เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปเราก็ต้องปรับตัว แต่ความเฉื่อยมักปิดกั้น
ความคิดและยับยั้งแรงจูงใจไม่ให้เราเปลี่ยนแปลงวิธีที่เคยทำต่อกันมา ความเฉื่อยทำให้เราจินตนาการถึงทางเลือกอื่นๆได้ยาก ไม่กล้าที่จะทดลองและแก้ไขความผิดพลาด ตัวอย่างเช่น ความเฉื่อยเกิดขึ้นได้เวลาที่เราลงความเห็นอะไรไปในที่สาธารณะ
ความเห็นของเราถูกบันทึกไว้แล้ว ทั้งสร้างความคาดหวังและความกดดันทางสังคมว่าเราจะตอบสนองความคาดหวังนั้นๆ เมื่อเราเห็นข้อมูลใหม่ๆ ที่ท้าทายหนึ่งในความคิดเห็นของเราขึ้นมาเราก็อาจปฏิเสธมัน ไปตามสัญชาตญาณ และเน้นย้ำข้อมูลเก่าที่สนับสนุนความเห็นของเราแต่แรก พวกเราต่างต้องการให้ตัวเองเป็นอย่างที่พูดแบบคงเส้นคงวา เราจึงเปลี่ยนใจได้ยากขึ้นเรื่อยๆ และเนื่องจากเราล้วนเคยเห็นมาแล้วว่าเมื่อ นักการเมืองเปลี่ยนจุดยืนของตนเพื่อตอบสนองต่อข้อเท็จจริงต่างๆ พวกเขาก็มักถูกเรียกว่า 'จอมพลิกลิ้น' มากกว่า 'อัจฉริยะ' ความกลัวว่าเราจะได้รับ ผลกระทบทางสังคมจากการเปลี่ยนความคิดจึงยังคงเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
ความเฉื่อยยังขัดขวางไม่ให้ทำสิ่งยากๆด้วย ยิ่งเราหลีกเลี่ยงสิ่งยากๆ ที่เรารู้ว่าควรทำนานแค่ไหน สิ่งนั้นก็ยิ่งทำได้ยากขึ้น
จากหนังสือ #คิดให้เฉียบคม #ClearThinking
ความคิดและยับยั้งแรงจูงใจไม่ให้เราเปลี่ยนแปลงวิธีที่เคยทำต่อกันมา ความเฉื่อยทำให้เราจินตนาการถึงทางเลือกอื่นๆได้ยาก ไม่กล้าที่จะทดลองและแก้ไขความผิดพลาด ตัวอย่างเช่น ความเฉื่อยเกิดขึ้นได้เวลาที่เราลงความเห็นอะไรไปในที่สาธารณะ
ความเห็นของเราถูกบันทึกไว้แล้ว ทั้งสร้างความคาดหวังและความกดดันทางสังคมว่าเราจะตอบสนองความคาดหวังนั้นๆ เมื่อเราเห็นข้อมูลใหม่ๆ ที่ท้าทายหนึ่งในความคิดเห็นของเราขึ้นมาเราก็อาจปฏิเสธมัน ไปตามสัญชาตญาณ และเน้นย้ำข้อมูลเก่าที่สนับสนุนความเห็นของเราแต่แรก พวกเราต่างต้องการให้ตัวเองเป็นอย่างที่พูดแบบคงเส้นคงวา เราจึงเปลี่ยนใจได้ยากขึ้นเรื่อยๆ และเนื่องจากเราล้วนเคยเห็นมาแล้วว่าเมื่อ นักการเมืองเปลี่ยนจุดยืนของตนเพื่อตอบสนองต่อข้อเท็จจริงต่างๆ พวกเขาก็มักถูกเรียกว่า 'จอมพลิกลิ้น' มากกว่า 'อัจฉริยะ' ความกลัวว่าเราจะได้รับ ผลกระทบทางสังคมจากการเปลี่ยนความคิดจึงยังคงเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
ความเฉื่อยยังขัดขวางไม่ให้ทำสิ่งยากๆด้วย ยิ่งเราหลีกเลี่ยงสิ่งยากๆ ที่เรารู้ว่าควรทำนานแค่ไหน สิ่งนั้นก็ยิ่งทำได้ยากขึ้น
จากหนังสือ #คิดให้เฉียบคม #ClearThinking
เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปเราก็ต้องปรับตัว แต่ความเฉื่อยมักปิดกั้น
ความคิดและยับยั้งแรงจูงใจไม่ให้เราเปลี่ยนแปลงวิธีที่เคยทำต่อกันมา ความเฉื่อยทำให้เราจินตนาการถึงทางเลือกอื่นๆได้ยาก ไม่กล้าที่จะทดลองและแก้ไขความผิดพลาด ตัวอย่างเช่น ความเฉื่อยเกิดขึ้นได้เวลาที่เราลงความเห็นอะไรไปในที่สาธารณะ
ความเห็นของเราถูกบันทึกไว้แล้ว ทั้งสร้างความคาดหวังและความกดดันทางสังคมว่าเราจะตอบสนองความคาดหวังนั้นๆ เมื่อเราเห็นข้อมูลใหม่ๆ ที่ท้าทายหนึ่งในความคิดเห็นของเราขึ้นมาเราก็อาจปฏิเสธมัน ไปตามสัญชาตญาณ และเน้นย้ำข้อมูลเก่าที่สนับสนุนความเห็นของเราแต่แรก พวกเราต่างต้องการให้ตัวเองเป็นอย่างที่พูดแบบคงเส้นคงวา เราจึงเปลี่ยนใจได้ยากขึ้นเรื่อยๆ และเนื่องจากเราล้วนเคยเห็นมาแล้วว่าเมื่อ นักการเมืองเปลี่ยนจุดยืนของตนเพื่อตอบสนองต่อข้อเท็จจริงต่างๆ พวกเขาก็มักถูกเรียกว่า 'จอมพลิกลิ้น' มากกว่า 'อัจฉริยะ' ความกลัวว่าเราจะได้รับ ผลกระทบทางสังคมจากการเปลี่ยนความคิดจึงยังคงเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
ความเฉื่อยยังขัดขวางไม่ให้ทำสิ่งยากๆด้วย ยิ่งเราหลีกเลี่ยงสิ่งยากๆ ที่เรารู้ว่าควรทำนานแค่ไหน สิ่งนั้นก็ยิ่งทำได้ยากขึ้น
จากหนังสือ #คิดให้เฉียบคม #ClearThinking
0 ความคิดเห็น
0 การแบ่งปัน
11 มุมมอง
0 รีวิว