ส่วน Core Ultra 270K Plus เพิ่มจำนวน E-Core จาก 12 เป็น 16 แต่ลด Base Clock ลงเล็กน้อย ขณะที่ Core Ultra 250K Plus ปรับจาก 6P+8E เป็น 6P+12E และเพิ่มความเร็ว Turbo เล็กน้อย 📈 จุดเด่นและข้อสังเกต ซีพียูทั้งสามรุ่นรองรับ DDR5-7200 ซึ่งสูงกว่ารุ่นก่อนที่รองรับเพียง DDR5-6400 แต่การขาดแคลนหน่วยความจำในตลาดอาจทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถสัมผัสประสิทธิภาพเต็มที่ได้ นอกจากนี้ Intel ยังคงกำหนดค่า Power Limit เท่าเดิมกับรุ่นก่อนหน้า ทำให้การอัปเดตครั้งนี้เป็นเพียง “การปรับแต่งเล็กน้อย” มากกว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง 🌐 มุมมองจากตลาดโลก การแข่งขันกับ AMD ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่บีบให้ Intel ต้องรีเฟรช Arrow Lake-S เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด แม้การอัปเดตจะไม่หวือหวา แต่การตั้งราคาจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าซีพียูเหล่านี้จะได้รับความนิยมเพียงใด โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดคอมพิวเตอร์กำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนหน่วยความจำและความต้องการด้านพลังงานที่สูงขึ้น 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ การเปิดตัวซีพียู Arrow Lake-S รุ่นรีเฟรช ➡️ Core Ultra 290K Plus, 270K Plus และ 250K Plus ➡️ ใช้ Socket LGA 1851 เป็นรุ่นสุดท้าย ก่อนเปลี่ยนไป LGA 1954 ✅ รายละเอียดการปรับปรุงแต่ละรุ่น ➡️ 290K Plus: Turbo สูงสุด 5.8 GHz ➡️ 270K Plus: เพิ่ม E-Core เป็น 16 แต่ลด Base Clock ➡️ 250K Plus: ปรับเป็น 6P+12E พร้อม Turbo เพิ่มขึ้น ✅ การรองรับหน่วยความจำ DDR5-7200 ➡️ สูงกว่ารุ่นก่อนที่รองรับ DDR5-6400 ➡️ อาจไม่เห็นผลเต็มที่เพราะตลาดขาดแคลน RAM ✅ พลังงานและการตลาด ➡️ Power Limit เท่าเดิมกับรุ่นก่อน ➡️ การตั้งราคาจะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ ‼️ ข้อควรระวังและข้อจำกัด ⛔ การขาดแคลนหน่วยความจำ DDR5 อาจทำให้ผู้ใช้ไม่ได้ประสิทธิภาพเต็มที่ ⛔ การอัปเดตครั้งนี้เป็นเพียงการปรับแต่งเล็กน้อย ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงใหญ่ ⛔ หากราคาสูงเกินไป อาจเสียเปรียบในการแข่งขันกับ AMD https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/intels-upcoming-arrow-lake-desktop-refresh-detailed-in-new-leak-core-ultra-290k-plus-270k-plus-and-250k-plus-will-ship-with-improved-clocks-and-more-e-cores-along-with-ddr5-7200-support
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 267 มุมมอง 0 รีวิว
  • Sony เปิดตัวจอมอนิเตอร์ PlayStation 240 Hz

    Sony ประกาศเปิดตัวจอมอนิเตอร์ PlayStation รุ่นใหม่ ขนาด 27 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560x1440) พร้อมรีเฟรชเรตสูงสุดถึง 240 Hz แม้ว่าเครื่อง PS5 จะรองรับเพียง 120 Hz แต่ Sony อาจเตรียมไว้สำหรับ PlayStation รุ่นถัดไปที่คาดว่าจะรองรับ 240 Hz เต็มรูปแบบ

    จอนี้ใช้พาเนล IPS LCD ซึ่งคุณภาพอาจด้อยกว่า OLED หรือ Mini-LED แต่ก็ช่วยลดต้นทุน ทำให้ราคาน่าจะอยู่ในระดับแข่งขันได้ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ VRR (Variable Refresh Rate) เพื่อให้ภาพลื่นไหล และมีอุปกรณ์เสริมเป็น DualSense charging hook สำหรับชาร์จจอยโดยตรงใต้จอ

    Sony ยังไม่ประกาศราคา แต่คาดว่าจะอยู่ราว ๆ 500 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต้องแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง Acer และ Asus ที่มีจอรีเฟรชเรตสูงในราคาถูกกว่า จุดเด่นของ Sony คือแบรนด์ PlayStation ที่มีฐานแฟนเกมจำนวนมาก

    สรุปประเด็น
    Sony เปิดตัวจอมอนิเตอร์ PlayStation 27 นิ้ว QHD
    รีเฟรชเรตสูงสุด 240 Hz

    มีฟีเจอร์ VRR และอุปกรณ์เสริมชาร์จจอย DualSense
    ติดตั้งใต้จอแบบ retractable

    PS5 รองรับเพียง 120 Hz
    ต้องรอ PlayStation รุ่นใหม่เพื่อใช้เต็มศักยภาพ

    ราคายังไม่ประกาศ แต่คาดสูงกว่าแบรนด์คู่แข่ง
    อาจทำให้ผู้ใช้ลังเลหากเทียบกับจอเกมมิ่งอื่น

    https://www.tomshardware.com/monitors/gaming-monitors/sony-announces-240-hz-playstation-gaming-monitor-qhd-monitor-features-built-in-dualsense-charging-hook-and-vrr-support-for-ps5
    🎮 Sony เปิดตัวจอมอนิเตอร์ PlayStation 240 Hz Sony ประกาศเปิดตัวจอมอนิเตอร์ PlayStation รุ่นใหม่ ขนาด 27 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560x1440) พร้อมรีเฟรชเรตสูงสุดถึง 240 Hz แม้ว่าเครื่อง PS5 จะรองรับเพียง 120 Hz แต่ Sony อาจเตรียมไว้สำหรับ PlayStation รุ่นถัดไปที่คาดว่าจะรองรับ 240 Hz เต็มรูปแบบ จอนี้ใช้พาเนล IPS LCD ซึ่งคุณภาพอาจด้อยกว่า OLED หรือ Mini-LED แต่ก็ช่วยลดต้นทุน ทำให้ราคาน่าจะอยู่ในระดับแข่งขันได้ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ VRR (Variable Refresh Rate) เพื่อให้ภาพลื่นไหล และมีอุปกรณ์เสริมเป็น DualSense charging hook สำหรับชาร์จจอยโดยตรงใต้จอ Sony ยังไม่ประกาศราคา แต่คาดว่าจะอยู่ราว ๆ 500 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต้องแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง Acer และ Asus ที่มีจอรีเฟรชเรตสูงในราคาถูกกว่า จุดเด่นของ Sony คือแบรนด์ PlayStation ที่มีฐานแฟนเกมจำนวนมาก 📌 สรุปประเด็น ✅ Sony เปิดตัวจอมอนิเตอร์ PlayStation 27 นิ้ว QHD ➡️ รีเฟรชเรตสูงสุด 240 Hz ✅ มีฟีเจอร์ VRR และอุปกรณ์เสริมชาร์จจอย DualSense ➡️ ติดตั้งใต้จอแบบ retractable ‼️ PS5 รองรับเพียง 120 Hz ⛔ ต้องรอ PlayStation รุ่นใหม่เพื่อใช้เต็มศักยภาพ ‼️ ราคายังไม่ประกาศ แต่คาดสูงกว่าแบรนด์คู่แข่ง ⛔ อาจทำให้ผู้ใช้ลังเลหากเทียบกับจอเกมมิ่งอื่น https://www.tomshardware.com/monitors/gaming-monitors/sony-announces-240-hz-playstation-gaming-monitor-qhd-monitor-features-built-in-dualsense-charging-hook-and-vrr-support-for-ps5
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 271 มุมมอง 0 รีวิว
  • กลาโหมกัมพูชา พา AOT ทั้งคณะเข้าห้อง ICU เยี่ยมพลเรือนได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่อยู่ในอาการโคม่า
    https://www.thai-tai.tv/news/22351/
    .
    #ไทยไท #AOT #บันทายมีชัย #ตรวจเยี่ยมผู้บาดเจ็บ #สร้างสถานการณ์ #FreshNews

    กลาโหมกัมพูชา พา AOT ทั้งคณะเข้าห้อง ICU เยี่ยมพลเรือนได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่อยู่ในอาการโคม่า https://www.thai-tai.tv/news/22351/ . #ไทยไท #AOT #บันทายมีชัย #ตรวจเยี่ยมผู้บาดเจ็บ #สร้างสถานการณ์ #FreshNews
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 358 มุมมอง 0 รีวิว
  • NVIDIA ปล่อยไดรเวอร์ 580.105.08 สำหรับ Linux พร้อมตัวแปรใหม่ควบคุมพลังงาน GPU

    NVIDIA ได้เปิดตัวไดรเวอร์เวอร์ชัน 580.105.08 สำหรับระบบปฏิบัติการ Linux, BSD และ Solaris โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการเพิ่มตัวแปรสภาพแวดล้อมใหม่ CUDA_DISABLE_PERF_BOOST ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปิดการเร่งพลังงาน GPU อัตโนมัติเมื่อรันแอปพลิเคชัน CUDA ได้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    เปิดตัวไดรเวอร์ NVIDIA 580.105.08
    รองรับ Linux, BSD, Solaris
    เป็นเวอร์ชัน production ล่าสุดที่แนะนำให้ใช้งาน

    เพิ่มตัวแปร CUDA_DISABLE_PERF_BOOST
    ปิดการเร่งพลังงาน GPU อัตโนมัติเมื่อรัน CUDA
    เหมาะกับการควบคุมพลังงานและอุณหภูมิ

    แก้ไขบั๊กสำคัญหลายรายการ
    ปัญหา VM, เกม crash, HDMI จอดำ, VRR ผิดพลาด
    รองรับความละเอียดสูงและ refresh rate สูงขึ้น

    คำเตือนสำหรับผู้ใช้ CUDA
    หากปิดการ boost อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของแอป CUDA
    ควรทดสอบก่อนใช้งานจริงในงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูง

    นี่คือการอัปเดตที่สำคัญสำหรับผู้ใช้ Linux ที่ต้องการควบคุมพลังงาน GPU อย่างละเอียด โดยเฉพาะในงานที่ต้องการเสถียรภาพมากกว่าความเร็วสูงสุด เช่น การประมวลผลแบบต่อเนื่องหรือในสภาพแวดล้อมเสมือน.

    https://9to5linux.com/nvidia-580-105-08-linux-graphics-driver-released-with-a-new-environment-variable
    🖥️ NVIDIA ปล่อยไดรเวอร์ 580.105.08 สำหรับ Linux พร้อมตัวแปรใหม่ควบคุมพลังงาน GPU NVIDIA ได้เปิดตัวไดรเวอร์เวอร์ชัน 580.105.08 สำหรับระบบปฏิบัติการ Linux, BSD และ Solaris โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการเพิ่มตัวแปรสภาพแวดล้อมใหม่ CUDA_DISABLE_PERF_BOOST ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปิดการเร่งพลังงาน GPU อัตโนมัติเมื่อรันแอปพลิเคชัน CUDA ได้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ เปิดตัวไดรเวอร์ NVIDIA 580.105.08 ➡️ รองรับ Linux, BSD, Solaris ➡️ เป็นเวอร์ชัน production ล่าสุดที่แนะนำให้ใช้งาน ✅ เพิ่มตัวแปร CUDA_DISABLE_PERF_BOOST ➡️ ปิดการเร่งพลังงาน GPU อัตโนมัติเมื่อรัน CUDA ➡️ เหมาะกับการควบคุมพลังงานและอุณหภูมิ ✅ แก้ไขบั๊กสำคัญหลายรายการ ➡️ ปัญหา VM, เกม crash, HDMI จอดำ, VRR ผิดพลาด ➡️ รองรับความละเอียดสูงและ refresh rate สูงขึ้น ‼️ คำเตือนสำหรับผู้ใช้ CUDA ⛔ หากปิดการ boost อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของแอป CUDA ⛔ ควรทดสอบก่อนใช้งานจริงในงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูง นี่คือการอัปเดตที่สำคัญสำหรับผู้ใช้ Linux ที่ต้องการควบคุมพลังงาน GPU อย่างละเอียด โดยเฉพาะในงานที่ต้องการเสถียรภาพมากกว่าความเร็วสูงสุด เช่น การประมวลผลแบบต่อเนื่องหรือในสภาพแวดล้อมเสมือน. https://9to5linux.com/nvidia-580-105-08-linux-graphics-driver-released-with-a-new-environment-variable
    9TO5LINUX.COM
    NVIDIA 580.105.08 Linux Graphics Driver Released with a New Environment Variable - 9to5Linux
    NVIDIA 580.105.08 graphics driver for Linux systems is now available for download with a new environment variable and various bug fixes.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 276 มุมมอง 0 รีวิว
  • น้ำตกวังม่วง สดชื่นงดงาม ธรรมชาติสมบูรณ์ #นครนายก #น้ำตก #ท่องเที่ยว #ธรรมชาติ #fresh #travel #thailand #thaitimes #kaiaminute
    น้ำตกวังม่วง สดชื่นงดงาม ธรรมชาติสมบูรณ์ #นครนายก #น้ำตก #ท่องเที่ยว #ธรรมชาติ #fresh #travel #thailand #thaitimes #kaiaminute
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 324 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • “จากคลาวด์สู่เหล็กจริง” – บทเรียน 2 ปีหลังย้ายจาก AWS สู่ Bare Metal

    บริษัท OneUptime เผยเบื้องหลังการย้ายจาก AWS สู่ Bare Metal ที่ช่วยประหยัดกว่า 1.2 ล้านดอลลาร์ต่อปี พร้อมเปิดเผยกลยุทธ์และบทเรียนที่นักพัฒนาและองค์กรควรรู้ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐาน

    สองปีหลังจาก OneUptime ตัดสินใจย้ายโครงสร้างพื้นฐานจาก AWS ไปยังเซิร์ฟเวอร์แบบ Bare Metal บริษัทได้เปิดเผยผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง ทั้งด้านความคุ้มค่า ความเสถียร และความสามารถในการควบคุมระบบอย่างเต็มรูปแบบ

    การย้ายครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการลดค่าใช้จ่าย แต่เป็นการปรับเปลี่ยนแนวคิดการบริหารโครงสร้างพื้นฐาน โดย OneUptime ได้ตอบคำถามจาก Hacker News และ Reddit อย่างตรงไปตรงมา พร้อมเปิดเผยตัวเลขจริงและกลยุทธ์ที่ใช้

    ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ:
    ประหยัดค่าใช้จ่ายจาก AWS ได้กว่า $1.2 ล้านต่อปี เทียบกับเดิมที่ประหยัด $230,000 ต่อปี
    ลด latency ลง 19% ด้วย NVMe และไม่มี “noisy neighbors”
    ใช้ MicroK8s + Ceph ใน production ด้วย uptime 99.993%
    เพิ่ม rack ที่ Frankfurt เพื่อแก้ปัญหา single point of failure
    ใช้ Talos, Tinkerbell, Flux และ Terraform เพื่อจัดการ automation
    ยังคงใช้ AWS สำหรับงานที่ต้องการความยืดหยุ่น เช่น CloudFront และ Glacier

    สรุปเนื้อหาสำคัญ
    ผลลัพธ์หลังย้ายจาก AWS
    ประหยัดค่าใช้จ่ายกว่า $1.2 ล้านต่อปี
    ลด latency ลง 19% ด้วย NVMe
    เพิ่มความเสถียรของระบบด้วย uptime 99.993%
    ขยาย rack ไปยัง Frankfurt เพื่อ redundancy

    กลยุทธ์ด้านเทคนิค
    ใช้ MicroK8s + Ceph ใน production
    เตรียมย้ายไปใช้ Talos เพื่อจัดการ Kubernetes
    ใช้ Tinkerbell PXE boot, Flux และ Terraform สำหรับ automation
    ไม่มีทีม onsite แต่ใช้บริการ remote hands จาก colo provider

    การจัดการต้นทุนและ CapEx
    เซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่: 2× AMD EPYC 9654, 1TB RAM
    วางแผน amortize 5 ปี แต่สามารถใช้งานได้ถึง 7–8 ปี
    มี cold spares และ extended warranty จาก OEM
    สามารถ refresh 40% ของ fleet ทุก 2 ปีโดยยังประหยัดกว่าบิล AWS

    การจัดการความปลอดภัยและ compliance
    ยังคงรักษา SOC 2 Type II และ ISO 27001
    ใช้ Terraform และ Talos config เป็นหลักฐานการเปลี่ยนแปลง
    ใช้รายงานจาก colo provider สำหรับ audit

    การใช้คลาวด์อย่างมีเหตุผล
    ใช้ AWS สำหรับ Glacier, CloudFront และ load testing
    เลือกใช้คลาวด์เมื่อ elasticity สำคัญ
    Bare metal เหมาะกับ workload ที่ steady และ predictable

    คำเตือนสำหรับผู้ที่คิดจะย้าย
    หาก workload มีลักษณะ burst หรือ seasonal ควรอยู่บนคลาวด์
    หากพึ่งพา managed services อย่าง Aurora หรือ Step Functions ควรอยู่บนคลาวด์
    หากไม่มีทีมที่เชี่ยวชาญ Kubernetes, Ceph และ observability อาจไม่เหมาะกับ bare metal
    การย้ายต้องมีการวางแผนด้าน compliance และ audit อย่างรอบคอบ

    https://oneuptime.com/blog/post/2025-10-29-aws-to-bare-metal-two-years-later/view
    🧠💻 “จากคลาวด์สู่เหล็กจริง” – บทเรียน 2 ปีหลังย้ายจาก AWS สู่ Bare Metal บริษัท OneUptime เผยเบื้องหลังการย้ายจาก AWS สู่ Bare Metal ที่ช่วยประหยัดกว่า 1.2 ล้านดอลลาร์ต่อปี พร้อมเปิดเผยกลยุทธ์และบทเรียนที่นักพัฒนาและองค์กรควรรู้ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐาน สองปีหลังจาก OneUptime ตัดสินใจย้ายโครงสร้างพื้นฐานจาก AWS ไปยังเซิร์ฟเวอร์แบบ Bare Metal บริษัทได้เปิดเผยผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง ทั้งด้านความคุ้มค่า ความเสถียร และความสามารถในการควบคุมระบบอย่างเต็มรูปแบบ การย้ายครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการลดค่าใช้จ่าย แต่เป็นการปรับเปลี่ยนแนวคิดการบริหารโครงสร้างพื้นฐาน โดย OneUptime ได้ตอบคำถามจาก Hacker News และ Reddit อย่างตรงไปตรงมา พร้อมเปิดเผยตัวเลขจริงและกลยุทธ์ที่ใช้ ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ: 🎗️ ประหยัดค่าใช้จ่ายจาก AWS ได้กว่า $1.2 ล้านต่อปี เทียบกับเดิมที่ประหยัด $230,000 ต่อปี 🎗️ ลด latency ลง 19% ด้วย NVMe และไม่มี “noisy neighbors” 🎗️ ใช้ MicroK8s + Ceph ใน production ด้วย uptime 99.993% 🎗️ เพิ่ม rack ที่ Frankfurt เพื่อแก้ปัญหา single point of failure 🎗️ ใช้ Talos, Tinkerbell, Flux และ Terraform เพื่อจัดการ automation 🎗️ ยังคงใช้ AWS สำหรับงานที่ต้องการความยืดหยุ่น เช่น CloudFront และ Glacier 📌 สรุปเนื้อหาสำคัญ ✅ ผลลัพธ์หลังย้ายจาก AWS ➡️ ประหยัดค่าใช้จ่ายกว่า $1.2 ล้านต่อปี ➡️ ลด latency ลง 19% ด้วย NVMe ➡️ เพิ่มความเสถียรของระบบด้วย uptime 99.993% ➡️ ขยาย rack ไปยัง Frankfurt เพื่อ redundancy ✅ กลยุทธ์ด้านเทคนิค ➡️ ใช้ MicroK8s + Ceph ใน production ➡️ เตรียมย้ายไปใช้ Talos เพื่อจัดการ Kubernetes ➡️ ใช้ Tinkerbell PXE boot, Flux และ Terraform สำหรับ automation ➡️ ไม่มีทีม onsite แต่ใช้บริการ remote hands จาก colo provider ✅ การจัดการต้นทุนและ CapEx ➡️ เซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่: 2× AMD EPYC 9654, 1TB RAM ➡️ วางแผน amortize 5 ปี แต่สามารถใช้งานได้ถึง 7–8 ปี ➡️ มี cold spares และ extended warranty จาก OEM ➡️ สามารถ refresh 40% ของ fleet ทุก 2 ปีโดยยังประหยัดกว่าบิล AWS ✅ การจัดการความปลอดภัยและ compliance ➡️ ยังคงรักษา SOC 2 Type II และ ISO 27001 ➡️ ใช้ Terraform และ Talos config เป็นหลักฐานการเปลี่ยนแปลง ➡️ ใช้รายงานจาก colo provider สำหรับ audit ✅ การใช้คลาวด์อย่างมีเหตุผล ➡️ ใช้ AWS สำหรับ Glacier, CloudFront และ load testing ➡️ เลือกใช้คลาวด์เมื่อ elasticity สำคัญ ➡️ Bare metal เหมาะกับ workload ที่ steady และ predictable ‼️ คำเตือนสำหรับผู้ที่คิดจะย้าย ⛔ หาก workload มีลักษณะ burst หรือ seasonal ควรอยู่บนคลาวด์ ⛔ หากพึ่งพา managed services อย่าง Aurora หรือ Step Functions ควรอยู่บนคลาวด์ ⛔ หากไม่มีทีมที่เชี่ยวชาญ Kubernetes, Ceph และ observability อาจไม่เหมาะกับ bare metal ⛔ การย้ายต้องมีการวางแผนด้าน compliance และ audit อย่างรอบคอบ https://oneuptime.com/blog/post/2025-10-29-aws-to-bare-metal-two-years-later/view
    ONEUPTIME.COM
    AWS to Bare Metal Two Years Later: Answering Your Toughest Questions About Leaving AWS
    Two years after our AWS-to-bare-metal migration, we revisit the numbers, share what changed, and address the biggest questions from Hacker News and Reddit.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 415 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts