MacBook Air Intel รุ่นสุดท้ายถูกจัดเป็น “Vintage” อย่างเป็นทางการ — สัญลักษณ์การปิดฉากยุค Intel ของ Apple
Apple ได้เพิ่ม MacBook Air 13 นิ้ว รุ่นปี 2020 ซึ่งเป็น รุ่นสุดท้ายที่ใช้ชิป Intel เข้าไปในรายชื่ออุปกรณ์ “Vintage” อย่างเป็นทางการแล้ว ตามข้อมูลจากหน้าเว็บที่คุณเปิดอยู่ การเปลี่ยนสถานะนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของ Apple ที่หันมาใช้ชิปตระกูล Apple Silicon (M‑series) อย่างเต็มตัวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
สถานะ “Vintage” หมายความว่า Apple หยุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นั้นมาแล้ว 5 ปี และจะยังซ่อมได้ ถ้ามีอะไหล่เหลืออยู่ แต่เมื่อครบ 7 ปี อุปกรณ์จะถูกจัดเป็น “Obsolete” ซึ่งจะ ไม่สามารถรับบริการซ่อมจาก Apple หรือศูนย์ที่ได้รับอนุญาตได้อีกต่อไป นั่นทำให้ MacBook Air Intel รุ่นนี้กำลังเข้าใกล้จุดสิ้นสุดการสนับสนุนอย่างเป็นทางการในไม่ช้า
ในช่วงปลายปี 2025 Apple ยังได้เพิ่มอุปกรณ์อีกหลายรายการเข้าสู่กลุ่ม “Obsolete” เช่น iPhone SE รุ่นแรก, iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่นที่ 2 และ Apple Watch Series 4 รุ่นพิเศษต่าง ๆ การประกาศเหล่านี้สะท้อนถึงวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ของ Apple ที่ค่อย ๆ ผลักดันผู้ใช้ไปสู่รุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและรองรับซอฟต์แวร์ล่าสุดได้ดีกว่า
การที่ MacBook Air Intel รุ่นสุดท้ายถูกจัดเป็น Vintage จึงไม่ใช่แค่ข่าวอัปเดตทั่วไป แต่เป็นสัญลักษณ์ของการปิดฉากยุค Intel ที่ยาวนานกว่า 15 ปีของ Apple และยืนยันว่าบริษัทกำลังเดินหน้าเต็มกำลังกับสถาปัตยกรรม Apple Silicon ซึ่งให้ประสิทธิภาพสูงกว่าและใช้พลังงานน้อยกว่าอย่างชัดเจน
สรุปประเด็นสำคัญ
MacBook Air 13” ปี 2020 ถูกจัดเป็น “Vintage” แล้ว
เป็นรุ่นสุดท้ายที่ใช้ชิป Intel ของ Apple
สถานะ Vintage หมายถึงหยุดขายมาแล้ว 5 ปี
ยังซ่อมได้ถ้ามีอะไหล่ แต่ไม่รับประกัน
จะถูกจัดเป็น Obsolete เมื่อครบ 7 ปี
ไม่สามารถรับบริการซ่อมจาก Apple ได้อีก
Apple เพิ่มอุปกรณ์หลายรุ่นเข้า Obsolete ในปลายปี 2025
เช่น iPhone SE รุ่นแรก และ iPad Pro 12.9 รุ่นที่ 2
ผู้ใช้ MacBook Air Intel รุ่นนี้อาจเริ่มหาซ่อมยากขึ้นเรื่อย ๆ
ควรสำรองข้อมูลและเตรียมแผนเปลี่ยนเครื่องในอนาคต
อะไหล่สำหรับรุ่น Vintage อาจมีจำนวนจำกัด
ราคาซ่อมอาจสูงขึ้นตามความหายาก
อัปเดต macOS รุ่นใหม่อาจไม่รองรับในอนาคตอันใกล้
ส่งผลต่อความปลอดภัยและความเข้ากันได้ของแอป
https://wccftech.com/the-last-apple-macbook-air-to-run-on-an-intel-chip-declared-vintage/
Apple ได้เพิ่ม MacBook Air 13 นิ้ว รุ่นปี 2020 ซึ่งเป็น รุ่นสุดท้ายที่ใช้ชิป Intel เข้าไปในรายชื่ออุปกรณ์ “Vintage” อย่างเป็นทางการแล้ว ตามข้อมูลจากหน้าเว็บที่คุณเปิดอยู่ การเปลี่ยนสถานะนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของ Apple ที่หันมาใช้ชิปตระกูล Apple Silicon (M‑series) อย่างเต็มตัวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
สถานะ “Vintage” หมายความว่า Apple หยุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นั้นมาแล้ว 5 ปี และจะยังซ่อมได้ ถ้ามีอะไหล่เหลืออยู่ แต่เมื่อครบ 7 ปี อุปกรณ์จะถูกจัดเป็น “Obsolete” ซึ่งจะ ไม่สามารถรับบริการซ่อมจาก Apple หรือศูนย์ที่ได้รับอนุญาตได้อีกต่อไป นั่นทำให้ MacBook Air Intel รุ่นนี้กำลังเข้าใกล้จุดสิ้นสุดการสนับสนุนอย่างเป็นทางการในไม่ช้า
ในช่วงปลายปี 2025 Apple ยังได้เพิ่มอุปกรณ์อีกหลายรายการเข้าสู่กลุ่ม “Obsolete” เช่น iPhone SE รุ่นแรก, iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่นที่ 2 และ Apple Watch Series 4 รุ่นพิเศษต่าง ๆ การประกาศเหล่านี้สะท้อนถึงวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ของ Apple ที่ค่อย ๆ ผลักดันผู้ใช้ไปสู่รุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและรองรับซอฟต์แวร์ล่าสุดได้ดีกว่า
การที่ MacBook Air Intel รุ่นสุดท้ายถูกจัดเป็น Vintage จึงไม่ใช่แค่ข่าวอัปเดตทั่วไป แต่เป็นสัญลักษณ์ของการปิดฉากยุค Intel ที่ยาวนานกว่า 15 ปีของ Apple และยืนยันว่าบริษัทกำลังเดินหน้าเต็มกำลังกับสถาปัตยกรรม Apple Silicon ซึ่งให้ประสิทธิภาพสูงกว่าและใช้พลังงานน้อยกว่าอย่างชัดเจน
สรุปประเด็นสำคัญ
MacBook Air 13” ปี 2020 ถูกจัดเป็น “Vintage” แล้ว
เป็นรุ่นสุดท้ายที่ใช้ชิป Intel ของ Apple
สถานะ Vintage หมายถึงหยุดขายมาแล้ว 5 ปี
ยังซ่อมได้ถ้ามีอะไหล่ แต่ไม่รับประกัน
จะถูกจัดเป็น Obsolete เมื่อครบ 7 ปี
ไม่สามารถรับบริการซ่อมจาก Apple ได้อีก
Apple เพิ่มอุปกรณ์หลายรุ่นเข้า Obsolete ในปลายปี 2025
เช่น iPhone SE รุ่นแรก และ iPad Pro 12.9 รุ่นที่ 2
ผู้ใช้ MacBook Air Intel รุ่นนี้อาจเริ่มหาซ่อมยากขึ้นเรื่อย ๆ
ควรสำรองข้อมูลและเตรียมแผนเปลี่ยนเครื่องในอนาคต
อะไหล่สำหรับรุ่น Vintage อาจมีจำนวนจำกัด
ราคาซ่อมอาจสูงขึ้นตามความหายาก
อัปเดต macOS รุ่นใหม่อาจไม่รองรับในอนาคตอันใกล้
ส่งผลต่อความปลอดภัยและความเข้ากันได้ของแอป
https://wccftech.com/the-last-apple-macbook-air-to-run-on-an-intel-chip-declared-vintage/
🍏 MacBook Air Intel รุ่นสุดท้ายถูกจัดเป็น “Vintage” อย่างเป็นทางการ — สัญลักษณ์การปิดฉากยุค Intel ของ Apple
Apple ได้เพิ่ม MacBook Air 13 นิ้ว รุ่นปี 2020 ซึ่งเป็น รุ่นสุดท้ายที่ใช้ชิป Intel เข้าไปในรายชื่ออุปกรณ์ “Vintage” อย่างเป็นทางการแล้ว ตามข้อมูลจากหน้าเว็บที่คุณเปิดอยู่ การเปลี่ยนสถานะนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของ Apple ที่หันมาใช้ชิปตระกูล Apple Silicon (M‑series) อย่างเต็มตัวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
สถานะ “Vintage” หมายความว่า Apple หยุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นั้นมาแล้ว 5 ปี และจะยังซ่อมได้ ถ้ามีอะไหล่เหลืออยู่ แต่เมื่อครบ 7 ปี อุปกรณ์จะถูกจัดเป็น “Obsolete” ซึ่งจะ ไม่สามารถรับบริการซ่อมจาก Apple หรือศูนย์ที่ได้รับอนุญาตได้อีกต่อไป นั่นทำให้ MacBook Air Intel รุ่นนี้กำลังเข้าใกล้จุดสิ้นสุดการสนับสนุนอย่างเป็นทางการในไม่ช้า
ในช่วงปลายปี 2025 Apple ยังได้เพิ่มอุปกรณ์อีกหลายรายการเข้าสู่กลุ่ม “Obsolete” เช่น iPhone SE รุ่นแรก, iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่นที่ 2 และ Apple Watch Series 4 รุ่นพิเศษต่าง ๆ การประกาศเหล่านี้สะท้อนถึงวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ของ Apple ที่ค่อย ๆ ผลักดันผู้ใช้ไปสู่รุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและรองรับซอฟต์แวร์ล่าสุดได้ดีกว่า
การที่ MacBook Air Intel รุ่นสุดท้ายถูกจัดเป็น Vintage จึงไม่ใช่แค่ข่าวอัปเดตทั่วไป แต่เป็นสัญลักษณ์ของการปิดฉากยุค Intel ที่ยาวนานกว่า 15 ปีของ Apple และยืนยันว่าบริษัทกำลังเดินหน้าเต็มกำลังกับสถาปัตยกรรม Apple Silicon ซึ่งให้ประสิทธิภาพสูงกว่าและใช้พลังงานน้อยกว่าอย่างชัดเจน
📌 สรุปประเด็นสำคัญ
✅ MacBook Air 13” ปี 2020 ถูกจัดเป็น “Vintage” แล้ว
➡️ เป็นรุ่นสุดท้ายที่ใช้ชิป Intel ของ Apple
✅ สถานะ Vintage หมายถึงหยุดขายมาแล้ว 5 ปี
➡️ ยังซ่อมได้ถ้ามีอะไหล่ แต่ไม่รับประกัน
✅ จะถูกจัดเป็น Obsolete เมื่อครบ 7 ปี
➡️ ไม่สามารถรับบริการซ่อมจาก Apple ได้อีก
✅ Apple เพิ่มอุปกรณ์หลายรุ่นเข้า Obsolete ในปลายปี 2025
➡️ เช่น iPhone SE รุ่นแรก และ iPad Pro 12.9 รุ่นที่ 2
‼️ ผู้ใช้ MacBook Air Intel รุ่นนี้อาจเริ่มหาซ่อมยากขึ้นเรื่อย ๆ
⛔ ควรสำรองข้อมูลและเตรียมแผนเปลี่ยนเครื่องในอนาคต
‼️ อะไหล่สำหรับรุ่น Vintage อาจมีจำนวนจำกัด
⛔ ราคาซ่อมอาจสูงขึ้นตามความหายาก
‼️ อัปเดต macOS รุ่นใหม่อาจไม่รองรับในอนาคตอันใกล้
⛔ ส่งผลต่อความปลอดภัยและความเข้ากันได้ของแอป
https://wccftech.com/the-last-apple-macbook-air-to-run-on-an-intel-chip-declared-vintage/
0 Comments
0 Shares
78 Views
0 Reviews