• บริษัท Fortiguard (ส่วนหนึ่งของ Fortinet) ได้รายงานถึงการโจมตีทางไซเบอร์จากกลุ่มแฮกเกอร์ชื่อดังของจีนที่ชื่อว่า Evasive Panda หรือรู้จักกันอีกชื่อว่า Daggerfly หรือ BRONZE HIGHLAND กลุ่มนี้มีความเชี่ยวชาญในด้านการสอดแนมทางไซเบอร์และมักจะโจมตีบุคคลสำคัญ, หน่วยงานรัฐบาล, และองค์กรต่าง ๆ โดยในครั้งนี้ กลุ่มแฮกเกอร์ได้ใช้มัลแวร์ที่เรียกว่า "ELF/SShdinjector.A!tr" เพื่อเจาะระบบเครือข่ายขององค์กรเป้าหมาย

    การโจมตีนี้ทำให้แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงข้อมูลระบบ, อ่านข้อมูลที่สำคัญของผู้ใช้, เข้าถึงบันทึกระบบ, อัพโหลดและดาวน์โหลดไฟล์, เปิดเซลล์ระยะไกล, รันคำสั่งจากระยะไกล และลบไฟล์เฉพาะจากระบบได้

    สิ่งที่น่าสนใจเพิ่มเติมคือ Fortiguard ได้นำ AI มาใช้ในการวิเคราะห์มัลแวร์ การนำ AI มาใช้นั้นช่วยให้การวิเคราะห์ทำได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ว่าจะมีปัญหาบางอย่าง เช่น การเกิด "hallucinations" หรือการละเว้นข้อมูลที่สำคัญ แต่ AI ก็ยังมีศักยภาพที่น่าสนใจในการช่วยตรวจจับและแก้ไขปัญหาทางไซเบอร์

    ในข่าวนี้ยังกล่าวถึงการโจมตีที่เคยเกิดขึ้นกับผู้ใช้ macOS โดยกลุ่ม Daggerfly โดยใช้มัลแวร์ที่ชื่อว่า Macma ซึ่งมีความสามารถในการเก็บข้อมูลอุปกรณ์, รันคำสั่ง, จับภาพหน้าจอ, บันทึกคีย์บอร์ด, บันทึกเสียง และอัพโหลด/ดาวน์โหลดไฟล์จากระบบที่ถูกโจมตี

    สรุปคือ กลุ่มแฮกเกอร์ Evasive Panda ได้พัฒนาเทคนิคใหม่ในการเจาะระบบเครือข่ายองค์กร ทำให้สามารถเข้าถึงและจัดการข้อมูลในระบบได้หลากหลาย ทำให้การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นเรื่องที่สำคัญมากขึ้นในยุคนี้

    https://www.techradar.com/pro/security/chinese-hackers-develop-effective-new-hacking-technique-to-go-after-business-networks
    บริษัท Fortiguard (ส่วนหนึ่งของ Fortinet) ได้รายงานถึงการโจมตีทางไซเบอร์จากกลุ่มแฮกเกอร์ชื่อดังของจีนที่ชื่อว่า Evasive Panda หรือรู้จักกันอีกชื่อว่า Daggerfly หรือ BRONZE HIGHLAND กลุ่มนี้มีความเชี่ยวชาญในด้านการสอดแนมทางไซเบอร์และมักจะโจมตีบุคคลสำคัญ, หน่วยงานรัฐบาล, และองค์กรต่าง ๆ โดยในครั้งนี้ กลุ่มแฮกเกอร์ได้ใช้มัลแวร์ที่เรียกว่า "ELF/SShdinjector.A!tr" เพื่อเจาะระบบเครือข่ายขององค์กรเป้าหมาย การโจมตีนี้ทำให้แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงข้อมูลระบบ, อ่านข้อมูลที่สำคัญของผู้ใช้, เข้าถึงบันทึกระบบ, อัพโหลดและดาวน์โหลดไฟล์, เปิดเซลล์ระยะไกล, รันคำสั่งจากระยะไกล และลบไฟล์เฉพาะจากระบบได้ สิ่งที่น่าสนใจเพิ่มเติมคือ Fortiguard ได้นำ AI มาใช้ในการวิเคราะห์มัลแวร์ การนำ AI มาใช้นั้นช่วยให้การวิเคราะห์ทำได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ว่าจะมีปัญหาบางอย่าง เช่น การเกิด "hallucinations" หรือการละเว้นข้อมูลที่สำคัญ แต่ AI ก็ยังมีศักยภาพที่น่าสนใจในการช่วยตรวจจับและแก้ไขปัญหาทางไซเบอร์ ในข่าวนี้ยังกล่าวถึงการโจมตีที่เคยเกิดขึ้นกับผู้ใช้ macOS โดยกลุ่ม Daggerfly โดยใช้มัลแวร์ที่ชื่อว่า Macma ซึ่งมีความสามารถในการเก็บข้อมูลอุปกรณ์, รันคำสั่ง, จับภาพหน้าจอ, บันทึกคีย์บอร์ด, บันทึกเสียง และอัพโหลด/ดาวน์โหลดไฟล์จากระบบที่ถูกโจมตี สรุปคือ กลุ่มแฮกเกอร์ Evasive Panda ได้พัฒนาเทคนิคใหม่ในการเจาะระบบเครือข่ายองค์กร ทำให้สามารถเข้าถึงและจัดการข้อมูลในระบบได้หลากหลาย ทำให้การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นเรื่องที่สำคัญมากขึ้นในยุคนี้ https://www.techradar.com/pro/security/chinese-hackers-develop-effective-new-hacking-technique-to-go-after-business-networks
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 339 มุมมอง 0 รีวิว
  • จีนกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างเงียบ ๆ ด้วยการพัฒนาเครือข่ายบรอดแบนด์ความเร็วสูงสุดถึง 50,000 Mbps ซึ่งมากกว่าประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก การพัฒนาเครือข่ายนี้ใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า 50G-PON (Passive Optical Network) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีไฟเบอร์รุ่นใหม่ที่สามารถให้ความเร็วในการดาวน์โหลดสูงถึง 50 Gbps และในการอัพโหลดสูงถึง 25 Gbps

    รายงานจาก Dell’Oro Group กล่าวว่าการใช้เทคโนโลยีนี้ในจีนคาดว่าจะสร้างรายได้ถึง 1.55 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2027 โดยจีนจะเป็นตลาดเดียวที่มีการใช้ 50G-PON ในปี 2024 และ 2025 ซึ่งคิดเป็น 93% ของตลาดโลก การขยายตัวนี้นำโดยบริษัท China Telecom และพันธมิตรอื่น ๆ เช่น Shanghai Telecom และ ZTE

    สิ่งที่น่าสนใจคือเทคโนโลยี FTTR (Fiber to the Room) ซึ่งเป็นการนำสายไฟเบอร์เข้าสู่แต่ละห้องภายในบ้านหรืออาคารธุรกิจ ทำให้การเชื่อมต่อมีความเร็วสูงกว่าและมีความเสถียรมากกว่าโครงข่ายทั่วไปที่ใช้สาย Ethernet หรือ Wi-Fi

    นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่ารายได้จากอุปกรณ์ CPE (Customer Premises Equipment) แบบไร้สายคาดว่าจะเพิ่มขึ้นสูงสุดในปี 2025 และ 2026 ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อการพัฒนาเครือข่าย 5G และ Wi-Fi 7 ที่จะสร้างรายได้ถึง 8.9 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2029

    โดยรวมแล้ว การพัฒนานี้เป็นการพัฒนาครั้งใหญ่ที่ทำให้จีนก้าวล้ำหน้าในด้านความเร็วอินเทอร์เน็ต และยังแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพของการเชื่อมต่อด้วยไฟเบอร์ออฟติก

    https://www.techradar.com/pro/china-is-quietly-pushing-ahead-with-massive-50-000mbps-broadband-rollout-to-leapfrog-rest-of-the-world-on-internet-speeds-says-report
    จีนกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างเงียบ ๆ ด้วยการพัฒนาเครือข่ายบรอดแบนด์ความเร็วสูงสุดถึง 50,000 Mbps ซึ่งมากกว่าประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก การพัฒนาเครือข่ายนี้ใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า 50G-PON (Passive Optical Network) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีไฟเบอร์รุ่นใหม่ที่สามารถให้ความเร็วในการดาวน์โหลดสูงถึง 50 Gbps และในการอัพโหลดสูงถึง 25 Gbps รายงานจาก Dell’Oro Group กล่าวว่าการใช้เทคโนโลยีนี้ในจีนคาดว่าจะสร้างรายได้ถึง 1.55 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2027 โดยจีนจะเป็นตลาดเดียวที่มีการใช้ 50G-PON ในปี 2024 และ 2025 ซึ่งคิดเป็น 93% ของตลาดโลก การขยายตัวนี้นำโดยบริษัท China Telecom และพันธมิตรอื่น ๆ เช่น Shanghai Telecom และ ZTE สิ่งที่น่าสนใจคือเทคโนโลยี FTTR (Fiber to the Room) ซึ่งเป็นการนำสายไฟเบอร์เข้าสู่แต่ละห้องภายในบ้านหรืออาคารธุรกิจ ทำให้การเชื่อมต่อมีความเร็วสูงกว่าและมีความเสถียรมากกว่าโครงข่ายทั่วไปที่ใช้สาย Ethernet หรือ Wi-Fi นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่ารายได้จากอุปกรณ์ CPE (Customer Premises Equipment) แบบไร้สายคาดว่าจะเพิ่มขึ้นสูงสุดในปี 2025 และ 2026 ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อการพัฒนาเครือข่าย 5G และ Wi-Fi 7 ที่จะสร้างรายได้ถึง 8.9 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2029 โดยรวมแล้ว การพัฒนานี้เป็นการพัฒนาครั้งใหญ่ที่ทำให้จีนก้าวล้ำหน้าในด้านความเร็วอินเทอร์เน็ต และยังแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพของการเชื่อมต่อด้วยไฟเบอร์ออฟติก https://www.techradar.com/pro/china-is-quietly-pushing-ahead-with-massive-50-000mbps-broadband-rollout-to-leapfrog-rest-of-the-world-on-internet-speeds-says-report
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 452 มุมมอง 0 รีวิว
  • นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮ่องกงได้ออกแบบและทดสอบหุ่นยนต์ทางอากาศ (Drone) ล้ำสมัยที่มีความสามารถในการนำทางในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนได้ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 20 เมตรต่อวินาที ในขณะที่ยังคงความแม่นยำในการควบคุมอยู่ ชื่อของหุ่นยนต์นี้คือ SUPER ซึ่งเป็นโดรนแบบควอดคอปเตอร์ที่ใช้เทคโนโลยี LiDAR ขั้นสูงในการตรวจจับและหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางแม้จะเป็นเส้นลวดบาง ๆ ที่มีขนาดเล็กเพียง 2.5 มิลลิเมตร

    ทีมวิจัยยังชี้ให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้ SUPER ในการค้นหาและกู้ภัย รวมถึงการใช้งานในงานบังคับใช้กฎหมายและการลาดตระเวนทางทหาร ด้วยความสามารถในการทำงานโดยอัตโนมัติในสภาพแวดล้อมที่ไม่รู้จัก และการสร้างแผนที่พื้นที่แบบเรียลไทม์โดยใช้ระบบ LiDAR ที่มีระยะการตรวจจับสูงสุดถึง 70 เมตร ทำให้ SUPER สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในสภาวะแสงน้อย

    การทดสอบกับโดรนเชิงพาณิชย์ DJI Mavic 3 พบว่า SUPER สามารถหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางได้ดีกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นลวดบาง ๆ ในขณะที่ DJI Mavic 3 หลีกเลี่ยงได้เพียงสิ่งกีดขวางที่มีขนาดใหญ่

    สิ่งที่น่าสนใจเพิ่มเติมคือการที่ LiDAR เป็นเทคโนโลยีที่ไม่ต้องพึ่งพากล้องและเซ็นเซอร์ธรรมดา ทำให้ SUPER สามารถสร้างแผนที่และประมวลผลข้อมูลพื้นที่แบบสามมิติได้ในเวลาจริง ทำให้มันสามารถบินผ่านป่าหนาแน่นและติดตามเป้าหมายเคลื่อนไหวได้โดยไม่ชนต้นไม้หรือกิ่งไม้

    ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่สูงของหุ่นยนต์ทางอากาศในอนาคตที่สามารถช่วยเหลือในงานค้นหาและกู้ภัย ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมาย และการสำรวจพื้นที่ที่ยากต่อการเข้าถึง

    https://www.techradar.com/pro/superb-chinese-researchers-just-designed-and-built-a-flying-robot-that-looks-like-a-precursor-to-matrixs-laser-focused-sentinels
    นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮ่องกงได้ออกแบบและทดสอบหุ่นยนต์ทางอากาศ (Drone) ล้ำสมัยที่มีความสามารถในการนำทางในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนได้ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 20 เมตรต่อวินาที ในขณะที่ยังคงความแม่นยำในการควบคุมอยู่ ชื่อของหุ่นยนต์นี้คือ SUPER ซึ่งเป็นโดรนแบบควอดคอปเตอร์ที่ใช้เทคโนโลยี LiDAR ขั้นสูงในการตรวจจับและหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางแม้จะเป็นเส้นลวดบาง ๆ ที่มีขนาดเล็กเพียง 2.5 มิลลิเมตร ทีมวิจัยยังชี้ให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้ SUPER ในการค้นหาและกู้ภัย รวมถึงการใช้งานในงานบังคับใช้กฎหมายและการลาดตระเวนทางทหาร ด้วยความสามารถในการทำงานโดยอัตโนมัติในสภาพแวดล้อมที่ไม่รู้จัก และการสร้างแผนที่พื้นที่แบบเรียลไทม์โดยใช้ระบบ LiDAR ที่มีระยะการตรวจจับสูงสุดถึง 70 เมตร ทำให้ SUPER สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในสภาวะแสงน้อย การทดสอบกับโดรนเชิงพาณิชย์ DJI Mavic 3 พบว่า SUPER สามารถหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางได้ดีกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นลวดบาง ๆ ในขณะที่ DJI Mavic 3 หลีกเลี่ยงได้เพียงสิ่งกีดขวางที่มีขนาดใหญ่ สิ่งที่น่าสนใจเพิ่มเติมคือการที่ LiDAR เป็นเทคโนโลยีที่ไม่ต้องพึ่งพากล้องและเซ็นเซอร์ธรรมดา ทำให้ SUPER สามารถสร้างแผนที่และประมวลผลข้อมูลพื้นที่แบบสามมิติได้ในเวลาจริง ทำให้มันสามารถบินผ่านป่าหนาแน่นและติดตามเป้าหมายเคลื่อนไหวได้โดยไม่ชนต้นไม้หรือกิ่งไม้ ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่สูงของหุ่นยนต์ทางอากาศในอนาคตที่สามารถช่วยเหลือในงานค้นหาและกู้ภัย ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมาย และการสำรวจพื้นที่ที่ยากต่อการเข้าถึง https://www.techradar.com/pro/superb-chinese-researchers-just-designed-and-built-a-flying-robot-that-looks-like-a-precursor-to-matrixs-laser-focused-sentinels
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 265 มุมมอง 0 รีวิว
  • #จัดแสดง# ..เป็นคึำที่หลายคนชอบใช้...และหลายคน..ตีเจตนาไม่ถูก..ว่า จะโชว์ หรือ จะขาย.....บางครั้งถามไป ก็มีคำตอบกลับมาทั้ง 2 แบบ...ดังนั้น เจตนาจะโพสเพื่ออะไร...ระบุไปเลย...คนอ่านเขาจะได้เข้าใจ..ที่อ้างว่าต้องใช้คำนี้เพราะเลี่ยงคำต้องห้ามระบบเฟส เป็นความเขื่อที่ผิด.
    #จัดแสดง# ..เป็นคึำที่หลายคนชอบใช้...และหลายคน..ตีเจตนาไม่ถูก..ว่า จะโชว์ หรือ จะขาย.....บางครั้งถามไป ก็มีคำตอบกลับมาทั้ง 2 แบบ...ดังนั้น เจตนาจะโพสเพื่ออะไร...ระบุไปเลย...คนอ่านเขาจะได้เข้าใจ..ที่อ้างว่าต้องใช้คำนี้เพราะเลี่ยงคำต้องห้ามระบบเฟส เป็นความเขื่อที่ผิด.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 206 มุมมอง 0 รีวิว
  • บริษัท Gigabyte ได้เปิดโอกาสให้บุคคลหรือองค์กรที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีโครงการที่น่าสนใจ สามารถทดสอบซูเปอร์คอมพิวเตอร์รุ่น G383-R80 ที่ใช้โปรเซสเซอร์ AMD MI300A ได้ฟรีเป็นเวลา 7 วัน ซูเปอร์คอมพิวเตอร์นี้มีมูลค่าถึง $304,207 หรือประมาณ 10,000,000 บาท และถูกออกแบบมาเพื่อรองรับงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูง เช่น การฝึก AI, การทำนายข้อมูลด้วย AI, และการประมวลผลความเร็วสูง

    เพื่อเข้าร่วมทดสอบ ผู้สมัครต้องกรอกแบบฟอร์มบนเว็บไซต์ Gigabyte Launchpad และโครงการที่เสนอต้องมีความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์หรือมีความคิดสร้างสรรค์ที่น่าสนใจ ทางบริษัทจะพิจารณาใบสมัครและแจ้งผลให้ผู้สมัครทราบภายในสามวันทำการ โดยระยะเวลาการทดสอบสามารถขยายได้ถึงสองสัปดาห์ผ่านการติดต่อกับตัวแทนขาย

    ซูเปอร์คอมพิวเตอร์รุ่นนี้มีคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยม เช่น การรองรับโปรเซสเซอร์ AMD MI300A APUs ซึ่งรวมทั้ง CPU และ GPU ไว้ด้วยกันเพื่อการประมวลผลที่รวดเร็ว นอกจากนี้ ยังมีหน่วยเก็บข้อมูลแบบ NVMe ที่รองรับความจุถึง 61.44TB และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 10Gb/s Ethernet

    https://www.techradar.com/pro/want-to-rent-a-usd300-000-amd-mi300a-supercomputer-for-free-for-seven-days-gigabyte-wants-to-hear-from-you-asap
    บริษัท Gigabyte ได้เปิดโอกาสให้บุคคลหรือองค์กรที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีโครงการที่น่าสนใจ สามารถทดสอบซูเปอร์คอมพิวเตอร์รุ่น G383-R80 ที่ใช้โปรเซสเซอร์ AMD MI300A ได้ฟรีเป็นเวลา 7 วัน ซูเปอร์คอมพิวเตอร์นี้มีมูลค่าถึง $304,207 หรือประมาณ 10,000,000 บาท และถูกออกแบบมาเพื่อรองรับงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูง เช่น การฝึก AI, การทำนายข้อมูลด้วย AI, และการประมวลผลความเร็วสูง เพื่อเข้าร่วมทดสอบ ผู้สมัครต้องกรอกแบบฟอร์มบนเว็บไซต์ Gigabyte Launchpad และโครงการที่เสนอต้องมีความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์หรือมีความคิดสร้างสรรค์ที่น่าสนใจ ทางบริษัทจะพิจารณาใบสมัครและแจ้งผลให้ผู้สมัครทราบภายในสามวันทำการ โดยระยะเวลาการทดสอบสามารถขยายได้ถึงสองสัปดาห์ผ่านการติดต่อกับตัวแทนขาย ซูเปอร์คอมพิวเตอร์รุ่นนี้มีคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยม เช่น การรองรับโปรเซสเซอร์ AMD MI300A APUs ซึ่งรวมทั้ง CPU และ GPU ไว้ด้วยกันเพื่อการประมวลผลที่รวดเร็ว นอกจากนี้ ยังมีหน่วยเก็บข้อมูลแบบ NVMe ที่รองรับความจุถึง 61.44TB และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 10Gb/s Ethernet https://www.techradar.com/pro/want-to-rent-a-usd300-000-amd-mi300a-supercomputer-for-free-for-seven-days-gigabyte-wants-to-hear-from-you-asap
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 419 มุมมอง 0 รีวิว
  • บริษัท BlackRock กำลังเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับบิทคอยน์ (bitcoin exchange-traded product) ในยุโรปในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อให้ผู้จัดการกองทุนและผู้บริโภคทั่วไปสามารถเข้าถึงการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี่ได้มากขึ้น แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์นี้จะถูกจดทะเบียนในสวิตเซอร์แลนด์

    ที่ผ่านมา BlackRock เป็นหนึ่งในนักลงทุนสถาบันรายแรกที่เสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ติดตามราคาจริงของบิทคอยน์ หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) อนุมัติผลิตภัณฑ์ในเดือนมกราคม 2024 การเคลื่อนไหวนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยเพิ่มความหวังให้กับอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซี่ว่าคริปโตจะเป็นส่วนหนึ่งของการเงินกระแสหลักมากขึ้น

    ผลิตภัณฑ์บิทคอยน์ของ BlackRock ชื่อ IBIT ได้รับความนิยมอย่างมาก มีสินทรัพย์สุทธิถึง $57.5 พันล้าน ณ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2025 อย่างไรก็ตาม นักลงทุนทั่วโลกบางส่วนไม่สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ได้

    ตลาดคริปโตในยุโรปกำลังเผชิญกับการควบคุมที่เข้มงวดมากขึ้น โดยสหภาพยุโรปได้เริ่มใช้กรอบการกำกับดูแลคริปโตที่เรียกว่า Markets in Crypto-Assets Regulation (MiCA) ตั้งแต่ต้นปี 2023 ทำให้บริษัทในยุโรปต้องปรับตัวและปฏิบัติตามกฎระเบียบใหม่เหล่านี้

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/02/06/blackrock-prepares-to-launch-bitcoin-exchange-traded-product-in-europe-source-says
    บริษัท BlackRock กำลังเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับบิทคอยน์ (bitcoin exchange-traded product) ในยุโรปในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อให้ผู้จัดการกองทุนและผู้บริโภคทั่วไปสามารถเข้าถึงการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี่ได้มากขึ้น แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์นี้จะถูกจดทะเบียนในสวิตเซอร์แลนด์ ที่ผ่านมา BlackRock เป็นหนึ่งในนักลงทุนสถาบันรายแรกที่เสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ติดตามราคาจริงของบิทคอยน์ หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) อนุมัติผลิตภัณฑ์ในเดือนมกราคม 2024 การเคลื่อนไหวนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยเพิ่มความหวังให้กับอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซี่ว่าคริปโตจะเป็นส่วนหนึ่งของการเงินกระแสหลักมากขึ้น ผลิตภัณฑ์บิทคอยน์ของ BlackRock ชื่อ IBIT ได้รับความนิยมอย่างมาก มีสินทรัพย์สุทธิถึง $57.5 พันล้าน ณ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2025 อย่างไรก็ตาม นักลงทุนทั่วโลกบางส่วนไม่สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ได้ ตลาดคริปโตในยุโรปกำลังเผชิญกับการควบคุมที่เข้มงวดมากขึ้น โดยสหภาพยุโรปได้เริ่มใช้กรอบการกำกับดูแลคริปโตที่เรียกว่า Markets in Crypto-Assets Regulation (MiCA) ตั้งแต่ต้นปี 2023 ทำให้บริษัทในยุโรปต้องปรับตัวและปฏิบัติตามกฎระเบียบใหม่เหล่านี้ https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/02/06/blackrock-prepares-to-launch-bitcoin-exchange-traded-product-in-europe-source-says
    WWW.THESTAR.COM.MY
    BlackRock prepares to launch bitcoin exchange-traded product in Europe, source says
    LONDON (Reuters) - BlackRock is gearing up to launch a bitcoin exchange-traded product in Europe within weeks, a source familiar with the matter told Reuters, amid growing demand for exposure to cryptocurrencies from both money managers and consumers.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 557 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทาง Qualcomm โดยประธานบริหารของบริษัท Cristiano Amon ได้ประกาศเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า Arm Holdings ได้ยกเลิกการขู่ที่จะยุติสัญญาการใช้เทคโนโลยีระหว่างสองบริษัทนี้แล้ว และไม่มีแผนที่จะยุติสัญญาดังกล่าวในขณะนี้

    เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เมื่อ Arm ขู่ที่จะยุติสัญญาการใช้เทคโนโลยีของ Qualcomm เนื่องจากข้อพิพาทเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ใช้ในชิปของ Qualcomm สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา Qualcomm ชนะการพิจารณาคดีในข้อพิพาทนี้

    ในระหว่างการรายงานผลประกอบการรายไตรมาสของ Qualcomm เมื่อวันพุธที่ผ่านมา Amon ได้กล่าวว่า Arm ได้ยกเลิกการขู่และไม่มีแผนที่จะยุติสัญญากับ Qualcomm ในขณะนี้ นั่นหมายความว่าทั้งสองบริษัทยังคงมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่แข็งแกร่งและพร้อมที่จะทำงานร่วมกันต่อไปในอนาคต

    Qualcomm ชนะการพิจารณาคดีในข้อพิพาทนี้ทำให้บริษัทสามารถใช้เทคโนโลยีของ Arm ต่อไปได้อย่างไม่ต้องกังวล ซึ่งมีผลกระทบเชิงบวกต่อการพัฒนาชิปใหม่ ๆ และการขยายตลาดของ Qualcomm ในอนาคต

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/02/06/qualcomm-says-arm-has-withdrawn-breach-claims-has-no-plans-to-terminate-license-deal
    ทาง Qualcomm โดยประธานบริหารของบริษัท Cristiano Amon ได้ประกาศเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า Arm Holdings ได้ยกเลิกการขู่ที่จะยุติสัญญาการใช้เทคโนโลยีระหว่างสองบริษัทนี้แล้ว และไม่มีแผนที่จะยุติสัญญาดังกล่าวในขณะนี้ เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เมื่อ Arm ขู่ที่จะยุติสัญญาการใช้เทคโนโลยีของ Qualcomm เนื่องจากข้อพิพาทเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ใช้ในชิปของ Qualcomm สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา Qualcomm ชนะการพิจารณาคดีในข้อพิพาทนี้ ในระหว่างการรายงานผลประกอบการรายไตรมาสของ Qualcomm เมื่อวันพุธที่ผ่านมา Amon ได้กล่าวว่า Arm ได้ยกเลิกการขู่และไม่มีแผนที่จะยุติสัญญากับ Qualcomm ในขณะนี้ นั่นหมายความว่าทั้งสองบริษัทยังคงมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่แข็งแกร่งและพร้อมที่จะทำงานร่วมกันต่อไปในอนาคต Qualcomm ชนะการพิจารณาคดีในข้อพิพาทนี้ทำให้บริษัทสามารถใช้เทคโนโลยีของ Arm ต่อไปได้อย่างไม่ต้องกังวล ซึ่งมีผลกระทบเชิงบวกต่อการพัฒนาชิปใหม่ ๆ และการขยายตลาดของ Qualcomm ในอนาคต https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/02/06/qualcomm-says-arm-has-withdrawn-breach-claims-has-no-plans-to-terminate-license-deal
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Qualcomm says Arm has withdrawn breach claims, has no plans to terminate license deal
    (Reuters) - Qualcomm's Chief Executive Officer Cristiano Amon on Wednesday said Arm Holdings has withdrawn a threat to terminate Qualcomm's license agreement with the technology provider.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 167 มุมมอง 0 รีวิว
  • บริษัท Arm Holdings ผู้ให้บริการเทคโนโลยีชิปที่ได้ปรับลดคาดการณ์รายได้ตลอดทั้งปี ซึ่งทำให้หุ้นของบริษัทลดลงประมาณ 6% ในการซื้อขายหลังเวลาทำการ รายงานนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Arm ประกาศรายได้ไตรมาสที่สี่ที่ดีกว่าที่ Wall Street คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

    ตั้งแต่ที่ Arm เข้าตลาดหุ้นในปี 2023 มูลค่าตลาดของบริษัทได้เพิ่มขึ้นกว่าสามเท่า เนื่องจากนักลงทุนเชื่อมั่นว่า Arm จะได้รับส่วนแบ่งสำคัญจากการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งทำให้ Nvidia กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก อย่างไรก็ตาม Arm ไม่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตในช่วงบูมมากเท่าไร เนื่องจากบริษัททำรายได้จากการขึ้นค่าธรรมเนียมลิขสิทธิ์และค่าตอบแทนจากชิปที่ขายโดยบริษัทอื่น ๆ

    รายได้สำหรับทั้งปี Arm ได้ปรับลดลงมาที่ $3.94 พันล้าน ถึง $4.04 พันล้าน จากช่วงเดิมที่ $3.8 พันล้าน ถึง $4.1 พันล้าน ทั้งนี้ คาดการณ์รายได้สำหรับไตรมาสที่สี่อยู่ระหว่าง $1.18 พันล้าน ถึง $1.28 พันล้าน ซึ่งดีกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ $1.22 พันล้าน

    เทคโนโลยี Armv9 ซึ่งถูกใช้ในชิปที่ขับเคลื่อน iPhone รุ่นล่าสุดของ Apple มีโครงสร้างการทำข้อตกลงที่สามารถเพิ่มค่าธรรมเนียมได้ในแต่ละรุ่นใหม่ที่ออกมา นอกจากนี้ Arm ยังมีบทบาทสำคัญในโครงการ Stargate ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน AI มูลค่า $500 พันล้าน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก SoftBank, Oracle, และ Arm เอง

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/02/06/chip-tech-provider-arm-narrows-full-year-forecast-stock-falls
    บริษัท Arm Holdings ผู้ให้บริการเทคโนโลยีชิปที่ได้ปรับลดคาดการณ์รายได้ตลอดทั้งปี ซึ่งทำให้หุ้นของบริษัทลดลงประมาณ 6% ในการซื้อขายหลังเวลาทำการ รายงานนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Arm ประกาศรายได้ไตรมาสที่สี่ที่ดีกว่าที่ Wall Street คาดการณ์ไว้เล็กน้อย ตั้งแต่ที่ Arm เข้าตลาดหุ้นในปี 2023 มูลค่าตลาดของบริษัทได้เพิ่มขึ้นกว่าสามเท่า เนื่องจากนักลงทุนเชื่อมั่นว่า Arm จะได้รับส่วนแบ่งสำคัญจากการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งทำให้ Nvidia กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก อย่างไรก็ตาม Arm ไม่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตในช่วงบูมมากเท่าไร เนื่องจากบริษัททำรายได้จากการขึ้นค่าธรรมเนียมลิขสิทธิ์และค่าตอบแทนจากชิปที่ขายโดยบริษัทอื่น ๆ รายได้สำหรับทั้งปี Arm ได้ปรับลดลงมาที่ $3.94 พันล้าน ถึง $4.04 พันล้าน จากช่วงเดิมที่ $3.8 พันล้าน ถึง $4.1 พันล้าน ทั้งนี้ คาดการณ์รายได้สำหรับไตรมาสที่สี่อยู่ระหว่าง $1.18 พันล้าน ถึง $1.28 พันล้าน ซึ่งดีกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ $1.22 พันล้าน เทคโนโลยี Armv9 ซึ่งถูกใช้ในชิปที่ขับเคลื่อน iPhone รุ่นล่าสุดของ Apple มีโครงสร้างการทำข้อตกลงที่สามารถเพิ่มค่าธรรมเนียมได้ในแต่ละรุ่นใหม่ที่ออกมา นอกจากนี้ Arm ยังมีบทบาทสำคัญในโครงการ Stargate ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน AI มูลค่า $500 พันล้าน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก SoftBank, Oracle, และ Arm เอง https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/02/06/chip-tech-provider-arm-narrows-full-year-forecast-stock-falls
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Chip tech provider Arm narrows full-year forecast, stock plunges
    SAN FRANCISCO (Reuters) -Chip tech provider Arm Holdings said on Wednesday it will no longer meet the top end of its previous full-year guidance, but slightly topped Wall Street's current-quarter expectations.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 372 มุมมอง 0 รีวิว
  • ในงานประชุม State of Open 2025 ที่ลอนดอน มีการพูดคุยถึงบทบาทของ Meta และความพยายามของ Mark Zuckerberg ซีอีโอของบริษัท ที่ต้องการเปลี่ยนความหมายของคำว่า "open source" ให้เข้ากับการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI)

    แต่ความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะหลายโปรแกรมที่สำคัญของ AI ไม่ได้เป็น open source ตามที่ Zuckerberg อ้างอย่างเช่น Meta’s Llama นั้นไม่ได้เปิดแหล่งที่มาแบบสมบูรณ์ตามมาตรฐานที่กำหนดโดย Open Source Initiative (OSI) เนื่องจากขาดข้อมูลสำคัญในการฝึกอบรมและวิธีการ รวมถึงยังมีข้อจำกัดในการใช้งานที่ทำให้ผู้ใช้ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหากพัฒนา AI ที่ใช้โค้ดของ Llama

    Emily Omier ผู้เชี่ยวชาญด้าน open source กล่าวว่า "open source" ไม่ได้เป็นมาตรฐานแบบสเปกตรัม แต่เป็นมาตรฐานแบบไบนารี นั่นคือถ้ามีใบอนุญาตที่ได้รับการอนุมัติจาก OSI ก็ถือว่าเป็น open source แต่ถ้าไม่มีใบอนุญาตนั้น ก็ไม่ใช่ open source

    นี่จึงเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพยายามของ Meta ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงความหมายของ open source เพื่อประโยชน์ของตน โดยหวังว่าจะสามารถเข้าข้อยกเว้นในกฎหมาย AI ของสหภาพยุโรป ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มหาศาล

    Stefano Maffulli ผู้บริหารของ OSI ได้กล่าวว่า Zuckerberg กำลังพยายาม "บังคับ" ให้วงการตามแนวทางของตน และยังเป็นความพยายามในการ "เบี่ยงเบน" ความหมายของคำว่า open source ให้เป็นไปตามที่ Meta ต้องการ เพื่อสร้างประโยชน์ทางการเงินให้กับบริษัท

    Peter Zaitsev ผู้ร่วมก่อตั้ง Percona กล่าวเสริมว่า "Zuckerberg กำลังทำให้คำว่า open source มีความสับสนเพื่อหลอกลวงผู้กำกับดูแล"

    https://www.zdnet.com/article/why-mark-zuckerberg-wants-to-redefine-open-source-so-badly/
    ในงานประชุม State of Open 2025 ที่ลอนดอน มีการพูดคุยถึงบทบาทของ Meta และความพยายามของ Mark Zuckerberg ซีอีโอของบริษัท ที่ต้องการเปลี่ยนความหมายของคำว่า "open source" ให้เข้ากับการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) แต่ความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะหลายโปรแกรมที่สำคัญของ AI ไม่ได้เป็น open source ตามที่ Zuckerberg อ้างอย่างเช่น Meta’s Llama นั้นไม่ได้เปิดแหล่งที่มาแบบสมบูรณ์ตามมาตรฐานที่กำหนดโดย Open Source Initiative (OSI) เนื่องจากขาดข้อมูลสำคัญในการฝึกอบรมและวิธีการ รวมถึงยังมีข้อจำกัดในการใช้งานที่ทำให้ผู้ใช้ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหากพัฒนา AI ที่ใช้โค้ดของ Llama Emily Omier ผู้เชี่ยวชาญด้าน open source กล่าวว่า "open source" ไม่ได้เป็นมาตรฐานแบบสเปกตรัม แต่เป็นมาตรฐานแบบไบนารี นั่นคือถ้ามีใบอนุญาตที่ได้รับการอนุมัติจาก OSI ก็ถือว่าเป็น open source แต่ถ้าไม่มีใบอนุญาตนั้น ก็ไม่ใช่ open source นี่จึงเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพยายามของ Meta ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงความหมายของ open source เพื่อประโยชน์ของตน โดยหวังว่าจะสามารถเข้าข้อยกเว้นในกฎหมาย AI ของสหภาพยุโรป ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มหาศาล Stefano Maffulli ผู้บริหารของ OSI ได้กล่าวว่า Zuckerberg กำลังพยายาม "บังคับ" ให้วงการตามแนวทางของตน และยังเป็นความพยายามในการ "เบี่ยงเบน" ความหมายของคำว่า open source ให้เป็นไปตามที่ Meta ต้องการ เพื่อสร้างประโยชน์ทางการเงินให้กับบริษัท Peter Zaitsev ผู้ร่วมก่อตั้ง Percona กล่าวเสริมว่า "Zuckerberg กำลังทำให้คำว่า open source มีความสับสนเพื่อหลอกลวงผู้กำกับดูแล" https://www.zdnet.com/article/why-mark-zuckerberg-wants-to-redefine-open-source-so-badly/
    WWW.ZDNET.COM
    Why Mark Zuckerberg wants to redefine open source so badly
    For these open source experts, it's all about standards. For Meta, it's all about the money.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 321 มุมมอง 0 รีวิว
  • 0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 68 มุมมอง 0 รีวิว
  • เปิดประวัติ 'สุชาติ' ประธาน ป.ป.ช.คนใหม่ เตรียมแจ้งข้อกล่าวหาคดีแก้ 112
    .
    ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติ 5 ต่อ 2 เลือก นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข อดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งมีนบุรี เป็นประธานป.ป.ช. ซึ่งจะทำหน้าที่ไปจนถึงวันที่ 9 กรกฎาคม 2570 หลังจากนายสุชาติได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็น กรรมการ ป.ป.ช. ตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2563 สำหรับประวัติ นายสุชาติ สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีนิติศาสตรบัณทิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง/เนติบัณทิตไทย เนติบัณทิตย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นิติศาสตร์ มหาบัณทิต มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ นอกจากนี้ เคยทำหน้าที่ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสุโขทัย แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว รองอธิบดีผู้พิพากษาแรงงานกลาง ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ คดีชำนัญพิเศษ อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งมีนบุรี
    .
    ขณะที่ ความคืบหน้าคดีสำคัญที่อยู่ในมือป.ป.ช.นั้น นายสาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้าการพิจารณา เรื่องร้องเรียนจริยธรรมร้ายแรงกับ 44 ส.ส. อดีตพรรคก้าวไกล ที่เข้าชื่อแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 ยังคงเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการไต่สวน ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน โดยตามขั้นตอนนั้น เมื่อคณะกรรมการไต่สวน รวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะพิจารณาว่า มีข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่ หากมีหลักฐานเพียงพอก็จะแจ้งข้อกล่าวหา แต่หากไต่สวนแล้วพบว่า การกระทำนั้นไม่มีความผิด ก็จะสรุปสำนวนว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล ก่อนจะเสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณา
    .
    นายสาโรจน์ กล่าวอีกว่า การแจ้งข้อกล่าวหาจะใช้เวลาอีกไม่นาน เพราะการไต่สวนรวบรวมพยานหลักฐานที่ได้รับรายงานมานั้น ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานค่อนข้างครบถ้วนแล้ว แต่เมื่อสรุปสำนวนเสนอคณะกรรมการไต่สวน ก็เป็นดุลยพินิจของคณะกรรมการไต่สวนว่า หลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาไปทางใดทางหนึ่งแล้วหรือไม่ แต่ส่วนตัวเชื่อว่าใช้เวลาอีกไม่นาน
    .
    เมื่อผู้สื่อข่าวถามยํ้าว่า ภายในปีนี้ จะได้เห็นการชี้มูลความผิด 44 ส.ส.ที่ถูกร้องเรียนหรือไม่ นายสาโรจน์ ตอบว่า ตามความเห็นส่วนตัว หากไต่สวนครบถ้วน และมีพยานหลักฐานชัดเจน ก็สามารถพิจารณาได้ภายใน 1-2 เดือนนี้ แต่การพิจารณานั้น ไม่ได้หมายความว่าจะไปถึงขั้นตอนชี้มูล เพราะตามขั้นตอน จะต้องมีการแจ้งข้อกล่าวหาก่อน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาได้ชี้แจง ซึ่งหากมีการชี้แจงแล้วก็จะมีการสรุปสำนวน และพิจารณาว่าคำชี้แจงฟังขึ้นหรือไม่ และข้อกล่าวหามีมูลหรือไม่ ทั้งนี้ ตามกรอบระยะเวลาภาพใหญ่ คาดว่าอาจจะชัดเจนภายในปีนี้ หากไม่มีข้อเท็จจริงที่ตัองไปดำเนินการเพิ่มเติมมาก
    ..............
    Sondhi X
    เปิดประวัติ 'สุชาติ' ประธาน ป.ป.ช.คนใหม่ เตรียมแจ้งข้อกล่าวหาคดีแก้ 112 . ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติ 5 ต่อ 2 เลือก นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข อดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งมีนบุรี เป็นประธานป.ป.ช. ซึ่งจะทำหน้าที่ไปจนถึงวันที่ 9 กรกฎาคม 2570 หลังจากนายสุชาติได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็น กรรมการ ป.ป.ช. ตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2563 สำหรับประวัติ นายสุชาติ สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีนิติศาสตรบัณทิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง/เนติบัณทิตไทย เนติบัณทิตย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นิติศาสตร์ มหาบัณทิต มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ นอกจากนี้ เคยทำหน้าที่ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสุโขทัย แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว รองอธิบดีผู้พิพากษาแรงงานกลาง ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ คดีชำนัญพิเศษ อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งมีนบุรี . ขณะที่ ความคืบหน้าคดีสำคัญที่อยู่ในมือป.ป.ช.นั้น นายสาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้าการพิจารณา เรื่องร้องเรียนจริยธรรมร้ายแรงกับ 44 ส.ส. อดีตพรรคก้าวไกล ที่เข้าชื่อแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 ยังคงเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการไต่สวน ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน โดยตามขั้นตอนนั้น เมื่อคณะกรรมการไต่สวน รวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะพิจารณาว่า มีข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่ หากมีหลักฐานเพียงพอก็จะแจ้งข้อกล่าวหา แต่หากไต่สวนแล้วพบว่า การกระทำนั้นไม่มีความผิด ก็จะสรุปสำนวนว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล ก่อนจะเสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณา . นายสาโรจน์ กล่าวอีกว่า การแจ้งข้อกล่าวหาจะใช้เวลาอีกไม่นาน เพราะการไต่สวนรวบรวมพยานหลักฐานที่ได้รับรายงานมานั้น ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานค่อนข้างครบถ้วนแล้ว แต่เมื่อสรุปสำนวนเสนอคณะกรรมการไต่สวน ก็เป็นดุลยพินิจของคณะกรรมการไต่สวนว่า หลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาไปทางใดทางหนึ่งแล้วหรือไม่ แต่ส่วนตัวเชื่อว่าใช้เวลาอีกไม่นาน . เมื่อผู้สื่อข่าวถามยํ้าว่า ภายในปีนี้ จะได้เห็นการชี้มูลความผิด 44 ส.ส.ที่ถูกร้องเรียนหรือไม่ นายสาโรจน์ ตอบว่า ตามความเห็นส่วนตัว หากไต่สวนครบถ้วน และมีพยานหลักฐานชัดเจน ก็สามารถพิจารณาได้ภายใน 1-2 เดือนนี้ แต่การพิจารณานั้น ไม่ได้หมายความว่าจะไปถึงขั้นตอนชี้มูล เพราะตามขั้นตอน จะต้องมีการแจ้งข้อกล่าวหาก่อน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาได้ชี้แจง ซึ่งหากมีการชี้แจงแล้วก็จะมีการสรุปสำนวน และพิจารณาว่าคำชี้แจงฟังขึ้นหรือไม่ และข้อกล่าวหามีมูลหรือไม่ ทั้งนี้ ตามกรอบระยะเวลาภาพใหญ่ คาดว่าอาจจะชัดเจนภายในปีนี้ หากไม่มีข้อเท็จจริงที่ตัองไปดำเนินการเพิ่มเติมมาก .............. Sondhi X
    Like
    22
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 2832 มุมมอง 0 รีวิว
  • ByteDance ได้เปิดตัวระบบ AI ใหม่ชื่อ OmniHuman-1 ที่สามารถสร้างวิดีโอลวงตา (deepfake) ได้เหมือนจริงเกือบแยกไม่ออก โดยระบบนี้สามารถสร้างวิดีโอที่เหมือนจริงได้จากเพียงภาพถ่ายเดียวและคลิปเสียง ระบบยังสามารถปรับแต่งองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น อัตราส่วนภาพและการจัดองค์ประกอบของร่างกายได้ ระบบ AI นี้ยังสามารถแก้ไขวิดีโอที่มีอยู่ เช่น การแก้ไขการเคลื่อนไหวของร่างกายและท่าทางได้อย่างแม่นยำ

    ระบบ OmniHuman-1 นี้ถูกฝึกอบรมด้วยข้อมูลวิดีโอจำนวน 18,700 ชั่วโมง โดยใช้วิธีการที่เรียกว่า "omni-conditions" ที่ทำให้ AI สามารถเรียนรู้จากแหล่งข้อมูลหลาย ๆ แหล่งพร้อมกัน เช่น ข้อความ เสียง และท่าทางของร่างกาย

    อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีนี้มีข้อกังวลเกี่ยวกับการใช้งานในทางที่ผิด เช่น การใช้เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเท็จ การฉ้อโกง และการกระทำที่ไม่เหมาะสมอื่น ๆ ในช่วงปี 2024 มีหลายกรณีที่วิดีโอลวงตาถูกใช้เพื่อหลอกลวงผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งและการฉ้อโกงทางการเงิน เช่น กรณีของผู้หลอกลวงที่แสร้งเป็น Brad Pitt เพื่อหลอกลวงผู้หญิงคนหนึ่งและได้เงินไปถึง $850,000

    มีผู้เชี่ยวชาญด้านจริยธรรมของ AI จำนวนมากได้เรียกร้องให้มีการออกกฎระเบียบเกี่ยวกับวิดีโอลวงตา และบางรัฐในสหรัฐฯ ได้ออกกฎหมายห้ามการใช้งานวิดีโอลวงตาเพื่อกระทำการไม่เหมาะสม แต่ยังไม่มีกฎหมายควบคุมอย่างครอบคลุมทั่วประเทศ

    ByteDance ยังไม่ได้เผยแพร่ระบบ OmniHuman-1 ให้กับสาธารณะ แต่สามารถอ่านงานวิจัยเกี่ยวกับโมเดลนี้ได้ที่
    https://arxiv.org/abs/2502.01061v1

    https://www.techspot.com/news/106648-bytedance-unveils-deepfake-model-may-most-realistic.html
    ByteDance ได้เปิดตัวระบบ AI ใหม่ชื่อ OmniHuman-1 ที่สามารถสร้างวิดีโอลวงตา (deepfake) ได้เหมือนจริงเกือบแยกไม่ออก โดยระบบนี้สามารถสร้างวิดีโอที่เหมือนจริงได้จากเพียงภาพถ่ายเดียวและคลิปเสียง ระบบยังสามารถปรับแต่งองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น อัตราส่วนภาพและการจัดองค์ประกอบของร่างกายได้ ระบบ AI นี้ยังสามารถแก้ไขวิดีโอที่มีอยู่ เช่น การแก้ไขการเคลื่อนไหวของร่างกายและท่าทางได้อย่างแม่นยำ ระบบ OmniHuman-1 นี้ถูกฝึกอบรมด้วยข้อมูลวิดีโอจำนวน 18,700 ชั่วโมง โดยใช้วิธีการที่เรียกว่า "omni-conditions" ที่ทำให้ AI สามารถเรียนรู้จากแหล่งข้อมูลหลาย ๆ แหล่งพร้อมกัน เช่น ข้อความ เสียง และท่าทางของร่างกาย อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีนี้มีข้อกังวลเกี่ยวกับการใช้งานในทางที่ผิด เช่น การใช้เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเท็จ การฉ้อโกง และการกระทำที่ไม่เหมาะสมอื่น ๆ ในช่วงปี 2024 มีหลายกรณีที่วิดีโอลวงตาถูกใช้เพื่อหลอกลวงผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งและการฉ้อโกงทางการเงิน เช่น กรณีของผู้หลอกลวงที่แสร้งเป็น Brad Pitt เพื่อหลอกลวงผู้หญิงคนหนึ่งและได้เงินไปถึง $850,000 มีผู้เชี่ยวชาญด้านจริยธรรมของ AI จำนวนมากได้เรียกร้องให้มีการออกกฎระเบียบเกี่ยวกับวิดีโอลวงตา และบางรัฐในสหรัฐฯ ได้ออกกฎหมายห้ามการใช้งานวิดีโอลวงตาเพื่อกระทำการไม่เหมาะสม แต่ยังไม่มีกฎหมายควบคุมอย่างครอบคลุมทั่วประเทศ ByteDance ยังไม่ได้เผยแพร่ระบบ OmniHuman-1 ให้กับสาธารณะ แต่สามารถอ่านงานวิจัยเกี่ยวกับโมเดลนี้ได้ที่ https://arxiv.org/abs/2502.01061v1 https://www.techspot.com/news/106648-bytedance-unveils-deepfake-model-may-most-realistic.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    ByteDance's OmniHuman-1 may be the most realistic deepfake algorithm yet
    We may be well past the uncanny valley point right now. OmniHuman-1's fake videos look startlingly lifelike, and the model's deepfake outputs are perhaps the most realistic...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 503 มุมมอง 0 รีวิว
  • Google ซึ่งเคยมีหลักการนำ AI ไปใช้งานในแบบที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย ได้ทำการเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้โดยการเปิดโอกาสให้พัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอาวุธ นโยบายใหม่นี้ถูกสังเกตครั้งแรกโดย Bloomberg ซึ่งได้พบว่า Google ได้ลบข้อความสำคัญในหลักการ AI ของตนที่เคยระบุไว้ว่าจะไม่พัฒนาเทคโนโลยีที่ "อาจก่อให้เกิดความเสียหาย" รวมถึงอาวุธด้วย

    ในคำตอบต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ Google ได้ชี้ไปที่บล็อกโพสต์ที่เผยแพร่โดย James Manyika รองประธานอาวุโสของ Google และ Demis Hassabis ผู้บริหาร Google DeepMind ซึ่งกล่าวว่าประชาธิปไตยควรเป็นผู้นำในการพัฒนา AI โดยมีค่านิยมหลัก เช่น เสรีภาพ ความเท่าเทียมกัน และการเคารพสิทธิมนุษยชน

    การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้เกิดความกังวลในหมู่นักวิชาการด้าน AI โดย Margaret Mitchell อดีตหัวหน้าทีม AI ของ Google และปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ที่ Hugging Face ได้กล่าวว่า "การลบข้อความเรื่องความเสียหายออกไปนั้นหมายความว่า Google อาจกำลังพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถฆ่าคนได้โดยตรง"

    แม้ว่า Google จะยืนยันว่า AI ของตนจะไม่ถูกใช้ในการทำลายมนุษย์ แต่การที่บริษัทเริ่มทำงานร่วมกับหน่วยงานทหารมากขึ้น เช่น การให้บริการคลาวด์กับกองทัพสหรัฐและอิสราเอล ก็ทำให้เกิดความกังวลภายในบริษัทเอง

    สิ่งที่น่าสนใจเพิ่มเติมคือ Google คาดหวังว่าจะได้รับทุนวิจัยและพัฒนาจากแหล่งรัฐบาลมากขึ้น ทำให้การพัฒนา AI ของ Google ก้าวหน้าเร็วขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยให้ Google สามารถแข่งขันกับบริษัทคู่แข่งที่มีส่วนร่วมในโครงการ AI ทหารอยู่แล้วได้มากขึ้น

    สรุปแล้ว Google ได้เปลี่ยนนโยบาย AI ที่เคยยึดหลักไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย โดยการเปิดโอกาสให้พัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอาวุธ การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้เกิดความกังวลและวิจารณ์จากผู้เชี่ยวชาญ แต่ก็มีโอกาสที่จะทำให้การพัฒนา AI ก้าวหน้าเร็วขึ้น

    https://www.techspot.com/news/106646-google-abandons-do-no-harm-ai-stance-opens.html
    Google ซึ่งเคยมีหลักการนำ AI ไปใช้งานในแบบที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย ได้ทำการเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้โดยการเปิดโอกาสให้พัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอาวุธ นโยบายใหม่นี้ถูกสังเกตครั้งแรกโดย Bloomberg ซึ่งได้พบว่า Google ได้ลบข้อความสำคัญในหลักการ AI ของตนที่เคยระบุไว้ว่าจะไม่พัฒนาเทคโนโลยีที่ "อาจก่อให้เกิดความเสียหาย" รวมถึงอาวุธด้วย ในคำตอบต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ Google ได้ชี้ไปที่บล็อกโพสต์ที่เผยแพร่โดย James Manyika รองประธานอาวุโสของ Google และ Demis Hassabis ผู้บริหาร Google DeepMind ซึ่งกล่าวว่าประชาธิปไตยควรเป็นผู้นำในการพัฒนา AI โดยมีค่านิยมหลัก เช่น เสรีภาพ ความเท่าเทียมกัน และการเคารพสิทธิมนุษยชน การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้เกิดความกังวลในหมู่นักวิชาการด้าน AI โดย Margaret Mitchell อดีตหัวหน้าทีม AI ของ Google และปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ที่ Hugging Face ได้กล่าวว่า "การลบข้อความเรื่องความเสียหายออกไปนั้นหมายความว่า Google อาจกำลังพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถฆ่าคนได้โดยตรง" แม้ว่า Google จะยืนยันว่า AI ของตนจะไม่ถูกใช้ในการทำลายมนุษย์ แต่การที่บริษัทเริ่มทำงานร่วมกับหน่วยงานทหารมากขึ้น เช่น การให้บริการคลาวด์กับกองทัพสหรัฐและอิสราเอล ก็ทำให้เกิดความกังวลภายในบริษัทเอง สิ่งที่น่าสนใจเพิ่มเติมคือ Google คาดหวังว่าจะได้รับทุนวิจัยและพัฒนาจากแหล่งรัฐบาลมากขึ้น ทำให้การพัฒนา AI ของ Google ก้าวหน้าเร็วขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยให้ Google สามารถแข่งขันกับบริษัทคู่แข่งที่มีส่วนร่วมในโครงการ AI ทหารอยู่แล้วได้มากขึ้น สรุปแล้ว Google ได้เปลี่ยนนโยบาย AI ที่เคยยึดหลักไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย โดยการเปิดโอกาสให้พัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอาวุธ การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้เกิดความกังวลและวิจารณ์จากผู้เชี่ยวชาญ แต่ก็มีโอกาสที่จะทำให้การพัฒนา AI ก้าวหน้าเร็วขึ้น https://www.techspot.com/news/106646-google-abandons-do-no-harm-ai-stance-opens.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Google abandons 'do no harm' AI stance, opens door to military weapons
    This change, first noticed by Bloomberg, marks a shift from the company's earlier stance on responsible AI development.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 338 มุมมอง 0 รีวิว
  • ห้องสมุดสาธารณะกำลังเผชิญกับปัญหาหนังสือที่สร้างจาก AI ซึ่งเต็มไปด้วยเนื้อหาคุณภาพต่ำและทำให้การตรวจสอบยากขึ้น ข่าวนี้เปิดเผยว่าหลายบริษัทที่ให้บริการหนังสือดิจิทัลแก่ห้องสมุด ไม่สามารถควบคุมปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    บริษัท OverDrive และ Hoopla ที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการให้ยืมอีบุ๊ค กำลังประสบปัญหาในการกรองเนื้อหาคุณภาพต่ำที่สร้างจาก AI โดย OverDrive อนุญาตให้ห้องสมุดคัดเลือกหนังสือที่จะเสนอ ส่วน Hoopla ให้เข้าถึงแคตาล็อกทั้งหมดได้โดยไม่มีการกรอง ทำให้มีเนื้อหาปลอม (vendor slurry) มากมายเข้ามาในระบบ

    ตัวอย่างหนึ่งของปัญหานี้คือบริษัท IRB Media ที่มีหนังสือหลายร้อยเล่มบน Hoopla ซึ่งเป็นสรุปที่สร้างจาก AI ของหนังสือที่มีอยู่แล้ว การให้ยืมเนื้อหาที่ไม่มีคุณภาพนี้ทำให้ห้องสมุดต้องเสียค่าใช้จ่ายโดยไม่ได้รับประโยชน์ใด ๆ กลับมา

    สองปีที่แล้ว กลุ่ม Library Futures และ Library Freedom Project ได้เรียกร้องให้ Hoopla และ OverDrive แก้ไขปัญหาหนังสือคุณภาพต่ำ โดยเฉพาะหนังสือที่ปฏิเสธการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของชาวยิวหรือแสดงความเกลียดชังต่อชนกลุ่มน้อย Hoopla ได้ลบหนังสือที่มีปัญหาออก แต่ระบบอัตโนมัติและการตรวจสอบด้วยมนุษย์ยังไม่เพียงพอในการป้องกันปัญหานี้

    Luca Bartlomiejczyk บรรณารักษ์จากห้องสมุด Edith Wheeler Memorial ใน Monroe, Connecticut กล่าวว่าความรับผิดชอบในการควบคุมเนื้อหาจาก AI เป็นสิ่งสำคัญ และเนื้อหาดังกล่าวควรมีป้ายกำกับชัดเจนในแคตาล็อก เพื่อให้ผู้อ่านทราบว่าพวกเขากำลังดาวน์โหลดอะไรมาอ่าน

    สรุปแล้ว หนังสือที่สร้างจาก AI กำลังเกลื่อนห้องสมุดสาธารณะ และยังไม่มีวิธีการแก้ไขปัญหานี้ที่ง่ายหรือแน่ชัด การควบคุมและการตรวจสอบเนื้อหายังคงเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อไปอย่างเร่งด่วน

    https://www.techspot.com/news/106656-ai-generated-books-have-overrun-public-libraries-no.html
    ห้องสมุดสาธารณะกำลังเผชิญกับปัญหาหนังสือที่สร้างจาก AI ซึ่งเต็มไปด้วยเนื้อหาคุณภาพต่ำและทำให้การตรวจสอบยากขึ้น ข่าวนี้เปิดเผยว่าหลายบริษัทที่ให้บริการหนังสือดิจิทัลแก่ห้องสมุด ไม่สามารถควบคุมปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัท OverDrive และ Hoopla ที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการให้ยืมอีบุ๊ค กำลังประสบปัญหาในการกรองเนื้อหาคุณภาพต่ำที่สร้างจาก AI โดย OverDrive อนุญาตให้ห้องสมุดคัดเลือกหนังสือที่จะเสนอ ส่วน Hoopla ให้เข้าถึงแคตาล็อกทั้งหมดได้โดยไม่มีการกรอง ทำให้มีเนื้อหาปลอม (vendor slurry) มากมายเข้ามาในระบบ ตัวอย่างหนึ่งของปัญหานี้คือบริษัท IRB Media ที่มีหนังสือหลายร้อยเล่มบน Hoopla ซึ่งเป็นสรุปที่สร้างจาก AI ของหนังสือที่มีอยู่แล้ว การให้ยืมเนื้อหาที่ไม่มีคุณภาพนี้ทำให้ห้องสมุดต้องเสียค่าใช้จ่ายโดยไม่ได้รับประโยชน์ใด ๆ กลับมา สองปีที่แล้ว กลุ่ม Library Futures และ Library Freedom Project ได้เรียกร้องให้ Hoopla และ OverDrive แก้ไขปัญหาหนังสือคุณภาพต่ำ โดยเฉพาะหนังสือที่ปฏิเสธการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของชาวยิวหรือแสดงความเกลียดชังต่อชนกลุ่มน้อย Hoopla ได้ลบหนังสือที่มีปัญหาออก แต่ระบบอัตโนมัติและการตรวจสอบด้วยมนุษย์ยังไม่เพียงพอในการป้องกันปัญหานี้ Luca Bartlomiejczyk บรรณารักษ์จากห้องสมุด Edith Wheeler Memorial ใน Monroe, Connecticut กล่าวว่าความรับผิดชอบในการควบคุมเนื้อหาจาก AI เป็นสิ่งสำคัญ และเนื้อหาดังกล่าวควรมีป้ายกำกับชัดเจนในแคตาล็อก เพื่อให้ผู้อ่านทราบว่าพวกเขากำลังดาวน์โหลดอะไรมาอ่าน สรุปแล้ว หนังสือที่สร้างจาก AI กำลังเกลื่อนห้องสมุดสาธารณะ และยังไม่มีวิธีการแก้ไขปัญหานี้ที่ง่ายหรือแน่ชัด การควบคุมและการตรวจสอบเนื้อหายังคงเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อไปอย่างเร่งด่วน https://www.techspot.com/news/106656-ai-generated-books-have-overrun-public-libraries-no.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    AI-generated books have overrun public libraries, with no easy solution in sight
    The internet is becoming a wasteland, devoid of human interaction, as bots consume global bandwidth with malicious and worthless traffic. According to those in the ebook lending...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 557 มุมมอง 0 รีวิว
  • 0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 68 มุมมอง 0 รีวิว
  • ในงานแถลงข่าวประจำไตรมาสที่สี่ของบริษัท AMD ซีอีโอ Lisa Su ได้ประกาศว่า Radeon RX 9070 และ 9070 XT จะวางจำหน่ายในต้นเดือนมีนาคม การ์ดกราฟิกทั้งสองตัวนี้ถูกออกแบบมาให้สามารถเล่นเกม 4K คุณภาพสูงได้ในราคาที่เอื้อมถึงสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป นอกจากนี้ การ์ดเหล่านี้จะใช้สถาปัตยกรรม RDNA 4 ที่มีการปรับปรุงประสิทธิภาพในการเรนเดอร์ภาพแบบ ray tracing และมีการเร่งการประมวลผลด้วย AI ผ่าน FSR 4 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการอัปสเกลภาพ

    จากการสาธิตที่งาน CES เทคโนโลยี FSR 4 ของ AMD แสดงให้เห็นว่าคุณภาพของภาพที่ได้ดีกว่า FSR 3.1 และมีความคล้ายคลึงกับเทคโนโลยี DLSS ของ Nvidia การตั้งชื่อการ์ดกราฟิก RX 9070 และ 9070 XT จึงเป็นการท้าทายการ์ดกลางตลาดของ Nvidia อย่าง RTX 5070 Ti, 5070, และ 5060

    จากข้อมูลของ AMD การ์ดรุ่น 9070 XT ใช้ GPU Navi 48 ซึ่งมี 4,096 คอร์, ความเร็วบูสท์ที่ 2.97GHz, และหน่วยความจำ GDDR6 16 GB ด้วยบัส 256 บิต และแบนด์วิดธ์ 640 GB/s สำหรับรุ่น 9070 จะมีหน่วยความจำ 16 GB ซึ่งอาจเป็นจุดเด่นที่เหนือกว่า RTX 5070 ที่มีหน่วยความจำ GDDR7 เพียง 12 GB

    การ์ดกราฟิก Radeon RX 9070 และ 9070 XT จะมีราคาที่แข่งขันได้เมื่อเปรียบเทียบกับ RTX 5070 ($549) และ RTX 5070 Ti ($749) โดยคาดว่า RTX 5070 Ti จะเปิดตัวในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ และ RTX 5070, 5060 Ti, และ 5060 จะตามมาในเดือนมีนาคม เช่นเดียวกับการ์ด RDNA 4 ของ AMD

    สิ่งที่น่าสนใจเพิ่มเติมคือ การ์ดกราฟิกรุ่น RX 9060 และ 9050 จะถูกเปิดตัวในปลายปีนี้เช่นกัน AMD เลือกที่จะเน้นตลาดกราฟิกการ์ดระดับกลางเนื่องจากมีปริมาณการขายสูงสุดในตลาด โดยผลสำรวจฮาร์ดแวร์ของ Steam ชี้ให้เห็นว่า GPU ของ Nvidia xx60 เป็นที่นิยมใช้มากที่สุด

    https://www.techspot.com/news/106661-amd-promises-mainstream-4k-gaming-radeon-rx-9070.html
    ในงานแถลงข่าวประจำไตรมาสที่สี่ของบริษัท AMD ซีอีโอ Lisa Su ได้ประกาศว่า Radeon RX 9070 และ 9070 XT จะวางจำหน่ายในต้นเดือนมีนาคม การ์ดกราฟิกทั้งสองตัวนี้ถูกออกแบบมาให้สามารถเล่นเกม 4K คุณภาพสูงได้ในราคาที่เอื้อมถึงสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป นอกจากนี้ การ์ดเหล่านี้จะใช้สถาปัตยกรรม RDNA 4 ที่มีการปรับปรุงประสิทธิภาพในการเรนเดอร์ภาพแบบ ray tracing และมีการเร่งการประมวลผลด้วย AI ผ่าน FSR 4 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการอัปสเกลภาพ จากการสาธิตที่งาน CES เทคโนโลยี FSR 4 ของ AMD แสดงให้เห็นว่าคุณภาพของภาพที่ได้ดีกว่า FSR 3.1 และมีความคล้ายคลึงกับเทคโนโลยี DLSS ของ Nvidia การตั้งชื่อการ์ดกราฟิก RX 9070 และ 9070 XT จึงเป็นการท้าทายการ์ดกลางตลาดของ Nvidia อย่าง RTX 5070 Ti, 5070, และ 5060 จากข้อมูลของ AMD การ์ดรุ่น 9070 XT ใช้ GPU Navi 48 ซึ่งมี 4,096 คอร์, ความเร็วบูสท์ที่ 2.97GHz, และหน่วยความจำ GDDR6 16 GB ด้วยบัส 256 บิต และแบนด์วิดธ์ 640 GB/s สำหรับรุ่น 9070 จะมีหน่วยความจำ 16 GB ซึ่งอาจเป็นจุดเด่นที่เหนือกว่า RTX 5070 ที่มีหน่วยความจำ GDDR7 เพียง 12 GB การ์ดกราฟิก Radeon RX 9070 และ 9070 XT จะมีราคาที่แข่งขันได้เมื่อเปรียบเทียบกับ RTX 5070 ($549) และ RTX 5070 Ti ($749) โดยคาดว่า RTX 5070 Ti จะเปิดตัวในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ และ RTX 5070, 5060 Ti, และ 5060 จะตามมาในเดือนมีนาคม เช่นเดียวกับการ์ด RDNA 4 ของ AMD สิ่งที่น่าสนใจเพิ่มเติมคือ การ์ดกราฟิกรุ่น RX 9060 และ 9050 จะถูกเปิดตัวในปลายปีนี้เช่นกัน AMD เลือกที่จะเน้นตลาดกราฟิกการ์ดระดับกลางเนื่องจากมีปริมาณการขายสูงสุดในตลาด โดยผลสำรวจฮาร์ดแวร์ของ Steam ชี้ให้เห็นว่า GPU ของ Nvidia xx60 เป็นที่นิยมใช้มากที่สุด https://www.techspot.com/news/106661-amd-promises-mainstream-4k-gaming-radeon-rx-9070.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    AMD promises mainstream 4K gaming on Radeon RX 9070 series in early March
    AMD CEO Lisa Su has confirmed that the company's new Radeon RX 9070 and 9070 XT GPUs will launch in early March. She indicated that the two...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 617 มุมมอง 0 รีวิว
  • 0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 84 มุมมอง 0 รีวิว
  • 0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 87 มุมมอง 0 รีวิว
  • นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโอซาก้าในประเทศญี่ปุ่น ได้พัฒนาวัสดุใหม่ที่เรียกว่า vanadium dioxide (VO₂) ซึ่งมีความสามารถในการปรับเปลี่ยนสถานะระหว่างการเป็นตัวนำไฟฟ้าและฉนวน โดยการควบคุมอุณหภูมิ เมื่อ VO₂ ถูกทำให้ร้อนขึ้น พื้นที่เล็ก ๆ ที่เหมือนโลหะจะก่อตัวขึ้นและขยายขนาดภายในสารประกอบนี้ เมื่อนักวิจัยควบคุมความร้อน พื้นที่เหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นขั้วไฟฟ้าที่สามารถปรับแต่งได้

    ทีมนักวิจัยได้ทดสอบคุณสมบัตินี้โดยการสร้าง เครื่องตรวจจับแสงเทราเฮิรตซ์ (terahertz photodetector) ที่มีส่วนประกอบของ VO₂ โดยใช้วิธีการผลิตที่มีความละเอียดสูงเพื่อสร้างชั้น VO₂ คุณภาพสูงบนซับสเตรตซิลิคอน การควบคุมขนาดของพื้นที่โลหะในชั้น VO₂ ผ่านการปรับอุณหภูมิ ทำให้สามารถควบคุมการตอบสนองของซับสเตรตซิลิคอนต่อแสงเทราเฮิรตซ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    อีกคุณสมบัติที่น่าสนใจคือ ความสามารถในการขยายสัญญาณไฟฟ้าผ่าน "ปรากฏการณ์หิมะถล่ม" (avalanche effect) ซึ่งเมื่อ VO₂ รวมสนามไฟฟ้าให้เข้มข้นในช่องว่างระหว่างพื้นที่โลหะ จะกระตุ้นการเคลื่อนไหวของอิเล็กตรอนแบบลูกโซ่ ทำให้สัญญาณไฟฟ้าอ่อนถูกขยายอย่างมาก ทำให้เครื่องตรวจจับแสงมีความไวสูง

    นักวิจัยเชื่อว่าเทคโนโลยีนี้สามารถนำไปใช้ในการผลิตอุปกรณ์ที่มีพื้นฐานจาก VO₂ กับเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ที่มีอยู่ได้ง่าย โดยทฤษฎี อุปกรณ์สามารถใช้การควบคุมอุณหภูมิที่แม่นยำในการกระตุ้นการเปลี่ยนสถานะของ VO₂ เพื่อปรับแต่งสัญญาณไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อแพลตฟอร์มที่ต้องการส่วนประกอบวงจรที่ปรับเปลี่ยนได้ เช่น การคำนวณที่สามารถปรับตัวได้หรือระบบภาพขั้นสูง

    นอกจากนี้ ความสามารถในการปรับแต่งคุณสมบัติไฟฟ้าของวัสดุนี้ยังทำให้มันเป็นที่น่าสนใจสำหรับระบบการสื่อสารแบบไร้สายในอนาคต ซึ่งรวมถึงเครือข่าย 6G ที่มีความถี่ในช่วงเทราเฮิรตซ์

    ด้วยคุณสมบัติที่หลากหลายของ VO₂ นักวิจัยกำลังสร้างพื้นฐานให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใหม่ ๆ ที่สามารถปรับตัวเองได้โดยอัตโนมัติ เช่น เซนเซอร์ที่ดีขึ้น การสื่อสารความเร็วสูง และการคำนวณขั้นสูงในยุคถัดไป

    https://www.techspot.com/news/106662-scientists-devise-living-electrodes-could-improve-traditional-silicon.html
    นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโอซาก้าในประเทศญี่ปุ่น ได้พัฒนาวัสดุใหม่ที่เรียกว่า vanadium dioxide (VO₂) ซึ่งมีความสามารถในการปรับเปลี่ยนสถานะระหว่างการเป็นตัวนำไฟฟ้าและฉนวน โดยการควบคุมอุณหภูมิ เมื่อ VO₂ ถูกทำให้ร้อนขึ้น พื้นที่เล็ก ๆ ที่เหมือนโลหะจะก่อตัวขึ้นและขยายขนาดภายในสารประกอบนี้ เมื่อนักวิจัยควบคุมความร้อน พื้นที่เหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นขั้วไฟฟ้าที่สามารถปรับแต่งได้ ทีมนักวิจัยได้ทดสอบคุณสมบัตินี้โดยการสร้าง เครื่องตรวจจับแสงเทราเฮิรตซ์ (terahertz photodetector) ที่มีส่วนประกอบของ VO₂ โดยใช้วิธีการผลิตที่มีความละเอียดสูงเพื่อสร้างชั้น VO₂ คุณภาพสูงบนซับสเตรตซิลิคอน การควบคุมขนาดของพื้นที่โลหะในชั้น VO₂ ผ่านการปรับอุณหภูมิ ทำให้สามารถควบคุมการตอบสนองของซับสเตรตซิลิคอนต่อแสงเทราเฮิรตซ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกคุณสมบัติที่น่าสนใจคือ ความสามารถในการขยายสัญญาณไฟฟ้าผ่าน "ปรากฏการณ์หิมะถล่ม" (avalanche effect) ซึ่งเมื่อ VO₂ รวมสนามไฟฟ้าให้เข้มข้นในช่องว่างระหว่างพื้นที่โลหะ จะกระตุ้นการเคลื่อนไหวของอิเล็กตรอนแบบลูกโซ่ ทำให้สัญญาณไฟฟ้าอ่อนถูกขยายอย่างมาก ทำให้เครื่องตรวจจับแสงมีความไวสูง นักวิจัยเชื่อว่าเทคโนโลยีนี้สามารถนำไปใช้ในการผลิตอุปกรณ์ที่มีพื้นฐานจาก VO₂ กับเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ที่มีอยู่ได้ง่าย โดยทฤษฎี อุปกรณ์สามารถใช้การควบคุมอุณหภูมิที่แม่นยำในการกระตุ้นการเปลี่ยนสถานะของ VO₂ เพื่อปรับแต่งสัญญาณไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อแพลตฟอร์มที่ต้องการส่วนประกอบวงจรที่ปรับเปลี่ยนได้ เช่น การคำนวณที่สามารถปรับตัวได้หรือระบบภาพขั้นสูง นอกจากนี้ ความสามารถในการปรับแต่งคุณสมบัติไฟฟ้าของวัสดุนี้ยังทำให้มันเป็นที่น่าสนใจสำหรับระบบการสื่อสารแบบไร้สายในอนาคต ซึ่งรวมถึงเครือข่าย 6G ที่มีความถี่ในช่วงเทราเฮิรตซ์ ด้วยคุณสมบัติที่หลากหลายของ VO₂ นักวิจัยกำลังสร้างพื้นฐานให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใหม่ ๆ ที่สามารถปรับตัวเองได้โดยอัตโนมัติ เช่น เซนเซอร์ที่ดีขึ้น การสื่อสารความเร็วสูง และการคำนวณขั้นสูงในยุคถัดไป https://www.techspot.com/news/106662-scientists-devise-living-electrodes-could-improve-traditional-silicon.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Scientists devise 'living' electrodes that could vastly improve traditional silicon electronics
    Researchers at Osaka University in Suita, Japan, have devised a novel way to improve the performance of electronic devices. The study, published in ACS Applied Electronic Materials,...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 522 มุมมอง 0 รีวิว
  • กองทัพอากาศสหรัฐได้ทำการต่อเครื่องบิน F-35 สองลำที่เกิดอุบัติเหตุเข้าด้วยกันเพื่อสร้าง "Franken-bird" ซึ่งเป็นเครื่องบินที่สามารถใช้งานได้จริงในท้องฟ้าด้วยค่าใช้จ่ายเพียง 6 ล้านดอลลาร์ เรื่องนี้เป็นครั้งแรกที่กองทัพอากาศสามารถประกอบเครื่องบิน F-35 ที่ใช้งานได้จากซากเครื่องบินที่เกิดอุบัติเหตุ

    นักบินของกองบินขับไล่ที่ 388 ที่ฐานทัพอากาศ Hill ในรัฐ Utah ได้ร่วมมือกับ F-35 Joint Program Office, Ogden Air Logistics Complex, และ Lockheed Martin เพื่อสร้างเครื่องบินนี้ โดยใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่เฉพาะเจาะจงในการประกอบส่วนต่าง ๆ ของเครื่องบินที่แยกออกจากกัน เมื่อเครื่องบินนี้ได้รับการประกอบเสร็จ นักบินและช่างเครื่องได้ทำการตรวจสอบและทดสอบการบินเพื่อนำเครื่องบินกลับมาใช้งานอีกครั้ง

    เครื่องบินนี้ถูกตั้งชื่อว่า "Franken-bird" และจะถูกใช้งานในกองบินขับไล่ที่ 4 ของกองบินขับไล่ที่ 388 หลังจากที่เครื่องบินนี้ผ่านการทดสอบทั้งบนพื้นและในอากาศแล้ว นักบินได้ส่งเครื่องบินนี้ไปยังโรงงานของ Lockheed ใน Fort Worth, Texas เพื่อรับการรับรองสุดท้าย

    โครงการนี้ไม่เพียงแค่ช่วยประหยัดงบประมาณได้มากเพียง 6 ล้านดอลลาร์เมื่อเทียบกับการซื้อเครื่องบิน F-35A Lightning II ใหม่ที่มีราคามากกว่า 80 ล้านดอลลาร์ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการฟื้นฟูเครื่องบินขั้นสูงจากซากที่เหลืออยู่ เรื่องนี้ถือเป็นความสำเร็จที่น่าประทับใจและประหยัดงบประมาณของกองทัพอากาศ

    https://www.techspot.com/news/106655-us-air-force-fuses-two-wrecked-f-35s.html
    กองทัพอากาศสหรัฐได้ทำการต่อเครื่องบิน F-35 สองลำที่เกิดอุบัติเหตุเข้าด้วยกันเพื่อสร้าง "Franken-bird" ซึ่งเป็นเครื่องบินที่สามารถใช้งานได้จริงในท้องฟ้าด้วยค่าใช้จ่ายเพียง 6 ล้านดอลลาร์ เรื่องนี้เป็นครั้งแรกที่กองทัพอากาศสามารถประกอบเครื่องบิน F-35 ที่ใช้งานได้จากซากเครื่องบินที่เกิดอุบัติเหตุ นักบินของกองบินขับไล่ที่ 388 ที่ฐานทัพอากาศ Hill ในรัฐ Utah ได้ร่วมมือกับ F-35 Joint Program Office, Ogden Air Logistics Complex, และ Lockheed Martin เพื่อสร้างเครื่องบินนี้ โดยใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่เฉพาะเจาะจงในการประกอบส่วนต่าง ๆ ของเครื่องบินที่แยกออกจากกัน เมื่อเครื่องบินนี้ได้รับการประกอบเสร็จ นักบินและช่างเครื่องได้ทำการตรวจสอบและทดสอบการบินเพื่อนำเครื่องบินกลับมาใช้งานอีกครั้ง เครื่องบินนี้ถูกตั้งชื่อว่า "Franken-bird" และจะถูกใช้งานในกองบินขับไล่ที่ 4 ของกองบินขับไล่ที่ 388 หลังจากที่เครื่องบินนี้ผ่านการทดสอบทั้งบนพื้นและในอากาศแล้ว นักบินได้ส่งเครื่องบินนี้ไปยังโรงงานของ Lockheed ใน Fort Worth, Texas เพื่อรับการรับรองสุดท้าย โครงการนี้ไม่เพียงแค่ช่วยประหยัดงบประมาณได้มากเพียง 6 ล้านดอลลาร์เมื่อเทียบกับการซื้อเครื่องบิน F-35A Lightning II ใหม่ที่มีราคามากกว่า 80 ล้านดอลลาร์ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการฟื้นฟูเครื่องบินขั้นสูงจากซากที่เหลืออยู่ เรื่องนี้ถือเป็นความสำเร็จที่น่าประทับใจและประหยัดงบประมาณของกองทัพอากาศ https://www.techspot.com/news/106655-us-air-force-fuses-two-wrecked-f-35s.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    US Air Force fuses two wrecked F-35s together to build a sky-worthy "Franken-bird" for just $6M
    Combining major structures from separate F-35s to build a fully operational plane is an Air Force first. Both these damaged jets would've otherwise ended up as expensive...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 292 มุมมอง 0 รีวิว
  • 0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 61 มุมมอง 0 รีวิว
  • 0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 63 มุมมอง 0 รีวิว
  • 0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 70 มุมมอง 0 รีวิว
  • จากเพจ : เกร็ดประวัติศาสตร์ v 2

    ขุนรัตนา นายกองทะลวงฟันของพระองค์เจ้าขุนเณร
    ขุนรัตนาวุธ เป็นผู้นำการรบในสงคราม 9 ทัพ สมรภูมิรบทุ่งลาดหญ้าที่ไม่มีชื่อปรากฏในพงศาวดารหรือบันทึกลายลักษณ์อักษร แต่ปรากฏในตำนานเรื่องเล่าสืบทอดกันมาเท่านั้น ตามตำนานเล่าขานกันว่าขุนรัตนาวุธเป็นชาวจังหวัดกาญจนบุรี เป็นผู้นำกองทัพทะลวงฟันเข้าร่วมรบเป็นกองทัพเสริมกับกองทัพหลวงของสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ร่วมกับทัพมอญอาสาที่นำโดยพระยาเจ่ง กษัตริย์มอญ ทว่าต่อมาขุนรัตนาวุธถูกอุบายของพม่าหลอกให้ไม่ออกไปรบช่วยเหลือกับกองทัพอาสามอญ ทำให้กองทัพอาสามอญต้องแตกพ่ายไป ด้วยความแค้น ขุนรัตนาวุธได้วางแผนแบ่งกองกำลังทะลวงฟัน และการรบแบบกองโจร ตัดการลำเลียงเสบียงของไพร่พลพม่าและชะลอการมาถึงของทัพอื่น ๆ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก ช่วยให้กำลังพลพม่ามีจำนวนลดลงอันส่งผลต่อชัยชนะของสยามในสงครามเก้าทัพ ในสมรภูมิทุ่งลาดหญ้า ขุนรัตนวุธต่อสู้อย่างเต็มกำลังจนกระทั่งถูกฟันมือขวาขาดกระเด็นไปพร้อมดาบ (บางตำนานเล่าว่าเป็น "แขนขวา") ล้มลงกลางสมรภูมิ หลังขุนรัตนาวุธฟื้นขึ้นมาในค่ายหลวง ท่านได้ใช้นิ้วชี้ของมือซ้ายมาป้ายเลือดจากแขนขวา แล้วเขียนลงบนผืนผ้าใบ (บ้างว่าเป็น "ผ้าปูที่นอน" หรือ "กระโจม") ในค่ายว่า
    “จงรักษาลาดหญ้าไว้ด้วยชีวิต”
    ปัจจุบัน ขุนรัตนาวุธ เป็นที่เคารพสักการะของทหารและชาวจังหวัดกาญจนบุรี ท่านมีอนุสรณ์สถานเป็นรูปหล่อประดิษฐานอยู่ด้านหน้ากองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ ใกล้กับค่ายฝึกเขาชนไก่

    อ้างอิง เกร็ดพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ ลำจุล ฮวบเจริญ
    เรียบเรียงโดย เพจเกร็ดประวัติศาสตร์ v2
    จากเพจ : เกร็ดประวัติศาสตร์ v 2 ขุนรัตนา นายกองทะลวงฟันของพระองค์เจ้าขุนเณร ขุนรัตนาวุธ เป็นผู้นำการรบในสงคราม 9 ทัพ สมรภูมิรบทุ่งลาดหญ้าที่ไม่มีชื่อปรากฏในพงศาวดารหรือบันทึกลายลักษณ์อักษร แต่ปรากฏในตำนานเรื่องเล่าสืบทอดกันมาเท่านั้น ตามตำนานเล่าขานกันว่าขุนรัตนาวุธเป็นชาวจังหวัดกาญจนบุรี เป็นผู้นำกองทัพทะลวงฟันเข้าร่วมรบเป็นกองทัพเสริมกับกองทัพหลวงของสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ร่วมกับทัพมอญอาสาที่นำโดยพระยาเจ่ง กษัตริย์มอญ ทว่าต่อมาขุนรัตนาวุธถูกอุบายของพม่าหลอกให้ไม่ออกไปรบช่วยเหลือกับกองทัพอาสามอญ ทำให้กองทัพอาสามอญต้องแตกพ่ายไป ด้วยความแค้น ขุนรัตนาวุธได้วางแผนแบ่งกองกำลังทะลวงฟัน และการรบแบบกองโจร ตัดการลำเลียงเสบียงของไพร่พลพม่าและชะลอการมาถึงของทัพอื่น ๆ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก ช่วยให้กำลังพลพม่ามีจำนวนลดลงอันส่งผลต่อชัยชนะของสยามในสงครามเก้าทัพ ในสมรภูมิทุ่งลาดหญ้า ขุนรัตนวุธต่อสู้อย่างเต็มกำลังจนกระทั่งถูกฟันมือขวาขาดกระเด็นไปพร้อมดาบ (บางตำนานเล่าว่าเป็น "แขนขวา") ล้มลงกลางสมรภูมิ หลังขุนรัตนาวุธฟื้นขึ้นมาในค่ายหลวง ท่านได้ใช้นิ้วชี้ของมือซ้ายมาป้ายเลือดจากแขนขวา แล้วเขียนลงบนผืนผ้าใบ (บ้างว่าเป็น "ผ้าปูที่นอน" หรือ "กระโจม") ในค่ายว่า “จงรักษาลาดหญ้าไว้ด้วยชีวิต” ปัจจุบัน ขุนรัตนาวุธ เป็นที่เคารพสักการะของทหารและชาวจังหวัดกาญจนบุรี ท่านมีอนุสรณ์สถานเป็นรูปหล่อประดิษฐานอยู่ด้านหน้ากองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ ใกล้กับค่ายฝึกเขาชนไก่ อ้างอิง เกร็ดพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ ลำจุล ฮวบเจริญ เรียบเรียงโดย เพจเกร็ดประวัติศาสตร์ v2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 786 มุมมอง 0 รีวิว
  • 0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 90 มุมมอง 0 รีวิว