“HashJack – ช่องโหว่ใหม่ที่ซ่อนคำสั่งใน URL ทำให้ AI Browser ถูกควบคุม”
ช่องโหว่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
HashJack ถูกค้นพบโดยบริษัท Cato Networks เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2025 เป็นตัวอย่างแรกของเทคนิค Indirect Prompt Injection ที่ซ่อนคำสั่งไว้ในส่วน URL fragment หลังเครื่องหมาย # ซึ่งปกติแล้วเว็บเซิร์ฟเวอร์จะไม่อ่าน แต่ AI Assistants กลับอ่านและนำไปปฏิบัติ ทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้เว็บไซต์ที่ดูปลอดภัยเป็นเครื่องมือโจมตีได้โดยไม่ต้องแฮ็กเว็บจริง
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
คำสั่งที่ซ่อนอยู่สามารถทำให้ AI แนะนำข้อมูลผิด ๆ เช่น คำแนะนำทางการแพทย์ที่เป็นอันตราย, หลอกให้ผู้ใช้เปิดเผยข้อมูลเข้าสู่ระบบ (credential theft) หรือแม้กระทั่งสั่งให้ AI ดึงข้อมูลสำคัญจากผู้ใช้ (data exfiltration) ในโหมด agentic ที่ AI ทำงานอัตโนมัติ ความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้น เพราะ AI อาจถูกสั่งให้เปิดพอร์ตระบบหรือดาวน์โหลดไฟล์ที่เป็นมัลแวร์
การตอบสนองของบริษัทเทคโนโลยี
Microsoft แก้ไขช่องโหว่สำหรับ Copilot บน Edge เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2025
Perplexity แก้ไข Comet Browser เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2025
Google ยังไม่ได้แก้ไข Gemini บน Chrome โดยให้เหตุผลว่าเป็น “พฤติกรรมที่ตั้งใจ” และจัดระดับความรุนแรงต่ำ ทำให้ผู้ใช้ยังคงเสี่ยงอยู่ในปัจจุบัน
บทเรียนที่ได้
HashJack แสดงให้เห็นว่า AI Browser Assistants มีความเสี่ยงใหม่ที่ไม่เคยเจอมาก่อน เพราะพวกมันอ่านข้อมูลที่มนุษย์มองข้าม เช่น URL fragment การค้นพบนี้เตือนอุตสาหกรรมว่า การออกแบบ AI ต้องคำนึงถึงการจัดการข้อมูลที่ดูเหมือนไม่สำคัญ เพื่อป้องกันการโจมตีที่ซับซ้อนในอนาคต
สรุปเป็นหัวข้อ
HashJack คือช่องโหว่ใหม่
ใช้สัญลักษณ์ # ใน URL เพื่อซ่อนคำสั่ง
เป็นตัวอย่างแรกของ Indirect Prompt Injection
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
ข้อมูลเข้าสู่ระบบอาจถูกขโมย
AI อาจให้คำแนะนำทางการแพทย์ที่ผิด
เสี่ยงต่อการดึงข้อมูลสำคัญโดยอัตโนมัติ
การตอบสนองของบริษัทเทคโนโลยี
Microsoft และ Perplexity แก้ไขแล้ว
Google Gemini ยังไม่ได้แก้ไข
ข้อควรระวังสำหรับผู้ใช้
หลีกเลี่ยงการใช้ Gemini บน Chrome จนกว่าจะมีการแก้ไข
ระวังเว็บไซต์ที่ดูปลอดภัยแต่มี URL fragment แปลก ๆ
อย่าเปิดเผยข้อมูลสำคัญผ่าน AI Assistants โดยไม่ตรวจสอบ
https://hackread.com/hashjack-attack-url-control-ai-browser-behavior/
ช่องโหว่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
HashJack ถูกค้นพบโดยบริษัท Cato Networks เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2025 เป็นตัวอย่างแรกของเทคนิค Indirect Prompt Injection ที่ซ่อนคำสั่งไว้ในส่วน URL fragment หลังเครื่องหมาย # ซึ่งปกติแล้วเว็บเซิร์ฟเวอร์จะไม่อ่าน แต่ AI Assistants กลับอ่านและนำไปปฏิบัติ ทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้เว็บไซต์ที่ดูปลอดภัยเป็นเครื่องมือโจมตีได้โดยไม่ต้องแฮ็กเว็บจริง
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
คำสั่งที่ซ่อนอยู่สามารถทำให้ AI แนะนำข้อมูลผิด ๆ เช่น คำแนะนำทางการแพทย์ที่เป็นอันตราย, หลอกให้ผู้ใช้เปิดเผยข้อมูลเข้าสู่ระบบ (credential theft) หรือแม้กระทั่งสั่งให้ AI ดึงข้อมูลสำคัญจากผู้ใช้ (data exfiltration) ในโหมด agentic ที่ AI ทำงานอัตโนมัติ ความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้น เพราะ AI อาจถูกสั่งให้เปิดพอร์ตระบบหรือดาวน์โหลดไฟล์ที่เป็นมัลแวร์
การตอบสนองของบริษัทเทคโนโลยี
Microsoft แก้ไขช่องโหว่สำหรับ Copilot บน Edge เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2025
Perplexity แก้ไข Comet Browser เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2025
Google ยังไม่ได้แก้ไข Gemini บน Chrome โดยให้เหตุผลว่าเป็น “พฤติกรรมที่ตั้งใจ” และจัดระดับความรุนแรงต่ำ ทำให้ผู้ใช้ยังคงเสี่ยงอยู่ในปัจจุบัน
บทเรียนที่ได้
HashJack แสดงให้เห็นว่า AI Browser Assistants มีความเสี่ยงใหม่ที่ไม่เคยเจอมาก่อน เพราะพวกมันอ่านข้อมูลที่มนุษย์มองข้าม เช่น URL fragment การค้นพบนี้เตือนอุตสาหกรรมว่า การออกแบบ AI ต้องคำนึงถึงการจัดการข้อมูลที่ดูเหมือนไม่สำคัญ เพื่อป้องกันการโจมตีที่ซับซ้อนในอนาคต
สรุปเป็นหัวข้อ
HashJack คือช่องโหว่ใหม่
ใช้สัญลักษณ์ # ใน URL เพื่อซ่อนคำสั่ง
เป็นตัวอย่างแรกของ Indirect Prompt Injection
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
ข้อมูลเข้าสู่ระบบอาจถูกขโมย
AI อาจให้คำแนะนำทางการแพทย์ที่ผิด
เสี่ยงต่อการดึงข้อมูลสำคัญโดยอัตโนมัติ
การตอบสนองของบริษัทเทคโนโลยี
Microsoft และ Perplexity แก้ไขแล้ว
Google Gemini ยังไม่ได้แก้ไข
ข้อควรระวังสำหรับผู้ใช้
หลีกเลี่ยงการใช้ Gemini บน Chrome จนกว่าจะมีการแก้ไข
ระวังเว็บไซต์ที่ดูปลอดภัยแต่มี URL fragment แปลก ๆ
อย่าเปิดเผยข้อมูลสำคัญผ่าน AI Assistants โดยไม่ตรวจสอบ
https://hackread.com/hashjack-attack-url-control-ai-browser-behavior/
📰 “HashJack – ช่องโหว่ใหม่ที่ซ่อนคำสั่งใน URL ทำให้ AI Browser ถูกควบคุม”
🔎 ช่องโหว่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
HashJack ถูกค้นพบโดยบริษัท Cato Networks เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2025 เป็นตัวอย่างแรกของเทคนิค Indirect Prompt Injection ที่ซ่อนคำสั่งไว้ในส่วน URL fragment หลังเครื่องหมาย # ซึ่งปกติแล้วเว็บเซิร์ฟเวอร์จะไม่อ่าน แต่ AI Assistants กลับอ่านและนำไปปฏิบัติ ทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้เว็บไซต์ที่ดูปลอดภัยเป็นเครื่องมือโจมตีได้โดยไม่ต้องแฮ็กเว็บจริง
⚠️ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
คำสั่งที่ซ่อนอยู่สามารถทำให้ AI แนะนำข้อมูลผิด ๆ เช่น คำแนะนำทางการแพทย์ที่เป็นอันตราย, หลอกให้ผู้ใช้เปิดเผยข้อมูลเข้าสู่ระบบ (credential theft) หรือแม้กระทั่งสั่งให้ AI ดึงข้อมูลสำคัญจากผู้ใช้ (data exfiltration) ในโหมด agentic ที่ AI ทำงานอัตโนมัติ ความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้น เพราะ AI อาจถูกสั่งให้เปิดพอร์ตระบบหรือดาวน์โหลดไฟล์ที่เป็นมัลแวร์
🏢 การตอบสนองของบริษัทเทคโนโลยี
⭐ Microsoft แก้ไขช่องโหว่สำหรับ Copilot บน Edge เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2025
⭐ Perplexity แก้ไข Comet Browser เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2025
⭐ Google ยังไม่ได้แก้ไข Gemini บน Chrome โดยให้เหตุผลว่าเป็น “พฤติกรรมที่ตั้งใจ” และจัดระดับความรุนแรงต่ำ ทำให้ผู้ใช้ยังคงเสี่ยงอยู่ในปัจจุบัน
🌐 บทเรียนที่ได้
HashJack แสดงให้เห็นว่า AI Browser Assistants มีความเสี่ยงใหม่ที่ไม่เคยเจอมาก่อน เพราะพวกมันอ่านข้อมูลที่มนุษย์มองข้าม เช่น URL fragment การค้นพบนี้เตือนอุตสาหกรรมว่า การออกแบบ AI ต้องคำนึงถึงการจัดการข้อมูลที่ดูเหมือนไม่สำคัญ เพื่อป้องกันการโจมตีที่ซับซ้อนในอนาคต
📌 สรุปเป็นหัวข้อ
✅ HashJack คือช่องโหว่ใหม่
➡️ ใช้สัญลักษณ์ # ใน URL เพื่อซ่อนคำสั่ง
➡️ เป็นตัวอย่างแรกของ Indirect Prompt Injection
✅ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
➡️ ข้อมูลเข้าสู่ระบบอาจถูกขโมย
➡️ AI อาจให้คำแนะนำทางการแพทย์ที่ผิด
➡️ เสี่ยงต่อการดึงข้อมูลสำคัญโดยอัตโนมัติ
✅ การตอบสนองของบริษัทเทคโนโลยี
➡️ Microsoft และ Perplexity แก้ไขแล้ว
➡️ Google Gemini ยังไม่ได้แก้ไข
‼️ ข้อควรระวังสำหรับผู้ใช้
⛔ หลีกเลี่ยงการใช้ Gemini บน Chrome จนกว่าจะมีการแก้ไข
⛔ ระวังเว็บไซต์ที่ดูปลอดภัยแต่มี URL fragment แปลก ๆ
⛔ อย่าเปิดเผยข้อมูลสำคัญผ่าน AI Assistants โดยไม่ตรวจสอบ
https://hackread.com/hashjack-attack-url-control-ai-browser-behavior/
0 Comments
0 Shares
22 Views
0 Reviews