• How to Safely Buy Verified Coinbase Accounts Online In 2026
    https://usaprostore.com/product/buy-verified-coinbase-accounts/

    ➤24 Hours Reply/Contact
    ➤Email: usaprostore1@gmail.com
    ➤WhatsApp: +1 (717) 303-4210
    ➤Telegram: Usaprostore

    #business #usa #startup @highlight #usaprostore.com #product #buy #coinbase @follower #accounts #secure #socialmedia usaaccounts #shorts #viral #explore #facts #aircraft #aircargo
    How to Safely Buy Verified Coinbase Accounts Online In 2026 ➤https://usaprostore.com/product/buy-verified-coinbase-accounts/ ➤24 Hours Reply/Contact ➤Email: usaprostore1@gmail.com ➤WhatsApp: +1 (717) 303-4210 ➤Telegram: Usaprostore #business #usa #startup @highlight #usaprostore.com #product #buy #coinbase @follower #accounts #secure #socialmedia usaaccounts #shorts #viral #explore #facts #aircraft #aircargo
    USAPROSTORE.COM
    Buy Verified Coinbase Accounts
    Buy Verified Coinbase Accounts hassle-free & securely from our platform. Gain instant access to cryptocurrency trading with confidence. Order Now.
    0 Comments 0 Shares 21 Views 0 Reviews
  • “Coinbase ถูกโจมตีข้อมูลครั้งใหญ่ – Insider Threat และการเรียกค่าไถ่ 20 ล้านดอลลาร์”

    ในเดือนมกราคม 2025 มีผู้ใช้ Coinbase รายหนึ่งถูกโจมตีด้วยอีเมลและโทรศัพท์ที่ดูเหมือนมาจากฝ่ายป้องกันการฉ้อโกงของบริษัท โดยผู้โจมตีสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว เช่น หมายเลขประกันสังคม ยอดคงเหลือ Bitcoin และรายละเอียดบัญชีที่ไม่ควรเปิดเผยได้ เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าการโจมตีไม่ได้เป็นเพียง Phishing ธรรมดา แต่เป็นการใช้ข้อมูลภายในที่ถูกขโมยมาอย่างชัดเจน

    ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2025 Coinbase ได้รับอีเมลจากกลุ่มแฮกเกอร์ที่อ้างว่ามีข้อมูลลูกค้าจำนวนมาก พร้อมเรียกค่าไถ่ 20 ล้านดอลลาร์เพื่อไม่ให้เปิดเผยข้อมูล บริษัทเลือกที่จะไม่จ่ายเงิน แต่กลับแจ้งต่อสาธารณะและยื่นรายงานต่อ SEC โดยยืนยันว่ามีผู้ใช้กว่า 69,000 รายได้รับผลกระทบ ข้อมูลที่ถูกขโมยรวมถึงชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ภาพบัตรประชาชน และประวัติธุรกรรม

    สิ่งที่น่ากังวลคือการโจมตีครั้งนี้เกิดจากการที่พนักงาน Outsource ในต่างประเทศถูกติดสินบนให้เปิดเผยข้อมูลภายในระบบบริการลูกค้า การรั่วไหลเช่นนี้ทำให้ผู้โจมตีสามารถสร้างการหลอกลวงที่สมจริงมากขึ้น เช่น โทรศัพท์ปลอมที่ดูเหมือนจาก Coinbase และอีเมลที่มีการตรวจสอบ DKIM ผ่าน ทำให้ผู้ใช้หลงเชื่อได้ง่าย

    แม้ Coinbase จะยืนยันว่าไม่มีรหัสผ่านหรือ Private Key ถูกขโมย แต่ข้อมูลส่วนตัวที่รั่วไหลสามารถนำไปใช้โจมตีแบบ Social Engineering ได้ในอนาคต เช่น การหลอกให้ผู้ใช้ย้ายเงินไปยัง Wallet ที่ควบคุมโดยแฮกเกอร์ หรือการโจมตีแบบ SIM-swap เพื่อยึดการยืนยันตัวตนสองชั้น เหตุการณ์นี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญว่าการรักษาความปลอดภัยไม่ใช่แค่การป้องกันระบบ แต่ต้องควบคุมการเข้าถึงข้อมูลของบุคลากรด้วย

    สรุปสาระสำคัญ
    เหตุการณ์การโจมตีและการรั่วไหลข้อมูล
    เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 โดยมีการใช้ข้อมูลภายในโจมตีผู้ใช้
    Coinbase เปิดเผยอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม 2025 หลังถูกเรียกค่าไถ่ 20 ล้านดอลลาร์
    มีผู้ใช้กว่า 69,000 รายได้รับผลกระทบ ข้อมูลที่รั่วไหลรวมถึงชื่อ เบอร์โทร อีเมล และภาพบัตรประชาชน

    การตอบสนองของ Coinbase
    ปฏิเสธการจ่ายค่าไถ่ และเลือกเปิดเผยต่อสาธารณะ
    เสนอเงินรางวัล 20 ล้านดอลลาร์สำหรับข้อมูลนำไปสู่การจับกุมผู้โจมตี
    ยืนยันว่าไม่มีรหัสผ่านหรือ Private Key ถูกขโมย

    ความเสี่ยงและคำเตือนต่อผู้ใช้
    ข้อมูลส่วนตัวที่รั่วไหลสามารถนำไปใช้โจมตีแบบ Social Engineering ได้
    ผู้ใช้เสี่ยงต่อการถูกหลอกให้ย้ายเงินไปยัง Wallet ของแฮกเกอร์
    การโจมตีแบบ SIM-swap และการปลอมแปลงอีเมล/โทรศัพท์ยังคงเป็นภัยที่ต้องระวัง

    https://jonathanclark.com/posts/coinbase-breach-timeline.html
    🛡️ “Coinbase ถูกโจมตีข้อมูลครั้งใหญ่ – Insider Threat และการเรียกค่าไถ่ 20 ล้านดอลลาร์” ในเดือนมกราคม 2025 มีผู้ใช้ Coinbase รายหนึ่งถูกโจมตีด้วยอีเมลและโทรศัพท์ที่ดูเหมือนมาจากฝ่ายป้องกันการฉ้อโกงของบริษัท โดยผู้โจมตีสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว เช่น หมายเลขประกันสังคม ยอดคงเหลือ Bitcoin และรายละเอียดบัญชีที่ไม่ควรเปิดเผยได้ เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าการโจมตีไม่ได้เป็นเพียง Phishing ธรรมดา แต่เป็นการใช้ข้อมูลภายในที่ถูกขโมยมาอย่างชัดเจน ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2025 Coinbase ได้รับอีเมลจากกลุ่มแฮกเกอร์ที่อ้างว่ามีข้อมูลลูกค้าจำนวนมาก พร้อมเรียกค่าไถ่ 20 ล้านดอลลาร์เพื่อไม่ให้เปิดเผยข้อมูล บริษัทเลือกที่จะไม่จ่ายเงิน แต่กลับแจ้งต่อสาธารณะและยื่นรายงานต่อ SEC โดยยืนยันว่ามีผู้ใช้กว่า 69,000 รายได้รับผลกระทบ ข้อมูลที่ถูกขโมยรวมถึงชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ภาพบัตรประชาชน และประวัติธุรกรรม สิ่งที่น่ากังวลคือการโจมตีครั้งนี้เกิดจากการที่พนักงาน Outsource ในต่างประเทศถูกติดสินบนให้เปิดเผยข้อมูลภายในระบบบริการลูกค้า การรั่วไหลเช่นนี้ทำให้ผู้โจมตีสามารถสร้างการหลอกลวงที่สมจริงมากขึ้น เช่น โทรศัพท์ปลอมที่ดูเหมือนจาก Coinbase และอีเมลที่มีการตรวจสอบ DKIM ผ่าน ทำให้ผู้ใช้หลงเชื่อได้ง่าย แม้ Coinbase จะยืนยันว่าไม่มีรหัสผ่านหรือ Private Key ถูกขโมย แต่ข้อมูลส่วนตัวที่รั่วไหลสามารถนำไปใช้โจมตีแบบ Social Engineering ได้ในอนาคต เช่น การหลอกให้ผู้ใช้ย้ายเงินไปยัง Wallet ที่ควบคุมโดยแฮกเกอร์ หรือการโจมตีแบบ SIM-swap เพื่อยึดการยืนยันตัวตนสองชั้น เหตุการณ์นี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญว่าการรักษาความปลอดภัยไม่ใช่แค่การป้องกันระบบ แต่ต้องควบคุมการเข้าถึงข้อมูลของบุคลากรด้วย 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ เหตุการณ์การโจมตีและการรั่วไหลข้อมูล ➡️ เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 โดยมีการใช้ข้อมูลภายในโจมตีผู้ใช้ ➡️ Coinbase เปิดเผยอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม 2025 หลังถูกเรียกค่าไถ่ 20 ล้านดอลลาร์ ➡️ มีผู้ใช้กว่า 69,000 รายได้รับผลกระทบ ข้อมูลที่รั่วไหลรวมถึงชื่อ เบอร์โทร อีเมล และภาพบัตรประชาชน ✅ การตอบสนองของ Coinbase ➡️ ปฏิเสธการจ่ายค่าไถ่ และเลือกเปิดเผยต่อสาธารณะ ➡️ เสนอเงินรางวัล 20 ล้านดอลลาร์สำหรับข้อมูลนำไปสู่การจับกุมผู้โจมตี ➡️ ยืนยันว่าไม่มีรหัสผ่านหรือ Private Key ถูกขโมย ‼️ ความเสี่ยงและคำเตือนต่อผู้ใช้ ⛔ ข้อมูลส่วนตัวที่รั่วไหลสามารถนำไปใช้โจมตีแบบ Social Engineering ได้ ⛔ ผู้ใช้เสี่ยงต่อการถูกหลอกให้ย้ายเงินไปยัง Wallet ของแฮกเกอร์ ⛔ การโจมตีแบบ SIM-swap และการปลอมแปลงอีเมล/โทรศัพท์ยังคงเป็นภัยที่ต้องระวัง https://jonathanclark.com/posts/coinbase-breach-timeline.html
    JONATHANCLARK.COM
    Coinbase Data Breach Timeline Doesn't Add Up
    I have recordings and emails showing attacks months before Coinbase's 'discovery'. Timeline, headers, and audio evidence.
    0 Comments 0 Shares 248 Views 0 Reviews

  • Buy Verified Coinbase Account
    https://smmbostsell.com/product/buy-verified-coinbase-account/
    24 Hours Reply/Contact

    ✓➤Telegram: smmbostsell

    ✓➤WhatsApp: +1(909)202-1828

    ✓➤Email: smmbostsell@gmail.com

    #buyverifiedcoinbaseaccount #seo #socialmedia #digitalmarketer #seoservice #usaaccount #topseller
    Buy Verified Coinbase Account https://smmbostsell.com/product/buy-verified-coinbase-account/ 24 Hours Reply/Contact ✓➤Telegram: smmbostsell ✓➤WhatsApp: +1(909)202-1828 ✓➤Email: smmbostsell@gmail.com #buyverifiedcoinbaseaccount #seo #socialmedia #digitalmarketer #seoservice #usaaccount #topseller
    SMMBOSTSELL.COM
    Buy Verified Coinbase Account
    Buy Verified Coinbase Accounts from Smmbostsell.com – Fast, Safe & Ready. Jump into crypto without delays. At Smmbostsell.com, we deliver premium, fully verified Coinbase accounts that are secure, reliable, and instantly accessible. Coinbase is a globally trusted platform for crypto trading, and our accounts come with real identity verification, clean device setups, and smooth login. Perfect for investing, trading, or receiving payments — we ensure a seamless experience, dedicated support, and top-notch security. Start your crypto journey today with confidence. Order your verified Coinbase account now from Smmbostsell.com. Our service gives- ❖Fully Verified Account. ❖Higher Transaction Limits. ❖KYC-Verified. ❖100% Authentic & Secure Accounts. ❖Money-Back Guarantee. ❖Secure and Safe. ❖24/7 Customer Support. 24 Hours Reply/Contact Telegram: smmbostsell WhatsApp: +1(909)202-1828 Email: smmbostsell@gmail.com
    0 Comments 0 Shares 275 Views 0 Reviews
  • “AWS ล่มครั้งใหญ่! อินเทอร์เน็ตสะดุดทั่วโลก – Alexa, Ring, Snapchat, Fortnite และอีกเพียบโดนหางเลข”

    เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2025 เกิดเหตุการณ์ที่เรียกได้ว่า “อินเทอร์เน็ตสะดุด” ครั้งใหญ่ เมื่อ Amazon Web Services (AWS) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ที่สุดในโลก เกิดปัญหาขัดข้องในภูมิภาค US-EAST-1 ส่งผลให้บริการออนไลน์จำนวนมหาศาลล่มตามไปด้วย

    เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเช้ามืดตามเวลาแปซิฟิก ผู้ใช้เริ่มรายงานปัญหาผ่าน Downdetector ว่าไม่สามารถใช้งานแอปและเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้ เช่น Alexa, Ring, Snapchat, Fortnite, Roblox, Canva, Venmo, Coinbase, McDonald's, Reddit และแม้แต่บริการของสายการบินอย่าง United และ Delta ก็ได้รับผลกระทบ

    AWS ระบุว่า สาเหตุเกิดจากระบบภายในที่ใช้ตรวจสอบสุขภาพของ network load balancer มีปัญหา ทำให้เกิด error rates สูงและ latency เพิ่มขึ้นอย่างมากในหลายบริการ โดยเฉพาะ EC2 และ Lambda ซึ่งเป็นหัวใจของการประมวลผลในระบบคลาวด์

    แม้ AWS จะดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วนและสามารถฟื้นฟูระบบได้ภายในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน แต่หลายบริการยังคงมี backlog ที่ต้องเคลียร์ และบางระบบยังไม่สามารถกลับมาใช้งานได้เต็มที่ทันที

    เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า โลกออนไลน์ในปัจจุบันพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานของ AWS มากเพียงใด และเมื่อเกิดปัญหา แม้แต่การสั่งกาแฟผ่านแอปหรือเช็คอินเที่ยวบินก็อาจกลายเป็นเรื่องยากทันที

    รายละเอียดเหตุการณ์ AWS ล่ม
    เกิดขึ้นวันที่ 20 ตุลาคม 2025 ในภูมิภาค US-EAST-1
    ส่งผลให้บริการออนไลน์จำนวนมากไม่สามารถใช้งานได้
    สาเหตุจากระบบตรวจสอบสุขภาพของ network load balancer มีปัญหา
    บริการที่ได้รับผลกระทบ เช่น Alexa, Ring, Snapchat, Fortnite, Roblox, Canva, Venmo, Coinbase, McDonald's, Reddit
    สายการบิน United และ Delta ก็ได้รับผลกระทบ
    AWS ใช้เวลาหลายชั่วโมงในการแก้ไขและฟื้นฟูระบบ
    บางบริการยังมี backlog ที่ต้องเคลียร์หลังระบบกลับมา

    ผลกระทบต่อผู้ใช้และธุรกิจ
    ผู้ใช้ไม่สามารถใช้งานแอปพื้นฐานในชีวิตประจำวันได้
    ธุรกิจที่พึ่งพา AWS ต้องหยุดชะงักชั่วคราว
    ระบบการจองตั๋ว การชำระเงิน และการสื่อสารออนไลน์ล่ม
    สะท้อนความเสี่ยงของการพึ่งพาผู้ให้บริการคลาวด์รายเดียว

    https://www.techradar.com/news/live/amazon-web-services-alexa-ring-snapchat-fortnite-down-october-2025
    🌐 “AWS ล่มครั้งใหญ่! อินเทอร์เน็ตสะดุดทั่วโลก – Alexa, Ring, Snapchat, Fortnite และอีกเพียบโดนหางเลข” เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2025 เกิดเหตุการณ์ที่เรียกได้ว่า “อินเทอร์เน็ตสะดุด” ครั้งใหญ่ เมื่อ Amazon Web Services (AWS) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ที่สุดในโลก เกิดปัญหาขัดข้องในภูมิภาค US-EAST-1 ส่งผลให้บริการออนไลน์จำนวนมหาศาลล่มตามไปด้วย เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเช้ามืดตามเวลาแปซิฟิก ผู้ใช้เริ่มรายงานปัญหาผ่าน Downdetector ว่าไม่สามารถใช้งานแอปและเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้ เช่น Alexa, Ring, Snapchat, Fortnite, Roblox, Canva, Venmo, Coinbase, McDonald's, Reddit และแม้แต่บริการของสายการบินอย่าง United และ Delta ก็ได้รับผลกระทบ AWS ระบุว่า สาเหตุเกิดจากระบบภายในที่ใช้ตรวจสอบสุขภาพของ network load balancer มีปัญหา ทำให้เกิด error rates สูงและ latency เพิ่มขึ้นอย่างมากในหลายบริการ โดยเฉพาะ EC2 และ Lambda ซึ่งเป็นหัวใจของการประมวลผลในระบบคลาวด์ แม้ AWS จะดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วนและสามารถฟื้นฟูระบบได้ภายในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน แต่หลายบริการยังคงมี backlog ที่ต้องเคลียร์ และบางระบบยังไม่สามารถกลับมาใช้งานได้เต็มที่ทันที เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า โลกออนไลน์ในปัจจุบันพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานของ AWS มากเพียงใด และเมื่อเกิดปัญหา แม้แต่การสั่งกาแฟผ่านแอปหรือเช็คอินเที่ยวบินก็อาจกลายเป็นเรื่องยากทันที ✅ รายละเอียดเหตุการณ์ AWS ล่ม ➡️ เกิดขึ้นวันที่ 20 ตุลาคม 2025 ในภูมิภาค US-EAST-1 ➡️ ส่งผลให้บริการออนไลน์จำนวนมากไม่สามารถใช้งานได้ ➡️ สาเหตุจากระบบตรวจสอบสุขภาพของ network load balancer มีปัญหา ➡️ บริการที่ได้รับผลกระทบ เช่น Alexa, Ring, Snapchat, Fortnite, Roblox, Canva, Venmo, Coinbase, McDonald's, Reddit ➡️ สายการบิน United และ Delta ก็ได้รับผลกระทบ ➡️ AWS ใช้เวลาหลายชั่วโมงในการแก้ไขและฟื้นฟูระบบ ➡️ บางบริการยังมี backlog ที่ต้องเคลียร์หลังระบบกลับมา ✅ ผลกระทบต่อผู้ใช้และธุรกิจ ➡️ ผู้ใช้ไม่สามารถใช้งานแอปพื้นฐานในชีวิตประจำวันได้ ➡️ ธุรกิจที่พึ่งพา AWS ต้องหยุดชะงักชั่วคราว ➡️ ระบบการจองตั๋ว การชำระเงิน และการสื่อสารออนไลน์ล่ม ➡️ สะท้อนความเสี่ยงของการพึ่งพาผู้ให้บริการคลาวด์รายเดียว https://www.techradar.com/news/live/amazon-web-services-alexa-ring-snapchat-fortnite-down-october-2025
    0 Comments 0 Shares 290 Views 0 Reviews
  • “GlassWorm: มัลแวร์สายพันธุ์ใหม่โจมตี VS Code ด้วย Unicode ล่องหนและ Solana Blockchain” — เมื่อการรีวิวโค้ดด้วยสายตาไม่สามารถป้องกันภัยได้อีกต่อไป

    นักวิจัยจาก Koi Security เปิดเผยการค้นพบมัลแวร์ชนิดใหม่ชื่อว่า “GlassWorm” ซึ่งเป็นมัลแวร์แบบ self-propagating worm ตัวแรกที่โจมตีผ่าน VS Code extensions บน OpenVSX Marketplace โดยใช้เทคนิคที่ล้ำหน้าและซับซ้อนที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสายซัพพลายเชน

    GlassWorm ใช้ “Unicode variation selectors” เพื่อฝังโค้ดอันตรายที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าหรือเครื่องมือรีวิวโค้ดทั่วไป เช่น GitHub diff viewer หรือ syntax highlighter ของ VS Code — โค้ดที่ดูเหมือนช่องว่างนั้นจริง ๆ แล้วคือคำสั่ง JavaScript ที่สามารถรันได้ทันที

    เมื่อฝังตัวสำเร็จ มัลแวร์จะใช้ Solana blockchain เป็น command-and-control (C2) infrastructure โดยฝัง wallet address ไว้ในโค้ด และให้ระบบติดตาม transaction memo เพื่อดึง payload ถัดไปแบบ base64 ซึ่งไม่สามารถถูกปิดกั้นด้วยการบล็อกโดเมนหรือ IP แบบเดิม

    หาก Solana ถูกบล็อก GlassWorm ยังมี “แผนสำรอง” โดยใช้ Google Calendar event เป็น backup C2 — โดยฝัง URL payload ไว้ในชื่อ event ซึ่งสามารถเข้าถึงได้ฟรีและไม่ถูกบล็อกโดยระบบใด ๆ

    มัลแวร์ยังมีความสามารถในการขโมย credentials จาก NPM, GitHub, OpenVSX และ wallet extensions กว่า 49 รายการ เช่น MetaMask, Phantom และ Coinbase Wallet

    Payload สุดท้ายคือ “ZOMBI” — remote access trojan (RAT) ที่เปลี่ยนเครื่องของเหยื่อให้กลายเป็น proxy node สำหรับกิจกรรมอาชญากรรม โดยใช้เทคนิค HVNC (Hidden VNC), WebRTC P2P, และ BitTorrent DHT เพื่อหลบหลีกการตรวจจับ

    ที่น่ากลัวที่สุดคือ GlassWorm สามารถแพร่กระจายตัวเองโดยใช้ credentials ที่ขโมยมาไปฝังมัลแวร์ใน extensions อื่น ๆ ได้แบบอัตโนมัติ — สร้างวงจรการติดเชื้อที่ขยายตัวเองได้เรื่อย ๆ

    GlassWorm เป็นมัลแวร์แบบ self-propagating worm ตัวแรกที่โจมตี VS Code extensions
    พบใน OpenVSX และ Microsoft Marketplace

    ใช้ Unicode variation selectors เพื่อฝังโค้ดล่องหน
    ไม่สามารถตรวจจับได้ด้วยเครื่องมือรีวิวโค้ดทั่วไป

    ใช้ Solana blockchain เป็น C2 infrastructure
    ดึง payload ผ่าน transaction memo แบบ base64

    ใช้ Google Calendar เป็น backup C2
    ฝัง URL payload ไว้ในชื่อ event

    ขโมย credentials จาก NPM, GitHub และ wallet extensions กว่า 49 รายการ
    เช่น MetaMask, Phantom, Coinbase Wallet

    Payload สุดท้ายคือ ZOMBI RAT ที่เปลี่ยนเครื่องเหยื่อเป็น proxy node
    ใช้ HVNC, WebRTC P2P และ BitTorrent DHT

    แพร่กระจายตัวเองโดยใช้ credentials ที่ขโมยมา
    ฝังมัลแวร์ใน extensions อื่น ๆ ได้แบบอัตโนมัติ

    https://securityonline.info/glassworm-supply-chain-worm-uses-invisible-unicode-and-solana-blockchain-for-stealth-c2/
    🪱 “GlassWorm: มัลแวร์สายพันธุ์ใหม่โจมตี VS Code ด้วย Unicode ล่องหนและ Solana Blockchain” — เมื่อการรีวิวโค้ดด้วยสายตาไม่สามารถป้องกันภัยได้อีกต่อไป นักวิจัยจาก Koi Security เปิดเผยการค้นพบมัลแวร์ชนิดใหม่ชื่อว่า “GlassWorm” ซึ่งเป็นมัลแวร์แบบ self-propagating worm ตัวแรกที่โจมตีผ่าน VS Code extensions บน OpenVSX Marketplace โดยใช้เทคนิคที่ล้ำหน้าและซับซ้อนที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสายซัพพลายเชน GlassWorm ใช้ “Unicode variation selectors” เพื่อฝังโค้ดอันตรายที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าหรือเครื่องมือรีวิวโค้ดทั่วไป เช่น GitHub diff viewer หรือ syntax highlighter ของ VS Code — โค้ดที่ดูเหมือนช่องว่างนั้นจริง ๆ แล้วคือคำสั่ง JavaScript ที่สามารถรันได้ทันที เมื่อฝังตัวสำเร็จ มัลแวร์จะใช้ Solana blockchain เป็น command-and-control (C2) infrastructure โดยฝัง wallet address ไว้ในโค้ด และให้ระบบติดตาม transaction memo เพื่อดึง payload ถัดไปแบบ base64 ซึ่งไม่สามารถถูกปิดกั้นด้วยการบล็อกโดเมนหรือ IP แบบเดิม หาก Solana ถูกบล็อก GlassWorm ยังมี “แผนสำรอง” โดยใช้ Google Calendar event เป็น backup C2 — โดยฝัง URL payload ไว้ในชื่อ event ซึ่งสามารถเข้าถึงได้ฟรีและไม่ถูกบล็อกโดยระบบใด ๆ มัลแวร์ยังมีความสามารถในการขโมย credentials จาก NPM, GitHub, OpenVSX และ wallet extensions กว่า 49 รายการ เช่น MetaMask, Phantom และ Coinbase Wallet Payload สุดท้ายคือ “ZOMBI” — remote access trojan (RAT) ที่เปลี่ยนเครื่องของเหยื่อให้กลายเป็น proxy node สำหรับกิจกรรมอาชญากรรม โดยใช้เทคนิค HVNC (Hidden VNC), WebRTC P2P, และ BitTorrent DHT เพื่อหลบหลีกการตรวจจับ ที่น่ากลัวที่สุดคือ GlassWorm สามารถแพร่กระจายตัวเองโดยใช้ credentials ที่ขโมยมาไปฝังมัลแวร์ใน extensions อื่น ๆ ได้แบบอัตโนมัติ — สร้างวงจรการติดเชื้อที่ขยายตัวเองได้เรื่อย ๆ ✅ GlassWorm เป็นมัลแวร์แบบ self-propagating worm ตัวแรกที่โจมตี VS Code extensions ➡️ พบใน OpenVSX และ Microsoft Marketplace ✅ ใช้ Unicode variation selectors เพื่อฝังโค้ดล่องหน ➡️ ไม่สามารถตรวจจับได้ด้วยเครื่องมือรีวิวโค้ดทั่วไป ✅ ใช้ Solana blockchain เป็น C2 infrastructure ➡️ ดึง payload ผ่าน transaction memo แบบ base64 ✅ ใช้ Google Calendar เป็น backup C2 ➡️ ฝัง URL payload ไว้ในชื่อ event ✅ ขโมย credentials จาก NPM, GitHub และ wallet extensions กว่า 49 รายการ ➡️ เช่น MetaMask, Phantom, Coinbase Wallet ✅ Payload สุดท้ายคือ ZOMBI RAT ที่เปลี่ยนเครื่องเหยื่อเป็น proxy node ➡️ ใช้ HVNC, WebRTC P2P และ BitTorrent DHT ✅ แพร่กระจายตัวเองโดยใช้ credentials ที่ขโมยมา ➡️ ฝังมัลแวร์ใน extensions อื่น ๆ ได้แบบอัตโนมัติ https://securityonline.info/glassworm-supply-chain-worm-uses-invisible-unicode-and-solana-blockchain-for-stealth-c2/
    SECURITYONLINE.INFO
    GlassWorm Supply Chain Worm Uses Invisible Unicode and Solana Blockchain for Stealth C2
    Koi Security exposed GlassWorm, the first VSCode worm that spreads autonomously, using invisible Unicode to hide malicious code. It uses Solana blockchain and Google Calendar for a resilient C2.
    0 Comments 0 Shares 283 Views 0 Reviews
  • Top-Quality, Buy, Verified, Coinbase ,Accounts for Sale In 2025
    ➤24 Hours Reply/Contact
    ➤Email: usaprostore1@gmail.com
    ➤WhatsApp: +1 (717) 303-4210
    ➤Telegram: Usaprostore
    https://usaprostore.com/product/buy-verified-coinbase-accounts/
    Top-Quality, Buy, Verified, Coinbase ,Accounts for Sale In 2025 ➤24 Hours Reply/Contact ➤Email: usaprostore1@gmail.com ➤WhatsApp: +1 (717) 303-4210 ➤Telegram: Usaprostore https://usaprostore.com/product/buy-verified-coinbase-accounts/
    USAPROSTORE.COM
    Buy Verified Coinbase Accounts
    Buy Verified Coinbase Accounts hassle-free & securely from our platform. Gain instant access to cryptocurrency trading with confidence. Order Now.
    0 Comments 0 Shares 135 Views 0 Reviews
  • “Firefox เปิดฟีเจอร์ Rollback Add-ons แบบคลิกเดียว — ปิดช่องโหว่มัลแวร์และโจรกรรมคริปโตได้ทันเวลา”

    Mozilla ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ใน Firefox ที่เรียกว่า “One-Click Rollback” สำหรับนักพัฒนา Add-ons โดยสามารถย้อนกลับไปยังเวอร์ชันก่อนหน้าได้ทันที หากพบว่าการอัปเดตล่าสุดมีข้อผิดพลาดหรือถูกแฮก ฟีเจอร์นี้ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เช่น การอัปเดตที่มีบั๊กร้ายแรง หรือกรณีที่นักพัฒนาโดน phishing แล้วผู้โจมตีใช้บัญชีของพวกเขาอัปโหลด Add-on ที่มี backdoor เพื่อขโมยข้อมูลผู้ใช้

    ก่อนหน้านี้ หาก Add-on เวอร์ชันใหม่มีปัญหา นักพัฒนาต้องแก้ไขและส่งเวอร์ชันใหม่เข้ารีวิว ซึ่งอาจใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือหลายวัน แต่ด้วยฟีเจอร์ Rollback แบบใหม่ นักพัฒนาสามารถเลือกเวอร์ชันที่เคยได้รับการอนุมัติแล้วคลิกย้อนกลับได้ทันที Firefox จะเผยแพร่เวอร์ชันที่ปลอดภัยให้ผู้ใช้แทนเวอร์ชันที่มีปัญหาโดยอัตโนมัติ

    ฟีเจอร์นี้ยังช่วยลดความเสียหายจากการโจมตีที่เกี่ยวข้องกับคริปโต เช่น กรณีที่ผู้โจมตีปลอมตัวเป็นนักพัฒนาแล้วอัปโหลด Add-on ปลอมที่ดูเหมือนของจริง แต่แอบขโมย seed phrase หรือคีย์ของ wallet ผู้ใช้ ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในปี 2025 โดยมีการค้นพบ Add-on ปลอมกว่า 40 รายการที่แอบขโมยข้อมูลจากผู้ใช้ทั่วโลก

    ฟีเจอร์ใหม่ของ Firefox
    เปิดตัว “One-Click Rollback” สำหรับนักพัฒนา Add-ons
    สามารถย้อนกลับไปยังเวอร์ชันก่อนหน้าได้ทันที
    Firefox จะเผยแพร่เวอร์ชันที่ปลอดภัยให้ผู้ใช้แทนเวอร์ชันที่มีปัญหา
    ลดระยะเวลาการแก้ไขจากหลายวันเหลือเพียงไม่กี่นาที
    ใช้งานผ่านหน้า Status and Versions ในระบบ Add-ons
    ต้องมีอย่างน้อย 2 เวอร์ชันที่ได้รับการอนุมัติถึงจะใช้ฟีเจอร์นี้ได้

    ประโยชน์ด้านความปลอดภัย
    ป้องกันการโจมตีแบบ phishing ที่แฮกบัญชีนักพัฒนา
    ลดความเสียหายจาก Add-on ปลอมที่ขโมยข้อมูลคริปโต
    ช่วยให้ผู้ใช้ได้รับเวอร์ชันที่ปลอดภัยโดยไม่ต้องรออัปเดตใหม่
    เพิ่มความเชื่อมั่นในระบบ Add-ons ของ Firefox
    สนับสนุนการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพของ Add-ons

    ข้อมูลเสริมจากภายนอก
    แคมเปญโจมตี Add-on ปลอมเริ่มต้นตั้งแต่เมษายน 2025 และยังดำเนินอยู่
    Add-on ปลอมมักแอบอ้างเป็นแบรนด์ดัง เช่น MetaMask, Coinbase, OKX
    ใช้เทคนิคปลอมรีวิว 5 ดาวและ UI ที่เหมือนของจริงเพื่อหลอกผู้ใช้
    ขโมย seed phrase, wallet key และ IP address เพื่อใช้ติดตามเหยื่อ
    Mozilla ใช้ระบบ AI และมนุษย์ร่วมกันตรวจสอบ Add-ons ที่มีความเสี่ยง

    https://securityonline.info/firefox-launches-one-click-rollback-for-add-ons/
    🧩 “Firefox เปิดฟีเจอร์ Rollback Add-ons แบบคลิกเดียว — ปิดช่องโหว่มัลแวร์และโจรกรรมคริปโตได้ทันเวลา” Mozilla ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ใน Firefox ที่เรียกว่า “One-Click Rollback” สำหรับนักพัฒนา Add-ons โดยสามารถย้อนกลับไปยังเวอร์ชันก่อนหน้าได้ทันที หากพบว่าการอัปเดตล่าสุดมีข้อผิดพลาดหรือถูกแฮก ฟีเจอร์นี้ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เช่น การอัปเดตที่มีบั๊กร้ายแรง หรือกรณีที่นักพัฒนาโดน phishing แล้วผู้โจมตีใช้บัญชีของพวกเขาอัปโหลด Add-on ที่มี backdoor เพื่อขโมยข้อมูลผู้ใช้ ก่อนหน้านี้ หาก Add-on เวอร์ชันใหม่มีปัญหา นักพัฒนาต้องแก้ไขและส่งเวอร์ชันใหม่เข้ารีวิว ซึ่งอาจใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือหลายวัน แต่ด้วยฟีเจอร์ Rollback แบบใหม่ นักพัฒนาสามารถเลือกเวอร์ชันที่เคยได้รับการอนุมัติแล้วคลิกย้อนกลับได้ทันที Firefox จะเผยแพร่เวอร์ชันที่ปลอดภัยให้ผู้ใช้แทนเวอร์ชันที่มีปัญหาโดยอัตโนมัติ ฟีเจอร์นี้ยังช่วยลดความเสียหายจากการโจมตีที่เกี่ยวข้องกับคริปโต เช่น กรณีที่ผู้โจมตีปลอมตัวเป็นนักพัฒนาแล้วอัปโหลด Add-on ปลอมที่ดูเหมือนของจริง แต่แอบขโมย seed phrase หรือคีย์ของ wallet ผู้ใช้ ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในปี 2025 โดยมีการค้นพบ Add-on ปลอมกว่า 40 รายการที่แอบขโมยข้อมูลจากผู้ใช้ทั่วโลก ✅ ฟีเจอร์ใหม่ของ Firefox ➡️ เปิดตัว “One-Click Rollback” สำหรับนักพัฒนา Add-ons ➡️ สามารถย้อนกลับไปยังเวอร์ชันก่อนหน้าได้ทันที ➡️ Firefox จะเผยแพร่เวอร์ชันที่ปลอดภัยให้ผู้ใช้แทนเวอร์ชันที่มีปัญหา ➡️ ลดระยะเวลาการแก้ไขจากหลายวันเหลือเพียงไม่กี่นาที ➡️ ใช้งานผ่านหน้า Status and Versions ในระบบ Add-ons ➡️ ต้องมีอย่างน้อย 2 เวอร์ชันที่ได้รับการอนุมัติถึงจะใช้ฟีเจอร์นี้ได้ ✅ ประโยชน์ด้านความปลอดภัย ➡️ ป้องกันการโจมตีแบบ phishing ที่แฮกบัญชีนักพัฒนา ➡️ ลดความเสียหายจาก Add-on ปลอมที่ขโมยข้อมูลคริปโต ➡️ ช่วยให้ผู้ใช้ได้รับเวอร์ชันที่ปลอดภัยโดยไม่ต้องรออัปเดตใหม่ ➡️ เพิ่มความเชื่อมั่นในระบบ Add-ons ของ Firefox ➡️ สนับสนุนการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพของ Add-ons ✅ ข้อมูลเสริมจากภายนอก ➡️ แคมเปญโจมตี Add-on ปลอมเริ่มต้นตั้งแต่เมษายน 2025 และยังดำเนินอยู่ ➡️ Add-on ปลอมมักแอบอ้างเป็นแบรนด์ดัง เช่น MetaMask, Coinbase, OKX ➡️ ใช้เทคนิคปลอมรีวิว 5 ดาวและ UI ที่เหมือนของจริงเพื่อหลอกผู้ใช้ ➡️ ขโมย seed phrase, wallet key และ IP address เพื่อใช้ติดตามเหยื่อ ➡️ Mozilla ใช้ระบบ AI และมนุษย์ร่วมกันตรวจสอบ Add-ons ที่มีความเสี่ยง https://securityonline.info/firefox-launches-one-click-rollback-for-add-ons/
    SECURITYONLINE.INFO
    Firefox Launches One-Click Rollback for Add-ons
    Mozilla has launched a new feature for Firefox Add-ons, allowing developers to quickly roll back to a previous version to fix critical bugs or security issues.
    0 Comments 0 Shares 306 Views 0 Reviews
  • เรื่องเล่าจากเบื้องหลัง Coinbase: เมื่อภัยไซเบอร์มาในรูปแบบ “สินบน”

    ในเดือนพฤษภาคม 2025 บริษัทคริปโตยักษ์ใหญ่ Coinbase ได้รับอีเมลจากแฮกเกอร์นิรนาม แจ้งว่าพวกเขาได้ข้อมูลลูกค้าจำนวนหนึ่ง พร้อมเอกสารภายในของบริษัท โดยขู่เรียกค่าไถ่ถึง 20 ล้านดอลลาร์เพื่อไม่ให้เผยแพร่ข้อมูล

    แต่สิ่งที่น่าตกใจไม่ใช่แค่การขโมยข้อมูล — แต่เป็น “วิธีการ” ที่แฮกเกอร์ใช้: พวกเขาเสนอสินบนให้พนักงาน outsource ที่ศูนย์บริการลูกค้าในอินเดีย (TaskUs) เพื่อให้เข้าถึงระบบภายใน โดยมีการจ่ายเงินสูงถึง 2,500 ดอลลาร์ต่อคนเพื่อให้คัดลอกข้อมูลจากระบบสนับสนุนลูกค้า

    ข้อมูลที่ถูกขโมยมีทั้งชื่อ เบอร์โทร อีเมล หมายเลขประกันสังคม และข้อมูลบัญชีธนาคารแบบ masked รวมถึงข้อมูลการใช้งานของลูกค้ากว่า 70,000 ราย — คิดเป็น 1% ของผู้ใช้งานรายเดือนของ Coinbase

    Coinbase ปฏิเสธที่จะจ่ายค่าไถ่ และสวนกลับด้วยการตั้งค่าหัวแฮกเกอร์ 20 ล้านดอลลาร์ พร้อมให้คำมั่นว่าจะชดเชยลูกค้าที่ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงผ่าน social engineering และปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยให้เข้มแข็งขึ้น

    นอกจากนี้ Coinbase ยังไล่พนักงานที่รับสินบนออกทันที และแจ้งหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั้งในสหรัฐฯ และต่างประเทศให้ดำเนินคดี ส่วน TaskUs ก็หยุดให้บริการ Coinbase ที่ศูนย์ในอินเดีย และปลดพนักงานกว่า 226 คน

    สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญชี้คือ “การติดสินบน” กำลังกลายเป็นช่องทางใหม่ของแฮกเกอร์ในการเจาะระบบองค์กร โดยเฉพาะเมื่อการโจมตีแบบเดิม เช่น phishing เริ่มถูกป้องกันได้ดีขึ้น

    สรุปเนื้อหาเป็นหัวข้อ
    Coinbase ถูกแฮกเกอร์ขู่เรียกค่าไถ่ 20 ล้านดอลลาร์จากข้อมูลลูกค้าและเอกสารภายใน
    แฮกเกอร์ใช้วิธีติดสินบนพนักงาน outsource ที่บริษัท TaskUs ในอินเดีย
    มีการเสนอเงินสูงถึง $2,500 ต่อคนเพื่อให้คัดลอกข้อมูลจากระบบสนับสนุนลูกค้า
    ข้อมูลที่ถูกขโมยรวมถึงชื่อ เบอร์โทร อีเมล หมายเลขประกันสังคม และข้อมูลบัญชี
    Coinbase ปฏิเสธการจ่ายค่าไถ่ และตั้งค่าหัวแฮกเกอร์เป็นเงินเท่ากัน
    บริษัทให้คำมั่นว่าจะชดเชยลูกค้าที่ตกเป็นเหยื่อ social engineering
    พนักงานที่รับสินบนถูกไล่ออกทันที และถูกแจ้งความดำเนินคดี
    TaskUs หยุดให้บริการ Coinbase ที่ศูนย์ในอินเดีย และปลดพนักงาน 226 คน
    Coinbase ประเมินค่าเสียหายและค่าชดเชยอยู่ระหว่าง $180M ถึง $400M
    ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ฝึกอบรมพนักงานเรื่องการรับมือกับการติดสินบน

    ข้อมูลเสริมจากภายนอก
    กลุ่มแฮกเกอร์ “The Com” อ้างว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตี แต่ยังไม่มีการยืนยัน
    การติดสินบนพนักงานเพื่อเข้าถึงข้อมูลภายในเคยเกิดขึ้นกับ Tesla ในปี 2020
    การใช้สินบนเป็นช่องทางโจมตีองค์กรกำลังเพิ่มขึ้นในหลายอุตสาหกรรม
    การฝึกอบรมพนักงานให้รู้เท่าทันการติดสินบนควรเป็นส่วนหนึ่งของแผนความปลอดภัย
    การตั้งศูนย์บริการใหม่ในสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันของ Coinbase

    https://www.csoonline.com/article/4042522/behind-the-coinbase-breach-bribery-is-an-emerging-enterprise-threat.html
    💸 เรื่องเล่าจากเบื้องหลัง Coinbase: เมื่อภัยไซเบอร์มาในรูปแบบ “สินบน” ในเดือนพฤษภาคม 2025 บริษัทคริปโตยักษ์ใหญ่ Coinbase ได้รับอีเมลจากแฮกเกอร์นิรนาม แจ้งว่าพวกเขาได้ข้อมูลลูกค้าจำนวนหนึ่ง พร้อมเอกสารภายในของบริษัท โดยขู่เรียกค่าไถ่ถึง 20 ล้านดอลลาร์เพื่อไม่ให้เผยแพร่ข้อมูล แต่สิ่งที่น่าตกใจไม่ใช่แค่การขโมยข้อมูล — แต่เป็น “วิธีการ” ที่แฮกเกอร์ใช้: พวกเขาเสนอสินบนให้พนักงาน outsource ที่ศูนย์บริการลูกค้าในอินเดีย (TaskUs) เพื่อให้เข้าถึงระบบภายใน โดยมีการจ่ายเงินสูงถึง 2,500 ดอลลาร์ต่อคนเพื่อให้คัดลอกข้อมูลจากระบบสนับสนุนลูกค้า ข้อมูลที่ถูกขโมยมีทั้งชื่อ เบอร์โทร อีเมล หมายเลขประกันสังคม และข้อมูลบัญชีธนาคารแบบ masked รวมถึงข้อมูลการใช้งานของลูกค้ากว่า 70,000 ราย — คิดเป็น 1% ของผู้ใช้งานรายเดือนของ Coinbase Coinbase ปฏิเสธที่จะจ่ายค่าไถ่ และสวนกลับด้วยการตั้งค่าหัวแฮกเกอร์ 20 ล้านดอลลาร์ พร้อมให้คำมั่นว่าจะชดเชยลูกค้าที่ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงผ่าน social engineering และปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยให้เข้มแข็งขึ้น นอกจากนี้ Coinbase ยังไล่พนักงานที่รับสินบนออกทันที และแจ้งหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั้งในสหรัฐฯ และต่างประเทศให้ดำเนินคดี ส่วน TaskUs ก็หยุดให้บริการ Coinbase ที่ศูนย์ในอินเดีย และปลดพนักงานกว่า 226 คน สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญชี้คือ “การติดสินบน” กำลังกลายเป็นช่องทางใหม่ของแฮกเกอร์ในการเจาะระบบองค์กร โดยเฉพาะเมื่อการโจมตีแบบเดิม เช่น phishing เริ่มถูกป้องกันได้ดีขึ้น 📌 สรุปเนื้อหาเป็นหัวข้อ ➡️ Coinbase ถูกแฮกเกอร์ขู่เรียกค่าไถ่ 20 ล้านดอลลาร์จากข้อมูลลูกค้าและเอกสารภายใน ➡️ แฮกเกอร์ใช้วิธีติดสินบนพนักงาน outsource ที่บริษัท TaskUs ในอินเดีย ➡️ มีการเสนอเงินสูงถึง $2,500 ต่อคนเพื่อให้คัดลอกข้อมูลจากระบบสนับสนุนลูกค้า ➡️ ข้อมูลที่ถูกขโมยรวมถึงชื่อ เบอร์โทร อีเมล หมายเลขประกันสังคม และข้อมูลบัญชี ➡️ Coinbase ปฏิเสธการจ่ายค่าไถ่ และตั้งค่าหัวแฮกเกอร์เป็นเงินเท่ากัน ➡️ บริษัทให้คำมั่นว่าจะชดเชยลูกค้าที่ตกเป็นเหยื่อ social engineering ➡️ พนักงานที่รับสินบนถูกไล่ออกทันที และถูกแจ้งความดำเนินคดี ➡️ TaskUs หยุดให้บริการ Coinbase ที่ศูนย์ในอินเดีย และปลดพนักงาน 226 คน ➡️ Coinbase ประเมินค่าเสียหายและค่าชดเชยอยู่ระหว่าง $180M ถึง $400M ➡️ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ฝึกอบรมพนักงานเรื่องการรับมือกับการติดสินบน ✅ ข้อมูลเสริมจากภายนอก ➡️ กลุ่มแฮกเกอร์ “The Com” อ้างว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตี แต่ยังไม่มีการยืนยัน ➡️ การติดสินบนพนักงานเพื่อเข้าถึงข้อมูลภายในเคยเกิดขึ้นกับ Tesla ในปี 2020 ➡️ การใช้สินบนเป็นช่องทางโจมตีองค์กรกำลังเพิ่มขึ้นในหลายอุตสาหกรรม ➡️ การฝึกอบรมพนักงานให้รู้เท่าทันการติดสินบนควรเป็นส่วนหนึ่งของแผนความปลอดภัย ➡️ การตั้งศูนย์บริการใหม่ในสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันของ Coinbase https://www.csoonline.com/article/4042522/behind-the-coinbase-breach-bribery-is-an-emerging-enterprise-threat.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    Behind the Coinbase breach: Bribery emerges as enterprise threat
    Coinbase’s breach shows how bribery schemes — long used for SIM swaps — can be a potent enterprise attack vector. Experts urge security leaders to add bribery training and red-teaming to their cyber defense toolkits.
    0 Comments 0 Shares 487 Views 0 Reviews
  • เรื่องเล่าจากกระเป๋าเงินดิจิทัล: เมื่อ PayPal เชื่อมโลกคริปโตสู่การค้าจริง

    ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคม 2025 PayPal ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ “Pay with Crypto” ที่จะให้ร้านค้าในสหรัฐฯ รับชำระเงินด้วยคริปโตมากกว่า 100 สกุลเงินดิจิทัล เช่น BTC, ETH, XRP, USDT, USDC และ SOL โดยผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อกระเป๋าเงินจากแพลตฟอร์มยอดนิยม เช่น Coinbase, MetaMask, OKX และ Binance ได้โดยตรง

    ธุรกรรมจะถูกแปลงเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐหรือ stablecoin PYUSD ทันทีที่ชำระเงิน ทำให้ร้านค้าได้รับเงินอย่างรวดเร็วและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของคริปโต ขณะเดียวกัน PayPal เสนออัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปีสำหรับยอดเงิน PYUSD ที่เก็บไว้ในระบบ เพื่อกระตุ้นการใช้งานและถือครอง

    PayPal เปิดตัวฟีเจอร์ “Pay with Crypto” ให้ร้านค้าในสหรัฐฯ รับชำระเงินด้วยคริปโตมากกว่า 100 สกุล
    รองรับ BTC, ETH, XRP, USDT, USDC, BNB, SOL และอื่นๆ
    เชื่อมต่อกับกระเป๋าเงินยอดนิยม เช่น Coinbase, MetaMask, OKX, Binance

    ธุรกรรมจะถูกแปลงเป็นเงินดอลลาร์หรือ PYUSD ทันทีที่ชำระเงิน
    ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของคริปโต
    ช่วยให้ร้านค้าได้รับเงินเร็วขึ้นและจัดการบัญชีง่ายขึ้น

    ค่าธรรมเนียมธุรกรรมเริ่มต้นที่ 0.99% และอาจเพิ่มเป็น 1.5% หลังปีแรก
    ต่ำกว่าค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตระหว่างประเทศที่เฉลี่ย 1.57%
    ลดต้นทุนการรับชำระเงินจากลูกค้าต่างประเทศได้ถึง 90%

    ร้านค้าที่ถือ PYUSD บน PayPal จะได้รับดอกเบี้ย 4% ต่อปี
    เป็นแรงจูงใจให้ถือครอง stablecoin ของ PayPal
    PYUSD ถูกออกแบบให้มีมูลค่าคงที่ 1:1 กับดอลลาร์สหรัฐ และออกโดย Paxos Trust Company

    ฟีเจอร์นี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เชื่อมโลกการเงินดั้งเดิมกับ Web3
    PayPal มีผู้ใช้งานกว่า 650 ล้านรายทั่วโลก
    เป็นการเปิดประตูสู่เศรษฐกิจคริปโตมูลค่า $3.9 ล้านล้านดอลลาร์

    ผู้ซื้อจากต่างประเทศอาจต้องจ่ายค่าธรรมเนียมสูงถึง 10% ต่อธุรกรรม
    อาจทำให้ลูกค้าต่างประเทศลังเลที่จะใช้คริปโตในการซื้อสินค้า
    ส่งผลต่อยอดขายของร้านค้าที่เน้นตลาดต่างประเทศ

    การถือครอง PYUSD มีความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและการรับประกัน
    PYUSD ไม่ได้รับการคุ้มครองจาก FDIC หรือ SIPC
    หากเกิดการโจรกรรมหรือระบบล่ม ผู้ใช้ต้องรับผิดชอบเอง

    การแปลงคริปโตเป็น fiat ผ่านระบบกลางอาจขัดกับหลักการกระจายอำนาจ
    ผู้ใช้ต้องพึ่งพา PayPal ในการแปลงและจัดการธุรกรรม
    อาจไม่เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการควบคุมสินทรัพย์แบบเต็มรูปแบบ

    การถือครอง PYUSD เพื่อรับดอกเบี้ยอาจถูกตีความว่าเป็นการลงทุน
    อาจเข้าข่ายหลักทรัพย์ตามกฎหมายบางประเทศ
    เสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบหรือจำกัดการใช้งานในอนาคต

    https://www.techspot.com/news/108847-paypal-us-merchants-accept-over-100-cryptocurrencies-including.html
    💸 เรื่องเล่าจากกระเป๋าเงินดิจิทัล: เมื่อ PayPal เชื่อมโลกคริปโตสู่การค้าจริง ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคม 2025 PayPal ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ “Pay with Crypto” ที่จะให้ร้านค้าในสหรัฐฯ รับชำระเงินด้วยคริปโตมากกว่า 100 สกุลเงินดิจิทัล เช่น BTC, ETH, XRP, USDT, USDC และ SOL โดยผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อกระเป๋าเงินจากแพลตฟอร์มยอดนิยม เช่น Coinbase, MetaMask, OKX และ Binance ได้โดยตรง ธุรกรรมจะถูกแปลงเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐหรือ stablecoin PYUSD ทันทีที่ชำระเงิน ทำให้ร้านค้าได้รับเงินอย่างรวดเร็วและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของคริปโต ขณะเดียวกัน PayPal เสนออัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปีสำหรับยอดเงิน PYUSD ที่เก็บไว้ในระบบ เพื่อกระตุ้นการใช้งานและถือครอง ✅ PayPal เปิดตัวฟีเจอร์ “Pay with Crypto” ให้ร้านค้าในสหรัฐฯ รับชำระเงินด้วยคริปโตมากกว่า 100 สกุล ➡️ รองรับ BTC, ETH, XRP, USDT, USDC, BNB, SOL และอื่นๆ ➡️ เชื่อมต่อกับกระเป๋าเงินยอดนิยม เช่น Coinbase, MetaMask, OKX, Binance ✅ ธุรกรรมจะถูกแปลงเป็นเงินดอลลาร์หรือ PYUSD ทันทีที่ชำระเงิน ➡️ ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของคริปโต ➡️ ช่วยให้ร้านค้าได้รับเงินเร็วขึ้นและจัดการบัญชีง่ายขึ้น ✅ ค่าธรรมเนียมธุรกรรมเริ่มต้นที่ 0.99% และอาจเพิ่มเป็น 1.5% หลังปีแรก ➡️ ต่ำกว่าค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตระหว่างประเทศที่เฉลี่ย 1.57% ➡️ ลดต้นทุนการรับชำระเงินจากลูกค้าต่างประเทศได้ถึง 90% ✅ ร้านค้าที่ถือ PYUSD บน PayPal จะได้รับดอกเบี้ย 4% ต่อปี ➡️ เป็นแรงจูงใจให้ถือครอง stablecoin ของ PayPal ➡️ PYUSD ถูกออกแบบให้มีมูลค่าคงที่ 1:1 กับดอลลาร์สหรัฐ และออกโดย Paxos Trust Company ✅ ฟีเจอร์นี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เชื่อมโลกการเงินดั้งเดิมกับ Web3 ➡️ PayPal มีผู้ใช้งานกว่า 650 ล้านรายทั่วโลก ➡️ เป็นการเปิดประตูสู่เศรษฐกิจคริปโตมูลค่า $3.9 ล้านล้านดอลลาร์ ‼️ ผู้ซื้อจากต่างประเทศอาจต้องจ่ายค่าธรรมเนียมสูงถึง 10% ต่อธุรกรรม ⛔ อาจทำให้ลูกค้าต่างประเทศลังเลที่จะใช้คริปโตในการซื้อสินค้า ⛔ ส่งผลต่อยอดขายของร้านค้าที่เน้นตลาดต่างประเทศ ‼️ การถือครอง PYUSD มีความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและการรับประกัน ⛔ PYUSD ไม่ได้รับการคุ้มครองจาก FDIC หรือ SIPC ⛔ หากเกิดการโจรกรรมหรือระบบล่ม ผู้ใช้ต้องรับผิดชอบเอง ‼️ การแปลงคริปโตเป็น fiat ผ่านระบบกลางอาจขัดกับหลักการกระจายอำนาจ ⛔ ผู้ใช้ต้องพึ่งพา PayPal ในการแปลงและจัดการธุรกรรม ⛔ อาจไม่เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการควบคุมสินทรัพย์แบบเต็มรูปแบบ ‼️ การถือครอง PYUSD เพื่อรับดอกเบี้ยอาจถูกตีความว่าเป็นการลงทุน ⛔ อาจเข้าข่ายหลักทรัพย์ตามกฎหมายบางประเทศ ⛔ เสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบหรือจำกัดการใช้งานในอนาคต https://www.techspot.com/news/108847-paypal-us-merchants-accept-over-100-cryptocurrencies-including.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    PayPal to let US merchants accept over 100 cryptocurrencies, including Bitcoin and Ethereum
    Over the next few weeks, PayPal will roll out a new "Pay with Crypto" option. The feature will reportedly allow businesses worldwide to accept more than 100...
    0 Comments 0 Shares 553 Views 0 Reviews
  • บริษัทต่าง ๆ ทุ่มงบกับ Cybersecurity เป็นพันล้าน แต่สุดท้ายระบบกลับถูกทะลวงด้วย “มนุษย์” ที่อยู่ด่านหน้าอย่างพนักงาน Call Center — ที่มักจะเป็นแรงงาน outsource ค่าแรงต่ำ และเข้าถึงข้อมูลลูกค้าโดยตรง

    เคสที่เด่นชัดที่สุดคือการโจมตี Call Center ที่ดูแลบัญชีลูกค้า Coinbase ซึ่งรับงานจากบริษัท TaskUs แฮกเกอร์เสนอสินบนอย่างน้อย $2,500 แลกกับการเปิดทางเข้าระบบหลังบ้าน และทำให้ข้อมูลลูกค้า มากถึง 97,000 ราย ถูกขโมยไป

    จากนั้นแฮกเกอร์ใช้ข้อมูลดังกล่าว ปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ Coinbase โทรหาลูกค้า พร้อมข้อมูลจริงครบถ้วน จนเหยื่อหลงเชื่อและโอนคริปโตให้กับกระเป๋าของคนร้าย

    วิธีโจมตีไม่ได้มีแค่การติดสินบน—บางกรณีแฮกเกอร์แค่ถามพนักงานว่ารันซอฟต์แวร์อะไร แล้วไปเจอว่า มี Extension ที่มีช่องโหว่ ก็ใช้ช่องนั้น inject script เพื่อดูดข้อมูลแบบ mass

    นอกจากนั้นยังมีเคสใน UK ที่กลุ่มโจรไซเบอร์ปลอมเป็นผู้บริหารจาก M&S และ Harrods เพื่อสั่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายซัพพอร์ตเปิดทางเข้าระบบ (เทคนิคแบบเดียวกับที่ใช้โจมตี MGM Resorts ปี 2023)

    แฮกเกอร์เปลี่ยนเป้าหมายจากระบบ มาเป็น “คน” ในสายซัพพอร์ตค่าแรงต่ำ  
    • เสนอสินบนหลักพันดอลลาร์เพื่อให้เข้าถึงระบบบริษัท

    Coinbase ถูกเจาะข้อมูลผ่านพนักงาน TaskUs จนกระทั่งลูกค้าเสียหายกว่า 97,000 ราย  
    • แฮกเกอร์ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่จริง พร้อมข้อมูลละเอียด

    มีการใช้เทคนิคอื่น เช่นแอบ inject code ผ่าน Extension ที่พนักงานใช้ใน Call Center  
    • เริ่มจากการถามว่านายใช้ซอฟต์แวร์อะไร

    UK ก็มีเคสที่แฮกเกอร์ปลอมเป็นผู้บริหารโทรหาเจ้าหน้าที่ให้เปิดระบบให้  
    • เป็น “วิศวกรรมสังคม” แบบสายตรง

    บริษัทบางแห่งพบว่า แม้จะไล่พนักงานออกแล้ว คน ๆ นั้นสามารถหางานใหม่ได้ง่ายมากในตลาด outsource  
    • ทำให้การป้องกันด้านบุคคลทวีความยากขึ้น

    แม้มี Cybersecurity ขั้นสูง แต่ Human Interaction ยังคงเป็นจุดอ่อนที่สุดของระบบ  
    • กล่าวโดยผู้เชี่ยวชาญจาก ReliaQuest

    การจ้าง outsource ที่ไม่มีระบบตรวจสอบจริยธรรมอาจเปิดทางให้คนในขายข้อมูล  
    • ความเสี่ยงไม่ได้อยู่แค่ในเทคโนโลยี แต่เป็นการจัดการแรงงาน

    แฮกเกอร์เริ่มเก่งในการปลอมตัวและใช้ข้อมูลจริงโทรหลอกลูกค้า  
    • ต้องเพิ่มการยืนยันตัวตนหลายขั้น แม้จะดูยุ่งยาก

    พนักงานที่ถูกไล่ออกมักหางานในบริษัท outsource อื่นได้ง่าย  
    • ขาดระบบ blacklist หรือ shared warning system ระหว่างบริษัท

    การละเลยการอัปเดตซอฟต์แวร์ หรือใช้ Extension ที่มีช่องโหว่ในเครื่อง Call Center อาจเปิดช่องให้โดนดูดข้อมูลแบบ mass scale

    https://www.techspot.com/news/108387-low-wage-support-workers-become-new-gateway-cyberattacks.html
    บริษัทต่าง ๆ ทุ่มงบกับ Cybersecurity เป็นพันล้าน แต่สุดท้ายระบบกลับถูกทะลวงด้วย “มนุษย์” ที่อยู่ด่านหน้าอย่างพนักงาน Call Center — ที่มักจะเป็นแรงงาน outsource ค่าแรงต่ำ และเข้าถึงข้อมูลลูกค้าโดยตรง เคสที่เด่นชัดที่สุดคือการโจมตี Call Center ที่ดูแลบัญชีลูกค้า Coinbase ซึ่งรับงานจากบริษัท TaskUs แฮกเกอร์เสนอสินบนอย่างน้อย $2,500 แลกกับการเปิดทางเข้าระบบหลังบ้าน และทำให้ข้อมูลลูกค้า มากถึง 97,000 ราย ถูกขโมยไป จากนั้นแฮกเกอร์ใช้ข้อมูลดังกล่าว ปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ Coinbase โทรหาลูกค้า พร้อมข้อมูลจริงครบถ้วน จนเหยื่อหลงเชื่อและโอนคริปโตให้กับกระเป๋าของคนร้าย วิธีโจมตีไม่ได้มีแค่การติดสินบน—บางกรณีแฮกเกอร์แค่ถามพนักงานว่ารันซอฟต์แวร์อะไร แล้วไปเจอว่า มี Extension ที่มีช่องโหว่ ก็ใช้ช่องนั้น inject script เพื่อดูดข้อมูลแบบ mass นอกจากนั้นยังมีเคสใน UK ที่กลุ่มโจรไซเบอร์ปลอมเป็นผู้บริหารจาก M&S และ Harrods เพื่อสั่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายซัพพอร์ตเปิดทางเข้าระบบ (เทคนิคแบบเดียวกับที่ใช้โจมตี MGM Resorts ปี 2023) ✅ แฮกเกอร์เปลี่ยนเป้าหมายจากระบบ มาเป็น “คน” ในสายซัพพอร์ตค่าแรงต่ำ   • เสนอสินบนหลักพันดอลลาร์เพื่อให้เข้าถึงระบบบริษัท ✅ Coinbase ถูกเจาะข้อมูลผ่านพนักงาน TaskUs จนกระทั่งลูกค้าเสียหายกว่า 97,000 ราย   • แฮกเกอร์ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่จริง พร้อมข้อมูลละเอียด ✅ มีการใช้เทคนิคอื่น เช่นแอบ inject code ผ่าน Extension ที่พนักงานใช้ใน Call Center   • เริ่มจากการถามว่านายใช้ซอฟต์แวร์อะไร ✅ UK ก็มีเคสที่แฮกเกอร์ปลอมเป็นผู้บริหารโทรหาเจ้าหน้าที่ให้เปิดระบบให้   • เป็น “วิศวกรรมสังคม” แบบสายตรง ✅ บริษัทบางแห่งพบว่า แม้จะไล่พนักงานออกแล้ว คน ๆ นั้นสามารถหางานใหม่ได้ง่ายมากในตลาด outsource   • ทำให้การป้องกันด้านบุคคลทวีความยากขึ้น ✅ แม้มี Cybersecurity ขั้นสูง แต่ Human Interaction ยังคงเป็นจุดอ่อนที่สุดของระบบ   • กล่าวโดยผู้เชี่ยวชาญจาก ReliaQuest ‼️ การจ้าง outsource ที่ไม่มีระบบตรวจสอบจริยธรรมอาจเปิดทางให้คนในขายข้อมูล   • ความเสี่ยงไม่ได้อยู่แค่ในเทคโนโลยี แต่เป็นการจัดการแรงงาน ‼️ แฮกเกอร์เริ่มเก่งในการปลอมตัวและใช้ข้อมูลจริงโทรหลอกลูกค้า   • ต้องเพิ่มการยืนยันตัวตนหลายขั้น แม้จะดูยุ่งยาก ‼️ พนักงานที่ถูกไล่ออกมักหางานในบริษัท outsource อื่นได้ง่าย   • ขาดระบบ blacklist หรือ shared warning system ระหว่างบริษัท ‼️ การละเลยการอัปเดตซอฟต์แวร์ หรือใช้ Extension ที่มีช่องโหว่ในเครื่อง Call Center อาจเปิดช่องให้โดนดูดข้อมูลแบบ mass scale https://www.techspot.com/news/108387-low-wage-support-workers-become-new-gateway-cyberattacks.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Low-wage tech support workers become a new gateway for cyberattacks
    Hackers are increasingly turning the very systems designed to help customers – outsourced tech support and call centers – into powerful tools for cybercrime. Recent incidents in...
    0 Comments 0 Shares 479 Views 0 Reviews
  • Coinbase เตรียมเปิดตัวบริการซื้อขาย Perpetual Futures ในสหรัฐฯ
    Coinbase กำลังเตรียมเปิดตัว บริการซื้อขาย Perpetual Futures ที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของ CFTC ซึ่งเป็น ก้าวสำคัญในการขยายตลาดอนุพันธ์คริปโตในสหรัฐฯ

    Perpetual Futures เป็น ตราสารอนุพันธ์ที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถเดิมพันราคาของสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่มีวันหมดอายุ และ มีการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง

    ข้อมูลจากข่าว
    - Coinbase เตรียมเปิดตัวบริการซื้อขาย Perpetual Futures ในสหรัฐฯ
    - บริการนี้จะสอดคล้องกับข้อกำหนดของ Commodity Futures Trading Commission (CFTC)
    - Perpetual Futures ช่วยให้นักลงทุนสามารถเดิมพันราคาของสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่มีวันหมดอายุ
    - Max Branzburg รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Coinbase ประกาศข่าวนี้ในงาน State of Crypto Summit ที่นิวยอร์ก
    - ตลาดคริปโตได้รับแรงหนุนจากความหวังเกี่ยวกับกฎระเบียบที่ผ่อนคลายและความต้องการความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น

    ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมคริปโต
    Coinbase เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ผลักดันให้ตลาดอนุพันธ์คริปโตเติบโตในสหรัฐฯ โดย นักลงทุนสามารถใช้ตราสารอนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงหรือเพิ่มผลตอบแทน

    คำเตือนที่ควรพิจารณา
    - Perpetual Futures มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากมีเลเวอเรจสูงและสามารถทำให้เกิดการขาดทุนจำนวนมาก
    - ตลาดอนุพันธ์คริปโตยังคงอยู่ภายใต้การตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแล
    - ต้องติดตามว่า CFTC จะมีข้อกำหนดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการซื้อขายตราสารอนุพันธ์คริปโตหรือไม่
    - นักลงทุนควรศึกษาความเสี่ยงก่อนเข้าร่วมตลาดอนุพันธ์คริปโต

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/06/13/coinbase-to-launch-cftc-compliant-perpetual-futures-trading-in-us
    📈 Coinbase เตรียมเปิดตัวบริการซื้อขาย Perpetual Futures ในสหรัฐฯ Coinbase กำลังเตรียมเปิดตัว บริการซื้อขาย Perpetual Futures ที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของ CFTC ซึ่งเป็น ก้าวสำคัญในการขยายตลาดอนุพันธ์คริปโตในสหรัฐฯ Perpetual Futures เป็น ตราสารอนุพันธ์ที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถเดิมพันราคาของสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่มีวันหมดอายุ และ มีการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง ✅ ข้อมูลจากข่าว - Coinbase เตรียมเปิดตัวบริการซื้อขาย Perpetual Futures ในสหรัฐฯ - บริการนี้จะสอดคล้องกับข้อกำหนดของ Commodity Futures Trading Commission (CFTC) - Perpetual Futures ช่วยให้นักลงทุนสามารถเดิมพันราคาของสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่มีวันหมดอายุ - Max Branzburg รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Coinbase ประกาศข่าวนี้ในงาน State of Crypto Summit ที่นิวยอร์ก - ตลาดคริปโตได้รับแรงหนุนจากความหวังเกี่ยวกับกฎระเบียบที่ผ่อนคลายและความต้องการความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น 🔥 ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมคริปโต Coinbase เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ผลักดันให้ตลาดอนุพันธ์คริปโตเติบโตในสหรัฐฯ โดย นักลงทุนสามารถใช้ตราสารอนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงหรือเพิ่มผลตอบแทน ‼️ คำเตือนที่ควรพิจารณา - Perpetual Futures มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากมีเลเวอเรจสูงและสามารถทำให้เกิดการขาดทุนจำนวนมาก - ตลาดอนุพันธ์คริปโตยังคงอยู่ภายใต้การตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแล - ต้องติดตามว่า CFTC จะมีข้อกำหนดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการซื้อขายตราสารอนุพันธ์คริปโตหรือไม่ - นักลงทุนควรศึกษาความเสี่ยงก่อนเข้าร่วมตลาดอนุพันธ์คริปโต https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/06/13/coinbase-to-launch-cftc-compliant-perpetual-futures-trading-in-us
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Coinbase to launch CFTC-compliant perpetual futures trading in US
    (Reuters) -Coinbase plans to launch perpetual futures trading in the United States, with the offering set to comply with regulatory standards outlined by the Commodity Futures Trading Commission, a top executive at the crypto exchange said on Thursday.
    0 Comments 0 Shares 417 Views 0 Reviews
  • คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) ได้ยกเลิกคดีฟ้องร้อง Binance ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยการตัดสินใจนี้สะท้อนถึงแนวทางใหม่ของ SEC ต่ออุตสาหกรรมคริปโตภายใต้การบริหารของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

    Binance เคยถูกกล่าวหาว่า เพิ่มปริมาณการซื้อขายโดยไม่โปร่งใส, โอนเงินลูกค้าไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ และให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแก่นักลงทุน อย่างไรก็ตาม การยกเลิกคดีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Changpeng Zhao ผู้ก่อตั้ง Binance รับโทษจำคุก 4 เดือน จากคดีฟอกเงิน และ Binance ยอมจ่ายค่าปรับ 4.32 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

    นอกจากนี้ SEC ยังเคยยกเลิกคดีฟ้องร้อง Coinbase ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ โดยกล่าวหาว่า Coinbase จัดการซื้อขายโทเคนที่ไม่ได้ลงทะเบียนเป็นหลักทรัพย์

    ข้อมูลจากข่าว
    - SEC ยกเลิกคดีฟ้องร้อง Binance โดยระบุว่าเป็นการตัดสินใจเชิงนโยบาย
    - Changpeng Zhao ผู้ก่อตั้ง Binance รับโทษจำคุก 4 เดือน จากคดีฟอกเงิน
    - Binance จ่ายค่าปรับ 4.32 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อยุติคดีอาญา
    - SEC เคยยกเลิกคดีฟ้องร้อง Coinbase ซึ่งถูกกล่าวหาว่าจัดการซื้อขายโทเคนที่ไม่ได้ลงทะเบียน

    คำเตือนที่ควรพิจารณา
    - การยกเลิกคดีไม่ได้หมายความว่า Binance ไม่มีความผิด แต่เป็นการตัดสินใจเชิงนโยบายของ SEC
    - นักลงทุนควรติดตามแนวทางใหม่ของ SEC ต่ออุตสาหกรรมคริปโตภายใต้การบริหารของทรัมป์
    - Binance ยังต้องเผชิญกับความท้าทายด้านกฎระเบียบในประเทศอื่น ๆ
    - ตลาดคริปโตยังคงมีความเสี่ยงสูง และนักลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

    การยกเลิกคดี Binance ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมคริปโต และอาจส่งผลต่อแนวทางการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในอนาคต

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/05/30/us-sec-voluntarily-dismisses-lawsuit-against-binance
    คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) ได้ยกเลิกคดีฟ้องร้อง Binance ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยการตัดสินใจนี้สะท้อนถึงแนวทางใหม่ของ SEC ต่ออุตสาหกรรมคริปโตภายใต้การบริหารของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ Binance เคยถูกกล่าวหาว่า เพิ่มปริมาณการซื้อขายโดยไม่โปร่งใส, โอนเงินลูกค้าไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ และให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแก่นักลงทุน อย่างไรก็ตาม การยกเลิกคดีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Changpeng Zhao ผู้ก่อตั้ง Binance รับโทษจำคุก 4 เดือน จากคดีฟอกเงิน และ Binance ยอมจ่ายค่าปรับ 4.32 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ นอกจากนี้ SEC ยังเคยยกเลิกคดีฟ้องร้อง Coinbase ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ โดยกล่าวหาว่า Coinbase จัดการซื้อขายโทเคนที่ไม่ได้ลงทะเบียนเป็นหลักทรัพย์ ✅ ข้อมูลจากข่าว - SEC ยกเลิกคดีฟ้องร้อง Binance โดยระบุว่าเป็นการตัดสินใจเชิงนโยบาย - Changpeng Zhao ผู้ก่อตั้ง Binance รับโทษจำคุก 4 เดือน จากคดีฟอกเงิน - Binance จ่ายค่าปรับ 4.32 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อยุติคดีอาญา - SEC เคยยกเลิกคดีฟ้องร้อง Coinbase ซึ่งถูกกล่าวหาว่าจัดการซื้อขายโทเคนที่ไม่ได้ลงทะเบียน ‼️ คำเตือนที่ควรพิจารณา - การยกเลิกคดีไม่ได้หมายความว่า Binance ไม่มีความผิด แต่เป็นการตัดสินใจเชิงนโยบายของ SEC - นักลงทุนควรติดตามแนวทางใหม่ของ SEC ต่ออุตสาหกรรมคริปโตภายใต้การบริหารของทรัมป์ - Binance ยังต้องเผชิญกับความท้าทายด้านกฎระเบียบในประเทศอื่น ๆ - ตลาดคริปโตยังคงมีความเสี่ยงสูง และนักลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน การยกเลิกคดี Binance ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมคริปโต และอาจส่งผลต่อแนวทางการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในอนาคต https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/05/30/us-sec-voluntarily-dismisses-lawsuit-against-binance
    WWW.THESTAR.COM.MY
    US SEC dismisses lawsuit against Binance crypto exchange
    (Reuters) -The U.S. Securities and Exchange Commission on Thursday voluntarily dismissed its civil lawsuit against Binance, the world's largest cryptocurrency exchange, extending the regulator's new approach to cryptocurrencies since President Donald Trump reentered the White House.
    0 Comments 0 Shares 586 Views 0 Reviews
  • Coinbase ถูกแฮก ข้อมูลผู้ใช้รั่วไหล เสี่ยงต่อชีวิต

    Coinbase เผชิญกับการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ ซึ่งทำให้ ข้อมูลผู้ใช้ที่มีความละเอียดอ่อน เช่น ที่อยู่บ้านและยอดเงินในบัญชี ถูกขโมยไป Michael Arrington ผู้ก่อตั้ง TechCrunch เตือนว่าการรั่วไหลของข้อมูลนี้อาจนำไปสู่การลักพาตัวและอาชญากรรมร้ายแรง

    รายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับการแฮก Coinbase
    Coinbase ยืนยันว่ามีการโจมตีทางไซเบอร์และข้อมูลผู้ใช้ถูกขโมย
    - ข้อมูลที่ถูกขโมย รวมถึงที่อยู่บ้านและยอดเงินในบัญชี

    Michael Arrington เตือนว่าการรั่วไหลของข้อมูลนี้อาจนำไปสู่การลักพาตัว
    - เขากล่าวว่า "อาจมีคนเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้แล้ว"

    Coinbase ประเมินว่าความเสียหายจากการแฮกอาจสูงถึง $400 ล้าน
    - บริษัท วางแผนที่จะชดเชยผู้ใช้ที่สูญเสียสินทรัพย์คริปโต

    Coinbase กำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเพื่อติดตามผู้กระทำผิด
    - แต่ ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนของแฮกเกอร์

    Arrington เรียกร้องให้มีการลงโทษผู้บริหารของบริษัทที่ไม่สามารถปกป้องข้อมูลลูกค้าได้
    - เขาเสนอว่า ผู้บริหารควรได้รับโทษจำคุกหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้

    https://www.techspot.com/news/108009-coinbase-data-heist-could-have-deadly-consequences-techcrunch.html
    Coinbase ถูกแฮก ข้อมูลผู้ใช้รั่วไหล เสี่ยงต่อชีวิต Coinbase เผชิญกับการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ ซึ่งทำให้ ข้อมูลผู้ใช้ที่มีความละเอียดอ่อน เช่น ที่อยู่บ้านและยอดเงินในบัญชี ถูกขโมยไป Michael Arrington ผู้ก่อตั้ง TechCrunch เตือนว่าการรั่วไหลของข้อมูลนี้อาจนำไปสู่การลักพาตัวและอาชญากรรมร้ายแรง 🔍 รายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับการแฮก Coinbase ✅ Coinbase ยืนยันว่ามีการโจมตีทางไซเบอร์และข้อมูลผู้ใช้ถูกขโมย - ข้อมูลที่ถูกขโมย รวมถึงที่อยู่บ้านและยอดเงินในบัญชี ✅ Michael Arrington เตือนว่าการรั่วไหลของข้อมูลนี้อาจนำไปสู่การลักพาตัว - เขากล่าวว่า "อาจมีคนเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้แล้ว" ✅ Coinbase ประเมินว่าความเสียหายจากการแฮกอาจสูงถึง $400 ล้าน - บริษัท วางแผนที่จะชดเชยผู้ใช้ที่สูญเสียสินทรัพย์คริปโต ✅ Coinbase กำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเพื่อติดตามผู้กระทำผิด - แต่ ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนของแฮกเกอร์ ✅ Arrington เรียกร้องให้มีการลงโทษผู้บริหารของบริษัทที่ไม่สามารถปกป้องข้อมูลลูกค้าได้ - เขาเสนอว่า ผู้บริหารควรได้รับโทษจำคุกหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ https://www.techspot.com/news/108009-coinbase-data-heist-could-have-deadly-consequences-techcrunch.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Coinbase hack could get people killed, TechCrunch founder warns
    Coinbase recently disclosed a serious security breach in which unknown cybercriminals accessed highly sensitive user data. While the company works to contain the fallout, the cryptocurrency exchange's...
    0 Comments 0 Shares 319 Views 0 Reviews
  • คริปโทเคอร์เรนซีและทรัมป์: ความสัมพันธ์ที่สร้างความกังวลในสหรัฐฯ

    คริปโทเคอร์เรนซี ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงและเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง มาโดยตลอด ล่าสุด การเชื่อมโยงของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กับคริปโทเคอร์เรนซี ได้สร้างความกังวลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ความโปร่งใสและความถูกต้องตามกฎหมายของสินทรัพย์ดิจิทัล

    รายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์และคริปโทเคอร์เรนซี
    ทรัมป์ออกคำสั่งยกเลิกกฎระเบียบเกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซีเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2025
    - เพื่อ ส่งเสริมความเป็นผู้นำของสหรัฐฯ ในสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีทางการเงิน

    เหรียญ $TRUMP ถูกโปรโมตโดยทรัมป์และครอบครัว
    - ผู้ถือเหรียญรายใหญ่ ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมงานดินเนอร์ส่วนตัวกับทรัมป์

    นักลงทุนต่างชาติซื้อเหรียญ $TRUMP เป็นจำนวนมาก
    - อาจเป็น ช่องทางหลีกเลี่ยงกฎหมายห้ามชาวต่างชาติบริจาคเงินให้การเมืองสหรัฐฯ

    นักการเมืองสหรัฐฯ เรียกร้องให้ตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างทรัมป์และคริปโทเคอร์เรนซี
    - วุฒิสมาชิก Adam Schiff และ Elizabeth Warren เสนอร่างกฎหมาย "End Crypto Corruption Act"

    บริษัทคริปโทในสหรัฐฯ ได้รับประโยชน์จากนโยบายของทรัมป์
    - SEC ยกเลิกคดีฟ้องร้องหลายกรณี รวมถึง Coinbase และ Ripple

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/05/17/opinion-crypto-was-already-in-bad-odour-before-jumping-into-bed-with-trump-now-it-smells-worse
    คริปโทเคอร์เรนซีและทรัมป์: ความสัมพันธ์ที่สร้างความกังวลในสหรัฐฯ คริปโทเคอร์เรนซี ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงและเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง มาโดยตลอด ล่าสุด การเชื่อมโยงของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กับคริปโทเคอร์เรนซี ได้สร้างความกังวลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ความโปร่งใสและความถูกต้องตามกฎหมายของสินทรัพย์ดิจิทัล 🔍 รายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์และคริปโทเคอร์เรนซี ✅ ทรัมป์ออกคำสั่งยกเลิกกฎระเบียบเกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซีเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2025 - เพื่อ ส่งเสริมความเป็นผู้นำของสหรัฐฯ ในสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีทางการเงิน ✅ เหรียญ $TRUMP ถูกโปรโมตโดยทรัมป์และครอบครัว - ผู้ถือเหรียญรายใหญ่ ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมงานดินเนอร์ส่วนตัวกับทรัมป์ ✅ นักลงทุนต่างชาติซื้อเหรียญ $TRUMP เป็นจำนวนมาก - อาจเป็น ช่องทางหลีกเลี่ยงกฎหมายห้ามชาวต่างชาติบริจาคเงินให้การเมืองสหรัฐฯ ✅ นักการเมืองสหรัฐฯ เรียกร้องให้ตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างทรัมป์และคริปโทเคอร์เรนซี - วุฒิสมาชิก Adam Schiff และ Elizabeth Warren เสนอร่างกฎหมาย "End Crypto Corruption Act" ✅ บริษัทคริปโทในสหรัฐฯ ได้รับประโยชน์จากนโยบายของทรัมป์ - SEC ยกเลิกคดีฟ้องร้องหลายกรณี รวมถึง Coinbase และ Ripple https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/05/17/opinion-crypto-was-already-in-bad-odour-before-jumping-into-bed-with-trump-now-it-smells-worse
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Opinion: Crypto was already in bad odour before jumping into bed with Trump. Now it smells worse
    Since Trump returned to the presidency, his and his family's involvement in crypto-related deals has critics charging that crypto has become an entirely new path for official corruption and conflicts of interest in the White House.
    0 Comments 0 Shares 561 Views 0 Reviews
  • Coinbase เผชิญเหตุโจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่ พร้อมเรียกค่าไถ่ 20 ล้านดอลลาร์

    Coinbase ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ เปิดเผยว่ามีการโจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่ที่ทำให้ข้อมูลลูกค้าบางส่วนรั่วไหล โดยแฮกเกอร์เรียกร้องค่าไถ่ 20 ล้านดอลลาร์ แต่บริษัทปฏิเสธที่จะจ่ายเงินและเลือกที่จะร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายแทน

    รายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับเหตุโจมตีไซเบอร์ของ Coinbase
    Coinbase ถูกโจมตีไซเบอร์โดยกลุ่มแฮกเกอร์ที่ใช้เครือข่ายพนักงานภายนอก
    - แฮกเกอร์ ติดสินบนพนักงานฝ่ายสนับสนุนเพื่อเข้าถึงข้อมูลลูกค้า

    ข้อมูลที่รั่วไหลประกอบด้วยชื่อ, ที่อยู่, อีเมล, หมายเลขบัญชีธนาคารที่ถูกปกปิด และหมายเลขประกันสังคมบางส่วน
    - แต่ ไม่มีรหัสผ่าน, คีย์ส่วนตัว หรือการเข้าถึงเงินของลูกค้าโดยตรง

    Coinbase ปฏิเสธที่จะจ่ายค่าไถ่ 20 ล้านดอลลาร์ให้กับแฮกเกอร์
    - บริษัท เลือกที่จะร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายแทน

    Coinbase ตั้งกองทุนรางวัล 20 ล้านดอลลาร์สำหรับข้อมูลที่นำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิด
    - พร้อม เพิ่มระบบตรวจจับการฉ้อโกงเพื่อป้องกันเหตุการณ์ในอนาคต

    Coinbase ให้คำมั่นว่าจะชดเชยลูกค้าที่ถูกหลอกให้โอนเงินไปยังแฮกเกอร์
    - เพื่อ ลดผลกระทบจากการโจมตีครั้งนี้

    เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่ Coinbase กำลังเตรียมเข้าร่วมดัชนี S&P 500
    - ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม

    https://www.techspot.com/news/107943-coinbase-data-breach-exposes-customer-info-20-million.html
    Coinbase เผชิญเหตุโจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่ พร้อมเรียกค่าไถ่ 20 ล้านดอลลาร์ Coinbase ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ เปิดเผยว่ามีการโจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่ที่ทำให้ข้อมูลลูกค้าบางส่วนรั่วไหล โดยแฮกเกอร์เรียกร้องค่าไถ่ 20 ล้านดอลลาร์ แต่บริษัทปฏิเสธที่จะจ่ายเงินและเลือกที่จะร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายแทน 🔍 รายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับเหตุโจมตีไซเบอร์ของ Coinbase ✅ Coinbase ถูกโจมตีไซเบอร์โดยกลุ่มแฮกเกอร์ที่ใช้เครือข่ายพนักงานภายนอก - แฮกเกอร์ ติดสินบนพนักงานฝ่ายสนับสนุนเพื่อเข้าถึงข้อมูลลูกค้า ✅ ข้อมูลที่รั่วไหลประกอบด้วยชื่อ, ที่อยู่, อีเมล, หมายเลขบัญชีธนาคารที่ถูกปกปิด และหมายเลขประกันสังคมบางส่วน - แต่ ไม่มีรหัสผ่าน, คีย์ส่วนตัว หรือการเข้าถึงเงินของลูกค้าโดยตรง ✅ Coinbase ปฏิเสธที่จะจ่ายค่าไถ่ 20 ล้านดอลลาร์ให้กับแฮกเกอร์ - บริษัท เลือกที่จะร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายแทน ✅ Coinbase ตั้งกองทุนรางวัล 20 ล้านดอลลาร์สำหรับข้อมูลที่นำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิด - พร้อม เพิ่มระบบตรวจจับการฉ้อโกงเพื่อป้องกันเหตุการณ์ในอนาคต ✅ Coinbase ให้คำมั่นว่าจะชดเชยลูกค้าที่ถูกหลอกให้โอนเงินไปยังแฮกเกอร์ - เพื่อ ลดผลกระทบจากการโจมตีครั้งนี้ ✅ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่ Coinbase กำลังเตรียมเข้าร่วมดัชนี S&P 500 - ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม https://www.techspot.com/news/107943-coinbase-data-breach-exposes-customer-info-20-million.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Inside job at Coinbase leads to massive data breach, $20 million ransom demanded
    Coinbase, the largest cryptocurrency exchange in the United States, is facing significant fallout after disclosing a major cyberattack that compromised sensitive data from some of its customers....
    0 Comments 0 Shares 579 Views 0 Reviews
  • Coinbase ถูกแฮก: ข้อมูลลูกค้ารั่วไหลและแฮกเกอร์เรียกค่าไถ่ 20 ล้านดอลลาร์

    Coinbase ซึ่งเป็น แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลอันดับสามของโลก ได้ยืนยันว่าระบบของบริษัทถูกแฮก ทำให้ข้อมูลของลูกค้าประมาณ 1% ถูกขโมย โดยข้อมูลที่รั่วไหลรวมถึง รายละเอียดส่วนตัว, หมายเลขบัญชีธนาคารที่ถูกปิดบัง, หมายเลขประกันสังคมที่ถูกปิดบัง และภาพบัตรประชาชนที่อัปโหลด

    แฮกเกอร์ใช้วิธีติดสินบนพนักงานฝ่ายสนับสนุนที่อยู่นอกสหรัฐฯ เพื่อเข้าถึงข้อมูล
    - พนักงานที่เกี่ยวข้อง ถูกไล่ออกและถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย

    ข้อมูลที่ถูกขโมยรวมถึงยอดเงินคริปโตของลูกค้าและรายละเอียดภายในของบริษัท
    - แฮกเกอร์ ใช้ข้อมูลนี้เพื่อหลอกลูกค้าให้โอนสินทรัพย์คริปโตไปให้พวกเขา

    CEO ของ Coinbase ปฏิเสธที่จะจ่ายค่าไถ่ 20 ล้านดอลลาร์ที่แฮกเกอร์เรียกร้อง
    - บริษัทเสนอ เงินรางวัล 20 ล้านดอลลาร์ให้กับผู้ที่ช่วยจับตัวแฮกเกอร์แทน

    Coinbase จะชดเชยลูกค้าที่ถูกหลอกให้โอนสินทรัพย์คริปโตไปให้แฮกเกอร์
    - เป็นมาตรการ เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของลูกค้า

    บริษัทเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เช่น การตรวจสอบ ID เพิ่มเติมสำหรับการถอนเงินจำนวนมาก
    - รวมถึง การลงทุนเพิ่มเติมในระบบตรวจจับภัยคุกคามภายใน

    https://www.neowin.net/news/cyber-criminals-breach-coinbases-system-to-steal-customer-data/
    Coinbase ถูกแฮก: ข้อมูลลูกค้ารั่วไหลและแฮกเกอร์เรียกค่าไถ่ 20 ล้านดอลลาร์ Coinbase ซึ่งเป็น แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลอันดับสามของโลก ได้ยืนยันว่าระบบของบริษัทถูกแฮก ทำให้ข้อมูลของลูกค้าประมาณ 1% ถูกขโมย โดยข้อมูลที่รั่วไหลรวมถึง รายละเอียดส่วนตัว, หมายเลขบัญชีธนาคารที่ถูกปิดบัง, หมายเลขประกันสังคมที่ถูกปิดบัง และภาพบัตรประชาชนที่อัปโหลด ✅ แฮกเกอร์ใช้วิธีติดสินบนพนักงานฝ่ายสนับสนุนที่อยู่นอกสหรัฐฯ เพื่อเข้าถึงข้อมูล - พนักงานที่เกี่ยวข้อง ถูกไล่ออกและถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย ✅ ข้อมูลที่ถูกขโมยรวมถึงยอดเงินคริปโตของลูกค้าและรายละเอียดภายในของบริษัท - แฮกเกอร์ ใช้ข้อมูลนี้เพื่อหลอกลูกค้าให้โอนสินทรัพย์คริปโตไปให้พวกเขา ✅ CEO ของ Coinbase ปฏิเสธที่จะจ่ายค่าไถ่ 20 ล้านดอลลาร์ที่แฮกเกอร์เรียกร้อง - บริษัทเสนอ เงินรางวัล 20 ล้านดอลลาร์ให้กับผู้ที่ช่วยจับตัวแฮกเกอร์แทน ✅ Coinbase จะชดเชยลูกค้าที่ถูกหลอกให้โอนสินทรัพย์คริปโตไปให้แฮกเกอร์ - เป็นมาตรการ เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของลูกค้า ✅ บริษัทเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เช่น การตรวจสอบ ID เพิ่มเติมสำหรับการถอนเงินจำนวนมาก - รวมถึง การลงทุนเพิ่มเติมในระบบตรวจจับภัยคุกคามภายใน https://www.neowin.net/news/cyber-criminals-breach-coinbases-system-to-steal-customer-data/
    WWW.NEOWIN.NET
    Cyber criminals breach Coinbase's system to steal customer data
    Hackers managed to steal Coinbase customer's data, including their cryptocurrency balances, and are now demanding $20 million in exchange for the stolen information.
    0 Comments 0 Shares 579 Views 0 Reviews
  • Coinbase ก้าวสู่ S&P 500: จุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดคริปโต

    Coinbase Global กลายเป็น บริษัทคริปโตแห่งแรกที่ได้รับการบรรจุในดัชนี S&P 500 ซึ่งถือเป็น ก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล โดยหุ้นของบริษัทพุ่งขึ้นเกือบ 15% หลังจากมีการประกาศข่าวนี้

    Coinbase จะเข้ามาแทนที่ Discover Financial ซึ่งถูกซื้อกิจการโดย Capital One
    - การเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลก่อนเปิดตลาดในวันที่ 19 พฤษภาคม 2025

    นักวิเคราะห์มองว่าการเข้าร่วม S&P 500 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมคริปโต
    - อาจช่วยให้ บริษัทคริปโตอื่น ๆ มีโอกาสเข้าสู่ตลาดหุ้นหลักมากขึ้น

    นักลงทุนสถาบันเริ่มให้ความสนใจในคริปโตมากขึ้น หลังจากทรัมป์ประกาศนโยบายลดกฎระเบียบ
    - ส่งผลให้ Coinbase ได้รับความสนใจจากนักลงทุนรายใหญ่

    Coinbase รายงานว่ากำไรไตรมาสแรกลดลง แต่ตลาดคริปโตที่ฟื้นตัวอาจช่วยให้บริษัทเติบโตต่อไป
    - บริษัทกำลังขยายฐานนักลงทุนสถาบันและขยายตลาดนอกสหรัฐฯ

    Coinbase เพิ่งประกาศซื้อกิจการ Deribit มูลค่า 2.9 พันล้านดอลลาร์ เพื่อขยายตลาดอนุพันธ์คริปโต
    - อาจช่วยให้ บริษัทมีบทบาทสำคัญในตลาดฟิวเจอร์สและออปชันคริปโต

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/05/13/coinbase-shares-jump-on-addition-to-sp-500-index
    Coinbase ก้าวสู่ S&P 500: จุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดคริปโต Coinbase Global กลายเป็น บริษัทคริปโตแห่งแรกที่ได้รับการบรรจุในดัชนี S&P 500 ซึ่งถือเป็น ก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล โดยหุ้นของบริษัทพุ่งขึ้นเกือบ 15% หลังจากมีการประกาศข่าวนี้ ✅ Coinbase จะเข้ามาแทนที่ Discover Financial ซึ่งถูกซื้อกิจการโดย Capital One - การเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลก่อนเปิดตลาดในวันที่ 19 พฤษภาคม 2025 ✅ นักวิเคราะห์มองว่าการเข้าร่วม S&P 500 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมคริปโต - อาจช่วยให้ บริษัทคริปโตอื่น ๆ มีโอกาสเข้าสู่ตลาดหุ้นหลักมากขึ้น ✅ นักลงทุนสถาบันเริ่มให้ความสนใจในคริปโตมากขึ้น หลังจากทรัมป์ประกาศนโยบายลดกฎระเบียบ - ส่งผลให้ Coinbase ได้รับความสนใจจากนักลงทุนรายใหญ่ ✅ Coinbase รายงานว่ากำไรไตรมาสแรกลดลง แต่ตลาดคริปโตที่ฟื้นตัวอาจช่วยให้บริษัทเติบโตต่อไป - บริษัทกำลังขยายฐานนักลงทุนสถาบันและขยายตลาดนอกสหรัฐฯ ✅ Coinbase เพิ่งประกาศซื้อกิจการ Deribit มูลค่า 2.9 พันล้านดอลลาร์ เพื่อขยายตลาดอนุพันธ์คริปโต - อาจช่วยให้ บริษัทมีบทบาทสำคัญในตลาดฟิวเจอร์สและออปชันคริปโต https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/05/13/coinbase-shares-jump-on-addition-to-sp-500-index
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Coinbase shares jump on addition to S&P 500 index in watershed for crypto market
    (Reuters) - Coinbase Global's shares jumped nearly 15% on Tuesday after the cryptocurrency exchange became the first digital asset player to be included in the benchmark S&P 500 index.
    0 Comments 0 Shares 373 Views 0 Reviews
  • Coinbase เข้าซื้อ Deribit มูลค่า 2.9 พันล้านดอลลาร์ เพื่อขยายตลาดอนุพันธ์คริปโต Coinbase ซึ่งเป็น แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในตลาดหลักทรัพย์ ได้ประกาศเข้าซื้อ Deribit ซึ่งเป็นตลาดอนุพันธ์คริปโต ด้วยมูลค่า 2.9 พันล้านดอลลาร์ เพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มบริการซื้อขายออปชันคริปโต

    ข้อตกลงนี้ช่วยให้ Coinbase สามารถเข้าถึงตลาดนอกสหรัฐฯ โดยเฉพาะในเอเชียและยุโรป ซึ่งมีการซื้อขายแบบใช้เลเวอเรจสูงกว่าในสหรัฐฯ นอกจากนี้ Coinbase ยังเตรียมพร้อมสำหรับการขยายบริการในกรณีที่สหรัฐฯ อนุญาตให้ซื้อขายออปชันคริปโตในประเทศ

    Coinbase ซื้อ Deribit ด้วยมูลค่า 2.9 พันล้านดอลลาร์
    - เป็น การซื้อขายแบบเงินสดและหุ้น โดยมี เงินสด 700 ล้านดอลลาร์ และหุ้น Coinbase 11 ล้านหุ้น

    ช่วยให้ Coinbase สามารถเข้าถึงตลาดอนุพันธ์คริปโตในเอเชียและยุโรป
    - ตลาดเหล่านี้ มีการซื้อขายแบบใช้เลเวอเรจสูงกว่าสหรัฐฯ

    Coinbase มีแผนขยายบริการซื้อขายออปชันคริปโตให้กับลูกค้าทั่วโลก
    - ออปชันคริปโต เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงและสร้างเสถียรภาพในตลาด

    หุ้นของ Coinbase เพิ่มขึ้น 5.7% หลังประกาศดีลนี้
    - แม้ว่าหุ้นของบริษัทจะลดลง 21% ในปี 2025

    ข้อตกลงนี้เกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐฯ มีแนวโน้มสนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น
    - ประธานาธิบดี Donald Trump ให้การสนับสนุนคริปโตและต้องการให้สหรัฐฯ เป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมนี้

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/05/08/coinbase-to-acquire-deribit-in-29-billion-deal-wsj-reports
    Coinbase เข้าซื้อ Deribit มูลค่า 2.9 พันล้านดอลลาร์ เพื่อขยายตลาดอนุพันธ์คริปโต Coinbase ซึ่งเป็น แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในตลาดหลักทรัพย์ ได้ประกาศเข้าซื้อ Deribit ซึ่งเป็นตลาดอนุพันธ์คริปโต ด้วยมูลค่า 2.9 พันล้านดอลลาร์ เพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มบริการซื้อขายออปชันคริปโต ข้อตกลงนี้ช่วยให้ Coinbase สามารถเข้าถึงตลาดนอกสหรัฐฯ โดยเฉพาะในเอเชียและยุโรป ซึ่งมีการซื้อขายแบบใช้เลเวอเรจสูงกว่าในสหรัฐฯ นอกจากนี้ Coinbase ยังเตรียมพร้อมสำหรับการขยายบริการในกรณีที่สหรัฐฯ อนุญาตให้ซื้อขายออปชันคริปโตในประเทศ ✅ Coinbase ซื้อ Deribit ด้วยมูลค่า 2.9 พันล้านดอลลาร์ - เป็น การซื้อขายแบบเงินสดและหุ้น โดยมี เงินสด 700 ล้านดอลลาร์ และหุ้น Coinbase 11 ล้านหุ้น ✅ ช่วยให้ Coinbase สามารถเข้าถึงตลาดอนุพันธ์คริปโตในเอเชียและยุโรป - ตลาดเหล่านี้ มีการซื้อขายแบบใช้เลเวอเรจสูงกว่าสหรัฐฯ ✅ Coinbase มีแผนขยายบริการซื้อขายออปชันคริปโตให้กับลูกค้าทั่วโลก - ออปชันคริปโต เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงและสร้างเสถียรภาพในตลาด ✅ หุ้นของ Coinbase เพิ่มขึ้น 5.7% หลังประกาศดีลนี้ - แม้ว่าหุ้นของบริษัทจะลดลง 21% ในปี 2025 ✅ ข้อตกลงนี้เกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐฯ มีแนวโน้มสนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น - ประธานาธิบดี Donald Trump ให้การสนับสนุนคริปโตและต้องการให้สหรัฐฯ เป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมนี้ https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/05/08/coinbase-to-acquire-deribit-in-29-billion-deal-wsj-reports
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Coinbase buys Deribit in $2.9 billion deal to expand crypto options base
    (Reuters) -Coinbase, the largest publicly traded cryptocurrency exchange, said on Thursday it will buy derivatives exchange Deribit in a $2.9 billion deal to expand into the crypto options markets.
    0 Comments 0 Shares 410 Views 0 Reviews
  • PoisonSeed เป็นกลุ่มผู้โจมตีที่ใช้กลยุทธ์ฟิชชิ่งซับซ้อนโดยเล็งเป้าหมายไปยังผู้ใช้งานของ Mailchimp และบริษัทคริปโต เช่น Coinbase เพื่อขโมยข้อมูลผ่านหน้าล็อกอินหลอกลวงและ Seed Phrase องค์กรและผู้ใช้งานควรเพิ่มการตระหนักรู้และใช้เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงเพื่อป้องกันภัยฟิชชิ่งที่พัฒนาขึ้นทุกวัน

    == กลยุทธ์โจมตีที่ PoisonSeed ใช้ ==
    การสร้างหน้าฟิชชิ่งที่เหมือนจริง:
    - PoisonSeed สร้างหน้าเว็บฟิชชิ่งที่มีความคล้ายคลึงกับหน้าล็อกอินของผู้ให้บริการอีเมล เช่น Mailchimp โดยใช้โดเมนหลอกลวง เช่น mail-chimpservices[.]com
    - หลังจากที่ผู้ใช้งานกรอกข้อมูลล็อกอิน ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงข้อมูลและตั้งค่า API Key ใหม่เพื่อรักษาการเข้าถึง แม้ผู้เสียหายจะเปลี่ยนรหัสผ่าน

    ฟิชชิ่งและการหลอกลวงด้วย Seed Phrases:
    - ในบางกรณี ผู้โจมตีใช้วิธีหลอกลวงผู้ใช้งานคริปโตให้ตั้ง Seed Phrase ใหม่ โดยมอบ Seed Phrase ที่ตั้งไว้เพื่อให้ผู้ใช้ใช้ซ้ำ ซึ่งช่วยให้ผู้โจมตีเข้าถึงทรัพย์สินในภายหลัง

    การพัฒนากลยุทธ์:
    - PoisonSeed มีการใช้เครื่องมือและกลยุทธ์ขั้นสูง เช่น CryptoChameleon ซึ่งเคยประสบความสำเร็จในปี 2024 ในการโจมตีเป้าหมายใหญ่ เช่น Coinbase

    == ผลกระทบและความท้าทายในการป้องกัน ==
    การเข้าถึงข้อมูลอีเมลจำนวนมาก:
    - กรณีศึกษาของ Troy Hunt แสดงให้เห็นว่าผู้โจมตีสามารถดาวน์โหลดรายการอีเมลและใช้ข้อมูลเพื่อหลอกลวงในวงกว้าง

    ความเสี่ยงต่อบริษัทใหญ่:
    - นอกจาก Mailchimp และ Zoho บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านข้อมูลและคริปโตอย่าง Coinbase และ Ledger เป็นเป้าหมายของการโจมตีที่ซับซ้อน

    การเตรียมตัวของผู้ใช้งานและองค์กร:
    - นักวิเคราะห์จาก Silent Push ย้ำว่าการป้องกันฟิชชิ่งต้องมุ่งเน้นที่ความรู้และการใช้เครื่องมือความปลอดภัยในการตรวจจับโดเมนที่หลอกลวง

    https://www.csoonline.com/article/3956008/poisonseed-targets-mailchimp-mailgun-and-zoho-to-phish-high-value-accounts.html
    PoisonSeed เป็นกลุ่มผู้โจมตีที่ใช้กลยุทธ์ฟิชชิ่งซับซ้อนโดยเล็งเป้าหมายไปยังผู้ใช้งานของ Mailchimp และบริษัทคริปโต เช่น Coinbase เพื่อขโมยข้อมูลผ่านหน้าล็อกอินหลอกลวงและ Seed Phrase องค์กรและผู้ใช้งานควรเพิ่มการตระหนักรู้และใช้เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงเพื่อป้องกันภัยฟิชชิ่งที่พัฒนาขึ้นทุกวัน == กลยุทธ์โจมตีที่ PoisonSeed ใช้ == ✅ การสร้างหน้าฟิชชิ่งที่เหมือนจริง: - PoisonSeed สร้างหน้าเว็บฟิชชิ่งที่มีความคล้ายคลึงกับหน้าล็อกอินของผู้ให้บริการอีเมล เช่น Mailchimp โดยใช้โดเมนหลอกลวง เช่น mail-chimpservices[.]com - หลังจากที่ผู้ใช้งานกรอกข้อมูลล็อกอิน ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงข้อมูลและตั้งค่า API Key ใหม่เพื่อรักษาการเข้าถึง แม้ผู้เสียหายจะเปลี่ยนรหัสผ่าน ✅ ฟิชชิ่งและการหลอกลวงด้วย Seed Phrases: - ในบางกรณี ผู้โจมตีใช้วิธีหลอกลวงผู้ใช้งานคริปโตให้ตั้ง Seed Phrase ใหม่ โดยมอบ Seed Phrase ที่ตั้งไว้เพื่อให้ผู้ใช้ใช้ซ้ำ ซึ่งช่วยให้ผู้โจมตีเข้าถึงทรัพย์สินในภายหลัง ✅ การพัฒนากลยุทธ์: - PoisonSeed มีการใช้เครื่องมือและกลยุทธ์ขั้นสูง เช่น CryptoChameleon ซึ่งเคยประสบความสำเร็จในปี 2024 ในการโจมตีเป้าหมายใหญ่ เช่น Coinbase == ผลกระทบและความท้าทายในการป้องกัน == ✅ การเข้าถึงข้อมูลอีเมลจำนวนมาก: - กรณีศึกษาของ Troy Hunt แสดงให้เห็นว่าผู้โจมตีสามารถดาวน์โหลดรายการอีเมลและใช้ข้อมูลเพื่อหลอกลวงในวงกว้าง ✅ ความเสี่ยงต่อบริษัทใหญ่: - นอกจาก Mailchimp และ Zoho บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านข้อมูลและคริปโตอย่าง Coinbase และ Ledger เป็นเป้าหมายของการโจมตีที่ซับซ้อน ✅ การเตรียมตัวของผู้ใช้งานและองค์กร: - นักวิเคราะห์จาก Silent Push ย้ำว่าการป้องกันฟิชชิ่งต้องมุ่งเน้นที่ความรู้และการใช้เครื่องมือความปลอดภัยในการตรวจจับโดเมนที่หลอกลวง https://www.csoonline.com/article/3956008/poisonseed-targets-mailchimp-mailgun-and-zoho-to-phish-high-value-accounts.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    PoisonSeed targets Mailchimp, Mailgun, and Zoho to phish high-value accounts
    Researchers identified PoisonSeed as the same threat actors behind Troy Hunt’s Mailchimp and Akamai’s SendGrid phishing.
    0 Comments 0 Shares 450 Views 0 Reviews
  • นักลงทุนคริปโตกำลังผลักดันให้สภาคองเกรสอนุญาตให้ Stablecoins จ่ายดอกเบี้ย เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมเติบโต นักลงทุนมองว่า นี่จะทำให้คริปโตสามารถแข่งขันกับระบบธนาคารได้โดยตรง ขณะที่ฝ่ายคัดค้านเตือนว่า อาจทำให้เงินฝากไหลออกจากธนาคารและสร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ ขณะนี้มีร่างกฎหมาย Stablecoins ที่กำลังพิจารณาในสภา และฝ่ายสนับสนุนยังคงผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลงก่อนการผ่านกฎหมาย

    Stablecoins มีโอกาสสร้างระบบการเงินที่รวดเร็วขึ้น
    - Stablecoins เช่น USDT และ USDC มีบทบาทสำคัญในการทำธุรกรรมคริปโต
    - นักลงทุนบางส่วนมองว่า หากสามารถจ่ายดอกเบี้ยได้ อาจช่วยให้ Stablecoins กลายเป็นเครื่องมือการชำระเงินหลัก

    Coinbase และ Solidus Labs หนุนให้จ่ายดอกเบี้ย
    - CEO Brian Armstrong ของ Coinbase กล่าวว่า รัฐบาลไม่ควรเลือกปฏิบัติต่ออุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง
    - Chen Arad จาก Solidus Labs เห็นว่าผู้ให้บริการ Stablecoins ควรสามารถแบ่งปันผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่พวกเขาถือครองได้

    ฝ่ายคัดค้านเตือนว่าส่งผลกระทบต่อระบบธนาคาร
    - นักวิจัยและนักเศรษฐศาสตร์บางคนเตือนว่า Stablecoins ที่สามารถจ่ายดอกเบี้ยอาจทำให้เงินฝากไหลออกจากธนาคารแบบดั้งเดิม
    - Arthur Wilmarth จากมหาวิทยาลัย George Washington ระบุว่านี่อาจเป็น "ภัยคุกคามต่ออุตสาหกรรมธนาคารโดยตรง"

    ความเคลื่อนไหวทางกฎหมายในสภาคองเกรส
    - ร่างกฎหมายของ สภาผู้แทนราษฎร ห้าม Stablecoins จ่ายดอกเบี้ย แต่ร่างของ วุฒิสภา ยังมีจุดที่ไม่ชัดเจน
    - ฝ่ายสนับสนุนกำลังผลักดันให้ สภาคองเกรสเพิ่มข้อกำหนดอนุญาตการจ่ายดอกเบี้ยในร่างกฎหมายฉบับสุดท้าย

    อุตสาหกรรมคริปโตมีอิทธิพลเพิ่มขึ้นในวอชิงตัน
    - กลุ่มผู้สนับสนุนคริปโต ใช้เงินกว่า $119 ล้าน ในการสนับสนุนผู้สมัครที่สนับสนุนคริปโต ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา
    - มีข่าวว่าทำเนียบขาวต้องการให้ร่างกฎหมาย Stablecoin ผ่านภายในเดือนสิงหาคม 2025

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/03/crypto-execs-ask-congress-to-let-stablecoins-pay-interest-as-bill-set-to-advance
    นักลงทุนคริปโตกำลังผลักดันให้สภาคองเกรสอนุญาตให้ Stablecoins จ่ายดอกเบี้ย เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมเติบโต นักลงทุนมองว่า นี่จะทำให้คริปโตสามารถแข่งขันกับระบบธนาคารได้โดยตรง ขณะที่ฝ่ายคัดค้านเตือนว่า อาจทำให้เงินฝากไหลออกจากธนาคารและสร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ ขณะนี้มีร่างกฎหมาย Stablecoins ที่กำลังพิจารณาในสภา และฝ่ายสนับสนุนยังคงผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลงก่อนการผ่านกฎหมาย ✅ Stablecoins มีโอกาสสร้างระบบการเงินที่รวดเร็วขึ้น - Stablecoins เช่น USDT และ USDC มีบทบาทสำคัญในการทำธุรกรรมคริปโต - นักลงทุนบางส่วนมองว่า หากสามารถจ่ายดอกเบี้ยได้ อาจช่วยให้ Stablecoins กลายเป็นเครื่องมือการชำระเงินหลัก ✅ Coinbase และ Solidus Labs หนุนให้จ่ายดอกเบี้ย - CEO Brian Armstrong ของ Coinbase กล่าวว่า รัฐบาลไม่ควรเลือกปฏิบัติต่ออุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง - Chen Arad จาก Solidus Labs เห็นว่าผู้ให้บริการ Stablecoins ควรสามารถแบ่งปันผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่พวกเขาถือครองได้ ✅ ฝ่ายคัดค้านเตือนว่าส่งผลกระทบต่อระบบธนาคาร - นักวิจัยและนักเศรษฐศาสตร์บางคนเตือนว่า Stablecoins ที่สามารถจ่ายดอกเบี้ยอาจทำให้เงินฝากไหลออกจากธนาคารแบบดั้งเดิม - Arthur Wilmarth จากมหาวิทยาลัย George Washington ระบุว่านี่อาจเป็น "ภัยคุกคามต่ออุตสาหกรรมธนาคารโดยตรง" ✅ ความเคลื่อนไหวทางกฎหมายในสภาคองเกรส - ร่างกฎหมายของ สภาผู้แทนราษฎร ห้าม Stablecoins จ่ายดอกเบี้ย แต่ร่างของ วุฒิสภา ยังมีจุดที่ไม่ชัดเจน - ฝ่ายสนับสนุนกำลังผลักดันให้ สภาคองเกรสเพิ่มข้อกำหนดอนุญาตการจ่ายดอกเบี้ยในร่างกฎหมายฉบับสุดท้าย ✅ อุตสาหกรรมคริปโตมีอิทธิพลเพิ่มขึ้นในวอชิงตัน - กลุ่มผู้สนับสนุนคริปโต ใช้เงินกว่า $119 ล้าน ในการสนับสนุนผู้สมัครที่สนับสนุนคริปโต ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา - มีข่าวว่าทำเนียบขาวต้องการให้ร่างกฎหมาย Stablecoin ผ่านภายในเดือนสิงหาคม 2025 https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/03/crypto-execs-ask-congress-to-let-stablecoins-pay-interest-as-bill-set-to-advance
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Crypto execs ask Congress to let stablecoins pay interest as bill set to advance
    (Reuters) - Some influential cryptocurrency executives are making a last-minute pitch to Congress to allow interest to be paid on U.S. dollar-pegged tokens as part of popular legislation establishing a regulatory framework for stablecoins.
    0 Comments 0 Shares 615 Views 0 Reviews
  • คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) กำลังหารือกับ Tyler และ Cameron Winklevoss เพื่อหาทางยุติคดีเกี่ยวกับ Gemini Earn ซึ่งเป็นโครงการให้ยืมสินทรัพย์ดิจิทัลที่ SEC อ้างว่า ละเมิดข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลสำหรับนักลงทุน

    SEC ฟ้อง Gemini Trust และ Genesis Global Capital ในเดือนมกราคม 2023 โดยกล่าวหาว่าทั้งสองบริษัทให้ลูกค้ากู้ยืมสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น Bitcoin เพื่อรับดอกเบี้ยโดยไม่ผ่านการกำกับดูแลทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม Winklevoss และ SEC ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อระงับการดำเนินคดีชั่วคราว 60 วัน เพื่อเจรจาหาข้อยุติ ซึ่งอาจเป็นการ ยอมความ, ถอนฟ้อง หรือทางออกอื่น

    Gemini Earn ทำงานอย่างไร?
    - ลูกค้าสามารถ ฝากเงินดิจิทัลและให้ Genesis กู้ยืม เพื่อสร้างรายได้จากดอกเบี้ย
    - Gemini จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสูงสุด 4.29% จากบริการนี้

    Genesis ล้มละลายหลัง FTX พังทลาย
    - Genesis หยุดถอนเงินในเดือนพฤศจิกายน 2022 ช่วงเดียวกับที่ FTX ล้มละลาย
    - มีสินทรัพย์มูลค่า 900 ล้านดอลลาร์ จากลูกค้าประมาณ 340,000 ราย ที่ถูกระงับ

    ผลกระทบต่อกฎหมายควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัล
    - SEC ระบุว่า Gemini Earn ละเมิดข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลที่มีไว้เพื่อ ปกป้องนักลงทุน
    - Genesis ตกลงจ่ายค่าปรับ 21 ล้านดอลลาร์ เพื่อยุติคดี โดยไม่ยอมรับว่ากระทำผิด

    แนวโน้มการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลเปลี่ยนแปลงหลังทรัมป์เป็นประธานาธิบดี
    - SEC ลดระดับการควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัลหลังทรัมป์เข้ารับตำแหน่งในปี 2025
    - หน่วยงานนี้เพิ่งถอนฟ้องบริษัทคริปโตหลายแห่ง เช่น Coinbase และ Kraken
    - มีข้อตกลงยุติคดีกับ Ripple Labs ซึ่งเกี่ยวข้องกับการขายโทเคนโดยไม่ได้ลงทะเบียน

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/02/sec-billionaire-winklevoss-twins-may-resolve-lawsuit-over-gemini-earn
    คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) กำลังหารือกับ Tyler และ Cameron Winklevoss เพื่อหาทางยุติคดีเกี่ยวกับ Gemini Earn ซึ่งเป็นโครงการให้ยืมสินทรัพย์ดิจิทัลที่ SEC อ้างว่า ละเมิดข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลสำหรับนักลงทุน SEC ฟ้อง Gemini Trust และ Genesis Global Capital ในเดือนมกราคม 2023 โดยกล่าวหาว่าทั้งสองบริษัทให้ลูกค้ากู้ยืมสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น Bitcoin เพื่อรับดอกเบี้ยโดยไม่ผ่านการกำกับดูแลทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม Winklevoss และ SEC ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อระงับการดำเนินคดีชั่วคราว 60 วัน เพื่อเจรจาหาข้อยุติ ซึ่งอาจเป็นการ ยอมความ, ถอนฟ้อง หรือทางออกอื่น Gemini Earn ทำงานอย่างไร? - ลูกค้าสามารถ ฝากเงินดิจิทัลและให้ Genesis กู้ยืม เพื่อสร้างรายได้จากดอกเบี้ย - Gemini จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสูงสุด 4.29% จากบริการนี้ Genesis ล้มละลายหลัง FTX พังทลาย - Genesis หยุดถอนเงินในเดือนพฤศจิกายน 2022 ช่วงเดียวกับที่ FTX ล้มละลาย - มีสินทรัพย์มูลค่า 900 ล้านดอลลาร์ จากลูกค้าประมาณ 340,000 ราย ที่ถูกระงับ ผลกระทบต่อกฎหมายควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัล - SEC ระบุว่า Gemini Earn ละเมิดข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลที่มีไว้เพื่อ ปกป้องนักลงทุน - Genesis ตกลงจ่ายค่าปรับ 21 ล้านดอลลาร์ เพื่อยุติคดี โดยไม่ยอมรับว่ากระทำผิด แนวโน้มการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลเปลี่ยนแปลงหลังทรัมป์เป็นประธานาธิบดี - SEC ลดระดับการควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัลหลังทรัมป์เข้ารับตำแหน่งในปี 2025 - หน่วยงานนี้เพิ่งถอนฟ้องบริษัทคริปโตหลายแห่ง เช่น Coinbase และ Kraken - มีข้อตกลงยุติคดีกับ Ripple Labs ซึ่งเกี่ยวข้องกับการขายโทเคนโดยไม่ได้ลงทะเบียน https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/02/sec-billionaire-winklevoss-twins-may-resolve-lawsuit-over-gemini-earn
    WWW.THESTAR.COM.MY
    SEC, billionaire Winklevoss twins may resolve lawsuit over Gemini Earn
    NEW YORK (Reuters) - An exchange run by billionaire twins Tyler and Cameron Winklevoss may soon resolve a U.S. Securities and Exchange Commission lawsuit claiming they failed to register a cryptocurrency asset lending program before offering it to retail investors.
    0 Comments 0 Shares 595 Views 0 Reviews
  • Coinbase บริษัทแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่จากสหรัฐฯ ที่เพิ่งได้จดทะเบียนกับหน่วยงานข่าวกรองทางการเงินของอินเดีย (FIU) ทำให้สามารถให้บริการซื้อขายคริปโทในประเทศอินเดียได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

    Coinbase วางแผนที่จะเริ่มต้นให้บริการกลุ่มลูกค้ารายย่อยในปีนี้ และยังมีแผนที่จะเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ในอนาคต ซึ่งการเข้าสู่ตลาดอินเดียของบริษัทนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความสนใจที่เพิ่มขึ้นต่อสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองว่าเป็นโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มเติม

    ที่สำคัญคือ อินเดียยังคงเรียกเก็บภาษีจากกำไรของการซื้อขายคริปโทสูงถึง 30% ซึ่งนับว่าสูงที่สุดในโลก แม้ว่ายังไม่มีข้อบังคับที่ชัดเจนเกี่ยวกับสินทรัพย์ประเภทนี้ก็ตาม แต่รัฐบาลอินเดียกำลังพิจารณาทบทวนท่าทีเกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซี ด้วยอิทธิพลจากการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายในระดับสากล รวมถึงในสหรัฐฯ

    สิ่งที่ทำให้อินเดียเป็นตลาดที่น่าสนใจก็คือจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่มีมาก และความต้องการสินทรัพย์ดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้คริปโทกลายเป็นส่วนสำคัญในการทำธุรกรรมทางการเงินในอนาคต ฟังดูแล้วไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินของคนในยุคนี้ด้วย

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/11/coinbase-registers-with-indian-financial-watchdog-to-offer-crypto-trading-services
    Coinbase บริษัทแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่จากสหรัฐฯ ที่เพิ่งได้จดทะเบียนกับหน่วยงานข่าวกรองทางการเงินของอินเดีย (FIU) ทำให้สามารถให้บริการซื้อขายคริปโทในประเทศอินเดียได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย Coinbase วางแผนที่จะเริ่มต้นให้บริการกลุ่มลูกค้ารายย่อยในปีนี้ และยังมีแผนที่จะเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ในอนาคต ซึ่งการเข้าสู่ตลาดอินเดียของบริษัทนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความสนใจที่เพิ่มขึ้นต่อสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองว่าเป็นโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มเติม ที่สำคัญคือ อินเดียยังคงเรียกเก็บภาษีจากกำไรของการซื้อขายคริปโทสูงถึง 30% ซึ่งนับว่าสูงที่สุดในโลก แม้ว่ายังไม่มีข้อบังคับที่ชัดเจนเกี่ยวกับสินทรัพย์ประเภทนี้ก็ตาม แต่รัฐบาลอินเดียกำลังพิจารณาทบทวนท่าทีเกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซี ด้วยอิทธิพลจากการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายในระดับสากล รวมถึงในสหรัฐฯ สิ่งที่ทำให้อินเดียเป็นตลาดที่น่าสนใจก็คือจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่มีมาก และความต้องการสินทรัพย์ดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้คริปโทกลายเป็นส่วนสำคัญในการทำธุรกรรมทางการเงินในอนาคต ฟังดูแล้วไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินของคนในยุคนี้ด้วย https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/11/coinbase-registers-with-indian-financial-watchdog-to-offer-crypto-trading-services
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Coinbase registers with Indian financial watchdog to offer crypto trading services
    MUMBAI (Reuters) - U.S.-headquartered cryptocurrency exchange Coinbase Global has registered with India's Financial Intelligence Unit (FIU), allowing it to offer crypto trading services in the country, the company said on Tuesday.
    0 Comments 0 Shares 566 Views 0 Reviews
  • Amouranth หรือ Kaitlyn Siragusa สตรีมเมอร์แพล็ตฟอร์มผู้ใหญ่ชื่อดัง อ้างว่าเธอถูกโจรติดอาวุธบุกเข้าบ้านในช่วงดึกของวันที่ 2 มีนาคม คาดว่ามีเป้าหมายที่ทรัพย์สินดิจิทัลของเธอ ซึ่งรวมถึงบิทคอยน์มูลค่ากว่า 20 ล้านดอลลาร์ ที่เธอเคยเปิดเผยไว้ก่อนหน้านี้

    ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 Amouranth เคยโพสต์ภาพหน้าจอจากบัญชี Coinbase ของเธอ เผยให้เห็นว่าเธอถือครองบิทคอยน์ 211 เหรียญ และ Ether อีก 80,000 เหรียญ ทำให้เธอเป็นหนึ่งในอินฟลูเอนเซอร์ที่มีสินทรัพย์ดิจิทัลจำนวนมาก

    ไม่กี่ชั่วโมงหลังเหตุการณ์ เธอได้อัปเดตผ่านโซเชียลมีเดียว่า มีโจรติดอาวุธ 3 คนพยายามบุกเข้ามาในบ้าน และจากฟุตเทจกล้องวงจรปิด พบว่าเกิดเสียงดัง 3 ครั้ง ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะรีบหลบหนีออกไป

    ขบวนการ "Crypto Wrench Attack" ระบาด! คนคริปโตตกเป็นเป้าหมาย

    เหตุการณ์ของ Amouranth เป็นส่วนหนึ่งของกระแสการโจมตีแบบ "Crypto Wrench Attack" ซึ่งเป็นการใช้ความรุนแรงข่มขู่ให้เหยื่อโอนคริปโตให้กับคนร้าย

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/stockmarket/detail/9680000021138

    #MGROnline #Crypto #cryptocurrency #บิทคอยน์
    Amouranth หรือ Kaitlyn Siragusa สตรีมเมอร์แพล็ตฟอร์มผู้ใหญ่ชื่อดัง อ้างว่าเธอถูกโจรติดอาวุธบุกเข้าบ้านในช่วงดึกของวันที่ 2 มีนาคม คาดว่ามีเป้าหมายที่ทรัพย์สินดิจิทัลของเธอ ซึ่งรวมถึงบิทคอยน์มูลค่ากว่า 20 ล้านดอลลาร์ ที่เธอเคยเปิดเผยไว้ก่อนหน้านี้ • ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 Amouranth เคยโพสต์ภาพหน้าจอจากบัญชี Coinbase ของเธอ เผยให้เห็นว่าเธอถือครองบิทคอยน์ 211 เหรียญ และ Ether อีก 80,000 เหรียญ ทำให้เธอเป็นหนึ่งในอินฟลูเอนเซอร์ที่มีสินทรัพย์ดิจิทัลจำนวนมาก • ไม่กี่ชั่วโมงหลังเหตุการณ์ เธอได้อัปเดตผ่านโซเชียลมีเดียว่า มีโจรติดอาวุธ 3 คนพยายามบุกเข้ามาในบ้าน และจากฟุตเทจกล้องวงจรปิด พบว่าเกิดเสียงดัง 3 ครั้ง ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะรีบหลบหนีออกไป • ขบวนการ "Crypto Wrench Attack" ระบาด! คนคริปโตตกเป็นเป้าหมาย • เหตุการณ์ของ Amouranth เป็นส่วนหนึ่งของกระแสการโจมตีแบบ "Crypto Wrench Attack" ซึ่งเป็นการใช้ความรุนแรงข่มขู่ให้เหยื่อโอนคริปโตให้กับคนร้าย • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/stockmarket/detail/9680000021138 • #MGROnline #Crypto #cryptocurrency #บิทคอยน์
    0 Comments 0 Shares 836 Views 0 Reviews