Bose เปิดเอกสาร API ให้สาธารณะ หลังประกาศยุติซัพพอร์ต SoundTouch ลดผลกระทบผู้ใช้งาน
หลังจาก Bose ประกาศยุติการสนับสนุนลำโพงตระกูล SoundTouch ซึ่งเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2013 และมีราคาตั้งแต่ 399–1,500 ดอลลาร์ ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากไม่พอใจเพราะอุปกรณ์ยังใช้งานได้ดี แต่กำลังจะถูกตัดฟีเจอร์สำคัญ เช่น cloud service, app control และการเชื่อมต่อไร้สายหลายอย่าง อย่างไรก็ตาม ล่าสุด Bose ได้ผ่อนหนักให้เบาลงด้วยการ ปล่อยเอกสาร SoundTouch Web API สู่สาธารณะ เพื่อให้ชุมชนนักพัฒนาสามารถสร้างแอปควบคุมของตัวเองได้
การเปิด API ครั้งนี้มาพร้อมกับการเลื่อนวัน End-of-Life จากเดิม 18 กุมภาพันธ์ 2026 → เป็น 6 พฤษภาคม 2026 ทำให้ผู้ใช้มีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น เอกสาร API ความยาว 31 หน้าเผยรายละเอียดการสื่อสารของอุปกรณ์ SoundTouch ทั้ง HTTP endpoints และ WebSocket สำหรับควบคุมแบบเรียลไทม์ เช่น การปรับเสียง การจัดการ multi-room และการตั้งค่าต่างๆ ของระบบเสียง
แม้ Bose จะไม่ได้เปิดซอร์สโค้ดจริง แต่การให้ API ภายใต้ royalty-free license ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะนักพัฒนาสามารถสร้างแอปใหม่หรือระบบควบคุมเฉพาะทางได้ เช่น แอปควบคุมบนเดสก์ท็อป, ระบบ automation ภายในบ้าน หรือ preset controller แบบ custom ซึ่งอาจช่วยยืดอายุการใช้งานของลำโพง SoundTouch ไปได้อีกหลายปี
ผู้ใช้ทั่วไปก็ได้รับผลดีเช่นกัน เพราะ Bose ยืนยันว่า AirPlay และ Spotify Connect จะยังใช้งานได้ แม้บริการ cloud จะถูกปิด และแอป SoundTouch บน Android/iOS จะถูกอัปเดตให้ทำงานแบบ offline หลังวันที่ 6 พฤษภาคม 2026 ซึ่งช่วยให้ลำโพงยังคงใช้งานได้ในระดับที่น่าพอใจ แม้จะเข้าสู่สถานะ End-of-Life แล้วก็ตาม
สรุปประเด็นสำคัญ
สิ่งที่ Bose ทำเพื่อบรรเทาผลกระทบ
เลื่อนวัน EOL จาก 18 ก.พ. 2026 → 6 พ.ค. 2026
เปิดเอกสาร SoundTouch Web API ให้ดาวน์โหลดได้ฟรี
สิ่งที่นักพัฒนาสามารถทำได้จาก API
สร้างแอปควบคุมลำโพงใหม่แบบ custom
ใช้ WebSocket และ HTTP API เพื่อควบคุม volume, playback, multi-room
ข้อจำกัดและคำเตือน
API เป็นเพียงเอกสาร ไม่ใช่ open-source code จริง
ใบอนุญาตเป็นแบบ revocable บริษัทสามารถยกเลิกได้ในอนาคต
ผลกระทบต่อผู้ใช้ SoundTouch
ฟีเจอร์ cloud และบริการออนไลน์บางส่วนจะหายไปถาวร
แอปเดิมจะใช้งานได้เฉพาะแบบ offline หลังวันที่ 6 พฤษภาคม 2026
https://itsfoss.com/news/bose-soundtouch-api/
หลังจาก Bose ประกาศยุติการสนับสนุนลำโพงตระกูล SoundTouch ซึ่งเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2013 และมีราคาตั้งแต่ 399–1,500 ดอลลาร์ ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากไม่พอใจเพราะอุปกรณ์ยังใช้งานได้ดี แต่กำลังจะถูกตัดฟีเจอร์สำคัญ เช่น cloud service, app control และการเชื่อมต่อไร้สายหลายอย่าง อย่างไรก็ตาม ล่าสุด Bose ได้ผ่อนหนักให้เบาลงด้วยการ ปล่อยเอกสาร SoundTouch Web API สู่สาธารณะ เพื่อให้ชุมชนนักพัฒนาสามารถสร้างแอปควบคุมของตัวเองได้
การเปิด API ครั้งนี้มาพร้อมกับการเลื่อนวัน End-of-Life จากเดิม 18 กุมภาพันธ์ 2026 → เป็น 6 พฤษภาคม 2026 ทำให้ผู้ใช้มีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น เอกสาร API ความยาว 31 หน้าเผยรายละเอียดการสื่อสารของอุปกรณ์ SoundTouch ทั้ง HTTP endpoints และ WebSocket สำหรับควบคุมแบบเรียลไทม์ เช่น การปรับเสียง การจัดการ multi-room และการตั้งค่าต่างๆ ของระบบเสียง
แม้ Bose จะไม่ได้เปิดซอร์สโค้ดจริง แต่การให้ API ภายใต้ royalty-free license ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะนักพัฒนาสามารถสร้างแอปใหม่หรือระบบควบคุมเฉพาะทางได้ เช่น แอปควบคุมบนเดสก์ท็อป, ระบบ automation ภายในบ้าน หรือ preset controller แบบ custom ซึ่งอาจช่วยยืดอายุการใช้งานของลำโพง SoundTouch ไปได้อีกหลายปี
ผู้ใช้ทั่วไปก็ได้รับผลดีเช่นกัน เพราะ Bose ยืนยันว่า AirPlay และ Spotify Connect จะยังใช้งานได้ แม้บริการ cloud จะถูกปิด และแอป SoundTouch บน Android/iOS จะถูกอัปเดตให้ทำงานแบบ offline หลังวันที่ 6 พฤษภาคม 2026 ซึ่งช่วยให้ลำโพงยังคงใช้งานได้ในระดับที่น่าพอใจ แม้จะเข้าสู่สถานะ End-of-Life แล้วก็ตาม
สรุปประเด็นสำคัญ
สิ่งที่ Bose ทำเพื่อบรรเทาผลกระทบ
เลื่อนวัน EOL จาก 18 ก.พ. 2026 → 6 พ.ค. 2026
เปิดเอกสาร SoundTouch Web API ให้ดาวน์โหลดได้ฟรี
สิ่งที่นักพัฒนาสามารถทำได้จาก API
สร้างแอปควบคุมลำโพงใหม่แบบ custom
ใช้ WebSocket และ HTTP API เพื่อควบคุม volume, playback, multi-room
ข้อจำกัดและคำเตือน
API เป็นเพียงเอกสาร ไม่ใช่ open-source code จริง
ใบอนุญาตเป็นแบบ revocable บริษัทสามารถยกเลิกได้ในอนาคต
ผลกระทบต่อผู้ใช้ SoundTouch
ฟีเจอร์ cloud และบริการออนไลน์บางส่วนจะหายไปถาวร
แอปเดิมจะใช้งานได้เฉพาะแบบ offline หลังวันที่ 6 พฤษภาคม 2026
https://itsfoss.com/news/bose-soundtouch-api/
🔊 Bose เปิดเอกสาร API ให้สาธารณะ หลังประกาศยุติซัพพอร์ต SoundTouch ลดผลกระทบผู้ใช้งาน
หลังจาก Bose ประกาศยุติการสนับสนุนลำโพงตระกูล SoundTouch ซึ่งเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2013 และมีราคาตั้งแต่ 399–1,500 ดอลลาร์ ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากไม่พอใจเพราะอุปกรณ์ยังใช้งานได้ดี แต่กำลังจะถูกตัดฟีเจอร์สำคัญ เช่น cloud service, app control และการเชื่อมต่อไร้สายหลายอย่าง อย่างไรก็ตาม ล่าสุด Bose ได้ผ่อนหนักให้เบาลงด้วยการ ปล่อยเอกสาร SoundTouch Web API สู่สาธารณะ เพื่อให้ชุมชนนักพัฒนาสามารถสร้างแอปควบคุมของตัวเองได้
การเปิด API ครั้งนี้มาพร้อมกับการเลื่อนวัน End-of-Life จากเดิม 18 กุมภาพันธ์ 2026 → เป็น 6 พฤษภาคม 2026 ทำให้ผู้ใช้มีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น เอกสาร API ความยาว 31 หน้าเผยรายละเอียดการสื่อสารของอุปกรณ์ SoundTouch ทั้ง HTTP endpoints และ WebSocket สำหรับควบคุมแบบเรียลไทม์ เช่น การปรับเสียง การจัดการ multi-room และการตั้งค่าต่างๆ ของระบบเสียง
แม้ Bose จะไม่ได้เปิดซอร์สโค้ดจริง แต่การให้ API ภายใต้ royalty-free license ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะนักพัฒนาสามารถสร้างแอปใหม่หรือระบบควบคุมเฉพาะทางได้ เช่น แอปควบคุมบนเดสก์ท็อป, ระบบ automation ภายในบ้าน หรือ preset controller แบบ custom ซึ่งอาจช่วยยืดอายุการใช้งานของลำโพง SoundTouch ไปได้อีกหลายปี
ผู้ใช้ทั่วไปก็ได้รับผลดีเช่นกัน เพราะ Bose ยืนยันว่า AirPlay และ Spotify Connect จะยังใช้งานได้ แม้บริการ cloud จะถูกปิด และแอป SoundTouch บน Android/iOS จะถูกอัปเดตให้ทำงานแบบ offline หลังวันที่ 6 พฤษภาคม 2026 ซึ่งช่วยให้ลำโพงยังคงใช้งานได้ในระดับที่น่าพอใจ แม้จะเข้าสู่สถานะ End-of-Life แล้วก็ตาม
📌 สรุปประเด็นสำคัญ
✅ สิ่งที่ Bose ทำเพื่อบรรเทาผลกระทบ
➡️ เลื่อนวัน EOL จาก 18 ก.พ. 2026 → 6 พ.ค. 2026
➡️ เปิดเอกสาร SoundTouch Web API ให้ดาวน์โหลดได้ฟรี
✅ สิ่งที่นักพัฒนาสามารถทำได้จาก API
➡️ สร้างแอปควบคุมลำโพงใหม่แบบ custom
➡️ ใช้ WebSocket และ HTTP API เพื่อควบคุม volume, playback, multi-room
‼️ ข้อจำกัดและคำเตือน
⛔ API เป็นเพียงเอกสาร ไม่ใช่ open-source code จริง
⛔ ใบอนุญาตเป็นแบบ revocable บริษัทสามารถยกเลิกได้ในอนาคต
‼️ ผลกระทบต่อผู้ใช้ SoundTouch
⛔ ฟีเจอร์ cloud และบริการออนไลน์บางส่วนจะหายไปถาวร
⛔ แอปเดิมจะใช้งานได้เฉพาะแบบ offline หลังวันที่ 6 พฤษภาคม 2026
https://itsfoss.com/news/bose-soundtouch-api/
0 Comments
0 Shares
60 Views
0 Reviews