• ปภ. แจ้ง 23 จังหวัด ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง และดินถล่ม ช่วงวันที่ 15 -17 เมษายน 68 เร่งประสานพื้นที่เสี่ยงภัยเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์

    เมื่อวันที่ 15 เม.ย. 68 เวลา 12.30 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง และดินถล่ม ในช่วงวันที่ 15 -17 เมษายน 2568 โดยให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่เสี่ยงและบริเวณที่มีฝนตกสะสม เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร อุปกรณ์ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้สามารถเข้าเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดสถานการณ์ภัยขึ้น รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า และประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์และวิธีการปฏิบัติตนอย่างปลอดภัยให้ประชาชนทราบอย่างทั่วถึง

    นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศพบว่าบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากสาธารณรัฐประชาชนจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ทำให้ภาคเหนือและภาคกลางยังคงมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น และได้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ ซึ่งมีพื้นที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง และดินถล่ม ระหว่างวันที่ 15 -17 เมษายน 2568 ดังนี้

    ภาคเหนือ จำนวน 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน (อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน และอำเภอแม่สะเรียง) เชียงใหม่ (อำเภอเมืองเชียงใหม่ จอมทอง เชียงดาว ดอยสะเก็ด ดอยหล่อ พร้าว แม่แจ่ม แม่แตง แม่ริม แม่วาง แม่ออน สันกำแพง สันทราย และอำเภออมก๋อย) เชียงราย (อำเภอเวียงป่าเป้า) ลำพูน (อำเภอเมืองลำพูน บ้านธิ ป่าซาง และอำเภอแม่ทา) ลำปาง (อำเภอเมืองลำปาง งาว แจ้ห่ม เมืองปาน วังเหนือ สบปราบ เสริมงาม และอำเภอห้างฉัตร) พะเยา (อำเภอปง) แพร่ (อำเภอสอง) และจังหวัดตาก (อำเภอท่าสองยาง และอำเภออุ้มผาง)

    ภาคกลาง จำนวน 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี (อำเภอเมืองกาญจนบุรี ไทรโยค ทองผาภูมิ บ่อพลอย ศรีสวัสดิ์ สังขละบุรี และอำเภอหนองปรือ) สระบุรี (อำเภอแก่งคอย) ตราด (อําเภอเขาสมิง และอำเภอบ่อไร่) และจังหวัดเพชรบุรี (อำเภอแก่งกระจาน)

    ภาคใต้ จำนวน 11 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี (อำเภอชัยบุรี พนม บ้านตาขุน พระแสง และอำเภอเวียงสระ) นครศรีธรรมราช (อำเภอฉวาง ชะอวด ช้างกลาง ถ้ำพรรณรา ทุ่งสง ทุ่งใหญ่ และอำเภอนาบอน) พัทลุง (อำเภอเมืองพัทลุง ควนขนุน ป่าพะยอม และอำเภอป่าบอน) สงขลา (อำเภอนาทวี คลองหอยโข่ง ควนเนียง รัตภูมิ สะเดา และอำเภอสะบ้าย้อย) ยะลา (อำเภอเมืองยะลา กรงปินัง เบตง ธารโต บันนังสตา กาบัง ยะหา และอำเภอรามัน) นราธิวาส (อำเภอจะแนะ และอำเภอระแงะ) ระนอง (อำเภอกระบุรี) พังงา (อำเภอเมืองพังงา กะปง คุระบุรี ทับปุด และอำเภอท้ายเหมือง) กระบี่ (อำเภอเมืองกระบี่ เขาพนม คลองท่อม ปลายพระยา เหนือคลอง และอำเภออ่าวลึก) ตรัง (อำเภอกันตัง วังวิเศษ สีเกา และอำเภอหัวยอด) และจังหวังหวัดสตูล (อำเภอเมืองสตล ควนกาหลง ควนโดน ท่าแพ ทุ่งหว้า มะนัง และอำเภอละงู)

    กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสานแจ้งจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณฝนที่ตกหนักซึ่งอาจทำให้เกิดอุทกภัย โดยกำชับให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกหนักและพื้นที่ที่มีฝนตกติดต่อกันเป็นเวลานาน สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยเฉพาะถ้ำน้ำตก ถ้ำลอด หากมีความเสี่ยงเกิดสถานการณ์ภัย ให้ประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้บุคคลใดเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด และจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าวตลอด 24 ชั่วโมง ในกรณีที่มีคลื่นลมแรง ให้แจ้งเตือนประชาชนบริเวณชายฝั่งทะเลและนักท่องเที่ยวห้ามลงเล่นน้ำโดยเด็ดขาด พร้อมให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมเจ้าท่า กองทัพเรือ ตำรวจน้ำ แจ้งเตือนการเดินเรือ ให้ชาวเรือ ผู้บังคับเรือ ผู้ประกอบการเดินเรือโดยสาร เดินเรือด้วยความระมัดระวัง หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ให้พิจารณาห้ามเดินเรือออกจากฝั่งโดยเด็ดขาด นอกจากนี้ ให้เตรียมความพร้อมของเครื่องจักรกลสาธารณภัย รถปฏิบัติการ และเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) ให้พร้อมเข้าเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดสถานการณ์ขึ้น และให้จังหวัดประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนติดตามข้อมูลสภาวะอากาศและข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้าเพื่อให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์โดยปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางราชการอย่างเคร่งครัด

    ท้ายนี้ ขอให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามสภาพอากาศ ข้อมูลสถานการณ์ และข่าวสารจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง และเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยที่อาจเกิดขึ้นโดยปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการอย่างเคร่งครัด โดยสามารถติดตามประกาศการแจ้งเตือนภัยที่แอปพลิเคชัน “THAI DISASTER ALERT” ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ IOS และ Android และทางสื่อสังคมออนไลน์บัญชีทางการของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย Facebook กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM และ X @DDPMNews ทั้งนี้ หากได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัย ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM รวมถึงสายด่วนนิรภัย1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป

    ได้เลยครับ นี่คือตัวอย่างสรุปข่าวในรูปแบบที่เหมาะสำหรับเผยแพร่ในเว็บไซต์หรือใช้ในสคริปต์ข่าวทีวี/ออนไลน์:
    ปภ. แจ้งเตือน 23 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วม-ดินถล่ม ช่วง 15-17 เม.ย. 68 เร่งเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์
    วันนี้ (15 เม.ย. 2568) เวลา 12.30 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือน 23 จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ เฝ้าระวังสถานการณ์ น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง และดินถล่ม ในช่วงวันที่ 15 - 17 เมษายน 2568 พร้อมสั่งการให้พื้นที่เสี่ยงภัยติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกล อุปกรณ์ เพื่อสามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ
    พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่
    • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ ตาก
    • ภาคกลาง: กาญจนบุรี สระบุรี ตราด เพชรบุรี
    • ภาคใต้: สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล
    นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดี ปภ. เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาพอากาศร่วมกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พบว่า ความกดอากาศสูงจากจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้หลายพื้นที่ยังมีพายุฤดูร้อนและฝนตกหนักต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ เช่น น้ำตก ถ้ำ และถ้ำลอด หากพบความเสี่ยงให้สั่งปิดทันที
    พร้อมกันนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัย หากพบเหตุหรือได้รับความเดือดร้อน สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้ที่
    • ไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” (Line ID: @1784DDPM)
    • สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
    • หรือผ่านแอปพลิเคชัน THAI DISASTER ALERT


    ปภ. แจ้ง 23 จังหวัด ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง และดินถล่ม ช่วงวันที่ 15 -17 เมษายน 68 เร่งประสานพื้นที่เสี่ยงภัยเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ เมื่อวันที่ 15 เม.ย. 68 เวลา 12.30 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง และดินถล่ม ในช่วงวันที่ 15 -17 เมษายน 2568 โดยให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่เสี่ยงและบริเวณที่มีฝนตกสะสม เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร อุปกรณ์ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้สามารถเข้าเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดสถานการณ์ภัยขึ้น รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า และประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์และวิธีการปฏิบัติตนอย่างปลอดภัยให้ประชาชนทราบอย่างทั่วถึง นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศพบว่าบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากสาธารณรัฐประชาชนจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ทำให้ภาคเหนือและภาคกลางยังคงมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น และได้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ ซึ่งมีพื้นที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง และดินถล่ม ระหว่างวันที่ 15 -17 เมษายน 2568 ดังนี้ ภาคเหนือ จำนวน 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน (อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน และอำเภอแม่สะเรียง) เชียงใหม่ (อำเภอเมืองเชียงใหม่ จอมทอง เชียงดาว ดอยสะเก็ด ดอยหล่อ พร้าว แม่แจ่ม แม่แตง แม่ริม แม่วาง แม่ออน สันกำแพง สันทราย และอำเภออมก๋อย) เชียงราย (อำเภอเวียงป่าเป้า) ลำพูน (อำเภอเมืองลำพูน บ้านธิ ป่าซาง และอำเภอแม่ทา) ลำปาง (อำเภอเมืองลำปาง งาว แจ้ห่ม เมืองปาน วังเหนือ สบปราบ เสริมงาม และอำเภอห้างฉัตร) พะเยา (อำเภอปง) แพร่ (อำเภอสอง) และจังหวัดตาก (อำเภอท่าสองยาง และอำเภออุ้มผาง) ภาคกลาง จำนวน 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี (อำเภอเมืองกาญจนบุรี ไทรโยค ทองผาภูมิ บ่อพลอย ศรีสวัสดิ์ สังขละบุรี และอำเภอหนองปรือ) สระบุรี (อำเภอแก่งคอย) ตราด (อําเภอเขาสมิง และอำเภอบ่อไร่) และจังหวัดเพชรบุรี (อำเภอแก่งกระจาน) ภาคใต้ จำนวน 11 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี (อำเภอชัยบุรี พนม บ้านตาขุน พระแสง และอำเภอเวียงสระ) นครศรีธรรมราช (อำเภอฉวาง ชะอวด ช้างกลาง ถ้ำพรรณรา ทุ่งสง ทุ่งใหญ่ และอำเภอนาบอน) พัทลุง (อำเภอเมืองพัทลุง ควนขนุน ป่าพะยอม และอำเภอป่าบอน) สงขลา (อำเภอนาทวี คลองหอยโข่ง ควนเนียง รัตภูมิ สะเดา และอำเภอสะบ้าย้อย) ยะลา (อำเภอเมืองยะลา กรงปินัง เบตง ธารโต บันนังสตา กาบัง ยะหา และอำเภอรามัน) นราธิวาส (อำเภอจะแนะ และอำเภอระแงะ) ระนอง (อำเภอกระบุรี) พังงา (อำเภอเมืองพังงา กะปง คุระบุรี ทับปุด และอำเภอท้ายเหมือง) กระบี่ (อำเภอเมืองกระบี่ เขาพนม คลองท่อม ปลายพระยา เหนือคลอง และอำเภออ่าวลึก) ตรัง (อำเภอกันตัง วังวิเศษ สีเกา และอำเภอหัวยอด) และจังหวังหวัดสตูล (อำเภอเมืองสตล ควนกาหลง ควนโดน ท่าแพ ทุ่งหว้า มะนัง และอำเภอละงู) กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสานแจ้งจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณฝนที่ตกหนักซึ่งอาจทำให้เกิดอุทกภัย โดยกำชับให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกหนักและพื้นที่ที่มีฝนตกติดต่อกันเป็นเวลานาน สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยเฉพาะถ้ำน้ำตก ถ้ำลอด หากมีความเสี่ยงเกิดสถานการณ์ภัย ให้ประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้บุคคลใดเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด และจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าวตลอด 24 ชั่วโมง ในกรณีที่มีคลื่นลมแรง ให้แจ้งเตือนประชาชนบริเวณชายฝั่งทะเลและนักท่องเที่ยวห้ามลงเล่นน้ำโดยเด็ดขาด พร้อมให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมเจ้าท่า กองทัพเรือ ตำรวจน้ำ แจ้งเตือนการเดินเรือ ให้ชาวเรือ ผู้บังคับเรือ ผู้ประกอบการเดินเรือโดยสาร เดินเรือด้วยความระมัดระวัง หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ให้พิจารณาห้ามเดินเรือออกจากฝั่งโดยเด็ดขาด นอกจากนี้ ให้เตรียมความพร้อมของเครื่องจักรกลสาธารณภัย รถปฏิบัติการ และเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) ให้พร้อมเข้าเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดสถานการณ์ขึ้น และให้จังหวัดประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนติดตามข้อมูลสภาวะอากาศและข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้าเพื่อให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์โดยปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางราชการอย่างเคร่งครัด ท้ายนี้ ขอให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามสภาพอากาศ ข้อมูลสถานการณ์ และข่าวสารจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง และเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยที่อาจเกิดขึ้นโดยปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการอย่างเคร่งครัด โดยสามารถติดตามประกาศการแจ้งเตือนภัยที่แอปพลิเคชัน “THAI DISASTER ALERT” ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ IOS และ Android และทางสื่อสังคมออนไลน์บัญชีทางการของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย Facebook กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM และ X @DDPMNews ทั้งนี้ หากได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัย ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM รวมถึงสายด่วนนิรภัย1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป ได้เลยครับ นี่คือตัวอย่างสรุปข่าวในรูปแบบที่เหมาะสำหรับเผยแพร่ในเว็บไซต์หรือใช้ในสคริปต์ข่าวทีวี/ออนไลน์: ปภ. แจ้งเตือน 23 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วม-ดินถล่ม ช่วง 15-17 เม.ย. 68 เร่งเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ วันนี้ (15 เม.ย. 2568) เวลา 12.30 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือน 23 จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ เฝ้าระวังสถานการณ์ น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง และดินถล่ม ในช่วงวันที่ 15 - 17 เมษายน 2568 พร้อมสั่งการให้พื้นที่เสี่ยงภัยติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกล อุปกรณ์ เพื่อสามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ ตาก • ภาคกลาง: กาญจนบุรี สระบุรี ตราด เพชรบุรี • ภาคใต้: สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดี ปภ. เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาพอากาศร่วมกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พบว่า ความกดอากาศสูงจากจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้หลายพื้นที่ยังมีพายุฤดูร้อนและฝนตกหนักต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ เช่น น้ำตก ถ้ำ และถ้ำลอด หากพบความเสี่ยงให้สั่งปิดทันที พร้อมกันนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัย หากพบเหตุหรือได้รับความเดือดร้อน สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้ที่ • ไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” (Line ID: @1784DDPM) • สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง • หรือผ่านแอปพลิเคชัน THAI DISASTER ALERT
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 358 มุมมอง 0 รีวิว
  • 10/10/67

    คุณ​หมอยุทธ​ โพธารามิก เขียนเล่าเรื่อง​สมัยทำงาน​เป็น​แพทย์​ที่แม่สอดไว้​หลายตอน​ อ่านสนุก​ ท่านมีอารมณ์​ขัน...

    ความทรงจำของฉัน
    ( ตอนที่ 1 )
    “มิตรต่างแดน”

    ปี 2509 ฉันไปรับราชการครั้งแรก ที่ ร.พ.แม่สอด จว.ตาก เป็น ร.พ.ขนาด 60 เตียง มีหมอ 3 คน ต้องอยู่เวร 24 ช.ม. วันเว้นวัน ( ยกเว้น ผู้อำนวยการ ) วันรุ่งขึ้น ต้องทำงานต่อตามปกติ เงินเดือนๆละ 2100 บาท ไม่มีเงินพิเศษเพิ่ม เหมือนสมัยนี้

    มี X-Ray 1 เครื่อง ใช้คนรถถ่ายภาพ ได้แค่ 2 ภาพ คือ ด้านตรง กับ ด้านข้าง
    ไม่มีหมอและพยาบาลดมยา ต้องใช้คนรถคนเดียวกันนี้ ดมยาอีเเทอร์
    มี เภสัชกร 1 คน
    มี พยาบาล ไม่มากนัก

    เราก็อยู่กันได้ และ ดูแลรักษาผู้ป่วยหลายหมื่นคน ให้ปลอดภัย
    จึงเป็นที่พึ่งแห่งเดียว ของประชาชน ทางฝั่งตะวันตกของจังหวัดตาก คือ อำเภอ อุ้มผาง . พบพระ. แม่สอด. แม่ระมาด. ท่าสองยาง. และ ชาวพม่า ชาวกะเหรี่ยง จากฝั่งตรงข้าม แม่น้ำเมย......

    หลังจาก ฉันอยู่ ร.พ. แม่สอด ได้ 1 เดือน
    วันหนึ่ง ขณะฉัน นั่งกินอาหารกลางวัน ที่ บาร์ริมตลิ่งแม่น้ำเมย เจ้าหน้าที่ ร.พ.แม่สอด ขี่จักรยาน มาตามฉัน ไปดูตนไข้ฉุกเฉิน
    ฉัน รีบขับรถประจำตำแหน่ง ( รถ Ambulance เก่าๆ ) ไป ร.พ.แม่สอด ทันที ซึ่งอยู่ห่างออกไป 7 ก.ม.

    ผู้ป่วย เป็นชาวกะเหรี่ยงสูงอายุ มาจาก ผาลู ฝั่งพะม่า ( ทางใต้ แม่สอด )
    มีอาการสำคัญ ปัสสาวะไม่ออก มา 2 วัน ทุรนทุราย ทุกข์ทรมาน
    ฉัน สวนปัสสาวะให้ ออกมาเป็นจำนวนมาก
    ความทุกข์ทรมาน หายเป็นปลิดทิ้ง

    ผู้ป่วย มองฉันด้วยสายตา ขอบคุณ พร้อมกับพูด ว่า
    “ Thank you, Doctor “

    ฉัน วินิจฉัยโรคได้ โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือทันสมัย ( ซึ่งไม่มี ) ว่า เป็นโรค ต่อมลูกหมากโต
    จึงดำเนินการ ผ่าตัดต่อมลูกหมาก หายปลอดภัย กลับบ้านเรียบร้อย

    นับแต่วันนั้นมา สัมพันธ์ภาพอันจริงใจ เกิดขึ้นทันที และ ขยายวงกว้างขึ้น มากขึ้น จนปัจจุบัน นี้...

    ผู้ป่วย คือ ชายสูงอายุ ผมขาว ชื่อ ซอ โทเนาะ ชาวกะเหรี่ยง เรียก ปาตี้ วาโก้ ( ลุงผมขาว )
    ลุง โทเนาะ เป็นที่เคารพนับถือ ของกะเหรี่ยงคริสต์ และ KNU ( Karen National Union ) หรือ กอทูเล
    ลุง โทเนาะ มีลูกชาย 2 คน เป็น นายทหาร KNU ซึ่งกำลังรบอยู่กับพะม่า
    คนโต ชื่อ ร.อ. มูตู
    คนน้อง ชื่อ ร.ท. ซามิ

    ปัจจุบัน พ.ศ. 2564
    ซามิ ตายไปนานแล้วในสนามรบ
    มูตู ยังมีชีวิตอยู่ ( อายุมากกว่าฉัน 1 ปี ) มี ยศตำแหน่ง คือ
    พล.อ. มูตู ผบ.สูงสุด และ ประธานาธิบดี ของ KNU
    ซึ่งกำลังสู้รบ กับ ทหารพะม่า ของ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ในทุกวันนี้...

    ตั้งแต่ อยู่แม่สอดมาจนถึงปัจจุบันนี้ ฉัน กับ KNU ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แม้จะเหินห่างกันบ้างตามกาลเวลา
    ในสมัยแรกๆนั้น ฉันสามารถเข้าออกในกองทัพกะเหรี่ยงได้ โดยปราศจากเงื่อนไขใดๆ ตั้งแต่ อ.แม่สะเรียง จว.แม่ฮ่องสอน จนถึง ต.ห้วยน้ำขาว จว.กาญจนบุรี...

    KNU รักฉัน ไว้ใจฉัน ตั้งแต่ ประธานาธิบดี คณะรัฐมนตรี แม่ทัพนายกอง บุคคลสำคัญทั้งทหารและพลเรือน ( หลายคน เป็นคนไข้ของฉัน ตั้งแต่ ร.พ.แม่สอด ร.พ.สมุทรปราการ และ ร. พ. ราชวิถี )
    เขาอยากให้ ทุกอย่างแก่ฉัน ทั้งรูปธรรม และ นามธรรม เข่น Ruby Stone นกยูง นกขุนทอง ลูกหมี เขาเก้ง เขากวาง ไม้สัก แม้แต่กวางตัวเป็นๆ ฯลฯ

    ขอยกตัวอย่างให้ดู ดังนี้

    .... เพื่อนทหารไทยหาข่าวที่แม่สอด อยากไปค่ายทหารกะเหรี่ยง ขอให้ฉันพาไป
    ทหารกะเหรี่ยง ต้อนรับฉันเป็นอย่างดี โดยไม่ให้ความสำคัญกับทหารหาข่าวเลย
    กลับถึงแม่สอด เพื่อนเรียกฉันว่า
    Doctor Chivago... (ฮา)

    .... พ.อ.สุจินดา คราประยูร ( ยศขณะนั้น ) ขอให้ฉันไปหาข่าว นายทหารที่ลอบสังหาร พล.อ.เปรม แล้วหนีไปอยู่กับทหารกระเหรี่ยง ด้านห้วยน้ำขาว จว.กาญจนบุรี
    ฉันก็ไป.. กว่าจะกลับถึงกรุงเทพฯ ก็ประมาณ ตี 2

    .... ท่านทูตเดนมาร์ก และ ภรรยา ( ไทย ) อยากได้กวาง มาเลี้ยงที่สถานทูต แถวๆถนนสาธร โดยบอกผ่านเพื่อนฉัน
    ฉัน ก็ไป รับกวาง เพศเมีย 1 ตัว จากทหารกะเหรี่ยง ทางด้าน ห้วยน้ำขาว กาญจนบุรี
    กว่าจะผ่านด่าน ทหารกองพล.9 ถึงสถานทูต ก็เที่ยงคืนพอดี
    หิวและเหนื่อยพอสมควร ท่านทูตเลี้ยงอาหาร และให้ฉันตั้งชื่อ กวาง
    ฉัน ตั้งชื่อว่า กุสุมา..
    ...ตะละแม่ กุสุมา อยู่ดีกินดี อ้วนพี ขนเป็นมัน กินแต่ของต่างประเทศ เช่น แอบเปิล องุ่น สารพัดผลไม้จากเดนมาร์ก
    กุสุมา อยู่ในป่า อดๆอยากๆ กินแต่ มะขามป้อม ลูกตะขบ ( ฮา )

    จากความสัมพันธ์ระหว่างฉัน กับ KNU นี้ ทำให้ฉันไม่กล้าไปประเทศพะม่า จนบัดนี้ อย่างดี ก็แค่ เมียวดี และ ท่าขี้เหล็ก
    กลัวเข้าไปแล้ว ไม่ได้กลับ

    ท่าน นายกชาติชาย เคยชวนฉันไปพะม่ากับท่าน ในฐานะ State Visit
    ฉัน ปฏิเสธ
    ท่านพูดว่า “ กลัวอะไร ( ว่ะ ) ไปกับอั๊ว ไม่มีใครทำอะไรหมอหรอก “
    ฉันตอบว่า “ ใช่ครับ แต่ผมไม่ได้อยู่กับท่าน 24 ช.ม. นี่ครับ “ ( ฮา )

    ... การ Take Side บางครั้งก็ทำให้เสียโอกาศ ได้เหมือนกัน นะครับ ....

    —————————-
    10/10/67 คุณ​หมอยุทธ​ โพธารามิก เขียนเล่าเรื่อง​สมัยทำงาน​เป็น​แพทย์​ที่แม่สอดไว้​หลายตอน​ อ่านสนุก​ ท่านมีอารมณ์​ขัน... ความทรงจำของฉัน ( ตอนที่ 1 ) “มิตรต่างแดน” ปี 2509 ฉันไปรับราชการครั้งแรก ที่ ร.พ.แม่สอด จว.ตาก เป็น ร.พ.ขนาด 60 เตียง มีหมอ 3 คน ต้องอยู่เวร 24 ช.ม. วันเว้นวัน ( ยกเว้น ผู้อำนวยการ ) วันรุ่งขึ้น ต้องทำงานต่อตามปกติ เงินเดือนๆละ 2100 บาท ไม่มีเงินพิเศษเพิ่ม เหมือนสมัยนี้ มี X-Ray 1 เครื่อง ใช้คนรถถ่ายภาพ ได้แค่ 2 ภาพ คือ ด้านตรง กับ ด้านข้าง ไม่มีหมอและพยาบาลดมยา ต้องใช้คนรถคนเดียวกันนี้ ดมยาอีเเทอร์ มี เภสัชกร 1 คน มี พยาบาล ไม่มากนัก เราก็อยู่กันได้ และ ดูแลรักษาผู้ป่วยหลายหมื่นคน ให้ปลอดภัย จึงเป็นที่พึ่งแห่งเดียว ของประชาชน ทางฝั่งตะวันตกของจังหวัดตาก คือ อำเภอ อุ้มผาง . พบพระ. แม่สอด. แม่ระมาด. ท่าสองยาง. และ ชาวพม่า ชาวกะเหรี่ยง จากฝั่งตรงข้าม แม่น้ำเมย...... หลังจาก ฉันอยู่ ร.พ. แม่สอด ได้ 1 เดือน วันหนึ่ง ขณะฉัน นั่งกินอาหารกลางวัน ที่ บาร์ริมตลิ่งแม่น้ำเมย เจ้าหน้าที่ ร.พ.แม่สอด ขี่จักรยาน มาตามฉัน ไปดูตนไข้ฉุกเฉิน ฉัน รีบขับรถประจำตำแหน่ง ( รถ Ambulance เก่าๆ ) ไป ร.พ.แม่สอด ทันที ซึ่งอยู่ห่างออกไป 7 ก.ม. ผู้ป่วย เป็นชาวกะเหรี่ยงสูงอายุ มาจาก ผาลู ฝั่งพะม่า ( ทางใต้ แม่สอด ) มีอาการสำคัญ ปัสสาวะไม่ออก มา 2 วัน ทุรนทุราย ทุกข์ทรมาน ฉัน สวนปัสสาวะให้ ออกมาเป็นจำนวนมาก ความทุกข์ทรมาน หายเป็นปลิดทิ้ง ผู้ป่วย มองฉันด้วยสายตา ขอบคุณ พร้อมกับพูด ว่า “ Thank you, Doctor “ ฉัน วินิจฉัยโรคได้ โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือทันสมัย ( ซึ่งไม่มี ) ว่า เป็นโรค ต่อมลูกหมากโต จึงดำเนินการ ผ่าตัดต่อมลูกหมาก หายปลอดภัย กลับบ้านเรียบร้อย นับแต่วันนั้นมา สัมพันธ์ภาพอันจริงใจ เกิดขึ้นทันที และ ขยายวงกว้างขึ้น มากขึ้น จนปัจจุบัน นี้... ผู้ป่วย คือ ชายสูงอายุ ผมขาว ชื่อ ซอ โทเนาะ ชาวกะเหรี่ยง เรียก ปาตี้ วาโก้ ( ลุงผมขาว ) ลุง โทเนาะ เป็นที่เคารพนับถือ ของกะเหรี่ยงคริสต์ และ KNU ( Karen National Union ) หรือ กอทูเล ลุง โทเนาะ มีลูกชาย 2 คน เป็น นายทหาร KNU ซึ่งกำลังรบอยู่กับพะม่า คนโต ชื่อ ร.อ. มูตู คนน้อง ชื่อ ร.ท. ซามิ ปัจจุบัน พ.ศ. 2564 ซามิ ตายไปนานแล้วในสนามรบ มูตู ยังมีชีวิตอยู่ ( อายุมากกว่าฉัน 1 ปี ) มี ยศตำแหน่ง คือ พล.อ. มูตู ผบ.สูงสุด และ ประธานาธิบดี ของ KNU ซึ่งกำลังสู้รบ กับ ทหารพะม่า ของ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ในทุกวันนี้... ตั้งแต่ อยู่แม่สอดมาจนถึงปัจจุบันนี้ ฉัน กับ KNU ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แม้จะเหินห่างกันบ้างตามกาลเวลา ในสมัยแรกๆนั้น ฉันสามารถเข้าออกในกองทัพกะเหรี่ยงได้ โดยปราศจากเงื่อนไขใดๆ ตั้งแต่ อ.แม่สะเรียง จว.แม่ฮ่องสอน จนถึง ต.ห้วยน้ำขาว จว.กาญจนบุรี... KNU รักฉัน ไว้ใจฉัน ตั้งแต่ ประธานาธิบดี คณะรัฐมนตรี แม่ทัพนายกอง บุคคลสำคัญทั้งทหารและพลเรือน ( หลายคน เป็นคนไข้ของฉัน ตั้งแต่ ร.พ.แม่สอด ร.พ.สมุทรปราการ และ ร. พ. ราชวิถี ) เขาอยากให้ ทุกอย่างแก่ฉัน ทั้งรูปธรรม และ นามธรรม เข่น Ruby Stone นกยูง นกขุนทอง ลูกหมี เขาเก้ง เขากวาง ไม้สัก แม้แต่กวางตัวเป็นๆ ฯลฯ ขอยกตัวอย่างให้ดู ดังนี้ .... เพื่อนทหารไทยหาข่าวที่แม่สอด อยากไปค่ายทหารกะเหรี่ยง ขอให้ฉันพาไป ทหารกะเหรี่ยง ต้อนรับฉันเป็นอย่างดี โดยไม่ให้ความสำคัญกับทหารหาข่าวเลย กลับถึงแม่สอด เพื่อนเรียกฉันว่า Doctor Chivago... (ฮา) .... พ.อ.สุจินดา คราประยูร ( ยศขณะนั้น ) ขอให้ฉันไปหาข่าว นายทหารที่ลอบสังหาร พล.อ.เปรม แล้วหนีไปอยู่กับทหารกระเหรี่ยง ด้านห้วยน้ำขาว จว.กาญจนบุรี ฉันก็ไป.. กว่าจะกลับถึงกรุงเทพฯ ก็ประมาณ ตี 2 .... ท่านทูตเดนมาร์ก และ ภรรยา ( ไทย ) อยากได้กวาง มาเลี้ยงที่สถานทูต แถวๆถนนสาธร โดยบอกผ่านเพื่อนฉัน ฉัน ก็ไป รับกวาง เพศเมีย 1 ตัว จากทหารกะเหรี่ยง ทางด้าน ห้วยน้ำขาว กาญจนบุรี กว่าจะผ่านด่าน ทหารกองพล.9 ถึงสถานทูต ก็เที่ยงคืนพอดี หิวและเหนื่อยพอสมควร ท่านทูตเลี้ยงอาหาร และให้ฉันตั้งชื่อ กวาง ฉัน ตั้งชื่อว่า กุสุมา.. ...ตะละแม่ กุสุมา อยู่ดีกินดี อ้วนพี ขนเป็นมัน กินแต่ของต่างประเทศ เช่น แอบเปิล องุ่น สารพัดผลไม้จากเดนมาร์ก กุสุมา อยู่ในป่า อดๆอยากๆ กินแต่ มะขามป้อม ลูกตะขบ ( ฮา ) จากความสัมพันธ์ระหว่างฉัน กับ KNU นี้ ทำให้ฉันไม่กล้าไปประเทศพะม่า จนบัดนี้ อย่างดี ก็แค่ เมียวดี และ ท่าขี้เหล็ก กลัวเข้าไปแล้ว ไม่ได้กลับ ท่าน นายกชาติชาย เคยชวนฉันไปพะม่ากับท่าน ในฐานะ State Visit ฉัน ปฏิเสธ ท่านพูดว่า “ กลัวอะไร ( ว่ะ ) ไปกับอั๊ว ไม่มีใครทำอะไรหมอหรอก “ ฉันตอบว่า “ ใช่ครับ แต่ผมไม่ได้อยู่กับท่าน 24 ช.ม. นี่ครับ “ ( ฮา ) ... การ Take Side บางครั้งก็ทำให้เสียโอกาศ ได้เหมือนกัน นะครับ .... —————————-
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 607 มุมมอง 0 รีวิว
  • อุ้มผาง ความสุขที่...ไร้ขีดจำกัด!!🥰

    อุ้มผาง เป็นอำเภอหนึ่งทางตอนใต้ของจังหวัดตาก จัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภออุ้มผาง พ.ศ. 2502 อันมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2502 อำเภออุ้มผางเป็นอำเภอที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและเป็นอำเภอที่อยู่ห่างไกลจากตัวอำเภอเมืองมากที่สุดในประเทศไทยChoawalit Chotwattanaphong มียอดเขาที่สูงที่สุดในภาคตะวันตกคือ ยอดเขากะเจอลา มีความสูง 2,152 เมตร[ต้องการอ้างอิง] โดยพื้นที่ตอนล่างของอำเภอ ยังเป็นที่ตั้งของ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกอีกด้วย

    อุ้มผาง ที่นี่มีผืนป่าบริสุทธิ์ เป็นชายแดนติดต่อกับประเทศเมียนมา เส้นทางตัดผ่านเทือกเขา สวยงามอลังการ เราสามารถชมทัศนียภาพ และอากาศบริสุทธิ์ของป่า หรือจะเลือกไปนั่งช้าง ชมผืนป่าจากมุมสูง และแวะไปสัมผัสกระแสน้ำตกสายที่กระเซ็นสดชื่นในหน้าฝนแบบนี้ ก็ดีต่อใจมากทีเดียว

    เป้าหมายของการมาเที่ยว อุ้มผาง จังหวัดตาก ส่วนมากก็คือการมาเที่ยว น้ำตกทีลอซู นั่นเองค่ะ เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงและสวยมากที่สุดในเมืองไทย อีกทั้งยังติดอันดับน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดติดอันดับ 6 ของเอเชียที่มีความสูงอยู่ที่ 300 เมตร และความกว้าง 500 เมตร เป็นพิกัดยอดฮิตในช่วงปลายฝนต้นหนาวไปจนถึงฤดูหนาว เพราะจะเป็นช่วงที่สวยที่สุดของการมาชมความยิ่งใหญ่อลังการของน้ำตกทีลอซู แต่การเดินทางเข้าไปนั้นลำบากพอสมควร และต้องติดต่อขออนุญาตจากเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าอุ้มผางก่อนเข้าไปเที่ยวค่ะ

    อ่านรีวิวเต็มๆ ที่ น้ำตกทีลอซู ที่เที่ยวตาก กับ ความอลังการของ น้ำตกที่สวยที่สุดในเมืองไทย

    #น้ำตกทีลอซู
    #อุ้มผาง

    อุ้มผาง ความสุขที่...ไร้ขีดจำกัด!!🥰 อุ้มผาง เป็นอำเภอหนึ่งทางตอนใต้ของจังหวัดตาก จัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภออุ้มผาง พ.ศ. 2502 อันมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2502 อำเภออุ้มผางเป็นอำเภอที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและเป็นอำเภอที่อยู่ห่างไกลจากตัวอำเภอเมืองมากที่สุดในประเทศไทย[1] มียอดเขาที่สูงที่สุดในภาคตะวันตกคือ ยอดเขากะเจอลา มีความสูง 2,152 เมตร[ต้องการอ้างอิง] โดยพื้นที่ตอนล่างของอำเภอ ยังเป็นที่ตั้งของ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกอีกด้วย อุ้มผาง ที่นี่มีผืนป่าบริสุทธิ์ เป็นชายแดนติดต่อกับประเทศเมียนมา เส้นทางตัดผ่านเทือกเขา สวยงามอลังการ เราสามารถชมทัศนียภาพ และอากาศบริสุทธิ์ของป่า หรือจะเลือกไปนั่งช้าง ชมผืนป่าจากมุมสูง และแวะไปสัมผัสกระแสน้ำตกสายที่กระเซ็นสดชื่นในหน้าฝนแบบนี้ ก็ดีต่อใจมากทีเดียว เป้าหมายของการมาเที่ยว อุ้มผาง จังหวัดตาก ส่วนมากก็คือการมาเที่ยว น้ำตกทีลอซู นั่นเองค่ะ เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงและสวยมากที่สุดในเมืองไทย อีกทั้งยังติดอันดับน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดติดอันดับ 6 ของเอเชียที่มีความสูงอยู่ที่ 300 เมตร และความกว้าง 500 เมตร เป็นพิกัดยอดฮิตในช่วงปลายฝนต้นหนาวไปจนถึงฤดูหนาว เพราะจะเป็นช่วงที่สวยที่สุดของการมาชมความยิ่งใหญ่อลังการของน้ำตกทีลอซู แต่การเดินทางเข้าไปนั้นลำบากพอสมควร และต้องติดต่อขออนุญาตจากเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าอุ้มผางก่อนเข้าไปเที่ยวค่ะ อ่านรีวิวเต็มๆ ที่ น้ำตกทีลอซู ที่เที่ยวตาก กับ ความอลังการของ น้ำตกที่สวยที่สุดในเมืองไทย #น้ำตกทีลอซู #อุ้มผาง
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 435 มุมมอง 0 รีวิว