รถยนต์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เสี่ยงถูกแฮ็กมากขึ้น

นักวิเคราะห์จาก BMI (บริษัทวิจัยในเครือ Fitch Solutions) เตือนว่า การเพิ่มขึ้นของระบบอัตโนมัติและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในรถยนต์ กำลังทำให้ผู้ขับขี่เสี่ยงต่อการถูกโจมตีทางไซเบอร์มากขึ้น โดยเฉพาะรถยนต์รุ่นใหม่ที่มีฟังก์ชันควบคุมผ่านซอฟต์แวร์และระบบไร้สาย.

รายงานระบุว่า การโจมตีจากระยะไกล (remote hijacking) อาจเกิดขึ้นได้จริง เนื่องจากรถยนต์สมัยใหม่มีการเชื่อมต่อกับระบบคลาวด์, แอปพลิเคชันมือถือ และเครือข่าย 5G ซึ่งหากมีช่องโหว่เพียงเล็กน้อยก็อาจถูกใช้เพื่อเข้าควบคุมการทำงานของรถ เช่น ระบบเบรก, พวงมาลัย หรือเครื่องยนต์.

แม้ผู้ผลิตรถยนต์จะลงทุนมหาศาลในด้าน Cybersecurity แต่ความซับซ้อนของซอฟต์แวร์และการพัฒนาอย่างรวดเร็วทำให้การป้องกันไม่ทันต่อภัยคุกคามใหม่ ๆ นักวิจัยชี้ว่า การโจมตีรถยนต์อาจกลายเป็นเรื่องปกติในอนาคต หากไม่มีมาตรการเข้มงวดและการทดสอบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง.

นอกจากนี้ยังมีข้อกังวลว่า ผู้บริโภคอาจไม่ตระหนักถึงความเสี่ยง เพราะมองว่ารถยนต์เป็นเพียงเครื่องจักรกล แต่ในความจริงแล้ว รถยนต์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตคือ “คอมพิวเตอร์เคลื่อนที่” ที่มีช่องโหว่ไม่ต่างจากสมาร์ตโฟนหรือคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล.

สรุปประเด็นสำคัญ
ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
รถยนต์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเปิดช่องให้ถูกโจมตีจากระยะไกล
ระบบอัตโนมัติและซอฟต์แวร์ซับซ้อนทำให้การป้องกันยากขึ้น

ช่องทางการโจมตี
การเชื่อมต่อกับคลาวด์, แอปมือถือ และเครือข่าย 5G
อาจถูกควบคุมระบบเบรก, พวงมาลัย หรือเครื่องยนต์

ความท้าทายของผู้ผลิต
ต้องลงทุนมหาศาลใน Cybersecurity
การพัฒนาเทคโนโลยีรวดเร็วทำให้การป้องกันไม่ทันภัยใหม่

คำเตือนจากนักวิจัย
การโจมตีรถยนต์อาจกลายเป็นเรื่องปกติในอนาคต
ผู้บริโภคยังไม่ตระหนักว่ารถยนต์คือ “คอมพิวเตอร์เคลื่อนที่” ที่มีช่องโหว่

https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/11/30/connected-cars-at-growing-risk-of-remote-hijacking-researchers-warn
🚗 รถยนต์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เสี่ยงถูกแฮ็กมากขึ้น นักวิเคราะห์จาก BMI (บริษัทวิจัยในเครือ Fitch Solutions) เตือนว่า การเพิ่มขึ้นของระบบอัตโนมัติและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในรถยนต์ กำลังทำให้ผู้ขับขี่เสี่ยงต่อการถูกโจมตีทางไซเบอร์มากขึ้น โดยเฉพาะรถยนต์รุ่นใหม่ที่มีฟังก์ชันควบคุมผ่านซอฟต์แวร์และระบบไร้สาย. รายงานระบุว่า การโจมตีจากระยะไกล (remote hijacking) อาจเกิดขึ้นได้จริง เนื่องจากรถยนต์สมัยใหม่มีการเชื่อมต่อกับระบบคลาวด์, แอปพลิเคชันมือถือ และเครือข่าย 5G ซึ่งหากมีช่องโหว่เพียงเล็กน้อยก็อาจถูกใช้เพื่อเข้าควบคุมการทำงานของรถ เช่น ระบบเบรก, พวงมาลัย หรือเครื่องยนต์. แม้ผู้ผลิตรถยนต์จะลงทุนมหาศาลในด้าน Cybersecurity แต่ความซับซ้อนของซอฟต์แวร์และการพัฒนาอย่างรวดเร็วทำให้การป้องกันไม่ทันต่อภัยคุกคามใหม่ ๆ นักวิจัยชี้ว่า การโจมตีรถยนต์อาจกลายเป็นเรื่องปกติในอนาคต หากไม่มีมาตรการเข้มงวดและการทดสอบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง. นอกจากนี้ยังมีข้อกังวลว่า ผู้บริโภคอาจไม่ตระหนักถึงความเสี่ยง เพราะมองว่ารถยนต์เป็นเพียงเครื่องจักรกล แต่ในความจริงแล้ว รถยนต์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตคือ “คอมพิวเตอร์เคลื่อนที่” ที่มีช่องโหว่ไม่ต่างจากสมาร์ตโฟนหรือคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ➡️ รถยนต์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเปิดช่องให้ถูกโจมตีจากระยะไกล ➡️ ระบบอัตโนมัติและซอฟต์แวร์ซับซ้อนทำให้การป้องกันยากขึ้น ✅ ช่องทางการโจมตี ➡️ การเชื่อมต่อกับคลาวด์, แอปมือถือ และเครือข่าย 5G ➡️ อาจถูกควบคุมระบบเบรก, พวงมาลัย หรือเครื่องยนต์ ✅ ความท้าทายของผู้ผลิต ➡️ ต้องลงทุนมหาศาลใน Cybersecurity ➡️ การพัฒนาเทคโนโลยีรวดเร็วทำให้การป้องกันไม่ทันภัยใหม่ ‼️ คำเตือนจากนักวิจัย ⛔ การโจมตีรถยนต์อาจกลายเป็นเรื่องปกติในอนาคต ⛔ ผู้บริโภคยังไม่ตระหนักว่ารถยนต์คือ “คอมพิวเตอร์เคลื่อนที่” ที่มีช่องโหว่ https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/11/30/connected-cars-at-growing-risk-of-remote-hijacking-researchers-warn
WWW.THESTAR.COM.MY
Connected cars at growing risk of remote hijacking, researchers warn
The increasing automation and connectivity of cars is not only taking the driving out of driving – and for some, the fun too – but could also be leaving owners vulnerable to hackers trying to remotely hijack their vehicles, analysts say.
0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 15 มุมมอง 0 รีวิว