ช่องว่างความรู้ที่ยอมรับ
บทความนี้เป็นการสารภาพของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ Kerrick Long ที่เล่าถึงความกลัวและการหลีกเลี่ยงการพูดความจริงเกี่ยวกับช่องว่างความรู้และประสบการณ์ของตนเอง พร้อมทั้งเปิดใจถึงเรื่องการทำงาน การเรียนรู้ และชีวิตส่วนตัว
ผู้เขียนเล่าว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาไม่เข้าใจ Polymorphism แม้จะทำงานกับภาษาเชิงวัตถุมาแล้วนาน สิ่งนี้สะท้อนว่าการเรียนรู้ของเขามุ่งไปที่เครื่องมือมากกว่าหลักการพื้นฐาน นอกจากนี้ เขายังสารภาพว่า SQL ที่เคยเรียนรู้กลับเลือนหายไปเพราะไม่ได้ใช้งานจริงในงานประจำ ทำให้ต้องยอมรับการสูญเสียทักษะเมื่ออายุมากขึ้น
การทดสอบอัตโนมัติที่ขาดหาย
กว่า 95% ของโค้ดที่เขาส่งขึ้นระบบผลิตจริงไม่มีการทดสอบอัตโนมัติ เขาอธิบายว่าเส้นทางอาชีพไม่เคยบังคับให้ใช้ และเมื่อทำงานกับโค้ดเก่า การเพิ่มการทดสอบก็ยากเกินไป แม้จะเชื่อว่าการทดสอบควรเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานทุกวัน แต่ความกลัวว่าผู้ว่าจ้างจะมองว่าเขาไม่มีความเป็นมืออาชีพทำให้เขาไม่กล้าเปิดเผยเรื่องนี้
ภาษาและเครื่องมือที่เลือกใช้
เขาเล่าว่าการเรียนรู้ Blazor และ C# เป็นเพียงเพราะงานบังคับ แต่เมื่อบริษัทเปลี่ยนใจกลับไปใช้ Angular เขาก็เลิกเรียนต่อทันที เพราะไม่มีแรงจูงใจส่วนตัว ขณะเดียวกันเขายอมรับว่าอยากเขียน Ruby มากกว่า แต่โอกาสทำงานจริงกับ Ruby แทบไม่มี ทำให้ต้องจำกัดการใช้ Ruby แค่ในงานอดิเรกและโครงการโอเพนซอร์ส
ประสบการณ์ส่วนตัวและการทำงาน
นอกจากเรื่องเทคนิค เขายังเล่าถึงการถูก Cyberbullying จากการใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดในโปรเจกต์โอเพนซอร์ส จนถูกตามรังควานทั้งออนไลน์และออฟไลน์ นอกจากนี้ยังพูดถึงความเห็นต่อ Remote Work ที่แม้จะสะดวก แต่เขามองว่าทำให้การทำงานร่วมกันด้อยลง และยอมรับว่าการเขียนบล็อกอย่างตรงไปตรงมาอาจกระทบต่อความมั่นคงในงาน แต่สุดท้ายเขาตัดสินใจเลิกกลัวและกลับมาเผยแพร่บทความอีกครั้ง
สรุปเป็นหัวข้อ
ช่องว่างความรู้
ไม่เข้าใจ Polymorphism แม้ทำงานกับ OOP มานาน
ลืม SQL เพราะไม่ได้ใช้งานจริง
การทดสอบอัตโนมัติ
95% ของโค้ดไม่มีการทดสอบ
กลัวถูกมองว่าไม่เป็นมืออาชีพ
ภาษาและเครื่องมือ
เรียน Blazor/C# เพราะงานบังคับ แต่เลิกเมื่อบริษัทเปลี่ยนใจ
อยากเขียน Ruby แต่ไม่มีโอกาสในงานจริง
ประสบการณ์ส่วนตัว
ถูก Cyberbullying จากการใช้ AI เขียนโค้ด
มองว่า Remote Work ทำให้การทำงานร่วมกันด้อยลง
คำเตือนจากประสบการณ์
การไม่เขียนเทสต์อาจถูกมองว่าไม่เป็นมืออาชีพ
การใช้ AI โดยไม่เปิดเผยอาจนำไปสู่การถูกโจมตีทางสังคม
ความเสี่ยงในการทำงาน
การเขียนบล็อกตรงไปตรงมาอาจกระทบต่อความมั่นคงในงาน
ความเห็นเชิงลบต่อ Remote Work อาจทำให้โอกาสงานลดลง
https://kerrick.blog/articles/2025/confessions-of-a-software-developer-no-more-self-censorship/
บทความนี้เป็นการสารภาพของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ Kerrick Long ที่เล่าถึงความกลัวและการหลีกเลี่ยงการพูดความจริงเกี่ยวกับช่องว่างความรู้และประสบการณ์ของตนเอง พร้อมทั้งเปิดใจถึงเรื่องการทำงาน การเรียนรู้ และชีวิตส่วนตัว
ผู้เขียนเล่าว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาไม่เข้าใจ Polymorphism แม้จะทำงานกับภาษาเชิงวัตถุมาแล้วนาน สิ่งนี้สะท้อนว่าการเรียนรู้ของเขามุ่งไปที่เครื่องมือมากกว่าหลักการพื้นฐาน นอกจากนี้ เขายังสารภาพว่า SQL ที่เคยเรียนรู้กลับเลือนหายไปเพราะไม่ได้ใช้งานจริงในงานประจำ ทำให้ต้องยอมรับการสูญเสียทักษะเมื่ออายุมากขึ้น
การทดสอบอัตโนมัติที่ขาดหาย
กว่า 95% ของโค้ดที่เขาส่งขึ้นระบบผลิตจริงไม่มีการทดสอบอัตโนมัติ เขาอธิบายว่าเส้นทางอาชีพไม่เคยบังคับให้ใช้ และเมื่อทำงานกับโค้ดเก่า การเพิ่มการทดสอบก็ยากเกินไป แม้จะเชื่อว่าการทดสอบควรเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานทุกวัน แต่ความกลัวว่าผู้ว่าจ้างจะมองว่าเขาไม่มีความเป็นมืออาชีพทำให้เขาไม่กล้าเปิดเผยเรื่องนี้
ภาษาและเครื่องมือที่เลือกใช้
เขาเล่าว่าการเรียนรู้ Blazor และ C# เป็นเพียงเพราะงานบังคับ แต่เมื่อบริษัทเปลี่ยนใจกลับไปใช้ Angular เขาก็เลิกเรียนต่อทันที เพราะไม่มีแรงจูงใจส่วนตัว ขณะเดียวกันเขายอมรับว่าอยากเขียน Ruby มากกว่า แต่โอกาสทำงานจริงกับ Ruby แทบไม่มี ทำให้ต้องจำกัดการใช้ Ruby แค่ในงานอดิเรกและโครงการโอเพนซอร์ส
ประสบการณ์ส่วนตัวและการทำงาน
นอกจากเรื่องเทคนิค เขายังเล่าถึงการถูก Cyberbullying จากการใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดในโปรเจกต์โอเพนซอร์ส จนถูกตามรังควานทั้งออนไลน์และออฟไลน์ นอกจากนี้ยังพูดถึงความเห็นต่อ Remote Work ที่แม้จะสะดวก แต่เขามองว่าทำให้การทำงานร่วมกันด้อยลง และยอมรับว่าการเขียนบล็อกอย่างตรงไปตรงมาอาจกระทบต่อความมั่นคงในงาน แต่สุดท้ายเขาตัดสินใจเลิกกลัวและกลับมาเผยแพร่บทความอีกครั้ง
สรุปเป็นหัวข้อ
ช่องว่างความรู้
ไม่เข้าใจ Polymorphism แม้ทำงานกับ OOP มานาน
ลืม SQL เพราะไม่ได้ใช้งานจริง
การทดสอบอัตโนมัติ
95% ของโค้ดไม่มีการทดสอบ
กลัวถูกมองว่าไม่เป็นมืออาชีพ
ภาษาและเครื่องมือ
เรียน Blazor/C# เพราะงานบังคับ แต่เลิกเมื่อบริษัทเปลี่ยนใจ
อยากเขียน Ruby แต่ไม่มีโอกาสในงานจริง
ประสบการณ์ส่วนตัว
ถูก Cyberbullying จากการใช้ AI เขียนโค้ด
มองว่า Remote Work ทำให้การทำงานร่วมกันด้อยลง
คำเตือนจากประสบการณ์
การไม่เขียนเทสต์อาจถูกมองว่าไม่เป็นมืออาชีพ
การใช้ AI โดยไม่เปิดเผยอาจนำไปสู่การถูกโจมตีทางสังคม
ความเสี่ยงในการทำงาน
การเขียนบล็อกตรงไปตรงมาอาจกระทบต่อความมั่นคงในงาน
ความเห็นเชิงลบต่อ Remote Work อาจทำให้โอกาสงานลดลง
https://kerrick.blog/articles/2025/confessions-of-a-software-developer-no-more-self-censorship/
🖥️ ช่องว่างความรู้ที่ยอมรับ
บทความนี้เป็นการสารภาพของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ Kerrick Long ที่เล่าถึงความกลัวและการหลีกเลี่ยงการพูดความจริงเกี่ยวกับช่องว่างความรู้และประสบการณ์ของตนเอง พร้อมทั้งเปิดใจถึงเรื่องการทำงาน การเรียนรู้ และชีวิตส่วนตัว
ผู้เขียนเล่าว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาไม่เข้าใจ Polymorphism แม้จะทำงานกับภาษาเชิงวัตถุมาแล้วนาน สิ่งนี้สะท้อนว่าการเรียนรู้ของเขามุ่งไปที่เครื่องมือมากกว่าหลักการพื้นฐาน นอกจากนี้ เขายังสารภาพว่า SQL ที่เคยเรียนรู้กลับเลือนหายไปเพราะไม่ได้ใช้งานจริงในงานประจำ ทำให้ต้องยอมรับการสูญเสียทักษะเมื่ออายุมากขึ้น
⚙️ การทดสอบอัตโนมัติที่ขาดหาย
กว่า 95% ของโค้ดที่เขาส่งขึ้นระบบผลิตจริงไม่มีการทดสอบอัตโนมัติ เขาอธิบายว่าเส้นทางอาชีพไม่เคยบังคับให้ใช้ และเมื่อทำงานกับโค้ดเก่า การเพิ่มการทดสอบก็ยากเกินไป แม้จะเชื่อว่าการทดสอบควรเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานทุกวัน แต่ความกลัวว่าผู้ว่าจ้างจะมองว่าเขาไม่มีความเป็นมืออาชีพทำให้เขาไม่กล้าเปิดเผยเรื่องนี้
💻 ภาษาและเครื่องมือที่เลือกใช้
เขาเล่าว่าการเรียนรู้ Blazor และ C# เป็นเพียงเพราะงานบังคับ แต่เมื่อบริษัทเปลี่ยนใจกลับไปใช้ Angular เขาก็เลิกเรียนต่อทันที เพราะไม่มีแรงจูงใจส่วนตัว ขณะเดียวกันเขายอมรับว่าอยากเขียน Ruby มากกว่า แต่โอกาสทำงานจริงกับ Ruby แทบไม่มี ทำให้ต้องจำกัดการใช้ Ruby แค่ในงานอดิเรกและโครงการโอเพนซอร์ส
🌐 ประสบการณ์ส่วนตัวและการทำงาน
นอกจากเรื่องเทคนิค เขายังเล่าถึงการถูก Cyberbullying จากการใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดในโปรเจกต์โอเพนซอร์ส จนถูกตามรังควานทั้งออนไลน์และออฟไลน์ นอกจากนี้ยังพูดถึงความเห็นต่อ Remote Work ที่แม้จะสะดวก แต่เขามองว่าทำให้การทำงานร่วมกันด้อยลง และยอมรับว่าการเขียนบล็อกอย่างตรงไปตรงมาอาจกระทบต่อความมั่นคงในงาน แต่สุดท้ายเขาตัดสินใจเลิกกลัวและกลับมาเผยแพร่บทความอีกครั้ง
📌 สรุปเป็นหัวข้อ
✅ ช่องว่างความรู้
➡️ ไม่เข้าใจ Polymorphism แม้ทำงานกับ OOP มานาน
➡️ ลืม SQL เพราะไม่ได้ใช้งานจริง
✅ การทดสอบอัตโนมัติ
➡️ 95% ของโค้ดไม่มีการทดสอบ
➡️ กลัวถูกมองว่าไม่เป็นมืออาชีพ
✅ ภาษาและเครื่องมือ
➡️ เรียน Blazor/C# เพราะงานบังคับ แต่เลิกเมื่อบริษัทเปลี่ยนใจ
➡️ อยากเขียน Ruby แต่ไม่มีโอกาสในงานจริง
✅ ประสบการณ์ส่วนตัว
➡️ ถูก Cyberbullying จากการใช้ AI เขียนโค้ด
➡️ มองว่า Remote Work ทำให้การทำงานร่วมกันด้อยลง
‼️ คำเตือนจากประสบการณ์
⛔ การไม่เขียนเทสต์อาจถูกมองว่าไม่เป็นมืออาชีพ
⛔ การใช้ AI โดยไม่เปิดเผยอาจนำไปสู่การถูกโจมตีทางสังคม
‼️ ความเสี่ยงในการทำงาน
⛔ การเขียนบล็อกตรงไปตรงมาอาจกระทบต่อความมั่นคงในงาน
⛔ ความเห็นเชิงลบต่อ Remote Work อาจทำให้โอกาสงานลดลง
https://kerrick.blog/articles/2025/confessions-of-a-software-developer-no-more-self-censorship/
0 Comments
0 Shares
37 Views
0 Reviews