The Insider Crisis: เมื่อพนักงาน Outsource ถูกซื้อให้ขายความลับล้ำค่าของ Ubisoft

เหตุการณ์ครั้งนี้สะเทือนวงการเกมและความปลอดภัยไซเบอร์อย่างหนัก เมื่อกลุ่มวิจัย vx‑underground เปิดเผยข้อมูลการโจมตีที่พุ่งเป้าไปยัง Ubisoft และแฟรนไชส์ดังอย่าง Rainbow Six Siege โดยมีหลักฐานชี้ชัดว่าพนักงาน Outsource ในอินเดียและแอฟริกาใต้ถูกติดสินบนเพื่อเปิดทางให้แฮกเกอร์เข้าถึงระบบภายในของบริษัท เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างขององค์กรข้ามชาติที่พึ่งพาการ Outsource อย่างหนัก และเผยให้เห็น “ตลาดมืดของพนักงานภายใน” ที่พร้อมขายสิทธิ์เข้าถึงระบบเพื่อแลกกับเงินจำนวนไม่มากนักเมื่อเทียบกับรายได้ของพวกเขา

จากข้อมูลที่ VX เปิดเผย แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงเครื่องมือสำคัญของ Ubisoft เช่น Microsoft Teams, Confluence, SharePoint และ Atlas ผ่านสิทธิ์ของพนักงานที่ถูกซื้อไป ในการโจมตีล่าสุด ผู้โจมตีซ่อนตัวอยู่ในระบบนานถึง 48 ชั่วโมง พยายามขโมยข้อมูลมากถึง 900 GB โดยเป้าหมายหลักคือข้อมูลของ Rainbow Six Siege รวมถึงความพยายามฉีดเงินในเกมและไอเท็มมูลค่ากว่า 339 พันล้านดอลลาร์เข้าไปในบัญชีผู้เล่นจำนวนมาก ซึ่งสร้างความสับสนให้กับชุมชนเกมทั่วโลก

แท้จริงแล้ว แฮกเกอร์ไม่ได้ต้องการเงินค่าไถ่แบบแรนซัมแวร์ทั่วไป แต่ต้องการควบคุมบัญชีเกมและเข้าถึงทรัพย์สินภายใน เช่น ซอร์สโค้ดของเกม พวกเขายังร่วมมือกับพนักงานภายในเพื่อสร้าง “ซัพพลายเชนใต้ดิน” ที่ช่วยให้สามารถแก้ไขบัญชีผู้เล่นตามคำสั่ง และพยายามใช้ช่องโหว่ MongoDB “MongoBleed” เพื่อเจาะลึกเข้าไปยัง Git repository ของ Ubisoft แม้ Ubisoft จะยืนยันว่าไม่มีข้อมูลผู้เล่นรั่วไหล แต่ภาพหน้าจอภายในชี้ว่าผู้โจมตีสามารถเข้าถึงเอกสารพัฒนาเกมและการสื่อสารภายในบางส่วนได้จริง

ปัญหานี้มีรากเหง้ามาจากค่าตอบแทนที่ต่ำของทีม Outsource ซึ่งทำงานด้านสนับสนุนลูกค้าเป็นหลัก ทำให้สินบนเพียงไม่กี่พันดอลลาร์มีมูลค่าสูงกว่ารายได้ทั้งปีของพวกเขา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุลักษณะนี้—กรณี Coinbase ก็เคยถูกเจาะเพราะพนักงาน Outsource ทำหน้าที่เป็น Insider เช่นกัน ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากบริษัทไม่แก้ไขปัญหาความซื่อสัตย์ของบุคลากรและไม่บังคับใช้หลักการ least‑privilege อย่างเข้มงวด การป้องกันด้วยไฟร์วอลล์หรือการเข้ารหัสก็แทบไม่มีความหมาย

สรุปประเด็นสำคัญ
ข้อมูลจากข่าว
vx‑underground เปิดเผยการโจมตีที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน Outsource ของ Ubisoft
พนักงานในอินเดียและแอฟริกาใต้ถูกติดสินบนเพื่อเปิดทางให้แฮกเกอร์
แฮกเกอร์เข้าถึง Teams, Confluence, SharePoint และ Atlas
ผู้โจมตีอยู่ในระบบ 48 ชั่วโมง พยายามขโมยข้อมูล 900 GB
มีการฉีดเงินและไอเท็มในเกม Rainbow Six Siege มูลค่า $339T
เป้าหมายคือบัญชีเกมและซอร์สโค้ด ไม่ใช่การเรียกค่าไถ่
มีความพยายามใช้ช่องโหว่ MongoBleed เพื่อเข้าถึง Git repository
Ubisoft ระบุว่าไม่มีข้อมูลผู้เล่นรั่วไหล แต่มีการเข้าถึงเอกสารภายในบางส่วน

คำเตือนด้านความปลอดภัย
Outsource ที่ค่าตอบแทนต่ำเป็นจุดเสี่ยงสูงต่อการถูกซื้อให้เป็น Insider
การตรวจสอบและควบคุมสิทธิ์ในศูนย์ปฏิบัติการต่างประเทศทำได้ยาก
การถ่ายภาพข้อมูลจากหน้าจอเป็นช่องโหว่ที่ระบบตรวจจับไม่สามารถป้องกันได้
หากบุคลากรภายในขายสิทธิ์เข้าถึง แม้ระบบเข้ารหัสหรือไฟร์วอลล์ก็ไม่สามารถป้องกันได้

https://securityonline.info/the-insider-crisis-how-bribed-outsourced-staff-sold-out-ubisofts-crown-jewels
🕵️‍♀️🔥 The Insider Crisis: เมื่อพนักงาน Outsource ถูกซื้อให้ขายความลับล้ำค่าของ Ubisoft เหตุการณ์ครั้งนี้สะเทือนวงการเกมและความปลอดภัยไซเบอร์อย่างหนัก เมื่อกลุ่มวิจัย vx‑underground เปิดเผยข้อมูลการโจมตีที่พุ่งเป้าไปยัง Ubisoft และแฟรนไชส์ดังอย่าง Rainbow Six Siege โดยมีหลักฐานชี้ชัดว่าพนักงาน Outsource ในอินเดียและแอฟริกาใต้ถูกติดสินบนเพื่อเปิดทางให้แฮกเกอร์เข้าถึงระบบภายในของบริษัท เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างขององค์กรข้ามชาติที่พึ่งพาการ Outsource อย่างหนัก และเผยให้เห็น “ตลาดมืดของพนักงานภายใน” ที่พร้อมขายสิทธิ์เข้าถึงระบบเพื่อแลกกับเงินจำนวนไม่มากนักเมื่อเทียบกับรายได้ของพวกเขา จากข้อมูลที่ VX เปิดเผย แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงเครื่องมือสำคัญของ Ubisoft เช่น Microsoft Teams, Confluence, SharePoint และ Atlas ผ่านสิทธิ์ของพนักงานที่ถูกซื้อไป ในการโจมตีล่าสุด ผู้โจมตีซ่อนตัวอยู่ในระบบนานถึง 48 ชั่วโมง พยายามขโมยข้อมูลมากถึง 900 GB โดยเป้าหมายหลักคือข้อมูลของ Rainbow Six Siege รวมถึงความพยายามฉีดเงินในเกมและไอเท็มมูลค่ากว่า 339 พันล้านดอลลาร์เข้าไปในบัญชีผู้เล่นจำนวนมาก ซึ่งสร้างความสับสนให้กับชุมชนเกมทั่วโลก แท้จริงแล้ว แฮกเกอร์ไม่ได้ต้องการเงินค่าไถ่แบบแรนซัมแวร์ทั่วไป แต่ต้องการควบคุมบัญชีเกมและเข้าถึงทรัพย์สินภายใน เช่น ซอร์สโค้ดของเกม พวกเขายังร่วมมือกับพนักงานภายในเพื่อสร้าง “ซัพพลายเชนใต้ดิน” ที่ช่วยให้สามารถแก้ไขบัญชีผู้เล่นตามคำสั่ง และพยายามใช้ช่องโหว่ MongoDB “MongoBleed” เพื่อเจาะลึกเข้าไปยัง Git repository ของ Ubisoft แม้ Ubisoft จะยืนยันว่าไม่มีข้อมูลผู้เล่นรั่วไหล แต่ภาพหน้าจอภายในชี้ว่าผู้โจมตีสามารถเข้าถึงเอกสารพัฒนาเกมและการสื่อสารภายในบางส่วนได้จริง ปัญหานี้มีรากเหง้ามาจากค่าตอบแทนที่ต่ำของทีม Outsource ซึ่งทำงานด้านสนับสนุนลูกค้าเป็นหลัก ทำให้สินบนเพียงไม่กี่พันดอลลาร์มีมูลค่าสูงกว่ารายได้ทั้งปีของพวกเขา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุลักษณะนี้—กรณี Coinbase ก็เคยถูกเจาะเพราะพนักงาน Outsource ทำหน้าที่เป็น Insider เช่นกัน ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากบริษัทไม่แก้ไขปัญหาความซื่อสัตย์ของบุคลากรและไม่บังคับใช้หลักการ least‑privilege อย่างเข้มงวด การป้องกันด้วยไฟร์วอลล์หรือการเข้ารหัสก็แทบไม่มีความหมาย 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ vx‑underground เปิดเผยการโจมตีที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน Outsource ของ Ubisoft ➡️ พนักงานในอินเดียและแอฟริกาใต้ถูกติดสินบนเพื่อเปิดทางให้แฮกเกอร์ ➡️ แฮกเกอร์เข้าถึง Teams, Confluence, SharePoint และ Atlas ➡️ ผู้โจมตีอยู่ในระบบ 48 ชั่วโมง พยายามขโมยข้อมูล 900 GB ➡️ มีการฉีดเงินและไอเท็มในเกม Rainbow Six Siege มูลค่า $339T ➡️ เป้าหมายคือบัญชีเกมและซอร์สโค้ด ไม่ใช่การเรียกค่าไถ่ ➡️ มีความพยายามใช้ช่องโหว่ MongoBleed เพื่อเข้าถึง Git repository ➡️ Ubisoft ระบุว่าไม่มีข้อมูลผู้เล่นรั่วไหล แต่มีการเข้าถึงเอกสารภายในบางส่วน ‼️ คำเตือนด้านความปลอดภัย ⛔ Outsource ที่ค่าตอบแทนต่ำเป็นจุดเสี่ยงสูงต่อการถูกซื้อให้เป็น Insider ⛔ การตรวจสอบและควบคุมสิทธิ์ในศูนย์ปฏิบัติการต่างประเทศทำได้ยาก ⛔ การถ่ายภาพข้อมูลจากหน้าจอเป็นช่องโหว่ที่ระบบตรวจจับไม่สามารถป้องกันได้ ⛔ หากบุคลากรภายในขายสิทธิ์เข้าถึง แม้ระบบเข้ารหัสหรือไฟร์วอลล์ก็ไม่สามารถป้องกันได้ https://securityonline.info/the-insider-crisis-how-bribed-outsourced-staff-sold-out-ubisofts-crown-jewels
SECURITYONLINE.INFO
The Insider Crisis: How Bribed Outsourced Staff Sold Out Ubisoft’s Crown Jewels
Hackers bribed Ubisoft outsourced staff for backend access, leading to a $339T currency exploit and a massive source code leak. Is outsourcing to blame?
0 Comments 0 Shares 81 Views 0 Reviews