Sandisk เปิดตัวไลน์อัป SSD “Optimus” ใหม่แทน WD สีเดิม — ยุคใหม่ของความแรงและความชัดเจนในตลาดสตอเรจ
Sandisk เดินเกมครั้งใหญ่ด้วยการยุติระบบชื่อรุ่นแบบ “สี” ของ WD ที่คุ้นเคยกันมายาวนาน เช่น WD Blue และ WD Black แล้วแทนที่ด้วยชื่อใหม่ทั้งหมดภายใต้แบรนด์ Optimus, Optimus GX, และ Optimus GX Pro ซึ่งถูกออกแบบให้ผู้ใช้เข้าใจระดับประสิทธิภาพได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นหลังจาก Western Digital แยกธุรกิจแฟลชออกมาให้ Sandisk ดูแลเต็มตัว ทำให้ Sandisk สามารถรีเฟรชภาพลักษณ์และทิศทางผลิตภัณฑ์ได้อย่างอิสระมากขึ้นtomshardware.com
การกลับมาของชื่อ “Optimus” ไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทีเดียว เพราะ Sandisk เคยใช้ชื่อนี้ในตลาดองค์กรตั้งแต่ปี 2013 หลังการซื้อกิจการ SMART Storage Systems แต่ถูกพักไปนานกว่า 10 ปี ก่อนจะถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งในปี 2026 เพื่อใช้กับ SSD สำหรับผู้บริโภคทั่วไป การแบ่งระดับผลิตภัณฑ์ใหม่ช่วยให้ผู้ใช้เลือก SSD ได้ตรงกับงาน เช่น ผู้สร้างคอนเทนต์ เกมเมอร์ หรือมืออาชีพที่ต้องการความเร็วระดับสูงสุด
หนึ่งในรุ่นที่โดดเด่นคือ Optimus GX 7100M SSD แบบ M.2 2230 ที่ออกแบบมาสำหรับเครื่องเกมพกพาและโน้ตบุ๊กบางเฉียบ โดยให้ความเร็วอ่านสูงสุดถึง 7,250 MB/s และเขียน 6,900 MB/s ซึ่งถือว่าแรงมากสำหรับฟอร์มแฟกเตอร์ขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังมีการปรับดีไซน์แพ็กเกจใหม่ทั้งหมดเพื่อให้โดดเด่นบนชั้นวางสินค้าและสื่อถึงภาพลักษณ์ยุคใหม่ของ Sandisk
การเปลี่ยนชื่อรุ่นครั้งนี้ยังช่วยลดความสับสนของผู้ใช้ที่เคยต้องจำว่า “สีไหนแรงกว่า” และทำให้ Sandisk สามารถวางกลยุทธ์แข่งขันกับแบรนด์ SSD รายใหญ่ในตลาดได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ความต้องการ SSD ความเร็วสูงเพิ่มขึ้นจากเกม AAA, งานตัดต่อ 4K/8K และอุปกรณ์พกพาที่ต้องการสตอเรจเร็วแต่กินไฟต่ำ
สรุปประเด็นสำคัญ
Sandisk ยกเลิกระบบชื่อรุ่นแบบสีของ WD และเปลี่ยนเป็น Optimus ทั้งหมด
แบ่งเป็น 3 ระดับ: Optimus / Optimus GX / Optimus GX Pro
ชื่อ Optimus ถูกนำกลับมาใช้หลังจากหายไปกว่า 10 ปี
เดิมเคยใช้ในตลาดองค์กรตั้งแต่ปี 2013
Optimus GX 7100M เปิดตัวใหม่สำหรับเครื่องเกมพกพาและโน้ตบุ๊กบางเฉียบ
ความเร็วอ่าน 7,250 MB/s และเขียน 6,900 MB/s
ดีไซน์แพ็กเกจใหม่เพื่อสร้างภาพลักษณ์ Sandisk ยุคใหม่
เน้นความชัดเจนและความโดดเด่นบนชั้นวางสินค้า
คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
ผู้ใช้เดิมอาจสับสนช่วงแรกจากการเปลี่ยนชื่อรุ่นทั้งหมด
ต้องตรวจสอบชื่อใหม่เทียบกับรุ่น WD เดิมก่อนซื้อ
ตลาด SSD มีการแข่งขันสูง อาจมีรุ่นใกล้เคียงจากแบรนด์อื่นที่ราคาดีกว่า
ควรเช็กรีวิวและประสิทธิภาพจริงก่อนตัดสินใจ
ความเร็วสูงอาจทำให้เกิดความร้อนมากขึ้นในอุปกรณ์พกพา
ต้องดูระบบระบายความร้อนของอุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมด้วย
https://www.tomshardware.com/pc-components/ssds/sandisks-new-optimus-ssd-line-up-replaces-retired-wd-color-based-models-new-optimus-gx-and-gx-pro-tiers-for-2026
Sandisk เดินเกมครั้งใหญ่ด้วยการยุติระบบชื่อรุ่นแบบ “สี” ของ WD ที่คุ้นเคยกันมายาวนาน เช่น WD Blue และ WD Black แล้วแทนที่ด้วยชื่อใหม่ทั้งหมดภายใต้แบรนด์ Optimus, Optimus GX, และ Optimus GX Pro ซึ่งถูกออกแบบให้ผู้ใช้เข้าใจระดับประสิทธิภาพได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นหลังจาก Western Digital แยกธุรกิจแฟลชออกมาให้ Sandisk ดูแลเต็มตัว ทำให้ Sandisk สามารถรีเฟรชภาพลักษณ์และทิศทางผลิตภัณฑ์ได้อย่างอิสระมากขึ้นtomshardware.com
การกลับมาของชื่อ “Optimus” ไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทีเดียว เพราะ Sandisk เคยใช้ชื่อนี้ในตลาดองค์กรตั้งแต่ปี 2013 หลังการซื้อกิจการ SMART Storage Systems แต่ถูกพักไปนานกว่า 10 ปี ก่อนจะถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งในปี 2026 เพื่อใช้กับ SSD สำหรับผู้บริโภคทั่วไป การแบ่งระดับผลิตภัณฑ์ใหม่ช่วยให้ผู้ใช้เลือก SSD ได้ตรงกับงาน เช่น ผู้สร้างคอนเทนต์ เกมเมอร์ หรือมืออาชีพที่ต้องการความเร็วระดับสูงสุด
หนึ่งในรุ่นที่โดดเด่นคือ Optimus GX 7100M SSD แบบ M.2 2230 ที่ออกแบบมาสำหรับเครื่องเกมพกพาและโน้ตบุ๊กบางเฉียบ โดยให้ความเร็วอ่านสูงสุดถึง 7,250 MB/s และเขียน 6,900 MB/s ซึ่งถือว่าแรงมากสำหรับฟอร์มแฟกเตอร์ขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังมีการปรับดีไซน์แพ็กเกจใหม่ทั้งหมดเพื่อให้โดดเด่นบนชั้นวางสินค้าและสื่อถึงภาพลักษณ์ยุคใหม่ของ Sandisk
การเปลี่ยนชื่อรุ่นครั้งนี้ยังช่วยลดความสับสนของผู้ใช้ที่เคยต้องจำว่า “สีไหนแรงกว่า” และทำให้ Sandisk สามารถวางกลยุทธ์แข่งขันกับแบรนด์ SSD รายใหญ่ในตลาดได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ความต้องการ SSD ความเร็วสูงเพิ่มขึ้นจากเกม AAA, งานตัดต่อ 4K/8K และอุปกรณ์พกพาที่ต้องการสตอเรจเร็วแต่กินไฟต่ำ
สรุปประเด็นสำคัญ
Sandisk ยกเลิกระบบชื่อรุ่นแบบสีของ WD และเปลี่ยนเป็น Optimus ทั้งหมด
แบ่งเป็น 3 ระดับ: Optimus / Optimus GX / Optimus GX Pro
ชื่อ Optimus ถูกนำกลับมาใช้หลังจากหายไปกว่า 10 ปี
เดิมเคยใช้ในตลาดองค์กรตั้งแต่ปี 2013
Optimus GX 7100M เปิดตัวใหม่สำหรับเครื่องเกมพกพาและโน้ตบุ๊กบางเฉียบ
ความเร็วอ่าน 7,250 MB/s และเขียน 6,900 MB/s
ดีไซน์แพ็กเกจใหม่เพื่อสร้างภาพลักษณ์ Sandisk ยุคใหม่
เน้นความชัดเจนและความโดดเด่นบนชั้นวางสินค้า
คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
ผู้ใช้เดิมอาจสับสนช่วงแรกจากการเปลี่ยนชื่อรุ่นทั้งหมด
ต้องตรวจสอบชื่อใหม่เทียบกับรุ่น WD เดิมก่อนซื้อ
ตลาด SSD มีการแข่งขันสูง อาจมีรุ่นใกล้เคียงจากแบรนด์อื่นที่ราคาดีกว่า
ควรเช็กรีวิวและประสิทธิภาพจริงก่อนตัดสินใจ
ความเร็วสูงอาจทำให้เกิดความร้อนมากขึ้นในอุปกรณ์พกพา
ต้องดูระบบระบายความร้อนของอุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมด้วย
https://www.tomshardware.com/pc-components/ssds/sandisks-new-optimus-ssd-line-up-replaces-retired-wd-color-based-models-new-optimus-gx-and-gx-pro-tiers-for-2026
🧩 Sandisk เปิดตัวไลน์อัป SSD “Optimus” ใหม่แทน WD สีเดิม — ยุคใหม่ของความแรงและความชัดเจนในตลาดสตอเรจ
Sandisk เดินเกมครั้งใหญ่ด้วยการยุติระบบชื่อรุ่นแบบ “สี” ของ WD ที่คุ้นเคยกันมายาวนาน เช่น WD Blue และ WD Black แล้วแทนที่ด้วยชื่อใหม่ทั้งหมดภายใต้แบรนด์ Optimus, Optimus GX, และ Optimus GX Pro ซึ่งถูกออกแบบให้ผู้ใช้เข้าใจระดับประสิทธิภาพได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นหลังจาก Western Digital แยกธุรกิจแฟลชออกมาให้ Sandisk ดูแลเต็มตัว ทำให้ Sandisk สามารถรีเฟรชภาพลักษณ์และทิศทางผลิตภัณฑ์ได้อย่างอิสระมากขึ้นtomshardware.com
การกลับมาของชื่อ “Optimus” ไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทีเดียว เพราะ Sandisk เคยใช้ชื่อนี้ในตลาดองค์กรตั้งแต่ปี 2013 หลังการซื้อกิจการ SMART Storage Systems แต่ถูกพักไปนานกว่า 10 ปี ก่อนจะถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งในปี 2026 เพื่อใช้กับ SSD สำหรับผู้บริโภคทั่วไป การแบ่งระดับผลิตภัณฑ์ใหม่ช่วยให้ผู้ใช้เลือก SSD ได้ตรงกับงาน เช่น ผู้สร้างคอนเทนต์ เกมเมอร์ หรือมืออาชีพที่ต้องการความเร็วระดับสูงสุด
หนึ่งในรุ่นที่โดดเด่นคือ Optimus GX 7100M SSD แบบ M.2 2230 ที่ออกแบบมาสำหรับเครื่องเกมพกพาและโน้ตบุ๊กบางเฉียบ โดยให้ความเร็วอ่านสูงสุดถึง 7,250 MB/s และเขียน 6,900 MB/s ซึ่งถือว่าแรงมากสำหรับฟอร์มแฟกเตอร์ขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังมีการปรับดีไซน์แพ็กเกจใหม่ทั้งหมดเพื่อให้โดดเด่นบนชั้นวางสินค้าและสื่อถึงภาพลักษณ์ยุคใหม่ของ Sandisk
การเปลี่ยนชื่อรุ่นครั้งนี้ยังช่วยลดความสับสนของผู้ใช้ที่เคยต้องจำว่า “สีไหนแรงกว่า” และทำให้ Sandisk สามารถวางกลยุทธ์แข่งขันกับแบรนด์ SSD รายใหญ่ในตลาดได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ความต้องการ SSD ความเร็วสูงเพิ่มขึ้นจากเกม AAA, งานตัดต่อ 4K/8K และอุปกรณ์พกพาที่ต้องการสตอเรจเร็วแต่กินไฟต่ำ
📌 สรุปประเด็นสำคัญ
✅ Sandisk ยกเลิกระบบชื่อรุ่นแบบสีของ WD และเปลี่ยนเป็น Optimus ทั้งหมด
➡️ แบ่งเป็น 3 ระดับ: Optimus / Optimus GX / Optimus GX Pro
✅ ชื่อ Optimus ถูกนำกลับมาใช้หลังจากหายไปกว่า 10 ปี
➡️ เดิมเคยใช้ในตลาดองค์กรตั้งแต่ปี 2013
✅ Optimus GX 7100M เปิดตัวใหม่สำหรับเครื่องเกมพกพาและโน้ตบุ๊กบางเฉียบ
➡️ ความเร็วอ่าน 7,250 MB/s และเขียน 6,900 MB/s
✅ ดีไซน์แพ็กเกจใหม่เพื่อสร้างภาพลักษณ์ Sandisk ยุคใหม่
➡️ เน้นความชัดเจนและความโดดเด่นบนชั้นวางสินค้า
คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
‼️ ผู้ใช้เดิมอาจสับสนช่วงแรกจากการเปลี่ยนชื่อรุ่นทั้งหมด
⛔ ต้องตรวจสอบชื่อใหม่เทียบกับรุ่น WD เดิมก่อนซื้อ
‼️ ตลาด SSD มีการแข่งขันสูง อาจมีรุ่นใกล้เคียงจากแบรนด์อื่นที่ราคาดีกว่า
⛔ ควรเช็กรีวิวและประสิทธิภาพจริงก่อนตัดสินใจ
‼️ ความเร็วสูงอาจทำให้เกิดความร้อนมากขึ้นในอุปกรณ์พกพา
⛔ ต้องดูระบบระบายความร้อนของอุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมด้วย
https://www.tomshardware.com/pc-components/ssds/sandisks-new-optimus-ssd-line-up-replaces-retired-wd-color-based-models-new-optimus-gx-and-gx-pro-tiers-for-2026
0 ความคิดเห็น
0 การแบ่งปัน
83 มุมมอง
0 รีวิว