• How to Safely Buy Old Gmail Accounts Online In 2026
    https://usaprostore.com/product/buy-old-gmail-accounts/

    ➤24 Hours Reply/Contact
    ➤Email: usaprostore1@gmail.com
    ➤WhatsApp: +1 (717) 303-4210
    ➤Telegram: Usaprostore

    #buy_gmail_account #seo #business #usa #startup @highlight #usaprostore.com #product #buy @follower #old #UK @CA
    How to Safely Buy Old Gmail Accounts Online In 2026 ➤https://usaprostore.com/product/buy-old-gmail-accounts/ ➤24 Hours Reply/Contact ➤Email: usaprostore1@gmail.com ➤WhatsApp: +1 (717) 303-4210 ➤Telegram: Usaprostore #buy_gmail_account #seo #business #usa #startup @highlight #usaprostore.com #product #buy @follower #old #UK @CA
    USAPROSTORE.COM
    Buy Old Gmail Accounts
    Buy old Gmail accounts in bulk with instant delivery. We offer old Gmail accounts for sale, 100% secure & PVA (Phone Verified Accounts)
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 13 มุมมอง 0 รีวิว
  • How to Safely Buy Verified LinkedIn Accounts Online In 2026
    https://usaprostore.com/product/buy-verified-linkedin-accounts/

    ➤24 Hours Reply/Contact
    ➤Email: usaprostore1@gmail.com
    ➤WhatsApp: +1 (717) 303-4210
    ➤Telegram: Usaprostore

    #buy_LinkedIn_account #seo #business #usa #startup @highlight #usaprostore.com #product #buy @follower #old #UK @CA
    How to Safely Buy Verified LinkedIn Accounts Online In 2026 ➤https://usaprostore.com/product/buy-verified-linkedin-accounts/ ➤24 Hours Reply/Contact ➤Email: usaprostore1@gmail.com ➤WhatsApp: +1 (717) 303-4210 ➤Telegram: Usaprostore #buy_LinkedIn_account #seo #business #usa #startup @highlight #usaprostore.com #product #buy @follower #old #UK @CA
    USAPROSTORE.COM
    Buy Verified LinkedIn Accounts
    Buy Verified LinkedIn Accounts from trusted providers like Usaprostore.com. We will provide 100% guaranteed and verified accounts at a low price.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 15 มุมมอง 0 รีวิว
  • How to Safely Buy Old GitHub Accounts Online In 2026
    https://usaprostore.com/product/buy-github-accounts/

    ➤24 Hours Reply/Contact
    ➤Email: usaprostore1@gmail.com
    ➤WhatsApp: +1 (717) 303-4210
    ➤Telegram: Usaprostore

    #buy_github_account #seo #business #usa #startup @highlight #usaprostore.com #product #buy #verified @follower #UK #CA #githubpro
    How to Safely Buy Old GitHub Accounts Online In 2026 ➤https://usaprostore.com/product/buy-github-accounts/ ➤24 Hours Reply/Contact ➤Email: usaprostore1@gmail.com ➤WhatsApp: +1 (717) 303-4210 ➤Telegram: Usaprostore #buy_github_account #seo #business #usa #startup @highlight #usaprostore.com #product #buy #verified @follower #UK #CA #githubpro
    USAPROSTORE.COM
    Buy Github Accounts
    Buy Github Accounts with aged profiles, followers, and repositories to enhance your developer credibility and boost project visibility instantly.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 14 มุมมอง 0 รีวิว
  • Intel 18A-P และการจับมือกับ Apple

    รายงานจากนักวิเคราะห์ชื่อดัง Ming-Chi Kuo ระบุว่า Apple ได้ลงนามในสัญญา NDA กับ Intel เพื่อเข้าถึง PDK (Process Design Kit) ของกระบวนการผลิต 18A-P ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้ Foveros Direct 3D hybrid bonding ทำให้สามารถเชื่อมต่อชิปเล็ก ๆ หลายตัวเข้าด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย Apple มีแผนจะใช้กระบวนการนี้กับชิป M-series รุ่นล่างสำหรับ MacBook และ iPad

    จุดเด่นของ 18A-P
    กระบวนการ 18A-P ถูกปรับแต่งให้เหมาะกับการทำงานในหลายระดับพลังงานและแรงดันไฟฟ้า มีการปรับค่า threshold voltage เพื่อให้ได้ สมดุลระหว่างประสิทธิภาพและการใช้พลังงาน ซึ่งตรงกับแนวทางของ Apple ที่เน้นชิปแรงแต่ประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ยังเป็นกระบวนการที่สนับสนุนการผลิตในสหรัฐฯ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ Apple ในการกระจายห่วงโซ่อุปทานและสนับสนุนการผลิตภายในประเทศ

    แผนการผลิตและความไม่แน่นอน
    Apple คาดว่า Intel จะเริ่มส่งมอบชิป M-series รุ่นล่างที่ใช้ 18A-P ได้เร็วที่สุดในปี 2027 โดยมีเป้าหมายการผลิตราว 15–20 ล้านชิ้น อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือครั้งนี้ยังไม่ถูกยืนยัน 100% เพราะขึ้นอยู่กับผลการทดสอบ PDK รุ่นใหม่ (1.0/1.1) ที่จะออกในปี 2026 หากผลการทดสอบไม่เป็นไปตามคาด ความร่วมมืออาจถูกเลื่อนหรือยกเลิกได้

    ความหมายต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
    หาก Apple ใช้ Intel เป็นผู้ผลิตชิปจริง จะเป็นการ ลดการพึ่งพา TSMC และสร้างความหลากหลายให้กับห่วงโซ่อุปทานโลก นอกจากนี้ยังเป็นการฟื้นบทบาทของ Intel ในฐานะผู้ผลิตชิปขั้นสูงที่แข่งขันกับ TSMC และ Samsung ได้อีกครั้ง ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ที่อาจส่งผลต่อทั้งตลาดเซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Intel 18A-P และ Apple
    Apple ลงนาม NDA เพื่อเข้าถึง PDK ของ Intel
    มีแผนใช้กับชิป M-series รุ่นล่างสำหรับ MacBook และ iPad

    จุดเด่นของ 18A-P
    ใช้ Foveros Direct 3D bonding เชื่อมต่อชิปเล็ก ๆ
    ปรับ threshold voltage เพื่อสมดุลพลังงานและประสิทธิภาพ

    แผนการผลิต
    คาดเริ่มส่งมอบชิปในปี 2027
    เป้าหมายการผลิต 15–20 ล้านชิ้น

    ความหมายต่ออุตสาหกรรม
    ลดการพึ่งพา TSMC และกระจายห่วงโซ่อุปทาน
    ฟื้นบทบาท Intel ในตลาดเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง

    คำเตือนและความเสี่ยง
    ความร่วมมือยังไม่ยืนยัน 100% ขึ้นอยู่กับผลการทดสอบ PDK 1.0/1.1
    หาก Intel ไม่สามารถส่งมอบตามแผน Apple อาจยังคงพึ่งพา TSMC ต่อไป

    https://wccftech.com/intels-18a-p-process-is-rumored-to-be-adopted-by-apple/
    🖥️ Intel 18A-P และการจับมือกับ Apple รายงานจากนักวิเคราะห์ชื่อดัง Ming-Chi Kuo ระบุว่า Apple ได้ลงนามในสัญญา NDA กับ Intel เพื่อเข้าถึง PDK (Process Design Kit) ของกระบวนการผลิต 18A-P ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้ Foveros Direct 3D hybrid bonding ทำให้สามารถเชื่อมต่อชิปเล็ก ๆ หลายตัวเข้าด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย Apple มีแผนจะใช้กระบวนการนี้กับชิป M-series รุ่นล่างสำหรับ MacBook และ iPad ⚡ จุดเด่นของ 18A-P กระบวนการ 18A-P ถูกปรับแต่งให้เหมาะกับการทำงานในหลายระดับพลังงานและแรงดันไฟฟ้า มีการปรับค่า threshold voltage เพื่อให้ได้ สมดุลระหว่างประสิทธิภาพและการใช้พลังงาน ซึ่งตรงกับแนวทางของ Apple ที่เน้นชิปแรงแต่ประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ยังเป็นกระบวนการที่สนับสนุนการผลิตในสหรัฐฯ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ Apple ในการกระจายห่วงโซ่อุปทานและสนับสนุนการผลิตภายในประเทศ 📈 แผนการผลิตและความไม่แน่นอน Apple คาดว่า Intel จะเริ่มส่งมอบชิป M-series รุ่นล่างที่ใช้ 18A-P ได้เร็วที่สุดในปี 2027 โดยมีเป้าหมายการผลิตราว 15–20 ล้านชิ้น อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือครั้งนี้ยังไม่ถูกยืนยัน 100% เพราะขึ้นอยู่กับผลการทดสอบ PDK รุ่นใหม่ (1.0/1.1) ที่จะออกในปี 2026 หากผลการทดสอบไม่เป็นไปตามคาด ความร่วมมืออาจถูกเลื่อนหรือยกเลิกได้ 🌍 ความหมายต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ หาก Apple ใช้ Intel เป็นผู้ผลิตชิปจริง จะเป็นการ ลดการพึ่งพา TSMC และสร้างความหลากหลายให้กับห่วงโซ่อุปทานโลก นอกจากนี้ยังเป็นการฟื้นบทบาทของ Intel ในฐานะผู้ผลิตชิปขั้นสูงที่แข่งขันกับ TSMC และ Samsung ได้อีกครั้ง ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ที่อาจส่งผลต่อทั้งตลาดเซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Intel 18A-P และ Apple ➡️ Apple ลงนาม NDA เพื่อเข้าถึง PDK ของ Intel ➡️ มีแผนใช้กับชิป M-series รุ่นล่างสำหรับ MacBook และ iPad ✅ จุดเด่นของ 18A-P ➡️ ใช้ Foveros Direct 3D bonding เชื่อมต่อชิปเล็ก ๆ ➡️ ปรับ threshold voltage เพื่อสมดุลพลังงานและประสิทธิภาพ ✅ แผนการผลิต ➡️ คาดเริ่มส่งมอบชิปในปี 2027 ➡️ เป้าหมายการผลิต 15–20 ล้านชิ้น ✅ ความหมายต่ออุตสาหกรรม ➡️ ลดการพึ่งพา TSMC และกระจายห่วงโซ่อุปทาน ➡️ ฟื้นบทบาท Intel ในตลาดเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง ‼️ คำเตือนและความเสี่ยง ⛔ ความร่วมมือยังไม่ยืนยัน 100% ขึ้นอยู่กับผลการทดสอบ PDK 1.0/1.1 ⛔ หาก Intel ไม่สามารถส่งมอบตามแผน Apple อาจยังคงพึ่งพา TSMC ต่อไป https://wccftech.com/intels-18a-p-process-is-rumored-to-be-adopted-by-apple/
    WCCFTECH.COM
    After Ditching Intel for Its Own Silicon, Apple Now Appears Ready to Return for Future MacBook Chips Built on the 18A-P Process
    Intel Foundry may soon see a breakthrough for its 18A-P process, as a prominent analyst predicts that Apple will adopt the node.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 67 มุมมอง 0 รีวิว
  • Empathy Meets IT Security – เส้นทางสู่การปฏิบัติตามอย่างจริงจัง

    หลายองค์กรพบว่า นโยบายความปลอดภัยด้าน IT มักถูกมองว่าเป็นอุปสรรค ทำให้พนักงานต่อต้านและไม่ปฏิบัติตาม ส่งผลให้การบังคับใช้ไม่ประสบความสำเร็จและบั่นทอนความร่วมมือระหว่างฝ่าย IT กับธุรกิจ แนวคิดใหม่ที่เรียกว่า Empathetic Policy Engineering จึงถูกเสนอขึ้น เพื่อให้การออกแบบนโยบายความปลอดภัยคำนึงถึงความเป็นจริงของงานและความต้องการของผู้ใช้.

    ปัจจัยที่ทำให้ผู้ใช้ละเมิดนโยบาย
    การทดลองพบว่าแม้ผู้ใช้จะมีทัศนคติที่ดีต่อความปลอดภัย แต่เมื่อเจอ แรงกดดันจากงานและเวลา พวกเขามักละเมิดนโยบายโดยไม่ได้ตั้งใจ ปัจจัยเช่น เป้าหมายที่ทะเยอทะยาน, ความจำเป็นในการทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น, และการขาดทรัพยากรที่เหมาะสม ล้วนทำให้ผู้ใช้เลือกทางที่ง่ายกว่าความปลอดภัย.

    วิธีการแก้ไขด้วย Empathetic Policy Engineering
    Stakeholder Analysis – วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อเข้าใจความขัดแย้งระหว่างเป้าหมายและทรัพยากร
    Design with Users in Mind – ออกแบบนโยบายที่สอดคล้องกับการทำงานจริง โดยให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น และทดสอบผ่าน pilot project
    Respectful Communication – สื่อสารอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่การสั่งห้าม แต่ใช้ tactical empathy และการถามเชิง “how” เพื่อสร้างบทสนทนาและหาทางออกที่ยอมรับได้ทั้งสองฝ่าย.

    ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
    หาก CISOs ใช้แนวทางนี้ พวกเขาจะกลายเป็น “สถาปนิกเชิงนโยบายที่มีความเข้าใจมนุษย์” ซึ่งไม่เพียงสร้างนโยบายที่ถูกต้อง แต่ยังทำให้ผู้ใช้ยอมรับและปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้เกิด วัฒนธรรมความปลอดภัยที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ.

    สรุปสาระสำคัญ
    นโยบายความปลอดภัยมักถูกมองว่าเป็นอุปสรรค
    ทำให้ผู้ใช้ต่อต้านและละเมิดโดยไม่ได้ตั้งใจ

    Empathetic Policy Engineering คือแนวทางใหม่
    ออกแบบนโยบายที่สอดคล้องกับความจริงของงานและความต้องการผู้ใช้

    สามวิธีหลักในการปรับปรุง
    Stakeholder analysis, user-centered design, respectful communication

    หากยังใช้วิธีเดิมที่เน้นการบังคับและลงโทษ
    จะทำให้ผู้ใช้ต่อต้านและวัฒนธรรมความปลอดภัยล้มเหลว

    https://www.csoonline.com/article/4092639/empathy-meets-it-security-the-path-to-active-compliance.html
    🤝 Empathy Meets IT Security – เส้นทางสู่การปฏิบัติตามอย่างจริงจัง หลายองค์กรพบว่า นโยบายความปลอดภัยด้าน IT มักถูกมองว่าเป็นอุปสรรค ทำให้พนักงานต่อต้านและไม่ปฏิบัติตาม ส่งผลให้การบังคับใช้ไม่ประสบความสำเร็จและบั่นทอนความร่วมมือระหว่างฝ่าย IT กับธุรกิจ แนวคิดใหม่ที่เรียกว่า Empathetic Policy Engineering จึงถูกเสนอขึ้น เพื่อให้การออกแบบนโยบายความปลอดภัยคำนึงถึงความเป็นจริงของงานและความต้องการของผู้ใช้. ⚙️ ปัจจัยที่ทำให้ผู้ใช้ละเมิดนโยบาย การทดลองพบว่าแม้ผู้ใช้จะมีทัศนคติที่ดีต่อความปลอดภัย แต่เมื่อเจอ แรงกดดันจากงานและเวลา พวกเขามักละเมิดนโยบายโดยไม่ได้ตั้งใจ ปัจจัยเช่น เป้าหมายที่ทะเยอทะยาน, ความจำเป็นในการทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น, และการขาดทรัพยากรที่เหมาะสม ล้วนทำให้ผู้ใช้เลือกทางที่ง่ายกว่าความปลอดภัย. 🛠️ วิธีการแก้ไขด้วย Empathetic Policy Engineering 💠 Stakeholder Analysis – วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อเข้าใจความขัดแย้งระหว่างเป้าหมายและทรัพยากร 💠 Design with Users in Mind – ออกแบบนโยบายที่สอดคล้องกับการทำงานจริง โดยให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น และทดสอบผ่าน pilot project 💠 Respectful Communication – สื่อสารอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่การสั่งห้าม แต่ใช้ tactical empathy และการถามเชิง “how” เพื่อสร้างบทสนทนาและหาทางออกที่ยอมรับได้ทั้งสองฝ่าย. 🌐 ผลลัพธ์ที่คาดหวัง หาก CISOs ใช้แนวทางนี้ พวกเขาจะกลายเป็น “สถาปนิกเชิงนโยบายที่มีความเข้าใจมนุษย์” ซึ่งไม่เพียงสร้างนโยบายที่ถูกต้อง แต่ยังทำให้ผู้ใช้ยอมรับและปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้เกิด วัฒนธรรมความปลอดภัยที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ. 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ นโยบายความปลอดภัยมักถูกมองว่าเป็นอุปสรรค ➡️ ทำให้ผู้ใช้ต่อต้านและละเมิดโดยไม่ได้ตั้งใจ ✅ Empathetic Policy Engineering คือแนวทางใหม่ ➡️ ออกแบบนโยบายที่สอดคล้องกับความจริงของงานและความต้องการผู้ใช้ ✅ สามวิธีหลักในการปรับปรุง ➡️ Stakeholder analysis, user-centered design, respectful communication ‼️ หากยังใช้วิธีเดิมที่เน้นการบังคับและลงโทษ ⛔ จะทำให้ผู้ใช้ต่อต้านและวัฒนธรรมความปลอดภัยล้มเหลว https://www.csoonline.com/article/4092639/empathy-meets-it-security-the-path-to-active-compliance.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    Empathetic policy engineering: The secret to better security behavior and awareness
    Users often see IT security policies as a hindrance. Empathetic policy engineering helps CISOs to promote acceptance and implement security effectively.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 49 มุมมอง 0 รีวิว
  • Buy Old Gmail Accounts use for any purpose, like Facebook, Twitter, LinkedIn, Reddit, Marketing, etc. 100% Real and phone number verified Gmail accounts.

    https://pvaoutlets.com/product/buy-old-gmail-accounts/
    Buy Old Gmail Accounts use for any purpose, like Facebook, Twitter, LinkedIn, Reddit, Marketing, etc. 100% Real and phone number verified Gmail accounts. https://pvaoutlets.com/product/buy-old-gmail-accounts/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 49 มุมมอง 0 รีวิว
  • Buy Verified eBay Accounts. USA UK Verified accounts 2 And 3 Month old accounts.100% money back guaranty with 24 hours support.

    https://pvaoutlets.com/product/buy-verified-ebay-accounts/
    Buy Verified eBay Accounts. USA UK Verified accounts 2 And 3 Month old accounts.100% money back guaranty with 24 hours support. https://pvaoutlets.com/product/buy-verified-ebay-accounts/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 48 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline
    #รวมข่าวIT #20251128 #securityonline

    The “Korean Leaks” Siege: Qilin & North Korea Cripple Financial Sector via MSP Hack
    เรื่องนี้เป็นการโจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่ที่สั่นสะเทือนระบบการเงินของเกาหลีใต้ กลุ่มแฮกเกอร์ Qilin ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ Ransomware-as-a-Service ได้ร่วมมือกับกลุ่มที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลเกาหลีเหนือ ใช้ช่องโหว่จากผู้ให้บริการ IT รายหนึ่งที่ดูแลบริษัทการเงินหลายแห่ง ทำให้สามารถเจาะเข้าถึงข้อมูลและระบบของเหยื่อจำนวนมากในคราวเดียว การโจมตีครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเรียกค่าไถ่ธรรมดา แต่ถูกนำเสนอในเชิงการเมือง มีการเผยแพร่ข้อมูลออกมาเป็นระลอก พร้อมคำขู่ที่จะทำลายเสถียรภาพของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ถือเป็นการผสมผสานระหว่างอาชญากรรมไซเบอร์เพื่อผลประโยชน์และการจารกรรมที่มีเป้าหมายทางการเมือง
    https://securityonline.info/the-korean-leaks-siege-qilin-north-korea-cripple-financial-sector-via-msp-hack

    One Identity Safeguard Named a Visionary in the 2025 Gartner Magic Quadrant for PAM
    ข่าวนี้เล่าถึงการที่ One Identity ได้รับการจัดอันดับเป็น “Visionary” ในรายงาน Gartner Magic Quadrant สำหรับ Privileged Access Management ปี 2025 จุดเด่นคือการใช้ AI มาช่วยจัดการสิทธิ์การเข้าถึง การออกแบบที่ใช้งานง่าย และราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งในตลาด ทำให้เป็นโซลูชันที่ทั้งมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า Gartner ยกย่องว่าเป็นผู้บุกเบิกที่นำเสนอแนวทางใหม่ ๆ ในการจัดการสิทธิ์พิเศษ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาความปลอดภัยองค์กรในยุคดิจิทัล
    https://securityonline.info/one-identity-safeguard-named-a-visionary-in-the-2025-gartner-magic-quadrant-for-pam

    Quttera Launches “Evidence-as-Code” API to Automate Security Compliance for SOC 2 and PCI DSS v4.0
    Quttera เปิดตัว API ใหม่ที่ช่วยให้การตรวจสอบความปลอดภัยและการเตรียมหลักฐานสำหรับการตรวจสอบมาตรฐาน SOC 2 และ PCI DSS v4.0 เป็นไปโดยอัตโนมัติ ลดภาระงานที่ต้องใช้เวลาหลายสิบชั่วโมงในการรวบรวมข้อมูลด้วยมือ ระบบใหม่นี้สามารถสร้างหลักฐานแบบเรียลไทม์และเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม GRC ได้ทันที พร้อมทั้งมี Threat Encyclopedia ที่ใช้ AI ในการอธิบายพฤติกรรมมัลแวร์และแนวทางแก้ไข ถือเป็นการเปลี่ยนการทำงานจากแบบแมนนวลไปสู่การจัดการแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ
    https://securityonline.info/quttera-launches-evidence-as-code-api-to-automate-security-compliance-for-soc-2-and-pci-dss-v4-0

    Crypto Crisis: UPBIT Hacked for $369 Million in Solana-Based Tokens
    ตลาดคริปโตของเกาหลีใต้สะเทือนเมื่อ UPBIT ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตที่ใหญ่ที่สุด ถูกแฮกเกอร์โจมตีและขโมยเหรียญดิจิทัลมูลค่ากว่า 369 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เหรียญที่ถูกขโมยส่วนใหญ่เป็น Solana-based tokens หลังจากพบความผิดปกติ UPBIT รีบย้ายทรัพย์สินที่เหลือไปเก็บใน cold wallet และร่วมมือกับหน่วยงานรัฐเพื่อสกัดกั้นการเคลื่อนย้ายเงินที่ถูกขโมย ข่าวดีคือมีบางส่วนถูกแช่แข็งไว้ได้ทัน แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของการเก็บสินทรัพย์ใน hot wallet และความท้าทายในการรักษาความปลอดภัยของตลาดคริปโต
    https://securityonline.info/crypto-crisis-upbit-hacked-for-369-million-in-solana-based-tokens

    500M PCs Stranded: Windows 11 Adoption Lags as Windows 10 Support Ends
    Microsoft ประกาศยุติการสนับสนุน Windows 10 อย่างเป็นทางการ ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากต้องพิจารณาการอัปเกรดไป Windows 11 แต่ปัญหาคือมีคอมพิวเตอร์กว่า 500 ล้านเครื่องที่ไม่สามารถอัปเกรดได้เพราะไม่ผ่านข้อกำหนดฮาร์ดแวร์ใหม่ แม้ Microsoft จะเปิดโปรแกรม ESU ให้ผู้ใช้ Windows 10 ยังได้รับอัปเดตความปลอดภัยต่อไปอีกหนึ่งปี แต่การย้ายไป Windows 11 กลับเป็นไปอย่างเชื่องช้า หลายคนยังคงมองว่า Windows 10 มีความเสถียรมากกว่า และไม่เห็นความจำเป็นในการซื้อเครื่องใหม่เพียงเพื่อเปลี่ยนระบบปฏิบัติการ ทำให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้อาจกินเวลาหลายปี
    ​​​​​​​ https://securityonline.info/500m-pcs-stranded-windows-11-adoption-lags-as-windows-10-support-ends
    📌🔐🔵 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🔵🔐📌 #รวมข่าวIT #20251128 #securityonline 🛡️ The “Korean Leaks” Siege: Qilin & North Korea Cripple Financial Sector via MSP Hack เรื่องนี้เป็นการโจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่ที่สั่นสะเทือนระบบการเงินของเกาหลีใต้ กลุ่มแฮกเกอร์ Qilin ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ Ransomware-as-a-Service ได้ร่วมมือกับกลุ่มที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลเกาหลีเหนือ ใช้ช่องโหว่จากผู้ให้บริการ IT รายหนึ่งที่ดูแลบริษัทการเงินหลายแห่ง ทำให้สามารถเจาะเข้าถึงข้อมูลและระบบของเหยื่อจำนวนมากในคราวเดียว การโจมตีครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเรียกค่าไถ่ธรรมดา แต่ถูกนำเสนอในเชิงการเมือง มีการเผยแพร่ข้อมูลออกมาเป็นระลอก พร้อมคำขู่ที่จะทำลายเสถียรภาพของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ถือเป็นการผสมผสานระหว่างอาชญากรรมไซเบอร์เพื่อผลประโยชน์และการจารกรรมที่มีเป้าหมายทางการเมือง 🔗 https://securityonline.info/the-korean-leaks-siege-qilin-north-korea-cripple-financial-sector-via-msp-hack ✨ One Identity Safeguard Named a Visionary in the 2025 Gartner Magic Quadrant for PAM ข่าวนี้เล่าถึงการที่ One Identity ได้รับการจัดอันดับเป็น “Visionary” ในรายงาน Gartner Magic Quadrant สำหรับ Privileged Access Management ปี 2025 จุดเด่นคือการใช้ AI มาช่วยจัดการสิทธิ์การเข้าถึง การออกแบบที่ใช้งานง่าย และราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งในตลาด ทำให้เป็นโซลูชันที่ทั้งมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า Gartner ยกย่องว่าเป็นผู้บุกเบิกที่นำเสนอแนวทางใหม่ ๆ ในการจัดการสิทธิ์พิเศษ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาความปลอดภัยองค์กรในยุคดิจิทัล 🔗 https://securityonline.info/one-identity-safeguard-named-a-visionary-in-the-2025-gartner-magic-quadrant-for-pam ⚙️ Quttera Launches “Evidence-as-Code” API to Automate Security Compliance for SOC 2 and PCI DSS v4.0 Quttera เปิดตัว API ใหม่ที่ช่วยให้การตรวจสอบความปลอดภัยและการเตรียมหลักฐานสำหรับการตรวจสอบมาตรฐาน SOC 2 และ PCI DSS v4.0 เป็นไปโดยอัตโนมัติ ลดภาระงานที่ต้องใช้เวลาหลายสิบชั่วโมงในการรวบรวมข้อมูลด้วยมือ ระบบใหม่นี้สามารถสร้างหลักฐานแบบเรียลไทม์และเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม GRC ได้ทันที พร้อมทั้งมี Threat Encyclopedia ที่ใช้ AI ในการอธิบายพฤติกรรมมัลแวร์และแนวทางแก้ไข ถือเป็นการเปลี่ยนการทำงานจากแบบแมนนวลไปสู่การจัดการแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ 🔗 https://securityonline.info/quttera-launches-evidence-as-code-api-to-automate-security-compliance-for-soc-2-and-pci-dss-v4-0 💰 Crypto Crisis: UPBIT Hacked for $369 Million in Solana-Based Tokens ตลาดคริปโตของเกาหลีใต้สะเทือนเมื่อ UPBIT ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตที่ใหญ่ที่สุด ถูกแฮกเกอร์โจมตีและขโมยเหรียญดิจิทัลมูลค่ากว่า 369 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เหรียญที่ถูกขโมยส่วนใหญ่เป็น Solana-based tokens หลังจากพบความผิดปกติ UPBIT รีบย้ายทรัพย์สินที่เหลือไปเก็บใน cold wallet และร่วมมือกับหน่วยงานรัฐเพื่อสกัดกั้นการเคลื่อนย้ายเงินที่ถูกขโมย ข่าวดีคือมีบางส่วนถูกแช่แข็งไว้ได้ทัน แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของการเก็บสินทรัพย์ใน hot wallet และความท้าทายในการรักษาความปลอดภัยของตลาดคริปโต 🔗 https://securityonline.info/crypto-crisis-upbit-hacked-for-369-million-in-solana-based-tokens 💻 500M PCs Stranded: Windows 11 Adoption Lags as Windows 10 Support Ends Microsoft ประกาศยุติการสนับสนุน Windows 10 อย่างเป็นทางการ ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากต้องพิจารณาการอัปเกรดไป Windows 11 แต่ปัญหาคือมีคอมพิวเตอร์กว่า 500 ล้านเครื่องที่ไม่สามารถอัปเกรดได้เพราะไม่ผ่านข้อกำหนดฮาร์ดแวร์ใหม่ แม้ Microsoft จะเปิดโปรแกรม ESU ให้ผู้ใช้ Windows 10 ยังได้รับอัปเดตความปลอดภัยต่อไปอีกหนึ่งปี แต่การย้ายไป Windows 11 กลับเป็นไปอย่างเชื่องช้า หลายคนยังคงมองว่า Windows 10 มีความเสถียรมากกว่า และไม่เห็นความจำเป็นในการซื้อเครื่องใหม่เพียงเพื่อเปลี่ยนระบบปฏิบัติการ ทำให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้อาจกินเวลาหลายปี ​​​​​​​🔗 https://securityonline.info/500m-pcs-stranded-windows-11-adoption-lags-as-windows-10-support-ends
    SECURITYONLINE.INFO
    The "Korean Leaks" Siege: Qilin & North Korea Cripple Financial Sector via MSP Hack
    Qilin & North Korean hackers launch "Korean Leaks," a massive supply chain attack on South Korea's financial sector via a compromised MSP.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 174 มุมมอง 0 รีวิว
  • 5 วิธีรับมือกับวิกฤตราคา RAM ที่พุ่งสูง

    บทความนี้จาก Tom’s Hardware แนะนำ 5 วิธีรับมือกับวิกฤตราคา RAM ที่พุ่งสูง โดยเน้นการใช้ทรัพยากรเดิมให้คุ้มค่า และเลือกอัปเกรดส่วนอื่น ๆ ของเครื่องแทนการลงทุนกับ DDR5 ที่แพงเกินไป

    ใช้จอภาพใหม่เพื่อดึงศักยภาพเกม
    หากยังใช้จอ 1080p 60Hz รุ่นเก่า การอัปเกรด GPU หรือ CPU อาจไม่เห็นผลชัดเจน การเปลี่ยนไปใช้จอ 1440p หรือ 4K ที่มีรีเฟรชเรตสูง จะช่วยให้ภาพคมชัดและลดภาระการทำงานของ RAM และ CPU ได้

    อัปเกรด GPU ก่อนราคาพุ่ง
    การ์ดจอรุ่นใหม่อย่าง AMD Radeon RX 9070 XT และ Nvidia RTX 5070 Ti กำลังมีราคาลดลงต่ำกว่า MSRP การซื้อในช่วงนี้ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะตลาดคาดว่าความต้องการหน่วยความจำจะกระทบราคาการ์ดจอในอนาคต

    อัปเกรด CPU บนแพลตฟอร์ม DDR4
    หากยังใช้เมนบอร์ด DDR4 การอัปเกรด CPU รุ่นใหม่ เช่น Intel Core i5-13400F สามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนไปใช้ DDR5 ที่แพงกว่า ถือเป็นการยืดอายุเครื่องโดยใช้ทรัพยากรเดิมให้คุ้มค่า

    ซื้อพีซีสำเร็จรูปแทนการประกอบเอง
    เนื่องจากราคาของ DDR5 ทำให้การประกอบเครื่องใหม่แพงกว่าซื้อพีซีสำเร็จรูป การเลือกซื้อ Gaming PC หรือ Laptop ที่มีโปรโมชั่นลดราคาช่วงนี้อาจช่วยประหยัดได้หลายร้อยดอลลาร์

    มองหาดีล Bundle ที่รวม RAM
    บางร้านค้าเช่น Newegg หรือ Micro Center มีการขาย Bundle CPU + RAM + เมนบอร์ด ที่ราคาถูกกว่าซื้อแยก แม้ส่วนใหญ่ยังเป็น DDR4 แต่ก็ช่วยลดต้นทุนและเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการอัปเกรด

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ใช้จอภาพใหม่เพื่อเพิ่มคุณภาพเกม
    1440p/4K + รีเฟรชเรตสูงช่วยลดภาระ CPU และ RAM

    อัปเกรด GPU ก่อนราคาพุ่ง
    Radeon RX 9070 XT และ RTX 5070 Ti ราคาลดลงต่ำกว่า MSRP

    อัปเกรด CPU บน DDR4
    Intel Core i5-13400F เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า

    ซื้อพีซีสำเร็จรูปแทนการประกอบเอง
    ราคาถูกกว่าการซื้อ DDR5 มาประกอบเอง

    มองหาดีล Bundle ที่รวม RAM
    ลดต้นทุนการอัปเกรดแม้ยังเป็น DDR4

    ความเสี่ยงจากราคาหน่วยความจำ
    DDR5 อาจทำให้ต้นทุนการประกอบเครื่องสูงเกินไป

    ความเสี่ยงจากการใช้จอเก่า
    GPU และ CPU ใหม่อาจไม่แสดงศักยภาพเต็มที่หากยังใช้ 1080p 60Hz

    https://www.tomshardware.com/pc-components/ram/five-smart-ways-to-ride-out-the-the-ram-price-apocalypse-get-the-most-of-your-old-ddr4-buy-a-prebuilt-or-new-gpu-before-prices-rise-get-a-better-cpu-for-your-socket-or-make-your-game-frames-look-better-with-a-new-monitor
    💰 5 วิธีรับมือกับวิกฤตราคา RAM ที่พุ่งสูง บทความนี้จาก Tom’s Hardware แนะนำ 5 วิธีรับมือกับวิกฤตราคา RAM ที่พุ่งสูง โดยเน้นการใช้ทรัพยากรเดิมให้คุ้มค่า และเลือกอัปเกรดส่วนอื่น ๆ ของเครื่องแทนการลงทุนกับ DDR5 ที่แพงเกินไป 💻 ใช้จอภาพใหม่เพื่อดึงศักยภาพเกม หากยังใช้จอ 1080p 60Hz รุ่นเก่า การอัปเกรด GPU หรือ CPU อาจไม่เห็นผลชัดเจน การเปลี่ยนไปใช้จอ 1440p หรือ 4K ที่มีรีเฟรชเรตสูง จะช่วยให้ภาพคมชัดและลดภาระการทำงานของ RAM และ CPU ได้ 🎮 อัปเกรด GPU ก่อนราคาพุ่ง การ์ดจอรุ่นใหม่อย่าง AMD Radeon RX 9070 XT และ Nvidia RTX 5070 Ti กำลังมีราคาลดลงต่ำกว่า MSRP การซื้อในช่วงนี้ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะตลาดคาดว่าความต้องการหน่วยความจำจะกระทบราคาการ์ดจอในอนาคต ⚡ อัปเกรด CPU บนแพลตฟอร์ม DDR4 หากยังใช้เมนบอร์ด DDR4 การอัปเกรด CPU รุ่นใหม่ เช่น Intel Core i5-13400F สามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนไปใช้ DDR5 ที่แพงกว่า ถือเป็นการยืดอายุเครื่องโดยใช้ทรัพยากรเดิมให้คุ้มค่า 🖥️ ซื้อพีซีสำเร็จรูปแทนการประกอบเอง เนื่องจากราคาของ DDR5 ทำให้การประกอบเครื่องใหม่แพงกว่าซื้อพีซีสำเร็จรูป การเลือกซื้อ Gaming PC หรือ Laptop ที่มีโปรโมชั่นลดราคาช่วงนี้อาจช่วยประหยัดได้หลายร้อยดอลลาร์ 📦 มองหาดีล Bundle ที่รวม RAM บางร้านค้าเช่น Newegg หรือ Micro Center มีการขาย Bundle CPU + RAM + เมนบอร์ด ที่ราคาถูกกว่าซื้อแยก แม้ส่วนใหญ่ยังเป็น DDR4 แต่ก็ช่วยลดต้นทุนและเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการอัปเกรด 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ใช้จอภาพใหม่เพื่อเพิ่มคุณภาพเกม ➡️ 1440p/4K + รีเฟรชเรตสูงช่วยลดภาระ CPU และ RAM ✅ อัปเกรด GPU ก่อนราคาพุ่ง ➡️ Radeon RX 9070 XT และ RTX 5070 Ti ราคาลดลงต่ำกว่า MSRP ✅ อัปเกรด CPU บน DDR4 ➡️ Intel Core i5-13400F เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า ✅ ซื้อพีซีสำเร็จรูปแทนการประกอบเอง ➡️ ราคาถูกกว่าการซื้อ DDR5 มาประกอบเอง ✅ มองหาดีล Bundle ที่รวม RAM ➡️ ลดต้นทุนการอัปเกรดแม้ยังเป็น DDR4 ‼️ ความเสี่ยงจากราคาหน่วยความจำ ⛔ DDR5 อาจทำให้ต้นทุนการประกอบเครื่องสูงเกินไป ‼️ ความเสี่ยงจากการใช้จอเก่า ⛔ GPU และ CPU ใหม่อาจไม่แสดงศักยภาพเต็มที่หากยังใช้ 1080p 60Hz https://www.tomshardware.com/pc-components/ram/five-smart-ways-to-ride-out-the-the-ram-price-apocalypse-get-the-most-of-your-old-ddr4-buy-a-prebuilt-or-new-gpu-before-prices-rise-get-a-better-cpu-for-your-socket-or-make-your-game-frames-look-better-with-a-new-monitor
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 108 มุมมอง 0 รีวิว
  • Nvidia อาจหยุดการจัดส่ง VRAM ควบคู่กับ GPU ให้กับผู้ผลิตการ์ดจอ (AIBs)

    ตามข้อมูลจากแหล่งข่าว Golden Pig Upgrade Nvidia จะไม่จัดส่ง VRAM พร้อมกับ GPU อีกต่อไป แต่จะส่งเฉพาะ GPU die ให้กับพันธมิตร ซึ่งต่างจากแนวทางเดิมที่ Nvidia มักจะจัดชุด GPU + VRAM ให้พร้อมใช้งาน การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงวิกฤตหน่วยความจำที่กำลังทวีความรุนแรงทั่วโลก

    วิกฤตหน่วยความจำ
    หน่วยความจำ GDDR ที่ใช้ใน GPU ผลิตโดยบริษัทอย่าง Samsung, Micron และ SK Hynix ซึ่งกำลังเผชิญความต้องการสูงจากตลาด AI ทำให้เกิดการขาดแคลนอย่างหนัก Nvidia จึงเลือกที่จะไม่แบกรับภาระการจัดหาหน่วยความจำเอง และผลักภาระไปยังพันธมิตรที่ต้องจัดหาตามสเปกที่ Nvidia กำหนด

    ผลกระทบต่อพันธมิตรและตลาด
    ผู้ผลิตรายใหญ่ ที่มีเครือข่ายจัดหาหน่วยความจำอยู่แล้วอาจไม่เจอปัญหามากนัก
    ผู้ผลิตรายเล็ก อาจได้รับผลกระทบหนัก เพราะต้องแข่งขันจัดหาหน่วยความจำในตลาดที่ตึงตัว ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและเสี่ยงต่อการขาดสต็อก
    อาจเกิดการปรับขึ้นราคาการ์ดจอในอนาคต เนื่องจากต้นทุน VRAM ที่สูงขึ้น

    ความหมายต่ออุตสาหกรรม
    การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนถึงการที่ AI กำลังแย่งทรัพยากรจากตลาดเกมมิ่งและผู้บริโภคทั่วไป หากวิกฤตหน่วยความจำยังดำเนินต่อไป อาจทำให้ผู้ผลิตการ์ดจอรายเล็กต้องถอนตัวจากตลาด และส่งผลต่อการแข่งขันในระยะยาว

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Nvidia หยุดจัดส่ง VRAM พร้อม GPU
    พันธมิตรต้องจัดหาหน่วยความจำเองตามสเปก

    วิกฤตหน่วยความจำทั่วโลก
    ความต้องการจากตลาด AI ทำให้ GDDR ขาดแคลน

    ผลกระทบต่อพันธมิตร
    ผู้ผลิตรายใหญ่ปรับตัวได้ แต่รายเล็กเสี่ยงสูง

    ความหมายต่ออุตสาหกรรม
    AI แย่งทรัพยากรจากตลาดเกมมิ่งและผู้บริโภคทั่วไป

    ความเสี่ยงด้านต้นทุนและราคา
    การ์ดจออาจแพงขึ้นและขาดสต็อกในอนาคต

    ความเสี่ยงต่อผู้ผลิตรายเล็ก
    อาจไม่สามารถแข่งขันได้และต้องถอนตัวจากตลาด

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/nvidia-reportedly-no-longer-supplying-vram-to-its-gpu-board-partners-in-response-to-memory-crunch-rumor-claims-vendors-will-only-get-the-die-forced-to-source-memory-on-their-own
    🧩 Nvidia อาจหยุดการจัดส่ง VRAM ควบคู่กับ GPU ให้กับผู้ผลิตการ์ดจอ (AIBs) ตามข้อมูลจากแหล่งข่าว Golden Pig Upgrade Nvidia จะไม่จัดส่ง VRAM พร้อมกับ GPU อีกต่อไป แต่จะส่งเฉพาะ GPU die ให้กับพันธมิตร ซึ่งต่างจากแนวทางเดิมที่ Nvidia มักจะจัดชุด GPU + VRAM ให้พร้อมใช้งาน การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงวิกฤตหน่วยความจำที่กำลังทวีความรุนแรงทั่วโลก 💾 วิกฤตหน่วยความจำ หน่วยความจำ GDDR ที่ใช้ใน GPU ผลิตโดยบริษัทอย่าง Samsung, Micron และ SK Hynix ซึ่งกำลังเผชิญความต้องการสูงจากตลาด AI ทำให้เกิดการขาดแคลนอย่างหนัก Nvidia จึงเลือกที่จะไม่แบกรับภาระการจัดหาหน่วยความจำเอง และผลักภาระไปยังพันธมิตรที่ต้องจัดหาตามสเปกที่ Nvidia กำหนด ⚠️ ผลกระทบต่อพันธมิตรและตลาด 🔷 ผู้ผลิตรายใหญ่ ที่มีเครือข่ายจัดหาหน่วยความจำอยู่แล้วอาจไม่เจอปัญหามากนัก 🔷 ผู้ผลิตรายเล็ก อาจได้รับผลกระทบหนัก เพราะต้องแข่งขันจัดหาหน่วยความจำในตลาดที่ตึงตัว ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและเสี่ยงต่อการขาดสต็อก 🔷 อาจเกิดการปรับขึ้นราคาการ์ดจอในอนาคต เนื่องจากต้นทุน VRAM ที่สูงขึ้น 🌍 ความหมายต่ออุตสาหกรรม การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนถึงการที่ AI กำลังแย่งทรัพยากรจากตลาดเกมมิ่งและผู้บริโภคทั่วไป หากวิกฤตหน่วยความจำยังดำเนินต่อไป อาจทำให้ผู้ผลิตการ์ดจอรายเล็กต้องถอนตัวจากตลาด และส่งผลต่อการแข่งขันในระยะยาว 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Nvidia หยุดจัดส่ง VRAM พร้อม GPU ➡️ พันธมิตรต้องจัดหาหน่วยความจำเองตามสเปก ✅ วิกฤตหน่วยความจำทั่วโลก ➡️ ความต้องการจากตลาด AI ทำให้ GDDR ขาดแคลน ✅ ผลกระทบต่อพันธมิตร ➡️ ผู้ผลิตรายใหญ่ปรับตัวได้ แต่รายเล็กเสี่ยงสูง ✅ ความหมายต่ออุตสาหกรรม ➡️ AI แย่งทรัพยากรจากตลาดเกมมิ่งและผู้บริโภคทั่วไป ‼️ ความเสี่ยงด้านต้นทุนและราคา ⛔ การ์ดจออาจแพงขึ้นและขาดสต็อกในอนาคต ‼️ ความเสี่ยงต่อผู้ผลิตรายเล็ก ⛔ อาจไม่สามารถแข่งขันได้และต้องถอนตัวจากตลาด https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/nvidia-reportedly-no-longer-supplying-vram-to-its-gpu-board-partners-in-response-to-memory-crunch-rumor-claims-vendors-will-only-get-the-die-forced-to-source-memory-on-their-own
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 114 มุมมอง 0 รีวิว
  • การอัปเกรด GPU อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า RAM

    ราคาของ DDR5 RAM พุ่งสูงจนบางครั้งแพงกว่า CPU รุ่นใหม่ ทำให้การอัปเกรด RAM ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนักสำหรับผู้ใช้พีซีทั่วไป บทความแนะนำว่า การเปลี่ยน GPU เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่า เพราะราคาการ์ดจอหลายรุ่นกลับลดลงถึงระดับ MSRP หรือถูกกว่า เช่น AMD Radeon RX 9070 XT และ Nvidia GeForce RTX 5070 Ti

    ความสำคัญของจอภาพ
    แม้จะได้ GPU ใหม่ แต่หากยังใช้จอ 1080p 60Hz รุ่นเก่า จะไม่สามารถเห็นความแตกต่างได้มากนัก เนื่องจากเฟรมเรตที่สูงกว่าความสามารถของจอจะถูก “ทิ้ง” ไป การใช้จอ 1440p หรือ 4K ที่มีรีเฟรชเรตสูง จะช่วยให้ GPU ทำงานเต็มประสิทธิภาพและได้ภาพที่คมชัดกว่า

    เทคโนโลยี Upscaling และ Frame Generation
    เทคโนโลยีอย่าง DLSS, FSR และ XeSS รวมถึง Frame Generation ช่วยให้ GPU สามารถสร้างเฟรมเสริมเพื่อเพิ่มความลื่นไหล โดยเฉพาะเมื่อใช้กับจอความละเอียดสูง เช่น 4K ที่มีรีเฟรชเรต 144Hz ขึ้นไป ทำให้แม้ CPU รุ่นเก่าก็ยังสามารถทำงานร่วมกับ GPU รุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ตัวอย่างการทดสอบ
    การทดสอบกับเกม Spider-Man 2 โดยใช้ Ryzen 9 5950X (CPU อายุ 5 ปี) และ Radeon RX 9070 XT พบว่า:
    ที่ 1080p GPU ถูกจำกัดการทำงาน ใช้เพียง 88%
    ที่ 1440p GPU ใช้งานได้ถึง 95% พร้อมภาพคมชัดขึ้น
    ที่ 4K + FSR + Framegen GPU ใช้งานเต็ม 99% และเฟรมเรตพุ่งถึง 164 FPS

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ราคาของ DDR5 RAM พุ่งสูง
    ทำให้การอัปเกรด GPU เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า

    GPU รุ่นใหม่ราคาลดลง
    เช่น Radeon RX 9070 XT และ RTX 5070 Ti

    จอภาพมีผลต่อประสิทธิภาพ
    1080p 60Hz จำกัด GPU แต่ 1440p/4K + รีเฟรชเรตสูงช่วยดึงศักยภาพเต็มที่

    เทคโนโลยี Upscaling และ Framegen
    ช่วยเพิ่มเฟรมเรตและคุณภาพภาพแม้ใช้ CPU รุ่นเก่า

    ความเสี่ยงหากใช้จอเก่า
    เฟรมเรตสูงจาก GPU จะสูญเปล่า ไม่ถูกแสดงผลจริง

    ปัญหาคอขวดจาก CPU รุ่นเก่า
    หากไม่ใช้เทคโนโลยีเสริม GPU อาจถูกจำกัดการทำงาน

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/in-the-era-of-stratospheric-ram-prices-putting-a-new-gpu-in-an-old-pc-might-be-your-best-upgrade-bet-but-be-sure-to-grab-the-right-monitor-too
    🎮 การอัปเกรด GPU อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า RAM ราคาของ DDR5 RAM พุ่งสูงจนบางครั้งแพงกว่า CPU รุ่นใหม่ ทำให้การอัปเกรด RAM ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนักสำหรับผู้ใช้พีซีทั่วไป บทความแนะนำว่า การเปลี่ยน GPU เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่า เพราะราคาการ์ดจอหลายรุ่นกลับลดลงถึงระดับ MSRP หรือถูกกว่า เช่น AMD Radeon RX 9070 XT และ Nvidia GeForce RTX 5070 Ti 🖥️ ความสำคัญของจอภาพ แม้จะได้ GPU ใหม่ แต่หากยังใช้จอ 1080p 60Hz รุ่นเก่า จะไม่สามารถเห็นความแตกต่างได้มากนัก เนื่องจากเฟรมเรตที่สูงกว่าความสามารถของจอจะถูก “ทิ้ง” ไป การใช้จอ 1440p หรือ 4K ที่มีรีเฟรชเรตสูง จะช่วยให้ GPU ทำงานเต็มประสิทธิภาพและได้ภาพที่คมชัดกว่า ⚡ เทคโนโลยี Upscaling และ Frame Generation เทคโนโลยีอย่าง DLSS, FSR และ XeSS รวมถึง Frame Generation ช่วยให้ GPU สามารถสร้างเฟรมเสริมเพื่อเพิ่มความลื่นไหล โดยเฉพาะเมื่อใช้กับจอความละเอียดสูง เช่น 4K ที่มีรีเฟรชเรต 144Hz ขึ้นไป ทำให้แม้ CPU รุ่นเก่าก็ยังสามารถทำงานร่วมกับ GPU รุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 💡 ตัวอย่างการทดสอบ การทดสอบกับเกม Spider-Man 2 โดยใช้ Ryzen 9 5950X (CPU อายุ 5 ปี) และ Radeon RX 9070 XT พบว่า: 🎗️ ที่ 1080p GPU ถูกจำกัดการทำงาน ใช้เพียง 88% 🎗️ ที่ 1440p GPU ใช้งานได้ถึง 95% พร้อมภาพคมชัดขึ้น 🎗️ ที่ 4K + FSR + Framegen GPU ใช้งานเต็ม 99% และเฟรมเรตพุ่งถึง 164 FPS 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ราคาของ DDR5 RAM พุ่งสูง ➡️ ทำให้การอัปเกรด GPU เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า ✅ GPU รุ่นใหม่ราคาลดลง ➡️ เช่น Radeon RX 9070 XT และ RTX 5070 Ti ✅ จอภาพมีผลต่อประสิทธิภาพ ➡️ 1080p 60Hz จำกัด GPU แต่ 1440p/4K + รีเฟรชเรตสูงช่วยดึงศักยภาพเต็มที่ ✅ เทคโนโลยี Upscaling และ Framegen ➡️ ช่วยเพิ่มเฟรมเรตและคุณภาพภาพแม้ใช้ CPU รุ่นเก่า ‼️ ความเสี่ยงหากใช้จอเก่า ⛔ เฟรมเรตสูงจาก GPU จะสูญเปล่า ไม่ถูกแสดงผลจริง ‼️ ปัญหาคอขวดจาก CPU รุ่นเก่า ⛔ หากไม่ใช้เทคโนโลยีเสริม GPU อาจถูกจำกัดการทำงาน https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/in-the-era-of-stratospheric-ram-prices-putting-a-new-gpu-in-an-old-pc-might-be-your-best-upgrade-bet-but-be-sure-to-grab-the-right-monitor-too
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 94 มุมมอง 0 รีวิว
  • การโจมตีครั้งใหญ่ต่อ Upbit

    ตลาดคริปโตสะเทือนเมื่อ Upbit แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ ถูกแฮ็กสูญเงินกว่า 30 ล้านดอลลาร์ เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ Naver บริษัทเสิร์ชเอนจินยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ ประกาศดีลมูลค่า 10 พันล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อกิจการบริษัทแม่ของ Upbit

    Upbit ตรวจพบการโอนสินทรัพย์บนเครือข่าย Solana มูลค่ากว่า 44.5 พันล้านวอน (ประมาณ 30 ล้านดอลลาร์) ไปยังวอลเล็ตที่ไม่รู้จักทันทีที่เกิดการโจมตี บริษัทจึงรีบระงับการฝากและถอนทั้งหมด พร้อมย้ายสินทรัพย์ไปเก็บไว้ใน cold wallet เพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม

    ดีลยักษ์ของ Naver กับ Dunamu
    เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจาก Naver Corp. ประกาศซื้อกิจการ Dunamu บริษัทแม่ของ Upbit ด้วยมูลค่า 10 พันล้านดอลลาร์ ดีลนี้มีเป้าหมายเพื่อขยายธุรกิจไปสู่ คริปโตและฟินเทค พร้อมลงทุนเพิ่มกว่า 6.8 พันล้านดอลลาร์ ใน AI และบล็อกเชนภายใน 5 ปีข้างหน้า

    ผลกระทบต่อตลาดและนักลงทุน
    แม้การโจมตีครั้งนี้ถือว่าเล็กเมื่อเทียบกับการแฮ็กคริปโตที่สูญเงินระดับพันล้านดอลลาร์ในอดีต แต่การเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับดีลใหญ่ ทำให้ตลาดเกิดความกังวลต่อความมั่นคงของ Upbit และอาจส่งผลให้หุ้นของ Naver มีแรงกดดันระยะสั้น

    มุมมองเชิงบวก
    นักวิเคราะห์มองว่าเหตุการณ์นี้อาจเป็น “สัญญาณเตือน” ที่ช่วยให้ Naver ตรวจสอบระบบความปลอดภัยของ Upbit ก่อนการควบรวมอย่างสมบูรณ์ หากแก้ไขได้ทันเวลา อาจช่วยลดความเสี่ยงจากการโจมตีที่ใหญ่กว่านี้ในอนาคต

    สรุปประเด็นสำคัญ
    การแฮ็ก Upbit สูญเงินกว่า 30 ล้านดอลลาร์
    โอนสินทรัพย์ Solana ไปยังวอลเล็ตไม่ทราบที่มา

    การเข้าซื้อกิจการโดย Naver
    ดีลมูลค่า 10 พันล้านดอลลาร์เพื่อขยายสู่คริปโตและฟินเทค

    ผลกระทบต่อตลาด
    นักลงทุนกังวลต่อความมั่นคงและราคาหุ้น Naver

    มุมมองเชิงบวก
    โอกาสในการตรวจสอบและเสริมความปลอดภัยก่อนการควบรวม

    ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของแพลตฟอร์มคริปโต
    หากไม่แก้ไข อาจนำไปสู่การโจมตีที่ใหญ่กว่าและสูญเงินมหาศาล

    ความไม่แน่นอนต่อดีลการเข้าซื้อ
    อาจทำให้นักลงทุนลังเลและตลาดผันผวนในระยะสั้น

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/cryptocurrency/south-korean-crypto-exchange-upbit-reports-usd30-million-theft-hack-discovered-hours-after-countrys-largest-search-engine-announced-usd10-billion-acquisition-of-crypto-platforms-parent-company
    💰 การโจมตีครั้งใหญ่ต่อ Upbit ตลาดคริปโตสะเทือนเมื่อ Upbit แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ ถูกแฮ็กสูญเงินกว่า 30 ล้านดอลลาร์ เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ Naver บริษัทเสิร์ชเอนจินยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ ประกาศดีลมูลค่า 10 พันล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อกิจการบริษัทแม่ของ Upbit Upbit ตรวจพบการโอนสินทรัพย์บนเครือข่าย Solana มูลค่ากว่า 44.5 พันล้านวอน (ประมาณ 30 ล้านดอลลาร์) ไปยังวอลเล็ตที่ไม่รู้จักทันทีที่เกิดการโจมตี บริษัทจึงรีบระงับการฝากและถอนทั้งหมด พร้อมย้ายสินทรัพย์ไปเก็บไว้ใน cold wallet เพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม 🏢 ดีลยักษ์ของ Naver กับ Dunamu เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจาก Naver Corp. ประกาศซื้อกิจการ Dunamu บริษัทแม่ของ Upbit ด้วยมูลค่า 10 พันล้านดอลลาร์ ดีลนี้มีเป้าหมายเพื่อขยายธุรกิจไปสู่ คริปโตและฟินเทค พร้อมลงทุนเพิ่มกว่า 6.8 พันล้านดอลลาร์ ใน AI และบล็อกเชนภายใน 5 ปีข้างหน้า ⚠️ ผลกระทบต่อตลาดและนักลงทุน แม้การโจมตีครั้งนี้ถือว่าเล็กเมื่อเทียบกับการแฮ็กคริปโตที่สูญเงินระดับพันล้านดอลลาร์ในอดีต แต่การเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับดีลใหญ่ ทำให้ตลาดเกิดความกังวลต่อความมั่นคงของ Upbit และอาจส่งผลให้หุ้นของ Naver มีแรงกดดันระยะสั้น 🔍 มุมมองเชิงบวก นักวิเคราะห์มองว่าเหตุการณ์นี้อาจเป็น “สัญญาณเตือน” ที่ช่วยให้ Naver ตรวจสอบระบบความปลอดภัยของ Upbit ก่อนการควบรวมอย่างสมบูรณ์ หากแก้ไขได้ทันเวลา อาจช่วยลดความเสี่ยงจากการโจมตีที่ใหญ่กว่านี้ในอนาคต 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ การแฮ็ก Upbit สูญเงินกว่า 30 ล้านดอลลาร์ ➡️ โอนสินทรัพย์ Solana ไปยังวอลเล็ตไม่ทราบที่มา ✅ การเข้าซื้อกิจการโดย Naver ➡️ ดีลมูลค่า 10 พันล้านดอลลาร์เพื่อขยายสู่คริปโตและฟินเทค ✅ ผลกระทบต่อตลาด ➡️ นักลงทุนกังวลต่อความมั่นคงและราคาหุ้น Naver ✅ มุมมองเชิงบวก ➡️ โอกาสในการตรวจสอบและเสริมความปลอดภัยก่อนการควบรวม ‼️ ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของแพลตฟอร์มคริปโต ⛔ หากไม่แก้ไข อาจนำไปสู่การโจมตีที่ใหญ่กว่าและสูญเงินมหาศาล ‼️ ความไม่แน่นอนต่อดีลการเข้าซื้อ ⛔ อาจทำให้นักลงทุนลังเลและตลาดผันผวนในระยะสั้น https://www.tomshardware.com/tech-industry/cryptocurrency/south-korean-crypto-exchange-upbit-reports-usd30-million-theft-hack-discovered-hours-after-countrys-largest-search-engine-announced-usd10-billion-acquisition-of-crypto-platforms-parent-company
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 102 มุมมอง 0 รีวิว
  • งวงยุงกับการพิมพ์ 3D

    ข่าวนี้เล่าถึงการค้นพบของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย McGill ที่นำ งวงดูดเลือดของยุงตัวเมียที่ตายแล้ว (proboscis) มาใช้เป็นหัวฉีดสำหรับเครื่องพิมพ์ 3D ความละเอียดสูง ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ละเอียดกว่าเทคโนโลยีหัวฉีดที่มนุษย์สร้างขึ้น ถือเป็นการเปิดมิติใหม่ของการพิมพ์ 3D ที่เรียกว่า “Necroprinting”

    นักวิจัยพบว่าโครงสร้างงวงของยุงมีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 20 ไมโครเมตร ซึ่งเล็กกว่าหัวฉีดที่มนุษย์สร้างขึ้นถึง 100% ทำให้สามารถพิมพ์วัตถุที่มีพื้นผิวเรียบและละเอียดมาก เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น การบินอวกาศ ทันตกรรม และชีวการแพทย์

    การเปรียบเทียบกับหัวฉีดทั่วไป
    หัวฉีดเชิงพาณิชย์ที่ใช้ในปัจจุบันมีราคาเฉลี่ยราว 80 ดอลลาร์ต่อหัว และทำจากพลาสติกหรือโลหะที่ไม่ย่อยสลาย ขณะที่งวงยุงมีคุณสมบัติ ตรงและทนแรงดันได้ถึง 60 กิโลพาสคาล อีกทั้งยัง ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ทำให้เป็นวัสดุที่มีศักยภาพทั้งด้านต้นทุนและสิ่งแวดล้อม

    ความหมายเชิงวิทยาศาสตร์
    ก่อนหน้านี้นักวิจัยเคยทดลองใช้ เหล็กในของแมลง สายรากพืช และเขี้ยวงู แต่พบว่างวงยุงมีความเหมาะสมที่สุด การค้นพบนี้สะท้อนถึงการนำโครงสร้างทางชีววิทยาที่วิวัฒนาการมาหลายล้านปีมาใช้ในเทคโนโลยีสมัยใหม่ และอาจนำไปสู่การพัฒนา หัวฉีดชีวภาพรุ่นใหม่ ที่มีความละเอียดสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

    ความท้าทายและอนาคต
    แม้งานวิจัยนี้ยังอยู่ในขั้นทดลอง แต่ทีม McGill กำลังพัฒนา โครงสร้างเสริม (bioscaffold) เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของงวงยุงที่เปราะบาง หากสำเร็จ อาจนำไปสู่การผลิตหัวฉีดชีวภาพในเชิงพาณิชย์ และเปิดทางให้การพิมพ์ 3D ก้าวไปอีกขั้น

    สรุปสาระสำคัญ
    การค้นพบใหม่
    ใช้งวงยุงตัวเมียเป็นหัวฉีด 3D
    เส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 20 ไมโครเมตร

    การเปรียบเทียบกับหัวฉีดทั่วไป
    หัวฉีดเชิงพาณิชย์ราคา ~80 ดอลลาร์
    งวงยุงตรง ทนแรงดัน และย่อยสลายได้

    ความหมายเชิงวิทยาศาสตร์
    เคยทดลองใช้เขี้ยวงูและเหล็กในแมลง แต่ไม่เหมาะสม
    งวงยุงเป็นวัสดุที่มีศักยภาพสูงสุด

    ความท้าทายและอนาคต
    ต้องพัฒนา bioscaffold เพื่อเพิ่มความแข็งแรง
    อาจนำไปสู่หัวฉีดชีวภาพเชิงพาณิชย์

    คำเตือนต่อการใช้งาน
    งวงยุงมีความเปราะบาง อาจไม่ทนต่อการใช้งานหนัก
    ยังอยู่ในขั้นทดลอง ไม่พร้อมใช้เชิงอุตสาหกรรม

    https://www.tomshardware.com/3d-printing/dead-mosquito-proboscis-used-for-high-resolution-3d-printing-nozzle-scientists-boast-of-the-extremely-fine-output-from-necroprinting
    🦟 งวงยุงกับการพิมพ์ 3D ข่าวนี้เล่าถึงการค้นพบของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย McGill ที่นำ งวงดูดเลือดของยุงตัวเมียที่ตายแล้ว (proboscis) มาใช้เป็นหัวฉีดสำหรับเครื่องพิมพ์ 3D ความละเอียดสูง ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ละเอียดกว่าเทคโนโลยีหัวฉีดที่มนุษย์สร้างขึ้น ถือเป็นการเปิดมิติใหม่ของการพิมพ์ 3D ที่เรียกว่า “Necroprinting” นักวิจัยพบว่าโครงสร้างงวงของยุงมีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 20 ไมโครเมตร ซึ่งเล็กกว่าหัวฉีดที่มนุษย์สร้างขึ้นถึง 100% ทำให้สามารถพิมพ์วัตถุที่มีพื้นผิวเรียบและละเอียดมาก เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น การบินอวกาศ ทันตกรรม และชีวการแพทย์ 🏭 การเปรียบเทียบกับหัวฉีดทั่วไป หัวฉีดเชิงพาณิชย์ที่ใช้ในปัจจุบันมีราคาเฉลี่ยราว 80 ดอลลาร์ต่อหัว และทำจากพลาสติกหรือโลหะที่ไม่ย่อยสลาย ขณะที่งวงยุงมีคุณสมบัติ ตรงและทนแรงดันได้ถึง 60 กิโลพาสคาล อีกทั้งยัง ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ทำให้เป็นวัสดุที่มีศักยภาพทั้งด้านต้นทุนและสิ่งแวดล้อม 🌍 ความหมายเชิงวิทยาศาสตร์ ก่อนหน้านี้นักวิจัยเคยทดลองใช้ เหล็กในของแมลง สายรากพืช และเขี้ยวงู แต่พบว่างวงยุงมีความเหมาะสมที่สุด การค้นพบนี้สะท้อนถึงการนำโครงสร้างทางชีววิทยาที่วิวัฒนาการมาหลายล้านปีมาใช้ในเทคโนโลยีสมัยใหม่ และอาจนำไปสู่การพัฒนา หัวฉีดชีวภาพรุ่นใหม่ ที่มีความละเอียดสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 🔒 ความท้าทายและอนาคต แม้งานวิจัยนี้ยังอยู่ในขั้นทดลอง แต่ทีม McGill กำลังพัฒนา โครงสร้างเสริม (bioscaffold) เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของงวงยุงที่เปราะบาง หากสำเร็จ อาจนำไปสู่การผลิตหัวฉีดชีวภาพในเชิงพาณิชย์ และเปิดทางให้การพิมพ์ 3D ก้าวไปอีกขั้น 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ การค้นพบใหม่ ➡️ ใช้งวงยุงตัวเมียเป็นหัวฉีด 3D ➡️ เส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 20 ไมโครเมตร ✅ การเปรียบเทียบกับหัวฉีดทั่วไป ➡️ หัวฉีดเชิงพาณิชย์ราคา ~80 ดอลลาร์ ➡️ งวงยุงตรง ทนแรงดัน และย่อยสลายได้ ✅ ความหมายเชิงวิทยาศาสตร์ ➡️ เคยทดลองใช้เขี้ยวงูและเหล็กในแมลง แต่ไม่เหมาะสม ➡️ งวงยุงเป็นวัสดุที่มีศักยภาพสูงสุด ✅ ความท้าทายและอนาคต ➡️ ต้องพัฒนา bioscaffold เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ➡️ อาจนำไปสู่หัวฉีดชีวภาพเชิงพาณิชย์ ‼️ คำเตือนต่อการใช้งาน ⛔ งวงยุงมีความเปราะบาง อาจไม่ทนต่อการใช้งานหนัก ⛔ ยังอยู่ในขั้นทดลอง ไม่พร้อมใช้เชิงอุตสาหกรรม https://www.tomshardware.com/3d-printing/dead-mosquito-proboscis-used-for-high-resolution-3d-printing-nozzle-scientists-boast-of-the-extremely-fine-output-from-necroprinting
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 100 มุมมอง 0 รีวิว
  • แอปพลิเคชัน Linux ที่ฟื้นคืนชีพ

    บทความจาก It’s FOSS เล่าถึง 11 แอปพลิเคชันบน Linux ที่เคยถูกทิ้งร้าง แต่กลับมาใหม่ในรูปแบบ Next Generation (-ng) โดยมีการเขียนใหม่ ปรับปรุงประสิทธิภาพ และเพิ่มฟีเจอร์ให้ทันสมัย

    หนึ่งในเสน่ห์ของโอเพ่นซอร์สคือ เมื่อโครงการถูกทิ้งไว้ ก็ยังมีชุมชนหรือผู้พัฒนารายใหม่หยิบขึ้นมาสานต่อ ตัวอย่างเช่น iotop-c ที่เขียนใหม่ด้วยภาษา C เพื่อแก้ปัญหาความช้าในเวอร์ชัน Python และ vokoscreenNG ที่ปรับปรุงให้รองรับ Wayland พร้อมอินเทอร์เฟซใหม่ด้วย Qt

    นอกจากนี้ยังมี WoeUSB-ng ที่ช่วยสร้าง USB ติดตั้ง Windows จาก Linux แม้ปัจจุบันจะหยุดพัฒนาไปอีกครั้ง แต่ก็ยังมีผู้ใช้จำนวนมาก และ eSpeak NG ที่เป็นเครื่องมือสังเคราะห์เสียงรองรับกว่า 100 ภาษา ใช้แทน eSpeak รุ่นเดิมได้ทันที

    เครื่องมือสำหรับงานเฉพาะทาง
    บางแอปพลิเคชันถูกสร้างขึ้นใหม่เพื่อรองรับงานเฉพาะ เช่น stress-ng ที่ใช้ทดสอบความทนทานของระบบโดยสร้างโหลดหนัก ๆ (เหมาะสำหรับมืออาชีพเท่านั้น) และ aircrack-ng ที่กลายเป็นชุดเครื่องมือเต็มรูปแบบสำหรับตรวจสอบความปลอดภัยของ WiFi

    ในด้านการใช้งานทั่วไปก็มี tomboy-ng สำหรับจดบันทึกที่เขียนใหม่ด้วย Pascal แทน C# เพื่อลดภาระของ Mono และ radiotray-ng ที่ทำให้การฟังวิทยุออนไลน์จาก system tray มีความเสถียรมากขึ้น

    แอปพลิเคชันด้านข้อมูลและการวิเคราะห์
    อีกกลุ่มหนึ่งคือเครื่องมือด้านข้อมูล เช่น GoldenDict-ng ที่ปรับปรุงการทำงานของพจนานุกรมและการแปล พร้อมรองรับ Qt6 และ Dark Mode รวมถึง ntopng ที่เป็นตัววิเคราะห์ทราฟฟิกเครือข่ายแบบเรียลไทม์ มี UI ทันสมัยและรองรับการตรวจสอบเชิงลึก

    สุดท้ายคือ Shutter แอปจับภาพหน้าจอที่เคยถูกทิ้งร้าง แต่กลับมาพร้อมการรองรับ Wayland และการดูแลโดยชุมชน ทำให้ยังคงเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ใช้ Linux

    สรุปประเด็นสำคัญ
    แอปที่ถูกเขียนใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
    iotop-c (เขียนใหม่ด้วย C)
    vokoscreenNG (รองรับ Wayland, Qt interface)

    แอปสำหรับงานเฉพาะทาง
    stress-ng (ทดสอบระบบด้วยโหลดหนัก)
    aircrack-ng (ตรวจสอบความปลอดภัย WiFi)

    แอปสำหรับการใช้งานทั่วไป
    tomboy-ng (จดบันทึก, เขียนใหม่ด้วย Pascal)
    radiotray-ng (ฟังวิทยุออนไลน์เสถียรขึ้น)

    แอปด้านข้อมูลและการวิเคราะห์
    GoldenDict-ng (พจนานุกรม, รองรับ Qt6)
    ntopng (วิเคราะห์ทราฟฟิกเครือข่าย)
    Shutter (จับภาพหน้าจอ, รองรับ Wayland)

    คำเตือนสำหรับผู้ใช้
    stress-ng ไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้ทั่วไป อาจทำให้ระบบล่มหรือร้อนเกินไป
    WoeUSB-ng หยุดพัฒนาแล้ว อาจไม่รองรับระบบใหม่ ๆ

    https://itsfoss.com/new-gen-linux-apps/
    🖥️ แอปพลิเคชัน Linux ที่ฟื้นคืนชีพ บทความจาก It’s FOSS เล่าถึง 11 แอปพลิเคชันบน Linux ที่เคยถูกทิ้งร้าง แต่กลับมาใหม่ในรูปแบบ Next Generation (-ng) โดยมีการเขียนใหม่ ปรับปรุงประสิทธิภาพ และเพิ่มฟีเจอร์ให้ทันสมัย หนึ่งในเสน่ห์ของโอเพ่นซอร์สคือ เมื่อโครงการถูกทิ้งไว้ ก็ยังมีชุมชนหรือผู้พัฒนารายใหม่หยิบขึ้นมาสานต่อ ตัวอย่างเช่น iotop-c ที่เขียนใหม่ด้วยภาษา C เพื่อแก้ปัญหาความช้าในเวอร์ชัน Python และ vokoscreenNG ที่ปรับปรุงให้รองรับ Wayland พร้อมอินเทอร์เฟซใหม่ด้วย Qt นอกจากนี้ยังมี WoeUSB-ng ที่ช่วยสร้าง USB ติดตั้ง Windows จาก Linux แม้ปัจจุบันจะหยุดพัฒนาไปอีกครั้ง แต่ก็ยังมีผู้ใช้จำนวนมาก และ eSpeak NG ที่เป็นเครื่องมือสังเคราะห์เสียงรองรับกว่า 100 ภาษา ใช้แทน eSpeak รุ่นเดิมได้ทันที ⚡ เครื่องมือสำหรับงานเฉพาะทาง บางแอปพลิเคชันถูกสร้างขึ้นใหม่เพื่อรองรับงานเฉพาะ เช่น stress-ng ที่ใช้ทดสอบความทนทานของระบบโดยสร้างโหลดหนัก ๆ (เหมาะสำหรับมืออาชีพเท่านั้น) และ aircrack-ng ที่กลายเป็นชุดเครื่องมือเต็มรูปแบบสำหรับตรวจสอบความปลอดภัยของ WiFi ในด้านการใช้งานทั่วไปก็มี tomboy-ng สำหรับจดบันทึกที่เขียนใหม่ด้วย Pascal แทน C# เพื่อลดภาระของ Mono และ radiotray-ng ที่ทำให้การฟังวิทยุออนไลน์จาก system tray มีความเสถียรมากขึ้น 📚 แอปพลิเคชันด้านข้อมูลและการวิเคราะห์ อีกกลุ่มหนึ่งคือเครื่องมือด้านข้อมูล เช่น GoldenDict-ng ที่ปรับปรุงการทำงานของพจนานุกรมและการแปล พร้อมรองรับ Qt6 และ Dark Mode รวมถึง ntopng ที่เป็นตัววิเคราะห์ทราฟฟิกเครือข่ายแบบเรียลไทม์ มี UI ทันสมัยและรองรับการตรวจสอบเชิงลึก สุดท้ายคือ Shutter แอปจับภาพหน้าจอที่เคยถูกทิ้งร้าง แต่กลับมาพร้อมการรองรับ Wayland และการดูแลโดยชุมชน ทำให้ยังคงเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ใช้ Linux 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ แอปที่ถูกเขียนใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ➡️ iotop-c (เขียนใหม่ด้วย C) ➡️ vokoscreenNG (รองรับ Wayland, Qt interface) ✅ แอปสำหรับงานเฉพาะทาง ➡️ stress-ng (ทดสอบระบบด้วยโหลดหนัก) ➡️ aircrack-ng (ตรวจสอบความปลอดภัย WiFi) ✅ แอปสำหรับการใช้งานทั่วไป ➡️ tomboy-ng (จดบันทึก, เขียนใหม่ด้วย Pascal) ➡️ radiotray-ng (ฟังวิทยุออนไลน์เสถียรขึ้น) ✅ แอปด้านข้อมูลและการวิเคราะห์ ➡️ GoldenDict-ng (พจนานุกรม, รองรับ Qt6) ➡️ ntopng (วิเคราะห์ทราฟฟิกเครือข่าย) ➡️ Shutter (จับภาพหน้าจอ, รองรับ Wayland) ‼️ คำเตือนสำหรับผู้ใช้ ⛔ stress-ng ไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้ทั่วไป อาจทำให้ระบบล่มหรือร้อนเกินไป ⛔ WoeUSB-ng หยุดพัฒนาแล้ว อาจไม่รองรับระบบใหม่ ๆ https://itsfoss.com/new-gen-linux-apps/
    ITSFOSS.COM
    Open Source Never Dies: 11 of My Favorite Linux Apps That Refused to Stay Dead
    These Linux apps were popular once. And then they were abandoned. And then they came back with a new generation tag.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 94 มุมมอง 0 รีวิว
  • https://pvaoutlets.com/product/buy-old-gmail-accounts/
    https://pvaoutlets.com/product/buy-old-gmail-accounts/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 43 มุมมอง 0 รีวิว
  • นวัตกรรมใหม่: ยาหยอดจมูกสู้มะเร็งสมอง

    นักวิจัยจาก Washington University และ Northwestern University ได้พัฒนาวิธีการส่งยาผ่านจมูกเข้าสู่สมอง โดยใช้โครงสร้างนาโนที่เรียกว่า Spherical Nucleic Acids (SNA) ห่อหุ้มสารกระตุ้นภูมิคุ้มกัน STING pathway เพื่อให้คงตัวได้นานขึ้นและเดินทางไปยังสมองได้อย่างปลอดภัย ผลการทดลองในหนูพบว่าสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอก Glioblastoma ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมาย
    เมื่อยาหยอดจมูกถูกใช้ร่วมกับยาที่ช่วยกระตุ้นเซลล์ T-lymphocytes นักวิจัยพบว่าสามารถกำจัดเนื้องอกได้แทบหมดสิ้น และยังสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาวต่อการกลับมาใหม่ของมะเร็ง นี่ถือเป็นการเปลี่ยน “Cold Tumor” ที่ไม่ตอบสนองต่อภูมิคุ้มกัน ให้กลายเป็น “Hot Tumor” ที่ระบบภูมิคุ้มกันสามารถจัดการได้ง่ายขึ้น

    ความท้าทายและข้อควรระวัง
    แม้ผลการทดลองในสัตว์จะน่าตื่นเต้น แต่นักวิจัยเตือนว่ายังต้องใช้เวลาอีกมากก่อนจะเข้าสู่การทดลองในมนุษย์ เนื่องจาก Glioblastoma เป็นมะเร็งที่ซับซ้อนและสามารถหลบเลี่ยงการตอบสนองของภูมิคุ้มกันได้หลายวิธี การรักษาอาจต้องใช้การผสมผสานหลายแนวทางเพื่อให้ได้ผลจริงในคนไข้

    ความหวังใหม่ในวงการแพทย์
    นวัตกรรมนี้สะท้อนถึงความก้าวหน้าของ Immunotherapy ที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าการรักษามะเร็งสมอง จากเดิมที่ต้องพึ่งการผ่าตัดและเคมีบำบัดที่รุกรานร่างกาย สู่การรักษาแบบไม่เจ็บปวดและอาจมีผลข้างเคียงน้อยลง หากประสบความสำเร็จในมนุษย์ จะเป็นการเปิดประตูสู่ยุคใหม่ของการรักษามะเร็งที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น

    สรุปสาระสำคัญ
    นวัตกรรมยาหยอดจมูก
    ใช้โครงสร้างนาโน SNA ห่อหุ้มสารกระตุ้นภูมิคุ้มกัน
    เดินทางจากโพรงจมูกเข้าสู่สมองโดยตรง

    ผลการทดลองในสัตว์
    ยับยั้งการเจริญเติบโตของ Glioblastoma ได้
    สร้างภูมิคุ้มกันระยะยาวต่อการกลับมาใหม่ของเนื้องอก

    ศักยภาพของการรักษา
    เปลี่ยน “Cold Tumor” ให้ตอบสนองต่อภูมิคุ้มกัน
    ลดความจำเป็นในการผ่าตัดหรือการรักษาที่รุกราน

    ข้อควรระวังและความท้าทาย
    ยังอยู่ในขั้นทดลองกับสัตว์ ไม่พร้อมใช้กับมนุษย์
    Glioblastoma มีความซับซ้อน อาจต้องใช้หลายวิธีร่วมกัน
    ต้องพัฒนาเรื่องความเสถียรและการควบคุมปริมาณยาให้แม่นยำ

    https://www.sciencealert.com/nasal-drops-could-help-fight-a-common-and-deadly-brain-cancer
    🧪 นวัตกรรมใหม่: ยาหยอดจมูกสู้มะเร็งสมอง นักวิจัยจาก Washington University และ Northwestern University ได้พัฒนาวิธีการส่งยาผ่านจมูกเข้าสู่สมอง โดยใช้โครงสร้างนาโนที่เรียกว่า Spherical Nucleic Acids (SNA) ห่อหุ้มสารกระตุ้นภูมิคุ้มกัน STING pathway เพื่อให้คงตัวได้นานขึ้นและเดินทางไปยังสมองได้อย่างปลอดภัย ผลการทดลองในหนูพบว่าสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอก Glioblastoma ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 🌟 ผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมาย เมื่อยาหยอดจมูกถูกใช้ร่วมกับยาที่ช่วยกระตุ้นเซลล์ T-lymphocytes นักวิจัยพบว่าสามารถกำจัดเนื้องอกได้แทบหมดสิ้น และยังสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาวต่อการกลับมาใหม่ของมะเร็ง นี่ถือเป็นการเปลี่ยน “Cold Tumor” ที่ไม่ตอบสนองต่อภูมิคุ้มกัน ให้กลายเป็น “Hot Tumor” ที่ระบบภูมิคุ้มกันสามารถจัดการได้ง่ายขึ้น ⚠️ ความท้าทายและข้อควรระวัง แม้ผลการทดลองในสัตว์จะน่าตื่นเต้น แต่นักวิจัยเตือนว่ายังต้องใช้เวลาอีกมากก่อนจะเข้าสู่การทดลองในมนุษย์ เนื่องจาก Glioblastoma เป็นมะเร็งที่ซับซ้อนและสามารถหลบเลี่ยงการตอบสนองของภูมิคุ้มกันได้หลายวิธี การรักษาอาจต้องใช้การผสมผสานหลายแนวทางเพื่อให้ได้ผลจริงในคนไข้ 🌍 ความหวังใหม่ในวงการแพทย์ นวัตกรรมนี้สะท้อนถึงความก้าวหน้าของ Immunotherapy ที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าการรักษามะเร็งสมอง จากเดิมที่ต้องพึ่งการผ่าตัดและเคมีบำบัดที่รุกรานร่างกาย สู่การรักษาแบบไม่เจ็บปวดและอาจมีผลข้างเคียงน้อยลง หากประสบความสำเร็จในมนุษย์ จะเป็นการเปิดประตูสู่ยุคใหม่ของการรักษามะเร็งที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ นวัตกรรมยาหยอดจมูก ➡️ ใช้โครงสร้างนาโน SNA ห่อหุ้มสารกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ➡️ เดินทางจากโพรงจมูกเข้าสู่สมองโดยตรง ✅ ผลการทดลองในสัตว์ ➡️ ยับยั้งการเจริญเติบโตของ Glioblastoma ได้ ➡️ สร้างภูมิคุ้มกันระยะยาวต่อการกลับมาใหม่ของเนื้องอก ✅ ศักยภาพของการรักษา ➡️ เปลี่ยน “Cold Tumor” ให้ตอบสนองต่อภูมิคุ้มกัน ➡️ ลดความจำเป็นในการผ่าตัดหรือการรักษาที่รุกราน ‼️ ข้อควรระวังและความท้าทาย ⛔ ยังอยู่ในขั้นทดลองกับสัตว์ ไม่พร้อมใช้กับมนุษย์ ⛔ Glioblastoma มีความซับซ้อน อาจต้องใช้หลายวิธีร่วมกัน ⛔ ต้องพัฒนาเรื่องความเสถียรและการควบคุมปริมาณยาให้แม่นยำ https://www.sciencealert.com/nasal-drops-could-help-fight-a-common-and-deadly-brain-cancer
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Nasal Drops Could Help Fight a Common And Deadly Brain Cancer
    Researchers have developed nasal drops that travel along the nerves of the nose into the central nervous system to fight the deadliest brain cancer.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 140 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar
    #รวมข่าวIT #20251126 #TechRadar

    Amazon ทุ่มงบ 50 พันล้านดอลลาร์เพื่อสร้างระบบ AI และ HPC สำหรับรัฐบาลสหรัฐฯ
    เรื่องนี้เป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของ Amazon ที่ต้องการยกระดับศักยภาพด้านการประมวลผลให้กับหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ โดยจะเน้นไปที่งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ความมั่นคงไซเบอร์ พลังงาน และการแพทย์ การลงทุนนี้จะเพิ่มกำลังการประมวลผลกว่า 1.3 กิกะวัตต์ในระบบคลาวด์ของรัฐบาล ทำให้สามารถทำงานจำลองและวิเคราะห์ข้อมูลได้เร็วขึ้นมาก AWS CEO กล่าวว่านี่คือการเปิดทางให้หน่วยงานรัฐเข้าถึง AI ขั้นสูงเพื่อเร่งภารกิจสำคัญของประเทศ
    https://www.techradar.com/pro/talk-about-an-upgrade-amazon-is-spending-usd50-billion-on-new-ai-and-hpc-hardware-for-the-us-government

    ข่าวลือราคา iPhone พับได้ อาจสูงถึง $2,399 ทำให้ iPad Mini 8 ดูคุ้มกว่า
    มีรายงานจาก Fubon Research ว่า iPhone รุ่นพับได้ที่คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2026 อาจมีราคาสูงถึง $2,399 ซึ่งถือว่าแพงกว่าที่หลายคนคาดไว้ แม้จะมีข่าวดีว่าหน้าจออาจไร้รอยพับ แต่ราคาที่สูงขนาดนี้ทำให้หลายคนมองว่าซื้อ iPhone รุ่นปกติพร้อม iPad Mini 8 อาจจะคุ้มกว่า เพราะได้สองหน้าจอในราคาที่ใกล้เคียงกัน การเปิดตัวคาดว่าจะใช้ชื่อ “iPhone Fold” และอยู่ในขั้นตอนการทดสอบก่อนผลิตจริง
    https://www.techradar.com/phones/iphone/if-the-latest-foldable-iphone-price-rumor-is-correct-the-ipad-mini-8-will-be-the-only-sensible-choice

    ช่องโหว่ที่ซ่อนอยู่ในระบบ Cloud Security
    บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าการใช้ระบบคลาวด์หลายเจ้า (multicloud) และการนำ AI หรือ container มาใช้งาน ทำให้เกิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่องค์กรอาจมองไม่เห็น โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายข้อมูลภายใน (east-west traffic) และการส่งข้อมูลออกไปภายนอก (egress traffic) ที่มักไม่มีการควบคุมอย่างเข้มงวด ผู้เชี่ยวชาญเสนอแนวคิดใหม่ “Cloud Native Security Fabric” ที่ฝังระบบรักษาความปลอดภัยเข้าไปในโครงสร้างเครือข่ายโดยตรง เพื่อให้สามารถปรับตัวได้ตามการเปลี่ยนแปลงของ workload แบบเรียลไทม์
    https://www.techradar.com/pro/the-hidden-gaps-in-your-cloud-security-fabric

    Gemini 3 กับ Nano Banana Pro: AI ที่เปลี่ยนการแต่งภาพให้เหมือนงานศิลป์
    Google เปิดตัวเครื่องมือแก้ไขภาพด้วย AI ที่ชื่อ Nano Banana Pro ซึ่งใช้พลังจาก Gemini 3 จุดเด่นคือสามารถปรับแสงเหมือนเปลี่ยนบรรยากาศจริง เช่น จากภาพธรรมดาให้กลายเป็นช่วง golden hour หรือเปลี่ยนฉากหลังโดยไม่ทำให้ตัวแบบดูหลุดออกจากภาพ นอกจากนี้ยังสามารถย้ายวัตถุหรือปรับโครงสร้างภาพได้อย่างสมจริง ทำให้การแก้ไขภาพซับซ้อนกลายเป็นเรื่องง่ายเพียงแค่บอกคำสั่งเหมือนเล่าให้คนเข้าใจ
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/gemini/gemini-3s-nano-banana-pro-photo-editing-is-amazing-here-are-3-ways-to-make-the-most-of-it

    สิ้นสุดการสนับสนุน vSphere 7: Broadcom ปรับโมเดลราคาใหม่จนลูกค้าหนักใจ
    หลังจาก Broadcom เข้าซื้อ VMware ด้วยมูลค่า 61 พันล้านดอลลาร์ ก็มีการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ ทั้งการยกเลิกการขายแบบ perpetual license และเปลี่ยนเป็น subscription bundles ทำให้ต้นทุนของลูกค้าเพิ่มขึ้นหลายเท่า การสิ้นสุดการสนับสนุน vSphere 7 ในเดือนตุลาคม 2025 ยิ่งสร้างแรงกดดันให้ธุรกิจต้องหาทางเลือกใหม่ หลายองค์กรเริ่มมองหาผู้ให้บริการรายอื่นหรือใช้ third-party support เพื่อคงระบบเดิมไว้โดยไม่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายสูงตามโมเดลใหม่
    https://www.techradar.com/pro/vsphere-7-support-ends-the-challenges-of-broadcoms-new-licensing-and-pricing-models

    Linux OS มียอดดาวน์โหลดทะลุหนึ่งล้านครั้งหลัง Windows 10 หมดการสนับสนุน
    หลังจาก Microsoft ยุติการสนับสนุน Windows 10 ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากหันไปหา Linux OS ทางเลือกใหม่ที่มีความปลอดภัยและเสถียร โดยมีรายงานว่ามียอดดาวน์โหลดทะลุหนึ่งล้านครั้งในเวลาไม่นาน ความนิยมนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้ใช้เริ่มมองหาทางเลือกที่ไม่ต้องพึ่งพา Windows และยังได้ฟีเจอร์ที่ทันสมัยพร้อมการอัปเดตต่อเนื่องจากชุมชนโอเพ่นซอร์ส
    https://www.techradar.com/computing/windows/this-linux-os-has-got-a-million-downloads-since-windows-10-support-ended-should-microsoft-start-worrying-now

    ChatGPT เปิดตัวฟีเจอร์ Agent ให้ผู้ใช้สั่งงานแล้วปล่อยให้ทำเอง
    ฟีเจอร์ใหม่ของ ChatGPT ที่ชื่อว่า Agent ช่วยให้ผู้ใช้สามารถตั้งภารกิจ เช่น ค้นหาข้อมูลหรือจัดการงาน แล้วปล่อยให้ระบบทำงานต่อเองโดยไม่ต้องติดตามตลอดเวลา ถือเป็นการยกระดับจากการสนทนาแบบโต้ตอบไปสู่การทำงานอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ทำให้ผู้ใช้สามารถโฟกัสกับงานอื่นได้ในขณะที่ AI ทำงานเบื้องหลัง
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/chatgpt/chatgpts-agent-feature-lets-you-assign-tasks-and-walk-away-heres-how-it-works

    มหาวิทยาลัย Harvard เผยข้อมูลรั่วไหลกระทบศิษย์เก่าและผู้บริจาค
    Harvard University ประกาศว่ามีการโจมตีทางไซเบอร์ที่ทำให้ข้อมูลของศิษย์เก่าและผู้บริจาคถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลอย่างมากต่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลและการเงินของผู้ที่เกี่ยวข้อง มหาวิทยาลัยกำลังดำเนินการตรวจสอบและเสริมมาตรการความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก
    https://www.techradar.com/pro/security/harvard-university-reveals-data-breach-hitting-alumni-and-donors

    Zero Trust มี 3 ระดับความเร็วในการปรับใช้
    แนวคิด Zero Trust ที่เน้นการตรวจสอบทุกการเข้าถึงระบบ ไม่ว่าจะมาจากภายในหรือภายนอกองค์กร ถูกแบ่งออกเป็น 3 ระดับความเร็วในการนำไปใช้ ได้แก่ ระดับเริ่มต้นที่เน้นการควบคุมพื้นฐาน ระดับกลางที่เริ่มใช้ระบบอัตโนมัติ และระดับสูงสุดที่ผสาน AI และการวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อสร้างความปลอดภัยแบบครบวงจร องค์กรสามารถเลือกปรับใช้ตามความพร้อมและทรัพยากรที่มี
    https://www.techradar.com/pro/the-three-speeds-of-zero-trust

    iLamp พลังงานแสงอาทิตย์ เปลี่ยนเสาไฟให้กลายเป็นศูนย์กลาง AI
    นวัตกรรมใหม่ที่ชื่อว่า iLamp ใช้พลังงานแสงอาทิตย์และติดตั้งระบบ AI ภายในเสาไฟ ทำให้สามารถทำหน้าที่มากกว่าแค่ให้แสงสว่าง เช่น การตรวจสอบสภาพแวดล้อม การเชื่อมต่อกับระบบเมืองอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ ถือเป็นการเปลี่ยนเสาไฟธรรมดาให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเมืองในอนาคต
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/solar-powered-ilamp-turns-the-humble-lamppost-into-an-ai-hub

    CEO Salesforce หันหลังให้ ChatGPT หันไปหา Gemini 3
    Marc Benioff ซีอีโอของ Salesforce สร้างความฮือฮาเมื่อประกาศเลิกใช้ ChatGPT หลังจากได้ลอง Google Gemini 3 เพียงสองชั่วโมง เขายกย่อง Gemini 3 ว่าเหนือกว่าในด้านความเร็ว การให้เหตุผล และความสามารถแบบมัลติโหมดที่รองรับทั้งข้อความ ภาพ เสียง และวิดีโอ การเปลี่ยนใจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่ดุเดือดในโลก AI และอาจส่งผลต่อทิศทางการใช้งาน AI ในองค์กรระดับโลก
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/gemini/the-leap-is-insane-salesforce-ceo-swaps-chatgpt-for-gemini-3-and-says-hes-not-going-back

    โน้ตบุ๊ก Geekom GeekBook X14 Pro เบาแต่แรง
    Geekom เปิดตัวโน้ตบุ๊กใหม่ GeekBook X14 Pro ที่มีน้ำหนักไม่ถึงหนึ่งกิโลกรัม แต่สเปกจัดเต็มด้วย Intel Core Ultra 9 และ Intel Arc GPU ที่รองรับการเร่งผลกราฟิกด้วย AI หน้าจอ OLED ขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K พร้อมรีเฟรชเรต 120Hz ทำให้ภาพคมชัดและสดใส แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานถึง 16 ชั่วโมง และรองรับชาร์จเร็ว จุดเด่นคือความเบาและพกพาสะดวก แต่ยังคงประสิทธิภาพสูงสำหรับงานหนักและงานสร้างสรรค์
    https://www.techradar.com/pro/geekoms-new-laptop-offers-a-bright-and-wide-screen-impressive-hardware-but-it-weighs-less-than-a-bag-of-sugar

    บั๊ก Windows 11 เล่นงานการ์ดจอ Nvidia RTX 5090
    การอัปเดต Windows 11 เดือนตุลาคมทำให้เกิดปัญหากับเกมเมอร์ โดยเฉพาะเกม Assassin’s Creed Shadows ที่เฟรมเรตตกลงถึง 50% แม้ใช้การ์ดจอระดับเทพ RTX 5090 Nvidia ต้องรีบออกแพตช์แก้ไขฉุกเฉิน แต่ยังไม่ชัดเจนว่าต้นเหตุจริง ๆ มาจาก Microsoft หรือ Nvidia เอง ปัญหานี้ทำให้ผู้ใช้หลายคนต้องหาทางแก้ชั่วคราว เช่น ปิดฟีเจอร์ Resizable Bar เพื่อให้เล่นเกมได้ลื่นขึ้น
    https://www.techradar.com/computing/gpu/possible-windows-11-bug-with-nvidia-gpus-tanks-assassins-creed-shadows-performance-bringing-even-an-rtx-5090-to-its-knees

    แฟนเทคโนโลยีย้อนยุคสร้างเครื่องอ่านเทปเจาะรู
    นักประดิษฐ์สายเรโทรได้สร้างเครื่องอ่านเทปเจาะรูขึ้นใหม่ โดยใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์และเซ็นเซอร์แสงสมัยใหม่แทนกลไกเก่า ๆ เครื่องนี้สามารถอ่านข้อมูลจากเทปกระดาษได้ แม้ความเร็วจะอยู่ที่ประมาณ 50 ไบต์ต่อวินาที ซึ่งถือว่าช้ามากเมื่อเทียบกับมาตรฐานปัจจุบัน แต่ก็เป็นการรื้อฟื้นเทคโนโลยีเก่าที่เคยมีบทบาทสำคัญในยุคแรกของคอมพิวเตอร์ จุดประสงค์หลักคือการทดลองและอนุรักษ์ ไม่ใช่การใช้งานจริง
    https://www.techradar.com/pro/retro-computer-boffin-creates-a-freshly-created-perforated-tape-reader-just-dont-expect-high-data-reading-speeds

    DeepSeek-R1 ผู้ช่วย AI จากจีนเริ่มสะดุด DeepSeek-R1 ที่เคยถูกยกย่องว่าเป็นดาวรุ่งแห่งวงการ AI ตอนนี้กลับถูกวิจารณ์หนัก เพราะไม่สามารถจัดการกับหัวข้ออ่อนไหวได้ดี แถมยังสร้างโค้ดที่ผิดพลาดและมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย นักพัฒนาองค์กรที่เคยหวังพึ่งพากลับต้องระวังมากขึ้น เพราะความผิดพลาดเหล่านี้อาจนำไปสู่หายนะด้านความปลอดภัยในระบบใหญ่ ๆ ได้ เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนา AI ไม่ใช่แค่เรื่องความฉลาด แต่ต้องมั่นคงและปลอดภัยด้วย https://www.techradar.com/pro/deepseek-took-off-as-an-ai-superstar-a-year-ago-but-could-it-also-be-a-major-security-risk-these-experts-think-so

    แฮกเกอร์ปลอมตัวเป็นนักข่าว TechCrunch
    มีการเปิดโปงว่าแฮกเกอร์จำนวนมากกำลังสวมรอยเป็นผู้สื่อข่าวจาก TechCrunch เพื่อหลอกบริษัทต่าง ๆ ให้เปิดเผยข้อมูลลับ ทั้งผ่านอีเมลและการโทรศัพท์ พวกเขาใช้ความน่าเชื่อถือของสื่อใหญ่เป็นเครื่องมือในการโจมตี ทำให้หลายองค์กรตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่าการตรวจสอบแหล่งที่มาของการติดต่อเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในยุคที่ข้อมูลคือทรัพย์สินล้ำค่า
    https://www.techradar.com/pro/hackers-impersonate-techcrunch-reporters-to-steal-sensitive-information-but-you-can-always-trust-us

    แผน AI ระดับโลกของรัฐบาล Trump
    รัฐบาลสหรัฐภายใต้ Donald Trump ได้เปิดตัวแผนการครอบครองความเป็นผู้นำด้าน AI ระดับโลก โดยมีเป้าหมายผลักดันให้สหรัฐเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยี AI ที่เหนือกว่าประเทศอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายคนตั้งคำถามว่าแผนนี้อาจมีช่องโหว่และความเสี่ยง ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และความปลอดภัย เพราะการเร่งรีบเพื่อครองความเป็นใหญ่ อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/the-trump-administration-just-launched-its-own-plan-for-global-ai-dominance-and-what-could-go-wrong

    Meta เปิดโปรแกรมแลกเปลี่ยน Ray-Ban Smart Glasses
    Meta เปิดตัวโปรแกรมใหม่ที่ให้ผู้ใช้สามารถนำ AirPods มาแลกเป็นแว่นตาอัจฉริยะ Ray-Ban ได้ แต่มีเงื่อนไขบางอย่างที่ต้องระวัง เช่น รุ่นที่สามารถแลกได้ และข้อจำกัดในการใช้งาน แม้จะเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากลองเทคโนโลยีใหม่ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้สิทธิ์นี้ทันที
    ​​​​​​​ https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/metas-new-ray-ban-trade-in-program-lets-you-swap-your-airpods-for-smart-glasses-but-theres-a-catch
    📌📡🟢 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🟢📡📌 #รวมข่าวIT #20251126 #TechRadar 🖥️ Amazon ทุ่มงบ 50 พันล้านดอลลาร์เพื่อสร้างระบบ AI และ HPC สำหรับรัฐบาลสหรัฐฯ เรื่องนี้เป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของ Amazon ที่ต้องการยกระดับศักยภาพด้านการประมวลผลให้กับหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ โดยจะเน้นไปที่งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ความมั่นคงไซเบอร์ พลังงาน และการแพทย์ การลงทุนนี้จะเพิ่มกำลังการประมวลผลกว่า 1.3 กิกะวัตต์ในระบบคลาวด์ของรัฐบาล ทำให้สามารถทำงานจำลองและวิเคราะห์ข้อมูลได้เร็วขึ้นมาก AWS CEO กล่าวว่านี่คือการเปิดทางให้หน่วยงานรัฐเข้าถึง AI ขั้นสูงเพื่อเร่งภารกิจสำคัญของประเทศ 🔗 https://www.techradar.com/pro/talk-about-an-upgrade-amazon-is-spending-usd50-billion-on-new-ai-and-hpc-hardware-for-the-us-government 📱 ข่าวลือราคา iPhone พับได้ อาจสูงถึง $2,399 ทำให้ iPad Mini 8 ดูคุ้มกว่า มีรายงานจาก Fubon Research ว่า iPhone รุ่นพับได้ที่คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2026 อาจมีราคาสูงถึง $2,399 ซึ่งถือว่าแพงกว่าที่หลายคนคาดไว้ แม้จะมีข่าวดีว่าหน้าจออาจไร้รอยพับ แต่ราคาที่สูงขนาดนี้ทำให้หลายคนมองว่าซื้อ iPhone รุ่นปกติพร้อม iPad Mini 8 อาจจะคุ้มกว่า เพราะได้สองหน้าจอในราคาที่ใกล้เคียงกัน การเปิดตัวคาดว่าจะใช้ชื่อ “iPhone Fold” และอยู่ในขั้นตอนการทดสอบก่อนผลิตจริง 🔗 https://www.techradar.com/phones/iphone/if-the-latest-foldable-iphone-price-rumor-is-correct-the-ipad-mini-8-will-be-the-only-sensible-choice 🔒 ช่องโหว่ที่ซ่อนอยู่ในระบบ Cloud Security บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าการใช้ระบบคลาวด์หลายเจ้า (multicloud) และการนำ AI หรือ container มาใช้งาน ทำให้เกิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่องค์กรอาจมองไม่เห็น โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายข้อมูลภายใน (east-west traffic) และการส่งข้อมูลออกไปภายนอก (egress traffic) ที่มักไม่มีการควบคุมอย่างเข้มงวด ผู้เชี่ยวชาญเสนอแนวคิดใหม่ “Cloud Native Security Fabric” ที่ฝังระบบรักษาความปลอดภัยเข้าไปในโครงสร้างเครือข่ายโดยตรง เพื่อให้สามารถปรับตัวได้ตามการเปลี่ยนแปลงของ workload แบบเรียลไทม์ 🔗 https://www.techradar.com/pro/the-hidden-gaps-in-your-cloud-security-fabric 🎨 Gemini 3 กับ Nano Banana Pro: AI ที่เปลี่ยนการแต่งภาพให้เหมือนงานศิลป์ Google เปิดตัวเครื่องมือแก้ไขภาพด้วย AI ที่ชื่อ Nano Banana Pro ซึ่งใช้พลังจาก Gemini 3 จุดเด่นคือสามารถปรับแสงเหมือนเปลี่ยนบรรยากาศจริง เช่น จากภาพธรรมดาให้กลายเป็นช่วง golden hour หรือเปลี่ยนฉากหลังโดยไม่ทำให้ตัวแบบดูหลุดออกจากภาพ นอกจากนี้ยังสามารถย้ายวัตถุหรือปรับโครงสร้างภาพได้อย่างสมจริง ทำให้การแก้ไขภาพซับซ้อนกลายเป็นเรื่องง่ายเพียงแค่บอกคำสั่งเหมือนเล่าให้คนเข้าใจ 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/gemini/gemini-3s-nano-banana-pro-photo-editing-is-amazing-here-are-3-ways-to-make-the-most-of-it 💸 สิ้นสุดการสนับสนุน vSphere 7: Broadcom ปรับโมเดลราคาใหม่จนลูกค้าหนักใจ หลังจาก Broadcom เข้าซื้อ VMware ด้วยมูลค่า 61 พันล้านดอลลาร์ ก็มีการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ ทั้งการยกเลิกการขายแบบ perpetual license และเปลี่ยนเป็น subscription bundles ทำให้ต้นทุนของลูกค้าเพิ่มขึ้นหลายเท่า การสิ้นสุดการสนับสนุน vSphere 7 ในเดือนตุลาคม 2025 ยิ่งสร้างแรงกดดันให้ธุรกิจต้องหาทางเลือกใหม่ หลายองค์กรเริ่มมองหาผู้ให้บริการรายอื่นหรือใช้ third-party support เพื่อคงระบบเดิมไว้โดยไม่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายสูงตามโมเดลใหม่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/vsphere-7-support-ends-the-challenges-of-broadcoms-new-licensing-and-pricing-models 🐧 Linux OS มียอดดาวน์โหลดทะลุหนึ่งล้านครั้งหลัง Windows 10 หมดการสนับสนุน หลังจาก Microsoft ยุติการสนับสนุน Windows 10 ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากหันไปหา Linux OS ทางเลือกใหม่ที่มีความปลอดภัยและเสถียร โดยมีรายงานว่ามียอดดาวน์โหลดทะลุหนึ่งล้านครั้งในเวลาไม่นาน ความนิยมนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้ใช้เริ่มมองหาทางเลือกที่ไม่ต้องพึ่งพา Windows และยังได้ฟีเจอร์ที่ทันสมัยพร้อมการอัปเดตต่อเนื่องจากชุมชนโอเพ่นซอร์ส 🔗 https://www.techradar.com/computing/windows/this-linux-os-has-got-a-million-downloads-since-windows-10-support-ended-should-microsoft-start-worrying-now 🤖 ChatGPT เปิดตัวฟีเจอร์ Agent ให้ผู้ใช้สั่งงานแล้วปล่อยให้ทำเอง ฟีเจอร์ใหม่ของ ChatGPT ที่ชื่อว่า Agent ช่วยให้ผู้ใช้สามารถตั้งภารกิจ เช่น ค้นหาข้อมูลหรือจัดการงาน แล้วปล่อยให้ระบบทำงานต่อเองโดยไม่ต้องติดตามตลอดเวลา ถือเป็นการยกระดับจากการสนทนาแบบโต้ตอบไปสู่การทำงานอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ทำให้ผู้ใช้สามารถโฟกัสกับงานอื่นได้ในขณะที่ AI ทำงานเบื้องหลัง 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/chatgpt/chatgpts-agent-feature-lets-you-assign-tasks-and-walk-away-heres-how-it-works 🏫 มหาวิทยาลัย Harvard เผยข้อมูลรั่วไหลกระทบศิษย์เก่าและผู้บริจาค Harvard University ประกาศว่ามีการโจมตีทางไซเบอร์ที่ทำให้ข้อมูลของศิษย์เก่าและผู้บริจาคถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลอย่างมากต่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลและการเงินของผู้ที่เกี่ยวข้อง มหาวิทยาลัยกำลังดำเนินการตรวจสอบและเสริมมาตรการความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/harvard-university-reveals-data-breach-hitting-alumni-and-donors 🛡️ Zero Trust มี 3 ระดับความเร็วในการปรับใช้ แนวคิด Zero Trust ที่เน้นการตรวจสอบทุกการเข้าถึงระบบ ไม่ว่าจะมาจากภายในหรือภายนอกองค์กร ถูกแบ่งออกเป็น 3 ระดับความเร็วในการนำไปใช้ ได้แก่ ระดับเริ่มต้นที่เน้นการควบคุมพื้นฐาน ระดับกลางที่เริ่มใช้ระบบอัตโนมัติ และระดับสูงสุดที่ผสาน AI และการวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อสร้างความปลอดภัยแบบครบวงจร องค์กรสามารถเลือกปรับใช้ตามความพร้อมและทรัพยากรที่มี 🔗 https://www.techradar.com/pro/the-three-speeds-of-zero-trust 🌞 iLamp พลังงานแสงอาทิตย์ เปลี่ยนเสาไฟให้กลายเป็นศูนย์กลาง AI นวัตกรรมใหม่ที่ชื่อว่า iLamp ใช้พลังงานแสงอาทิตย์และติดตั้งระบบ AI ภายในเสาไฟ ทำให้สามารถทำหน้าที่มากกว่าแค่ให้แสงสว่าง เช่น การตรวจสอบสภาพแวดล้อม การเชื่อมต่อกับระบบเมืองอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ ถือเป็นการเปลี่ยนเสาไฟธรรมดาให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเมืองในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/solar-powered-ilamp-turns-the-humble-lamppost-into-an-ai-hub 🤖 CEO Salesforce หันหลังให้ ChatGPT หันไปหา Gemini 3 Marc Benioff ซีอีโอของ Salesforce สร้างความฮือฮาเมื่อประกาศเลิกใช้ ChatGPT หลังจากได้ลอง Google Gemini 3 เพียงสองชั่วโมง เขายกย่อง Gemini 3 ว่าเหนือกว่าในด้านความเร็ว การให้เหตุผล และความสามารถแบบมัลติโหมดที่รองรับทั้งข้อความ ภาพ เสียง และวิดีโอ การเปลี่ยนใจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่ดุเดือดในโลก AI และอาจส่งผลต่อทิศทางการใช้งาน AI ในองค์กรระดับโลก 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/gemini/the-leap-is-insane-salesforce-ceo-swaps-chatgpt-for-gemini-3-and-says-hes-not-going-back 💻 โน้ตบุ๊ก Geekom GeekBook X14 Pro เบาแต่แรง Geekom เปิดตัวโน้ตบุ๊กใหม่ GeekBook X14 Pro ที่มีน้ำหนักไม่ถึงหนึ่งกิโลกรัม แต่สเปกจัดเต็มด้วย Intel Core Ultra 9 และ Intel Arc GPU ที่รองรับการเร่งผลกราฟิกด้วย AI หน้าจอ OLED ขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K พร้อมรีเฟรชเรต 120Hz ทำให้ภาพคมชัดและสดใส แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานถึง 16 ชั่วโมง และรองรับชาร์จเร็ว จุดเด่นคือความเบาและพกพาสะดวก แต่ยังคงประสิทธิภาพสูงสำหรับงานหนักและงานสร้างสรรค์ 🔗 https://www.techradar.com/pro/geekoms-new-laptop-offers-a-bright-and-wide-screen-impressive-hardware-but-it-weighs-less-than-a-bag-of-sugar 🎮 บั๊ก Windows 11 เล่นงานการ์ดจอ Nvidia RTX 5090 การอัปเดต Windows 11 เดือนตุลาคมทำให้เกิดปัญหากับเกมเมอร์ โดยเฉพาะเกม Assassin’s Creed Shadows ที่เฟรมเรตตกลงถึง 50% แม้ใช้การ์ดจอระดับเทพ RTX 5090 Nvidia ต้องรีบออกแพตช์แก้ไขฉุกเฉิน แต่ยังไม่ชัดเจนว่าต้นเหตุจริง ๆ มาจาก Microsoft หรือ Nvidia เอง ปัญหานี้ทำให้ผู้ใช้หลายคนต้องหาทางแก้ชั่วคราว เช่น ปิดฟีเจอร์ Resizable Bar เพื่อให้เล่นเกมได้ลื่นขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/computing/gpu/possible-windows-11-bug-with-nvidia-gpus-tanks-assassins-creed-shadows-performance-bringing-even-an-rtx-5090-to-its-knees 📼 แฟนเทคโนโลยีย้อนยุคสร้างเครื่องอ่านเทปเจาะรู นักประดิษฐ์สายเรโทรได้สร้างเครื่องอ่านเทปเจาะรูขึ้นใหม่ โดยใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์และเซ็นเซอร์แสงสมัยใหม่แทนกลไกเก่า ๆ เครื่องนี้สามารถอ่านข้อมูลจากเทปกระดาษได้ แม้ความเร็วจะอยู่ที่ประมาณ 50 ไบต์ต่อวินาที ซึ่งถือว่าช้ามากเมื่อเทียบกับมาตรฐานปัจจุบัน แต่ก็เป็นการรื้อฟื้นเทคโนโลยีเก่าที่เคยมีบทบาทสำคัญในยุคแรกของคอมพิวเตอร์ จุดประสงค์หลักคือการทดลองและอนุรักษ์ ไม่ใช่การใช้งานจริง 🔗 https://www.techradar.com/pro/retro-computer-boffin-creates-a-freshly-created-perforated-tape-reader-just-dont-expect-high-data-reading-speeds 🧠 DeepSeek-R1 ผู้ช่วย AI จากจีนเริ่มสะดุด DeepSeek-R1 ที่เคยถูกยกย่องว่าเป็นดาวรุ่งแห่งวงการ AI ตอนนี้กลับถูกวิจารณ์หนัก เพราะไม่สามารถจัดการกับหัวข้ออ่อนไหวได้ดี แถมยังสร้างโค้ดที่ผิดพลาดและมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย นักพัฒนาองค์กรที่เคยหวังพึ่งพากลับต้องระวังมากขึ้น เพราะความผิดพลาดเหล่านี้อาจนำไปสู่หายนะด้านความปลอดภัยในระบบใหญ่ ๆ ได้ เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนา AI ไม่ใช่แค่เรื่องความฉลาด แต่ต้องมั่นคงและปลอดภัยด้วย 🔗 https://www.techradar.com/pro/deepseek-took-off-as-an-ai-superstar-a-year-ago-but-could-it-also-be-a-major-security-risk-these-experts-think-so 🕵️‍♂️ แฮกเกอร์ปลอมตัวเป็นนักข่าว TechCrunch มีการเปิดโปงว่าแฮกเกอร์จำนวนมากกำลังสวมรอยเป็นผู้สื่อข่าวจาก TechCrunch เพื่อหลอกบริษัทต่าง ๆ ให้เปิดเผยข้อมูลลับ ทั้งผ่านอีเมลและการโทรศัพท์ พวกเขาใช้ความน่าเชื่อถือของสื่อใหญ่เป็นเครื่องมือในการโจมตี ทำให้หลายองค์กรตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่าการตรวจสอบแหล่งที่มาของการติดต่อเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในยุคที่ข้อมูลคือทรัพย์สินล้ำค่า 🔗 https://www.techradar.com/pro/hackers-impersonate-techcrunch-reporters-to-steal-sensitive-information-but-you-can-always-trust-us 🌍 แผน AI ระดับโลกของรัฐบาล Trump รัฐบาลสหรัฐภายใต้ Donald Trump ได้เปิดตัวแผนการครอบครองความเป็นผู้นำด้าน AI ระดับโลก โดยมีเป้าหมายผลักดันให้สหรัฐเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยี AI ที่เหนือกว่าประเทศอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายคนตั้งคำถามว่าแผนนี้อาจมีช่องโหว่และความเสี่ยง ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และความปลอดภัย เพราะการเร่งรีบเพื่อครองความเป็นใหญ่ อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/the-trump-administration-just-launched-its-own-plan-for-global-ai-dominance-and-what-could-go-wrong 👓 Meta เปิดโปรแกรมแลกเปลี่ยน Ray-Ban Smart Glasses Meta เปิดตัวโปรแกรมใหม่ที่ให้ผู้ใช้สามารถนำ AirPods มาแลกเป็นแว่นตาอัจฉริยะ Ray-Ban ได้ แต่มีเงื่อนไขบางอย่างที่ต้องระวัง เช่น รุ่นที่สามารถแลกได้ และข้อจำกัดในการใช้งาน แม้จะเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากลองเทคโนโลยีใหม่ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้สิทธิ์นี้ทันที ​​​​​​​🔗 https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/metas-new-ray-ban-trade-in-program-lets-you-swap-your-airpods-for-smart-glasses-but-theres-a-catch
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 494 มุมมอง 0 รีวิว
  • 5 ฟีเจอร์ซ่อนของ Android ที่ช่วยให้การใช้งานมือถือสะดวกขึ้น

    Personal Dictionary
    Android มีฟีเจอร์ Personal Dictionary ที่ให้ผู้ใช้สร้างคำหรือวลีที่ใช้บ่อย พร้อมกำหนด Shortcut เพื่อเรียกใช้งานได้ทันที เช่น พิมพ์รหัสสั้น ๆ แล้วระบบจะเติมเป็นอีเมลหรือข้อความที่ตั้งไว้ ฟีเจอร์นี้ช่วยประหยัดเวลาในการพิมพ์ โดยสามารถตั้งค่าได้ที่ Settings → General management → Personal Dictionary

    Notification History
    ตั้งแต่ Android 11 เป็นต้นมา มีฟีเจอร์ Notification History ที่บันทึกการแจ้งเตือนทั้งหมด แม้ผู้ใช้จะเผลอลบไปแล้ว ก็สามารถย้อนกลับมาดูได้ รวมถึงบันทึกการกระทำที่ทำกับแจ้งเตือน เช่น อ่านแล้วหรือลบไป ฟีเจอร์นี้ช่วยลดความเสี่ยงในการพลาดข้อมูลสำคัญ โดยเปิดใช้งานได้ที่ Settings → Notifications → Advanced settings → Notifications history

    Extend Unlock
    ฟีเจอร์ Extend Unlock (ชื่อเดิม Smart Lock) ช่วยให้มือถือปลดล็อกอัตโนมัติเมื่ออยู่ในสถานที่หรือสถานการณ์ที่ปลอดภัย เช่น ที่บ้าน หรือเมื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่เชื่อถือได้ แม้จะสะดวก แต่ก็มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย หากมีคนอื่นเข้าถึงมือถือในพื้นที่เดียวกัน จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง

    Split-screen และ Floating-window
    Android มีความสามารถในการเปิด สองแอปพร้อมกัน ผ่าน Split-screen หรือเปิดแอปในหน้าต่างลอย (Floating-window) เพื่อทำงานหลายอย่างพร้อมกัน เช่น ดูวิดีโอไปพร้อมกับจดโน้ต ฟีเจอร์นี้เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการ multitasking โดยเฉพาะบนอุปกรณ์จอใหญ่หรือแบบพับได้ เช่น Galaxy Z Fold7

    Good Lock (เฉพาะ Samsung)
    สำหรับผู้ใช้ Samsung มีแอป Good Lock ที่รวมโมดูลปรับแต่งมากมาย เช่น QuickStar สำหรับปรับ Status Bar, LockStar สำหรับปรับหน้าล็อก, และ Theme Park สำหรับสร้างธีมเอง ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้ปรับแต่งเครื่องได้ละเอียดกว่าที่ Android มีมาให้ตามปกติ

    https://www.slashgear.com/2031578/hidden-android-features-make-phone-easier-use/
    🤩 5 ฟีเจอร์ซ่อนของ Android ที่ช่วยให้การใช้งานมือถือสะดวกขึ้น 📖 Personal Dictionary Android มีฟีเจอร์ Personal Dictionary ที่ให้ผู้ใช้สร้างคำหรือวลีที่ใช้บ่อย พร้อมกำหนด Shortcut เพื่อเรียกใช้งานได้ทันที เช่น พิมพ์รหัสสั้น ๆ แล้วระบบจะเติมเป็นอีเมลหรือข้อความที่ตั้งไว้ ฟีเจอร์นี้ช่วยประหยัดเวลาในการพิมพ์ โดยสามารถตั้งค่าได้ที่ Settings → General management → Personal Dictionary 🔔 Notification History ตั้งแต่ Android 11 เป็นต้นมา มีฟีเจอร์ Notification History ที่บันทึกการแจ้งเตือนทั้งหมด แม้ผู้ใช้จะเผลอลบไปแล้ว ก็สามารถย้อนกลับมาดูได้ รวมถึงบันทึกการกระทำที่ทำกับแจ้งเตือน เช่น อ่านแล้วหรือลบไป ฟีเจอร์นี้ช่วยลดความเสี่ยงในการพลาดข้อมูลสำคัญ โดยเปิดใช้งานได้ที่ Settings → Notifications → Advanced settings → Notifications history 🔓 Extend Unlock ฟีเจอร์ Extend Unlock (ชื่อเดิม Smart Lock) ช่วยให้มือถือปลดล็อกอัตโนมัติเมื่ออยู่ในสถานที่หรือสถานการณ์ที่ปลอดภัย เช่น ที่บ้าน หรือเมื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่เชื่อถือได้ แม้จะสะดวก แต่ก็มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย หากมีคนอื่นเข้าถึงมือถือในพื้นที่เดียวกัน จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง 🖥️ Split-screen และ Floating-window Android มีความสามารถในการเปิด สองแอปพร้อมกัน ผ่าน Split-screen หรือเปิดแอปในหน้าต่างลอย (Floating-window) เพื่อทำงานหลายอย่างพร้อมกัน เช่น ดูวิดีโอไปพร้อมกับจดโน้ต ฟีเจอร์นี้เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการ multitasking โดยเฉพาะบนอุปกรณ์จอใหญ่หรือแบบพับได้ เช่น Galaxy Z Fold7 🎨 Good Lock (เฉพาะ Samsung) สำหรับผู้ใช้ Samsung มีแอป Good Lock ที่รวมโมดูลปรับแต่งมากมาย เช่น QuickStar สำหรับปรับ Status Bar, LockStar สำหรับปรับหน้าล็อก, และ Theme Park สำหรับสร้างธีมเอง ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้ปรับแต่งเครื่องได้ละเอียดกว่าที่ Android มีมาให้ตามปกติ https://www.slashgear.com/2031578/hidden-android-features-make-phone-easier-use/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    5 Hidden Android Features That Can Make Using Your Phone Easier - SlashGear
    Anything your phone might not be able to do natively can be achieved with an app, but Android devices are much more feature-rich than they appear at first.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 129 มุมมอง 0 รีวิว
  • “อาหารเสริมใยพืชราคาถูก ช่วยเพิ่มความจำในผู้สูงอายุ”

    นักวิจัยจาก King’s College London ทำการทดลองกับฝาแฝดอายุเกิน 60 ปี โดยให้หนึ่งคนรับประทานอาหารเสริมใยพืชผสมโปรตีน (inulin หรือ FOS) และอีกคนรับประทานยาหลอก ผลลัพธ์หลัง 3 เดือนพบว่า ผู้ที่ได้รับใยพืชมีคะแนนการทดสอบความจำสูงกว่า และยังมีการเปลี่ยนแปลงของจุลินทรีย์ในลำไส้ที่สัมพันธ์กับสุขภาพสมอง

    สิ่งที่โดดเด่นคือ Bifidobacterium ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่มีประโยชน์เพิ่มจำนวนขึ้นในกลุ่มที่ได้รับใยพืช โดยงานวิจัยก่อนหน้านี้ชี้ว่าแบคทีเรียชนิดนี้ช่วยลดความเสื่อมของสมองผ่านการเชื่อมโยงระหว่างลำไส้และสมอง (gut-brain axis) ทำให้แนวคิดเรื่อง “ลำไส้คือสมองที่สอง” มีหลักฐานสนับสนุนมากขึ้น

    แม้ผลการทดลองจะยังอยู่ในระยะเริ่มต้น แต่ก็แสดงให้เห็นว่า อาหารเสริมที่ราคาถูกและหาซื้อได้ง่าย อาจช่วยชะลอการเสื่อมของสมองในผู้สูงอายุได้จริง อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเตือนว่าจำเป็นต้องมีการศึกษาในระยะยาวและกับกลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่กว่านี้เพื่อยืนยันผลลัพธ์

    นอกจากนี้ยังพบว่า แม้อาหารเสริมใยพืชจะช่วยเรื่องความจำและการประมวลผลข้อมูล แต่ไม่ได้ช่วยลดการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อในผู้สูงอายุ ซึ่งหมายความว่าการดูแลสุขภาพโดยรวมยังต้องอาศัยการออกกำลังกายและโภชนาการที่สมดุลควบคู่ไปด้วย

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ผลการทดลองกับฝาแฝด
    ผู้สูงอายุที่ได้รับ inulin หรือ FOS มีคะแนนความจำสูงขึ้น
    การเปลี่ยนแปลงจุลินทรีย์ในลำไส้สัมพันธ์กับสุขภาพสมอง

    บทบาทของจุลินทรีย์ Bifidobacterium
    เพิ่มจำนวนในกลุ่มที่ได้รับใยพืช
    ช่วยลดความเสื่อมของสมองผ่าน gut-brain axis

    ข้อดีของอาหารเสริมใยพืช
    ราคาถูกและหาซื้อได้ง่าย
    อาจช่วยชะลอการเสื่อมของสมองในผู้สูงอายุ

    ข้อจำกัดของผลการศึกษา
    ยังไม่ช่วยลดการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ
    ต้องมีการศึกษาในระยะยาวและกลุ่มตัวอย่างใหญ่ขึ้น

    คำเตือนด้านการใช้
    ผลลัพธ์ยังเป็นเพียงการทดลองเบื้องต้น
    ไม่สามารถใช้แทนการออกกำลังกายหรือโภชนาการที่สมดุล
    ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ในผู้ที่มีโรคประจำตัว

    https://www.sciencealert.com/cheap-daily-supplement-appears-to-boost-brain-function-in-older-adults
    🧠 “อาหารเสริมใยพืชราคาถูก ช่วยเพิ่มความจำในผู้สูงอายุ” นักวิจัยจาก King’s College London ทำการทดลองกับฝาแฝดอายุเกิน 60 ปี โดยให้หนึ่งคนรับประทานอาหารเสริมใยพืชผสมโปรตีน (inulin หรือ FOS) และอีกคนรับประทานยาหลอก ผลลัพธ์หลัง 3 เดือนพบว่า ผู้ที่ได้รับใยพืชมีคะแนนการทดสอบความจำสูงกว่า และยังมีการเปลี่ยนแปลงของจุลินทรีย์ในลำไส้ที่สัมพันธ์กับสุขภาพสมอง สิ่งที่โดดเด่นคือ Bifidobacterium ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่มีประโยชน์เพิ่มจำนวนขึ้นในกลุ่มที่ได้รับใยพืช โดยงานวิจัยก่อนหน้านี้ชี้ว่าแบคทีเรียชนิดนี้ช่วยลดความเสื่อมของสมองผ่านการเชื่อมโยงระหว่างลำไส้และสมอง (gut-brain axis) ทำให้แนวคิดเรื่อง “ลำไส้คือสมองที่สอง” มีหลักฐานสนับสนุนมากขึ้น แม้ผลการทดลองจะยังอยู่ในระยะเริ่มต้น แต่ก็แสดงให้เห็นว่า อาหารเสริมที่ราคาถูกและหาซื้อได้ง่าย อาจช่วยชะลอการเสื่อมของสมองในผู้สูงอายุได้จริง อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเตือนว่าจำเป็นต้องมีการศึกษาในระยะยาวและกับกลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่กว่านี้เพื่อยืนยันผลลัพธ์ นอกจากนี้ยังพบว่า แม้อาหารเสริมใยพืชจะช่วยเรื่องความจำและการประมวลผลข้อมูล แต่ไม่ได้ช่วยลดการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อในผู้สูงอายุ ซึ่งหมายความว่าการดูแลสุขภาพโดยรวมยังต้องอาศัยการออกกำลังกายและโภชนาการที่สมดุลควบคู่ไปด้วย 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ผลการทดลองกับฝาแฝด ➡️ ผู้สูงอายุที่ได้รับ inulin หรือ FOS มีคะแนนความจำสูงขึ้น ➡️ การเปลี่ยนแปลงจุลินทรีย์ในลำไส้สัมพันธ์กับสุขภาพสมอง ✅ บทบาทของจุลินทรีย์ Bifidobacterium ➡️ เพิ่มจำนวนในกลุ่มที่ได้รับใยพืช ➡️ ช่วยลดความเสื่อมของสมองผ่าน gut-brain axis ✅ ข้อดีของอาหารเสริมใยพืช ➡️ ราคาถูกและหาซื้อได้ง่าย ➡️ อาจช่วยชะลอการเสื่อมของสมองในผู้สูงอายุ ✅ ข้อจำกัดของผลการศึกษา ➡️ ยังไม่ช่วยลดการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ➡️ ต้องมีการศึกษาในระยะยาวและกลุ่มตัวอย่างใหญ่ขึ้น ‼️ คำเตือนด้านการใช้ ⛔ ผลลัพธ์ยังเป็นเพียงการทดลองเบื้องต้น ⛔ ไม่สามารถใช้แทนการออกกำลังกายหรือโภชนาการที่สมดุล ⛔ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ในผู้ที่มีโรคประจำตัว https://www.sciencealert.com/cheap-daily-supplement-appears-to-boost-brain-function-in-older-adults
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Cheap Daily Supplement Appears to Boost Brain Function in Older Adults
    What's good for your aging gut may also be good for your aging brain.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 150 มุมมอง 0 รีวิว
  • “CISOs นอนไม่หลับเพราะภัยไซเบอร์ – Zurich กลายเป็นที่พักใจ”

    ในงาน Global Cyber Conference 2025 ที่ Zurich เหล่า Chief Information Security Officers (CISOs) จากทั่วโลกได้รวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยความกดดันและความเสี่ยงทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นทุกวัน เนื้อหาหลักสะท้อนถึงความเหนื่อยล้าและความเครียดที่สะสมจากการต้องรับมือกับภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการโจมตีแบบ Zero-day ที่เกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังการเปิดเผยช่องโหว่ ทำให้การนอนหลับกลายเป็นสิ่งหรูหราสำหรับผู้บริหารด้านความปลอดภัยข้อมูล

    สิ่งที่ทำให้การประชุมครั้งนี้แตกต่างคือบรรยากาศที่เปิดโอกาสให้ CISOs ได้แสดงความเปราะบางและความกังวลอย่างตรงไปตรงมา โดยสถานที่จัดงานที่หรูหราและสงบใน Zurich กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถแลกเปลี่ยนความรู้และสร้างเครือข่ายความไว้วางใจที่แท้จริง หลายคนเล่าว่าการมีเพื่อนร่วมอาชีพที่สามารถโทรหากันได้ทันทีในยามเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินนั้นมีค่ามากกว่าการประชุมเชิงวิชาการใด ๆ

    หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการลดช่องว่างระหว่างการค้นพบช่องโหว่และการถูกโจมตี ซึ่งปัจจุบันสั้นลงเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทำให้การจัดการแพตช์แบบอัตโนมัติและการจัดลำดับความสำคัญของระบบที่สำคัญที่สุดกลายเป็นสิ่งจำเป็น นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ในการรับมือกับภัยคุกคาม โดยเฉพาะการใช้ AI ทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ เช่น การสร้างมัลแวร์จำลองเพื่อฝึกทีม SOC และการตรวจจับพฤติกรรมที่ผิดปกติแทนการพึ่งพาเพียงแนวป้องกันแบบเดิม

    ท้ายที่สุด สิ่งที่สะท้อนชัดเจนที่สุดคือ “มนุษย์” กลายเป็นพื้นผิวการโจมตีที่สำคัญไม่แพ้เทคโนโลยี ความเครียดและการหมดไฟทำให้หลายคนลังเลที่จะรับตำแหน่งสูงขึ้น หรือแม้กระทั่งออกจากวงการไปเลย การประชุมครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่สร้างแนวทางใหม่ในการจัดการความเสี่ยง แต่ยังสร้างชุมชนที่ช่วยเยียวยาและเสริมพลังใจให้กับผู้ที่ต้องอยู่แนวหน้าในสงครามไซเบอร์

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ภัยคุกคามที่เร่งตัวขึ้น
    ช่องว่างระหว่างการค้นพบช่องโหว่และการโจมตีสั้นลงเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง
    การแพตช์แบบอัตโนมัติและการจัดลำดับความสำคัญของระบบสำคัญเป็นสิ่งจำเป็น

    บทบาทของ AI ในสงครามไซเบอร์
    ใช้ AI สร้างมัลแวร์จำลองเพื่อฝึกทีม SOC
    ตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติแทนการพึ่งพาเพียงแนวป้องกันแบบเดิม

    การสร้างเครือข่ายความไว้วางใจ
    CISOs แลกเปลี่ยนเบอร์โทรเพื่อช่วยกันในเหตุการณ์จริง
    Zurich กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการแบ่งปันความเปราะบาง

    มนุษย์คือพื้นผิวการโจมตีใหม่
    ความเครียดและการหมดไฟทำให้หลายคนออกจากวงการ
    การสร้างระบบสนับสนุนและตรวจสอบสุขภาพจิตเป็นสิ่งจำเป็น

    คำเตือนด้านความเสี่ยง
    Zero-day อาจถูกนำไปใช้โจมตีภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง
    การพึ่งพาแนวป้องกันแบบเดิมอาจไม่เพียงพอในยุค AI
    ความเหนื่อยล้าของบุคลากรอาจนำไปสู่การตัดสินใจผิดพลาดและเพิ่มช่องโหว่

    https://www.csoonline.com/article/4094608/what-keeps-cisos-awake-at-night-and-why-zurich-might-hold-the-cure.html
    🛡️ “CISOs นอนไม่หลับเพราะภัยไซเบอร์ – Zurich กลายเป็นที่พักใจ” ในงาน Global Cyber Conference 2025 ที่ Zurich เหล่า Chief Information Security Officers (CISOs) จากทั่วโลกได้รวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยความกดดันและความเสี่ยงทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นทุกวัน เนื้อหาหลักสะท้อนถึงความเหนื่อยล้าและความเครียดที่สะสมจากการต้องรับมือกับภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการโจมตีแบบ Zero-day ที่เกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังการเปิดเผยช่องโหว่ ทำให้การนอนหลับกลายเป็นสิ่งหรูหราสำหรับผู้บริหารด้านความปลอดภัยข้อมูล สิ่งที่ทำให้การประชุมครั้งนี้แตกต่างคือบรรยากาศที่เปิดโอกาสให้ CISOs ได้แสดงความเปราะบางและความกังวลอย่างตรงไปตรงมา โดยสถานที่จัดงานที่หรูหราและสงบใน Zurich กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถแลกเปลี่ยนความรู้และสร้างเครือข่ายความไว้วางใจที่แท้จริง หลายคนเล่าว่าการมีเพื่อนร่วมอาชีพที่สามารถโทรหากันได้ทันทีในยามเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินนั้นมีค่ามากกว่าการประชุมเชิงวิชาการใด ๆ หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการลดช่องว่างระหว่างการค้นพบช่องโหว่และการถูกโจมตี ซึ่งปัจจุบันสั้นลงเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทำให้การจัดการแพตช์แบบอัตโนมัติและการจัดลำดับความสำคัญของระบบที่สำคัญที่สุดกลายเป็นสิ่งจำเป็น นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ในการรับมือกับภัยคุกคาม โดยเฉพาะการใช้ AI ทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ เช่น การสร้างมัลแวร์จำลองเพื่อฝึกทีม SOC และการตรวจจับพฤติกรรมที่ผิดปกติแทนการพึ่งพาเพียงแนวป้องกันแบบเดิม ท้ายที่สุด สิ่งที่สะท้อนชัดเจนที่สุดคือ “มนุษย์” กลายเป็นพื้นผิวการโจมตีที่สำคัญไม่แพ้เทคโนโลยี ความเครียดและการหมดไฟทำให้หลายคนลังเลที่จะรับตำแหน่งสูงขึ้น หรือแม้กระทั่งออกจากวงการไปเลย การประชุมครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่สร้างแนวทางใหม่ในการจัดการความเสี่ยง แต่ยังสร้างชุมชนที่ช่วยเยียวยาและเสริมพลังใจให้กับผู้ที่ต้องอยู่แนวหน้าในสงครามไซเบอร์ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ภัยคุกคามที่เร่งตัวขึ้น ➡️ ช่องว่างระหว่างการค้นพบช่องโหว่และการโจมตีสั้นลงเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง ➡️ การแพตช์แบบอัตโนมัติและการจัดลำดับความสำคัญของระบบสำคัญเป็นสิ่งจำเป็น ✅ บทบาทของ AI ในสงครามไซเบอร์ ➡️ ใช้ AI สร้างมัลแวร์จำลองเพื่อฝึกทีม SOC ➡️ ตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติแทนการพึ่งพาเพียงแนวป้องกันแบบเดิม ✅ การสร้างเครือข่ายความไว้วางใจ ➡️ CISOs แลกเปลี่ยนเบอร์โทรเพื่อช่วยกันในเหตุการณ์จริง ➡️ Zurich กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการแบ่งปันความเปราะบาง ✅ มนุษย์คือพื้นผิวการโจมตีใหม่ ➡️ ความเครียดและการหมดไฟทำให้หลายคนออกจากวงการ ➡️ การสร้างระบบสนับสนุนและตรวจสอบสุขภาพจิตเป็นสิ่งจำเป็น ‼️ คำเตือนด้านความเสี่ยง ⛔ Zero-day อาจถูกนำไปใช้โจมตีภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง ⛔ การพึ่งพาแนวป้องกันแบบเดิมอาจไม่เพียงพอในยุค AI ⛔ ความเหนื่อยล้าของบุคลากรอาจนำไปสู่การตัดสินใจผิดพลาดและเพิ่มช่องโหว่ https://www.csoonline.com/article/4094608/what-keeps-cisos-awake-at-night-and-why-zurich-might-hold-the-cure.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    What keeps CISOs awake at night — and why Zurich might hold the cure
    At Zurich’s recent cyber conference, CISOs swapped war stories about shrinking patch windows, AI threats and burnout — and found rare relief in real peer support.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 174 มุมมอง 0 รีวิว
  • “Apple iPhone Fold เปิดตัวปี 2026 ราคาแรงกว่า iPhone 17 Pro Max ถึงสองเท่า”

    Apple เตรียมเปิดตัว iPhone Fold ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 โดยเป็นสมาร์ตโฟนจอพับรุ่นแรกของบริษัท ดีไซน์แบบ book-style พร้อมจอหลักขนาด 7.74 นิ้ว และจอด้านนอก 5.49 นิ้ว จุดเด่นคือการออกแบบที่ “ไร้รอยพับ” ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าสำคัญเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด

    สเปกภายในประกอบด้วยชิป A20 Pro SoC, RAM 12GB, โมเด็ม 5G ที่พัฒนาเอง, กล้องหลังคู่ความละเอียดสูงสุด 48MP และกล้องในหน้าจอ 24MP พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 5,400–5,800mAh ที่รองรับการใช้งานยาวนาน ฟีเจอร์ Touch ID ถูกนำกลับมาแทน Face ID เพื่อให้เหมาะกับดีไซน์ใหม่

    ราคาที่คาดการณ์คือ 2,499 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าคู่แข่งอย่าง Samsung Galaxy Z Fold 7 ที่อยู่ราว 1,999 ดอลลาร์ และมากกว่าสองเท่าของ iPhone 17 Pro Max ที่ราว 1,200 ดอลลาร์ นักวิเคราะห์คาดว่า Apple จะขายได้ราว 5.4 ล้านเครื่องในปี 2026 และรวมทั้งหมด 15.4 ล้านเครื่องตลอดอายุผลิตภัณฑ์ แม้จะเป็นตัวเลขที่ไม่สูงเมื่อเทียบกับ iPhone รุ่นปกติ แต่สะท้อนถึงการเจาะตลาดพรีเมียมที่ Apple ตั้งใจ

    อย่างไรก็ตาม ราคาที่สูงลิ่วอาจทำให้ผู้บริโภคทั่วไปเข้าถึงได้ยาก และอาจกลายเป็นจุดอ่อนในการแข่งขันกับ Samsung และผู้ผลิตจีนที่มีสมาร์ตโฟนจอพับราคาย่อมเยามากกว่า

    สรุปเป็นหัวข้อ
    การเปิดตัว iPhone Fold
    เปิดตัวครึ่งหลังปี 2026
    ดีไซน์ book-style พร้อมจอหลัก 7.74 นิ้ว

    สเปกหลักของเครื่อง
    ชิป A20 Pro SoC, RAM 12GB, โมเด็ม 5G พัฒนาเอง
    กล้องหลังคู่ 48MP และกล้องในหน้าจอ 24MP
    แบตเตอรี่ 5,400–5,800mAh

    ราคาที่คาดการณ์
    2,499 ดอลลาร์ สูงกว่า iPhone 17 Pro Max ถึง 2 เท่า
    แพงกว่าคู่แข่ง Samsung Galaxy Z Fold 7

    ยอดขายที่คาดการณ์
    5.4 ล้านเครื่องในปี 2026
    รวมทั้งหมด 15.4 ล้านเครื่องตลอดอายุผลิตภัณฑ์

    ข้อกังวลต่อผู้บริโภค
    ราคาสูงเกินเอื้อมสำหรับตลาดทั่วไป
    อาจเสียเปรียบคู่แข่งที่มีรุ่นจอพับราคาถูกกว่า

    https://wccftech.com/apple-iphone-fold-to-debut-at-2x-the-price-of-an-iphone-17-pro-max/
    📱 “Apple iPhone Fold เปิดตัวปี 2026 ราคาแรงกว่า iPhone 17 Pro Max ถึงสองเท่า” Apple เตรียมเปิดตัว iPhone Fold ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 โดยเป็นสมาร์ตโฟนจอพับรุ่นแรกของบริษัท ดีไซน์แบบ book-style พร้อมจอหลักขนาด 7.74 นิ้ว และจอด้านนอก 5.49 นิ้ว จุดเด่นคือการออกแบบที่ “ไร้รอยพับ” ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าสำคัญเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด สเปกภายในประกอบด้วยชิป A20 Pro SoC, RAM 12GB, โมเด็ม 5G ที่พัฒนาเอง, กล้องหลังคู่ความละเอียดสูงสุด 48MP และกล้องในหน้าจอ 24MP พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 5,400–5,800mAh ที่รองรับการใช้งานยาวนาน ฟีเจอร์ Touch ID ถูกนำกลับมาแทน Face ID เพื่อให้เหมาะกับดีไซน์ใหม่ ราคาที่คาดการณ์คือ 2,499 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าคู่แข่งอย่าง Samsung Galaxy Z Fold 7 ที่อยู่ราว 1,999 ดอลลาร์ และมากกว่าสองเท่าของ iPhone 17 Pro Max ที่ราว 1,200 ดอลลาร์ นักวิเคราะห์คาดว่า Apple จะขายได้ราว 5.4 ล้านเครื่องในปี 2026 และรวมทั้งหมด 15.4 ล้านเครื่องตลอดอายุผลิตภัณฑ์ แม้จะเป็นตัวเลขที่ไม่สูงเมื่อเทียบกับ iPhone รุ่นปกติ แต่สะท้อนถึงการเจาะตลาดพรีเมียมที่ Apple ตั้งใจ อย่างไรก็ตาม ราคาที่สูงลิ่วอาจทำให้ผู้บริโภคทั่วไปเข้าถึงได้ยาก และอาจกลายเป็นจุดอ่อนในการแข่งขันกับ Samsung และผู้ผลิตจีนที่มีสมาร์ตโฟนจอพับราคาย่อมเยามากกว่า 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ การเปิดตัว iPhone Fold ➡️ เปิดตัวครึ่งหลังปี 2026 ➡️ ดีไซน์ book-style พร้อมจอหลัก 7.74 นิ้ว ✅ สเปกหลักของเครื่อง ➡️ ชิป A20 Pro SoC, RAM 12GB, โมเด็ม 5G พัฒนาเอง ➡️ กล้องหลังคู่ 48MP และกล้องในหน้าจอ 24MP ➡️ แบตเตอรี่ 5,400–5,800mAh ✅ ราคาที่คาดการณ์ ➡️ 2,499 ดอลลาร์ สูงกว่า iPhone 17 Pro Max ถึง 2 เท่า ➡️ แพงกว่าคู่แข่ง Samsung Galaxy Z Fold 7 ✅ ยอดขายที่คาดการณ์ ➡️ 5.4 ล้านเครื่องในปี 2026 ➡️ รวมทั้งหมด 15.4 ล้านเครื่องตลอดอายุผลิตภัณฑ์ ‼️ ข้อกังวลต่อผู้บริโภค ⛔ ราคาสูงเกินเอื้อมสำหรับตลาดทั่วไป ⛔ อาจเสียเปรียบคู่แข่งที่มีรุ่นจอพับราคาถูกกว่า https://wccftech.com/apple-iphone-fold-to-debut-at-2x-the-price-of-an-iphone-17-pro-max/
    WCCFTECH.COM
    Apple iPhone Fold To Debut At 2x The Price Of An iPhone 17 Pro Max
    Apple's iPhone Fold is likely to be its second most expensive device after the exceptionally pricey Vision Pro headset.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 121 มุมมอง 0 รีวิว
  • ยุคทองของ USB และการล่มสลายของ Gadget แปลก ๆ

    บทความนี้เล่าถึง 5 อุปกรณ์ USB ยุคเก่าที่ไม่น่าจะกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เช่น USB MP3 Player, USB Hubs รูปทรงแปลก ๆ, USB Mug Warmer, USB Optical Drive และ USB TV Tuner Stick

    ช่วงต้นยุค 2000s ถือเป็นยุคทองของอุปกรณ์เสริม USB ที่หลากหลาย ตั้งแต่เครื่องเล่นเพลงขนาดจิ๋วไปจนถึงอุปกรณ์เสริมที่มีรูปร่างแปลกตา แต่เมื่อเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเข้ามาแทนที่ หลายอุปกรณ์ก็กลายเป็นของตกยุคและแทบไม่ถูกพูดถึงอีกต่อไป แม้จะมีบางเทคโนโลยีที่กลับมาได้รับความนิยม เช่น แผ่นเสียงและเทปคาสเซ็ต แต่ USB gadget หลายชนิดกลับไม่สามารถสร้างกระแสรีเทิร์นได้

    USB MP3 Player และ USB Hubs รูปทรงแปลก ๆ
    หนึ่งในอุปกรณ์ที่หลายคนยังจำได้คือ USB Flash Drive MP3 Player ที่มีความจุเพียง 512MB–2GB และต้องเสียบสายหูฟังเพื่อฟังเพลงโดยตรง แต่สมาร์ทโฟนและบริการสตรีมมิ่งได้ทำให้มันหมดความจำเป็นไปอย่างสิ้นเชิง

    อีกตัวอย่างคือ USB Hubs รูปทรงแฟนซี ที่ออกแบบเป็นของเล่นหรือของตกแต่ง แต่กลับใช้งานจริงได้ไม่สะดวก ปัจจุบันถูกแทนที่ด้วย USB-C Multiport Adapter ที่เล็กกว่าและรองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลายกว่า

    USB Mug Warmer และ Optical Drive
    USB Mug Warmer/Chiller เคยเป็นอุปกรณ์ยอดนิยมสำหรับคนทำงานหน้าคอม แต่พลังงานจากพอร์ต USB ไม่เพียงพอที่จะทำให้เครื่องดื่มร้อนหรือเย็นได้จริง ปัจจุบันถูกแทนที่ด้วยแก้วเก็บความร้อน/เย็นคุณภาพสูงอย่าง YETI หรือ Hydro Flask

    ส่วน USB Optical Drive เคยจำเป็นสำหรับการติดตั้งซอฟต์แวร์หรือเล่น DVD บนโน้ตบุ๊ก แต่การมาของ Cloud และ Streaming Services ทำให้ความต้องการใช้งานแทบหมดไป

    USB TV Tuner Stick
    ก่อนยุค Smart TV และบริการสตรีมมิ่ง ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ต้องพึ่งพา USB TV Tuner Stick เพื่อดูทีวีสด แต่ปัจจุบันการดูทีวีผ่านอินเทอร์เน็ตสะดวกกว่าและมีคุณภาพภาพที่ดีกว่า ทำให้ USB TV Tuner กลายเป็นอุปกรณ์ที่แทบไม่ถูกพูดถึงอีกต่อไป แม้ยังมีขายอยู่ แต่ก็ไม่ใช่กระแสหลักอีกแล้ว

    สรุปสาระสำคัญ
    USB MP3 Player
    เคยนิยมในยุค 2000s แต่ถูกแทนที่ด้วยสมาร์ทโฟนและสตรีมมิ่ง

    USB Hubs รูปทรงแฟนซี
    ใช้งานจริงไม่สะดวก ปัจจุบันถูกแทนที่ด้วย USB-C Multiport Adapter

    USB Mug Warmer/Chiller
    พลังงาน USB ไม่เพียงพอ ปัจจุบันใช้แก้วเก็บความร้อน/เย็นแทน

    USB Optical Drive
    เคยจำเป็นสำหรับ CD/DVD แต่ถูกแทนที่ด้วย Cloud และ Streaming

    USB TV Tuner Stick
    เคยใช้ดูทีวีสดบนคอม แต่ Smart TV และบริการสตรีมมิ่งทำให้หมดความนิยม

    https://www.slashgear.com/2031895/old-school-usb-gadgets-surprised-if-made-comeback/
    💾 ยุคทองของ USB และการล่มสลายของ Gadget แปลก ๆ บทความนี้เล่าถึง 5 อุปกรณ์ USB ยุคเก่าที่ไม่น่าจะกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เช่น USB MP3 Player, USB Hubs รูปทรงแปลก ๆ, USB Mug Warmer, USB Optical Drive และ USB TV Tuner Stick ช่วงต้นยุค 2000s ถือเป็นยุคทองของอุปกรณ์เสริม USB ที่หลากหลาย ตั้งแต่เครื่องเล่นเพลงขนาดจิ๋วไปจนถึงอุปกรณ์เสริมที่มีรูปร่างแปลกตา แต่เมื่อเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเข้ามาแทนที่ หลายอุปกรณ์ก็กลายเป็นของตกยุคและแทบไม่ถูกพูดถึงอีกต่อไป แม้จะมีบางเทคโนโลยีที่กลับมาได้รับความนิยม เช่น แผ่นเสียงและเทปคาสเซ็ต แต่ USB gadget หลายชนิดกลับไม่สามารถสร้างกระแสรีเทิร์นได้ 🎧 USB MP3 Player และ USB Hubs รูปทรงแปลก ๆ หนึ่งในอุปกรณ์ที่หลายคนยังจำได้คือ USB Flash Drive MP3 Player ที่มีความจุเพียง 512MB–2GB และต้องเสียบสายหูฟังเพื่อฟังเพลงโดยตรง แต่สมาร์ทโฟนและบริการสตรีมมิ่งได้ทำให้มันหมดความจำเป็นไปอย่างสิ้นเชิง อีกตัวอย่างคือ USB Hubs รูปทรงแฟนซี ที่ออกแบบเป็นของเล่นหรือของตกแต่ง แต่กลับใช้งานจริงได้ไม่สะดวก ปัจจุบันถูกแทนที่ด้วย USB-C Multiport Adapter ที่เล็กกว่าและรองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลายกว่า ☕ USB Mug Warmer และ Optical Drive USB Mug Warmer/Chiller เคยเป็นอุปกรณ์ยอดนิยมสำหรับคนทำงานหน้าคอม แต่พลังงานจากพอร์ต USB ไม่เพียงพอที่จะทำให้เครื่องดื่มร้อนหรือเย็นได้จริง ปัจจุบันถูกแทนที่ด้วยแก้วเก็บความร้อน/เย็นคุณภาพสูงอย่าง YETI หรือ Hydro Flask ส่วน USB Optical Drive เคยจำเป็นสำหรับการติดตั้งซอฟต์แวร์หรือเล่น DVD บนโน้ตบุ๊ก แต่การมาของ Cloud และ Streaming Services ทำให้ความต้องการใช้งานแทบหมดไป 📺 USB TV Tuner Stick ก่อนยุค Smart TV และบริการสตรีมมิ่ง ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ต้องพึ่งพา USB TV Tuner Stick เพื่อดูทีวีสด แต่ปัจจุบันการดูทีวีผ่านอินเทอร์เน็ตสะดวกกว่าและมีคุณภาพภาพที่ดีกว่า ทำให้ USB TV Tuner กลายเป็นอุปกรณ์ที่แทบไม่ถูกพูดถึงอีกต่อไป แม้ยังมีขายอยู่ แต่ก็ไม่ใช่กระแสหลักอีกแล้ว 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ USB MP3 Player ➡️ เคยนิยมในยุค 2000s แต่ถูกแทนที่ด้วยสมาร์ทโฟนและสตรีมมิ่ง ✅ USB Hubs รูปทรงแฟนซี ➡️ ใช้งานจริงไม่สะดวก ปัจจุบันถูกแทนที่ด้วย USB-C Multiport Adapter ✅ USB Mug Warmer/Chiller ➡️ พลังงาน USB ไม่เพียงพอ ปัจจุบันใช้แก้วเก็บความร้อน/เย็นแทน ✅ USB Optical Drive ➡️ เคยจำเป็นสำหรับ CD/DVD แต่ถูกแทนที่ด้วย Cloud และ Streaming ✅ USB TV Tuner Stick ➡️ เคยใช้ดูทีวีสดบนคอม แต่ Smart TV และบริการสตรีมมิ่งทำให้หมดความนิยม https://www.slashgear.com/2031895/old-school-usb-gadgets-surprised-if-made-comeback/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    5 Old-School USB Gadgets That We'd Be Surprised To Ever See Make A Comeback - SlashGear
    The advent of USB technology meant computers could be expanded in new and exciting ways, but these gadgets are now as obsolete as the technology they replaced.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 127 มุมมอง 0 รีวิว
  • บั๊กที่ซ่อนอยู่ใน Mac Classic II

    บทความนี้เล่าเรื่องการค้นพบ บั๊กในเครื่อง Apple Mac Classic II อายุ 34 ปี ที่ไม่เคยถูกพบมาก่อน แต่ถูกเปิดเผยด้วยความแม่นยำของโปรแกรมจำลอง MAME Emulator ซึ่งทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างการทำงานของฮาร์ดแวร์จริงกับการจำลอง

    นักพัฒนาชื่อ Doug Brown พบว่าเครื่อง Mac Classic II ที่จำลองด้วย MAME จะ แครชทันทีเมื่อเปิดโหมด 32-bit addressing แต่กลับทำงานได้ปกติในโหมด 24-bit ซึ่งแตกต่างจากฮาร์ดแวร์จริงที่ไม่เคยมีปัญหานี้มาก่อน

    คำตอบอยู่ที่ CPU Motorola 68030
    หลังการตรวจสอบ เขาพบว่า ROM ของ Mac Classic II มีบั๊กจริง แต่ฮาร์ดแวร์ที่ใช้ CPU Motorola 68030 มีคำสั่งที่ไม่ได้บันทึกไว้ (undocumented instruction) ซึ่งช่วย “ข้าม” บั๊กนี้ไป ทำให้เครื่องจริงไม่เคยแสดงอาการผิดปกติ ขณะที่ MAME ซึ่งจำลองตามเอกสารเท่านั้น ไม่สามารถเลียนแบบพฤติกรรมนี้ได้

    ความสำคัญของการจำลองที่แม่นยำ
    การค้นพบนี้แสดงให้เห็นว่า ไม่มี emulator ที่สมบูรณ์แบบ 100% เพราะฮาร์ดแวร์จริงอาจมีพฤติกรรมที่ไม่ถูกบันทึกไว้ในคู่มือ การที่ MAME สามารถเปิดเผยบั๊กนี้จึงเป็นหลักฐานว่าการจำลองที่แม่นยำสามารถช่วยค้นหาความจริงทางประวัติศาสตร์ของคอมพิวเตอร์

    มรดกทางเทคโนโลยี
    บั๊กนี้ถูกเรียกว่า “กาวที่บังเอิญยึดเครื่อง Classic II ไว้” เพราะถ้าไม่มีคำสั่งลับของ 68030 เครื่อง Mac รุ่นนั้นอาจไม่สามารถบูตได้เลย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการออกแบบฮาร์ดแวร์ในอดีต และความสำคัญของการอนุรักษ์ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ผ่านการจำลอง

    สรุปเป็นหัวข้อ
    การค้นพบ
    Mac Classic II แครชในโหมด 32-bit เมื่อจำลองด้วย MAME
    ทำงานปกติในฮาร์ดแวร์จริง

    สาเหตุของบั๊ก
    ROM มีบั๊กที่ไม่เคยถูกแก้ไข
    CPU Motorola 68030 มีคำสั่งลับช่วยข้ามบั๊ก

    ความสำคัญของการจำลอง
    MAME เปิดเผยบั๊กที่ไม่เคยถูกพบมาก่อน
    แสดงให้เห็นว่า emulator ไม่สามารถสมบูรณ์แบบ 100%

    มรดกทางเทคโนโลยี
    บั๊กนี้ถูกเรียกว่า “กาวที่ยึด Classic II”
    เป็นบทเรียนด้านการออกแบบและการอนุรักษ์ระบบเก่า

    คำเตือนจากกรณีนี้
    การจำลองอาจไม่สะท้อนพฤติกรรมจริงของฮาร์ดแวร์
    บั๊กที่ถูก CPU ปกปิดไว้อาจทำให้การพัฒนาในอนาคตผิดพลาด

    https://www.tomshardware.com/video-games/retro-gaming/a-34-year-old-apple-mac-crash-bug-would-have-gone-undiscovered-for-all-eternity-but-the-accuracy-of-the-mame-emulator-shone-a-light-on-it
    🖥️ บั๊กที่ซ่อนอยู่ใน Mac Classic II บทความนี้เล่าเรื่องการค้นพบ บั๊กในเครื่อง Apple Mac Classic II อายุ 34 ปี ที่ไม่เคยถูกพบมาก่อน แต่ถูกเปิดเผยด้วยความแม่นยำของโปรแกรมจำลอง MAME Emulator ซึ่งทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างการทำงานของฮาร์ดแวร์จริงกับการจำลอง นักพัฒนาชื่อ Doug Brown พบว่าเครื่อง Mac Classic II ที่จำลองด้วย MAME จะ แครชทันทีเมื่อเปิดโหมด 32-bit addressing แต่กลับทำงานได้ปกติในโหมด 24-bit ซึ่งแตกต่างจากฮาร์ดแวร์จริงที่ไม่เคยมีปัญหานี้มาก่อน ⚙️ คำตอบอยู่ที่ CPU Motorola 68030 หลังการตรวจสอบ เขาพบว่า ROM ของ Mac Classic II มีบั๊กจริง แต่ฮาร์ดแวร์ที่ใช้ CPU Motorola 68030 มีคำสั่งที่ไม่ได้บันทึกไว้ (undocumented instruction) ซึ่งช่วย “ข้าม” บั๊กนี้ไป ทำให้เครื่องจริงไม่เคยแสดงอาการผิดปกติ ขณะที่ MAME ซึ่งจำลองตามเอกสารเท่านั้น ไม่สามารถเลียนแบบพฤติกรรมนี้ได้ 🔍 ความสำคัญของการจำลองที่แม่นยำ การค้นพบนี้แสดงให้เห็นว่า ไม่มี emulator ที่สมบูรณ์แบบ 100% เพราะฮาร์ดแวร์จริงอาจมีพฤติกรรมที่ไม่ถูกบันทึกไว้ในคู่มือ การที่ MAME สามารถเปิดเผยบั๊กนี้จึงเป็นหลักฐานว่าการจำลองที่แม่นยำสามารถช่วยค้นหาความจริงทางประวัติศาสตร์ของคอมพิวเตอร์ 📜 มรดกทางเทคโนโลยี บั๊กนี้ถูกเรียกว่า “กาวที่บังเอิญยึดเครื่อง Classic II ไว้” เพราะถ้าไม่มีคำสั่งลับของ 68030 เครื่อง Mac รุ่นนั้นอาจไม่สามารถบูตได้เลย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการออกแบบฮาร์ดแวร์ในอดีต และความสำคัญของการอนุรักษ์ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ผ่านการจำลอง 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ การค้นพบ ➡️ Mac Classic II แครชในโหมด 32-bit เมื่อจำลองด้วย MAME ➡️ ทำงานปกติในฮาร์ดแวร์จริง ✅ สาเหตุของบั๊ก ➡️ ROM มีบั๊กที่ไม่เคยถูกแก้ไข ➡️ CPU Motorola 68030 มีคำสั่งลับช่วยข้ามบั๊ก ✅ ความสำคัญของการจำลอง ➡️ MAME เปิดเผยบั๊กที่ไม่เคยถูกพบมาก่อน ➡️ แสดงให้เห็นว่า emulator ไม่สามารถสมบูรณ์แบบ 100% ✅ มรดกทางเทคโนโลยี ➡️ บั๊กนี้ถูกเรียกว่า “กาวที่ยึด Classic II” ➡️ เป็นบทเรียนด้านการออกแบบและการอนุรักษ์ระบบเก่า ‼️ คำเตือนจากกรณีนี้ ⛔ การจำลองอาจไม่สะท้อนพฤติกรรมจริงของฮาร์ดแวร์ ⛔ บั๊กที่ถูก CPU ปกปิดไว้อาจทำให้การพัฒนาในอนาคตผิดพลาด https://www.tomshardware.com/video-games/retro-gaming/a-34-year-old-apple-mac-crash-bug-would-have-gone-undiscovered-for-all-eternity-but-the-accuracy-of-the-mame-emulator-shone-a-light-on-it
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    A 34-year-old Apple Mac crash bug ‘would have gone undiscovered for all eternity,’ but the accuracy of the MAME emulator shone a light on it
    On real hardware, the Motorola 68030 executed an undocumented instruction to prevent a system crash at boot, but it caused problems with the emulator.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 214 มุมมอง 0 รีวิว
  • "Wall Street เปิดรับ AI แต่ปิดกั้นผู้สมัครงาน"

    ในขณะที่บริษัทการเงินรายใหญ่ใน Wall Street กำลังโฆษณาว่า AI ช่วยให้พนักงานทำงานได้ดีขึ้น ตั้งแต่การแก้ปัญหาลูกค้าไปจนถึงการจัดการดีลมูลค่าหลายพันล้าน แต่กลับมีข้อยกเว้นสำคัญ: ผู้สมัครงานไม่ควรใช้ AI.

    ตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาด ธนาคารเริ่มใช้การสัมภาษณ์ออนไลน์และการทดสอบเสมือนจริงเพื่อคัดกรองผู้สมัคร ซึ่งทำให้กระบวนการรวดเร็วขึ้น แต่การมาของ Generative AI เช่น ChatGPT ทำให้ผู้สมัครบางคนใช้เครื่องมือเหล่านี้เพื่อเพิ่มโอกาสในการผ่านการคัดเลือก ส่งผลให้บริษัทต้องหาวิธีตรวจจับ เช่น ใช้ซอฟต์แวร์ที่ติดตามการเปลี่ยนแท็บหรือเวลาตอบคำถามผิดปกติ.

    บริษัทอย่าง Hirevue และ TestGorilla ได้เพิ่มฟีเจอร์ตรวจจับการใช้ AI รวมถึงการทำ “honesty agreement” ที่ให้ผู้สมัครยืนยันว่าจะไม่ใช้ AI ในการสอบ ขณะที่ Goldman Sachs ถึงขั้นส่งจดหมายเตือนผู้สมัครว่าไม่ควรใช้เครื่องมือดิจิทัลใด ๆ ในการสัมภาษณ์ เพราะต้องการ “ได้ยินเสียงจริงของผู้สมัคร”.

    อย่างไรก็ตาม ความย้อนแย้งก็ปรากฏชัด: เมื่อผู้สมัครผ่านการคัดเลือกแล้ว พวกเขากลับถูกคาดหวังให้ใช้ AI อย่างคล่องแคล่วทันทีในงานจริง เช่น Royal Bank of Canada ต้องการให้มหาวิทยาลัยสอนนักศึกษาให้เชี่ยวชาญการใช้ LLM เพื่อให้พร้อมทำงานตั้งแต่วันแรก.

    สรุปสาระสำคัญ
    การใช้ AI ในองค์กรการเงิน
    พนักงานถูกคาดหวังให้ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

    ข้อห้ามสำหรับผู้สมัครงาน
    บริษัทใช้ซอฟต์แวร์ตรวจจับการใช้ AI ในการสมัคร
    Goldman Sachs ส่งจดหมายเตือนห้ามใช้ AI ในการสัมภาษณ์

    เครื่องมือที่ใช้ตรวจจับ
    Hirevue และ TestGorilla เพิ่มฟีเจอร์ตรวจจับและ honesty agreement

    ความย้อนแย้งในระบบ
    ผู้สมัครห้ามใช้ AI แต่เมื่อได้งานแล้วต้องใช้ AI อย่างคล่องแคล่ว

    คำเตือนด้านความโปร่งใส
    การห้ามใช้ AI อาจสร้างความไม่ชัดเจนและความกังวลในผู้สมัคร

    คำเตือนด้านทักษะในอนาคต
    ผู้สมัครที่ไม่เชี่ยวชาญ AI อาจเสียเปรียบเมื่อเข้าสู่การทำงานจริง

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/11/22/wall-street-wants-everyone-using-ai-except-job-applicants
    🏦 "Wall Street เปิดรับ AI แต่ปิดกั้นผู้สมัครงาน" ในขณะที่บริษัทการเงินรายใหญ่ใน Wall Street กำลังโฆษณาว่า AI ช่วยให้พนักงานทำงานได้ดีขึ้น ตั้งแต่การแก้ปัญหาลูกค้าไปจนถึงการจัดการดีลมูลค่าหลายพันล้าน แต่กลับมีข้อยกเว้นสำคัญ: ผู้สมัครงานไม่ควรใช้ AI. ตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาด ธนาคารเริ่มใช้การสัมภาษณ์ออนไลน์และการทดสอบเสมือนจริงเพื่อคัดกรองผู้สมัคร ซึ่งทำให้กระบวนการรวดเร็วขึ้น แต่การมาของ Generative AI เช่น ChatGPT ทำให้ผู้สมัครบางคนใช้เครื่องมือเหล่านี้เพื่อเพิ่มโอกาสในการผ่านการคัดเลือก ส่งผลให้บริษัทต้องหาวิธีตรวจจับ เช่น ใช้ซอฟต์แวร์ที่ติดตามการเปลี่ยนแท็บหรือเวลาตอบคำถามผิดปกติ. บริษัทอย่าง Hirevue และ TestGorilla ได้เพิ่มฟีเจอร์ตรวจจับการใช้ AI รวมถึงการทำ “honesty agreement” ที่ให้ผู้สมัครยืนยันว่าจะไม่ใช้ AI ในการสอบ ขณะที่ Goldman Sachs ถึงขั้นส่งจดหมายเตือนผู้สมัครว่าไม่ควรใช้เครื่องมือดิจิทัลใด ๆ ในการสัมภาษณ์ เพราะต้องการ “ได้ยินเสียงจริงของผู้สมัคร”. อย่างไรก็ตาม ความย้อนแย้งก็ปรากฏชัด: เมื่อผู้สมัครผ่านการคัดเลือกแล้ว พวกเขากลับถูกคาดหวังให้ใช้ AI อย่างคล่องแคล่วทันทีในงานจริง เช่น Royal Bank of Canada ต้องการให้มหาวิทยาลัยสอนนักศึกษาให้เชี่ยวชาญการใช้ LLM เพื่อให้พร้อมทำงานตั้งแต่วันแรก. 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ การใช้ AI ในองค์กรการเงิน ➡️ พนักงานถูกคาดหวังให้ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ✅ ข้อห้ามสำหรับผู้สมัครงาน ➡️ บริษัทใช้ซอฟต์แวร์ตรวจจับการใช้ AI ในการสมัคร ➡️ Goldman Sachs ส่งจดหมายเตือนห้ามใช้ AI ในการสัมภาษณ์ ✅ เครื่องมือที่ใช้ตรวจจับ ➡️ Hirevue และ TestGorilla เพิ่มฟีเจอร์ตรวจจับและ honesty agreement ✅ ความย้อนแย้งในระบบ ➡️ ผู้สมัครห้ามใช้ AI แต่เมื่อได้งานแล้วต้องใช้ AI อย่างคล่องแคล่ว ‼️ คำเตือนด้านความโปร่งใส ⛔ การห้ามใช้ AI อาจสร้างความไม่ชัดเจนและความกังวลในผู้สมัคร ‼️ คำเตือนด้านทักษะในอนาคต ⛔ ผู้สมัครที่ไม่เชี่ยวชาญ AI อาจเสียเปรียบเมื่อเข้าสู่การทำงานจริง https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/11/22/wall-street-wants-everyone-using-ai-except-job-applicants
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Wall Street wants everyone using AI except job applicants
    Banks want employees who add value beyond the tools they use.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 217 มุมมอง 0 รีวิว
  • หัวข้อข่าว: "Dependency Cooldowns – เกราะป้องกันซัพพลายเชนโอเพนซอร์ส"

    ซัพพลายเชนซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สกำลังเผชิญกับการโจมตีที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เช่นการขโมย credential หรือการแทรกโค้ดอันตรายเข้าไปในแพ็กเกจยอดนิยมบน PyPI หรือ npm บทความชี้ว่าแม้บริษัทด้านความปลอดภัยจะพยายามตรวจจับและแจ้งเตือน แต่ช่องว่างระหว่างการโจมตีและการแก้ไขยังคงมีอยู่ ทำให้ผู้ใช้ที่อัปเดต dependency แบบอัตโนมัติกลายเป็นเป้าหมายทันที.

    แนวคิด Dependency Cooldowns คือการกำหนดระยะเวลารอ (เช่น 7 วัน) หลังจาก dependency ถูกเผยแพร่ ก่อนที่จะนำมาใช้จริง ระหว่างนั้นผู้ให้บริการความปลอดภัยสามารถตรวจสอบและรายงานปัญหาได้ทันเวลา ทำให้ผู้ใช้หลีกเลี่ยงการติดตั้งเวอร์ชันที่ถูกแฮก.

    ตัวอย่างการโจมตีที่ถูกยกมา เช่น Ultralytics ที่มีช่องโหว่เพียง 12 ชั่วโมง, rspack ที่ถูกโจมตีในเวลา 1 ชั่วโมง, และ chalk ที่ใช้เวลาไม่ถึง 12 ชั่วโมง แสดงให้เห็นว่าการหน่วงเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์สามารถป้องกันได้ถึง 80–90% ของการโจมตีเหล่านี้.

    การนำไปใช้ก็ไม่ซับซ้อน เช่น Dependabot และ Renovate มีฟังก์ชันตั้งค่า cooldown อยู่แล้ว เพียงเพิ่มบรรทัด cooldown: default-days: 7 ลงในไฟล์คอนฟิก ก็สามารถลดความเสี่ยงได้ทันที โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม.

    สรุปสาระสำคัญ
    แนวคิด Dependency Cooldowns
    หน่วงเวลา 7–14 วันก่อนใช้ dependency ใหม่
    เปิดโอกาสให้ระบบตรวจจับภัยคุกคามทันเวลา

    ตัวอย่างการโจมตีซัพพลายเชน
    Ultralytics: 12 ชั่วโมง
    rspack: 1 ชั่วโมง
    chalk: < 12 ชั่วโมง
    xz-utils: 5 สัปดาห์ (กรณีใหญ่และซับซ้อน)

    การนำไปใช้จริง
    Dependabot และ Renovate รองรับการตั้งค่า cooldown
    ฟรีและง่ายต่อการใช้งาน

    คำเตือนด้านความปลอดภัย
    Cooldowns ไม่สามารถป้องกันการโจมตีทั้งหมดได้ โดยเฉพาะกรณีซับซ้อนเช่น xz-utils

    คำเตือนด้านการจัดการซัพพลายเชน
    ปัญหาซัพพลายเชนเป็นเรื่องของ “ความไว้วางใจทางสังคม” ไม่ใช่แค่เทคนิค

    https://blog.yossarian.net/2025/11/21/We-should-all-be-using-dependency-cooldowns
    🛡️ หัวข้อข่าว: "Dependency Cooldowns – เกราะป้องกันซัพพลายเชนโอเพนซอร์ส" ซัพพลายเชนซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สกำลังเผชิญกับการโจมตีที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เช่นการขโมย credential หรือการแทรกโค้ดอันตรายเข้าไปในแพ็กเกจยอดนิยมบน PyPI หรือ npm บทความชี้ว่าแม้บริษัทด้านความปลอดภัยจะพยายามตรวจจับและแจ้งเตือน แต่ช่องว่างระหว่างการโจมตีและการแก้ไขยังคงมีอยู่ ทำให้ผู้ใช้ที่อัปเดต dependency แบบอัตโนมัติกลายเป็นเป้าหมายทันที. แนวคิด Dependency Cooldowns คือการกำหนดระยะเวลารอ (เช่น 7 วัน) หลังจาก dependency ถูกเผยแพร่ ก่อนที่จะนำมาใช้จริง ระหว่างนั้นผู้ให้บริการความปลอดภัยสามารถตรวจสอบและรายงานปัญหาได้ทันเวลา ทำให้ผู้ใช้หลีกเลี่ยงการติดตั้งเวอร์ชันที่ถูกแฮก. ตัวอย่างการโจมตีที่ถูกยกมา เช่น Ultralytics ที่มีช่องโหว่เพียง 12 ชั่วโมง, rspack ที่ถูกโจมตีในเวลา 1 ชั่วโมง, และ chalk ที่ใช้เวลาไม่ถึง 12 ชั่วโมง แสดงให้เห็นว่าการหน่วงเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์สามารถป้องกันได้ถึง 80–90% ของการโจมตีเหล่านี้. การนำไปใช้ก็ไม่ซับซ้อน เช่น Dependabot และ Renovate มีฟังก์ชันตั้งค่า cooldown อยู่แล้ว เพียงเพิ่มบรรทัด cooldown: default-days: 7 ลงในไฟล์คอนฟิก ก็สามารถลดความเสี่ยงได้ทันที โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม. 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ แนวคิด Dependency Cooldowns ➡️ หน่วงเวลา 7–14 วันก่อนใช้ dependency ใหม่ ➡️ เปิดโอกาสให้ระบบตรวจจับภัยคุกคามทันเวลา ✅ ตัวอย่างการโจมตีซัพพลายเชน ➡️ Ultralytics: 12 ชั่วโมง ➡️ rspack: 1 ชั่วโมง ➡️ chalk: < 12 ชั่วโมง ➡️ xz-utils: 5 สัปดาห์ (กรณีใหญ่และซับซ้อน) ✅ การนำไปใช้จริง ➡️ Dependabot และ Renovate รองรับการตั้งค่า cooldown ➡️ ฟรีและง่ายต่อการใช้งาน ‼️ คำเตือนด้านความปลอดภัย ⛔ Cooldowns ไม่สามารถป้องกันการโจมตีทั้งหมดได้ โดยเฉพาะกรณีซับซ้อนเช่น xz-utils ‼️ คำเตือนด้านการจัดการซัพพลายเชน ⛔ ปัญหาซัพพลายเชนเป็นเรื่องของ “ความไว้วางใจทางสังคม” ไม่ใช่แค่เทคนิค https://blog.yossarian.net/2025/11/21/We-should-all-be-using-dependency-cooldowns
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 121 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts