• ทองแดงเป็นตัวนำไฟฟ้ามาตรฐานมานานกว่า 200 ปี แต่เริ่มมีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพ นักวิจัยพบว่า Niobium Phosphide (NbP) มีคุณสมบัติการนำไฟฟ้าที่เหนือกว่าทองแดง โดยเฉพาะในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระดับนาโน NbP สามารถใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีที่มีอยู่ได้ง่าย และช่วยลดการสูญเสียพลังงาน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความท้าทายด้านการผลิต ที่ต้องแก้ไขก่อนจะนำมาใช้จริงในอุตสาหกรรม

    ✅ Niobium Phosphide เป็นวัสดุที่นำไฟฟ้าได้ดีกว่าทองแดงในระดับนาโน
    - งานวิจัยของ Stanford University พบว่า NbP มีค่าความต้านทานต่ำกว่าทองแดงถึง 6 เท่า
    - เมื่อวัสดุมีความบางลง NbP ยังคงรักษาคุณสมบัติในการนำไฟฟ้าได้ดีกว่าทองแดง

    ✅ เซมิมีทัลมีโครงสร้างทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน
    - NbP มี คุณสมบัติเฉพาะด้านโครงสร้างที่ช่วยให้การส่งผ่านอิเล็กตรอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    - นักวิจัยระบุว่า สามารถลดการใช้พลังงานในอุปกรณ์ขนาดเล็กได้

    ✅ สามารถใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ที่มีอยู่ได้ง่าย
    - NbP สามารถถูกวางเป็น ฟิล์มที่อุณหภูมิ 400°C โดยไม่ทำให้ชิปซิลิคอนเสียหาย

    ✅ ยังคงมีความท้าทายด้านการผลิต
    - การควบคุมความหนาของชั้นฟิล์ม NbP เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความแม่นยำสูงมาก
    - หากชั้นฟิล์มมีความหนาไม่สม่ำเสมอ อาจทำให้ค่าความต้านทานแปรปรวน

    ✅ อนาคตของเซมิมีทัลในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
    - หากการพัฒนา NbP และวัสดุเซมิมีทัลอื่น ๆ ก้าวหน้า อาจแทนที่ทองแดงในวงจรระดับสูงได้ภายใน 10 ปี

    https://www.techradar.com/pro/after-semiconductors-semimetals-might-be-the-next-big-thing-as-the-tech-industry-looks-for-a-replacement-for-ubiquitous-copper
    ทองแดงเป็นตัวนำไฟฟ้ามาตรฐานมานานกว่า 200 ปี แต่เริ่มมีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพ นักวิจัยพบว่า Niobium Phosphide (NbP) มีคุณสมบัติการนำไฟฟ้าที่เหนือกว่าทองแดง โดยเฉพาะในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระดับนาโน NbP สามารถใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีที่มีอยู่ได้ง่าย และช่วยลดการสูญเสียพลังงาน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความท้าทายด้านการผลิต ที่ต้องแก้ไขก่อนจะนำมาใช้จริงในอุตสาหกรรม ✅ Niobium Phosphide เป็นวัสดุที่นำไฟฟ้าได้ดีกว่าทองแดงในระดับนาโน - งานวิจัยของ Stanford University พบว่า NbP มีค่าความต้านทานต่ำกว่าทองแดงถึง 6 เท่า - เมื่อวัสดุมีความบางลง NbP ยังคงรักษาคุณสมบัติในการนำไฟฟ้าได้ดีกว่าทองแดง ✅ เซมิมีทัลมีโครงสร้างทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน - NbP มี คุณสมบัติเฉพาะด้านโครงสร้างที่ช่วยให้การส่งผ่านอิเล็กตรอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น - นักวิจัยระบุว่า สามารถลดการใช้พลังงานในอุปกรณ์ขนาดเล็กได้ ✅ สามารถใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ที่มีอยู่ได้ง่าย - NbP สามารถถูกวางเป็น ฟิล์มที่อุณหภูมิ 400°C โดยไม่ทำให้ชิปซิลิคอนเสียหาย ✅ ยังคงมีความท้าทายด้านการผลิต - การควบคุมความหนาของชั้นฟิล์ม NbP เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความแม่นยำสูงมาก - หากชั้นฟิล์มมีความหนาไม่สม่ำเสมอ อาจทำให้ค่าความต้านทานแปรปรวน ✅ อนาคตของเซมิมีทัลในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ - หากการพัฒนา NbP และวัสดุเซมิมีทัลอื่น ๆ ก้าวหน้า อาจแทนที่ทองแดงในวงจรระดับสูงได้ภายใน 10 ปี https://www.techradar.com/pro/after-semiconductors-semimetals-might-be-the-next-big-thing-as-the-tech-industry-looks-for-a-replacement-for-ubiquitous-copper
    0 Comments 0 Shares 122 Views 0 Reviews
  • 10 แนวทางบริหารจัดการช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ CISOs แนะนำ 🔒🛡️

    ปัจจุบันองค์กรทั่วโลกให้ความสำคัญกับ การจัดการช่องโหว่ด้านความปลอดภัย (Vulnerability Management) มากขึ้น เนื่องจากการละเลยในอดีตทำให้เกิด ความเสี่ยงทางธุรกิจ อย่างมหาศาล โดย CISOs (Chief Information Security Officers) หลายคนได้แบ่งปันบทเรียนและแนวทางที่ช่วยให้องค์กรสามารถลดความเสี่ยงจากช่องโหว่ทางไซเบอร์ได้

    ✅ 1. สร้างวัฒนธรรมไซเบอร์ซีเคียวริตี้ในองค์กร
    - องค์กรต้องมี แนวคิดที่เน้นความปลอดภัย โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง เช่น การโจมตี Log4J หรือ Ransomware
    - CISOs ย้ำว่า ต้องทำให้ความปลอดภัยเป็นวาระสำคัญระดับ CEO และคณะกรรมการบริษัท

    ✅ 2. เอกสารและกระบวนการที่ชัดเจน
    - ทุกขั้นตอนต้องมีการ บันทึกและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการช่องโหว่

    ✅ 3. กำหนดกระบวนการที่เป็นมาตรฐาน
    - หลายองค์กรใช้กรอบงาน NIST หรือ ISO 27001 และปรับให้เข้ากับความต้องการขององค์กร
    - บางบริษัทมี ระบบบูรณาการที่สามารถปรับเปลี่ยนได้เมื่อมีการควบรวมกิจการ

    ✅ 4. ระบุข้อมูลความปลอดภัยที่จำเป็น
    - ไม่ใช่แค่การตรวจสอบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ แต่ต้องกำหนด ข้อมูลที่จำเป็นต่อการบริหารความเสี่ยง

    ✅ 5. บูรณาการข้อมูลให้เป็นระบบ
    - CISOs ต้องเข้าใจว่า ข้อมูลเกี่ยวกับช่องโหว่ควรส่งถึงใครบ้าง และต้องดำเนินการอย่างไรเมื่อได้รับข้อมูล

    ✅ 6. ตั้งค่ามาตรวัดเพื่อจัดลำดับความสำคัญ
    - ระบบต้องมีการ ประเมินมูลค่าธุรกิจของสินทรัพย์ที่มีช่องโหว่ และพิจารณาว่า มีมาตรการป้องกันที่เพียงพอหรือไม่

    ✅ 7. ตั้งค่า SLA เพื่อกำหนดขอบเขตเวลาแก้ไขปัญหา
    - ต้องมี Service Level Agreements (SLA) เพื่อกำหนดระยะเวลาที่ต้องแก้ไขช่องโหว่
    - หากทีมไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตามกำหนด ต้องมีการตรวจสอบและปรับปรุงกระบวนการต่อไป

    ✅ 8. พัฒนาแผนฉุกเฉินสำหรับแพตช์ระบบ
    - กรณี Log4Shell และ SolarWinds เป็นบทเรียนว่าองค์กรต้องมี แผนฉุกเฉินสำหรับการแพตช์ระบบในเหตุการณ์เร่งด่วน

    ✅ 9. ปรับเป้าหมายและแรงจูงใจให้สอดคล้องกัน
    - ต้องมี การทำงานร่วมกันระหว่างฝ่าย IT, DevOps, Security และฝ่ายธุรกิจ
    - บางองค์กรใช้ ค่าตอบแทนและโบนัสเพื่อกระตุ้นให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับความปลอดภัย

    ✅ 10. ทดสอบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง
    - เปลี่ยนจาก Penetration Testing แบบรายปี เป็น Continuous Security Testing
    - ใช้แนวทาง Threat-Informed Defense เพื่อ ทดสอบความสามารถของมาตรการป้องกัน

    https://www.csoonline.com/article/3853759/10-best-practices-for-vulnerability-management-according-to-cisos.html
    10 แนวทางบริหารจัดการช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ CISOs แนะนำ 🔒🛡️ ปัจจุบันองค์กรทั่วโลกให้ความสำคัญกับ การจัดการช่องโหว่ด้านความปลอดภัย (Vulnerability Management) มากขึ้น เนื่องจากการละเลยในอดีตทำให้เกิด ความเสี่ยงทางธุรกิจ อย่างมหาศาล โดย CISOs (Chief Information Security Officers) หลายคนได้แบ่งปันบทเรียนและแนวทางที่ช่วยให้องค์กรสามารถลดความเสี่ยงจากช่องโหว่ทางไซเบอร์ได้ ✅ 1. สร้างวัฒนธรรมไซเบอร์ซีเคียวริตี้ในองค์กร - องค์กรต้องมี แนวคิดที่เน้นความปลอดภัย โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง เช่น การโจมตี Log4J หรือ Ransomware - CISOs ย้ำว่า ต้องทำให้ความปลอดภัยเป็นวาระสำคัญระดับ CEO และคณะกรรมการบริษัท ✅ 2. เอกสารและกระบวนการที่ชัดเจน - ทุกขั้นตอนต้องมีการ บันทึกและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการช่องโหว่ ✅ 3. กำหนดกระบวนการที่เป็นมาตรฐาน - หลายองค์กรใช้กรอบงาน NIST หรือ ISO 27001 และปรับให้เข้ากับความต้องการขององค์กร - บางบริษัทมี ระบบบูรณาการที่สามารถปรับเปลี่ยนได้เมื่อมีการควบรวมกิจการ ✅ 4. ระบุข้อมูลความปลอดภัยที่จำเป็น - ไม่ใช่แค่การตรวจสอบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ แต่ต้องกำหนด ข้อมูลที่จำเป็นต่อการบริหารความเสี่ยง ✅ 5. บูรณาการข้อมูลให้เป็นระบบ - CISOs ต้องเข้าใจว่า ข้อมูลเกี่ยวกับช่องโหว่ควรส่งถึงใครบ้าง และต้องดำเนินการอย่างไรเมื่อได้รับข้อมูล ✅ 6. ตั้งค่ามาตรวัดเพื่อจัดลำดับความสำคัญ - ระบบต้องมีการ ประเมินมูลค่าธุรกิจของสินทรัพย์ที่มีช่องโหว่ และพิจารณาว่า มีมาตรการป้องกันที่เพียงพอหรือไม่ ✅ 7. ตั้งค่า SLA เพื่อกำหนดขอบเขตเวลาแก้ไขปัญหา - ต้องมี Service Level Agreements (SLA) เพื่อกำหนดระยะเวลาที่ต้องแก้ไขช่องโหว่ - หากทีมไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตามกำหนด ต้องมีการตรวจสอบและปรับปรุงกระบวนการต่อไป ✅ 8. พัฒนาแผนฉุกเฉินสำหรับแพตช์ระบบ - กรณี Log4Shell และ SolarWinds เป็นบทเรียนว่าองค์กรต้องมี แผนฉุกเฉินสำหรับการแพตช์ระบบในเหตุการณ์เร่งด่วน ✅ 9. ปรับเป้าหมายและแรงจูงใจให้สอดคล้องกัน - ต้องมี การทำงานร่วมกันระหว่างฝ่าย IT, DevOps, Security และฝ่ายธุรกิจ - บางองค์กรใช้ ค่าตอบแทนและโบนัสเพื่อกระตุ้นให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ✅ 10. ทดสอบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง - เปลี่ยนจาก Penetration Testing แบบรายปี เป็น Continuous Security Testing - ใช้แนวทาง Threat-Informed Defense เพื่อ ทดสอบความสามารถของมาตรการป้องกัน https://www.csoonline.com/article/3853759/10-best-practices-for-vulnerability-management-according-to-cisos.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    10 best practices for vulnerability management according to CISOs
    After years of neglect, organizations are investing in vulnerability management programs to address business risk. A dozen CISOs offer lessons learned and best practices.
    0 Comments 0 Shares 113 Views 0 Reviews
  • รัสเซียยังไม่ยอมรับข้อเสนอหยุดยิงของสหรัฐฯ:

    รัสเซียกล่าวว่าไม่สามารถยอมรับข้อเสนอของสหรัฐฯ ที่จะยุติสงครามในยูเครนในรูปแบบปัจจุบันได้ เนื่องจากข้อเสนอเหล่านั้นไม่ได้แก้ไขปัญหาที่แท้จริงที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมา

    Sergei Ryabkov รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียส่งสัญญาณว่าการเจรจาหยุดยิงหยุดชะงัก โดยกล่าวว่าจนถึงขณะนี้ รัสเซียและสหรัฐฯ ยังล้มเหลวในการเชื่อมช่องว่างที่วลาดิมีร์ ปูตินได้ร่างไว้เมื่อกว่าสองสัปดาห์ก่อน ซึ่งเขาได้กล่าวว่าข้อเสนอของสหรัฐฯ ควรได้รับการแก้ไข

    "เราให้ความสำคัญกับแบบจำลองและแนวทางแก้ไขที่สหรัฐเสนออย่างมาก แต่เราไม่สามารถยอมรับทั้งหมดในรูปแบบปัจจุบันได้ เพราะเท่าที่เราเห็น มันยังไม่มีที่ว่างสำหรับข้อเรียกร้องหลักของเรา ซึ่งก็คือการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุหลักของความขัดแย้งนี้ ที่ยังไม่ได้ถูกกล่าวถึงและจะต้องแก้ไขมันให้ได้"
    รัสเซียยังไม่ยอมรับข้อเสนอหยุดยิงของสหรัฐฯ: รัสเซียกล่าวว่าไม่สามารถยอมรับข้อเสนอของสหรัฐฯ ที่จะยุติสงครามในยูเครนในรูปแบบปัจจุบันได้ เนื่องจากข้อเสนอเหล่านั้นไม่ได้แก้ไขปัญหาที่แท้จริงที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมา Sergei Ryabkov รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียส่งสัญญาณว่าการเจรจาหยุดยิงหยุดชะงัก โดยกล่าวว่าจนถึงขณะนี้ รัสเซียและสหรัฐฯ ยังล้มเหลวในการเชื่อมช่องว่างที่วลาดิมีร์ ปูตินได้ร่างไว้เมื่อกว่าสองสัปดาห์ก่อน ซึ่งเขาได้กล่าวว่าข้อเสนอของสหรัฐฯ ควรได้รับการแก้ไข "เราให้ความสำคัญกับแบบจำลองและแนวทางแก้ไขที่สหรัฐเสนออย่างมาก แต่เราไม่สามารถยอมรับทั้งหมดในรูปแบบปัจจุบันได้ เพราะเท่าที่เราเห็น มันยังไม่มีที่ว่างสำหรับข้อเรียกร้องหลักของเรา ซึ่งก็คือการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุหลักของความขัดแย้งนี้ ที่ยังไม่ได้ถูกกล่าวถึงและจะต้องแก้ไขมันให้ได้"
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 118 Views 0 Reviews
  • ตอนนี้แคลิฟอร์เนียมีสถานีชาร์จ EV มากกว่าปั๊มน้ำมันเป็นครั้งแรก! นี่เป็นก้าวสำคัญในการผลักดันรถยนต์พลังงานสะอาด และรัฐกำลังลงทุนอย่างหนักเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีทั้งสถานีชาร์จทั่วไปและแบบชาร์จเร็ว และยังมีโครงการช่วยเหลือประชาชนรายได้น้อยให้สามารถซื้อ EV ได้ง่ายขึ้น

    จำนวนสถานีชาร์จไฟฟ้าทั่วแคลิฟอร์เนีย:
    - แคลิฟอร์เนียมี 178,549 สถานีชาร์จ EV แซงหน้าปั๊มน้ำมันที่มีประมาณ 120,000 หัวจ่าย
    - ในจำนวนนี้ 162,000 จุด เป็นแบบ Level 2 (สำหรับการชาร์จทั่วไป) และ 17,000 จุด เป็น Fast Charger ที่ชาร์จเร็ว

    - ความพยายามของรัฐบาลในการส่งเสริม EV:
    - หน่วยงานรัฐลงทุนกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ ขยายเครือข่ายชาร์จ EV และไฮโดรเจน
    - มีโครงการ Fast Charge California Project ที่เร่งติดตั้งสถานีชาร์จเร็วในพื้นที่ธุรกิจและสาธารณะ
    - มีเงินช่วยเหลือให้ประชาชนรายได้น้อยเพื่อซื้อรถ EV

    ปัญหาที่ต้องแก้ไขในอนาคต:
    - รัฐกำลังเร่งกระบวนการอนุมัติและลดขั้นตอนด้านกฎหมายเพื่อให้การติดตั้งสถานีชาร์จง่ายขึ้น
    - มีแผนรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และปรับปรุงความน่าเชื่อถือของสถานีชาร์จ

    แนวโน้มตลาดรถ EV ในแคลิฟอร์เนีย:
    - ในไตรมาสที่ 4 ปี 2024 ชาวแคลิฟอร์เนียซื้อรถ EV กว่า 108,000 คัน คิดเป็นกว่า 25% ของยอดขายรถใหม่ในรัฐ
    - รวมแล้วมีรถ EV กว่า 2 ล้านคัน ที่ถูกขายตั้งแต่เริ่มมีการนำมาใช้

    https://www.techspot.com/news/107367-ev-chargers-now-outnumber-gas-pumps-california-zero.html
    ตอนนี้แคลิฟอร์เนียมีสถานีชาร์จ EV มากกว่าปั๊มน้ำมันเป็นครั้งแรก! นี่เป็นก้าวสำคัญในการผลักดันรถยนต์พลังงานสะอาด และรัฐกำลังลงทุนอย่างหนักเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีทั้งสถานีชาร์จทั่วไปและแบบชาร์จเร็ว และยังมีโครงการช่วยเหลือประชาชนรายได้น้อยให้สามารถซื้อ EV ได้ง่ายขึ้น จำนวนสถานีชาร์จไฟฟ้าทั่วแคลิฟอร์เนีย: - แคลิฟอร์เนียมี 178,549 สถานีชาร์จ EV แซงหน้าปั๊มน้ำมันที่มีประมาณ 120,000 หัวจ่าย - ในจำนวนนี้ 162,000 จุด เป็นแบบ Level 2 (สำหรับการชาร์จทั่วไป) และ 17,000 จุด เป็น Fast Charger ที่ชาร์จเร็ว - ความพยายามของรัฐบาลในการส่งเสริม EV: - หน่วยงานรัฐลงทุนกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ ขยายเครือข่ายชาร์จ EV และไฮโดรเจน - มีโครงการ Fast Charge California Project ที่เร่งติดตั้งสถานีชาร์จเร็วในพื้นที่ธุรกิจและสาธารณะ - มีเงินช่วยเหลือให้ประชาชนรายได้น้อยเพื่อซื้อรถ EV ปัญหาที่ต้องแก้ไขในอนาคต: - รัฐกำลังเร่งกระบวนการอนุมัติและลดขั้นตอนด้านกฎหมายเพื่อให้การติดตั้งสถานีชาร์จง่ายขึ้น - มีแผนรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และปรับปรุงความน่าเชื่อถือของสถานีชาร์จ แนวโน้มตลาดรถ EV ในแคลิฟอร์เนีย: - ในไตรมาสที่ 4 ปี 2024 ชาวแคลิฟอร์เนียซื้อรถ EV กว่า 108,000 คัน คิดเป็นกว่า 25% ของยอดขายรถใหม่ในรัฐ - รวมแล้วมีรถ EV กว่า 2 ล้านคัน ที่ถูกขายตั้งแต่เริ่มมีการนำมาใช้ https://www.techspot.com/news/107367-ev-chargers-now-outnumber-gas-pumps-california-zero.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    EV chargers now outnumber gas pumps in California
    The state has also made significant strides in building an expansive electric vehicle charging network. Governor Gavin Newsom recently announced that California now boasts 178,549 public and...
    0 Comments 0 Shares 65 Views 0 Reviews
  • Microsoft Word ได้รับการอัปเดตใหม่ที่ช่วยให้สามารถสรุปเอกสารขนาดใหญ่ถึง 3,000 หน้า ผ่าน Copilot โดยผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าต้องการสรุปแบบย่อ, สมดุล หรือแบบละเอียด ฟีเจอร์นี้ช่วยให้การทำงานกับเอกสารยาว ๆ เช่น รายงานทางธุรกิจ และงานวิจัย มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ Microsoft กำลังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยให้การสรุปเอกสารเป็นไปอย่างชาญฉลาดมากขึ้นในอนาคต

    การใช้งาน Copilot ใน Word
    - ผู้ใช้สามารถเข้าถึงฟีเจอร์นี้ได้โดยเปิดเอกสารและคลิกปุ่ม Copilot ในแท็บ Home
    - เลือกขนาดสรุปที่ต้องการ: แบบย่อ (brief), สมดุล (balanced), หรือแบบละเอียด (detailed)

    การตอบโจทย์เอกสารขนาดใหญ่
    - Microsoft พบว่าผู้ใช้ต้องการ สรุปที่ละเอียดขึ้น เพื่อให้เข้าใจบริบทของเอกสารและสามารถสื่อสารกับทีมได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
    - นอกจากนี้ยังช่วยให้สามารถทำงานกับ เอกสารทางกฎหมาย, รายงานทางธุรกิจ และงานวิจัย ได้ง่ายขึ้น

    อัปเดตนี้รองรับแพลตฟอร์มใดบ้าง?
    - ผู้ใช้ Microsoft 365 สามารถใช้ฟีเจอร์นี้บน Word for Windows (เวอร์ชัน 2503), Word for Mac (เวอร์ชัน 16.96) และ Word for the Web

    แนวโน้มของ Copilot ในอนาคต
    - Microsoft กำลังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ เช่น Copilot UI สำหรับเอกสารใหม่ และการสรุปเอกสารอัตโนมัติ
    - อนาคตของ Copilot อาจรวมถึงการ สร้างรายงานที่มีโครงสร้างชัดเจน โดยไม่ต้องแก้ไขเอง

    https://www.neowin.net/news/you-can-now-summarize-massive-documents-in-word/
    Microsoft Word ได้รับการอัปเดตใหม่ที่ช่วยให้สามารถสรุปเอกสารขนาดใหญ่ถึง 3,000 หน้า ผ่าน Copilot โดยผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าต้องการสรุปแบบย่อ, สมดุล หรือแบบละเอียด ฟีเจอร์นี้ช่วยให้การทำงานกับเอกสารยาว ๆ เช่น รายงานทางธุรกิจ และงานวิจัย มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ Microsoft กำลังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยให้การสรุปเอกสารเป็นไปอย่างชาญฉลาดมากขึ้นในอนาคต การใช้งาน Copilot ใน Word - ผู้ใช้สามารถเข้าถึงฟีเจอร์นี้ได้โดยเปิดเอกสารและคลิกปุ่ม Copilot ในแท็บ Home - เลือกขนาดสรุปที่ต้องการ: แบบย่อ (brief), สมดุล (balanced), หรือแบบละเอียด (detailed) การตอบโจทย์เอกสารขนาดใหญ่ - Microsoft พบว่าผู้ใช้ต้องการ สรุปที่ละเอียดขึ้น เพื่อให้เข้าใจบริบทของเอกสารและสามารถสื่อสารกับทีมได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น - นอกจากนี้ยังช่วยให้สามารถทำงานกับ เอกสารทางกฎหมาย, รายงานทางธุรกิจ และงานวิจัย ได้ง่ายขึ้น อัปเดตนี้รองรับแพลตฟอร์มใดบ้าง? - ผู้ใช้ Microsoft 365 สามารถใช้ฟีเจอร์นี้บน Word for Windows (เวอร์ชัน 2503), Word for Mac (เวอร์ชัน 16.96) และ Word for the Web แนวโน้มของ Copilot ในอนาคต - Microsoft กำลังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ เช่น Copilot UI สำหรับเอกสารใหม่ และการสรุปเอกสารอัตโนมัติ - อนาคตของ Copilot อาจรวมถึงการ สร้างรายงานที่มีโครงสร้างชัดเจน โดยไม่ต้องแก้ไขเอง https://www.neowin.net/news/you-can-now-summarize-massive-documents-in-word/
    WWW.NEOWIN.NET
    You can now summarize massive documents in Word
    Microsoft has upgraded summarization capabilities in Word, and it can now generate seriously massive documents.
    0 Comments 0 Shares 61 Views 0 Reviews
  • การเมืองไทยมีความซับซ้อนและมีปัญหาหลายด้านที่ต้องแก้ไขเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ปัญหาหลักๆ และแนวทางการแก้ไขอาจรวมถึง以下几个方面:

    ### 1. **ปัญหาความแตกแยกและความขัดแย้งทางการเมือง**
    - **สาเหตุ**: ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มการเมืองต่าง ๆ เช่น คณะรัฐประหาร ประชาชน และพรรคการเมือง
    - **แนวทางแก้ไข**:
    - ส่งเสริม **การเจรจาและปรองดอง** ระหว่างกลุ่มการเมืองที่ขัดแย้งกัน
    - ลดการใช้อำนาจรัฐเพื่อปราบปรามฝ่ายตรงข้าม
    - สร้างกลไกแก้ไขความขัดแย้งที่เป็นกลาง เช่น คณะกรรมการอิสระ

    ### 2. **ระบบเลือกตั้งที่ไม่สมบูรณ์**
    - **สาเหตุ**: ระบบเลือกตั้งอาจไม่สะท้อนเสียงประชาชนอย่างแท้จริง เช่น การแบ่งเขตเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม หรือกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ให้พรรคใหญ่
    - **แนวทางแก้ไข**:
    - ปรับปรุง **ระบบเลือกตั้ง** ให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น เช่น ใช้ระบบสัดส่วนผสม (Mixed-Member Proportional: MMP)
    - เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองขนาดเล็กมีส่วนร่วมในสภา
    - ป้องกันการทุจริตเลือกตั้งด้วยเทคโนโลยีและกลไกตรวจสอบ

    ### 3. **ปัญหาอำนาจนอกระบบ (อำนาจนอกการเมือง)**
    - **สาเหตุ**: การแทรกแซงทางการเมืองโดยสถาบันอื่นที่ไม่ใช่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
    - **แนวทางแก้ไข**:
    - เสริมสร้าง **หลักนิติธรรม** และลดบทบาทของอำนาจนอกระบบในการเมือง
    - ปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้กองทัพและองค์กรอิสระอยู่ภายใต้การควบคุมของพลเรือน

    ### 4. **การทุจริตและระบบอุปถัมภ์**
    - **สาเหตุ**: การคอร์รัปชันในวงราชการและระบบอุปถัมภ์ที่ทำให้การเมืองไทยไม่โปร่งใส
    - **แนวทางแก้ไข**:
    - เสริมสร้าง **กลไกตรวจสอบ** เช่น ปรับปรุงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.)
    - เปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (Open Data) เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้
    - ส่งเสริมวัฒนธรรมการต่อต้านคอร์รัปชันตั้งแต่ระดับการศึกษา

    ### 5. **การกระจายอำนาจที่ไม่ทั่วถึง**
    - **สาเหตุ**: อำนาจยังรวมศูนย์อยู่ที่กรุงเทพฯ และรัฐบาลกลาง ทำให้ท้องถิ่นขาดอิสระ
    - **แนวทางแก้ไข**:
    - **กระจายอำนาจการปกครอง** ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากขึ้น
    - ให้ท้องถิ่นมีอำนาจในการจัดเก็บภาษีและบริหารงบประมาณเอง

    ### 6. **ปัญหาการเซ็นเซอร์และเสรีภาพสื่อ**
    - **สาเหตุ**: การควบคุมสื่อโดยรัฐ และการใช้กฎหมายเช่น พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เพื่อจำกัดเสรีภาพ
    - **แนวทางแก้ไข**:
    - ยกเลิกหรือแก้ไขกฎหมายที่จำกัดเสรีภาพสื่อ
    - ส่งเสริมสื่ออิสระและปลอดจากการแทรกแซงของรัฐ

    ### 7. **การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม**
    - **สาเหตุ**: กระบวนการยุติธรรมอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
    - **แนวทางแก้ไข**:
    - ปรับปรุงระบบตุลาการให้เป็นอิสระและเป็นกลาง
    - ตรวจสอบการใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม

    ### 8. **การมีส่วนร่วมของประชาชน**
    - **แนวทางแก้ไข**:
    - ส่งเสริม **ประชาธิปไตยทางตรง** เช่น การลงประชามติในประเด็นสำคัญ
    - ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อรับฟังความเห็นประชาชน (E-Participation)

    ### **สรุป**
    การเมืองไทยต้องการการปฏิรูปหลายด้าน ทั้งระบบเลือกตั้ง การลดอำนาจนอกระบบ การต่อต้านคอร์รัปชัน การกระจายอำนาจ และการส่งเสริมเสรีภาพ หากแก้ไขได้อย่างเป็นระบบ จะช่วยให้การเมืองไทยมีความมั่นคงและเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น

    คุณคิดว่าประเด็นไหนสำคัญที่สุดหรือควรเริ่มแก้ไขก่อน?
    การเมืองไทยมีความซับซ้อนและมีปัญหาหลายด้านที่ต้องแก้ไขเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ปัญหาหลักๆ และแนวทางการแก้ไขอาจรวมถึง以下几个方面: ### 1. **ปัญหาความแตกแยกและความขัดแย้งทางการเมือง** - **สาเหตุ**: ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มการเมืองต่าง ๆ เช่น คณะรัฐประหาร ประชาชน และพรรคการเมือง - **แนวทางแก้ไข**: - ส่งเสริม **การเจรจาและปรองดอง** ระหว่างกลุ่มการเมืองที่ขัดแย้งกัน - ลดการใช้อำนาจรัฐเพื่อปราบปรามฝ่ายตรงข้าม - สร้างกลไกแก้ไขความขัดแย้งที่เป็นกลาง เช่น คณะกรรมการอิสระ ### 2. **ระบบเลือกตั้งที่ไม่สมบูรณ์** - **สาเหตุ**: ระบบเลือกตั้งอาจไม่สะท้อนเสียงประชาชนอย่างแท้จริง เช่น การแบ่งเขตเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม หรือกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ให้พรรคใหญ่ - **แนวทางแก้ไข**: - ปรับปรุง **ระบบเลือกตั้ง** ให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น เช่น ใช้ระบบสัดส่วนผสม (Mixed-Member Proportional: MMP) - เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองขนาดเล็กมีส่วนร่วมในสภา - ป้องกันการทุจริตเลือกตั้งด้วยเทคโนโลยีและกลไกตรวจสอบ ### 3. **ปัญหาอำนาจนอกระบบ (อำนาจนอกการเมือง)** - **สาเหตุ**: การแทรกแซงทางการเมืองโดยสถาบันอื่นที่ไม่ใช่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง - **แนวทางแก้ไข**: - เสริมสร้าง **หลักนิติธรรม** และลดบทบาทของอำนาจนอกระบบในการเมือง - ปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้กองทัพและองค์กรอิสระอยู่ภายใต้การควบคุมของพลเรือน ### 4. **การทุจริตและระบบอุปถัมภ์** - **สาเหตุ**: การคอร์รัปชันในวงราชการและระบบอุปถัมภ์ที่ทำให้การเมืองไทยไม่โปร่งใส - **แนวทางแก้ไข**: - เสริมสร้าง **กลไกตรวจสอบ** เช่น ปรับปรุงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) - เปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (Open Data) เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ - ส่งเสริมวัฒนธรรมการต่อต้านคอร์รัปชันตั้งแต่ระดับการศึกษา ### 5. **การกระจายอำนาจที่ไม่ทั่วถึง** - **สาเหตุ**: อำนาจยังรวมศูนย์อยู่ที่กรุงเทพฯ และรัฐบาลกลาง ทำให้ท้องถิ่นขาดอิสระ - **แนวทางแก้ไข**: - **กระจายอำนาจการปกครอง** ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากขึ้น - ให้ท้องถิ่นมีอำนาจในการจัดเก็บภาษีและบริหารงบประมาณเอง ### 6. **ปัญหาการเซ็นเซอร์และเสรีภาพสื่อ** - **สาเหตุ**: การควบคุมสื่อโดยรัฐ และการใช้กฎหมายเช่น พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เพื่อจำกัดเสรีภาพ - **แนวทางแก้ไข**: - ยกเลิกหรือแก้ไขกฎหมายที่จำกัดเสรีภาพสื่อ - ส่งเสริมสื่ออิสระและปลอดจากการแทรกแซงของรัฐ ### 7. **การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม** - **สาเหตุ**: กระบวนการยุติธรรมอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง - **แนวทางแก้ไข**: - ปรับปรุงระบบตุลาการให้เป็นอิสระและเป็นกลาง - ตรวจสอบการใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม ### 8. **การมีส่วนร่วมของประชาชน** - **แนวทางแก้ไข**: - ส่งเสริม **ประชาธิปไตยทางตรง** เช่น การลงประชามติในประเด็นสำคัญ - ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อรับฟังความเห็นประชาชน (E-Participation) ### **สรุป** การเมืองไทยต้องการการปฏิรูปหลายด้าน ทั้งระบบเลือกตั้ง การลดอำนาจนอกระบบ การต่อต้านคอร์รัปชัน การกระจายอำนาจ และการส่งเสริมเสรีภาพ หากแก้ไขได้อย่างเป็นระบบ จะช่วยให้การเมืองไทยมีความมั่นคงและเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น คุณคิดว่าประเด็นไหนสำคัญที่สุดหรือควรเริ่มแก้ไขก่อน?
    0 Comments 0 Shares 351 Views 0 Reviews
  • Ripple Labs ได้รับข่าวดีเมื่อ SEC ตัดสินใจยุติอุทธรณ์คดีที่เกี่ยวกับสถานะของ XRP หลังจากคดีนี้ดำเนินมายาวนาน คำตัดสินที่เคยออกมาก่อนหน้าในปี 2023 ระบุว่า XRP ที่ซื้อขายในตลาดสาธารณะไม่ใช่หลักทรัพย์ แต่ Ripple ยังต้องแก้ไขข้อกฎหมายสำหรับการขายที่เกี่ยวข้องกับนักลงทุนสถาบัน. การเปลี่ยนแปลงท่าทีของ SEC ภายใต้การบริหารของ Trump ดูเหมือนจะช่วยเสริมความมั่นใจในอุตสาหกรรมคริปโตได้ไม่น้อย แต่ Ripple ก็ยังต้องจัดการกับคดีอื่น ๆ ที่รออยู่

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/19/ripple-ceo-says-us-sec-will-drop-appeal-against-crypto-firm
    Ripple Labs ได้รับข่าวดีเมื่อ SEC ตัดสินใจยุติอุทธรณ์คดีที่เกี่ยวกับสถานะของ XRP หลังจากคดีนี้ดำเนินมายาวนาน คำตัดสินที่เคยออกมาก่อนหน้าในปี 2023 ระบุว่า XRP ที่ซื้อขายในตลาดสาธารณะไม่ใช่หลักทรัพย์ แต่ Ripple ยังต้องแก้ไขข้อกฎหมายสำหรับการขายที่เกี่ยวข้องกับนักลงทุนสถาบัน. การเปลี่ยนแปลงท่าทีของ SEC ภายใต้การบริหารของ Trump ดูเหมือนจะช่วยเสริมความมั่นใจในอุตสาหกรรมคริปโตได้ไม่น้อย แต่ Ripple ก็ยังต้องจัดการกับคดีอื่น ๆ ที่รออยู่ https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/19/ripple-ceo-says-us-sec-will-drop-appeal-against-crypto-firm
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Ripple Labs says US SEC ends appeal over crypto oversight
    NEW YORK (Reuters) -Ripple Labs said on Wednesday the U.S. Securities and Exchange Commission ended its appeal from a court ruling that the regulator's prior chief had said would make it harder to oversee cryptocurrency markets.
    0 Comments 0 Shares 193 Views 0 Reviews
  • "ถึงแม้ว่าโลกเกมจะเต็มไปด้วยความสนุกสนานและความหลากหลายของผู้เล่น แต่ในมุมของผู้หญิงที่ทำงานในอุตสาหกรรมนี้ ยังมีปัญหาใหญ่ที่ต้องเผชิญ ผู้หญิงหลายคนเล่าถึงประสบการณ์ที่ถูกล่วงละเมิดหรือไม่ได้รับความเคารพในที่ทำงาน ตัวเลขของผู้หญิงในสายเทคโนโลยียังต่ำมาก แม้จะมีความพยายามเปลี่ยนแปลง เช่น บริษัทใหญ่อย่าง Ubisoft ได้ลงมือปรับปรุงระบบภายใน แต่วิกฤตเศรษฐกิจกลับทำให้ปัญหาใหม่เกิดขึ้น เช่น การลดตำแหน่งงานและการลดงบประมาณสนับสนุนด้านความหลากหลาย เรื่องนี้ยังเป็นความท้าทายใหญ่ที่ต้องแก้ไขต่อไป

    สถิติที่น่าตกใจ:
    - มีการเติบโตของจำนวนผู้หญิงในวงการเกมในฝรั่งเศสจาก 15% ในปี 2018 เป็น 24% ในปี 2023 แต่ในตำแหน่งงานด้านเทคนิค เช่น การออกแบบและเขียนโค้ด ยังคงมีผู้หญิงน้อยกว่า 10%.

    การดำเนินการของบริษัทใหญ่:
    - Ubisoft มีการปรับปรุงด้านทรัพยากรบุคคลและตั้งทีมดูแลพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ขณะที่อดีตผู้บริหารบางรายถูกไล่ออกและอยู่ระหว่างรอการพิจารณาคดี

    ความกังวลในยุคเศรษฐกิจไม่มั่นคง:
    - ปัญหาเศรษฐกิจทำให้บริษัทเกมหลายแห่งลดจำนวนงาน และผู้หญิงที่อยู่ในตำแหน่งล่าง ๆ ขององค์กรมักได้รับผลกระทบก่อน
    - การลดทรัพยากรสำหรับความหลากหลายและความเท่าเทียมกัน (Diversity, Equity, Inclusion: DEI) กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจถอยหลังไปสู่ปัญหาเดิม

    ผลกระทบทางวัฒนธรรม:
    - ผู้หญิงหลายคนไม่กล้าเปิดเผยปัญหาเพราะกลัวเสียชื่อเสียงหรือถูกแบล็กลิสต์ในวงการที่เล็กและเชื่อมโยงกันมาก

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/18/games-industry-still-a-hostile-environment-for-many-women
    "ถึงแม้ว่าโลกเกมจะเต็มไปด้วยความสนุกสนานและความหลากหลายของผู้เล่น แต่ในมุมของผู้หญิงที่ทำงานในอุตสาหกรรมนี้ ยังมีปัญหาใหญ่ที่ต้องเผชิญ ผู้หญิงหลายคนเล่าถึงประสบการณ์ที่ถูกล่วงละเมิดหรือไม่ได้รับความเคารพในที่ทำงาน ตัวเลขของผู้หญิงในสายเทคโนโลยียังต่ำมาก แม้จะมีความพยายามเปลี่ยนแปลง เช่น บริษัทใหญ่อย่าง Ubisoft ได้ลงมือปรับปรุงระบบภายใน แต่วิกฤตเศรษฐกิจกลับทำให้ปัญหาใหม่เกิดขึ้น เช่น การลดตำแหน่งงานและการลดงบประมาณสนับสนุนด้านความหลากหลาย เรื่องนี้ยังเป็นความท้าทายใหญ่ที่ต้องแก้ไขต่อไป สถิติที่น่าตกใจ: - มีการเติบโตของจำนวนผู้หญิงในวงการเกมในฝรั่งเศสจาก 15% ในปี 2018 เป็น 24% ในปี 2023 แต่ในตำแหน่งงานด้านเทคนิค เช่น การออกแบบและเขียนโค้ด ยังคงมีผู้หญิงน้อยกว่า 10%. การดำเนินการของบริษัทใหญ่: - Ubisoft มีการปรับปรุงด้านทรัพยากรบุคคลและตั้งทีมดูแลพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ขณะที่อดีตผู้บริหารบางรายถูกไล่ออกและอยู่ระหว่างรอการพิจารณาคดี ความกังวลในยุคเศรษฐกิจไม่มั่นคง: - ปัญหาเศรษฐกิจทำให้บริษัทเกมหลายแห่งลดจำนวนงาน และผู้หญิงที่อยู่ในตำแหน่งล่าง ๆ ขององค์กรมักได้รับผลกระทบก่อน - การลดทรัพยากรสำหรับความหลากหลายและความเท่าเทียมกัน (Diversity, Equity, Inclusion: DEI) กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจถอยหลังไปสู่ปัญหาเดิม ผลกระทบทางวัฒนธรรม: - ผู้หญิงหลายคนไม่กล้าเปิดเผยปัญหาเพราะกลัวเสียชื่อเสียงหรือถูกแบล็กลิสต์ในวงการที่เล็กและเชื่อมโยงกันมาก https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/18/games-industry-still-a-hostile-environment-for-many-women
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Games industry still a hostile environment for many women
    Five years on from a first wave of harassment scandals that rocked the world of gaming, multiple women working in the industry tell AFP they have seen or experienced sexism in the workplace, fearing economic hardship in the sector will lead to backsliding.
    0 Comments 0 Shares 305 Views 0 Reviews
  • ลิทัวเนียยกมือ ขอมีอาวุธนิวเคลียร์ด้วยคน!!

    “หากพันธมิตรของเราเสนอแผนการติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ที่สมจริง เราก็พร้อมเช่นกัน แม้ว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญของประเทศก็ตาม”
    - Šakalienė รัฐมนตรีกลาโหมลิทัวเนีย กล่าว

    รัฐธรรมนูญของลิทัวเนีย กำหนดไว้ว่า ห้ามการมีอาวุธทำลายล้างสูง และฐานทัพทหารของประเทศอื่นในลิทัวเนีย
    ลิทัวเนียยกมือ ขอมีอาวุธนิวเคลียร์ด้วยคน!! “หากพันธมิตรของเราเสนอแผนการติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ที่สมจริง เราก็พร้อมเช่นกัน แม้ว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญของประเทศก็ตาม” - Šakalienė รัฐมนตรีกลาโหมลิทัวเนีย กล่าว รัฐธรรมนูญของลิทัวเนีย กำหนดไว้ว่า ห้ามการมีอาวุธทำลายล้างสูง และฐานทัพทหารของประเทศอื่นในลิทัวเนีย
    0 Comments 0 Shares 276 Views 0 Reviews
  • #ทุนจีน ยึด #คอนโด #ห้องพัก #ห้องเช่า #airbnb #ปัญหา #ไทยเทา #รัฐ #เจ้าหน้าที่รัฐ #ต้องแก้ไข #ปราบปราม #ทุจริต #คอรัปชั่นhttps://youtu.be/kAO33QE8jtA?
    #ทุนจีน ยึด #คอนโด #ห้องพัก #ห้องเช่า #airbnb #ปัญหา #ไทยเทา #รัฐ #เจ้าหน้าที่รัฐ #ต้องแก้ไข #ปราบปราม #ทุจริต #คอรัปชั่นhttps://youtu.be/kAO33QE8jtA?
    0 Comments 0 Shares 366 Views 0 Reviews
  • 28/2/68

    เนื้อหายาวมาก แต่คุ้มค่าแก่การอ่านค่ะ

    หมอพจนีย์ #ไม่เชื่อว่าพระพุทธเจ้ามีจริง
    แล้ววันหนึ่ง....

    แพทย์หญิงพจนีย์ พงษ์ประภาพันธ์....เรียนจบมัธยมปลายที่เตรียมอุดมฯ
    จบแพทย์ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ต่อแพทย์เฉพาะทางด้านสูตินรีเวช

    อยู่กับครอบครัวที่อบอุ่น
    มีนิสัยร่าเริงสนุกสนาน
    มีเพื่อนฝูงรักชอบหมอมากมาย

    หมอเล่าว่า เมื่อก่อนเคยใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย เที่ยวทุกคืน อาศัยเข้าไปกินบรรยากาศ
    ดื่มพอมึน ๆ ฟังพวกเพื่อนที่กินเหล้าคุยกัน มันรู้สึกสนุก บ้าๆ บอๆ สะใจ หัวเราะกันได้ทั้งคืน
    บ่อยครั้งที่ดื่มจนถึงเช้าแล้วค่อยแยกจากกัน

    มันก็แปลกเหมือนกันที่หมอเองเป็นผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ในเพื่อนผู้ชายกลุ่มใหญ่
    แต่ก็ไม่รู้สึกกลัวอะไร กลับรู้สึกว่า ทำแบบนี้ เก๋มาก ภูมิใจ เป็นการเข้าสังคมกลุ่มพี่น้องหมอด้วยกัน

    ก่อนหน้านั้น หมอเป็นคนห่างไกลศาสนา มองไม่เห็นความจำเป็นว่า ศาสนาจะเข้ามาช่วยชีวิตให้สมบูรณ์ได้อย่างไร
    เพราะที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้ ก็ดีอยู่แล้ว ทำบุญวันเกิดปีละครั้งตามประเพณี
    ก็น่าจะเพียงพอแล้ว

    ยิ่งมาเรียนจบหมอก็ยิ่งเชื่อมั่นในความเห็นของตนยิ่ง ขึ้นไปอีก คือ ไม่เชื่อว่าพระพุทธเจ้ามีจริง

    ยิ่งเรียนสูติฯ ด้วยก็ไม่เคยเห็นเด็กที่คลอดออกมาแล้วเดินได้ 7 ก้าวเลย
    มันไม่น่าจะเป็นไปได้ที่ว่าพระพุทธเจ้าพอคลอดออกมาก็เดินได้ 7 ก้าว

    ยังนั่งคุยกับเพื่อน ๆ เลยว่า
    สมัยก่อนคงมีนักคิดที่เก่ง ๆ ที่คิดจัดระเบียบทางสังคมให้ดีขึ้น จึงแต่งเรื่องพระพุทธเจ้าขึ้นมา แล้วก็ใส่ปาฏิหาริย์ เพื่อเพิ่มความศรัทธาไปเท่านั้น

    ตอนนั้นหมอคิดว่า อะไรที่พิสูจน์ด้วยวิทยาศาสตร์ไม่ได้ หรือจับต้องไม่ได้
    เราก็ไม่ควรเชื่อ

    ในที่สุด วันร้ายคืนร้ายก็มาถึง หมอล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน ด้วยโรคหมอนรองกระดูกแตก โดยไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง
    ซึ่งเจ็บปวดทรมานมาก ถึงขั้นเดินไม่ได้ หมอต้องเข้ารับการผ่าตัดและนอนพักฟื้นอย่างยาวนาน

    ฉีดยาเข้าไขสันหลังเพื่อบรรเทาปวด ก็ยังไม่หาย แม้แต่อาจารย์หมอที่ว่าเก่ง ๆ ที่เชี่ยวชาญมาก ๆ ทั่วทั้งโรงพยาบาลมารุมวินิจฉัยดูอาการ ก็ยังไม่มีใครรักษาเราได้

    ได้รักษาทุกวิถีทางแล้ว จนรู้สึกท้อแท้ หมดหวังเหมือนหมดหวังทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต กินยา ก็กินไม่ได้ ทรมานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน น้ำหนักลดจาก 47 กิโลกรัม เหลือ 42 กิโลกรัม
    ภายใน 2-3 วัน จนอาจารย์หมอมาพูดกับเราว่า ให้ทนอย่างนี้อีก 10 ปี ทนอีก 10 ปีนะ แล้วเราก็จะชินไปเอง…

    ได้ยินประโยคนี้ เรารับไม่ได้ เลยหันมาตั้งสติใหม่ มาคิดว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตนี่…ผ่าตัดก็ไม่หาย ฉีดยาเข้าช่องไขสันหลัง
    น้ำไขสันหลังก็รั่ว กินยาก็แพ้

    อาจารย์หมอทุกคนและเพื่อนหมอด้วยกัน ก็มาช่วยดูแลรักษาอาการของเราทั้งหมด แต่เราก็ยังไม่หาย เราเองก็เป็นหมอด้วย
    มันช่างไม่ตรงไปตรงมาเสียเลย หมอเก่ง ๆ ก็น่าจะรักษาให้หายได้ แต่ทำไมไม่หาย…ทำไมเรื่องแบบนี้
    ต้องมาเกิดขึ้นกับเราเล่า…
    ทำไมต้องเป็นเราด้วย…

    วิชาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่ว่าแน่ๆ
    วิชาหมอที่เรียนมาเกือบ 10 ปี ก็ไม่สามารถหาสาเหตุที่แท้จริงของการป่วยของเราเองได้ ซ้ำถูกบอกได้แค่ว่าให้ทนรออีก 10 ปี แล้วจะชินไปเอง……

    มันน่าจะมีอะไร ที่อยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่มากกว่านี้ แล้วสิ่งนั้นคืออะไรกันแน่……

    ความรู้สึกเชื่อมั่นในทางวิทยาศาสตร์ตอนนั้น
    ได้ลดลงไปเลย เพราะเราสู้มาทุกทาง ใช้เทคโนโลยีที่ว่าทันสมัยทุกอย่างรักษามาหมด กลับสู้ไม่ได้…..

    โชคดีที่ช่วงนั้น คุณน้าแนะนำให้เราใช้พุทธศาสตร์เข้ามาช่วย
    ก็ในเมื่อเราลองมาทุกทางแล้วนี่ แต่ไม่เห็นว่าจะมีอะไรดีขึ้น ก็เลยหันมาศึกษาธรรมะ

    ลองหัดทำสมาธิ หัดทำใจให้สงบ ขยันฟังธรรมะทุกวัน…รู้สึกโปร่งโล่งเบากายเบาใจขึ้น รู้สึกเริ่มเข้าใจ
    ในเบื้องหน้าเบื้องหลังของชีวิตมากขึ้น จนทำให้รู้ว่า เบื้องหลังของการป่วยของเรา มันคือวิบากกรรมที่เราเคยทำไว้ในอดีตนั่นเอง

    ก่อนหน้านั้น มีแต่คนบอกว่า คนเราเกิดมาเพื่อใช้กรรม มาชดใช้วิบากกรรมที่เคยทำไว้ฟังแล้วก็รู้สึกว่ามันไม่น่าเกิดมาเลยนะ
    เหมือนเกิดมาเพื่อโดนลงโทษ ก็รู้สึกห่อเหี่ยว คิดว่าเราจะไม่สามารถมีโอกาส หรือหาหนทางแก้ไขได้เลยหรือ ?

    แต่พอมาศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่พระองค์ทรงเน้นย้ำว่าเราเกิดมาเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง…… พอรู้เป้าหมายอย่างนี้ ก็รู้สึกชุ่มใจ
    เกิดมาเหมือนชีวิตมีโอกาสที่จะแก้ไขและปรับปรุงในสิ่งที่เรายังบกพร่องได้

    มีคำถามในใจว่า...
    “ การรู้เพียงว่ามันคือวิบากกรรม มันจะช่วยให้อะไรดีขึ้นได้บ้างล่ะ หากยังไม่รู้ถึงวิธีการแก้ไข ”

    ด้วยคำถามนี้เอง ทำให้หมอประทับใจในคำสอนของพระพุทธเจ้าเพิ่มมากขึ้น เพราะพระพุทธเจ้าทรงสอนให้รู้ถึงวิธีแก้ไขวิบากกรรม จากหนักให้เป็นเบา
    จากเบาก็จะหาย ถ้าจะตายก็จะไปดี ด้วยการบำเพ็ญบุญกุศลให้ถึงพร้อม

    หมอขอยืนยันเลยว่า วิทยาศาสตร์และวิชาหมอไม่ได้สอนไว้เลย ซึ่งหมอได้พิสูจน์จุดนี้อย่างเด่นชัด
    ด้วยตัวเองแล้ว

    ทั้งนี้เพราะอาการของหมอหมดหนทาง
    ที่จะเยียวยาแล้ว แม้กินยา ก็ยังไม่ได้ เพราะแพ้ยา หมอจึงหันมารักษาด้วยการศึกษาและปฏิบัติธรรม
    ทำบุญทำทาน รักษาศีล ทำสมาธิ และอธิษฐานจิต...

    ในที่สุด หมอก็พบว่าอาการของหมอดีขึ้นตามลำดับอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งสามารถทำงานเป็นหมอได้ดังเดิม

    เมื่อก่อน หมอไม่เคยคิดเลยว่า พุทธศาสตร์จะเป็นศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่และมหัศจรรย์ถึงขนาดนี้ คิดแต่ว่าเป็นสิ่งเหลือเชื่อ งมงาย แต่พอมาได้ศึกษาปฏิบัติแล้ว ก็พบว่าวิทยาศาสตร์เป็นศาสตร์ที่
    ยังล้าหลังพุทธศาสตร์อยู่มาก

    อย่างเราเองเรียนหมอ วิชาแพทย์ ก็อธิบายได้แค่การเกิดของคนจนถึงตาย
    แต่ก่อนที่จะเกิด และหลังจากความตายเป็นอย่างไรนั้น วิทยาศาสตร์ตอบไม่ได้…

    การเจ็บป่วย เช่น โรคมะเร็ง ความดัน เบาหวาน หัวใจ สารพัดโรค ทางการแพทย์เองก็ไม่สามารถบอกได้แน่ชัด บอกได้แต่สมมติฐาน และพยาธิสภาพรวมๆว่า มาจากหลายสาเหตุ ยังหาสาเหตุที่แท้จริงไม่ได้

    แต่พอมาศึกษาพุทธศาสตร์ มาหยั่งใจใคร่ครวญด้วยสมาธิ
    ในเรื่องกฎของกรรม ก็สามารถตอบได้หมด
    ถึงสาเหตุและต้นตอของโรคว่าที่เป็นโรคนี้ เพราะกรรมอะไร จากชาติไหน
    และต้องแก้ไขอย่างไร ซึ่งตัวเราเองก็อัศจรรย์ใจมาก

    ทุกวันนี้ หมอเชื่อมั่นถึงการมีจริงของพระพุทธเจ้า เชื่อว่าพระพุทธเจ้าประสูติแล้วสามารถเดินได้ 7 ก้าวจริง ๆ

    พอมาถึงทุกวันนี้ เมื่อหมอย้อนไปในอดีต ก็อดนึกขำตัวเองไม่หายว่าทำไมเราหลงคิดผิด ๆด้วยมานะทิฐิอยู่ได้ตั้งนาน ไม่ยอมเปิดโอกาสให้กับตัวเองได้ลองศึกษาก่อน จนเกือบจะสายเกินไป หรือหมดโอกาสไปเสียเลย

    แต่พอมาศึกษาจริง ๆ จึงได้เข้าใจ
    และเห็นพระคุณของพุทธศาสตร์อย่างลึกซึ้ง
    จนต่อให้วิชาทางโลก ที่ว่าเจ๋ง ๆ นั้น แม้จะไม่รู้ก็ยังไม่เป็นไร แต่หากไม่มาเรียนรู้พุทธศาสตร์แล้ว ก็จะไม่สามารถเอาตัวรอดอย่างปลอดภัยในวัฏสงสารได้เลย

    พุทธศาสตร์นั้น จะสอนให้เรารู้จักเลือกและเลี่ยงได้ สอนให้เรารู้ว่าตอนที่เรา
    ยังมีชีวิตอยู่นั้น เราควรดำเนินชีวิตอย่างไร จึงจะมีชีวิตที่ดีและมีคุณค่า ตลอดจนวิธีการที่จะกำจัดกิเลสอาสวะให้หมดสิ้นไปได้อย่างไร

    การที่จะไม่เกิดอีกนั้น ต้องทำอย่างไร ซึ่งสิ่งนี้เราสามารถเรียนรู้จากการศึกษาปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนา เมื่อเราได้ศึกษาไป ปฏิบัติไป เราก็จะเข้าใจชีวิตและโลกเพิ่มมากขึ้นๆ แล้วจะมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเห็นความแตกต่างได้ชัด อย่างที่ตัวของหมอเองได้ประสบมา…

    สังคมทุกวันนี้ หมอสังเกตเห็นชัดว่าเด็กที่ฝากท้องกับหมอ จำนวนของเด็กวัยรุ่น 16 – 17 ปี ที่กำลังเป็นวัยเรียนได้เพิ่มสูงขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก บางคนมาขอให้หมอทำแท้งให้ ซึ่งเราก็ให้ความรู้เขาไปว่ามันเป็นบาปนะ มันจะกลับมาเป็นเวรกรรมให้กับตัวเองด้วย

    ปัญหาเด็กและเยาวชนเพิ่มมากขึ้น เพราะสื่อทุกอย่างเป็นสื่อของกระแสกาม
    พ่อแม่เลี้ยงลูกด้วยรายการทีวี เด็กซึมซับพฤติกรรมอะไร ๆ โดยได้รับอิทธิลจากทีวีสูงมาก

    สังคมที่ยังขาดความรู้ทางพุทธศาสตร์ จะแก้ปัญหาให้เกิดความสันติสุขไม่ได้เลย แผนพัฒนาประเทศชาติควรต้องคำนึงถึง
    เรื่องนี้ให้มาก

    หมอคิดว่า แม้ว่าเราจะมีความรู้สูง ฉลาด ก็อย่าฉลาดอย่างงมงายอย่างที่หมอเคยเป็นมาก่อน คือ
    ไม่เปิดโอกาสให้ตัวเองได้มาศึกษาก่อน แถมยังปิดกั้นสิ่งที่ดีนั้นไว้ นั่นจะทำให้เราไม่ได้รับประโยชน์จากสิ่งที่ดีที่สุดไปตลอดชีวิตเลย

    คนเราอาจผิดพลาดในชีวิต คิดผิดด้วยความยึดมั่นในความรู้และความพร้อมของตัวเองได้ก็จริง
    แต่สิ่งที่เราไม่ควรผิดพลาดเลยสำหรับชีวิตนี้
    ก็คือ การปิดกั้นตัวเองจากสิ่งที่ยังไม่ได้ลองศึกษา
    แล้วด่วนสรุปด้วยตัวเองแทนการลงมือพิสูจน์ด้วยตัวเอง

    การเปิดโอกาส ให้ตัวเองได้ศึกษาธรรมะ เป็นการเปิดโอกาสให้เราได้ศึกษา
    วิชาที่สำคัญและจำเป็นที่สุดในชีวิต ที่มิใช่เป็นเพียงทางเลือก แต่เป็นสิ่งที่ต้องรู้ ถ้าไม่รู้ ก็เสียชาติเกิด…

    /////////

    ขอขอบคุณและอนุโมทนาบุญกับแพทย์หญิงพจนีย์ พงษ์ประภาพันธ์ ที่ให้ประสบการณ์ชีวิตเป็นธรรมทานค่ะ

    สำหรับผู้ได้อ่านแล้วเห็นว่าเป็นธรรมะที่ดีช่วยกันแชร์เป็นธรรมทานนะคะ 😊🙏✨
    28/2/68 เนื้อหายาวมาก แต่คุ้มค่าแก่การอ่านค่ะ หมอพจนีย์ #ไม่เชื่อว่าพระพุทธเจ้ามีจริง แล้ววันหนึ่ง.... แพทย์หญิงพจนีย์ พงษ์ประภาพันธ์....เรียนจบมัธยมปลายที่เตรียมอุดมฯ จบแพทย์ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ต่อแพทย์เฉพาะทางด้านสูตินรีเวช อยู่กับครอบครัวที่อบอุ่น มีนิสัยร่าเริงสนุกสนาน มีเพื่อนฝูงรักชอบหมอมากมาย หมอเล่าว่า เมื่อก่อนเคยใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย เที่ยวทุกคืน อาศัยเข้าไปกินบรรยากาศ ดื่มพอมึน ๆ ฟังพวกเพื่อนที่กินเหล้าคุยกัน มันรู้สึกสนุก บ้าๆ บอๆ สะใจ หัวเราะกันได้ทั้งคืน บ่อยครั้งที่ดื่มจนถึงเช้าแล้วค่อยแยกจากกัน มันก็แปลกเหมือนกันที่หมอเองเป็นผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ในเพื่อนผู้ชายกลุ่มใหญ่ แต่ก็ไม่รู้สึกกลัวอะไร กลับรู้สึกว่า ทำแบบนี้ เก๋มาก ภูมิใจ เป็นการเข้าสังคมกลุ่มพี่น้องหมอด้วยกัน ก่อนหน้านั้น หมอเป็นคนห่างไกลศาสนา มองไม่เห็นความจำเป็นว่า ศาสนาจะเข้ามาช่วยชีวิตให้สมบูรณ์ได้อย่างไร เพราะที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้ ก็ดีอยู่แล้ว ทำบุญวันเกิดปีละครั้งตามประเพณี ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ยิ่งมาเรียนจบหมอก็ยิ่งเชื่อมั่นในความเห็นของตนยิ่ง ขึ้นไปอีก คือ ไม่เชื่อว่าพระพุทธเจ้ามีจริง ยิ่งเรียนสูติฯ ด้วยก็ไม่เคยเห็นเด็กที่คลอดออกมาแล้วเดินได้ 7 ก้าวเลย มันไม่น่าจะเป็นไปได้ที่ว่าพระพุทธเจ้าพอคลอดออกมาก็เดินได้ 7 ก้าว ยังนั่งคุยกับเพื่อน ๆ เลยว่า สมัยก่อนคงมีนักคิดที่เก่ง ๆ ที่คิดจัดระเบียบทางสังคมให้ดีขึ้น จึงแต่งเรื่องพระพุทธเจ้าขึ้นมา แล้วก็ใส่ปาฏิหาริย์ เพื่อเพิ่มความศรัทธาไปเท่านั้น ตอนนั้นหมอคิดว่า อะไรที่พิสูจน์ด้วยวิทยาศาสตร์ไม่ได้ หรือจับต้องไม่ได้ เราก็ไม่ควรเชื่อ ในที่สุด วันร้ายคืนร้ายก็มาถึง หมอล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน ด้วยโรคหมอนรองกระดูกแตก โดยไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง ซึ่งเจ็บปวดทรมานมาก ถึงขั้นเดินไม่ได้ หมอต้องเข้ารับการผ่าตัดและนอนพักฟื้นอย่างยาวนาน ฉีดยาเข้าไขสันหลังเพื่อบรรเทาปวด ก็ยังไม่หาย แม้แต่อาจารย์หมอที่ว่าเก่ง ๆ ที่เชี่ยวชาญมาก ๆ ทั่วทั้งโรงพยาบาลมารุมวินิจฉัยดูอาการ ก็ยังไม่มีใครรักษาเราได้ ได้รักษาทุกวิถีทางแล้ว จนรู้สึกท้อแท้ หมดหวังเหมือนหมดหวังทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต กินยา ก็กินไม่ได้ ทรมานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน น้ำหนักลดจาก 47 กิโลกรัม เหลือ 42 กิโลกรัม ภายใน 2-3 วัน จนอาจารย์หมอมาพูดกับเราว่า ให้ทนอย่างนี้อีก 10 ปี ทนอีก 10 ปีนะ แล้วเราก็จะชินไปเอง… ได้ยินประโยคนี้ เรารับไม่ได้ เลยหันมาตั้งสติใหม่ มาคิดว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตนี่…ผ่าตัดก็ไม่หาย ฉีดยาเข้าช่องไขสันหลัง น้ำไขสันหลังก็รั่ว กินยาก็แพ้ อาจารย์หมอทุกคนและเพื่อนหมอด้วยกัน ก็มาช่วยดูแลรักษาอาการของเราทั้งหมด แต่เราก็ยังไม่หาย เราเองก็เป็นหมอด้วย มันช่างไม่ตรงไปตรงมาเสียเลย หมอเก่ง ๆ ก็น่าจะรักษาให้หายได้ แต่ทำไมไม่หาย…ทำไมเรื่องแบบนี้ ต้องมาเกิดขึ้นกับเราเล่า… ทำไมต้องเป็นเราด้วย… วิชาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่ว่าแน่ๆ วิชาหมอที่เรียนมาเกือบ 10 ปี ก็ไม่สามารถหาสาเหตุที่แท้จริงของการป่วยของเราเองได้ ซ้ำถูกบอกได้แค่ว่าให้ทนรออีก 10 ปี แล้วจะชินไปเอง…… มันน่าจะมีอะไร ที่อยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่มากกว่านี้ แล้วสิ่งนั้นคืออะไรกันแน่…… ความรู้สึกเชื่อมั่นในทางวิทยาศาสตร์ตอนนั้น ได้ลดลงไปเลย เพราะเราสู้มาทุกทาง ใช้เทคโนโลยีที่ว่าทันสมัยทุกอย่างรักษามาหมด กลับสู้ไม่ได้….. โชคดีที่ช่วงนั้น คุณน้าแนะนำให้เราใช้พุทธศาสตร์เข้ามาช่วย ก็ในเมื่อเราลองมาทุกทางแล้วนี่ แต่ไม่เห็นว่าจะมีอะไรดีขึ้น ก็เลยหันมาศึกษาธรรมะ ลองหัดทำสมาธิ หัดทำใจให้สงบ ขยันฟังธรรมะทุกวัน…รู้สึกโปร่งโล่งเบากายเบาใจขึ้น รู้สึกเริ่มเข้าใจ ในเบื้องหน้าเบื้องหลังของชีวิตมากขึ้น จนทำให้รู้ว่า เบื้องหลังของการป่วยของเรา มันคือวิบากกรรมที่เราเคยทำไว้ในอดีตนั่นเอง ก่อนหน้านั้น มีแต่คนบอกว่า คนเราเกิดมาเพื่อใช้กรรม มาชดใช้วิบากกรรมที่เคยทำไว้ฟังแล้วก็รู้สึกว่ามันไม่น่าเกิดมาเลยนะ เหมือนเกิดมาเพื่อโดนลงโทษ ก็รู้สึกห่อเหี่ยว คิดว่าเราจะไม่สามารถมีโอกาส หรือหาหนทางแก้ไขได้เลยหรือ ? แต่พอมาศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่พระองค์ทรงเน้นย้ำว่าเราเกิดมาเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง…… พอรู้เป้าหมายอย่างนี้ ก็รู้สึกชุ่มใจ เกิดมาเหมือนชีวิตมีโอกาสที่จะแก้ไขและปรับปรุงในสิ่งที่เรายังบกพร่องได้ มีคำถามในใจว่า... “ การรู้เพียงว่ามันคือวิบากกรรม มันจะช่วยให้อะไรดีขึ้นได้บ้างล่ะ หากยังไม่รู้ถึงวิธีการแก้ไข ” ด้วยคำถามนี้เอง ทำให้หมอประทับใจในคำสอนของพระพุทธเจ้าเพิ่มมากขึ้น เพราะพระพุทธเจ้าทรงสอนให้รู้ถึงวิธีแก้ไขวิบากกรรม จากหนักให้เป็นเบา จากเบาก็จะหาย ถ้าจะตายก็จะไปดี ด้วยการบำเพ็ญบุญกุศลให้ถึงพร้อม หมอขอยืนยันเลยว่า วิทยาศาสตร์และวิชาหมอไม่ได้สอนไว้เลย ซึ่งหมอได้พิสูจน์จุดนี้อย่างเด่นชัด ด้วยตัวเองแล้ว ทั้งนี้เพราะอาการของหมอหมดหนทาง ที่จะเยียวยาแล้ว แม้กินยา ก็ยังไม่ได้ เพราะแพ้ยา หมอจึงหันมารักษาด้วยการศึกษาและปฏิบัติธรรม ทำบุญทำทาน รักษาศีล ทำสมาธิ และอธิษฐานจิต... ในที่สุด หมอก็พบว่าอาการของหมอดีขึ้นตามลำดับอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งสามารถทำงานเป็นหมอได้ดังเดิม เมื่อก่อน หมอไม่เคยคิดเลยว่า พุทธศาสตร์จะเป็นศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่และมหัศจรรย์ถึงขนาดนี้ คิดแต่ว่าเป็นสิ่งเหลือเชื่อ งมงาย แต่พอมาได้ศึกษาปฏิบัติแล้ว ก็พบว่าวิทยาศาสตร์เป็นศาสตร์ที่ ยังล้าหลังพุทธศาสตร์อยู่มาก อย่างเราเองเรียนหมอ วิชาแพทย์ ก็อธิบายได้แค่การเกิดของคนจนถึงตาย แต่ก่อนที่จะเกิด และหลังจากความตายเป็นอย่างไรนั้น วิทยาศาสตร์ตอบไม่ได้… การเจ็บป่วย เช่น โรคมะเร็ง ความดัน เบาหวาน หัวใจ สารพัดโรค ทางการแพทย์เองก็ไม่สามารถบอกได้แน่ชัด บอกได้แต่สมมติฐาน และพยาธิสภาพรวมๆว่า มาจากหลายสาเหตุ ยังหาสาเหตุที่แท้จริงไม่ได้ แต่พอมาศึกษาพุทธศาสตร์ มาหยั่งใจใคร่ครวญด้วยสมาธิ ในเรื่องกฎของกรรม ก็สามารถตอบได้หมด ถึงสาเหตุและต้นตอของโรคว่าที่เป็นโรคนี้ เพราะกรรมอะไร จากชาติไหน และต้องแก้ไขอย่างไร ซึ่งตัวเราเองก็อัศจรรย์ใจมาก ทุกวันนี้ หมอเชื่อมั่นถึงการมีจริงของพระพุทธเจ้า เชื่อว่าพระพุทธเจ้าประสูติแล้วสามารถเดินได้ 7 ก้าวจริง ๆ พอมาถึงทุกวันนี้ เมื่อหมอย้อนไปในอดีต ก็อดนึกขำตัวเองไม่หายว่าทำไมเราหลงคิดผิด ๆด้วยมานะทิฐิอยู่ได้ตั้งนาน ไม่ยอมเปิดโอกาสให้กับตัวเองได้ลองศึกษาก่อน จนเกือบจะสายเกินไป หรือหมดโอกาสไปเสียเลย แต่พอมาศึกษาจริง ๆ จึงได้เข้าใจ และเห็นพระคุณของพุทธศาสตร์อย่างลึกซึ้ง จนต่อให้วิชาทางโลก ที่ว่าเจ๋ง ๆ นั้น แม้จะไม่รู้ก็ยังไม่เป็นไร แต่หากไม่มาเรียนรู้พุทธศาสตร์แล้ว ก็จะไม่สามารถเอาตัวรอดอย่างปลอดภัยในวัฏสงสารได้เลย พุทธศาสตร์นั้น จะสอนให้เรารู้จักเลือกและเลี่ยงได้ สอนให้เรารู้ว่าตอนที่เรา ยังมีชีวิตอยู่นั้น เราควรดำเนินชีวิตอย่างไร จึงจะมีชีวิตที่ดีและมีคุณค่า ตลอดจนวิธีการที่จะกำจัดกิเลสอาสวะให้หมดสิ้นไปได้อย่างไร การที่จะไม่เกิดอีกนั้น ต้องทำอย่างไร ซึ่งสิ่งนี้เราสามารถเรียนรู้จากการศึกษาปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนา เมื่อเราได้ศึกษาไป ปฏิบัติไป เราก็จะเข้าใจชีวิตและโลกเพิ่มมากขึ้นๆ แล้วจะมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเห็นความแตกต่างได้ชัด อย่างที่ตัวของหมอเองได้ประสบมา… สังคมทุกวันนี้ หมอสังเกตเห็นชัดว่าเด็กที่ฝากท้องกับหมอ จำนวนของเด็กวัยรุ่น 16 – 17 ปี ที่กำลังเป็นวัยเรียนได้เพิ่มสูงขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก บางคนมาขอให้หมอทำแท้งให้ ซึ่งเราก็ให้ความรู้เขาไปว่ามันเป็นบาปนะ มันจะกลับมาเป็นเวรกรรมให้กับตัวเองด้วย ปัญหาเด็กและเยาวชนเพิ่มมากขึ้น เพราะสื่อทุกอย่างเป็นสื่อของกระแสกาม พ่อแม่เลี้ยงลูกด้วยรายการทีวี เด็กซึมซับพฤติกรรมอะไร ๆ โดยได้รับอิทธิลจากทีวีสูงมาก สังคมที่ยังขาดความรู้ทางพุทธศาสตร์ จะแก้ปัญหาให้เกิดความสันติสุขไม่ได้เลย แผนพัฒนาประเทศชาติควรต้องคำนึงถึง เรื่องนี้ให้มาก หมอคิดว่า แม้ว่าเราจะมีความรู้สูง ฉลาด ก็อย่าฉลาดอย่างงมงายอย่างที่หมอเคยเป็นมาก่อน คือ ไม่เปิดโอกาสให้ตัวเองได้มาศึกษาก่อน แถมยังปิดกั้นสิ่งที่ดีนั้นไว้ นั่นจะทำให้เราไม่ได้รับประโยชน์จากสิ่งที่ดีที่สุดไปตลอดชีวิตเลย คนเราอาจผิดพลาดในชีวิต คิดผิดด้วยความยึดมั่นในความรู้และความพร้อมของตัวเองได้ก็จริง แต่สิ่งที่เราไม่ควรผิดพลาดเลยสำหรับชีวิตนี้ ก็คือ การปิดกั้นตัวเองจากสิ่งที่ยังไม่ได้ลองศึกษา แล้วด่วนสรุปด้วยตัวเองแทนการลงมือพิสูจน์ด้วยตัวเอง การเปิดโอกาส ให้ตัวเองได้ศึกษาธรรมะ เป็นการเปิดโอกาสให้เราได้ศึกษา วิชาที่สำคัญและจำเป็นที่สุดในชีวิต ที่มิใช่เป็นเพียงทางเลือก แต่เป็นสิ่งที่ต้องรู้ ถ้าไม่รู้ ก็เสียชาติเกิด… ///////// ขอขอบคุณและอนุโมทนาบุญกับแพทย์หญิงพจนีย์ พงษ์ประภาพันธ์ ที่ให้ประสบการณ์ชีวิตเป็นธรรมทานค่ะ สำหรับผู้ได้อ่านแล้วเห็นว่าเป็นธรรมะที่ดีช่วยกันแชร์เป็นธรรมทานนะคะ 😊🙏✨
    0 Comments 0 Shares 868 Views 0 Reviews
  • NVIDIA ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับปัญหา ROP (Render Output Unit) ที่ขาดหายไปในกราฟิกการ์ดรุ่น GeForce RTX 5090 และ 5070 Ti ของพวกเขา พบว่า 0.5% ของชิปรุ่น GB202 และ GB203 ที่ใช้ในการ์ดเหล่านี้มีปัญหาจากการผลิต ซึ่งทำให้มี ROP น้อยกว่าที่ระบุ

    ปัญหานี้ส่งผลให้กราฟิกการ์ดบางรุ่นจากผู้ผลิตต่าง ๆ เช่น Zotac, MSI, Gigabyte และแม้แต่การ์ดรุ่น Founders Edition ของ NVIDIA เองมีจำนวน ROP น้อยลง 8 หน่วยจากที่คาดหวังไว้ ปัญหานี้เกิดจากข้อบกพร่องในการตรวจสอบคุณภาพที่อนุญาตให้ชิปที่มีข้อบกพร่องผ่านการตรวจสอบได้

    NVIDIA กล่าวว่าปัญหานี้มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานกราฟิกเพียง 4% และไม่มีผลต่อการทำงานด้าน AI และ Compute อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ได้รับการ์ดที่มีปัญหาสามารถติดต่อผู้ผลิตบอร์ดเพื่อขอเปลี่ยนการ์ดใหม่ได้

    การพบปัญหานี้ตั้งแต่ต้นทำให้ NVIDIA สามารถแก้ไขข้อบกพร่องในกระบวนการผลิตและควบคุมคุณภาพได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งหมายความว่าการ์ดรุ่น RTX 5070 Ti ที่เปิดตัวไม่กี่วันที่ผ่านมาอาจได้รับผลกระทบเช่นกัน

    นอกจากนี้ NVIDIA ยังต้องแก้ไขปัญหาอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นกับการเปิดตัวการ์ดรุ่น RTX 50-series เช่น ปัญหาสายไฟที่ละลาย การเกิด BSOD และจอดำ ซึ่งทางบริษัทกำลังสอบสวนและแก้ไขอย่างต่อเนื่อง

    ผู้ใช้หลายคนแสดงความผิดหวังกับการเปิดตัวครั้งนี้ เนื่องจากมีปัญหาหลายอย่างเกิดขึ้นในระยะเวลาไม่ถึงเดือนหลังการเปิดตัว โดยมีหลายคนบอกว่าประสิทธิภาพที่ดีขึ้นไม่คุ้มค่ากับการเพิ่มขึ้นของราคา

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/nvidia-explains-the-missing-rops-defective-silicon-in-0-5-percent-of-rtx-5090-and-5070-ti-gpus
    NVIDIA ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับปัญหา ROP (Render Output Unit) ที่ขาดหายไปในกราฟิกการ์ดรุ่น GeForce RTX 5090 และ 5070 Ti ของพวกเขา พบว่า 0.5% ของชิปรุ่น GB202 และ GB203 ที่ใช้ในการ์ดเหล่านี้มีปัญหาจากการผลิต ซึ่งทำให้มี ROP น้อยกว่าที่ระบุ ปัญหานี้ส่งผลให้กราฟิกการ์ดบางรุ่นจากผู้ผลิตต่าง ๆ เช่น Zotac, MSI, Gigabyte และแม้แต่การ์ดรุ่น Founders Edition ของ NVIDIA เองมีจำนวน ROP น้อยลง 8 หน่วยจากที่คาดหวังไว้ ปัญหานี้เกิดจากข้อบกพร่องในการตรวจสอบคุณภาพที่อนุญาตให้ชิปที่มีข้อบกพร่องผ่านการตรวจสอบได้ NVIDIA กล่าวว่าปัญหานี้มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานกราฟิกเพียง 4% และไม่มีผลต่อการทำงานด้าน AI และ Compute อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ได้รับการ์ดที่มีปัญหาสามารถติดต่อผู้ผลิตบอร์ดเพื่อขอเปลี่ยนการ์ดใหม่ได้ การพบปัญหานี้ตั้งแต่ต้นทำให้ NVIDIA สามารถแก้ไขข้อบกพร่องในกระบวนการผลิตและควบคุมคุณภาพได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งหมายความว่าการ์ดรุ่น RTX 5070 Ti ที่เปิดตัวไม่กี่วันที่ผ่านมาอาจได้รับผลกระทบเช่นกัน นอกจากนี้ NVIDIA ยังต้องแก้ไขปัญหาอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นกับการเปิดตัวการ์ดรุ่น RTX 50-series เช่น ปัญหาสายไฟที่ละลาย การเกิด BSOD และจอดำ ซึ่งทางบริษัทกำลังสอบสวนและแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้หลายคนแสดงความผิดหวังกับการเปิดตัวครั้งนี้ เนื่องจากมีปัญหาหลายอย่างเกิดขึ้นในระยะเวลาไม่ถึงเดือนหลังการเปิดตัว โดยมีหลายคนบอกว่าประสิทธิภาพที่ดีขึ้นไม่คุ้มค่ากับการเพิ่มขึ้นของราคา https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/nvidia-explains-the-missing-rops-defective-silicon-in-0-5-percent-of-rtx-5090-and-5070-ti-gpus
    Sad
    1
    0 Comments 0 Shares 206 Views 0 Reviews
  • ประธานาธิบดีปูตินเผยว่า เขาได้รับรายงานการเจรจาที่ริยาดแล้ว:

    - รัสเซียพร้อมที่จะกลับสู่โต๊ะเจรจาเรื่องยูเครน

    - ปูตินยินดีจะพบกับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่การพบกันเช่นนี้ต้องมีการเตรียมการ

    - ปูตินยังกล่าวอีกว่า การ "พบปะ" กับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาที่สำคัญที่สุดก่อน ซึ่งรวมถึงยูเครนด้วย

    - ปูตินเปิดทางให้ภารกิจทางสถานทูตจะกลับมาดำเนินการอีกครั้ง

    - มอสโกได้เริ่มดำเนินการขั้นแรกในการร่วมมือกับสหรัฐไปแล้ว

    - รัสเซียยังพร้อมร่วมมือกับสหรัฐในด้านอวกาศต่อไป

    - รัสเซียจะไม่พูดถึงหรือคาดเดาความสัมพันธ์ระหว่างยุโรปกับสหรัฐ

    - ปูตินบอกว่า เขาประหลาดใจที่เห็นทรัมป์อดกลั้นต่อพฤติกรรมหยาบคายของประเทศยุโรปที่มีต่อสหรัฐในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง

    - ยูเครนได้รับข้อมูลข่าวกรองอวกาศจากตะวันตกเท่านั้น กองทัพยูเครนไม่สามารถจัดการโจมตี CPC ได้โดยอิสระ
    (CPC เป็นโครงการขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศที่มีรัสเซีย คาซัคสถาน และบริษัทขุดเจาะน้ำมันชั้นนำระดับโลกเข้าร่วม เพิ่งโดนโดรนโจมตีไปเมื่อเร็วๆนี้)

    - ไม่มีระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียใน CPC เนื่องจากเป็นโรงงานระหว่างประเทศ รัสเซียมีส่วนร่วมเพียงเล็กน้อยสำหรับการขนส่ง ส่วนน้ำมันทั้งหมดนี้เป็นของบริษัทในอเมริกาและยุโรป

    - ปูติน ยังกล่าวอีกว่า เมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว เขาเพิ่งได้รับแจ้งว่าทหารกองทัพรัสเซียได้ข้ามพรมแดนไปยังยูเครนจากทางภูมิภาคเคิร์สก์แล้ว!

    ประธานาธิบดีปูตินเผยว่า เขาได้รับรายงานการเจรจาที่ริยาดแล้ว: - รัสเซียพร้อมที่จะกลับสู่โต๊ะเจรจาเรื่องยูเครน - ปูตินยินดีจะพบกับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่การพบกันเช่นนี้ต้องมีการเตรียมการ - ปูตินยังกล่าวอีกว่า การ "พบปะ" กับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาที่สำคัญที่สุดก่อน ซึ่งรวมถึงยูเครนด้วย - ปูตินเปิดทางให้ภารกิจทางสถานทูตจะกลับมาดำเนินการอีกครั้ง - มอสโกได้เริ่มดำเนินการขั้นแรกในการร่วมมือกับสหรัฐไปแล้ว - รัสเซียยังพร้อมร่วมมือกับสหรัฐในด้านอวกาศต่อไป - รัสเซียจะไม่พูดถึงหรือคาดเดาความสัมพันธ์ระหว่างยุโรปกับสหรัฐ - ปูตินบอกว่า เขาประหลาดใจที่เห็นทรัมป์อดกลั้นต่อพฤติกรรมหยาบคายของประเทศยุโรปที่มีต่อสหรัฐในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง - ยูเครนได้รับข้อมูลข่าวกรองอวกาศจากตะวันตกเท่านั้น กองทัพยูเครนไม่สามารถจัดการโจมตี CPC ได้โดยอิสระ (CPC เป็นโครงการขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศที่มีรัสเซีย คาซัคสถาน และบริษัทขุดเจาะน้ำมันชั้นนำระดับโลกเข้าร่วม เพิ่งโดนโดรนโจมตีไปเมื่อเร็วๆนี้) - ไม่มีระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียใน CPC เนื่องจากเป็นโรงงานระหว่างประเทศ รัสเซียมีส่วนร่วมเพียงเล็กน้อยสำหรับการขนส่ง ส่วนน้ำมันทั้งหมดนี้เป็นของบริษัทในอเมริกาและยุโรป - ปูติน ยังกล่าวอีกว่า เมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว เขาเพิ่งได้รับแจ้งว่าทหารกองทัพรัสเซียได้ข้ามพรมแดนไปยังยูเครนจากทางภูมิภาคเคิร์สก์แล้ว!
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 333 Views 0 Reviews
  • WE’RE TAKING GAZA—NO NEED TO BUY IT!!

    ทรัมป์ประกาศต่อหน้ากษัตริย์จอร์แดน ในการเยือนสหรัฐเพื่อพูดคุยปัญหาในกาซา ขณะที่ทรัมป์ยังยืนยันคำเดิม ต้องการยึดดินแดนกาซามาเป็นของอเมริกา เขาไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินให้กับดินแดนแห่งนี้ เพราะมันไม่มีอะไรที่ต้องใช้เงินซื้อ มันเป็นดินแดนที่ถูกสงครามทำลายอย่างย่อยยับเท่านั้น!

    ด้านกษัตริย์จอร์แดน ยืนยันชัดเจนเช่นกันว่าชาวกาซาจะต้องอยู่ในดินแดนของตนเอง และทุกฝ่ายที่นำโดยสหรัฐควรเป็นผู้นำในการฟื้นฟูกาซาขึ้นมาใหม่

    ขณะเดียวกัน รัฐบาลอียิปต์ได้อออกแถลงการณ์สนับสนุนท่าทีของกษัตริย์จอร์แดน โดยระบุว่า
    ”อียิปต์แสดงเจตนารมณ์ที่จะนำเสนอวิสัยทัศน์การฟื้นฟูฉนวนกาซาเพื่อให้ชาวปาเลสไตน์ยังคงอยู่ในบ้านเกิดของตน

    อียิปต์แสดงความปรารถนาที่จะร่วมมือกับรัฐบาลสหรัฐฯ นำโดยประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อบรรลุสันติภาพที่ครอบคลุมและยุติธรรมในภูมิภาคโดยบรรลุข้อตกลงที่ยุติธรรมสำหรับชาวปาเลสไตน์ที่ยึดมั่นในสิทธิของประชาชนในภูมิภาค

    ในบริบทนี้ อียิปต์ยืนยันความตั้งใจที่จะนำเสนอวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมสำหรับการก่อสร้างฉนวนกาซาขึ้นใหม่ในลักษณะที่จะรับรองว่าชาวปาเลสไตน์ยังคงอยู่ในบ้านเกิดของตน และสอดคล้องกับสิทธิอันชอบธรรมและถูกต้องตามกฎหมายของพวกเขา

    อียิปต์เน้นย้ำว่าวิสัยทัศน์ใดๆ ที่ต้องการแก้ไขปัญหาปาเลสไตน์ จะต้องคำนึงถึงความจำเป็นในการหลีกเลี่ยงการก่อให้เกิดอันตรายต่อสันติภาพในภูมิภาค ขณะเดียวกันก็ต้องแก้ไขที่สาเหตุหลักของความขัดแย้งด้วยการยุติการยึดครองดินแดนปาเลสไตน์ของอิสราเอลและดำเนินการตามแนวทางสองรัฐซึ่งเป็นหนทางเดียวที่จะนำไปสู่เสถียรภาพและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างประชาชนในภูมิภาค“
    WE’RE TAKING GAZA—NO NEED TO BUY IT!! ทรัมป์ประกาศต่อหน้ากษัตริย์จอร์แดน ในการเยือนสหรัฐเพื่อพูดคุยปัญหาในกาซา ขณะที่ทรัมป์ยังยืนยันคำเดิม ต้องการยึดดินแดนกาซามาเป็นของอเมริกา เขาไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินให้กับดินแดนแห่งนี้ เพราะมันไม่มีอะไรที่ต้องใช้เงินซื้อ มันเป็นดินแดนที่ถูกสงครามทำลายอย่างย่อยยับเท่านั้น! ด้านกษัตริย์จอร์แดน ยืนยันชัดเจนเช่นกันว่าชาวกาซาจะต้องอยู่ในดินแดนของตนเอง และทุกฝ่ายที่นำโดยสหรัฐควรเป็นผู้นำในการฟื้นฟูกาซาขึ้นมาใหม่ ขณะเดียวกัน รัฐบาลอียิปต์ได้อออกแถลงการณ์สนับสนุนท่าทีของกษัตริย์จอร์แดน โดยระบุว่า ”อียิปต์แสดงเจตนารมณ์ที่จะนำเสนอวิสัยทัศน์การฟื้นฟูฉนวนกาซาเพื่อให้ชาวปาเลสไตน์ยังคงอยู่ในบ้านเกิดของตน อียิปต์แสดงความปรารถนาที่จะร่วมมือกับรัฐบาลสหรัฐฯ นำโดยประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อบรรลุสันติภาพที่ครอบคลุมและยุติธรรมในภูมิภาคโดยบรรลุข้อตกลงที่ยุติธรรมสำหรับชาวปาเลสไตน์ที่ยึดมั่นในสิทธิของประชาชนในภูมิภาค ในบริบทนี้ อียิปต์ยืนยันความตั้งใจที่จะนำเสนอวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมสำหรับการก่อสร้างฉนวนกาซาขึ้นใหม่ในลักษณะที่จะรับรองว่าชาวปาเลสไตน์ยังคงอยู่ในบ้านเกิดของตน และสอดคล้องกับสิทธิอันชอบธรรมและถูกต้องตามกฎหมายของพวกเขา อียิปต์เน้นย้ำว่าวิสัยทัศน์ใดๆ ที่ต้องการแก้ไขปัญหาปาเลสไตน์ จะต้องคำนึงถึงความจำเป็นในการหลีกเลี่ยงการก่อให้เกิดอันตรายต่อสันติภาพในภูมิภาค ขณะเดียวกันก็ต้องแก้ไขที่สาเหตุหลักของความขัดแย้งด้วยการยุติการยึดครองดินแดนปาเลสไตน์ของอิสราเอลและดำเนินการตามแนวทางสองรัฐซึ่งเป็นหนทางเดียวที่จะนำไปสู่เสถียรภาพและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างประชาชนในภูมิภาค“
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 304 Views 0 Reviews
  • กลุ่มแฮ็กเกอร์ชาวเกาหลีเหนือที่รู้จักกันในชื่อ "Kimsuky" ได้ใช้เครื่องมือ RDP Wrapper ที่ปรับแต่งขึ้นใหม่เพื่อเข้าถึงเครื่องที่ติดไวรัสได้โดยตรง นี่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของกลยุทธ์การโจมตีของกลุ่มนี้

    กลุ่ม Kimsuky ได้เริ่มต้นการโจมตีโดยการส่งอีเมลฟิชชิ่ง ซึ่งมีไฟล์ลัด (.LNK) ที่เป็นอันตรายและถูกอำพรางให้ดูเหมือนไฟล์ PDF หรือ Word เมื่อเปิดไฟล์ลัดนี้ มันจะเรียกใช้ PowerShell หรือ Mshta เพื่อดึง payload เพิ่มเติมจากเซิร์ฟเวอร์ภายนอก ซึ่งรวมถึง:
    - PebbleDash ซึ่งเป็น backdoor ของ Kimsuky ที่ให้การควบคุมระบบเบื้องต้น
    - เครื่องมือ RDP Wrapper ที่ปรับแต่งใหม่ ซึ่งช่วยให้สามารถเข้าถึง RDP ได้อย่างต่อเนื่องและสามารถหลีกเลี่ยงมาตรการรักษาความปลอดภัยได้
    - เครื่องมือ Proxy ที่ช่วยให้สามารถเข้าถึงระบบได้แม้ว่า RDP ถูกบล็อก

    เครื่องมือ RDP Wrapper ถูกออกแบบมาเพื่อเปิดใช้งานฟังก์ชัน Remote Desktop Protocol (RDP) บน Windows รุ่นที่ไม่รองรับ เช่น Windows Home โดยไม่ต้องแก้ไขไฟล์ระบบ Kimsuky ได้ปรับแต่งฟังก์ชันการส่งออกเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับของแอนตี้ไวรัส และเปลี่ยนแปลงการทำงานพอที่จะหลีกเลี่ยงการตรวจจับที่ใช้วิธีการตามลายเซ็น

    ข้อดีหลักของการใช้ RDP Wrapper ที่ปรับแต่งคือการหลีกเลี่ยงการตรวจจับ เนื่องจากการเชื่อมต่อ RDP มักจะถูกมองว่าเป็นการเชื่อมต่อที่ถูกต้อง Kimsuky สามารถหลบหนีการตรวจจับได้นานขึ้น นอกจากนี้ ยังให้การควบคุมระยะไกลที่สะดวกยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับการเข้าถึงผ่าน shell โดยมัลแวร์ และสามารถหลีกเลี่ยงการบล็อกไฟร์วอลล์หรือ NAT ผ่านการ relay ทำให้สามารถเข้าถึง RDP ได้จากภายนอก

    หลังจากที่ Kimsuky สามารถยึดที่มั่นในเครือข่ายได้แล้ว พวกเขาจะปล่อย payload รอง ซึ่งรวมถึง:
    - Keylogger ที่จับการกดแป้นพิมพ์และบันทึกไว้ในไฟล์ข้อความในไดเรกทอรีระบบ
    - Infostealer (forceCopy) ที่ขโมยข้อมูลประจำตัวที่บันทึกไว้ในเว็บเบราว์เซอร์
    - ReflectiveLoader ที่ทำงานบน PowerShell เพื่อเรียกใช้ payload ในหน่วยความจำ

    โดยรวมแล้ว Kimsuky เป็นกลุ่มแฮ็กเกอร์ที่มีความอันตรายและพัฒนาต่อเนื่อง และเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีการโจมตีทางไซเบอร์มากที่สุดของเกาหลีเหนือที่มุ่งเก็บรวบรวมข้อมูลทางการข่าวกรอง การวิจัยล่าสุดของ ASEC ระบุว่าผู้โจมตีเลือกใช้วิธีการเข้าถึงระยะไกลที่ซ่อนตัวมากขึ้นเพื่อการยึดที่มั่นในเครือข่ายที่ถูกโจมตีให้นานที่สุด

    https://www.bleepingcomputer.com/news/security/kimsuky-hackers-use-new-custom-rdp-wrapper-for-remote-access/
    กลุ่มแฮ็กเกอร์ชาวเกาหลีเหนือที่รู้จักกันในชื่อ "Kimsuky" ได้ใช้เครื่องมือ RDP Wrapper ที่ปรับแต่งขึ้นใหม่เพื่อเข้าถึงเครื่องที่ติดไวรัสได้โดยตรง นี่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของกลยุทธ์การโจมตีของกลุ่มนี้ กลุ่ม Kimsuky ได้เริ่มต้นการโจมตีโดยการส่งอีเมลฟิชชิ่ง ซึ่งมีไฟล์ลัด (.LNK) ที่เป็นอันตรายและถูกอำพรางให้ดูเหมือนไฟล์ PDF หรือ Word เมื่อเปิดไฟล์ลัดนี้ มันจะเรียกใช้ PowerShell หรือ Mshta เพื่อดึง payload เพิ่มเติมจากเซิร์ฟเวอร์ภายนอก ซึ่งรวมถึง: - PebbleDash ซึ่งเป็น backdoor ของ Kimsuky ที่ให้การควบคุมระบบเบื้องต้น - เครื่องมือ RDP Wrapper ที่ปรับแต่งใหม่ ซึ่งช่วยให้สามารถเข้าถึง RDP ได้อย่างต่อเนื่องและสามารถหลีกเลี่ยงมาตรการรักษาความปลอดภัยได้ - เครื่องมือ Proxy ที่ช่วยให้สามารถเข้าถึงระบบได้แม้ว่า RDP ถูกบล็อก เครื่องมือ RDP Wrapper ถูกออกแบบมาเพื่อเปิดใช้งานฟังก์ชัน Remote Desktop Protocol (RDP) บน Windows รุ่นที่ไม่รองรับ เช่น Windows Home โดยไม่ต้องแก้ไขไฟล์ระบบ Kimsuky ได้ปรับแต่งฟังก์ชันการส่งออกเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับของแอนตี้ไวรัส และเปลี่ยนแปลงการทำงานพอที่จะหลีกเลี่ยงการตรวจจับที่ใช้วิธีการตามลายเซ็น ข้อดีหลักของการใช้ RDP Wrapper ที่ปรับแต่งคือการหลีกเลี่ยงการตรวจจับ เนื่องจากการเชื่อมต่อ RDP มักจะถูกมองว่าเป็นการเชื่อมต่อที่ถูกต้อง Kimsuky สามารถหลบหนีการตรวจจับได้นานขึ้น นอกจากนี้ ยังให้การควบคุมระยะไกลที่สะดวกยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับการเข้าถึงผ่าน shell โดยมัลแวร์ และสามารถหลีกเลี่ยงการบล็อกไฟร์วอลล์หรือ NAT ผ่านการ relay ทำให้สามารถเข้าถึง RDP ได้จากภายนอก หลังจากที่ Kimsuky สามารถยึดที่มั่นในเครือข่ายได้แล้ว พวกเขาจะปล่อย payload รอง ซึ่งรวมถึง: - Keylogger ที่จับการกดแป้นพิมพ์และบันทึกไว้ในไฟล์ข้อความในไดเรกทอรีระบบ - Infostealer (forceCopy) ที่ขโมยข้อมูลประจำตัวที่บันทึกไว้ในเว็บเบราว์เซอร์ - ReflectiveLoader ที่ทำงานบน PowerShell เพื่อเรียกใช้ payload ในหน่วยความจำ โดยรวมแล้ว Kimsuky เป็นกลุ่มแฮ็กเกอร์ที่มีความอันตรายและพัฒนาต่อเนื่อง และเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีการโจมตีทางไซเบอร์มากที่สุดของเกาหลีเหนือที่มุ่งเก็บรวบรวมข้อมูลทางการข่าวกรอง การวิจัยล่าสุดของ ASEC ระบุว่าผู้โจมตีเลือกใช้วิธีการเข้าถึงระยะไกลที่ซ่อนตัวมากขึ้นเพื่อการยึดที่มั่นในเครือข่ายที่ถูกโจมตีให้นานที่สุด https://www.bleepingcomputer.com/news/security/kimsuky-hackers-use-new-custom-rdp-wrapper-for-remote-access/
    WWW.BLEEPINGCOMPUTER.COM
    Kimsuky hackers use new custom RDP Wrapper for remote access
    The North Korean hacking group known as Kimsuky was observed in recent attacks using a custom-built RDP Wrapper and proxy tools to directly access infected machines.
    0 Comments 0 Shares 360 Views 0 Reviews
  • “โรงพิมพ์รุ่งศิลป์” เผย “ศาล ปค.“ รับฟ้องคดีทีโออาร์พิมพ์แบบเรียนปี 68 ส่อกีดกัน-ล็อกสเปก เห็นด้วย ศธ.ล้มประกวดราคาฯ ที่มีผู้ยื่นรายเดียว แต่ต้องแก้ไขทีโออาร์ ทั้งคุณสมบัติผู้รับจ้าง-เครื่องพิมพ์-กระดาษ ก่อนประกาศครั้งใหม่ เพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม เชื่อ “องค์การค้าฯ-เด็กนักเรียน” จะยิ่งได้ประโยชน์

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000011738

    #News1feed #News1 #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes
    “โรงพิมพ์รุ่งศิลป์” เผย “ศาล ปค.“ รับฟ้องคดีทีโออาร์พิมพ์แบบเรียนปี 68 ส่อกีดกัน-ล็อกสเปก เห็นด้วย ศธ.ล้มประกวดราคาฯ ที่มีผู้ยื่นรายเดียว แต่ต้องแก้ไขทีโออาร์ ทั้งคุณสมบัติผู้รับจ้าง-เครื่องพิมพ์-กระดาษ ก่อนประกาศครั้งใหม่ เพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม เชื่อ “องค์การค้าฯ-เด็กนักเรียน” จะยิ่งได้ประโยชน์ อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000011738 #News1feed #News1 #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 789 Views 0 Reviews
  • แก้ไขจิต จิตคนคะนองไปตามกระแสต่างๆ ไม่จบสิ้น ต้องแก้ไขให้จิตไปทางที่ดีงาม ดีทางศิลทางธรรม
    แก้ไขจิต จิตคนคะนองไปตามกระแสต่างๆ ไม่จบสิ้น ต้องแก้ไขให้จิตไปทางที่ดีงาม ดีทางศิลทางธรรม
    0 Comments 0 Shares 113 Views 0 Reviews
  • 'เพื่อไทย'ไม่รับความจริง 'ทักษิณ' มนต์เสื่อม 'โทษรัฐราชการ-เศรษฐกิจไม่ดี'
    .
    หากพรรคประชาชนอ้างว่าการเลือกตั้งในวันเสาร์เป็นปัจจัยที่ทำให้ไม่ได้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตามเป้าหมาย ข้ออ้างถึงความพ่ายแพ้ของพรรคเพื่อไทยก็คงมีไม่ต่างกัน โดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊ก ถึงผลการเลือกตั้งนายก อบจ.ระบุว่า "รอบนี้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของคะแนนไม่มอบตัวเป็นของง่ายของใคร ทุกพรรคมีบทเรียนสำคัญให้ต้องสรุป และมีการบ้านข้อใหญ่ให้ต้องแก้ไข ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เพื่อจะเป็นอันดับ 1 ในการเลือกตั้งใหญ่"
    .
    "เพื่อไทยส่ง 16 ได้ 10 จังหวัด (บางสื่อว่าได้ 18 รวมคนในเครือข่ายของพรรคด้วย)ไม่คิดว่าจะแพ้ที่เชียงรายกับลำพูน ศรีสะเกษเรารู้ดีว่าไม่ง่าย แต่คิดว่าถ้าชนะก็สูสี หรือหากแพ้คะแนนน่าจะใกล้กันกว่านี้
    พรรคประชาชนส่ง 17 ได้ 1 จังหวัด พื้นที่ซึ่งมีส.ส.ยกจังหวัดแพ้ทุกที่ น่าสนใจว่าส่วนนำจะวิเคราะห์ผลอย่างไร พรรคอนุรักษ์นิยมไม่ได้เปิดตัวชัด แต่รู้กันในทีว่าไผเป็นไผ เสียแชมป์ก็มี ป้องกันแชมป์ได้ก็เห็น แต่ถ้าคิดว่านี่เป็นขาขึ้น มองดีๆผมว่าไม่ใช่ เชื่อว่าคนทำงานต้องอ่านสัญญาณกันละเอียดเช่นกัน"
    .
    "ทักษิณสิ้นมนต์ขลัง? นายกทักษิณและพรรคตั้งแต่ไทยรักไทยถึงเพื่อไทย ไม่เคยชนะเลือกตั้งด้วยเวทมนต์ แต่สำเร็จด้วยผลงานและนโยบายที่ทำได้จริง ประชาชนที่เลือกเล่าได้เป็นฉากๆว่าเลือกเพราะอะไร นโยบายไหนโดนใจ การว่างเว้นจากการเป็นรัฐบาลยาวนานร่วมทศวรรษทำให้จุดแข็งนี้พร่าเลือนไป กลับมาเป็นรัฐบาลผสมภายใต้แรงกดดันทางการเมือง เผชิญกับรัฐราชการที่รัฐบาลก่อนปักหมุดไว้ สภาพเศรษฐกิจที่ดำดิ่งต่อเนื่อง การผลักดันนโยบายจึงไม่ง่าย การบุกเบิกจากรัฐบาลเศรษฐาถึงรัฐบาลแพทองธาร ทำให้เนื้องานที่วางไว้เริ่มผลิดอกออกผล แต่ยังแตกต่างถ้าเทียบกับความสำเร็จยุคไทยรักไทย และยังพูดว่าสำเร็จไม่ได้จนกว่าจะมีรูปธรรมที่ชัดเจนกว่านี้ ซึ่ง 2568 คือปีสำคัญ ชี้ขาดโดยหลายนโยบายที่กำลังเดินหน้าอยู่ ถ้าผลงานออกชัด งานในสนามเลือกตั้งของเพื่อไทยจะลดความยากลง
    .
    "บางคนถามว่าทักษิณมาเองได้แค่นี้หรือ? ผมว่าต้องถามใหม่คือ ถ้าทักษิณไม่ลงพื้นที่จะได้ขนาดนี้หรือไม่?นายกทักษิณยังคงมีพลังทางการเมือง ส่งผลบวกอย่างยิ่งต่อฐานคะแนนของพรรคเพื่อไทย 10 จาก 16 ที่ถือว่าผ่าน ได้มากกว่าทุกพรรคด้วย" นายณัฐวุฒิ ระบุ
    .
    ด้าน นายวรชัย เหมะ อดีตสส.สมุทรปราการ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงเลือกตั้งนายกฯอบจ.เชียงใหม่ แสดงทัศนะว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นกับการเลือกตั้งระดับชาติแตกต่างกัน แต่เฉพาะพื้นที่เชียงใหม่ตนมองว่าการหาเสียงครั้งนี้ไม่ต่างจากการเลือกตั้งใหญ่ แต่การเลือกตั้งนายกฯอบจ.ครั้งนี้ เราทำงานกันอย่างหนัก ประชาชนเริ่มเข้าใจหลักการทำงานของพรรคเพื่อไทย จนทำให้กลับมาเป็นสีแดงเหมือนเดิม ทำให้เชื่อว่าภาพการเมืองใหญ่ที่เหลือเวลา 2 ปีกว่าจะมีการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยมียุทธศาสตร์ที่ถูกต้องแดงที่เปลี่ยนไปเลือกส้มจะกลับมาเป็นแดงเหมือนเดิมแล้วเพื่อไทยจะกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอย่างแน่นอน
    ..............
    Sondhi X
    'เพื่อไทย'ไม่รับความจริง 'ทักษิณ' มนต์เสื่อม 'โทษรัฐราชการ-เศรษฐกิจไม่ดี' . หากพรรคประชาชนอ้างว่าการเลือกตั้งในวันเสาร์เป็นปัจจัยที่ทำให้ไม่ได้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตามเป้าหมาย ข้ออ้างถึงความพ่ายแพ้ของพรรคเพื่อไทยก็คงมีไม่ต่างกัน โดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊ก ถึงผลการเลือกตั้งนายก อบจ.ระบุว่า "รอบนี้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของคะแนนไม่มอบตัวเป็นของง่ายของใคร ทุกพรรคมีบทเรียนสำคัญให้ต้องสรุป และมีการบ้านข้อใหญ่ให้ต้องแก้ไข ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เพื่อจะเป็นอันดับ 1 ในการเลือกตั้งใหญ่" . "เพื่อไทยส่ง 16 ได้ 10 จังหวัด (บางสื่อว่าได้ 18 รวมคนในเครือข่ายของพรรคด้วย)ไม่คิดว่าจะแพ้ที่เชียงรายกับลำพูน ศรีสะเกษเรารู้ดีว่าไม่ง่าย แต่คิดว่าถ้าชนะก็สูสี หรือหากแพ้คะแนนน่าจะใกล้กันกว่านี้ พรรคประชาชนส่ง 17 ได้ 1 จังหวัด พื้นที่ซึ่งมีส.ส.ยกจังหวัดแพ้ทุกที่ น่าสนใจว่าส่วนนำจะวิเคราะห์ผลอย่างไร พรรคอนุรักษ์นิยมไม่ได้เปิดตัวชัด แต่รู้กันในทีว่าไผเป็นไผ เสียแชมป์ก็มี ป้องกันแชมป์ได้ก็เห็น แต่ถ้าคิดว่านี่เป็นขาขึ้น มองดีๆผมว่าไม่ใช่ เชื่อว่าคนทำงานต้องอ่านสัญญาณกันละเอียดเช่นกัน" . "ทักษิณสิ้นมนต์ขลัง? นายกทักษิณและพรรคตั้งแต่ไทยรักไทยถึงเพื่อไทย ไม่เคยชนะเลือกตั้งด้วยเวทมนต์ แต่สำเร็จด้วยผลงานและนโยบายที่ทำได้จริง ประชาชนที่เลือกเล่าได้เป็นฉากๆว่าเลือกเพราะอะไร นโยบายไหนโดนใจ การว่างเว้นจากการเป็นรัฐบาลยาวนานร่วมทศวรรษทำให้จุดแข็งนี้พร่าเลือนไป กลับมาเป็นรัฐบาลผสมภายใต้แรงกดดันทางการเมือง เผชิญกับรัฐราชการที่รัฐบาลก่อนปักหมุดไว้ สภาพเศรษฐกิจที่ดำดิ่งต่อเนื่อง การผลักดันนโยบายจึงไม่ง่าย การบุกเบิกจากรัฐบาลเศรษฐาถึงรัฐบาลแพทองธาร ทำให้เนื้องานที่วางไว้เริ่มผลิดอกออกผล แต่ยังแตกต่างถ้าเทียบกับความสำเร็จยุคไทยรักไทย และยังพูดว่าสำเร็จไม่ได้จนกว่าจะมีรูปธรรมที่ชัดเจนกว่านี้ ซึ่ง 2568 คือปีสำคัญ ชี้ขาดโดยหลายนโยบายที่กำลังเดินหน้าอยู่ ถ้าผลงานออกชัด งานในสนามเลือกตั้งของเพื่อไทยจะลดความยากลง . "บางคนถามว่าทักษิณมาเองได้แค่นี้หรือ? ผมว่าต้องถามใหม่คือ ถ้าทักษิณไม่ลงพื้นที่จะได้ขนาดนี้หรือไม่?นายกทักษิณยังคงมีพลังทางการเมือง ส่งผลบวกอย่างยิ่งต่อฐานคะแนนของพรรคเพื่อไทย 10 จาก 16 ที่ถือว่าผ่าน ได้มากกว่าทุกพรรคด้วย" นายณัฐวุฒิ ระบุ . ด้าน นายวรชัย เหมะ อดีตสส.สมุทรปราการ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงเลือกตั้งนายกฯอบจ.เชียงใหม่ แสดงทัศนะว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นกับการเลือกตั้งระดับชาติแตกต่างกัน แต่เฉพาะพื้นที่เชียงใหม่ตนมองว่าการหาเสียงครั้งนี้ไม่ต่างจากการเลือกตั้งใหญ่ แต่การเลือกตั้งนายกฯอบจ.ครั้งนี้ เราทำงานกันอย่างหนัก ประชาชนเริ่มเข้าใจหลักการทำงานของพรรคเพื่อไทย จนทำให้กลับมาเป็นสีแดงเหมือนเดิม ทำให้เชื่อว่าภาพการเมืองใหญ่ที่เหลือเวลา 2 ปีกว่าจะมีการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยมียุทธศาสตร์ที่ถูกต้องแดงที่เปลี่ยนไปเลือกส้มจะกลับมาเป็นแดงเหมือนเดิมแล้วเพื่อไทยจะกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอย่างแน่นอน .............. Sondhi X
    Like
    Haha
    25
    0 Comments 0 Shares 1833 Views 0 Reviews
  • ชี้ช่องจบปัญหา 'อัลไพน์' กฤษฎีกา เสนอสองทาง 'งบเยียวยา-ออกกฎหมาย'
    .
    กรณีพิพาทที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ที่เหมือนจบแต่ไม่จบ เพราะด้านหนึ่งถูกโฟกัสไปในเรื่องทางการเมืองที่ว่าด้วยการเอาคืนพรรคเพื่อไทยของพรรคภูมิใจไทยในฐานะเจ้ากระทรวงมหาดไทย แต่ในแง่มุมของกฎหมายนั้นเป็นประเด็นที่สำคัญที่กำลังรอการดำเนินการว่าครอบครัวชินวัตรในฐานะเจ้าของที่ดินจะต้องดำเนินการอย่างไร
    .
    นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ระบุว่า มีแนวคำวินิจฉัยการเพิกถอนที่ดินอัลไพน์ของคณะกรรมการกฤษฎีกามาตั้งแต่ปี 2544 และหลักของคำวินิจฉัย คือ ที่ดินที่ได้มาโดยมรดกต้องทำเป็นไปตามที่เจ้าของมรดกกำหนด เมื่อต้องการให้ตกแก่วัดก็ต้องตกแก่วัด ซึ่งการเพิกถอนที่ดินให้เป็นที่ธรณีสงฆ์เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ขอให้ไปถามจากกระทรวงมหาดไทยว่าจะหาทางแก้ไขเยียวยาให้กับประชาชนที่เกี่ยวข้องหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างไร ซึ่งต้องไปว่ากันอีกรอบหนึ่ง
    .
    "ต้องตรวจสอบว่ามีการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงอะไรหรือไม่ เพราะว่าจริง ๆ แล้ว เราต้องเสียเงินชดเชยให้กับผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้ได้มาโดยสุจริต ต้องไปดูว่าคำสั่งทางปกครองออกมาและถูกยกเลิกไปนั้นชอบหรือไม่ และประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือไม่ ซึ่งผู้เกี่ยวข้องเป็นผู้รับผิดชอบ"
    .
    นายปกรณ์ ยอมรับว่า งบประมาณที่จะนำมาเยียวยานั้นส่วนตัวไม่ทราบว่าจะต้องนำเงินมาจากส่วนใด แต่หากจำเป็นจะต้องแก้ไขเยียวยาก็สามารถของบประมาณจากรัฐบาลได้ ซึ่งงบปกติน่าจะไม่มี เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ได้ตั้งงบไว้ และไม่มีใครคิดว่าจะเกิด จึงต้องหารือกับสำนักงบประมาณว่ามีแหล่งเงินจากที่ใดบ้าง อย่างไรก็ตาม คิดว่ามีหลายวิธีที่จะแก้ไข ซึ่งต้องรอ รมว.มหาดไทย และอธิบดีกรมที่ดิน มาแนะนำว่าจะหาทางแก้อย่างไร
    .
    นายปกรณ์ ส่วนประเด็นปัญหาด้านกฎหมายมีเพียงว่า ถ้าคำสั่งทางปกครองไม่ชอบก็เพิกถอนเสีย และหากเพิกถอนคำสั่งทางปกครองไปแล้ว และมีผลกระทบต่อบุคคลที่สุจริตก็ต้องเยียวยากันในทางกฎหมายมีเพียงแค่นั้น ส่วนในทางบริหารก็ไปว่ากัน
    .
    สำหรับข้อเสนอที่ว่าให้ออกเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนเป็นที่ดินเอกชนนั้น นายปกรณ์ กล่าวว่า การโอนที่ดินซึ่งเป็นที่ธรณีสงฆ์ต้องตามเป็นตามกฏหมายอยู่แล้ว ไม่ได้มีอะไร ซึ่งก็แล้วแต่รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยว่าจะพิจารณาว่าทางใดเหมาะสมหรือสมควร ควรรอถาม รมว.มหาดไทยจะเหมาะสมกว่า
    .............
    Sondhi X
    ชี้ช่องจบปัญหา 'อัลไพน์' กฤษฎีกา เสนอสองทาง 'งบเยียวยา-ออกกฎหมาย' . กรณีพิพาทที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ที่เหมือนจบแต่ไม่จบ เพราะด้านหนึ่งถูกโฟกัสไปในเรื่องทางการเมืองที่ว่าด้วยการเอาคืนพรรคเพื่อไทยของพรรคภูมิใจไทยในฐานะเจ้ากระทรวงมหาดไทย แต่ในแง่มุมของกฎหมายนั้นเป็นประเด็นที่สำคัญที่กำลังรอการดำเนินการว่าครอบครัวชินวัตรในฐานะเจ้าของที่ดินจะต้องดำเนินการอย่างไร . นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ระบุว่า มีแนวคำวินิจฉัยการเพิกถอนที่ดินอัลไพน์ของคณะกรรมการกฤษฎีกามาตั้งแต่ปี 2544 และหลักของคำวินิจฉัย คือ ที่ดินที่ได้มาโดยมรดกต้องทำเป็นไปตามที่เจ้าของมรดกกำหนด เมื่อต้องการให้ตกแก่วัดก็ต้องตกแก่วัด ซึ่งการเพิกถอนที่ดินให้เป็นที่ธรณีสงฆ์เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ขอให้ไปถามจากกระทรวงมหาดไทยว่าจะหาทางแก้ไขเยียวยาให้กับประชาชนที่เกี่ยวข้องหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างไร ซึ่งต้องไปว่ากันอีกรอบหนึ่ง . "ต้องตรวจสอบว่ามีการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงอะไรหรือไม่ เพราะว่าจริง ๆ แล้ว เราต้องเสียเงินชดเชยให้กับผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้ได้มาโดยสุจริต ต้องไปดูว่าคำสั่งทางปกครองออกมาและถูกยกเลิกไปนั้นชอบหรือไม่ และประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือไม่ ซึ่งผู้เกี่ยวข้องเป็นผู้รับผิดชอบ" . นายปกรณ์ ยอมรับว่า งบประมาณที่จะนำมาเยียวยานั้นส่วนตัวไม่ทราบว่าจะต้องนำเงินมาจากส่วนใด แต่หากจำเป็นจะต้องแก้ไขเยียวยาก็สามารถของบประมาณจากรัฐบาลได้ ซึ่งงบปกติน่าจะไม่มี เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ได้ตั้งงบไว้ และไม่มีใครคิดว่าจะเกิด จึงต้องหารือกับสำนักงบประมาณว่ามีแหล่งเงินจากที่ใดบ้าง อย่างไรก็ตาม คิดว่ามีหลายวิธีที่จะแก้ไข ซึ่งต้องรอ รมว.มหาดไทย และอธิบดีกรมที่ดิน มาแนะนำว่าจะหาทางแก้อย่างไร . นายปกรณ์ ส่วนประเด็นปัญหาด้านกฎหมายมีเพียงว่า ถ้าคำสั่งทางปกครองไม่ชอบก็เพิกถอนเสีย และหากเพิกถอนคำสั่งทางปกครองไปแล้ว และมีผลกระทบต่อบุคคลที่สุจริตก็ต้องเยียวยากันในทางกฎหมายมีเพียงแค่นั้น ส่วนในทางบริหารก็ไปว่ากัน . สำหรับข้อเสนอที่ว่าให้ออกเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนเป็นที่ดินเอกชนนั้น นายปกรณ์ กล่าวว่า การโอนที่ดินซึ่งเป็นที่ธรณีสงฆ์ต้องตามเป็นตามกฏหมายอยู่แล้ว ไม่ได้มีอะไร ซึ่งก็แล้วแต่รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยว่าจะพิจารณาว่าทางใดเหมาะสมหรือสมควร ควรรอถาม รมว.มหาดไทยจะเหมาะสมกว่า ............. Sondhi X
    Like
    Love
    Haha
    12
    0 Comments 0 Shares 1821 Views 0 Reviews
  • ท่องเที่ยวไทยป่นปี้พินาศ จีนหวั่นไม่ปลอดภัย จนท.รัฐเอื้อจีนเทา+อุ๊งอิ๊งค์ปัดสวะข่าวปลอม
    .
    จากกรณีของ นายหวัง ซิง หรือที่เรียกว่า ซิงซิง ดาราจีนที่ถูกหลอกลวง กักขัง โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพม่า ต่อมาได้รับการช่วยเหลือจากฝ่ายไทยเมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา ท่านผู้ชมรู้ไหม แทนที่ประเทศไทยจะเป็นฮีโร่ที่ช่วยเหลือเหยื่อได้อย่างรวดเร็ว กลับกลายเป็นกระแสคนจีนหวาดกลัวประเทศไทยไปแล้ว คนจีนยกเลิกทัวร์ช่วงตรุษจีนอย่างมากมาย คนจีนจำนวนมากเชื่อแล้วว่าเจ้าหน้าที่ไทยหลับตาข้างนึงสมคบกับจีนเทา
    .
    นักท่องเที่ยวจีนพากันยกเลิกตั๋วเครื่องบินและแผนการมาเที่ยวไทยคิดเป็นสัดส่วนอย่างน้อยเกือบๆ 30% ของยอดจอง ประเมินว่าประเทศไทยจะสูญเสียรายได้ถึง 5,000 ล้านบาท ยอดการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยวไทยในแพลตฟอร์มของจีนลดลงมากกว่า 40%
    .
    แม้ว่านางฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จะพยายามแก้ไขสถานการณ์ด้วยการออกจดหมายภาษาจีนเผยแพร่ไปในสื่อสังคมออนไลน์จีนเมื่อวันเสาร์11ม.ค. โดยใช้วาทะยอดนิยม ไม่เคยเบื่อที่จะใช้ ว่า "จีน-ไทย ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน" แต่ว่าคนจีนเห็นว่า ในแต่ละปีชาวจีนหลายหมื่นคนถูกล่อลวงโดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีต้นทาง โดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน
    .
    ขณะที่อุ๊งอิ๊งค์ แพทองธาร ชินวัตร ก็ยังคงไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับชาวบ้านเขา ไม่เข้าใจปัญหาเชิงระบบ มิหนำซ้ำยังทะลึ่งออกมาบอกว่าเป็นความเข้าใจผิด ข่าวปลอม คือไม่รู้เลยว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ปัดสวะบอกว่าเป็นข่าวปลอม
    .
    คุณอุ๊งอิ๊งค์ครับ เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเรื่องความเข้าใจผิดหรือข่าวปลอมแต่อย่างใด เพราะเป็นปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทุนจีนสีเทาที่ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน และเป็นฐานในการหลอกลวงพวกเดียวกันเอง รวมทั้งคนไทย ชาติไทย ชาติอื่น ประเทศไทยถูกมองว่าเป็นเส้นทางการค้ามนุษย์ของขบวนการหลอกลวง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง คุณอุ๊งอิ๊งค์ นี่เป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขอย่างจริงจัง เป็นระบบ ผมเห็นใจท่าน สงสารท่าน และสมนำหน้าท่านด้วย พูดอะไรไม่คิดเลย ถ้าท่านบอกว่าท่านจะลงไปแก้ไขที่ระบบพวกนี้ ยังน่าฟังหน่อย ท่านพูดลอยๆ อีก 6 เดือน จบแน่นอน คอลเซ็นเตอร์
    .
    แก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้านล้วนใช้อินเทอร์เน็ต ไฟฟ้า เส้นทางการเงินจากประเทศไทย การปัดสวะให้พ้นตัว อ้างว่าจีนหลอกจีน เหมือนเหตุเรือล่มที่ภูเก็ตเมื่อปี 2561ที่พล.อ.ประวิตร ต้องออกมาขอโทษในที่สุด
    .
    ประชาชนชาวจีนยังโยงข่าวที่ประชุม ครม. อนุมัติร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจบันเทิงครบวงจร หรือที่เรียกว่า เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ โดยนายกฯ อุ๊งอิ๊งค์ รวมทั้งนายกฯ ตัวจริง ทักษิณ ชินวัตร คุยโวโอ้อวดว่าจะทำให้การท่องเที่ยวเจริญเติบโตมาก และ GDP จะสูงมาก แต่ชาวจีนกลับวิจารณ์ว่า มีบ่อนการพนันถูกกฎหมายจะยิ่งทำให้ประเทศไทยน่ากลัวมากขึ้น
    .
    คุณอุ๊งอิ๊งค์ครับ คุณภูมิธรรมครับ และท่านนายกฯ ตัวจริงครับ ทักษิณ ชินวัตร ท่านหยุดบ้าบอคอแตกเรื่องเกี่ยวกับเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์สักพักได้มั้ย ท่านมาสัมผัสความเป็นจริงหน่อย รัฐบาลไทยต้องคุยกับจีน พม่า กองกำลังกะเหรี่ยงที่คุมแถวเมียวดี แม่สอด ฉ่วยก๊กโก ว่าจะปล่อยให้เหตุการณ์ดำเนินต่อไปอย่างนี้ไม่ได้ เพราะประเทศไทยได้รับความเสียหาย เสียชื่อ
    .
    สรุป ประเทศไทยไม่สามารถจะปัดความรับผิดชอบได้ว่าขบวนการอาชญากรรมอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ได้อยู่ในบ้านเรา เพราะว่าประเทศไทยและคนไทยก็รับเคราะห์เช่นเดียวกัน การตัดรากถอนโคนปัญหา ถึงจะเป็นการกอบกู้ชื่อเสียงให้คนไทยได้ดีที่สุด และปกป้องคนไทยเองด้วย
    .
    เวลาคนจีนนั่งเครื่องมาไทยต้องได้รับการแจกใบปลิว 2-3 หน้า ให้ความรู้เรื่องขบวนการจีนเทาหลอกว่าจะได้เงิน อย่าไปเชื่อ เพราะในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจจีนไม่ค่อยดีเหมือนแต่ก่อน ทำให้คนมีความหวัง มาขุดทองในภูมิภาคนี้มาก แต่หลายคนกลับเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์
    .
    ตำรวจ และ ตม. ต้องจัดการจีนเทาเด็ดขาด จีนเทาอยู่ได้ในประเทศไทยเพราะตำรวจ พวกที่ซื้อบ้านแถวนั้นรอรับแขกแถวชายแดน พวกตำรวจภูธรภาค 6 กับพวกผู้กำกับแม่สอด นั่นล่ะตัวดี
    ท่องเที่ยวไทยป่นปี้พินาศ จีนหวั่นไม่ปลอดภัย จนท.รัฐเอื้อจีนเทา+อุ๊งอิ๊งค์ปัดสวะข่าวปลอม . จากกรณีของ นายหวัง ซิง หรือที่เรียกว่า ซิงซิง ดาราจีนที่ถูกหลอกลวง กักขัง โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพม่า ต่อมาได้รับการช่วยเหลือจากฝ่ายไทยเมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา ท่านผู้ชมรู้ไหม แทนที่ประเทศไทยจะเป็นฮีโร่ที่ช่วยเหลือเหยื่อได้อย่างรวดเร็ว กลับกลายเป็นกระแสคนจีนหวาดกลัวประเทศไทยไปแล้ว คนจีนยกเลิกทัวร์ช่วงตรุษจีนอย่างมากมาย คนจีนจำนวนมากเชื่อแล้วว่าเจ้าหน้าที่ไทยหลับตาข้างนึงสมคบกับจีนเทา . นักท่องเที่ยวจีนพากันยกเลิกตั๋วเครื่องบินและแผนการมาเที่ยวไทยคิดเป็นสัดส่วนอย่างน้อยเกือบๆ 30% ของยอดจอง ประเมินว่าประเทศไทยจะสูญเสียรายได้ถึง 5,000 ล้านบาท ยอดการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยวไทยในแพลตฟอร์มของจีนลดลงมากกว่า 40% . แม้ว่านางฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จะพยายามแก้ไขสถานการณ์ด้วยการออกจดหมายภาษาจีนเผยแพร่ไปในสื่อสังคมออนไลน์จีนเมื่อวันเสาร์11ม.ค. โดยใช้วาทะยอดนิยม ไม่เคยเบื่อที่จะใช้ ว่า "จีน-ไทย ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน" แต่ว่าคนจีนเห็นว่า ในแต่ละปีชาวจีนหลายหมื่นคนถูกล่อลวงโดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีต้นทาง โดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน . ขณะที่อุ๊งอิ๊งค์ แพทองธาร ชินวัตร ก็ยังคงไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับชาวบ้านเขา ไม่เข้าใจปัญหาเชิงระบบ มิหนำซ้ำยังทะลึ่งออกมาบอกว่าเป็นความเข้าใจผิด ข่าวปลอม คือไม่รู้เลยว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ปัดสวะบอกว่าเป็นข่าวปลอม . คุณอุ๊งอิ๊งค์ครับ เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเรื่องความเข้าใจผิดหรือข่าวปลอมแต่อย่างใด เพราะเป็นปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทุนจีนสีเทาที่ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน และเป็นฐานในการหลอกลวงพวกเดียวกันเอง รวมทั้งคนไทย ชาติไทย ชาติอื่น ประเทศไทยถูกมองว่าเป็นเส้นทางการค้ามนุษย์ของขบวนการหลอกลวง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง คุณอุ๊งอิ๊งค์ นี่เป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขอย่างจริงจัง เป็นระบบ ผมเห็นใจท่าน สงสารท่าน และสมนำหน้าท่านด้วย พูดอะไรไม่คิดเลย ถ้าท่านบอกว่าท่านจะลงไปแก้ไขที่ระบบพวกนี้ ยังน่าฟังหน่อย ท่านพูดลอยๆ อีก 6 เดือน จบแน่นอน คอลเซ็นเตอร์ . แก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้านล้วนใช้อินเทอร์เน็ต ไฟฟ้า เส้นทางการเงินจากประเทศไทย การปัดสวะให้พ้นตัว อ้างว่าจีนหลอกจีน เหมือนเหตุเรือล่มที่ภูเก็ตเมื่อปี 2561ที่พล.อ.ประวิตร ต้องออกมาขอโทษในที่สุด . ประชาชนชาวจีนยังโยงข่าวที่ประชุม ครม. อนุมัติร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจบันเทิงครบวงจร หรือที่เรียกว่า เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ โดยนายกฯ อุ๊งอิ๊งค์ รวมทั้งนายกฯ ตัวจริง ทักษิณ ชินวัตร คุยโวโอ้อวดว่าจะทำให้การท่องเที่ยวเจริญเติบโตมาก และ GDP จะสูงมาก แต่ชาวจีนกลับวิจารณ์ว่า มีบ่อนการพนันถูกกฎหมายจะยิ่งทำให้ประเทศไทยน่ากลัวมากขึ้น . คุณอุ๊งอิ๊งค์ครับ คุณภูมิธรรมครับ และท่านนายกฯ ตัวจริงครับ ทักษิณ ชินวัตร ท่านหยุดบ้าบอคอแตกเรื่องเกี่ยวกับเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์สักพักได้มั้ย ท่านมาสัมผัสความเป็นจริงหน่อย รัฐบาลไทยต้องคุยกับจีน พม่า กองกำลังกะเหรี่ยงที่คุมแถวเมียวดี แม่สอด ฉ่วยก๊กโก ว่าจะปล่อยให้เหตุการณ์ดำเนินต่อไปอย่างนี้ไม่ได้ เพราะประเทศไทยได้รับความเสียหาย เสียชื่อ . สรุป ประเทศไทยไม่สามารถจะปัดความรับผิดชอบได้ว่าขบวนการอาชญากรรมอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ได้อยู่ในบ้านเรา เพราะว่าประเทศไทยและคนไทยก็รับเคราะห์เช่นเดียวกัน การตัดรากถอนโคนปัญหา ถึงจะเป็นการกอบกู้ชื่อเสียงให้คนไทยได้ดีที่สุด และปกป้องคนไทยเองด้วย . เวลาคนจีนนั่งเครื่องมาไทยต้องได้รับการแจกใบปลิว 2-3 หน้า ให้ความรู้เรื่องขบวนการจีนเทาหลอกว่าจะได้เงิน อย่าไปเชื่อ เพราะในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจจีนไม่ค่อยดีเหมือนแต่ก่อน ทำให้คนมีความหวัง มาขุดทองในภูมิภาคนี้มาก แต่หลายคนกลับเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ . ตำรวจ และ ตม. ต้องจัดการจีนเทาเด็ดขาด จีนเทาอยู่ได้ในประเทศไทยเพราะตำรวจ พวกที่ซื้อบ้านแถวนั้นรอรับแขกแถวชายแดน พวกตำรวจภูธรภาค 6 กับพวกผู้กำกับแม่สอด นั่นล่ะตัวดี
    Love
    1
    0 Comments 1 Shares 1101 Views 0 Reviews
  • 4 ม.ค.2568 - นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ในวารดิถีขึ้นปีใหม่ 2568 นี้ ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่พี่น้องประชาชนแต่ละท่านเคารพนับถือ โปรดดลบันดาลและอำนวยพรให้ทุกท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุข ความสมหวัง และความสำเร็จในทุกสิ่งที่มุ่งหวัง ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ เดินทางไปไหนก็ขอให้คลาดแคล้วจากอุบัติเหตุอันตราย ใครที่ประสบความสำเร็จในปี 2567 อยู่แล้ว ก็ขอให้ประสบความสำเร็จยิ่งๆ ขึ้นไปในปี 2568 ใครที่ยังไปไม่ถึงฟากฝั่งในปี 2567 ก็ขอให้ไปให้ถึงเป้าหมายในปีใหม่ 2568 นี้ ขอให้ทุกท่านมีพลังกายและพลังใจที่เข้มแข็ง ชนะอุปสรรคได้ทั้งปวง พบแต่สิ่งดีๆ และคนดีๆ ตลอดปี 2568 และตลอดไปครับ

    สำหรับผม ปี 2567 ที่เพิ่งผ่านไป ถือเป็นปีที่เหนื่อยมาก เพราะต้องทำงานแข่งกับเวลาที่หมดไปอย่างรวดเร็วในแต่ละวันโดยแทบไม่มีการหยุดพัก แต่อย่างน้อยผมก็ทำสำเร็จเกือบ 100% ตามที่บอกไว้ครับ

    1. ตรึงค่าไฟฟ้าไว้ที่หน่วยละ 4.18 บาท และคงค่าไฟฟ้าสำหรับกลุ่มเปราะบางที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกินเดือนละ 300 หน่วย ไว้ที่ราคาหน่วยละ 3.99 บาท มาได้ตลอดทั้งปี 2567 สำหรับปี2568 ช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน 2568 ค่าไฟฟ้าก็จะอยู่ที่หน่วยละ 4.15 บาท ทั้งนี้ ด้วยการสนับสนุนของท่านนายกฯ เศรษฐาและท่านนายกฯ แพทองธาร

    2.ร่างกฎหมายกำกับการประกอบกิจการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงเสร็จแล้ว ตอนนี้กำลังตรวจแก้ไขต้นร่างเกือบเสร็จแล้ว รออีกนิดนะครับ กฎหมายนี้จะมีกติกาที่ไม่ให้ปรับราคาน้ำมันขึ้นลงรายวัน มีระบบพิสูจน์ต้นทุน และยกเลิกการอ้างอิงราคาน้ำมันที่ตลาดสิงคโปร์ โดยนำระบบต้นทุนบวกค่าใช้จ่ายจริงที่เรียกว่าระบบ COST PLUS มาใช้แทน ที่สำคัญคือ จะให้มีน้ำมันเพื่อเกษตรกร และชาวประมงในราคาที่ถูกลง และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขนส่งและองค์กรสาธารณกุศลสามารถนำน้ำมันเข้ามาใช้ได้เอง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนลงได้มาก และยังจะเปิดโอกาสให้รัฐสามารถจัดให้มีน้ำมันเพื่อผู้มีรายได้น้อยด้วย

    3. กฎหมายฉบับที่สองที่ทำเสร็จแล้ว คือกฎหมายส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์รูฟ ซึ่งจะพังทลายกฎเกณฑ์กติกาเดิมๆ ที่ทำให้การใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เป็นเรื่องยุ่งยากและล่าช้า ผมยกเลิกการขออนุญาตทุกรูปแบบโดยเปลี่ยนมาเป็นการติดตั้งได้ทันทีตามกฎเกณฑ์ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน เมื่อติดตั้งแล้วก็ใช้ระบบแจ้งให้ทราบ จากนั้นแต่ละหน่วยงานก็จะไปตรวจสอบเอง หากมีสิ่งใดต้องแก้ไขก็ว่ากันไป ไม่ต้องเสียเวลารอการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ไม่กี่คน ขณะที่คนทั้งประเทศต้องรอกันทั้งชาติ กฎหมายนี้จะเสนอในนามของรัฐบาลด้วย แต่ขั้นตอนช้า ต้องดำเนินการอีกหลายอย่าง ผมเลยให้เสนอเข้าสภาฯ ในนามของพรรครวมไทยสร้างชาติก่อน ซึ่งดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567 ครับ

    สำหรับปี 2568 นี้ สิ่งที่ผมวางเป้าหมายไว้เป็นเรื่องแรกเลย คือ จะร่างกฎหมายสำรองน้ำมันเพื่อความมั่นคง หรือStrategic Petroleum reserve (SPR) ที่จะนำมาใช้แทนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและสร้างความมั่นคงให้ประเทศ ซึ่งจะทำต่อจากกฎหมายกำกับกิจการค้าน้ำมัน ไม่น่าเชื่อว่าประเทศเราไม่เคยมีสำรองน้ำมันของประเทศเลย ที่มีอยู่ก็เป็นการสำรองของภาคเอกชนเพื่อประโยชน์ทางการค้าเป็นหลักตามกฎหมายการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงเท่านั้น และเก็บสำรองเพียงประมาณ 20-25 วัน แต่หลักเกณฑ์ของการสำรองน้ำมันเพื่อความมั่นคงของประเทศต้องไม่ใช่เพื่อการค้าแต่เพื่อประโยชน์ของชาติ และต้องมีสำรองขั้นต่ำ 90 วัน โดยผมจะนำระบบนี้มาใช้แทนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จะเปลี่ยนการเก็บเงินจากการซื้อขายน้ำมันที่ไล่เก็บจากประชาชนไปเข้ากองทุนน้ำมัน เป็นระบบเก็บเป็นน้ำมันจากผู้ค้าน้ำมันแทน ระบบนี้จะทำให้ราคาน้ำมันลดลงทันทีอย่างน้อย 2.50 บาท ถึง 4 บาทกว่าๆ แล้วแต่ประเภทของน้ำมันเพราะไม่มีการเก็บเงินส่วนนี้จากประชาชนอีก แล้วใช้น้ำมันในส่วนนี้ไปชดเชยราคาน้ำมันให้ผู้ค้าน้ำมันแทนเงินที่เก็บจากประชาชน

    ส่วนเรื่องค่าไฟฟ้าจะต่อยอดจากกฎหมายส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อช่วยประชาชนให้ลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าลงนั้น ผมกำลังดำเนินการให้กระทรวงพลังงานผลิตอุปกรณ์ที่เป็นอุปกรณ์หลักในการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เรียกว่าเครื่อง Invertor ที่มีราคาแพงประมาณเครื่องละ 30,000-40,000 บาท โดยน่าจะผลิตได้ในราคาเพียง 1 ใน 3 ของราคาในท้องตลาดเท่านั้น ตอนนี้เครื่องต้นแบบผ่านการทดสอบขั้นที่หนึ่งจากสถาบัน สวทช. แล้ว และกำลังรอทดสอบอีกสองขั้นตอน เมื่อผ่านหมดก็จะเริ่มเข้าสู่แผนการผลิตจำหน่ายให้ประชาชนในราคาถูกที่สุด และจะหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อให้ประชาชนสามารถหักค่าใช้จ่ายส่วนนี้จากภาระภาษีเงินได้ประจำปีด้วย อีกทั้งยังกำลังดำเนินการหาแนวทางให้กองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในสังกัดกระทรวงพลังงานสามารถสนับสนุนเงินทุนหรืออย่างใดอย่างหนึ่งให้ประชาชนด้วย

    ผมเชื่อว่าผลงานของรัฐบาลโดยกระทรวงพลังงานตั้งแต่ปลายปี 2567 ต่อยอดไปถึงปี 2568 จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้พี่น้องประชาชนได้ตามนโยบายรัฐบาลและตามที่ท่านนายกฯแพทองธารประกาศไว้ และจะช่วยทำให้ประเทศมีความมั่นคงด้านพลังงานมากขึ้นด้วย

    สุดท้าย ผมเคยพูดไว้ว่า สิ่งที่ผมทำเพื่อพี่น้องประชาชนจะมีคนที่เคยได้ประโยชน์กันมากว่า 50 ปีเป็นอย่างน้อยต้องเสียประโยชน์ ผมรู้ว่าผมจะต้องโดนวิชามารกระหน่ำแบบไหน แต่ผมไม่กลัวและผมจะทำให้ได้ ขอเพียงพี่น้องประชาชนช่วยเป็นกำแพงให้ผมพิงเท่านั้นก็พอ ความสำเร็จของการทำงานเพื่อประชาชนเริ่มทยอยปรากฏให้เห็นมาตั้งแต่ปลายปี 2567 ตามที่ผมวางเป้าหมายไว้

    และเป็นที่น่าสังเกตว่าในช่วงสองสามเดือนก่อนสิ้นปี 2567 ผมถูกกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าสื่อบางกลุ่มรุมกระหน่ำปั้นข่าวทุกรูปแบบ โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวเปิดตัวพรรคใหม่ทุนหนา ก็มีบัญชีอวตารเปิดใหม่พรึ่บเพื่อใช้ถล่มผมแบบไม่ยั้งมือ แต่ผมไม่เคยหวั่นไหวและจะทำในสิ่งที่ต้องทำเสมอครับ

    พอเห็นว่ากลยุทธ์แบบเดิมทำท่าจะเล่นงานไม่ไหว ก็ไปปั้นข่าวว่าผมขัดแย้งกับนายกฯบ้างขัดแย้งกับพรรคแกนนำรัฐบาลบ้าง ทั้งๆ ที่ผมและทั้งนายกฯ แพทองธารและอดีตนายกฯ เศรษฐาไม่เคยมีอะไรขัดแย้งกันเลย

    แถมทั้งสองท่านก็สนับสนุนการทำงานของผมตลอดมา เพราะเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลทั้งสิ้น ผลงานเรื่องการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานก็สำเร็จด้วยดีเพราะการสนับสนุนทั้งสองท่าน ล่าสุดที่ท่านนายกฯ แพทองธารประกาศว่าจะทำลายทุนผูกขาด ท่านก็พูดจริง ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. ครั้งหลังสุดเมื่อวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา ท่านนายกฯ ติดภารกิจด่วนก็มอบให้ผมเป็นประธานการประชุมแทน และกำชับให้ผมขอมติคณะกรรมการ กพช. ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องประมูลไฟฟ้าพลังงานสะอาดด้วย โดยมีท่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เป็นผู้ประสานงานและติดตามงานตลอดเวลา เพราะฉะนั้น ใครจะปั้นข่าวอะไรผมไม่สนใจ ผมสนใจแต่การทำงานและประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเท่านั้นครับ

    อย่างไรก็ตาม ผมขอขอบคุณอีกครั้ง สำหรับทุกกำลังใจที่มีให้ผมและพรรครวมไทยสร้างชาติมากขึ้นเรื่อยๆ และขอบคุณที่เป็นกำแพงเหล็กให้ผมพิงในการทำงาน และในปี 2568 นี้ ผมจะทำงานให้หนักขึ้นเพื่อความสำเร็จและประโยชน์ชาติบ้านเมืองครับ

    4 ม.ค.2568 - นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ในวารดิถีขึ้นปีใหม่ 2568 นี้ ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่พี่น้องประชาชนแต่ละท่านเคารพนับถือ โปรดดลบันดาลและอำนวยพรให้ทุกท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุข ความสมหวัง และความสำเร็จในทุกสิ่งที่มุ่งหวัง ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ เดินทางไปไหนก็ขอให้คลาดแคล้วจากอุบัติเหตุอันตราย ใครที่ประสบความสำเร็จในปี 2567 อยู่แล้ว ก็ขอให้ประสบความสำเร็จยิ่งๆ ขึ้นไปในปี 2568 ใครที่ยังไปไม่ถึงฟากฝั่งในปี 2567 ก็ขอให้ไปให้ถึงเป้าหมายในปีใหม่ 2568 นี้ ขอให้ทุกท่านมีพลังกายและพลังใจที่เข้มแข็ง ชนะอุปสรรคได้ทั้งปวง พบแต่สิ่งดีๆ และคนดีๆ ตลอดปี 2568 และตลอดไปครับ สำหรับผม ปี 2567 ที่เพิ่งผ่านไป ถือเป็นปีที่เหนื่อยมาก เพราะต้องทำงานแข่งกับเวลาที่หมดไปอย่างรวดเร็วในแต่ละวันโดยแทบไม่มีการหยุดพัก แต่อย่างน้อยผมก็ทำสำเร็จเกือบ 100% ตามที่บอกไว้ครับ 1. ตรึงค่าไฟฟ้าไว้ที่หน่วยละ 4.18 บาท และคงค่าไฟฟ้าสำหรับกลุ่มเปราะบางที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกินเดือนละ 300 หน่วย ไว้ที่ราคาหน่วยละ 3.99 บาท มาได้ตลอดทั้งปี 2567 สำหรับปี2568 ช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน 2568 ค่าไฟฟ้าก็จะอยู่ที่หน่วยละ 4.15 บาท ทั้งนี้ ด้วยการสนับสนุนของท่านนายกฯ เศรษฐาและท่านนายกฯ แพทองธาร 2.ร่างกฎหมายกำกับการประกอบกิจการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงเสร็จแล้ว ตอนนี้กำลังตรวจแก้ไขต้นร่างเกือบเสร็จแล้ว รออีกนิดนะครับ กฎหมายนี้จะมีกติกาที่ไม่ให้ปรับราคาน้ำมันขึ้นลงรายวัน มีระบบพิสูจน์ต้นทุน และยกเลิกการอ้างอิงราคาน้ำมันที่ตลาดสิงคโปร์ โดยนำระบบต้นทุนบวกค่าใช้จ่ายจริงที่เรียกว่าระบบ COST PLUS มาใช้แทน ที่สำคัญคือ จะให้มีน้ำมันเพื่อเกษตรกร และชาวประมงในราคาที่ถูกลง และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขนส่งและองค์กรสาธารณกุศลสามารถนำน้ำมันเข้ามาใช้ได้เอง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนลงได้มาก และยังจะเปิดโอกาสให้รัฐสามารถจัดให้มีน้ำมันเพื่อผู้มีรายได้น้อยด้วย 3. กฎหมายฉบับที่สองที่ทำเสร็จแล้ว คือกฎหมายส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์รูฟ ซึ่งจะพังทลายกฎเกณฑ์กติกาเดิมๆ ที่ทำให้การใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เป็นเรื่องยุ่งยากและล่าช้า ผมยกเลิกการขออนุญาตทุกรูปแบบโดยเปลี่ยนมาเป็นการติดตั้งได้ทันทีตามกฎเกณฑ์ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน เมื่อติดตั้งแล้วก็ใช้ระบบแจ้งให้ทราบ จากนั้นแต่ละหน่วยงานก็จะไปตรวจสอบเอง หากมีสิ่งใดต้องแก้ไขก็ว่ากันไป ไม่ต้องเสียเวลารอการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ไม่กี่คน ขณะที่คนทั้งประเทศต้องรอกันทั้งชาติ กฎหมายนี้จะเสนอในนามของรัฐบาลด้วย แต่ขั้นตอนช้า ต้องดำเนินการอีกหลายอย่าง ผมเลยให้เสนอเข้าสภาฯ ในนามของพรรครวมไทยสร้างชาติก่อน ซึ่งดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567 ครับ สำหรับปี 2568 นี้ สิ่งที่ผมวางเป้าหมายไว้เป็นเรื่องแรกเลย คือ จะร่างกฎหมายสำรองน้ำมันเพื่อความมั่นคง หรือStrategic Petroleum reserve (SPR) ที่จะนำมาใช้แทนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและสร้างความมั่นคงให้ประเทศ ซึ่งจะทำต่อจากกฎหมายกำกับกิจการค้าน้ำมัน ไม่น่าเชื่อว่าประเทศเราไม่เคยมีสำรองน้ำมันของประเทศเลย ที่มีอยู่ก็เป็นการสำรองของภาคเอกชนเพื่อประโยชน์ทางการค้าเป็นหลักตามกฎหมายการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงเท่านั้น และเก็บสำรองเพียงประมาณ 20-25 วัน แต่หลักเกณฑ์ของการสำรองน้ำมันเพื่อความมั่นคงของประเทศต้องไม่ใช่เพื่อการค้าแต่เพื่อประโยชน์ของชาติ และต้องมีสำรองขั้นต่ำ 90 วัน โดยผมจะนำระบบนี้มาใช้แทนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จะเปลี่ยนการเก็บเงินจากการซื้อขายน้ำมันที่ไล่เก็บจากประชาชนไปเข้ากองทุนน้ำมัน เป็นระบบเก็บเป็นน้ำมันจากผู้ค้าน้ำมันแทน ระบบนี้จะทำให้ราคาน้ำมันลดลงทันทีอย่างน้อย 2.50 บาท ถึง 4 บาทกว่าๆ แล้วแต่ประเภทของน้ำมันเพราะไม่มีการเก็บเงินส่วนนี้จากประชาชนอีก แล้วใช้น้ำมันในส่วนนี้ไปชดเชยราคาน้ำมันให้ผู้ค้าน้ำมันแทนเงินที่เก็บจากประชาชน ส่วนเรื่องค่าไฟฟ้าจะต่อยอดจากกฎหมายส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อช่วยประชาชนให้ลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าลงนั้น ผมกำลังดำเนินการให้กระทรวงพลังงานผลิตอุปกรณ์ที่เป็นอุปกรณ์หลักในการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เรียกว่าเครื่อง Invertor ที่มีราคาแพงประมาณเครื่องละ 30,000-40,000 บาท โดยน่าจะผลิตได้ในราคาเพียง 1 ใน 3 ของราคาในท้องตลาดเท่านั้น ตอนนี้เครื่องต้นแบบผ่านการทดสอบขั้นที่หนึ่งจากสถาบัน สวทช. แล้ว และกำลังรอทดสอบอีกสองขั้นตอน เมื่อผ่านหมดก็จะเริ่มเข้าสู่แผนการผลิตจำหน่ายให้ประชาชนในราคาถูกที่สุด และจะหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อให้ประชาชนสามารถหักค่าใช้จ่ายส่วนนี้จากภาระภาษีเงินได้ประจำปีด้วย อีกทั้งยังกำลังดำเนินการหาแนวทางให้กองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในสังกัดกระทรวงพลังงานสามารถสนับสนุนเงินทุนหรืออย่างใดอย่างหนึ่งให้ประชาชนด้วย ผมเชื่อว่าผลงานของรัฐบาลโดยกระทรวงพลังงานตั้งแต่ปลายปี 2567 ต่อยอดไปถึงปี 2568 จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้พี่น้องประชาชนได้ตามนโยบายรัฐบาลและตามที่ท่านนายกฯแพทองธารประกาศไว้ และจะช่วยทำให้ประเทศมีความมั่นคงด้านพลังงานมากขึ้นด้วย สุดท้าย ผมเคยพูดไว้ว่า สิ่งที่ผมทำเพื่อพี่น้องประชาชนจะมีคนที่เคยได้ประโยชน์กันมากว่า 50 ปีเป็นอย่างน้อยต้องเสียประโยชน์ ผมรู้ว่าผมจะต้องโดนวิชามารกระหน่ำแบบไหน แต่ผมไม่กลัวและผมจะทำให้ได้ ขอเพียงพี่น้องประชาชนช่วยเป็นกำแพงให้ผมพิงเท่านั้นก็พอ ความสำเร็จของการทำงานเพื่อประชาชนเริ่มทยอยปรากฏให้เห็นมาตั้งแต่ปลายปี 2567 ตามที่ผมวางเป้าหมายไว้ และเป็นที่น่าสังเกตว่าในช่วงสองสามเดือนก่อนสิ้นปี 2567 ผมถูกกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าสื่อบางกลุ่มรุมกระหน่ำปั้นข่าวทุกรูปแบบ โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวเปิดตัวพรรคใหม่ทุนหนา ก็มีบัญชีอวตารเปิดใหม่พรึ่บเพื่อใช้ถล่มผมแบบไม่ยั้งมือ แต่ผมไม่เคยหวั่นไหวและจะทำในสิ่งที่ต้องทำเสมอครับ พอเห็นว่ากลยุทธ์แบบเดิมทำท่าจะเล่นงานไม่ไหว ก็ไปปั้นข่าวว่าผมขัดแย้งกับนายกฯบ้างขัดแย้งกับพรรคแกนนำรัฐบาลบ้าง ทั้งๆ ที่ผมและทั้งนายกฯ แพทองธารและอดีตนายกฯ เศรษฐาไม่เคยมีอะไรขัดแย้งกันเลย แถมทั้งสองท่านก็สนับสนุนการทำงานของผมตลอดมา เพราะเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลทั้งสิ้น ผลงานเรื่องการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานก็สำเร็จด้วยดีเพราะการสนับสนุนทั้งสองท่าน ล่าสุดที่ท่านนายกฯ แพทองธารประกาศว่าจะทำลายทุนผูกขาด ท่านก็พูดจริง ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. ครั้งหลังสุดเมื่อวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา ท่านนายกฯ ติดภารกิจด่วนก็มอบให้ผมเป็นประธานการประชุมแทน และกำชับให้ผมขอมติคณะกรรมการ กพช. ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องประมูลไฟฟ้าพลังงานสะอาดด้วย โดยมีท่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เป็นผู้ประสานงานและติดตามงานตลอดเวลา เพราะฉะนั้น ใครจะปั้นข่าวอะไรผมไม่สนใจ ผมสนใจแต่การทำงานและประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเท่านั้นครับ อย่างไรก็ตาม ผมขอขอบคุณอีกครั้ง สำหรับทุกกำลังใจที่มีให้ผมและพรรครวมไทยสร้างชาติมากขึ้นเรื่อยๆ และขอบคุณที่เป็นกำแพงเหล็กให้ผมพิงในการทำงาน และในปี 2568 นี้ ผมจะทำงานให้หนักขึ้นเพื่อความสำเร็จและประโยชน์ชาติบ้านเมืองครับ
    0 Comments 0 Shares 861 Views 0 Reviews
  • "การรถไฟฯ" แถลงการณ์ยืนยัน ที่ดิน "เขากระโดง" เป็นกรรมสิทธิของ รฟท. ย้ำมีเอกสาร-ข้อมูล พร้อมยืนยัน
    ลั่นจะดำเนินการทุกอย่าง เพื่อให้ที่ดินดังกล่าว กลับมาเป็นของ รฟท. เพื่อรักษาสมบัติของแผ่นดิน

    การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แถลงการณ์จากกรณีที่มีผู้มาพาดพิง ตามที่มีการรายงานข่าวของสื่อมวลชนว่า นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ซึ่งกำกับดูแลกรมที่ดิน ได้นำอธิบดีกรมที่ดิน รองอธิบดีกรมที่ดิน เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สส.จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และข้าราชการส่วนท้องถิ่นจังหวัดบุรีรัมย์ พบกับราษฎรที่ครอบครองที่ดินบริเวณเขากระโดง เพื่อยืนยันสิทธิ์การครอบครองที่ดินของราษฎร และกล่าวพาดพิงถึง รฟท. ในทำนองว่า รฟท. จะไปก้าวล่วงสิทธิของประชาชนนั้น

    ทั้งนี้ รฟท. เห็นว่า การดำเนินการข้างต้น อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดของประชาชนต่อการดำเนินการของ รฟท. เกี่ยวกับที่ดินเขากระโดง และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ดังนั้นจึงขอชี้แจงว่า รฟท. เป็นหน่วยงานของรัฐ ที่ดินของ รฟท. จึงเป็นที่ดินของรัฐและเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่ง รฟท. มีวัตถุประสงค์เพื่อรับโอนกิจการของกรมรถไฟ ดังนั้นบรรดาที่ดินและทรัพย์สินที่เคยเป็นของกรมรถไฟจึงโอนมาเป็นของ รฟท. ซึ่ง รฟท. มีหน้าที่ต้องดูแลที่ดินบริเวณเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ และติดตามเอาที่ดินของ รฟท. ที่มีการยึดถือครอบครองและออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบให้กลับคืนมาเป็นของ รฟท. อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การดำเนินการของ รฟท. เพื่อทวงคืนที่ดินบริเวณเขากระโดง จึงเป็นการดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่เป็นการก้าวล่วงสิทธิของประชาชนแต่อย่างใด

    ทั้งนี้ที่ดินบริเวณเขากระโดงได้รับการพิสูจน์และยืนยันผ่านกระบวนการทางศาล และความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจนเป็นที่ยุติแล้วว่าที่ดินประมาณ 5,000 ไร่เศษ บริเวณ ตำบลอิสาณ และ ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิของ รฟท. พร้อมกันนี้ศาลปกครองได้วินิจฉัยโดยอ้างถึงคำพิพากษาศาลฎีกาทั้งสองเรื่องข้างต้นแล้วสรุปว่าที่ดินบริเวณพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของ รฟท. นอกจากนี้ คำพิพากษาของศาลปกครองกลางยังระบุด้วยว่า กรมที่ดินมีหน้าที่เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการรถไฟฯ ไม่จำต้องไปฟ้องต่อศาลเพื่อให้มีคำพิพากษาทุกแปลง

    ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของกรมที่ดินที่จะต้องดำเนินการเพิกถอนเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินที่ออกทับที่ดินของ รฟท. ซึ่งเป็นการออกโดยคลาดเคลื่อนและไม่ชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้ง ไม่ได้เป็นการก้าวล่วงสิทธิของประชาชนตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด ส่วนกรณีที่มีคำถามว่า เหตุใด รฟท. จึงไม่ยื่นเอกสารแผนที่แสดงแนวเขตที่ดินชุดเดียวกับที่ยื่นต่อศาลฎีกา ซึ่งแสดงถึงเขตที่ดินของการรถไฟฯ ที่ครบถ้วน และที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของการรถไฟฯ เพื่อให้คณะกรรมการสอบสวนของกรมที่ดินพิจารณานั้น ขอชี้แจงว่า รฟท. ยื่นเอกสารซึ่งแสดงถึงการได้มาของที่ดินรถไฟ รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้อง ให้กับคณะกรรมการสอบสวนทั้งหมด และเป็นเอกสารชุดเดียวกันกับที่ยื่นต่อศาลยุติธรรมด้วย

    ทั้งนี้ปัญหาการออกเอกสารทับซ้อนที่ดินของ รฟท. นั้น หน่วยงานที่เป็นผู้ออกเอกสารสิทธิในที่ดิน คือ กรมที่ดินและสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า มีการออกเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินโดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงถือเป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยและกรมที่ดินที่จะต้องแก้ไขหรือดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายด้วยการดำเนินการตามขั้นตอนในการเพิกถอนเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินทั้งหมด

    พร้อมขอขอยืนยันว่า สิทธิในความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินของ รฟท. บริเวณแยกเขากระโดง อันเป็นที่ดินของรัฐ โดยจะดำเนินการทุกอย่างภายในกรอบของกฎหมาย เพื่อให้ที่ดินดังกล่าวกลับคืนมาเป็นที่ดินของ รฟท. เพื่อสงวนไว้เป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินอันเป็นไปเพื่อประโยชน์โดยรวมของประชาชนทุกคนต่อไป

    โดยการแก้ปัญหาที่ดินเขากระโดงไม่ใช่เรื่องยาก หากกรมที่ดินซึ่งเป็นผู้ออกเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินได้ร่วมมือกับ รฟท. ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายและคำพิพากษาของศาลฎีกาและศาลปกครองกลาง และไม่ควรอย่างยิ่งที่จะมีฝ่ายใดนำเอาปัญหาที่ดินเขากระโดง ไปเชื่อมโยงเพื่อเป็นประเด็นการเมือง เพียงหวังเรื่องคะแนนนิยมทางการเมือง เพราะจะทำให้การแก้ปัญหามีความยุ่งยากซับซ้อนขึ้นไปอีก
    "การรถไฟฯ" แถลงการณ์ยืนยัน ที่ดิน "เขากระโดง" เป็นกรรมสิทธิของ รฟท. ย้ำมีเอกสาร-ข้อมูล พร้อมยืนยัน ลั่นจะดำเนินการทุกอย่าง เพื่อให้ที่ดินดังกล่าว กลับมาเป็นของ รฟท. เพื่อรักษาสมบัติของแผ่นดิน การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แถลงการณ์จากกรณีที่มีผู้มาพาดพิง ตามที่มีการรายงานข่าวของสื่อมวลชนว่า นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ซึ่งกำกับดูแลกรมที่ดิน ได้นำอธิบดีกรมที่ดิน รองอธิบดีกรมที่ดิน เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สส.จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และข้าราชการส่วนท้องถิ่นจังหวัดบุรีรัมย์ พบกับราษฎรที่ครอบครองที่ดินบริเวณเขากระโดง เพื่อยืนยันสิทธิ์การครอบครองที่ดินของราษฎร และกล่าวพาดพิงถึง รฟท. ในทำนองว่า รฟท. จะไปก้าวล่วงสิทธิของประชาชนนั้น ทั้งนี้ รฟท. เห็นว่า การดำเนินการข้างต้น อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดของประชาชนต่อการดำเนินการของ รฟท. เกี่ยวกับที่ดินเขากระโดง และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ดังนั้นจึงขอชี้แจงว่า รฟท. เป็นหน่วยงานของรัฐ ที่ดินของ รฟท. จึงเป็นที่ดินของรัฐและเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่ง รฟท. มีวัตถุประสงค์เพื่อรับโอนกิจการของกรมรถไฟ ดังนั้นบรรดาที่ดินและทรัพย์สินที่เคยเป็นของกรมรถไฟจึงโอนมาเป็นของ รฟท. ซึ่ง รฟท. มีหน้าที่ต้องดูแลที่ดินบริเวณเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ และติดตามเอาที่ดินของ รฟท. ที่มีการยึดถือครอบครองและออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบให้กลับคืนมาเป็นของ รฟท. อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การดำเนินการของ รฟท. เพื่อทวงคืนที่ดินบริเวณเขากระโดง จึงเป็นการดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่เป็นการก้าวล่วงสิทธิของประชาชนแต่อย่างใด ทั้งนี้ที่ดินบริเวณเขากระโดงได้รับการพิสูจน์และยืนยันผ่านกระบวนการทางศาล และความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจนเป็นที่ยุติแล้วว่าที่ดินประมาณ 5,000 ไร่เศษ บริเวณ ตำบลอิสาณ และ ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิของ รฟท. พร้อมกันนี้ศาลปกครองได้วินิจฉัยโดยอ้างถึงคำพิพากษาศาลฎีกาทั้งสองเรื่องข้างต้นแล้วสรุปว่าที่ดินบริเวณพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของ รฟท. นอกจากนี้ คำพิพากษาของศาลปกครองกลางยังระบุด้วยว่า กรมที่ดินมีหน้าที่เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการรถไฟฯ ไม่จำต้องไปฟ้องต่อศาลเพื่อให้มีคำพิพากษาทุกแปลง ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของกรมที่ดินที่จะต้องดำเนินการเพิกถอนเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินที่ออกทับที่ดินของ รฟท. ซึ่งเป็นการออกโดยคลาดเคลื่อนและไม่ชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้ง ไม่ได้เป็นการก้าวล่วงสิทธิของประชาชนตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด ส่วนกรณีที่มีคำถามว่า เหตุใด รฟท. จึงไม่ยื่นเอกสารแผนที่แสดงแนวเขตที่ดินชุดเดียวกับที่ยื่นต่อศาลฎีกา ซึ่งแสดงถึงเขตที่ดินของการรถไฟฯ ที่ครบถ้วน และที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของการรถไฟฯ เพื่อให้คณะกรรมการสอบสวนของกรมที่ดินพิจารณานั้น ขอชี้แจงว่า รฟท. ยื่นเอกสารซึ่งแสดงถึงการได้มาของที่ดินรถไฟ รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้อง ให้กับคณะกรรมการสอบสวนทั้งหมด และเป็นเอกสารชุดเดียวกันกับที่ยื่นต่อศาลยุติธรรมด้วย ทั้งนี้ปัญหาการออกเอกสารทับซ้อนที่ดินของ รฟท. นั้น หน่วยงานที่เป็นผู้ออกเอกสารสิทธิในที่ดิน คือ กรมที่ดินและสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า มีการออกเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินโดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงถือเป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยและกรมที่ดินที่จะต้องแก้ไขหรือดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายด้วยการดำเนินการตามขั้นตอนในการเพิกถอนเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินทั้งหมด พร้อมขอขอยืนยันว่า สิทธิในความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินของ รฟท. บริเวณแยกเขากระโดง อันเป็นที่ดินของรัฐ โดยจะดำเนินการทุกอย่างภายในกรอบของกฎหมาย เพื่อให้ที่ดินดังกล่าวกลับคืนมาเป็นที่ดินของ รฟท. เพื่อสงวนไว้เป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินอันเป็นไปเพื่อประโยชน์โดยรวมของประชาชนทุกคนต่อไป โดยการแก้ปัญหาที่ดินเขากระโดงไม่ใช่เรื่องยาก หากกรมที่ดินซึ่งเป็นผู้ออกเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินได้ร่วมมือกับ รฟท. ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายและคำพิพากษาของศาลฎีกาและศาลปกครองกลาง และไม่ควรอย่างยิ่งที่จะมีฝ่ายใดนำเอาปัญหาที่ดินเขากระโดง ไปเชื่อมโยงเพื่อเป็นประเด็นการเมือง เพียงหวังเรื่องคะแนนนิยมทางการเมือง เพราะจะทำให้การแก้ปัญหามีความยุ่งยากซับซ้อนขึ้นไปอีก
    Like
    Love
    3
    1 Comments 1 Shares 653 Views 0 Reviews
  • บ้านเมืองต้องการคนดีมีจริยธรรมสุจริต เป็นผู้นำประเทศ มิใช่นักโทษคดีทุจริต ซึ่งไม่ยอมติดคุก แสแสร้งแกล้งป่วย อาศัยการสนันสนุนของทาสผู้ภักดี ช่วยเหลือ พากันทำผิด เยาะเย้ยกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมของประเทศให้สูญเสียความศักดิ์สิทธิ์

    ความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญ การนิรโทรกรรมผูทำผิด ม.112 การแบ่งผลประโยชน์พลังงานในพื้นที่ทับซ้อนกับขะแม โดยอาศัย MOU โมฆะ ฯลฯ ล้วนเป็นกลเกมส์โกงจากนักโทษคดีทุจริตทักษิณล้วน ๆ

    คนโกหกเป็นปกติธุระ จะไม่ทำชั่วนั้น อยู่ในฐานะที่เป็นไปไม่ได้ ยกตัวอย่าง การทำ MOU44 และJC44 ก็เป็นฝีมือของทักษิณล้วน ๆ เขาทำไปโดยเจตนา เพื่อกอบโกยทรัพย์พลังงานในอ่าวไทยร่วมกับฮุนเซน ตามความโลภในกมลสันดาลโดยชัดแจ้ง

    ทักษิณทำ MOU44 โดยไม่ผ่านรัฐสภา ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนด แต่กลับทำ JC44 รับรอง MOU44 ร่วมกับฮุนเซน แทนที่จะให้รัฐสภาไทยพิจารณา เจตนาในประเด็นนี้ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ทักษิณไม่ให้ความเชื่อถือ ไม่ยอมรับ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแม้แต่น้อย

    เพราะความอยากเป็นประธานประเทศของทักษิณ เป็นเหตุจูงใจให้เขาไม่สนใจพระบรมราชโองการของพ่อ ร.๙ แม้แต่น้อย วันนี้เขากลับมาเร่งรีบ อ้างพื้นที่ทับซ้อนตาม MOU44 ที่ตนตกลงรับรองไว้ร่วมกับฮุนเซน ตั้งแต่ พ.ศ. 2544 โน้นแล้ว

    การรีบเร่งแก้รัฐธรรมนูญ 60 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญป้องกันและปราบโกงที่ดีที่สุด จึงไม่ต้องแปลกใจว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ เป็นสิ่งที่นักการชั่วฝ่ายทักษิณ จะต้องแก้ไขให้ได้ เพียงอ้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญเผด็จการบังหน้า

    เส้นทางเดินทุกย่างก้าวของทักษิณ เป็นไปเพื่อตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศไทยชัดเจน ทุกวันเขาจะขายฝัน ปั้นน้ำให้เป็นตัว เพื่อให้คนส่วนหนึ่งหลงเชื่อ ทำแม้กระทั้งเอาน้องสาว และลูกสาว ซึ่งหาปัญญาไม่ได้ มาสืบทอดอำนาจของตนโดยไม่ละอายใจ

    หากคนไทยไม่ตื่นรู้ และปล่อยผ่านรอยเหยียบย่ำกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของนักโทษชายเทวดาชั้น 14 ​ไปได้ นิรโทษกรรมคดี ม.112 ได้ แก้รัฐธรรมนูญตามใจโจร ผ่านไปได้ วันนั้น หมายถึงวันที่ "เปรตเผด็จการ"ครองเมือง ในตำแห่งประธานาธิบดีคนแรกของประเทศไทย

    บ้านเมืองต้องการคนดีมีจริยธรรมสุจริต เป็นผู้นำประเทศ มิใช่นักโทษคดีทุจริต ซึ่งไม่ยอมติดคุก แสแสร้งแกล้งป่วย อาศัยการสนันสนุนของทาสผู้ภักดี ช่วยเหลือ พากันทำผิด เยาะเย้ยกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมของประเทศให้สูญเสียความศักดิ์สิทธิ์ ความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญ การนิรโทรกรรมผูทำผิด ม.112 การแบ่งผลประโยชน์พลังงานในพื้นที่ทับซ้อนกับขะแม โดยอาศัย MOU โมฆะ ฯลฯ ล้วนเป็นกลเกมส์โกงจากนักโทษคดีทุจริตทักษิณล้วน ๆ คนโกหกเป็นปกติธุระ จะไม่ทำชั่วนั้น อยู่ในฐานะที่เป็นไปไม่ได้ ยกตัวอย่าง การทำ MOU44 และJC44 ก็เป็นฝีมือของทักษิณล้วน ๆ เขาทำไปโดยเจตนา เพื่อกอบโกยทรัพย์พลังงานในอ่าวไทยร่วมกับฮุนเซน ตามความโลภในกมลสันดาลโดยชัดแจ้ง ทักษิณทำ MOU44 โดยไม่ผ่านรัฐสภา ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนด แต่กลับทำ JC44 รับรอง MOU44 ร่วมกับฮุนเซน แทนที่จะให้รัฐสภาไทยพิจารณา เจตนาในประเด็นนี้ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ทักษิณไม่ให้ความเชื่อถือ ไม่ยอมรับ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแม้แต่น้อย เพราะความอยากเป็นประธานประเทศของทักษิณ เป็นเหตุจูงใจให้เขาไม่สนใจพระบรมราชโองการของพ่อ ร.๙ แม้แต่น้อย วันนี้เขากลับมาเร่งรีบ อ้างพื้นที่ทับซ้อนตาม MOU44 ที่ตนตกลงรับรองไว้ร่วมกับฮุนเซน ตั้งแต่ พ.ศ. 2544 โน้นแล้ว การรีบเร่งแก้รัฐธรรมนูญ 60 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญป้องกันและปราบโกงที่ดีที่สุด จึงไม่ต้องแปลกใจว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ เป็นสิ่งที่นักการชั่วฝ่ายทักษิณ จะต้องแก้ไขให้ได้ เพียงอ้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญเผด็จการบังหน้า เส้นทางเดินทุกย่างก้าวของทักษิณ เป็นไปเพื่อตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศไทยชัดเจน ทุกวันเขาจะขายฝัน ปั้นน้ำให้เป็นตัว เพื่อให้คนส่วนหนึ่งหลงเชื่อ ทำแม้กระทั้งเอาน้องสาว และลูกสาว ซึ่งหาปัญญาไม่ได้ มาสืบทอดอำนาจของตนโดยไม่ละอายใจ หากคนไทยไม่ตื่นรู้ และปล่อยผ่านรอยเหยียบย่ำกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของนักโทษชายเทวดาชั้น 14 ​ไปได้ นิรโทษกรรมคดี ม.112 ได้ แก้รัฐธรรมนูญตามใจโจร ผ่านไปได้ วันนั้น หมายถึงวันที่ "เปรตเผด็จการ"ครองเมือง ในตำแห่งประธานาธิบดีคนแรกของประเทศไทย
    1 Comments 0 Shares 846 Views 0 Reviews
  • BEM x SIEMENS เรารู้กันอยู่ 3 ตู้...3 ตู้เท่านั้น

    เมื่อไม่นานมานี้ กลุ่มบริษัทซีเมนส์ โมบิลิตี้ ประเทศเยอรมนี ได้รับการว่าจ้างจาก บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ให้ดำเนินโครงการจ้างเหมาแบบเบ็ดเสร็จ (Turnkey) ของระบบเครื่องกลและไฟฟ้าในโครงการรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) สายสีส้ม บางขุนนนท์-มีนบุรี ระยะทาง 35.9 กิโลเมตร ครอบคลุมการส่งมอบขบวนรถไฟฟ้าขนาด 3 ตู้ 32 ขบวน รวมถึงการบูรณาการระบบเครื่องกลและไฟฟ้า พร้อมสัญญาซ่อมบำรุง

    และโครงการปรับปรุงรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน หลักสอง-ท่าพระ ระยะทาง 48 กิโลเมตร ครอบคลุมการส่งมอบรถไฟฟ้าขนาด 3 ตู้เพิ่มเติม 21 ขบวน รวมถึงการปรับปรุงระบบเครื่องกลและไฟฟ้าเดิม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความถี่การเดินรถพร้อมสัญญาซ่อมบำรุง อีกทั้งยังได้เซ็นสัญญาการบำรุงรักษาครบวงจรสำหรับขบวนรถไฟใหม่ที่เพิ่มเติมมา รวมถึงการขยายสัญญาการบำรุงรักษาครบวงจรที่มีอยู่เดิม สิ้นสุดสัญญาในปี 2582

    มีคนสงสัยว่าทำไม BEM ยังคงใช้ขบวนรถไฟฟ้าขนาด 3 ตู้ กับสายสีน้ำเงินและสายสีส้ม ทั้งๆ ที่คู่แข่งอย่างรถไฟฟ้าบีทีเอสได้เพิ่มตู้รถไฟฟ้าของซีเมนส์จากแบบ 3 ตู้ เป็น 4 ตู้ทั้ง 35 ขบวน ส่วนรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงก็มีทั้ง 4 ตู้ต่อขบวน และ 6 ตู้ต่อขบวน คำตอบอย่างไม่เป็นทางการก็คือ ต้องไปแก้ไขระบบอาณัติสัญญาณ (Signaling) และประตูกั้นชานชาลา (PSD) ถ้าเพิ่มขบวนรถไม่ต้องแก้ไข และช่วยเพิ่มความถี่ให้ผู้โดยสารไม่ต้องรอนาน

    ในตอนหนึ่งการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น BEM ครั้งที่ 1/2567 เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2567 ชี้แจงว่าเนื่องจากสายทางของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออก (ศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี) มีจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นสถานีร่วม ดังนั้นเมื่อรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออกเปิดให้บริการในปี 2571 จะส่งต่อผู้โดยสารจำนวนมากเข้าสู่รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

    บริษัทฯ จึงจำเป็นต้องจัดหาขบวนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพิ่มเติมอีก 21 ขบวน และปรับปรุงระบบที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการให้บริการทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยมีแนวทางในการจัดซื้อขบวนรถไฟฟ้าแบบ 3 ตู้ประกอบต่อขบวน ซึ่งจะสามารถเพิ่มความถี่ในการให้บริการมากขึ้น มีความยืดหยุ่นได้ตลอดเส้นทาง ไม่เกิดผลกระทบต่อการให้บริการเดินรถในช่วงปรับปรุงระบบรถไฟฟ้า

    อนึ่ง ปัจจุบันรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินมีทั้งหมด 54 ขบวน แบ่งเป็นรถไฟฟ้ารุ่นแรก 19 ขบวน และรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ 35 ขบวน ขบวนละ 3 ตู้ หากมีขบวนรถไฟฟ้าเพิ่มเติม 21 ขบวน จะทำให้มีรถไฟฟ้ารวม 75 ขบวน

    #Newskit
    BEM x SIEMENS เรารู้กันอยู่ 3 ตู้...3 ตู้เท่านั้น เมื่อไม่นานมานี้ กลุ่มบริษัทซีเมนส์ โมบิลิตี้ ประเทศเยอรมนี ได้รับการว่าจ้างจาก บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ให้ดำเนินโครงการจ้างเหมาแบบเบ็ดเสร็จ (Turnkey) ของระบบเครื่องกลและไฟฟ้าในโครงการรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) สายสีส้ม บางขุนนนท์-มีนบุรี ระยะทาง 35.9 กิโลเมตร ครอบคลุมการส่งมอบขบวนรถไฟฟ้าขนาด 3 ตู้ 32 ขบวน รวมถึงการบูรณาการระบบเครื่องกลและไฟฟ้า พร้อมสัญญาซ่อมบำรุง และโครงการปรับปรุงรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน หลักสอง-ท่าพระ ระยะทาง 48 กิโลเมตร ครอบคลุมการส่งมอบรถไฟฟ้าขนาด 3 ตู้เพิ่มเติม 21 ขบวน รวมถึงการปรับปรุงระบบเครื่องกลและไฟฟ้าเดิม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความถี่การเดินรถพร้อมสัญญาซ่อมบำรุง อีกทั้งยังได้เซ็นสัญญาการบำรุงรักษาครบวงจรสำหรับขบวนรถไฟใหม่ที่เพิ่มเติมมา รวมถึงการขยายสัญญาการบำรุงรักษาครบวงจรที่มีอยู่เดิม สิ้นสุดสัญญาในปี 2582 มีคนสงสัยว่าทำไม BEM ยังคงใช้ขบวนรถไฟฟ้าขนาด 3 ตู้ กับสายสีน้ำเงินและสายสีส้ม ทั้งๆ ที่คู่แข่งอย่างรถไฟฟ้าบีทีเอสได้เพิ่มตู้รถไฟฟ้าของซีเมนส์จากแบบ 3 ตู้ เป็น 4 ตู้ทั้ง 35 ขบวน ส่วนรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงก็มีทั้ง 4 ตู้ต่อขบวน และ 6 ตู้ต่อขบวน คำตอบอย่างไม่เป็นทางการก็คือ ต้องไปแก้ไขระบบอาณัติสัญญาณ (Signaling) และประตูกั้นชานชาลา (PSD) ถ้าเพิ่มขบวนรถไม่ต้องแก้ไข และช่วยเพิ่มความถี่ให้ผู้โดยสารไม่ต้องรอนาน ในตอนหนึ่งการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น BEM ครั้งที่ 1/2567 เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2567 ชี้แจงว่าเนื่องจากสายทางของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออก (ศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี) มีจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นสถานีร่วม ดังนั้นเมื่อรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออกเปิดให้บริการในปี 2571 จะส่งต่อผู้โดยสารจำนวนมากเข้าสู่รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทฯ จึงจำเป็นต้องจัดหาขบวนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพิ่มเติมอีก 21 ขบวน และปรับปรุงระบบที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการให้บริการทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยมีแนวทางในการจัดซื้อขบวนรถไฟฟ้าแบบ 3 ตู้ประกอบต่อขบวน ซึ่งจะสามารถเพิ่มความถี่ในการให้บริการมากขึ้น มีความยืดหยุ่นได้ตลอดเส้นทาง ไม่เกิดผลกระทบต่อการให้บริการเดินรถในช่วงปรับปรุงระบบรถไฟฟ้า อนึ่ง ปัจจุบันรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินมีทั้งหมด 54 ขบวน แบ่งเป็นรถไฟฟ้ารุ่นแรก 19 ขบวน และรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ 35 ขบวน ขบวนละ 3 ตู้ หากมีขบวนรถไฟฟ้าเพิ่มเติม 21 ขบวน จะทำให้มีรถไฟฟ้ารวม 75 ขบวน #Newskit
    Like
    2
    0 Comments 0 Shares 772 Views 0 Reviews
  • คำแถลงการณ์ครั้งแรกของอดีตประธานาธิบดีซีเรีย ระบุว่ามีความพยายามสร้างข่าวปลอมว่าเป็นการปลดปล่อยซีเรีย แต่แท้จริงแล้วเป็นการกระทำของกลุ่มก่อการร้ายระหว่างประเทศ พร้อมทั้งระบุไม่เคยเตรียมการล่วงหน้าเพื่อหลบหนี แต่สถานการณ์เลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการพังทลายของกองทัพ และจำเป็นต้องตัดสินใจที่ยากลำบาก และยังกล่าวอีกว่า จำเป็นต้องแก้ไขการบิดเบือนข้อมูลเหล่านี้ตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งจะมีการอธิบายเหตุการณ์อย่างละเอียดถี่ถ้วนในภายหลัง

    รายละเอียดคำแถลงฉบับแรกที่ออกโดยอดีตประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาดแห่งซีเรีย:

    'ด้วยการขยายตัวของการก่อการร้ายในซีเรียและการมาถึงกรุงดามัสกัสในตอนเย็นของวันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2024 คำถามเกี่ยวกับที่อยู่และชะตากรรมของประธานาธิบดีก็เริ่มเกิดขึ้น ท่ามกลางความสับสนและข่าวลือที่ห่างไกลจากความจริง เพื่อสนับสนุนการกระทำของกลุ่มก่อการร้ายระหว่างประเทศที่หลอกลวงว่าเป้าหมายคือ "การปฏิวัติเพื่อปลดปล่อยซีเรีย"

    ในช่วงเวลาสำคัญทางประวัติศาสตร์ในชีวิตของประเทศของเรา ความจริงควรต้องถูกเปิดเผย และจำเป็นต้องชี้แจงผ่านแถลงการณ์สั้นๆของสถานการณ์ในช่วงเวลานั้น แต่ข้าพเจ้าจำเป็นต้องยกเลิกไปด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ทำให้ไม่สามารถออกแถลงการณ์ได้ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านั้นไม่สามารถบรรยายรายละเอียดของทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้หมดในแถลงการณ์นี้ ข้าพเจ้าจะกล่าวถึงอย่างละเอียดในภายหลังเมื่อมีโอกาส

    ก่อนอื่นเลย ข้าพเจ้าไม่ได้วางแผนออกจากประเทศอย่างที่มีข่าวลือกัน และไม่ได้ออกจากประเทศในช่วงชั่วโมงสุดท้ายของการสู้รบ แต่ข้าพเจ้ายังคงอยู่ในดามัสกัสเพื่อปฏิบัติหน้าที่จนถึงเช้าตรู่ของวันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม 2024 เมื่อการก่อการร้ายขยายตัวมาในดามัสกัส ข้าพเจ้าจำเป็นต้องย้ายการบัญชาการไปที่ลาตาเกียพร้อมกับเพื่อนชาวรัสเซียเพื่อติดตามการปฏิบัติการรบจากที่นั่น

    เมื่อมาถึงฐานทัพอากาศฮไมมิมในตอนเช้า เห็นได้ชัดว่ากองกำลังของเราได้ถอนตัวออกจากแนวป้องกันทั้งหมดแล้ว และตำแหน่งสุดท้ายของกองทัพก็ถูกพังทลายลง โดยสถานการณ์ภาคสนามในพื้นที่นั้นเลวร้ายลงเรื่อยๆ และการโจมตีฐานทัพทหารรัสเซียเองก็ทวีความรุนแรงขึ้นจากการถูกโจมตีจากโดรน เนื่องจากไม่สามารถออกจากฐานทัพไปทางใดทางหนึ่งได้ มอสโกจึงขอให้ผู้นำฐานทัพทำงานเพื่อเตรียมอพยพไปยังรัสเซียทันทีในเย็นวันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันถัดจากการยึดกรุงดามัสกัส และหลังจากการยึดตำแหน่งทางทหารสุดท้ายและสถาบันของรัฐที่เหลือทั้งหมดได้ปิดตัวลงในเวลาต่อมา

    ในระหว่างเหตุการณ์ดังกล่าว ประเด็นเรื่องการขอสถานะผู้ลี้ภัยหรือการลาออกไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาโดยข้าพเจ้าหรือบุคคลหรือฝ่ายใด และทางเลือกเดียวที่นำเสนอคือการต่อสู้ต่อไปเพื่อป้องกันการโจมตีของผู้ก่อการร้าย

    ในบริบทนี้ ข้าพเจ้าขอเน้นย้ำว่าตั้งแต่วันแรกของสงคราม ข้าพเจ้าปฏิเสธที่จะแลกความอยู่รอดของประเทศกับความปลอดภัยของตัวเอง หรือต่อรองกับประชาชนของข้าพเจ้าด้วยข้อเสนอและสิ่งจูงใจต่างๆ ข้าพเจ้ายังคงเป็นบุคคลเดียวกันกับที่ยืนเคียงข้างกับเจ้าหน้าที่และทหารของกองทัพในแนวหน้า ห่างจากผู้ก่อการร้ายเพียงไม่กี่สิบเมตรในสถานการณ์ที่ร้อนแรงและอันตรายที่สุดของความขัดแย้ง ข้าพเจ้ายังเป็นคนเดิม คนที่ไม่เคยจากไปในช่วงปีที่ยากลำบากที่สุดของสงคราม ยังอยู่กับครอบครัวและประชาชนของข้าพเจ้าเพื่อเผชิญหน้ากับการก่อการร้ายภายใต้การโจมตีและอันตรายจากผู้ก่อการร้ายที่บุกโจมตีเมืองหลวงมากกว่าหนึ่งครั้งในช่วงสิบสี่ปีของสงคราม และยังเป็นคนเดียวกับที่ไม่เคยละทิ้งการต่อต้านที่ไม่ใช่เรื่องของซีเรียในปาเลสไตน์และเลบานอน และไม่เคยทรยศต่อพันธมิตรที่ยืนเคียงข้าง แน่นอนว่าข้าพเจ้าไม่ใช่คนที่ละทิ้งประชาชน หรือทรยศต่อพวกเขาและกองทัพของเขาได้

    ข้าพเจ้าไม่ใช่คนที่แสวงหาความมั่นคงให้กับตัวเอง แต่ข้าพเจ้าถือว่าตัวเองคือโครงการระดับชาติที่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนที่เชื่อมั่นในโครงการนั้น ข้าพเจ้ามีความมั่นคงในเจตจำนงของประชาชนเหล่านั้น แต่เมื่อรัฐตกอยู่ในมือของผู้ก่อการร้าย และสูญเสียความสามารถในการจัดหาสิ่งใดๆ ตำแหน่งนั้นก็จะว่างเปล่าและไม่มีความหมาย และไม่มีความหมายที่จะรับผิดชอบในเรื่องนี้ต่อไป นี่ไม่ได้หมายความว่าจะละทิ้งความเป็นชาติที่แท้จริงของซีเรียและประชาชนชาวซีเรีย ความเป็นชาติจะยังมั่นคงแน่นอนซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ ความเป็นชาติที่เต็มไปด้วยความหวังว่าซีเรียจะกลับมาอย่างเสรีและเป็นอิสระ

    หมายเหตุ:
    เป็นบัญชีของประธานาธิบดีซีเรียที่เผยแพร่แถลงการณ์ แต่ขณะนี้ทุกช่องทางสื่อสารอยู่ภายใต้การควบคุมของ HTS สื่อของรัฐ และช่องทางสื่อสารของรัฐบาล ฯลฯ

    โปรดพิจารณาให้ดีก่อนเชื่อ เนื่องจากยังไม่มีคำยืนยันจากอัสซาดโดยตรง
    คำแถลงการณ์ครั้งแรกของอดีตประธานาธิบดีซีเรีย ระบุว่ามีความพยายามสร้างข่าวปลอมว่าเป็นการปลดปล่อยซีเรีย แต่แท้จริงแล้วเป็นการกระทำของกลุ่มก่อการร้ายระหว่างประเทศ พร้อมทั้งระบุไม่เคยเตรียมการล่วงหน้าเพื่อหลบหนี แต่สถานการณ์เลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการพังทลายของกองทัพ และจำเป็นต้องตัดสินใจที่ยากลำบาก และยังกล่าวอีกว่า จำเป็นต้องแก้ไขการบิดเบือนข้อมูลเหล่านี้ตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งจะมีการอธิบายเหตุการณ์อย่างละเอียดถี่ถ้วนในภายหลัง รายละเอียดคำแถลงฉบับแรกที่ออกโดยอดีตประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาดแห่งซีเรีย: 'ด้วยการขยายตัวของการก่อการร้ายในซีเรียและการมาถึงกรุงดามัสกัสในตอนเย็นของวันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2024 คำถามเกี่ยวกับที่อยู่และชะตากรรมของประธานาธิบดีก็เริ่มเกิดขึ้น ท่ามกลางความสับสนและข่าวลือที่ห่างไกลจากความจริง เพื่อสนับสนุนการกระทำของกลุ่มก่อการร้ายระหว่างประเทศที่หลอกลวงว่าเป้าหมายคือ "การปฏิวัติเพื่อปลดปล่อยซีเรีย" ในช่วงเวลาสำคัญทางประวัติศาสตร์ในชีวิตของประเทศของเรา ความจริงควรต้องถูกเปิดเผย และจำเป็นต้องชี้แจงผ่านแถลงการณ์สั้นๆของสถานการณ์ในช่วงเวลานั้น แต่ข้าพเจ้าจำเป็นต้องยกเลิกไปด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ทำให้ไม่สามารถออกแถลงการณ์ได้ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านั้นไม่สามารถบรรยายรายละเอียดของทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้หมดในแถลงการณ์นี้ ข้าพเจ้าจะกล่าวถึงอย่างละเอียดในภายหลังเมื่อมีโอกาส ก่อนอื่นเลย ข้าพเจ้าไม่ได้วางแผนออกจากประเทศอย่างที่มีข่าวลือกัน และไม่ได้ออกจากประเทศในช่วงชั่วโมงสุดท้ายของการสู้รบ แต่ข้าพเจ้ายังคงอยู่ในดามัสกัสเพื่อปฏิบัติหน้าที่จนถึงเช้าตรู่ของวันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม 2024 เมื่อการก่อการร้ายขยายตัวมาในดามัสกัส ข้าพเจ้าจำเป็นต้องย้ายการบัญชาการไปที่ลาตาเกียพร้อมกับเพื่อนชาวรัสเซียเพื่อติดตามการปฏิบัติการรบจากที่นั่น เมื่อมาถึงฐานทัพอากาศฮไมมิมในตอนเช้า เห็นได้ชัดว่ากองกำลังของเราได้ถอนตัวออกจากแนวป้องกันทั้งหมดแล้ว และตำแหน่งสุดท้ายของกองทัพก็ถูกพังทลายลง โดยสถานการณ์ภาคสนามในพื้นที่นั้นเลวร้ายลงเรื่อยๆ และการโจมตีฐานทัพทหารรัสเซียเองก็ทวีความรุนแรงขึ้นจากการถูกโจมตีจากโดรน เนื่องจากไม่สามารถออกจากฐานทัพไปทางใดทางหนึ่งได้ มอสโกจึงขอให้ผู้นำฐานทัพทำงานเพื่อเตรียมอพยพไปยังรัสเซียทันทีในเย็นวันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันถัดจากการยึดกรุงดามัสกัส และหลังจากการยึดตำแหน่งทางทหารสุดท้ายและสถาบันของรัฐที่เหลือทั้งหมดได้ปิดตัวลงในเวลาต่อมา ในระหว่างเหตุการณ์ดังกล่าว ประเด็นเรื่องการขอสถานะผู้ลี้ภัยหรือการลาออกไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาโดยข้าพเจ้าหรือบุคคลหรือฝ่ายใด และทางเลือกเดียวที่นำเสนอคือการต่อสู้ต่อไปเพื่อป้องกันการโจมตีของผู้ก่อการร้าย ในบริบทนี้ ข้าพเจ้าขอเน้นย้ำว่าตั้งแต่วันแรกของสงคราม ข้าพเจ้าปฏิเสธที่จะแลกความอยู่รอดของประเทศกับความปลอดภัยของตัวเอง หรือต่อรองกับประชาชนของข้าพเจ้าด้วยข้อเสนอและสิ่งจูงใจต่างๆ ข้าพเจ้ายังคงเป็นบุคคลเดียวกันกับที่ยืนเคียงข้างกับเจ้าหน้าที่และทหารของกองทัพในแนวหน้า ห่างจากผู้ก่อการร้ายเพียงไม่กี่สิบเมตรในสถานการณ์ที่ร้อนแรงและอันตรายที่สุดของความขัดแย้ง ข้าพเจ้ายังเป็นคนเดิม คนที่ไม่เคยจากไปในช่วงปีที่ยากลำบากที่สุดของสงคราม ยังอยู่กับครอบครัวและประชาชนของข้าพเจ้าเพื่อเผชิญหน้ากับการก่อการร้ายภายใต้การโจมตีและอันตรายจากผู้ก่อการร้ายที่บุกโจมตีเมืองหลวงมากกว่าหนึ่งครั้งในช่วงสิบสี่ปีของสงคราม และยังเป็นคนเดียวกับที่ไม่เคยละทิ้งการต่อต้านที่ไม่ใช่เรื่องของซีเรียในปาเลสไตน์และเลบานอน และไม่เคยทรยศต่อพันธมิตรที่ยืนเคียงข้าง แน่นอนว่าข้าพเจ้าไม่ใช่คนที่ละทิ้งประชาชน หรือทรยศต่อพวกเขาและกองทัพของเขาได้ ข้าพเจ้าไม่ใช่คนที่แสวงหาความมั่นคงให้กับตัวเอง แต่ข้าพเจ้าถือว่าตัวเองคือโครงการระดับชาติที่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนที่เชื่อมั่นในโครงการนั้น ข้าพเจ้ามีความมั่นคงในเจตจำนงของประชาชนเหล่านั้น แต่เมื่อรัฐตกอยู่ในมือของผู้ก่อการร้าย และสูญเสียความสามารถในการจัดหาสิ่งใดๆ ตำแหน่งนั้นก็จะว่างเปล่าและไม่มีความหมาย และไม่มีความหมายที่จะรับผิดชอบในเรื่องนี้ต่อไป นี่ไม่ได้หมายความว่าจะละทิ้งความเป็นชาติที่แท้จริงของซีเรียและประชาชนชาวซีเรีย ความเป็นชาติจะยังมั่นคงแน่นอนซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ ความเป็นชาติที่เต็มไปด้วยความหวังว่าซีเรียจะกลับมาอย่างเสรีและเป็นอิสระ หมายเหตุ: เป็นบัญชีของประธานาธิบดีซีเรียที่เผยแพร่แถลงการณ์ แต่ขณะนี้ทุกช่องทางสื่อสารอยู่ภายใต้การควบคุมของ HTS สื่อของรัฐ และช่องทางสื่อสารของรัฐบาล ฯลฯ โปรดพิจารณาให้ดีก่อนเชื่อ เนื่องจากยังไม่มีคำยืนยันจากอัสซาดโดยตรง
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 525 Views 0 Reviews
More Results