• ข่าวลือ ข่าวลวง ตอนสุดท้าย 1

    “ข่าวลือ ข่าวลวง’
    ตอนสุดท้าย ( มี 5 ตอน)
    ตอนสุดท้าย 1
    ตกลงข่าวเรื่องกษัตริย์ซาลมานป่วยหนัก รวมทั้งข่าวปฏิวัติในซาอุดิอารเบีย ที่ออกมาเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้ มันเป็นข่าวลือ ข่าวลวง โดยใคร และ หวังผลอะไร
    ข่าวที่ว่ากษัตริย์ป่วยหนัก ถึงขนาดไม่รู้ตัว ความจำเสื่อม ทำร้ายตัวเอง จนต้องเอาเข้าไปรักษาตัวในโรง พยาบาล น่าจะเป็นข่าวลือแบบโคมลอย จากผู้ที่ไม่ประสงค์ดี ต่อทั้งตัวกษัตริย์เอง ราชวงศ์ และประเทศซาอุดิอารเบีย เพราะจริงๆแล้ว เมื่อ 2 วันนี้เอง มีข่าวว่ากษัตริย์ซาลมานเพิ่งพูดโทรศัพท์กับคุณพี่ปูตินของรัสเซีย เกี่ยวกับเรื่องซีเรีย และอื่นๆ
    ใครล่ะ ที่จะได้ประโยชน์จากข่าวลือทำนองนี้ ก็เป็นได้ทั้งจากภายในซาอุเอง จากฝ่ายที่เสียประโยชน์เสียอำนาจ ที่มีตั้งแต่พวกราชวงศ์ด้วยกัน และ ไม่ใช่พวกราชวงศ์ แต่เคยมีอำนาจและเสียอำนาจ จากคำสั่งของกษัตริย์ซาลมาน ที่เปลี่ยนแปลงผู้มีหน้าที่สำคัญหลายคน ทั้งในเดือนมกราคม และเดือนเมษายน
    ส่วนจากภายนอกประเทศ อเมริกาคงไม่แคล้วตกเป็นจำเลย ตัวการให้ปล่อยข่าว เพราะสื่อที่ลงข่าวลือ รายแรกคืออิสราเอล ตามมาด้วยสื่อในตะวันออกกลางและสื่ออังกฤษ ก็เป็นพรรคพวกของของอเมริการะดับชั้นต่างๆ ทั้งนั้น
    ถ้าอเมริกาให้ปล่อยข่าวลือ หรือข่าวลวงนี้ แปลว่า อเมริกาต้องมีความไม่พอใจหรือ ต้องการกดดัน ซาอุดิอารเบีย ถ้าพิจารณาจาก บทความของคุณซีไอเอเขี้ยวยาวแล้ว คงพอเห็นอาการเฟืองขัดเกลียวบิ่น ระหว่างซาอุดิ อารเบียกับอเมริกา ค่อนข้างชัดเจน แม้คำชม หรือคำบอกเล่า ก็ยังมีการแฝงหลายนัย เกินกว่าที่จะแปลว่า เขารักกันจริง คงเป็นแค่ ยังทิ้งกันไม่ได้มากกว่า
    และถ้ามีความไม่พอใจ อเมริกาไม่พอใจซาอุดิอารเบีย เกี่ยวกับการเรื่องราชวงศ์ หรือไม่พอใจ ที่ซาอุดิอารเบีย ไปถล่มเยเมน หรืออเมริกาไม่พอใจ ทั้ง 2 เรื่อง
    คงต้องทำความเข้าใจ กับวิธีการคิดของอเมริกาเสียก่อน อเมริกาไม่ได้สนใจการเปลี่ยนแปลงในซาอุดิอารเบียว่า จะดีหรือไม่ดีกับซาอุดิอารเบียอย่างไร อเมริกามองกลับทางว่า การเปลี่ยนแปลงนั้น กระทบกับผลประโยชน์ตัวเองหรือไม่ อย่างไร มากกว่า และด้วยความคิดอย่างนี้ อเมริกาจึงให้ความ “สนใจ” กับความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับราชวงศ์ ซาอุดิอารเบียในระดับสูงมาก เพราะราชวงศ์ซาอูด คือ “อำนาจ” ของซาอุดิอารเบีย และอเมริกา กับซาอุดิอารเบีย ก็มีเรื่องเกี่ยวพันกันมากมาย การเปลี่ยนแปลงของ “อำนาจ” ในซาอุดิอารเบีย จึงอาจจะกระทบกับอเมริกามาก มันไม่ใช่เรื่องอเมริกา ชอบ ไม่ชอบใคร
    จะว่าไป อเมริกาก็สนใจมองความเปลี่ยนแปลง ในทุกเรื่อง โดยเฉพาะเกี่ยวกับ “อำนาจ” ของทุกประเทศ ในวิธีคิดอย่างนี้แหละ สนใจมากน้อย ก็แล้วแต่ “ประโยชน์” ที่อเมริกาจะได้จะเสียในประเทศนั้น มีมากน้อยแค่ไหน และถ้าเราไม่ทำความเข้าใจในความคิดนี้ หรือ “สันดาน” ที่แท้จริงของอเมริกาว่าเป็นอย่างนี้ เราก็คงจะสับสน ไม่เข้าใจพฤติกรรมของอเมริกา และเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง และที่สำคัญ ถ้าเรื่องนั้นมาเกี่ยวกับบ้านเรา และเราสับสนในพฤติกรรมและสันดานของอเมริกาแล้ว เราก็ไม่แคล้ว ที่จะตกเป็นเหยื่อ หรือ ถูกใช้เป็นพรมเช็ดเท้าของอเมริกา อย่างที่เป็นๆกัน
    เริ่มที่ผู้ปกครองคนใหม่ของซาอุดิอารเบีย ไม่ว่าบทความจะเขียนโดยใคร จากถังขยะความคิด หรือหน่วยงานใดของรัฐบาลอเมริกัน สิ่งที่สรุปได้ คือ อเมริกาอยากรู้ว่า จะพูดกับคนที่มาใหม่รู้เรื่องไหม คนมาใหม่ เชื่อฟังอเมริกาแค่ไหน นโยบายใหม่ของคนใหม่ สอดคล้องกับความต้องการของอเมริกาไหม หรือเอาให้ชัดๆ อเมริกา จะ “สั่ง” หรือ “กำกับ” คนปกครองใหม่ ได้มากน้อยแค่ไหน
    เมื่อขึ้นครองราชย์ในเดือนมกราคม ต้นปี ค.ศ.2015 กษัตริย์ซาลมานอายุ 79 ปีแล้ว อเมริกาจึงมองไปที่มงกุฏราชกุมาร อันดับ 1 และอันดับ 2 กับตำแหน่งสำคัญๆ เช่น รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีต่างประเทศ ผู้ที่คุมความมั่นคง และผู้ที่คุมนโยบายน้ำมันของซาอุดิอารเบีย เพราะตำแหน่งเหล่านี้ มีผลกระทบกับผลประโยชน์ของอเมริกา ทั้งในซาอุดิอารเบีย และในอเมริกาเองด้วย (หมายเหตุ: ตามธรรมเนียม กษัตริย์ซาอุดิอารเบียจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเอง)
    สำหรับเจ้าชายมุคริน อายุ 70 ปี มงกุฏราชกุมาร ลำดับที่ 1 อเมริกาคุ้นเคยดี และเห็นว่า “คุย” กันได้ น่าจะมีแนวคิดปฏิรูป ตามที่อเมริกาต้องการ
    มงกุฏราชกุมาร ลำดับที่ 2 เจ้าชาย บิน นาเยฟ อายุ 55 ปี อเมริกาก็คุ้นเคยอีก แม้จะไม่ชอบพ่อ แต่คิดว่า คุยกับลูกได้
    รัฐมนตรีส่วนใหญ่ไม่มีเปลี่ยนแปลง มีเพียงด้านความมั่นคง ที่กษัตริย์ซาลมาน แต่งตั้งให้ลูกชาย คือ เจ้าชาย บิน ซาลมาน คุมด้านความมั่นคง อเมริกาบอก เป็นไก่อ่อน ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่อเมริกาก็ยังไม่ขยับอะไร เพราะอาจสั่งไก่อ่อนซ้ายหัน ขวาหันง่ายดี
    กษัตริย์ใหม่ครองราชย์ยังไม่ถึง 3 เดือนดี ปลายเดือนมีนาคม ค.ศ.2015 ซาอุดิอารเบีย ก็สั่งรวมพล พรรคพวก มีอียิปต์ มอรอคโค จอร์แดน อามิเรต คูเวต การ์ตา บาห์เรน รวมไปถึงซูดาน เพื่อโจมตีพวกฮูตติ ที่ยึดครองเยเมนได้ จากสงครามกลางเมืองในเยเมนที่ยืดเยื้อมาปีกว่า และไล่รัฐบาลเยเมน ที่ซาอุสนับสนุนกระเจิงออกไป
    ซาอุดิอารเบีย ยอมให้พวกฮูตติครอบครองเยเมนไม่ได้ เพราะพวกฮูตตินี้ ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน คู่แข่งสำคัญของซาอุดิ และเยเมนก็อยู่ติดกับซาอุดิอารเบีย ขนาดมองเห็นขนจมูกกัน วันที่ 26 มีนาคม ซาอุอารเบีย จึงสั่งยิงจรวดใส่ฐานทัพอากาศของฮูตติ ที่เมือง Taiz และเมือง Sa’dah
    การยิงจรวดถล่มเยเมน รายการดังกล่าว อเมริการู้เรื่องดี เพราะเป็นคนให้ข้อมูลข่าวกรอง และบอกสภาพพื้นที่แก่ซาอุดิอารเบีย อย่างนี้น่าจะไม่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ส่วนเรื่องเป็นประชาธิปไตย ไม่ต้องพูด เพราะพวกราชวงศ์ซาอูดบอกแล้วว่า ยังไม่อยากเป็นเหมือนควีนเอลิ ซาเบธของอังกฤษ รัฐธรรมนูญก็ยังไม่รู้จัก แต่ก็ไม่เป็นไร มีน้ำมันแยะแบบนี้ จะทำอะไรก็ได้ อเมริกาไม่สั่งคว่ำบาตร ไม่ตัดสัมพันธ์ ไม่เดินสายให้นานาชาติช่วยกันด่า แน่นอน รักกันฉิบหายเลย
    คุณทหารช่วยจำไว้นะครับ เคลื่อนทัพคราวหน้า อย่าทำแค่ปฏิวัติ ปิดช่องแคบมะละกามันด้วยเลย หมดเรื่อง
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    25 ต.ค. 2558
    ข่าวลือ ข่าวลวง ตอนสุดท้าย 1 “ข่าวลือ ข่าวลวง’ ตอนสุดท้าย ( มี 5 ตอน) ตอนสุดท้าย 1 ตกลงข่าวเรื่องกษัตริย์ซาลมานป่วยหนัก รวมทั้งข่าวปฏิวัติในซาอุดิอารเบีย ที่ออกมาเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้ มันเป็นข่าวลือ ข่าวลวง โดยใคร และ หวังผลอะไร ข่าวที่ว่ากษัตริย์ป่วยหนัก ถึงขนาดไม่รู้ตัว ความจำเสื่อม ทำร้ายตัวเอง จนต้องเอาเข้าไปรักษาตัวในโรง พยาบาล น่าจะเป็นข่าวลือแบบโคมลอย จากผู้ที่ไม่ประสงค์ดี ต่อทั้งตัวกษัตริย์เอง ราชวงศ์ และประเทศซาอุดิอารเบีย เพราะจริงๆแล้ว เมื่อ 2 วันนี้เอง มีข่าวว่ากษัตริย์ซาลมานเพิ่งพูดโทรศัพท์กับคุณพี่ปูตินของรัสเซีย เกี่ยวกับเรื่องซีเรีย และอื่นๆ ใครล่ะ ที่จะได้ประโยชน์จากข่าวลือทำนองนี้ ก็เป็นได้ทั้งจากภายในซาอุเอง จากฝ่ายที่เสียประโยชน์เสียอำนาจ ที่มีตั้งแต่พวกราชวงศ์ด้วยกัน และ ไม่ใช่พวกราชวงศ์ แต่เคยมีอำนาจและเสียอำนาจ จากคำสั่งของกษัตริย์ซาลมาน ที่เปลี่ยนแปลงผู้มีหน้าที่สำคัญหลายคน ทั้งในเดือนมกราคม และเดือนเมษายน ส่วนจากภายนอกประเทศ อเมริกาคงไม่แคล้วตกเป็นจำเลย ตัวการให้ปล่อยข่าว เพราะสื่อที่ลงข่าวลือ รายแรกคืออิสราเอล ตามมาด้วยสื่อในตะวันออกกลางและสื่ออังกฤษ ก็เป็นพรรคพวกของของอเมริการะดับชั้นต่างๆ ทั้งนั้น ถ้าอเมริกาให้ปล่อยข่าวลือ หรือข่าวลวงนี้ แปลว่า อเมริกาต้องมีความไม่พอใจหรือ ต้องการกดดัน ซาอุดิอารเบีย ถ้าพิจารณาจาก บทความของคุณซีไอเอเขี้ยวยาวแล้ว คงพอเห็นอาการเฟืองขัดเกลียวบิ่น ระหว่างซาอุดิ อารเบียกับอเมริกา ค่อนข้างชัดเจน แม้คำชม หรือคำบอกเล่า ก็ยังมีการแฝงหลายนัย เกินกว่าที่จะแปลว่า เขารักกันจริง คงเป็นแค่ ยังทิ้งกันไม่ได้มากกว่า และถ้ามีความไม่พอใจ อเมริกาไม่พอใจซาอุดิอารเบีย เกี่ยวกับการเรื่องราชวงศ์ หรือไม่พอใจ ที่ซาอุดิอารเบีย ไปถล่มเยเมน หรืออเมริกาไม่พอใจ ทั้ง 2 เรื่อง คงต้องทำความเข้าใจ กับวิธีการคิดของอเมริกาเสียก่อน อเมริกาไม่ได้สนใจการเปลี่ยนแปลงในซาอุดิอารเบียว่า จะดีหรือไม่ดีกับซาอุดิอารเบียอย่างไร อเมริกามองกลับทางว่า การเปลี่ยนแปลงนั้น กระทบกับผลประโยชน์ตัวเองหรือไม่ อย่างไร มากกว่า และด้วยความคิดอย่างนี้ อเมริกาจึงให้ความ “สนใจ” กับความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับราชวงศ์ ซาอุดิอารเบียในระดับสูงมาก เพราะราชวงศ์ซาอูด คือ “อำนาจ” ของซาอุดิอารเบีย และอเมริกา กับซาอุดิอารเบีย ก็มีเรื่องเกี่ยวพันกันมากมาย การเปลี่ยนแปลงของ “อำนาจ” ในซาอุดิอารเบีย จึงอาจจะกระทบกับอเมริกามาก มันไม่ใช่เรื่องอเมริกา ชอบ ไม่ชอบใคร จะว่าไป อเมริกาก็สนใจมองความเปลี่ยนแปลง ในทุกเรื่อง โดยเฉพาะเกี่ยวกับ “อำนาจ” ของทุกประเทศ ในวิธีคิดอย่างนี้แหละ สนใจมากน้อย ก็แล้วแต่ “ประโยชน์” ที่อเมริกาจะได้จะเสียในประเทศนั้น มีมากน้อยแค่ไหน และถ้าเราไม่ทำความเข้าใจในความคิดนี้ หรือ “สันดาน” ที่แท้จริงของอเมริกาว่าเป็นอย่างนี้ เราก็คงจะสับสน ไม่เข้าใจพฤติกรรมของอเมริกา และเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง และที่สำคัญ ถ้าเรื่องนั้นมาเกี่ยวกับบ้านเรา และเราสับสนในพฤติกรรมและสันดานของอเมริกาแล้ว เราก็ไม่แคล้ว ที่จะตกเป็นเหยื่อ หรือ ถูกใช้เป็นพรมเช็ดเท้าของอเมริกา อย่างที่เป็นๆกัน เริ่มที่ผู้ปกครองคนใหม่ของซาอุดิอารเบีย ไม่ว่าบทความจะเขียนโดยใคร จากถังขยะความคิด หรือหน่วยงานใดของรัฐบาลอเมริกัน สิ่งที่สรุปได้ คือ อเมริกาอยากรู้ว่า จะพูดกับคนที่มาใหม่รู้เรื่องไหม คนมาใหม่ เชื่อฟังอเมริกาแค่ไหน นโยบายใหม่ของคนใหม่ สอดคล้องกับความต้องการของอเมริกาไหม หรือเอาให้ชัดๆ อเมริกา จะ “สั่ง” หรือ “กำกับ” คนปกครองใหม่ ได้มากน้อยแค่ไหน เมื่อขึ้นครองราชย์ในเดือนมกราคม ต้นปี ค.ศ.2015 กษัตริย์ซาลมานอายุ 79 ปีแล้ว อเมริกาจึงมองไปที่มงกุฏราชกุมาร อันดับ 1 และอันดับ 2 กับตำแหน่งสำคัญๆ เช่น รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีต่างประเทศ ผู้ที่คุมความมั่นคง และผู้ที่คุมนโยบายน้ำมันของซาอุดิอารเบีย เพราะตำแหน่งเหล่านี้ มีผลกระทบกับผลประโยชน์ของอเมริกา ทั้งในซาอุดิอารเบีย และในอเมริกาเองด้วย (หมายเหตุ: ตามธรรมเนียม กษัตริย์ซาอุดิอารเบียจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเอง) สำหรับเจ้าชายมุคริน อายุ 70 ปี มงกุฏราชกุมาร ลำดับที่ 1 อเมริกาคุ้นเคยดี และเห็นว่า “คุย” กันได้ น่าจะมีแนวคิดปฏิรูป ตามที่อเมริกาต้องการ มงกุฏราชกุมาร ลำดับที่ 2 เจ้าชาย บิน นาเยฟ อายุ 55 ปี อเมริกาก็คุ้นเคยอีก แม้จะไม่ชอบพ่อ แต่คิดว่า คุยกับลูกได้ รัฐมนตรีส่วนใหญ่ไม่มีเปลี่ยนแปลง มีเพียงด้านความมั่นคง ที่กษัตริย์ซาลมาน แต่งตั้งให้ลูกชาย คือ เจ้าชาย บิน ซาลมาน คุมด้านความมั่นคง อเมริกาบอก เป็นไก่อ่อน ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่อเมริกาก็ยังไม่ขยับอะไร เพราะอาจสั่งไก่อ่อนซ้ายหัน ขวาหันง่ายดี กษัตริย์ใหม่ครองราชย์ยังไม่ถึง 3 เดือนดี ปลายเดือนมีนาคม ค.ศ.2015 ซาอุดิอารเบีย ก็สั่งรวมพล พรรคพวก มีอียิปต์ มอรอคโค จอร์แดน อามิเรต คูเวต การ์ตา บาห์เรน รวมไปถึงซูดาน เพื่อโจมตีพวกฮูตติ ที่ยึดครองเยเมนได้ จากสงครามกลางเมืองในเยเมนที่ยืดเยื้อมาปีกว่า และไล่รัฐบาลเยเมน ที่ซาอุสนับสนุนกระเจิงออกไป ซาอุดิอารเบีย ยอมให้พวกฮูตติครอบครองเยเมนไม่ได้ เพราะพวกฮูตตินี้ ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน คู่แข่งสำคัญของซาอุดิ และเยเมนก็อยู่ติดกับซาอุดิอารเบีย ขนาดมองเห็นขนจมูกกัน วันที่ 26 มีนาคม ซาอุอารเบีย จึงสั่งยิงจรวดใส่ฐานทัพอากาศของฮูตติ ที่เมือง Taiz และเมือง Sa’dah การยิงจรวดถล่มเยเมน รายการดังกล่าว อเมริการู้เรื่องดี เพราะเป็นคนให้ข้อมูลข่าวกรอง และบอกสภาพพื้นที่แก่ซาอุดิอารเบีย อย่างนี้น่าจะไม่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ส่วนเรื่องเป็นประชาธิปไตย ไม่ต้องพูด เพราะพวกราชวงศ์ซาอูดบอกแล้วว่า ยังไม่อยากเป็นเหมือนควีนเอลิ ซาเบธของอังกฤษ รัฐธรรมนูญก็ยังไม่รู้จัก แต่ก็ไม่เป็นไร มีน้ำมันแยะแบบนี้ จะทำอะไรก็ได้ อเมริกาไม่สั่งคว่ำบาตร ไม่ตัดสัมพันธ์ ไม่เดินสายให้นานาชาติช่วยกันด่า แน่นอน รักกันฉิบหายเลย คุณทหารช่วยจำไว้นะครับ เคลื่อนทัพคราวหน้า อย่าทำแค่ปฏิวัติ ปิดช่องแคบมะละกามันด้วยเลย หมดเรื่อง สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 25 ต.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 640 มุมมอง 0 รีวิว
  • หนุ่มไทยสุดงง! สส.อุบลให้ผู้อพยพร้องแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้ทักษิณ ชินวัตร
    (Thai Man Shocked! Ubon MP Tells Evacuees to Sing Happy Birthday to Thaksin Shinawatra) [27/7/68]

    #หนุ่มไทยงงหนัก #สสอุบลทำงง #ร้องHBDกลางวิกฤต #ผู้อพยพต้องร้องHBD #ทักษิณวันเกิด #HappyBirthdayกลางสนาม #ไม่เข้าใจพฤติกรรม #ข่าวอุบลล่าสุด #ThaksinBirthdayControversy #กัมพูชายิงก่อน #柬埔寨先开火 #カンボジアが先に発砲 #캄보디아가먼저발포 #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire #thaitimes #news1 #shorts
    หนุ่มไทยสุดงง! สส.อุบลให้ผู้อพยพร้องแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้ทักษิณ ชินวัตร (Thai Man Shocked! Ubon MP Tells Evacuees to Sing Happy Birthday to Thaksin Shinawatra) [27/7/68] #หนุ่มไทยงงหนัก #สสอุบลทำงง #ร้องHBDกลางวิกฤต #ผู้อพยพต้องร้องHBD #ทักษิณวันเกิด #HappyBirthdayกลางสนาม #ไม่เข้าใจพฤติกรรม #ข่าวอุบลล่าสุด #ThaksinBirthdayControversy #กัมพูชายิงก่อน #柬埔寨先开火 #カンボジアが先に発砲 #캄보디아가먼저발포 #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire #thaitimes #news1 #shorts
    Angry
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 741 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • 24/1/68

    ในประเทศญี่ปุ่นไม่มีวันครู
    …วันหนึ่งฉันถามเพื่อนร่วมงานชาวญี่ปุ่นของฉัน ครู
    ยามาโมตะว่า
    - คุณฉลองวันครูในประเทศญี่ปุ่นอย่างไร

    เขาแปลกใจกับคำถามของฉันและตอบว่า

    - เราไม่มีวันครู
    เมื่อฉันได้ยินคำตอบของเขา ฉันไม่แน่ใจว่าควรเชื่อเขาหรือไม่ ความคิดแวบเข้ามาในหัวของฉัน: "ทำไมประเทศที่ก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ถึงไม่เคารพครูและงานของพวกเขา"
    ***
    ครั้งหนึ่งหลังเลิกงาน ยามาโมตะเชิญฉันไปบ้านเขา เราขึ้นรถไฟใต้ดินเพราะว่ามันอยู่ไกลมาก เป็นช่วงชั่วโมงเร่งด่วนตอนเย็น และตู้โดยสารในรถไฟใต้ดินก็แน่นมาก ฉันหาที่ยืนได้โดยจับราวบันไดแน่น ทันใดนั้น ชายชราที่นั่งข้างฉันก็เสนอที่นั่งให้ฉัน ฉันไม่เข้าใจพฤติกรรมที่น่าเคารพของชายชราคนนั้น จึงปฏิเสธ แต่เขายังคงยืนกราน ฉันจึงถูกบังคับให้นั่งลง เมื่อเราออกจากรถไฟใต้ดิน ฉันขอให้ยามาโมตะอธิบายว่า ผู้ชายคนที่มีเคราสีขาว เค้าทำแบบนั้นทำไมยามาโมตะยิ้มและชี้ไปที่ป้ายชื่อครูที่ฉันสวมอยู่และพูดว่า :

    - ชายชราคนนี้หลังจากเห็นป้ายชื่อครูที่ติดอยู่บนตัวคุณ และเพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อสถานะของคุณ เขาจึงเสนอที่นั่งให้คุณ
    เนื่องจากฉันมาที่ บ้านคุณยามาโมตะเป็นครั้งแรก ฉันจึงรู้สึกไม่สบายใจที่จะไปที่นั่นโดยไม่ได้ทำอะไรเลย จึงคิดจะซื้อของขวัญ ฉันจึงเล่าความคิดของฉันให้ยามาโมตะฟัง เขาสนับสนุนแนวคิดนี้และบอกว่ามีร้านค้าสำหรับครูอยู่อีกเล็กน้อย ซึ่งคุณสามารถซื้อของได้ในราคาลดพิเศษ อีกครั้ง ฉันอดไม่ได้ที่จะควบคุมอารมณ์ของตัวเอง :

    - สิทธิพิเศษมีให้เฉพาะกับครูเท่านั้นหรือ ฉันถาม
    ยามาโมตะยืนยันคำพูดของฉันโดยกล่าวว่า :
    - ในญี่ปุ่น การสอนเป็นอาชีพที่ได้รับความเคารพมากที่สุด และครูคือบุคคลที่ได้รับความเคารพมากที่สุด ผู้ประกอบการชาวญี่ปุ่นมีความสุขมากเมื่อครูมาที่ร้านของพวกเขา พวกเขาคิดว่าเป็นเกียรติ
    ***
    ระหว่างที่ฉันอยู่ที่ญี่ปุ่น ฉันสังเกตเห็นหลายครั้งว่าคนญี่ปุ่นให้ความเคารพครูอย่างสูงสุด พวกเขามีที่นั่งพิเศษที่จัดสรรให้ในรถไฟใต้ดิน มีร้านค้าพิเศษสำหรับพวกเขา ครูที่นั่นไม่ต้องเข้าคิวเพื่อซื้อตั๋วสำหรับการขนส่งประเภทใดๆ... นั่นคือเหตุผลที่ครูชาวญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องมีวันพิเศษ (เพราะทุกวันในชีวิตของพวกเขาคือการเฉลิมฉลอง)
    โปรดเผยแพร่เรื่องราวนี้ให้ทุกคนได้รู้ ปล่อยให้สังคมเติบโตขึ้นเพื่อชื่นชมครูในระดับนี้ เล่าเรื่องนี้อีกครั้งให้เพื่อนร่วมงานของคุณฟังเพื่อให้พวกเขาภาคภูมิใจ
    ครูของฉัน ฉันขอคารวะ
    24/1/68 ในประเทศญี่ปุ่นไม่มีวันครู …วันหนึ่งฉันถามเพื่อนร่วมงานชาวญี่ปุ่นของฉัน ครู ยามาโมตะว่า - คุณฉลองวันครูในประเทศญี่ปุ่นอย่างไร เขาแปลกใจกับคำถามของฉันและตอบว่า - เราไม่มีวันครู เมื่อฉันได้ยินคำตอบของเขา ฉันไม่แน่ใจว่าควรเชื่อเขาหรือไม่ ความคิดแวบเข้ามาในหัวของฉัน: "ทำไมประเทศที่ก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ถึงไม่เคารพครูและงานของพวกเขา" *** ครั้งหนึ่งหลังเลิกงาน ยามาโมตะเชิญฉันไปบ้านเขา เราขึ้นรถไฟใต้ดินเพราะว่ามันอยู่ไกลมาก เป็นช่วงชั่วโมงเร่งด่วนตอนเย็น และตู้โดยสารในรถไฟใต้ดินก็แน่นมาก ฉันหาที่ยืนได้โดยจับราวบันไดแน่น ทันใดนั้น ชายชราที่นั่งข้างฉันก็เสนอที่นั่งให้ฉัน ฉันไม่เข้าใจพฤติกรรมที่น่าเคารพของชายชราคนนั้น จึงปฏิเสธ แต่เขายังคงยืนกราน ฉันจึงถูกบังคับให้นั่งลง เมื่อเราออกจากรถไฟใต้ดิน ฉันขอให้ยามาโมตะอธิบายว่า ผู้ชายคนที่มีเคราสีขาว เค้าทำแบบนั้นทำไมยามาโมตะยิ้มและชี้ไปที่ป้ายชื่อครูที่ฉันสวมอยู่และพูดว่า : - ชายชราคนนี้หลังจากเห็นป้ายชื่อครูที่ติดอยู่บนตัวคุณ และเพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อสถานะของคุณ เขาจึงเสนอที่นั่งให้คุณ เนื่องจากฉันมาที่ บ้านคุณยามาโมตะเป็นครั้งแรก ฉันจึงรู้สึกไม่สบายใจที่จะไปที่นั่นโดยไม่ได้ทำอะไรเลย จึงคิดจะซื้อของขวัญ ฉันจึงเล่าความคิดของฉันให้ยามาโมตะฟัง เขาสนับสนุนแนวคิดนี้และบอกว่ามีร้านค้าสำหรับครูอยู่อีกเล็กน้อย ซึ่งคุณสามารถซื้อของได้ในราคาลดพิเศษ อีกครั้ง ฉันอดไม่ได้ที่จะควบคุมอารมณ์ของตัวเอง : - สิทธิพิเศษมีให้เฉพาะกับครูเท่านั้นหรือ ฉันถาม ยามาโมตะยืนยันคำพูดของฉันโดยกล่าวว่า : - ในญี่ปุ่น การสอนเป็นอาชีพที่ได้รับความเคารพมากที่สุด และครูคือบุคคลที่ได้รับความเคารพมากที่สุด ผู้ประกอบการชาวญี่ปุ่นมีความสุขมากเมื่อครูมาที่ร้านของพวกเขา พวกเขาคิดว่าเป็นเกียรติ *** ระหว่างที่ฉันอยู่ที่ญี่ปุ่น ฉันสังเกตเห็นหลายครั้งว่าคนญี่ปุ่นให้ความเคารพครูอย่างสูงสุด พวกเขามีที่นั่งพิเศษที่จัดสรรให้ในรถไฟใต้ดิน มีร้านค้าพิเศษสำหรับพวกเขา ครูที่นั่นไม่ต้องเข้าคิวเพื่อซื้อตั๋วสำหรับการขนส่งประเภทใดๆ... นั่นคือเหตุผลที่ครูชาวญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องมีวันพิเศษ (เพราะทุกวันในชีวิตของพวกเขาคือการเฉลิมฉลอง) โปรดเผยแพร่เรื่องราวนี้ให้ทุกคนได้รู้ ปล่อยให้สังคมเติบโตขึ้นเพื่อชื่นชมครูในระดับนี้ เล่าเรื่องนี้อีกครั้งให้เพื่อนร่วมงานของคุณฟังเพื่อให้พวกเขาภาคภูมิใจ ครูของฉัน ฉันขอคารวะ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 854 มุมมอง 0 รีวิว