นักวิจัยเปลี่ยนนมบูดให้กลายเป็นวัสดุสำหรับ 3D Printing — พลิกของเสียเกษตรให้เป็นพลาสติกชีวภาพทางเลือก

งานวิจัยจาก University of Wisconsin–Platteville กำลังสร้างความสนใจอย่างมากในวงการ 3D Printing เพราะทีมนักวิจัยสามารถ เปลี่ยนนมบูดและของเสียจากอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์นม ให้กลายเป็นวัสดุชีวภาพที่ใช้พิมพ์ 3 มิติได้จริง แนวคิดนี้เกิดจากปัญหานมส่วนเกินที่ต้องทิ้งในช่วงโควิด ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ทีมพัฒนาวิธีสกัดโปรตีนอย่าง casein และ whey จากนมเสีย แล้วนำไปผสมกับพอลิเมอร์เพื่อสร้างวัสดุที่มีคุณสมบัติคล้ายพลาสติกสำหรับใช้ในเครื่องพิมพ์ 3D

สิ่งที่ทำให้โครงการนี้โดดเด่นคือมันไม่ใช่แค่การทดลองในห้องครัว แต่เป็นงานวิศวกรรมวัสดุเต็มรูปแบบ นักวิจัยต้องใช้เวลาหลายปีในการปรับสัดส่วนโปรตีน ความบริสุทธิ์ และการผสมผสานกับพอลิเมอร์ เพื่อให้ได้วัสดุที่ แข็งแรง ยืดหยุ่น และไม่ทำให้หัวฉีดของเครื่องพิมพ์อุดตัน ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้วัสดุชีวภาพหลายชนิดไม่สามารถใช้งานจริงได้ในตลาด 3D Printing

งานนี้ยังสอดคล้องกับความพยายามของวงการ 3D Printing ที่ต้องการลดขยะพลาสติก เช่น การรีไซเคิลชิ้นงานที่พิมพ์พลาด การผลิตเส้นใยจากขวด PET หรือการพัฒนาวัสดุที่ย่อยสลายได้เอง แต่การใช้ ของเสียจากอาหาร มาเป็นวัตถุดิบถือเป็นอีกก้าวสำคัญของแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพราะช่วยลดทั้งขยะอาหารและการพึ่งพาปิโตรเลียมในเวลาเดียวกัน

หากเทคโนโลยีนี้ถูกนำไปผลิตเชิงพาณิชย์ ผลกระทบอาจกว้างไกลกว่าที่คิด ทั้งการสร้างรายได้ใหม่ให้เกษตรกร การลดต้นทุนวัตถุดิบสำหรับผู้ผลิตวัสดุ 3D Printing และการเปิดประตูสู่วัสดุชีวภาพรุ่นใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการนำวิทยาศาสตร์มาช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างสร้างสรรค์และใช้งานได้จริงในอุตสาหกรรม

สรุปประเด็นสำคัญ
แนวคิดหลักของงานวิจัย
สกัดโปรตีนจากนมบูด เช่น casein และ whey
ผสมกับพอลิเมอร์เพื่อสร้างวัสดุพิมพ์ 3 มิติที่ใช้งานได้จริง

จุดเด่นของวัสดุใหม่นี้
แข็งแรง ยืดหยุ่น และไม่อุดตันหัวฉีด
ใช้กับเครื่องพิมพ์ 3D ที่มีอยู่แล้วได้ทันที

บริบทและแรงบันดาลใจ
เกิดจากปัญหานมส่วนเกินช่วงโควิดที่ต้องทิ้งจำนวนมาก
เปลี่ยนของเสียเกษตรให้เป็นวัตถุดิบมูลค่าสูง

ผลกระทบที่เป็นไปได้
ลดการใช้พลาสติกจากปิโตรเลียม
เพิ่มโอกาสรายได้ใหม่ให้ผู้ผลิตนมและอุตสาหกรรมวัสดุ

ข้อควรระวังหรือประเด็นที่ต้องติดตาม
ความพร้อมเชิงพาณิชย์
ต้องพิสูจน์ว่าผลิตได้ในปริมาณมากและต้นทุนแข่งขันได้

ความทนทานของวัสดุ
ต้องทดสอบเพิ่มเติมในงานที่ต้องการความแข็งแรงสูง

มาตรฐานความปลอดภัย
วัสดุชีวภาพใหม่ต้องผ่านการรับรองก่อนใช้งานในอุตสาหกรรม

https://www.tomshardware.com/3d-printing/researchers-turn-spoiled-milk-into-3d-printing-materials-extracted-proteins-from-dairy-waste-combined-with-polymers-to-create-plastic-alternative
🥛🧪 นักวิจัยเปลี่ยนนมบูดให้กลายเป็นวัสดุสำหรับ 3D Printing — พลิกของเสียเกษตรให้เป็นพลาสติกชีวภาพทางเลือก งานวิจัยจาก University of Wisconsin–Platteville กำลังสร้างความสนใจอย่างมากในวงการ 3D Printing เพราะทีมนักวิจัยสามารถ เปลี่ยนนมบูดและของเสียจากอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์นม ให้กลายเป็นวัสดุชีวภาพที่ใช้พิมพ์ 3 มิติได้จริง แนวคิดนี้เกิดจากปัญหานมส่วนเกินที่ต้องทิ้งในช่วงโควิด ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ทีมพัฒนาวิธีสกัดโปรตีนอย่าง casein และ whey จากนมเสีย แล้วนำไปผสมกับพอลิเมอร์เพื่อสร้างวัสดุที่มีคุณสมบัติคล้ายพลาสติกสำหรับใช้ในเครื่องพิมพ์ 3D สิ่งที่ทำให้โครงการนี้โดดเด่นคือมันไม่ใช่แค่การทดลองในห้องครัว แต่เป็นงานวิศวกรรมวัสดุเต็มรูปแบบ นักวิจัยต้องใช้เวลาหลายปีในการปรับสัดส่วนโปรตีน ความบริสุทธิ์ และการผสมผสานกับพอลิเมอร์ เพื่อให้ได้วัสดุที่ แข็งแรง ยืดหยุ่น และไม่ทำให้หัวฉีดของเครื่องพิมพ์อุดตัน ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้วัสดุชีวภาพหลายชนิดไม่สามารถใช้งานจริงได้ในตลาด 3D Printing งานนี้ยังสอดคล้องกับความพยายามของวงการ 3D Printing ที่ต้องการลดขยะพลาสติก เช่น การรีไซเคิลชิ้นงานที่พิมพ์พลาด การผลิตเส้นใยจากขวด PET หรือการพัฒนาวัสดุที่ย่อยสลายได้เอง แต่การใช้ ของเสียจากอาหาร มาเป็นวัตถุดิบถือเป็นอีกก้าวสำคัญของแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพราะช่วยลดทั้งขยะอาหารและการพึ่งพาปิโตรเลียมในเวลาเดียวกัน หากเทคโนโลยีนี้ถูกนำไปผลิตเชิงพาณิชย์ ผลกระทบอาจกว้างไกลกว่าที่คิด ทั้งการสร้างรายได้ใหม่ให้เกษตรกร การลดต้นทุนวัตถุดิบสำหรับผู้ผลิตวัสดุ 3D Printing และการเปิดประตูสู่วัสดุชีวภาพรุ่นใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการนำวิทยาศาสตร์มาช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างสร้างสรรค์และใช้งานได้จริงในอุตสาหกรรม 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ แนวคิดหลักของงานวิจัย ➡️ สกัดโปรตีนจากนมบูด เช่น casein และ whey ➡️ ผสมกับพอลิเมอร์เพื่อสร้างวัสดุพิมพ์ 3 มิติที่ใช้งานได้จริง ✅ จุดเด่นของวัสดุใหม่นี้ ➡️ แข็งแรง ยืดหยุ่น และไม่อุดตันหัวฉีด ➡️ ใช้กับเครื่องพิมพ์ 3D ที่มีอยู่แล้วได้ทันที ✅ บริบทและแรงบันดาลใจ ➡️ เกิดจากปัญหานมส่วนเกินช่วงโควิดที่ต้องทิ้งจำนวนมาก ➡️ เปลี่ยนของเสียเกษตรให้เป็นวัตถุดิบมูลค่าสูง ✅ ผลกระทบที่เป็นไปได้ ➡️ ลดการใช้พลาสติกจากปิโตรเลียม ➡️ เพิ่มโอกาสรายได้ใหม่ให้ผู้ผลิตนมและอุตสาหกรรมวัสดุ ⚠️ ข้อควรระวังหรือประเด็นที่ต้องติดตาม ‼️ ความพร้อมเชิงพาณิชย์ ⛔ ต้องพิสูจน์ว่าผลิตได้ในปริมาณมากและต้นทุนแข่งขันได้ ‼️ ความทนทานของวัสดุ ⛔ ต้องทดสอบเพิ่มเติมในงานที่ต้องการความแข็งแรงสูง ‼️ มาตรฐานความปลอดภัย ⛔ วัสดุชีวภาพใหม่ต้องผ่านการรับรองก่อนใช้งานในอุตสาหกรรม https://www.tomshardware.com/3d-printing/researchers-turn-spoiled-milk-into-3d-printing-materials-extracted-proteins-from-dairy-waste-combined-with-polymers-to-create-plastic-alternative
WWW.TOMSHARDWARE.COM
Researchers turn spoiled milk into 3D printing materials — extracted proteins from dairy waste combined with polymers to create plastic alternative
This work turns what would otherwise be an agricultural liability into a potential input for advanced manufacturing.
0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 115 มุมมอง 0 รีวิว