Pebble กลับมาในรูปแบบโอเพ่นซอร์สเต็มตัว
Pebble ซึ่งเคยเป็นสมาร์ตวอทช์ที่สร้างกระแสบน Kickstarter ในปี 2012 และถูก Fitbit ซื้อแล้วปิดตัวในปี 2016 ได้กลับมาอีกครั้งในปี 2025 โดย Eric Migicovsky ผู้สร้างดั้งเดิม เขาเปิดตัวบริษัท Core Devices LLC และแบรนด์ rePebble หลังจาก Google ตัดสินใจเปิดซอร์ส PebbleOS เมื่อต้นปี 2025
ซอฟต์แวร์และเครื่องมือสำหรับนักพัฒนา
PebbleOS และ companion apps (Android/iOS) ถูกปล่อยเป็นโอเพ่นซอร์สบน GitHub
เครื่องมือพัฒนาใหม่เป็น browser-based workflow แทน VirtualBox เดิม ทำให้นักพัฒนาสามารถสร้างแอปบน Pebble ได้ง่ายขึ้น
ใช้ libpebble3 (Kotlin multiplatform library) สำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Pebble
ฮาร์ดแวร์และการซ่อมแซม
ไฟล์ schematics และ KiCad project files ของ Pebble 2 Duo ถูกปล่อยให้สาธารณะ สามารถสร้างอุปกรณ์ที่เข้ากันได้เอง
รุ่นใหม่ Pebble Time 2 คาดว่าจะออกช่วงมีนาคม–เมษายน 2026 โดยออกแบบให้ ผู้ใช้เปลี่ยนแบตเตอรี่เองได้ ด้วยฝาหลังแบบขันสกรู
ระบบนิเวศและชุมชน
แอปสโตร์ใหม่รองรับ multiple feeds คล้าย Linux package managers (APT/AUR)
Core Devices มี feed ของตัวเองที่สำรองไปยัง Internet Archive เพื่อเก็บ watchfaces และแอปเก่า ๆ
นักพัฒนายังสามารถสร้างรายได้ผ่าน KiezelPay แม้ระบบจะเป็นโอเพ่นซอร์ส
เหตุผลที่เปิดซอร์สทุกอย่าง
Migicovsky อธิบายว่าเมื่อ Pebble ถูกปิดในปี 2016 ชุมชนไม่สามารถพัฒนาอะไรต่อได้เพราะ companion apps ไม่เปิดซอร์ส คราวนี้เขาจึงเลือกเปิดทุกอย่างเพื่อให้ ไม่มี single point of failure หากบริษัทหายไป ชุมชนยังคงสามารถใช้งานและพัฒนา Pebble ต่อได้
สรุปสาระสำคัญ
PebbleOS และ companion apps เปิดซอร์ส 100%
พร้อมเครื่องมือพัฒนาใหม่แบบ browser-based
ฮาร์ดแวร์ Pebble 2 Duo และ Pebble Time 2
มีไฟล์ schematics สาธารณะ และออกแบบให้ซ่อมแบตเตอรี่เองได้
ระบบนิเวศใหม่รองรับหลาย app store feeds
สำรองข้อมูลไปยัง Internet Archive และรองรับการสร้างรายได้
ยังมีบางส่วนที่ไม่ฟรี
เช่น heart rate sensor library, crash reporting, speech recognition
หากไม่อัปเดตหรือใช้เวอร์ชันโอเพ่นซอร์ส
อาจเสี่ยงต่อการพึ่งพา proprietary components ที่หยุดพัฒนาในอนาคต
https://itsfoss.com/news/pebble-returns-as-open-source/
Pebble ซึ่งเคยเป็นสมาร์ตวอทช์ที่สร้างกระแสบน Kickstarter ในปี 2012 และถูก Fitbit ซื้อแล้วปิดตัวในปี 2016 ได้กลับมาอีกครั้งในปี 2025 โดย Eric Migicovsky ผู้สร้างดั้งเดิม เขาเปิดตัวบริษัท Core Devices LLC และแบรนด์ rePebble หลังจาก Google ตัดสินใจเปิดซอร์ส PebbleOS เมื่อต้นปี 2025
ซอฟต์แวร์และเครื่องมือสำหรับนักพัฒนา
PebbleOS และ companion apps (Android/iOS) ถูกปล่อยเป็นโอเพ่นซอร์สบน GitHub
เครื่องมือพัฒนาใหม่เป็น browser-based workflow แทน VirtualBox เดิม ทำให้นักพัฒนาสามารถสร้างแอปบน Pebble ได้ง่ายขึ้น
ใช้ libpebble3 (Kotlin multiplatform library) สำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Pebble
ฮาร์ดแวร์และการซ่อมแซม
ไฟล์ schematics และ KiCad project files ของ Pebble 2 Duo ถูกปล่อยให้สาธารณะ สามารถสร้างอุปกรณ์ที่เข้ากันได้เอง
รุ่นใหม่ Pebble Time 2 คาดว่าจะออกช่วงมีนาคม–เมษายน 2026 โดยออกแบบให้ ผู้ใช้เปลี่ยนแบตเตอรี่เองได้ ด้วยฝาหลังแบบขันสกรู
ระบบนิเวศและชุมชน
แอปสโตร์ใหม่รองรับ multiple feeds คล้าย Linux package managers (APT/AUR)
Core Devices มี feed ของตัวเองที่สำรองไปยัง Internet Archive เพื่อเก็บ watchfaces และแอปเก่า ๆ
นักพัฒนายังสามารถสร้างรายได้ผ่าน KiezelPay แม้ระบบจะเป็นโอเพ่นซอร์ส
เหตุผลที่เปิดซอร์สทุกอย่าง
Migicovsky อธิบายว่าเมื่อ Pebble ถูกปิดในปี 2016 ชุมชนไม่สามารถพัฒนาอะไรต่อได้เพราะ companion apps ไม่เปิดซอร์ส คราวนี้เขาจึงเลือกเปิดทุกอย่างเพื่อให้ ไม่มี single point of failure หากบริษัทหายไป ชุมชนยังคงสามารถใช้งานและพัฒนา Pebble ต่อได้
สรุปสาระสำคัญ
PebbleOS และ companion apps เปิดซอร์ส 100%
พร้อมเครื่องมือพัฒนาใหม่แบบ browser-based
ฮาร์ดแวร์ Pebble 2 Duo และ Pebble Time 2
มีไฟล์ schematics สาธารณะ และออกแบบให้ซ่อมแบตเตอรี่เองได้
ระบบนิเวศใหม่รองรับหลาย app store feeds
สำรองข้อมูลไปยัง Internet Archive และรองรับการสร้างรายได้
ยังมีบางส่วนที่ไม่ฟรี
เช่น heart rate sensor library, crash reporting, speech recognition
หากไม่อัปเดตหรือใช้เวอร์ชันโอเพ่นซอร์ส
อาจเสี่ยงต่อการพึ่งพา proprietary components ที่หยุดพัฒนาในอนาคต
https://itsfoss.com/news/pebble-returns-as-open-source/
⌚ Pebble กลับมาในรูปแบบโอเพ่นซอร์สเต็มตัว
Pebble ซึ่งเคยเป็นสมาร์ตวอทช์ที่สร้างกระแสบน Kickstarter ในปี 2012 และถูก Fitbit ซื้อแล้วปิดตัวในปี 2016 ได้กลับมาอีกครั้งในปี 2025 โดย Eric Migicovsky ผู้สร้างดั้งเดิม เขาเปิดตัวบริษัท Core Devices LLC และแบรนด์ rePebble หลังจาก Google ตัดสินใจเปิดซอร์ส PebbleOS เมื่อต้นปี 2025
🛠️ ซอฟต์แวร์และเครื่องมือสำหรับนักพัฒนา
🎗️ PebbleOS และ companion apps (Android/iOS) ถูกปล่อยเป็นโอเพ่นซอร์สบน GitHub
🎗️ เครื่องมือพัฒนาใหม่เป็น browser-based workflow แทน VirtualBox เดิม ทำให้นักพัฒนาสามารถสร้างแอปบน Pebble ได้ง่ายขึ้น
🎗️ ใช้ libpebble3 (Kotlin multiplatform library) สำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Pebble
📐 ฮาร์ดแวร์และการซ่อมแซม
💠 ไฟล์ schematics และ KiCad project files ของ Pebble 2 Duo ถูกปล่อยให้สาธารณะ สามารถสร้างอุปกรณ์ที่เข้ากันได้เอง
💠 รุ่นใหม่ Pebble Time 2 คาดว่าจะออกช่วงมีนาคม–เมษายน 2026 โดยออกแบบให้ ผู้ใช้เปลี่ยนแบตเตอรี่เองได้ ด้วยฝาหลังแบบขันสกรู
🌐 ระบบนิเวศและชุมชน
💠 แอปสโตร์ใหม่รองรับ multiple feeds คล้าย Linux package managers (APT/AUR)
💠 Core Devices มี feed ของตัวเองที่สำรองไปยัง Internet Archive เพื่อเก็บ watchfaces และแอปเก่า ๆ
💠 นักพัฒนายังสามารถสร้างรายได้ผ่าน KiezelPay แม้ระบบจะเป็นโอเพ่นซอร์ส
🔍 เหตุผลที่เปิดซอร์สทุกอย่าง
Migicovsky อธิบายว่าเมื่อ Pebble ถูกปิดในปี 2016 ชุมชนไม่สามารถพัฒนาอะไรต่อได้เพราะ companion apps ไม่เปิดซอร์ส คราวนี้เขาจึงเลือกเปิดทุกอย่างเพื่อให้ ไม่มี single point of failure หากบริษัทหายไป ชุมชนยังคงสามารถใช้งานและพัฒนา Pebble ต่อได้
📌 สรุปสาระสำคัญ
✅ PebbleOS และ companion apps เปิดซอร์ส 100%
➡️ พร้อมเครื่องมือพัฒนาใหม่แบบ browser-based
✅ ฮาร์ดแวร์ Pebble 2 Duo และ Pebble Time 2
➡️ มีไฟล์ schematics สาธารณะ และออกแบบให้ซ่อมแบตเตอรี่เองได้
✅ ระบบนิเวศใหม่รองรับหลาย app store feeds
➡️ สำรองข้อมูลไปยัง Internet Archive และรองรับการสร้างรายได้
‼️ ยังมีบางส่วนที่ไม่ฟรี
⛔ เช่น heart rate sensor library, crash reporting, speech recognition
‼️ หากไม่อัปเดตหรือใช้เวอร์ชันโอเพ่นซอร์ส
⛔ อาจเสี่ยงต่อการพึ่งพา proprietary components ที่หยุดพัฒนาในอนาคต
https://itsfoss.com/news/pebble-returns-as-open-source/
0 Comments
0 Shares
12 Views
0 Reviews