“ฟินแลนด์เริ่มสร้างแบตเตอรี่ทราย 250MWh สำหรับความร้อนและบริการเสริม”.
ฟินแลนด์กำลังจะเริ่มการก่อสร้างแบตเตอรี่ทรายขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีความจุถึง 250 เมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh) จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้คือการใช้ ทรายธรรมดา เป็นสื่อเก็บพลังงานความร้อน ซึ่งสามารถเก็บความร้อนไว้ได้นานหลายเดือนและนำมาใช้ในฤดูหนาวที่ต้องการพลังงานสูง
แบตเตอรี่ทรายทำงานโดยการใช้ไฟฟ้าส่วนเกินจากพลังงานหมุนเวียน เช่น ลมและแสงอาทิตย์ มาสร้างความร้อนและเก็บไว้ในทรายที่มีฉนวนกันความร้อน เมื่อถึงเวลาที่ต้องการพลังงาน ระบบสามารถปล่อยความร้อนออกมาเพื่อใช้ในการทำความร้อนในเมือง หรือแปลงกลับเป็นไฟฟ้าเพื่อเสริมเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้า
โครงการนี้ไม่เพียงช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล แต่ยังมีต้นทุนต่ำกว่าการสร้างแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดใหญ่ และมีความปลอดภัยสูง เนื่องจากทรายไม่ติดไฟและไม่เสื่อมสภาพเร็วเหมือนสารเคมีในแบตเตอรี่ทั่วไป
นอกจากนี้ การพัฒนาแบตเตอรี่ทรายยังสะท้อนถึงแนวโน้มใหม่ในยุโรปที่มุ่งหาวิธีการจัดเก็บพลังงานหมุนเวียนในระยะยาว เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเต็มรูปแบบ และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดพลังงานโลก
สรุปสาระสำคัญ
รายละเอียดโครงการ
แบตเตอรี่ทรายขนาด 250MWh จะเริ่มก่อสร้างในฟินแลนด์
ใช้ทรายเป็นสื่อเก็บพลังงานความร้อน
การทำงานของแบตเตอรี่ทราย
ใช้ไฟฟ้าส่วนเกินจากพลังงานหมุนเวียนเพื่อสร้างความร้อน
เก็บความร้อนไว้ในทรายและปล่อยออกมาเมื่อจำเป็น
ข้อดีของเทคโนโลยีนี้
ต้นทุนต่ำกว่าการใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน
ปลอดภัย ไม่ติดไฟ และเก็บพลังงานได้นานหลายเดือน
ความท้าทายและข้อควรระวัง
การแปลงความร้อนกลับเป็นไฟฟ้ายังมีประสิทธิภาพต่ำ
ต้องใช้พื้นที่และโครงสร้างขนาดใหญ่ในการติดตั้ง
ผลกระทบระยะยาว
หากไม่พัฒนาเทคโนโลยีเสริม อาจจำกัดการใช้งานในบางสถานการณ์
ต้องพิจารณาการบูรณาการเข้ากับระบบพลังงานเดิมอย่างรอบคอบ
https://www.energy-storage.news/250mwh-sand-battery-to-start-construction-in-finland-for-both-heating-and-ancillary-services/
ฟินแลนด์กำลังจะเริ่มการก่อสร้างแบตเตอรี่ทรายขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีความจุถึง 250 เมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh) จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้คือการใช้ ทรายธรรมดา เป็นสื่อเก็บพลังงานความร้อน ซึ่งสามารถเก็บความร้อนไว้ได้นานหลายเดือนและนำมาใช้ในฤดูหนาวที่ต้องการพลังงานสูง
แบตเตอรี่ทรายทำงานโดยการใช้ไฟฟ้าส่วนเกินจากพลังงานหมุนเวียน เช่น ลมและแสงอาทิตย์ มาสร้างความร้อนและเก็บไว้ในทรายที่มีฉนวนกันความร้อน เมื่อถึงเวลาที่ต้องการพลังงาน ระบบสามารถปล่อยความร้อนออกมาเพื่อใช้ในการทำความร้อนในเมือง หรือแปลงกลับเป็นไฟฟ้าเพื่อเสริมเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้า
โครงการนี้ไม่เพียงช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล แต่ยังมีต้นทุนต่ำกว่าการสร้างแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดใหญ่ และมีความปลอดภัยสูง เนื่องจากทรายไม่ติดไฟและไม่เสื่อมสภาพเร็วเหมือนสารเคมีในแบตเตอรี่ทั่วไป
นอกจากนี้ การพัฒนาแบตเตอรี่ทรายยังสะท้อนถึงแนวโน้มใหม่ในยุโรปที่มุ่งหาวิธีการจัดเก็บพลังงานหมุนเวียนในระยะยาว เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเต็มรูปแบบ และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดพลังงานโลก
สรุปสาระสำคัญ
รายละเอียดโครงการ
แบตเตอรี่ทรายขนาด 250MWh จะเริ่มก่อสร้างในฟินแลนด์
ใช้ทรายเป็นสื่อเก็บพลังงานความร้อน
การทำงานของแบตเตอรี่ทราย
ใช้ไฟฟ้าส่วนเกินจากพลังงานหมุนเวียนเพื่อสร้างความร้อน
เก็บความร้อนไว้ในทรายและปล่อยออกมาเมื่อจำเป็น
ข้อดีของเทคโนโลยีนี้
ต้นทุนต่ำกว่าการใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน
ปลอดภัย ไม่ติดไฟ และเก็บพลังงานได้นานหลายเดือน
ความท้าทายและข้อควรระวัง
การแปลงความร้อนกลับเป็นไฟฟ้ายังมีประสิทธิภาพต่ำ
ต้องใช้พื้นที่และโครงสร้างขนาดใหญ่ในการติดตั้ง
ผลกระทบระยะยาว
หากไม่พัฒนาเทคโนโลยีเสริม อาจจำกัดการใช้งานในบางสถานการณ์
ต้องพิจารณาการบูรณาการเข้ากับระบบพลังงานเดิมอย่างรอบคอบ
https://www.energy-storage.news/250mwh-sand-battery-to-start-construction-in-finland-for-both-heating-and-ancillary-services/
🏗️ “ฟินแลนด์เริ่มสร้างแบตเตอรี่ทราย 250MWh สำหรับความร้อนและบริการเสริม”.
ฟินแลนด์กำลังจะเริ่มการก่อสร้างแบตเตอรี่ทรายขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีความจุถึง 250 เมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh) จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้คือการใช้ ทรายธรรมดา เป็นสื่อเก็บพลังงานความร้อน ซึ่งสามารถเก็บความร้อนไว้ได้นานหลายเดือนและนำมาใช้ในฤดูหนาวที่ต้องการพลังงานสูง
แบตเตอรี่ทรายทำงานโดยการใช้ไฟฟ้าส่วนเกินจากพลังงานหมุนเวียน เช่น ลมและแสงอาทิตย์ มาสร้างความร้อนและเก็บไว้ในทรายที่มีฉนวนกันความร้อน เมื่อถึงเวลาที่ต้องการพลังงาน ระบบสามารถปล่อยความร้อนออกมาเพื่อใช้ในการทำความร้อนในเมือง หรือแปลงกลับเป็นไฟฟ้าเพื่อเสริมเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้า
โครงการนี้ไม่เพียงช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล แต่ยังมีต้นทุนต่ำกว่าการสร้างแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดใหญ่ และมีความปลอดภัยสูง เนื่องจากทรายไม่ติดไฟและไม่เสื่อมสภาพเร็วเหมือนสารเคมีในแบตเตอรี่ทั่วไป
นอกจากนี้ การพัฒนาแบตเตอรี่ทรายยังสะท้อนถึงแนวโน้มใหม่ในยุโรปที่มุ่งหาวิธีการจัดเก็บพลังงานหมุนเวียนในระยะยาว เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเต็มรูปแบบ และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดพลังงานโลก
📌 สรุปสาระสำคัญ
✅ รายละเอียดโครงการ
➡️ แบตเตอรี่ทรายขนาด 250MWh จะเริ่มก่อสร้างในฟินแลนด์
➡️ ใช้ทรายเป็นสื่อเก็บพลังงานความร้อน
✅ การทำงานของแบตเตอรี่ทราย
➡️ ใช้ไฟฟ้าส่วนเกินจากพลังงานหมุนเวียนเพื่อสร้างความร้อน
➡️ เก็บความร้อนไว้ในทรายและปล่อยออกมาเมื่อจำเป็น
✅ ข้อดีของเทคโนโลยีนี้
➡️ ต้นทุนต่ำกว่าการใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน
➡️ ปลอดภัย ไม่ติดไฟ และเก็บพลังงานได้นานหลายเดือน
‼️ ความท้าทายและข้อควรระวัง
⛔ การแปลงความร้อนกลับเป็นไฟฟ้ายังมีประสิทธิภาพต่ำ
⛔ ต้องใช้พื้นที่และโครงสร้างขนาดใหญ่ในการติดตั้ง
‼️ ผลกระทบระยะยาว
⛔ หากไม่พัฒนาเทคโนโลยีเสริม อาจจำกัดการใช้งานในบางสถานการณ์
⛔ ต้องพิจารณาการบูรณาการเข้ากับระบบพลังงานเดิมอย่างรอบคอบ
https://www.energy-storage.news/250mwh-sand-battery-to-start-construction-in-finland-for-both-heating-and-ancillary-services/
0 ความคิดเห็น
0 การแบ่งปัน
17 มุมมอง
0 รีวิว