• Google Keep กำลังได้รับการอัปเดตใหม่เพื่อปรับปรุงอินเทอร์เฟซให้ใช้งานสะดวกขึ้น โดยมีการ เปลี่ยนดีไซน์ของแถบเครื่องมือ ทำให้ไอคอนใหญ่ขึ้นและอ่านง่ายกว่าเดิม นอกจากนี้ ภาพที่แนบในโน้ตจะมีขอบมนและการจัดวางที่เป็นระเบียบมากขึ้น เพื่อความสวยงาม ฟีเจอร์เหล่านี้ยังไม่เปิดให้ใช้งาน แต่มีแนวโน้มว่าจะมาในอัปเดตเร็ว ๆ นี้

    ✅ ดีไซน์ใหม่ของแถบเครื่องมือ—ใช้งานสะดวกขึ้น
    - ไอคอนสำหรับ แนบไฟล์, เปลี่ยนสีพื้นหลัง และจัดรูปแบบข้อความ จะใหญ่ขึ้นและมีพื้นหลังที่เปลี่ยนสีตามธีมของอุปกรณ์
    - หัวข้อย่อย เช่น H1 และ H2 จะมีขนาดเล็กลงเล็กน้อย

    ✅ การแนบรูปภาพดูเป็นระเบียบมากขึ้น
    - รูปภาพที่แนบในโน้ต จะมีขอบมนและมีพื้นที่ว่างรอบภาพแทนที่จะแสดงเต็มหน้าจอ
    - ให้ความรู้สึก สะอาดตาและเป็นระเบียบมากขึ้น

    ✅ การจัดวางปุ่มลัดอาจเปลี่ยนตำแหน่ง
    - ปุ่มลัด (FABs) ซึ่งเป็น ฟีเจอร์ที่ช่วยให้การนำทางสะดวกขึ้น อาจมีการเปลี่ยนตำแหน่งจากเดิม
    - ไอคอนอาจมี สีเข้มขึ้นและข้อความที่เข้มขึ้นเพื่อความชัดเจน

    ✅ ฟีเจอร์ใหม่จะเปิดให้ใช้งานในอัปเดตอนาคต
    - แม้ยังไม่มีประกาศวันปล่อยอัปเดต แต่มีโอกาสสูงที่ฟีเจอร์เหล่านี้จะถูกเพิ่มเข้ามาเร็ว ๆ นี้

    https://www.techradar.com/computing/software/google-keep-could-get-a-fresh-redesign-soon-including-two-features-thatll-make-it-much-easier-to-use
    Google Keep กำลังได้รับการอัปเดตใหม่เพื่อปรับปรุงอินเทอร์เฟซให้ใช้งานสะดวกขึ้น โดยมีการ เปลี่ยนดีไซน์ของแถบเครื่องมือ ทำให้ไอคอนใหญ่ขึ้นและอ่านง่ายกว่าเดิม นอกจากนี้ ภาพที่แนบในโน้ตจะมีขอบมนและการจัดวางที่เป็นระเบียบมากขึ้น เพื่อความสวยงาม ฟีเจอร์เหล่านี้ยังไม่เปิดให้ใช้งาน แต่มีแนวโน้มว่าจะมาในอัปเดตเร็ว ๆ นี้ ✅ ดีไซน์ใหม่ของแถบเครื่องมือ—ใช้งานสะดวกขึ้น - ไอคอนสำหรับ แนบไฟล์, เปลี่ยนสีพื้นหลัง และจัดรูปแบบข้อความ จะใหญ่ขึ้นและมีพื้นหลังที่เปลี่ยนสีตามธีมของอุปกรณ์ - หัวข้อย่อย เช่น H1 และ H2 จะมีขนาดเล็กลงเล็กน้อย ✅ การแนบรูปภาพดูเป็นระเบียบมากขึ้น - รูปภาพที่แนบในโน้ต จะมีขอบมนและมีพื้นที่ว่างรอบภาพแทนที่จะแสดงเต็มหน้าจอ - ให้ความรู้สึก สะอาดตาและเป็นระเบียบมากขึ้น ✅ การจัดวางปุ่มลัดอาจเปลี่ยนตำแหน่ง - ปุ่มลัด (FABs) ซึ่งเป็น ฟีเจอร์ที่ช่วยให้การนำทางสะดวกขึ้น อาจมีการเปลี่ยนตำแหน่งจากเดิม - ไอคอนอาจมี สีเข้มขึ้นและข้อความที่เข้มขึ้นเพื่อความชัดเจน ✅ ฟีเจอร์ใหม่จะเปิดให้ใช้งานในอัปเดตอนาคต - แม้ยังไม่มีประกาศวันปล่อยอัปเดต แต่มีโอกาสสูงที่ฟีเจอร์เหล่านี้จะถูกเพิ่มเข้ามาเร็ว ๆ นี้ https://www.techradar.com/computing/software/google-keep-could-get-a-fresh-redesign-soon-including-two-features-thatll-make-it-much-easier-to-use
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 47 มุมมอง 0 รีวิว
  • Google Messages กำลังอัปเกรดระบบแชท โดยเพิ่มฟีเจอร์ Snooze สำหรับปิดแจ้งเตือนชั่วคราว และระบบลิงก์เข้าร่วมกลุ่มแชทแบบ WhatsApp ผู้ใช้สามารถ ปิดเสียงแจ้งเตือนได้ถึง 24 ชั่วโมง และแชร์ลิงก์ให้ผู้อื่นเข้าร่วมแชทได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ Google ยังเพิ่มลูกเล่นใหม่ เช่น Screen Effects สำหรับอีโมจิและเมนูข้อมูลข้อความ

    ✅ Snooze แจ้งเตือนได้นานขึ้นถึง 24 ชั่วโมง
    - ผู้ใช้สามารถเลือกปิดเสียงแจ้งเตือน เป็นระยะเวลาต่าง ๆ เช่น 1 ชั่วโมง, 8 ชั่วโมง และ 24 ชั่วโมง
    - มีตัวเลือก "Always" ที่ต้องปิดด้วยตัวเองเมื่อพร้อมกลับมาใช้งาน

    ✅ ช่วยจัดการกลุ่มแชทให้ง่ายขึ้นด้วยระบบลิงก์เข้าร่วม
    - ผู้ใช้สามารถ แชร์ลิงก์หรือ QR Code ให้คนอื่นเข้าร่วมกลุ่มแชทโดยไม่ต้องเพิ่มเบอร์โทรศัพท์เอง
    - ลิงก์สามารถตั้งค่าให้ ใช้ได้ครั้งเดียว หรือใช้ซ้ำได้จนหมดอายุภายใน 30 วัน

    ✅ Google กำลังผลักดันฟีเจอร์ใหม่ใน Messages อย่างต่อเนื่อง
    - ก่อนหน้านี้ Google เพิ่งเพิ่ม Screen Effects สำหรับอีโมจิ เพื่อให้การส่งข้อความสนุกขึ้น
    - มีการปรับปรุง เมนูรายละเอียดข้อความ ให้แสดงข้อมูลที่จำเป็นได้เร็วขึ้น

    https://www.techradar.com/computing/software/google-messages-is-getting-two-big-group-chat-upgrades-including-a-much-needed-new-snooze-function
    Google Messages กำลังอัปเกรดระบบแชท โดยเพิ่มฟีเจอร์ Snooze สำหรับปิดแจ้งเตือนชั่วคราว และระบบลิงก์เข้าร่วมกลุ่มแชทแบบ WhatsApp ผู้ใช้สามารถ ปิดเสียงแจ้งเตือนได้ถึง 24 ชั่วโมง และแชร์ลิงก์ให้ผู้อื่นเข้าร่วมแชทได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ Google ยังเพิ่มลูกเล่นใหม่ เช่น Screen Effects สำหรับอีโมจิและเมนูข้อมูลข้อความ ✅ Snooze แจ้งเตือนได้นานขึ้นถึง 24 ชั่วโมง - ผู้ใช้สามารถเลือกปิดเสียงแจ้งเตือน เป็นระยะเวลาต่าง ๆ เช่น 1 ชั่วโมง, 8 ชั่วโมง และ 24 ชั่วโมง - มีตัวเลือก "Always" ที่ต้องปิดด้วยตัวเองเมื่อพร้อมกลับมาใช้งาน ✅ ช่วยจัดการกลุ่มแชทให้ง่ายขึ้นด้วยระบบลิงก์เข้าร่วม - ผู้ใช้สามารถ แชร์ลิงก์หรือ QR Code ให้คนอื่นเข้าร่วมกลุ่มแชทโดยไม่ต้องเพิ่มเบอร์โทรศัพท์เอง - ลิงก์สามารถตั้งค่าให้ ใช้ได้ครั้งเดียว หรือใช้ซ้ำได้จนหมดอายุภายใน 30 วัน ✅ Google กำลังผลักดันฟีเจอร์ใหม่ใน Messages อย่างต่อเนื่อง - ก่อนหน้านี้ Google เพิ่งเพิ่ม Screen Effects สำหรับอีโมจิ เพื่อให้การส่งข้อความสนุกขึ้น - มีการปรับปรุง เมนูรายละเอียดข้อความ ให้แสดงข้อมูลที่จำเป็นได้เร็วขึ้น https://www.techradar.com/computing/software/google-messages-is-getting-two-big-group-chat-upgrades-including-a-much-needed-new-snooze-function
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 127 มุมมอง 0 รีวิว
  • นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโอซากะเสนอแนวคิดใช้เนื้อเยื่อมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของระบบคอมพิวเตอร์ โดยใช้ คุณสมบัติของกล้ามเนื้อที่ตอบสนองต่อแรงกด เพื่อช่วยประมวลผลข้อมูล แนวคิดนี้อาจนำไปใช้ใน อุปกรณ์สวมใส่ เช่น สมาร์ทวอทช์ โดยที่ร่างกายทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบคำนวณ นักวิจัยพบว่า เทคนิคนี้มีความแม่นยำสูงกว่าวิธีดั้งเดิม แต่ยังต้องมีการศึกษาต่อไป

    ✅ หลักการของ reservoir computing และเนื้อเยื่อมนุษย์
    - ระบบนี้ใช้ เนื้อเยื่ออ่อนที่สามารถตอบสนองต่อแรงกดและความเครียดทางกายภาพ เพื่อทำหน้าที่เป็น "reservoir" ในการประมวลผลข้อมูล
    - นักวิจัยใช้ อัลตราซาวด์เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของข้อมือ และพบว่า รูปแบบการบิดตัวของกล้ามเนื้อสามารถอ่านค่าเป็นข้อมูลได้

    ✅ ศักยภาพของเทคโนโลยีนี้—อาจนำไปใช้ในอุปกรณ์สวมใส่
    - นักวิจัยเสนอว่า เทคโนโลยีนี้สามารถนำไปใช้ในอุปกรณ์สวมใส่ เช่น สมาร์ทวอทช์
    - แทนที่อุปกรณ์จะใช้ ซีพียูภายนอก ระบบอาจสามารถประมวลผลโดยใช้ เนื้อเยื่อของมนุษย์เอง

    ✅ การทดสอบพบว่ามีความแม่นยำสูงกว่าโมเดลที่ไม่ได้พิจารณาคุณสมบัติเนื้อเยื่อ
    - ระบบสามารถ คาดการณ์ผลลัพธ์ในระบบไดนามิกที่ไม่เป็นเชิงเส้นได้แม่นยำกว่าปกติ
    - โมเดลนี้อาจช่วยให้ AI สามารถทำงานร่วมกับร่างกายมนุษย์ได้ดีขึ้น

    ✅ แนวคิดนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม
    - นักวิจัยระบุว่า ยังมีงานวิจัยอีกมากที่ต้องดำเนินการ ก่อนที่จะสามารถนำไปใช้จริงได้
    - อาจต้องศึกษาว่า เนื้อเยื่อของมนุษย์สามารถทำงานในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดีเพียงใด

    https://www.techradar.com/pro/humans-as-hardware-no-not-the-name-of-a-new-matrix-movie-prequel-but-a-shocking-idea-about-human-tissue
    นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโอซากะเสนอแนวคิดใช้เนื้อเยื่อมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของระบบคอมพิวเตอร์ โดยใช้ คุณสมบัติของกล้ามเนื้อที่ตอบสนองต่อแรงกด เพื่อช่วยประมวลผลข้อมูล แนวคิดนี้อาจนำไปใช้ใน อุปกรณ์สวมใส่ เช่น สมาร์ทวอทช์ โดยที่ร่างกายทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบคำนวณ นักวิจัยพบว่า เทคนิคนี้มีความแม่นยำสูงกว่าวิธีดั้งเดิม แต่ยังต้องมีการศึกษาต่อไป ✅ หลักการของ reservoir computing และเนื้อเยื่อมนุษย์ - ระบบนี้ใช้ เนื้อเยื่ออ่อนที่สามารถตอบสนองต่อแรงกดและความเครียดทางกายภาพ เพื่อทำหน้าที่เป็น "reservoir" ในการประมวลผลข้อมูล - นักวิจัยใช้ อัลตราซาวด์เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของข้อมือ และพบว่า รูปแบบการบิดตัวของกล้ามเนื้อสามารถอ่านค่าเป็นข้อมูลได้ ✅ ศักยภาพของเทคโนโลยีนี้—อาจนำไปใช้ในอุปกรณ์สวมใส่ - นักวิจัยเสนอว่า เทคโนโลยีนี้สามารถนำไปใช้ในอุปกรณ์สวมใส่ เช่น สมาร์ทวอทช์ - แทนที่อุปกรณ์จะใช้ ซีพียูภายนอก ระบบอาจสามารถประมวลผลโดยใช้ เนื้อเยื่อของมนุษย์เอง ✅ การทดสอบพบว่ามีความแม่นยำสูงกว่าโมเดลที่ไม่ได้พิจารณาคุณสมบัติเนื้อเยื่อ - ระบบสามารถ คาดการณ์ผลลัพธ์ในระบบไดนามิกที่ไม่เป็นเชิงเส้นได้แม่นยำกว่าปกติ - โมเดลนี้อาจช่วยให้ AI สามารถทำงานร่วมกับร่างกายมนุษย์ได้ดีขึ้น ✅ แนวคิดนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม - นักวิจัยระบุว่า ยังมีงานวิจัยอีกมากที่ต้องดำเนินการ ก่อนที่จะสามารถนำไปใช้จริงได้ - อาจต้องศึกษาว่า เนื้อเยื่อของมนุษย์สามารถทำงานในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดีเพียงใด https://www.techradar.com/pro/humans-as-hardware-no-not-the-name-of-a-new-matrix-movie-prequel-but-a-shocking-idea-about-human-tissue
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 175 มุมมอง 0 รีวิว
  • OpenAI เตรียมนำ Deep Reasoning มาให้ผู้ใช้ ChatGPT ฟรี ได้ใช้งานเร็ว ๆ นี้ แต่คำถามคือ ChatGPT Plus ยังคุ้มค่าที่จะสมัครหรือไม่? โดย Graham Barlow นักเขียนจาก TechRadar ชี้ว่า ฟีเจอร์ Deep Reasoning แม้จะเปิดให้ใช้ฟรี แต่ยังมีข้อจำกัดในหลายด้านที่ Plus ให้ประโยชน์มากกว่า

    ✅ Deep Reasoning ทำอะไรได้บ้าง?
    - ช่วยให้ ChatGPT ค้นคว้าและวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงลึก คล้ายทีมวิจัย
    - สามารถรวบรวม ข้อมูล ประมวลผล และนำเสนอรายงานฉบับสมบูรณ์
    - ตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้ขอรายงานเกี่ยวกับ การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมเกมในช่วง 3 ปี Deep Reasoning จะค้นคว้าออนไลน์ และสรุปข้อมูลพร้อมตารางและแหล่งที่มา

    ✅ Deep Reasoning เริ่มต้นใน ChatGPT Pro ก่อนย้ายมาสู่ Plus
    - ก่อนหน้านี้ Deep Reasoning อยู่ในแพ็กเกจ ChatGPT Pro ราคา $200 ต่อเดือน
    - ต่อมา OpenAI นำฟีเจอร์นี้มาสู่ ChatGPT Plus ราคา $20 ต่อเดือน
    - ล่าสุดกำลังเตรียมเปิดให้ผู้ใช้ ChatGPT ฟรี ได้ใช้งาน

    ✅ ChatGPT Plus ยังมีข้อได้เปรียบเหนือเวอร์ชันฟรี
    - ข้อจำกัดน้อยลง: แม้ Deep Reasoning จะเปิดให้ใช้ฟรี แต่คาดว่าจะมีการจำกัดการใช้งาน เช่น จำนวนครั้งต่อวัน
    - มีโมเดล AI มากกว่า: Plus ให้เข้าถึง ChatGPT 4o, 4o-mini, 4.5, o1, o3-mini ขณะที่เวอร์ชันฟรีมีแค่ ChatGPT 4- mini
    - การสร้างวิดีโอ Sora: ผู้ใช้ Plus สามารถ ทดลองสร้างวิดีโอ AI ด้วย Sora แต่ต้องสมัคร Pro หากต้องการสร้างวิดีโอแบบไม่มีลายน้ำ
    - Advanced Voice Mode: Plus ให้ใช้ Advanced Voice Mode ได้มากกว่า 15 นาทีต่อเดือน
    - ฟีเจอร์พิเศษ เช่น Projects และ Tasks: ผู้ใช้ Plus สามารถ จัดกลุ่มไฟล์และแชท รวมถึง ตั้งเวลาทำงานล่วงหน้า

    https://www.techradar.com/computing/artificial-intelligence/deep-reasoning-is-coming-to-chatgpt-free-but-i-think-its-still-worth-paying-for-chatgpt-plus
    OpenAI เตรียมนำ Deep Reasoning มาให้ผู้ใช้ ChatGPT ฟรี ได้ใช้งานเร็ว ๆ นี้ แต่คำถามคือ ChatGPT Plus ยังคุ้มค่าที่จะสมัครหรือไม่? โดย Graham Barlow นักเขียนจาก TechRadar ชี้ว่า ฟีเจอร์ Deep Reasoning แม้จะเปิดให้ใช้ฟรี แต่ยังมีข้อจำกัดในหลายด้านที่ Plus ให้ประโยชน์มากกว่า ✅ Deep Reasoning ทำอะไรได้บ้าง? - ช่วยให้ ChatGPT ค้นคว้าและวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงลึก คล้ายทีมวิจัย - สามารถรวบรวม ข้อมูล ประมวลผล และนำเสนอรายงานฉบับสมบูรณ์ - ตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้ขอรายงานเกี่ยวกับ การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมเกมในช่วง 3 ปี Deep Reasoning จะค้นคว้าออนไลน์ และสรุปข้อมูลพร้อมตารางและแหล่งที่มา ✅ Deep Reasoning เริ่มต้นใน ChatGPT Pro ก่อนย้ายมาสู่ Plus - ก่อนหน้านี้ Deep Reasoning อยู่ในแพ็กเกจ ChatGPT Pro ราคา $200 ต่อเดือน - ต่อมา OpenAI นำฟีเจอร์นี้มาสู่ ChatGPT Plus ราคา $20 ต่อเดือน - ล่าสุดกำลังเตรียมเปิดให้ผู้ใช้ ChatGPT ฟรี ได้ใช้งาน ✅ ChatGPT Plus ยังมีข้อได้เปรียบเหนือเวอร์ชันฟรี - ข้อจำกัดน้อยลง: แม้ Deep Reasoning จะเปิดให้ใช้ฟรี แต่คาดว่าจะมีการจำกัดการใช้งาน เช่น จำนวนครั้งต่อวัน - มีโมเดล AI มากกว่า: Plus ให้เข้าถึง ChatGPT 4o, 4o-mini, 4.5, o1, o3-mini ขณะที่เวอร์ชันฟรีมีแค่ ChatGPT 4- mini - การสร้างวิดีโอ Sora: ผู้ใช้ Plus สามารถ ทดลองสร้างวิดีโอ AI ด้วย Sora แต่ต้องสมัคร Pro หากต้องการสร้างวิดีโอแบบไม่มีลายน้ำ - Advanced Voice Mode: Plus ให้ใช้ Advanced Voice Mode ได้มากกว่า 15 นาทีต่อเดือน - ฟีเจอร์พิเศษ เช่น Projects และ Tasks: ผู้ใช้ Plus สามารถ จัดกลุ่มไฟล์และแชท รวมถึง ตั้งเวลาทำงานล่วงหน้า https://www.techradar.com/computing/artificial-intelligence/deep-reasoning-is-coming-to-chatgpt-free-but-i-think-its-still-worth-paying-for-chatgpt-plus
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 210 มุมมอง 0 รีวิว
  • ChatGPT 4o เปิดให้ใช้ฟรีในการสร้างภาพแล้ว โดยสามารถ เปลี่ยนพื้นหลัง, สร้างภาพจากไอเดียใหม่ และปรับอารมณ์ภาพ อย่างไรก็ตาม มีข้อจำกัดสำหรับผู้ใช้ฟรี เช่น สามารถสร้างภาพได้เพียง 3 ครั้งต่อวัน และ ข้อจำกัดในการอัปโหลดรูปภาพเพื่อแก้ไข หากต้องการใช้งานเพิ่มเติม อาจต้องสมัครสมาชิกแบบเสียเงิน

    ✅ การสร้างภาพและแก้ไขพื้นหลัง
    - ChatGPT 4o สามารถ เปลี่ยนพื้นหลังของภาพได้อย่างแม่นยำ โดยตรวจจับวัตถุหลักและสร้างฉากที่เข้ากัน
    - ตัวอย่างเช่น เมื่อนำภาพของ French Bulldog ไปให้ AI และสั่งเปลี่ยนพื้นหลังเป็นชายหาด ChatGPT สามารถสร้างภาพใหม่ได้อย่างสมจริง

    ✅ ใช้ภาพอ้างอิงเพื่อสร้างภาพใหม่
    - ผู้ใช้สามารถให้ ChatGPT ใช้ภาพเดิมเป็นต้นแบบ และสร้างภาพใหม่ตามไอเดียที่ต้องการ
    - ตัวอย่างเช่น เมื่อให้ภาพของสุนัข และสั่งให้มัน แต่งตัวเป็นกบแล้วขี่สเก็ตบอร์ด AI สามารถสร้างภาพตามคำสั่งได้

    ✅ ปรับอารมณ์ของภาพ
    - AI สามารถปรับอารมณ์ของภาพได้ เช่น เปลี่ยนให้ สุนัขที่ดูเศร้าเป็นสุนัขที่ดูมีความสุข โดยใช้เทคนิคการปรับแต่งใบหน้า

    ✅ ข้อจำกัดของผู้ใช้ฟรี
    - OpenAI กำหนดให้ ผู้ใช้ฟรีสามารถสร้างภาพได้เพียง 3 ครั้งต่อวัน
    - นอกจากนี้ มีข้อจำกัดเกี่ยวกับ จำนวนครั้งที่สามารถอัปโหลดภาพเพื่อแก้ไข

    https://www.techradar.com/computing/artificial-intelligence/chatgpt-4os-image-generation-is-now-free-for-everyone-3-ways-to-use-the-new-ai-tool-without-following-the-studio-ghibli-herd
    ChatGPT 4o เปิดให้ใช้ฟรีในการสร้างภาพแล้ว โดยสามารถ เปลี่ยนพื้นหลัง, สร้างภาพจากไอเดียใหม่ และปรับอารมณ์ภาพ อย่างไรก็ตาม มีข้อจำกัดสำหรับผู้ใช้ฟรี เช่น สามารถสร้างภาพได้เพียง 3 ครั้งต่อวัน และ ข้อจำกัดในการอัปโหลดรูปภาพเพื่อแก้ไข หากต้องการใช้งานเพิ่มเติม อาจต้องสมัครสมาชิกแบบเสียเงิน ✅ การสร้างภาพและแก้ไขพื้นหลัง - ChatGPT 4o สามารถ เปลี่ยนพื้นหลังของภาพได้อย่างแม่นยำ โดยตรวจจับวัตถุหลักและสร้างฉากที่เข้ากัน - ตัวอย่างเช่น เมื่อนำภาพของ French Bulldog ไปให้ AI และสั่งเปลี่ยนพื้นหลังเป็นชายหาด ChatGPT สามารถสร้างภาพใหม่ได้อย่างสมจริง ✅ ใช้ภาพอ้างอิงเพื่อสร้างภาพใหม่ - ผู้ใช้สามารถให้ ChatGPT ใช้ภาพเดิมเป็นต้นแบบ และสร้างภาพใหม่ตามไอเดียที่ต้องการ - ตัวอย่างเช่น เมื่อให้ภาพของสุนัข และสั่งให้มัน แต่งตัวเป็นกบแล้วขี่สเก็ตบอร์ด AI สามารถสร้างภาพตามคำสั่งได้ ✅ ปรับอารมณ์ของภาพ - AI สามารถปรับอารมณ์ของภาพได้ เช่น เปลี่ยนให้ สุนัขที่ดูเศร้าเป็นสุนัขที่ดูมีความสุข โดยใช้เทคนิคการปรับแต่งใบหน้า ✅ ข้อจำกัดของผู้ใช้ฟรี - OpenAI กำหนดให้ ผู้ใช้ฟรีสามารถสร้างภาพได้เพียง 3 ครั้งต่อวัน - นอกจากนี้ มีข้อจำกัดเกี่ยวกับ จำนวนครั้งที่สามารถอัปโหลดภาพเพื่อแก้ไข https://www.techradar.com/computing/artificial-intelligence/chatgpt-4os-image-generation-is-now-free-for-everyone-3-ways-to-use-the-new-ai-tool-without-following-the-studio-ghibli-herd
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 190 มุมมอง 0 รีวิว
  • Intel ยืนยันว่า Core Ultra 300 'Panther Lake' จะเปิดตัวในช่วงต้นปี 2026 แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยปฏิเสธข่าวลือเรื่องการล่าช้า CEO Lip-Bu Tan ย้ำว่าเทคโนโลยี 18A Node ของ Intel ไม่ได้มีปัญหา และกำลังเดินหน้าตามแผน การผลิตจำนวนมากจะเริ่มก่อนสิ้นปี 2025 และในเดือนตุลาคมจะมี การเปิดตัวจำนวนจำกัดผ่านโปรแกรม EEP ขณะที่ Nova Lake จะเปิดตัวในปี 2026 เป็นรุ่นต่อจาก Panther Lake

    ✅ Panther Lake จะเปิดตัวในช่วงต้นปี 2026 ไม่ใช่ปลายปี 2025 ตามที่เคยกล่าวไว้
    - ก่อนหน้านี้ Intel เคยยืนยันว่า Panther Lake จะเปิดตัวในครึ่งหลังของปี 2025
    - ข้อมูลใหม่จากงาน Vision 2025 ระบุว่า Panther Lake จะเข้าสู่ตลาดในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026

    ✅ ผู้บริหารยืนยันว่าการพัฒนา 18A Node ไม่ได้มีปัญหา
    - ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า ปัญหาการผลิตบนเทคโนโลยี 18A อาจทำให้ Panther Lake ล่าช้า
    - อย่างไรก็ตาม Lip-Bu Tan CEO ของ Intel ระบุว่า โครงการเดินหน้าไปได้ดี และจะมีการผลิตจำนวนมากก่อนสิ้นปี 2025

    ✅ Intel กำลังทดสอบการผลิตแบบ Early Enablement Program (EEP)
    - Intel วางแผนเปิดตัว Panther Lake ในจำนวนจำกัดผ่านโปรแกรม EEP ในเดือนตุลาคม 2025
    - การผลิตจำนวนมากจะเริ่มในช่วงต้นปี 2026

    ✅ Panther Lake ได้รับการออกแบบให้รวมพลังของ Lunar Lake และ Arrow Lake
    - รองประธานกลุ่ม Client Computing ระบุว่า Panther Lake จะใช้พลังงานต่ำเหมือน Lunar Lake
    - มีประสิทธิภาพการประมวลผลสูงเทียบเท่า Arrow Lake
    - เป็น CPU รุ่นแรกของ Intel ที่ใช้เทคโนโลยี 18A เต็มรูปแบบ

    ✅ Nova Lake จะเปิดตัวในปี 2026 เป็นรุ่นต่อจาก Panther Lake
    - Nova Lake จะมาพร้อม สถาปัตยกรรมใหม่และโครงสร้างชิปแบบแยกส่วน
    - คาดว่าจะเป็นซีพียูสำหรับเดสก์ท็อปที่ใช้ N3 ของ TSMC ร่วมกับการออกแบบของ Intel

    https://www.techpowerup.com/334929/intel-vision-presentation-labels-core-ultra-300-panther-lake-cpu-series-as-2026-products
    Intel ยืนยันว่า Core Ultra 300 'Panther Lake' จะเปิดตัวในช่วงต้นปี 2026 แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยปฏิเสธข่าวลือเรื่องการล่าช้า CEO Lip-Bu Tan ย้ำว่าเทคโนโลยี 18A Node ของ Intel ไม่ได้มีปัญหา และกำลังเดินหน้าตามแผน การผลิตจำนวนมากจะเริ่มก่อนสิ้นปี 2025 และในเดือนตุลาคมจะมี การเปิดตัวจำนวนจำกัดผ่านโปรแกรม EEP ขณะที่ Nova Lake จะเปิดตัวในปี 2026 เป็นรุ่นต่อจาก Panther Lake ✅ Panther Lake จะเปิดตัวในช่วงต้นปี 2026 ไม่ใช่ปลายปี 2025 ตามที่เคยกล่าวไว้ - ก่อนหน้านี้ Intel เคยยืนยันว่า Panther Lake จะเปิดตัวในครึ่งหลังของปี 2025 - ข้อมูลใหม่จากงาน Vision 2025 ระบุว่า Panther Lake จะเข้าสู่ตลาดในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 ✅ ผู้บริหารยืนยันว่าการพัฒนา 18A Node ไม่ได้มีปัญหา - ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า ปัญหาการผลิตบนเทคโนโลยี 18A อาจทำให้ Panther Lake ล่าช้า - อย่างไรก็ตาม Lip-Bu Tan CEO ของ Intel ระบุว่า โครงการเดินหน้าไปได้ดี และจะมีการผลิตจำนวนมากก่อนสิ้นปี 2025 ✅ Intel กำลังทดสอบการผลิตแบบ Early Enablement Program (EEP) - Intel วางแผนเปิดตัว Panther Lake ในจำนวนจำกัดผ่านโปรแกรม EEP ในเดือนตุลาคม 2025 - การผลิตจำนวนมากจะเริ่มในช่วงต้นปี 2026 ✅ Panther Lake ได้รับการออกแบบให้รวมพลังของ Lunar Lake และ Arrow Lake - รองประธานกลุ่ม Client Computing ระบุว่า Panther Lake จะใช้พลังงานต่ำเหมือน Lunar Lake - มีประสิทธิภาพการประมวลผลสูงเทียบเท่า Arrow Lake - เป็น CPU รุ่นแรกของ Intel ที่ใช้เทคโนโลยี 18A เต็มรูปแบบ ✅ Nova Lake จะเปิดตัวในปี 2026 เป็นรุ่นต่อจาก Panther Lake - Nova Lake จะมาพร้อม สถาปัตยกรรมใหม่และโครงสร้างชิปแบบแยกส่วน - คาดว่าจะเป็นซีพียูสำหรับเดสก์ท็อปที่ใช้ N3 ของ TSMC ร่วมกับการออกแบบของ Intel https://www.techpowerup.com/334929/intel-vision-presentation-labels-core-ultra-300-panther-lake-cpu-series-as-2026-products
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    Intel Vision Presentation Labels Core Ultra 300 "Panther Lake" CPU Series as 2026 Products
    Intel's freshly concluded Vision 2025 "Products Update and GTM" showcase included a segment dedicated to forthcoming Core Ultra 300 "Panther Lake" client processors. Industry watchdogs have grabbed a select few screenshots from Team Blue's broadcast from Las Vegas, Nevada—one backdropped slide confi...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 169 มุมมอง 0 รีวิว
  • NVIDIA และ Quantum Machines เปิดตัว DGX Quantum Early Access Program ซึ่งช่วยผสานการคำนวณควอนตัมเข้ากับการประมวลผลแบบคลาสสิก DGX Quantum ใช้ OPX1000 และ Grace Hopper Superchips เพื่อลดเวลาการส่งข้อมูลให้ต่ำกว่า 4 ไมโครวินาที พร้อมรองรับ AI-driven calibration และ Quantum Error Correction นักวิจัยจาก MIT, IQCC, และสถาบันอื่น ๆ เข้าร่วมเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใหม่นี้

    ✅ NVIDIA DGX Quantum คืออะไร?
    - เป็น สถาปัตยกรรมอ้างอิงที่พัฒนาโดย NVIDIA และ QM
    - เป็นระบบแรกที่ผสาน การประมวลผลควอนตัมและคลาสสิกเข้าด้วยกัน เพื่อรองรับการคำนวณที่ซับซ้อน

    ✅ ความท้าทายของควอนตัมคอมพิวติ้ง—จำเป็นต้องมีพลังการประมวลผลแบบคลาสสิกเสริม
    - ควอนตัมคอมพิวเตอร์ต้องใช้การประมวลผลแบบคลาสสิกเพื่อ แก้ไขข้อผิดพลาด (Quantum Error Correction - QEC) และปรับพารามิเตอร์
    - NVIDIA DGX Quantum ช่วยให้ ระบบมีพลังการประมวลผลมากขึ้น ลดความล่าช้าในการสื่อสารระหว่างโปรเซสเซอร์

    ✅ OPX1000 ช่วยเร่งความเร็วและลดความล่าช้าในการคำนวณ
    - DGX Quantum ใช้ OPX1000 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มควบคุมแบบโมดูลาร์ ที่สามารถทำงานร่วมกับ Grace Hopper Superchips ของ NVIDIA
    - ลดเวลา รอบการส่งข้อมูลระหว่างควอนตัมกับ AI ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ให้น้อยกว่า 4 ไมโครวินาที ซึ่งเร็วกว่าวิธีอื่น ๆ

    ✅ 6 กลุ่มนักวิจัยที่เข้าร่วมโปรแกรม Early Access
    - Engineering Quantum Systems ของ MIT
    - Israeli Quantum Computing Center (IQCC)
    - Diraq—บริษัทพัฒนาฮาร์ดแวร์ควอนตัม
    - Quantum Circuit Group ของ ENS Lyon
    - Fraunhofer IAF
    - สถาบันวิจัยทางควอนตัมอื่น ๆ

    ✅ DGX Quantum รองรับ AI-driven QPU calibration และการประมวลผลแบบไฮบริด
    - มีการผสาน การเรียนรู้เสริมแรง (Reinforcement Learning) เพื่อช่วยเพิ่มความแม่นยำในการคำนวณควอนตัม
    - สามารถปรับค่า drive และ readout fidelities อย่างแม่นยำเพื่อรองรับ QEC ที่มีประสิทธิภาพสูง

    https://www.techpowerup.com/334928/quantum-machines-announces-nvidia-dgx-quantum-early-access-program
    NVIDIA และ Quantum Machines เปิดตัว DGX Quantum Early Access Program ซึ่งช่วยผสานการคำนวณควอนตัมเข้ากับการประมวลผลแบบคลาสสิก DGX Quantum ใช้ OPX1000 และ Grace Hopper Superchips เพื่อลดเวลาการส่งข้อมูลให้ต่ำกว่า 4 ไมโครวินาที พร้อมรองรับ AI-driven calibration และ Quantum Error Correction นักวิจัยจาก MIT, IQCC, และสถาบันอื่น ๆ เข้าร่วมเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใหม่นี้ ✅ NVIDIA DGX Quantum คืออะไร? - เป็น สถาปัตยกรรมอ้างอิงที่พัฒนาโดย NVIDIA และ QM - เป็นระบบแรกที่ผสาน การประมวลผลควอนตัมและคลาสสิกเข้าด้วยกัน เพื่อรองรับการคำนวณที่ซับซ้อน ✅ ความท้าทายของควอนตัมคอมพิวติ้ง—จำเป็นต้องมีพลังการประมวลผลแบบคลาสสิกเสริม - ควอนตัมคอมพิวเตอร์ต้องใช้การประมวลผลแบบคลาสสิกเพื่อ แก้ไขข้อผิดพลาด (Quantum Error Correction - QEC) และปรับพารามิเตอร์ - NVIDIA DGX Quantum ช่วยให้ ระบบมีพลังการประมวลผลมากขึ้น ลดความล่าช้าในการสื่อสารระหว่างโปรเซสเซอร์ ✅ OPX1000 ช่วยเร่งความเร็วและลดความล่าช้าในการคำนวณ - DGX Quantum ใช้ OPX1000 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มควบคุมแบบโมดูลาร์ ที่สามารถทำงานร่วมกับ Grace Hopper Superchips ของ NVIDIA - ลดเวลา รอบการส่งข้อมูลระหว่างควอนตัมกับ AI ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ให้น้อยกว่า 4 ไมโครวินาที ซึ่งเร็วกว่าวิธีอื่น ๆ ✅ 6 กลุ่มนักวิจัยที่เข้าร่วมโปรแกรม Early Access - Engineering Quantum Systems ของ MIT - Israeli Quantum Computing Center (IQCC) - Diraq—บริษัทพัฒนาฮาร์ดแวร์ควอนตัม - Quantum Circuit Group ของ ENS Lyon - Fraunhofer IAF - สถาบันวิจัยทางควอนตัมอื่น ๆ ✅ DGX Quantum รองรับ AI-driven QPU calibration และการประมวลผลแบบไฮบริด - มีการผสาน การเรียนรู้เสริมแรง (Reinforcement Learning) เพื่อช่วยเพิ่มความแม่นยำในการคำนวณควอนตัม - สามารถปรับค่า drive และ readout fidelities อย่างแม่นยำเพื่อรองรับ QEC ที่มีประสิทธิภาพสูง https://www.techpowerup.com/334928/quantum-machines-announces-nvidia-dgx-quantum-early-access-program
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    Quantum Machines Announces NVIDIA DGX Quantum Early Access Program
    Quantum Machines (QM), the leading provider of advanced quantum control solutions, has recently announced the NVIDIA DGX Quantum Early Customer Program, with a cohort of six leading research groups and quantum computer builders. NVIDIA DGX Quantum, a reference architecture jointly developed by NVIDI...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 166 มุมมอง 0 รีวิว
  • Arm ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาด CPU ศูนย์ข้อมูลจาก 15% เป็น 50% ภายในปี 2025 โดยมุ่งเน้นไปที่เซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ AI และระบบ Cloud ขณะที่ Nvidia, AWS และ Ampere Computing เป็นผู้ใช้หลักของ CPU Arm นอกจากนี้ Google และ Microsoft กำลังออกแบบ CPU โดยใช้เทคโนโลยีของ Arm และมีรายงานว่า Meta อาจใช้ CPU Arm สำหรับระบบ Cloud ในอนาคต

    ✅ Arm ได้รับแรงหนุนจากเซิร์ฟเวอร์ AI และผู้ให้บริการ Cloud รายใหญ่
    - Nvidia GB200 และ GB300, AWS Graviton, และระบบที่ใช้ Ampere Computing ล้วนเป็นเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ Arm-based CPUs
    - 50% ของเซิร์ฟเวอร์ AWS ใช้ชิป Arm แทน AMD หรือ Intel

    ✅ ซอฟต์แวร์เริ่มพัฒนาเพื่อ Arm ก่อน แล้วค่อยพอร์ตไป x86
    - สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไป—แต่เดิม ศูนย์ข้อมูลพึ่งพาซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาสำหรับ x86
    - ตอนนี้บางแอปพลิเคชันถูกออกแบบให้ทำงานบน Arm ก่อน แล้วจึงพอร์ตไป x86

    ✅ Google และ Microsoft เริ่มออกแบบ CPU ศูนย์ข้อมูลโดยใช้เทคโนโลยี Arm
    - แม้ว่าการพัฒนาอยู่ในช่วงต้น Amazon ยังคงนำหน้าในส่วนนี้
    - Meta รายงานว่า Arm กำลังพัฒนา CPU สำหรับระบบ Cloud ของ Meta แต่ยังไม่มีข้อมูลการใช้งานจริง

    ✅ Arm มี Compute Subsystems (CSS) ให้บริษัทอื่นสร้าง CPU ได้ง่ายขึ้น
    - ช่วยให้บริษัทสามารถออกแบบ CPU สำหรับศูนย์ข้อมูลของตนเอง ได้อย่างรวดเร็ว
    - อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ Arm ขยายส่วนแบ่งตลาดอย่างรวดเร็ว

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/arm-aims-to-capture-50-percent-of-data-center-cpu-market-in-2025
    Arm ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาด CPU ศูนย์ข้อมูลจาก 15% เป็น 50% ภายในปี 2025 โดยมุ่งเน้นไปที่เซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ AI และระบบ Cloud ขณะที่ Nvidia, AWS และ Ampere Computing เป็นผู้ใช้หลักของ CPU Arm นอกจากนี้ Google และ Microsoft กำลังออกแบบ CPU โดยใช้เทคโนโลยีของ Arm และมีรายงานว่า Meta อาจใช้ CPU Arm สำหรับระบบ Cloud ในอนาคต ✅ Arm ได้รับแรงหนุนจากเซิร์ฟเวอร์ AI และผู้ให้บริการ Cloud รายใหญ่ - Nvidia GB200 และ GB300, AWS Graviton, และระบบที่ใช้ Ampere Computing ล้วนเป็นเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ Arm-based CPUs - 50% ของเซิร์ฟเวอร์ AWS ใช้ชิป Arm แทน AMD หรือ Intel ✅ ซอฟต์แวร์เริ่มพัฒนาเพื่อ Arm ก่อน แล้วค่อยพอร์ตไป x86 - สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไป—แต่เดิม ศูนย์ข้อมูลพึ่งพาซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาสำหรับ x86 - ตอนนี้บางแอปพลิเคชันถูกออกแบบให้ทำงานบน Arm ก่อน แล้วจึงพอร์ตไป x86 ✅ Google และ Microsoft เริ่มออกแบบ CPU ศูนย์ข้อมูลโดยใช้เทคโนโลยี Arm - แม้ว่าการพัฒนาอยู่ในช่วงต้น Amazon ยังคงนำหน้าในส่วนนี้ - Meta รายงานว่า Arm กำลังพัฒนา CPU สำหรับระบบ Cloud ของ Meta แต่ยังไม่มีข้อมูลการใช้งานจริง ✅ Arm มี Compute Subsystems (CSS) ให้บริษัทอื่นสร้าง CPU ได้ง่ายขึ้น - ช่วยให้บริษัทสามารถออกแบบ CPU สำหรับศูนย์ข้อมูลของตนเอง ได้อย่างรวดเร็ว - อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ Arm ขยายส่วนแบ่งตลาดอย่างรวดเร็ว https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/arm-aims-to-capture-50-percent-of-data-center-cpu-market-in-2025
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 155 มุมมอง 0 รีวิว
  • AMD กำลังนำ Ryzen AI Max มาสู่เดสก์ท็อป โดยใช้ iGPU ที่แรงพอสำหรับเกม AAA ที่ 1440p โดยไม่ต้องใช้การ์ดจอแยก หากเทคโนโลยีนี้พัฒนาไปเรื่อย ๆ อาจทำให้ตลาด GPU ระดับกลางค่อย ๆ ลดลง และหันไปเน้นที่ตลาดไฮเอนด์แทน

    ศักยภาพของ Ryzen AI Max+ 395
    - ใช้ Radeon 8060S iGPU ที่มี 40 RDNA 3.5 GPU cores
    - มาพร้อม 16 คอร์ และ 32 เธรด สามารถรันเกมที่ 1440p ด้วยกราฟิกระดับ Ultra และเฟรมเรต 55-60fps ใน Cyberpunk 2077

    เทคโนโลยี FSR 4 อาจมาเสริม RDNA 3
    - ปัจจุบัน FSR 4 รองรับเฉพาะ RDNA 4 แต่มีข่าวว่าอาจถูกนำมาใช้กับ APU RDNA 3 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้การเล่นเกมโดยไม่ต้องใช้ GPU แยก

    ผลกระทบต่อการ์ดจอแยก
    - ด้วยประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น APU อาจทำให้การ์ดจอระดับกลางเริ่มสูญเสียความจำเป็น
    - นักวิเคราะห์คาดว่า ตลาด GPU อาจเปลี่ยนแปลงไปสู่รูปแบบที่เน้นเฉพาะกลุ่มไฮเอนด์มากขึ้น

    APU กับอนาคตของพีซีขนาดเล็ก
    - APU ทรงพลังอาจเหมาะกับ Mini-PC และ Handheld Gaming PC
    - อาจเป็นทางเลือกใหม่แทนพีซีแบบดั้งเดิมที่ต้องใช้การ์ดจอแยก

    https://www.techradar.com/computing/gaming-pcs/amds-powerful-ryzen-ai-max-processors-are-on-their-way-to-desktop-pcs-and-a-side-effect-could-kill-off-discrete-gpus-for-gaming
    AMD กำลังนำ Ryzen AI Max มาสู่เดสก์ท็อป โดยใช้ iGPU ที่แรงพอสำหรับเกม AAA ที่ 1440p โดยไม่ต้องใช้การ์ดจอแยก หากเทคโนโลยีนี้พัฒนาไปเรื่อย ๆ อาจทำให้ตลาด GPU ระดับกลางค่อย ๆ ลดลง และหันไปเน้นที่ตลาดไฮเอนด์แทน ศักยภาพของ Ryzen AI Max+ 395 - ใช้ Radeon 8060S iGPU ที่มี 40 RDNA 3.5 GPU cores - มาพร้อม 16 คอร์ และ 32 เธรด สามารถรันเกมที่ 1440p ด้วยกราฟิกระดับ Ultra และเฟรมเรต 55-60fps ใน Cyberpunk 2077 เทคโนโลยี FSR 4 อาจมาเสริม RDNA 3 - ปัจจุบัน FSR 4 รองรับเฉพาะ RDNA 4 แต่มีข่าวว่าอาจถูกนำมาใช้กับ APU RDNA 3 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้การเล่นเกมโดยไม่ต้องใช้ GPU แยก ผลกระทบต่อการ์ดจอแยก - ด้วยประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น APU อาจทำให้การ์ดจอระดับกลางเริ่มสูญเสียความจำเป็น - นักวิเคราะห์คาดว่า ตลาด GPU อาจเปลี่ยนแปลงไปสู่รูปแบบที่เน้นเฉพาะกลุ่มไฮเอนด์มากขึ้น APU กับอนาคตของพีซีขนาดเล็ก - APU ทรงพลังอาจเหมาะกับ Mini-PC และ Handheld Gaming PC - อาจเป็นทางเลือกใหม่แทนพีซีแบบดั้งเดิมที่ต้องใช้การ์ดจอแยก https://www.techradar.com/computing/gaming-pcs/amds-powerful-ryzen-ai-max-processors-are-on-their-way-to-desktop-pcs-and-a-side-effect-could-kill-off-discrete-gpus-for-gaming
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 155 มุมมอง 0 รีวิว
  • SoftBank ซื้อ Ampere Computing ด้วยมูลค่า 6.5 พันล้านดอลลาร์ โดยมีเป้าหมายขยายตลาดศูนย์ข้อมูลและสนับสนุนโครงการ Project Stargate ในการพัฒนาชิป AI การซื้อครั้งนี้อาจเปลี่ยน Arm จากการขายสิทธิ์ออกแบบไปสู่การผลิตชิปเอง แต่ต้องรอผ่านการตรวจสอบการผูกขาดในสหรัฐฯ เสียก่อน

    การเชื่อมโยงกับ Project Stargate:
    - Project Stargate เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ, OpenAI และ SoftBank ที่ประกาศในปี 2025 ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาความเป็นผู้นำในด้าน AI โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Oracle ที่เป็นผู้ถือหุ้นหลักของ Ampere โดยนักวิเคราะห์มองว่าทีมออกแบบชิปของ Ampere จะช่วยสนับสนุน OpenAI ในการพัฒนาชิป CPU และ GPU ที่ปรับแต่งเฉพาะ.

    ประโยชน์สำหรับตลาดเซิร์ฟเวอร์:
    - Ampere ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปเซิร์ฟเวอร์อิสระรายสุดท้ายในระบบ Arm อาจช่วย SoftBank ขยายขีดความสามารถในตลาดศูนย์ข้อมูลที่ต้องการชิปเซิร์ฟเวอร์ที่ทรงพลังและคุ้มค่า.

    ความหมายเชิงยุทธศาสตร์:
    - ดีลนี้สามารถเพิ่มความสามารถของ Arm ในการแข่งขันกับลูกค้าปัจจุบันที่พัฒนาชิป Arm เอง อีกทั้งยังช่วยให้ Arm สร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความเฉพาะตัวในตลาดเซิร์ฟเวอร์.

    ความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น:
    - การซื้อกิจการนี้จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผ่านการตรวจสอบด้านการผูกขาดของสหรัฐฯ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคสำคัญ.

    https://www.techradar.com/pro/analyst-claims-that-softbank-bought-ampere-computing-for-usd6-5-billion-to-help-openais-chip-ambitions
    SoftBank ซื้อ Ampere Computing ด้วยมูลค่า 6.5 พันล้านดอลลาร์ โดยมีเป้าหมายขยายตลาดศูนย์ข้อมูลและสนับสนุนโครงการ Project Stargate ในการพัฒนาชิป AI การซื้อครั้งนี้อาจเปลี่ยน Arm จากการขายสิทธิ์ออกแบบไปสู่การผลิตชิปเอง แต่ต้องรอผ่านการตรวจสอบการผูกขาดในสหรัฐฯ เสียก่อน การเชื่อมโยงกับ Project Stargate: - Project Stargate เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ, OpenAI และ SoftBank ที่ประกาศในปี 2025 ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาความเป็นผู้นำในด้าน AI โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Oracle ที่เป็นผู้ถือหุ้นหลักของ Ampere โดยนักวิเคราะห์มองว่าทีมออกแบบชิปของ Ampere จะช่วยสนับสนุน OpenAI ในการพัฒนาชิป CPU และ GPU ที่ปรับแต่งเฉพาะ. ประโยชน์สำหรับตลาดเซิร์ฟเวอร์: - Ampere ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปเซิร์ฟเวอร์อิสระรายสุดท้ายในระบบ Arm อาจช่วย SoftBank ขยายขีดความสามารถในตลาดศูนย์ข้อมูลที่ต้องการชิปเซิร์ฟเวอร์ที่ทรงพลังและคุ้มค่า. ความหมายเชิงยุทธศาสตร์: - ดีลนี้สามารถเพิ่มความสามารถของ Arm ในการแข่งขันกับลูกค้าปัจจุบันที่พัฒนาชิป Arm เอง อีกทั้งยังช่วยให้ Arm สร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความเฉพาะตัวในตลาดเซิร์ฟเวอร์. ความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น: - การซื้อกิจการนี้จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผ่านการตรวจสอบด้านการผูกขาดของสหรัฐฯ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคสำคัญ. https://www.techradar.com/pro/analyst-claims-that-softbank-bought-ampere-computing-for-usd6-5-billion-to-help-openais-chip-ambitions
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 234 มุมมอง 0 รีวิว
  • Google NotebookLM เปิดตัวฟีเจอร์ Mind Maps ที่ช่วยจัดระเบียบข้อมูลด้วย AI ในรูปแบบแผนภาพ ผู้ใช้สามารถใช้ฟีเจอร์นี้วางแผนสวนหรือเรียนรู้ DIY ได้อย่างง่ายดาย แม้จะมีข้อจำกัดในข้อมูลที่บางครั้งไม่เจาะจง แต่ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการจัดระเบียบความคิดและเรียนรู้แนวคิดใหม่

    การประยุกต์ใช้งานจริง:
    - ผู้เขียนทดลองใช้ Mind Maps ในสองสถานการณ์ ได้แก่ การวางแผนสวน และการเรียนรู้วิธีทำงาน DIY ที่เกี่ยวข้องกับซ่อมแซมบ้าน ซึ่งช่วยให้การจัดระเบียบข้อมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้น.

    ข้อดีของ Mind Maps:
    - AI ใน NotebookLM สามารถสร้างการเชื่อมโยงของแนวคิดและข้อมูลได้อย่างชัดเจน เช่น การแยกแยะหัวข้อย่อยในงานที่ซับซ้อน ทำให้ผู้ใช้สามารถวางแผนและค้นหาวิธีการแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น.

    ข้อจำกัดที่พบ:
    - ฟีเจอร์นี้ยังมีข้อจำกัด เช่น การแนะนำข้อมูลทั่วไปที่อาจไม่เจาะจงต่อสถานการณ์ หรือการเชื่อมโยงที่ดูไม่เกี่ยวข้องกันในบางครั้ง เช่น การเชื่อมโยงหัวข้อการทำปุ๋ยหมักกับการแต่งเพลงสวน.

    การปรับปรุงในอนาคต:
    - ผู้เขียนเสนอว่า NotebookLM ควรมีฟีเจอร์การปรับแต่งแผนภาพด้วยตนเอง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถตัดหรือแก้ไขข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องได้ง่ายขึ้น.

    https://www.techradar.com/computing/artificial-intelligence/i-tried-mind-maps-in-notebooklm-and-its-my-new-favorite-feature
    Google NotebookLM เปิดตัวฟีเจอร์ Mind Maps ที่ช่วยจัดระเบียบข้อมูลด้วย AI ในรูปแบบแผนภาพ ผู้ใช้สามารถใช้ฟีเจอร์นี้วางแผนสวนหรือเรียนรู้ DIY ได้อย่างง่ายดาย แม้จะมีข้อจำกัดในข้อมูลที่บางครั้งไม่เจาะจง แต่ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการจัดระเบียบความคิดและเรียนรู้แนวคิดใหม่ การประยุกต์ใช้งานจริง: - ผู้เขียนทดลองใช้ Mind Maps ในสองสถานการณ์ ได้แก่ การวางแผนสวน และการเรียนรู้วิธีทำงาน DIY ที่เกี่ยวข้องกับซ่อมแซมบ้าน ซึ่งช่วยให้การจัดระเบียบข้อมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้น. ข้อดีของ Mind Maps: - AI ใน NotebookLM สามารถสร้างการเชื่อมโยงของแนวคิดและข้อมูลได้อย่างชัดเจน เช่น การแยกแยะหัวข้อย่อยในงานที่ซับซ้อน ทำให้ผู้ใช้สามารถวางแผนและค้นหาวิธีการแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น. ข้อจำกัดที่พบ: - ฟีเจอร์นี้ยังมีข้อจำกัด เช่น การแนะนำข้อมูลทั่วไปที่อาจไม่เจาะจงต่อสถานการณ์ หรือการเชื่อมโยงที่ดูไม่เกี่ยวข้องกันในบางครั้ง เช่น การเชื่อมโยงหัวข้อการทำปุ๋ยหมักกับการแต่งเพลงสวน. การปรับปรุงในอนาคต: - ผู้เขียนเสนอว่า NotebookLM ควรมีฟีเจอร์การปรับแต่งแผนภาพด้วยตนเอง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถตัดหรือแก้ไขข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องได้ง่ายขึ้น. https://www.techradar.com/computing/artificial-intelligence/i-tried-mind-maps-in-notebooklm-and-its-my-new-favorite-feature
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 255 มุมมอง 0 รีวิว
  • AMD อาจนำ FSR 4 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีปรับคุณภาพภาพเกมไปใช้ในเครื่องเล่นเกมพกพาและแล็ปท็อปรุ่นใหม่ผ่าน APU Medusa Point ที่ใช้ RDNA 4 ฟีเจอร์นี้ช่วยเพิ่มความลื่นไหลของภาพและคุณภาพกราฟิก แม้ยังมีการแข่งขันกับเทคโนโลยี DLSS ของ NVIDIA แต่การพัฒนานี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ AMD มีโอกาสโดดเด่นในตลาดเกมพกพา

    ความน่าสนใจของ Medusa Point APUs:
    - สถาปัตยกรรม RDNA 4 ของ Medusa Point รองรับ Zen5LP cores ที่เป็นระบบประหยัดพลังงานและหน่วยประมวลผล Navi4 ซึ่งเหมาะสมกับเกมที่ต้องการคุณภาพกราฟิกสูง.

    การใช้งาน FSR 4 ในอนาคต:
    - มีความหวังว่า FSR 4 อาจถูกพัฒนาสำหรับ RDNA 3 ในอนาคต ซึ่งจะช่วยให้เครื่องที่ใช้ AMD รุ่นก่อนหน้านี้สามารถเข้าถึงฟีเจอร์นี้ได้.

    เปรียบเทียบกับเทคโนโลยีคู่แข่ง:
    - FSR 4 ถูกเปรียบเทียบกับเทคโนโลยี DLSS (Deep Learning Super Sampling) ของ NVIDIA โดยเน้นการให้ประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงกันในโหมด performance และช่วยเพิ่มคุณภาพภาพโดยไม่สูญเสียความลื่นไหล.

    โอกาสและการแข่งขันในตลาด:
    - ความก้าวหน้าของ FSR 4 บน APU จะช่วยให้ AMD แข่งขันกับ NVIDIA และ Intel ได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในตลาดเครื่องเล่นเกมพกพาที่มีศักยภาพการเติบโตสูง.

    https://www.techradar.com/computing/cpu/hang-on-handheld-fans-we-could-be-seeing-amds-fsr-4-upscaling-on-new-handhelds-after-all-if-this-new-rdna-4-leak-is-legitimate
    AMD อาจนำ FSR 4 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีปรับคุณภาพภาพเกมไปใช้ในเครื่องเล่นเกมพกพาและแล็ปท็อปรุ่นใหม่ผ่าน APU Medusa Point ที่ใช้ RDNA 4 ฟีเจอร์นี้ช่วยเพิ่มความลื่นไหลของภาพและคุณภาพกราฟิก แม้ยังมีการแข่งขันกับเทคโนโลยี DLSS ของ NVIDIA แต่การพัฒนานี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ AMD มีโอกาสโดดเด่นในตลาดเกมพกพา ความน่าสนใจของ Medusa Point APUs: - สถาปัตยกรรม RDNA 4 ของ Medusa Point รองรับ Zen5LP cores ที่เป็นระบบประหยัดพลังงานและหน่วยประมวลผล Navi4 ซึ่งเหมาะสมกับเกมที่ต้องการคุณภาพกราฟิกสูง. การใช้งาน FSR 4 ในอนาคต: - มีความหวังว่า FSR 4 อาจถูกพัฒนาสำหรับ RDNA 3 ในอนาคต ซึ่งจะช่วยให้เครื่องที่ใช้ AMD รุ่นก่อนหน้านี้สามารถเข้าถึงฟีเจอร์นี้ได้. เปรียบเทียบกับเทคโนโลยีคู่แข่ง: - FSR 4 ถูกเปรียบเทียบกับเทคโนโลยี DLSS (Deep Learning Super Sampling) ของ NVIDIA โดยเน้นการให้ประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงกันในโหมด performance และช่วยเพิ่มคุณภาพภาพโดยไม่สูญเสียความลื่นไหล. โอกาสและการแข่งขันในตลาด: - ความก้าวหน้าของ FSR 4 บน APU จะช่วยให้ AMD แข่งขันกับ NVIDIA และ Intel ได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในตลาดเครื่องเล่นเกมพกพาที่มีศักยภาพการเติบโตสูง. https://www.techradar.com/computing/cpu/hang-on-handheld-fans-we-could-be-seeing-amds-fsr-4-upscaling-on-new-handhelds-after-all-if-this-new-rdna-4-leak-is-legitimate
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 282 มุมมอง 0 รีวิว
  • Signal แอปแชตที่มีชื่อเสียงด้านความปลอดภัย กลายเป็นข่าวดังเพราะความผิดพลาดในการใช้งานที่เกิดจากมนุษย์ แม้ว่าการเข้ารหัสของ Signal จะป้องกันการเจาะข้อมูลได้ดี แต่กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าความปลอดภัยของแอปยังพึ่งพาการใช้งานที่ถูกต้อง ฟีเจอร์อย่างข้อความลบตัวเองและ PIN สามารถเพิ่มการป้องกันได้ แต่ข้อมูลสำคัญควรใช้งานบนแพลตฟอร์มเฉพาะที่ปลอดภัยกว่านี้

    จุดแข็งของ Signal:
    - การเข้ารหัสแบบ end-to-end ช่วยให้เฉพาะผู้ส่งและผู้รับเท่านั้นที่สามารถอ่านข้อความได้ อีกทั้ง Signal ใช้ซอร์สโค้ดแบบเปิด ช่วยให้ตรวจสอบและแก้ไขช่องโหว่ได้รวดเร็ว.

    ข้อผิดพลาดในกรณี Signalgate:
    - นักข่าวไม่ได้แฮกระบบ แต่ถูกเพิ่มเข้ากลุ่มโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้เห็นข้อความที่ควรเป็นความลับ นี่แสดงให้เห็นว่าความปลอดภัยยังขึ้นอยู่กับผู้ใช้งาน.

    การใช้งานที่เหมาะสม:
    - Signal ถูกออกแบบมาสำหรับการสื่อสารส่วนตัว แต่ไม่เหมาะสำหรับข้อมูลลับทางการหรือข้อมูลที่มีความอ่อนไหวสูงสุด.

    คำแนะนำในการใช้งาน:
    - Signal มีฟีเจอร์เช่น การตั้งค่าข้อความที่ลบตัวเองอัตโนมัติ การซ่อนเบอร์โทร และการตั้งค่า PIN เพื่อป้องกันการเข้าถึงที่ไม่พึงประสงค์.

    https://www.techradar.com/computing/websites-apps/what-is-signal-signalgate-explained
    Signal แอปแชตที่มีชื่อเสียงด้านความปลอดภัย กลายเป็นข่าวดังเพราะความผิดพลาดในการใช้งานที่เกิดจากมนุษย์ แม้ว่าการเข้ารหัสของ Signal จะป้องกันการเจาะข้อมูลได้ดี แต่กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าความปลอดภัยของแอปยังพึ่งพาการใช้งานที่ถูกต้อง ฟีเจอร์อย่างข้อความลบตัวเองและ PIN สามารถเพิ่มการป้องกันได้ แต่ข้อมูลสำคัญควรใช้งานบนแพลตฟอร์มเฉพาะที่ปลอดภัยกว่านี้ จุดแข็งของ Signal: - การเข้ารหัสแบบ end-to-end ช่วยให้เฉพาะผู้ส่งและผู้รับเท่านั้นที่สามารถอ่านข้อความได้ อีกทั้ง Signal ใช้ซอร์สโค้ดแบบเปิด ช่วยให้ตรวจสอบและแก้ไขช่องโหว่ได้รวดเร็ว. ข้อผิดพลาดในกรณี Signalgate: - นักข่าวไม่ได้แฮกระบบ แต่ถูกเพิ่มเข้ากลุ่มโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้เห็นข้อความที่ควรเป็นความลับ นี่แสดงให้เห็นว่าความปลอดภัยยังขึ้นอยู่กับผู้ใช้งาน. การใช้งานที่เหมาะสม: - Signal ถูกออกแบบมาสำหรับการสื่อสารส่วนตัว แต่ไม่เหมาะสำหรับข้อมูลลับทางการหรือข้อมูลที่มีความอ่อนไหวสูงสุด. คำแนะนำในการใช้งาน: - Signal มีฟีเจอร์เช่น การตั้งค่าข้อความที่ลบตัวเองอัตโนมัติ การซ่อนเบอร์โทร และการตั้งค่า PIN เพื่อป้องกันการเข้าถึงที่ไม่พึงประสงค์. https://www.techradar.com/computing/websites-apps/what-is-signal-signalgate-explained
    WWW.TECHRADAR.COM
    Signalgate explained: what is Signal, and how secure is the messaging app?
    How to use Signal properly to keep your chats safe and secure
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 215 มุมมอง 0 รีวิว
  • Opera ได้แนะนำฟีเจอร์ใหม่ในเบราว์เซอร์ Opera One ที่ใช้ AI ชื่อ "AI Tab Commands" เพื่อจัดการแท็บต่าง ๆ ของผู้ใช้งาน ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสั่ง Aria ผู้ช่วย AI ให้ปิด จัดกลุ่ม หรือจัดระเบียบแท็บต่าง ๆ ได้ด้วยคำสั่งภาษาธรรมชาติ เช่น การสั่งให้ "ปิดแท็บ Wikipedia ทั้งหมด" หรือ "จัดกลุ่มแท็บ TechRadar" การอัปเดตครั้งนี้ทำให้ Aria ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ช่วยที่สามารถดำเนินงานเชิงปฏิบัติได้ แทนที่จะเป็นแค่การตอบคำถามเชิงข้อมูล

    การพัฒนาผู้ช่วย AI Aria:
    - Aria กำลังถูกปรับปรุงให้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์เบราว์เซอร์ เช่น การเพิ่มโหมด "Writing Mode" สำหรับการเขียนอีเมลโดยไม่ต้องออกจากเบราว์เซอร์.

    ความสะดวกในการใช้งาน:
    - ผู้ใช้สามารถเรียกใช้ฟีเจอร์นี้ผ่านคำสั่ง Ctrl + / บน Windows หรือ Cmd + / บน Mac และเลือกจัดการแท็บผ่านคำสั่งที่ง่ายต่อการเข้าใจ.

    ความใส่ใจในความเป็นส่วนตัว:
    - แม้ฟีเจอร์นี้จะมีการส่งคำสั่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ Opera แต่ข้อมูลอื่น ๆ เช่น รายการแท็บที่เปิดจะถูกเก็บไว้ในเครื่องเท่านั้น.

    ผลกระทบต่อตลาดเบราว์เซอร์:
    - Opera กำลังผลักดันการพัฒนาฟีเจอร์ AI อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งาน เช่น การสร้างภาพด้วย AI และการเพิ่มผู้ช่วยในแอปบนมือถือ ซึ่งอาจช่วยดึงดูดผู้ใช้งานใหม่เข้าสู่แพลตฟอร์ม.

    https://www.techradar.com/computing/artificial-intelligence/operas-new-ai-feature-brings-order-to-your-browser-tab-chaos
    Opera ได้แนะนำฟีเจอร์ใหม่ในเบราว์เซอร์ Opera One ที่ใช้ AI ชื่อ "AI Tab Commands" เพื่อจัดการแท็บต่าง ๆ ของผู้ใช้งาน ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสั่ง Aria ผู้ช่วย AI ให้ปิด จัดกลุ่ม หรือจัดระเบียบแท็บต่าง ๆ ได้ด้วยคำสั่งภาษาธรรมชาติ เช่น การสั่งให้ "ปิดแท็บ Wikipedia ทั้งหมด" หรือ "จัดกลุ่มแท็บ TechRadar" การอัปเดตครั้งนี้ทำให้ Aria ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ช่วยที่สามารถดำเนินงานเชิงปฏิบัติได้ แทนที่จะเป็นแค่การตอบคำถามเชิงข้อมูล การพัฒนาผู้ช่วย AI Aria: - Aria กำลังถูกปรับปรุงให้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์เบราว์เซอร์ เช่น การเพิ่มโหมด "Writing Mode" สำหรับการเขียนอีเมลโดยไม่ต้องออกจากเบราว์เซอร์. ความสะดวกในการใช้งาน: - ผู้ใช้สามารถเรียกใช้ฟีเจอร์นี้ผ่านคำสั่ง Ctrl + / บน Windows หรือ Cmd + / บน Mac และเลือกจัดการแท็บผ่านคำสั่งที่ง่ายต่อการเข้าใจ. ความใส่ใจในความเป็นส่วนตัว: - แม้ฟีเจอร์นี้จะมีการส่งคำสั่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ Opera แต่ข้อมูลอื่น ๆ เช่น รายการแท็บที่เปิดจะถูกเก็บไว้ในเครื่องเท่านั้น. ผลกระทบต่อตลาดเบราว์เซอร์: - Opera กำลังผลักดันการพัฒนาฟีเจอร์ AI อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งาน เช่น การสร้างภาพด้วย AI และการเพิ่มผู้ช่วยในแอปบนมือถือ ซึ่งอาจช่วยดึงดูดผู้ใช้งานใหม่เข้าสู่แพลตฟอร์ม. https://www.techradar.com/computing/artificial-intelligence/operas-new-ai-feature-brings-order-to-your-browser-tab-chaos
    WWW.TECHRADAR.COM
    Opera's new AI feature brings order to your browser tab chaos
    The AI Tab Commands can find and sort every tab you've forgotten why you opened but know is something you plan to get back to someday
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 169 มุมมอง 0 รีวิว
  • Sarcina Technology เปิดตัวแพลตฟอร์ม AI Chiplet ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานหลากหลาย ด้วยเทคโนโลยี FOCoS-CL ที่ช่วยให้สามารถสร้างระบบขนาดใหญ่ถึง 100x100 มม. ภายในชุดเดียว เทคโนโลยีนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อระหว่าง Chiplets ผ่านมาตรฐาน UCIe-A เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งผ่านข้อมูลที่รวดเร็วและการจัดการหน่วยความจำที่มีประสิทธิภาพสูง การเปิดตัวครั้งนี้จะช่วยยกระดับความสามารถของ AI ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น ระบบอัตโนมัติและการคำนวณขั้นสูง

    การออกแบบที่ตอบโจทย์หลากหลายความต้องการ:
    - Sarcina Technology มุ่งเน้นความคุ้มค่าโดยใช้ Chiplets ทดแทน SoC ที่ราคาแพง พร้อมสนับสนุนหน่วยความจำแบบ LPDDR5X/6 และ HBM3E ซึ่งรองรับ AI Workloads ได้หลากหลายรูปแบบ.

    ความก้าวหน้าด้านการส่งข้อมูล:
    - การออกแบบ Interposer ใหม่สามารถรองรับอัตราส่งข้อมูลสูงสุดที่ 32 GT/s ต่อช่องสัญญาณ พร้อมความสามารถในการวางซ้อนโมดูลหน่วยความจำได้สูงสุด 8 ชิป HBM3E หรือ 20 ชิป LPDDR6.

    ประสิทธิภาพและการควบคุมพลังงาน:
    - ระบบสามารถทำงานที่กำลังไฟต่ำกว่า 500 W ด้วยพัดลมระบายอากาศ หรือสูงถึง 1000 W ด้วยการระบายความร้อนด้วยน้ำ.

    การประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม:
    - แพลตฟอร์มนี้เหมาะสำหรับระบบอัตโนมัติ ศูนย์ข้อมูล และการคำนวณทางวิทยาศาสตร์ โดยช่วยเพิ่มความสามารถของ Generative AI และระบบ AI สำหรับการฝึกอบรมใน Edge Computing.

    https://www.techpowerup.com/334680/sarcina-technology-launches-ai-chiplet-platform-enabling-systems-up-to-100x100-mm-in-a-single-package
    Sarcina Technology เปิดตัวแพลตฟอร์ม AI Chiplet ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานหลากหลาย ด้วยเทคโนโลยี FOCoS-CL ที่ช่วยให้สามารถสร้างระบบขนาดใหญ่ถึง 100x100 มม. ภายในชุดเดียว เทคโนโลยีนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อระหว่าง Chiplets ผ่านมาตรฐาน UCIe-A เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งผ่านข้อมูลที่รวดเร็วและการจัดการหน่วยความจำที่มีประสิทธิภาพสูง การเปิดตัวครั้งนี้จะช่วยยกระดับความสามารถของ AI ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น ระบบอัตโนมัติและการคำนวณขั้นสูง การออกแบบที่ตอบโจทย์หลากหลายความต้องการ: - Sarcina Technology มุ่งเน้นความคุ้มค่าโดยใช้ Chiplets ทดแทน SoC ที่ราคาแพง พร้อมสนับสนุนหน่วยความจำแบบ LPDDR5X/6 และ HBM3E ซึ่งรองรับ AI Workloads ได้หลากหลายรูปแบบ. ความก้าวหน้าด้านการส่งข้อมูล: - การออกแบบ Interposer ใหม่สามารถรองรับอัตราส่งข้อมูลสูงสุดที่ 32 GT/s ต่อช่องสัญญาณ พร้อมความสามารถในการวางซ้อนโมดูลหน่วยความจำได้สูงสุด 8 ชิป HBM3E หรือ 20 ชิป LPDDR6. ประสิทธิภาพและการควบคุมพลังงาน: - ระบบสามารถทำงานที่กำลังไฟต่ำกว่า 500 W ด้วยพัดลมระบายอากาศ หรือสูงถึง 1000 W ด้วยการระบายความร้อนด้วยน้ำ. การประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม: - แพลตฟอร์มนี้เหมาะสำหรับระบบอัตโนมัติ ศูนย์ข้อมูล และการคำนวณทางวิทยาศาสตร์ โดยช่วยเพิ่มความสามารถของ Generative AI และระบบ AI สำหรับการฝึกอบรมใน Edge Computing. https://www.techpowerup.com/334680/sarcina-technology-launches-ai-chiplet-platform-enabling-systems-up-to-100x100-mm-in-a-single-package
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    Sarcina Technology Launches AI Chiplet Platform Enabling Systems Up to 100x100 mm in a Single Package
    Sarcina Technology, a global semiconductor packaging specialist, is excited to announce the launch of its innovative AI platform to enable advanced AI packaging solutions that can be tailored to meet specific customer requirements. Leveraging ASE's FOCoS-CL (Fan-Out Chip-on-Substrate-Chip Last) asse...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 167 มุมมอง 0 รีวิว
  • SoftBank ได้เข้าซื้อ Ampere Computing ซึ่งเป็นผู้พัฒนาซีพียูสำหรับศูนย์ข้อมูลด้วยดีลมูลค่า 6.5 พันล้านดอลลาร์ ธุรกิจนี้จะช่วยเสริมสร้างแผนการลงทุนด้าน AI ของ SoftBank ในศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ Ampere ยังเตรียมเปิดตัวซีพียู 256 คอร์ ที่ใช้เทคโนโลยี 3 นาโนเมตรภายในปีนี้ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมได้อย่างมหาศาล

    ศักยภาพใหม่ของ Ampere ภายใต้ SoftBank:
    - Ampere จะมีบทบาทสำคัญในแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ของ SoftBank ที่ชื่อ Stargate ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาเครือข่ายศูนย์ข้อมูลสำหรับ AI ในระดับใหญ่

    ประวัติของ Ampere และความท้าทายที่ผ่านมา:
    - แม้ Ampere จะเป็นที่รู้จักในฐานะผู้พัฒนาชิปที่ออกแบบมาสำหรับบริการคลาวด์ แต่การแข่งขันที่รุนแรงกับซีพียู x86 จาก Intel และการเข้าสู่ตลาดของ Arm เอง ทำให้การขยายส่วนแบ่งตลาดของ Ampere เป็นเรื่องยากในอดีต

    ความสำคัญของการสนับสนุนจาก SoftBank:
    - SoftBank วางแผนใช้ Ampere CPUs สำหรับศูนย์ข้อมูลของตัวเอง รวมถึงพันธมิตรอย่าง Oracle และ OpenAI ซึ่งหากสำเร็จ อาจทำให้ Ampere กลายเป็นผู้เล่นสำคัญในวงการซีพียูสำหรับศูนย์ข้อมูล

    มุมมองจากผู้บริหาร:
    - Masayoshi Son, CEO ของ SoftBank, ระบุว่า "อนาคตของปัญญาประดิษฐ์ต้องการกำลังการประมวลผลที่ล้ำหน้า ซึ่งความเชี่ยวชาญของ Ampere ในด้านเซมิคอนดักเตอร์จะช่วยเร่งวิสัยทัศน์นี้ให้กลายเป็นจริง"

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/softbank-to-acquire-arm-cpus-for-datacenter-firm-ampere-in-usd6-5-billion-cash-deal
    SoftBank ได้เข้าซื้อ Ampere Computing ซึ่งเป็นผู้พัฒนาซีพียูสำหรับศูนย์ข้อมูลด้วยดีลมูลค่า 6.5 พันล้านดอลลาร์ ธุรกิจนี้จะช่วยเสริมสร้างแผนการลงทุนด้าน AI ของ SoftBank ในศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ Ampere ยังเตรียมเปิดตัวซีพียู 256 คอร์ ที่ใช้เทคโนโลยี 3 นาโนเมตรภายในปีนี้ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมได้อย่างมหาศาล ศักยภาพใหม่ของ Ampere ภายใต้ SoftBank: - Ampere จะมีบทบาทสำคัญในแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ของ SoftBank ที่ชื่อ Stargate ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาเครือข่ายศูนย์ข้อมูลสำหรับ AI ในระดับใหญ่ ประวัติของ Ampere และความท้าทายที่ผ่านมา: - แม้ Ampere จะเป็นที่รู้จักในฐานะผู้พัฒนาชิปที่ออกแบบมาสำหรับบริการคลาวด์ แต่การแข่งขันที่รุนแรงกับซีพียู x86 จาก Intel และการเข้าสู่ตลาดของ Arm เอง ทำให้การขยายส่วนแบ่งตลาดของ Ampere เป็นเรื่องยากในอดีต ความสำคัญของการสนับสนุนจาก SoftBank: - SoftBank วางแผนใช้ Ampere CPUs สำหรับศูนย์ข้อมูลของตัวเอง รวมถึงพันธมิตรอย่าง Oracle และ OpenAI ซึ่งหากสำเร็จ อาจทำให้ Ampere กลายเป็นผู้เล่นสำคัญในวงการซีพียูสำหรับศูนย์ข้อมูล มุมมองจากผู้บริหาร: - Masayoshi Son, CEO ของ SoftBank, ระบุว่า "อนาคตของปัญญาประดิษฐ์ต้องการกำลังการประมวลผลที่ล้ำหน้า ซึ่งความเชี่ยวชาญของ Ampere ในด้านเซมิคอนดักเตอร์จะช่วยเร่งวิสัยทัศน์นี้ให้กลายเป็นจริง" https://www.tomshardware.com/tech-industry/softbank-to-acquire-arm-cpus-for-datacenter-firm-ampere-in-usd6-5-billion-cash-deal
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    SoftBank to acquire Arm CPUs for datacenter firm Ampere in $6.5 billion cash deal
    Ampere's roadmap includes the launch of 3nm processors with 256-cores later this year.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 228 มุมมอง 0 รีวิว
  • PsiQuantum บริษัทสตาร์ทอัพด้านควอนตัมจากสหรัฐฯ กำลังระดมทุนกว่า 750 ล้านดอลลาร์เพื่อพัฒนาควอนตัมชิปที่สามารถพลิกโฉมวงการเทคโนโลยี ด้วยความร่วมมือกับโรงงาน GlobalFoundries และรัฐบาลจากหลายประเทศ พวกเขามุ่งพัฒนาเทคโนโลยีนี้ให้พร้อมใช้งานภายในปี 2029 หากสำเร็จ นี่จะเป็นก้าวสำคัญในการแก้ปัญหาที่คอมพิวเตอร์ทั่วไปทำไม่ได้ เช่น การพัฒนายาใหม่และแบตเตอรี่ที่ล้ำสมัย

    ข้อดีของควอนตัมคอมพิวติ้ง:
    - ควอนตัมคอมพิวเตอร์สามารถแก้ปัญหาที่คอมพิวเตอร์ทั่วไปต้องใช้เวลาหลายพันหรือหลายล้านปี เช่น การพยากรณ์ปฏิสัมพันธ์ของอะตอมและโมเลกุลที่ช่วยพัฒนาแบตเตอรี่และยาใหม่.

    โครงการที่ร่วมมือกับรัฐบาล:
    - PsiQuantum กำลังสร้างควอนตัมคอมพิวเตอร์ในสองสถานที่ ได้แก่ บริสเบน ประเทศออสเตรเลีย และ ชิคาโก สหรัฐฯ ด้วยการสนับสนุนจากรัฐบาลทั้งสองแห่ง.

    ความท้าทายในการพัฒนาเทคโนโลยี:
    - การสร้างควอนตัมชิปในระดับสูงจำเป็นต้องใช้เงินทุนมหาศาลและการแก้ไขปัญหาด้านความผิดพลาดของชิปควอนตัมที่มีอยู่ ซึ่งยังถือเป็นอุปสรรคหลักในวงการควอนตัม.

    อนาคตของควอนตัมคอมพิวเตอร์:
    - PsiQuantum เชื่อว่าจะสามารถสร้างควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานได้จริงภายในปี 2029 ในขณะที่ Google คาดว่าจะเห็นแอปพลิเคชันควอนตัมที่ใช้งานจริงได้ในอีก 5 ปีข้างหน้า.

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/25/exclusive-quantum-computing-startup-psiquantum-raising-at-least-750-million-at-6-billion-valuation-sources-say
    PsiQuantum บริษัทสตาร์ทอัพด้านควอนตัมจากสหรัฐฯ กำลังระดมทุนกว่า 750 ล้านดอลลาร์เพื่อพัฒนาควอนตัมชิปที่สามารถพลิกโฉมวงการเทคโนโลยี ด้วยความร่วมมือกับโรงงาน GlobalFoundries และรัฐบาลจากหลายประเทศ พวกเขามุ่งพัฒนาเทคโนโลยีนี้ให้พร้อมใช้งานภายในปี 2029 หากสำเร็จ นี่จะเป็นก้าวสำคัญในการแก้ปัญหาที่คอมพิวเตอร์ทั่วไปทำไม่ได้ เช่น การพัฒนายาใหม่และแบตเตอรี่ที่ล้ำสมัย ข้อดีของควอนตัมคอมพิวติ้ง: - ควอนตัมคอมพิวเตอร์สามารถแก้ปัญหาที่คอมพิวเตอร์ทั่วไปต้องใช้เวลาหลายพันหรือหลายล้านปี เช่น การพยากรณ์ปฏิสัมพันธ์ของอะตอมและโมเลกุลที่ช่วยพัฒนาแบตเตอรี่และยาใหม่. โครงการที่ร่วมมือกับรัฐบาล: - PsiQuantum กำลังสร้างควอนตัมคอมพิวเตอร์ในสองสถานที่ ได้แก่ บริสเบน ประเทศออสเตรเลีย และ ชิคาโก สหรัฐฯ ด้วยการสนับสนุนจากรัฐบาลทั้งสองแห่ง. ความท้าทายในการพัฒนาเทคโนโลยี: - การสร้างควอนตัมชิปในระดับสูงจำเป็นต้องใช้เงินทุนมหาศาลและการแก้ไขปัญหาด้านความผิดพลาดของชิปควอนตัมที่มีอยู่ ซึ่งยังถือเป็นอุปสรรคหลักในวงการควอนตัม. อนาคตของควอนตัมคอมพิวเตอร์: - PsiQuantum เชื่อว่าจะสามารถสร้างควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานได้จริงภายในปี 2029 ในขณะที่ Google คาดว่าจะเห็นแอปพลิเคชันควอนตัมที่ใช้งานจริงได้ในอีก 5 ปีข้างหน้า. https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/25/exclusive-quantum-computing-startup-psiquantum-raising-at-least-750-million-at-6-billion-valuation-sources-say
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Exclusive-Quantum computing startup PsiQuantum raising at least $750 million, sources say
    SAN FRANCISCO (Reuters) -Quantum computing startup PsiQuantum is raising at least $750 million at a $6 billion pre-money valuation, according to two people familiar with the matter.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 218 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทูตสหรัฐฯ ชี้ปัญหา 'ช้างในห้อง' ของการเจรจาสันติภาพคือการยกดินแดนยูเครนให้รัสเซีย

    ทูตพิเศษสหรัฐฯ Steve Witkoff เผยว่าอุปสรรคใหญ่สุดในการแก้ไขสงครามยูเครนคือสถานะของไครเมียและสี่ภูมิภาคที่รัสเซียยึดครอง โดยเรียกประเด็นนี้ว่า "ช้างในห้อง" ของการเจรจาสันติภาพ

    ในการให้สัมภาษณ์กับ Tucker Carlson Witkoff อ้างว่าการลงประชามติในภูมิภาค Donetsk, Luhansk, Zaporizhzhia และ Kherson แสดงว่าประชาชนต้องการอยู่ภายใต้รัสเซีย

    "รัสเซียควบคุมดินแดนเหล่านี้อยู่แล้วตามข้อเท็จจริง คำถามคือ
    โลกจะยอมรับหรือไม่ว่านั่นเป็นดินแดนรัสเซีย?
    Zelensky จะอยู่รอดทางการเมืองหรือไม่ถ้ายอมรับ?
    นี่คือประเด็นสำคัญในความขัดแย้ง" Witkoff กล่าว

    ขณะที่ Zelensky ยืนยันว่า "เราไม่ยอมรับดินแดนยูเครนที่ถูกยึดครองเป็นของรัสเซีย"

    ทูตพิเศษยังเปิดเผยว่า Vladimir Putin สั่งวาดภาพเหมือนอันงดงามของประธานาธิบดี Donald Trump โดยศิลปินชั้นนำของรัสเซีย ซึ่ง Witkoff นำกลับไปให้ประธานาธิบดี และเล่าว่า Putin ยังสวดมนต์เพื่อ Trump หลังถูกลอบสังหาร
    "ไม่ใช่เพราะเขา...อาจกลายเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่เพราะ พวกเขาเป็นเพื่อนกัน" ซึ่ง Trump ก็ "ซาบซึ้งใจอย่างชัดเจน" กับการแสดงออกของ Putin

    Witkoff ประทับใจในความ "สุภาพ" และ "สติปัญญา" ของ Putin
    โดยเสริมว่าการแก้ไขสงครามอาจนำไปสู่ความร่วมมือทั้งด้านพลังงานในอาร์กติก การแบ่งปันเส้นทางทะเล และการส่งก๊าซธรรมชาติเหลวเข้ายุโรปร่วมกัน
    ทูตสหรัฐฯ ชี้ปัญหา 'ช้างในห้อง' ของการเจรจาสันติภาพคือการยกดินแดนยูเครนให้รัสเซีย ทูตพิเศษสหรัฐฯ Steve Witkoff เผยว่าอุปสรรคใหญ่สุดในการแก้ไขสงครามยูเครนคือสถานะของไครเมียและสี่ภูมิภาคที่รัสเซียยึดครอง โดยเรียกประเด็นนี้ว่า "ช้างในห้อง" ของการเจรจาสันติภาพ ในการให้สัมภาษณ์กับ Tucker Carlson Witkoff อ้างว่าการลงประชามติในภูมิภาค Donetsk, Luhansk, Zaporizhzhia และ Kherson แสดงว่าประชาชนต้องการอยู่ภายใต้รัสเซีย "รัสเซียควบคุมดินแดนเหล่านี้อยู่แล้วตามข้อเท็จจริง คำถามคือ โลกจะยอมรับหรือไม่ว่านั่นเป็นดินแดนรัสเซีย? Zelensky จะอยู่รอดทางการเมืองหรือไม่ถ้ายอมรับ? นี่คือประเด็นสำคัญในความขัดแย้ง" Witkoff กล่าว ขณะที่ Zelensky ยืนยันว่า "เราไม่ยอมรับดินแดนยูเครนที่ถูกยึดครองเป็นของรัสเซีย" ทูตพิเศษยังเปิดเผยว่า Vladimir Putin สั่งวาดภาพเหมือนอันงดงามของประธานาธิบดี Donald Trump โดยศิลปินชั้นนำของรัสเซีย ซึ่ง Witkoff นำกลับไปให้ประธานาธิบดี และเล่าว่า Putin ยังสวดมนต์เพื่อ Trump หลังถูกลอบสังหาร "ไม่ใช่เพราะเขา...อาจกลายเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่เพราะ พวกเขาเป็นเพื่อนกัน" ซึ่ง Trump ก็ "ซาบซึ้งใจอย่างชัดเจน" กับการแสดงออกของ Putin Witkoff ประทับใจในความ "สุภาพ" และ "สติปัญญา" ของ Putin โดยเสริมว่าการแก้ไขสงครามอาจนำไปสู่ความร่วมมือทั้งด้านพลังงานในอาร์กติก การแบ่งปันเส้นทางทะเล และการส่งก๊าซธรรมชาติเหลวเข้ายุโรปร่วมกัน
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 437 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าวล่าสุดเผยว่า AMD เตรียมเปิดตัว APU รุ่นใหม่ที่ชื่อ Medusa Point แต่จะใช้สถาปัตยกรรม RDNA 3.5 แทน RDNA 4 ซึ่งถูกใช้งานเฉพาะบนการ์ดจอแยกเท่านั้น หมายความว่าเทคโนโลยีปรับภาพใหม่อย่าง FSR 4 อาจไม่สามารถใช้งานบน APU ได้ แต่ยังคงมีศักยภาพในด้านประสิทธิภาพเกมด้วย Zen 6 และ RDNA 3.5 อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้บางคนผิดหวังที่หวังเห็นฟีเจอร์ใหม่ ๆ ในอุปกรณ์พกพา

    https://www.techradar.com/computing/cpu/its-not-looking-bright-for-next-gen-systems-using-amds-medusa-point-apus-they-reportedly-wont-use-rdna-4-architecture-potentially-meaning-no-fsr-4
    ข่าวล่าสุดเผยว่า AMD เตรียมเปิดตัว APU รุ่นใหม่ที่ชื่อ Medusa Point แต่จะใช้สถาปัตยกรรม RDNA 3.5 แทน RDNA 4 ซึ่งถูกใช้งานเฉพาะบนการ์ดจอแยกเท่านั้น หมายความว่าเทคโนโลยีปรับภาพใหม่อย่าง FSR 4 อาจไม่สามารถใช้งานบน APU ได้ แต่ยังคงมีศักยภาพในด้านประสิทธิภาพเกมด้วย Zen 6 และ RDNA 3.5 อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้บางคนผิดหวังที่หวังเห็นฟีเจอร์ใหม่ ๆ ในอุปกรณ์พกพา https://www.techradar.com/computing/cpu/its-not-looking-bright-for-next-gen-systems-using-amds-medusa-point-apus-they-reportedly-wont-use-rdna-4-architecture-potentially-meaning-no-fsr-4
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 289 มุมมอง 0 รีวิว
  • GMKtec กำลังเขย่าวงการเกมด้วยต้นแบบมินิพีซีตัวใหม่ที่ใช้ชิป AMD Ryzen AI Max+ 395 ซึ่งสามารถรันเกมดัง ๆ อย่าง Cyberpunk 2077 และ God of War ได้ที่ความละเอียด 1440p และเฟรมเรตสูงโดยไม่ต้องพึ่งกราฟิกการ์ดแยก ถือว่าเป็นก้าวใหญ่ของเทคโนโลยี APU ที่แสดงถึงความสามารถล้ำสมัยในอุปกรณ์ขนาดจิ๋ว เรียกได้ว่าใครที่มองหาเครื่องเกมพกพาที่ทรงพลังและไม่กินพื้นที่ น่าจะถูกใจเจ้าตัวนี้แน่นอน

    https://www.techradar.com/computing/gpu/this-prototype-mini-pc-demonstrates-a-massive-leap-forward-for-integrated-graphics-in-a-console-form-factor
    GMKtec กำลังเขย่าวงการเกมด้วยต้นแบบมินิพีซีตัวใหม่ที่ใช้ชิป AMD Ryzen AI Max+ 395 ซึ่งสามารถรันเกมดัง ๆ อย่าง Cyberpunk 2077 และ God of War ได้ที่ความละเอียด 1440p และเฟรมเรตสูงโดยไม่ต้องพึ่งกราฟิกการ์ดแยก ถือว่าเป็นก้าวใหญ่ของเทคโนโลยี APU ที่แสดงถึงความสามารถล้ำสมัยในอุปกรณ์ขนาดจิ๋ว เรียกได้ว่าใครที่มองหาเครื่องเกมพกพาที่ทรงพลังและไม่กินพื้นที่ น่าจะถูกใจเจ้าตัวนี้แน่นอน https://www.techradar.com/computing/gpu/this-prototype-mini-pc-demonstrates-a-massive-leap-forward-for-integrated-graphics-in-a-console-form-factor
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 330 มุมมอง 0 รีวิว
  • รัฐบาลจีนตั้งเป้าเพิ่มงบวิจัยและพัฒนาในปี 2025 เป็น 55 พันล้านดอลลาร์ มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์, AI, และควอนตัมคอมพิวติ้ง เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันระดับโลก งบนี้ยังครอบคลุมการสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมผ่านโครงการสินเชื่อและสิทธิประโยชน์ทางภาษี ถือว่าเป็นก้าวสำคัญของจีนในการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ แม้ว่าผลลัพธ์อาจใช้เวลาพัฒนาไปอีกหลายปี

    จุดมุ่งหมายและโครงการสำคัญ:
    - งบประมาณส่วนหนึ่งจะถูกใช้ในโครงการ "Science and Technology Innovation 2030" ซึ่งเน้นพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูง เช่น วงจรรวม (Integrated Circuits) และ AI.
    - โครงการดังกล่าวไม่เพียงเน้นผลลัพธ์ในระยะสั้น แต่ยังสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งในด้านการค้นคว้าพื้นฐาน (Fundamental Research) เพื่อการแข่งขันในอนาคต.

    การสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs):
    - รัฐบาลมีแผนสนับสนุน SMEs ที่มีศักยภาพด้านนวัตกรรมด้วยโครงการสินเชื่อพิเศษและกลไกการแบ่งปันความเสี่ยงผ่านกองทุนรับประกันการเงินระดับประเทศ.
    - นอกจากนี้ ยังมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีและเงินอุดหนุนเพื่อกระตุ้นการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่.

    ความสำคัญในบริบทโลก:
    - การลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูงจะช่วยให้จีนก้าวทันหรือแม้กระทั่งแซงหน้าสหรัฐฯ ในการแข่งขันด้านเซมิคอนดักเตอร์และ AI

    แม้ว่าการลงทุนนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจีนในสถานการณ์ที่การเติบโตชะลอตัว แต่นักวิเคราะห์มองว่าผลลัพธ์อาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะเห็นผลที่ชัดเจน

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/china-to-spend-usd55-billion-on-r-and-d-in-2025-semiconductor-ai-and-quantum-computing-fields-to-benefit
    รัฐบาลจีนตั้งเป้าเพิ่มงบวิจัยและพัฒนาในปี 2025 เป็น 55 พันล้านดอลลาร์ มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์, AI, และควอนตัมคอมพิวติ้ง เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันระดับโลก งบนี้ยังครอบคลุมการสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมผ่านโครงการสินเชื่อและสิทธิประโยชน์ทางภาษี ถือว่าเป็นก้าวสำคัญของจีนในการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ แม้ว่าผลลัพธ์อาจใช้เวลาพัฒนาไปอีกหลายปี จุดมุ่งหมายและโครงการสำคัญ: - งบประมาณส่วนหนึ่งจะถูกใช้ในโครงการ "Science and Technology Innovation 2030" ซึ่งเน้นพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูง เช่น วงจรรวม (Integrated Circuits) และ AI. - โครงการดังกล่าวไม่เพียงเน้นผลลัพธ์ในระยะสั้น แต่ยังสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งในด้านการค้นคว้าพื้นฐาน (Fundamental Research) เพื่อการแข่งขันในอนาคต. การสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs): - รัฐบาลมีแผนสนับสนุน SMEs ที่มีศักยภาพด้านนวัตกรรมด้วยโครงการสินเชื่อพิเศษและกลไกการแบ่งปันความเสี่ยงผ่านกองทุนรับประกันการเงินระดับประเทศ. - นอกจากนี้ ยังมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีและเงินอุดหนุนเพื่อกระตุ้นการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่. ความสำคัญในบริบทโลก: - การลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูงจะช่วยให้จีนก้าวทันหรือแม้กระทั่งแซงหน้าสหรัฐฯ ในการแข่งขันด้านเซมิคอนดักเตอร์และ AI แม้ว่าการลงทุนนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจีนในสถานการณ์ที่การเติบโตชะลอตัว แต่นักวิเคราะห์มองว่าผลลัพธ์อาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะเห็นผลที่ชัดเจน https://www.tomshardware.com/tech-industry/china-to-spend-usd55-billion-on-r-and-d-in-2025-semiconductor-ai-and-quantum-computing-fields-to-benefit
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    China to spend $55 billion on R&D in 2025 — Semiconductor, AI and quantum computing fields to benefit
    China set to inject $55 billion in research and development of fundamental technologies and innovating enterprises.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 428 มุมมอง 0 รีวิว
  • "ภารกิจสำเร็จแล้ว" Zelensky ประกาศปิดปฏิบัติการ Kursk ของกองทัพยูเครน

    Volodymyr Zelensky ประกาศในการพบปะกับผู้สื่อข่าวว่าปฏิบัติการ Kursk ของกองทัพยูเครนบรรลุภารกิจแล้ว ซึ่งเป็นการบ่งชี้ว่าปฏิบัติการกำลังจะสิ้นสุดลง

    "สถานการณ์ตอนนี้ยากมาก ผมขอขอบคุณทหารของเราสำหรับปฏิบัติการนี้ เราทำภารกิจสำเร็จแล้ว อันดับแรกแรงกดดันในทิศทาง Kharkiv ลดลง จากนั้นพวกเขาเริ่มถอนกำลังทหารจากทิศตะวันออก ผมคิดว่าสถานการณ์ในทิศทาง Pokrovsk มีเสถียรภาพแล้ว และจะยากมากสำหรับพวกเขาที่จะหาโอกาสยึดครอง Pokrovsk อีกครั้ง" ประธานาธิบดีกล่าว

    วันนี้ Donald Trump ประกาศว่าเขาได้ขอให้ Vladimir Putin ไว้ชีวิตกองทัพยูเครนในเขต Kursk
    "ขณะนี้ทหารยูเครนหลายพันนายถูกล้อมโดยกองทัพรัสเซียอย่างสมบูรณ์และอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากและเปราะบางมาก" ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เขียนในโซเชียลมีเดีย
    "ภารกิจสำเร็จแล้ว" Zelensky ประกาศปิดปฏิบัติการ Kursk ของกองทัพยูเครน Volodymyr Zelensky ประกาศในการพบปะกับผู้สื่อข่าวว่าปฏิบัติการ Kursk ของกองทัพยูเครนบรรลุภารกิจแล้ว ซึ่งเป็นการบ่งชี้ว่าปฏิบัติการกำลังจะสิ้นสุดลง "สถานการณ์ตอนนี้ยากมาก ผมขอขอบคุณทหารของเราสำหรับปฏิบัติการนี้ เราทำภารกิจสำเร็จแล้ว อันดับแรกแรงกดดันในทิศทาง Kharkiv ลดลง จากนั้นพวกเขาเริ่มถอนกำลังทหารจากทิศตะวันออก ผมคิดว่าสถานการณ์ในทิศทาง Pokrovsk มีเสถียรภาพแล้ว และจะยากมากสำหรับพวกเขาที่จะหาโอกาสยึดครอง Pokrovsk อีกครั้ง" ประธานาธิบดีกล่าว วันนี้ Donald Trump ประกาศว่าเขาได้ขอให้ Vladimir Putin ไว้ชีวิตกองทัพยูเครนในเขต Kursk "ขณะนี้ทหารยูเครนหลายพันนายถูกล้อมโดยกองทัพรัสเซียอย่างสมบูรณ์และอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากและเปราะบางมาก" ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เขียนในโซเชียลมีเดีย
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 311 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าวนี้เล่าถึงการเปิดตัวอุปกรณ์เครือข่ายใหม่ของ AEWIN ในรุ่น SCB-1953 Series ซึ่งใช้พลังประมวลผลจาก Intel Xeon 6 Processors ที่ทันสมัยที่สุดในตลาด โดยออกแบบมาเพื่อรองรับงานเครือข่ายและงานประมวลผลที่ต้องการความหนาแน่นและประสิทธิภาพสูง เช่น การจัดการข้อมูลในศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ หรือการประมวลผลในระบบเครือข่ายระดับองค์กร

    == คุณสมบัติเด่นของ SCB-1953 Series ==
    1) หลากหลายตัวเลือกในการปรับแต่ง
    - รุ่น SCB-1953-2U มีช่องขยาย PCIe 5.0 ถึง 8 ช่อง รองรับ NIC cards และ SSD เพื่อการเพิ่มฟังก์ชันการทำงานอย่างยืดหยุ่น
    - รุ่น SCB-1953-1U มีช่องขยาย PCIe Gen 5 จำนวน 4 ช่อง รองรับการใช้งานในพื้นที่จำกัด

    2) การประมวลผลทรงพลัง
    - ใช้โปรเซสเซอร์ Intel Xeon 6 ซึ่งรองรับการประมวลผลสูงสุดถึง 144 E-cores หรือ 86 P-cores
    - สนับสนุนหน่วยความจำ DDR5 RDIMM สูงสุด 6400 MT/s และ MRDIMM สูงสุดถึง 8000 MT/s

    3) การออกแบบเพื่อประสิทธิภาพและการประหยัดพลังงาน
    - รองรับ CXL 2.0 add-on cards สำหรับการสื่อสารระหว่าง CPU, GPU, และ FPGA accelerators ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดเวลาแฝง
    - มีระบบระบายความร้อนที่ควบคุมด้วย BMC เพื่อการทำงานที่ราบรื่น

    == สิ่งที่น่าสนใจเพิ่มเติม ==
    - SCB-1953 Series มาพร้อมกับความสามารถในการจัดการผ่านพอร์ต RJ45 10G และ SFP56 50G หรือ SFP28 25G ขึ้นอยู่กับรุ่น ทำให้สามารถรองรับระบบเครือข่ายที่ต้องการการเชื่อมต่อความเร็วสูง
    - อุปกรณ์นี้ถูกออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อม edge computing ที่ต้องการความยืดหยุ่น

    การพัฒนา SCB-1953 Series เป็นก้าวสำคัญของ AEWIN ในการนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของตลาดเทคโนโลยีเครือข่าย

    https://www.techpowerup.com/334100/aewin-unveils-cb-1953-series-network-appliance-powered-by-intel-xeon-6-processors
    ข่าวนี้เล่าถึงการเปิดตัวอุปกรณ์เครือข่ายใหม่ของ AEWIN ในรุ่น SCB-1953 Series ซึ่งใช้พลังประมวลผลจาก Intel Xeon 6 Processors ที่ทันสมัยที่สุดในตลาด โดยออกแบบมาเพื่อรองรับงานเครือข่ายและงานประมวลผลที่ต้องการความหนาแน่นและประสิทธิภาพสูง เช่น การจัดการข้อมูลในศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ หรือการประมวลผลในระบบเครือข่ายระดับองค์กร == คุณสมบัติเด่นของ SCB-1953 Series == 1) หลากหลายตัวเลือกในการปรับแต่ง - รุ่น SCB-1953-2U มีช่องขยาย PCIe 5.0 ถึง 8 ช่อง รองรับ NIC cards และ SSD เพื่อการเพิ่มฟังก์ชันการทำงานอย่างยืดหยุ่น - รุ่น SCB-1953-1U มีช่องขยาย PCIe Gen 5 จำนวน 4 ช่อง รองรับการใช้งานในพื้นที่จำกัด 2) การประมวลผลทรงพลัง - ใช้โปรเซสเซอร์ Intel Xeon 6 ซึ่งรองรับการประมวลผลสูงสุดถึง 144 E-cores หรือ 86 P-cores - สนับสนุนหน่วยความจำ DDR5 RDIMM สูงสุด 6400 MT/s และ MRDIMM สูงสุดถึง 8000 MT/s 3) การออกแบบเพื่อประสิทธิภาพและการประหยัดพลังงาน - รองรับ CXL 2.0 add-on cards สำหรับการสื่อสารระหว่าง CPU, GPU, และ FPGA accelerators ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดเวลาแฝง - มีระบบระบายความร้อนที่ควบคุมด้วย BMC เพื่อการทำงานที่ราบรื่น == สิ่งที่น่าสนใจเพิ่มเติม == - SCB-1953 Series มาพร้อมกับความสามารถในการจัดการผ่านพอร์ต RJ45 10G และ SFP56 50G หรือ SFP28 25G ขึ้นอยู่กับรุ่น ทำให้สามารถรองรับระบบเครือข่ายที่ต้องการการเชื่อมต่อความเร็วสูง - อุปกรณ์นี้ถูกออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อม edge computing ที่ต้องการความยืดหยุ่น การพัฒนา SCB-1953 Series เป็นก้าวสำคัญของ AEWIN ในการนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของตลาดเทคโนโลยีเครือข่าย https://www.techpowerup.com/334100/aewin-unveils-cb-1953-series-network-appliance-powered-by-intel-xeon-6-processors
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    AEWIN Unveils CB-1953 Series Network Appliance Powered by Intel Xeon 6 Processors
    AEWIN is excited to unveil the SCB-1953 Series, 2U/1U performant network appliances powered by Intel's latest Xeon 6 processors built upon Intel 3. Equipped with a single Intel Xeon 6700/6500-series processor, it is a series of flagship products supporting up to 144 E-cores or 86 P-cores for high de...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 306 มุมมอง 0 รีวิว
  • สหรัฐฯ ปลดผู้แทนพิเศษ Kellogg จากการเจรจาสันติภาพตามคำเรียกร้องของเครมลิน

    NBC News รายงานว่า พลโท Keith Kellogg ผู้แทนพิเศษสหรัฐฯ ถูกปลดจากการเจรจาสันติภาพตามคำเรียกร้องของเครมลิน เนื่องจากจุดยืน "เข้าข้างยูเครนมากเกินไป"

    สื่อระบุว่า พลโท Keith Kellogg "หายไปอย่างน่าสงสัย" จากการประชุมสุดยอดสองครั้งล่าสุดในซาอุดีอาระเบีย

    ประธานาธิบดีรัสเซีย Vladimir Putin เห็นว่าเขามีท่าทีเข้าข้างยูเครนมากเกินไป เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียบอกกับ NBC News

    "Kellogg เป็นอดีตนายพลอเมริกันที่ใกล้ชิดกับยูเครนมากเกินไป ไม่ใช่คนของเรา ไม่ใช่ระดับที่เรากำลังมองหา" เจ้าหน้าที่กล่าว

    เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ในรัฐบาล Trump ยืนยันกับ NBC News ว่ารัสเซียไม่ต้องการให้ Kellogg มีส่วนเกี่ยวข้อง

    ก่อนหน้านี้ Politico รายงานว่า Kellogg "ถูกลดบทบาทเป็นอย่างมาก" ในการเจรจากับยูเครนและรัสเซีย
    สหรัฐฯ ปลดผู้แทนพิเศษ Kellogg จากการเจรจาสันติภาพตามคำเรียกร้องของเครมลิน NBC News รายงานว่า พลโท Keith Kellogg ผู้แทนพิเศษสหรัฐฯ ถูกปลดจากการเจรจาสันติภาพตามคำเรียกร้องของเครมลิน เนื่องจากจุดยืน "เข้าข้างยูเครนมากเกินไป" สื่อระบุว่า พลโท Keith Kellogg "หายไปอย่างน่าสงสัย" จากการประชุมสุดยอดสองครั้งล่าสุดในซาอุดีอาระเบีย ประธานาธิบดีรัสเซีย Vladimir Putin เห็นว่าเขามีท่าทีเข้าข้างยูเครนมากเกินไป เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียบอกกับ NBC News "Kellogg เป็นอดีตนายพลอเมริกันที่ใกล้ชิดกับยูเครนมากเกินไป ไม่ใช่คนของเรา ไม่ใช่ระดับที่เรากำลังมองหา" เจ้าหน้าที่กล่าว เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ในรัฐบาล Trump ยืนยันกับ NBC News ว่ารัสเซียไม่ต้องการให้ Kellogg มีส่วนเกี่ยวข้อง ก่อนหน้านี้ Politico รายงานว่า Kellogg "ถูกลดบทบาทเป็นอย่างมาก" ในการเจรจากับยูเครนและรัสเซีย
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 431 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าวนี้พูดถึงความน่าสนใจของโปรเซสเซอร์ใหม่ล่าสุดจาก AMD รุ่น Ryzen 9 9950X3D ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นโปรเซสเซอร์ที่ทรงพลังที่สุดสำหรับนักเล่นเกมและนักสร้างคอนเทนต์ อย่างไรก็ตาม การทดสอบล่าสุดพบว่าชิปนี้กลับทำงานได้ดีกว่าบน Windows 10 เมื่อเทียบกับ Windows 11 โดยเฉพาะในเกมที่ต้องใช้การประมวลผลจาก CPU อย่างเข้มข้น

    การทดสอบโดย Tech YES City พบว่า Ryzen 9 9950X3D ทำเฟรมเรตได้สูงกว่าใน Windows 10 ในเกมยอดนิยม เช่น CS2 ที่ความละเอียด 1080p โดยใน Windows 10 เฉลี่ยที่ 745fps แต่ใน Windows 11 เฉลี่ยลดลงมาเป็น 729fps และตกลงไปถึง 710fps เมื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์ VBS (Virtualization-based Security) ซึ่งแสดงถึงความแตกต่างถึง 9.2% ในบางกรณี เช่น เกม Fortnite ในการตั้งค่าต่ำสุด

    ปัญหานี้เกิดขึ้นแม้แต่กับ Windows 11 รุ่นปรับแต่ง (custom-tuned version) แสดงให้เห็นว่าปัญหาความเข้ากันได้นี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขในระดับที่ดีพอ ข่าวนี้จึงสะท้อนถึงความกังวลว่า Windows 11 อาจจะยังไม่พร้อมสำหรับผู้ใช้บางกลุ่ม แม้ว่าจะเหลือเวลาอีกเพียงปีเศษก่อนที่ Microsoft จะยุติการสนับสนุน Windows 10 ในปี 2025

    https://www.techradar.com/computing/cpu/amds-most-powerful-processor-ever-actually-runs-better-on-windows-10-than-windows-11
    ข่าวนี้พูดถึงความน่าสนใจของโปรเซสเซอร์ใหม่ล่าสุดจาก AMD รุ่น Ryzen 9 9950X3D ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นโปรเซสเซอร์ที่ทรงพลังที่สุดสำหรับนักเล่นเกมและนักสร้างคอนเทนต์ อย่างไรก็ตาม การทดสอบล่าสุดพบว่าชิปนี้กลับทำงานได้ดีกว่าบน Windows 10 เมื่อเทียบกับ Windows 11 โดยเฉพาะในเกมที่ต้องใช้การประมวลผลจาก CPU อย่างเข้มข้น การทดสอบโดย Tech YES City พบว่า Ryzen 9 9950X3D ทำเฟรมเรตได้สูงกว่าใน Windows 10 ในเกมยอดนิยม เช่น CS2 ที่ความละเอียด 1080p โดยใน Windows 10 เฉลี่ยที่ 745fps แต่ใน Windows 11 เฉลี่ยลดลงมาเป็น 729fps และตกลงไปถึง 710fps เมื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์ VBS (Virtualization-based Security) ซึ่งแสดงถึงความแตกต่างถึง 9.2% ในบางกรณี เช่น เกม Fortnite ในการตั้งค่าต่ำสุด ปัญหานี้เกิดขึ้นแม้แต่กับ Windows 11 รุ่นปรับแต่ง (custom-tuned version) แสดงให้เห็นว่าปัญหาความเข้ากันได้นี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขในระดับที่ดีพอ ข่าวนี้จึงสะท้อนถึงความกังวลว่า Windows 11 อาจจะยังไม่พร้อมสำหรับผู้ใช้บางกลุ่ม แม้ว่าจะเหลือเวลาอีกเพียงปีเศษก่อนที่ Microsoft จะยุติการสนับสนุน Windows 10 ในปี 2025 https://www.techradar.com/computing/cpu/amds-most-powerful-processor-ever-actually-runs-better-on-windows-10-than-windows-11
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 267 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts